﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:00,485

2
00:00:02,139 --> 00:00:02,519

3
00:00:02,798 --> 00:00:05,147
IC ของเรานั่นเองนะคะที่เราติด

4
00:00:05,244 --> 00:00:05,955
ตั้งไว้

5
00:00:06,078 --> 00:00:06,903
ไป

6
00:00:08,532 --> 00:00:09,385
เข้ามา

7
00:00:09,509 --> 00:00:10,837
กรุ๊ปนี้เราจะ

8
00:00:11,293 --> 00:00:12,896
พุดดิ้งเราต้องไปเปิด

9
00:00:13,900 --> 00:00:17,139
ตัวช่วยของเราก่อนก็คือสับรางเจ็บนะคะ

10
00:00:17,686 --> 00:00:18,588
เปิดขึ้นมา

11
00:00:26,625 --> 00:00:36,625
เราต้องเขียนต่อจากสัปดาห์ที่แล้วเราจะคบต่อเพราะว่าในสัปดาห์ที่แล้วเราทำเราเพิ่งได้อะไรคะได้ตารางเกมของเราใช่หรือเปล่า

12
00:00:37,576 --> 00:00:39,263
เราเพิ่งทำตารางได้

13
00:00:40,943 --> 00:00:41,904
วันนี้

14
00:00:42,702 --> 00:00:45,601
เราจะต้องทำต่อให้เสร็จนะคะเพราะฉะนั้น

15
00:00:47,249 --> 00:00:48,295
ตามให้ทัน

16
00:00:49,981 --> 00:00:51,269
หายไปไหน 2 คน

17
00:00:53,651 --> 00:00:54,482
ตัวน้อย

18
00:00:55,422 --> 00:00:58,201
เพราะไม่อย่างนั้นถ้าข้ามแล้วจะหลุดไปเลย

19
00:01:00,371 --> 00:01:02,416
ใบเตยใบเตยได้หรือยัง

20
00:01:47,612 --> 00:01:48,560
จะขอ

21
00:01:48,680 --> 00:01:51,591
เดี๋ยวอธิบายจากสไลด์เราไปก่อนนะคะ

22
00:01:53,480 --> 00:01:54,071
ราคา

23
00:01:53,935 --> 00:01:58,339
เราจะทำต่อจาก

24
00:01:59,302 --> 00:02:00,474
ก็คือ

25
00:02:00,892 --> 00:02:06,236
จากหุ่นที่แล้วนี่เราสร้างตัวมาร์คเกอร์ยังไม่เสร็จนะคะ

26
00:02:06,481 --> 00:02:07,345
เพราะว่า

27
00:02:07,881 --> 00:02:11,092
ที่นี้มันจะต้องมากำหนดเหตุการณ์เมื่อเวลา

28
00:02:11,197 --> 00:02:11,666
ที่

29
00:02:12,220 --> 00:02:13,279
เราจะมา

30
00:02:14,422 --> 00:02:17,321
x video ลงไปนึกออกนะ

31
00:02:18,514 --> 00:02:20,649
ก็คือเราจะสั่งให้เมานี่

32
00:02:22,454 --> 00:02:25,749
มันจะเป็นฟังก์ชันสำหรับใช้งานเมาส์นั่นเองนะคะ

33
00:02:26,138 --> 00:02:26,640
ซึ่ง

34
00:02:26,947 --> 00:02:28,610
พอเราคีย์ไฟนี่

35
00:02:28,915 --> 00:02:33,141
มันจะมีขึ้นมานะคะเดี๋ยวจะอธิบายความหมายก่อนว่า

36
00:02:34,793 --> 00:02:39,228
ตัวคำสั่งของการใช้เมาส์นี่มีความหมายว่าอย่างไร

37
00:02:39,496 --> 00:02:40,986
มันจะมีอยู่ 4 ตัว

38
00:02:44,126 --> 00:02:45,614
4 คำสั่งนะคะ

39
00:02:45,868 --> 00:02:47,744
สำหรับการใช้เมาส์นะคะ

40
00:02:48,716 --> 00:02:50,095
ถ้าเราใช้

41
00:02:50,709 --> 00:02:51,280
เมาส์

42
00:02:52,502 --> 00:02:56,631
button Down Mouse button Down นั้นหมายถึง

43
00:02:57,424 --> 00:02:59,768
คือปกติเนี่ยเวลาเรา

44
00:03:02,557 --> 00:03:04,892
จะให้เมาส์ทำงานก็คือ

45
00:03:04,970 --> 00:03:05,836
ใช่ไหม

46
00:03:06,013 --> 00:03:06,381
Click

47
00:03:06,532 --> 00:03:07,662
เมาใช่ไหมคะ

48
00:03:07,929 --> 00:03:09,973
แต่ button-down นั้นก็คือ

49
00:03:10,073 --> 00:03:11,774
หมายถึงไม่คลิกน่ะ

50
00:03:13,251 --> 00:03:18,196
พอคลิกไปแล้วเลิกการคลิกก็คือปล่อยกดแล้วก็ปล่อย

51
00:03:18,889 --> 00:03:21,346
ปล่อยนี่คือ button-down นึกออกนะ

52
00:03:21,731 --> 00:03:23,123
แต่ถ้ากดลง

53
00:03:23,470 --> 00:03:24,698
คือตัวที่ 2

54
00:03:27,599 --> 00:03:28,182
Mouse

55
00:03:28,597 --> 00:03:29,592
Bottom up

56
00:03:30,317 --> 00:03:31,919
เป็นคำสั่งนี้นะคะ

57
00:03:32,239 --> 00:03:35,173
ก็คือถ้าเราต้องการให้กดปุ่มเมาส์

58
00:03:35,409 --> 00:03:36,198
หรือคลิก

59
00:03:36,318 --> 00:03:38,291
เมาส์ก็คือเราต้องใช้

60
00:03:38,540 --> 00:03:39,619
เมา button up

61
00:03:40,505 --> 00:03:42,450
แต่ถ้าเราต้องการให้

62
00:03:43,581 --> 00:03:44,051
นี่

63
00:03:45,631 --> 00:03:49,703
ขยับเมาส์เรานึกออกไหมให้เมาส์มันขยับก็คือ

64
00:03:49,912 --> 00:03:50,494
เลื่อน

65
00:03:50,646 --> 00:03:51,733
เหมาไปมาน่ะ

66
00:03:52,206 --> 00:03:54,965
จะเป็นคำสั่งเมาส์ Motion

67
00:03:55,248 --> 00:03:55,690

68
00:03:55,702 --> 00:03:58,564
เป็นการให้เมาส์ขยับไปขยับมา

69
00:03:59,000 --> 00:03:59,908
แต่ถ้าเมา

70
00:04:00,121 --> 00:04:00,651
Video

71
00:04:00,825 --> 00:04:01,692
อันที่ 4

72
00:04:02,340 --> 00:04:03,247
มันจะมีรูป

73
00:04:03,494 --> 00:04:08,717
ลูกกลิ้งใช่ไหมบนเมาส์นั่นก็คือถ้าเมื่อไหร่ที่เราต้องการใช้

74
00:04:10,973 --> 00:04:16,678
ตัวที่หมุนบนลูกกลิ้งน่ะเราต้องใช้คำสั่ง Mount View ตัวที่ 4 นี้นะคะ

75
00:04:17,092 --> 00:04:20,989
ที่นี้ในวันนี้ที่สอนนี่มันจะใช้อยู่ 2 อันก็คือ

76
00:04:21,400 --> 00:04:22,705
อัพกับดาว

77
00:04:22,980 --> 00:04:23,921
ก็คือ

78
00:04:24,941 --> 00:04:27,451
ให้นึกถึงพอเราจะวาง

79
00:04:27,600 --> 00:04:28,146
xxx

80
00:04:28,361 --> 00:04:33,509
ในกระดานใช่ไหมก็คือกดใช่ไหมพอปล่อยก็ต้องกดแล้วก็ปล่อย

81
00:04:33,577 --> 00:04:35,691
ก็วางวางในตำแหน่งช่องตะวัน

82
00:04:35,862 --> 00:04:36,542
ตาราง

83
00:04:37,053 --> 00:04:37,537
นะคะ

84
00:04:38,214 --> 00:04:38,444

85
00:04:38,610 --> 00:04:42,056
สำหรับคำสั่งเมาส์จะมี 2 อันที่ใช้

86
00:04:42,300 --> 00:04:44,497
แต่ตัวอื่นนี้ออกมาเพิ่ม

87
00:04:44,881 --> 00:04:51,433
ก็คือนั่นหมายความว่าถ้าให้เขียนโปรแกรมเองก็จะรู้ใช่ไหมถ้าจะควบคุมเมาส์

