--- title: การเขียนโปรแกรมประยุกต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ 110264 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) สวัสดีค่ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ ฝั่งนู้นไม่ได้ยิน สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ จากสัปดาห์ที่แล้ว ใช่ไหมสวัสดีค่ะ จากสัปดาห์ที่แล้วนะคะ ที่ให้ลองนำเสนอหัวข้อ แต่ละกลุ่มยังไม่มีให้ดูเลยนะคะ สิ่งที่จะต้องให้ทำความจริงแล้วนี่ เราจะต้องเตรียมสอบหัวข้อตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วด้วยซ้ำ 1 เดือนที่ให้ไปทำ ไม่ทำอะไรมาเลย เราจะสอบหัวข้อ จะกำหนดสอบหัวข้อในวันที่... ได้ยินไหมคะ ฝั่งล่าม ไม่ได้ยิน ล่ามได้ยินไหมคะ แต่เราไม่ได้ยินเสียงล่าม มันอะไรกันหนัก กันหนาไม่เป็นไร อาจารย์ไม่ฟังเสี่ยงล่ามก็ได้ ล่ามไปอย่างนั้น ก็คือในเดือนหน้านะคะ เดือนหน้า ก็คือวันที่ การสอบมันจะไม่สอบในตาราง เพราะว่าอาจารย์ที่จะเข้าสอบก็จะไม่ว่าง ก็คือตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เป็นต้นไปในสัปดาห์นั้นจะเป็นสอบ แต่สิ่งที่ต้องไปทำ ก็คือจะต้องทำเอกสารแล้วก็ powerPoint นะคะ เพื่อมายื่นสอบก่อน เพราะฉะนั้นจะต้องยื่นสอบก่อนวันที่ วันพฤหัสบดี คือ วันที่เราเรียน วันสุดท้าย คือ วันพฤหัสบดีที่ 25 เพราะฉะนั้นเอกสารยื่นสอบจะต้องเสร็จ ส่งวันสุดท้ายได้ คือ 25 กุมภาฯ นี้เท่านั้นนะคะ มาดูสิ่งที่จะต้องไปทำ ดูนะคะ ในการนำเสนอในการสอบหัวข้อโครงงานคอมฯ เอกสารหรือ... เอกสารต่าง ๆ ที่จะต้องยื่น มีทั้งหมด 3 ชิ้นนะคะ ชิ้นแรก 1. จะเป็นเอกสารขอยื่นสอบ ตัวนี้จะได้ก็ต่อเมื่อ ตัวเองทำเอกสารเค้าโครงที่ให้ฟอร์มไปแล้วนึกออกนะ ทำเอกสารเค้าโครงเสร็จแล้วต้องไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา คือถ้าตัวเองไม่มีเค้าโครงไปให้ที่ปรึกษาดู ไปพูดปากเปล่าเฉย ๆ เพราะฉะนั้น ถ้าทำเค้าโครงไม่เสร็จก็จะไม่มีที่ปรึกษา เมื่อได้เค้าโครงแล้ว ทำ ก็คือนำเค้าโครงพร้อมเอกสารขอยื่นสอบ อันดับแรกเอาเค้าโครงไปให้ดูก่อน แล้วถ้าอาจารย์รับเป็นที่ปรึกษา แล้วค่อยเอาเอกสารขอยื่นสอบไปให้อาจารย์เขาเซ็น นึกออกนะคะ เพราะฉะนั้น 2 ตัวนี้ ตัวที่ 2 จะต้องทำเสร็จก่อน แล้วถึงจะได้ตัวที่ 1 มา เข้าใจไหม ลำดับต่อมาเมื่อทำตัวที่ 2 เสร็จนะคะ ก็ต้องมาทำ powerPoint เพื่อมานำเสนอ เพราะหัวข้อ powerPoint ที่มานำเสนอนั้นก็จะมาจากเอกสาร ในหัวข้อที่ 2 แต่ให้ดูนะคะ เดี๋ยวจะให้ดูหัวข้อ PowerPoint ที่จะนำเสนอขึ้นสอบมีอะไรบ้าง และวิธีทำ powerPoint เพื่อนำเสนอ ควรทำอย่างไรนะคะ เพราะฉะนั้น จำไว้เลยว่าตัวเองต้องมีเอกสาร 3 ชิ้นนี้ เพื่อมาสั่งอาจารย์ วันสุดท้ายคือวันที่เท่าไร 25 นะคะ 3 ตัวนี้จะต้องครบถึงจะส่งได้ ไม่ใช่ส่งแค่ตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้นะคะ ตรงส่งครบทั้ง 3 นั่นคือบอกให้รู้ว่าคุณพร้อมจะขึ้นสอบนะคะ มาดูต่อว่าการทำ PowerPoint มาดูองค์ประกอบใน powerPoint สไลด์แรกเลย ดูที่สไลด์แรก เห็นไหม ก็คือต้องมีชื่อโครงงาน ชื่อตัวเอง ชื่อผู้จัดทำน่ะ ชื่อนักศึกษา และก็อาจารย์ที่ปรึกษา เห็นไหมคะ เปิดมาสไลด์แรกต้องบอกว่าตัวเองทำโครงงานเรื่องอะไรใครทำ ที่ปรึกษาเป็นใคร มี 3 องค์ประกอบนี้อยู่ในสไลด์นั้นนะคะ สไลด์ที่ 1 ดูจำนวนสไลด์นะ หัวข้อนี่ 2, 4, 6, 8 มี 8 หัวข้อนะคะ บางสไลด์ อาจจะมี 2 หน้าได้ แต่ไม่ให้เกินนี้ 1 หัวข้อต่อ 1 สไลด์ทำอย่างไร เดี๋ยวให้ดู ๆ คือทุกคนจะชินว่า พอมีเค้าโครงนะ ก็อปมาทั้งพืช ไม่ได้นะต่อไป สไลด์ที่ 2 หลักการและเหตุผล สไลด์นี้ให้ใส่ได้ 1-2 แค่นั้น ไม่เกิน 2 สไลด์ 1 หัวข้อ บอกเลยไม่ให้เกิน 2 สไลด์ ทำอย่างไร เคยทำแต่ Copy, Past วางใช่ไหม เดี๋ยวดู ๆ มาดูกันว่าทำอย่างไรนะคะ วัตถุประสงค์ไม่เกินอยู่แล้ว อย่างมากของเรา ก็คือสูงสุด 3 ข้อ นะคะ 1. พัฒนา 2. พัฒนาแล้วก็ 3 ศึกษาความพึงพอใจเท่านั้นเองนะคะ วัตถุประสงค์ ไม่เกินนี้นะคะ ต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงาน หัวข้อต่อไปนะคะ บอกแล้วเหมือนกัน 1 หัวข้อไม่ให้เกิน 2 สไลด์ เพราะบางหัวข้อจะมีขอบเขตเกินแต่ไม่ให้เกิน 2 สไลด์ เทคโนโลยีที่ใช้ สไลด์เดียวก็พออันนี้น่ะ ไม่ได้ใช้เยอะ กระโดดข้ามไปข้อหนึ่ง วิธีการดำเนินงาน อันนี้ก็สไลด์เดียวนะ ไม่ต้อง 2 หัวข้อเยอะก็จริง ในวิธีการดำเนินงาน แต่ทำแค่สไลด์เดียวนะคะ แผนการดำเนินงาน อันนี้สไลด์เดียวแน่นอนเพราะมีตารางแค่ 1 อันนะ ประโยชน์ ประโยชน์ก็จะไปสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อย่างมากก็ไม่เกิน... สูงสุด คือวัตถุประสงค์มี 3 ใช่ไหม ประโยชน์อย่างมากนี่อย่างมากก็ไม่เกิน 3 เช่นกัน มาดูนะคะ มาดูวิธีการทำ ตัวอย่างเลย ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หน้าแรก เห็นไหมคะ ใส่ชื่อเรื่อง เอาไว้บน ไว้กึ่งกลางอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีรูปตัวเองใใช่ไหม รูปตัวเองแล้วก็ระบุชื่อลงไป รูปอาจารย์ที่ปรึกษาและระบุชื่อ นั่นคือสไลด์ที่ 1 เห็นไหม 1 สไลด์ คือเน้นให้เห็นภาพมากกว่าข้อความ ข้อความนี้ คือ ตัวเองต้องเป็นคนพูด ไม่ใช่มีสไลด์เดี๋ยวดูอันที่ 2 ซึ่งส่วนใหญ่เวลาทำสไลด์ที่ 2 หลักการและเหตุผล หน้าเดียวพอไหม จบไหม หน้าเดียวเท่านั้นเพราะอะไร 1. เราหลักการและเหตุผลบอกแล้วว่าเราจะต้องทำทั้งหมด 3 ย่อหน้า ถูกไหมคะ ใน 3 ย่อหน้า ย่อหน้าที่ 1 ยกตัวอย่าง ลืมบอกเมื่อกี้ดูชื่อในตัวอย่างอันแรก พัฒนาแอปพลิเคชันใช่ไหม เพราะฉะนั้น ย่อหน้าแรก หลักการเขียน หลักการและเหตุผล