﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,007 --> 00:00:12,007

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009

5
00:00:16,010 --> 00:00:20,010

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012

7
00:00:24,014 --> 00:00:28,014

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016

9
00:00:32,017 --> 00:00:36,017

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018

11
00:00:40,019 --> 00:00:44,019

12
00:00:44,022 --> 00:00:48,022

13
00:00:48,024 --> 00:00:52,024
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ

14
00:00:52,025 --> 00:00:56,025
ค่ะ สวัสดีค่ะ

15
00:00:56,026 --> 00:01:00,026
ได้ยินไหมคะ ฝั่งนู้นไม่ได้ยิน

16
00:01:00,027 --> 00:01:04,027

17
00:01:04,037 --> 00:01:08,037
สวัสดีค่ะ

18
00:01:08,037 --> 00:01:12,037

19
00:01:12,039 --> 00:01:16,039
สวัสดีค่ะ

20
00:01:16,041 --> 00:01:20,041

21
00:01:20,043 --> 00:01:24,043

22
00:01:24,045 --> 00:01:28,045

23
00:01:28,047 --> 00:01:32,047

24
00:01:32,050 --> 00:01:36,050
จากสัปดาห์ที่แล้ว

25
00:01:36,054 --> 00:01:40,054

26
00:01:40,055 --> 00:01:44,055
ใช่ไหม

27
00:01:44,056 --> 00:01:48,056

28
00:01:48,057 --> 00:01:52,057
สวัสดีค่ะ จากสัปดาห์ที่แล้วนะคะ

29
00:01:52,061 --> 00:01:56,061
ที่ให้ลองนำเสนอหัวข้อ แต่ละ

30
00:01:56,062 --> 00:02:00,062
กลุ่มยังไม่มีให้ดูเลยนะคะ สิ่งที่จะต้องให้ทำ

31
00:02:00,064 --> 00:02:04,064
ความจริงแล้วนี่ เราจะต้องเตรียม

32
00:02:04,065 --> 00:02:08,065
สอบหัวข้อตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว

33
00:02:08,067 --> 00:02:12,067
แล้วด้วยซ้ำ

34
00:02:12,067 --> 00:02:16,067
1 เดือนที่ให้ไปทำ ไม่ทำอะไรมาเลย

35
00:02:16,068 --> 00:02:20,068
เราจะสอบหัวข้อ จะกำหนดสอบหัวข้อ

36
00:02:20,069 --> 00:02:24,069
ในวันที่... ได้ยินไหมคะ ฝั่งล่าม

37
00:02:24,069 --> 00:02:28,069

38
00:02:28,071 --> 00:02:32,071
ไม่ได้ยิน ล่ามได้ยินไหมคะ

39
00:02:32,071 --> 00:02:36,071

40
00:02:36,071 --> 00:02:40,071
แต่เราไม่ได้ยินเสียงล่าม

41
00:02:40,073 --> 00:02:44,073
มันอะไรกันหนัก กันหนา

42
00:02:44,075 --> 00:02:48,075
ไม่เป็นไร อาจารย์ไม่ฟังเสี่ยงล่ามก็ได้

43
00:02:48,076 --> 00:02:52,076
ล่ามไปอย่างนั้น

44
00:02:52,077 --> 00:02:56,077
ก็คือใน

45
00:02:56,077 --> 00:03:00,077
เดือนหน้านะคะ เดือนหน้า ก็คือวันที่

46
00:03:00,079 --> 00:03:04,079

47
00:03:04,079 --> 00:03:08,079
การสอบมันจะไม่สอบในตาราง เพราะว่า

48
00:03:08,082 --> 00:03:12,082
อาจารย์ที่จะเข้าสอบก็จะไม่ว่าง ก็คือตั้งแต่วันที่

49
00:03:12,083 --> 00:03:16,083
1 มีนาคม เป็นต้น

50
00:03:16,084 --> 00:03:20,084
ไปในสัปดาห์นั้นจะเป็นสอบ แต่สิ่งที่ต้อง

51
00:03:20,085 --> 00:03:24,085
ไปทำ ก็คือจะต้องทำเอกสาร

52
00:03:24,086 --> 00:03:28,086
แล้วก็ powerPoint นะคะ เพื่อมายื่นสอบ

53
00:03:28,087 --> 00:03:32,087
ก่อน เพราะฉะนั้นจะต้องยื่นสอบ

54
00:03:32,088 --> 00:03:36,088
ก่อนวันที่

55
00:03:36,088 --> 00:03:40,088
วันพฤหัสบดี คือ วันที่เราเรียน

56
00:03:40,090 --> 00:03:44,090
วันสุดท้าย คือ

57
00:03:44,090 --> 00:03:48,090
วันพฤหัสบดีที่ 25 เพราะฉะนั้นเอกสารยื่นสอบ

58
00:03:48,092 --> 00:03:52,092
จะต้องเสร็จ ส่งวันสุดท้ายได้ คือ

59
00:03:52,092 --> 00:03:56,092
25 กุมภาฯ นี้เท่านั้นนะคะ

60
00:03:56,093 --> 00:04:00,093
มาดูสิ่งที่จะต้องไปทำ

61
00:04:00,094 --> 00:04:04,094

62
00:04:04,095 --> 00:04:08,095
ดูนะคะ ในการนำเสนอในการสอบหัวข้อโครงงาน

63
00:04:08,096 --> 00:04:12,096
คอมฯ เอกสาร

64
00:04:12,097 --> 00:04:16,097
หรือ... เอกสารต่าง ๆ

65
00:04:16,098 --> 00:04:20,098
ที่จะต้องยื่น มีทั้งหมด 3 ชิ้นนะคะ

66
00:04:20,099 --> 00:04:24,099
ชิ้นแรก 1.

67
00:04:24,099 --> 00:04:28,099
จะเป็นเอกสารขอยื่นสอบ

68
00:04:28,101 --> 00:04:32,101

69
00:04:32,102 --> 00:04:36,102
ตัวนี้จะได้ก็ต่อเมื่อ ตัวเองทำ

70
00:04:36,102 --> 00:04:40,102
เอกสารเค้าโครงที่ให้ฟอร์ม

71
00:04:40,103 --> 00:04:44,103
ไปแล้วนึกออกนะ

72
00:04:44,103 --> 00:04:48,103
ทำเอกสารเค้าโครงเสร็จแล้ว

73
00:04:48,104 --> 00:04:52,104
ต้องไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา คือ

74
00:04:52,106 --> 00:04:56,106
ถ้าตัวเองไม่มีเค้าโครงไปให้ที่ปรึกษาดู

75
00:04:56,107 --> 00:05:00,107
ไปพูดปากเปล่าเฉย ๆ

76
00:05:00,107 --> 00:05:04,107
เพราะฉะนั้น ถ้าทำเค้าโครงไม่เสร็จ

77
00:05:04,108 --> 00:05:08,108
ก็จะไม่มีที่ปรึกษา เมื่อได้เค้าโครงแล้ว

78
00:05:08,109 --> 00:05:12,109
ทำ ก็คือนำเค้าโครงพร้อมเอกสารขอยื่น

79
00:05:12,111 --> 00:05:16,111
สอบ

80
00:05:16,111 --> 00:05:20,111
อันดับแรกเอาเค้าโครงไปให้ดูก่อน แล้วถ้าอาจารย์

81
00:05:20,113 --> 00:05:24,113
รับเป็นที่ปรึกษา แล้วค่อยเอาเอกสาร

82
00:05:24,113 --> 00:05:28,113
ขอยื่นสอบไปให้อาจารย์เขาเซ็น นึกออก

83
00:05:28,114 --> 00:05:32,114
นะคะ เพราะฉะนั้น

84
00:05:32,116 --> 00:05:36,116
2 ตัวนี้ ตัวที่ 2 จะต้องทำเสร็จก่อน

85
00:05:36,117 --> 00:05:40,117
แล้วถึงจะได้ตัวที่ 1 มา เข้าใจไหม

86
00:05:40,117 --> 00:05:44,117
ลำดับต่อมาเมื่อทำ

87
00:05:44,118 --> 00:05:48,118
ตัวที่ 2 เสร็จนะคะ ก็ต้องมา

88
00:05:48,119 --> 00:05:52,119
ทำ powerPoint เพื่อมานำเสนอ เพราะหัวข้อ powerPoint ที่มานำเสนอนั้น

