﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002

3
00:00:08,004 --> 00:00:12,004

4
00:00:12,006 --> 00:00:16,006

5
00:00:16,007 --> 00:00:20,007

6
00:00:20,010 --> 00:00:24,010

7
00:00:24,014 --> 00:00:28,014

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016

9
00:00:32,017 --> 00:00:36,017
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018
เดี๋ยววันนี้บอกแล้วว่า เราจะพาทำเกม

11
00:00:40,019 --> 00:00:44,019
นะคะ มันก็จะต่อเนื่องม

12
00:00:44,020 --> 00:00:48,020
มาจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่เรา

13
00:00:48,021 --> 00:00:52,021
ลงโปรแกรมกันไปบางส่วนแล้วนะ

14
00:00:52,021 --> 00:00:56,021

15
00:00:56,022 --> 00:01:00,022
ทีนี้ก่อนอื่นเราต้องหาตัวช่วย

16
00:01:00,023 --> 00:01:04,023
มาให้ทำให้การเขียน

17
00:01:04,024 --> 00:01:08,024
Coding ของเรานี่ มาให้สะดวกขึ้น

18
00:01:08,027 --> 00:01:12,027
เร็วขึ้น ไวขึ้นนะคะ Anaconda

19
00:01:12,028 --> 00:01:16,028
มันจะเป็นแพกเกจที่อยู่ใน Pygame

20
00:01:16,029 --> 00:01:20,029
แต่เป็น Package

21
00:01:20,030 --> 00:01:24,030
นะ

22
00:01:24,030 --> 00:01:28,030
แทนที่จะต้องมาพิมพ์ทุกคำนี่ มันจะขึ้น

23
00:01:28,032 --> 00:01:32,032
มันจะมีโค้ดหรือฟังก์ชันน่ะขึ้นมาให้เราเลือก

24
00:01:32,033 --> 00:01:36,033
ว่าจะพิมพ์ตัวไหน จะได้เกิดปัญหาพิมพ์ไปไม่ผิด

25
00:01:36,034 --> 00:01:40,034
แล้วก็จะทำให้พิมพ์ได้ไวขึ้น อันดับแรก

26
00:01:40,036 --> 00:01:44,036
เราจะต้อง Install Package ก่อน ก่อนที่จะ Install

27
00:01:44,037 --> 00:01:48,037
ได้ นะคะ เมื่อกี้ แม่บอก

28
00:01:48,037 --> 00:01:52,037
ให้เปิด Sublime แล้วนะ

29
00:01:52,038 --> 00:01:56,038
ให้เปิด Sublime ไว้นะคะ

30
00:01:56,040 --> 00:02:00,040
ให้ไปที่เมนูที่ชื่อว่า Tool

31
00:02:00,040 --> 00:02:04,040
เห็นไหม

32
00:02:04,042 --> 00:02:08,042
เลือก Tool

33
00:02:08,042 --> 00:02:12,042
เห็นหรือเปล่า

34
00:02:12,044 --> 00:02:16,044

35
00:02:16,044 --> 00:02:20,044

36
00:02:20,047 --> 00:02:24,047

37
00:02:24,049 --> 00:02:28,049
เลือกไปที่ install Package

38
00:02:28,051 --> 00:02:32,051
คลิก คลิก

39
00:02:32,052 --> 00:02:36,052
Install Package Contolr

40
00:02:36,054 --> 00:02:40,054
รอหน่อยตรงนี้มันกำลัง

41
00:02:40,055 --> 00:02:44,055
ต้องรอ ๆ

42
00:02:44,057 --> 00:02:48,057
เดี๋ยวมันจะมี มันจะมีหน้าต่างนี่ขึ้นมา

43
00:02:48,057 --> 00:02:52,057
พอเจอหน้าต่างนี้ปุ๊บ คลิก O.K. ได้เลย คลิกได้เลย

44
00:02:52,058 --> 00:02:56,058

45
00:02:56,058 --> 00:03:00,058
เสร็จแล้วไปไหนต่อ

46
00:03:00,060 --> 00:03:04,060
รอก่อนนะ

47
00:03:04,061 --> 00:03:08,061
รอก่อน มันให้รอ สังเกต ตรงนี้มันจะวิ่ง ๆ หน่อย

48
00:03:08,062 --> 00:03:12,062
รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวให้ดูสไลด์รอว่า

49
00:03:12,063 --> 00:03:16,063
ถ้าคลิกนี่เสร็จ

50
00:03:16,063 --> 00:03:20,063
คลิก Tool คลิก Install Package เสร็จ

51
00:03:20,063 --> 00:03:24,063
นี้ Click ok

52
00:03:24,064 --> 00:03:28,064
เราจะไปคลิกที่ preferences

53
00:03:28,073 --> 00:03:32,073
แล้วก็

54
00:03:32,074 --> 00:03:36,074
Package Control นะคะ เพราะฉะนั้น

55
00:03:36,075 --> 00:03:40,075
คลิกไหน Tference

56
00:03:40,076 --> 00:03:44,076
เลือก Package Control อันล่างสุด

57
00:03:44,076 --> 00:03:48,076
โอ.เค. ไหม ทันนะ โอ.เค.

58
00:03:48,077 --> 00:03:52,077
โอ.เค.

59
00:03:52,078 --> 00:03:56,078
พอตรงส่วนนี้ขึ้นมาให้พิมพ์

60
00:03:56,079 --> 00:04:00,079
Install แค่พิมพ์ I

61
00:04:00,079 --> 00:04:04,079
เห็นไหม พิมพ์แค่ I ก็ขึ้น

62
00:04:04,081 --> 00:04:08,081
แล้วให้คลิกเลือกที่คำว่า install Package

63
00:04:08,082 --> 00:04:12,082

64
00:04:12,083 --> 00:04:16,083
ทีนี้รอหน่อยหนึ่ง

65
00:04:16,085 --> 00:04:20,085
พอขึ้นนี้มานะคะ

66
00:04:20,085 --> 00:04:24,085
ขึ้นหรือยัง

67
00:04:24,085 --> 00:04:28,085
ทันไหม

68
00:04:28,086 --> 00:04:32,086
ฝั่งนี้ทันนะ ฝั่งนี้ทันไหมลูก

69
00:04:32,086 --> 00:04:36,086
ขึ้นหน้านี้หรือยัง

70
00:04:36,087 --> 00:04:40,087
ทุกคนขึ้นหน้านี้แล้วนะ

71
00:04:40,088 --> 00:04:44,088
ไปต่อ ให้ดูว่า

72
00:04:44,088 --> 00:04:48,088
ไปต่อ

73
00:04:48,089 --> 00:04:52,089

74
00:04:52,090 --> 00:04:56,090

75
00:04:56,092 --> 00:05:00,092
เดี๋ยว ๆ โอ.เค. ค่ะ

76
00:05:00,093 --> 00:05:04,093

77
00:05:04,094 --> 00:05:08,094
เมื่อกี้ เมื่อกี้นะคะ เราคลิก

78
00:05:08,096 --> 00:05:12,096
Preferences แล้ว มันจะมีช่องให้พิมพ์ใช่ไหม

79
00:05:12,097 --> 00:05:16,097
ให้เราพิมพ์ a

80
00:05:16,097 --> 00:05:20,097
พิมพ์ ana ในช่องนี้

81
00:05:20,098 --> 00:05:24,098
พิมพ์เลย A

82
00:05:24,099 --> 00:05:28,099
-n หาคำว่า

83
00:05:28,099 --> 00:05:32,099
Anaconda น่ะ ถ้ามันยังไม่ขึ้นอีก

84
00:05:32,100 --> 00:05:36,100
เห็นไหม ถ้าขึ้น Anaconda

85
00:05:36,100 --> 00:05:40,100
คลิกเลือกที่ ananconda เลย

86
00:05:40,101 --> 00:05:44,101
เอาแค่

87
00:05:44,101 --> 00:05:48,101
Anaconda อย่างเดียวน่ะ ไม่มีอะไรต่อน่ะ

88
00:05:48,102 --> 00:05:52,102
อันแรกเลยอันแรก อันนี้

89
00:05:52,104 --> 00:05:56,104
เอาตัวนี้ เลือกตัวนี้

90
00:05:56,108 --> 00:06:00,108
โอ.เค. ไหม เลือกที่มี ananconda อย่างเดียว ไม่ต้องมี

91
00:06:00,109 --> 00:06:04,109
go. php.

92
00:06:04,110 --> 00:06:08,110
เอาแค่ anaconda เฉย ๆ โอ.เค. นะ

93
00:06:08,111 --> 00:06:12,111
ต้องรอนะคะ

94
00:06:12,112 --> 00:06:16,112
รอจนกระทั่งถ้ามันเสร็จ มันจะขึ้นแบบนี้

95
00:06:16,112 --> 00:06:20,112
เดี๋ยวให้ดูรูป

96
00:06:20,114 --> 00:06:24,114
มีหน้าต่างนี้ขึ้นมา หน้าต่าง

97
00:06:24,114 --> 00:06:28,114
anaconda ขึ้นมาอย่างนี้ ถ้าใคร

98
00:06:28,114 --> 00:06:32,114
Install เสร็จ รอนะคะ เราต้องรอ

99
00:06:32,115 --> 00:06:36,115
ขึ้นอย่างนี้หรือยัง

100
00:06:36,117 --> 00:06:40,117
ถ้าเสร็จแล้ว ถ้าขึ้นหน้านี้แล้ว หมายความว่าเรา

101
00:06:40,117 --> 00:06:44,117
ทำการ Install Package ของ Anaconda ได้แล้ว

102
00:06:44,118 --> 00:06:48,118
ลง เรียก ก็คือสามารถเรียก

103
00:06:48,119 --> 00:06:52,119
มาใช้งานได้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้น เราก็สามารถปิดหน้าต่างนี้

104
00:06:52,119 --> 00:06:56,119
ได้เลยนะคะ ก็กดเพื่อปิดนี่

105
00:06:56,122 --> 00:07:00,122
นึกออกนะ ปิดหน้าต่างนี้ กดที่เครื่องหมาย กากบาท

106
00:07:00,123 --> 00:07:04,123
ปิดหน้าต่างนี้ไปเลย

107
00:07:04,123 --> 00:07:08,123

108
00:07:08,125 --> 00:07:12,125

109
00:07:12,127 --> 00:07:16,127
นะคะ เมื่อเรา

110
00:07:16,127 --> 00:07:20,127
ทีนี้สิ่งที่เราจะมาทำในวันนี้ ก็คือ สร้างเกม

111
00:07:20,127 --> 00:07:24,127
OX หรือ XO นี่ล่ะ

112
00:07:24,129 --> 00:07:28,129
เกมนี้ สิ่งแรกที่เราจะต้องมี เราต้องมีอะไรคะ

113
00:07:28,130 --> 00:07:32,130
ตัวพื้นที่ของมันใช่ไหม เพราะอยู่ดี ๆ

114
00:07:32,131 --> 00:07:36,131
มาถึงจะให้มันจิ้ม X จิ้ม O เลยไม่ได้

115
00:07:36,132 --> 00:07:40,132
เราจะต้องทำพื้นที่เพื่อสร้างอะไร

116
00:07:40,133 --> 00:07:44,133
ช่องตารางตัวนี้ใช่ไหมคะ สะก่อน

117
00:07:44,133 --> 00:07:48,133
นะ ให้ดูรูปนะคะ

118
00:07:48,134 --> 00:07:52,134
สัญญาณล่ามไม่ได้น่ะนะ

119
00:07:52,135 --> 00:07:56,135
สัญญาณล่ามหลุดไปแล้ว

120
00:07:56,137 --> 00:08:00,137
สัญญาณล่ามหลุดไปแล้ว

121
00:08:00,138 --> 00:08:04,138

122
00:08:04,139 --> 00:08:08,139

123
00:08:08,141 --> 00:08:12,141

124
00:08:12,143 --> 00:08:16,143

125
00:08:16,145 --> 00:08:20,145

126
00:08:20,151 --> 00:08:24,151

127
00:08:24,165 --> 00:08:28,165

128
00:08:28,167 --> 00:08:32,167

129
00:08:32,169 --> 00:08:36,169

130
00:08:36,171 --> 00:08:40,171

131
00:08:40,173 --> 00:08:44,173
กระตุกเหมือนเดิม

132
00:08:44,174 --> 00:08:48,174
น่าจะไม่ได้ ฝั่ง ๆ

133
00:08:48,175 --> 00:08:52,175
สัญญาณมันค่อนข้างกระตุกนะ เด็กจะดู

134
00:08:52,175 --> 00:08:56,175
ไม่ค่อยรูู้เรื่อง

135
00:08:56,176 --> 00:09:00,176
เดี๋ยวลองต่ออีกสักหน่อย

136
00:09:00,176 --> 00:09:04,176
ได้ไหมเด็ก ๆ ได้ไหม

137
00:09:04,177 --> 00:09:08,177
โอ.เค. ก็คือ

138
00:09:08,177 --> 00:09:12,177
หลักการนะคะ เราจะต้องสร้างพื้นที่ อันดับแรก

139
00:09:12,178 --> 00:09:16,178
ขั้นตอนแรกนี่ ก่อน

140
00:09:16,180 --> 00:09:20,180
เราจะต้องสร้างพื้นที่ของ

141
00:09:20,181 --> 00:09:24,181
เกมน่ะให้เราเล่น

142
00:09:24,181 --> 00:09:28,181
มาดู มาดูขั้นตอนมันก่อน

143
00:09:28,184 --> 00:09:32,184
เราจะต้องรู้ว่าหน้าจอหรือตำแหน่ง

144
00:09:32,185 --> 00:09:36,185
หรือพิกัดของเกมนี่มันดูอย่างไร

145
00:09:36,185 --> 00:09:40,185
ให้นึกถึงนะคะ ถ้าหน้าจอเรานี่ ถ้าจากแนวนี้ลงมา

146
00:09:40,186 --> 00:09:44,186
จอนะ

147
00:09:44,186 --> 00:09:48,186
แนวตั้งลงมานี่ เราจะเรียกแกนนี้ว่าแกน Y

148
00:09:48,187 --> 00:09:52,187
นะคะ ก็คือเพราะอะไร เพราะใน 1 จอนี่

149
00:09:52,188 --> 00:09:56,188
เวลาเอารูปใส่น่ะ

150
00:09:56,190 --> 00:10:00,190
ตำแหน่งมันจะนับเป็น Pixel นับเป็นจุด

151
00:10:00,191 --> 00:10:04,191
ตำแหน่งของแนวตั้งนี่

152
00:10:04,191 --> 00:10:08,191
ก็คือแกน Y

153
00:10:08,193 --> 00:10:12,193
ก็คือแกน X

154
00:10:12,194 --> 00:10:16,194
คอลัมน์

155
00:10:16,195 --> 00:10:20,195
ก็คือ อันนี้สมมติ

156
00:10:20,196 --> 00:10:24,196

157
00:10:24,199 --> 00:10:28,199
มันขึ้นอยู่กับขนาด

158
00:10:28,200 --> 00:10:32,200
แต่ละแบบ เหมือนไอซ์ใช้

159
00:10:32,201 --> 00:10:36,201
จอมันเล็กกว่าใช่ไหม

160
00:10:36,202 --> 00:10:40,202
All In One หน้าจอแบบกว้าง มันก็จะมี 14 นิ้ว 26 นิ้ว

161
00:10:40,204 --> 00:10:44,204

162
00:10:44,204 --> 00:10:48,204
26 นิ้ว อันนี้ก็คือแม่ยกตัวอย่างให้ดูว่า

163
00:10:48,205 --> 00:10:52,205
ถ้าขนาดหน้าจอเรามัน 400x600 หรือ 700

164
00:10:52,206 --> 00:10:56,206
หรือคูณ 600 นั่น

165
00:10:56,206 --> 00:11:00,206
แกนแนวตั้งก็คือ

166
00:11:00,207 --> 00:11:04,207
ความสูงนะคะ เดี๋ยวให้ดู

167
00:11:04,208 --> 00:11:08,208
ถ้าแนวตั้งนี่หมายถึง

168
00:11:08,209 --> 00:11:12,209
ส่วนสูงของจอเรา ถ้าแนวนอน

169
00:11:12,210 --> 00:11:16,210
ความกว้างนะคะ เพราะฉะนั้น

170
00:11:16,210 --> 00:11:20,210
ตำแหน่งเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์น่ะ ตำแหน่ง

171
00:11:20,210 --> 00:11:24,210
00 มันจะอยู่มุมบนสุด ก็คือที่ X0 Y0

172
00:11:24,210 --> 00:11:28,210
y 0 ถ้าสมมติ

173
00:11:28,212 --> 00:11:32,212
เราจะวาด วาดหน้าจอเหมือนรูปแรก

174
00:11:32,213 --> 00:11:36,213
เห็นไหม มันใช้พื้นที่ บางที

175
00:11:36,213 --> 00:11:40,213
ต้องใช้พื้นที่เต็ม นึกออกนะ บางเกมไม่ต้องใช้พื้นที่เต็ม

176
00:11:40,214 --> 00:11:44,214
หน้าจอไง คือให้นึกถึงเหมือนเรามเอารูปมาใส

177
00:11:44,215 --> 00:11:48,215
ยิ่งภาพใหญ่ ก็จะเปลืองพื้นที่ เพราะฉะนั้น

178
00:11:48,216 --> 00:11:52,216
หลักการทำหน้าจอเกมน่ะ เราก็ต้อง

179
00:11:52,217 --> 00:11:56,217
ดูว่าเกมที่เราใช้เล่นนี่ มันจำเป็นไหมที่ต้องทำ

180
00:11:56,218 --> 00:12:00,218
หน้าจอใหญ่ ๆ นึกออกนะคะ

181
00:12:00,220 --> 00:12:04,220
ให้นึกถึง

182
00:12:04,220 --> 00:12:08,220
หลักง่าย ๆ ว่า ถ้าพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้

183
00:12:08,221 --> 00:12:12,221
แต่เราต้องการใช้พื้นที่แค่ส่วนนี้ แค่ล็อกเดียว

184
00:12:12,221 --> 00:12:16,221
อย่างนี้ นึกออกนะ ถ้าสมมติว่า

185
00:12:16,223 --> 00:12:20,223
1 ช่องที่แม่เว้นไว้ ใช้ช่องละ 100

186
00:12:20,224 --> 00:12:24,224
ถ้าแม่อยากใช้ส่วนแค่ตรงนี้

187
00:12:24,225 --> 00:12:28,225
พื้นที่มันก็จะแค่ประมาณ

188
00:12:28,225 --> 00:12:32,225
100 x 100 เท่านั้น เราต้องการ

189
00:12:32,226 --> 00:12:36,226
ความสูงของจอ 100 ความกว้างของจอ 100

190
00:12:36,226 --> 00:12:40,226
แค่นั้น อย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับ

191
00:12:40,228 --> 00:12:44,228
ลักษณะเกมที่เราจะสร้างด้วยนะคะ แต่ให้รู้ไว้ว่า

192
00:12:44,228 --> 00:12:48,228
เมื่อเราจะตั้ง

193
00:12:48,228 --> 00:12:52,228
อันไหนคือแนวตั้ง อันไหนคือส่วนสูง อันไหนคือ

194
00:12:52,230 --> 00:12:56,230
ความกว้างของจอ เพราะมันจะต้องใช้คำสั่งของจอ

195
00:12:56,231 --> 00:13:00,231
เพื่อกำหนดค่าให้จอที่เราจะสร้างขึ้นมา

196
00:13:00,232 --> 00:13:04,232
นึกออกนะคะ

197
00:13:04,238 --> 00:13:08,238
เพราะฉะนั้น

198
00:13:08,240 --> 00:13:12,240
ไปต่อนะคะ ทีนี้

199
00:13:12,240 --> 00:13:16,240
ก่อนจะทำในส่วนนั้นได้

200
00:13:16,242 --> 00:13:20,242
เราจะต้องสร้างในเกมนี่

201
00:13:20,242 --> 00:13:24,242
ทุกเกมนี่ ที่เขียนด้วย pyGame

202
00:13:24,244 --> 00:13:28,244
หลักการ ก็คือจะต้องมีในส่วนของ

203
00:13:28,245 --> 00:13:32,245
ไปเร็วไปหน่อย ส่วนของ Import นึกถึง

204
00:13:32,245 --> 00:13:36,245
ที่สัปดาห์ที่แล้วนะ เห็นไหมคะ

205
00:13:36,245 --> 00:13:40,245
Import ต้องมีคำสั่งหรือ ฟังก์ชัน Import

206
00:13:40,246 --> 00:13:44,246
นี่ ทุกครั้ง ขาดไม่ได้นะคะ เพื่อบอก

207
00:13:44,247 --> 00:13:48,247
ให้รู้ว่าเราจะไปเปิดใช้งานโมดูลหรือ library เกม

208
00:13:48,248 --> 00:13:52,248
หรือ นึกออกนะ

209
00:13:52,250 --> 00:13:56,250
มันจะเอามาเขียนโค้ดอื่น

210
00:13:56,251 --> 00:14:00,251
ที่เกี่ยวกับการเล่นเกมนี่ไม่ได้ เพื่อเปิดใช้งานมัน

211
00:14:00,252 --> 00:14:04,252
Import นี่จะต้องมาเสมอนะคะ

212
00:14:04,253 --> 00:14:08,253
ต่อไป ส่วนต่อมา

213
00:14:08,254 --> 00:14:12,254
ส่วนนี้ ความจริง

214
00:14:12,255 --> 00:14:16,255
เอาอีกแล้ว ทำไมคอมพิวเตอร์มันรู้มาก ที่จริง

215
00:14:16,257 --> 00:14:20,257
i ตัวเล็ก

216
00:14:20,258 --> 00:14:24,258
Inic

217
00:14:24,258 --> 00:14:28,258
อันนี้ ส่วนนี้ คำสั่งนี้จะให้ดู

218
00:14:28,260 --> 00:14:32,260
มันจะหมายถึง บอก บอกให้เกม

219
00:14:32,261 --> 00:14:36,261
เริ่มทำงาน คำสั่งนี้ Init() นี่

220
00:14:36,263 --> 00:14:40,263
เพราะมีวงเล็บนี่ มันหมายถึง

221
00:14:40,264 --> 00:14:44,264
เดี๋ยวจะให้ดูว่า คำสั่งนี้เขียนอย่างไร

222
00:14:44,265 --> 00:14:48,265
ก็ขาดไม่ได้ ต้องมีการเรียกใช้มันขึ้นมา

223
00:14:48,267 --> 00:14:52,267
ต้องมีเสมอ ใน

224
00:14:52,269 --> 00:14:56,269
ส่วนต่อมา ส่วนที่ 3 ส่วนของการกำหนดค่า

225
00:14:56,270 --> 00:15:00,270
ที่จะทำเพราะทุกครั้ง

226
00:15:00,271 --> 00:15:04,271
ที่ทำเกม จะต้องมากำหนด

227
00:15:04,272 --> 00:15:08,272
สร้างหน้าจอทุกครั้งไง นึกออกนะ

228
00:15:08,273 --> 00:15:12,273
หน้าจอแต่ละอันไม่เหมือนกัน มันจะต้องมีส่วนของการกำหนดค่า ง

229
00:15:12,274 --> 00:15:16,274
หน้าจอ สี หรือรูป

230
00:15:16,274 --> 00:15:20,274
หรือรูปที่จะเอามาใช้ หรือตัวเกม หรือตัวเกม

231
00:15:20,275 --> 00:15:24,275
เช่น สมมติเราจะใช้ X กับ O

232
00:15:24,276 --> 00:15:28,276
ใช่ไหม เราจะทำเกม XO เพราะฉะนั้น

233
00:15:28,278 --> 00:15:32,278
คือตัวเกมที่เราจะนำมาทำ

234
00:15:32,280 --> 00:15:36,280
หรือตัวละครของเรา หรือเหมือนทำเกมงู

235
00:15:36,281 --> 00:15:40,281
ตัวเกมของเราก็หมายถึงตัวงูนั่นเอง

236
00:15:40,282 --> 00:15:44,282
ก็คือจะมีส่วนของตัวนี้ขาดไม่ได้

237
00:15:44,283 --> 00:15:48,283
มาดูล

238
00:15:48,283 --> 00:15:52,283
ส่วนต่อมา ส่วนของ Loop

239
00:15:52,285 --> 00:15:56,285
เป็นส่วนของการกำหนดเงื่อนไขหรือ

240
00:15:56,286 --> 00:16:00,286
การทำงานต่าง ๆ เพื่อให้ เพราะโดยปกติ

241
00:16:00,286 --> 00:16:04,286
เกมมันไม่ได้เล่นแค่กดครั้งเดียวจบ

242
00:16:04,287 --> 00:16:08,287
มันต้องมีการวน Loop ใช่ไหมคะ

243
00:16:08,287 --> 00:16:12,287
สามารถเล่นซ้ำได้ หรือกดซ้ำ

244
00:16:12,287 --> 00:16:16,287
หรือกดเพิ่มจำนวนครั้งได้ เพราะในจำนวนครั้ง

245
00:16:16,290 --> 00:16:20,290
มันต้องมากกว่า 1 รอบอยู่แล้ว

246
00:16:20,290 --> 00:16:24,290
นะคะ แล้วใน Loop มีแต่ Loop อย่างเดียว

247
00:16:24,291 --> 00:16:28,291
ไม่ได้ ในลูปก็ต้องมี Event อยู่ข้างใน

248
00:16:28,292 --> 00:16:32,292
มีส่วนของ Envet คือเหตุการณ์

249
00:16:32,293 --> 00:16:36,293
ก็คือเหมือน เหมือนจะทำ Loop นี้

250
00:16:36,294 --> 00:16:40,294
ใน Loop นี้ มีเงื่อนไขว่าอย่างไรคะ

251
00:16:40,294 --> 00:16:44,294
มันก็จะเข้าไปทำตามเหตุการณ์ต่าง ๆ นะคะ ที่เรา

252
00:16:44,296 --> 00:16:48,296
ตั้งเงื่อนไขไว้

253
00:16:48,297 --> 00:16:52,297
ก็จะมีส่วนนี้อยู่ข้างใน

254
00:16:52,298 --> 00:16:56,298
และส่วนที่ขาดไม่ได้ ในเกมทุกครั้งนี่

255
00:16:56,299 --> 00:17:00,299
มันจะต้องมีส่วนของการอัปเดต

256
00:17:00,299 --> 00:17:04,299
นะคะ เพราะ

257
00:17:04,299 --> 00:17:08,299
พอทำไป พอทำเกมไป บางครั้งบางค่า

258
00:17:08,300 --> 00:17:12,300
มันโดนบันทึกเข้าไป เหมือนเราคลิก X  ตรงนี้

259
00:17:12,301 --> 00:17:16,301
นึกออกใช่ไหมคะ คลิกตำแหน่ง X ตรงตัวบนนี่

260
00:17:16,301 --> 00:17:20,301
ไม่ใช่ครั้งหน้าเข้ามาตัว X ยังอยู่

261
00:17:20,303 --> 00:17:24,303
นึกออกไหม การอัปเดต

262
00:17:24,303 --> 00:17:28,303
การปรับปรุงข้อมูลในเกมที่เราทำนี่

263
00:17:28,304 --> 00:17:32,304
มันต้องมีการอัปเดตเสมอ ไม่ใช่สถานะอย่างไรก็อยู่อย่างนั้น

264
00:17:32,304 --> 00:17:36,304
ซึ่งมันไม่ถูกต้องใช่ไหมคะ

265
00:17:36,306 --> 00:17:40,306
และส่วนสุดท้าย Quit

266
00:17:40,307 --> 00:17:44,307
เพราะมี init() แล้ว

267
00:17:44,308 --> 00:17:48,308
มีเริ่มต้นก็ต้องมีสิ้นสุดใช่ไหม คำสั่ง Quite

268
00:17:48,309 --> 00:17:52,309
ให้รู้ว่า จบแล้วนะ เกมจบแล้ว

269
00:17:52,310 --> 00:17:56,310
ไม่ใช่เกม เกมเล่นวนอยู่อย่างนั้น ออกไม่ได้

270
00:17:56,311 --> 00:18:00,311
เข้าใจไหม ทำเกม มันจะต้องมีเริ่ม มีสิ้นสุดนะคะ

271
00:18:00,312 --> 00:18:04,312
นะคะ ถ้าเกมวนไม่หยุดนั่นก็คือ Error นะคะ

272
00:18:04,314 --> 00:18:08,314
ทำลูปไม่ถูกต้องบ้างอะไรบ้าง

273
00:18:08,314 --> 00:18:12,314
เพราะฉะนั้น ต้อง

274
00:18:12,315 --> 00:18:16,315
มีส่วนเหล่านี้ให้ครบนะคะ ขาดไม่ได้เลย

275
00:18:16,317 --> 00:18:20,317
นะคะ คือ องค์ประกอบของมันนี่จะอยู่ในนี้

276
00:18:20,318 --> 00:18:24,318
เราพร้อมจะ

277
00:18:24,318 --> 00:18:28,318
ทำเกม XO ของเราหรือยัง

278
00:18:28,319 --> 00:18:32,319
ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มเลยนะคะ นี่นะคะ

279
00:18:32,320 --> 00:18:36,320
อันดับแรกเราจะสร้างหน้าจอ

280
00:18:36,321 --> 00:18:40,321
ให้มันแบบนี้นะคะ

281
00:18:40,321 --> 00:18:44,321
หน้าจอของเกม ก่อนอื่น บอกแล้ว

282
00:18:44,323 --> 00:18:48,323
เราจะต้องนำเข้า Module หรือนำเข้า

283
00:18:48,323 --> 00:18:52,323
คำสั่ง import ก่อนใช่ไหมคะ

284
00:18:52,324 --> 00:18:56,324
เพราะฉะนั้น ไปที่ Sublime Text เรา

285
00:18:56,325 --> 00:19:00,325
เรา Import type เกมมาแล้ว

286
00:19:00,326 --> 00:19:04,326
ในสัปดาห์ที่แล้ว ตรง print

287
00:19:04,327 --> 00:19:08,327
ตรงบรรทัดนี้เราไม่เอา เราลบออกเลย

288
00:19:08,327 --> 00:19:12,327
นึกออกนะคะ ลบออกไป

289
00:19:12,328 --> 00:19:16,328
ในสัปดาห์นี้ที่มีเพิ่มเข้ามา

290
00:19:16,329 --> 00:19:20,329
ในส่วนของ import จากสไลด์

291
00:19:20,329 --> 00:19:24,329
ก็คือคำสั่ง from pygame loca

292
00:19:24,330 --> 00:19:28,330
From Pygame

293
00:19:28,331 --> 00:19:32,331
พิมพ์ ให้พิมพ์นะ

294
00:19:32,332 --> 00:19:36,332
อย่าถ่าย ๆ มันจะช้า เดี๋ยวเปิด sublime Text

295
00:19:36,332 --> 00:19:40,332
แล้วพิมพ์ตามแม่เด้อ เพราะ

296
00:19:40,334 --> 00:19:44,334
เราใช้ Anaconda แล้ว

297
00:19:44,334 --> 00:19:48,334

298
00:19:48,336 --> 00:19:52,336

299
00:19:52,336 --> 00:19:56,336

300
00:19:56,337 --> 00:20:00,337
เห็นไหมคะ แค่พิมพ์ คำว่า

301
00:20:00,339 --> 00:20:04,339
Fr คำว่า From มันจะขึ้นมา

302
00:20:04,340 --> 00:20:08,340
ถ้าตำแหน่งมันอยู่ไม่ตรงคำว่า From นี่

303
00:20:08,341 --> 00:20:12,341
เรากด Enter ได้เลย ถ้าใช่ from อย่างนี้

304
00:20:12,342 --> 00:20:16,342
ไม่ต้องไปพิมพ์ยาวนะ วรรค

305
00:20:16,344 --> 00:20:20,344
พอเสร็จ เสร็จ 1 ลักษณะการพิมพ์

306
00:20:20,345 --> 00:20:24,345
Coding นี่ พอกดประโยค เราจะกด Space Bar

307
00:20:24,345 --> 00:20:28,345
เพื่อเว้นวรรคเสมอ from from อะไร

308
00:20:28,347 --> 00:20:32,347
fromPygame.

309
00:20:32,349 --> 00:20:36,349
pygame.locals

310
00:20:36,350 --> 00:20:40,350
Py เฉย ๆ นี่ หาคำว่า Pygame

311
00:20:40,351 --> 00:20:44,351
เห็นไหม pygame เป็นโมดูล กดลงไป

312
00:20:44,352 --> 00:20:48,352
ทันไหม

313
00:20:48,353 --> 00:20:52,353
เราใช้ ananconda ตัวนั้นมันจะขึ้น

314
00:20:52,354 --> 00:20:56,354
พอใช้ Anaconda ช่วย From Py

315
00:20:56,354 --> 00:21:00,354
เราหาไปเลย เราไปที่คำว่า "Pygame" เลย

316
00:21:00,354 --> 00:21:04,354
แล้วกด Enter

317
00:21:04,356 --> 00:21:08,356
ทันไหม พี่จ๊าบทันไหม

318
00:21:08,356 --> 00:21:12,356
เข้า sublime

319
00:21:12,359 --> 00:21:16,359
ไม่ได้หรือ

320
00:21:16,359 --> 00:21:20,359

321
00:21:20,361 --> 00:21:24,361
ต่อไปใครที่ pygame ขึ้นแล้ว กด จุด

322
00:21:24,362 --> 00:21:28,362
. จุด ๆ กด dot 1 ครั้ง

323
00:21:28,363 --> 00:21:32,363
พิมพ์ dot (.)

324
00:21:32,365 --> 00:21:36,365

325
00:21:36,366 --> 00:21:40,366
dot

326
00:21:40,368 --> 00:21:44,368
อะไร ดู

327
00:21:44,369 --> 00:21:48,369
.locals

328
00:21:48,370 --> 00:21:52,370
พิมพ์ LO นะคะ

329
00:21:52,372 --> 00:21:56,372
เห็นไหม

330
00:21:56,372 --> 00:22:00,372
เห็นไหม แค่ l ก็ขึ้นมาแล้ว

331
00:22:00,373 --> 00:22:04,373
กด Enter ได้เลย

332
00:22:04,374 --> 00:22:08,374
เห็นไหมคะ ถ้าเราใช้เมื่อกี้

333
00:22:08,376 --> 00:22:12,376
เรา Install Package anaconda

334
00:22:12,377 --> 00:22:16,377
ง่ายขึ้น มันจะรู้เลยว่า ถ้าเราเลือก

335
00:22:16,378 --> 00:22:20,378
ฟังก์ชันหรือโมดูลฟอร์มแล้ว

336
00:22:20,379 --> 00:22:24,379
Modle ต่อไปมันจะเป็นอะไร

337
00:22:24,380 --> 00:22:28,380
ทำให้เราเขียนไม่ผิดพลาดได้ เราก็

338
00:22:28,381 --> 00:22:32,381
เลือก ต่อไป ก็คือเราจะใช้ Module local

339
00:22:32,381 --> 00:22:36,381
กด Specbar 1 ครั้งค่ะ เพื่อวรรค

340
00:22:36,382 --> 00:22:40,382

341
00:22:40,382 --> 00:22:44,382
แล้วพิมพ์ Import พิมพ์ I แล้วเลือก

342
00:22:44,384 --> 00:22:48,384
import พิมพ์ ร

343
00:22:48,384 --> 00:22:52,384
เห็นไหม i มันมี if

344
00:22:52,385 --> 00:22:56,385
if mant

345
00:22:56,387 --> 00:23:00,387
เราก็เลือก คลิกที่ Import

346
00:23:00,389 --> 00:23:04,389
แล้วตัวสุดท้าย คือ

347
00:23:04,390 --> 00:23:08,390
เห็นไหมคะ

348
00:23:08,391 --> 00:23:12,391
ต้องกด Sp

349
00:23:12,392 --> 00:23:16,392
เครื่องหมาย Star หรือ ดอกจัน

350
00:23:16,392 --> 00:23:20,392
นึกออกนะ อยู่ตรง

351
00:23:20,392 --> 00:23:24,392
ปุ่มตัวเลขนะคะ

352
00:23:24,395 --> 00:23:28,395
กดวรรค แล้วเลือก

353
00:23:28,398 --> 00:23:32,398
สังเกต

354
00:23:32,399 --> 00:23:36,399
ดูง่าย ๆ เช็กว่าพิมพ์ Coding ถูกไหม

355
00:23:36,400 --> 00:23:40,400
ดูสีต้องตรงกับแม่ด้วย ดูที่สีเห็นไหมคะ

356
00:23:40,401 --> 00:23:44,401
สีของ Codeing เรา

357
00:23:44,401 --> 00:23:48,401
เพราะเราใช้โปรแกรมตัวเดียวกัน ความผิดพลาด

358
00:23:48,402 --> 00:23:52,402
ใช้ Package เดียวกัน

359
00:23:52,402 --> 00:23:56,402
เราจะพิมพ์ไม่ผิดแน่นอน ดูได้เลย ดูที่สีได้เลย

360
00:23:56,404 --> 00:24:00,404
เราเริ่มที่ส่วนของการ Imne

361
00:24:00,405 --> 00:24:04,405
แล้วนะคะ ส่วนต่อไป เริ่มที่ส่วนของ

362
00:24:04,406 --> 00:24:08,406
การ start game หรือเริ่มเกม

363
00:24:08,406 --> 00:24:12,406
Enter ไป เว้นไป 1 บรรทัดนะคะ

364
00:24:12,407 --> 00:24:16,407
เราจะอยู่ที่บรรทัดที่ 5

365
00:24:16,408 --> 00:24:20,408
คือพอ

366
00:24:20,409 --> 00:24:24,409

367
00:24:24,410 --> 00:24:28,410
พอจะ

368
00:24:28,412 --> 00:24:32,412
เริ่มส่วนใหม่นี่ ความจริงแล้วทุกครั้ง

369
00:24:32,413 --> 00:24:36,413
แม่จะให้เขียน comment เพื่อจะบอกว่า

370
00:24:36,414 --> 00:24:40,414
เรากำลังทำอะไร การเขียนคอมเมนต์คือการกดเครื่

371
00:24:40,415 --> 00:24:44,415
เครื่องหมาย Hashtag (#)

372
00:24:44,416 --> 00:24:48,416
แล้วก็บอกว่า

373
00:24:48,417 --> 00:24:52,417
ให้รู้ว่าตรงส่วนนี้

374
00:24:52,417 --> 00:24:56,417
ก็คือ Start เริ่มเกม

375
00:24:56,418 --> 00:25:00,418
หรือ Start game คือ Comment เราสามารถเขียนเป็นภาษาไทย

376
00:25:00,419 --> 00:25:04,419
หรือภาษาอังกฤษก็ได้ ทีนี้เพื่อความรวดเร็ว

377
00:25:04,421 --> 00:25:08,421
ไม่อยากอะไรล่ะ

378
00:25:08,422 --> 00:25:12,422
แต่เด็ก ๆ จะเข้าใจยาก เริ่ม

379
00:25:12,423 --> 00:25:16,423
ก็พิมพ์เป็นภาษาไทยว่า "เริ่มเกม"

380
00:25:16,425 --> 00:25:20,425

381
00:25:20,426 --> 00:25:24,426

382
00:25:24,427 --> 00:25:28,427
ส่วน

383
00:25:28,430 --> 00:25:32,430
ตัวนี้ก็คือ

384
00:25:32,434 --> 00:25:36,434
ตัว Comment ข้างบนนี่

385
00:25:36,435 --> 00:25:40,435
นำเข้าข้อมูล เป็นส่วนของการนำเข้า Module

386
00:25:40,436 --> 00:25:44,436

387
00:25:44,437 --> 00:25:48,437

388
00:25:48,437 --> 00:25:52,437
ส่วนบนนี่มันจะเป็นส่วนของการนำเข้าข้อมูล

389
00:25:52,440 --> 00:25:56,440
Module locals ส่วนของ

390
00:25:56,441 --> 00:26:00,441
import ต่าง ๆ นี่นะคะ ส่วนนี้

391
00:26:00,442 --> 00:26:04,442
เป็นส่วนของเริ่มต้นเกม

392
00:26:04,443 --> 00:26:08,443
ให้ดูทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

393
00:26:08,444 --> 00:26:12,444

394
00:26:12,445 --> 00:26:16,445

395
00:26:16,445 --> 00:26:20,445

396
00:26:20,446 --> 00:26:24,446
เริ่มต้นเกม หรือ Strt \

397
00:26:24,447 --> 00:26:28,447
ในส่วนนี้นะคะ ก็คือ init() นั่นเอง

398
00:26:28,449 --> 00:26:32,449
init() นั่นเองนะคะ บางคนอ่าย

399
00:26:32,450 --> 00:26:36,450
ดูแล้วอ่าน init()

400
00:26:36,451 --> 00:26:40,451
น่าจะใกล้เคียงกว่า ก็คือในนี้

401
00:26:40,453 --> 00:26:44,453
ส่วนในบรรทัดที่ 5 เห็นไหมลูก

402
00:26:44,454 --> 00:26:48,454
เริ่มต้นนี่ เริ่มต้นโปรแกรมหรือเริ่มเกมนี่

403
00:26:48,454 --> 00:26:52,454
นั่นก็คือเราจะพิมพ์ module pygame.init()

404
00:26:52,456 --> 00:26:56,456
Pygame.init

405
00:26:56,458 --> 00:27:00,458
เพราะฉะนั้นตรงบรรทัดที่ 6

406
00:27:00,461 --> 00:27:04,461
เราก็พิมพ์ py ก่อน

407
00:27:04,462 --> 00:27:08,462
มันรู้เลยว่าต่อไปจะพิมพ์คำว่าอะไร pygame

408
00:27:08,463 --> 00:27:12,463
ตามด้วยเครื่องหมาย (,)

409
00:27:12,464 --> 00:27:16,464
.init()

410
00:27:16,464 --> 00:27:20,464
i ตัวเดียว เห็น

411
00:27:20,465 --> 00:27:24,465
คำว่า "init()" แล้วใช่ไหม มันเป็นฟังก์ชัน

412
00:27:24,467 --> 00:27:28,467
ว่า init เป็นอะไร เป็นฟังกชัน

413
00:27:28,467 --> 00:27:32,467
เราก็คลิกเลือกที่ init ฟังก์ชันนะคะ

414
00:27:32,470 --> 00:27:36,470
เสร็จแล้วเราจะต้องใส่เครื่องหมายวงเล็บ

415
00:27:36,471 --> 00:27:40,471
ก็คือกดที่วงเล็บ เห็นไหม

416
00:27:40,472 --> 00:27:44,472
กดแค่วงเล็บเปิดวงเล็บปิดมันจะมาทีน

417
00:27:44,472 --> 00:27:48,472
เจอไหมคะ

418
00:27:48,474 --> 00:27:52,474
เจอไหมคะ หาเจอไหม

419
00:27:52,476 --> 00:27:56,476
เห็นไหมคะ บรรทัดนี้เราก็จะได้ pygame.init()

420
00:27:56,476 --> 00:28:00,476
นั่นก็คือบอกว่า

421
00:28:00,478 --> 00:28:04,478
ฉันจะเริ่มทำเกมแล้วนะคะ

422
00:28:04,480 --> 00:28:08,480
เริ่มต้นแล้ว ต่อไป

423
00:28:08,480 --> 00:28:12,480
เราจะไปส่วนต่อไปเลย เข้า module แล้ว สั่ง Start แล้ว

