(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินอาจารย์ไหมคะน่าจะไม่ได้ยิน ทุกคนเข้า ได้ยินเสียงอาจารย์ไหมคะ ครูล่าม โอ.เค. นะคะ ทุกคนเปิดสไลด์ที่อาจารย์อัปฯ ให้ที่ Classroom มีใครเปิดไม่ได้ ไม่มีนะ พาร์ทที่ 2 นะคะ เราจะเรียน ทฤษฎี 6 บท 6 เรื่องด้วยกัน ส่วนของการแบ่งคะแนนนะคะ พอดีอาจารย์แบ่งกับอาจารย์ปิยะวรรณคนละครึ่ง ก็คือ 50 : 50 ก็จะมี 50 นี่มาจากไหนบ้าง 30 คะแนนจะมาจากการสอบนะคะ จริง ๆ มันเป็นสอบทฤษฎีแต่เขาจับให้เป็นปลายภาค ก็คือเป็น Filnal 30 คะแนน เป็นข้อสอบของส่วนกลาง ครูไม่ได้ออกเองเนื้อหาเป็นของส่วนกลางเหมือนกันนะคะ ถามว่ายากไหม ยากเลยหรือ เนื้อหาก็จะเป็น ด้วยความที่วิชานี้ เป็นวิชาที่อยู่ในกลุ่มของศึกษาทั่วไปหรือ Gen คือ 6 บทที่ คือ 6 เรื่อง ไม่ได้ลงลึก แต่เราต้องรู้ในทั้ง 6 เนื้อหานี้นะคะ สไลด์ก็ของส่วนกลางส่วนกลาง ครูมีหน้าที่มาอธิบายเราสงสัยตรงไหนก็สอบถามเพิ่มเติมนะคะ พอเรียน 6 บทนี้เสร็จ เราจะมีสอบ จริง ๆ คือสอบปลายภาคนั่นล่ะ แล้วก็เป็นเนื้อหาของ 6 บทนี้ ครูก็เลยคุยกับอาจารย์ปิยวรรณให้อาจารย์สอนเพราะ... เชิญค่ะ เพราะว่า ถ้าครูสอนทษฏีก่ น กว่าที่เราจะสอบปลายภาค มันจะผ่านไปอีก 2 เดือน กลัวลืมแต่อันนี้ คือ เรียนเสร็จเราก็สอบเลย จะได้ไม่ลืมนะคะ บางคนบอกไม่ได้ลืม ยังไม่ได้จำเลย เนื้อหาค่อนข้างเยอะนะคะ เยอะพอสมควรเดี๋ยวจะค่อย ๆ อธิบายไปแล้วกันนะ เราสงสัยตรงไหนนะคะ ต้องการรู้ตัวไหนเพิ่มเติม ก็ยกมือถามไปได้เลย โอ.เค. เดี๋ยวเช็กชื่อให้ที่มา ธีรพลนะ โอ.เค. ค่ะ ที่มาเพิ่มก่อน สไลด์อาจารย์จะอัปฯ ให้ทุกวันนะคะ แล้วท้ายสไลด์มันจะมีแบบฝึกหัดอยู่ ส่วนของเรา 50 คะแนนนี่ จะมา 30 คะแนนที่เป็นสอบ ข้อสอบกลาง เป็นข้อสอบปลายภาค อีก 10 คะแนนนะคะ มาจากแบบฝึกหัด แล้วก็เหลืออยู่ 10 คะแนน ส่วนของครูแบ่งกับอาจารย์ปิยะวรรณอีก 10 คะแนนก็จะเป็นคะแนนรายงาน คะแนนมีส่วนร่วมในชั้นเรียนนะคะ ครูจะไม่บรรยายไปคนเดียว ก็จะมีถามนักศึกษาทราบคำตอบ ก็ตอบมา อันนี้เป็นคะแนนที่ไม่หารอีก ใครตอบอันนี้ได้ให้ 2 คะแนน ก็คือให้ 2 คะแนนเลย เอาไปรวมเลย ไม่หาร ไม่หารอีกนะคะ ฉะนั้น เก็บไปเรื่อย ๆ นะคะ ต้องตั้งใจเรียนนะคะ แล้วก็พยายามเก็บคะแนนไปให้ได้เยอะที่สุด ด้วยความที่วิชานี้นะคะ เป็นวิชา jened เพราะของเราคือ เทคโนโลยีคอมฯ ไง เทคโนฯ คอมฯ เราปรับปรุงหลักสูตรมาจากไอที แต่พื้นฐานเราก็จะรู้เท่ากับ IT นั่นล่ะ แต่แก่นแท้ก็เอก IT ค่ะ ในส่วนของเนื้อหานะคะ 6 บทก็ต้องเรียนอย่างน้อย 6 สัปดาห์เลย ครูจะไม่มาอัดให้วันนี้เรียน 2 บท วันนี้เรียน 3 บท ไม่มีประโยชน์ มันเยอะนะคะ ถามว่าถ้าแค่สอนให้จบ สอนวันเดียวก็จบนะ สอนวันเดียวก็หมดค่ะ ครูสอนทีเดียวจนถึงบทที่ 6 เลย แล้วนักศึกษาได้อะไร ก็ได้ฟังค่ะ เข้าหูนี้ บางทีก็ไม่เข้า ผ่านไป ฉะนั้นค่อย ๆ อธิบายทำความเข้าใจไป สงสัยก็ถามเราก็ทำแบบฝึกหัดท้ายบทมา ส่งทาง Classroom มา ตรวจเสร็จครูก็จะแจ้งกลับไป เราก็รู้คะแนนไปเรื่อย เก็บปลายภนะคะ โอ.เค. นะคะ บทที่ 1 นะคะ จริง ๆ เรียนวิชานี้ทฤษฎีนี้ที่เราต้องรู้ ก็คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร รู้ความหมาย ความเป็นมานะคะ ประเภท จริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องไกลตัว นักศึกษาเกิดในยุคเทคโนโลยีอยู่แล้วแต่บางทีเราไม่รู้ว่าไอ้ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี่มันคือเทคโนโลยีไหม หรือมันคือเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ไหม โอ.เค. ตรงไหนที่เป็นข้อสอบทำอย่างไรถึงจะจำได้ เอาวิธีการเทคนิคของแต่ละคน แต่อาจารย์จะบอกตรงนี้คือ ข้อสอบนะ อันนี้ก็แล้วแต่เราจะจด เราจะพริ้น ปกติสไลด์ครูจะอัปให้ 1 สัปดาห์ก่อนเรียน อย่างวันนี้เราเรียนบทที่หนึ่งเสร็จ อย่างวันนี้เราก็ทำแบบฝึกหัดมา แล้วไม่เกินวันพุธ ครูก็อัพฯ บทที่ 2 ให้ พริ้นมาก่อนได้เลยนะคะ พริ้นสไลด์มา หรือเราจะใช้เทคนิควิธีการไหนก็แล้วแต่ เอาเทคนิคแต่ละคน คอมพิวเตอร์คืออะไร ถ้าไม่อ่านความหมายตามนี้แล้วให้นักศึกษาอธิบายในความคิดของนักศึกษาเอง ตอนนี้ครูยังจำชื่อใครยังไม่ได้ ครูสุ่มถามเลยได้ไหม ครูอยากรู้ว่าในมุมมอง ในความคิดของเอกเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนี่ โดยที่ไม่อ่านตามนี้ อันนี้เขาบอกเราว่ามัน คือ อันนี้นะคะ แต่ในความคิดของนักศึกษาน่ะ ให้เรานิยาม เราจะนิยามว่าอย่างไรนะคะ ขออนุญาตถาม ถามหัวหน้าห้องก่อน ดูเป็นความหวัง จักรพัน Stand up ถ้าพูดถึงคอมพิวเตอร์เราจะนิยามความหมายว่าอย่างไรเอ่ย ในความคิดของเรา เพราะเราคิดแบบนี้ เพราะเรายังไม่ได้เรียนไปเราค่อยคิดเหมือนกัน เอาความคิดของเราก่อนคอมพิวเตอร์คืออะไรคะ มีอีกไหม จักรพันธ์บอก คอมพิวเตอร์ก็คือ เครื่องคำนวณ หมดหรือยัง ทำไมตอบสั้นจัง นั่งลง ผมท่องมาตั้งแต่อนุบาลเลยครับ คอมพิวเตอร์คือเครื่องคำนวณ เหมือนเล่นต่อคำ เครื่องคำนวณ คนต่อไป กรพจ คอมพิวเตอร์เป็นอย่างไรคะ ในความคิดเรา อุปกรณ์ที่... อ๋อ โอ.เค. นั่งลง ไม่ได้ทำแค่คำนวณ ทเป็น Brain Robot สมองหุ่นยน์ที่มีสมองนะคะ พัฒนันท์ อำนวยความสะดวกพัฒนันตอบแบบนั้น อะไรก็แล้วแต่ โอ.เค. ค่ะ นั่งลง อะไรก็แล้วแต่ที่มาอำนวยความสะดวก ก็น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ มีอีกไหมคะ ที่อยากตอบ แต่ครูยังไม่ถาม อยากตอบเลยค่ะ จริง ๆ แล้วนะคะ ถ้าเขาบอกว่าคอมพิวเตอร์ ก็คือ อันนี้คือความหมายของคอมพิวเตอร์ หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ คำว่า "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" ต้องเป็นอย่างไรคะ ต้องใช้ ไฟ หล่อเลี้ยง ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่นี่ในการเลี้ยงเรียกว่า "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" นะคะ แต่คราวนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี่มันเยอะมาก หลอดไฟ ต้องใช้ไฟ แอร์ ก็ใช้ไฟนะคะ แต่เราก็ไม่ได้เรียกว่า "คอมพิวเตอร์" นะคะ ลักษณะที่ทำให้คอมพิวเตอร์มันเฉพาะ คือดึงออกมมาจากอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการ Manage ข้อมูล จัดการข้อมูลนะคะ จัดการข้อมูลนี่ทำอย่างไรบ้าง เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ลักษณะการจัดการนี่ คอมพิวเตอร์จะทำงานตามโปรแกรม เราใช้คำว่า ชุดคำสั่งนะคะ จะมีชุดคำสั่งกำหนดเอาไว้แล้ว เพื่อควบคุมให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ไม่สามารถทำงานได้เอง คิดได้เองเหมือนมนุษย์ ทำไม่ได้ค่ะ ต้องทำตามคำสั่งนะคะ ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ซึ่งระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์นี่มีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน อะไรก็แล้วแต่นะคะ ในโลกนี้นี่ ถ้ามีกระบวนการทำงาน 4 ส่วนต่อไปนี้ เราจะเรียนกอิเล็กทรอนิกส์ดีไวเป็นคอมพิวเตอร์ 1. รับข้อมูลได้ โดยผ่านอุปกรณ์ตัวไหนก็ช่าง แต่สามารถ Input ข้อมูลเข้าไปในตัวนั้นได้ 2. นะคะ พอรับเข้ามาเสร็จ ประมวลผลได้ การประมวลผล Prosent มันย่อย ผลไม่ได้หมายถึง แค่การ บวก ลบ คูณ หารนะคะ การประมวลผลไม่ได้หมายถึงแค่ว่าการคำนวณ มันประมวลผลได้เยอะกว่านั้น คำว่า "Process" น่ะนะคะ เก็บเอาไว้ หรือแสดงผลเลยก็ได้ หรือไปแสดงผลที่หลังก็ได้แต่สิ่งที่ proเก็บเอาไว้ระยะยาวนะคะ เรามีไหนคุณสมบัตินี้ ถ้าเราเป็น Robot แสดงว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ เก็บขอมูลได้นานไหมคะ เดี๋ยวเราจะทดสอบกันนะคะ ว่าเก็บข้อมูลได้นานจริงหรือเปล่า อย่างวันนี้เรียนไปแล้ว สัปดาห์ก่อนเรียนครูก็จะทบทวนก่อน 1 สัปดาห์ผ่านไป ยังเก็บข้อมูลได้ไหม ทดสอบนะคะ ว่าจักรพันธุ์ เป็นหุ่นยนต์ที่แฝในโลกอนาคตที่แฝงตัวมาหรือเปล่า อย่างนี้นะคะ ไม่ใช่ออกจากห้อง ก็ลืมแล้วนะคะ อันนี้คือขั้นตอนการทำงานนะคะ พอเป็นคอมพิวเตอร์เราก็จะคุ้นเคยกับตัวคอมพิวเตอร์นี้นะคะ มีแค่เมาส์กับคีย์บอร์ดไหม ไม่ค่ะ เยอะนะคะ แต่เขาเอา Input Unit เมาส์นะ คีย์บอร์ดนะ ทุกวันนี้ไม่ต้องใช้ 2 อย่างนี้ก็ได้นะคะ พอ Input เข้าไปปุ๊บ ก็ไปสู่กระบวนการ Unit กระบวนการที่ 2 Process ค่ะ การ Prosess นี่ไม่ได้มีแค่การมันไม่ได้มีแค่คำนวณ เพราะอย่างเช่น ครูพิมพ์ กรอกข้อมูล ก็คือเป็นชื่อนักศึกษา เราจะ Process อย่างไรกับชื่อนักศึกษา สิ่งที่เราป้อนเข้าไปเรียกว่า "ข้อมูล" ใช่ไหมคะ Raw Data ก็คือข้อมูลดิบนะ ครูพิมพ์ชื่อ-นามสกุลเข้าไป ทุกคนเลย ตอนนี้ สมมติทุกคนที่เป็นชื่อ-นามสกุลอย่างไรให้เป็น Information สิ่งที่ป้อนเข้าไป เราเรียก "ข้อมูลดิบ กับชื่อสกุลนี้ ทำอย่างไรให้มันจะเป็นสารสนเทศทำอย่างไรคะ Process อย่างไรได้บ้าง บวก ลบ คูณ หาร ได้ไหม เอาจักรพันธ์มาบงกเอาชื่อมาบวกชื่อได้อะไรคะ อย่างนั้นเรา Process อย่างไรได้บ้าง ถ้าไม่ใช่ บวก, ลบ, คูณ, หาร ถึงเรียกว่า Process ถ้าเรากรอกเข้า ๆ ไปมันก็ไล่กันไปค่ะ เรียกข้อมูลดิบเหมือนเดิม มันต้อง Process ตัวนี้ เพื่อแให้ได้ Infromation นักศึกษามี Idea ที่จะ Process ข้อมูลที่เป็นชื่อ-นามสกุลอย่างไรบ้าง นี่คือคำถาม ทำอย่างไรบ้างคะ เรียงลำดับตามอะไร เรียงลำดับตามตัวอักษร โอ.เค. คือ มันต้องมี If ให้ข้อมูลน่ะค่ะ If ก็คือเงื่อนไข เราอาจจะเรียงลำตามตัวอักษร อันนี้คือความซอกซ้อนอีกสเตปหนึ่ง หรือเรียงลำดับตามลำดับการป้อนถูกไหมคะ ใครป้อนชื่อใครก่อนก็เป็นลำดับ 1 ไล่ไป หรือป้อนชื่อใครก่อนก็ไม่สำคัญ แต่เราจะ Souce ข้อมูลเริ่มมีหุ่นยนต์แฝงตัวอยู่ในกลุ่มเรา เริ่มรู้ว่าไม่ต้องคำนวณก็ได้นะคะ เสร็จแล้วเก็บข้อมูลเอาไว้ค่ะ คอมพิวเตอร์จะมีส่วนที่เก็บข้อมูลในตัว เรารู้จักหน่วยความจำตัวนั้นไหมคะ ตัวนี้เขาใช้คำว่า "หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง" แปลว่ามันต้องมีหน่วยเก็บข้อมูลหลักใช่ไหม หน่วยเก็บข้อมูล Main Memories นะ ตัว Main น่ะค่ะ มีอีกไหม แคส เป็นรอม ระบบนะคะ แต่มันต้องมีกระบวนการนี้ คือเก็บในตัว และเก็บผ่าน เราเรียกหน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะ แต่มันก็จะมีตัวหลักอย่างที่ครูบอกไปนะคะ พอถึงเวลาหนึ่งสามารถเข้าข้อมูลมาแสดงเป็น Unit ออกมา อันนี้คือ 4 Step การทำงานของสิ่งที่เราเรียกว่า "ที่เป็นคอมพิวเตอร์ ถ้ามีครบแบบนี้เมื่อไหร่ อุปกรณ์ตัวนั้นน่ะ คือ คอมฯ คือคอมพิวเตอร์ นะคะ คือ คอมพิวเตอร์ คราวนี้เราลองมาดูลักษณะเอาไว้แบ่งน่ะ เอาไว้แบ่งประเภทน่ะนะคะ ว่าอันนี้คือคอมฯ ไหม ว่าอันนี้ไม่ใช่ ถ้าคอมพิวเตอร์จะต้องมีความเร็ว ทำงานเร็ว เราทำงานเร็วไหม ทำน่ะเร็วแน่นอน แต่ถึงไหม ไม่รู้ แต่เร็ว 2. เชื่อถือได้ไหม สิ่งที่จักรพันธุ์พูดเชื่อถือได้ไหม เชื่อได้นะคะ ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้นะคะ แต่เชื่อได้นะคะ ข้อมูลที่ นอกจากมีความเร็วเชื่อถือได้ต้องมีความถูกต้องแม่นยำด้วยนะ ข้อมูลที่ได้ออกมานะคะ เก็บข้อมูลได้เยอะไหม คำว่า "ได้เยอะ" นี่คือ เราเก็บข้อมูลได้เยอะไหม หลายกิ๊กเลย พออันนี้คือข้อมูลเฉพาะอย่างนะคะ ข้อมูลรายบุคคล นอกจากเก็บได้เยอะแล้วนะคะ ถ่ายโอนได้เร็ว โอนเร็วไหม ถ้าโอนไม่เร็ว ก็แปลว่าไม่ใช่คอมฯ นะ จักรพันธ์บอกว่า ผมก็อยากจะโอนเร็วเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้จะโอนอะไร โอนหนี้ให้ได้ไหม อันนี้คือลักษณะของคอมพิวเตอร์นะคะ คราวนี้เรามาดูวิวัฒนาการ ถ้าเราเคยอ่านหนัง นะคะ หนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บ้าง จะได้ไม่เป็นบังคับว่าทุกคนเคยอ่าน เราจะต้องรู้หรือเคยได้ยินมาบ้างนะคะ ว่า วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์นี่มันแบ่งเป็น 3 3 ช่วง นะคะ ในช่วงแรกนะคะ เราจะเรียกว่า ช่วงก่อนเครื่องจักร อันนี้มันใช้ได้ไหม ใช้ไม่ได้นะ มียุคก่อนเครื่องจักร มียุคก่อนเครื่องจักร ยุคหลังเครื่องจักร นี่ไง สงสัยจักรพันธ์อแค่นี้ เลยตอบมาว่าคอมพิวเตอร์คือเครื่องคำนวณครับ จบเลย 50 สไลด์อ่านไป 3 สไลด์ พอมาถึง ไสไลด์จำมาตลอดเลยตั้งแต่เกิดมานะคะ คอมพิวเตอร์ คือเครื่องคำนวณครับ จะตอบลูกคิดแล้ว ก็เลยบอกว่าเครื่องคำนวณจบ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของก่อนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ คือ เหมือนเราจะทำงาน หรือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง มันต้อนะคะ จุดคิด เริ่มต้นประเด็นประเด็นอย่างนี้น่ะค่ะ อันนี้อย่างเราเห็นลูกคิด เราคิดไหมว่าวันหน้าเราจะประดิษฐ์อะไร ไม่น่าคิดได้นะ เหมือนกับเห็นอุปกรณ์อะไรสักอย่างขึ้นมาวันหน้าเราจะเอาอันนี้ไปพัฒนามีไหม ไม่มีความคิดนั้นเลย ไม่เคยแทรกซึมเข้ามาเพื่อจุดประกายอะไร แค่เห็นอันนี้เห็นอันนี้เขาก็ไปประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ได้ฉะนั้น ก็ไม่แปลก ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักวิทยาศาสตร์นะคะ อันนี้คือจุดแรก ใช้งานเป็นไหมคะ เคยใช้เมื่อ 3 ชาติที่แล้ว ตอนนี้จำไม่ได้แล้วเคยใช้นานมาแล้วนะคะ ลูกคิด เกิดทันไหม ทุกวันนี้ยังมีใช้ไหม เราจะเห็นลูกคิดที่ไหนแต่มันจะเป็นสี ๆ นะมันจะเป็นแบบของเด็กเล่นน่ะ เขาให้เด็กฝึกคิดน่ะค่ะ แต่มันจะเป็นสี หรือร้านแบบเก่าแก่หน่อย ฉะนั้น ออกตัวไว้แล้วว่าไม่เคยใช้ เพราะมัน... มันจะมีความทรงจำครั้งสุดท้าย จำได้ว่ามันจะฝึกคิด อันนี้คือแทนหลักเลขน่ะ หลักเลขนะคะ หลังจากนั้นก็จำไม่ได้เพราะตอนนี้เอาคำนวณเราหยิบอันนี้ขึ้นมาไหม หยิบอะไร ไม่หยิบโทรศัพท์ก็หยิบเครื่องคิดเลขที่อยู่ใกล้มือ แล้วก็จิ้มเลย พออันนี้คิดอย่างไรนะ เห็นปุ๊บ เอาไปประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ดีกว่า เรานี่เห็นปุ๊บเรามาทำอะไรล่ะ งง ต่อมานะคะ มีพัฒนาต่อมาเป็นแบบ Napre Bone แท่งเนเปียร์นะคะ นะคะ ตัวนี้เขาเอาไว้คำนวณ เหมือนรุ่นเรานี่เกิดทันยุคสูตรคูณไหม สมัยประถม มัธยม มีสูตรคูณไหม ท่องได้ถึงสูตรไหน สูตร 2 สูตร 2 เองหรือ เดี๋ยวนะ ไอ้ท่องถึงสูตร 2 นี่เริ่มท่องจากสูตรไหน 12 ตอนนี้ยังท่องได้ไหมคะ ท่องได้สูตรไหนบ้าง มีเลือกท่องได้ด้วยนะ เออ ดีมาก เดี๋ยวจะให้โชว์สเตป การท่องสูตรคูณ ตัวนี้นะคะ เป็นจุด... เขาเรียก "อุปกรณ์คำนวฯ ที่ช่วยคูณเลข ในเครื่องเรา มันจะ ซูมดูได้ว่าการคูณของเขานี่ค่ะ แต่เขาก็คิดดีนะ เห็นลูกคิดปุ๊บ มาคิดอันนี้ต่อ มาคิดว่า ถ้าคูณใช้หลักการอะไร อันนี้ชาวสก็อตเป็นคนคิดนะคะ 4 คูณ 1 ได้ 4 ดูไล่แถวลงมาเลยค่ะ อันนี้คือบน คอลัมน์บน แถวบนเลยนะคะ เอาตัวบนนี่มาคูณกับเลขข้างหน้า แล้วก็ได้คำตอบมาเป็นตัวนี้นะคะ ไล่ลงมา พอเป็นคำตอบที่เป็น 2 หลักนะคะ เช่น 4 x 3 เป็น 12 เลขบนจะเป็น 1 ทับอยู่ด้วยเลข 2 นะคะ ก็มีพัฒนาต่อมาอีก 3 ตัวนี้ เป็นยุคก่อนเครื่องจักรนะคะ ก็มาเป็นสไลด์ลูเลอร์นะคะ คือตัวแท่งเนเปียร์นี่มันช่วยคูณ เคยเห็น เคยใช้งานแท่งอะไรแบบนี้ไหมเอามาขีดเส้นให้มันตรงนะคะ เคยดูรายละเอียดในนี้ไหม ไม่รู้ไว้ทำอะไร รู้แค่ว่าเอามาขีดเส้น เหมือนไม้เมื่อก่อนเรียกอะไรนะ สมัยครูเรียกแท่งโปรเทคนะคะ แต่พอมีเตอร์ ๆ นี่ ผู้ปกครองก็จะคิดว่ามันต้องแพง ขอสตางค์ซื้อไม้โปรแทรกเตอร์หน่อย 2,000 มันเป็นอะไรเตอร์ ๆ ต้องเป็นอะไรแบบแพง ๆ ไม้โปรแทรกเตอร์กี่บาท สมัยครูน่าจะแบบ 50 สตางค์ อันนี้ ใช้หลักอังกอริทึมอัลกอริทึมนะคิดนะคะ ใช้ในการคูณ ใช้ในการหาร ไอ้ไม้นี่นะ ไม้บรรทัดคำนวณนี่นะ ต่อมาก็เป็นยุคของ Calulating Cloc ยุคของเครื่องจักรแล้วนะคะ เริ่มมีกลไกนะคะ จักรกลในการคำนวณนะคะ ก็คือเขาปรับปรุงมาตั้งแต่ลูกคิด แล้วก็มาเป็นไม้บรรทัดนะคะ คำนวณ แล้วก็มาเป็นนาฬิกาคำนวณ เขาก็คิดประดิษฐ์ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะคะ เป็นเครื่องคำนวณ ของปาสคลาวนะคะ ปาสคาวก็คิด ที่ใช้ฟันเฟืองเป็นเครื่องแรก พวกนี้เราไม่ต้องท่องจำมันทั้งหมด เราแค่จำลักษณะเด่น นะคะ ในข้อสอบ ข้อสอบจะมีการถามความหมายของคอมพิวเตอร์ถามว่าตัวไหนเกิดก่อน-หลัง หลักการท่องจำนะคะ จริง ๆ เราต้องท่อเราต้องทำความเข้าใจ เพราะข้อความมันเยอะเราจำให้ได้ว่าก่อนเครื่องจักรนี่มีอะไร ยุคเครื่องจักรนี่มีอะไร ยุคหลังเครื่องจักรนี่มีอะไรบ้าง จำเป็นกลุ่มน่ะค่ะ ลูกคิดอยู่ยุคไหน เราก็นึกถึงลักษณะกายภาพของลูกคิด มันไม่มีกลไกอะไรนะ มันก็จะเป็นยุคก่อนเครื่องจักรกลนะคะ แท่งเนเปียร์ ครูบอกว่าใช้คำนวณ จักรพันธ์บอกว่าจำได้ถึงสูตร 12 การจำข้อมูลต้องมาจากแหล่งอ้างอิงแบบนี้ค่ะ ใช้คำนวณ แต่มันไม่ได้มีกลไก อันนี้ก่อนเครื่องจักรอย่างนี้ค่ะ อันนี้เริ่มเป็นเครื่องคำนวณเป็นเครื่องจักร เป็นเครื่องจักรนักคณิตศาสตร์เป็นคนคิดการคำนวณนะคะ ใช้ บวก ลบ คูณ หาร นะคะ ใช้สมัยแรก ๆ นะ ใช้ได้ แต่ไม่แม่นยำนะ หน้าตาก็จะเปลี่ยนไป เราก็เราสังเกตการตั้งชื่อ พวกนี้เรียกว่านวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมานะคะ ใหม่ ๆ จะให้เกียรติผู้ที่คิดค้นนะคะ อย่างตัวนี้นะคะ เครื่องคำนวณของไลนิส ของวินแฮมนะคะ ก๊อตฟรีส ก้ให้เกียรติคนนั้นนะคะ ไลนิสนี่ เป็นผู้ค้นพบเลขฐาน 2 รู้จักเลขฐาน 2 ไหมคะ เลขฐาน 2 มีเลขอะไรบ้าง 0 กับ 1 ในชีวิตประจำวันนักศึกษาใช้เลขฐานอะไรเป็นหลัก ถ้าใช้ฐาน 2 นี่ คุณจะพูดแค่ 0 1 0 1 1 แค่นี้นะคะ ไปตลาดนี่ซื้อปลาหน่อย 0 0 0 0 1 คนไม่มีสิทธิ์ไปซื้อปลา 20 บาื ซื้อหมู 30 บาท เพราะเลขฐาน 2 ไง ฐานก็จะมี 0 1 0 0 1 แค่นั้น สรุปแล้วในชีวิตประจำวันใช้เลขฐานอะไรเอ่ย ฐานสิบ มีเลขอะไรบ้าง ไม่ใช่ 0-10 นะคะ ก็จะมีจำนวนเท่ากับเลขฐานนั้นแต่จะน้อยอยู่ -1 น่ะนะคะ เลขฐานในโลกนี้มีฐานอะไรบ้าง ห้ามตอบซ้ำกัน ครูตอบเลขฐาน 2 No เลขฐาน 4 ไม่มีนะคะอย่าไปจำผิด เลขฐาน 2 เลขฐาน 8 เลขฐานสิบ เลขฐานสิบหก หมดหรือยัง เลขฐาน 16 มีเลขไหนถึงไหน 0 ถึง 15 หรือเปล่า A นี่คือ 0-15นะคะ ฐาน 16 นี่ คือ 0-9 10 นี่เป็น A ไล่ไปนะคะ สวัสดีจ้ะ เริ่มมีเลขฐาน 2 มา นะคะ เราใช้ในชีวิตประจำวันเป็นเลขฐาน 10 ตอบในข้อสอบให้ถูกนะคะ อย่าไปตอบเลขฐาน 2 นะคะ ต่อมานะคะ เครื่องจักรกล ก็จะเป็นแจกการ์ดรูม อันนี้จะเป็นชาวฝรั่งเศสคิดนะคะ นะคะ มารี่แจ็กการ์ด ชุดคำสั่ง เพราะชุดคำสั่งนี่ ภาษาไทยใช้ชุดคำสั่งนะ แต่เรานี่ เราจะเรียก "โปรแกรม" นะคะ ถือเป็นเครื่องจักรที่มีโปรแกรมเป็นเครื่องแรก เครื่องที่มีฟันเฟืองเป็นเครื่องแรก คือ จักรพันธ์ผู้มีความจำดี ครูพูดไปเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว เครื่องที่มีฟันเฟื่องเป็นเครื่อคือ ถูกหรือเปล่า ถูกไหมคะ ครูบอกว่า คุณเป็นคอมพิวเตอร์ไหม คอมพิวเตอร์ไหม ต้องมีความถูกต้องแม่นยำ จำได้เยอะ และถ่ายโอนได้เร็วนะคะ ฉะนั้น ครูจะพูดเฉพาะตัวที่เป็น Keyword ตื่นเต้นไงรีบูทไหม อันนี้ถือเป็น ที่ใช้โปรแกรมเป็นเครื่องแรก มีชุดคำสั่งน่ะค่ะ แล้วก็ประดิษฐ์เครื่องเจาะบัตรด้วย ไว้เก็บข้อมูล เราดูหน้าตานักวิทยาศาสตร์แต่ละคน มิน่าล่ะ เราถึงเป็นคนธรรมดา มันต้องมีลักษณะเฉพาะนะคะ เป็นอะไรที่ดูเป็นผู้รู้ ผู้รู้ผู้ตื่น แล้วมาเป็นชาน แบบเบดเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนไหมคะ เป็นคนประดิษฐ์ Difranet ก็คือเครื่องคำนวณผลต่าง คำนวณผลต่าง นี่คืออะไรเอ่ย คำนวณผลต่าง การหาอะไร การหาค่าอะไร ใบ้ให้ ก. บวก ข. ลบ - ค.ควาย คูณ ง. งู หาร จ. จาน ที่กล่าวมาผิดหมดใครเลือก + ยกมือ ก. ไก่ เงียบ ข.ไข่ ลบ 1, 2, 3 มีลอกกันด้วย ค.ควาย คูณ ง. งู หาร จ. จาร ที่เหลือต้องยกหมดเลยค่ะ ไม่รู้เลย Differnt คือ จริง ๆ แปลตามตัว หมายถึงว่าตัวตั้งนะ แล้วก็ค่าที่กำหนดนะ แล้วไอ้ที่เหลือล่ะ ไอ้ที่เหลือน่ะ แปลว่าเหลือจากอะไร มีผลไม้ อยู่ 5 ลูก มีคนเอาไป 3 ลูก ไอ้ที่เหลือนะ คือ ค่าอะไร คือ ผลต่าง ก็คือการลบ ผลต่างคือลบนะคะ เรียนไปแล้วอย่าไปตอบเด็กรุ่นนี้ไม่รู้จักผลต่างนะคะ ชานแบ็บเบด ชาวอังกฤษนะคะ เขามีตารางนะคะ ตารางคำนวณสำหรับการคำนวณนะคะ ยังเป็น เป็นอะไรนะเป็นอีกอย่างหนึ่ง เขามียศฐาบรรดาศักดิ์อยู่นะ ยังไม่เฉลยข้ามไปก่อน ต่อมานะคะ ลูกชายเขาก็เอาหลักการคิดนะคะ ของพ่อนี่ มาพัฒนา เราเรียกว่า Analyicalengine ยังเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลการคำนวณอยู่ เครื่อง มันจะสามารถ มันจะสามารถอินพุท เข้าไปผลได้ควบคุมให้ตัวเครื่องจักรนี่ทำงาน ให้ตัวเครื่องจักรนี่ทำงาน และมีเก็บข้อมูลไว้เป็นหน่วยความคนอื่นนี่คือประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ 1 อย่าง แบบเบดนี่ เขามีสิ่งประดิษฐ์หลายอย่าง ได้รับสมญานามว่า ได้รับสมญานามว่า... จุด ๆ ไว้ก่อน ไม่เคยได้ยินชื่อชาญแบบเลดเอาจริงหรือ เดี๋ยวค่อยเฉลย ต่อมานะคะ ยุคของเครื่องจักร หลังจากเครื่อง analอันนี้คือเครื่อง เราเรียก "เครื่อง A B C" อย่างที่บอกการตั้งชื่อนวัตกรรมพวกสิ่งประดิษฐ์เราจะให้เกียรตินะคะ อันนี้ก็คือ จอร์นวี กับลูกศิษย์ของเขา ประดิษฐ์เครื่องคำนวณขนาดเล็ก แต่เครื่องนี้ใช้หลอดใช้หลอดสูญกาศในการทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบดิจิทัลเครื่องแรก อันนี้พอผ่านไป 3 สไลด์จะถามอีกทีนะคะ ตัวนี้เป็นเครื่อง... เขาเรียกอะไร "เครื่องคำนวณ" แต่มันมีขนาดเล็กนะคะ มันจะใช้ตัว Walcome ในระบบการทำงานนะคะ ถือเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบดิจิทัลน่ะ เครื่องแรก ก่อนหน้านี้มันเป็นอะนาล็อกมานะคะ ต่อมานะคะ ก็จะมีการประดิษฐ์ mark one อันนี้เป็นชื่อของเครื่อง ขนาดของเครื่องคือทั้งหมดนี่นะคะ คือทั้งหมดนี้ 1 ห้องน่ะ คือ 1 เครื่องอันนี้ คือ ขนาดของเครื่องนะคะ อันนี้คือ Harword เป็นคนประดิษฐ์อันนี้ได้ทุนของ IBM นะคะ IBM ก็จ้าง เป็นเครื่องคิดเลข นั้นนี่ อันนี้ใช้คิดเลขค่ะ แต่เราเรียกว่า "เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์" แล้วก็มี อินิแอค เอินิแบค เอสแบค ย่อย ๆ ๆ ลงไปอีกนะคะ แล้วก็มีของมอสรี เป็นคนประดิษฐ์ EDa กับ S Cave อันนี้ ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่ใช้ระบบเลขฐาน 10 แต่ละเครื่องมันจะมีจุดเด่นนะ เราอย่าไปท่องทั้งหมด เอาแบบจุดเด่น ทำอะไร เขาใช้ในกองทัพของทหารน่ะค่ะ ใช้ทำอะไร ใช้คำนวณวิถีกระสุน รู้จักกระสุน วิถีกระสุนคือ แปลเป็นภาษาบ้านเราสิคือ การยิงกระสุนนี่นะ ยิงแบบหวังเป้านะคะ ไม่เหมือนยิงกระปอมนะคะ มันไม่มีวิธีกระสุนแบบคำนวณได้น่ะ แต่ของเขาวิถีกระสุนคำนวณได้ ให้กระสุนไปทางไหนนะคะ ก็ใช้เครื่องคำนวณนี้ในการคำนวณทิศทาง เราเรียกวิถีกระสุน แล้วก็มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อีกตัวหนึ่งนะคะ เราเรียก"S Vac" มีหน่วยเก็บข้อมูล เราเรียก "หน่วยความจำ ต่อไป ก็จะเป็น U nivac เริ่มเยอะ ตัวนี้ถือเป็นเครื่องแรกของโลกที่ใช้ในงานธุรกิจ ใช้เลขฐานสิบเหมือนกัน ไอ้เครื่องใหญ่ ๆ นี่ล่ะค่ะ อันนี้ ก็คือหมดยุคของเครื่องจักร ต่อไปนะคะ เราจะมาพูดถึงตัวเทคโนโลยีหลัก อย่างตัว Walcome till ก็คือหลอยศูนย์ยากาศ แต่นักศึกษาไม่ต้องท่องจำ ไม่มีในข้อสอบค่ะ ปี พ.ศ. ปี ค.ศ. ไม่ต้องไปท่อง ตัดออกไป เปลืองพื้นที่สมองน้อย ๆ ของเรา รู้แค่ว่าหลอดศูนย์ยากาศ อุปกรณ์ที่ใช้เป็นอันดับแรกในการประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็คือใช้หลอดสูญกาศนะคะ เราสังเกตว่า คอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ จะใช้ในแวดวงทหาร จะให้ในแวดวงการธุรกิจ เพราะมันมีกำไรขาดทุนนะคะ มันมีข้อมูลตัวเลขเยอะ ๆ นะคะ แวดวงการศึกษาหลัง ๆ นะคะ อันนี้ คือ หลอดศูนย์ยากาศ คราวนี้หลอดสูญญากาศมันมีลักษณะเฉพาะนะคะ เขาใช้หลอดสูญกาศเป็นหลักในการประดิษฐ์คิดค้น พวกเครื่งอจักรกลต่าง ๆ แต่ลักษณะของหลอดสูญญากาศ คือ มันจะใช้พลังงานในการทำงานน่ะสูง ทำให้เกิดความร้อนได้เร็วนะคะ ตัวเครื่องก็มี ก็ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่เพื่อระบายความร้อนได้ดี เปิดทำงานไปนะคะ อาจจะชั่วโมงหนึ่งก็ต้องปิด เพราะมันร้อน อันนี้คือลักษณะของคอมพิวเตอร์ช่วงแรก ๆ คืออย่าง X vac Uniac เพราะว่าใช้หลอดสูญญากาศ ใช้ภาษา เคยได้ยินภาษาแมชชิล ภาษาระดับต่ำ ที่ใช้เลขฐาน 2 เป็นหลักนะคะ ก็คือใช้ 0 1 0 1 น่ะ ในการเขียนโปรแกรม เราเรียก "ภาษาเครื่องนะคะ ถือเป็นภาษาระดับต่ำ แล้วก็มีภาษาสัญลักษณ์ เราเรียก simbolic เป็นสัญลักษณ์น่ะของเลขฐาน 2 น่ะ ยุคแรก เราจะเขียนโปรแกรมสั่งงานเราต้องรู้รหัสเลขฐานสองนะคะ ต่อมานะคะ ด้วยข้อจำกัดของหลอดสูญญากาศหลอดสูญญากาศที่ให้พลังงานไฟฟ้า ใช้พลังงานความร้อนสูงน่ะ เปิดคอมฯ ไม่นานก็ต้องปิด ก็เลยมีพัฒนามาใช้ทรานซิสเตอร์แทน เล็กแต่เวลาใช้งานเราจะใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นนะ ไม่ได้ใช้แค่ทรานซิสเตอร์อย่างเดียวนะคะ เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เรียกว่าเป็น สูญกาสส แต่สามารถจุข้อมูลได้มากกว่า ไม่ต้องใช้เวลาในการวอมเครื่องนาน เปิดเครื่องได้นานขึ้นนะคะ วอมเครื่องก็เหมือนการบูธน่ะ ถ้าใช้สูญกาศ แต่พอเป็นทรานซิสเตอร์ยุคที่ 2 นะคะ อันแรก คือ เววคัม นะคะ แล้วก็เกิดภาษาสัญลักษณ์ขึ้นมาอย่างจริงจัง ก็คือ Asmbiy เคยเขียนไหม ไม่เคย ไม่เคย ตัว แอสซำบี่ เป็นตัวควบคุมเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมหุ่นยนต์น่ะค่ะ ก็ตัวภาษาสัญลักษณ์ปรับนะคะ ทุกวันนี้ตัวที่ใช้ คือ phyton ภาษา C น่ะ อย่างนี้นะคะ ใช้ในการควบคุม พอมายุคทรานซิสเตอร์นี่ มีภาษาระดับสูงเกิดขึ้น ทำให้เกิดตัวแปลเขาเรียกตัวแปลภาษา ก็คือ Compirler กับ Interpiter การคอมไพล์โปรแกรมไปเป็นภาษาระดับสูง เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์รู้ ภาษาระดับสูงคือคน สูง คือ คนเรียนรู้ได้ง่าย แต่คอมไม่เข้าใจ ต้องผ่านตัวแปลภาษาก่อนนะคะ แล้วก็มาเป็นยุคอินเท เซอกิจ ไอซีมียุคแรกIC ยุคแรกจะเป็นวงจรรวม นะคะ ตัวนี้เป็นยุคแรกของ IC นะคะ IC คือตัวเล็ก ๆ แบบนี้ 1 ตัวก็คือ ขึ้นอยู่กับว่า มีคุณสมบัติทำอะไรได้น่ะค่ะ เขาเรียก IC แล้วก็เกิดในยุคที่เป็นแผงวงจรนะคะ ในวงจรรวม ก็เกิดระบบปฏิบัติการเกิดขึ้นเกิดขึ้นถ้าในข้อสอบเขาถามว่า Operating system เกิดในยุคไหน ยุคหลอดสูญญากาศไหม หรือยุคทรานซิเตอร์ หรือยุค วงจรรวมหรือวงจรรวมขาดใหญ่ อันนี้เราต้องแยกให้ออกว่ามันอยู่ตรงไหนนะคะ OS เกิดในยุค IC นะคะ แล้วก็มาเป็น VLSI I อันนี้เป็นวงจรขนาดใหญ่ ใหญ่ขึ้นแต่ว่าเป็นวงจรที่มีขนาดใหญ่ ใหญ่ขึ้น สั่งงานได้เยอะขึ้น ขนาดของวงจรน่ะ แผงวงจรน่ะมันจะเป็นขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าเป็นทุกวันนี้ก็คือ mainboard รู้จัก เมื่อก่อนมันจะเป็นเล็ก ๆ นะ ก็คือ 1 อย่าง ก็คือทำงาน 1 อย่าง แต่พอเป็น Mainboard นี่ มีวงจรในนั้นนะคะ มีอุปกรณ์หลายตัวที่ไปต่อกับ Mainboard ที่ไปทำงานมากขึ้นนะคะ ยุคแผแล้วปัจจุบันล่ะ คอมพิวเตอร์ในบุคปัจจุบันนะคะ ไม่ได้ใช้ในการคำนวณอย่างเดียว ต้องมีความฉลาด ความฉลาด คือ ทำงานได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ ช่วยตัดสินใจ ช่วยทำงานมากกว่าแค่คำนวณน่ะค่ะ คือ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันถึงอนาคตนะคะ เราเรียกยุค "ปัญญาประดิษฐ์" ค่ะ AI เป็นอีกสาขาหนึ่งที่น่าเรียนเรียนแล้วก็ไปสร้างหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ที่มีความฉลาดเหมือนมนุษย์ ตอนนี้ยังผลิตไม่ได้ ยังผลิตหุ่นยนต์ที่ฉลาดเหมือนมนุษย์ไม่ไ้ดเพราะอะไร ในฐานะที่ทุกคนเป็นมนุษย์ เคยคิดอย่างหนึ่งแล้วพูดออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่งไหมคะ หุ่นยนต์ทำแบบนั้นได้ไหมคะ ไม่ได้ค่ะ ทำแบบนั้นได้ไหม ไม่ได้ค่ะ หุ่นยนต์ก็คือเครื่องจักรกล มันจะทำงานตามชุดคำสั่งที่เราเขียนให้ ถ้าเราเขียนแบบนี้ คำตอบ ก็คือได้แบบนี้ จักรพันธ์ อาจจะแบบ ทำไมอาจารย์สอนนานจัง ครูถามจักรพันธุ์เรียนสนุกไหม อันนี้ คือ มนุษย์นะคะ แต่หุ่นยนต์ทำแบบนี้ไม่ได้ ฉะนั้น การพัฒนาเครื่องจักรกลให้ทำงานได้เหมือนกับมนุษย์เลย ยังยากอยู่ เขาก็เลยใช้วิธีการมาประดิษฐ์สิ่งรอบข้าง มนุษย์ยากใช้ไหม มาทำรอบข้างเถอะค่ะ ให้มีความฉลาดน่ะค่ะ เราก็เลยเรียกระบบที่เกิดขึ้น เรียบ ๆ เคียง ๆ AI นี่ว่า IOT เคยได้ยินไหมคะ คำนี้ Internet of thing นะคะ คืออะไร ก็คือระบบอะไรก็แล้วแต่ เคลือข่ายอินเทInternet of Thing คือ เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แล้วควบคุมอุปกรณ์เหล่านั้นให้ทำงานได้ แบบแบบไหน แบบตามคำสั่งอาจจะตั้งเวลาไว้หรือแค่กดสวิตช์ อย่างนี้น่ะค่ะ อยู่ในยุคของปัญญาประดิษฐ์น่ะ การเขียนโปรแกรมก็เป็นภาษาเชิง Object รู้จักไหมคะ คือ เมื่อก่อนการเขียนโปรแกรมมันจะเป็นแบบภาษาโครงสร้างนะ ภาษาโครงสร้างนี่เขียนอย่างไรเอ่ย เขียนทีละบรรทัด คีย์เข้าไปแล้วสั่ง Rus มันก็จะทำงานได้อย่างหนึ่ง แต่ภาษาเชิง Object นี่ เราไม่ต้องไปจำ Sytax อะไร ลากวัตถุมาวาง แล้วดับเบิลคลิกเข้าไปเขียนคำสั่งควบคุมตัว Object นั้น นั้นตัวโปรแกรมภาษาโครงสร้างเราต้องเขียนครบทุกบรรทัด แล้วก็สั่งให้โปรแกรมมัน Comply ว่ารับค่าข้อมูลหรืออะไร นักศึกษาออกแบบหน้าจอให้สวยงามได้เลยค่ะ แล้วค่อยเขียนโค้ดที่หลัง เราจะเห็นหน้าตาก่อน ส่วนการทำงานจะอยู่ทีหลัง แต่เชิงโครงสร้างนี่เราถึงจะเห็นผลลัพธ์ นะคะ ไม่รู้เกิดในยุคนี้ดีไหม ได้เรียนเขียนโปรแกรมที่เป็นแบบโครงสร้างไหมคะ ภาษาอะไรเอ่ย ภาษา C C เป็นภาษาโครงสร้างค่ะ คนอื่นได้เรียนไหม ได้เรียนทั้งห้องนะ เคยเขียนภาษา C ไหมคะ จักรพันธ์เคย เหมือนจะ กำลัง ตอนนี้กำลังประมวลผลอยู่ว่าเรียนตอนไหนนะ ภาษา C นี่เขียนอย่างไร เป็นบรรทัด ๆ ๆ หรือเอา ภาษา C จะมี 2 โหมดนะคะ ภาษา C เวอร์ชันของจักรพันธ์นี่ เป็นกึ่ง Object ถ้าภาษา C โดยต้นกำหนดนี่ เขียนโค้ดในหน้าจอสีเทา สีน้ำเงินแล้วแต่เวอร์ชัน เขียนเสร็จ Compie ค่ะ เสร็จ ถึงจะได้หน้าจอรับข้อมูลนะคะ แต่อีกเวอร์ชันหนึ่ง เขาเรียก 2 โหมดนะคะ โหมดที่เป็นคอมมาน กับโหมดที่เป็นออฟเจ็กนะคะ เขาก็พัฒนาตัวภาษา ให้ตัวภาษาให้มันสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นนะคะ เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เหมือนในรูป อันนี้คือ C ดูจากเครื่อง C แบบโครงสร้างสมัยโบราณเลย คีย์คำสั่ง พิมพ์คำสั่งผิด มันก็ว่าให้เราด้วยนะคะ Back Command แปลว่า คำสั่งที่เราพิมพ์น่ะมันผิด หรือ ถ้ารูปแบบผิด มันก็จะบอกว่า Sintace Errorแปลว่าเจ้าน่ะ เขียนคำสั่งผิดมันจะเช็กทุกบรรทัดเลยค่ะ บางทีมันก็บอกว่าเราลืมใส่จุด ลืมใส่จุดนี่ก็ผิดนะ เราเรียก พูนสต็อปนะ หรือ โคลอน เวลาเขียนภาษาคำสั่งแบบนี้นะคะ แต่ข้อดีของมัน คือ มันยากตอนเขียน แต่ตอน Compileตอน Run นี่ง่าย Complyเพราะมันไม่ได้เป็นกราฟิกนะ ไม่ได้เป็น Objectคราวนี้นะคะ เราอ่านโจทย์ให้ดีนะคะ ในข้อสอบจะถามว่าคอมพิวเตอร์จะแบ่งเป็นกี่ประเภท แต่ในโจทย์นะคะ ที่ครูเห็น แอบไปส่องข้อส บการแบ่งประเภทคอมพิวเตอร์นี่ มันขึ้นอยู่กับเกณฑ์เราต้องอาบโจทย์ให้จบนะคะ ว่าใช้เกณฑ์อะไรแบ่ง เกณฑ์ขนาด เกณฑ์ราคา เกณฑ์ประสิทธิภาพ หรือเกณฑ์ในการประมวลผลความเร็วนะคะ อย่าเพิ่งเห็นโจทย์ปุ๊บ อ่านครึ่งโจทย์แล้วตอบ อ่านโจทย์ให้จบวิเคราะห์ โดยใช้เกณฑ์อะไร แล้วค่อยตอบนะคะ 60 ข้อรู้สึกให้เวลา ถ้าเป็นเรา 60 นี่ เราใช้เวลาทำแค่ไหน ข้อละ 1 นาที เสร็จไหม ข้อสอบเสร็จ หรือเราเสร็จ ข้อสอบก็เสร็จ ปกติครูให้เวลา 2 ชั่วโมง ให้ข้อละ 2 นาทีน่ะค่ะ ไม่มีคำนวณ ข้อสอบที่ทำไว้ นักศึกษาที่ทำปุ๊ปสอบเสร็จส่งข้อสอบรู้คะแนนเลย ตกก็คือรู้เลย ผ่านก็รู้เลย แก้ก็ไม่ได้ แต่เดี๋ยวค่อยว่ากันนะคะ ข้อสอบนั้นมีเนื้อหาทุกบทเลย 6 บทนี้น่ะ ทำแบบออนไลน์นั่นล่ะ แต่ออนไลน์ในห้องนี้ เราก็เปิด ก็เอามือถือ Scen แต่อ่านโจทย์ดี ๆ สอบก็เดี๋ยวดูก่อนว่าสอบที่ไหน เพิ่งเรียนบทที่ 1 สอบเลยเหรอ Close ครูถึงบอกหลักการท่องจำไง บทที่ 1 มีข้อสอบอยู่ 6 ข้อครูบอกมาแล้ว 6 ข้อแล้วนะถึงจุดนี้ 6 บทค่ะ อันนี้บทที่ 1 บทแรกมี... มันมี 60 ข้อน่ะค่ะ บทละ 6 ข้อ พูดผิดทบละ 10 ข้อ ก่อนหน้านี้มันมี 80 ข้อ มีเวอร์ชันที่ 1 80 ข้อ 40 คะแนน เขาว่ามันเยอะไป ในทีมงานทีมงานนั้นน่ะ ทีมงานส่วนกลาง เขาก็เลย Prove เหลือแค่ 60 ข้อนะคะ 30 คะแนน ที่ผ่านมา บอกสถิตินะ เหมือนเล่นเกม คนที่ทำได้สูงสุด เราว่าได้เท่าไร 30 นี่แค่ผ่านเองนะ เอาคะแนน เอาจำนวนข้อสิเราคิดว่าเขาทำได้เท่าไร 58 ข้อ เราจะเป็นคนที่ทำได้เต็มใช่ไหม สงสัยจะได้เต็มส่วน เดี๋ยวก็รู้นะคะ บทละ 10 ข้อ จากตั้งแต่ที่ครูเข้ามายืนตรงนี้ บอกข้อสอบไปแล้ว 5 ข้อบอกมาเรื่อย ๆ เลย ตรงนี้ก็ออกข้อสอบนะ ตรงนี้เขาออกข้อสอบนะ ตรงนี้คือข้อสอบนะ ฉะนั้น ถ้าใครมีแบบ Lacherจดไว้ที่ไหนก็ได้ค่ะ พอเวลาสอบ มัน Close ไม่ได้อาบน้ำเลยนะ จดที่ไหนก็ได้ค่ะ จดใส่มือเพื่อน จดใส่... จดใส่ 5 ข้อเอง เห็นไหมเราก็ไปแชร์กับเพื่อนไง ที่ครูบอกข้อสอบอย่างนี้ค่ะ หนึ่งในนั้นเขาถามเลยว่าบิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใคร ใคร ประยุทธ์ อย่าเล่นของสูงนะคะ บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใคร ให้ทาย มีอีกไหมคะมีอีกำไหมคะ ลองทายดู คนที่จะได้รับยกย่องเป็นบิดาคอมพิวเตอร์จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่รุ่นลูกหลาน ชาน แบปเบทเป็นบิดาของคอมพิวเตอร์นะคะไม่ใช่จักรพันธุ์นะคะ ไม่ใช่ เอ๊ะ ข้อสอบข้อนี้ไม่มีเฉลย ไม่มีที่ท่องมาทำไมไม่มี โอ.เค. นะ เรามาดูคอมพิวเตอร์ยุคนี้ยุคซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ครูก็ยังไม่เกิดเหมือนกัน 1960 เกิดก่อนครูนิดหน่อย อันนี้ปี ค.ศ. อย่างที่ครูบอกไปว่า คอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ เขาใช้ในแวดวงทหารแล้วก็มาเป็นแวดวงการทำธุรกิจนะคะ การศึกษานี่หลัง ๆ มานะคะ เคยได้ยิน ชูเปอร์คอมพิวเตอร์ไหมเอ่ย เคยเห็นไหม นี่ดูในรูป นะ น่าจะมีอีกสักเครื่องนะครูว่า อันนี้เป็นการแบ่งคอมพิวเตอร์ตามประสิทธิภาพการทำงานนะคะ ตามขนาดและราคา เครื่องละไม่กี่สิบล้านแค่นั้นเอง ขนหน้าแข้งไม่ร่วง เพราะร่วงไปหมดแล้วนะ เป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่นะคะ ราคาแพง สามารถคำนวณได้แบบซับซ้อน ยุคโน่นนะวันนี้ยังมีไหม ประเทศไทยมีไหม ประเทศไทยนี่ก็รวยนะ จนแต่เรานี่ล่ะ มีคนรวย แต่เราอยู่ในกลุ่มคนจน เราก็มาเป็น Mainframe นะคะ อันนี้เรียงตามประสิทธิภาพการทำงาน ถ้าเขาให้เรียงลำดับ เราต้องเรียงให้ถูกนะคะ อะไรใหญ่สุด ประสิทธิภาพรองลงมา ๆ รองจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ก็คือ Mainframe Mindfrom ใครตอบอันนี้ได้ให้ 2 คะแนน แบบ local กับรีโมท ตอบได้อันหนึ่งใน 1 คะแนน ตอบได้ทั้งคู่ให้ 2 คะแนน เดี๋ยว ๆ เรียบเรียงคำพูดดี ๆ ทำงานแบบ Locle เป็นอย่างไรเอ่ย ก็ ถูกเปล่า ยัง ยังไม่ถูกค่ะ ค่ะ ข้างหลัง อะไรนะ พูดดัง ๆ นะ เพราะว่าครูก็หูตึง ครูก็อายุเยอะแล้ว หูก็ไม่ค่อยได้ยินตอบมาเลยค่ะ ไม่มีหักสุ่มไปอาจจะถูกได้คะแนนไป การทำงาน Locat เป็็นอย่างไร ทำงานแบบ Remote เป็นอย่างไร งานนี้มีแต่ได้ค่ะ ถ้าตอบ ตอบมาอันหนึ่งก็ได้ หมดหรือยัง รีโมท คือ ทำจากข้องนอกเข้ามาที่ตัวเครื่องหลัก โอ.เค. ได้ 1 คะแนน โอ.