--- title: สำรอง 1 ทดสอบฝึกพิมพ์ แถลงสถานการณ์ COVID-19 โดย ศบค. (12 ม.ค. 64) subtitle: date: วันพุธที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 14.55 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] ท่านผู้ชมผู้ฟังที่รักและสื่อมวลชนที่รักครับ ขอต้อนรับที่รักทุกท่านครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันพุธที่ 13 มกราคม พุทธศักราช 2564 นะครับ ทุกท่านก็จะได้มามารับชม และมารับฟังครับ ถึงเรื่องราวและข่าวสารที่ดี ๆ ที่เป็นที่ทุกคนที่จะต้องรู้ครับ แล้วทุกคนต้องสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ผมผู้ช่วยนายแพทย์ ปราการ โถมยางกูร รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ครับ ก็ขอชื่นชมน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะครับ โดยเมื่อวานนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมอบหน้ากากผ้า Amazing Thailand จากสโสร Ocford United จำนวน 200,000 ชิ้น และเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED จากบริษัท พี โอเวอร์เครื่อง มูลค่า 1.4 ล้านบาท มอบให้ทางการแพทย์ และโรงพยาบาล นำไปใช้ประโยชน์ในวิกฤต COVID-19 นี้ครับ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์สิทธิ์ รับมอบสิ่งของบริจาคจาก กิฟไทย จำกัด และแล็บรีดเดอร์ จำกัด จำนวน 4 ชุด มูลค่า 800,000 2. ชุด disposable ppe จำนวน 2,000 ชุด มูลค่า 700,000 บาท 3. หน้ากาก KN 95 จำนวน 1,000 ชิ้น ราคา 90,000 บาท เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลระยองการทำงานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ครับ ซึ่งชาวกระทรวงสาธารณสุขขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ แล้วยังมีข่าวดี ๆ ครับ จากพี่น้องชาว สาธารณสุขด้วยกันเอง ที่ไปช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับ ในการรวมส่งน้ำใจไปให้กับทีมบุคลากรทางการแพทย์ กู้ภัย COVID-19 ครับ โรงพยาบาลบ้านโปร่ง จังหวัดราชบุรี ส่งบุคลากร จำนวน 9 คน คัดกรองเชิงรุกประสานงานดูแล แพร่กระจายโควิด-19 ปฏิบัติงานสนามที่วัดเกรี้ยวกราด จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม พ.ศ. 2564 2564 ส่วนเขตสุขภาพที่ 8 จัดทีม R8 นักรบเสื้อกราวน์ ส่งบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขจำนวน 133 คน การปฏิบัติสู้โควิดที่จังหวัดสมุทรมาครครับ เพราะฉะนั้น ไม่ทิ้งกันครับ และเราจะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันได้ ในวันนี้เราจะมีการแถลง 2 เรื่องด้วยกันนะครับ โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องของประเด็นสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ในประเด็นที่ 2 จะเป็นเรื่องของประเด็นวัคซีน COVID-19 ที่จะนำเข้าประเทศ ทั้ง 2 ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ทุกคนตั้งหน้า ตั้งตารอ อยากที่จะรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และในวันนี้เราก็ได้ท่านที่มีความเชี่ยวชาญ มีความสามารถ ที่จะมาเล่าให้ฟังครับ ในประเด็นแรกก่อนครับ ประเด็นสถานการณ์ COVID-19 และความคีบหน้าผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทย โดย นายแพทย์ จักรรัฐ พิ กรมควบคุมโรค และนายแพทย์ วิชาญ ประวาร สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค ขอเรียนเชิญครับ //ครับ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนทุกท่าน และสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ วันนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็จะมีสถานการณ์มาเล่าให้ฟัง ประจำวันช่วงบ่าย ๆ วันนี้นะครับ ขออนุญาตไปที่สถานการณ์ทั่วโลกนิดหนึ่งนะครับ วันนี้นี่ก็ มีผู้ป่วยยืนยัน ทั้งหมด 92 ล้านคนแล้วนะครับ เราใกล้ถึง 100 ล้านคนเข้าไปทุกทีนะครับ แล้วก็เพิ่มวันนี้ ประมาณ 600,000 กว่าคนนะครับ ผู้เสียชีวิตเพิ่มวันละ 15,000 นะครับ ใกล้จะถึง 2 ล้านเช่นเดียวกันครับ อินเดีย บราซิล รัสเซีย และสหราชอาณาจักรนะครับ ที่มีผู้ป่วยสูงสุดนะครับ ในแต่ละวัน ๆ นะครับ ในส่วนของรอบ ๆ บ้านเรานะครับ ในทวีปเอเชียนะครับ วันนี้ก็มีหลายประเทศนะครับ ที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้นนะครับ เช่น ญี่ปุ่นนะครับ วันนี้ก็เพิ่มวันนี้ 5,000 กว่ารายนะครับ และรอบบ้านเราก็เพิ่มขึ้นด้วยนะครับ อย่างมาเลเซียใกล้บ้านเรา นี่ก็อยู่คงตัวนะครับ 500 กว่าเคส 500 กว่าคนต่อวันนะครับ ก็มีข่าวเพิ่มเติมนิดหน่อยในส่วนประเทศจีนนะครับ ในส่วนของประเทศจีนครับ ก็มีประเด็นเรื่องของการฉีดวัคซีนนะครับ ช่วงถัดไปนะครับ ก็พูดเรื่องของการฉีดวัคซีนประเทศไทยของเราด้วยนะครับ ก็ในส่วนของประเทศจีนฉีดไปแล้วนะครับ ในช่วงปลายปี 63 นะครับ ก็มีการฉีดให้กับกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดสูง 1.6 ล้านโดสไปแล้วนะครับ ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์นะครับ แล้วก็กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเดินทางเข้าประเทศนะครับ มีกลุ่มศุลกากร รวมถึงสินค้านำเข้าและ... อีก 7.5 ล้านโดลไปแล้วเรียบร้อย จะมีประเด็นอะไรเพิ่มเติม หรือส่งผลข้างเคียงจากวัคซีนนะครับ ขออนุญาติตัดมาที่ระลอกใหม่ขึ้นมาเลยนะครับ เดือนมกราคมเป็นต้นมานะครับ ของปีที่แล้วนะครับ วันนี้เราเพิ่มขึ้น 