89
00:05:52,120 --> 00:05:56,120
ก็จะมาจากเอกสาร ในหัวข้อ

90
00:05:56,123 --> 00:06:00,123
ที่ 2 แต่ให้ดูนะคะ เดี๋ยวจะให้ดู

91
00:06:00,123 --> 00:06:04,123
หัวข้อ PowerPoint ที่จะนำเสนอขึ้นสอบ

92
00:06:04,124 --> 00:06:08,124
มีอะไรบ้าง และวิธีทำ powerPoint เพื่อนำเสนอ

93
00:06:08,125 --> 00:06:12,125
ควรทำอย่างไรนะคะ

94
00:06:12,126 --> 00:06:16,126
เพราะฉะนั้น จำไว้เลยว่าตัวเองต้อง

95
00:06:16,127 --> 00:06:20,127
มีเอกสาร 3 ชิ้นนี้

96
00:06:20,129 --> 00:06:24,129
เพื่อมาสั่งอาจารย์ วันสุดท้ายคือวันที่เท่าไร

97
00:06:24,130 --> 00:06:28,130
25 นะคะ 3 ตัวนี้

98
00:06:28,130 --> 00:06:32,130
จะต้องครบ

99
00:06:32,131 --> 00:06:36,131
ถึงจะส่งได้

100
00:06:36,132 --> 00:06:40,132
ไม่ใช่ส่งแค่ตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้นะคะ ตรงส่งครบทั้ง 3

101
00:06:40,133 --> 00:06:44,133
นั่นคือบอกให้รู้ว่าคุณพร้อมจะขึ้นสอบ

102
00:06:44,134 --> 00:06:48,134
นะคะ มาดูต่อว่า

103
00:06:48,137 --> 00:06:52,137
การทำ PowerPoint มาดูองค์ประกอบ

104
00:06:52,137 --> 00:06:56,137
ใน powerPoint สไลด์แรกเลย

105
00:06:56,139 --> 00:07:00,139
ดูที่สไลด์แรก เห็นไหม

106
00:07:00,140 --> 00:07:04,140
ก็คือต้องมีชื่อโครงงาน

107
00:07:04,141 --> 00:07:08,141
ชื่อตัวเอง ชื่อผู้จัดทำน่ะ ชื่อนักศึกษา

108
00:07:08,143 --> 00:07:12,143
และก็อาจารย์ที่ปรึกษา เห็นไหมคะ

109
00:07:12,145 --> 00:07:16,145
เปิดมาสไลด์แรกต้องบอกว่าตัวเองทำโครงงานเรื่อง

110
00:07:16,146 --> 00:07:20,146
อะไรใครทำ ที่ปรึกษา

111
00:07:20,147 --> 00:07:24,147
เป็นใคร มี 3 องค์ประกอบนี้อยู่ในสไลด์นั้นนะคะ

112
00:07:24,148 --> 00:07:28,148
สไลด์ที่ 1

113
00:07:28,148 --> 00:07:32,148
ดูจำนวนสไลด์นะ

114
00:07:32,150 --> 00:07:36,150
หัวข้อนี่ 2, 4, 6, 8

115
00:07:36,151 --> 00:07:40,151

116
00:07:40,151 --> 00:07:44,151
มี 8 หัวข้อ

117
00:07:44,152 --> 00:07:48,152
นะคะ บางสไลด์

118
00:07:48,155 --> 00:07:52,155
อาจจะมี 2

119
00:07:52,155 --> 00:07:56,155
หน้าได้ แต่ไม่ให้เกินนี้ 1 หัวข้อ

120
00:07:56,157 --> 00:08:00,157
ต่อ 1 สไลด์ทำอย่างไร เดี๋ยวให้ดู ๆ

121
00:08:00,159 --> 00:08:04,159
คือทุกคนจะชินว่า พอมีเค้าโครงนะ

122
00:08:04,160 --> 00:08:08,160
ก็อปมาทั้งพืช ไม่ได้นะ

123
00:08:08,160 --> 00:08:12,160
ต่อไป สไลด์ที่ 2

124
00:08:12,162 --> 00:08:16,162
หลักการและเหตุผล สไลด์นี้ให้ใส่ได้ 1-2

125
00:08:16,163 --> 00:08:20,163
แค่นั้น ไม่เกิน 2 สไลด์ 1 หัวข้อ

126
00:08:20,164 --> 00:08:24,164
บอกเลยไม่ให้เกิน 2 สไลด์

127
00:08:24,165 --> 00:08:28,165
ทำอย่างไร เคยทำแต่ Copy, Past

128
00:08:28,166 --> 00:08:32,166
วางใช่ไหม เดี๋ยวดู ๆ มาดูกันว่าทำอย่างไร

129
00:08:32,167 --> 00:08:36,167
นะคะ วัตถุประสงค์ไม่เกินอยู่แล้ว

130
00:08:36,167 --> 00:08:40,167
อย่างมากของเรา ก็คือ

131
00:08:40,171 --> 00:08:44,171
สูงสุด 3 ข้อ

132
00:08:44,172 --> 00:08:48,172
นะคะ 1. พัฒนา

133
00:08:48,172 --> 00:08:52,172
2. พัฒนา

134
00:08:52,174 --> 00:08:56,174
แล้วก็ 3 ศึกษาความพึงพอใจ

135
00:08:56,176 --> 00:09:00,176
เท่านั้นเองนะคะ วัตถุประสงค์ ไม่เกินนี้นะคะ

136
00:09:00,178 --> 00:09:04,178
ต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงาน

137
00:09:04,180 --> 00:09:08,180
หัวข้อต่อไปนะคะ บอกแล้วเหมือนกัน 1 หัวข้อ

138
00:09:08,181 --> 00:09:12,181
ไม่ให้เกิน 2 สไลด์ เพราะบางหัวข้อจะมีขอบเขตเกิน

139
00:09:12,185 --> 00:09:16,185
แต่ไม่ให้เกิน 2 สไลด์

140
00:09:16,186 --> 00:09:20,186
เทคโนโลยีที่ใช้ สไลด์เดียวก็พอ

141
00:09:20,189 --> 00:09:24,189
อันนี้น่ะ ไม่ได้ใช้เยอะ

142
00:09:24,190 --> 00:09:28,190
กระโดดข้ามไปข้อหนึ่ง วิธีการดำเนินงาน

143
00:09:28,190 --> 00:09:32,190
อันนี้ก็สไลด์เดียวนะ ไม่ต้อง 2 หัวข้อเยอะ

144
00:09:32,191 --> 00:09:36,191
ก็จริง ในวิธีการดำเนินงาน แต่ทำแค่สไลด์เดียวนะคะ

145
00:09:36,191 --> 00:09:40,191
แผนการดำเนินงาน อันนี้

146
00:09:40,193 --> 00:09:44,193
สไลด์เดียวแน่นอนเพราะมีตารางแค่ 1 อันนะ

147
00:09:44,194 --> 00:09:48,194
ประโยชน์ ประโยชน์ก็จะไปสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

148
00:09:48,195 --> 00:09:52,195
อย่างมากก็ไม่เกิน... สูงสุด

149
00:09:52,196 --> 00:09:56,196
คือวัตถุประสงค์มี 3 ใช่ไหม ประโยชน์อย่างมาก

150
00:09:56,197 --> 00:10:00,197
นี่อย่างมากก็ไม่เกิน 3 เช่นกัน

151
00:10:00,198 --> 00:10:04,198
มาดูนะคะ มาดูวิธีการทำ

152
00:10:04,200 --> 00:10:08,200
ตัวอย่างเลย ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หน้าแรก

153
00:10:08,201 --> 00:10:12,201
เห็นไหมคะ ใส่ชื่อเรื่อง เอาไว้บน

154
00:10:12,202 --> 00:10:16,202
ไว้กึ่งกลางอะไรก็แล้วแต่ ต้องมี

155
00:10:16,203 --> 00:10:20,203
รูปตัวเองใใช่ไหม รูปตัวเองแล้วก็ระบุชื่อลงไป

156
00:10:20,204 --> 00:10:24,204
รูปอาจารย์ที่ปรึกษาและระบุชื่อ นั่นคือสไลด์ที่ 1 เห็นไหม