424
00:28:12,481 --> 00:28:16,481
นะคะ ต่อไป

425
00:28:16,483 --> 00:28:20,483
เราก็จะ ทำ loop

426
00:28:20,484 --> 00:28:24,484
สร้าง Loop นะคะ ตอนนี้ให้ดู

427
00:28:24,486 --> 00:28:28,486
Loop เพื่อจะตรวจสอบว่า

428
00:28:28,488 --> 00:28:32,488
พอขึ้นมาแล้วมีอะไรบ้างนะคะ

429
00:28:32,489 --> 00:28:36,489
สร้าง loop กับ Event

430
00:28:36,491 --> 00:28:40,491
ตรงนี้ คือ Event

431
00:28:40,491 --> 00:28:44,491
pygame.event.get

432
00:28:44,491 --> 00:28:48,491
มันจะมีรูปแบบของมัน

433
00:28:48,491 --> 00:28:52,491
ในส่วนนี้นะคะ จะอยู่ต่อที่บรรทัดที่เท่าไหร่

434
00:28:52,492 --> 00:28:56,492
ต่อจากบรรทัดของ

435
00:28:56,492 --> 00:29:00,492

436
00:29:00,494 --> 00:29:04,494
เพราะฉะนั้น ก็จะเว้น 2 บรรทัดทุกครั้ง

437
00:29:04,495 --> 00:29:08,495
พอจะขึ้น ส่วนของการ coding

438
00:29:08,496 --> 00:29:12,496
การ Coding ใหม่ แม่จะเว้น 2 บรรทัดเสมอนะ

439
00:29:12,498 --> 00:29:16,498
เพื่ออะไร ก็คือบรรทัดหนึ่งจะเว้นไว้ว่า

440
00:29:16,499 --> 00:29:20,499
อีกบรรทัดหนึ่งจะเว้น

441
00:29:20,500 --> 00:29:24,500
เพื่อให้เขียน แฮทแท็กหรือ comment

442
00:29:24,501 --> 00:29:28,501

443
00:29:28,503 --> 00:29:32,503

444
00:29:32,504 --> 00:29:36,504

445
00:29:36,505 --> 00:29:40,505

446
00:29:40,506 --> 00:29:44,506

447
00:29:44,507 --> 00:29:48,507
ตรงนี้ก็จะบอกไว้ว่าเป็นส่วนการสร้าง Loop และ Event

448
00:29:48,509 --> 00:29:52,509
คือที่ใส่ Comment ไว้

449
00:29:52,510 --> 00:29:56,510
เหมือนเวลาบอกไปแก้ loop

450
00:29:56,511 --> 00:30:00,511
ใช่ไหม นะคะ

451
00:30:00,511 --> 00:30:04,511
คำสั่งแรก

452
00:30:04,513 --> 00:30:08,513

453
00:30:08,514 --> 00:30:12,514

454
00:30:12,516 --> 00:30:16,516

455
00:30:16,520 --> 00:30:20,520
อันแรกพิมพ์คำว่า "run"

456
00:30:20,524 --> 00:30:24,524
run ก่อน ลองพิมพ์ ๆ

457
00:30:24,525 --> 00:30:28,525

458
00:30:28,526 --> 00:30:32,526

459
00:30:32,527 --> 00:30:36,527
ขอโทษ ๆ

460
00:30:36,529 --> 00:30:40,529
ต้องพิมพ์ while

461
00:30:40,531 --> 00:30:44,531
คำสั่ง why ที่เป็น keyword หรือ why ที่เป็น

462
00:30:44,532 --> 00:30:48,532
เราต้องเลือก while loop นะคะ

463
00:30:48,533 --> 00:30:52,533
เห็นไหม เห็นไหมคะ

464
00:30:52,534 --> 00:30:56,534
มันก็จะขึ้นมาให้

465
00:30:56,535 --> 00:31:00,535
ถ้าเลือกเป็น while ที่เป็นคีย์เวิร์ด

466
00:31:00,536 --> 00:31:04,536
ดู ถ้าเลือก while แบบคีย์เวอร์ด

467
00:31:04,537 --> 00:31:08,537
มันจะเป็นแค่ตัวแดง ๆ อย่างนี้ แต่ของเรา

468
00:31:08,538 --> 00:31:12,538
บอกแล้วว่า เราทำเป็น Loop

469
00:31:12,540 --> 00:31:16,540
ถ้าเป็น loop จะเป็น ,

470
00:31:16,542 --> 00:31:20,542
นึกออกนะคะ เพราะรูปแบบของ Loop

471
00:31:20,544 --> 00:31:24,544
ก็คือมี Loop ก่อน แล้วค่อยมี event อยู่ข้างใน

472
00:31:24,545 --> 00:31:28,545
ใช่ไหมคะ ต้องเลือกใช้ให้ถูก

473
00:31:28,546 --> 00:31:32,546
คือถ้าพิมพ์ ถ้าเด็ก ๆ ไม่คลิก

474
00:31:32,546 --> 00:31:36,546
ถ้าเด็ก ๆ ไม่คิดฟังก์ชัน หรือ

475
00:31:36,547 --> 00:31:40,547
พิมพ์นี่ แล้วพอเวลา Build หรือ Run โปรแกรมนี่

476
00:31:40,548 --> 00:31:44,548
บางทีมันจะขึ้น Error นึกออกไหม

477
00:31:44,548 --> 00:31:48,548
เพราะ ตัวเขียน Coding

478
00:31:48,549 --> 00:31:52,549
ยุคใหม่นี่ มันจะเป็นตัวช่วยเลย มันจะช่วย

479
00:31:52,550 --> 00:31:56,550
ให้รู้ว่าส่วนนี้เป็น Loop นะ ส่วนนี้

480
00:31:56,551 --> 00:32:00,551
เป็นฟังก์ชันนะคะ ส่วนนี้เป็น modle

481
00:32:00,552 --> 00:32:04,552
ถ้าเด็ก ๆ ไปพิมพ์ ดู Code แล้วพิมพ์

482
00:32:04,554 --> 00:32:08,554
พอเวลาเรามา Run น่ะ

483
00:32:08,554 --> 00:32:12,554
เหมือนไปก็อบ Coding ชาวบ้านเขามาแล้วมารันแล้วมัน Error

484
00:32:12,556 --> 00:32:16,556
เพราะอะไร บ้างที

485
00:32:16,558 --> 00:32:20,558
ไปบางเว็บ ฟ้อนต์ ก็เป็นอีกฟ้อนต์หนึ่ง

486
00:32:20,559 --> 00:32:24,559
พอมาใส่ใน Coding มันไม่ได้ เพราะ

487
00:32:24,560 --> 00:32:28,560
การ Coding มันจะเป็นการ Copy paste

488
00:32:28,560 --> 00:32:32,560
Codeing p

489
00:32:32,561 --> 00:32:36,561
หรือไอ้ตัวนี้เป็น Event อะไรพวกนี้

490
00:32:36,562 --> 00:32:40,562
เพราะฉะนั้น

491
00:32:40,562 --> 00:32:44,562
ต้องพยายามตามให้ทัน และพยายามจำไว้ Loop

492
00:32:44,563 --> 00:32:48,563
เป็นอย่างไร ลักษณะ

493
00:32:48,564 --> 00:32:52,564
สังเกตที่สีด้วย

494
00:32:52,564 --> 00:32:56,564
สีหรือค่าต่าง ๆ หรือตัวองค์ประกอบ

495
00:32:56,564 --> 00:33:00,564
ต่าง ๆ ใน Coding เรานะคะ

496
00:33:00,566 --> 00:33:04,566
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ whil

497
00:33:04,567 --> 00:33:08,567
เพราะบอกแล้ว จะสร้าง loop

498
00:33:08,568 --> 00:33:12,568
เพราะฉะนั้น พอ while ขึ้นมา เราต้องเลือก

499
00:33:12,568 --> 00:33:16,568
while loop แล้วตามด้วย

500
00:33:16,569 --> 00:33:20,569
ก็คือสั่งให้มันทำอะไรคะ โปรแกรมมัน

501
00:33:20,571 --> 00:33:24,571
while เพราะฉะนั้นคำสั่ง

502
00:33:24,574 --> 00:33:28,574
มันจะยังไม่มีนะคะ เพราะเราเป็นสร้างใหม่

503
00:33:28,574 --> 00:33:32,574
เราพิมพ์เองได้เลย R-u-n Run

504
00:33:32,576 --> 00:33:36,576
นะคะ

505
00:33:36,578 --> 00:33:40,578
เพราะอะไร เพราะเรายังไม่ได้บอก

506
00:33:40,578 --> 00:33:44,578
แค่บอกว่า Loop  นี้ ชื่ออันนี้

507
00:33:44,580 --> 00:33:48,580
แล้วไปบรรทัดบน เราจะมาบอกแล้ว

508
00:33:48,581 --> 00:33:52,581
run จะขึ้นแล้ว เห็นไหม

509
00:33:52,582 --> 00:33:56,582
run= อะไรคะ

510
00:33:56,582 --> 00:34:00,582
ลืมเหมือนกัน ไม่ค่อยได้เขียนนาน

511
00:34:00,584 --> 00:34:04,584
ก็คือ run = True ก็คือ

512
00:34:04,585 --> 00:34:08,585
ทำงานเมื่อเป็นอะไรคะ True

513
00:34:08,587 --> 00:34:12,587
true ก็คือเป็นจริง

514
00:34:12,587 --> 00:34:16,587

515
00:34:16,589 --> 00:34:20,589
เลือก True True Keyword เลย

516
00:34:20,590 --> 00:34:24,590
True ที่เป็น K

517
00:34:24,591 --> 00:34:28,591
สีเป็นสีม่วง

518
00:34:28,591 --> 00:34:32,591
ใน่สวน

519
00:34:32,592 --> 00:34:36,592
ของตรงนี้ สีแดง ๆ ตรงนี้เราจะลบออกนะคะ

520
00:34:36,594 --> 00:34:40,594
เพราะเป็นส่วนของ envnt

521
00:34:40,594 --> 00:34:44,594
ก็คือส่วนนี้ ส่วนของตัวนี้

522
00:34:44,595 --> 00:34:48,595
นะคะ ก็คือเราจะบอก Event แล้วว่า

523
00:34:48,596 --> 00:34:52,596
คำสั่ง...

524
00:34:52,598 --> 00:34:56,598
จะบอกว่าอะไร คำสั่งที่ใช้ในการสร้าง envent

525
00:34:56,599 --> 00:35:00,599
ก็คือ for ตามด้วย event

526
00:35:00,599 --> 00:35:04,599
เราพิมพ์นิดเดียว เดี๋ยวมันก็จะขึ้นมาเอง

527
00:35:04,600 --> 00:35:08,600
ตรงคำว่า past นี่

528
00:35:08,600 --> 00:35:12,600
ลบออก ทำแถบแล้วก็ลบออกนะคะ

529
00:35:12,601 --> 00:35:16,601
เคไหม ลบยังคะ

530
00:35:16,602 --> 00:35:20,602
เอาใหม่นะ

531
00:35:20,602 --> 00:35:24,602
ย้อนให้ดู Ctrl + Z

532
00:35:24,604 --> 00:35:28,604
เลือก while loop มันจะ

533
00:35:28,605 --> 00:35:32,605
ส่วนของ past ก็คือส่วนของ event นั่นเองนะคะ

534
00:35:32,605 --> 00:35:36,605
แต่เราจะไม่ใช้ตัวนี้ เราจะลบมันออก

535
00:35:36,606 --> 00:35:40,606
เราจะลบมันออก ลบมันออก แล้ว past ออกนะคะ

536
00:35:40,607 --> 00:35:44,607
เข้าไป ก็คือ for เห็นไหมคะ

537
00:35:44,608 --> 00:35:48,608
for ลองดู

538
00:35:48,609 --> 00:35:52,609
ถ้าเลือก for loop เป็นอย่างไร

539
00:35:52,609 --> 00:35:56,609
ถ้าเลือก for loop เห็นไหมคะ จะเป็นอย่างนี้

540
00:35:56,609 --> 00:36:00,609
แต่ของเรา นี่เห็นไหมคะ

541
00:36:00,610 --> 00:36:04,610

542
00:36:04,611 --> 00:36:08,611
ดูอีกตัวหนึ่ง เมื่อกี้เลือก for loop

543
00:36:08,612 --> 00:36:12,612
ทีนี้เลือก for ที่เป็นคีย์

544
00:36:12,612 --> 00:36:16,612
เห็นไหมคะ เป็น Keyword

545
00:36:16,613 --> 00:36:20,613
จะมีแค่นี้ จะไม่มีจึก ๆ ต่อ แต่ตอนนี้

546
00:36:20,615 --> 00:36:24,615
ให้เลือก

547
00:36:24,615 --> 00:36:28,615

548
00:36:28,617 --> 00:36:32,617

549
00:36:32,618 --> 00:36:36,618
for loop ก็ได้

550
00:36:36,620 --> 00:36:40,620
ใช้ได้ทั้ง 2 ตัวนะคะ เลือก for loop

551
00:36:40,623 --> 00:36:44,623
แต่ตรงนี้ loop ของเราไม่ใช่ X แต่

552
00:36:44,624 --> 00:36:48,624
จะเป็น event

553
00:36:48,625 --> 00:36:52,625
ev พิมพ์ ev แล้ว event จะขึ้นมา

554
00:36:52,626 --> 00:36:56,626
เห็นไหมคะ Event

555
00:36:56,626 --> 00:37:00,626

556
00:37:00,627 --> 00:37:04,627
ทำไมเป็นตัวใหญ่ ทำไมเป็นตัวเล็ก

557
00:37:04,628 --> 00:37:08,628
in ตามด้วย pygame

558
00:37:08,630 --> 00:37:12,630
pygame ตอนนี้เราจะทำเป็น Event นะคะ

559
00:37:12,631 --> 00:37:16,631
เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้สับสน ๆ จะง่ายกว่า

560
00:37:16,631 --> 00:37:20,631
ถ้าเป็น Event คำสั่ง for

561
00:37:20,632 --> 00:37:24,632
ให้เลือกเป็นคีย์เวิร์ด เพราะมันเป็น event

562
00:37:24,633 --> 00:37:28,633
มันไม่ใช่ loop นะคะ เสร็จแล้วพิมพ์ event เลย

563
00:37:28,635 --> 00:37:32,635

564
00:37:32,635 --> 00:37:36,635

565
00:37:36,636 --> 00:37:40,636
event in "In" เ

566
00:37:40,637 --> 00:37:44,637
คีย์เวิร์ดนะคะ

567
00:37:44,639 --> 00:37:48,639
แล้วก็ pygame module

568
00:37:48,640 --> 00:37:52,640
.event นะคะ เห็นไหมคะ

569
00:37:52,642 --> 00:37:56,642
.event นี่เป็น Module

570
00:37:56,643 --> 00:38:00,643
.event นี่ เป็น Module

571
00:38:00,644 --> 00:38:04,644
เหมือนหรือยัง

572
00:38:04,645 --> 00:38:08,645
ต่อไปตามด้วย .

573
00:38:08,645 --> 00:38:12,645

574
00:38:12,646 --> 00:38:16,646
get function นะคะ ถ้า

575
00:38:16,647 --> 00:38:20,647
get_() ใส่

576
00:38:20,648 --> 00:38:24,648
วงเล็บนึกออกนะ วงเล็บเลย

577
00:38:24,649 --> 00:38:28,649
วรรคก่อน

578
00:38:28,649 --> 00:38:32,649
แล้วก็วงเล็บ .get แล้วตามด้วย

579
00:38:32,651 --> 00:38:36,651
get เป็นฟังก์ชัน ต้องใส่วงเล็บนะคะ

580
00:38:36,652 --> 00:38:40,652
โอ.เค. ไหม ทันไหมคะ

581
00:38:40,653 --> 00:38:44,653

582
00:38:44,654 --> 00:38:48,654

583
00:38:48,654 --> 00:38:52,654

584
00:38:52,656 --> 00:38:56,656
เสร็จแล้วปิดด้วยเครื่องหมาย :

585
00:38:56,660 --> 00:39:00,660
นะคะ colon ปิดหลัง ฟังก์ชัน

586
00:39:00,661 --> 00:39:04,661
โคลอน :

587
00:39:04,662 --> 00:39:08,662
ส่วนต่อมา ก็คือ

588
00:39:08,663 --> 00:39:12,663
การเลือก envet นั้นมาตรวจสอบเงื่อนไข

589
00:39:12,665 --> 00:39:16,665
if event ถ้า

590
00:39:16,666 --> 00:39:20,666
=pygame.quit() นี่ หมาย

591
00:39:20,666 --> 00:39:24,666
ก็คือถ้าเงื่อนไขนี้ถ้าเราเลือกออกนี่

592
00:39:24,667 --> 00:39:28,667
เลือกคำสั่งออกนี่ มันก็จะจบการทำงานนั่นเอง ต่อไป

593
00:39:28,667 --> 00:39:32,667
if เลือก

594
00:39:32,669 --> 00:39:36,669
if เลือก if con

595
00:39:36,670 --> 00:39:40,670
เห็นไหมคะ

596
00:39:40,671 --> 00:39:44,671
if

597
00:39:44,672 --> 00:39:48,672

598
00:39:48,674 --> 00:39:52,674
Event ของเราเป็น statement

599
00:39:52,677 --> 00:39:56,677
ตอนนี้เป็น Statement

600
00:39:56,678 --> 00:40:00,678
. อะไรคะ

601
00:40:00,679 --> 00:40:04,679
.type นะคะ .type

602
00:40:04,680 --> 00:40:08,680

603
00:40:08,682 --> 00:40:12,682
เห็นไหมคะ type. ==

604
00:40:12,683 --> 00:40:16,683
.type เลือก

605
00:40:16,685 --> 00:40:20,685
== เครื่องหมาย เท่ากับของ python 2 ครั้งนะค

606
00:40:20,686 --> 00:40:24,686
จะต้องพิมพ์ = 2

607
00:40:24,687 --> 00:40:28,687
ไม่ได้นะคะ = pygame

608
00:40:28,687 --> 00:40:32,687
Pygame เลือก module

609
00:40:32,689 --> 00:40:36,689
.

610
00:40:36,690 --> 00:40:40,690
quit() ตัวใหญ่

611
00:40:40,691 --> 00:40:44,691
นะคะ QUIT ที่เป็น Statement ที่

612
00:40:44,692 --> 00:40:48,692
เป็นฟังก์ชัน

613
00:40:48,693 --> 00:40:52,693
เห็นไหม

614
00:40:52,693 --> 00:40:56,693
เหมือนหรือยัง ๆ

615
00:40:56,694 --> 00:41:00,694
ตรงบรรทัดใส่

616
00:41:00,694 --> 00:41:04,694
คำว่าอะไรคะ ใส่ฟังก์ชัน run

617
00:41:04,695 --> 00:41:08,695
เห็นไหม ใส่ statment run

618
00:41:08,695 --> 00:41:12,695
=

619
00:41:12,696 --> 00:41:16,696
แต่ถ้าเป็นค่าที่แน่นอนนี่

620
00:41:16,697 --> 00:41:20,697
เครื่องหมาย (=)

621
00:41:20,698 --> 00:41:24,698
== ตรงตอนเปิด

622
00:41:24,699 --> 00:41:28,699
เลือก run เป็น true

623
00:41:28,700 --> 00:41:32,700
F Keyword ก็คือ False

624
00:41:32,700 --> 00:41:36,700

625
00:41:36,700 --> 00:41:40,700

626
00:41:40,703 --> 00:41:44,703

627
00:41:44,704 --> 00:41:48,704
เราได้ส่วนของ

628
00:41:48,705 --> 00:41:52,705
loop กับ event

629
00:41:52,706 --> 00:41:56,706
ตรงนี้คือ event นะคะ

630
00:41:56,707 --> 00:42:00,707
ส่วนนี้ คือ loop เห็นไหม ส่วนของ while คือ สนนย

631
00:42:00,707 --> 00:42:04,707
ส่วนของตรงนี้ก็คือ event นะคะ

632
00:42:04,708 --> 00:42:08,708
ต่อไป เราจะไปส่วนต่อไป

633
00:42:08,710 --> 00:42:12,710
ส่วนของ มี มีนำเข้า มีเริ่มต้น

634
00:42:12,711 --> 00:42:16,711
มีเริ่มต้น มีเงื่อนไข แล้วก็มามี

635
00:42:16,711 --> 00:42:20,711
ส่วนจบนะคะ ก็คือ pygame.quite()

636
00:42:20,713 --> 00:42:24,713

637
00:42:24,713 --> 00:42:28,713
นะคะ

638
00:42:28,716 --> 00:42:32,716
ทำ hashtag หรือ คอมเมนต์

639
00:42:32,716 --> 00:42:36,716
เหมือนเดิม ใส่ Comment ไว้ว่า

640
00:42:36,718 --> 00:42:40,718

641
00:42:40,720 --> 00:42:44,720
สิ้นสุดเกมหรือ end game

642
00:42:44,721 --> 00:42:48,721
จะได้รู้

643
00:42:48,722 --> 00:42:52,722

644
00:42:52,724 --> 00:42:56,724
เลือก Module นะคะ

645
00:42:56,726 --> 00:43:00,726
แล้วก็ตามด้วย .qute

646
00:43:00,726 --> 00:43:04,726
quit() ตัวเล็ก q ตัวเล็ก

647
00:43:04,727 --> 00:43:08,727
นะคะ หัวข้อ บอกแล้ว

648
00:43:08,728 --> 00:43:12,728
ถ้าเมื่อเลือกฟังก์ชันเด็กจะเลือกอะไร

649
00:43:12,729 --> 00:43:16,729

650
00:43:16,730 --> 00:43:20,730

651
00:43:20,730 --> 00:43:24,730
อะไร ๆ

652
00:43:24,732 --> 00:43:28,732
ไม่ทันแล้วบอกนะ เพราะมันต้องค่อย ๆ เป็น

653
00:43:28,733 --> 00:43:32,733
ตรงนี้ ถ้าลอง run ดู

654
00:43:32,733 --> 00:43:36,733
ถ้าลอง Run ดู มันอาจจะไม่ขึ้นอะไรนะคะ

655
00:43:36,734 --> 00:43:40,734
Ctrl + B

656
00:43:40,736 --> 00:43:44,736
Control +ฺ ฃ

657
00:43:44,737 --> 00:43:48,737
จำได้นะ contral

658
00:43:48,737 --> 00:43:52,737
แล้วก็ตัว B

659
00:43:52,737 --> 00:43:56,737
เห็นไหมคะ pygame มันก็จะขึ้นมาว่า Run แล้ว

660
00:43:56,738 --> 00:44:00,738
Pygame มันก็จะขึ้นมาว่า run

661
00:44:00,739 --> 00:44:04,739
แสดงว่า แสดงว่าเราเขียนโค้ดถูกนะคะ

662
00:44:04,741 --> 00:44:08,741
อันนี้บอก Loop ไว้ก่อน มีแค่เริ่ม

663
00:44:08,742 --> 00:44:12,742
กับสิ้นสุด ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย หน้าจอก็ยังไม่ขึ้น

