--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ สธ.แถลงสถานการณ์โควิด-19 (26 ม. ค. 64) subtitle: date: วันอังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 15.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สมาชิกราษฎอ๊อกปรากฎแเมียนมาร์ปราก ปราปรากฎปฏLaunchApplication2กฏปรากฏปฎปฎ (ดร.นพ. วรตม์) //สวัสดีครับ สวัสดีพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านนะครับ ท่านกำลังรับชมความคืบหน้าสถานการณ์ติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ประจำวันอังคารที่ 26 มกราคม พุทธศักราช 2564 ครับ ปรัทกระทรวงสาธารณสุข โชติพทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต รับหน้าที่รายงานในวันนี้ครับ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลราชวิถี ผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ครับ จังหวัดปทุมธานี และเขตใกล้เคียงนะครับ ทางด้านนายแพทย์เกียรติภูมิ ผู้บริหารลงพื้นที่ทำการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกที่จังหวัดสมุทรสาคร การทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ต่อไปครับ ซึ่งเราจะเห็นภาพหน้าประทับใจทุกวันนะครับ โดยสำนักงานสาธารณสุข ชุดขาวครับ ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกค้นหาและคัดกรองผู้ติดเชื้อครับ และสู้เพื่อ COVID-19 ที่จังหวัดสมุทรสาครต่อไปครับ ซึ่งจริง ๆ เรามีภาพน่ารัก ๆ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทีมคนห้าเชิงรุกสาธารณสุข จังหวัดกาญจนบุรีครับ ที่ส่งลงไปช่วยเช่นเดียวกันนะครับ การร่วมแรงร่วมใจกันครั้งนี้ ของกระทรวงสาธารณสุขจะทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยนั้น ส่งกำลังใจให้ทีมบุคลากรทางการแพทย์นะครับ ในครั้งนี้ต่อไปครับและเมื่อขณะเดียวกันนะครับ สื่อสารกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องในการที่โอกาสสื่อสารนะครับ รวมถึงกลุ่มที่มีปัญหาด้านการรับฟัง ดังนั้น เราต้องขอขอบคุณล่ามภาษามือนะครับ จากกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรีนะครับ ในการสื่อสารของกระทรวงสาธารณสุขให้กับประชาชนทั่วประเทศครับ สำหรับประเด็นแถลงข่าวในวันนี้มี 2 ประเด็นที่น่าสนใจด้วยกันนะครับ ประเด็นแรกเป็นประเด็นเกี่ยวกับวัคซีนครับ ตอนนี้คงเห็นจุดที่สนใจกันอย่างมากนะครับ เรื่องวัคซีนในประเทศไทย ซึ่งเราได้รับเกียรติ จากศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ศริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิและอีกประเด็นหนึ่งคือประเด็นประจำวันนะครับ และความคืบหน้าของ COVID-19 แทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรค และภัยธรรมชาติ สำหรับช่วงแรกในการแถลงข่าวในวันนี้ เป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กำลังจะเข้ามา ประเด็นเรื่องวัคซีนอะไรคือการฉีดวัคซีนช่วยชาติ มีวัคซีนอะไรบ้าง ความปลอดภัยเป็นอย่างไร และประสิทธิภาพต่าง ๆ เป็นอย่างไรนะครับ ต้องกราบเรียนเชิญนายแพทย์วัทนาภาครับ วิทยาลัยมหิดลครับ กราบเรียนเชิญอาจารย์ประสิทธิ์ครับ มาบรรยายตรงหน้านี้นะครับ // ขอบคุณครับ คือว่าถ้าจะอธิบายเรื่องวัคซีนผมอยากให้สื่อ สื่อมวลชน รวมทั้งผู้ชมนี่ ได้เข้าใจประโยชน์สูงสุดในการฉีดวัคซีนคืออะไร ผมเชื่อว่าถ้าทุกท่านเข้าใจแล้ว คำว่า "ฉีดวัคซีนช่วยชาติโควิด-19" โดยจะอธิบายเป็นรูปของ Diagram เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ขออนุญาตแบบนี้ว่า ผมขออนุญาตอธิบายประเทศไทยทั้งประเทศออกมาเป็นคอมมูนิตีเนี่เป็นชุมชนมีคน 20 คนนี้ เข้าใจ คงเห็นนะครับ วงขาว ๆ หมายความถึงคนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้มีภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับ COVID-19 อะไรเลย ในชุมชนแห่งนี้ทันที่มีข่าวเรื่องของการระบาดของโควิด-19 ก็มีคนจำนวนหนึ่งใส่หน้ากากนะครับ ทันทีที่วันไม่ดี คืนไม่ดี COVID-19 เข้ามาในชุมชนแห่งนี้ เหมือนกับเข้ามาในประเทศไทย จำลองภาพให้เห็นนะครับ ว่าจำนวนคนจำนวหนึ่งมีคนที่ติดเชื้อ COVID-19 จำนวนหนึ่ง ผมจะไม่เอาตัวเลขเทียบเป็นสัดส่วน แต่ผมจะเอาเป็นจำนวนหนึ่ง รุนแรงขนาดเสียชีวิต ที่อยู่ตรงรอบสีแดง วงสีแดง คือ คนที่ติดเชื้อโควิด-19 มีกากบาท คือ เสียชีวิต ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งติดเชื้อ COVID-19 