เค. พฤหัสบดีเท่าไร เรา 04 กรพจ นะ ได้ 1 คะแนน Remoet คือ เราเปิดเครื่อง วิธีทำงาน เห็นภาพนะ แล้วเราอยู่ที่บ้าน หรืออยู่ที่อื่น แต่เราสามารถเปิดเครื่องที่เราใช้งานที่อื่นน่ะค่ะ มาทำงานไ้ดเครื่องที่ทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าเครื่องหลักเขาเรียกการรีโมท เอาง่ายสุด เวลาเราใช้รีโมท นึกออกไหมคะ เราต้องไปกดที่เครื่องไหม เราอยู่ไกล ๆ ได้ไหม อันนั้นคือรีโมต กดจากนี้ แต่เครื่องมันต้องเปิดอยู่นะ มันต้องแชร์ไว้นะ นึกออกไหมคะ เปิดเครื่องเฉย ๆ ก็ไม่ได้ มันต้องแชร์พอร์ตด้วย ทำอะไร ยังไม่ได้ Locle เลย 2 คำนี้มันตรงข้ามกันสิ ตอบค่ะ ทีละคนใครจะตอบก่อนครูใบ้ให้แล้วนะ เป็นอย่างไรเอ่ย ตอบค่ะยัง ขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อย อันนี้ Intranet ยังไม่ใช่ Local แบบไหน เฉพาะที่อย่างไร พูดพอมาเรียนคอมพิวเตอร์ก็เริ่มคิดเยอะ มีต่างจากที่ตอบมาไหมคะ เราคิดเยอะ เฉลย อย่างไร แบบไหน เป็นสิ่งที่เข้าใจแต่อธิบายไม่ได้ เหมือนเป็นการนิยามความรัก เพิ่งผ่านวันวาเลนไทน์มา บางคนก็อกหักไป สรุปคืออะไรคะ รีโมตมันตอบยากกว่าอีกนะ แบ่งกันกับ แบ่งคะแนนกันกับกรพจ คนละหนึ่ง Local คือ นั่งทำงานหน้าจอเครื่องนั้นล่ะ โอ.เค. ไหม รีโมตคือไปนั่งเครื่องอื่น แต่สั่งงานเครื่องนี้ไหมคะ โอ.เค. มันยากตรงไหน Local คือ ท่องถิ่น ภาษาอังกฤษมันดิ้นได้ บางคนกำลังจะตอบท้องถิ่น ตอนนี้เราอยู่ในเมืองท้องถิ่น เราอยู่ในเมือง เราออกไปต่างจังหวัด Local คือ เหมือนที่เราใช้คอมพิวเตอร์นี่ค่ะ นั่งอยู่หน้าเครื่องนี้ ก็ใช้เครื่องนี้ ใช้ทรัพยากรเครื่องนี้ อันนี้คือ local แต่รีโมท คือ นั่งเครื่องอื่นแต่ควบคุมเครื่องนี้ เหมือนเรานั่งอยู่แต่ทีวีอยู่โน้นน่ะ โอ.เค. นะ ผ่านไป ใช่แต่เราควบคุมน่ะ เราควบคุมเพื่อนน่ะให้ทำงาน ต่อไปขนาดเล็กลงไป ก็คือ mimicom นะคะ ก็ยังถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่อยู่นะ แต่ใช้กับองค์กรที่มีขนาดกลางขึ้นมาถ้าเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือ Mainframe นี่ เท่ากับห้องหนึ่งอย่างนี้นะ แต่ถ้าเกิดเป็น Mini Comp กับ PC ที่เราใช้กันนะคะ เก็บข้อมูลได้น้อยลง ได้น้อยลงไม่ได้หมายความว่าน้อยลงเมื่อเทียบกับซูเปอร์คอมฯน่ะ แล้วก็มี work station จะทำงานด้านกราฟิกได้ ดู แบบนี้นะคะ คือ แต่ละเครื่องสามารถสั่งงานผ่าน มีระบบบริการให้ ใช้หลายเครื่อง แต่ทำงานเดียวกันนะคะ เป็นสามารถประมวลผลได้จากหลาย ๆ เครื่อง เคยทำงานแบบนี้ไหมคะ เราสามารถ อย่างตอนนี้เราแชร์จอได้ เรามีคอมพ์อยู่ 2-3 จอแต่เล่นเกมด้วยกันอันนี้เรียกว่า "เครื่อง Workstation" นะคะ ส่วนมากใช้กับงานทางด้านกราฟิก ตัดต่อโน้นนี่ แล้วก็มาเป็น ไมโคร คอมฯ ไมโครคอมฯ เราจะไม่เรียก ถ้าเราเรียก "ไมโคร" จะเรียกตามขนาด ก็คือ PC นะคะ PC ก็คือ Persernal comแต่ไมโครคอมจะเรียกตามขนาด แต่ถ้าเกิดเรียกตามการใช้งาน เราจะเรียกว่า "PC" คอมฯ ตั้งโต๊ะ แรก ๆ จะมี 2 บริษัทพัฒนา ก็คือ IBM กับ บริษัท Apple นะบริษัท Apple เล็กลงไปอีก ก็คือ Notebook นะคะ จริงไหม เขาบอกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพเท่ากับกับ PC Note book จะแพงกว่า เราคิดว่ามันเป็นเพราะอะไรคะ เป้าหมายของ PC คือ อยู่กับที่นะ แบบ Local Note book ล่ะ Local ค่ะ ก็ Local ค่ะ แต่ Local ได้หลายที่ ไม่ได้ อยู่ที่เดิม นะคะ วัสดุอุปกรณ์ที่เอามาใช้เลยต้องเล็ก เบา อย่างนี้นะ Notebook รุ่นใหม่ ๆ จะไม่มี CD-ROM เพื่อให้ขนาดตัวเครื่องมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบานะคะ เน้นการใช้งานนอกสถานที่ เล็กกว่า Notebook มีไหมคะ เราเกิดทันอันนี้ไหม ทุกวันนี้ยังมีไหม เขาใช้ทำอะไร ใช้งานเฉพาะ เฉพาะอย่างเฉพาะอย่าง เก็บข้อมูลเฉพาะอย่าง ใช่มือถือไหม ไม่ใช่ มือถือทำได้มากกว่านี้ไหม ถูกต้อง มือถือทำได้มากกว่านี้ อันนี้ทำได้แค่ อย่างจักรพันธุ์ซื้อมาเครื่องหนึ่ง คุณก็มาติดตั้งระบบค่ะ ถ้าเรียกว่า "คอมพิวเตอร์" นะ คือ 1. ค่ายไหนก็ช่างแต่ต้องมี OS แต่ถ้าเป็น PDAมันก็จะมีโปรแกรมเฉพาะอย่างซื้อ PDA มาสำหรับเก็บข้อมูลประชากร ก็ติดตั้งโปรแกรมสำหรับเก็บข้อมูล หรือจดค่าไฟ จดค่าน้ำ ปริ้นท์บิน มันจะเป็นระบบของเขา นะคะ ต่อมานะคะ คอมพิวเตอร์ยังถูกฝังเข้าไปในอุปกรณ์ต่าง ๆ เยอะแยะมากยาที่มันสามารถทำงานได้แบบ Internet optingนะคะ นาฬิกา โทรศัพท์ ไมโครเวฟ แอร์ ไฟ ทุกอย่างเลยที่เป็น Electronic Devices นะคะ เราเรียกว่า Embested แบบระบบคอมพิวเตอร์ที่ฝังไว้ได้เฉพาะนะคะ เฉพาะอย่าง ประโยชน์เยอะแยะมากมาย หน่วยงานไหนที่ไม่ใช้ หรืองานอะไรที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์บ้างมีไหมคะ เลี้ยงวัว ใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไร [เสียงหัวเราะ] ใช้ควบคุมใช้โฆษณาขายคิดดีมาก ครูถามว่าเลี้ยงวัวใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไร ใช้เล่นเกม ขณะ ที่ปล่อยวัวไปกินหญ้า ทำให้วัวผ่อนคลาย จะได้... มันดูเป็นระบบแบบว่า คืองานด้านไหนก็ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งนั้นน่ะ ยิ่งตอนนี้นะ แล้วคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราว่า อันนี้ไม่ใช่อนาคตแล้ว สไลด์นี้น่าจะปรับได้แล้ว Expert system มีเยอะแยะทุกวันนี้ค่ะ หุ่นยนต์มีไหม รถยนต์ก็ยังไร้คนขับ สมัยเรานี่ สมัยเราคือ สมัยนี้ล่ะ ถามว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุนี่ เกิดเพราะรถยนต์ หรือเกิดเพราะคนขับ เพราะว่า เพราะว่าเบรกมันแตก เพราะว่ายางระเบิดนะ ถามว่าถ้าระบบในอนาคตรถยนต์เป็นระบบไร้คนขับ จะเกิดอุบัติเหตุไหม (นักศึกษา) ไม่ (อาจารย์) แต่ระบบต้องเวิร์กนะ เรามองข้ามชอตไป ไม่มีคนขับรถทุกคันนี่มี Sensor รอบตัว เรานึกถึง นึกถึงประเทศอื่นได้ไหม เดี๋ยว COVID ก็มา ไม่ต้องใช้คนขับ รถทุกคันขับเอง เราขึ้นไปนั่งปุ๊บ คิดตาม จินตนาการตามไป เพราะเราเป็นเอกคอมพิวเตอร์ ขึ้นไปนั่งปุ๊บทำอย่างไร สั่งงานด้วย ถ้าเกิดสั่งงานด้วยการกระพริบตาไปนะ สั่งงานด้วยเสียงนะคะ จักรพันธ์ขึ้นไปนั่งปุ๊บ เราก็สั่งงานด้วยเสียงเลย ว่าเราจะไปไหน รถก็จะพาวิ่งไปมีแวะข้างทางไหม แวะข้างทางไหม (นักศึกษา) แวะครับ (อาจารย์) แวะทำอะไร ไปเช็กผลดำเนินการของป่า นะคะ อเมซอนของปั้มธุรกิจดีไหม แวะไปทุกปั๊ม ไปตรวจสอบผลดำเนินการว่า ปั้มนี้ขายดีไหม คาวนี้พอไร้คนขับ อุบัติเหตุลดลงนะคะ เพราะรถยนต์ที่ไร้คนขับ มันก็คือหุ่นยนต์นะ มี Sensor รถทุกคันก็จะเด้งออก ใกล้กันก็จะเด้งออกก็ดีเหมือนกันนะ ตอนนี้เขามีอยู่นะ เคยติดตามข่าวที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไหมคะ มี มาก ภาษีแพงกว่าตัวรถ ทุกวันนี้ก็เป็น เราก็รอนะคะ แปลงเรือดำน้ำมาเป็น อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เรานี่ซื้อรถ เยอะ คราวนี้เรามาดู 4 คำนี้มันจะวนเวียนอยู่กับเรานี่ล่ะ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, Peopleware นะคะ เดี๋ยวรถอัตโนมัติก็ขี่ ก็รอป๋าจักรพันธ์ก็เชียมาก ก็รถยนต์ไร้คนขับไง กลับบ้านวันศุกร์ถึงบ้านวันอาทิตย์น่ะ ไปสำรวจ ไปสำรวจ อ้อมไปอีกโลกเป็นหุ่นยนต์ใช่ไหม อันนีเป็นหุ่นยนต์ใช่ไหม อันนี้คือองค์ประกอบของคอมฯ นะคะ ฮาร์ดแวร์คืออะไร อะไรบ้างในห้องนี้ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ตอบมา 1 อย่าง ห้ามซ้ำกัน หัวชาร์จแบต โอ.