664
00:44:12,763 --> 00:44:16,763
ต่อไป สิ่งต่อไปที่เราจะทำ

665
00:44:16,764 --> 00:44:20,764
เราจะสร้างหน้าจอ

666
00:44:20,764 --> 00:44:24,764
ก็คือกำหนดขนาด กว้าง 300

667
00:44:24,766 --> 00:44:28,766
สูง 300 นะคะ จะสร้างหน้าจอเกมเราแล้ว

668
00:44:28,767 --> 00:44:32,767
นะคะ เพราะฉะนั้น อยู่ต่อจากอะไร

669
00:44:32,767 --> 00:44:36,767
อยู่ต่อจากบรรทัดเริ่ม start

670
00:44:36,768 --> 00:44:40,768
ใช่ไหมคะ ต่อจาก init()

671
00:44:40,769 --> 00:44:44,769
เพราะฉะนั้น เราจะไปที่

672
00:44:44,770 --> 00:44:48,770
บรรทัดที่ต่อจาก

673
00:44:48,771 --> 00:44:52,771
ใส่ comment

674
00:44:52,772 --> 00:44:56,772
ตอนนี้เราจะสร้าง

675
00:44:56,773 --> 00:45:00,773
หน้าจอ XO

676
00:45:00,775 --> 00:45:04,775

677
00:45:04,778 --> 00:45:08,778

678
00:45:08,778 --> 00:45:12,778
เราจะสร้างหน้าจอเกม XO

679
00:45:12,780 --> 00:45:16,780
เราแล้วนะคะ จะได้รู้

680
00:45:16,781 --> 00:45:20,781
ว่าอยู่ตรงส่วนไหน

681
00:45:20,782 --> 00:45:24,782

682
00:45:24,783 --> 00:45:28,783
ก่อนอื่นเลย กำหนดค่า

683
00:45:28,783 --> 00:45:32,783
ตัวแปรใช้ชื่อว่า screen_width

684
00:45:32,784 --> 00:45:36,784
สกรีน ก็คือหน้าจอเห็นไหม

685
00:45:36,786 --> 00:45:40,786
จะได้รู้ว่าตรงนี้

686
00:45:40,787 --> 00:45:44,787
เป็นส่วนของความกว้าง กำหนดความกว้าง

687
00:45:44,788 --> 00:45:48,788
screen_height ก็คือกำหนดความสูงของหน้าจอ

688
00:45:48,789 --> 00:45:52,789
เห็นไหมคะ คือเวลา บอกแล้ว การเขียน

689
00:45:52,791 --> 00:45:56,791
ตัวแปรควรจะสื่อให้เห็น

690
00:45:56,792 --> 00:46:00,792

691
00:46:00,793 --> 00:46:04,793
screen

692
00:46:04,794 --> 00:46:08,794
อันนี้มันเป็นชื่อตัวแปร เพราะฉะนั้น

693
00:46:08,797 --> 00:46:12,797
พวกนี้จะไม่ขึ้นเพราะเป็นการตั้งใหม่ เราตั้งเอง

694
00:46:12,798 --> 00:46:16,798
นึกออกนะคะ ไอ้พวก Module Funches

695
00:46:16,798 --> 00:46:20,798
เมื่อกี้ตามด้วย Unders

696
00:46:20,800 --> 00:46:24,800
สกรีน whil

697
00:46:24,800 --> 00:46:28,800
หน้าความกว้างของหน้าจอนะคะ

698
00:46:28,802 --> 00:46:32,802
เท่ากับ 300

699
00:46:32,803 --> 00:46:36,803
นะคะ ตัวต่อไป

700
00:46:36,804 --> 00:46:40,804
ก็คือ

701
00:46:40,805 --> 00:46:44,805

702
00:46:44,807 --> 00:46:48,807

703
00:46:48,808 --> 00:46:52,808

704
00:46:52,809 --> 00:46:56,809

705
00:46:56,810 --> 00:47:00,810
สร้างหน้าจอเกมแล้วนะคะ

706
00:47:00,812 --> 00:47:04,812
สร้างหน้าจอเกมแล้วนะคะ

707
00:47:04,812 --> 00:47:08,812
300 screen_hight ก็คือ

708
00:47:08,814 --> 00:47:12,814
กว้าง 300 สูง 300 มันก็จะประมาณ

709
00:47:12,815 --> 00:47:16,815
ตัวอย่างนั่นละ

710
00:47:16,816 --> 00:47:20,816
ส่วนต่อมา เมื่อกำหนดขนาดแล้ว

711
00:47:20,817 --> 00:47:24,817
เขาเรียกว่าเป็นการเปิดใช้มัน ต้องเรียกใช้มันนั่นเอง

712
00:47:24,818 --> 00:47:28,818
เห็นไหมคะ ก็คือคำสั่งต่อมานะคะ ตรงส่วนนี้

713
00:47:28,818 --> 00:47:32,818
Screen = Pygame

714
00:47:32,819 --> 00:47:36,819
เห็นไหม Display เราให้แสดง

715
00:47:36,820 --> 00:47:40,820
หรือให้เล่นนะคะ คำสั่งเปิดหน้าจอเราก็

716
00:47:40,821 --> 00:47:44,821
บรรทัดที่ 2 Pygame

717
00:47:44,822 --> 00:47:48,822
.setcaption setcaption ก็คือ

718
00:47:48,823 --> 00:47:52,823
ใส่ชื่อ ใสชื่อ

719
00:47:52,824 --> 00:47:56,824
ให้มันน่ะ ชื่อตรงหน้าจอน่ะ เดี๋ยว

720
00:47:56,825 --> 00:48:00,825
ตอนแรกจะให้ดูแบบยังไม่ใส่ชื่อมันจะเป็นอย่างไรนะคะ

721
00:48:00,828 --> 00:48:04,828
เอาแค่ Screen

722
00:48:04,828 --> 00:48:08,828
เท่ากับนี้ก่อน เพราะฉะนั้น เมื่อ

723
00:48:08,830 --> 00:48:12,830
เมื่อสร้างแล้ว เสร็จแล้วเรียกใช้มัน ก็คือ

724
00:48:12,831 --> 00:48:16,831
screen

725
00:48:16,831 --> 00:48:20,831

726
00:48:20,834 --> 00:48:24,834
=

727
00:48:24,834 --> 00:48:28,834

728
00:48:28,835 --> 00:48:32,835
module

729
00:48:32,837 --> 00:48:36,837
Pygame

730
00:48:36,839 --> 00:48:40,839

731
00:48:40,841 --> 00:48:44,841
.dispay นะคะ เราจะเรียก Module นี้มาใช้งาน

732
00:48:44,842 --> 00:48:48,842
ก็คือใหมันเลือกใช้หน้าจอที่เราสร้างนี่ เรียกขึ้นมา

733
00:48:48,842 --> 00:48:52,842
นะคะ

734
00:48:52,843 --> 00:48:56,843

735
00:48:56,845 --> 00:49:00,845

736
00:49:00,846 --> 00:49:04,846
.set

737
00:49:04,848 --> 00:49:08,848
Set อะไร

738
00:49:08,850 --> 00:49:12,850
เราเลือก set mode

739
00:49:12,851 --> 00:49:16,851
.set เห็นไหม มี set_caption set_game

740
00:49:16,851 --> 00:49:20,851
นะคะ เพราะหน้าจอมันจะเป็น Mon

741
00:49:20,853 --> 00:49:24,853
นะคะ เลือก Set Mode

742
00:49:24,856 --> 00:49:28,856
เมื่อมันเป็นฟังก์ชัน ใส่อะไรคะ วงเล็บใช่ไหม

743
00:49:28,857 --> 00:49:32,857

744
00:49:32,857 --> 00:49:36,857
ค่าที่อยู่ข้างใน ก็

745
00:49:36,859 --> 00:49:40,859
คือ ค่าตัวนี้ ใช้ตัวแปรเข้าไปเลย

746
00:49:40,861 --> 00:49:44,861
ใส่ชื่อตัวแปรเข้าไปเลยนะคะ

747
00:49:44,862 --> 00:49:48,862

748
00:49:48,863 --> 00:49:52,863

749
00:49:52,865 --> 00:49:56,865
ใส่ Screen อะไรก่อน

750
00:49:56,866 --> 00:50:00,866
screen width ก่อน

751
00:50:00,868 --> 00:50:04,868
แล้วก็ตามด้วย screen_hig

752
00:50:04,868 --> 00:50:08,868
คือคั่นด้วย , เลือก 2 ตัวนะคะ

753
00:50:08,870 --> 00:50:12,870
Screen เมื่อกี้ Screen width ไปแล้ว

754
00:50:12,871 --> 00:50:16,871
เป็นรายการต่อไป

755
00:50:16,872 --> 00:50:20,872

756
00:50:20,874 --> 00:50:24,874

757
00:50:24,874 --> 00:50:28,874

758
00:50:28,877 --> 00:50:32,877

759
00:50:32,878 --> 00:50:36,878
ลอง Ctrl + B ดู

760
00:50:36,880 --> 00:50:40,880
นี่บางทีมั้น

761
00:50:40,882 --> 00:50:44,882
Error มาเตือนอย่างนี้ เพราะอะไร เพราะ

762
00:50:44,883 --> 00:50:48,883
ในบรรทัดที่ 46 บอกว่า

763
00:50:48,884 --> 00:50:52,884

764
00:50:52,885 --> 00:50:56,885
Error ที่ขึ้นนะคะ ให้ดูตัวอย่าง

765
00:50:56,887 --> 00:51:00,887
มันบอกว่า Unexpected Indent

766
00:51:00,888 --> 00:51:04,888
ก็คือ

767
00:51:04,889 --> 00:51:08,889
ต้องมาแปลอีก

768
00:51:08,890 --> 00:51:12,890

769
00:51:12,891 --> 00:51:16,891
วงเล็บมี 2 วงเล็บ

770
00:51:16,892 --> 00:51:20,892

771
00:51:20,895 --> 00:51:24,895

772
00:51:24,896 --> 00:51:28,896

773
00:51:28,897 --> 00:51:32,897

774
00:51:32,898 --> 00:51:36,898

775
00:51:36,900 --> 00:51:40,900

776
00:51:40,905 --> 00:51:44,905

777
00:51:44,906 --> 00:51:48,906

778
00:51:48,906 --> 00:51:52,906

779
00:51:52,907 --> 00:51:56,907

780
00:51:56,908 --> 00:52:00,908

781
00:52:00,910 --> 00:52:04,910

782
00:52:04,917 --> 00:52:08,917
unspace

783
00:52:08,918 --> 00:52:12,918
ก็คือการเยื้อง

784
00:52:12,918 --> 00:52:16,918
ก็คือรูปแบบเรายังไม่เสร็จนะคะ ตอนเราเยี่ยง

785
00:52:16,919 --> 00:52:20,919
นี่ เยื้องผิดก็ไม่ได้

786
00:52:20,921 --> 00:52:24,921
เยอะ เยื้องผิด

787
00:52:24,922 --> 00:52:28,922
ก็ไม่ได้นะคะ เยื้องเข้าไปก็ไม่ได้เห็นไหมคะ

788
00:52:28,923 --> 00:52:32,923
มันจะ Error ทันทีนะคะ

789
00:52:32,924 --> 00:52:36,924
ต่อด้วยการ

790
00:52:36,925 --> 00:52:40,925
ใส่ชื่อนะคะ กำหนดชื่อที่หน้านี่ py

791
00:52:40,925 --> 00:52:44,925
ที่หน้าจอนี่ display.game

792
00:52:44,926 --> 00:52:48,926
ฟังก์ชัน setcaption

793
00:52:48,927 --> 00:52:52,927
เข้าไป เห็นไหมคะ ในเครื่องหมายคำพูดนี่

794
00:52:52,928 --> 00:52:56,928
จะมีตัวนี้ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่น

795
00:52:56,928 --> 00:53:00,928
เราก็พิมพ์ ดูด้วยนะคะ ระยะเยื้อง

796
00:53:00,930 --> 00:53:04,930
ไม่เยื้ยงเข้าไปนะคะ

797
00:53:04,930 --> 00:53:08,930
มันขึ้น

798
00:53:08,931 --> 00:53:12,931
ไม่ถูกต้อง ไม่เยื้องนะคะ ไม่เยื้อง

799
00:53:12,932 --> 00:53:16,932
เพราะมันไม่ใช่ส่วนของ event นะคะ

800
00:53:16,933 --> 00:53:20,933
เพราะฉะนั้น ต่อไปพิมพ์

801
00:53:20,933 --> 00:53:24,933
Module Pygame.

802
00:53:24,933 --> 00:53:28,933
display_module

803
00:53:28,935 --> 00:53:32,935
.set set เราเปลี่ยนเป็น

804
00:53:32,935 --> 00:53:36,935
set caption

805
00:53:36,936 --> 00:53:40,936
มีหลาย Set เลย Set Caption Set gamma

806
00:53:40,936 --> 00:53:44,936
ถ้าจะใส่รูป ให้เลือก set captions

807
00:53:44,938 --> 00:53:48,938
ให้เลือก set_icon ก็คือ

808
00:53:48,939 --> 00:53:52,939
ถ้าในหน้าต่างเกมเราให้เลือกในรูปด้วย

809
00:53:52,940 --> 00:53:56,940
เลือกที่ Set icon โอ.เค. ไหม แต่ตอนนี้จะใส่แค่ชื่อก่อน

810
00:53:56,941 --> 00:54:00,941
จะใส่แค่ชื่อก่อน ก็เลยเลือก set caption

811
00:54:00,941 --> 00:54:04,941
ใส่ชื่อ เมื่อมันเป็นฟังก์ชัน อย่าลืมอะไรคะ ใส่

812
00:54:04,942 --> 00:54:08,942
วงเล็บทุกครั้ง

813
00:54:08,942 --> 00:54:12,942
ต้องจำให้แม่น ถ้าเลือกเป็นฟังก์ชัน

814
00:54:12,944 --> 00:54:16,944
โอ.เค. ไหม

815
00:54:16,945 --> 00:54:20,945
ตอนนี้เราได้ pygame

816
00:54:20,945 --> 00:54:24,945
ให้ Pygame นี่

817
00:54:24,947 --> 00:54:28,947
pygame นี้

818
00:54:28,947 --> 00:54:32,947
ในชื่อนะคะ ใส่เครื่องหมาย single

819
00:54:32,948 --> 00:54:36,948
เครื่องหมาย (') อยู่ที่

820
00:54:36,949 --> 00:54:40,949
ตัว ง. งู เห็นไหมลูก

821
00:54:40,950 --> 00:54:44,950
ใช่ไหม double ก็คือมี 2 อัน

822
00:54:44,951 --> 00:54:48,951
ตอนนี้เราใส่ single quote

823
00:54:48,952 --> 00:54:52,952
ดูแบบไม่มีชื่อ

824
00:54:52,954 --> 00:54:56,954
ก็คือว่างเปล่าไว้ ใส่

825
00:54:56,954 --> 00:55:00,954
aaa อย่างนี้ไปก่อน จะ

826
00:55:00,956 --> 00:55:04,956
ให้ดูก่อน ๆ จะลอง Run ดู ว่าขึ้นไหม

827
00:55:04,958 --> 00:55:08,958
นี่เห็นไหม ๆ เห็นไหมคะ จะได้หน้าจอ

828
00:55:08,959 --> 00:55:12,959
1 หน้าจอ ขนาด 300 x 600

829
00:55:12,961 --> 00:55:16,961
ตรง caption ก็คือส่วนนี้

830
00:55:16,962 --> 00:55:20,962
ส่วนข้างบนนี้ คือ captions ถูกไหมคะ

831
00:55:20,964 --> 00:55:24,964
นี่ตรงส่วนนี้ คือ Icon ถ้าเราต้องการเปลี่ยนรูปน่ะ เรา

832
00:55:24,964 --> 00:55:28,964
ต้องเปลี่ยนจาก SetCapiton เป็น

833
00:55:28,965 --> 00:55:32,965
แล้วเราเปลี่ยน aa เป็น

834
00:55:32,966 --> 00:55:36,966
คำว่า game

835
00:55:36,966 --> 00:55:40,966
แล้วก็ X

836
00:55:40,967 --> 00:55:44,967
แล้วก็

837
00:55:44,968 --> 00:55:48,968
ลองดูนะคะ แล้วลอง control b ดู

838
00:55:48,969 --> 00:55:52,969
ถ้าใครพิมพ์ผิด

839
00:55:52,970 --> 00:55:56,970
ไอ้นี่จะไม่ขึ้นใช่ไหม เราจะไม่ได้หน้าต่างตรงนี้ขึ้นมา

840
00:55:56,974 --> 00:56:00,974
แสดงว่า Codeing ผิดไปแล้ว

841
00:56:00,974 --> 00:56:04,974

842
00:56:04,975 --> 00:56:08,975
กดอะไรคะ

843
00:56:08,978 --> 00:56:12,978
กด Ctrl เมื่อได้ค่านี้แล้ว

844
00:56:12,979 --> 00:56:16,979

845
00:56:16,979 --> 00:56:20,979
เดี๋ยวตัวนี้ค่อยมาเพิ่ม กด ctrl b

846
00:56:20,980 --> 00:56:24,980
ทุกครั้ง เพื่อจะ Run

847
00:56:24,981 --> 00:56:28,981
Run โปรแกรมดูนะคะ คำสั่ง Ctrl + B จะเป็น

848
00:56:28,982 --> 00:56:32,982
การ Run Codeing ของ

849
00:56:32,984 --> 00:56:36,984
เราทำงานได้ไหม ถ้ากด ctrl b แล้ว

850
00:56:36,986 --> 00:56:40,986
ไอ้หน้าดำ ๆ นี้ ขึ้นมานี่

851
00:56:40,986 --> 00:56:44,986
เรา Coding ถูก ไม่ขึ้น ไม่ผ่าน

852
00:56:44,987 --> 00:56:48,987
ผิดใช่ไหม เดี๋ยวไปดูให้

853
00:56:48,988 --> 00:56:52,988

854
00:56:52,989 --> 00:56:56,989

855
00:56:56,990 --> 00:57:00,990

856
00:57:00,994 --> 00:57:04,994

857
00:57:04,996 --> 00:57:08,996

858
00:57:08,999 --> 00:57:12,999

859
00:57:13,001 --> 00:57:17,001

860
00:57:17,002 --> 00:57:21,002

861
00:57:21,004 --> 00:57:25,004

862
00:57:25,006 --> 00:57:29,006

863
00:57:29,008 --> 00:57:33,008

864
00:57:33,009 --> 00:57:37,009

865
00:57:37,012 --> 00:57:41,012

866
00:57:41,013 --> 00:57:45,013

867
00:57:45,015 --> 00:57:49,015
เดี๋ยวนะคะ คือ เดี๋ยวเปิด Code ให้ดู

868
00:57:49,016 --> 00:57:53,016
นี่สังเกต

869
00:57:53,017 --> 00:57:57,017
ที่ coding เรานะคะ ระยะการเยื้อง

870
00:57:57,019 --> 00:58:01,019
แต่ละครั้งนี่ ก็มีผล

871
00:58:01,019 --> 00:58:05,019
ถ้าเมื่อใดที่พอ Run ไปแล้ว เดี๋ยว ๆ เดี๋ยว

872
00:58:05,020 --> 00:58:09,020
Test ให้ดู เหมือนเมื่อกี้แม่

873
00:58:09,020 --> 00:58:13,020
ให้มันเยื้องไป พอกด ctrl b ปุ๊บ

874
00:58:13,022 --> 00:58:17,022
นะคะ ตรง Error บรรทัดที่ 13 นี่

875
00:58:17,023 --> 00:58:21,023
มาดูตรงนี้ เห็นไหม

876
00:58:21,024 --> 00:58:25,024
ตรงประโยค

877
00:58:25,024 --> 00:58:29,024
มันเลื่อนนี่หว่า

878
00:58:29,027 --> 00:58:33,027
เห็นไหมคะ identation Error

879
00:58:33,028 --> 00:58:37,028
เวลาเช็ก Error ให้มาก่อนที่ Identation

880
00:58:37,028 --> 00:58:41,028
นะคะ แล้วมันจะมีบรรทัดต่อมา

881
00:58:41,029 --> 00:58:45,029
ประโยคต่อมาบอก

882
00:58:45,030 --> 00:58:49,030
แจ้ง Error ว่า Unexspected in

883
00:58:49,031 --> 00:58:53,031
หมายถึงการเยื้อง เราเยื้องไม่ถูก ก็คือพอมาเยื้อง

884
00:58:53,032 --> 00:58:57,032
ตรงนี้ เพราะบอกแล้ว บางตัว

885
00:58:57,032 --> 00:59:01,032
มันเป็นบางตัวมันเป็น module บางตัวมันเป็นฟังก์ชัน

886
00:59:01,033 --> 00:59:05,033
แต่บางตัวมันไม่ใช่ มันเป็นแค่

887
00:59:05,035 --> 00:59:09,035
ตัวแปลหรือประกาศค่าเฉย ๆ

888
00:59:09,036 --> 00:59:13,036
เพราะฉะนั้น การเยื้องก็จะมีผลกับ Coding

889
00:59:13,036 --> 00:59:17,036
ถ้าขึ้นอย่างนี้ปุ๊บ เด็ก ๆ จะต้องไปแก้

890
00:59:17,038 --> 00:59:21,038
การเยื้อง ก็คือลบออก ไม่ให้มันเยื้อง

891
00:59:21,039 --> 00:59:25,039
ก็คือ

892
00:59:25,039 --> 00:59:29,039
คลิกตรงนี้แค่นั้น เสร็จแล้ว

893
00:59:29,040 --> 00:59:33,040
แล้วปิด แล้วลอง run ใหม่

894
00:59:33,041 --> 00:59:37,041
ปิดไป แล้วก็ลอง Run ใหม่นะคะ

895
00:59:37,044 --> 00:59:41,044
ลบออกเพื่อเคลียร์หน้าจอให้เห็นว่ามันจะขึ้น Error