88
00:04:51,528 --> 00:04:53,277
มีคำสั่งใดบ้าง

89
00:04:53,536 --> 00:04:54,980
ใน 4 ตัวนี้นะคะ

90
00:04:55,384 --> 00:04:57,628
แล้วก็มันใช้งานอย่างไร

91
00:04:57,953 --> 00:05:00,212
เรียกใช้เพื่อทำอะไรนะคะ

92
00:05:01,967 --> 00:05:06,601
เพราะฉะนั้นเมื่อเรากำหนดเมาแล้วสิ่งต่อไปที่เราจะทำ

93
00:05:07,184 --> 00:05:08,037
ยังไม่ครบ

94
00:05:08,192 --> 00:05:09,124
อธิบายก่อน

95
00:05:10,022 --> 00:05:12,455
ก็คือมันก็ต้องมาเช็คค่า

96
00:05:13,544 --> 00:05:15,669
เช็คว่าพอคลิกแล้วนี่

97
00:05:15,943 --> 00:05:16,706
เห็นไหมคะ

98
00:05:17,423 --> 00:05:18,875
เป็นจริงหรือเป็นเท็จ

99
00:05:19,087 --> 00:05:26,194
เราก็ค่อยไปทำงานตามคำสั่งนึกออกนะมันต้องมาเช็คก่อนว่านี่เป็นจริงหรือเป็นเท็จเนี่ย

100
00:05:26,601 --> 00:05:27,109
เช็ค

101
00:05:27,233 --> 00:05:29,502
เผื่อก่อนเช็คข้อมูลซะก่อน

102
00:05:33,346 --> 00:05:38,011
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีการประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า Click

103
00:05:38,565 --> 00:05:39,166
ด้วย

104
00:05:39,509 --> 00:05:43,798
เพราะอะไรเพราะก็คือจะได้เช็คได้ว่าพอเราคลิกเมาส์

105
00:05:49,441 --> 00:05:55,730
เพื่อมาร์คตัว X หรือตัวโอลงในกระดานของ XO เกมเรานี่นะคะ

106
00:05:57,360 --> 00:06:01,011
มันก็จะรับค่าหนี้จากการคิดเข้าไปนะคะ

107
00:06:04,658 --> 00:06:08,421
สิ่งต่อมาที่เราจะทำก็คือเราจะมาระบุ

108
00:06:08,475 --> 00:06:09,116
ตำแหน่ง

109
00:06:11,279 --> 00:06:14,364
ให้เมื่อคลิกนี่มันจะต้องเช็คได้

110
00:06:14,761 --> 00:06:18,280
ไงว่าตำแหน่งนี้คือตำแหน่งไหนนะคะ

111
00:06:18,622 --> 00:06:20,609
ประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า

112
00:06:21,405 --> 00:06:22,369
ข้ามไป

113
00:06:22,758 --> 00:06:24,154
เห็นไหมคะการกำหนด

114
00:06:24,285 --> 00:06:26,063
ตำแหน่งเมื่อคลิกเมาส์

115
00:06:26,294 --> 00:06:27,537
เราจะมีการกำหนด

116
00:06:27,943 --> 00:06:32,622
ตำแหน่งเมื่อคลิกเมาส์ของเรานะคะโดยใช้ตัวแปรที่ชื่อว่า

117
00:06:32,961 --> 00:06:33,520
Coach

118
00:06:34,995 --> 00:06:37,246
ซึ่งมาจากคำว่า Post Station

119
00:06:39,566 --> 00:06:44,926
เพราะอยู่ดีๆจะคลิกลงไปเลยเนี่ยมันก็จะไม่รู้ใช่ไหมคะว่า Click ถูกต้องหรือไม่

120
00:06:44,995 --> 00:06:47,649
ช่องเขาจะได้รู้ว่า x ช่วงไหน

121
00:06:47,780 --> 00:06:49,245
อยู่ช่องไหนนะคะ

122
00:06:50,129 --> 00:06:53,231
เดี๋ยวลองรันให้ดูว่า

123
00:06:53,517 --> 00:06:55,103
เวลาเราสั่ง

124
00:06:56,447 --> 00:06:58,385
ให้ดูหน้าตาเกมไปด้วย

125
00:07:11,757 --> 00:07:12,934
วันพีช

126
00:07:13,037 --> 00:07:14,251
ตัวอันนี้เฉพาะ

127
00:07:14,451 --> 00:07:14,733

128
00:07:15,197 --> 00:07:22,014
ที่มีตารางเอาตัวที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนะคะเดี๋ยวจะเล่นให้ดูก็คือให้นึกถึงนี่

129
00:07:22,286 --> 00:07:26,091
เหมือนเลื่อนเมาส์ไปบนตารางที่เราสร้างใช่ไหม

130
00:07:26,692 --> 00:07:27,713
ถ้าสมมุติ

131
00:07:28,096 --> 00:07:30,609
เราไม่กำหนดว่าเราจะคลิก

132
00:07:30,863 --> 00:07:31,435

133
00:07:31,212 --> 00:07:31,971
ตรงนี้

134
00:07:32,462 --> 00:07:37,088
อันนี้โปรแกรมมันสำเร็จแล้วมันจะไม่ขึ้นมันจะเหมือน

135
00:07:38,481 --> 00:07:40,416
ตอนที่เราทำ

136
00:07:41,654 --> 00:07:42,463
ในเฟิร์ส

137
00:07:42,662 --> 00:07:45,066
เจมี่ที่เรามี 8 ตัว

138
00:07:49,285 --> 00:07:51,357
ที่เรามีแต่ตัวบอร์ด

139
00:07:51,453 --> 00:07:54,412
เห็นไหมใช่ไหมอะไรก็จะไม่ขึ้น

140
00:07:54,854 --> 00:08:00,526
คลิกไปก็จะไม่รู้ตำแหน่งใช่ไหมคะแต่ถ้าเมื่อใดที่เรากำหนดค่าให้มันแล้ว

141
00:08:00,948 --> 00:08:05,598
เหมือนพอ X ลงบนตำแหน่งนี้มันก็จะรู้ว่า x จะอยู่ช่องไหน

142
00:08:06,537 --> 00:08:08,432
ก็คือคำสั่ง

143
00:08:10,598 --> 00:08:11,507
ตัวแปร

144
00:08:11,642 --> 00:08:17,892
Position จะเป็นการระบุตำแหน่งที่เราจะวางตัวเองลงไปนั่นเองให้มันเช็คตำแหน่งให้นั่นเองนะคะ

145
00:08:18,270 --> 00:08:19,445
ก็คือตัวนี้

146
00:08:19,707 --> 00:08:20,753
คำสั่งนี้

147
00:08:21,346 --> 00:08:22,800
ตัวแปรนี้นะคะ

148
00:08:27,625 --> 00:08:28,677
ที่นี้

149
00:08:28,852 --> 00:08:30,701
ทำไมถึงต้องมาบอก

150
00:08:32,339 --> 00:08:33,136
beeg

151
00:08:33,699 --> 00:08:37,978
เซลล์ไวน์ด้วยตำแหน่งของ Position เพราะอะไรเพราะดู

152
00:08:38,028 --> 00:08:41,194
ตรงกระดานเราเห็นไหมมันก็ไปตามแนว

153
00:08:42,125 --> 00:08:46,527
ใช่ไหมคะแนวของแกน x แกน Y เวลาเราสร้าง

154
00:08:46,369 --> 00:08:49,125
เพราะฉะนั้นเวลามันเช็คมันก็ต้องเช็ด

155
00:08:49,334 --> 00:08:49,638

156
00:08:49,883 --> 00:08:55,408
ไปตามแนวขึ้นลงอย่างนี้นึกออกนะมันจะเช็คไปตามแนวที่เรา

157
00:08:55,994 --> 00:08:59,882
ที่ได้อธิบายในสัปดาห์ก่อนว่าพื้นที่

158
00:09:00,222 --> 00:09:02,666
พื้นที่หน้าจอนะก็คือ

159
00:09:03,231 --> 00:09:05,543
AV แนวนอนหรือแถว

160
00:09:05,956 --> 00:09:09,518
y คือแนวตั้งหรือคอลัมน์นั่นเองนะคะ

161
00:09:09,604 --> 00:09:10,663
นี่อันนี้

162
00:09:10,861 --> 00:09:12,840
ถ้าอย่างนี้คือแนวนอน

163
00:09:13,260 --> 00:09:15,932
ถ้าอย่างนี้คือแนวตั้งหรือคอลัมน์

164
00:09:16,159 --> 00:09:23,370
อันนี้แถวไปตามแถวมันก็จะเช็คไปทีละแถวก่อนให้เช็คไปตามแถวก่อนหรือจะเช็คไปตามคอลัมน์ก่อนนะคะ