เคยบอกไปแล้วว่าเขียนจากสูง สูง ก็คือกว้างหรือใหญ่ กว้างกาอนกดลง กดลง ใหญ่ลงมาหาเล็ก ใหญ่อย่างไร เช่น ให้พูดถึงเทคโนโลยี เออ ถูกไหม เออ เพราะอะไร เพราะ แอปพลิเคชัน คือ พัฒนาบนอะไร บนมือถือ เพราะฉะนั้น เราควรจะไปพูดถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการสื่อสารโดยใช้ Smart Phone ไม่ใช่พูดปากเปล่า เพราะอันนี้ต้องอ้างอิงจากบทความหรืองานวิจัยใช่ไมหคะ ย่อหน้าที่ 1 กับย่อหน้าที่ 2 นี่ ข้อมูลที่เอามาน่ะ บอกแล้วว่าต้องมีการอ้างอิงจากบทความหรืองานวิจัยที่ที่เราไปสืบค้นมา ที่ให้ไปค้น ไปดูไปอ่านของเขาว่าคนนี้เขาพูดเรื่องนี้เหมือนที่เราสนใจเลย เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น มันก็จะมีที่มาว่าเรื่องนี้เราไปเอามาจากไหนใช่ไหม ข้อมูลนี้ไม่ให้มาพูดปากเปล่าลอย ๆ เพราะฉะนั้น เมื่อพูดถึงหัวข้อใหญ่อันแรกสไลด์แรก ใส่แต่เหมือนลักษณะหัวข้อแต่ตรงเนื้อหาน่ะ เราจะต้องเป็นคนพูดเอง นึกออกไหม เหมือนแม่กำลังบอก เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบันหรือยุคอันนี้ คือ ที่เหลือนี่จะต้องอ่านจากเอกสารตัวที่ 2 ที่เป็นฉบับเต็มของเรา เพื่อมาบรรยายให้ฟัง แต่โดยสรุปนะคะ เพราะบางที ย่อหน้านี่ปาเข้าไปแล้ว ให้นึกถึงถ้าแม่ทำระดับปริญญาเอก 1 ย่อหน้า ก็คือ 1 หน้าไปแล้ว แต่ตัวเอง นะ สักครึ่งหนึ่งนะ อย่างน้อยมันก็จะ 10-20 บรรทัดไปแล้ว คือ พูดให้สรุปให้เห็นว่าทำไมถึงต้องพูดถึงเทคโนโลยีนี้ ให้เห็นความสำคัญ ให้เห็นที่มา หรือปัญหา คือ ในการเขียนหลักการและเหตุผล บอกไปแล้วว่าจะต้องเขียนให้เห็นถึงที่มา หรือให้เห็นว่ามันเป็นปัญหา นั่นเป็นหลักการที่เราจะเอามาเพื่อพัฒนาแอปฯ เราใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น ตัวที่ 1 จะทำเป็นรูปหรืออะไรก็แล้วแต่ จะเอารูปมาก็ได้ นึกออกนะ แต่ให้สื่อถึงว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร เข้าใจนะคะ ถ้าไม่ทำเป็นชาร์ทแบบนี้ พอย่อหน้าที่ 2 สมมยกตัวอย่างว่าแอปฯ นี้เป็นทำสื่อ เเป็นแอปฯ เพื่อ ถ้าเหมือนรุ่นพี่เขาทำเป็นแอปฯ แปลคำศัพท์ แต่คำศัพท์ หรือเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษเวลาเราเปิดคำศัพท์ภาษาอังกฤษเราจะต้องไปเปิด Dictionary ไม่มีไอนี่ หรือมาใช้ Google Google ต้องออนไลน์ แต่ถ้าแอปฯ เราสมมติทำเป็น dictionary ภาษาอังกฤษ ก็คือไม่ออนไลน์ก็เปิดดูได้ ก็ช่วยให้สะดวกขึ้นใช่ไหมคะ เพราะไม่ต้องมาพก ดิกชันนารี แต่ก่อน เล็กสุดก็ยัง... ใช่ไหม หนาเท่าลูกแอปเปิ้ล 1 ลูกใช่ไหม ก็กลายเป็นใช้แอปพลิเคชัน พูดถึงสื่อหรือการเรียนในยุคนี้มันต้องใช้วิธีการทำสื่อหรือว่าทำอะไรล่ะ เอกสารในรูปแบบที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปแล้ว ไม่ใช่มาพกกระดาษอย่างนี้นะคะ ก็คือ 1 กับ 2 ต้องมาสอดคล้องกัน เพื่อมากลายเป็นข้อสรุปที่ชื่อหัวข้อเรา ก็คือสมมติอันที่ 3 เราก็บอกว่าจะพัฒนาเป็นแอปฯ หรือพัฒนาเป็น AR ก็คือมันจะต้องสืบเนื่องให้เห็น ตัวที่ 3 ก็จะเป็นตัวสรุปว่าที่เรากล่าวมา 2 ย่อหน้าแรก จึงเป็นเหตุผลให้เรามาพัฒนาไอ้นี้แล้ก็ต้องอธิบายต่อว่าไปพัฒนาหรือโจทย์อะไรหรือแก้ปัญหาอะไร เข้าใจนะ นั่นคือ เห็นไหมคะ จาก 3 ย่อหน้า ได้เท่าไร 1 สไลด์ นี้คือวิธีทำ ไม่ใช่หลักการและเหตุผล ก็อป Copy, Past วางไม่ใช่ ไม่ทำอย่างนั้นนะคะ การนำเสนอตามหลักจริง ๆ แล้วจะเป็นแบบนี้นะคะ วัตถุประสงค์ก็เหมือนกัน จะวางเป็นข้ออะไรก็แล้วแต่ ก็คือเห็นไหมบอกแล้วมี 3 ข้อ 1, 2, 3 ตามข้อวัตถุประสงค์ที่เรากำหนดนะคะ เห็นไหมคะ สไลด์เดียวเท่านั้น ขอบเขต เขต ในขอบเขตของการดำเนินงานโดยปกติ คือ ต้องพูดถึงอยู่แล้วว่าประชากรเป็นใคร กลุ่มตัวอย่างเป็นใคร ใช่ไหมคะ และระบงานเรา พูดถึงระบบทำแอปฯ นี้มีอะไรบ้าง ประกอบไปด้วย เสียง วิดีโอ อะไรอย่างนี้ เหมือนถ้าทำสื่อใช่ไหมคะ ถ้าทำสื่อนี่ สื่อเราใส่อะไรบ้าง เป็นแบบไหน 2D, 3D ก็ต้องบอกนั่น คือ บอกเลยอันนี้บางทีมันมีนอกจากส่วนระบบมันอาจจะเยอะ ก็เพิ่มอีกสไลด์หนึ่ง ถึงบอกว่า 1-2 สไลด์ได้ ถึงได้บอกนะ โอ.เค. นะคะ ในส่วนของสไลด์ของเขตนี่เห็นไหม คือ ในนั้นน่ะเขียนมายาว ในตอนเราเขียนน่ะ เราต้องบอกละเอียดใช่ไหม ประชากรเป็นผู้ที่ จังหวัดสกลนครเป็นจำนวนกี่คน แต่อันนี้เราอาจจะบอกคนในจังหวัดสกลนคร ประชากรใส่ทีหลัง ใส่เข้าไปด้วยก็ได้ว่า 500 คน แต่เป็นแบบสรุป แต่ตอนบรรยาย บรรยายยาวอยู่ เพราะฉะนั้นเห็นไหม จากที่ทำในสไลด์จริง ๆ อย่างมากไม่เกิน 2 สไลด์ ต้องทำอย่างนี้ เข้าใจนะคะ อันนี้ตรงขอบเขต วิธีการดำเนินงาน 6 ขั้นตอน บอกแล้ว พวกเรา DSLT สูงสุด ใส่เข้าไปเหลือสไลด์เดียว ถูกไหม เพราะลำดับขั้นตอน ก็คือสื่อสาร วิเคราะห์ พัฒนา ทดลองใช้ หรือบางคนอาจจะทำไม ศึกษาแล้วก็นำมาใช้ แต่นี้ใส่มา 5 มันยังไม่ครบ เข้าใจใช่ไหมคะ แต่ Detail เวลาพูดเหมือนบอกขึ้นศึกษาก็ต้องอธิบายนะ เราไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไร ใส่ให้ดูน่ะ นึกออกไหม เพราะอาจารย์ที่เขาสอบ เขาก็จะมีเอกสารชุดที่ 2 ที่แม่บอกใช่ไหมอยู่ในมืออยู่แล้วใช่ไหมคะ เขาก็จะเช็กตามนั้นว่าที่ตัวเองพูดถึงน่ะ มันตรงกับที่นำเสนอไหม ถูกไหม บทบาทตัวเอง ก็คือต้องไปซ้อม Present เพื่อจะได้จำได้ว่าเนื้อหาตัวเอง... ต้องอ่านน่ะ ใช่ไหม ที่ตัวเองเขียนไปน่ะ ไม่ใช่... คือ ที่ให้ไปค้นงานวิจัยเขามาแล้วไปก๊อบมาอ่านอย่างเดียวไม่ได้ งานตัวเองทำอะไร ต้องเข้าใจถูกไหม เพราะฉะนั้น พอเวลาไป Present มันก็ต้องพูดต่อได้ว่าเราไปศึกษาเรื่องอะไรมา ถูกไหม นะคะ เราวิเคราะห์เพื่อให้ได้อะไรมา เข้าใจนะคะ มันก็จะเป็นดีเทลของแต่ละหัวข้อที่เราใส่ลงไปนี่ เราจะเป็นคน Present นะคะ เพราะฉะนั้น ส่วนไหน ในเมื่อเรามีคู่ เราก็ให้ Buddy แบ่งกันอันไหนที่คิดว่า บัดดี้ทำได้ ก็ให้เขา Present แบ่งกันไม่จำเป็น นึกออกนะ เหมือนนี้ เทคโนโลยี ที่บอกเขียนฮาร์ดแวร์ยาวเป็นปื้อถูกไหม แต่เวลา Present ให้นึกถึง ก็ต้องพูดถึง ตัวเองก็ต้องรู้สิ เครื่องตัวเองเป็นรุ่นไหนอย่างไรใช่ไหม ใช่ไหมคะ เหมือนโปรแกรมที่จะใช้ ที่ถามน่ะ จะใช้โปรแกรมอะไรแล้วมันจะสอบได้ไหม ใช่ไหม ก็ต้องตอบให้ได้ใช่ไหม ว่าตัวเองใช้โปรแกรมอะไรทำบ้าง ไม่ใช่บอกแค่ว่าใช้ Photoshop ไม่ได้อีก นี่ เหมือน ๆ ถ้าเราจะทำกราฟิก ทำภาพกราฟิกนี่ใช้โปรแกรมอะไรบ้าง บางคนไม่ได้ใช้แค่ Photoshop ใช้ทั้ง Photoshop ใช้ทั้ง illustrator ทำกราฟฟิก หรือทำข้อความอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องบอกด้วยว่า เราใช้โปรแกรมตัวนี้เอาไว้ทำอะไร ใช้ทำอะไร ไม่ต้องมาให้อาจารย์ถาอยู่นี่ ไม่ต้องทำอะไรคือ ถ้าเขาถามนี่หมายถึงว่าตัวเองไม่ได้พูดถึง เดี๋ยวเขาจะลองถามดูว่าไอ้โปรแกรมตัวนี้มันใช้ใช่ไหม เห็นไหม เหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกันให้นึกถึงว่าไอ้ที่เราทำน่ะ ก็คือถ้าใครมีที่ต้องเขียน Coding ก็ต้องบอกนะว่าเราใช้ภาษาอะไร ใช้ ไอ้นู่นนึกออกนะ แล้วก็ต้องบอกให้ได้ด้วยว่าทำไมต้องเลือกใช้ตัวนี้ นึกออกนะ เพราะเหมือนที่บอกโปรแกรมกราฟิก ไม่ได้มีแค่ Photoshop ตัวเดียวมีอีกตั้งหลายตัว บอกแล้วว่าอะไรจะต้องสอดล้องกันเวลาเขียนเทคโนโลยีกับซอฟต์แวร์ ใช่ไหม มันต้องบอกได้ที่เราใช้ตัวนี้ เพราะฮาร์ดแวร์ มีประสิทธิภาพในการรองรับได้หรือทำงานโปรแกรมนี้ได้สะดวกสบาย นั่นล่ะ คือ คำตอบ แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลย เพราะถ้าเครื่องเราไม่รองรับ ทำอย่างไรมันก็ทำไม่ได้นึกออกนะ ถ้าให้อาจารแนะนำมา เธอไปใช้อะไรนะ สมมติ ๆ อะไรนะ pagemaker 4 อย่างนี้ เออ ก็ต้องบอกว่า 1 คือ ที่จะตอบได้นะที่ไม่ใช้โปรแกรมนั้น คือ 1 ประสิทธิภาพของเครื่องเรา 2. เราไม่ถนัดใช้โปรแกรมนั้น นี่ มีอยู่ 2 ข้อแค่นั้นเองที่จะตอบ นี่คือวิธีการตอบ ถ้าเวลาโดนถาม เหมือน Java เหมือนกัน เหมือนภาษาน่ะ เหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีแค่ 1 ตัว ไม่ได้มีแค่ JAVA Script ตัวเดียวใช่ไหม เพราะฉะนั้น ก็ต้องตอบให้ได้ด้วยว่าทำไมเราเลือกใช้ภาษานี้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นภาษาหนึ่งตอบแค่ ตอบอย่างมากนะคะ เราถนัดภาษานี้มากกว่านะคะ ก็คือมีความเข้าใจในภาษานี้มากกว่าตัวอื่นอย่างนี้ โอ.