และเสียชีวติ คนที่ใส่หน้ากากในที่นี้ คือ ใส่หน้ากาก ล้างมือ เป็นต้น คนเหล่านี้ก็โชคดี ตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ คือ ไวรัสที่กระจายในอากาศทั่ว ๆ ไผมให้หลักความจริงข้อหนึ่งคือ COVID-19 ไวรัสตัวนี้ ถ้ามันล่องลอยอยู่ในอากาศ เอาแค่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ไม่ถึงนาทีมันก็ไปแล้ว มันก็สลายตัวไปแล้ว ถ้ามันอยู่โดยมีสิ่งห่อหุ้มมัน เสมหะห่อหุ้มมัน แต่มันแบ่งตัวมันเองไม่ได้ เพิ่มตัวเองไม่ได้ ไวรัสตัวนี้มันจะเพิ่มจำนวนได้ ต่อเมื่อมันเข้าไปในสิ่งมีชีวิต จะเป็นสัตว์หรือเป็นคนก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้เราพูดถึงคน มันถึงเพิ่มจำนวน และออกมาทำการแพร่ระบาดได้ ผลจำลองต่อมาถัดจากสถานการณ์เมื่อกี้ คน 2 คน เสียชีวิตไปแล้ว ชุมชนตอนนี้เหลืออยู่ 18 คน แทนที่จะ 20 คน คนที่ติดเชื้อจากสีแดง ๆ อย่างที่เห็นอยู่นั้น คนเสียชีวิต โดยธรรมชาติของโควิด-19 ร่างกายคนนั้นจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น ข้อมูลที่เรามีจนถึงเวลานี้ ภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ สร้างไปเลื่อย ๆ ติดเชื้อ กลายมาเป็นสีน้ำเงิน วงกลมสีน้ำเงิน คือ เป็นบุคคลที่มีภูมิคุ้มกัน COVID-19 แล้ว สีขาวแต่เดิมยังไม่ติดเชื้อ ในเมื่อไวรัสมันกระจายทั้ว ๆ ไป คนเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มติดเชื้อใหม่กลุ่มที่ 2 ที่ภาพจับเมื่อกี้นะครับ ในกลุ่มที่ 2 ติดเชื้อเพิ่ม มีอีก 1 คน เสียชีวิต คนที่ป้องกันตัวเอง ใส่หน้ากากมีใครบางคนเผอิญละเลย ไม่ระวังตัวเองจากคนที่ใส่หน้ากากคนนั้นก็กลายมาเป็นคนติดเชื้อ เพราะไม่ได้ระวังตัวเอง เพราะฉะนั้นจำนวนคนติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น จากคนไม่มีภูมิเลย ก็กลายเป็นคนติดเชื้ไม่เสียชีวิตกลายเป็นคนมีภูมิคุ้มกัน ถัดจากนี้ไปมาจนถึงส่วนนี้ จะเห็นว่าจำนวนคนที่ภูมิ หากคนเหล่านี้ไม่เสียชีวิต สีแดงก็จะกลายเป็นสีน้ำเงิน ก็กลายเป็นมีภูมิ ฉะนั้นภาพนี้เป็นภาพจำลองสถานการณ์ คือ สุดท้ายเรามีคนที่มีภูมิคุ้มกันอยู่เยอะ อยู่ในชุมชนแห่งนี้ มีคนบางที่ป้องกัน ภูมิก็ไม่มี ก็ไม่ติดเชื้อก็อยู่แบบนี้ แต่ชุมชนนี้หายไปแล้ว 3 คน เพราะเสียชีวิต หายไปแล้ว 3 คน ก็เสียชีวิต หมายถึงอะไร การแลกมาซึ่งการภูมิคุ้มกัน แลกไปด้วยชีวิต 3 คน ถัดไปครับ เรามาจำลองสถานการณ์ใหม่ จำลองสถานการณ์ใหม่ หากทุกคนในชุมชนแห่งนี้ ทุกคนในชุมชนแห่งนี้ ไม่ใช่ทุกคน 5 คน ในชุมชนแห่งนี้มีภูมิคุ้มกัน อย่าถามผมว่าภูมิมาจากไหน หาก 15 คนในชุมชนนี้คนไม่มีภูมิ นี่ชุมชนใหม่เหมือนกันมี 1 คน ใส่หน้ากากระวังตัวเอง แต่ 4 คนนี้ไม่ได้ระวัง วันไม่ดี คืนไม่ดี ไวรัสจู่โจมเข้มา 15 คนนี้ที่มีภูมิอยู่ จะทำอะไรไม่ได้ ไวรัสที่ล่องลอยอยู่ในอากาศก็ไปติดกับคนที่ไม่มีภูมิ 4 คน ซึ่งไม่ได้ระวังตัวเอง ก็กลายเป็นคนติดเชื้อ โชคร้ายมี 4 เสียชีวิต สิ่งที่เกิดขี้นในชุมชนนี้ จาก 20 คนก็จะเหลือ 19 คน ที่เหลืออยู่ก็มีภูมิคุ้มกันหมดแล้ว ทันทีที่มีคุ้มกันหมด ไวรัสที่อยู่ในอากาศมันอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะมันเข้าไปในตัวคนไม่ได้ เข้าไปไม่ได้ตัวมันก็จะสลายไป นี่คือเหตุผลที่มีการพูดกันถึงว่า หากสัดส่วนประเทศใดประเทศหนึ่งมีจำนวนเยอะพอ มันจะทำให้ไวรัสไม่สามารถอยู่ในพื้นที่แห่งนั้นได้ และมันจะสลายไปในที่สุด สำหรับ COVID-19 ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน เพราะไวรัสตัวนี้ยังใหม่ โรคบางโรค ในอดีต โรคหัด สัดส่วนของคนในประเทศนั้นมีต้องมี 95 เปิมีภูมิ หัดจะหายไปจากประเทศนั้นน้อย ถึงยังต้องมีการฉีดวัคซีนตลอด หากเป็นปอลิโอ คนใน 80 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ปริโอจึงหายากมาก แต่วิธีการทำให้มีภูมิคุ้มกันเหล่านี้ทำได้ด้วย 2 วิธี สไลด์ก่อนหน้านี้ ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ สิ่งที่แลกมาคือ คนติดเชื้ออาจจะไม่เกิดภูมิเพราะเสียชีวิตไปก่อน เกิดภูมิเพราะเสียชีวิตไปก่อน แลกมาด้วยชีวิต แต่ถ้าเราทำให้เกิดภูมิโดยเป็นการติดเชื้อจากการฉีดวัคซีน หลักการเดียวกันเลย ทำให้เกิดการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนทำให้เกิดภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นให้มากพอ ตัวเลขที่มีการคาดการณ์ถึงโควิด-19 คิดกันคร่าว ๆ ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ 60-70 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอน 60, 70 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ๆ หนึ่ง น่าจะทำให้ไวรัสมันหายไป และถ้าภูมิเยอะเหล่านี้ทำให้ไวรัสในอากาศมันเข้าตัวคนไม่ได้ ไม่นานมันก็จะหายไป แล้วถ้ามันหายไปอย่างถาวร คนใส่หน้ากากก็ค่อยเลิกใส่หน้ากาก แต่ต้องหายไปถาวร อันนี้ย้ำนะครับ เพราะว่า เราต้องย้ำเรื่องเหล่านี้ แสดงว่ามีภูมิปุ๊บ แล้วถอดหน้ากากเลย อันนี้อันตรายจริง ๆ และในต่างประเทศที่มีการฉีดวัคซีนมีการย้ำตรงนี้มาก ๆ ตรงนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการจำลองสถานการณ์อธิบายความหมายว่า ถ้าเราคนไทยช่วยกันฉีดวัคซีน เราจะช่วยชาติ เพราะทันทีที่คนไทยมีภูมิคุ้มกันทันที ไม่ได้หลอกในประเทศไทย คำถามที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ คนจำนวนหนึ่ง กลัวกับการฉีดวัคซีน คนจำนวนหนึ่งอยากฉีดวัคซีน เพราะกลัวตายจากไวรัส แต่คนจำนวนหนึ่งกลัวจะตายจากวัคซีน เพราะฉะนั้น วิธีแรกสุดที่จะเอามาใช้ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก คงไม่มีใครอยากตายจากไวรัสแน่ เพราะฉะนั้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรกนะครับ ประสิทธิภาพ 2 อย่างนี้จริง ๆ น้ำหนักเท่ากันแต่เราจะเน้นเรื่องความปลอดภัย อันนี้ขอไปสไลด์วัคซีน นี้นิดหนึ่งนะครับ อันนี้เป็นข้อมูลล่าสุดที่เพิ่งผ่านมานี้ ทั่วโลก อันนี้ทั่วโลก ที่ผ่านเข้าสู่ระยะ 3 หรือผ่านระยะ 3 เรียบร้อยแล้ว ระยะที่มีการศึกษาคนอย่างน้อย 3 หมื่นคนขึ้นไป ในการจัดการป้องกันโควิด-19 หรือไม่ และขณะเดียวกันว่ามีความปลอดภัย ขณะนี้มีอยู่ 20 เอาเป็นว่า 20 ยี่ห้อ จาก 20 บริษัท วัคซีนที่ใช้กันเยอะ ๆ ก็ตามชื่อเหล่านี้ วัคซีนเยอะ ซึ่งวัคซีนโควิด-19 มันมี4 เทคโนโลยีนะครับ เทคโนโลยีอันแรกเป็นเทคโนโลยี ที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเข้ามา เป็นผู้ใช้แล้วก็ประเทศไทยไม่ได้นำเข้ามาแต่ว่าสูตรตัวนี้มันมีราคาแพง แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ที่ราคา ยังไม่เคยมีใครนำเทคโนโลยีนี้มาในการผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัส นี่เป็นครั้งแรกเราต้องระวัง ก็คือว่าเมื่อไรก็ตามที่ใช้ของใหม่ ๆ มันดี เพราะหลักการแล้วมันดีมากเลย และมันทำให้ประสิทในการป้องกันไวรัสสูงสุด ตอนนี้ตัวเลขที่ศึกษามาประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ คำถาม 95 เปอร์จำเป็นไหม ผมก็เรียนทุกท่านนะครับ ว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ท่านฉีดกันทุกปี ๆ มันจริง ๆ เพียงแค่ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เราไม่ได้จำเป็นจะต้องอาศัยวัคซีน 90 กว่าเปอร์เซ็นต์หรอก เราต้องการแค่ 60 เปอร์เซ็นต์หลอก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ก็พอแล้ว คือว่าหากเราได้วัคซีนเหล่านั้นมาแล้ว นี่คือเป้าหมายใหญ่ ไม่ใช่ติดเชื้อ หลายคนคงรู้นะครับ บางทีเราจะเป็นไข้หวัดใหญ่บ้าง แต่ไม่รุนแรงและไม่เกิดการเสียชีวิต อันนี้ คือ เป้าหมายใหญ่ 2 ตัวนี้ ขณะนี้มีการฉีดอยู่หลายประเทศ และหลายคนคงได้รับทราบข่าว ตอนตอนนี้ที่พูดถึงการฉีดวัคซีนเทคโนโลยีอันนี้ ซึ่งเราไม่ได้สั่งเข้ามาในประเทศไทยนะครับ จริง ๆ Technology ตัวนี้มีภาวะแทรกซ้อนระยะยาว ผมยังไม่พูดอันนี้ เพราะว่ามันยังไม่มีหลักฐานทางทฤษฎี มาดูนี่ คือ เทคโนโลยีของประเทศหนึ่งที่นำเข้ามา ก็คือวัคซีนตัวนี้ ที่เป็นของบริษัท Astazenegaหลักการของวัคซีนตัวนี้ หลักการของวัคซีนตัวนี้ที่ไม่ก่อโรคในคน คน แล้วก็เอาพันธุกรรมของ COVID-19 พันธุกรรมที่สร้างโปรตีนให้เยอะ ๆ ถ้าไปแตะกับไวรัสตัวนี้ แล้วเข้าไปในตัวเรา ภูมิคุ้มกันในตัวเราก็จะพบสนี่คือสิ่งแปลกปลอมในตัวเรามันเป็นสิ่งแปลปลอมนะ แล้วก็จดจำ คุ้มกันของคนเราทุกคนนี่คือสิ่งแปลกปลอม นี่คือเชื้อโรค และพอเมื่อจดจำได้ ในระยะเวลาอันสั้น ก็จะถูกกำจัดหมด เราจำหน้าไอ้สไปร์โปรตีนได้แล้ว เข้าไป พร้อมกับสร้างตัวนี้ พร้อมจะจัดการได้ทันที เพราะฉะนั้นไวรัสตัวนี้ มันถึงมีประสทิธิดีทีเดียว ตัวเลขในเวลานี้ AstraZeneca มันอยู่ที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้เราพูดถึงการฉีด 2 ครั้ง วัคซีนตัวนี้เนื่องจากไม่ได้เอาไวรัส COVID-19 มาทำ กระบวนการผลิตจึงไม่แพงเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีวัคซีนตัวนี้ ขณะนี้ในเมืองไทย