165
00:09:24,024 --> 00:09:27,499
อย่างนี้ขึ้นอยู่ที่เรากำหนดการเช็คนั่นเองนะคะ

166
00:09:32,432 --> 00:09:33,501
เห็นไหมคะ

167
00:09:33,657 --> 00:09:34,360
พอ

168
00:09:36,063 --> 00:09:37,119
พอเมาส์คลิก

169
00:09:37,248 --> 00:09:38,844
ไปแล้วเห็นไหมนี่

170
00:09:39,098 --> 00:09:41,497
มันจะให้ทำอะไรต่อก็คือพอ

171
00:09:41,606 --> 00:09:42,143

172
00:09:42,064 --> 00:09:47,012
เช็คตำแหน่งเสร็จเมื่อมีการคลิกเมาส์นะคะคำสั่งนี้จะบอกว่า

173
00:09:47,269 --> 00:09:47,792
เมื่อ

174
00:09:48,568 --> 00:09:55,776
มาร์คลงไปที่ตำแหน่งนี้ตำแหน่งนี้หรือตำแหน่งใดก็ได้ที่มาร์คลงไปนี่อะไรจะเกิดขึ้น

175
00:09:56,184 --> 00:09:57,368
ก็จะมีโค้ด

176
00:09:57,568 --> 00:09:58,306
ต่อมา

177
00:10:00,016 --> 00:10:02,795
จะมีการประกาศตัวแปรเพิ่มมาอีก 1

178
00:10:02,972 --> 00:10:06,486
ตัวที่ชื่อว่า Player เพราะอะไรเพราะเวลาเล่น

179
00:10:07,787 --> 00:10:11,517
มันก็จะเท่ากับมี 2 คนคือคนนึงเป็น x

180
00:10:12,041 --> 00:10:14,180
คนนึงเป็นโอใช่ไหมคะ

181
00:10:14,453 --> 00:10:15,117
เห็นไหม

182
00:10:16,739 --> 00:10:20,078
ก็คืออันนี้ถ้า x หมายถึงผู้เล่นคนที่ 1

183
00:10:19,923 --> 00:10:23,796
ข้อใดหมายถึงผู้เล่นคนที่ 2 นั่นเองนะคะ

184
00:10:24,401 --> 00:10:25,227
เพราะฉะนั้น

185
00:10:25,731 --> 00:10:26,727
Player

186
00:10:27,032 --> 00:10:32,126
พอประกาศตัวแปรกำหนดค่าเริ่มต้นมันก็เริ่มจากคนแรกเสมอนะคะ

187
00:10:38,985 --> 00:10:39,257

188
00:10:39,440 --> 00:10:39,989
นะคะ

189
00:10:40,432 --> 00:10:41,184
พอคลิก

190
00:10:41,303 --> 00:10:43,550
ไปนี่ก็แสดงว่ามา

191
00:10:43,759 --> 00:10:45,434
ถ้ามาร์คลงไปปุ๊บนี่

192
00:10:47,623 --> 00:10:49,167
คนแรกก็คือ

193
00:10:49,400 --> 00:10:50,806
คนที่ 1 นะคะ

194
00:10:50,950 --> 00:10:55,881
คนต่อไปก็คือจะเป็นตำแหน่งของคนที่ 2 ที่เขาคลิกเขาจะมา

195
00:10:55,940 --> 00:10:57,516
สามารถคลิกได้นะคะ

196
00:10:58,419 --> 00:11:02,149
ที่นี้ในครั้งก่อนที่เราใช้คำสั่ง Print

197
00:11:02,192 --> 00:11:03,175
มาร์คไว้

198
00:11:03,826 --> 00:11:04,137

199
00:11:04,162 --> 00:11:06,163
เราจะลบมันออกได้

200
00:11:06,766 --> 00:11:08,798
เพราะว่าเดี๋ยวเราจะมาทำตัวมาร์ค

201
00:11:08,923 --> 00:11:12,114
ก็คือในครั้งก่อนมันจะไม่มีตัว x

202
00:11:12,212 --> 00:11:16,163
ตัวขึ้นมาครั้งนี้เราจะเริ่มมาทำ x กับ

203
00:11:16,282 --> 00:11:18,837
โอนี่นะคะเพื่อจะให้มัน

204
00:11:19,721 --> 00:11:24,875
พอเวลาเรามักลงไปว่าคนที่ 1 เป็นเอ็กซ์นี่คลิกลงไปตรงนี้

205
00:11:25,279 --> 00:11:26,742
เอ็งก็จะต้องขึ้นมา

206
00:11:27,121 --> 00:11:32,214
คนที่ 2 เป็นโอคลิกลงไปตรงนี้โอก็จะต้องขึ้นมาอย่างนี้นะคะ

207
00:11:35,937 --> 00:11:36,296

208
00:11:36,069 --> 00:11:38,157
เพราะฉะนั้นเราก็จะลบ

209
00:11:38,689 --> 00:11:43,524
ลบไอ้มาร์คครั้งเก่าไปเพราะว่าไม่ได้ใช้นะคะจะทำการลบออก

210
00:11:44,539 --> 00:11:48,238
ที่นี้สิ่งที่เราจะทำในขั้นตอนต่อมาก็คือ

211
00:11:48,365 --> 00:11:49,615
รอ Marc

212
00:11:49,889 --> 00:11:57,108
กำหนดฟังช่างกำหนดฟังก์ชันก็คือเพื่อสร้างอะไรเพื่อสร้างเห็นไหมคะสร้างตัว X ดูไว

213
00:11:57,181 --> 00:11:58,644
กำหนดสีเขียวเป็น x

214
00:11:59,470 --> 00:12:04,323
ตัวที่เราสร้างสีแดงจะเป็นตัวให้สีแดงเป็นตัวโอนะคะ

215
00:12:05,566 --> 00:12:07,625
ก็จะมีการกำหนดค่าสี

216
00:12:09,612 --> 00:12:12,471
อ้าวลืมแก้ความจริงต้องเป็น

217
00:12:12,933 --> 00:12:13,779
Green

218
00:12:13,882 --> 00:12:14,968
เรทนะคะ

219
00:12:18,643 --> 00:12:20,675
สีเขียวกับสีแดงนะคะ

220
00:12:22,203 --> 00:12:22,824
นี่

221
00:12:23,460 --> 00:12:24,507
ให้ดู

222
00:12:25,498 --> 00:12:27,490
ว่าพอเวลาเราว่า

223
00:12:28,134 --> 00:12:32,172
เพราะเมื่อเรากำหนดนี่มันก็จะไปเช็คค่าเห็นไหมคะ

224
00:12:32,278 --> 00:12:35,182
โดยมีเงื่อนไขว่าตำแหน่งตำแหน่งที่ x

225
00:12:35,510 --> 00:12:38,265
โพสต์นี่เริ่มที่ศูนย์นี่นะคะ

226
00:12:38,897 --> 00:12:39,940
เมื่อเรา

227
00:12:40,281 --> 00:12:41,129
กินไหมคะ

228
00:12:41,805 --> 00:12:44,459
ถ้าวาด x ก็คือใช้คำสั่ง

229
00:12:44,589 --> 00:12:45,176
y

230
00:12:45,514 --> 00:12:46,049
นะคะ

231
00:12:46,189 --> 00:12:49,055
Doll Eye ก็คือว่าเส้นเห็นไหมคะ

232
00:12:49,137 --> 00:12:51,988
ก็เลยต้องว่า 2 เส้นเพราะว่าต้องให้มัน

233
00:12:53,179 --> 00:12:54,805
ทแยงนึกออกนะ

234
00:12:55,219 --> 00:12:57,340
ตำแหน่งที่วาดก็จะอยู่ตาม

235
00:12:57,223 --> 00:12:58,787
ตัวอย่างนะคะ

236
00:12:59,001 --> 00:13:00,045
เดี๋ยวจะบอก

237
00:13:01,168 --> 00:13:02,432
ในตอนโค้ดดิ้ง

238
00:13:04,588 --> 00:13:04,833

239
00:13:05,231 --> 00:13:06,237
การใช้

240
00:13:06,789 --> 00:13:10,904
วิธีวาดตัว x ของเราก็คือใช้คำสั่งวาดเส้นนะคะ

241
00:13:11,313 --> 00:13:13,129
ส่วนตัวของเรา

242
00:13:13,703 --> 00:13:16,121
เราจะใช้คำสั่งรอ

243
00:13:16,228 --> 00:13:16,978
ขึ้น

244
00:13:17,429 --> 00:13:18,399
เห็นไหมคะ

245
00:13:18,633 --> 00:13:27,829
ฟังก์ชัน Circle เป็นฟังก์ชันสำหรับการวาดวงกลมนั่นเองนะคะมันก็จะมีรูปแบบของมันเดี๋ยวอธิบายตอนโคดดิ้งอีกทีนึง

246
00:13:28,246 --> 00:13:32,541
ให้ดูคร่าวๆก่อนว่าเราจะทำอะไรในช่องตารางนี้

247
00:13:33,354 --> 00:13:35,233
จะทำอะไรลงไปในนี้ได้บ้าง

248
00:13:37,853 --> 00:13:38,759
แล้วทีนี้

249
00:13:39,180 --> 00:13:40,230
เมื่อทำแล้ว

250
00:13:43,188 --> 00:13:49,085
ก็คือถ้าถ้าแค่นี้ถ้าถึงแค่นี้ตัวนี้มันจะวาดแค่ 1 อันใช่ไหม

251
00:13:49,616 --> 00:13:52,515
เพราะฉะนั้นในช่องตารางเรามันมีทั้งหมด

252
00:13:53,181 --> 00:13:53,600
นี่

253
00:13:54,119 --> 00:13:55,156
9ช่องนี่

254
00:13:55,498 --> 00:13:57,772
ทำอย่างไรจะให้มันวาดได้

255
00:13:57,938 --> 00:13:59,636
ครบทั้ง 9 ใช่ไหมคะ

256
00:14:00,649 --> 00:14:02,052
เราก็จะต้องทำ

257
00:14:02,208 --> 00:14:07,505
รูปให้มันใช่ไหมคะก็คือให้มันทำซ้ำคลิกซ้ำได้ใช่ไหมคะ

258
00:14:07,899 --> 00:14:09,734
คลิกซ้ำได้เพื่อวนรอบ

259
00:14:09,785 --> 00:14:10,744
การวา

260
00:14:10,892 --> 00:14:13,477
ก็คือคนที่ 1 กลับมาเล่นได้อีกครั้งหนึ่ง

261
00:14:14,957 --> 00:14:17,191
แต่เล่นได้ไม่เกินเท่าไหร่คะ

262
00:14:17,450 --> 00:14:19,589
มันจะมีตัวเช็คให้นะคะนี่

263
00:14:19,905 --> 00:14:20,998
พอเรา

264
00:14:21,116 --> 00:14:22,516
เขียนฟังก์ชันนี้เสร็จ

265
00:14:23,752 --> 00:14:27,158
คราวนี้เราจะไม่ลืมแล้วครั้งที่แล้วเราจะรอ

266
00:14:27,379 --> 00:14:27,679

267
00:14:27,972 --> 00:14:29,339
เราไม่เรียกมันมาใช้

268
00:14:29,544 --> 00:14:32,326
ก็คือทุกครั้งที่เราสร้างฟังก์ชันเสร็จนี่

269
00:14:32,712 --> 00:14:34,330
เราจะเรียกมันมาใช้งาน

270
00:14:35,132 --> 00:14:37,282
เพราะไม่เรียกมันมาใช้งานก็เท่ากับ

271
00:14:37,793 --> 00:14:39,050
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

272
00:14:39,289 --> 00:14:39,801
นะคะ

273
00:14:40,455 --> 00:14:42,536
เราก็จะเรียกมันมาใช้งานนะคะ

274
00:14:44,731 --> 00:14:46,740
ตอนนี้สมาชิกครบแล้ว

275
00:14:47,027 --> 00:14:48,016
รอเปิดเครื่อง

276
00:14:48,439 --> 00:14:48,930
นะคะ

277
00:14:50,838 --> 00:14:52,526
เดี๋ยวอธิบายต่อไปก่อน

278
00:14:52,619 --> 00:14:54,654
ใบเตยเสร็จหรือยังของใบเตย

279
00:14:57,043 --> 00:14:58,666
ใบเตยโค้ดเสร็จหรือยัง

280
00:15:02,236 --> 00:15:02,708
นะคะ

281
00:15:04,781 --> 00:15:05,617
เห็นไหมคะ

282
00:15:06,327 --> 00:15:11,397
เพราะว่าได้แล้วเราก็ต้องเช็คให้ได้ด้วยว่าใครจะเป็นคนชนะ

283
00:15:11,519 --> 00:15:12,819
ก็คือเราจะ

284
00:15:13,518 --> 00:15:14,938
สร้างฟังก์ชัน

285
00:15:15,391 --> 00:15:17,079
สำหรับเช็คผู้ชนะ

286
00:15:17,249 --> 00:15:17,767
นะคะ

287
00:15:18,141 --> 00:15:20,077
หรือชื่อฟังก์ชันว่า

288
00:15:20,328 --> 00:15:21,328
เช็ค winner

289
00:15:21,946 --> 00:15:24,506
วิธีการเช็คจะเช็คไปตามแถวก่อน

290
00:15:27,370 --> 00:15:28,833
เช็คตามนี้นะคะ

291
00:15:29,140 --> 00:15:29,679
แกน

292
00:15:29,797 --> 00:15:30,833
แถวนี้

293
00:15:31,125 --> 00:15:31,518
ไป

294
00:15:32,006 --> 00:15:33,049
ว่า x

295
00:15:33,300 --> 00:15:34,015
กวางครบ

296
00:15:34,681 --> 00:15:37,061
ตามหลักของ EXO ก็คือ

297
00:15:37,444 --> 00:15:39,651
ใครที่วางตัว X

298
00:15:39,862 --> 00:15:41,046
หรือตัวครบ

299
00:15:41,487 --> 00:15:42,473
3 ตัว

300
00:15:42,764 --> 00:15:43,585
ใช่หรือเปล่า

301
00:15:44,664 --> 00:15:46,192
ถึงจะเป็นคนชนะ

302
00:15:46,360 --> 00:15:47,219
ใช่ไหมคะ

303
00:15:47,603 --> 00:15:48,444
เหมือนอย่างนี้

304
00:15:49,109 --> 00:15:51,948
ยังไม่มีใครชนะเดี๋ยวให้ดูนะคะสมมติ

305
00:16:01,574 --> 00:16:02,753
นี่เห็นไหมคะ

306
00:16:03,695 --> 00:16:05,225
สีแดงถึงก่อน

307
00:16:06,058 --> 00:16:08,323
ก็คือสีแดงโอเค

308
00:16:08,863 --> 00:16:09,977
มันก็ขึ้นว่า

309
00:16:10,164 --> 00:16:11,950
Player 2 Win

310
00:16:12,398 --> 00:16:13,928
ให้แสดงข้อความว่า

311
00:16:14,651 --> 00:16:18,713
ผู้ชนะคือคนที่ 2 คนเล่นผู้เล่นคนที่ 2 นะคะ

312
00:16:19,623 --> 00:16:20,353
แล้วทีนี้

313
00:16:20,822 --> 00:16:23,266
ถ้าต้องการเล่นซ้ำกดที่

314
00:16:23,398 --> 00:16:24,351
Play Again

315
00:16:24,792 --> 00:16:25,332
ก็จะ

316
00:16:26,019 --> 00:16:28,531
เคลียร์หน้าจอทั้งหมดแล้วให้เล่นซ้ำได้

317
00:16:29,989 --> 00:16:31,177
วิธีการเช็ค

318
00:16:31,390 --> 00:16:33,098
เขาจะเช็คไปตามแถว

319
00:16:32,983 --> 00:16:35,025
แถวที่ 1 ครบไหม

320
00:16:35,555 --> 00:16:37,961
มี x หรือโอนครบ 3 ตัวไหม

321
00:16:38,038 --> 00:16:39,528
แถวที่ 2 มีครบไหม

322
00:16:39,751 --> 00:16:41,236
3 ตัวไหมเห็นไหม

323
00:16:41,384 --> 00:16:42,437
สงสารน่ะ

324
00:16:42,585 --> 00:16:44,070
ผลรวมมันจะอยู่ที่ 3

325
00:16:44,310 --> 00:16:46,096
เพราะอะไรเพราะช่อง

326
00:16:46,235 --> 00:16:48,405
ช่องของตาราง XO เรา

327
00:16:49,041 --> 00:16:50,153
มีตามแถว

328
00:16:50,496 --> 00:16:52,323
ว่ามี 3 ช่องใช่ไหมคะ

329
00:16:52,614 --> 00:16:55,347
ตามคอลัมน์ก็มี 3 ช่องใช่ไหมคะ

330
00:16:55,458 --> 00:16:57,362
มันต้องเช็คไปทั้ง 3 แถว

331
00:16:57,940 --> 00:17:01,644
แล้วนอกจากเช็คตามแถวแล้วเราต้องเช็คตามแนวด้วย

332
00:17:02,008 --> 00:17:03,234
แนวทะแยงได้ด้วย

333
00:17:03,461 --> 00:17:04,220
หรือคลอส

334
00:17:04,330 --> 00:17:04,664

335
00:17:05,419 --> 00:17:06,188
ใช่ไหมคะ

336
00:17:06,512 --> 00:17:06,915
เพราะ

337
00:17:07,041 --> 00:17:11,604
ตามหลักของ EXO ก็คือเรียงเรียงตามแนวทะแยงอย่างนี้