157
00:10:24,205 --> 00:10:28,205
1 สไลด์ คือเน้นให้เห็นภาพมากกว่า

158
00:10:28,206 --> 00:10:32,206
ข้อความ ข้อความนี้ คือ ตัวเองต้องเป็นคนพูด

159
00:10:32,208 --> 00:10:36,208
ไม่ใช่มีสไลด์

160
00:10:36,209 --> 00:10:40,209
เดี๋ยวดูอันที่ 2 ซึ่งส่วนใหญ่เวลาทำสไลด์ที่ 2

161
00:10:40,210 --> 00:10:44,210
หลักการและเหตุผล หน้าเดียวพอไหม จบไหม

162
00:10:44,211 --> 00:10:48,211
หน้าเดียวเท่านั้นเพราะอะไร 1. เรา

163
00:10:48,212 --> 00:10:52,212
หลักการและเหตุผลบอกแล้วว่าเราจะต้องทำทั้งหมด

164
00:10:52,213 --> 00:10:56,213
3 ย่อหน้า ถูกไหมคะ ใน 3 ย่อหน้า

165
00:10:56,213 --> 00:11:00,213
ย่อหน้าที่ 1 ยกตัวอย่าง

166
00:11:00,215 --> 00:11:04,215
ลืมบอกเมื่อกี้ดูชื่อในตัวอย่างอันแรก

167
00:11:04,215 --> 00:11:08,215
พัฒนาแอปพลิเคชันใช่ไหม เพราะฉะนั้น ย่อหน้าแรก

168
00:11:08,215 --> 00:11:12,215
หลักการเขียน หลักการและเหตุผล เคยบอกไปแล้วว่า

169
00:11:12,216 --> 00:11:16,216
เขียนจากสูง

170
00:11:16,217 --> 00:11:20,217
สูง ก็คือกว้างหรือใหญ่ กว้างกาอน

171
00:11:20,219 --> 00:11:24,219
กดลง กดลง ใหญ่ลงมาหาเล็ก

172
00:11:24,219 --> 00:11:28,219
ใหญ่อย่างไร เช่น ให้พูดถึงเทคโนโลยี

173
00:11:28,221 --> 00:11:32,221
เออ ถูกไหม เออ เพราะอะไร เพราะ แอปพลิเคชัน

174
00:11:32,222 --> 00:11:36,222
คือ พัฒนาบนอะไร บนมือถือ เพราะฉะนั้น เรา

175
00:11:36,224 --> 00:11:40,224
ควรจะไปพูดถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ

176
00:11:40,224 --> 00:11:44,224
การสื่อสารโดยใช้ Smart Phone

177
00:11:44,225 --> 00:11:48,225
ไม่ใช่พูดปากเปล่า เพราะอันนี้ต้องอ้างอิงจาก

178
00:11:48,227 --> 00:11:52,227
บทความหรืองานวิจัยใช่ไมหคะ

179
00:11:52,227 --> 00:11:56,227
ย่อหน้าที่ 1 กับย่อหน้าที่ 2 นี่ ข้อมูล

180
00:11:56,229 --> 00:12:00,229
ที่เอามาน่ะ บอกแล้วว่าต้องมีการอ้างอิงจากบทความหรืองานวิจัย

181
00:12:00,230 --> 00:12:04,230
ที่ที่เราไปสืบค้นมา ที่ให้ไปค้น

182
00:12:04,231 --> 00:12:08,231
ไปดูไปอ่านของเขาว่าคนนี้เขาพูดเรื่องนี้

183
00:12:08,232 --> 00:12:12,232
เหมือนที่เราสนใจเลย เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น มันก็จะมี

184
00:12:12,232 --> 00:12:16,232
ที่มาว่าเรื่องนี้เราไปเอามาจากไหนใช่ไหม ข้อมูลนี้

185
00:12:16,233 --> 00:12:20,233
ไม่ให้มาพูดปากเปล่าลอย ๆ เพราะฉะนั้น

186
00:12:20,234 --> 00:12:24,234
เมื่อพูดถึงหัวข้อใหญ่อันแรกสไลด์แรก

187
00:12:24,234 --> 00:12:28,234
ใส่แต่เหมือนลักษณะหัวข้อแต่ตรงเนื้อหาน่ะ

188
00:12:28,234 --> 00:12:32,234
เราจะต้องเป็นคนพูดเอง นึกออกไหม

189
00:12:32,236 --> 00:12:36,236
เหมือนแม่กำลังบอก เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในยุค

190
00:12:36,237 --> 00:12:40,237
ปัจจุบันหรือยุคอันนี้ คือ ที่เหลือนี่

191
00:12:40,237 --> 00:12:44,237
จะต้องอ่านจากเอกสารตัวที่ 2

192
00:12:44,238 --> 00:12:48,238
ที่เป็นฉบับเต็มของเรา เพื่อมาบรรยายให้ฟัง

193
00:12:48,240 --> 00:12:52,240
แต่โดยสรุปนะคะ เพราะบางที

194
00:12:52,240 --> 00:12:56,240
ย่อหน้านี่ปาเข้าไปแล้ว

195
00:12:56,243 --> 00:13:00,243
ให้นึกถึงถ้าแม่ทำระดับปริญญาเอก

196
00:13:00,244 --> 00:13:04,244
1 ย่อหน้า ก็คือ 1 หน้าไปแล้ว

197
00:13:04,244 --> 00:13:08,244
แต่ตัวเอง

198
00:13:08,244 --> 00:13:12,244
นะ สักครึ่งหนึ่งนะ

199
00:13:12,246 --> 00:13:16,246
อย่างน้อยมันก็จะ 10-20 บรรทัดไปแล้ว คือ พูด

200
00:13:16,246 --> 00:13:20,246
ให้สรุปให้เห็นว่าทำไมถึงต้องพูดถึงเทคโนโลยีนี้

201
00:13:20,248 --> 00:13:24,248
ให้เห็นความสำคัญ ให้เห็นที่มา หรือ

202
00:13:24,250 --> 00:13:28,250
ปัญหา คือ ในการเขียนหลักการและเหตุผล

203
00:13:28,251 --> 00:13:32,251
บอกไปแล้วว่าจะต้องเขียนให้เห็นถึงที่มา

204
00:13:32,252 --> 00:13:36,252
หรือให้เห็นว่ามันเป็นปัญหา นั่นเป็นหลักการที่เราจะเอามา

205
00:13:36,252 --> 00:13:40,252
เพื่อพัฒนาแอปฯ เราใช่ไหมคะ

206
00:13:40,253 --> 00:13:44,253
เพราะฉะนั้น ตัวที่ 1 จะทำ

207
00:13:44,255 --> 00:13:48,255
เป็นรูปหรืออะไรก็แล้วแต่ จะเอารูปมาก็ได้

208
00:13:48,255 --> 00:13:52,255
นึกออกนะ แต่ให้สื่อถึงว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร

209
00:13:52,255 --> 00:13:56,255
เข้าใจนะคะ ถ้าไม่ทำเป็นชาร์ทแบบนี้

210
00:13:56,256 --> 00:14:00,256
พอย่อหน้าที่ 2 สมม

211
00:14:00,256 --> 00:14:04,256
ยกตัวอย่างว่าแอปฯ นี้เป็นทำสื่อ

212
00:14:04,263 --> 00:14:08,263
เ

213
00:14:08,264 --> 00:14:12,264
เป็นแอปฯ เพื่อ ถ้าเหมือนรุ่นพี่เขาทำเป็นแอปฯ แปลคำศัพท์

214
00:14:12,266 --> 00:14:16,266
แต่คำศัพท์

215
00:14:16,267 --> 00:14:20,267
หรือเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

216
00:14:20,267 --> 00:14:24,267
เวลาเราเปิดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

217
00:14:24,268 --> 00:14:28,268
เราจะต้องไปเปิด Dictionary

218
00:14:28,270 --> 00:14:32,270
ไม่มีไอนี่ หรือมาใช้ Google

219
00:14:32,271 --> 00:14:36,271
Google ต้องออนไลน์ แต่ถ้า

220
00:14:36,273 --> 00:14:40,273
แอปฯ เราสมมติทำเป็น dictionary ภาษาอังกฤษ

221
00:14:40,275 --> 00:14:44,275
ก็คือไม่ออนไลน์ก็เปิดดูได้ ก็ช่วย

222
00:14:44,275 --> 00:14:48,275
ให้สะดวกขึ้นใช่ไหมคะ เพราะไม่ต้องมาพก ดิกชันนารี

223
00:14:48,277 --> 00:14:52,277
แต่ก่อน เล็กสุดก็ยัง...