เราจะได้ราคาประมาณ 5 เหรียญสหรัส ต่อ 1 โดสนะครับ เบ็ดเสร็จมันจะไม่แพงเมื่อเทียบกับ อีก 1 เทคโนโลยีตัวนี้ที่ทำด้วย รวมกับรัสเซีย เราไม่ได้สั่งเข้ามานะครับ แล้วก็วัคซีนที่ใช้โปรตีนเราไม่ได้เอาเข้ามาใหม่ก็ยังน้อยมาก แต่อีกวัคซีนที่จะนำหข้ามา Sinovac ที่กำลังจะเข้ามาในเดือนกุมภาพันธ์ ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่รัฐบาลสั่งเข้ามาเพราะว่า โดยลำพังแค่ พอ เราก็เลยสั่ง รัฐบาลก็เลยสั่งวัคซีนตัวนี้มันอาศัยเทคโนโลยีอีกตัวหนึ่ง โดยนำโควิด-19 มา แล้วก็ทำให้มันเปรี้ย คือพูดง่าย ๆ หน้าตาเหมือนเดิม ทำให้เกิดอันตรายเกินขึ้น เพราะมันเปรี้ยหมดแล้ว ตัวเรา ภูมิคุ้มกันในตัวเราก็จะจำ เพราะฉะนั้น ก็จะสร้างกลุ่มเซลล์ที่มีการจดจำ หน้าตา COVID-19 ค่าใช้จ่ายมันเลยสูง เพราะเทคโนโลยีตัวนี้ ไวรัสมาแล้วต้องขยายจำนวนของไวรัสในห้องปฏิบัติการที่ต้องไม่ให้เชื้อแพร่หลายออกมา เพราะฉะนั้น ป้องกันละบาดของเชื้อ เป็นเทคโนโลยีเดิมเดิมแต่แพงกว่าเทคโนโลยีใหม่ ได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ได้ผลอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ตัวเลข แต่ว่าสิ่งที่สำคัญ คือมันเพียงพอแล้ว สำหรับการกระตุ้นให้เกิดการคุ้มกัน เป็นเทคโนโลยีเดียวที่ใช้ในการผลิตไข้หวัดใหญ่เราฉีดกันทุกปี ฉะนั้น ถ้าเรามันปลอดภัยมาก มานานแล้ว เทคโนโลยีอันนี้ โดยทฤษฎี เพราะเนื่องจากเราไม่ได้ใส่ไวรัสอะไรเข้าไปเลย หรือโปรตีนอื่น ๆ โอกาสที่จะเกิดภาวะแซกซ้อนก็น่าที่จะน้อยในทางทฤษฎีในการศึกษาของ AstraZeneca มีกรณีที่เกิดขึ้น 2-3 กรณี แต่ไม่ได้เกิดนั่น คือ ในระยะเวลา 1 2 3 ฉะนั้น 2 ตัวนี้จะเป็นตัวที่เอาเข้ามาในประเทศไทย ในเวลา ถ้าเอาเข้ามา แล้วทุกคนฉีด เราจะครอบคลุมประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย ก็หวังว่าบวกกับคนที่มีภูมิคุ้มกัน เราก็จะมีจำนวนคนที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ก็น่าจะเป็นตัวเลขฃที่อาจจะทำให้ COVID-19 ถูกกำจัดไปโดยปริยาย นี่คือ เหตุผลที่ผมอยากจะน้ำ นี่คือคำว่า "ฉีดวัคซีนที่ช่วยชาติ" นอกจากป้องกันตัวท่านแล้ว ที่สำคัญ คือ ถ้าท่าน ๆ จำนวนเยอะ ๆ กว่าในประเทศ ครบแล้วมีภูมิคุ้มกัน COVID-19 ก็อยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ก็อยากให้เข้าใจในเรื่องเหล่านี้ และผมคิดว่าเป็นประเทศที่โชคดีนะ ที่ประเทศไทยเราไม่ไปเห่อเทคโนโลยี แล้วไปเอาตัวใหม่มา เพราะถึงที่สั่งวัคซีนตัวนี้ไป ก็คิดว่าฉีควัคซีนนี้ไหม ฉันไม่อยากตายด้วยไวรัส และฉันก็ไม่อยากตายเพราะวัคซีน แต่ 2 ตัวนี้ ผมย้ำนะครับ ในทางทฤษฎี และกระบวนการต่าง ๆ 2 ตัวนี้ถึงความปลอดภัย วัคซีนเพื่อย้ำในการนำเข้ามาและทุกคนเข้าใจข้อบ่งชี้ ถ้าเราช่วยกันนะครับ ในอนาคต... นัก ประเทศไทยจะมีอุบัติการณ์ ติด COVID-19 น้อยลง มากมายแล้วแต่ละคนก็มีภูมิ ภูมิคุ้มกันในโควิด-19 มันจะไม่อยู่นาน มันจะอยู่โดยทั่วไป... มีแนวโน้มในระยะยาว อาจจะมีการฉีดวัคซีนเหล่านี้ ปีละ 1 เข็ม อาจจะมีสิ่งพวกนี้ในอนาคต เอาเป็นว่าคาดการณ์ไว้เฉย ๆ ไม่อยากจะสรุปอะไรในวันนี้ คงเข้าใจวัตถุประสงค์การชี้แจงในวันนี้ ขอบคุณครับ // ครับ ต้องขอขอบคุณ ดร.นพ ประสิทธิ์ ธนาภานะครับ มหาวิทยาลัยมหิดลนะครับ มีคำถามถึงอาจารย์ประสิทธิ์อยู่ 1 ช้อนะครับ การฉีดวัคซีนเป็นการช่วยชาตินะครับ แต่ทำไมการรับวัคซีนจึงต้องเป็นไปตามสมัครใจ ทำไมเราไม่บังคับทุกคนให้ฉีดเหมือน ๆ กันหมดครับ // ครับ เป็นอย่างนี้ ในความส่วนตัวของผม เราไม่ควรบังคับ เพราะผมอยากให้แต่ผมอยากให้ เพราะยืนยันเลย วัคซีนแต่ละตัวปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือไม่ รักษา ผมไปรักษาคนไข้ 1 คน ให้ได้รับการรักษาแต่ผมอธิบายกับคนไข้ว่าผลกระทบอะไรอย่างไรบ้าง ถ้าคุณแค่ยินดี แล้วก็ผมคิดว่าสังคมไทย บอกว่าบังคับ เดี๋ยวจะเอายี่ห้อไหน เห็นไหมแบบนี้ดีที่สุด เข้าใจมัน ผมยืนยันนะครับ ว่าวัคซีนมีความจำเป็น และผมก็ยืนยัน 2 เทคโนโลยี สูงมาก อาการอาจจะมีบ้าง แต่ไม่รุนแรงเท่าที่มีรายงานในขณะนี้ ผมขอเชิญชวนตลอดนะครับ ว่าให้เราฉีดกันเถอะ เดี๋ยวเชิิญชวนมากไป เดี๋ยวัคซีนไม่พอนะ แต่ถ้าไม่พอเราจะสั่งเพิ่มเติมเข้ามา // ครับ ผมขอขอบคุณ ศาสตราจาร มหาวิทยาลัยมหิดลนะครับ ศาสตราจารย์ ดร.นพ. อย่างที่อาจารย์ย้ำไปนะครับ ว่าวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยนั้นมีความปลอดภัย ระบาดในอนาคตนะครับ ก็อยากให้พี่น้องปนะชาชนเกี่ยวกับวัคซีนตลอดนะครับ ผ่านทางช่องทางสาธารณสุข สำหรับประเด็นถัดไปครับ เป็นประเด็นที่ทหลายคนก็ติดตามมาตลอด เช้านี้สถานการณ์เป็นอย่างไรนะครับ สถานการณ์ในประเทศไทย สถานการณ์ทั่วโลก เป็นอย่างไร หลาย ๆ คนจะทราบแล้วนะครับ ว่าการติดเชื้อทะลุ 100 ล้านคนเรียบร้อยแล้วครับ สถานการณ์อย่างนี้เป็นอย่างไร ต่าง ๆ ในประเทศไทยเป็นอย่างไรนะครับ นามวาดครับ รักษาราชการแทนในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรคครับ //ครับ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่สนใจสถานการณ์ครับ วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ตัวเลขของโลก ถึง 100 ล้าน และก็เป็นวันแรกที่ผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศไทย ถึง 10,000 นะครับ ก็เมื่อเช้านี้ถ้าได้ติดตามการแถลงข่าว ศบค. ท่านนายแพทย์ทวีศิล ได้ระบุ390 กว่าวันนะครับ ที่เกิดมีการระบาดมา มีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง ใน 90 กว่าวัน ที่ครบ 100 ล้าน ก็จะเห็นภาพความพยายามของทุก ๆ ชาติในโรคนี้ในการรับมือกับ ระบาดครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ ต้องบอกว่ามันเป็นไวรัสที่หยุดโรค หยุดได้หลายเรื่องมาก โดยปกติแล้วนี่ การทำงานระหว่างประเทศมีกฏอนามัยระหว่างประเทศกับปัญหาสาธารณสุขที่กลายเป็นภาวะฉุกเฉินทั้งหลายนี่ ว่าพยายามไม่ให้มีการกระทบพยายามจำกัดผลกระทบด้านนั้นให้ได้มากที่สุด ที่ผ่านมาเราคงเห็นแล้วครับ ว่าหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ก็จะมีมาตรการเกี่ยวข้อง เดินทางไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองก่อนออกประเทศต้นทาง การตรวจสุขภาพทั้งหลาย หรือเมื่อมาถึงจะต้องมีการกักตัว ทั้งหมดทั้งหลายเกิดขึ้นจากการระบาดครั้งสำคัญของโลกในครั้งนี้ COVID-19 ครับ ครับสำหรับตัวเลขของประเทศไทยนะครับ ตามที่เรียนเมื่อวานนี้ที่แถลงข่าวว่าสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่มีการปูพรมนะครับ ลงไปตรวจที่สมุทรสาครนะครับ เพราะฉะนั้นตัวเลขที่เราคาดหมาย ตัวเลขที่ต่างจากในช่วงสัปดาห์แรกของวันนี้ ผู้ป่วยรายใหม่อย่างที่สมุทรสาครแถลงเมื่อวานนะครับ เอามาเป็นตัวเลขที่แถลงในวันนี้นะครับ ของวันนี้ก็ 959 ราย นะครับ ก็ติดเชื้อในประเทศ 937 รายนะครับ ติดเชื้อจากต่างประเทศ 22 ราย ยอดสะสมนะครับ 14,646 นะครับ แล้วก็เดี๋ยวลงรายละเอียดนะครับ ตอนนี้หายป่วยแล้วนะครับ ระลอกใหม่ ขออภัย ระลอกใหม่นะครับ ในส่วนที่ค้นพบจากการเฝ้าระวังหรือไปตรวจ นะครับ ใน 959 รายนี้ เป็นการติดเชื้อแล้วก็ค้นหาเชิงรุกในชุมชนนะครับ ระรอกใหม่แตะ 10,000 9 รายนะครับ หายป่วยแล้ว .. รายเสียชีวิตเพิ่มนะครับ ยังรักษาอยู่มีทั้งรักษาอยู่ในโรงพยาบลแล้วก็ในส่วนของคนที่อาการไม่มาก อยู่ที่โรงพยาบาลสนามอยู่ด้วย รวม 3,400 รายครับ ลำดับภาพนี้นะครับ ยอดสะสมถ้านับจากระลอกแรกมาถึงตอนนี้ 14,000 ก็เป็นเส้นสีน้ำเงินนะครับ แล้วก็ในส่วนของเริ่มต้นสัปดาห์นี้เนื่องจากการคัดกลองในเชิงรุกนะครับ ผ่านไปแค่ไม่กี่วันยังเป็นต้นสัปดาห์อยู่ เราก็ไป 1,344 นะครับ ซึ่งโอกาสที่จะ เส้นสีแดงจะสูงกว่าอยุ่ที่ 1,622 นะครับ ที่อยู่สูงมาก วันนี้เย็นวันนี้นะครับ เราก็คงจะติดตามการแถลงจากสมุทรสาคร ว่าจะพบเพิ่มเติมอีกเท่าไรนะครับ ครับ สำหรับภาพนี้นะครับ แท่งสีเหลืองแท่งสีเหลืองที่มียอดอยู่ที่ 448 ราย ที่เป็นการคัดกรองนะครับ แล้วก็มาแถลงในวันนี้ 26 มกราคมนะครับ ก็เป็นส่วนที่ทำให้ภาพรวมสูงนะครับ แล้วก็ในภาพเส้นสีแดง ถ้าเราลบส่วนที่เป็นการค้นหาเชิงรุก มาดูว่าแนวโน้มนะครับ จะเห็นว่าพีคที่สูงขึ้นนะครับ แล้วก็มีการลดลงมานะครับ มีช่วงปลายจะทำท่ากระดกขึ้น ที่ดูในระบบบริการ ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ที่ทรงตัวอยู่นะครับ ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าตรงนี้จะเพิ่มสูงขึ้นนะครับ ก็ชี้ชัดว่าประเทศไทยเรา เตรียมพร้อมในการที่จะรับมือในการที่จะควบคุมการระบาดเจอผู้ป่วยได้อยู่บ้างประมาณหนึ่ง ที่จะล้นระบบบริการนะครับ เราไม่ได้มุ่งหมายว่าจะเป็นศูนย์ จนโดยขณะที่จะทำให้เป็น 0 รายนั้นน่ะ ต้องแลกมาด้วยการปิดล็อก ที่ทำให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมีปัญหาอุปสรรคอย่างมากมายนะครับ ส่วนภาพจังหวัดครับ เป็นภาพที่สะท้อนต่อเนื่องเดิม ถึงแม้ว่าจำนวนนะครับ ช่วง 3-4 วันนี้ภายนะครับ แต่จำนวนจังหวัดนะครับ ก็ดูจำนวนที่เจอ จำนวนที่พบผู้ป่วยใหม่นี่ ก็ลดน้อยลงนะครับ แสดงว่ามาตรการโดยรวมนะครับ ที่ได้กล่าวถึงว่า จากจุดเริ่มต้นที่สมุทรสาคร เป็นจุดตั้งต้นแล้วก็มีสะเก็ดไฟกระจายออกไปนี่ สะเก็ดไฟนี่ ก็เกิดการลุกลาม มีหย่อม ๆ อยู่ที่บางจังหวัด ระลอกใหม่ จากกลางเดือนธันวาคม ตอนนี้ก็ปลายเดือน มกราคมนี่นะครับ หลายจังหวัดก็กลับสู่จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ แต่อย่างไรก็ตามครั บในภาพการเฝ้าระวังนะครับ เราก็จะไม่นิ่งนอนใจ การเฝ้าระวังนี่ นอกจากการจะดูผู้ที่มีอาการเข้าข่ายที่จะต้องส่งตรวจแล้วนี่ ก็ยังมีการพยายามขยายออกออกไป มีการสุ่มตรวจ ในคนเหล่านั้นจะมีผู้ติดเชื้อ COVID ออกมานะครับ ก็เป็นการเฝ้าระวังที่กว้างขวางเข้าไปอีกนะครับ เพราะฉะนั้น เราพยายามทำทุกวิถีทางนะครับ เพื่อจะให้เห็นว่า ส่วนที่ต้องที่ควรต้องตรวจ และส่วนที่ไม่ตรงนิยามมีอาการน้อย ๆ ไม่มีความเสี่ยง ส่วนภาพนี้ก็จะเห็นพื้นที่สีเขียวเยอะขึ้น ผู้ป่วยรายใหม่ในช่วงระลอกใหม่แล้วตอนนี้ไม่เจอผู้ป่วยรายใหม่มาเกิน 7 วันแล้วนะครับ มีมาก 46 จังหวัด บวกกับ 14 จังหวัด ที่ในระลอกใหม่ไม่เจออยู่เลย ที่ยังเป็นสีแดงอยู่ก็จะมี 8 จังหวัดเท่านั้นเอง ในช่วง 1-3 วันที่ผ่านมา เดี๋ยวไปดู Scoreboard แต่ตอนนี้เรามาแยกดูว่า ที่เจอรายใหม่ 937 ราย มาจากตรงไหนบ้างนะครับ รายในระบบบริการ 89 ราย มาจากสมุทรสาคร 70 รายนะครับ ก็ยังคงเป็นพื้นที่จุดตั้งต้นที่ยังเจอความชุกของโรคนี้จะหน้าแน่นอยู่นะครับ และได้กำลังใจจากบุคลากรจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาช่วย ก็ต้องเรียกว่ามีความทุ่มเทอย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะในพื้นที่ ยังมีจากข้างนอกมาช่วย นะครับ เจอไป 17 ราย มีสัญชาติไทย 16 ราย เมียนมา 1 ราย สมุทรสงคราม 1 ราย กรุงเทพมหานคร 1 ราย นะครับ ส่วนที่คัดกรองเชิงรุกในชุมชนนะครับ สมุทรสาคร 14 ราย เป็นแรงงานข้ามชาติ เป็นแรงงานต่างด้าว 84เป็นคนไทย 84 รายนะครับ แล้วก็ที่ค้นเชิงรุกในชุมชนนี่ กรุงเทพมหานคร 4 รายครับ เป็นคนไทยทั้งหมดนะครับ ส่วนสไลด์นี้ก็เป็นประเทศที่มีคนเดินทางเข้าสถานที่กักกันและเราก็เจอการติดเชื้อในการตรวจ ซึ่งบางรายก็เจอในวันท้าย ๆ ของการกักตัวนะครับ ในการกักตัววันที่ 12 อินโดนีเซียเป็นผู้ชายอายุ 37 ปี ในช่วงแรกครับ ไม่เจอ ไม่พบการติดเชื้อ วันที่ 12 ของการกักตัวนะครับ ก็เจอว่ามีการติดเชื้อ ก็เป็นมาตรฐานมีความเข้มข้นในการตรวจการติดเชื้อ การตรวจในวันที่ 12 เหมือนกัน เมียนมา 3 ราย ก็เข้ามาทางแม่สอด แล้วก็เรามี Local Quarantine นะครับ นะครับ ก็ต่างกันกับคนที่มาทางอากาศ ที่มาในส่วนของสุวรรณภูมิจะเข้ามาในทาง ASQ นะครับ ตรงนั้นถ้าเข้ามาตรงนั้นก็จะมี LQ ของพื้นที่ที่ดูแลอยู่นะครับ มีจากซูดาน 2 ราย ครับ และสไลด์นี้ ปากีสถาน อยู่ใน OQ นี่คือ Organization Quarantine นะครับ ก็เป็นการที่มีหน่วยงานจัดระบบเข้ามาเพื่อที่จะกักกัน แทนที่จะเข้าโรงแรมเข้ามี Option นะครับ หน่วยงานหรือสถานศึกษา ที่ผ่านการตรวจมาตรฐาน โดยกระทรวงสาธารณสุขครับ มาจากอังกฤษ 5 ราย จากเนปาล 1 ราย แล้วก็จากสาธารณรัฐประชาชนจีนอีก 1 ราย อเมริกา 3 ราย เดนมา์ก 1 ราย รัสเซีย มีอังกฤษอีก 1 ราย ตรงนี้เข้ามาที่ด่านนะครับ โอ.เค. ครับ ก็จะเห็นว่ายอดรวมทุกประเภทนะครับ สมุทรสาคร 914 รายนะครับ ของวันที่ 26 ซึ่งก็กระโดดมาจากเมื่อวานนะครับ 148 นะครับ ก็เท่ากับเมื่อวานซืน 148 นะครับ ของกรุงเทพมหานคร 21 จากเมื่อวาน 22 ราย แล้วก็เมื่อวานซืน 21 ราย เท่ากับ 3 วันนะครับ หลังจากนั้นเราก็เห็นลำดับถัด ๆ ไปไม่พบผู้ป่วย เราเห็นสมุทรสงครามเราพบ 1 ราย ในเมื่อวานเราพบ 3 ราย นะครับ ในกระดานหน้าที่ 2 นี้นะครับ ก็ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ โอ.