896
00:59:41,045 --> 00:59:45,045
อีกไหม นี่เห็นไหม Error ก็หาย

897
00:59:45,045 --> 00:59:49,045
แค่นั้นเองนะคะ ก็จะได้หน้านี้ ใครยังไม่ได้

898
00:59:49,047 --> 00:59:53,047
หน้าต่าง หน้าจอเกมขึ้นมา ใครยังไม่ได้

899
00:59:53,047 --> 00:59:57,047
ใครยังทำไม่ได้

900
00:59:57,049 --> 01:00:01,049

901
01:00:01,049 --> 01:00:05,049
เพราะฉะนั้น

902
01:00:05,050 --> 01:00:09,050
เวลา Coding ต้องใจเย็น ๆ ต้องตรวจ

903
01:00:09,052 --> 01:00:13,052
ต้องเช็ก คือ ถ้าหมั่นเช็กบ่อย ๆ Ctrl + B บ่อย ๆ

904
01:00:13,052 --> 01:00:17,052
มันก็จะเหมือนเราเช็กว่าคำสั่งที่เราพิมพ์

905
01:00:17,053 --> 01:00:21,053
มันถูกไหมนะ code

906
01:00:21,053 --> 01:00:25,053
ที่เรา Code ลงไปมันถูกไหมด้วย

907
01:00:25,054 --> 01:00:29,054
ทำไมพิมพ์ 2 บรรทัด แม่ Ctrl + B อีกแล้ว

908
01:00:29,055 --> 01:00:33,055
นะคะ ว่าที่เรา Coding ไปในแต่ละบรรทัด

909
01:00:33,057 --> 01:00:37,057
มันถูกต้องไหมนะคะ ถ้าเยอะ ๆ

910
01:00:37,058 --> 01:00:41,058
ถ้าเยอะ ๆ มันยิ่งจะแก้ยาก ต้องพยายามทำไป

911
01:00:41,059 --> 01:00:45,059
ทีละนิด ๆ แล้ว Coding แล้วก็

912
01:00:45,060 --> 01:00:49,060
Run ดูนะคะ

913
01:00:49,061 --> 01:00:53,061
โอ.เค. นะ ได้ยัง ฝั่งนี้ได้จอยัง

914
01:00:53,062 --> 01:00:57,062
จ๊าบยังไม่ได้หรือ

915
01:00:57,062 --> 01:01:01,062
เดี๋ยวรอเพื่อนแป๊บหนึ่งนะคะ

916
01:01:01,065 --> 01:01:05,065

917
01:01:05,065 --> 01:01:09,065

918
01:01:09,066 --> 01:01:13,066

919
01:01:13,068 --> 01:01:17,068

920
01:01:17,070 --> 01:01:21,070

921
01:01:21,071 --> 01:01:25,071

922
01:01:25,072 --> 01:01:29,072

923
01:01:29,074 --> 01:01:33,074

924
01:01:33,075 --> 01:01:37,075

925
01:01:37,075 --> 01:01:41,075

926
01:01:41,077 --> 01:01:45,077

927
01:01:45,078 --> 01:01:49,078

928
01:01:49,081 --> 01:01:53,081

929
01:01:53,082 --> 01:01:57,082

930
01:01:57,084 --> 01:02:01,084

931
01:02:01,088 --> 01:02:05,088

932
01:02:05,089 --> 01:02:09,089

933
01:02:09,091 --> 01:02:13,091

934
01:02:13,094 --> 01:02:17,094

935
01:02:17,095 --> 01:02:21,095

936
01:02:21,096 --> 01:02:25,096

937
01:02:25,099 --> 01:02:29,099

938
01:02:29,102 --> 01:02:33,102

939
01:02:33,103 --> 01:02:37,103

940
01:02:37,104 --> 01:02:41,104

941
01:02:41,106 --> 01:02:45,106

942
01:02:45,108 --> 01:02:49,108

943
01:02:49,110 --> 01:02:53,110

944
01:02:53,111 --> 01:02:57,111

945
01:02:57,112 --> 01:03:01,112

946
01:03:01,114 --> 01:03:05,114

947
01:03:05,115 --> 01:03:09,115

948
01:03:09,117 --> 01:03:13,117

949
01:03:13,118 --> 01:03:17,118

950
01:03:17,118 --> 01:03:21,118

951
01:03:21,121 --> 01:03:25,121

952
01:03:25,123 --> 01:03:29,123

953
01:03:29,125 --> 01:03:33,125

954
01:03:33,126 --> 01:03:37,126

955
01:03:37,127 --> 01:03:41,127

956
01:03:41,129 --> 01:03:45,129

957
01:03:45,131 --> 01:03:49,131

958
01:03:49,134 --> 01:03:53,134

959
01:03:53,136 --> 01:03:57,136

960
01:03:57,137 --> 01:04:01,137

961
01:04:01,139 --> 01:04:05,139

962
01:04:05,142 --> 01:04:09,142

963
01:04:09,143 --> 01:04:13,143

964
01:04:13,144 --> 01:04:17,144

965
01:04:17,146 --> 01:04:21,146

966
01:04:21,149 --> 01:04:25,149

967
01:04:25,150 --> 01:04:29,150

968
01:04:29,151 --> 01:04:33,151

969
01:04:33,152 --> 01:04:37,152

970
01:04:37,153 --> 01:04:41,153

971
01:04:41,154 --> 01:04:45,154

972
01:04:45,155 --> 01:04:49,155

973
01:04:49,157 --> 01:04:53,157

974
01:04:53,158 --> 01:04:57,158

975
01:04:57,159 --> 01:05:01,159

976
01:05:01,160 --> 01:05:05,160

977
01:05:05,162 --> 01:05:09,162

978
01:05:09,164 --> 01:05:13,164

979
01:05:13,165 --> 01:05:17,165

980
01:05:17,167 --> 01:05:21,167

981
01:05:21,169 --> 01:05:25,169

982
01:05:25,170 --> 01:05:29,170

983
01:05:29,170 --> 01:05:33,170

984
01:05:33,172 --> 01:05:37,172

985
01:05:37,174 --> 01:05:41,174

986
01:05:41,175 --> 01:05:45,175

987
01:05:45,177 --> 01:05:49,177

988
01:05:49,179 --> 01:05:53,179

989
01:05:53,181 --> 01:05:57,181

990
01:05:57,182 --> 01:06:01,182

991
01:06:01,184 --> 01:06:05,184

992
01:06:05,184 --> 01:06:09,184

993
01:06:09,187 --> 01:06:13,187

994
01:06:13,188 --> 01:06:17,188

995
01:06:17,189 --> 01:06:21,189

996
01:06:21,191 --> 01:06:25,191

997
01:06:25,192 --> 01:06:29,192

998
01:06:29,194 --> 01:06:33,194

999
01:06:33,194 --> 01:06:37,194

1000
01:06:37,195 --> 01:06:41,195

1001
01:06:41,197 --> 01:06:45,197

1002
01:06:45,198 --> 01:06:49,198

1003
01:06:49,200 --> 01:06:53,200

1004
01:06:53,201 --> 01:06:57,201

1005
01:06:57,202 --> 01:07:01,202

1006
01:07:01,204 --> 01:07:05,204

1007
01:07:05,205 --> 01:07:09,205

1008
01:07:09,206 --> 01:07:13,206

1009
01:07:13,208 --> 01:07:17,208

1010
01:07:17,210 --> 01:07:21,210

1011
01:07:21,211 --> 01:07:25,211

1012
01:07:25,212 --> 01:07:29,212

1013
01:07:29,215 --> 01:07:33,215

1014
01:07:33,216 --> 01:07:37,216

1015
01:07:37,218 --> 01:07:41,218

1016
01:07:41,219 --> 01:07:45,219
พี่จ๊าบ

1017
01:07:45,220 --> 01:07:49,220
ดูนะครับ ที่บอกถ้าขึ้น ident เมื่อไหร่

1018
01:07:49,222 --> 01:07:53,222
เกี่ยวกับการเยื้องนี่ สังเกต

1019
01:07:53,223 --> 01:07:57,223
ของจ๊าบไปผิดตรง for

1020
01:07:57,225 --> 01:08:01,225

1021
01:08:01,226 --> 01:08:05,226

1022
01:08:05,228 --> 01:08:09,228

1023
01:08:09,229 --> 01:08:13,229

1024
01:08:13,229 --> 01:08:17,229

1025
01:08:17,290 --> 01:08:21,290

1026
01:08:21,310 --> 01:08:25,310

1027
01:08:25,312 --> 01:08:29,312

1028
01:08:29,315 --> 01:08:33,315

1029
01:08:33,315 --> 01:08:37,315

1030
01:08:37,317 --> 01:08:41,317

1031
01:08:41,319 --> 01:08:45,319

1032
01:08:45,320 --> 01:08:49,320

1033
01:08:49,322 --> 01:08:53,322

1034
01:08:53,323 --> 01:08:57,323

1035
01:08:57,325 --> 01:09:01,325

1036
01:09:01,327 --> 01:09:05,327

1037
01:09:05,329 --> 01:09:09,329

1038
01:09:09,331 --> 01:09:13,331

1039
01:09:13,332 --> 01:09:17,332

1040
01:09:17,334 --> 01:09:21,334

1041
01:09:21,336 --> 01:09:25,336

1042
01:09:25,337 --> 01:09:29,337

1043
01:09:29,339 --> 01:09:33,339

1044
01:09:33,340 --> 01:09:37,340

1045
01:09:37,342 --> 01:09:41,342

1046
01:09:41,343 --> 01:09:45,343

1047
01:09:45,344 --> 01:09:49,344

1048
01:09:49,347 --> 01:09:53,347

1049
01:09:53,348 --> 01:09:57,348

1050
01:09:57,349 --> 01:10:01,349

1051
01:10:01,351 --> 01:10:05,351

1052
01:10:05,352 --> 01:10:09,352

1053
01:10:09,354 --> 01:10:13,354

1054
01:10:13,355 --> 01:10:17,355

1055
01:10:17,357 --> 01:10:21,357
ง

1056
01:10:21,359 --> 01:10:25,359

1057
01:10:25,360 --> 01:10:29,360

1058
01:10:29,361 --> 01:10:33,361

1059
01:10:33,364 --> 01:10:37,364

1060
01:10:37,366 --> 01:10:41,366

1061
01:10:41,367 --> 01:10:45,367

1062
01:10:45,370 --> 01:10:49,370

1063
01:10:49,372 --> 01:10:53,372

1064
01:10:53,374 --> 01:10:57,374

1065
01:10:57,376 --> 01:11:01,376

1066
01:11:01,377 --> 01:11:05,377

1067
01:11:05,379 --> 01:11:09,379

1068
01:11:09,381 --> 01:11:13,381

1069
01:11:13,383 --> 01:11:17,383

1070
01:11:17,384 --> 01:11:21,384

1071
01:11:21,386 --> 01:11:25,386

1072
01:11:25,388 --> 01:11:29,388

1073
01:11:29,389 --> 01:11:33,389

1074
01:11:33,391 --> 01:11:37,391

1075
01:11:37,392 --> 01:11:41,392

1076
01:11:41,394 --> 01:11:45,394

1077
01:11:45,395 --> 01:11:49,395

1078
01:11:49,398 --> 01:11:53,398

1079
01:11:53,398 --> 01:11:57,398

1080
01:11:57,401 --> 01:12:01,401

1081
01:12:01,402 --> 01:12:05,402

1082
01:12:05,404 --> 01:12:09,404

1083
01:12:09,406 --> 01:12:13,406

1084
01:12:13,408 --> 01:12:17,408

1085
01:12:17,409 --> 01:12:21,409

1086
01:12:21,411 --> 01:12:25,411

1087
01:12:25,413 --> 01:12:29,413

1088
01:12:29,416 --> 01:12:33,416

1089
01:12:33,417 --> 01:12:37,417

1090
01:12:37,418 --> 01:12:41,418

1091
01:12:41,421 --> 01:12:45,421

1092
01:12:45,422 --> 01:12:49,422

1093
01:12:49,423 --> 01:12:53,423

1094
01:12:53,425 --> 01:12:57,425
เพราะฉะนั้น ฟังนะคะ ถ้า

1095
01:12:57,426 --> 01:13:01,426
ไม่ทันต้องรีบยกมือ เพราะเด็ก ๆ จะมาพิมพ์ตามไม่ได้

1096
01:13:01,428 --> 01:13:05,428
แม่บอกแล้วนะ เพราะมันมีทั้งเป็น Module

1097
01:13:05,429 --> 01:13:09,429
เป็นฟังก์ชัน เหมือนจ๊าบ จ๊าบไม่ทัน

1098
01:13:09,430 --> 01:13:13,430
เลยใช้วิธีพิมพ์ Text หมดเลย

1099
01:13:13,430 --> 01:13:17,430
ไม่รู้จักว่าเป็น Module ว่าเป็นฟังก์ชัน นึกออกไหม

1100
01:13:17,430 --> 01:13:21,430
มันก็เลยขึ้นเตือน Error

1101
01:13:21,431 --> 01:13:25,431
simtext er

1102
01:13:25,431 --> 01:13:29,431
แสดงว่าเด็ก ๆ ไปพิมพ์เอา พิมพ์ตามที่เห็น

1103
01:13:29,433 --> 01:13:33,433
ไม่ใช่นะคะ เราต้องเลือกด้วย เพราะเราเปิดใช้

1104
01:13:33,434 --> 01:13:37,434
Package Anaconda แล้ว

1105
01:13:37,435 --> 01:13:41,435
มันเป็นฟังก์ชันหรือเปล่า

1106
01:13:41,436 --> 01:13:45,436
คือ มันไม่ใช่ให้เรารู้นะ ต้องเข้าใจ คน

1107
01:13:45,436 --> 01:13:49,436
ที่จะรับคำสั่งเรา คือ คอมพิวเตอร์ นึกออกหรือเปล่า

1108
01:13:49,439 --> 01:13:53,439
นะคะ คือคอมพิวเตอร์มันก็จะแยกส่วนออกได้เลย

1109
01:13:53,440 --> 01:13:57,440
อ๋อตรงนี้เป็น loop ตรงนี้เป็น

1110
01:13:57,441 --> 01:14:01,441
Event นึกออกไหม ตรงนี้เป็น

1111
01:14:01,443 --> 01:14:05,443
ตัวแปรอะไรอย่างนี้นะคะ โครงสร้างแต่ละส่วนที่แม่ทำ

1112
01:14:05,443 --> 01:14:09,443
ให้ดู แต่ละส่วนมันไม่เหมือนกันถูกไหมคะอ

1113
01:14:09,444 --> 01:14:13,444
เพราะฉะนั้น เออ ถ้าตาม คลิก

1114
01:14:13,445 --> 01:14:17,445
คลิกตามไม่ทัน ต้องยกมือ ต้องรีบยกมือ

1115
01:14:17,446 --> 01:14:21,446
จะกลายเป็นตัวเองไปพิมพ์จะไม่ถูกนะคะ

1116
01:14:21,448 --> 01:14:25,448
เพราะฉะนั้น ต้องรีบยกมือนะลูก

1117
01:14:25,449 --> 01:14:29,449
ได้แค่หน้าจอ ยังไม่ได้อะไรคะ

1118
01:14:29,451 --> 01:14:33,451
ช่องตารางใช่ไหม เราต้องมี ใช่ไหม จะมา

1119
01:14:33,452 --> 01:14:37,452
ติ๊ก XO ลง รู้ไหมคะ

1120
01:14:37,452 --> 01:14:41,452
ใครจะถูก ไม่เห็นอะไรเลยนะ

1121
01:14:41,454 --> 01:14:45,454
ต่อไป ลำดับต่อไป เราจะสร้างเส้น Grip หรือตาราง

1122
01:14:45,454 --> 01:14:49,454
นั่นเองนะคะ กี่โมงแล้วนี่ วันนี้

1123
01:14:49,456 --> 01:14:53,456
เสร็จไหมนี่ ได้เท่าไรก็เท่านั้นล่ะนะ

1124
01:14:53,458 --> 01:14:57,458
ใจเย็น ๆ เราไม่รีบ ๆ

1125
01:14:57,459 --> 01:15:01,459
ตอนนี้ได้ตัวพื้นที่แล้ว

1126
01:15:01,461 --> 01:15:05,461
ก็ต้องมาทำหน้าจอมันต่อนะคะ

1127
01:15:05,461 --> 01:15:09,461
ต่อไปเราจะสร้างส่วนของ Grid

1128
01:15:09,462 --> 01:15:13,462
หรือส่วนของไอ้ตัวนี้ค่ะ

1129
01:15:13,463 --> 01:15:17,463

1130
01:15:17,464 --> 01:15:21,464

1131
01:15:21,466 --> 01:15:25,466
นี่ ๆ เราจะให้

1132
01:15:25,467 --> 01:15:29,467
มันมีเส้นใช่ไหม เส้นอย่างนี้ขึ้นมา

1133
01:15:29,468 --> 01:15:33,468
เพราะ เราจะได้จิ้ม X ลงไปได้ จิ้ม O ลงไปได้

1134
01:15:33,469 --> 01:15:37,469
เมื่อกี้มันไม่มีเส้นใช่ไหมคะ ตอนนี้

1135
01:15:37,470 --> 01:15:41,470
เราจะมาใส่เส้นให้มันนะคะ

1136
01:15:41,471 --> 01:15:45,471

1137
01:15:45,472 --> 01:15:49,472
เพราะฉะนั้นจะย้อนกลับไปก่อน

1138
01:15:49,473 --> 01:15:53,473

1139
01:15:53,474 --> 01:15:57,474

1140
01:15:57,474 --> 01:16:01,474
สร้าง Grid นะคะ กดไว้ไปหน่อย

1141
01:16:01,475 --> 01:16:05,475

1142
01:16:05,476 --> 01:16:09,476
ประโยค

1143
01:16:09,476 --> 01:16:13,476
ส่วนต่อไปที่เราจะทำ ก็คือ

1144
01:16:13,478 --> 01:16:17,478
ตรงส่วนนี้ เห็นไหมสีเขียว ๆ ที่เรา

1145
01:16:17,478 --> 01:16:21,478
ส่วนนี้มันจะเป็น เราจะมากำหนด

1146
01:16:21,478 --> 01:16:25,478
ฟังก์ชันนะคะ คำที่มี

1147
01:16:25,479 --> 01:16:29,479
คำว่า "D-e-f" นี่

1148
01:16:29,480 --> 01:16:33,480
def

1149
01:16:33,481 --> 01:16:37,481
หมายถึงการกำหนด กำหนดค่า

1150
01:16:37,482 --> 01:16:41,482
กำหนดค่า หรือนิยามค่า เพราะฉะนั้น

1151
01:16:41,482 --> 01:16:45,482
พอ definition ปุ๊บ

1152
01:16:45,482 --> 01:16:49,482
ที่แม่บอก มีวงเล็บใช่ไหมคะ

1153
01:16:49,482 --> 01:16:53,482
นั่นก็คือเราจะมากำหนด ฟังก์ชัน

1154
01:16:53,483 --> 01:16:57,483
ทำเส้น ฟังก์ชันนี้เลยชื่อว่า

1155
01:16:57,484 --> 01:17:01,484
Def Def ตัว Grid ตัวบนนี่นะคะ

1156
01:17:01,485 --> 01:17:05,485

1157
01:17:05,486 --> 01:17:09,486
ก็คือวาดเส้น ตัววาดเส้น

1158
01:17:09,488 --> 01:17:13,488
ฟังก์ชันนี้จะใช้สำหรับในการวาดเส้น มี

1159
01:17:13,489 --> 01:17:17,489
อะไรบ้าง มีระบุ BG BG

1160
01:17:17,489 --> 01:17:21,489
ก็คือ Blackgro

1161
01:17:21,490 --> 01:17:25,490
Grid Grid ก็คือเส้น

1162
01:17:25,492 --> 01:17:29,492
ระบุเส้น screen.

1163
01:17:29,493 --> 01:17:33,493
screen.field ก็คือระบุ

1164
01:17:33,494 --> 01:17:37,494
บอกว่าเห็นไหมคะ

1165
01:17:37,495 --> 01:17:41,495
Screen.fill ก็คือเติมสี

1166
01:17:41,496 --> 01:17:45,496
ให้หน้าจอเติมสี background

1167
01:17:45,497 --> 01:17:49,497
ส่วนตรงนี้เป็น Loop

1168
01:17:49,498 --> 01:17:53,498
พอมี for เงื่อนไข

1169
01:17:53,498 --> 01:17:57,498
เพราะอะไร เพราะเส้นเราไม่ได้วาดแค่เส้นเดียว

1170
01:17:57,499 --> 01:18:01,499
เส้นเราจะต้อง เพราะตารางเรามันจะเป็น 9 ช่อง

1171
01:18:01,500 --> 01:18:05,500
มันก็ต้องมีเส้นแนวตั้ง

1172
01:18:05,502 --> 01:18:09,502
3 แถว ใช่ไหมคะ แนวนอน 3 แถว

1173
01:18:09,503 --> 01:18:13,503
3 คูณ 3 เป็น 9

1174
01:18:13,504 --> 01:18:17,504
ส่วนนี้เป็นตัวเรียกใช้งานคำสั่งมัน

1175
01:18:17,505 --> 01:18:21,505
นะคะ อันดับแรก ๆ

1176
01:18:21,506 --> 01:18:25,506

1177
01:18:25,507 --> 01:18:29,507

1178
01:18:29,508 --> 01:18:33,508

1179
01:18:33,510 --> 01:18:37,510
ส่วนหน้าจอที่มันขึ้นมาอย่างนี้ให้เราปิดไปเลยนะเด็ก ๆ

1180
01:18:37,514 --> 01:18:41,514
หน้าจอที่เรา

1181
01:18:41,516 --> 01:18:45,516
Run ขึ้นมา เราปิดไป

1182
01:18:45,517 --> 01:18:49,517

1183
01:18:49,518 --> 01:18:53,518
มาดู เราจะอยู่ต่อจาก

1184
01:18:53,519 --> 01:18:57,519
บรรทัดของอะไรคะ บรรทัด

1185
01:18:57,522 --> 01:19:01,522
ส่วนของการสร้างหน้าจออยู่ ก็คือ อยู่ตรงนี้

1186
01:19:01,523 --> 01:19:05,523
บรรทัดที่ 16

1187
01:19:05,525 --> 01:19:09,525
ใส่ Comment เข้าไปหน่อย จะได้รู้ว่า จะได้บอกว่าตรงนี้เป็น...

1188
01:19:09,525 --> 01:19:13,525

1189
01:19:13,526 --> 01:19:17,526

1190
01:19:17,530 --> 01:19:21,530

1191
01:19:21,531 --> 01:19:25,531

1192
01:19:25,533 --> 01:19:29,533

1193
01:19:29,535 --> 01:19:33,535
ก็คือ

1194
01:19:33,537 --> 01:19:37,537
ตรงส่วนนี้เราจะกำหนด function

1195
01:19:37,538 --> 01:19:41,538
วาดเส้นตารางนั่นเองนะคะ จะได้รู้กัน

1196
01:19:41,538 --> 01:19:45,538
คือตรงบรรทัดเด็ก ๆ อาจจะไม่เป๊ะ เพราะ

1197
01:19:45,539 --> 01:19:49,539
แม่เว้น 2 ที แม่เว้น 1 ที

1198
01:19:49,540 --> 01:19:53,540
คือ โดยปกติ บอกแล้วว่าถ้าขึ้นอันใหม่จะ

1199
01:19:53,541 --> 01:19:57,541
เว้น 2 บรรทัดใช่ไหมคะ เพื่อบรรทัดหนึ่งจะ

1200
01:19:57,541 --> 01:20:01,541
เขียน Comment ไว้ อีกบรรทัด

1201
01:20:01,543 --> 01:20:05,543
คำสั่งแรกก็คือ

1202
01:20:05,543 --> 01:20:09,543
เลือก Dev. ที่

1203
01:20:09,544 --> 01:20:13,544
เป็นฟังก์ชัน เห็นไหม ไม่เอาคีย์เวิร์ด เอา def ที่เป็นฟังก์ชัน

1204
01:20:13,545 --> 01:20:17,545
ก็จะขึ้นมาแบบนี้ เลือกให้ถูกเห็นไหมคะ อย่าพิมพ์นะคะ

1205
01:20:17,546 --> 01:20:21,546
แม่บอกแล้วใช่ไหม ลบก่อน เผื่อไม่ทัน

1206
01:20:21,546 --> 01:20:25,546
พี่จ๊าบดูดี ๆ นะครับ

1207
01:20:25,546 --> 01:20:29,546
มันจะมีเห็นไหมครับ def ที่เป็น

1208
01:20:29,546 --> 01:20:33,546
ข้างหลังก็จะบอก def_

1209
01:20:33,548 --> 01:20:37,548
def คียเวิร์ด

1210
01:20:37,548 --> 01:20:41,548
ที่เป็นฟังก์ชัน เพราะในคอมเมนต์

1211
01:20:41,549 --> 01:20:45,549
ที่ระบุไว้ข้างต้น

1212
01:20:45,549 --> 01:20:49,549
บอกว่าเราจะกำหนดฟังก์ชัน

1213
01:20:49,549 --> 01:20:53,549
def ที่เป็นฟังก์ชัน

1214
01:20:53,550 --> 01:20:57,550
โอ.เค. ไหม

1215
01:20:57,551 --> 01:21:01,551
ก็จะได้รูปแบบฟังก์ชันนั้นมา พอได้รูปแบบอย่างนี้มา

1216
01:21:01,552 --> 01:21:05,552
ก็จะทำให้เราเลือกใช้งานมันง่าย

1217
01:21:05,553 --> 01:21:09,553
แล้วก็ถ้าพิมพ์เฉย ๆ มันก็จะเป็น text ธรรมดา

1218
01:21:09,554 --> 01:21:13,554
ต่อไป ตรงตำแหน่งฟังก์ชัน ตรงนี้

1219
01:21:13,555 --> 01:21:17,555
นะคะ คลิกให้...

1220
01:21:17,556 --> 01:21:21,556
แล้วก็ทำไฮไลต์ให้มันครอบคำว่าฟังก์ชัน

1221
01:21:21,557 --> 01:21:25,557
คลิกค้างแล้วก็ลากเมาส์

1222
01:21:25,558 --> 01:21:29,558
ให้มันครอบคำว่า function แล้วก็

1223
01:21:29,558 --> 01:21:33,558
ลบออก เพราะเราไม่ได้... แป๊บหนึ่งนะคะ

1224
01:21:33,559 --> 01:21:37,559

1225
01:21:37,560 --> 01:21:41,560

1226
01:21:41,561 --> 01:21:45,561

1227
01:21:45,564 --> 01:21:49,564
เพราะฟังก์ชันตัวนี้เราจะกำหนด

1228
01:21:49,568 --> 01:21:53,568
ขึ้นมาใช้เอง เพราะฉะนั้น เราก็ต้องสร้างชื่อ

1229
01:21:53,568 --> 01:21:57,568
ให้นะคะ บอกแล้ว ชื่อของมันที่เราเขียนไว้

1230
01:21:57,568 --> 01:22:01,568
ก็คืออะไรคะ draw grid

1231
01:22:01,569 --> 01:22:05,569
d-r-a-w

1232
01:22:05,571 --> 01:22:09,571
อันนี้น่ะต้องพิมพ์เอง เพราะมัน

1233
01:22:09,571 --> 01:22:13,571
เป็นฟังก์ชันที่เราจะสร้างเอง

1234
01:22:13,572 --> 01:22:17,572
ก็พิมพ์ d-r-a loop

1235
01:22:17,573 --> 01:22:21,573
_แล้วก็ grid

1236
01:22:21,574 --> 01:22:25,574
ทีนี้เด็กจะต้องจำนะคะ ว่า

1237
01:22:25,574 --> 01:22:29,574
เด็ก ๆ จะต้องจำนะคะ ว่า

1238
01:22:29,574 --> 01:22:33,574
ที่แม่บอกว่า อันนี้เราตั้งเองนี่

1239
01:22:33,576 --> 01:22:37,576
เวลาสะกดน่ะ แม่เขียนอย่างนี้แต่เครื่อง

1240
01:22:37,577 --> 01:22:41,577
บางคน Sreen

1241
01:22:41,577 --> 01:22:45,577
ตัวเองพิมพ์อะไรไปดูด้วยเช็กด้วย

1242
01:22:45,578 --> 01:22:49,578
ด้วยนะครับ เพราะพอมาเรียกใช้

1243
01:22:49,580 --> 01:22:53,580
ไม่รู้จัก ให้นึกถึงการตั้งชื่อตัวแปร ตัวเล็ก ตัวใหญ่

1244
01:22:53,581 --> 01:22:57,581
ก็มีผลน่ะที่บอก เพราะฉะนั้น พิมพ์ใหฟ้

1245
01:22:57,581 --> 01:23:01,581
ดูด้วยนะคะ ว่าพิมพ์อย่างไร

1246
01:23:01,582 --> 01:23:05,582
สมมุติ ถ้าเกิด draw grid

1247
01:23:05,582 --> 01:23:09,582
ไม่เติมอย่างนี้ แล้วเด็ก ๆ มาเรียกใช้ draw grid ที่มี s

1248
01:23:09,584 --> 01:23:13,584
มันก็จะไม่เจอ นึกออกนะ

1249
01:23:13,584 --> 01:23:17,584
มันจะขึ้นตามนั้นให้ดูด้วย

1250
01:23:17,585 --> 01:23:21,585
เอาแบบตัวอย่าง จะได้ไม่มึนงง

1251
01:23:21,586 --> 01:23:25,586
เอาแบบตัวอย่างจะได้ไม่มึนงงสับสน

1252
01:23:25,588 --> 01:23:29,588
เสร็จแล้วมาดู

1253
01:23:29,588 --> 01:23:33,588
ส่วนย่อหน้าต่อมา ส่วนของ part

1254
01:23:33,590 --> 01:23:37,590
มันเป็นแค่ส่วนบอกว่า มันจะเป็นส่วนที่ต่อ เราก็ลบออก

1255
01:23:37,591 --> 01:23:41,591
เหมือนที่บอกนะคะ ตามด้วย

1256
01:23:41,591 --> 01:23:45,591
ต่อไป ก็คือบอกว่า

1257
01:23:45,593 --> 01:23:49,593
for

1258
01:23:49,594 --> 01:23:53,594

1259
01:23:53,595 --> 01:23:57,595
ใช้ for นะคะ for x in range

1260
01:23:57,596 --> 01:24:01,596
= เอ้ย ดู ๆ

1261
01:24:01,598 --> 01:24:05,598
ดู for ก่อน

1262
01:24:05,599 --> 01:24:09,599

1263
01:24:09,600 --> 01:24:13,600

1264
01:24:13,601 --> 01:24:17,601
เลือก for ที่เป็น loop

1265
01:24:17,602 --> 01:24:21,602
เลือก for ที่เป็น loop

1266
01:24:21,602 --> 01:24:25,602
เพราะมันเป็น loop ไง ให้มัน

1267
01:24:25,603 --> 01:24:29,603
ทำซ้ำ เห็นไหมคะ

1268
01:24:29,604 --> 01:24:33,604
นี่ ๆ บรรทัดที่ 2

1269
01:24:33,606 --> 01:24:37,606
พิมพ์ for ก่อน

1270
01:24:37,606 --> 01:24:41,606
ใช่ไหม พอพิมพ์ for ปุ๊บ ให

1271
01:24:41,608 --> 01:24:45,608
ตรงนี้เอา X เหมือนเขา เพราะว่า

1272
01:24:45,609 --> 01:24:49,609
มันคือเริ่มที่แกน X

1273
01:24:49,611 --> 01:24:53,611
โอ้โห ทำไมเพิ่งมาคุณลูก

1274
01:24:53,612 --> 01:24:57,612
แล้วหนูจะทันเพื่อนไหมนี่

1275
01:24:57,612 --> 01:25:01,612
หนูได้นั่งดูแล้วงานนี้นะคะ

1276
01:25:01,613 --> 01:25:05,613
เราใช้ Rang เฉย q

1277
01:25:05,614 --> 01:25:09,614
นะคะ ก็คือบอกตำแหน่งที่ 1 ถึง

1278
01:25:09,616 --> 01:25:13,616
ตำแหน่งที่ 3

1279
01:25:13,617 --> 01:25:17,617

1280
01:25:17,618 --> 01:25:21,618
ในส่วนของ Past

1281
01:25:21,620 --> 01:25:25,620
เราจะเป็นเรียกใช้ pygame

1282
01:25:25,621 --> 01:25:29,621
module ขึ้นมา เลือก

1283
01:25:29,622 --> 01:25:33,622
pygame module นะคะ เลือกให้ถูกนะ

1284
01:25:33,623 --> 01:25:37,623
เลือก Pygame module

1285
01:25:37,625 --> 01:25:41,625
แล้วตามด้วยอะไรคะ .ro

1286
01:25:41,625 --> 01:25:45,625
module ที่ชื่อว่า draw

1287
01:25:45,625 --> 01:25:49,625
นะคะ .draw

1288
01:25:49,626 --> 01:25:53,626
เห็นไหมคะ drw

1289
01:25:53,628 --> 01:25:57,628
เลือก module ที่ชื่อว่า draw

1290
01:25:57,630 --> 01:26:01,630
ตามด้วย . อะไรคะ line

1291
01:26:01,631 --> 01:26:05,631

1292
01:26:05,631 --> 01:26:09,631

1293
01:26:09,633 --> 01:26:13,633
line ฟังก์ชัน

1294
01:26:13,643 --> 01:26:17,643
ใส่อะไรคะ ใส่อะไร จำได้ไหม

1295
01:26:17,644 --> 01:26:21,644
line ฟังก์ชัน

1296
01:26:21,645 --> 01:26:25,645
พอเป็นฟังก์ชันต้องใส่วงเล็บใช่ไหผมม

1297
01:26:25,647 --> 01:26:29,647

1298
01:26:29,648 --> 01:26:33,648

1299
01:26:33,649 --> 01:26:37,649
แล้วในฟังก์ชันใส่อะไร

1300
01:26:37,649 --> 01:26:41,649
เรียกใช้ Screen เห็นไหม

1301
01:26:41,650 --> 01:26:45,650
เรียกใช้อะไร เห็นไหมคะ ไปเรียกใช้ตัวนี้มาใช้งาน

1302
01:26:45,652 --> 01:26:49,652
เห็นไหม ตัวหน้าจอที่เราตั้งไว้

1303
01:26:49,653 --> 01:26:53,653
มาใช้นะคะ เพราะฉะนั้น พิมพ์ screen S-c

1304
01:26:53,653 --> 01:26:57,653
เอ้ย

1305
01:26:57,654 --> 01:27:01,654
มือไปไหนแล้ว ขอโทษ ๆ

1306
01:27:01,656 --> 01:27:05,656
เลือก screen ที่เป็น

1307
01:27:05,656 --> 01:27:09,656
Statement ตัวนี้ โอ.เค. นะ เลือกให้ถูกนะ

1308
01:27:09,658 --> 01:27:13,658
ดูดี ๆ นะคะ

1309
01:27:13,659 --> 01:27:17,659
พี่จ๊าบทันไหมลูก Screen เลือก Screen

1310
01:27:17,661 --> 01:27:21,661
พอพิมพ์ screen นี่ เลือก statemant นะคะ

1311
01:27:21,661 --> 01:27:25,661

1312
01:27:25,663 --> 01:27:29,663

1313
01:27:29,664 --> 01:27:33,664
ทีนี้ตัวต่อไปจะมี grid

1314
01:27:33,666 --> 01:27:37,666
ทีนี้ ตัวต่อไปจะมี grid กับไอ้นี่ใช่ไหม

1315
01:27:37,668 --> 01:27:41,668
แล้วก็ grid นะคะ

1316
01:27:41,669 --> 01:27:45,669
พิมพ์

1317
01:27:45,669 --> 01:27:49,669

1318
01:27:49,670 --> 01:27:53,670

1319
01:27:53,671 --> 01:27:57,671
พอใส่ Comma แล้ว

1320
01:27:57,674 --> 01:28:01,674
comma แล้วก็

1321
01:28:01,675 --> 01:28:05,675
ก็ต้องเว้นวรรคนะคะ

1322
01:28:05,676 --> 01:28:09,676
อันนี้พิมพ์เอง เพราะ

1323
01:28:09,678 --> 01:28:13,678
เรายังไม่ได้เปิดใช้งานมัน พิมพ์ grid เอง

1324
01:28:13,679 --> 01:28:17,679
พิมพ์ Comma ตามด้วย Comma

1325
01:28:17,681 --> 01:28:21,681
แล้วก็ วรรค

1326
01:28:21,681 --> 01:28:25,681
วงเล็บ ใส่วงเล็บนะคะ

1327
01:28:25,683 --> 01:28:29,683
เพื่อบอกตำแหน่ง ตำแหน่งเริ่มต้นเห็นไหมคะ

1328
01:28:29,685 --> 01:28:33,685
0 เริ่มที่ 0 โดยที่ X

1329
01:28:33,687 --> 01:28:37,687
คูณนะคะ คูณก็คือเครื่องหมายดอกจัน

1330
01:28:37,688 --> 01:28:41,688
คูณ 100

1331
01:28:41,689 --> 01:28:45,689

1332
01:28:45,690 --> 01:28:49,690
ใส่วงเล็บปุ๊บ 0

1333
01:28:49,692 --> 01:28:53,692
แล้วก็

1334
01:28:53,692 --> 01:28:57,692
x x ในที่นี้ ก็คือ x

1335
01:28:57,696 --> 01:29:01,696
นะคะ เลือก x statement

1336
01:29:01,697 --> 01:29:05,697
เพราะนี่ก็คือค่านี้

1337
01:29:05,699 --> 01:29:09,699
ตามด้วยเครื่องหมาย วรรค แล้วก็ตามด้วย star แล้ว

1338
01:29:09,701 --> 01:29:13,701
วรรค แล้วก็ตามด้วย Star หรือ

1339
01:29:13,701 --> 01:29:17,701
ในที่นี้หมายถึงคูณนะคะ คูณแล้วก็วรรค

1340
01:29:17,703 --> 01:29:21,703
จำนวน 100 ดูดี ๆ นะคะ

1341
01:29:21,705 --> 01:29:25,705
เมื่อใด

1342
01:29:25,707 --> 01:29:29,707
ใดที่มันเป็นสัญลักษณ์หรือตัวดำเนินการ

1343
01:29:29,709 --> 01:29:33,709
ทางคณิตศาสตร์ สังเกตสี สีมันจะเป็นสีนี้ ดู

1344
01:29:33,710 --> 01:29:37,710
ให้ดีด้วยล่ะ

1345
01:29:37,711 --> 01:29:41,711
แล้ว

1346
01:29:41,712 --> 01:29:45,712
ก็ตัวนี้ ก็คือจะสร้างเส้น

1347
01:29:45,714 --> 01:29:49,714
ในแนวนอนนี่ สร้างเส้นในแนวนอนเห็นไหม ต่อไปก็

1348
01:29:49,715 --> 01:29:53,715
เพิ่ม Comma แล้วก็เพิ่มหลัง

1349
01:29:53,716 --> 01:29:57,716
ปิดของค่าเมื่อกี้ ใส่ comma

1350
01:29:57,718 --> 01:30:01,718
วงเล็บเพิ่มเข้าไปอีก 1 วงเล็บ

1351
01:30:01,720 --> 01:30:05,720
screen ตอนนี้เลือก screen_width

1352
01:30:05,722 --> 01:30:09,722
ไม่เอา Hinth

1353
01:30:09,723 --> 01:30:13,723
Screen width

1354
01:30:13,723 --> 01:30:17,723
X x 100 นะคะ X

1355
01:30:17,724 --> 01:30:21,724
มีค่าเป็น X ใส่ Comma แล้วก็ตามด้วย

1356
01:30:21,726 --> 01:30:25,726
X ที่เป็น stement

1357
01:30:25,727 --> 01:30:29,727
แล้วก็ตามด้วย star หรือเครื่องหมาย *

1358
01:30:29,728 --> 01:30:33,728
แล้วก็ตามด้วยค่า 100

1359
01:30:33,729 --> 01:30:37,729

1360
01:30:37,731 --> 01:30:41,731
ทีนี้

1361
01:30:41,732 --> 01:30:45,732
copy ค่ะ เหมือนกัน

1362
01:30:45,733 --> 01:30:49,733
เปลี่ยนไปเปลี่ยนแค่ เดี๋ยวแม่บอกว่าไปเปลี่ยนตรงไหน

1363
01:30:49,734 --> 01:30:53,734
กด Ctrl + C แล้วก็ Copy

1364
01:30:53,735 --> 01:30:57,735
แล้วก็กดวางได้เลย

1365
01:30:57,736 --> 01:31:01,736
อย่าลืมระยะเยื้องนะคะ เดี๋ยวจะผิดอีก

1366
01:31:01,736 --> 01:31:05,736
ต้องเยื้องให้มันตรงกัน เพราะมันเป็นส่วนเดียวกัน

1367
01:31:05,738 --> 01:31:09,738
เราเปลี่ยนจากค่าที่เราต้องเปลี่ยน

1368
01:31:09,739 --> 01:31:13,739
เพราะเมื่อกี้ screen

1369
01:31:13,740 --> 01:31:17,740
เปลี่ยนเป็น Screen

1370
01:31:17,741 --> 01:31:21,741
High แทน

1371
01:31:21,742 --> 01:31:25,742
เห็นไหม เปลี่ยน width ใช่ไหมคะ

1372
01:31:25,744 --> 01:31:29,744
เราเปลี่ยนเป็น Hingt นะคะ

1373
01:31:29,745 --> 01:31:33,745
เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องเปลี่ยน

1374
01:31:33,746 --> 01:31:37,746
อีกท่าหนึ่ง เปลี่ยนตรงค่า X เห็นไหมคะ

1375
01:31:37,747 --> 01:31:41,747
ช่องนี้ จาก 0 ใส่ X

1376
01:31:41,748 --> 01:31:45,748
เข้าไปแทน X

1377
01:31:45,750 --> 01:31:49,750
อันนี้เป็น

1378
01:31:49,752 --> 01:31:53,752
สลับค่ากันน่ะ ค่ามันจะ

1379
01:31:53,754 --> 01:31:57,754
ตรงกันข้ามกัน ไม่เหมือนกัน

1380
01:31:57,756 --> 01:32:01,756
เห็นไหม

1381
01:32:01,757 --> 01:32:05,757
x คูณ 100

1382
01:32:05,759 --> 01:32:09,759
แล้วก็

1383
01:32:09,759 --> 01:32:13,759
10 : แล้วก็ 0

1384
01:32:13,761 --> 01:32:17,761
เห็นไหม ตอน Set สลับ

1385
01:32:17,763 --> 01:32:21,763
อันตรง width

1386
01:32:21,763 --> 01:32:25,763
High นี่เป็น X x 100

1387
01:32:25,764 --> 01:32:29,764
สลับตำแหน่งกันแค่ 2 ที่ เห็นไหมคะ

1388
01:32:29,765 --> 01:32:33,765
screen_

1389
01:32:33,767 --> 01:32:37,767
เหมือนเดิมไหม เอา คูณ 100 ขึ้นมาก่อน

1390
01:32:37,768 --> 01:32:41,768
นะคะ เอา x 100 ขึ้นมาก่อน

1391
01:32:41,769 --> 01:32:45,769
สลับตำแหน่งกัน

1392
01:32:45,770 --> 01:32:49,770
แค่นั้นล่ะ สลับตำแหน่ง

1393
01:32:49,771 --> 01:32:53,771
โอ.เค. ไหม

1394
01:32:53,772 --> 01:32:57,772
เช็กค่า

1395
01:32:57,773 --> 01:33:01,773
เพราะคำสั่งอื่นเหมือนกันนึกออกนะลูกนะ มาเปลี่ยนตรง