157 คนครับ 157 รายนี้เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 90 ราย เกิดจากการที่ไปคัดกรองเชิกรุกนะครับ และก็เดินทางมาจากต่างประเทศ 25 ราย ในส่วนของ 25 รายนี้นะครับ ก็มีในส่วนของคนไทยนะครับ ที่เดินทางกลับมาจากเมวดี ประเทศเมียนมาร์นะครับ ซึ่งไปทำงานในสถาบันเทิง แล้วก็บ่อนคาสิโนประเทศฝั่งนู้นนะครับ โดยยอดรวมวันนี้ผู้ป่วยสะสม 6754 คนนะครับ นะครับ หายป่วยแล้วทั้งหมด 3,003 คนนะครับ เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 211 คน ยังเป็นโชคดีของวันนี้นะครับ ไม่มีพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมนะครับ ยังคง 7 ราย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านนะครับ เมื่อระลอกแรก ตั้งแต่ต้นปี ถึงปลายปีที่ผ่านมานะครับ ก็พบว่าปีที่ผ่านมานั้นมี 60 รายนะครับ เท่ากับระลอกใหม่ เปอร์เซ็นต์ก็มีความแตกต่างกัน ก็ต่ำกว่านะครับ เพราะฉะนั้น จะพบว่าผู้เสียชีวิตนี่มีจำนวนไม่มากนะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการ หรืออาการน้อย หรือไม่มีอาการเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้เราพบผู้ป่วยอาการหนัก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจนะครับ เครื่องช่วยหายใจมีทั้งหมด 13 รายนะครับ โดยผลรวมทั้งหมดตอนนี้นะครับ คนที่ติดเชื้อ และป่วยสะสมนะครับ เป็นคนไทยประมาณ 47 เปอร์เซ็นต์นะครับ เป็นชาวเมียนมาร์ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ และอยู่สถานกักกันทั้งหลายก็ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์นะครับ ถ้าเทียบผู้ชายกับผู้หญิงนะครับ ประมาณ 1 ต่อ ผู้หญิง ก็ประมาณ 1.3 นะครับ ส่วนใหญ่การยืนยันรอบนี้จะเป็นผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่นะครับ ถ้าดูจากกราฟนะครับ เราจะพบว่า ผู้ป่วยยืนยัน ตั้งแต่ 15 ธันวาคมเป็นต้นมานะครับ จนถึงวันนี้นะครับ เริ่มมีกราฟเป็นสีีแดงนะครับ เป็นผู้ป่วยรายใหม่ ก็ค่อยลดลงไปนิดหนึ่งนะครับ ติดตามกันต่อไปนะครับ ในวันพรุ่งนี้และสัปดาห์หน้านะครับ ว่าตัวเลข แล้วก็แนวโน้นของการระบาดนี่ ตัวเลขจะเป็นอย่างไร ก็ยังพุ่งขึ้นแต่ยังพุ่งขึ้นไม่ชันมากเหมือนต้นปีที่ผ่านมา หรือตอนช่วงสัปดาห์แรกของต้นปีนี้นะครับ ถ้ามาดูว่าในส่วนของผู้ป่วยในระลอกใหม่มี เขาเรียกว่าเป็นเชื้อชาติอะไรบ้าง ที่เป็นกันเยอะ ๆ นะครับ เช่น กทม. ที่กรุงเทพมหานครนะครับ เข้ามาดูตรงภาคกลาง ส่วนอื่น ภาคกลางตอนล่าง แถวลพบุรี อ่างทองนะครับ รวมไปถึงสระบุรีด้วยนะครับ คนไทยนี่นิดหนึ่งนะครับ ถ้ามาทางภาคตะวันออก ชลบุรี จันทบุรี ตราด มากกว่า 60-70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปนะครับ ในส่วนของคนไทยทั้งนั้นนะครับ ในส่วนของที่สมุทรสาครเอง ที่มีจุดเริ่มต้นของการระบาดระลอกนี้นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเป็นแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนการระบาดรอบนี้นะครับ ประเภทของกราฟจะเริ่มค่อย ๆ หักหัวลงแล้วนิดหนึ่งนะครับ อย่างนิ่งนอนใจนะครับ ในวันแรกนะครับ เราต้องดูไปอีกนิดหนึ่งว่ามีแนวโน้มตกลงเรื่อย ๆ ไหมนะครับ ถ้าแนวโน้มตกลงเรื่อย ก็จะก็เป็นสัญญาณที่ดี ทั้งนี้ ทั้งนั้นเราจะมาดูกราฟแท่ง การทำงานนี่สามารถตรวจสอบการทำงาน ชุมชน เชิกรุกได้มากน้อยขนาดไหนนะครับ ถ้าตรวจหาแล้วยังไม่เจอเยอะนะครับ แสดงว่าอาจจะมีที่อยู่ในชุมชนและไม่ได้ออกมารับการรักษา อาจจะยังไม่มีอาการนะครับ มีความสำคัญนะครับ ถ้ากราฟสูง จะมีผู้ป่วยมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ถ้าตรวจเยอะหรือผู้ติดเชื้อที่เป็นผลบวกในชุมชนนะครับ กราฟยังไม่สูงได้ อันนี้ต้องใช้ข้อมูลหลายส่วนประกอบกันนะครับ ที่จะช่วยคำตอบว่า กราฟเส้นนี้ครับ มันจะลงแล้วหรือยังนะครับ อันนี้เป็น 2 ปัจจัยหลักในการดูนะครับ ภาพรวมตรงนี้นะครับ เพิ่มขึ้น 1 จังหวัดที่สะสม ตั้งแต่ 18 ธันวาคม เป็นต้นมา แล้วก็มีหลายจังหวัดนะครับ ประมาณสัก 20 จัคือในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ไม่มีผู้ป่วยเลย เป็นสัญญาณที่ดีนะครับ ยิ่งถ้ามีจังหวัดที่มีสีเขียวมาก ๆ ขึ้นนะครับ ว่าเราเริ่มที่จะควบคุมโรคในส่วนที่มีจำนวนผู้ป่วยไม่มาก แล้วก็มีผู้ป่วยมานานนี่ โซนสีแดง ที่มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 50 ราย มี 10 จังหวัด ในวันนี้นะครับ ในส่วนของจำนวนผู้ติดเชื้อนะครับ ถ้าเรียงตามรายจังหวัดนะครับ เราจะใส่สีเขียว ๆ กรณีที่น้อยกว่าเมื่อวานนะครับ วันนี้นะครับ ที่สมุทรสาครก็น้อยกว่าเมื่อวานนะครับ แต่คาดว่าพรุ่งนี้อาจจะมีเพิ่มเติมได้ เนื่องจากเราไปค้นหาเชิงรุกในโรงงานหรือในชุมชนนะครับ ส่วนในกรุงเทพมหานครวันนี้มีตัวเลขลดลงนะครับ มีหลายจังหวัดนะครับ ที่วันนี้พบผู้ป่วยใหม่นะครับ แล้วก็ยังไม่เคย... เขาเรียกว่า ไม่พบมาหลายวันแล้วนะครับ อย่างเช่น จังหวัดหนองคายนะครับ สัปดาห์ที่ 7 เป็นต้นมา ก็มีวันนี้เป็นกลุ่มผู้สัมผัสนะครับ ที่ผู้สัมผัสผู้ป่วย กลุ่มผู้สัมผัสในครอบครัว กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก่อนหน้านี้ หลังจากตรวจเจอ ตรวจหาเชื้อแล้วพบว่าเป็นผู้ป่วยตามมา ก็เป็นผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้เช่นกัน คราวนี้มีประวัติเดินทางไปหลายที่ก็ต้องติดตาม Timeline ว่าในแต่ละที่ที่ไป มีโอกาสเสี่ยงขนาดไหน ที่จะได้รับเชื้อและแพร่ให้คนอื่นต่อไปได้นะครับ รวมถึงรายใหม่ พิษณุโลกวันนี้ก็ได้โดยสรุปนะครับ วันนี้หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ประกอบการนะครับ หรือในสถานที่ที่พบผู้ป่วยน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็พบด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในสถานประกอบการที่เป็นพนักงานนะครับ ที่เป็นผู้ป่วยที่ใกล้ชิดผู้ป่วยและเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รอผลตรวจอยู่นะครับ แล้วเดินทางไปในชุมชน ออกนอกบ้านไม่รับการกักตัว นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งนะครับ ที่เจอในหลาย ๆ สถานประกอบการนะครับ ที่จำเป็นนะครับ ที่จะต้องช่วยกัน Spreader ต่อไปนะครับ มาตรการแรก คือ ผู้ประกอบการเองนะครับ มีส่วนประกอบสำคัญในการป้องกันโรคนะครับ Distancing นะครับ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย นะครับ hand washing นะครับ รวมถึงการคัดกรองด้วยนะครับ และมาตรการหลักขององค์กร โดยพนักงานทุกวันนะครับ ว่ามีใครมีเป็นไข้บ้างนะครับ ถ้าที่ไหนมีความเสี่ยง มีการพบผู้ติดเชื้อ จะต้องมีการสุ่มตรวจคัดกรองนะครับ ให้กับพนักงานนะครับ หรือกรณีที่โรงงาน หรือสถานประกอบการ ที่มีพนักงานติดเชื้อโควิดนะครับ ต้องให้ทางองค์กร ทางสถานประกอบการนะครับ ให้ความปลอดภัยนะครับที่เป็นคนดูแล รวมถึงฝ่ายบุคลากรนะครับ คือ HR ขององค์กรนี่ ให้ครบทุกคน ครบ 14 วันนะครับ ขององค์กรที่ต้องดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไทยเรามีผู้ป่วยให้น้อยลงเรื่อย ๆ นะครับ รวมถึง อสม. เองก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในขณะที่รอผลตรวจนะครับ ปุ๊บนะครับ ถ้าผลตรวจเป็นลบนะครับ ในช่วงแรกสำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอาจจะสบายใจได้นิดหนึ่งนะครับ ว่าทั้งหมดนะครับ จนกว่าจะตรวจครบ 14 วันนะครับ ถ้า 14 วันไม่มีอาการ และผลตรวจติดเชื้อครั้งสุดท้ายไม่มีเชื้อเป็นบวกแล้วนะครับ จึงถือว่าปลอดภัยนะครับ ในส่วนสุดท้าย ถ้าปรับมาตรการควบคุมโรคเสี่ยงสูงนี่รับการตรวจตั้งแต่วันแรกที่เจอสำคัญนะครับ ที่เราจะทำงานร่วมกันนะครับ ที่จะช่วยเหลือกันนะครับ เพื่อให้ประเทศของเรานี่ปลอดภัยนะครับ ซึ่งวันนี้นี่ครบรอบ 1 ปี พอดีนะครับ ของผู้ป่วยที่เราพบรายแรก ที่สาธารณสุขแถลงข่าวไปเมื่อ 13 มกราคม 2563 นะครับ เป็นผู้ป่วยหญิงนะครับ อาม่า มาจากอู่ฮั่นนะครับ เรารายงานเมื่อวันนี้เมื่อปีที่แล้วไปแล้ว วันนี้ครบรอบ 1 ปี พอดี ด้วยสถานการที่เรายังสถานการณ์เราเพิ่มขึ้นนิดหน่อยในวันนี้นะครับ ก็เป็นสัญญาณที่ดีนะครับ ว่าเราจะต้องไปต่อ วันนี้หักหัวลงนิดหนึ่่ง ปลอดภัยมากขึ้นครับ ก็ขอบคุณครับ อาจารย์ปราการครับ // ครับ ก็ขอบพระคุณมากครับ ที่ได้ช่วยบอกครับว่า มีสถานการณ์เป็นอย่างไร และวันนี้เป็นวันครบรอบของการที่เราได้พบแล้วก็ได้มีการประกาศออกไปนะครับ ของอาม่าที่ติดเชื้อครับ ทีนี้อยากจะขอเรียนเชิญ นายแพทย์ วิชาร ครับ สถาบันควบคุมโรคเขตเมือง ในการที่จะให้ถึงความคีบหน้าผู้ติดเชื้อในประเทศไทยต่อครับ ขอบคุณท่านอาจารย์ปราการครับ ก็จะขออนุญาตมาได้อัปเดตสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ สำหรับการระบาดระรอกใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ การระบาดของโควิดในรอบนี้นะครับ ก็มีค่อนข้างลักษณะค่อนข้างที่จะแตกต่างจากการระบาดในระลอกแรกนะครับผม จากกราฟก็เปรียบเทียบให้เห็นการระบาดในพื้นที่ กทม. ทั้ง 2 ระลอกนะครับ ถ้าสังเกตเส้นสีแดง ก็จะเป็นผู้ป่วยยืนยัน ถ้าเป็นเส้นสีม่วง ก็คือเป็นจำนวนของผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การระวังรักษาโรคนะครับผม นะครับ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบทั้ง 2 ระลอกนะครับ จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยในระลอกที่ 2 นี้ยังไม่สูงพีกเท่ากับระลอกที่ 1 นะครับ แล้วก็จำนวนผู้ป่วย PUI หรือผู้ป่วยที่อยู่ในเกณฑ์สอบสวนและเฝ้าระวังโรคนะครับ ในพื้นที่ กทม. ก็ไม่ได้ต่ำนะครับผม การเฝ้าระวังในพื้นที่ กทม. นี้ ก็ยัง Active ดีนะครับ ไม่ได้มีการลดการเฝ้าระวังแต่อย่างไรนะครับ แล้วก็การระบาดระลอกใหม่ ถ้าเปรียบเทียบกันของผู้ป่วยนะครับ ก็จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนนะครับ ในกรณีของการระบาดในช่วงแรกนะครับ ในการระบาดระลอกที่ 1 นะครับ กลุ่มของผู้ที่ติดเชื้อไม่มีอาการนะครับ มีประมาณร้อยละ 29 นะครับ นี้นะครับ เราพบผู้ป่วยที่ไม่มีอาการถึงร้อยละ 19 นะครับ สำหรับกราฟนี้นะครับ ก็เป็นภาพรวมของการระบาดระลอกใหม่ในพื้นที่ กทม. นะครับ กราฟยังไม่ได้มีลักษณะชันมากนะครับ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนะครับ Cluster ที่เชื่อมโยงกับสมุทรสาครแล้วก็สถานบันเทิงนะครับ คือ ตอนนี้เราเริ่มพบรายงานของผู้ป่วย ของผู้ติดเชื้อพบประปรายในครอบครัวและในองค์กรนะครับ แต่อย่างไรก็ตามภาพรวม ก็คือว่าสถานการณ์ยังคงตัว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะวางใจได้นะครับ เรื่องของการเฝ้าระวังเข้มข้นทุกจุดนะครับ ก็ต้องเฝ้าระวังต่อไปนะครับ โดยเฉพาะในระดับองค์กรทุกแห่งนะครับ จะต้องมีมาตรการองค์กรที่จะช่วยกันเป็นหูเป็นตา เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ที่จะช่วยลดการระบาดนะครับภาพนี้นะครับก็จะเป็นภาพของจำนวนผู้ป่วย