338
00:17:11,891 --> 00:17:12,380
ได้

339
00:17:12,688 --> 00:17:13,458
นึกออกนะ

340
00:17:14,265 --> 00:17:14,678
ลืม

341
00:17:18,702 --> 00:17:20,109
อันนี้เอาใหม่เอาใหม่

342
00:17:20,595 --> 00:17:22,925
เรียงตามแนวทะแยงเช่น

343
00:17:23,087 --> 00:17:23,364

344
00:17:23,236 --> 00:17:27,501
นี่

345
00:17:27,740 --> 00:17:28,446
เห็นไหมคะ

346
00:17:30,672 --> 00:17:31,273
อันนี้

347
00:17:31,670 --> 00:17:36,583
คือตอนนี้ให้ตัวเองเล่นเองคนเดียวมันก็เลยดับทางกันเองได้

348
00:17:37,020 --> 00:17:39,619
แต่ถ้าเราไปกำหนดเงื่อนไขเพิ่ม

349
00:17:39,763 --> 00:17:40,309
ว่า

350
00:17:40,784 --> 00:17:43,920
เหมือนให้คนเล่นเข้ามาเล่นได้ 2 คนอย่างนี้นะคะ

351
00:17:44,284 --> 00:17:47,480
มันต้องใช้วิธีการอย่างไรอะไรอย่างไรนี่

352
00:17:47,717 --> 00:17:48,077
ตอบ

353
00:17:48,921 --> 00:17:50,497
เป็นขั้นตอนต่อไป

354
00:17:50,787 --> 00:17:56,500
สกิลการใช้งานก็จะเพิ่มขึ้นอันนี้เอาให้รู้ basic มันก่อนว่าจะให้

355
00:17:57,193 --> 00:18:00,336
มันเกิดสิ่งพวกนี้ขึ้นมาได้แล้วทำอะไรบ้างนะคะ

356
00:18:00,964 --> 00:18:02,410
มีเช็คตามแถว

357
00:18:03,185 --> 00:18:03,695
นะคะ

358
00:18:05,735 --> 00:18:08,208
แล้วต้องมาประกาศตัวแปรให้ผู้ชนะ

359
00:18:08,661 --> 00:18:10,563
ประกาศตัวแปรให้เวลา

360
00:18:11,028 --> 00:18:13,250
เกมหรือเกมส์โอเวอร์นั่นเอง

361
00:18:13,535 --> 00:18:13,964
นะคะ

362
00:18:14,434 --> 00:18:14,965
ด้วย

363
00:18:15,595 --> 00:18:17,946
เพราะจะได้เก็บค่าข้อมูลไว้ว่า

364
00:18:18,339 --> 00:18:19,535
ใครคือผู้ชนะ

365
00:18:20,143 --> 00:18:21,311
ผู้ชนะเป็นใคร

366
00:18:21,689 --> 00:18:24,139
คนแพ้จบเกมเป็นอะไรนะคะ

367
00:18:25,901 --> 00:18:26,563
นี่นะคะ

368
00:18:26,820 --> 00:18:28,228
เช็คยังไม่เสร็จนะคะ

369
00:18:28,478 --> 00:18:30,325
เช็คแถวเช็คคอลัมน์

370
00:18:31,137 --> 00:18:34,366
เช็คตามคอลัมน์เห็นไหมแกน Y นะคะ

371
00:18:35,515 --> 00:18:38,808
และสุดท้ายก็จะเช็คตามแนวทะแยงหรือ Cross

372
00:18:39,452 --> 00:18:41,000
อันนี้จะเล็กเพราะว่า

373
00:18:41,308 --> 00:18:44,071
โคตรมันยาวแต่ตอนเราคีย์

374
00:18:44,516 --> 00:18:45,927
คีย์ต่ำ

375
00:18:46,158 --> 00:18:48,322
ไอ้นี่อยู่แล้วก็จะเห็นอยู่นะคะ

376
00:18:49,650 --> 00:18:52,951
แล้วมีสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาเรียกใช้งาน

377
00:18:53,140 --> 00:18:54,946
มันชื่อ keyword ที่ว่า

378
00:18:55,295 --> 00:18:56,662
ที่เรียกว่า Global

379
00:18:57,346 --> 00:18:58,516
มันจะเป็น keyword

380
00:18:58,744 --> 00:19:00,397
ที่ใช้เรียกสำหรับ

381
00:19:00,594 --> 00:19:01,598
เรียกตัวแปร

382
00:19:02,150 --> 00:19:05,046
ตัวแปรที่อยู่ข้างนอกน่ะมาใช้งานนะคะ

383
00:19:10,460 --> 00:19:11,378
เมื่อเรา

384
00:19:11,906 --> 00:19:13,817
เมื่อเราสร้างฟังก์ชันนี้เสร็จ

385
00:19:14,075 --> 00:19:15,782
เราก็ต้องเรียกใช้มัน

386
00:19:15,952 --> 00:19:18,335
แต่ทีนี้มันจะไม่ได้เรียกใช้

387
00:19:18,733 --> 00:19:20,020
อยู่ตำแหน่งปกติ

388
00:19:20,570 --> 00:19:21,992
มันจะเรียกใช้เมื่อ

389
00:19:22,264 --> 00:19:28,103
มันจะมีการคลิกเมาส์หรืออะไรแล้วตำแหน่งที่เรียกใช้ต้องเรียกเช็คตำแหน่งด้วยนะคะ

390
00:19:28,283 --> 00:19:33,248
บางทีก็ใส่ตรงที่ 1 บางทีก็ใส่ตรงที่ 1 ไม่เหมือนกันนะคะ

391
00:19:34,427 --> 00:19:34,670

392
00:19:34,801 --> 00:19:37,369
สิ่งที่เราจะทำต่อไปก็คือ

393
00:19:37,619 --> 00:19:39,142
ให้มันเช็คเวลา

394
00:19:40,091 --> 00:19:41,418
เกมจบเกมน่ะ

395
00:19:41,820 --> 00:19:42,872
Game Over

396
00:19:43,206 --> 00:19:43,757
หรือจบ

397
00:19:43,873 --> 00:19:47,720
สิ้นสุดเกมนั่นเองก็คือเล่นครบ 9 ช่องแล้วนะคะ

398
00:19:48,140 --> 00:19:48,391

399
00:19:48,503 --> 00:19:50,354
ก็ต้องมากำหนดเงื่อนไขให้

400
00:19:50,902 --> 00:19:51,396
นะคะ

401
00:19:56,352 --> 00:19:58,484
กำหนดเพื่ออะไรกำหนดเพื่อ

402
00:19:58,940 --> 00:20:00,026
สมมุติว่า

403
00:20:05,479 --> 00:20:07,385
แสดงว่าเมื่อกี้ปิดไปแล้ว

404
00:20:12,819 --> 00:20:13,447
ไม่สมมติ

405
00:20:13,585 --> 00:20:15,201
ไม่สมมติแล้วเปิดให้ดูเลย

406
00:20:16,068 --> 00:20:16,681
คือ

407
00:20:16,913 --> 00:20:19,218
คือเช็ค 9ช่องแล้วก็คือ

408
00:20:19,673 --> 00:20:24,058
ตอนตอนคำสั่งนี้นะคะตอนคำสั่งที่กำหนดรูปแบบฟอนต์นี่

409
00:20:24,341 --> 00:20:29,683
มีมาเพื่ออะไรให้ดูนะคะก็คืออยู่ดีๆนี่ถ้ากดไปอย่างนี้

410
00:20:34,329 --> 00:20:35,573
จะครบไหมไม่ครบ

411
00:20:35,785 --> 00:20:36,105

412
00:20:36,673 --> 00:20:41,395
คำสั่ง font จะใช้เพื่อแสดงข้อความที่เราต้องการให้ปรากฏ

413
00:20:41,495 --> 00:20:42,562
อย่างนี้ขึ้นมา

414
00:20:42,776 --> 00:20:43,453
เห็นไหมคะ

415
00:20:45,759 --> 00:20:51,732
ประกาศตัวแปรชื่อว่าฟอนต์แล้วก็บอกว่าให้เลือกฟังก์ชันของขวัญมาใช้นะคะ

416
00:20:51,547 --> 00:20:54,651
แล้วก็กำหนดตำแหน่งให้มันขึ้นอยู่ตรงไหน

417
00:20:55,260 --> 00:20:57,460
มีค่าเป็นค่าว่างนะคะ

418
00:20:58,291 --> 00:20:58,992
ก็คือ

419
00:20:59,304 --> 00:21:02,728
คำสั่งนี้ฟอนต์นี่จะเปลี่ยนไปตามที่เรา

420
00:21:03,980 --> 00:21:05,844
เงื่อนไขของเรานั่นเองนะคะ

421
00:21:06,460 --> 00:21:06,829
นี่

422
00:21:07,600 --> 00:21:08,173
เห็นไหม

423
00:21:08,656 --> 00:21:09,825
รอ Winner นี่

424
00:21:10,058 --> 00:21:11,204
หมายถึงให้

425
00:21:11,799 --> 00:21:14,079
ให้เว่าหรือแสดงข้อความน่ะ

426
00:21:14,207 --> 00:21:14,700
บอก

427
00:21:14,912 --> 00:21:15,984
เมื่อผู้เล่นชนะ

428
00:21:16,138 --> 00:21:16,943
เห็นไหมคะ

429
00:21:17,697 --> 00:21:18,450
ก็คือ

430
00:21:18,739 --> 00:21:22,020
เรากำหนด font เพื่อให้มันแสดงส่วนนั้นขึ้นมา

431
00:21:23,829 --> 00:21:24,552
นี่นะคะ

432
00:21:24,917 --> 00:21:25,878
มีการทำ

433
00:21:25,991 --> 00:21:27,118
กรอบให้มันด้วย

434
00:21:27,383 --> 00:21:27,715

435
00:21:29,014 --> 00:21:31,324
มีข้อความเดี๋ยวจะดูยาก

436
00:21:31,950 --> 00:21:33,867
ใส่กรอบเข้าไปอย่างนี้นะคะ

437
00:21:37,769 --> 00:21:38,568
นี่นะคะ

438
00:21:38,764 --> 00:21:40,869
เราก็มากำหนดสี

439
00:21:41,354 --> 00:21:42,257
สีน้ำเงิน

440
00:21:42,714 --> 00:21:44,468
เพื่อเป็นสีของข้อความ

441
00:21:51,405 --> 00:21:52,024
นะคะ

442
00:21:52,435 --> 00:21:53,398
นี่คือ

443
00:21:53,817 --> 00:21:58,586
ตรงฟังก์ชันนี้จะเป็นให้แสดงกล่องข้อความเมื่อเวลาเราเล่น

444
00:21:59,225 --> 00:21:59,710
เสร็จ

445
00:22:00,441 --> 00:22:01,685
เล่นจบเกมนี้

446
00:22:02,269 --> 00:22:03,288
เล่นครบนี่

447
00:22:03,448 --> 00:22:03,971
นะคะ

448
00:22:13,023 --> 00:22:13,515
นี่

449
00:22:13,800 --> 00:22:15,876
พอทุกครั้งบอกแล้วเมื่อ

450
00:22:16,488 --> 00:22:19,727
สร้างฟังก์ชันใดเสร็จอย่าลืมเรียกใช้มัน

451
00:22:20,089 --> 00:22:20,543
นะคะ

452
00:22:23,747 --> 00:22:29,940
ก่อนจะเรียกใช้มันต้องเช็คก่อนว่าไอ้ถ้า Game Over จริงเห็นไหมคะ

453
00:22:30,639 --> 00:22:31,221
ทูล

454
00:22:31,362 --> 00:22:32,782
มันถึงจะไปใช้

455
00:22:33,262 --> 00:22:35,448
เรียกใช้ฟังก์ชันนี้ขึ้นมานะคะ

456
00:22:35,561 --> 00:22:40,088
ก็คือโปรแกรมมันจะเช็คก่อนว่าเราเล่นไปจนครบ 9 ช่องแล้ว

457
00:22:40,442 --> 00:22:42,537
มันก็จะขึ้นตัวนี้ขึ้นมานะคะ

458
00:22:50,743 --> 00:22:51,887
สร้าง winner

459
00:22:53,559 --> 00:22:56,483
แล้วก็สร้าง Play Again สร้าง 2 ปุ่ม

460
00:22:56,858 --> 00:22:59,468
สังเกตมันจะมี 2 ปุ่มเห็นไหมคะ

461
00:23:00,404 --> 00:23:01,156
2 กรอบ

462
00:23:01,731 --> 00:23:02,695
ข้อความ

463
00:23:02,863 --> 00:23:07,183
กรอบข้อความแรกแสดงผู้ชนะกรอบข้อความที่ 2

464
00:23:07,764 --> 00:23:14,919
คือเมื่อเล่นจบไม่ใช้ถ้าไม่มี Play Again นี่มันจะปิดไปเลยเกมมันจะจบไปเลยเล่นซ้ำไม่ได้

465
00:23:15,170 --> 00:23:19,630
แต่บางทียังอยากเล่นต่อเพราะฉะนั้นมันต้องมีเพลียเย็นให้

466
00:23:19,815 --> 00:23:20,551
นึกออกนะ

467
00:23:20,445 --> 00:23:22,570
เล่นอีกเล่นอีกรอบนึง

468
00:23:22,698 --> 00:23:25,938
เล่นใหม่อะไรอย่างนี้นะคะก็คือเพลง again

469
00:23:29,016 --> 00:23:31,114
ก็จะสร้างแบบเดียวกันนะคะ

470
00:23:31,002 --> 00:23:33,428
แต่รูปแบบนี้เห็นไหม

471
00:23:33,824 --> 00:23:34,910
มีการสร้าง

472
00:23:36,429 --> 00:23:40,974
รูปสี่เหลี่ยมขึ้นมาด้วยกรอบสี่เหลี่ยมขึ้นมากำหนดค่าให้

473
00:23:41,493 --> 00:23:42,902
กับตัวแปรที่ชื่อ

474
00:23:43,617 --> 00:23:45,035
Again Later

475
00:23:45,377 --> 00:23:45,911
นะคะ

476
00:23:46,235 --> 00:23:46,633
เท่ากับ

477
00:23:48,013 --> 00:23:52,398
สี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเองนะคะแล้วก็ตามด้วยขนาดของมันนะคะ

478
00:23:58,528 --> 00:24:03,273
เดี๋ยวพอสร้างเสร็จในแต่ละส่วนจะมีให้ลองรันดูนะคะ

479
00:24:03,586 --> 00:24:05,322
ดันโค้ดดิ้งดูนะคะ

480
00:24:08,823 --> 00:24:11,526
เพราะฉะนั้นพอเมื่อใดที่มีการ

481
00:24:12,468 --> 00:24:12,787
คลิป

482
00:24:12,945 --> 00:24:14,447
แปลกเจนี่นะคะ

483
00:24:15,336 --> 00:24:18,881
ก็หมายถึงให้เล่นใหม่มันต้องทำการรีเซ็ต

484
00:24:19,758 --> 00:24:21,740
แล้วพอกด Play Again ปุ๊บ

485
00:24:22,041 --> 00:24:23,027
เพราะ Reset

486
00:24:23,362 --> 00:24:30,694
ค่าทั้งหมดทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นก็คือค่าของตัวมาร์คค่าของตำแหน่งค่าของ player winner

487
00:24:30,948 --> 00:24:34,133
ก็คือเพราะม้าก็คือตัว XO ใช่ไหมคะเพราะ

488
00:24:34,165 --> 00:24:35,810
ก็คือตำแหน่งที่จะเริ่ม

489
00:24:37,480 --> 00:24:38,238
มาร์คจุด

490
00:24:38,621 --> 00:24:42,064
เข้าไปแล้วก็ Player ก็คือผู้เล่นคนแรก

491
00:24:42,646 --> 00:24:44,601
เริ่มที่ผู้เล่นคนแรกเสมอนี่

492
00:24:44,984 --> 00:24:46,153
มันจะต้องรีเซ็ต

493
00:24:47,015 --> 00:24:47,765
เพื่อให้

494
00:24:48,058 --> 00:24:48,401

495
00:24:48,549 --> 00:24:48,873

496
00:24:49,065 --> 00:24:49,852
เห็นไหมคะ

497
00:24:50,445 --> 00:24:51,916
กระดาน XO เรา

498
00:24:52,185 --> 00:24:53,451
ต้องเคลียร์ออก

499
00:24:53,627 --> 00:24:56,580
กระดานปาเป้าอีกครั้งหนึ่งเพื่อเล่นใหม่ได้

500
00:25:01,486 --> 00:25:02,152
อย่างนี้

501
00:25:02,534 --> 00:25:02,890
นะ

502
00:25:04,363 --> 00:25:04,858
นะคะ

503
00:25:06,551 --> 00:25:08,779
ก็จะมีการเผื่อค่าด้วย

504
00:25:09,043 --> 00:25:09,564
นะคะ

505
00:25:10,106 --> 00:25:12,452
รีเซ็ตค่านั่นเองคืนค่ากลับ

506
00:25:12,504 --> 00:25:14,632
ไปให้มันกลับไปเริ่มใหม่

507
00:25:14,950 --> 00:25:16,145
เริ่มค่าใหม่นะคะ

508
00:25:19,081 --> 00:25:19,337

509
00:25:19,519 --> 00:25:21,244
และสุดท้ายท้ายที่สุด

510
00:25:27,240 --> 00:25:28,059
มันจะเช็ค

511
00:25:28,922 --> 00:25:31,058
อากาศทางตำแหน่งในการมาร์ค

512
00:25:31,119 --> 00:25:36,281
ที่มาปรากฏเห็นไหมคะลบออกให้หมดเลยเคลียร์ออกอันนี้ให้ดูทีละท่อน

513
00:25:36,997 --> 00:25:38,260
นะคะเห็นไหม

514
00:25:39,111 --> 00:25:41,090
นี่คือสุดท้ายเคลียร์ให้หมด

515
00:25:41,999 --> 00:25:43,725
เคลียร์ค่าทั้งหมดทั้งปวง

516
00:25:44,139 --> 00:25:46,051
ว่าจะสามารถรันได้

517
00:25:46,596 --> 00:25:47,177
นะคะ

518
00:25:47,499 --> 00:25:48,309
ทดสอบ

519
00:25:48,464 --> 00:25:50,353
สอบถามสุดท้ายก็จะเป็นตัวนี้

520
00:25:50,720 --> 00:25:52,048
พร้อมจะคลอดหรือยัง

521
00:25:53,907 --> 00:25:54,888
รอใครอยู่

522
00:25:57,498 --> 00:25:59,071
ส่วนน้อยยังไม่เปิดหรือ

523
00:26:16,893 --> 00:26:17,196

524
00:26:17,353 --> 00:26:19,071
ตอนนี้ถ้าเปิด

525
00:26:19,167 --> 00:26:24,770
ตามเทคนะคะให้เราไปยังตำแหน่งที่ในครั้งก่อนที่เรา

526
00:26:26,680 --> 00:26:27,801
พิมพ์ไว้

527
00:26:27,992 --> 00:26:30,091
ก็คือจะอยู่ที่ Event

528
00:26:33,508 --> 00:26:34,516
Event ที่

529
00:26:36,110 --> 00:26:36,423
จบ

530
00:26:36,530 --> 00:26:37,693
เจมส์นั่นเอง

531
00:26:38,197 --> 00:26:39,170
Play Game

532
00:26:39,274 --> 00:26:40,563
พริกน่ะเห็นไหม

533
00:26:40,694 --> 00:26:43,596
ไปสอบราม Take เรานะคะเปิดเกม

534
00:26:44,329 --> 00:26:44,846

535
00:26:44,685 --> 00:26:47,433
แล้วให้ไปที่ตำแหน่งที่บอก

536
00:26:50,060 --> 00:26:53,180
อยู่ไหนเอ่ยนี่นี่ๆเห็นไหมคะ

537
00:27:01,581 --> 00:27:03,587
อะไรของข้าพเจ้าหายไป

538
00:27:04,930 --> 00:27:06,210
หายไป 1 บรรทัด

539
00:27:06,538 --> 00:27:08,461
เดชหายอ๋อ

540
00:27:09,035 --> 00:27:09,817
มิน่า

541
00:27:12,414 --> 00:27:12,737

542
00:27:12,821 --> 00:27:14,407
หาเจอหรือยัง

543
00:27:14,805 --> 00:27:20,681
หาตรง Event ทายเกมบรรทัดนี้เจอหรือยังคะเกือบสุดท้าย

544
00:27:20,780 --> 00:27:21,412
ก่อนจบ

545
00:27:22,144 --> 00:27:22,369

546
00:27:22,779 --> 00:27:24,063
อัพเดทหายไปไหน

547
00:27:55,077 --> 00:27:55,315

548
00:27:57,667 --> 00:28:00,681
เราอย่าลืม function Update นะคะ

549
00:28:00,954 --> 00:28:02,827
ของเด็กๆน่าจะยังอยู่

550
00:28:03,401 --> 00:28:04,730
สงสัยเผลอไปลบ

551
00:28:05,130 --> 00:28:06,512
เมื่อกี้ตอนที่รัน

552
00:28:32,765 --> 00:28:33,044

553
00:28:34,667 --> 00:28:34,965

554
00:28:42,566 --> 00:28:42,858

555
00:28:44,345 --> 00:28:45,115
เดี๋ยว

556
00:28:45,792 --> 00:28:49,221
ที่นี้จะรันของครั้งก่อนของเรานะคะ

557
00:28:51,548 --> 00:28:53,116
ครั้งก่อนของเรานี่

558
00:28:53,525 --> 00:28:55,600
มันจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหม

559
00:28:58,189 --> 00:28:59,350
เป็น Mark 9

560
00:28:59,729 --> 00:29:00,512
รอกิน

561
00:29:00,640 --> 00:29:04,620
เรายังไม่ขึ้นใช่ไหมคะเราบอกว่าต้องเรียกใช้งาน

562
00:29:07,960 --> 00:29:09,336
มันจะมี

563
00:29:18,401 --> 00:29:20,337
ในสัปดาห์ที่แล้ว

564
00:29:20,635 --> 00:29:28,202
ก็คือที่เราลืมไปก็คือเราสร้างมันนะมาแล้วแต่เราไม่เรียกใช้มันนะคะ

565
00:29:29,094 --> 00:29:30,695
พอเรียกใช้ปุ๊บ

566
00:29:31,623 --> 00:29:38,209
กินหรือเปล่าขึ้นมาแล้วเราจะมีช่องตารางขึ้นมาแบบนี้ในครั้งก่อนเรามี

567
00:29:38,259 --> 00:29:39,142
ตอนนี้นะคะ

568
00:29:39,604 --> 00:29:40,933
คือเรา

569
00:29:41,160 --> 00:29:42,639
ปางฟังก์ชัน

570
00:29:42,738 --> 00:29:43,319

571
00:29:43,427 --> 00:29:48,531
มาแล้วสร้างตารางมาแล้วแต่ไม่ได้เรียกใช้มันก็เลยไม่ขึ้นในครั้งแรก

572
00:29:49,403 --> 00:29:51,012
ที่สัปดาห์แล้ว

573
00:29:51,443 --> 00:29:59,576
Error ไปนะคะที่นี้สัปดาห์นี้ไม่ลืมแล้วสร้างฟังก์ชันเสร็จเรียกใช้มันทันทีห้ามลืมห้ามลืม

574
00:30:02,215 --> 00:30:07,195
ก่อนอื่นนะคะก่อนอื่นบอกแล้วว่าทุกครั้งก่อนจะเขียนนี่

575
00:30:09,212 --> 00:30:09,456

576
00:30:09,713 --> 00:30:12,956
ควรจะแฮชแท็กก็คือทำ Comment

577
00:30:13,158 --> 00:30:16,067
บอกว่าเราจะทำอะไรในขั้นตอนนี้นะคะ

578
00:30:16,839 --> 00:30:22,449
ในสไลด์บอกว่าเราจะกำหนดเหตุการณ์เมื่อคลิกเมาส์

579
00:30:24,128 --> 00:30:24,697
นะคะ

580
00:30:25,539 --> 00:30:26,667
เพราะฉะนั้น

581
00:30:27,293 --> 00:30:29,842
Comment ของเราก็จะบอกว่า

582
00:30:32,081 --> 00:30:33,767
ใส่แฮชแท็กนะคะ

583
00:30:34,739 --> 00:30:37,428
พิมพ์แฮชแท็กแล้วก็พิมพ์ว่า

584
00:30:44,352 --> 00:30:45,013
กำหนด

585
00:30:47,220 --> 00:30:48,648
Event ก็ได้อ่ะ

586
00:31:05,458 --> 00:31:05,790

587
00:31:05,964 --> 00:31:11,182
กำหนด Event ก็คือกำหนดเหตุการณ์ให้เมื่อมีการคลิกเมาส์นะคะ

588
00:31:12,902 --> 00:31:14,668
จะเอาเป็นภาษาไทยไหม

589
00:31:15,706 --> 00:31:16,929
เดี๋ยวจะงงอีก

590
00:31:17,062 --> 00:31:17,812
อะไร

591
00:31:18,257 --> 00:31:18,559

592
00:31:31,228 --> 00:31:36,275
ก็คือในส่วนนี้เราจะกำหนดเหตุการณ์เมื่อเราทำการคลิก

593
00:31:36,332 --> 00:31:37,258
เมานะคะ

594
00:31:40,757 --> 00:31:42,642
ดูตำแหน่งนะคะ

595
00:31:44,717 --> 00:31:50,502
เงื่อนไขตัวแรกนี่ตัวแรกอยู่ตำแหน่งนี้นะคะแล้วก็เสร็จ

596
00:31:50,668 --> 00:31:50,991

597
00:31:51,132 --> 00:31:51,791
ประโยคมัน

598
00:31:53,609 --> 00:31:56,447
Statement ที่ 2 ของเรานี่เห็นไหม

599
00:31:56,646 --> 00:32:00,705
อยู่ตำแหน่งเดียวกันเพราะว่าเป็นเงื่อนไขคนละตัวแล้วนะคะ