เค. นะคะ นี่คือในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้ บอกแล้วพิมพ์ไป 1 หน้า แต่ทำสไลด์แค่หน้าเดียว แล้วไม่ได้เน้นให้มีข้อความให้มีอะไร ไม่ให้มีข้อความใช่ไหม ต้องมีรูป แต่เราอธิบายถึงรูปสอดคล้องอย่างไร แผนการดำเนินงานนี่ที่เราทำไว้นั่นล่ะ แต่ต้องอธิบายนะคะ ว่า 1. เราจะเริ่มทำประมาณนี้ ถึงไหนอะไรอย่างไร ก็ต้องอธิบายเป็นข้อ ๆ ไป และสุดท้ายประโยชน์ ประโยชน์ก็จะคล้าย ๆ กับวัตถุประสงค์นะคะ ก็ใส่ได้ มันจะมีแค่ 2 1-2 สไลด์ที่เอาจากตัวเค้าโครงเราได้โดยตรง เพราะวัตถุประสงค์ไม่สามารถพลิกแพลงไปทำอย่างอื่นได้ นึกออกนะมันก็ต้องชัดเจนไง ประโยชน์อย่างนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้น แต่ไม่แนะนำให้ใช้วิธีก๊อบปี้แล้วมาวาง ธรรมดาใช่ไหม อาจารย์ก็ทำให้มันมีดีเทลเป็นรูป เป็นอะไรอย่างนี้นะคะ นะคะ นี่คือสิ่งที่สัปดาห์นี้จะต้องอะไร ทำเค้าโครงให้มันเสร็จเพื่อจะไปหาใคร ไปหาที่ปรึกษาได้แล้วไหม ก็เท่ากับตัวเองเหลือเวลาแค่เท่าไร ส่ง 25 วันสุดท้าย เออ เพราะอาทิตย์หน้า 18, 19 พวกแม่ไปแนะแนวไม่อยู่ ไม่มีใครอยู่นะน่ะ อาจารย์ที่จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาได้ ก็คืออาจารย์ที่สอนเรานั่นเองนะคะ ไป ถือไปเลย เค้าโครงตัวเอง อาจารย์คะ หนูมีเรื่องจะปรึกษา หนูจะทำเรื่องนี้อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้หนูได้ไหม ถ้าเขาดูแล้วเขารับเป็น ตัวเองก็จะมีเอกสารตัวที่ 1 มายื่นสอบได้ แต่ถ้าเขาดูแล้วเขาไม่รับ ก็ต้องไปหาคนต่อไป เข้าใจนะคะ ขั้นตอนทั้งหลายทั้งปวงขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งหมด ทั้งปวง เวลาที่เหลืออยู่นะคะ เพราะฉะนั้น ก็คือยื่นสอบ 25 อาจารย์ก็จะไปนัด แล้วพอช่วงมีนาคม ช่วงสัปดาห์แรกน่ะ ก็จะมีตารางออกมาแล้วว่าจะให้สอบวันไหนก็จะมีไม่ใช่เสนอแล้วเสร็จนะ ต้องมีสอบถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น บอกแล้วว่าต้องเตรียมตัวมาดี ๆ ต้องไปอ่านไอ้เค้าโครงที่ตัวเองทำ เพื่อจะมา Present ให้ได้ ช่วยกันนะคะ ช่วยกันทำช่วยกันนำเสนอ ต้องเผื่อเวลาเพื่อนถาม อาจารย์ถามด้วยนะคะ จะได้ตอบได้ มีใครสงสัยหัวข้อไหนหรือเปล่า ถามได้นะครับ ไม่เข้าใจตรงหัวข้อไหนว่าทำอย่างไรถามได้ แสดงว่าเข้าใจหมดแล้วครับ บทที่ 2 ที่ 3 อะไร ตอนนี้ให้ทำอะไร เค้าโครงยังไม่ผ่าน แกจะไปทำบทที่ 2 ที่ 3 ได้อย่างไร ละเมอ... คือ คุณต้องสอบอันแรกให้ผ่าน แล้วแกค่อยไปหาตัวอื่นก่อนไปได้ 2 กับ 3 ไปได้ อัน 1 ไม่ผ่าน ก็ทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว แกจะมาถามหามันทำไม ทำอันนี้ให้ผ่านก่อน ครับ ไม่ใช่รวมทุกอย่าง ย่อหน้า 1 หลักการและเหตุผล ดูดี ๆ เห็นไหมคะ ย่อหน้าแรกหลักการและเหตุผล ก็นี่ อันนี้ยกตัวอย่างทำแอปฯ นะ อะไรที่เกี่ยวข้องกับแอปฯ โน้ตบุ๊กเกี่ยวกับแอปฯ ที่ไหนละ เพราะแอปฯ ที่เราจะทำ บอกแล้วเป็นแอปฯ ที่ใช้ในมือถือ เพราะฉะนั้น หัวข้อแรกมันจะต้องพูดถึงว่า เหมือนกับที่แม่ยกตัวอย่างว่าจะพูดถึงการใช้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน เพื่ออ้างให้เห็นว่าเดือนนี้ใคร ๆ ก็ใช้ นั่นคือตัวใหญ่เลย เพราะทั่วโลกใช้กันหมดเลย เลยเห็นไหมคะ ก็คือจากใหญ่ค่อย ๆ ลงมาย่อหน้าที่ 2 ที่จะพูดถึงเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อของประเทศไทยเรา หรือว่าการสร้างสื่อ หรือเทคโนโลยีการผลิตสื่อ หรือเทคโนโลยีในการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นย่อหน้าที่ 2 อะไรอย่างนี้ ก็จะเป็นย่อหน้าที่ 2 ก็จะเป็นสรุปว่าจึงเป็นสาเหตุจากไอ้ 2 ข้อที่เรากล่าวมา จะเป็นเหตุผลที่จะทำให้เรานำมาพัฒนาเห็นไหมคะ คือ ย่อหน้าแรกบอกเลยว่ามันต้องพูดถึงให้เห็นว่าเรื่องนี้มันมีสาเหตุมาจากนี่ ทั้งโลกเลยในยุคนี้ใช้ ใช้สมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว มันเลยไปสืบเนื่องจากข้อที่ 2 จากข้อที่ 2 ว่าเมื่อมี Smart Phone แล้ว ถูกไหม สามารถมาผลิตเป็นแอปพลิเคชัน ชัน เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนของยุคนี้ เนื่องจาก ก็คือสาเหตุมันมาจากเทคโนโลยีมันเปลี่ยนใช่ไหมคะ การผลิตสื่อ รูปแบบการผลิตสื่อมันก็เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่เรากล่าว ก็เลยกลายเป็นสรุปในย่อหน้าที่ 3 นะคะ เป็นผล ผลให้เรามาพัฒนาหรือทำเป็นผลที่มาให้เราสรุปว่าจึงเป็นาเหตุที่... เราเห็นแล้วว่า เหมือนรัฐบาลตอนนี้ บอกให้ใช้แอปฯ นั่น แอปฯ นี่ บางคนไม่มีมือถือใช่ไหม เราเช็กแล้ว ในห้องนี่ทุกคนมีหมด เห็นไหม นักเรียนทุกคนต้องมีหมด ในระดับเราน่ะ เหมือนที่เป็นปัญหาเรียนออนไลน์ มือถือไม่มี อินเทอร์เน็ตไม่มี เห็นไหม มันถึงเป็นที่มาว่าต้องพูดกว้างก่อน กว้างแล้วก็บีบลง ๆ ให้เห็นใช่ไหมคะ จากกว้าง มีแค่ว่าไปทำมาคนใช้อยู่คนเดียวถูกไหม ไม่ใช่ มันต้องให้เห็นว่าคนนิยมนะ หรือว่าเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่มันยอมรับได้ทั้งทั่วโลกเห็นไหมคะ เหมือนเรื่องประชาธิปไตยเห็นไหม อย่างนี้เป็นต้น ก็คือทุกคนยอมรับในประชาธิปไตย โดยส่วนมาก ใช้ส่วนใหญ่ กลุ่มใหญ่ อย่างนี้นะคะ เป็นต้น สงสัยอะไรอีกถามได้เผื่อนึกไม่ออก ก็ถึงที่ให้ไปค้น เปิดดูหรือยังของเขาหรือยังเขาพูดถึงอย่างไร ไปค้นมาแล้วเปิดดูบ้างไหม เพราะทำเรื่องหนึ่ง แต่คุณต้องไปค้นอย่างน้อยกี่เรื่อง เออ 20 เรื่องใช่ไหม ที่ให้ไปค้นน่ะเห็นไหม มันก็จะไปสื่อได้ ไปอ่านของเขาได้ก่อน ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรก่อน แล้วเราเกริ่นมากอย่างไร แล้วมันมาเป็นค่อนนี้ได้อย่างไร ถึงได้ให้ ในเทอมที่แล้ว งานวิจัยชาวบ้านไปดูไว้ จะได้พัฒนามาเป็นของเรา มันก็จะมีข้ออ้างอิงได้ไง