เราแยกได้รับรายงานผู้ป่วยจากพื้นที่ กทม. ทั้งหมดนะครับ ซึ่งก็จะรวมทั้งกลุ่มที่อยู่ในสถากักกันที่รัฐจัดให้นะครับ กลุ่มของสถานบันเทิงต่าง ๆ ถ้าดูในรายละเอียดในกลุ่มของผู้ที่อยู่ในสถานกักกันของรัฐฯ นะครับ ของผู้ป่วยในพื้นที่ กทม. นะครับ ก็จะเป็นความแตกต่างกันชัดเจนนะครับ กลุ่มที่เชื่อมโยงกับสมุทรสาครนะครับ เราจะพบตั้งแต่ช่วยปลายเดือนพฤษภาคม แล้วก็ค่อย ๆ ลดลงนะครับ และช่วงท้าย ๆ ก็เหมือนจะเริ่มมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นนะครับ ตรงนี้ก็น่าจะอธิบายได้จากการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกับทางกรมควบคุมโรคนะครับ ได้ลงพื้นที่ทำการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกนะครับ ในช่วงสัปดาห์หรือ 2 สัปดาห์นี้นะครับ ในส่วนที่จะเชื่อมโยงกับสมุทรสาครนะครับ อีกกลุ่มหนึ่งนะครับ คือ กลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงนะครับ ซึ่งของ กทม. จะมีอยู่ 3 Wave ด้วยกันนะครับ We ย่านปิ่นเกล้านะครับ และย่านธนบุรีนะครับ แล้วก็ Wave ที่ 3 ก็จะเชื่อมโยงแถว ๆ บางนานะครับ แต่ที่น่าจับตาดู ก็คือส่วนที่เป็นแท่งสีม่วงนะครับผม ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบการรายงานการระบาดของครอบครัว กลุ่มของสถานประกอบการแม้จะมีรายงานประปรายนะครับ แต่เราพบต่อเนื่องจึงต้องย้ำนะครับ ในเรื่องของมาตรการหน่วยงานชุมชน สถานประกอบการทุกแห่งนะครับ จะต้องมีเรื่องของการเฝ้าระวังนะครับ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ อย่างเข้มข้น เพื่อยุติระบาดได้อย่างรวดเร็วนะครับ แผนที่นี้ก็จะแสดงให้เห็นถึงจุดที่เป็นสถานบันเทิง สถานประกอบการ ที่เราพบรายงานผู้ป่วยนะครับ มีการเชื่อมโยงกันในหลายจุดพื้นที่นะครับผม อีกอย่างหนึ่งจะเป็น Cluster หนึ่ง ที่เป็นการระบาดที่มีความเชื่อมโยงกันหลาย ๆ พื้นที่ จากเดิมที่เราพบ มีการระบาดในพื้นที่เชียงใหม่ ทางพื้นที่ชลบุรีนะครับผม พอเรามาดูข้อมูลร่วมกันนะครับ เราพบว่า ในกลุ่มก้อนของการระบาดที่เชื่อมโยงกับเชียงใหม่ เชื่อมโยงกับทางกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วก็มีความเชื่อมโยงกับบ่อนการพนันที่พัทยานะครับ Index Test หรือเคสที่มีอาการรายแรก ๆ นะครับ เรามีประวัติเชื่อมโยงกับการไปเที่ยวบ่อนที่พัทยานะครับ แล้วก็เข้ามาที่กรุงเทพฯ มี 1 รายที่ไปแพร่เชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในห้องฉุกเฉินนะครับ แล้วก็อีกรายก็ได้ไปเที่ยวนะครับ สถานบันเทิงอีกแห่งหนึ่งใน กทม. นะครับ และได้มีการไปแพร่เชื้อต่อให้กับพนักงานนะครับ ในสถานบันเทิง ในพื้นที่กทม. นะครับ กลุ่มเที่ยวสถานบันเทิงนะครับ ก็ไปรับเชื้อแล้วก็ไปแพร่ต่อที่สถานบันเทิงที่เชียงใหม่นะครับ จะเห็นว่าจะเชื่อมโยงกับหลาย ๆ จุดในพื้นที่นะครับผมครับ อีกกลุ่มหนึ่ง อีกตัวอย่างหนึ่งของทางสถานบันเทิงเช่นเดียวกัน เคสนี้ก็จะแสดงให้เห็นถึงนักเที่ยวนะครับ นักเที่ยวนำไปติดกับพนักงานที่อยู่ในสถานบันเทิงครับ หลังจากนั้นก็มีการแพร่ต่อให้กับคนใกล้ชิดครอบครัวนะครับ แล้วก็ผู้ที่มาเที่ยวในสถานบันเทิงก็ติดไปด้วย ก็จะเห็นว่าเป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนะครับ ที่จะได้รับเชื้อสูงนะครับ มีการเดินทางไปในหลาย ๆ จุด หลายพื้นที่่ แพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็วนะครับ ตัวอย่างนี้นะครับ ก็จะเป็นอีกกรณีหนึ่งที่เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง รัชดา นะครับ มีผู้ป่วยประมาณ 50 กว่ารายนะครับ ซึ่งก็กระจุกกระจายกันอยู่ในพื้นที่ ในย่านเดียวกันนะครับ พอเราดูความเชื่อมโยงแล้วนะครับ พบว่าการนำเชื้อไปสู่ครอบครัวนั้นค่อยข้างจะน้อยนะครับ ซึ่งอธิบายได้ แต่ว่าคนกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นครอบครัวใหญ่ แต่มีการไปแพร่ต่อกับผู้ที่ทำงานด้วยกันนะครับ นะครับ แล้วก็ผู้ที่ไปมาหาสู่กันนะครับ จากการระบาดดังกล่าวนะครับ เราได้มีการถอดบทเรียนที่สำคัญนะครับ สถานที่ที่เป็นลักษณะสถานประกอบการ สถานบันเทิง มีความสามารถในการแพร่เชื้อก็จะสูงนะครับ แล้วก็จะมีการติดเชื้อ แพร่เชื้อ จากการไปมาหาสู่กันนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับจำเป็นที่จะต้องได้รับการกักกันตัวเอง 14 วัน เพื่อที่จะไม่แพร่เชื้อไปสู่อื่น ๆ นะครับ สำหรับมาตรการที่ดำเนินการในพื้นที่ กทม. นะครับ กทม. นะครับ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการควบคุมโรคนะครับ ในพื้นที่ กทม. คือ สำนักอนามัย ซึ่งก็ในขณะนี้ก็ได้ทำงานคู่กับกรมควบคุมโรค อย่างใกล้ชิดนะครับ ได้มีการระดมสารพัดกำลังนะครับ การวางแผนร่วมกันนะครับ ผ่านกลไกการป้องกันโรคติดต่อ กทม. นะครับ แล้วก็ ศบค. กทม. นะครับ ก็มได้รับมาตรการที่สำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้วนะครับ อาการแรกนะครับ ศูนย์บริการสาธารณสุขทั่วพื้นที่ กทม. นะครับ ปัจจุบันนี้ ได้ถูก Alert เข้มข้นนะครับ ทั้งในเรื่องของคนที่มารับบริการที่ศูนย์บริการนะครับ รวมทั้งบริการต่างด้าวต่าง ๆ ก็ให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นนะครับ ผู้มีความเสี่ยงสูงในพื้นที่ กทม. นะครับ อาจจะต้องมีการกำหนดครบร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ปัจจุบันนะครับ เสี่ยงสูงนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดในพื้นที่ กทม. ก็ประมาณ 2,000 มีการ มอนิเตอร์และมีการตรวจอย่างสม่ำเสมอนะครับ ก็ได้มีการทำงานร่วมกับทาง กทม. นะครับ เพื่อที่จะร่วมเรื่องของการสอบสวนโรค ควบคุมโรคนะครับ โดยเฉพาะกรณีที่พบกลุ่มก้อนระบาดขนาดใหญ่นะครับ แล้วก็กรณีที่พบการระบาด ไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่ กทม. นะครับ ที่สำคัญของพื้นที่ กทม. คือ ตลาดนะครับ ที่มีจุดเชื่อมโยงจากจังหวัดสมุทรสาครนะครับ ที่มีพ่อค้า แม่ค้านำสินค้าจากสมุทรสาครมานะครับ จำนวน 117 ตลาดนะครับ ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร พ่อค้า แม่ค้า ที่มาจากตลาดที่ว่าน่าจะมีความเสี่ยงนะครับ ทุกรายนะครับ โดยการตรวจน้ำลายนะครับ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แล้วก็โรงพยาบาลรามาธิบดีนะครับ ประมาณ 12,000 ราย ตรงนี้เราเจอผู้ป่วยประมาณ 14 รายนะครับจากการตรวจน้ำรายนะครับ ในสัปดาห์นี้ก็วางแผนเก็บตัวอย่างน้ำลาย อีก 18,000 รายนะครับ ก็จะครบ ครอบคลุมทั้งหมดของตลาดที่มีความเสี่ยงสูงนะครับ สำหรับมาตรการในกลุ่มต่างด้าว ในปัจจุบันนะครับ ก็ได้มีการกำหนดจุดแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายครับผม แล้วก็มีการ Mapping ในพื้นที่ที่ต่างด้าวพักอาศัยอยู่เยอะนะครับ ในวันนี้นะครับ ทางกรุงเทพมหานครร่วมกับทางกรมควบคุมโรค มีการสุ่มสำรวจหรือ Centinal Survilence โรงงานที่มีแรงงานต่างด้าวนะครับ มีการนำเสนอแผนที่จะทำการสุ่มสำรวจในโรงงาน สถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ที่มีรายงานต่างด้าวมากมาให้กับทาง ศบค. กทม. ที่จะให้แผนการสำรวจโรงงานนะครับ ทางพื้นที่ กทม. ก็สั่งปิดสถานบันเทิงที่มีความเสี่ยงแล้วนะครับผม ยังไม่เปิดนะครับ ก็จะเห็นว่า ถ้าภาพรวมนะครั้บ สถานการณ์ในขณะนี้อยากให้ทุกคนคิดเสมอ ทุกคนมีความเสี่ยงนะครับ ทุกกิจกรรมมีความเสี่ยงนะครับ ทุกกิจการมีความเสี่ยงนะครับ ทุกพื้นที่มีความเสี่ยงนะครับ อยากให้ทุกคนเสริมภูมิคุ้มกันให้กับตนเองนะครับ สวมหน้ากาก ล้างมือ แล้วก็เรื่องของการเว้นระยะห่าง ที่สำคัญมาตรการองค์กร เฝ้าระวัง นะครับ ในสถานที่เสี่ยงในสถานประกอบการต่าง ๆ เรื่องของการดูแลบุคลากร แล้วก็เรื่องของการเฝ้าระวัง ยุติการระบาดนะครับผม (นายแพทย์ ปราการ) ครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านนายแพทย์จักรพร และนายแพทย์ วิชาญ ปลาวาฬมากนะครับ ที่ทุกคนกำลังเฝ้าตามหรือว่าติดใจจดจ่ออยู่เลยนะครับ คือ เรื่อง วัคซีน COVID-19 ครับ ซึ่งวันนี้เราจะประเด็นของประสิทธิภาพวัคซีนโควิด-19 ที่จะนำเข้ามาในประเทศไทยนะครับ โดยนายแพทย์ สุภกิจ ศิริลักษณ์ และนายแพทย์ สุรโชค สุทธิวัฒน์ อธิบดีอาหารและยา อย. ขอเรียนเชิญเลยครับ // ครับ ขอบคุณโฆษกฯ ด้วยครับ สวัสดีพี่น้องสื่อมวลชน แล้วก็ท่านผู้ชม ผู้ฟังทางบ้านนะครับ วันนี้ก็มีคนพูดเรื่องทำให้พวกเราให้เราถ้าไม่เข้าใจเรื่องยานี่อาจจะวิตกกังวลนะครับ ผมขออธิบายอย่างนี้ก่อนนะครับ ว่า ผมที่เกิดการทดลองระยะ 3 ที่มีการประการนะครับ ที่มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสถาบันนะครับ ที่ออกมาเมื่อวัน 2 วันก่อนแล้วก็คนที่แคปมานี่ ว่า Applicazy ประสิทธิภาพที่ว่ากันนี่นะครับ ประมาณ 50.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็ส่งผลว่าวัคซีนชนิดนี้ซึ่งเป็นของบริษัท ซินาเวกนะครับ ที่จะนำเข้ามา 200,000 โดส ในเดือนกุมภาพันธ์ และ 300, แล้วก็ 1,000,000 นี่ในเดือนเมษาฯ ผมอธิบายความก่อนนะ ข้อมูลจากการแถลงมีข้อมูลที่ค่อนข้างจำกัดนะครับ ซึ่งขณะนี้นี่ทางเรานะครับ ได้ขอข้อมูลโดยตรงไปกับบริษัท ซีโนแวค แล้วนะครับ ก็รอเขาตอบมาเป็นเรื่องเป็นราวเป็นทางการ ว่าข้อเท็จจริงทั้งหมด คืออะไร ในขณะที่ขั้นตอนการที่จะมาขอขึ้นทะเบียนนะครับ ซึ่งกำลังดำเนินการในทางเอกสารตอนนี้นี่กับอย. ซึ่งเดี๋ยวคุณหมอ เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดนะครับ ที่จำเป็นให้เราทราบ ทีนี้ผมจะแถลงของศูนย์วิจัยบูตันตันก่อนเขาใช้คำว่า "ประสิทธิภาพในภาพรวม คือ 50.4 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า ระหว่างคนที่ฉีด กับคนไม่ฉีด นี่มีอัตราการติดเชื้อนี่แตกต่างกันนะครับ โดยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเลยแม้แต่น้อยนี่ 54 เปอร์เซ็นต์ ได้ 54 เปอร์เซ็นต์นะครับ ประเด็นก็คือว่าการทดลองอันนี้นี่ เป็นการทดลองในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง แล้วก็ผู้ที่เป็นอาสาสมัครส่วนใหญ่ เป็นบุคลากรทางการแพทย์นะครับ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าคนปกติโดยทั่วไป ก็อาจจะส่งผลต่อภาพรวมของเรื่องการติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ หรือไม่ติดเชื้อ แต่มันมีข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกว่า 78 เปอร์เซ็นต์ครับ คนที่ฉีดวัคซีนกับไม่ฉีดวัคซีนนี่ มีความต่างกันในเรื่องของการป่วย นั่นหมายความว่า ป้องกันการป่วยได้ 78 คน จะติดเชื้อ แต่ไม่มีซีโนฟอร์มเขาใช้คำว่า 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ หมายความว่าที่จะต้องไปใส่ท่อช่วยหายใจ อาการปางตาย หรือว่าตายนี่ ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีน ที่เทียบกับไม่ฉีดวัคซีนมีตัวเลขหลายตัว มีเปอร์เซ็นต์หลายแบบที่จะต้องนำมาพิจารณาในรายละเอียดต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อันนี้เป็นเรื่องของการแถลง