--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ สธ.แถลงสถานการณ์โควิด-19 (28 ม. ค. 64) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 15.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (นายแพทย์เอกชัย) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่ข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถ่ายทอดสดจากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันที่ 28 มกราคม พุทธศักราช 2564 ผม นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ครับ เรามาเริ่มต้นด้วยข่าวที่น่าสนใจประจำวันกันก่อนนะครับ ภาพแห่งความประทับใจ ขอร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมนักรบชุดขาวครับ นั่นคือบุคลากรทางการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขล่าสุดครับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สนับสนุนการดำเนินงานสอบสวนควบคุมโรค COVID-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ขอขอบคุณในธานน้ำใจของชาวกระทรวงสาธารณสุขทุกท่านนะครับ ที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนของเรานะครับ รวมไปจนถึงประเทศชาติ ในการที่จะช่วยควบคุมป้องกันให้สถานการณ์นี้เราจะผ่านไปด้วยกันครับ ก็เป็นที่แน่นอนนะครับ ว่าเหตุการณ์ของ COVID-19 จะมีวัคซีนฉีดไปในหลายประเทศทั่วโลกแล้วนะครับ แต่ว่าตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตรายวันนะครับ ที่มีการรายงานจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็ไม่ได้ลดลงเลย รวมไปจนถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ด้วยกันนะครับ ในวันนี้ครับ เราจะมาเริ่มต้นกันด้วยเรื่องของรายงานสถานการณ์รายวันนะครับ ประเด็นลงลึกหลังจากทุกท่านได้ฟังรายงานแถลงข่าวของ ศบค. เมื่อเช้าในช่วงบ่ายทุกวันก็จะเป็นประเด็นลงลึก พี่น้องประชาชนท่านใดมีคำถามนะครับ สามารถถามสดเข้าในรายการของเราได้เลยนะครับ และในช่วงนี้นะครับ เรามาพบกับ นายแพทย์ เฉวราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรคครับ ขอเชิญ นายเฉวตสรร (นายแพทย์ ฉเวกสรรค์) สวัสดีครับ ความต่อเนื่องนะครับ แล้วก็เป็นที่น่าสนใจ ในกระแสสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่อง cluster ที่เกี่ยวเนื่องกลุ่มก้อนการระบาดในบางจุดนะครับ ก็เป็นที่รับรู้กัน แล้วตัวเลขขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง ที่วันก่อนนี่นะครับ เรามีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ในหลัก 900 ลดลงมาอยู่หลัก 800 วันนี้ลดลงมาเหลือ 756 ครับ เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดกันครับ สถานการณ์ระดับโลก 100 ล้าน 100 กับ 1,000,000 ผ่านร้อยล้านมาเข้าวันที่ 3 เป็นส่วนที่เรียกว่าการเพิ่มขึ้นนี่นะครับ ยังคงเพิ่มขึ้นนี่นะครับ ยังคงต่อเนื่องในทุก ๆ ส่วนของโลกนะครับ และก็ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,000,นะครับ ใกล้ ๆ 2,200,000 อเมริกายังเป็นประเทศที่เป็นอันดับ 1 ติดเชื้ออยู่ 26 ล้าน เสียชีวิตอยู่ 439,000 นะครับ แล้วก็ลำดับถัด ๆ มาก็ยังเป็นประเทศเดิม ๆ ครับ อินเดีย บราซิล รัสเซีย อังกฤษ สำหรับสถานการณ์ของเอเชียนะครับ ที่เพื่อนบ้านเรา รายใหม่ในรอบวันก็มาที่ 680 รายนะครับ เมียนมา 434 รายนะครับ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 140 ครับ คราวนี้มาดูที่ภาพรวมจากตั้งต้นการระบาดนะครับ จากระลอกแรกมาจนถึงปัจจุบัน 756 รายบวกเข้ามาทำให้ 16,221 รายนะครับ ซึ่งถ้าแยกเป็นติดเชื้อในประเทศนี่ เป็น 13,804 รายนะครับ ภาพผู้ติดเชื้อภายในประเทศเห็นชัดเจนเป็นจำนวนที่สูงขึ้นมานี่นะครับ ซึ่งลักษณะการระบาดก็แตกต่างไปจากครั้งแรก ครั้งแรกนั้นจะเป็นผู้ที่เดินทางเข้ามา ระลอกแรกผู้เดินทางเข้ามาต่างประเทศเป็นกลุ่มก้อนที่ชัดเจน ถ้าพวกเราจะจำได้มีนาคม แล้วก็เมษายน ก็คือผู้เกี่ยวข้องกับเวทีมวยนะครับ และก็ในส่วนของสถานบันเทิงกลางคืน ส่วนนั้นก็จะเป็นการติดเชื้อในประเทศ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเดินทางเข้ามาแล้วก็พบการติดเชื้อ รวมถึงช่วงหลังนะครับ ช่วงประมาณกลางปีที่ผ่านมา ก็จะเป็นกรณีที่เดินทางเข้าประเทศแล้วอยู่ในสถานกักกันกำกับดูแล คือ ควบคุ้มไว้ตลอด ไม่ให้หลุดรอดมา เพื่อที่จะทำให้เกิดการระบาดต่อเนื่องนะครับ ผู้เสียชีวิตไม่มีเพิ่มนะครับ ในวันนี้นะครับ ถ้ามาดูในส่วนของระลอกใหม่นะครับ ตั้งแต่ 15 ธันวาคมมานี้นะครับ ยอดผู้ป่วยสะสมตอนนี้ 11,984 รายครับ ระลอก 2 นี่ ก็แตะหลักหมื่นมา 3 วันแล้วนะครับ ถ้าเรามาดูที่แต่ละรายนี่แยกเป็นที่พบในโรงพยาบาลนี่ 22 รายเท่านั้นเองนะครับ ก็เป็นตัวเลขที่ เดี๋ยวเราไปดูกรฟากันว่า 22 รายนี่ ลดลงมาจากเมื่อวานกับเมื่อวานซืน ก็พอสมควรนะครับ ที่เราเจอ ก็คือเป็นผู้ติดเชื้อที่มีกิจกรรมเชิงรุกในชุมชนนะครับ 714 ราย แล้วก็ส่วนใหญ่พบที่สมุทรสาครครับ ครับ ในภาพนี้นะครับ เราเห็นช่องสีเหลืองไข่ไก่ 3 แท่งท้ายก็คือสัปดาห์นี้ ที่ได้กล่าวไปเมื่อวันอาทิตย์แล้วนะครับ ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่มีการปูพรมตรวจสถานประกอบการต่าง ๆ ตามแผนที่กำหนดเอาไว้นะครับ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครก็ทำให้การค้นเชิงรุกพบผู้ป่วย 716 และ 724 ใน 3 วันนี้ และก็เส้นสีแดงครับ เส้นสีแดง จะเห็นว่า 22 นี่ตกมาจากเมื่อวานที่เป็น 92 รายนะครับ ในระบบที่มีคนไข้เดินมาตรวจ ถ้าเราลบส่วนแท่งสีเหลืองออกไปนะครับ สเกลกน่อยก็จะพขายเส้นสีแดงนะครับ แนวโน้มช่วงสัปดาห์ท้ายที่ผ่านมานี่ มีการยกตัวสูงขึ้นเป็นลูกศรสีฟ้านะครับ วันนี้ก็ลดลงมา เพราะฉะนั้น ในภาพรวมตรงนี้ก็น่าจะอยู่ในระบบหลัก 10 หรือหลัก 100 ประมาณไม่เกิน 100 นี่นะครับ ก็คิดว่าแนวโน้มตรงนี้ถ้าหากจะยังคงมีอยู่ต่อไป แกว่งขึ้น-ลงบ้าง ก็เป็นที่คาดหมายว่าจะเจอได้ภายในสัปดาห์นี้ครับ รายละเอียดนะครับ ของ 756 รายเป็นการติดเชื้อในประเทศ 746 ราย ซึ่งส่วนแรกก็ขอแจกแจงเป็น 22 ราย ที่พบในโรงพยาบาล ผู้ป่วยเดินเข้ามาตรวจ กลุ่มนี้เป็นข้อสังเกตครับ ว่าเส้นกราฟสีแดงในวันที่ 22 ต้องเป็นอย่างหนึ่งนะครับ ก็เลยต้องการจะตรวจหนในเรื่องของมีความกังวลใจ มีประวัติสัมผัส หรือนัดหมายหรือตั้งใจเข้าไปตรวจเพื่อที่จะพิจารณาในเรื่องการได้ตรวจวินิจฉัยตรงนี้เพียง 22 ราย สมุทรสาคร 9 รายครับ 8 รายนะครับ ใกล้เคียงกันครับ 2 จังหวัดนี้ ปะปลายครับ ที่อื่นก็ นนทบุรีรัมย์นะครับ จังหวัดสมุทรปราการพบอยู่ 3 รายนะครับ ส่วนที่คัดกรอง ก็เป็นสมุทรสาครที่เดียวนะครับ ตัวเลข 724 ราย เป็นแรงงานข้ามชาติ 714 รายนะครับ เป็นคนไทย 14 รายนะครับ ในขณะที่การติดเชื้อในต่างประเทศนะครับ ก็มาจากโปรตุเกส รัสเซีย อินโดนีเซียนะครับ แล้วก็กาตาร์ สหรัฐอเมริกานะครับ ครับ ก็ต้องเรียนว่าในส่วนของสถานกักกัน เฉพาะในสถานสถานกักกันของรัฐ ในลักษณะ ASQ นะครับ ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานที่ทำเป็น organization quarantine Quarantine ภายในองค์กร มีเจ้าหน้าไปตรวจประเมิร จึงจะดำเนินการได้นะครับ คราวนี้มาที่ Scoreborad กันนะครับ คอลัมน์รองสุดท้ายทางด้านขวามือ เป็นตัวเลข 176 ก็ลดลงมาจากเมื่อวาน 792 ก็เลยได้เป็นสีเขียวนะครับ กรุงเทพมหานคร 8 รายนะครับ แล้วก็เว้นมา ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการมี 3 รายตามที่เรียนครับ ก็ข้ามไปเร็ไม่มีรายใหม่ว ๆ ครับรายงานมาในวันนี้นะครับ นี้เช่นกันนะครับ ไม่มีรายใหม่นะครับ ใน Scoreboard หน้านี้นะครับ ไปจนถึงหน้าสุดท้าย คราวนี้ในทางระบาดวิทยาเวลาที่เราติดตามดูสถานการณ์ มันมีสิ่งที่บ่งลักษณะหนึ่งที่เขาเรียกว่า "อัตราป่วยตาย เราก็มาจับตาดูว่าโรคนี้มีความรุนแรงขนาดไหนนะครับ คำว่า "อัตราการตายร้อยคนนี่เสียชีวิตกี่คน ถ้าโรคไหนที่เขาคิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละนะครับ ที่บอกว่าเสียชีวิตร้อยละ 22 ก็แปลว่าในร้อยคนเสียชีวิตนะครับ ก็ในรูปนี้นะครับ ขออภัยที่เป็นชื่อโรคทางภาษาอังกฤษนะครับ ตรงนี้นะครับ ในส่วนของโรคที่มีอัตราป่วยตายถึง 22 เปอร์เซ็นต์ โรกแรกนี่นะครับ เรียกว่า 1 ใน 5 พบน้อย นะครับ พอมาวินิจฉัยเสร็จแล้ว มากมายแต่เปอร์เซ็นต์จะดูสูง ส่วนโรคที่จะเจอได้เยอะ ลำดับที่ 3 นะครับ อย่าง Perussis มันมี Audative นี่ แท่งที่ 2 แท่งที่ 3 นะครับ ก็เป็นโรคที่มีเรื่องไข้ อาจจะมีเรื่องของติด Y เข้ามาเป็น 3 เปอร์เซ็นต์นะครับ ในขณะที่ Leptospirosis หรือว่าแท่งที่ 4 นะครับ 1.46 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ ที่เสียชีวิต COVID-19 ที่เป็นสีแดงนะครับ ก็ 0.4 เปอร์เซ็นต์นะครับ ตรงนี้นี่คือฐานข้อมูล ตัวแรกอาจจะคลาดเคลื่อนจากข้างบนนิดหนึ่งนะครับ 0.49 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราแจกแจงเป็นระลอกแรกนะครับ จะเสียชีวิตอยู่ที่ 1.2 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขตรงนั้นนะครับ ในขณะที่ระลอกที่ 2 ลดลงมาเป็น 0.14 เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็เรียกว่าถ้าเป็น .14 เปอร์เซ็นต์ จะใกล้เคียงกับไข้เลือดออกนะครับ 0.12 เปอร์เซ็นต์ ถามว่าสูงกว่าไข้หวัดใหญ่หรือไม่ ไข้หวัดใหญ่เสียชีวิตอยู่ 0.02 เปอร์เซ็นต์ ก็เรียกว่ายังเป็นโรคที่มีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัดใหญ่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ ความรุนแรงยังเทียบเท่ากับไข้เลือดออกนะครับ ในสถานการณ์ของโรคในครั้งนี้ยังเป็นโรคที่ก่อปัญหาการระบาดใหญ่ทั่วโลกอยู่ แล้วก็ประเทศไทยก็เรียกเป็นโรคติดต่ออันตราย ติดตามกันต่อไป ถ้าหากการตรวจวินิจฉัยกันยากขึ้น คนที่มีอาการน้อย ๆ หรือว่าไม่มีอาการ ตัวหารอัตราป่วยตายนี่ดูจะเจือจางลงไปอีก น้อยลงไปอีกนะครับ อาจจะไปใกล้เคียงไข้หวัดใหญ่หรือเปล่า ติดตามต่อไป ต้องเรียนว่าไข้หวัดใหญ่ บทบาทของวัคซีน ถึงแม้ว่าวัคซีนจะมีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้ออาจจะอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ผลที่ลดความรุนแรงลดการตายช่วยได้มากนะครับ ในแง่ของวัคซีนของโควิดเราก็หวังผลเช่นนั้นเหมือนกัน การป้องกันการติดเชื้อ ตัวเลขอาจจะไม่สูง แต่ป้องกันการเสียชีวิต หลาย ๆ วัคซีนที่ให้ผลการศึกษาออกมา ก็จะอยู่ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ เกือบ ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ วัคซีนในกลุ่มนั้นก็ไม่มีที่ป่วยแล้วเสียชีวิตเลย เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นความหวังนะครับ ว่าเราจะสามารถควบคุมได้ แต่อย่างไรก็ตามครับ ต้องเรียนว่าในกรณีของวัคซีนนี่ ถ้ามีการศึกษาติดตามในระยะสั้น ๆ นี่ แค่ 3-4 เดือนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น การอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ในประเทศต่างๆ นี่ จำเป็นจะต้องติดตามต่อเนื่องนะครับ ติดตามต่อเนื่องไปว่าผลระยะยาวต่อมาถ้าฉีดเยอะ ๆ จะเป็นอย่างไรนะครับ ประสิทธิผลต่าง ๆ ก็จะเห็นเป็นตัวเลขมากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วสิ่งที่คนกังวล วัคซีนปลอดภัยหรือไม่ ย้ำนะครับ ว่าหลักเกณฑ์ในการที่จะนำวัคซีนเข้ามานะครับ โดยรัฐบาลและก็ทางฝ่ายวิชาการนะครับ ภาคมหาวิทยาลัยทุกส่วนย้ำว่าสิ่งสำคัญอันดับแรก คือ เรื่องของความปลอดภัยครับ ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับที่ 1 ครับ ถามว่าเวลาที่มีข่าวจีนและเวลามีอาการปวด มีอาการไข้ได้ไหม เหมือนวัคซีนทั่วไปครับ ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของคนนั้นนี่ อาจจะทำให้มีการปวดบางส่วนนี่จะมีอาการเรื่องการปวดบริเวณที่ฉีดนะครับ แล้วก็อาจจะมีไข้แล้วอาจจะมีอาการอื่น ๆ ตามมา แต่ไม่ถึงเสียชีวิต แต่เมื่อเวลาฉีดเยอะ ๆ เป็นหลักแสน หลักล้านอาการไม่ถึงประสงค์ ซึ่งบางทีอาจจะมีเรื่องของโรคประจำตัว อาจจะเรื่องของโรคอื่น ๆ มาด้วยนี่อาจจะทำให้คนมีอาการไม่พึงประสงค์หรือบางกรณีก็อาจจะมีเสียชีวิตได้ อย่างที่นอร์เวย์มีเสียชีวิต 23 ราย นะครับ ในหลังจากการฉีดเข็มแรงนะครับ ของวัคซีน ซึ่งก็ได้พิสูจน์มาแล้วนะครับ ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องและเป็นกลุ่มที่สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสวัคซีนมาเริ่มฉีดนะครับ ผู้เสียชีวิตจากสถานบ้านพักคนชราของนอร์เวย์นี่ ร้อยละประมาณ 400 ราย อันนี้ก็เป็นแต่พอมีข่าวเรื่องฉีดวัคซีน ถ้าหากว่าเราไม่มีข้อมูล Base Line ก็จะพาลเข้าใจว่าเป็นผลจากวัคซีนนะครับ แล้วทุกวันนี้สื่อโซเชียลมีเดียก็มีโอกาสสื่อสารข้อความที่ไม่ถูกต้อง ข้อความลวงข่าวลวง ติดตามรายละเอียดให้ดีนะครับผม ถ้าเรากลับไปเจาะไปดูตัวเลขของที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญนะครับ ตรงนี้ ถ้าท่านนอกจากจะติดตามข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลหรือที่ของกองสาธารณสุข สำนักสาธารณสุข จังหวัดสมุทรข้อมูลเผยแพร่อยู่ทุกวันเหมือนกันนะครับ อันนี้เป็นตัวเลขที่สรุปเขียนไว้ชัดเจนครับ ที่เที่ยงคืนนะครับ ก็ท่านอยากจะไปติดตามตัวเลขตรงนั้น ก็สามารถไปดูได้เช่นกัน แหล่งอ้างอิงเดียวกันกับที่ประกาศข่าวนะครับ ถ้าหากเรามาแยกแยะดูเป็นตารางตัวอักษรสีดำก็จะเห็นว่าในภาพรวมนะครับ ผู้ป่วย 8,080 รายนี่นะครับ เป็นคนไทย 17 เปอร์เซ็นต์ครับ และก็เป็นต่างด้าว เป็นแรงงานข้าวชาติ เป็นแรงงานต่างชาตินี่นะครับ ก็จะเป็น 83 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดบรรทัดแรกเฉพาะคนที่ไปตรวจที่โรงพยาบาลนี่ เป็นคนไทยมากกว่าต่างด้าวนะครับ เป็นคนไทย 70 เปอร์เซ็นต์ คนนะครับ ถ้าเป็นการค้นหาเชิงรุก บรรทัดกลางครับ เป็นต่างด้าว 6,119 คน คิดเป็น 92 เปอร์เซ็นต์นะครับ พี่น้องประเทศเพื่อนบ้านที่มาทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ มีจำนวนมากและก็เข้าถึงการเข้าตรวจเชิงรุกทั้งนี้นะครับ ในการควบคุมโรคติดต่อนี่ จะต้องให้ให้ความสำคัญการอยู่ในพื้นที่นะครับ ถึงแม้จะเป็นคนไทยและไม่ใช่คนไทยนะครับ เราก็ต้องให้เข้าถึงมาตรการการป้องกันควบคุมโรค เพราะว่าโรคที่ติดต่อกันไม่ได้เลือกสัญชาติ ไม่ได้เลือกเชื้อชาติครับ ก็ต้องมีมาตรการควบคู่ไปกับทุก ๆ จุดของสังคม ของชุมชนนั้น ๆ นะครับ ถ้าหากดูเส้นสีแดงที่เป็นแนวโน้มระบบเฝ้าระวังที่ให้บริการนะครับ ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมานี่นะครับ ก็จะเป็นช่วงที่มีผู้ป่วยในระบบบริการก่อนหน้าอยู่สักนิดหนึ่ง ในสมุทรสาครเองก็ต้องติดตามต่อเนื่องกันไปนะครับ ถ้าดูตัวเลขว่าเป็นชายเป็นหญิงต่างกันเท่าไร จะเห็นว่าในระบบบริการซ้ายมือนี่นะครับ ผู้ชาย 1 ต่อผู้หญิง 1.3 นะครับ ผู้หญิงสูงกว่านิดหนึ่ง 0.3 เปอร์เซ็นต์ แต่การคัดกรองเชิงรุกนี่มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนะครับ ในคนที่ติดเชื้อนะครับ เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 2 เท่ากว่า ๆ เลยทีเดียวนะครับ 2.2 เท่า เรื่องของอายุ 2 กลุ่มนี้ก็ไม่ต่างกันนะครับ ถ้าคนที่มาโรงพยาบาลนี่มีอาการร้อยละ 60 ครับ คิดเป็น58 ที่เป็นตัวเลขตรงนี้นะครับ ร้อยละ 58 ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เชิงรุกเข้าไปนี่ อาการนี่ก็จะมีอาการน้อยมากก็จะมีเพียง 1.3 เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้น เข้าใจได้นะครับ ว่าส่วนที่มาที่โรงพยาบาลนี่หลัก ๆ มาด้วยการมีการ หรือ หลัก ๆ อาจจะมีประวัติเรื่องการสัมผัสเจ้าหน้าที่ที่ไปสอบสวน ที่ไปนัดหมายเข้ามาตรวจอย่างนี้ก็เป็นได้นะครับ คนที่ตรวจแล้วก็มีในเรื่องของการแยกกักรักษาตัวที่ต่างจังหวัดนะครับ ซึ่งในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ก็มีพื้นที่ต่อเนื่องกับจังหวัดอื่นนะครับ เพราะฉะนั้น การเข้าถึงพื้นที่บริการก็มีทั้งอยู่ในส่วนของจังหวัดตัวเองและส่วนอื่น ๆ ด้วยนะครับ ส่วนภาพของจังหวัดนี่ก็ย้ำให้เห็นนะครับ วว่าจังหวัดที่เคยพบผู้ป่วยหลาย ๆ จังหวัดที่มีสีแดง สีส้ม สีเหลือง มันลดลง ๆ ตามช่วงเวลานะครับ จนเห็นเป็นสีขาวเกือบทั้งหมดนะครับ แล้วก็ภาพรวมของภาพใหม่ก็ยังเป็นข่าวดี ถ้าจะทำให้เป็นสีเขียว ว่ามีผู้ติดเชื้อที่เป็น 0 ปลอดภู้ติดเชื้อรายใหม่ สีเขียว 47 จังหวัดนะครับ แล้วก็รวมกับไม่เคยมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 14 จังหวัดนะครับ ก็เรียกว่าเป็นสัญญาณที่ดีแล้วก็เป็นข้อที่ทำให้มาตรการการผ่อนคลายที่กำลังจะมีการเสนอเข้า ศบค. คณะใหญ่วันศุกร์นี้นะครับ ก็จะอิงกับข้อมูลต่าง ๆ ที่ประกอบเหล่นะครับ โดยสรุปสถานการณ์นะครับ จังหวัดส่วนใหญ่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่แล้ว พื้นที่ที่เรียกว่ามีความปลอดภัยในแง่ของความเสี่ยงของการระบาดมันลดน้อยลงนะครับ เป็น Save Zone แต่ก็ต้องมีมาตรการเฝ้าระวังต่อเนื่องนะครับ ในที่ประชุม ศบค. ของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็มีการเสนอในเรื่องของการเฝ้าระวังคนที่อาจจะไม่ได้มีประวัติเรื่องของความเสี่ยงที่ต้องเป็นผู้ที่จะส่งตรวจค้นหา COVID อยู่ในทุก ๆ จุด เพราะฉะนั้น แม้ในจังหวัดที่เป็นสีขาวก็ตามนะครับ มาตรการในการติดตามดูว่าผู้ป่วยที่มาปรากฏตัวที่มาที่โรงพยาบาลนี่ เรื่องความเสี่ยงจะไม่เด่นชัดนะครับ ไม่ใช่การตรวจทุกรายนะครับ ต้องดูตามแนวทางที่ทางกระทรวงสาธารณสุขมีข้อสั่งการออกไปนะครับ ส่วนในกรุงเทพมหานครนะครับ ถือว่ามีการควบคุมการระบาดได้ดี มีบางกลุ่มก้อนที่ยังพบผู้ป่วยมาประปรายอยู่ แล้วก็การประเมินความเสี่ยงอาจจะไม่ดูจำนวนผู้ป่วยอย่างเดียวครับ ก็ต้องดูในแง่ของพื้นที่ บางเขต บางโซนที่ยังมีแรงงานต่างด้าวนะครับ ที่มีการอยู่กันอย่างค่อนข้างแออัด ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ป่วยเหมือนจะเว้นช่วงไป แต่ว่าในจุดเหล่านั้นก็ควรจะมีมาตรการ ส่วนสถานที่ทำงานเวลาไปโรงงานก็ยังต้องดูดี ๆ นะครับ ส่วนสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่ยังพบผู้ป่วยสูงนะครับ แล้วก็มาตรการการปูพรมในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกก็ยังต่อเนื่องไป แต่ต้องนำเรียนว่าการตรวจเชิงรุกแล้วเจอว่าติดเชื้อนี่ มันเป็นสถานะของ ณ เมื่อตอนที่ตรวจนะครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการดูแลตัวเอง สวมหน้ากากนะครับ เว้นระยะห่าง ล้างมือ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวที่ให้มั่นใจว่าแพร่กระจายของเชื้อมันจะลดน้อยลง ๆ จำนวนผู้ติดเชื้อ ที่มันจะต้องวนกันไปเรื่อย ๆ นี่ มันชะลอลงหรือหยุดได้ในที่สุดนะครับ ครับ ทบทวนอีกทีครับ ภาพของแผนที่มาตรการขวามือสุดนี่นะครับ อย่างที่เรียนครับ มันจะเป็นคนละความหมายกัน การระบาด ถ้าขวามือสุดนี่ มันจะเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 4 จังหวัด บวกควบคุมสูงสุดเข้มข้น คือ มีดาวด้วยนะครับ คือ สมุทรสาคร รวมแล้วเป็น 5 จังหวัดนะครับ โดยที่จะมีพื้นที่กันชน ก็คือพื้นที่สีส้ม เป็นจังหวัดพื้นที่ควบคุม 14 นะครับ ซึ่งหลายจังหวัดในส่วนนี้ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่มาหลายวันแล้วก็มี แต่ถือว่ามีความต่อเนื่องกันที่จะต้องมีมาตรการที่สูงกว่าที่อื่นสักหน่อย เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกระจายออกไปจากจุดที่เป็นศูนย์กลางของการระบาดระลอกใหม่นะครั หากว่ามาตรการในช่วงต่อไปควบคุมได้ดี อาจจะลดความเสี่ยงของสีเหลืองและสีส้มลงได้อีก และก็เป็นสีเขียวได้มากขึ้นนะครับ ประเด็นที่เป็นข่าวในเมื่อวานนะครับ ต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ ก็จะเป็นเรื่องของการปกปิดไทม์ไลน์ ในพื้นที่ กทม. นะครับ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ว่าตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2538 นะครับ 2558 ครับ ขอโทษครับ ก็ระบุว่าในส่วนนี้เป็นบทบาทหน้าที่ ที่เจ้าพนักงานจะได้ดำเนินการ ทางกรมควบคุมโรคนะครับ ก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของ กทม. นะครับ ตรวจสอบและดำเนินการตามกฏหมายกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 และ พ.ร.บ. โรคติดต่อ หรือกฎหมายอื่น เพราะฉะนั้น ในรายละเอียดการเห็นในสื่อนี่ อาจจะไม่ได้ดีรายละเอียดที่ครบถ้วน เพื่อเป็นการครอบคลุมทุกด้านนะครับ เจ้าหน้าที่ พรต. นะครับ หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของ กทม. ก็จะได้ดำเนินการต่อไปนะครับ ในภาพรวมของแอปพลิเคชันกับการระบาดระลอกใหม่นะครับ ไทยชนะมียอดสะสมผู้ใช้งาน 57,000,000 คนนะครับ ในส่วนของ... ขออภัยครับ สไลด์ตามมาช้านิดหนึ่ง ก็มีผู้ดาวน์โหลดเปิดใช้งานอยู่ 8,000,000 กว่าคน ทั้ง 2 ส่วนนี้ เป็นส่วนที่เสริมกันนะครับ ไทยชนะจะทำให้ดูเรื่องของความหนาแน่นของสถานที่ที่เราเข้าไป ถ้าหากในฟังก์ชันหนาแน่นเกินไป ก็จะทำให้เราตัดสินใจจะเช็กอิน เราก็รอก่อนนะครับ ยังไม่ต้องเข้าไปนะครับ ซึ่งตรงนี้หมอชนะไม่มีนะครับ แต่ว่าสิ่งที่หมอชนะมีนะครับ ก็คือการบันทึกข้อมูลการเดินทางช่วยทำให้เราไม่หลงลืมนะครับ เมื่อเราจะสอบถามข้อมูลจากภายใน ข้อมูลภายในแอปฯ นะครับ อย่างปลอดภัย ไม่ได้มีการเอาเผยแพร่ใด ๆ นะครับ จะทำให้เราเห็นว่ามีใครเข้ามาใกล้ หมอชนะไม่ต้องสแกนแต่ก็จะทำหน้าที่อีกแบบหนึ่ง ควรจะมีทั้ง 2 แอปพลิเคชัน แล้วก็ในการทำหน้าที่ทำงานของหมอชนะนะครับ มียอดแจ้งเตือนสะสมอยู่ที่เกือบ 5,000 ครังไปแล้วนะครับ โดยที่มีกลุ่มก้อนที่เกี่ยวข้องทั้งที่ กทม., ชลบุรี, ตาก และก็ ฉะเชิงเทรานะครับ ก็นำเรียนว่าการทำให้การใช้แอปพลิเคชันไทยชนะต้องดาวน์โหลดกันเยอะ ๆ แล้วก็เปิดใช้งานกันเยอะ ๆ ครับ ยังมีประเด็นในสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีการถามไถ่กันอยู่เหมือนกัน เราคงได้ยินคำว่า "Face Shield" เราก็สื่อสารเรียนไปแล้วครับ ว่าถ้าปิดแผ่นใส ๆ นี่ โดยไม่มีหน้ากากนี่ มันไม่ค่อยช่วยเท่าไรนะครับ เพราะโอกาสฟุ้งกระจายนี่ ละอองมันสามารถหลุดรอดออกไปและกระจายได้ง่ายนะครับ หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยดีที่สุดนะครับ และมีข่าวเรื่องเป็นอันเล็ก ๆ ดึงรัดขึ้นมาที่คาง แล้วรัดขึ้นมาที่ปากนะครับ ตรงนี้ถามว่าป้องกัน COVID ได้หรือไม่ โดยหลักฐานการวิชาการ โดนตรงไม่สามารถ ยังไม่มีหลักฐานนะครับ ตรงนี้ที่สามารถป้องกันโควิดได้ ถ้าไม่ใช่ช่วงที่เป็นสถานการณ์ COVID นี่ มีป้องกันอยู่บ้างก็จะลดการฟุ้งกระจายของละอองน้ำลายที่เวลาพูดดัง ๆ จริง ๆ ถ้าผู้ประกอบอาหารบริการ เสิร์ฟเครื่องดื่มนี่ หรือว่าเสิร์ฟเครื่องดื่มนี่ ไม่ได้เสียงดังหรือหัวเราะระหว่างปฏิบัติมันก็อาจไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถามว่า Mouse Shield ดีที่สุด คือ หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยครับผม วันนี้ขอจบรายงานเสนอสถานการณ์แล้วก็ประเด็นเด็ดครับ ขอบคุณครับ (นายแพทย์เอกชัย) ครับ ขอบคุณท่านผู้อำนวยการนะครับ ก็จากข้อมูลของท่านผู้อำนวนการ COVID-19 ไม่ได้นะครับ ฉะนั้น ท่านใดที่สวมใส่ face shieldก็ควรจะต้องใส่หน้ากากร่วมกันไปด้วยนะครับ ข้อมูลหลาย ๆ ตัวของท่านผู้อำนวยการวันนี้มีประโยชน์มากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราการป่วย ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย ถ้าเทียบกับทั่วโลกแล้ว ถือว่าต่ำกว่าเขามากนะครับ ประมาณ เฉลี่ยแล้วอยู่เพียงแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์นะครับ ผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมเที่มีรายงานมา 86 คนนะครับ และในรอบนี้เองนี่ ก็ลงมาที่ 0.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ทั่วโลก ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่ากันหลายเท่าทีเดียวครับ ก็ยำคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดท่านผู้อำนวยการ ประเด็นเรื่องของการควบคุมพื้นที่สูงสุด และเข้มงวดนะครับ ว่าจะเป็นอย่างไรในวันต่อ ๆ ไปนะครับ รวมไปจนถึงมาตรการผ่อนคลายที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ในการประชุม ศบค. ใหญ้่สำหรับพื้นที่ควบคุมและพื้นที่เฝ้าระวังจะต้องมีมาตรการนะครับ New Normal ในวันนี้เรามีคำถามหลายคำถามครับ ท่านผู้อำนวยการ เรามาเริ่มกันที่คำถามแรกครับ จากทางพี่น้องประชาชนทางบ้านที่กำลังไลฟ์สดมาในขณะนี้ มีพี่น้องประชาชนครับ ไปดูภาพยนตร์วันเดียวกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 นะครับ ที่ เมเจอร์ รัชโยธิน จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรครับ อีกคำถามหนึ่งซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ เลยถือโอกาสถามเลย ก็คือว่ามีพี่น้องประชาชนนะครับ ไปเดินช็อปปิ้งที่ ไอคอนสยามกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีการรายงานผ่านทางไทม์ไลน์จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรครับ (นายแพทย์ เฉวตสรร) ครับ ขอบคุณมากครับ โดยหลักการนี่ในเรื่องของความเสี่ยงสูงก็จะเป็นได้เคยมีการอธิบายกันทางสื่อพูดคุยในระยะใกล้กว่า 1 เมตร นาน 5 นาที หรืออยู่ในที่อากาศไม่ถ่ายเทนานเกิน 15 นาทีนะครับ ถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนะครับ ซึ่งถ้าสัมผัสเสี่ยงสูงก็จะมีแจ้งเตือนให้ไปรับการตรวจนะครับ หาเชื้อ COVID นะครับ ก็มีรอบระยะเวลาในการตรวจนะครับ จุดเวลาทันที และวันที่ 5 จะผลเป็นบวกนี่ก็ต้องเป็นผู้ป่วยแยกกักต้องรักษาในโรงพยาบาล ในกรณีคนไทยนะ แต่ถ้าผลเป็นลบก็ต้องกักตัวให้ครบ 14 วัน เหมือนกับที่อาจารย์ยิ่งศักดิ์ หรือดาราที่ปรากฎอยู่ในข่าวอยู่นะครับ ถามว่าถ้าเป็นการเดินห้างนะครับ ถ้าเป็นการเดินห้าง ข้อมูลเรื่องการเดินห้างนี่มันเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะกว้างนะครับ ถ้ามีแอปพลิเคชันหมอชนะนี่ การที่มีแอปฯ อยู่ใกล้กมันจะมีความชัดเจนมากกว่า แล้วก็การได้รับการแจ้งเตือนผ่านข้อความมันก็จะจะระบุระยะห่าง แสดงว่าเข้าใกล้ในระยะที่ควรจะต้องสังเกตดูแลตัวเองกับที่เห็นในไทม์ไลน์นะครับ อันนี้ถือว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงต่ำ เป็นผู้สัมผัส แต่เสี่ยงต่ำนะครับ ในข้อความอาจจะระบุว่าให้อยู่บ้าน 14 วัน อันนั้นไม่ได้เป็นการกักที่แบบบังคับไม่ได้ให้ไปไหนมาไหน แต่ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำนี่ การปฏิบัติทที่ดีที่สุดของคนไทยทุกคน คือ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นนะครับ ก็เพราะว่าเป็นการลดการสัมผัสต่าง ๆ นะครับ ถ้าเป็นจุดที่ควบคุมเข้มกับตัวเองให้มากนะครับ การที่สังเกตอาการ 14 วัน ถ้าหากว่าเริ่มมีอาการทางเดินหายใจผิดปกติ มีน้ำมูก มีไอ มีเจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น รับรสผิดปกติไป ก็ควบรีบไปพบแพทย์ มีแอปพลิเคชันไปแสดงว่าเราไปในพื้นที่ในข่าวก็ไปพื้นที่นั้น เวลานั่น น่าสงสัย อยากจะมาตรวจนะครับ แต่ถ้าเป็นโรงหนังครับ ถ้าเป็นโรงหนังนะครับ ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ควรจะปิดนะครับ แต่ถามว่าถ้าจะไปโรงใหญ่ ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น ซึ่งในความเป็นจริง เราไม่รู้ว่าผู้ป่วยเราอยู่จุดไหนนะครับ ในเบื้องต้นนะครับ ในเบื้องต้นก็ทำได้ทั้ง อาจจะสูงหรืออาจจะเป็นค่อนข้างจะมาต่ำก็ได้ แต่มันอยู่ข้างในก็ไปปรึกษาไปพบแพทย์นะครับ ถ้าได้ข่าวมาจริง ๆ มันผ่านมาพอสมควร อาการยังไม่มีอะไร สังเกตอาการอยู่ก่อนก็ได้ อย่างการยกนิยามเรื่องของพื้นที่ที่จำกัดนี่ ระยะทางจากจังหวัดหนึ่งถึงจังหวัดหนึ่งมันเล็กกว่าตัวโรงหนังนะครับ แล้วก็การหมุนเวียน แอร์ก็เป็นการหมุนเวียนของแอร์รถ ก็ค่อนข้างจะสูงอยู่ เพราะฉะนั้น มันอาจจะอยู่ใน Phase ระหว่างว่าอาจจะเสี่ยงต่ำ ไปถึงที่ถ้าหากมีตำแหน่งที่หนังใกล้ก็เสี่ยงสูง แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ สามารถทำได้ทั้ง 2 กรณีได้ครับ // ครับ ก็ขอให้มั่นใจนะครับ มีการใส่หน้ากากตลอดเวลา มีการเว้นระยะห่าง อันนี้ก็ป้องกันได้ระดับหนึ่งนะครับ (นายแพทย์ เฉวตสรร) จริงครับ (นายแพทย์เอกชัย) มาถึงคำถามที่ 2 ครับ คำถามนี้มาจาก 1422 นะครับ ถามว่ากรณีที่มีการกักตัวของชาวต่างชาตินะครับ หรือคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศใน State Quarantine แล้วภรรยาหรือญาติพี่น้องมีความประสงค์ ที่อยู่ในประเทศไทยนะครับ มีความประสงค์จะเข้าไปใน State Quarantine เพื่อเข้าไปช่วยดูแล อันนี้จะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไรครับ (นายแพทย์ เฉวตสรร) ไม่ได้ครับ การที่เราดูแลในเรื่องของการลดความเสี่ยงมันจะประเมินความเสี่ยงกับประโยชน์ในเรื่องของการกักตัวนี่ ก็เป็นเพราะว่าถือว่ามาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของการระบาดอยู่สูงนะครับ ถึงแม้ว่าก่อนเดินทางมาจะไม่พบเชื้อ พอมาถึงก็มีรอบเวลาที่ว่าคนกักตัวมาจนถึงวันที่ 10 กว่าแล้ว ตรวจกำลังจะออก จะให้ออกแล้วนี่ก็มีเจอผลบวกขึ้นมาได้ ก็อดใจรอนิดหนึ่งนะครับ จะเข้าไปบางคนก็อาจจะอยากเข้าไปเยี่ยม หรืออะไรนี่ รอเวลานิดหนึ่งครับ ให้ครบระยะเวลา แล้วก็ออกมาได้เจอหน้า ได้ดูแลกันนะครับ ไม่สามารถที่จะเข้าไปดูแล SQ ในสถานกักกันได้ ถึงบางท่านก็พร้อมมีความยินดีจะจ่ายเพิ่ม หรืออะไร ก็ไม่ได้ครับ เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ (นายแพทย์เอกชัย) ครับ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศก็ไม่ทราบนะครับ ว่าในช่วง 14 วันนี่มีเชื้อหรือเปล่า ท่านไปอยู่ด้วยกัน ก็อาจจะติดเชื้อกันได้ มาถึงอีกคำถามหนึ่งครับ มีพี่น้องประชาชนทางบ้านครับ รวมไปจนถึงสื่อมวลชนนี่นะครับ ว่ากรณีที่กรมควบคุมโรคนะครับ ว่าทางกรมควบคุมโรคมีการสอบสวนโรคแล้วนะครับ นำมาสู่การแถลงข่าวไทม์ไลน์ คำถามมีว่าโอกาสไทม์ไลน์นี่จะมีโอกาสคลาดเคลื่อนบ้างหรือไม่ ในการเวลามีการแถลงข่าวออกมา // มีความเป็นไปได้ครับ เหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาได้ข้อมูล ก็จะมีการประเมินว่ามีความน่าเชื่อถือถูกต้องหรือไม่เวลาคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งนี่นะครับ ความคลาดเคลื่อนมีทั้งแบบไม่ตั้งใจ จำเวลาผิด มันคลาดเคลื่อนมาเป็นหลักชั่วโมง ว่าฉันออกมากี่โมง ๆ แล้ว ก็ไม่มีใครที่จดกี่โมงฉันอยู่ที่ไหนนะครับ อาจจะโดยไม่ตั้งใจ อาจจะมีความกังวลว่าฉันไม่อยากจะบอกเรื่องนี้ เดี๋ยวจะไปคาบเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่อยากเปิดเผย ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นในส่วนของที่เจ้าหน้าที่จะดูว่าถ้ามีเหตุการณ์อื่นที่มันเกี่ยวข้องกัน หรือเปล่านะครับ แล้วก็ถ้าหากว่าให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง และมาพบภายหลัง ก็สามารถยืนยันให้เห็นว่าข้อมูลเป็นเท็จ ก็จะถือว่าเป็นไปตามกอย่างไรก็ตามนะครับ ในแง่ว่าการมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนี่ มีผลกระทบอย่างไรครับ ในเรื่องของการป้องกันคนที่เกี่ยวข้องนะครับ การดูแลความปลอดภัยให้กับทางสาธารณะนี่นะครับ ที่เราเรียกว่า "สาธารณะสุข" นี่สุขภาวะของสาธารณะนี่ หมายความว่ามันทำได้ไม่เต็มที่ ถ้ามีข้อมูลครบถ้วนนี่เราก็แจ้งเตือนได้ เอาคนมาตรวจได้นะครับ ถ้าคลาดเคลื่อนไป ก็ไม่ได้ถือว่าเหมือนกับวัคซีน แบบเป็น 0 วัคซซีนมันมีประสิทธิผล 50 เปอร์เซ็นต์ อันตรายได้ 80, 90-100 เปอร์เซ็นต์ เราก็ได้ประโยชน์จากตัวนั้น เหมือนกัน ส่วนของข้อมูลนี่ คลาดเคลื่อน ก็ถือว่าข้อมูลที่ไม่ตรงนะครับ ผู้ให้ข้อมูลก็มีความผิด // ครับ มาถึงคำถามสุดท้ายครับ เป็นคำถามจากพี่น้องประชาชนที่จริง ๆ คำถามนี้ได้มีการถามในช่วงเช้าแล้วนะครับ ในช่วงของ ศบค. ท่านที่เข้ามาทีหลังนะครับ ก็ยังอยากจะทราบคำถามนี้ เรื่องที่จะมีการเปิดเรียนกันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ในเดือนหน้านี่นะครับ มีผู้ปกครองบางส่วนครับ ที่กังวนนะครับ ว่าพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่ที่มีการเข้มงวดสูงสุดเดินทางออกจากจังหวัดที่มีโซนสีแดง ซึ่งมีความเสี่ยงไปสู่จังหวัดที่เป็นโซนสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวนี่นะครับ จะมีมาตรการอย่างไร เพื่อความอุ่นใจตรงจุดนี้หรือนักเรียนที่อาจจะมีการเดินข้ามจังหวัดกันได้นะครับ (นายแพทย์ เฉวตสรร) ครับ ประเด็นนี้ก็เป็นรายละเอียดที่มีการพิจารณาการมีข้อกังวลเหมือนกับท่านผู้ปกครองเหมือนกันครับ จะเห็นว่าที่ในประกาศของกระทรวงศึกษาธิการข้อมูลที่เป็นภาพรวมนะครับ ใน รายละเอียดที่ว่าแต่ละพื้นที่แต่ละโรงเรียนนี่มีบริบท มีสถานการณ์ไปนี่ ก็อาจจะมีรายละเอียดต่างกัน ก็อาจจะไม่ปฏิบัติเหมือนกันทั้งหมด ในโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร มีนักเรียนที่ภูมิลำเนาอยู่สมุทรสาคร ผมคิดว่าถ้าข้อพิจารณานี้ผ่านไปได้ ก็จะคงมีรายละเอียดตรงนี้ออกมา แต่ตามหลักวิชาการแล้วนี่ การที่จะมีคนเคลื่อนออกมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดนี่ ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่ง ถ้ามีทางเลือกในการจัดการเรียนไม่ต้องเดินทางออกมานะครับ ก็จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดนะครับ ทั้งปวงนะครับ มันก็จะมีเงื่อนไขในเรื่องของบางโรงเรียน เมื่อต้องจัดเป็นการเรียน 2 ระบบ ต้องตัดสินใจในแง่ที่ทำเหมือนกันก็อาจจะยังไม่ต้องเปิดก็ได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นพื้นที่ที่อาจจะไม่ได้กำหนดว่าต้องปิดก็เป็นทางเลือกที่จะต้องมาดูประกาศ คณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัด และทาง กทม. ประกอบด้วยในหน่วยงานที่มีบังคับบัญชานี่ ปรึกษาหารือกัน ว่าการปฏิบัติของโรงเรียนอาจจะมีรายละเอียดบางข้อที่แตกต่างกันไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องคิดในรายละเอียดให้ถี่ถ้วน และเดี๋ยวผลของการประชุม ศบค. จะมาตอบข้อสงสัยของพี่น้องผู้ปกครองนะครับ รายละเอียดอาจจะชัดเจนขึ้น ซึ่งก็จากที่มีการพูดคุยกันว่าอาจจะมีการเรียนแบบผสมผสาน การเรียนแบบออนไลน์ การเรียนแบบ มาที่โรงเรียนถูกไหมครับ อันนี้ก็เป็นทางเลือกตัวหนึ่งที่ป้องกันนะครับ การติดเชื้อ COVID-19 ครับ ในวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ ท่านผู้อำนวยการอย่างจะมีอะไรจะฝากถึงพี่น้องประชาชนบ้างครับ // หลักสำคัญนะครับ ในการควบคุมการระบาดนะครับ อย่างที่คนไทยเรา ส่วนใหญ่เริ่มจะคุ้นเคยกับ New Normal ผมคิดว่าการเข้มงวดกับตนเองให้สูงสุดนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นสีแดงเข้มอยุ่ มันเหมือนกับว่าพื้นที่ของเรานี่อาจจะพบความเสี่ยงได้มากกว่าคนอื่น การออกไปนอกบ้านไปทำกิจกรรมนอกบ้านนี่ ในเวลาอีกไม่นานก็อาจจะมีผลที่ว่าไปรับเชื้ออะไรเข้ามานะครับ มีแนวปฏิบัติที่เวลาเข้าบ้าน รีบอาบน้ำ ชะระร่างกานะครับ ยิ่งถ้าในบ้านมีผู้สูงอายุก็ยิ่งต้องสวมหน้ากากนะครับ สวมหน้ากากในบ้านก็อาจจะลดการฟุ้งกระจายของเชื้อแล้วก็ลดกิจกรรมที่อาจจะมีการฟุ้งกระจาย อย่างเช่น การพูดคุยในบ้านนี่ ถ้าเป็นไปได้ก็มีสวมหน้ากากด้วย โดยปกติคนเราถ้าอยู่ในบ้านก็รู้สึกปลอดภัย หน้ากากแต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีความชุกอย่างนี้ครับ การสวมหน้ากากตอนอยู่ในบ้าาน อาจจะช่วยได้ดี ก็ตามที่เรียนครับ เพราะโรคนี้สามารถแพร่ได้ตั้งแต่ไม่มีอาการ ถ้าเราอดทนทำอย่างนี้ต่อเนื่องกันไปสัก 2 อาทิตย์นี่ ก็คือ 2 ระยะฟักตัวนะครับ ผมก็เชื่อว่าจะเป็นมาตรการที่จะมาเสริมนะครับ ทำให้การแพร่กระจายมันลดลง และอาจจะลดจำนวนผู้ป่วยกันได้ในที่สุดนะครับ // ครับ ขอขอบคุณ นายแพทย์ ฉเวตสรรค์ นามวาทครับ ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค ในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรคครับ ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้นะครับ ครับ ในช่วงท้ายรายการนะครับ เรามีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่องเหมือนกันครับ เริ่มกันที่เรื่องแรกครับ ขณะนี้ยังพบการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดเสี่ยงที่สำคัญในการติดเชื้อของคนในสัมผัสนะครับของคนในครอบครัวรวมไปจนถึงเพื่อน และคนรู้จักนะครับ เช่น การรับประทานอาหารร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่ปิดหรือห้องที่ติดแอร์ที่มีการไหลเวียนของอากาศที่ไม่ดีนะครับ การอยู่ใกล้ชิดกัน การอยู่ใกล้กันโดยที่่ไม่มีการสวมหน้ากากใด ๆ ทั้งสิ้น มีโอกาสที่จะเกิดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคนะครับ นำไปสู่การติดเชื้อทางเดินหายใจในที่สุดครับ ขอความร่วมมือของพี่น้องประชาชนนะครับ ในการคุมเข้มมาตรการส่วนบุคคลที่เรียกว่า