เค. จอคอม ห้ามซ้ำกัน โทรศัพท์ คีย์บอร์ด เมาส์ อะแดปเตอร์ อยูนี่อยู่ห้องนี้ด้วยหรือ หูฟัง ลำโพง หมดยัง ไหนใครยังไม่ตอบทุกอย่างที่จับต้อง มองเห็น ต้องการที่อยู่มีตัวตน คือ ฮาร์ดแวร์นะคะ แต่พอถามถึงฮาร์ดแวร์คคอมฯ ก็คือสิ่งที่ประกอบเป็นตัวคอมพิวเตอร์นี่ล่ะนะคะ อันนี้คือฮาร์ดแวร์คอมฯ เดี๋ยวเราค่อยเรียนในรายละเอียดเลยนะคะ สมัยครูเรียนนี่การเรียนวิชาฮาร์ดแวร์นี่ เป็นวิชาที่เรียนรู้ด้วยตัวเองนะคะ เข้าไปในห้อง รือหรือออกมา คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ กองไว้ทุกคนประกอบ ประกอบพร้อมใช้งานได้ ก็คือผ่านวิชานั้น บางแล้วประกอบ มาคได้นะ ครูถึงถามว่าทุกคนสามารถรื้อออกได้ไหม รื้อออกได้ใช่ไหม รื้อได้ค่ะ แต่อย่าไม่น้อตจะชอบเหลือ ถามว่าทำไมน็อต เวลาเราประกอบไปมันไม่เคยไม่พอนะ ส่วนมากมันจะเหลือ ตอนที่รื้อออกมาเราประกอบคืนไป ทำไมมันแยกออกมาน่ะ เหมือนมันเพิ่มปริมาณขึ้นมา ทำไมหาไม่เจอตรงช่องที่ต้องต่อน็อตตัวนี้ เราก็จะคิดเข้าข้างตัวเอง แถม ใช้ไประยะหนึ่ง ตัวนั้นตัวนี้เริ่มหลุด เห็นไหม ฮาร์ดิสก์เริ่มสั่น จะเป็นแบบนั้น แล้วซอฟต์แวร์ล่ะ ชุดคำสั่งที่เป็นอย่างไรคะ เอาไว้คอนโทรฮาร์ดแวร์ เอาแบบภาษาบ้าน ๆ นะคะ ถ้าใช้โปรแกรม ถ้าใช้คำว่า "โปรแกรม" นะ มันสั้นไปนะคะ ก็จะใช้คำว่า การเขียนชุดคำสั่ง ควบคุมอุปกรณ์อันนี้ คือ ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์มี 2 ประเภทใหญ่ ๆ เลย ซอฟต์แวร์ของตัวระบบเอง Solftware ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะต้องมี Operationจะเป็นของค่ายไหนก็ช่าง ต้องมีOperating System นะคะ 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ นะคะ มันจะมีบทที่พูดถึงนี่อยู่ ยัง เพราะรู้ว่าจะตอบเลยข้ามไป ต่อไปนะคะ People ware เราเป็น People ไหม กำลังจะเป็น มีกำลังจะเป็นด้วยหรอ เหมือนกับหุ่นยนต์ตั้งเวลาไว้ตอนนี้ยังไม่เป็นค่ะ อีก 10 นาทีจะเป็นอย่างนี้ค่ะ People ware มี 3 กลุ่มนะคะ เราอยู่ในกลุ่มไหนเอ่ย ไม่อยู่กลุ่มที่ 2 หรอ ผู้ใช้ทั่วไปนะคะ เราเรียก endUser นะคะ ก็คือใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไรก็ช่าง ดูหนัง เล่นเกม บันเทิงไป อะไรไปนะคะ กลุ่มที่ 2 คือเราเรียก กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เราก็จะเจาะลงไปถ้าเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบระบบเราก็จะเรียก "SA" นะคะ system อเะไเอ่ย อนาไลท์ซีด วิเคราะห์ ระบบถ้าเราเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมเราเรียกว่า เชี่ยวชาญทางด้านการเขียนโปรแกรม เรียกว่า "Programmer ควบคุม โน่น นี่ มันก็จะมีเสต็ปเราอยู่กลุ่มที่ 1 วันหน้าไม่แน่เราอาจอยู่กลุ่มวันหน้าถัดไปอีก ก็ไม่แน่เราอาจจะไปอยู่ นะคะ หรืออาจจะไปอยู่ในนี้ เพราะเรา คือ หุ่นยนต์นะคะ คราวนี้เรามาพูดถึง Raw Data กับ Information หน่อย นะคะ ข้อมูลกับสารสนเทศต่างกันอย่างไร ให้นักศึกษายกตัวอย่างแล้วกันนะคะ ยกตัวอย่าง 2 อย่าง คือ 1. ข้อมูล 2 แปลงข้อมูลตัวนี้ไปเป็น Information ให้นักศึกษาแต่ละคน ห้ามตอบซ้ำกันนะคะ ยกตัวอย่างข้อมูลดิบ และ information ข้อมูลดิบนั้น โดยบอกโปรเสทด้วย ทำอย่างไรกับข้อมูลดิบตัวนี้เพื่อให้เป็น Information น่าจะสุ่มนะ จับฉลากอะไรอย่างนี้นะ คิดไวก่อนห้ามตอบซ้ำกัน ครูสุ่มเอาแล้วกัน เอาปากกาจิ้ม อัฎาวุฒิ 1 อย่างแปลงเป็นไอ้นั่น อย่าใส่โค้ดลับมา แปลงเป็น รหัสนักศึกษา ถึงจะเป็น infomation เอาไปทำอย่างไรเอ่ย รหัสนักศึกษานี่เป็นข้อมูลดิบหรือเป็น Information แล้ว งั้นแปลงกลับมาเป็นข้อมูลดิบยังสิ ชื่อก็คืออีกชื่อค่ะ เรารหัสนักศึกษาก่อนค่ะ ใบ้ ในรหัสนักศึกษาบอกอะไรบ้าง ปีอะไร เดี๋ยวนะ ปี พ.ศ. หรือปีการศึกษา (นักศึกษา) ปีการศึกษา (อาจารย์) ปีการศึกษาที่... ที่เราเข้า เราออก เราจบ ปีที่เราสมัครเรียน บอกอะไรอีก ค่ะ อือโอ.เค. ตัวนั้นน่ะ คือ ข้อมูลดิบ Information คือ รหัสนักศึกษา ก็คือเอามารวมกันแล้วสื่อความหมายนะคะ ถ้าแยกกันก็จะมีปี ปีการศึกษาที่เราสมัครเรียนรหัสคณะ รหัสสาขา ห้อง เลขที่ รวมกันปุ๊บ แปลงร่างเป็นรหัสนักศึกษาเป็น Information จิ้มใหม่ จิ้มแบบตั้งใจ ศักดิ์ดามาไหมคะ (นักศึกษา) มาครับ (อาจารย์) Standup Stand up 1 ข้อมูล 1 Information นะ สราวุฒิบอกว่าเป็น Indormation กใบ้ให้ย้อนกลับไปเป็นข้อมูลดิบ ของเรายกตัวอย่างอะไรดีเอ่ย 1 อย่างค่ะ เยอะค่ะ ในโลกนี้ เกริ่นมาก่อน เดี๋ยวครูค่อยบอกว่ามันเป็นข้อมูลดิบหรือมันเป็น Information ชื่อ ชื่อนี้เป็นข้อมูลดิบ หรือ เป็น Information จะฝึกให้คิดแบบล้ำลึก ชื่อเป็นอะไรคะ เป็น Information แล้ว แล้วข้อมูลดิบของชื่อล่ะคะ ใช้หลักการเดียวกันกับสราวุฒิ อธิบายมา คือพอเป็น Challacter ไปได้ 2 ทางมันจะไปเป็นแบบตัวเลขนะคะ จริง ๆ แล้วน่ะ Information ของระบบนี้ มันอาจจะเป็นข้อมูลของระบบโน้น มันอาจจะเป็นข้อมูลของระบบโน้น อย่างเช่น ถ้าเรามีข้อมูลดิบ คิดไปก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับไปถามเรามีข้อมูลดิบอยู่ก้อนหนึ่งน่ะค่ะ เราก็เอามา Process ได้สารเทศออกมา 1 ตัว เอาสารสนเทศตัวที่ 1 นี่ไปเข้าระบบใหม่ ก็เป็นข้อมูลดิบของระบบนั้น ไป Process อีก ได้สารสนเทศเป็นตัวที่ 2 เอาข้อมูลตัวที่ 2 ไปเข้าระบบที่ 3 ประมวลผล ได้ออกมา เป็น Information ของระบบถัดไปแล้วแต่ว่าเราจะอธิบายอย่างไร นึกออกไหมคะ ถูก ขึ้นอยู่กับว่าเราอธิบายไปข้างหน้า อย่างสราวุธไปอยู่ปลายทาง แล้วย้อนกลับมาต้นทาง ซึ่งมันมันไม่ผิด มันขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ และอธิบายให้ครูฟัง ให้เพื่อนเข้าใจนะ จริง ๆ แล้วรหัสเป็นข้อมูลดิบก็ได้แต่เราอธิบายย้อนกลับก็ไม่ผิด เราย้อนกลับไปว่ารหัสเป็นรหัสที่รวมกันระหว่างปีที่เข้าโน้นนี่นั่น โอ.เค. แต่ถ้าสราวุธอธิบายต่อไปรหัสเข้าไปฟิวรหัสทั้งหมด แล้วเอาไปจัดเรียง ก็แปลว่ารหัสนี้เป็นข้อมูลดิบ แต่พอการจัดเรียงเสร็จ เรียงจากมากไปน้อย น้อยไปมาก มันก็เป็น Information ไง คราวนี้มาที่ชื่อ ชื่อของเราเป็น Information ใช่ไหมคะ หรือเป็นข้อมูลดิบที่เราตอบน่ะ ชื่อน่ะ อันนี้คือฝึก ฝึกวิเคราะห์ค่ะ สรุปว่าชื่อเป็น Data หรือเป็น information เป็น Information อย่างนั้นย้อนกลับมา ข้อมูลดิบของชื่อคือ คืออะไร ฝึก อันนี้คือการฝึก คิดวิเคราะห์ ไม่ต้องซีเรียสนะคะ คือเอาตามที่เราคิดก่อน ให้กระบวนการในการคิดน่ะค่ะ ฝึกคิดค่ะ ยังสิ เราจะไม่โยงไปข้อมูลอื่น เอาแค่ชื่อค่ะ เอกคอมพิวเตอร์เป็นเอกล้ำลึก มีคิดต่อไป กลับคิดย้อนกลับไป สรุปว่าชื่อเป็น Information นะคะ แล้วข้อมูลดิบของชื่อ คือ อย่าพูดถึงบุคคลที่ 3 แยกออกมาเป็น Chalacter อย่างเดียว โอ.