224
00:14:52,278 --> 00:14:56,278
ใช่ไหม หนาเท่าลูกแอปเปิ้ล 1 ลูกใช่ไหม

225
00:14:56,279 --> 00:15:00,279
ก็กลายเป็นใช้แอปพลิเคชัน

226
00:15:00,281 --> 00:15:04,281
พูดถึงสื่อหรือการเรียนใน

227
00:15:04,282 --> 00:15:08,282
ยุคนี้มันต้องใช้วิธีการ

228
00:15:08,283 --> 00:15:12,283
ทำสื่อหรือว่า

229
00:15:12,284 --> 00:15:16,284
ทำอะไรล่ะ เอกสารในรูปแบบ

230
00:15:16,284 --> 00:15:20,284
ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปแล้ว ไม่ใช่มาพกกระดาษ

231
00:15:20,285 --> 00:15:24,285
อย่างนี้นะคะ ก็คือ 1 กับ 2

232
00:15:24,287 --> 00:15:28,287
ต้องมาสอดคล้องกัน เพื่อมากลายเป็นข้อสรุปที่ชื่อหัวข้อ

233
00:15:28,289 --> 00:15:32,289
เรา ก็คือสมมติอันที่ 3 เราก็บอกว่าจะ

234
00:15:32,290 --> 00:15:36,290
พัฒนาเป็นแอปฯ หรือพัฒนาเป็น AR

235
00:15:36,292 --> 00:15:40,292
ก็คือมันจะต้องสืบเนื่องให้เห็น

236
00:15:40,292 --> 00:15:44,292
ตัวที่ 3 ก็จะเป็นตัวสรุปว่าที่เรากล่าวมา 2

237
00:15:44,294 --> 00:15:48,294
ย่อหน้าแรก จึงเป็นเหตุผลให้เรามาพัฒนาไอ้นี้

238
00:15:48,295 --> 00:15:52,295
แล้ก็ต้องอธิบายต่อว่าไปพัฒนาหรือ

239
00:15:52,296 --> 00:15:56,296
โจทย์อะไรหรือแก้ปัญหาอะไร เข้าใจนะ

240
00:15:56,297 --> 00:16:00,297
นั่นคือ เห็นไหมคะ จาก 3 ย่อหน้า

241
00:16:00,298 --> 00:16:04,298
ได้เท่าไร 1 สไลด์ นี้คือวิธีทำ

242
00:16:04,299 --> 00:16:08,299
ไม่ใช่หลักการและเหตุผล ก็อป

243
00:16:08,300 --> 00:16:12,300
Copy, Past วางไม่ใช่ ไม่ทำอย่างนั้น

244
00:16:12,301 --> 00:16:16,301
นะคะ การนำเสนอตามหลักจริง ๆ แล้ว

245
00:16:16,303 --> 00:16:20,303
จะเป็นแบบนี้นะคะ วัตถุประสงค์

246
00:16:20,304 --> 00:16:24,304
ก็เหมือนกัน จะวางเป็นข้ออะไรก็แล้วแต่

247
00:16:24,305 --> 00:16:28,305
ก็คือเห็นไหมบอกแล้วมี 3 ข้อ 1, 2, 3

248
00:16:28,306 --> 00:16:32,306
ตามข้อวัตถุประสงค์ที่เรากำหนดนะคะ เห็นไหมคะ

249
00:16:32,306 --> 00:16:36,306
สไลด์เดียวเท่านั้น ขอบเขต

250
00:16:36,306 --> 00:16:40,306
เขต ในขอบเขตของการดำเนินงาน

251
00:16:40,307 --> 00:16:44,307
โดยปกติ คือ ต้องพูดถึงอยู่แล้วว่าประชากร

252
00:16:44,307 --> 00:16:48,307
เป็นใคร กลุ่มตัวอย่างเป็นใคร ใช่ไหมคะ และ

253
00:16:48,308 --> 00:16:52,308
ระบงานเรา พูดถึงระบบ

254
00:16:52,308 --> 00:16:56,308
ทำแอปฯ นี้มีอะไรบ้าง ประกอบไปด้วย เสียง วิดีโอ

255
00:16:56,311 --> 00:17:00,311
อะไรอย่างนี้ เหมือนถ้าทำ

256
00:17:00,311 --> 00:17:04,311
สื่อใช่ไหมคะ ถ้าทำสื่อนี่ สื่อเราใส่อะไรบ้าง

257
00:17:04,312 --> 00:17:08,312
เป็นแบบไหน 2D, 3D ก็ต้องบอก

258
00:17:08,312 --> 00:17:12,312
นั่น คือ บอกเลยอันนี้

259
00:17:12,314 --> 00:17:16,314
บางทีมันมีนอกจาก

260
00:17:16,316 --> 00:17:20,316
ส่วนระบบมันอาจจะเยอะ ก็เพิ่มอีกสไลด์หนึ่ง ถึงบอกว่า

261
00:17:20,319 --> 00:17:24,319
1-2 สไลด์ได้ ถึงได้บอกนะ

262
00:17:24,320 --> 00:17:28,320
โอ.เค. นะคะ ในส่วนของสไลด์ของเขต

263
00:17:28,322 --> 00:17:32,322
นี่เห็นไหม คือ ในนั้นน่ะ

264
00:17:32,323 --> 00:17:36,323
เขียนมายาว ในตอนเราเขียนน่ะ เราต้องบอกละเอียดใช่ไหม

265
00:17:36,323 --> 00:17:40,323
ประชากรเป็นผู้ที่ จังหวัดสกลนครเป็น

266
00:17:40,325 --> 00:17:44,325
จำนวนกี่คน แต่อันนี้เราอาจจะบอกคน

267
00:17:44,326 --> 00:17:48,326
ในจังหวัดสกลนคร ประชากรใส่ทีหลัง

268
00:17:48,328 --> 00:17:52,328
ใส่เข้าไปด้วยก็ได้ว่า 500 คน แต่เป็นแบบสรุป

269
00:17:52,329 --> 00:17:56,329
แต่ตอนบรรยาย บรรยายยาวอยู่

270
00:17:56,330 --> 00:18:00,330
เพราะฉะนั้นเห็นไหม จากที่ทำในสไลด์

271
00:18:00,331 --> 00:18:04,331
จริง ๆ อย่างมากไม่เกิน 2 สไลด์ ต้องทำอย่างนี้

272
00:18:04,332 --> 00:18:08,332
เข้าใจนะคะ อันนี้ตรงขอบเขต

273
00:18:08,333 --> 00:18:12,333
วิธีการดำเนินงาน

274
00:18:12,335 --> 00:18:16,335
6 ขั้นตอน บอกแล้ว พวกเรา DSLT สูงสุด

275
00:18:16,336 --> 00:18:20,336
ใส่เข้าไปเหลือสไลด์เดียว

276
00:18:20,336 --> 00:18:24,336
ถูกไหม เพราะลำดับขั้นตอน ก็คือ

277
00:18:24,337 --> 00:18:28,337
สื่อสาร วิเคราะห์ พัฒนา ทดลองใช้

278
00:18:28,339 --> 00:18:32,339
หรือบางคนอาจจะทำไม ศึกษา

279
00:18:32,339 --> 00:18:36,339
แล้วก็นำมาใช้

280
00:18:36,340 --> 00:18:40,340
แต่นี้ใส่มา 5 มันยังไม่ครบ

281
00:18:40,341 --> 00:18:44,341
เข้าใจใช่ไหมคะ แต่ Detail

282
00:18:44,342 --> 00:18:48,342
เวลาพูดเหมือนบอกขึ้นศึกษาก็ต้องอธิบายนะ

283
00:18:48,342 --> 00:18:52,342
เราไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไร

284
00:18:52,342 --> 00:18:56,342
ใส่ให้ดูน่ะ นึกออกไหม เพราะอาจารย์ที่เขาสอบ เขาก็จะ

285
00:18:56,344 --> 00:19:00,344
มีเอกสารชุดที่ 2 ที่แม่บอก

286
00:19:00,344 --> 00:19:04,344
ใช่ไหมอยู่ในมืออยู่แล้วใช่ไหมคะ เขาก็จะ

287
00:19:04,346 --> 00:19:08,346
เช็กตามนั้นว่าที่ตัวเองพูดถึงน่ะ มันตรงกับ

288
00:19:08,347 --> 00:19:12,347
ที่นำเสนอไหม ถูกไหม บทบาทตัวเอง ก็คือ

289
00:19:12,347 --> 00:19:16,347
ต้องไปซ้อม Present

290
00:19:16,347 --> 00:19:20,347
เพื่อจะได้จำได้ว่าเนื้อหาตัวเอง...