เค. ครับ คราวนี้ในการแถลงสถานการณ์ช่วงบ่ายนี่ ขออนุญาตเพิ่มเติม ในทางระบาดวิทยาของผู้ติดเชื้อ อันนี้เอาข้อมูลที่เพียงพอในการวิเคราะห์ ... ราย นะครับ เราก็พบว่าอายุนะครับ ถ้าอายุกลาง ๆ กับทางระบาดวิทยา หรือมัถยฐาน นะครับ ก็คือ 34 ปี อายุน้อยที่สุด คือ 3 เดือน อายุมากที่สุดคือ 95 ปี ในกราฟแท่ง แผนภูมิแท่งด้านซ้ายมือ แยกเป็นกลุ่มอายุนะครับ กลุ่มที่เป็นสีน้ำเงิน สีฟ้า ๆ น้ำเงินตรงนี้นะครับ คือ 25-49 ปี คิดเป็น 62 เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้น เป็นความ Active ในการดำรงชีวิต ก็มีโอกาสมีสูงนะครับ ก็เลยมีมากถึง 2 ใน 3 เลยนะครับ อย่างไรก็ตามครับ การที่ทุกคนต้องมีชีวิตที่ต้องเดินทางเข้า-ออกบ้าน ก็ยังมีคนสูงอายุมีเด็กที่ได้รับผลกระทบ ก็จะได้รับสัดส่วนที่ลงหลั่นกันต่อไป ทางขวามือครับ เป็นโครงสร้างอายุ โครงสร้างอายุ สีฟ้า ซีกซ้ายก็เป็นเพศชาย เพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเป็นสัดส่วน ก็คือ 1.36 ต่อ 1 นะครับ หญิงต่อชาย ส่วนก็ใกล้เคียงกันนะครับ ทั้งเพศหญิงและเพศชายนะครับ ถามว่าในจำนวนที่กล่าวมา ความเสี่ยงนะครับ จะเกี่ยวเนื่องกับความเสี่ยงไหนที่สุด ปรากฏว่าคือความเกี่ยวเนื่องกับ Cluster หรือว่ากลุ่มก่อนการระบาดที่สมุทรสาครครับ คิดเป็น 2 ใน 3 เลย 65 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็รองลงมา ห่างกันมาเยอะนะครับ ก็คือการสัมผสกับผู้ป่วยยืนยัน ก็เช่นเป็นเพื่อนที่ร่วมกิจกรรมกัน ก็มีอยู่ 80 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้ถ้าเรามาให้ความสนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก็คือว่านะครับ แล้วก็มีหย่อมการระบาดในช่วงท้าย สาครอยู่กี่มากน้อย ถ้าดูในแผนภูมินี้ที่เป็นสีน้ำเงินที่ปรากฏในช่วงต้น ๆ เกี่ยวข้องกับกลุ่มก้อน หรือ Cluster ที่สมุทรสาคร ซึ่งจำนวนก็จะน้อยลงแล้วก็มีอยู่ประมาณ 1 รายบ้าง ประปายบ้าง มาเรื่อยจนถึงช่วงกลางมกราคม อันนี้คือส่วนที่เป็นสีน้ำเงิน นะครับ แต่ส่วนที่เห็นเป็นสีส้มนะครับ ที่เริ่มมีกลุ่มที่หนาแน่นมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปลาย ๆ ธันวาคม แบบเป็นฐานของกราฟเลยนะครับ กับผู้ป่วยยืนยันนะครับ เพราะฉะนั้น ผมย้ำว่ามากกว่าการบุคคล ผมก็เน้นย้ำอีกที การป้องกันโรคนี้ ถ้าเราเข้มงวดกับตัวเองนี่ ไปได้อย่างมากมายนะครับ แล้วก็ถ้าทุกคนให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองนะครับ อย่างทั่วถึงนะครับ แต่ละคน ๆ ก็จะลดการแพร่กระจายได้เองนะครับ เราควรรับการเพ่งโทษและก็ดูแลตัวเองให้เข้มข้นนะครับ กราฟนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงว่า มาตรการส่วนบุคคระหว่างบุคคลเป็นเรื่องจำเป็นบางสีที่จะไปเกี่ยวข้องกับที่ทำงานหรือสถานประกอบการนะครับ อันนั้นก็มาตรกราเชิงองค์กรนะครับ ก็มีความสำคัญเช่นกันนะครับ สไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นพื้นที่มหานครนะครับ เขตบางขุนเทียนมีโรงงานอยู่พอสมควรนะครับ ก็มีสีที่เข้ม ก็เป็นส่วนที่การดำเนินงาน มาตรการทั้งหลายยังคงทำอย่างเต็มที่ ยังมีเขตสะพานสูง และสำพันธวงค์นะครับ Cluster นะครับ อันนี้ก็จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติม แตกต่างจากการแถลงเมื่อเช้าด้วย ก็คือส่วนของ Cluster ที่เชื่อมโยงกับดีเจที่มีชื่อเสียงนะครับ ก็ตรงนี้จากเดิมที่พบผู้เกี่ยวข้องใน Cluster อยู่ 5 ราย Active Case Finding มีการตรวจซ้ำในกลุ่มเสี่ยงสูง ตอนนี้เราก็พบอยู่รายนะครับ ต้องเรียนครับ ว่าการเกิดกลุ่มก้นอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือ 2 เหตนะครับ มัน ในหลาย ๆ ครั้ง เราไม่สามารถจะชี้ชัดได้ว่า ป่วยจากคนเดียวหรือเปล่า เพราะทุกคนไม่ได้มีการตรวจในช่วงต้นมันอาจจะมีการติดเชื้อเงียบ ๆ อยู่ อาจจะอยู่ในช่วงที่แพร่ได้ หรือเช่นกันนะครับ ถ้าหากปริมาณเชื้อในร่างกายมีอยู่สูงนะครับ อย่างที่ท่านโฆษกฯ บอกมาถ้า แข็งแรงนี่ อาการก็อาจจะแพร่ได้ ถ้ามาดูลักษณะของกลุ่มก้อน คนนี้ จะเห็นว่า เป็นผู้ชายเกือบทั้งหมด คือ ผู้ชาย คือ 23 รายนะครับ คิดเป็น 96 เปอร์เซ็นต์นะครับ มีอาการกับไม่มีอาการ อะไรเยอะกว่า ปรากฏว่าในกลุ่มนี้นะครับ มีพลังอยู่ ในกลุ่มนี้นะครับ มีอาการอยู่ 80 เปอร์เซ็นก็เป็นการติดตามดูในรายละเอียดแล้วก็มีความเข้มข้นในบางรายตรวจพบอาการทีหลังนะครับ จากช่วงแรกที่ไม่มีอาการ กลุ่มอายุ ก็อยู่ระหว่าง 20-49 ปี นะครับ อาการที่ปรากฎ อาการไหนที่เด่นชัด อาการไอครับ ที่ปรากฏเด่นชัดมากที่สุด คิดเป็นครึ่งหนึ่งประมาณ 53 เปอร์เซ็นต์นะครับ ที่เป็นกราฟแท่งแนวนอนด้านขวามือ แนวนอนแล้วมีเลข 53 ข้างหลัง ตรงนี้นี่ 53 ที่รายงานและมีอาการเจ็บคอนี่ มี 37 เปอร์เซ็นต์ เท่ากันกับเรื่องไข้ มีน้ำมูก 33 เปอร์เซ็นต์ 1 ใน 3 ครับ ก็คือ 33 เปอร์เซ็นต์ มีเสมหะก็มีลงมานะครับ ถ่ายเหลวก็ลดลงมาอีก 11 เปอร์เซ็นต์ นะครับ ครับ ส่วนในเรื่องของวันเริ่มป่วย ก็เป็นด้านขวาล่าง ก็พบมีอาการรายแรกก็ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 