DMHTT เลี่ยงการรับประทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 และนอกจากนี้เรายังพบว่าจุดเสี่ยงส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนที่เราสัมผัสบ่อย ที่เรามีโอกาสที่จะเอามือไปจับได้ง่าย ๆ นะครับ จะเป็นราวบันได ลูกบิด ปุ่มกดลิฟท์ หรือบริเวณโต๊ะทำงาน จุดเหล่านี้ต้องเน้นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอในแต่ละวันครันบ เรื่องที่ 2 ครับ ขอให้ทุกท่านครับ อย่าประมาท เฝ้าระวังสังเกตอาการของตนเองครับ หากมีอาการที่พบบ่อย ซึ่งอาการที่พบบ่อยของคนที่เป็น COVID-19 ก็คือมีไข้นะครับ ไอ มีน้ำมูก ส่วนที่พบน้อยลงมา เป็นอาการเฉพาะเลย ถ้าเกิดเจอนี่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะติด COVID-19 นั่นก็คือ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรสนะครับ หรือมีอาการทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น เหนื่อยหอบมาก อันนี้แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ หรือแจ้งประวัติเสี่ยงทันทีครับ โดยที่ไม่มีการปกปิดข้อมูลนะครับ เพื่อการสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้อย่างถูกต้อง ไทม์ไลน์ที่ออกมาก็จะแม่นยำนะครับ ในการที่จะควบคุมการระบาดของ COVID-19 และจำกัดไม่ให้การระบาดนี่ขยายเป็นวงกว้างภายในประเทศของเราครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ว่าในสัปดาห์หน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หรือวันจันทร์สถานศึกษาหลาย ๆ แห่ง จะกลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง ซึ่งกรณีนี้กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ขอความร่วมมือปฏิบัติเป็นแนวทางในการป้องกันโรคจากโควิด-19 ครับ ในการเตรียมความพร้อม สถานศึกษาหลาย ๆ ที่ครับ สามารถจะประเมินตนเองก่อนครับ ว่ามีความพร้อมขนาดไหนในการที่จะเปิดเรียนในครั้งนี้ สามารถประเมิมความพร้อมโดย Stop COVID นะครับ เข้าไปหรือของกรมอนามัยนะครับ โดยในนี้จะมีข้อแนะนำที่สำคัญ 6 มาตรการหลักด้วยกัน นั่นก็คือการเน้นเรื่องของการต้องมีจุดคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน เรื่องของเน้นการสวมใส่หน้ากากให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ มีจุดบริการล้างมือตรงทางเข้าของโรงเรียน หรือในห้องน้ำหรือบริเวณโรงอาหารนะครับ สำคัญครับ เว้นระยะห่างไม่ว่าจะในห้องเรียน หรือบริเวณที่ทำกิจกรรมร่วมกัน รวมไปจนถึงลดกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ ที่จะเกิดการแออัดกันในการทำกิจกรรมในโรงเรียนและสุดท้าย หมั่นทำความสะอาดให้ถี่ขึ้น ให้บ่อยขึ้นในจุดที่มีการสัมผัสร่วมกันของนักเรียน หรือครู หรือบุคลากรที่อยู่ในโรงเรียน และอีก 6 มาตรการเสริมครับ คือ การดูแลตนเองครับ มีอาการไม่สบายเกิดขึ้น ที่มีอาการคล้ายโควิด-19 จะรีบนะครับ ไปแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือพบแพทย์ครัอันที่ 2 คือ เวลารับประทานอาหาร ก็ยังเน้นนะครับ แยกสำรับ รับประทานของตัวเองนะครับ ก็ควรจะต้องรับประทานอาหารต้องให้ช้อนส่วนกลาง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องมีการทาร่วมกัน อันที่ต่อมา ก็คือมีการลงทะเบียนไทยชนะทุกครั้ง ถ้ามีการเดินทางเข้าสถานที่ต่าง ๆ และที่สำคัญครับ ในโรงเรียนควรจะมีการสำรวจความเสี่ยงของนักเรียน ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง อย่างที่เมื่อสักครู่ที่คำถามถามไปครับ ว่ามาจากพื้นที่สมุทรสาครหรือในพื้นที่ที่มีการควบคุมนะครับ พื้นที่ควบคุมสูงสุด เข้มงวดสูงสุดก็ควรจะต้องทราบนะครับ ก็ควรจะมีการจัดระบบว่าจะให้เรียนแบบไหน เรียนออนไลน์หรือไม่นะครับ ในกรณีที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ครูบาอาจารย์ ก็ควรจะต้องสังเกตตัวเอง กักกันตัวเอง 14 วัน ที่บ้านนะครับ นับจากวันที่มีประวัติไปสัมผัสหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดครับ รวมไปจนถึงการมีจิตอาสาของนักเรียนนะครับ หรือมีครูอาจารย์ หรือบุคลากรนะครับในโรงเรียน หรือที่เรียกว่าผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนประจำจังหวัด ดูแลความปลอดภัยครับ ทั้งหมดนี้เป็นความกรทรวงสาธารณสุขครับ และสุดท้ายขอย้ำครับ ว่าวัคซีนที่กำลังจะมาในเดือนหน้านี่นะครับ ไม่ได้เป็นเครื่องมือในการการันตีในการยับยั้งการระบาดของโรคได้ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ขอเน้นให้ทุกท่านครับ เน้นใน New Normal นะครับ หรือวิถีชีวิตใหม่นะครับ ให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ รวมไปจนถึงการเว้นระยะห่าง ล้างมือ และจุดสัมผัสครับ ในวันนี้เราจะขอปิดท้ายรายการด้วยวิดีโอคลิปจาก สสส. ครับ เรื่อง พฤติกรรมลดเสี่ยง ติด COVID-19 เป็นอย่างไร เราไปชมกันครับ ผม นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ขอลาพี่น้องประชาชนกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ครับ พบกันใหม่เวลาเดิม 15.00 น. สวัสดีครับ [เสียงวีดิทัศน์] ช่วยกันสู้ COVID เลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ตา จมูก และปาก ช่วยกันสู้โควิด [เสียงดนตรี]