โดยสถาบันที่ทำการทดลอง นะครับ แต่เอกสารที่เป็นทางการรวมทั้งคำถามที่เราจะต้องความมั่นใจนี่ ก็ต้องรอจากบริษัท Sinovac อีกทีนะครับ อันนี้ขอเคลียร์ให้ท่านทราบ ท่านจะได้ไม่ตกอกตกใจจนเกินไป ผมเรียนหลายครั้ง ฃไม่ว่าบริษัทใด ในโลกนี้ มีผลการทดลองเฟส 3 Phase 3 ออกมา แล้วก็ Adta Silica ส่วนหนึ่ง นะครับ เป็นการผลการทดลองในระยะต้น ๆ ทั้งสิ้นนะครับ อย่างที่เรียนว่า อย่างที่เคยทดลองอาจจะกินเวลา ปี ถึง ปีครึ่งนะครับ ถึงจะได้ข้อสรุปชัดเจนว่าวัคซีนนี่ มีประสิทธิภาพเท่าไร มีผลข้างเคียงข้อดีของวัคซีนจีนนะครับ เมื่อเทียบกับอีก 2 กรณีนั้น วัคซีนจีนใช้รูปแบบตาย มาน็อกให้หมดฤทธิ์แล้วก็ฉีดเข้าไปในร่างกายที่เราเคยทำวัคซีนมาด้วยกระบวนการแบบนี้นะครับ ไวรัสตับอักเสบ ปอริโอ เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งสิ้น เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่เราคุ้นชิน เรามีข้อมูลว่าประเทศจีน เอาไปฉีดให้ทหารหรือบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอสมควร ในหลายแสนคนก็ไม่พบ ผลข้างเคียงที่น่าวิตกกังวล ในขณะทีเราเคยได้ยินผลข้างเคียงของบางเจ้า วัคซีนไปแล้วนี่ไม่สามารถไปปฏิบัติงานได้ หรือต้องการการดูแลจากแพทย์ และพยาบาล จำนวนเปอร์เซ็นต์ไม่น้อยเช่นกัน ผมจึงเน้นย้ำคุณสมบัติอื่น ๆ นะครับ ที่เหมาะสมในการที่จะบริหารจัดการในบ้านเรา อันที่ 2 คือ ราคานะครับ บางอันดี แต่ว่าราคาแพง ว่าเราจะต้องฉีดเป็นจำนวนมาก อันที่ 3 นี่ ก็คือว่าจำนวนที่จะมีให้เรานะครับ 2,000,000 โดสนี่ เราได้มาในอีกเดือน 2 เดือนข้างหน้า แต่บางอันคุณภาพอาจจะดี เท่าที่มีข้อมูลแต่โน้นจะให้เราตอนปลายปีท่านจะรอหรือเปล่า ก็ต้องมีการชั่งนะครับ อันนี้เป็นเรื่องเราจะต้องกลับมาพิจารณา แต่อย่างไรก็ดี ที่เราจะมาใช้นี่ คุณภาพต้องเป็นที่เรายอมรับได้ ก็กำหนดว่าประสิทธิภาพเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปนี่ ก็สามารถเอามาเป็นวัคซีน แล้วก็ใช้ได้นะครับ เรื่องอาการไม่พึงประสงค์ทั้งหลายนี่นะครับ เรื่องอาการไม่พึงประสงค์นี่ว่ามันจะเกิดมาก เกิดรุนแรงนะครับ ในหมู่ผู้รับการฉีดก็จะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล เพราะฉะนั้นคือสิ่งที่เราจะขอขส่วนเรื่องของการที่จะต้องผ่านด่านต่าง ๆ คุณภาพต่าง ๆ ก่อนที่จะรับขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ผมคิดว่าคุณหมอ สุรโชคครับ // ครับเรียนสื่อมวลชนแล้วท่านผู้ชมทางบ้านครับ ก็อย่างนี้ครับ ประเด็นว่าการขึ้นทะเบียนของ อย. นะครับ บทบาทของ อย. นะครับ เรามีหน้าที่ที่จะดูแลเรื่องยา หรือว่าวัคซีนอะไรก็ตามที่มาใช้ในประเทศไทยนี่ ต้องมีการถูกประเมินก่อน โดย อย. จะดู 3 เรื่องใหญ่ ๆ นะครับ ก็คือดูว่ายานั้นมีคุณภาพดีไหมนะครับ มีความปลอดภัยในการใช้ไหม และอันสุดท้ายดูประสิทธิภาพว่า มีประสิทธิภาพเพียงพอไหมนะครับ เพราะฉะนั้น ทั้ง 3 ประเด็นนี้นี่จะเป็นอันที่ ผู้ที่เข้ามายื่น ทั้ง 3 ประเด็นนี้ เพื่อประกอบให้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่ง อย. จะมีผู้เชี่ยวชาญ ของทาง อย. เองเราจะมีผู้เชี่ยวชาญสำหรับวัคซีคโควิด เรียกว่ามีผู้เชี่ยวชาญทุกคนในประเทศนี่ก็มาช่วยในการประเมินแล้วก็พิจารณาวัคซีนนะครับ เพื่อให้ 1 ก็คือ ขั้นตอนต่าง ๆ เร็วขึ้น 2. ก็มีการพิจารณาอย่างครบถ้วน ทุกมุมทุกด้านนะครับ ในวัคซีนที่จะทำการขึ้นทะเบียนนะครับ ตอนนี้มีผู้มายื่น 2 ราย อย่างที่ทุกคนทราบคือ ของ Adta Silica ของ Adta เนื่องจากอย่างที่บอกนะครับ ข้อมูลมันยังไม่ครบ แต่ว่าสมัยก่อนใน อย. ในขั้นตอนวัคซีนอื่น ๆ นึ่ สมัยก่อนนี่ต้องรอให้ข้อมูลครบเราถึงจะดำเนินการ เนื่องจากโควิดนี่ เป็นสถานการณ์เร่งด่วน อนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ นี่มายื่นทีละส่วนได้ แต่เราจะพิจารณา ก็ต่อเมื่อครบแล้วครับ ที่เขายื่นนี่ เราก็ได้มีการให้ผู้เชี่ยวชาญอ่านแล้วก็ประเมินไว้ล่วงหน้าไว้ก่อน การที่เราจะมายื่นขึ้นทะเบียน เนื่องจากหลักฐาน คุณภาพดีประสิทธิภาพความปลอดภัยแล้วนี่ ก็ต้องมัผู้ที่รับผิดชอบ คือ ผู้ที่นำเข้า หรือผู้ที่มายื่นการขึ้นทะเบียนหรือการจำหน่ายในประเทศไทยนะครับ ต้องประกอบด้วย 2 ส่วนนะครับ คือ ผู้นำเข้า และผู้แนะนำโปรดักส์ ค่ายก็ต้องมีหน้าที่ที่จะมีหลักฐานนำเข้ามาจากผู้ผลิตโดยตรงครับ ไม่มี... คือ ถ้าใครนำเข้าโดยที่ไม่มาขอยื่นเป็นผู้นำเข้าก่อน อาจจะเป็นผู้ที่เมื่อเขานำเข้า แต่ไม่ยื่น อาจจะเป็นวัคซีนปลอมนะครับ เพราะฉะนั้น การที่ผู้นำเข้าจะต้องมายื่นกับ อย. ก่อน ก็จะเป็นประกันได้ว่าผู้นำเข้านี่ได้มีการติดตามกับบริษัทที่ผลิตโดยตรง อันที่ 2 ก็คือผู้นำเข้าต้องมีความรับผิดชอบ และจัดจำหน่าย ก็ต้องเป็นการรับผิดชอบนะครับ ทาง อย. ยินดีให้กับผู้ผลิตแล้วก็บริษัทนำเข้า 2 บริษัท ที่กล่าวมานะครับ ไม่ใช่เฉพาะ 2 บริษัทที่กล่าวมานะครับ ก็คือใครก็ตาม มายื่นเป็นขอผู้นำเข้า และนำวัคซีนเป็นเอกสารประกอบ อย. พร้อมที่จะรับนะครับ รวมทั้งภาคเอกชนต่าง ๆ ด้วย โดยที่บางครั้งอาจจะเป็นบริษัทที่นำเข้ายาโดยตรงอยู่แล้ว แล้วก็มาโรงพยาบาลเอกชนอาจจะมีการซื้อกับบริษัทที่มีการนำเข้านั้นนี่ เป็นผู้นำเข้า ก็ขอยื่นเป็นผู้นำเข้า ยื่นเอกสารเพื่อจะประเมินประสิทธิภาพทั้งหมดนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ขอเรียนนะครับ ในการพิจารณานี่เราทำขั้นตอนครบ เพียงแต่ว่าเราทำกระบวนการให้เร็วขึ้น ไม่ได้ว่าข้างขั้นตอน แต่ว่ามีการระดมผู้เกี่ยวข้อง ทำไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้เร็ว ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้เร็วนะครับ ก็เรียนให้ทุกคนได้รับทราบ ขอบพระคุณครับ (นายแพทย์ ปราการ) ครับ ก็ขอขอบพระคุณมากครับ มีคนอยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ วัคซีนก็มีประสิทธิภาพ แต่เกรงว่าเมื่อมีข่าวมาอย่างนี้ จะทำให้เราจะสามารถได้รับวัคซีนได้ทันไหมครับ ในเดือน 2 เดือน ข้างหน้านี้นะครับ ขอกราบเรียนถามนะครับ // คิดว่าขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบอะไรต่อที่ดำเนินการ แต่เป็นไปตามแผนทั้งหมด ก็ต้องว่ากันอีกทีนะครับ เช่น ข้อมูลบางอย่างไม่มา อาจจะมีผลกระทบได้ แต่ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามแผนนะครับ นั่นหมายความว่าปลายเดือนกุมภาพันธ์เราน่าจะ Start ได้ // แล้วก็ทางอย. ให้ความเห็นว่าอย่างไรครับ // ตอนนี้เราก็อย่างที่ว่านะครับ เรามีการเตรียมทีมไว้ คุยกับผู้มายื่นว่า ข้อมูลต่าง ๆ ให้ยื่นให้เสร็จภายในประมาณช่วงก่อนสิ้นเดือนมกราคมได้ถูกประเมิน และให้ผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินให้ครบ มีบางส่วนยื่นมาแล้ว เราก็มีการประเมินมาบางส่วนแล้วนะครับ ยกตัวอย่างของ Sinovac ก็รอข้อมูลอย่างที่ท่านอธิบดีฯ ว่านะครับ ที่เขา... เราได้ข่าวมานี่ทางต้องรวบรวมข้อมูลเป็นหลักฐาน เป็นทางการผ่านตัวแทน ที่มีการนำเข้า มายื่นข้อมูล ซึ่งเราก็จะดูข้อมูลว่าตรงนั้นเป็นอย่างไรนะครับ ก็ยังมีคำถามเกี่ยวกับวัคซีนอีกนะครับ ว่ามีผู้เสนอครับ บอกว่า วัคซีนที่นำมานี่ ต้องฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง แล้วก็บุคคลากรทางการแพทย์ก่อน 2 โดส ปีนี้ 1 โดส ปีหน้าอีก 1 โดสเพื่อให้มีภูมิคุ้นกันอยู่นี่ ข้อมูลอันนี้จะเป็นไปได้หรือเปล่าครับ หรือว่าจะมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้างครับ // คือโดยหลักอย่างนี้ครับ ไม่ว่าเจ้าไหนในปัจจุบัน ถ้าฉีดเข็มเดียว อาจจะใช้เวลา... ชาวบ้าน บางคนก็ขึ้นครึ่ง ๆ กลาง ๆ นะครับ ซึ่งถ้าฉีดปีนี้ 1 โดส แล้วรอปีหน้าค่อยฉีดโดสที่ 2 แปลว่าปีนี้มีความเสี่ยงอย่างมากว่า เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นแผนเรื่อง เวลาเท่าไรอย่างไรนี่ ก็ขึ้นกับเวลาวัคซีนมาจะมาในช่วงไหน เช่น ถ้าช่วงหลังพฤษภาคมนี่ แผนนี่ แอสต้าเซเนก้านะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้นี่เราจะฉีดให้ครบ 2 โดส เพราะว่าการครบ 2 โดส ก็มีภูมิคุ้มกันป้องกันโรคนะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นชุดหนึ่งนะครับ ที่ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อนะครับ เป็นอนุฯ นะครับ ท่านก็จะไปพิจารณาว่าแผนการฉีดควรจะเป็นอย่างไร ถึงจะได้ประโยชน์กับเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกัน ผมเรียนอย่างนี้ครับ วัคซีนนี่ เราไม่ได้เน้นที่ปัจเจกบุคคลนะครับ อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่เราเน้นในภาพรวมของชุมชนมากพอในการหยุดยั้งอำนาจการระบาดของโรคฃนะครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องการให้ใครป่วยเป็นโรค อำนาจการระบาดของโรคนี่มันลดมากถอยลงเราก็จะใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติ แต่อาจมีคนป่วยบ้างเล็กน้อยไม่เป็นไรนะครับ ขอบคุณครับ // ครับ ขออนุญาตเสริมประเด็นนี้นิดหนึ่งครับ ก็จะดูข้อมูลประสิทธิภาพ ของวัคซีนนั้น ๆ ประสิทธิภาพเขาอยู่ช่วงไหน ข้อมูลไปว่า ระหว่างคนจะฉีด 2 เข็มนี่ ประมาณเท่าไรนะครับ ส่วนข้อมูลดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญอย่างที่ท่านอธิบดี ประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร อีกทีแต่ว่า อย. ท่านจะเห็นว่าอาจจะได้ดูข่าวของต่างประเทศ แต่ว่ามีประสิทธิภาพถึง 2 สัปดาห์ อาจจะเว้นห่าง 4-12 สัปดาห์ อะไรนี่ ประเด็นเหล่านี้ ประสิทธิภาพในการวิจัย ที่ให้ความรู้แล้วก็ข้อมูลที่ประกาศในวัคซีนนั้น ก็จะมีอนุกรรมการอีกทีหนึ่งครับ // ก็เป็นข้อมูลที่ประชาชนทุกท่านนี่ได้รับข้อมูลและเกิดความเชื่อมั่นได้เลยครับ ว่าวัคซีนที่จะมาฉีดให้กับคนไทยจะต้องมีประสิทธิภาพ และจะต้องได้รับโดสในปริมาณที่สมควรนะครับ และทำให้เกิดภูมิคุ้มกันในชุมชนขึ้น เพราะฉะนั้น สบายใจได้ครับ มีคนที่ทำหน้าที่แล้วก็เพื่อผลประโยชน์ที่สุดของประชาชนทุกท่านครับ ต่อมาครับ ยังมีคนสงสัยครับ เรื่องการติดเชื้อของเด็ก 3 เดือนครับ ในกรุงเทพมหานคร อยากจะทราบผลสอบสวนเป็นอย่างไรบ้างครับ ขอเรียนเชิญครับ // ครับ กรณีของเด็ก 3 เดือนที่มีการติดเชื้อนะครับ ก็เป็นการติดเชื้อในครอบครัวนะครับ ในบริเวณในเขตบริเวณพื้นที่บางบอน ติดกัน 3 คนนะครับ ครอบครัวมี 5 คนนะครับ มีคุณแม่นะครับ แล้วก็ลูกอีก 3 คนนะครับ อายุ 3 เดือนนะครับ ลูกคนโต 7 ปี นะครับผม ส่วนคนแม่อายุ ซึ่งอาจจะเป็ฯจุด ใกล้กับสมุทรสาคร ใกล้กับสมุทรสาครนะครับ แล้วเราสอบสวนโรคเราพบว่า เพื่อนนะครับ มีเพื่อนของสามีของคุณนะครับ เพื่อนคุณพ่อนะครับ มากินหมูกระทะที่บ้านนะครับผม แล้วก็มีอาการ จมูกไม่ได้กลิ่น แก็ไปตรวจแล้วก็พบว่ามีการติดเชื้อนะครับ ก็ทำการแจ้งไปที่ครอบครัวนี้ก็ไปทำการตรวจนะครับ ทั้ง 3 ราบ ทั้งแม่และลูกชายทั้ง 2 คนไม่ได้มีอาการนะครับ ทุกคนเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ แล้วก็เป็นผ แต่ว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง นำเข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้วครับ // ขอบคุณครับ ยังมีอีกอันหนึ่งครับ ที่เด็กนักเรียนทุกคนเฝ้าถามนะครับ เมื่อใดจึงจะสามารถไปเรียนได้ตามปกติครับ ขออนุญาตตอบคำถามเรื่องของ.. ส่วนเรื่องของที่ได้ประกาศที่ให้หยุดเรียน เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคนะครับ โดยหลักการแล้วนี่ กรณีที่นักเรียนนะครับ มีโอกาสติดเชื้อ และแพร่เชื้อได้ง่าย เพราะจำกัด มีการรวมกลุ่มคนนะครับ รวมถึงหลังการเลิกเรียนแล้ว อาจจะมีการรวมกลุ่มอยู่ข้างนอกได้ด้วย ในปัจจุบันนี้นะครับ ถ้าเราสามารถที่จะช่วยทำให้มั่นใจมากขึ้นนะครับ พื้นที่ที่มีการควบคุมสูงสุดนะครับ พื้นที่มีการควบคุม สามารถที่จะช่วยทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวันลงได้นะครับ แล้วก็มีการป้องกันตัวเอง การเว้นระยะห่างนะครับ การสวมหน้ากากอนามัยนะครับ การล้างมือบ่อย ๆ นะครับ เป็นมาตรการสำคัญ ที่สถานศึกษาหรือโรงเรียนต่าง ๆ วางเอาไว้ ให้คุณครูได้สอนนะครับ ถ้าดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ได้และจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงนะครับ ตามลำดับนะครับ ก็เป็นที่มาสำคัญที่เราจะเริ่มผ่อนคลายกันเหมือนระลอกแรกนะครับ ที่หลังจากผู้ติดเชื้อลดลง ก็เป็นมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ นะครับ ธิการที่จะประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่นะครับ ในสถานการณ์ที่อาจจะเกิดผู้ป่วยน้อยมาก จัดการทำให้การทำความสะอาด การดูแล การเว้นระยะห่างในโรงเรียนทำได้นะครับ ในการจัดการนะครับ ก็เดี๋ยวรอฟังจะพิจารรณาบางพื้นที่ก่อนไหมว่าให้มีการเรียนการสอนเกิดขึ้นนะครับ ในโรงเรียน อยากจะให้ท่านอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ครับ ได้กล่าวทั้งท้ายให้ประชาชนทุกท่านได้ฟังครับ // ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนนี่ให้ความสนใจ และที่หุ้นไม่ตก เพราะเขามีความหวังเรื่องวัคซีนครับ วัคซีนไม่ใช่สินค้าที่มีวางขายอยู่มากมายนะครับ ถึงแม้ว่าจะอยากซื้อมากันเต็มที่ แต่ขณะนี้ไม่มีที่ว่าอย่างนั้นนะครับ กับหลายเจ้า แต่ว่าด้วยข้อจำกัดบางประการ ด้วยราคาอาจจะแพงเกินไป คุณสมบัติบางอย่างอาจจะจัดการในบ้านเรายาก เช่น ต้องใส่ตู่เย็น -70 เป็นต้นนะครับ แล้วก็จำนวนที่จะมีให้นี่ บางหลาย ๆ เจ้า ก็ไตรมาสสุดท้ายในปีนี้เราก็อาจจะรอถึงขนาดนั้นได้ยากนะครับ ทั้งหลายนี่ ก็ต้องเรียนพี่น้องประชาชนครับ เราก็ได้พิจารณาข้อมูลทุกเรื่องอย่างรอบคอบนะครับ แล้วก็พยายามทำให้วัคซีนมาได้เร็วได้มากที่สุด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ว่าเราทุกท่านก็จะช่วยกันดำเนินการเรื่องนี้ให้ดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ // ครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณ นายแพทย์ ศิลิลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สุภโชค สหวิวัต นายแพทย์ จันทรรัตน์ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค นายแพทย์ วิชาญ ประวัน สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค ขอขอบคุณมากครับ ต่อมาครับ ยังมีเรื่องของการสั่งซื้อวัคซีน ห้ามสั่งซื้อมาเองเลยนะครับ หรือว่าจะไปซื้อชุดตรวจโควิด แบบ RAPID Test ซึ่งทำให้ท่านไม่รู้ว่าท่านติดหรือไม่ติดอย่างจริงจัง ทำให้ท่านนี่เกิดความประมาทได้ อันนี้นี่ห้ามโดยเด็ดขาด นอกจากพบการฝ่าฝืนเหล่านี้อยู่ ก็สามาถโทรศัพท์ไปที่สายด่วน อย. นะครับ โทร. 1556 หรือ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเลยนะครับ ที่จะให้ได้ข้อมูลเหล่านี้ครับ แล้วก็อยากให้ทุกคนได้โหลดแอปฯ หมอชนะไว้นะครับ เรื่องของคู่มือการเดินทาง โรคและอย่างที่บอกครับ สามารถโหลดได้ฟรีนะครับ โดยไม่คิดค่าบริการดาตา ไม่เปลืองค่าอินเทอร์เน็ตแล้วก็ทำให้เรานี่ได้รู้เรื่องของไทมไลน์ของตัวเองนะครับ และซึ่งสามารถโหลดได้ทั้ง IOS และ แอนดรอยส์ และสุดท้ายครับ เรื่องการบริจาคเลือด ตอนนี้เลือดขาดแคลนอย่างมากเลยครับ ก็ให้ความมั่นใจครับ ว่าเลือดที่ท่านไปบริจาค หรือสถานที่ที่ท่านไปบริจาคนี่มีการทำความสะอาดอย่างเข้มข้น ก็สวมหน้ากากผ้าไปด้วย เพราะฉะนั้น มั่นใจได้ บอกว่า ถ้าเกิดฉันเคยเป็น หรือว่าติดเชื้อนี้ไปแล้ว โคโรนาไปแล้วนี่ไปบริจาคเลือดได้หรือเปล่า ได้ครับ หลังจากที่ท่านหายแล้ว เป็นเวลา 3 เดือน ท่านสามารถไปบริจาคได้ครับ ทางหน่วยงานขอให้ท่านบริจาคเลือด เนื่องจากว่าเลือดของท่านนี่มีภูมิต้านทานไวรัสอยู่ ก็มีการเอาเลือดของท่านไปใช้ประโยชน์ต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกท่านที่จะต้องระมัดระวัง อีกอย่างหนึ่งครับ การรักษาระยะห่าง การล้างมือให้สะอาด สวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ เลยครับ แล้วก็ใช้แอปฯ หมอชนะ ไทยชนะ แล้วอย่าลืมครับ ถ้ารู้สึกไม่สบายหรือมีความเสี่ยงให้ไปเข้าที่การตรวจได้เลยนะครับ วันนี้ก็ขอให้ร่างกาย สุขภาพใจแข็งแรง ปลอดจากโรคไวรัสโคโรนา 2019 ครับ แล้วเรามีคลิปปิดครับ คลิปที่น่าสนใจ กำลังใจหลังกำแพง โดย เรือนจำกลางระยองครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) สู้ สู้ นะครับ พวกเราขอเป็นกำลังใจครับ [สิ้นสุดการถอดความ]