291
00:19:20,349 --> 00:19:24,349
ต้องอ่านน่ะ ใช่ไหม ที่ตัวเองเขียนไปน่ะ

292
00:19:24,351 --> 00:19:28,351
ไม่ใช่... คือ ที่ให้ไปค้นงานวิจัยเขามา

293
00:19:28,351 --> 00:19:32,351
แล้วไปก๊อบมาอ่านอย่างเดียวไม่ได้

294
00:19:32,351 --> 00:19:36,351
งานตัวเองทำอะไร ต้องเข้าใจ

295
00:19:36,353 --> 00:19:40,353
ถูกไหม เพราะฉะนั้น พอเวลาไป Present

296
00:19:40,353 --> 00:19:44,353
มันก็ต้องพูดต่อได้ว่าเราไปศึกษาเรื่องอะไรมา ถูกไหม

297
00:19:44,354 --> 00:19:48,354
นะคะ เราวิเคราะห์เพื่อให้ได้อะไรมา

298
00:19:48,355 --> 00:19:52,355
เข้าใจนะคะ มันก็จะเป็นดีเทล

299
00:19:52,355 --> 00:19:56,355
ของแต่ละหัวข้อที่เราใส่ลงไปนี่ เราจะเป็นคน

300
00:19:56,356 --> 00:20:00,356
Present นะคะ เพราะฉะนั้น

301
00:20:00,357 --> 00:20:04,357
ส่วนไหน ในเมื่อเรามีคู่ เราก็ให้ Buddy

302
00:20:04,358 --> 00:20:08,358
แบ่งกันอันไหนที่คิดว่า บัดดี้ทำได้ ก็

303
00:20:08,359 --> 00:20:12,359
ให้เขา Present แบ่งกันไม่จำเป็น

304
00:20:12,360 --> 00:20:16,360
นึกออกนะ

305
00:20:16,360 --> 00:20:20,360
เหมือนนี้ เทคโนโลยี

306
00:20:20,362 --> 00:20:24,362
ที่บอกเขียนฮาร์ดแวร์ยาวเป็นปื้อ

307
00:20:24,362 --> 00:20:28,362
ถูกไหม แต่เวลา Present ให้นึกถึง

308
00:20:28,363 --> 00:20:32,363
ก็ต้องพูดถึง ตัวเองก็ต้องรู้สิ เครื่องตัวเองเป็นรุ่นไหนอย่างไร

309
00:20:32,364 --> 00:20:36,364
ใช่ไหม ใช่ไหมคะ เหมือนโปรแกรมที่จะใช้

310
00:20:36,366 --> 00:20:40,366
ที่ถามน่ะ จะใช้โปรแกรมอะไรแล้วมันจะสอบได้ไหม

311
00:20:40,368 --> 00:20:44,368
ใช่ไหม ก็ต้องตอบให้ได้ใช่ไหม ว่าตัวเองใช้โปรแกรมอะไรทำบ้าง

312
00:20:44,368 --> 00:20:48,368
ไม่ใช่บอกแค่ว่าใช้ Photoshop ไม่ได้อีก

313
00:20:48,370 --> 00:20:52,370
นี่ เหมือน ๆ ถ้าเราจะ

314
00:20:52,371 --> 00:20:56,371
ทำกราฟิก ทำภาพกราฟิกนี่ใช้โปรแกรมอะไรบ้าง

315
00:20:56,373 --> 00:21:00,373
บางคนไม่ได้ใช้แค่ Photoshop

316
00:21:00,374 --> 00:21:04,374
ใช้ทั้ง Photoshop ใช้ทั้ง illustrator ทำกราฟฟิก

317
00:21:04,374 --> 00:21:08,374
หรือทำข้อความอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องบอกด้วยว่า เราใช้

318
00:21:08,376 --> 00:21:12,376
โปรแกรมตัวนี้เอาไว้ทำอะไร ใช้ทำอะไร ไม่ต้องมาให้อาจารย์ถา

319
00:21:12,376 --> 00:21:16,376
อยู่นี่ ไม่ต้องทำอะไร

320
00:21:16,378 --> 00:21:20,378
คือ ถ้าเขาถามนี่หมายถึงว่าตัวเองไม่ได้พูดถึง

321
00:21:20,378 --> 00:21:24,378
เดี๋ยวเขาจะลองถามดูว่าไอ้โปรแกรมตัวนี้มันใช้

322
00:21:24,381 --> 00:21:28,381
ใช่ไหม เห็นไหม

323
00:21:28,381 --> 00:21:32,381
เหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกัน

324
00:21:32,383 --> 00:21:36,383
ให้นึกถึงว่าไอ้ที่เราทำน่ะ

325
00:21:36,384 --> 00:21:40,384
ก็คือถ้าใครมีที่ต้องเขียน Coding

326
00:21:40,385 --> 00:21:44,385
ก็ต้องบอกนะว่าเราใช้ภาษาอะไร ใช้

327
00:21:44,385 --> 00:21:48,385
ไอ้นู่นนึกออกนะ

328
00:21:48,386 --> 00:21:52,386
แล้วก็ต้องบอกให้ได้ด้วยว่าทำไมต้องเลือกใช้ตัวนี้

329
00:21:52,387 --> 00:21:56,387
นึกออกนะ เพราะเหมือนที่บอกโปรแกรมกราฟิก

330
00:21:56,387 --> 00:22:00,387
ไม่ได้มีแค่ Photoshop ตัวเดียวมีอีกตั้งหลายตัว

331
00:22:00,388 --> 00:22:04,388
บอกแล้วว่าอะไรจะต้องสอดล้องกันเวลา

332
00:22:04,389 --> 00:22:08,389
เขียนเทคโนโลยีกับซอฟต์แวร์ ใช่ไหม มันต้องบอกได้

333
00:22:08,390 --> 00:22:12,390
ที่เราใช้ตัวนี้ เพราะฮาร์ดแวร์

334
00:22:12,390 --> 00:22:16,390
มีประสิทธิภาพในการรองรับได้

335
00:22:16,392 --> 00:22:20,392
หรือทำงานโปรแกรมนี้ได้สะดวกสบาย

336
00:22:20,392 --> 00:22:24,392
นั่นล่ะ คือ คำตอบ แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลย

337
00:22:24,394 --> 00:22:28,394
เพราะถ้าเครื่องเราไม่รองรับ

338
00:22:28,394 --> 00:22:32,394
ทำอย่างไรมันก็ทำไม่ได้นึกออกนะ ถ้าให้อาจารแนะนำ

339
00:22:32,396 --> 00:22:36,396
มา เธอไปใช้อะไรนะ

340
00:22:36,397 --> 00:22:40,397
สมมติ ๆ อะไรนะ pagemaker 4 อย่างนี้

341
00:22:40,398 --> 00:22:44,398
เออ ก็ต้องบอกว่า 1

342
00:22:44,400 --> 00:22:48,400
คือ ที่จะตอบได้นะที่ไม่ใช้โปรแกรมนั้น คือ 1

343
00:22:48,401 --> 00:22:52,401
ประสิทธิภาพของเครื่องเรา 2. เราไม่ถนัด

344
00:22:52,402 --> 00:22:56,402
ใช้โปรแกรมนั้น นี่ มีอยู่ 2 ข้อแค่นั้นเองที่จะตอบ

345
00:22:56,404 --> 00:23:00,404
นี่คือวิธีการตอบ ถ้าเวลาโดนถาม เหมือน Java

346
00:23:00,404 --> 00:23:04,404
เหมือนกัน เหมือนภาษาน่ะ เหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีแค่ 1

347
00:23:04,405 --> 00:23:08,405
ตัว ไม่ได้มีแค่ JAVA Script

348
00:23:08,405 --> 00:23:12,405
ตัวเดียวใช่ไหม เพราะฉะนั้น ก็ต้องตอบให้ได้ด้วยว่าทำไมเราเลือกใช้ภาษานี้

349
00:23:12,406 --> 00:23:16,406
ส่วนใหญ่ถ้าเป็นภาษาหนึ่ง

350
00:23:16,408 --> 00:23:20,408
ตอบแค่ ตอบอย่างมากนะคะ เราถนัด

351
00:23:20,409 --> 00:23:24,409
ภาษานี้มากกว่านะคะ ก็คือมีความเข้าใจ

352
00:23:24,410 --> 00:23:28,410
ในภาษานี้มากกว่าตัวอื่นอย่างนี้

353
00:23:28,412 --> 00:23:32,412
โอ.เค. นะคะ นี่คือในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้

354
00:23:32,412 --> 00:23:36,412
บอกแล้วพิมพ์ไป 1 หน้า แต่ทำ

355
00:23:36,412 --> 00:23:40,412
สไลด์แค่หน้าเดียว แล้วไม่ได้เน้นให้มีข้อความ

356
00:23:40,412 --> 00:23:44,412
ให้มีอะไร ไม่ให้มีข้อความใช่ไหม ต้องมีรูป

357
00:23:44,413 --> 00:23:48,413
แต่เราอธิบายถึงรูป

358
00:23:48,414 --> 00:23:52,414
สอดคล้องอย่างไร แผนการดำเนินงานนี่

359
00:23:52,415 --> 00:23:56,415
ที่เราทำไว้นั่นล่ะ แต่ต้องอธิบายนะคะ

360
00:23:56,416 --> 00:24:00,416
ว่า 1. เราจะเริ่มทำประมาณนี้ ถึงไหนอะไรอย่างไร

361
00:24:00,416 --> 00:24:04,416
ก็ต้องอธิบายเป็นข้อ ๆ ไป และสุดท้ายประโยชน์

362
00:24:04,418 --> 00:24:08,418
ประโยชน์ก็จะคล้าย ๆ กับวัตถุประสงค์

363
00:24:08,418 --> 00:24:12,418
นะคะ ก็ใส่ได้ มันจะมีแค่ 2

364
00:24:12,419 --> 00:24:16,419
1-2 สไลด์ที่เอาจากตัวเค้าโครงเราได้โดยตรง

365
00:24:16,420 --> 00:24:20,420
เพราะวัตถุประสงค์ไม่สามารถพลิกแพลงไปทำอย่างอื่นได้