เค. นั่งลง ได้อยู่แต่ยังอธิบายไม่ได้ เวลาทำข้อสอบ คือบอกไว้ก่อน เรายังจะเจอกันไปไปอีกนาน ตามจองล้างจองผลาญ ตั้งแต่ปี 1-4 เลย เจอกันทุกเทอม เจอกันตั้งแต่เทอมโน้นเทอมนี้ เจอกันอีกแล้วนี่ค่ะ จากที่ตอนนี้จำได้แค่หน้า ต่อไปก็จะชื่อและหน้านี้ ชื่อเล่น ที่อยู่ ชื่อ ชื่อนะคะ ถ้าเราดูที่ชื่อตั้งต้น ชื่อเป็น information ย้อนกลับไป Charctor ที่มาประกอบเป็นชื่อน่ะ คือ สระ ตัวอักษร วรรณยุกต์ การออกเสียงทั้งหมดนะคะ เรียกว่า "character" วิธีการนับ Chalter ทศทิศน์ มีกี่ Chalacter ทศทิศ มี 3 พยางค์ มีกี่ Chacter เอาชื่อสั้นสุดแล้วนะนี่(นักศึกษา) 3 ครับ (อาจารย์) No (นักศึกษา) 4 (อาจารย์) ยัง เราต้องมีหลักในการเดา ครูบอกว่า ทศทิศย์คือ 3 พยางค์นะ มี 5 Charactor คิดอย่างไร มี 4 ตัวอักษร กับ 1 สระ สระก็ คือ 1 Character นะคะ ฉะนั้น ถ้าคิดย้อนกลับไปนะคะ เราบอกว่าชื่อเป็น Information ก็ต้องย้อนกลับไปที่ Character แต่ถ้าเกิดเราไม่ย้อนกลับไป ชื่อเป็นข้อมูล แล้วเราจะทำให้ชื่อไปเป็น information ได้อย่างไร แปลความหมาย ทำอย่างไร 1 แปลความหมายของชื่อออกมา รู้จักความหมายของชื่อตัวเองไหมคะ มันจะมี... ชื่อที่แปลยากคือชื่อ ชื่อผสมนะ การสมานคำ มันก็จะแปล บางทีคำนี้มีความหมายอย่างหนึ่ง ชื่อนี้มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มารวมกันไม่ได้แปลว่าความหมาย 2 อันนั้นมาต่อกันนะคะ ภาษาไทยก็ดิ้นได้ ออกเสียงเหมือนกันไม่จำเป็นต้องเขียนเหมือนกันนะ ไม่จำเป็นต้องความหมายเหมือนกันนะ หรือชื่อเป็นข้อมูลดิบ จะไปเป็น Information เอาชื่อไปจัดเรียงเหมือนรหัสก็ได้ หรือแบ่งกลุ่มตามชื่อก็ได้ ก.ไก่-ค.ควาย อยู่กลุ่มที่ 1 แบ่งตามชื่อ หรือเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูก นะคะ โอ.เค. คราวนี้เรามาโยงกับคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ข้อมูลนะคะ ที่เราจะนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์นี่จะต้องแปลงร่างก่อน ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ เช่น คือภาษาที่เราพูดมันเป็นภาษาระดับสูงค่ะ ภาษาที่เราเขียนโปรแกรม Object ก็เป็นภาษาระดับสูงนะคะ เราคีย์คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษคอมพ์ ก็ไม่รู้นะ เอากระทั่งกด ก.ไก่ คอมก็ไม่รู้ค่ะ ว่าเป็น ก.ไก่ นะคะ สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับรู้ คือ 011 0111 อะไรพวกนั้นน่ะ เลขฐานสอง เรากด ก.ไก่ปุ๊บ ว่า ก.ไก่ นี่ คือ รหัสอะไร ถึงจะทำงานตามคำสั่งได้ ฉะนั้นคอมพิวเตอร์มันต้องประมวลผลเร็ว เป็นวินาที เพราะเวลาพิมพ์คีย์บอร์ดเรากดทีละตัวไหม กดปุ๊บเราเห็น ก.ไก่ ที่หน้าจอเลยไหม เราคิดไปว่ามันจะต้องไปแปลงกี่สเต็ปถึงโชว ก. ไก่ ขึ้นมา คอมพิวเตอร์ทำงานได้หลายล้านคำสั่ง มนุษย์ล่ะ 1 วิฯ เราทำอะไรได้บ้าง ยังไม่ได้ขยับ กระพริบตายังไม่ลืม คือหลับตาลงยังไม่ได้ลืมตาขึ้น แต่คอมพ์นี้ประมวลผลไปแล้ว หลายคำสั่งนะคะ คราวนี้เรามาดูตัวนี้นะคะ อันนี้คือข้อมูลในรูปของตัวเลขฐานสอง 1 ไบต์ ถ้าเราเปิดสวิตช์จะเป็นออนทั้งหมด แทนด้วย 1 คอมพิวเตอร์รับรู้แค่สถานะทางไฟฟ้า On กับ Off คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มันไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเราพิมพ์ ก.ไก่ ข.ไข่ ค.ควาย แล้วก็ไปแปลง 0110 นี่คือ ก. ไก่ นะ 1001 ก็คือเลข 2 นะ อย่างนี้ค่ะ ฉะนั้น ถ้าเป็น On ทั้งหมด มันก็จะรับรู้ว่ามันคือรหัสแอสกี้นี้ เราเรียกว่า มันก็จะแปลงค่ะ เราพิมพ์เลข 0 แปลงเป็น Code binale ก่อน แทนด้วยแอสกี้ Text ฉว่าอะไร เช่น แทนด้วย 0011000 อันนี้คือเลข 0 1 ไบต์มีทั้งหมด 8 Character ไม่เรียก Character เรียก 8 บิตน่ะ 1 ตัวนี้คือ 1 Bit คร่าว 1 ตัวนะคะ เรียกว่า 1 ไบท์ 1 ไบท์ ก็คือ 8 บิต Character 1 ตัวเราจะเรียกว่า 1 B 1 ไบต์ มีขนาด 8 บิต ชื่อจักรพันธุ์มีทั้งหมดกี่บิต ทุกคนคำนวณชื่อตัวเอง เอาแค่ชื่อค่ะ ให้คำนวณชื่อตัวเองเป็น Bitคิดยากไป บอกจำนวนไบต์ชื่อตัวเองมาก่อน จักรพันธ์มีทั้งหมดกี่ Byte 9 ชาแลกเตอร์ใช่ไหมคะ มีกี่บิต คิดอย่างไรเราวิธีคิดนะ ทศทิศมีทั้งหมดกี่ Byte 5 ไบต์ คิดเป็นกี่บิต 1 ไบต์เท่ากับ 8 บิต เอาวิธีการ ไม่เอาคำตอบ 1 ไบต์ เท่ากับ 8 บิต กี่ไบท์ คูณ 8 เข้าไป จักรพันธ์มีทั้งหมดกี่ไบต์ 1 Character คือ 1 ิByte ค่ะ บิตก็คือตัวเลข แต่ละสถานะสถานะ 0 1 1 0 น่ะ คือ บิต 1 Character มีค่าเท่ากับ 1 Byte 1 ไบต์ มีค่าเท่ากับ 8 บิต ฉะนั้นวิธีคิด เอาฉะเเอาวิธีคิด นับทุกตัว แล้วตอบว่ากี่ Character 1 ชาแลคเตอร์เท่ากับ 1 ไบต์ ถ้าวิธีการคิด เราก็ต้องนับมีกี่ Character ก็คือกี่ไบต์ * 8 เข้าไป เป็น Bit งั้นไม่ถามเพราะคิดแล้ว ครูบอกว่าไม่เอาคำตอบไง เอาวิธีคิด จบแหล่งอ้างอิงเยอะมากมาย ทำแบบฝึกหัดส่งด้วยนะเด็ก ๆ ส่งวันไหนดี เอาวิธีที่ถนัด พิมพ์แล้วส่งไฟล์ พิมพ์แล้วส่งไฟล์ ส่งที่ไหน ส่งใน class room Classroom ตัวไหน แบบฝึกหัดบทที่ 1 ทำเผื่อได้ไหม ตอนนี้ยังไม่เห็นสไลด์ ครูมีความล้ำลึก [เสียงหัวเราะ] กลัวนักศึกษาเครียดเคลียด จะโพสสไลด์ทุกบทก็ต้องไปนั่งทำ ครูก็เลยโพสต์แบบฝึกหัดไว้ มี 6 บทนะ แต่ให้ทำทีละบท โพสบทที่ 1 ให้แล้ว นะคะ ครูก็เคยเป็นนักศึกษามาก่อนนะ ครูก็จะคิดล้ำลึกกว่าอัฎาวุฒิไป 1 ทำบทที่ 1 ให้เสร็จก่อน ส่งภายในวันไหนดี เราจะใช้เวลาทำนานไหม นานเลยหรอ แบบฝึกหัดบทที่ 1 อันนี้ให้ 2 คะแนนค่ะ ไม่ได้ให้ทำฟรีแล้วครูตรวจเสร็จ ครูก็จะมี Comment ให้ ผิดข้อนี้ข้อโน้น วันไหนดี วันนี้วันที่ 15 ค่ะ เราจะส่งวันไหน (นักศึกษา) 22 ครับ (อาจารย์) เราต้องส่งก่อนเรียน เดี๋ยว คิดว่า การบ้านบทนี้จะทำเมื่อไร จะใช้เวลาทำนานไหม (นักศึกษา) นานค่ะ (อาจารย์) 8 ข้อนี้นะ ทำไมหลายวิชา มากองรวมกันทำไมแต่ละวิชามันถึงไม่มี Session ของตะวอ้ออาจารย์สั่งวันนี้ ตอนเย็นก็เสร็จ วันนี้เรียนกี่วิชา แล้วไปรวมกับใครอีก (นักศึกษา) อาทิตย์ที่แล้ว (อาจารย์) ทำไมวิชาอาทิตย์ที่แล้วมันแยกออกเป็นอาทิตย์ที่แล้ว ให้ส่งวันนี้ก่อน 00.00 น. เพราะว่าครูมีความสงสารนักศึกษาที่งานจะไปกองรวมกันครูก็เลย ตัด เซกวิชาครูออกปุ๊บ วันนี้ เพราะ... ครูถึงถามไงว่า ถ้าครูสั่งการบ้านวันนี้ทำถึงวันไหน อย่างนั้นใจดีกว่านั้น ให้ส่งก่อนกลับ ก่อนกลับวันนี้ งานจะได้ไม่ไปกอง งานอาจารย์ แพร่ตะวัน งานอาจารย์ ปิยะวรรณ ไปกองรวมกัน เราเหลือเวลา 1 ชั่วโมง ก่อนกลับ 8 ข้อเห็นไหมความ requirement จะเริ่มน้อยลง จากตอนแรก ส่ง 22 ครับ ครูก็บอก คุณจะทำวันไหน ตอบไม่ได้วันเสาร์ก็ได้ วันอาทิตย์ก็ได้ เห็นไหม ครูหันไปดูเวลา เพิ่ง 15.00 น. เองหรือ แค่ 8 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึงนาทีเปิด Word ขึ้นมาค่ะ ทำให้เสร็จเลยค่ะ ก่อนกลับ งานครูจะได้ไม่ไปกองอยู่ ครูหวังดีนะนี่ มีความสงสารพวกเราที่งานเยอะเนื้อหา โอ.เค. มีคำถามไหมคะ ไม่มีเลยหรือ มีแต่เดินหน้าอย่างเดียวไม่เคยถอยหลังหลับไป โอ.เค. อย่างนั้นให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัดน่ะ ขอบคุณพี่ล่ามก่อนนะคะ วันนี้เราใช้ล่ามออนไลน์ ขอบคุณมากนะคะ ก็สิ้นสุดการใช้ล่ามตอนนี้ทำแบบฝึกหัดค่ะ ของคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] เป็นส่งช้า