1396
01:33:01,774 --> 01:33:05,774
ค่าที่ใส่นี่สลับตำแหน่งกัน แค่นั้นล่ะ

1397
01:33:05,776 --> 01:33:09,776

1398
01:33:09,777 --> 01:33:13,777

1399
01:33:13,778 --> 01:33:17,778

1400
01:33:17,779 --> 01:33:21,779

1401
01:33:21,781 --> 01:33:25,781

1402
01:33:25,783 --> 01:33:29,783

1403
01:33:29,785 --> 01:33:33,785

1404
01:33:33,787 --> 01:33:37,787

1405
01:33:37,790 --> 01:33:41,790

1406
01:33:41,791 --> 01:33:45,791

1407
01:33:45,794 --> 01:33:49,794

1408
01:33:49,796 --> 01:33:53,796

1409
01:33:53,798 --> 01:33:57,798

1410
01:33:57,799 --> 01:34:01,799

1411
01:34:01,800 --> 01:34:05,800

1412
01:34:05,803 --> 01:34:09,803

1413
01:34:09,804 --> 01:34:13,804

1414
01:34:13,806 --> 01:34:17,806

1415
01:34:17,807 --> 01:34:21,807

1416
01:34:21,808 --> 01:34:25,808
เห็นไหม แม่บอกแล้วนะ เวลา

1417
01:34:25,808 --> 01:34:29,808
พิมพ์นี่เห็นไหมคะ

1418
01:34:29,810 --> 01:34:33,810
ตรง screen hight กับ ไ

1419
01:34:33,811 --> 01:34:37,811
เฉย ๆ มันหายไป วิธีแก้ก็

1420
01:34:37,811 --> 01:34:41,811
ไปเพิ่ม เข้าไปตรงนี้ก็ได้ มันก้จะ

1421
01:34:41,813 --> 01:34:45,813
ขึ้นที่ค่านี้ เวลาเรียกใช้มันก็จะขึ้นมา

1422
01:34:45,814 --> 01:34:49,814
เพราะตรงนี้

1423
01:34:49,815 --> 01:34:53,815
มันเป็นตัวแปรที่เราตั้งชื่อเองนะคะ

1424
01:34:53,816 --> 01:34:57,816
เพราะฉะนั้น ใครตั้งอย่างไร ของตัวเองมันก็จะขึ้น

1425
01:34:57,817 --> 01:35:01,817
นึกออกนะ คือ ถ้าใครตั้งแค่

1426
01:35:01,818 --> 01:35:05,818
screen แล้วก็ w เฉย ๆ

1427
01:35:05,819 --> 01:35:09,819
มันก็จะไม่ขึ้น

1428
01:35:09,820 --> 01:35:13,820
นะคะ เพราะฉะนั้น ต้องดูด้วยว่าตอนตั้งของตัวเองตั้งอย่าไงว

1429
01:35:13,822 --> 01:35:17,822
ทำไมพอเวลามัน run

1430
01:35:17,824 --> 01:35:21,824
ของแม่มีคำว่า screen hight ตัวเองไม่มี

1431
01:35:21,825 --> 01:35:25,825
ไม่ใช่ ตัวเองพิมพ์ไม่ครบ พิมพ์ชื่อไม่ตรงกันมันก็จะ

1432
01:35:25,826 --> 01:35:29,826
ไม่รู้จักนะคะ เพราะมันจะเป็นชื่อคนละตัว

1433
01:35:29,828 --> 01:35:33,828
มันจะเป็นตัวแปร เพราะฉะนั้นถ้าชื่อตัวแปร

1434
01:35:33,828 --> 01:35:37,828
ถ้าพิมพ์ไม่เหมือนกัน เวลาเรียกใช้น่ะ ค่ามันน่ะ

1435
01:35:37,829 --> 01:35:41,829
มันก็จะไปตามชื่อตัวแปรที่เราตั้งไว้น่ะนะคะ

1436
01:35:41,831 --> 01:35:45,831
มันไม่ได้หายไปไหนหรอก มันอยู่

1437
01:35:45,831 --> 01:35:49,831
โอ.เค. ไหม

1438
01:35:49,831 --> 01:35:53,831
ไปต่อนะคะ ได้ส่วนของ

1439
01:35:53,833 --> 01:35:57,833
กำหนดฟังก์ชันได้ส่วนของ Loop มาเพิ่มตรง

1440
01:35:57,833 --> 01:36:01,833
ส่วนนี้ต่อนะคะ ส่วนของ เห็นไหมคะ

1441
01:36:01,834 --> 01:36:05,834
กำหนดค่า ของ Backg

1442
01:36:05,834 --> 01:36:09,834
ค่าของเส้น แล้วก็ค่าของ screen

1443
01:36:09,835 --> 01:36:13,835
ว่าจะใส่เข้าไปส่วนบน

1444
01:36:13,835 --> 01:36:17,835
มันอยู่บรรทัดข้างบน for

1445
01:36:17,837 --> 01:36:21,837
ตัวแปรแรกชื่อ

1446
01:36:21,838 --> 01:36:25,838
bg =

1447
01:36:25,839 --> 01:36:29,839
bg หมายถึง Background นั่น

1448
01:36:29,841 --> 01:36:33,841
ค่าของมัน

1449
01:36:33,842 --> 01:36:37,842
255 255 200

1450
01:36:37,844 --> 01:36:41,844
ตำแหน่งนี่ คือ x

1451
01:36:41,844 --> 01:36:45,844
แกน X แกน Y นั่นล่ะ แกน X Y

1452
01:36:45,845 --> 01:36:49,845
แล้วก็สี

1453
01:36:49,846 --> 01:36:53,846
สีที่จะ ขนาด พื้นที่

1454
01:36:53,846 --> 01:36:57,846
ที่จะใส่ ประมาณนี้ล่ะ ลองดูนะคะ

1455
01:36:57,847 --> 01:37:01,847

1456
01:37:01,848 --> 01:37:05,848
เปป็นฟังก์ชันนะคะ

1457
01:37:05,849 --> 01:37:09,849
วงเล็บ

1458
01:37:09,849 --> 01:37:13,849
255

1459
01:37:13,851 --> 01:37:17,851

1460
01:37:17,851 --> 01:37:21,851

1461
01:37:21,854 --> 01:37:25,854
Back

1462
01:37:25,856 --> 01:37:29,856
255 255 200 โอ.เค. กำแล้วว่าใส่เข้าไป

1463
01:37:29,857 --> 01:37:33,857
จะพอดีอันนี้ ต่อไป

1464
01:37:33,857 --> 01:37:37,857
ตัวแปรที่ชื่อว่า "grig

1465
01:37:37,859 --> 01:37:41,859

1466
01:37:41,860 --> 01:37:45,860
ก็เธอทำ

1467
01:37:45,863 --> 01:37:49,863
ตามไม่ได้นี่ มันไม่ได้เริ่มมาแต่ต้น ไม่ค่อยสบาย

1468
01:37:49,865 --> 01:37:53,865
หรือเปล่า ถามน้องสิ

1469
01:37:53,866 --> 01:37:57,866
ไม่สบายก็นอนเสีย

1470
01:37:57,868 --> 01:38:01,868
เท่ากับ grid นี่

1471
01:38:01,869 --> 01:38:05,869
คือ เส้น เห็นไหมคะ ขนาดเส้น ความยาว

1472
01:38:05,871 --> 01:38:09,871
ความสูงของเส้นน่ะ เส้นมันมี 3 เส้น นึกออกนะ

1473
01:38:09,871 --> 01:38:13,871

1474
01:38:13,873 --> 01:38:17,873

1475
01:38:17,874 --> 01:38:21,874
วงเล็บเหมือนเดิมนะคะ

1476
01:38:21,875 --> 01:38:25,875
ใส่วงเล็บเข้าไป 50 เหมือนกันนะคะ

1477
01:38:25,877 --> 01:38:29,877
เท่ากัน ก็คือความกว้างของช่องตาราง

1478
01:38:29,878 --> 01:38:33,878
เป็น เขาเรียกว่า เป็นอย่างไรล่ะ

1479
01:38:33,879 --> 01:38:37,879
เป็นลักษณะของ Dimension น่ะ

1480
01:38:37,879 --> 01:38:41,879
มิติน่ะนะคะ

1481
01:38:41,879 --> 01:38:45,879
3 ล็อก มี grid แล้ว

1482
01:38:45,880 --> 01:38:49,880
ใส่อะไรอีก ตัวแปร screen field

1483
01:38:49,880 --> 01:38:53,880
ไปเรียกใช้ screen นี้

1484
01:38:53,881 --> 01:38:57,881
ไปเรียก screen นี้มาใส่

1485
01:38:57,881 --> 01:39:01,881
ก็พิมพ์ Screen

1486
01:39:01,882 --> 01:39:05,882

1487
01:39:05,883 --> 01:39:09,883
เลือก screen statement นะคะ

1488
01:39:09,886 --> 01:39:13,886
screen

1489
01:39:13,886 --> 01:39:17,886
.fill

1490
01:39:17,888 --> 01:39:21,888
field ใช้คำสั่ง field นะคะ

1491
01:39:21,889 --> 01:39:25,889

1492
01:39:25,890 --> 01:39:29,890
bg เรียก bg มา เห็นไหมคะ

1493
01:39:29,891 --> 01:39:33,891

1494
01:39:33,892 --> 01:39:37,892
โอ.เค. ไหม ก็คือตัวนี้ ใส่

1495
01:39:37,893 --> 01:39:41,893
Background ตัวนี้ ใส่ Background ตัวนี้เข้าไป

1496
01:39:41,894 --> 01:39:45,894
ใช่ bg นี่ไง เราตั้งค่าว่า "bg"

1497
01:39:45,895 --> 01:39:49,895
เห็นไหม ตัวแปรสำหรับเก็บ Backgr

1498
01:39:49,895 --> 01:39:53,895

1499
01:39:53,897 --> 01:39:57,897

1500
01:39:57,898 --> 01:40:01,898

1501
01:40:01,899 --> 01:40:05,899

1502
01:40:05,902 --> 01:40:09,902

1503
01:40:09,904 --> 01:40:13,904
255, 255,

1504
01:40:13,906 --> 01:40:17,906
200 bg นะคะ grid 50

1505
01:40:17,906 --> 01:40:21,906
50 50 แล้วเราก็เรียก

1506
01:40:21,907 --> 01:40:25,907
เรียก screen เรียก

1507
01:40:25,908 --> 01:40:29,908
หน้าจอที่เราสร้างไว้ข้างบนนี่มาเติม fill

1508
01:40:29,909 --> 01:40:33,909
เห็นไหมคะ ฟังก์ชัน fill

1509
01:40:33,911 --> 01:40:37,911
ก็คือใส่ BG เข้าไป ใส่ Background เข้าไป

1510
01:40:37,911 --> 01:40:41,911
สังเกต มันจะไปเรียกตัวนี้มา เห็นไหม มันจะรู้เลย

1511
01:40:41,913 --> 01:40:45,913
อะไรมาใส่

1512
01:40:45,913 --> 01:40:49,913

1513
01:40:49,914 --> 01:40:53,914
ไปต่อนะคะ ต

1514
01:40:53,918 --> 01:40:57,918
ต่อไป จะประกาศตัวแปร

1515
01:40:57,919 --> 01:41:01,919
line_width line_width

1516
01:41:01,920 --> 01:41:05,920
ก็คือตัวแปรที่ความกว้างหรือความหนา

1517
01:41:05,921 --> 01:41:09,921
นั่นเองนะคะ คือถ้าลอง Run ดู เส้นมันจะ

1518
01:41:09,922 --> 01:41:13,922
บาง ๆ แต่พอใส่ตัวแปรที่ชื่อ line_widrh =

1519
01:41:13,923 --> 01:41:17,923
เข้าไปน่ะ ความหนาของเส้นจะมีมา ก็คือ

1520
01:41:17,923 --> 01:41:21,923
เท่ากับ 6 ใครจะเอาหนากว่านั้นก็ได้

1521
01:41:21,924 --> 01:41:25,924

1522
01:41:25,926 --> 01:41:29,926

1523
01:41:29,927 --> 01:41:33,927

1524
01:41:33,930 --> 01:41:37,930

1525
01:41:37,931 --> 01:41:41,931
เดี๋ยวใส่คอมเมนท์ก่อน

1526
01:41:41,935 --> 01:41:45,935
ส่วนอันนี้จะเอาไว้

1527
01:41:45,937 --> 01:41:49,937

1528
01:41:49,938 --> 01:41:53,938

1529
01:41:53,938 --> 01:41:57,938
บอกให้รู้ว่าตรงส่วนนี้เราจะใช้ประกาศ

1530
01:41:57,939 --> 01:42:01,939
ที่จะใช้งานต่าง ๆ นะคะ ตัวแรก

1531
01:42:01,940 --> 01:42:05,940
ตัวแปรแรกเราจะใช้ชื่อว่า "line

1532
01:42:05,941 --> 01:42:09,941
_line แล้วก็วรรค

1533
01:42:09,942 --> 01:42:13,942

1534
01:42:13,943 --> 01:42:17,943
=

1535
01:42:17,943 --> 01:42:21,943
รูปแบบการประกาศตัวแปร ก็คือพิมพ์ชื่อตัวแปร

1536
01:42:21,944 --> 01:42:25,944
แล้วตามด้วยค่าที่ต้องการ

1537
01:42:25,944 --> 01:42:29,944
ให้ค่าเริ่มต้น หรือค่าที่แน่นอน ให้ตัวนี้มันทำงาน

1538
01:42:29,945 --> 01:42:33,945
นะคะ ก็คืออยากได้เส้นที่มีความ

1539
01:42:33,946 --> 01:42:37,946
กว้าง 6 น่ะค่ะ ก็เลย line_width = 6

1540
01:42:37,946 --> 01:42:41,946
พอประกาศไปแล้ว เราก็จะมาเรียกใช้มัน

1541
01:42:41,946 --> 01:42:45,946
เพราะในหน้าจอนี้นะคะ เรียกใช้ได้อย่างไร

1542
01:42:45,947 --> 01:42:49,947
เรียกใช้ได้อย่างไร ก็จะพิมพ์

1543
01:42:49,948 --> 01:42:53,948
หลังเครื่องหมายวงเล็บปิด

1544
01:42:53,950 --> 01:42:57,950
ของ screen_width นะคะ

1545
01:42:57,950 --> 01:43:01,950
ก็ใส่ colon แล้วก็วรรค

1546
01:43:01,952 --> 01:43:05,952
line l พิมพ์ -li-

1547
01:43:05,954 --> 01:43:09,954
แล้วเลือก line_width =

1548
01:43:09,956 --> 01:43:13,956
เหมือนกัน อันล่างก็เหมือนกัน

1549
01:43:13,956 --> 01:43:17,956
แล้วก็พิมพ์ line width

1550
01:43:17,957 --> 01:43:21,957
แล้วเลือก line width statement

1551
01:43:21,958 --> 01:43:25,958
พวกนี้มันจะเรียกขึ้นมาได้เลย ถ้าเรา

1552
01:43:25,959 --> 01:43:29,959
ไม่ประกาศมันจะไม่รู้จัก เห็นไหม

1553
01:43:29,960 --> 01:43:33,960
ตอนแรกไม่มีใช่ไหม พอประกาศเรียก

1554
01:43:33,961 --> 01:43:37,961
พอมาเรียกใช้ รู้จักเลยนะคะ

1555
01:43:37,962 --> 01:43:41,962

1556
01:43:41,962 --> 01:43:45,962
ได้กรอบ ได้ตาราง ได้ความหนา

1557
01:43:45,964 --> 01:43:49,964
ของตารางแล้ว ลอง Run ดู กด ctrl B แล้ว

1558
01:43:49,964 --> 01:43:53,964
และจะได้หน้านี้ไหม เดี๋ยววันนี้

1559
01:43:53,965 --> 01:43:57,965
จะพอแค่ตรงทำหน้านี้ล่ะ แม่ก็เมื้อยแล้วเหมือนกัน

1560
01:43:57,966 --> 01:44:01,966
เสร็จสิ้นแล้วนะคะ

1561
01:44:01,966 --> 01:44:05,966
เราเสร็จสิ้นแล้ว แล้วเราลองกด

1562
01:44:05,968 --> 01:44:09,968

1563
01:44:09,968 --> 01:44:13,968
ไม่ขึ้น เส้นไม่ขึ้น

1564
01:44:13,970 --> 01:44:17,970

1565
01:44:17,971 --> 01:44:21,971
หรือเร็วไปหน่อย อาจจะต้องรอแป๊บหนึ่ง

1566
01:44:21,973 --> 01:44:25,973
อาจจะขึ้นช้าหน่อย ทำไมเครื่องนี้

1567
01:44:25,974 --> 01:44:29,974
ขึ้นช้า

1568
01:44:29,975 --> 01:44:33,975
Error ไม่ขึ้นเสียด้วย เดี๋ยวนะแม่ขาดบรรทัดไปไ

1569
01:44:33,976 --> 01:44:37,976

1570
01:44:37,977 --> 01:44:41,977

1571
01:44:41,977 --> 01:44:45,977

1572
01:44:45,978 --> 01:44:49,978

1573
01:44:49,979 --> 01:44:53,979

1574
01:44:53,981 --> 01:44:57,981

1575
01:44:57,983 --> 01:45:01,983

1576
01:45:01,986 --> 01:45:05,986
Balckgrod

1577
01:45:05,990 --> 01:45:09,990

1578
01:45:09,990 --> 01:45:13,990

1579
01:45:13,991 --> 01:45:17,991

1580
01:45:17,991 --> 01:45:21,991
เดี๋ยวของลอง

1581
01:45:21,994 --> 01:45:25,994
ทำไมตอนแรก run ได้

1582
01:45:25,995 --> 01:45:29,995
เดี๋ยวนะ

1583
01:45:29,995 --> 01:45:33,995

1584
01:45:33,995 --> 01:45:37,995
line(screen)

1585
01:45:37,996 --> 01:45:41,996
fill backgr

1586
01:45:41,997 --> 01:45:45,997

1587
01:45:45,998 --> 01:45:49,998

1588
01:45:49,999 --> 01:45:53,999
= 6

1589
01:45:53,999 --> 01:45:57,999

1590
01:45:58,000 --> 01:46:02,000

1591
01:46:02,002 --> 01:46:06,002
อีกแล้วลูก

1592
01:46:06,004 --> 01:46:10,004
ไม่สบายไม่นอกพักรอก็ได้นะคะ

1593
01:46:10,005 --> 01:46:14,005
ไม่สบายหรือเปล่าลูก

1594
01:46:14,005 --> 01:46:18,005

1595
01:46:18,006 --> 01:46:22,006
ไม่ทันเดี๋ยวให้...

1596
01:46:22,006 --> 01:46:26,006
เดี๋ยวขอ Test อะไรหายไป

1597
01:46:26,006 --> 01:46:30,006

1598
01:46:30,007 --> 01:46:34,007

1599
01:46:34,009 --> 01:46:38,009

1600
01:46:38,010 --> 01:46:42,010

1601
01:46:42,014 --> 01:46:46,014

1602
01:46:46,017 --> 01:46:50,017

1603
01:46:50,019 --> 01:46:54,019

1604
01:46:54,020 --> 01:46:58,020

1605
01:46:58,022 --> 01:47:02,022

1606
01:47:02,025 --> 01:47:06,025

1607
01:47:06,025 --> 01:47:10,025

1608
01:47:10,027 --> 01:47:14,027

1609
01:47:14,029 --> 01:47:18,029

1610
01:47:18,031 --> 01:47:22,031

1611
01:47:22,033 --> 01:47:26,033

1612
01:47:26,035 --> 01:47:30,035

1613
01:47:30,037 --> 01:47:34,037

1614
01:47:34,040 --> 01:47:38,040

1615
01:47:38,041 --> 01:47:42,041

1616
01:47:42,041 --> 01:47:46,041

1617
01:47:46,043 --> 01:47:50,043

1618
01:47:50,046 --> 01:47:54,046

1619
01:47:54,047 --> 01:47:58,047

1620
01:47:58,048 --> 01:48:02,048

1621
01:48:02,050 --> 01:48:06,050
ไม่เป็นไร เดี๋ยวใส่มาร์กเกอร์แล้วจะขึ้น

1622
01:48:06,050 --> 01:48:10,050
นะคะ ลองดูนะคะ

1623
01:48:10,051 --> 01:48:14,051
ให้มันขึ้นตำแหน่ง

1624
01:48:14,053 --> 01:48:18,053
ตัวต่อไป เราจะใส่ Markers

1625
01:48:18,053 --> 01:48:22,053
ก็คือกำหนดเงื่อนไขก่อน

1626
01:48:22,055 --> 01:48:26,055
สร้าง loop สร้าง...