366
00:24:20,421 --> 00:24:24,421
นึกออกนะมันก็ต้องชัดเจนไง

367
00:24:24,422 --> 00:24:28,422
ประโยชน์อย่างนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้น

368
00:24:28,423 --> 00:24:32,423
แต่ไม่แนะนำ

369
00:24:32,423 --> 00:24:36,423
ให้ใช้วิธีก๊อบปี้แล้วมาวาง

370
00:24:36,425 --> 00:24:40,425
ธรรมดาใช่ไหม อาจารย์ก็ทำให้มันมีดีเทลเป็นรูป

371
00:24:40,426 --> 00:24:44,426
เป็นอะไรอย่างนี้นะคะ

372
00:24:44,427 --> 00:24:48,427
นะคะ นี่คือสิ่ง

373
00:24:48,428 --> 00:24:52,428
ที่สัปดาห์นี้จะต้องอะไร

374
00:24:52,430 --> 00:24:56,430
ทำเค้าโครงให้มันเสร็จเพื่อจะไปหาใคร ไปหาที่ปรึกษา

375
00:24:56,430 --> 00:25:00,430
ได้แล้วไหม ก็เท่ากับตัวเองเหลือเวลา

376
00:25:00,432 --> 00:25:04,432
แค่เท่าไร ส่ง 25

377
00:25:04,433 --> 00:25:08,433
วันสุดท้าย เออ เพราะอาทิตย์หน้า

378
00:25:08,434 --> 00:25:12,434
18, 19 พวกแม่ไปแนะแนว

379
00:25:12,434 --> 00:25:16,434
ไม่อยู่ ไม่มีใครอยู่นะน่ะ อาจารย์ที่จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาได้

380
00:25:16,435 --> 00:25:20,435
ก็คืออาจารย์ที่สอนเรานั่นเองนะคะ

381
00:25:20,436 --> 00:25:24,436
ไป ถือไปเลย เค้าโครงตัวเอง อาจารย์คะ

382
00:25:24,437 --> 00:25:28,437
หนูมีเรื่องจะปรึกษา หนูจะทำเรื่องนี้

383
00:25:28,437 --> 00:25:32,437
อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้หนูได้ไหม

384
00:25:32,438 --> 00:25:36,438
ถ้าเขาดูแล้วเขารับเป็น

385
00:25:36,440 --> 00:25:40,440
ตัวเองก็จะมีเอกสารตัวที่ 1 มายื่นสอบได้

386
00:25:40,441 --> 00:25:44,441
แต่ถ้าเขาดูแล้วเขาไม่รับ ก็ต้องไปหา

387
00:25:44,441 --> 00:25:48,441
คนต่อไป เข้าใจนะคะ

388
00:25:48,442 --> 00:25:52,442
ขั้นตอนทั้งหลายทั้งปวงขึ้นอยู่กับ

389
00:25:52,443 --> 00:25:56,443
ตัวเองทั้งหมด ทั้งปวง เวลาที่เหลืออยู่

390
00:25:56,444 --> 00:26:00,444
นะคะ เพราะฉะนั้น ก็คือ

391
00:26:00,445 --> 00:26:04,445
ยื่นสอบ 25 อาจารย์ก็จะไปนัด แล้วพอ

392
00:26:04,446 --> 00:26:08,446
ช่วงมีนาคม ช่วงสัปดาห์แรกน่ะ

393
00:26:08,447 --> 00:26:12,447
ก็จะมีตารางออกมาแล้วว่าจะให้สอบวันไหน

394
00:26:12,448 --> 00:26:16,448
ก็จะมีไม่ใช่เสนอแล้วเสร็จนะ ต้องมีสอบ

395
00:26:16,450 --> 00:26:20,450
ถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น บอกแล้วว่าต้องเตรียมตัว

396
00:26:20,452 --> 00:26:24,452
มาดี ๆ ต้องไปอ่านไอ้เค้าโครงที่ตัวเองทำ

397
00:26:24,453 --> 00:26:28,453
เพื่อจะมา Present ให้ได้ ช่วยกันนะคะ

398
00:26:28,454 --> 00:26:32,454
ช่วยกันทำช่วยกันนำเสนอ

399
00:26:32,455 --> 00:26:36,455
ต้องเผื่อเวลา

400
00:26:36,457 --> 00:26:40,457
เพื่อนถาม อาจารย์ถามด้วยนะคะ จะได้ตอบได้

401
00:26:40,458 --> 00:26:44,458
มีใครสงสัยหัวข้อไหนหรือเปล่า

402
00:26:44,459 --> 00:26:48,459
ถามได้นะครับ

403
00:26:48,459 --> 00:26:52,459
ไม่เข้าใจตรงหัวข้อไหนว่าทำอย่างไรถามได้

404
00:26:52,461 --> 00:26:56,461

405
00:26:56,462 --> 00:27:00,462
แสดงว่าเข้าใจ

406
00:27:00,463 --> 00:27:04,463
หมดแล้วครับ

407
00:27:04,463 --> 00:27:08,463

408
00:27:08,465 --> 00:27:12,465
บทที่ 2 ที่ 3 อะไร ตอนนี้ให้ทำอะไร

409
00:27:12,467 --> 00:27:16,467
เค้าโครงยังไม่ผ่าน แกจะไปทำบทที่ 2 ที่ 3 ได้อย่างไร

410
00:27:16,468 --> 00:27:20,468
ละเมอ...

411
00:27:20,468 --> 00:27:24,468

412
00:27:24,470 --> 00:27:28,470

413
00:27:28,472 --> 00:27:32,472
คือ คุณต้องสอบอันแรกให้ผ่าน

414
00:27:32,473 --> 00:27:36,473
แล้วแกค่อยไปหาตัวอื่นก่อนไปได้ 2 กับ 3 ไปได้

415
00:27:36,474 --> 00:27:40,474
อัน 1 ไม่ผ่าน ก็ทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว

416
00:27:40,476 --> 00:27:44,476
แกจะมาถามหามันทำไม ทำอันนี้ให้ผ่านก่อน

417
00:27:44,477 --> 00:27:48,477
ครับ

418
00:27:48,478 --> 00:27:52,478

419
00:27:52,478 --> 00:27:56,478

420
00:27:56,481 --> 00:28:00,481
ไม่ใช่รวมทุกอย่าง ย่อหน้า 1 หลักการและเหตุผล

421
00:28:00,482 --> 00:28:04,482
ดูดี ๆ เห็นไหมคะ

422
00:28:04,484 --> 00:28:08,484
ย่อหน้าแรกหลักการและเหตุผล

423
00:28:08,485 --> 00:28:12,485

424
00:28:12,486 --> 00:28:16,486
ก็นี่

425
00:28:16,487 --> 00:28:20,487
อันนี้ยกตัวอย่างทำแอปฯ นะ อะไรที่

426
00:28:20,488 --> 00:28:24,488
เกี่ยวข้องกับแอปฯ

427
00:28:24,489 --> 00:28:28,489
โน้ตบุ๊กเกี่ยวกับแอปฯ ที่ไหนละ

428
00:28:28,490 --> 00:28:32,490
เพราะแอปฯ ที่เราจะทำ บอกแล้วเป็นแอปฯ ที่ใช้ในมือถือ

429
00:28:32,490 --> 00:28:36,490
เพราะฉะนั้น หัวข้อแรกมันจะต้องพูดถึงว่า

430
00:28:36,491 --> 00:28:40,491
เหมือนกับที่แม่

431
00:28:40,492 --> 00:28:44,492
ยกตัวอย่างว่าจะพูดถึงการใช้เทคโนโลยี

432
00:28:44,494 --> 00:28:48,494
ในยุคปัจจุบัน เพื่ออ้างให้เห็นว่าเดือนนี้ใคร ๆ ก็ใช้

433
00:28:48,495 --> 00:28:52,495
นั่นคือตัวใหญ่เลย เพราะทั่วโลกใช้กันหมดเลย

434
00:28:52,495 --> 00:28:56,495
เลยเห็นไหมคะ ก็คือจากใหญ่ค่อย ๆ ลงมา

435
00:28:56,495 --> 00:29:00,495
ย่อหน้าที่ 2 ที่จะพูดถึงเกี่ยวกับ

436
00:29:00,496 --> 00:29:04,496
การพัฒนาสื่อของประเทศไทยเรา หรือว่าการสร้างสื่อ