1 ราย ทะยอยกันเรื่อยมา ที่ป่วยพร้อม ๆ กัน วันที่ 20 ก็จะเป็นกลุ่มก้อนที่เจอได้มากที่สุดนะครับ และก็ยังตามอยู่นะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้จึงเป็น "การค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม" Active Case Findที่เชื่อมโยงอยู่กับกลุ่มที่เราพบยืนยันอยู่แล้ว ในผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็จะต้องติดตามดูให้ครบ 14 วัน 2 ระยะฟักตัวนะครับ ส่วนภาพนี้เป็นภาพสมุทรสาครด้วยความเข้มข้นของการทำงานนะครับ สีแดง คือ การสุ่มตรวจในสถานประกอบการต่าง ๆ นี่นะครับ แล้วก็ในสถานประกอบการนั้น ถ้าหาว่าในพื้นที่นั้น เจอการติดเชื้อก็จะเป็นสีแดงนะครับ ก็จะเป็นสีเหลืองนะครับ อำเภอบ้านแพร้วนะครับ ทุกที่ที่ที่มีการเข้าไปสุ่มตรวจ ก็ออกมานี่นะครับ ไม่พบเชื้อก็จะมีอยู่บ้าง กระทุ้มแบน กับเมืองสมุทรสาคร ถ้าหากจะดูรายละเอียดที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ ก็เป็นไปตามภาพนี้นะครับ โดยที่ความหมายของสีก็เป็นเหมือนกันก็โดยรวมครับ มาดูผู้ป่วยในระบบบริการนะครับ จะเป็นระดับคงตัวในร้อยต้น ๆ จะดูมีการยกตัวขึ้นมา เป็นหลักร้อยต้น ๆ ในช่วงหลัง แต่เราก็ยังต้องติดตามกันต่อและเห็นผลของมาตรการของพื้นที่อื่น ๆ ก็เชื่อว่าของสมุทรสาคร การค้นพบในระบบบริการ ก็จะอยู่ในประมาณนี้แกว่างขึ้นลงนะครับ ถือว่าเราจำกัดพื้นที่ขีดวงได้ดี การพบจากการค้นหาเชิงรุกในสถานประกอบการ ยังเจอในสัปดาห์ที่เราปูพรมตรวจอย่างเข้มข้นนี่ล่ะครับ ในส่วนของการยกระดับการควบคุมกำกับสถานประกอบการ เน้นย้ำโดยเฉพาะผู้ทำงานข้ามจังหวัดนะครับ และการเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่กทม. ปริมณฑล และสมุทรสาครนะครับ พื้นที่อื่นเน้นยำในระบบบริการและการเฝ้าระวังเชิงรุกอย่างต่อเนื่องอย่างที่บอกแล้วก็ส่วนที่จะมีความสนใจนะครับ ในประชาชน และในสื่อ โดยเฉพาะผู้ปกคลองของนักเรียน เกี่ยวกับมาตรการของโรงเรียนนะครับ ช่วงที่นี้มีคำถามจะเปิดเรียนอะไรอย่างไร กระทรวงสาธารณสุขก็มีการเตรียมข้อมูล เตรียมมาตรการตรงนั้น ก็เตรียมมาตรการเหล่านั้น มาตรการออกมาชัดเจนอย่างไร ก็คงจะได้มาแถลงในเวทีแห่งนี้ในวันถัด ๆ ไปนะครับ ขอขอบคุณครับ //ครับ ต้องขอขอบพระคุณนายแพทย์ ฉเวกสัน กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพฉุกเฉินจากกรมควบคุมโรคครับ ฝากถึงพี่น้องประชาชนนะครับ เรื่อง การดำเนินการฉีดวัคซีน COVID-19 คนไทยนะครับ อำนวนการจัดการบริการให้วัคซีนจัดการเชื่อไรวัสโคโรนา 2019 โควิด-19 นะครับ ได้จัดการล็อตแรกนะครับ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มด้วยกันนะครับ คือกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 2. คือ ผู้ที่มีอายุมากขึ้นไปเป็นโรคประจำตัวนะครับ และ 4. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและควบคุมโรคครับ โดยตั้งเป้าเริ่มฉีดในวันวาเลนไทน์นะครับ 14 กุมภาพันธ์ 2564 นะครับ และได้ทำการจัดเตรียมความพร้อมในการสื่อสาร จัดทำ Line Official นะครับ ลงทะเบียนผู้รับวัคซีน รวมถึงการลงทะเบียนการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ก่อนวันที่จะฉีดวัคซีนนะครับ และประชาชนทั่วไปจะเปิดใช้งานในช่วง2564 นี้ เป็นต้นไปนะครับ ในขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกมีสถานการณ์ที่สูงอยู่แม้ตัวเลขจำนวนมากจะมาจากการปูพรมตรวจจังหวัดในพื้นที่สีแดงนะครับ แต่อย่างไรเราก็ไม่ควรประมาทนะครับ และควรดูแลสุขลักษณะ อนามัยของตนเองนะครับ เมื่อไปจุดเสี่ยงต่าง ๆ ลูกบิด ราวบรรได ห้องน้ำ ปุ่มกดลิฟท์ เมื่อสัมผัสแล้วขอให้รีบล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ทันทีนะครับ เลี้ยงการที่จะนำมือมาสัมผัสใบหน้าครับ ยังคงช่วยเหลือกันครับ กับมาตรการ DMHTT นะครับ คืออะไรครับ D-M-H-T-T สวมหน้ากากอนามัยให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ สแกนแอปพลิเคชัน ไทยชนะ วัดอุณหภูมิ ป้องกัยให้ตัวเองปลอดภัยวันนี้ก่อนจะลาจากกันไปครับ พบกับคลิปดี ๆ จาก สสส. ครับ มาตรการการป้องกันตัวเองจากCOVID-19 โดย ศศศ. นะครับ สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) ล้างมือกันหรือยัง ช่วยกันสู้โควิด สวมหน้ากากให้สนิท เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร ช่วยกันสู้โควิด [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]