1627
01:48:26,056 --> 01:48:30,056
นี่นะคะ เงื่อนไขว่าถ้าตำแหน่ง X อยู่นี่

1628
01:48:30,057 --> 01:48:34,057

1629
01:48:34,057 --> 01:48:38,057
พิกัดที่ 3 นี่ แถวที่ 0 คูณ

1630
01:48:38,058 --> 01:48:42,058
*3 นี่ marker จะต้องปรากฏ

1631
01:48:42,059 --> 01:48:46,059
ที่บรรทัดแรกนี่นะคะ คือ markers คือ จุดน่ะ

1632
01:48:46,061 --> 01:48:50,061
ตัวพอร์ตจุดของเรานั่นเองนะคะ

1633
01:48:50,062 --> 01:48:54,062

1634
01:48:54,064 --> 01:48:58,064
ทำ loop เราจะทำ loop มันก่อน

1635
01:48:58,064 --> 01:49:02,064
มาประกาศตัวแปรให้มัน

1636
01:49:02,066 --> 01:49:06,066

1637
01:49:06,067 --> 01:49:10,067
แล้วก็

1638
01:49:10,068 --> 01:49:14,068
แสดง marker นะคะ ขั้นตอนจะมีอย่างนี้

1639
01:49:14,070 --> 01:49:18,070
ทำ Loop ให้ก่อน อันดับแรกไปใส่ Loop ให้ markers

1640
01:49:18,071 --> 01:49:22,071
เราก่อนนะคะ

1641
01:49:22,071 --> 01:49:26,071
ไปอยู่ตรง

1642
01:49:26,073 --> 01:49:30,073
สังเกตนะคะ เราอยู่ตรง ตัวเดียวกับ

1643
01:49:30,074 --> 01:49:34,074
ตัวนี้นะ เพราะเรายังอยู่

1644
01:49:34,075 --> 01:49:38,075
ในการสร้างเส้นอยู่นะคะ สร้างเส้น

1645
01:49:38,075 --> 01:49:42,075
แล้วก็ทำไอ้ตัวนี้มา

1646
01:49:42,077 --> 01:49:46,077
for loop

1647
01:49:46,078 --> 01:49:50,078
X เลือก X

1648
01:49:50,079 --> 01:49:54,079

1649
01:49:54,080 --> 01:49:58,080

1650
01:49:58,081 --> 01:50:02,081

1651
01:50:02,082 --> 01:50:06,082

1652
01:50:06,086 --> 01:50:10,086

1653
01:50:10,088 --> 01:50:14,088

1654
01:50:14,092 --> 01:50:18,092
in range range

1655
01:50:18,094 --> 01:50:22,094
จะต้องเป็น Class นะคะ

1656
01:50:22,098 --> 01:50:26,098

1657
01:50:26,099 --> 01:50:30,099
lange class

1658
01:50:30,100 --> 01:50:34,100
ที่มีขนาด 3

1659
01:50:34,102 --> 01:50:38,102
ช่องเดียว ๆ 3 ภาพของเรานะคะ

1660
01:50:38,104 --> 01:50:42,104

1661
01:50:42,104 --> 01:50:46,104

1662
01:50:46,106 --> 01:50:50,106
row บอกว่า row

1663
01:50:50,107 --> 01:50:54,107
= row นี่คือ

1664
01:50:54,109 --> 01:50:58,109
แถว ระบุแถว

1665
01:50:58,110 --> 01:51:02,110
ใช้เครื่องหมาย

1666
01:51:02,110 --> 01:51:06,110
วงเล็บปีกกาที่เป็นสีเหลี่ยม

1667
01:51:06,110 --> 01:51:10,110
จะอยู่ตรงตำแหน่งเดียวปีกกาใหญ่

1668
01:51:10,112 --> 01:51:14,112
เห็นไหมคะ ใส่ 0 เข้าไป

1669
01:51:14,113 --> 01:51:18,113
0

1670
01:51:18,113 --> 01:51:22,113
แล้วก็โคลอน แล้วก็ 3 ค่า

1671
01:51:22,115 --> 01:51:26,115
บรรทัดนะคะ เริ่มที่ตำแหน่งที่

1672
01:51:26,116 --> 01:51:30,116
0-3 นี่ มีทั้งหมด 3

1673
01:51:30,117 --> 01:51:34,117
คูณ ใส่ * ใส่เครื่องหมาย * ด้วย 3

1674
01:51:34,118 --> 01:51:38,118
คูณด้วย 3 เพราะ ไอ้ช่อง ไอ้นั่นเรา

1675
01:51:38,119 --> 01:51:42,119
มันจะเป็นแบบคูณ 3 ช่อง

1676
01:51:42,119 --> 01:51:46,119
เห็นไหม 0 วรรค คูณ

1677
01:51:46,121 --> 01:51:50,121
วรรค 3 วรรค

1678
01:51:50,122 --> 01:51:54,122

1679
01:51:54,123 --> 01:51:58,123
เสร็จแล้วไปประกาศ

1680
01:51:58,126 --> 01:52:02,126
ตัวแปร marlersv

1681
01:52:02,126 --> 01:52:06,126

1682
01:52:06,128 --> 01:52:10,128
marker ใส่ s เข้าไปด้วย

1683
01:52:10,129 --> 01:52:14,129
เพราะ markers ไม่ได้มีจุดเดียว Mark ได้หลายจุด

1684
01:52:14,130 --> 01:52:18,130
ก็เลยต้องเติม s นะคะ =

1685
01:52:18,132 --> 01:52:22,132
ปีกกาสี่เหลี่ยม

1686
01:52:22,133 --> 01:52:26,133
ตอนนี้ประกาศตัวแปรแล้ว สามารถ

1687
01:52:26,134 --> 01:52:30,134
มาเรียกใช้มันได้ พอบรรทัดนี้

1688
01:52:30,134 --> 01:52:34,134
บรรทัดต่อมา ก็เรียกใช้ markers

1689
01:52:34,135 --> 01:52:38,135
marker statment

1690
01:52:38,137 --> 01:52:42,137
นะคะ เรียกใช้มัน

1691
01:52:42,137 --> 01:52:46,137
ตามด้วย Module ท

1692
01:52:46,138 --> 01:52:50,138
ที่ชื่อว่า

1693
01:52:50,139 --> 01:52:54,139
applane อะไร

1694
01:52:54,140 --> 01:52:58,140
applane อะไร

1695
01:52:58,141 --> 01:53:02,141
เพราะเราจะให้มัน

1696
01:53:02,141 --> 01:53:06,141
แสดงค่าในแนวนอน ไปเรียก Row มา

1697
01:53:06,143 --> 01:53:10,143
เห็นไหมคะ เลือก row statement

1698
01:53:10,144 --> 01:53:14,144

1699
01:53:14,147 --> 01:53:18,147
สิ่งที่จะเพิ่ม ก็คือให้

1700
01:53:18,148 --> 01:53:22,148
แสดงผล Markers

1701
01:53:22,148 --> 01:53:26,148
แสดง marker

1702
01:53:26,150 --> 01:53:30,150

1703
01:53:30,151 --> 01:53:34,151

1704
01:53:34,152 --> 01:53:38,152
Print เห็นไหมคะ

1705
01:53:38,153 --> 01:53:42,153
print ที่เป็นฟังก์ชัน ใส่วงเล็บปุ๊บ พิมพ์ marker

1706
01:53:42,154 --> 01:53:46,154
แล้วก็พิมพ์ marker

1707
01:53:46,155 --> 01:53:50,155
Ctrl + B

1708
01:53:50,156 --> 01:53:54,156
bg เราทำไมไม่ขึ้น

1709
01:53:54,157 --> 01:53:58,157
แสดงว่า สีเครื่องนี้เป็นอะไรหว่า

1710
01:53:58,159 --> 01:54:02,159

1711
01:54:02,160 --> 01:54:06,160

1712
01:54:06,161 --> 01:54:10,161

1713
01:54:10,162 --> 01:54:14,162
เส้นก็ไม่ขึ้น สีก็ไม่ขึ้น

1714
01:54:14,164 --> 01:54:18,164
ขอเช็กตำแหน่งก่อนนะคะ x in range 1

1715
01:54:18,165 --> 01:54:22,165

1716
01:54:22,165 --> 01:54:26,165

1717
01:54:26,166 --> 01:54:30,166
ค่าตำแหน่งอาจจะผิด ผิดนี่

1718
01:54:30,167 --> 01:54:34,167
ก็ไม่ขึ้นแล้วนะ ขอเช็ก Code

1719
01:54:34,168 --> 01:54:38,168
แป๊บหนึ่ง draw_grid

1720
01:54:38,168 --> 01:54:42,168

1721
01:54:42,170 --> 01:54:46,170

1722
01:54:46,172 --> 01:54:50,172

1723
01:54:50,173 --> 01:54:54,173

1724
01:54:54,175 --> 01:54:58,175

1725
01:54:58,177 --> 01:55:02,177
screen ขึ้น

1726
01:55:02,181 --> 01:55:06,181
grid ก็ขึ้น ลองลบใหม่ก็ได้นะ

1727
01:55:06,183 --> 01:55:10,183
grid =

1728
01:55:10,184 --> 01:55:14,184

1729
01:55:14,184 --> 01:55:18,184
grid ต้องเป็น statement

1730
01:55:18,185 --> 01:55:22,185

1731
01:55:22,186 --> 01:55:26,186
อะไรขาดไป

1732
01:55:26,187 --> 01:55:30,187
ลืมใส่อะไร เป็นเรื่อง

1733
01:55:30,188 --> 01:55:34,188

1734
01:55:34,190 --> 01:55:38,190
x*100 จะต้อง

1735
01:55:38,192 --> 01:55:42,192
screen_height screen

1736
01:55:42,193 --> 01:55:46,193
range พิกัด 13

1737
01:55:46,194 --> 01:55:50,194

1738
01:55:50,195 --> 01:55:54,195

1739
01:55:54,196 --> 01:55:58,196

1740
01:55:58,197 --> 01:56:02,197

1741
01:56:02,198 --> 01:56:06,198

1742
01:56:06,198 --> 01:56:10,198

1743
01:56:10,200 --> 01:56:14,200

1744
01:56:14,201 --> 01:56:18,201
สีหายไปไหน ทำไมตอน Run ตอนนี้

1745
01:56:18,202 --> 01:56:22,202
นะ

1746
01:56:22,202 --> 01:56:26,202

1747
01:56:26,203 --> 01:56:30,203

1748
01:56:30,205 --> 01:56:34,205
XO

1749
01:56:34,206 --> 01:56:38,206

1750
01:56:38,206 --> 01:56:42,206

1751
01:56:42,208 --> 01:56:46,208

1752
01:56:46,210 --> 01:56:50,210

1753
01:56:50,213 --> 01:56:54,213

1754
01:56:54,214 --> 01:56:58,214

1755
01:56:58,216 --> 01:57:02,216

1756
01:57:02,218 --> 01:57:06,218

1757
01:57:06,219 --> 01:57:10,219

1758
01:57:10,221 --> 01:57:14,221

1759
01:57:14,223 --> 01:57:18,223

1760
01:57:18,225 --> 01:57:22,225

1761
01:57:22,226 --> 01:57:26,226

1762
01:57:26,228 --> 01:57:30,228

1763
01:57:30,230 --> 01:57:34,230
ไอ้นี่ Error

1764
01:57:34,233 --> 01:57:38,233

1765
01:57:38,236 --> 01:57:42,236

1766
01:57:42,236 --> 01:57:46,236

1767
01:57:46,238 --> 01:57:50,238

1768
01:57:50,240 --> 01:57:54,240

1769
01:57:54,242 --> 01:57:58,242

1770
01:57:58,244 --> 01:58:02,244

1771
01:58:02,245 --> 01:58:06,245

1772
01:58:06,246 --> 01:58:10,246

1773
01:58:10,247 --> 01:58:14,247

1774
01:58:14,251 --> 01:58:18,251

1775
01:58:18,251 --> 01:58:22,251

1776
01:58:22,254 --> 01:58:26,254

1777
01:58:26,256 --> 01:58:30,256

1778
01:58:30,256 --> 01:58:34,256

1779
01:58:34,258 --> 01:58:38,258
Background ไม่ขึ้น เดี๋ยวขอเคลียร์ Sublime

1780
01:58:38,261 --> 01:58:42,261
จะเยอะเกิน

1781
01:58:42,262 --> 01:58:46,262

1782
01:58:46,263 --> 01:58:50,263
เดี๋ยวขอเคลียร์

1783
01:58:50,264 --> 01:58:54,264
แป๊บหนึ่ง แล้วลอง Test ใหม่นะคะ

1784
01:58:54,266 --> 01:58:58,266
ทำไมไม่ขึ้น

1785
01:58:58,267 --> 01:59:02,267

1786
01:59:02,268 --> 01:59:06,268

1787
01:59:06,269 --> 01:59:10,269

1788
01:59:10,272 --> 01:59:14,272

1789
01:59:14,274 --> 01:59:18,274

1790
01:59:18,275 --> 01:59:22,275
error ก็ไม่ขึ้นอีก

1791
01:59:22,276 --> 01:59:26,276
locals_screen_wi

1792
01:59:26,276 --> 01:59:30,276

1793
01:59:30,277 --> 01:59:34,277

1794
01:59:34,278 --> 01:59:38,278

1795
01:59:38,278 --> 01:59:42,278

1796
01:59:42,280 --> 01:59:46,280
screen ไม่ขึ้น

1797
01:59:46,284 --> 01:59:50,284

1798
01:59:50,285 --> 01:59:54,285

1799
01:59:54,286 --> 01:59:58,286
เดี๋ยวขอไล่...

1800
01:59:58,287 --> 02:00:02,287
บอกแล้ว ผิดนิด

1801
02:00:02,291 --> 02:00:06,291
ผลลัพธ์ไม่โชว์เลย

1802
02:00:06,292 --> 02:00:10,292
screen ถูกนี่นา

1803
02:00:10,293 --> 02:00:14,293

1804
02:00:14,294 --> 02:00:18,294
draw_line

1805
02:00:18,295 --> 02:00:22,295
drawline

1806
02:00:22,298 --> 02:00:26,298

1807
02:00:26,298 --> 02:00:30,298
ปุ๊บ ๆ ๆ

1808
02:00:30,300 --> 02:00:34,300
อันนี้ขึ้นแล้ว เส้นไม่ได้ เล็กไปหรือ

1809
02:00:34,301 --> 02:00:38,301
พอเปลี่ยนขนาดเส้น

1810
02:00:38,301 --> 02:00:42,301

1811
02:00:42,303 --> 02:00:46,303

1812
02:00:46,303 --> 02:00:50,303

1813
02:00:50,305 --> 02:00:54,305
ไม่ขึ้น

1814
02:00:54,308 --> 02:00:58,308

1815
02:00:58,310 --> 02:01:02,310
เส้นก็ไม่ได้เล็ก

1816
02:01:02,311 --> 02:01:06,311

1817
02:01:06,312 --> 02:01:10,312
ก็ถูกแล้ว

1818
02:01:10,313 --> 02:01:14,313

1819
02:01:14,314 --> 02:01:18,314

1820
02:01:18,315 --> 02:01:22,315

1821
02:01:22,315 --> 02:01:26,315

1822
02:01:26,318 --> 02:01:30,318

1823
02:01:30,319 --> 02:01:34,319

1824
02:01:34,321 --> 02:01:38,321

1825
02:01:38,322 --> 02:01:42,322

1826
02:01:42,323 --> 02:01:46,323
ไม่วาดเส้น ไม่ใส่สี

1827
02:01:46,324 --> 02:01:50,324
screen ทำไมไม่ขึ้น

1828
02:01:50,326 --> 02:01:54,326
ก็เลือกใช้ screen

1829
02:01:54,327 --> 02:01:58,327
high

1830
02:01:58,328 --> 02:02:02,328
st caption

1831
02:02:02,329 --> 02:02:06,329
ตรงหน้าจอเกมหรือเปล่า เดี๋ยวนะ

1832
02:02:06,330 --> 02:02:10,330
ขอดูอันแรก

1833
02:02:10,330 --> 02:02:14,330

1834
02:02:14,331 --> 02:02:18,331
โอ.เค. ผ่าน ท่อนที่ 2

1835
02:02:18,333 --> 02:02:22,333
event_get อันนี้ไม่มีปัญหา

1836
02:02:22,335 --> 02:02:26,335
อันที่ 3 set

1837
02:02:26,337 --> 02:02:30,337

1838
02:02:30,338 --> 02:02:34,338

1839
02:02:34,339 --> 02:02:38,339
เดี๋ยวขอดูคำต่อไป

1840
02:02:38,340 --> 02:02:42,340
ขึ้นแบบนี้ ตอนสร้าง dri

1841
02:02:42,340 --> 02:02:46,340
ปัญหา

1842
02:02:46,340 --> 02:02:50,340

1843
02:02:50,342 --> 02:02:54,342

1844
02:02:54,343 --> 02:02:58,343

1845
02:02:58,344 --> 02:03:02,344

1846
02:03:02,344 --> 02:03:06,344

1847
02:03:06,349 --> 02:03:10,349
ก็ไม่ผิดนี่น่ะ

1848
02:03:10,350 --> 02:03:14,350

1849
02:03:14,350 --> 02:03:18,350
ทำไมขึ้นแต่สีดำ

1850
02:03:18,352 --> 02:03:22,352
บอร์ดไม่ขาวเลย

1851
02:03:22,352 --> 02:03:26,352
Finish มันดันมาขึ้นแบบนี้ 0 0 0 0 นี่

1852
02:03:26,354 --> 02:03:30,354

1853
02:03:30,354 --> 02:03:34,354
ไม่ถูกสิ มันต้องขึ้นแบบนี้

1854
02:03:34,356 --> 02:03:38,356
ดูนะ

1855
02:03:38,357 --> 02:03:42,357
open file

1856
02:03:42,358 --> 02:03:46,358

1857
02:03:46,360 --> 02:03:50,360
ตอนเทสอยู่บ้านก็ออกนะ

1858
02:03:50,363 --> 02:03:54,363
นี่ มันต้องขึ้นแบบนี้สิ

1859
02:03:54,364 --> 02:03:58,364

1860
02:03:58,364 --> 02:04:02,364

1861
02:04:02,366 --> 02:04:06,366
ไม่เป็นไร

1862
02:04:06,368 --> 02:04:10,368
ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเรามาต่อ ไปเช็ก Code ก่

1863
02:04:10,369 --> 02:04:14,369
พอมันยังมีต่อนะ โค้ดทั้งหมด

1864
02:04:14,371 --> 02:04:18,371
ทั้งปวงนี่ 100 กว่าบรรทัดนะ ตอนนี้

1865
02:04:18,372 --> 02:04:22,372
เราได้แค่

1866
02:04:22,372 --> 02:04:26,372

1867
02:04:26,373 --> 02:04:30,373
ตอนนี้เราได้ grid

1868
02:04:30,373 --> 02:04:34,373
ดูที่ค่าไอ้นี่ด้วยนะ ค่าBlackground

1869
02:04:34,375 --> 02:04:38,375
ถ้าใครไม่ขึ้น ค่าที่คูณ ๆ เข้าไป

1870
02:04:38,376 --> 02:04:42,376

1871
02:04:42,377 --> 02:04:46,377
ส่วน 0 X 100

1872
02:04:46,378 --> 02:04:50,378
0 x 100

1873
02:04:50,379 --> 02:04:54,379
ก็ขึ้น ก็ถูกแล้ว

1874
02:04:54,379 --> 02:04:58,379
ไม่ขึ้น ไม่ปรากฏ ไปขึ้นอะไรไม่รู้

1875
02:04:58,380 --> 02:05:02,380
ไม่ขึ้นแบบนี้ ไม่ขึ้นเหมือนตอน Run อยู่บ้าน

1876
02:05:02,381 --> 02:05:06,381
ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะ Texs

1877
02:05:06,381 --> 02:05:10,381
นะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้า

1878
02:05:10,382 --> 02:05:14,382
ที่อะไรคะ ที่ ๆ เมื่อได้

1879
02:05:14,382 --> 02:05:18,382
Markers มาร์กจุดแล้ว เสร็จแล้วเราจะใส่ตัว X

1880
02:05:18,384 --> 02:05:22,384
ลงไปอย่างนี้ ตัว O ลงไป

1881
02:05:22,385 --> 02:05:26,385
นี่

1882
02:05:26,386 --> 02:05:30,386
นี่ เห็นไหม ถ้าใครชนะ

1883
02:05:30,386 --> 02:05:34,386
มันจะขึ้นบอกว่าคนที่ 2 ชนะนี่เห็นไหม

1884
02:05:34,388 --> 02:05:38,388
สี ทำไมสีพื้น

1885
02:05:38,390 --> 02:05:42,390
ไม่ขึ้น backgr ไม่ขึ้น

1886
02:05:42,391 --> 02:05:46,391
ก็ไม่ผิดนี่นา

1887
02:05:46,392 --> 02:05:50,392
screen_fill Background ก็ถูกแล้วน่ะ

1888
02:05:50,393 --> 02:05:54,393

1889
02:05:54,394 --> 02:05:58,394
นะคะ งั้นขอขอบคุณฝั่งพี่ล่าม

1890
02:05:58,395 --> 02:06:02,395
อย่างนั้นขอขอบคุณฝั่งพี่ล่ามนะคะ สัปดาห์นี้

1891
02:06:02,395 --> 02:06:06,395
เราจะพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะเช็กโค้ดว่ามันผิดตรงไหน

1892
02:06:06,397 --> 02:06:10,397
กับเด็ก ๆ โอ.เค. ค่ะ เด็ก ๆ ขอบคุณพี่ล่าม

1893
02:06:10,398 --> 02:06:14,398
เด็ก ๆ ขอบคุณพี่ล่ามหน่อย

1894
02:06:14,400 --> 02:06:18,400
ปิดล่ามได้

1895
02:06:18,401 --> 02:06:22,401

1896
02:06:22,401 --> 02:06:26,401

1897
02:06:26,402 --> 02:06:30,402
[สิ้นสุดการถอดความ]

1898
02:06:30,403 --> 02:06:34,403

1899
02:06:34,405 --> 02:06:38,405

1900
02:06:38,406 --> 02:06:42,406

1901
02:06:42,408 --> 02:06:46,408

1902
02:06:46,413 --> 02:06:50,413

1903
02:06:50,414 --> 02:06:54,414

1904
02:06:54,415 --> 02:06:58,415

1905
02:06:58,417 --> 02:07:02,417

1906
02:07:02,418 --> 02:07:05,419

1907
02:07:06,420 --> 02:07:09,421

1908
02:07:10,422 --> 02:07:13,422

1909
02:07:14,424 --> 02:07:17,427

1910
02:07:18,425 --> 02:07:21,427

1911
02:07:22,427 --> 02:07:25,428

1912
02:07:26,429 --> 02:07:26,430

1913
02:07:30,431 --> 02:07:30,434

1914
02:07:34,435 --> 02:07:34,438