437
00:29:04,497 --> 00:29:08,497
หรือเทคโนโลยีการผลิตสื่อ

438
00:29:08,498 --> 00:29:12,498
หรือเทคโนโลยีในการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นย่อหน้าที่ 2

439
00:29:12,499 --> 00:29:16,499
อะไรอย่างนี้ ก็จะเป็นย่อหน้าที่ 2

440
00:29:16,500 --> 00:29:20,500
ก็จะเป็นสรุปว่าจึงเป็นสาเหตุจากไอ้ 2

441
00:29:20,501 --> 00:29:24,501
ข้อที่เรากล่าวมา จะเป็น

442
00:29:24,502 --> 00:29:28,502
เหตุผลที่จะทำให้เรานำมาพัฒนา

443
00:29:28,503 --> 00:29:32,503
เห็นไหมคะ คือ ย่อหน้าแรกบอกเลยว่า

444
00:29:32,503 --> 00:29:36,503
มันต้องพูดถึงให้เห็นว่าเรื่องนี้มันมีสาเหตุ

445
00:29:36,505 --> 00:29:40,505
มาจากนี่ ทั้งโลกเลยในยุคนี้ใช้

446
00:29:40,506 --> 00:29:44,506
ใช้สมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว

447
00:29:44,506 --> 00:29:48,506
มันเลยไปสืบเนื่องจากข้อที่ 2 จากข้อที่ 2 ว่า

448
00:29:48,508 --> 00:29:52,508
เมื่อมี Smart Phone แล้ว

449
00:29:52,510 --> 00:29:56,510
ถูกไหม สามารถมาผลิตเป็นแอปพลิเคชัน

450
00:29:56,511 --> 00:30:00,511
ชัน เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนของยุคนี้

451
00:30:00,512 --> 00:30:04,512
เนื่องจาก ก็คือสาเหตุมันมาจากเทคโนโลยี

452
00:30:04,513 --> 00:30:08,513
มันเปลี่ยนใช่ไหมคะ การผลิตสื่อ รูปแบบการผลิตสื่อมันก็เปลี่ยน

453
00:30:08,514 --> 00:30:12,514
ไปตามเทคโนโลยีที่เรากล่าว ก็เลยกลายเป็นสรุป

454
00:30:12,515 --> 00:30:16,515
ในย่อหน้าที่ 3 นะคะ เป็นผล ผลให้เรา

455
00:30:16,515 --> 00:30:20,515
มาพัฒนาหรือทำเป็นผลที่มาให้เราสรุปว่า

456
00:30:20,516 --> 00:30:24,516
จึงเป็นาเหตุที่... เราเห็นแล้วว่า

457
00:30:24,516 --> 00:30:28,516
เหมือนรัฐบาลตอนนี้ บอกให้ใช้แอปฯ นั่น แอปฯ นี่

458
00:30:28,517 --> 00:30:32,517
บางคนไม่มีมือถือใช่ไหม

459
00:30:32,518 --> 00:30:36,518
เราเช็กแล้ว ในห้องนี่ทุกคน

460
00:30:36,519 --> 00:30:40,519
มีหมด เห็นไหม นักเรียนทุกคนต้องมีหมด ในระดับเราน่ะ

461
00:30:40,520 --> 00:30:44,520
เหมือนที่เป็นปัญหาเรียนออนไลน์

462
00:30:44,520 --> 00:30:48,520
มือถือไม่มี อินเทอร์เน็ตไม่มี

463
00:30:48,522 --> 00:30:52,522
เห็นไหม มันถึงเป็นที่มาว่า

464
00:30:52,523 --> 00:30:56,523
ต้องพูดกว้างก่อน กว้างแล้วก็บีบลง ๆ

465
00:30:56,523 --> 00:31:00,523
ให้เห็นใช่ไหมคะ จากกว้าง

466
00:31:00,525 --> 00:31:04,525
มีแค่ว่าไปทำมาคนใช้อยู่คนเดียว

467
00:31:04,527 --> 00:31:08,527
ถูกไหม ไม่ใช่ มันต้องให้เห็นว่าคนนิยมนะ

468
00:31:08,528 --> 00:31:12,528
หรือว่าเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่

469
00:31:12,528 --> 00:31:16,528
มันยอมรับได้ทั้งทั่วโลก

470
00:31:16,529 --> 00:31:20,529
เห็นไหมคะ เหมือนเรื่องประชาธิปไตย

471
00:31:20,529 --> 00:31:24,529
เห็นไหม อย่างนี้เป็นต้น ก็คือทุกคน

472
00:31:24,530 --> 00:31:28,530
ยอมรับในประชาธิปไตย โดยส่วนมาก

473
00:31:28,531 --> 00:31:32,531
ใช้ส่วนใหญ่ กลุ่มใหญ่ อย่างนี้นะคะ เป็นต้น

474
00:31:32,533 --> 00:31:36,533
สงสัยอะไรอีกถามได้

475
00:31:36,534 --> 00:31:40,534
เผื่อนึกไม่ออก

476
00:31:40,534 --> 00:31:44,534

477
00:31:44,535 --> 00:31:48,535
ก็ถึงที่ให้ไปค้น เปิดดูหรือยัง

478
00:31:48,538 --> 00:31:52,538
ของเขาหรือยังเขาพูดถึงอย่างไร ไป

479
00:31:52,538 --> 00:31:56,538
ค้นมาแล้วเปิดดูบ้างไหม เพราะทำเรื่องหนึ่ง

480
00:31:56,540 --> 00:32:00,540
แต่คุณต้องไปค้นอย่างน้อยกี่เรื่อง

481
00:32:00,540 --> 00:32:04,540
เออ 20 เรื่องใช่ไหม ที่ให้ไป

482
00:32:04,542 --> 00:32:08,542
ค้นน่ะเห็นไหม มันก็จะไปสื่อได้ ไปอ่าน

483
00:32:08,543 --> 00:32:12,543
ของเขาได้ก่อน ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรก่อน

484
00:32:12,545 --> 00:32:16,545
แล้วเราเกริ่นมากอย่างไร แล้วมันมาเป็นค่อนนี้ได้อย่างไร

485
00:32:16,547 --> 00:32:20,547
ถึงได้ให้ ในเทอมที่แล้ว

486
00:32:20,547 --> 00:32:24,547
งานวิจัยชาวบ้านไปดูไว้ จะได้พัฒนามา

487
00:32:24,548 --> 00:32:28,548
เป็นของเรา มันก็จะมีข้ออ้างอิงได้ไง ว่าเรา

488
00:32:28,548 --> 00:32:32,548
ไปศึกษาค้นคว้ามาที่อาจารย์ถาม

489
00:32:32,550 --> 00:32:36,550
ถึงเลือกทำงานนี้ได้ เราจะได้ตอบได้

490
00:32:36,550 --> 00:32:40,550
มาในสไลด์ไม่ได้ขึ้นแต่คุณต้องตอบได้ใช่ไหมคะ

491
00:32:40,551 --> 00:32:44,551
ไปค้นจากไหนมา อะไรอย่างนี้

492
00:32:44,553 --> 00:32:48,553
นั่นคือบ่งบอกให้รู้แล้วว่าเด็กไปค้นมาจริง

493
00:32:48,554 --> 00:32:52,554
มีอ้างอิงได้ สามารถบอกได้ ไปค้นงานวิจัย

494
00:32:52,554 --> 00:32:56,554
มานะคะ

495
00:32:56,556 --> 00:33:00,556
สงสัยข้อไหนอีกไหม

496
00:33:00,556 --> 00:33:04,556
ตายอย่างสงบ ศพก็ไม่สวย

497
00:33:04,557 --> 00:33:08,557

498
00:33:08,558 --> 00:33:12,558
เหมือน...