ว่าเราไปศึกษาค้นคว้ามาที่อาจารย์ถาม ถึงเลือกทำงานนี้ได้ เราจะได้ตอบได้ มาในสไลด์ไม่ได้ขึ้นแต่คุณต้องตอบได้ใช่ไหมคะ ไปค้นจากไหนมา อะไรอย่างนี้ นั่นคือบ่งบอกให้รู้แล้วว่าเด็กไปค้นมาจริง มีอ้างอิงได้ สามารถบอกได้ ไปค้นงานวิจัยมานะคะ สงสัยข้อไหนอีกไหม ตายอย่างสงบ ศพก็ไม่สวย เหมือน... ก็บอกแล้วว่าวิธีการดำเนินงานที่ให้เขียน คือ SDLC เพราะเราทำโครงงานคอมพิวเตอร์วิธีการพัฒนาระบบ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ก็ตามนั้น แต่เราต้องไปอธิบายอะไร อธิบายใน Detail เช่น ศึกษา เราไปศึกษา งานวิจัยของใครหรือ... ใช่แต่ใส่ แต่ตอนทำสไลด์ให้เราระบุหัวข้อ แต่ตอน Present น่ะ เออ ต้องมี Detail ต้องมีรายละเอียดมา หรือ คือ ถ้าบางคนขึ้นไป Present แล้วไม่พูด ก็จะโดนถาม นึกออกนะ ก็จะโดนถาม ฉันไม่ถาม ฉันเป็นคนให้คะแนนสอบอย่างเดียว เขามีกรรมการอย่างน้อย 3 คนนะครับ บอกไว้ก่อน 1. ที่ปรึกษาตัวเองล่ะ 2. คณะกรรมการหลักสูตรอีก 2 คน อย่างน้อย 3 และอาจารย์ เข้าไปนั่งดูนี่ ให้คะแนนฉันมีหน้าที่ให้คะแนน ก็คืออย่างน้อย 4 คน นะคะ อาจะมี 5 หรือ 6 ก็ได้ แล้วแต่ เห็นประธานสาขาจะเข้าทุกหัวข้อว่านะคะ สูงสุดก็น่าจะ 5-6 คนนะคะ เพราะฉะนั้น ให้นึกถึงเดาใจกันเลย อาจารย์แต่ละคนจะถามอะไร เพราะฉะนั้น ตัวเองต้องเก็บรายละเอียดของตัวเองจำให้ได้ ไปอ่านทบทวนเห็นไหมคะ นะคะ ทบทวนให้มันขึ้นใจนะคะ ก่อนจะนำเสนอ มีเวลา จริง ๆ น่ะ เพราะยื่นสอบนี่ คุณก็จะมีเวลา 1 สัปดาห์ คุณจะมีเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อจะเตรียมนำเสนอใช่ไหมคะ ถ้าไปอ่านดูทุกวันแบ่งหัวข้อกันสิ ก็ให้เพื่อนหูเรา Present เช่น ฮาร์ดแวร์อะไรอย่างนี้ ก็ให้เขา Present ได้ เหมือนวัตถุประสงค์ก็ให้เขา Present ได้ เพราะเหมือนชื่อนี่ เหมือนเปิดขึ้นมานี่ ก็ให้เขา Present เหตุผลก็เป็นเรา วัตถุประสงค์ก็เป็นเพื่อน สลับเห็นไหมคะ ขอบเขตนี่ก็ไม่พิสดารก็ให้เขาพรีเซนต์ได้ อย่างยาว ๆ เยอะ ๆ ดีเทลเยอะ ๆ เราก็เป็นคน Present ได้ นี่อันนี้ก็ให้เขา Present ได้ มันมีสไลด์อยู่แล้วก็ให้เขาใช้ภาษามือละ ใช่ ก็สรุป อย่างนี้ ไม่สรุปก็เดี๋ยวอาจารย์เขาจะถาม เดี๋ยวเราช่วยตอบก็ได้ คือ ให้เขาตอบนั่นล่ะไอนี่ใช้ทำอะไรคอยฟังให้ดี เพราะล่ามก็จะอยู่ห้องอยู่แล้วนะคะ เหมือนแผนการดำเนินงานก็ให้เขา Present ได้ แบ่งกันให้มีบทบาททุกคน เขาจะได้รู้ ก็อธิบายให้เขาหน่อยก็ได้ ไอ้นี่นะคะ ใครมีข้อสงสัยอีกไหม ถ้าไม่มีเดี๋ยวเราจะปล่อยแล้วนะคะ งด ๆ สัปดาห์หน้าไม่อยู่ไง 18-19 ก็ 18 ไม่เข้า ก็ไปด้วยกัน บ่ายนี้เข้า โอ.เค. นะคะ กำหนดส่ง 25 กุมภาพันธ์ Deadline ไม่มีข้อสงสัย แยกย้ายอพยพ ขอขอบคุณล่ามทางไกลนะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]