499
00:33:12,559 --> 00:33:16,559

500
00:33:16,561 --> 00:33:20,561
ก็บอกแล้วว่าวิธีการดำเนินงานที่ให้เขียน คือ

501
00:33:20,563 --> 00:33:24,563
SDLC เพราะเรา

502
00:33:24,564 --> 00:33:28,564
ทำโครงงานคอมพิวเตอร์วิธีการพัฒนาระบบ

503
00:33:28,565 --> 00:33:32,565
ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา

504
00:33:32,565 --> 00:33:36,565
ก็ตามนั้น แต่เราต้องไปอธิบายอะไร อธิบายใน Detail

505
00:33:36,566 --> 00:33:40,566
เช่น ศึกษา เราไปศึกษา

506
00:33:40,568 --> 00:33:44,568
งานวิจัยของใครหรือ... ใช่

507
00:33:44,569 --> 00:33:48,569
แต่ใส่ แต่ตอนทำสไลด์ให้เรา

508
00:33:48,569 --> 00:33:52,569
ระบุหัวข้อ แต่ตอน Present น่ะ

509
00:33:52,570 --> 00:33:56,570
เออ ต้องมี Detail ต้องมีรายละเอียดมา

510
00:33:56,571 --> 00:34:00,571
หรือ คือ ถ้าบางคน

511
00:34:00,572 --> 00:34:04,572
ขึ้นไป Present แล้วไม่พูด ก็จะโดนถาม

512
00:34:04,572 --> 00:34:08,572
นึกออกนะ ก็จะโดนถาม ฉันไม่ถาม

513
00:34:08,574 --> 00:34:12,574
ฉันเป็นคนให้คะแนนสอบอย่างเดียว เขามีกรรมการ

514
00:34:12,575 --> 00:34:16,575
อย่างน้อย 3 คนนะครับ บอกไว้ก่อน

515
00:34:16,576 --> 00:34:20,576
1. ที่ปรึกษาตัวเองล่ะ

516
00:34:20,576 --> 00:34:24,576
2. คณะกรรมการหลักสูตร

517
00:34:24,576 --> 00:34:28,576
อีก 2 คน อย่างน้อย 3 และอาจารย์

518
00:34:28,578 --> 00:34:32,578
เข้าไปนั่งดูนี่ ให้คะแนนฉันมีหน้าที่ให้คะแนน

519
00:34:32,579 --> 00:34:36,579
ก็คืออย่างน้อย 4 คน

520
00:34:36,579 --> 00:34:40,579
นะคะ อาจะมี 5

521
00:34:40,581 --> 00:34:44,581
หรือ 6 ก็ได้ แล้วแต่ เห็นประธานสาขา

522
00:34:44,581 --> 00:34:48,581
จะเข้าทุกหัวข้อว่า

523
00:34:48,581 --> 00:34:52,581
นะคะ สูงสุดก็น่าจะ

524
00:34:52,582 --> 00:34:56,582
5-6 คนนะคะ เพราะฉะนั้น ให้นึกถึงเดาใจกันเลย

525
00:34:56,583 --> 00:35:00,583
อาจารย์แต่ละคนจะถามอะไร

526
00:35:00,584 --> 00:35:04,584
เพราะฉะนั้น ตัวเองต้องเก็บรายละเอียดของตัวเอง

527
00:35:04,585 --> 00:35:08,585
จำให้ได้ ไปอ่านทบทวนเห็นไหมคะ

528
00:35:08,586 --> 00:35:12,586
นะคะ ทบทวนให้มันขึ้นใจ

529
00:35:12,586 --> 00:35:16,586
นะคะ ก่อนจะนำเสนอ มีเวลา

530
00:35:16,586 --> 00:35:20,586
จริง ๆ น่ะ เพราะ

531
00:35:20,588 --> 00:35:24,588
ยื่นสอบนี่ คุณก็จะมีเวลา 1 สัปดาห์ คุณ

532
00:35:24,588 --> 00:35:28,588
จะมีเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อจะเตรียมนำเสนอใช่ไหมคะ

533
00:35:28,589 --> 00:35:32,589
ถ้าไปอ่านดูทุกวันแบ่งหัวข้อกันสิ

534
00:35:32,591 --> 00:35:36,591
ก็ให้เพื่อนหูเรา Present เช่น

535
00:35:36,592 --> 00:35:40,592
ฮาร์ดแวร์อะไรอย่างนี้ ก็ให้เขา Present ได้

536
00:35:40,592 --> 00:35:44,592
เหมือนวัตถุประสงค์ก็ให้เขา Present ได้

537
00:35:44,594 --> 00:35:48,594
เพราะเหมือนชื่อนี่ เหมือน

538
00:35:48,595 --> 00:35:52,595
เปิดขึ้นมานี่ ก็ให้เขา Present

539
00:35:52,597 --> 00:35:56,597
เหตุผลก็เป็นเรา วัตถุประสงค์ก็เป็นเพื่อน สลับ

540
00:35:56,598 --> 00:36:00,598
เห็นไหมคะ ขอบเขตนี่ก็ไม่พิสดาร

541
00:36:00,599 --> 00:36:04,599
ก็ให้เขาพรีเซนต์ได้ อย่าง

542
00:36:04,599 --> 00:36:08,599
ยาว ๆ เยอะ ๆ ดีเทลเยอะ ๆ เราก็เป็นคน Present ได้

543
00:36:08,600 --> 00:36:12,600
นี่อันนี้ก็ให้เขา Present ได้

544
00:36:12,602 --> 00:36:16,602

545
00:36:16,603 --> 00:36:20,603

546
00:36:20,604 --> 00:36:24,604
มันมีสไลด์อยู่แล้วก็ให้เขาใช้ภาษามือละ

547
00:36:24,605 --> 00:36:28,605
ใช่ ก็สรุป อย่างนี้

548
00:36:28,607 --> 00:36:32,607
ไม่สรุปก็เดี๋ยวอาจารย์เขาจะถาม เดี๋ยวเราช่วยตอบ

549
00:36:32,608 --> 00:36:36,608
ก็ได้ คือ ให้เขาตอบนั่นล่ะ

550
00:36:36,608 --> 00:36:40,608
ไอนี่ใช้ทำอะไรคอยฟังให้ดี

551
00:36:40,608 --> 00:36:44,608
เพราะล่ามก็จะอยู่ห้องอยู่แล้ว

552
00:36:44,610 --> 00:36:48,610
นะคะ เหมือนแผนการดำเนินงานก็ให้เขา Present ได้

553
00:36:48,611 --> 00:36:52,611
แบ่งกันให้มีบทบาททุกคน

554
00:36:52,611 --> 00:36:56,611
เขาจะได้รู้ ก็อธิบายให้เขาหน่อยก็ได้

555
00:36:56,613 --> 00:37:00,613
ไอ้นี่นะคะ ใครมีข้อ

556
00:37:00,614 --> 00:37:04,614
สงสัยอีกไหม

557
00:37:04,615 --> 00:37:08,615
ถ้าไม่มีเดี๋ยวเราจะปล่อยแล้วนะคะ

558
00:37:08,616 --> 00:37:12,616

559
00:37:12,617 --> 00:37:16,617
งด ๆ สัปดาห์หน้าไม่อยู่ไง

560
00:37:16,628 --> 00:37:20,628
18-19 ก็ 18

561
00:37:20,633 --> 00:37:24,633
ไม่เข้า ก็ไปด้วยกัน บ่ายนี้

562
00:37:24,635 --> 00:37:28,635
เข้า

563
00:37:28,635 --> 00:37:32,635

564
00:37:32,637 --> 00:37:36,637
โอ.เค. นะคะ

565
00:37:36,638 --> 00:37:40,638
กำหนดส่ง 25 กุมภาพันธ์ Deadline

566
00:37:40,640 --> 00:37:44,640
ไม่มีข้อสงสัย แยกย้าย

567
00:37:44,642 --> 00:37:48,642
อพยพ

568
00:37:48,643 --> 00:37:52,643

569
00:37:52,645 --> 00:37:56,645

570
00:37:56,646 --> 00:38:00,646
ขอขอบคุณล่ามทางไกลนะคะ

571
00:38:00,647 --> 00:38:04,647
ค่ะ

572
00:38:04,648 --> 00:38:08,648
ขอบคุณค่ะ

573
00:38:08,649 --> 00:38:12,649
[สิ้นสุดการถอดความ]

574
00:38:12,651 --> 00:38:16,651

575
00:38:16,652 --> 00:38:20,652

576
00:38:20,654 --> 00:38:24,654

577
00:38:24,657 --> 00:38:28,657

578
00:38:28,658 --> 00:38:32,658

579
00:38:32,660 --> 00:38:36,660

580
00:38:36,661 --> 00:38:40,661

581
00:38:40,664 --> 00:38:44,664

582
00:38:44,665 --> 00:38:47,666

583
00:38:48,667 --> 00:38:51,667

584
00:38:52,667 --> 00:38:55,669

585
00:38:56,668 --> 00:38:59,671

586
00:39:00,670 --> 00:39:03,673

587
00:39:04,671 --> 00:39:07,672

588
00:39:08,673 --> 00:39:11,675

589
00:39:12,676 --> 00:39:15,677

590
00:39:16,677 --> 00:39:19,677

591
00:39:20,679 --> 00:39:23,681

592
00:39:24,680 --> 00:39:24,682

593
00:39:28,682 --> 00:39:28,685