600
00:32:01,630 --> 00:32:02,277
ชีส

601
00:32:03,020 --> 00:32:04,982
จะเริ่มตรงกับตำแหน่ง

602
00:32:05,484 --> 00:32:09,115
อีฟแรกนะคะ 2 ตัวนี้อยู่ตรงเลย

603
00:32:09,483 --> 00:32:12,653
ตำแหน่งนี้จะอยู่ตรงเพราะฉะนั้นเช็คเวลาแถบ

604
00:32:15,154 --> 00:32:18,498
Tab ไป 1 ครั้งเห็นไหมคะ

605
00:32:18,996 --> 00:32:22,702
จะตรงกับ Floor เราจะต้องมาอยู่ตรงกับอีฟ

606
00:32:22,941 --> 00:32:27,660
ต้องแท็กอีกครั้งนึงเห็นไหมตรงแล้วให้ตำแหน่งมันตรงเห็นไหมคะ

607
00:32:29,079 --> 00:32:29,818
เห็นไหม

608
00:32:31,469 --> 00:32:35,198
เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพอรันแล้วเดี๋ยวจะขึ้น

609
00:32:35,399 --> 00:32:37,123
idola เสมอ

610
00:32:37,320 --> 00:32:38,963
ถ้าไม่แท็กอย่าไปกด

611
00:32:39,201 --> 00:32:43,020
Face Bar ให้กด Tab นะบอกว่ากด Tab ให้กด Tab

612
00:32:43,796 --> 00:32:45,568
รู้จักแถบไหม

613
00:32:45,843 --> 00:32:46,799
ปุ่ม Tab น่ะ

614
00:32:48,753 --> 00:32:52,061
ต่างกันนะคะระหว่างกด Space Bar กับ

615
00:32:52,217 --> 00:32:52,686
แท็ก

616
00:32:52,949 --> 00:32:58,479
มันจะต่างกันเพราะคอมพิวเตอร์มันรู้นะคะมันอ่านค่าคีย์บอร์ดได้

617
00:32:58,978 --> 00:32:59,916
เพราะฉะนั้น

618
00:33:00,458 --> 00:33:01,758
ถ้าบอกให้กด Tab

619
00:33:02,255 --> 00:33:03,608
ต้องกด Tab นะคะ

620
00:33:05,306 --> 00:33:08,707
กด Space Bar ค่อยกด Space Bar นะ

621
00:33:09,264 --> 00:33:12,309
เริ่มด้วยฟังก์ชัน If เสมอ

622
00:33:12,777 --> 00:33:15,790
เพราะเมื่อกำหนดเหตุการณ์จะต้องใช้ IS

623
00:33:15,924 --> 00:33:17,462
เป็นตัวกำหนดใช่ไหม

624
00:33:18,185 --> 00:33:18,614
Click

625
00:33:19,820 --> 00:33:20,931
เฮ้ยพิมพ์

626
00:33:22,050 --> 00:33:23,566
พิมพ์ไอปุ๊บ

627
00:33:24,965 --> 00:33:25,447
เฮ้ย

628
00:33:25,565 --> 00:33:26,057
เปลี่ยน

629
00:33:27,950 --> 00:33:29,787
ไอ้ปุ๊เห็นไหมคะ

630
00:33:30,065 --> 00:33:30,350

631
00:33:31,048 --> 00:33:33,327
อีฟที่เราเลือกก็คือ

632
00:33:33,452 --> 00:33:34,461
connection

633
00:33:35,342 --> 00:33:37,022
ไม่ใช่ Key IS keyword

634
00:33:37,099 --> 00:33:37,744
นะคะ

635
00:33:37,872 --> 00:33:39,782
เราจะเลือกคลิป connection

636
00:33:40,253 --> 00:33:47,025
เพราะอะไรเพราะถ้าเรื่องอีฟอันนี้ปุ๊บเห็นไหมระยะเยื้องมันจะขึ้นมาให้เราจะได้ไม่เกิดปัญหา

637
00:33:47,661 --> 00:33:51,796
identification อีกนะคะเวลา Error error

638
00:33:52,173 --> 00:33:55,245
หรือไอเด็น Error นี้จะไม่เกิดขึ้น

639
00:33:55,363 --> 00:33:57,015
แล้วตามด้วยอะไร

640
00:33:57,353 --> 00:34:01,205
เหมือนเดิมเพราะเราบอกว่า Event เราจะกำหนด Event นะคะ

641
00:34:01,838 --> 00:34:03,737
ดูในสไลด์นี่เห็นไหม

642
00:34:06,384 --> 00:34:08,517
Event ท้ายเสมอเลย

643
00:34:08,965 --> 00:34:10,966
เมื่อพิมพ์ใช่ไหมคะ

644
00:34:11,196 --> 00:34:11,675
เท่ากับ

645
00:34:11,974 --> 00:34:12,507
เท่ากับ

646
00:34:13,325 --> 00:34:17,579
แต่ตัวที่ฟังก์ชันที่เราจะเรียกมาตรวจสอบก็คือ

647
00:34:17,695 --> 00:34:18,790
ฟังก์ชั่นเมาส์

648
00:34:19,304 --> 00:34:22,986
เดี๋ยวดูมันจะเรียกอย่างไรนะคะพร้อมนะคะ

649
00:34:23,100 --> 00:34:24,447
อีฟแล้วก็

650
00:34:24,605 --> 00:34:25,199
E Book

651
00:34:26,010 --> 00:34:30,886
ก็แล้วก็เรื่อง statement Event นึกออกนะไม่ต้องพิมพ์ต่อ

652
00:34:31,072 --> 00:34:33,069
พิมพ์แค่ตัว E แล้วก็คลิก

653
00:34:33,665 --> 00:34:35,217
เสร็จแล้วพิมพ์อะไร

654
00:34:35,647 --> 00:34:36,059
พิมพ์

655
00:34:36,334 --> 00:34:37,931
ก็

656
00:34:38,476 --> 00:34:40,165
ก็คือถ้ามันขึ้นตรง

657
00:34:41,234 --> 00:34:45,469
ตัวไหนที่เป็นสีเทาๆนี่กด Enter ได้เลยอย่างนี้นะคะ

658
00:34:46,970 --> 00:34:48,554
แล้วตามด้วยอะไรคะ

659
00:34:50,148 --> 00:34:51,824
Space Bar 1 ข้าว

660
00:34:51,989 --> 00:34:53,888
แล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ

661
00:34:55,930 --> 00:34:58,319
เท่ากับในภายเกมหรือใน

662
00:34:58,922 --> 00:34:59,632
python

663
00:34:59,915 --> 00:35:01,845
บอกแล้วว่าจะต้องเป็น 2

664
00:35:02,104 --> 00:35:03,770
กด 2 ครั้งนะคะ

665
00:35:04,614 --> 00:35:06,158
แล้วก็ตามด้วย

666
00:35:06,857 --> 00:35:08,408
Best Buy 1 ครั้ง

667
00:35:08,570 --> 00:35:10,441
แล้วก็พิมพ์ผิด

668
00:35:11,103 --> 00:35:12,753
P แล้วเลือก

669
00:35:13,387 --> 00:35:15,506
ที่คัมปาย gamemode

670
00:35:16,167 --> 00:35:19,264
ถ้าใครอยู่ตำแหน่งพายเกม voodoo แล้ว

671
00:35:20,493 --> 00:35:25,683
นะคะในหน้าต่างที่มันขึ้นมานี่หน้าต่างตัว Pop Up ที่มันขึ้นมาเนี่ย

672
00:35:27,078 --> 00:35:31,458
ถ้าไม่อยู่ในภายเกมโมดุลต้องเลื่อนไปแล้วกด enter

673
00:35:36,574 --> 00:35:37,941
ทันไหมจ๊ะ

674
00:35:40,086 --> 00:35:40,386

675
00:35:44,230 --> 00:35:46,073
ทีนี้ตัว M

676
00:35:46,679 --> 00:35:51,593
M ต้องเป็นตัวใหญ่นะคะเมื่อเวลาเราจะใช้พายเกม

677
00:35:53,172 --> 00:35:57,189
ในตำแหน่งนี้เวลาพิมพ์นี่ข้อความนี้จะต้อง

678
00:35:57,447 --> 00:35:59,112
คลิปเสมอเอ็ม

679
00:36:01,402 --> 00:36:02,483
m o

680
00:36:03,290 --> 00:36:04,404
เพื่อหาเมาส์

681
00:36:06,979 --> 00:36:10,623
เงื่อนไขแรกหรือเหตุการณ์แรกนะคะ

682
00:36:10,884 --> 00:36:13,233
เราจะกำหนดค่าเมาส์เป็น

683
00:36:14,625 --> 00:36:16,888
เป็นอะไรไปดูกัน

684
00:36:17,115 --> 00:36:18,151
ทอมดาว

685
00:36:19,845 --> 00:36:21,423
ท่อนราวก่อนนะคะ

686
00:36:26,716 --> 00:36:27,374
M

687
00:36:30,064 --> 00:36:31,020
เห็นไหมคะ

688
00:36:31,430 --> 00:36:31,914
เรื่อง

689
00:36:33,714 --> 00:36:33,964

690
00:36:36,111 --> 00:36:37,226
ไวไปไหมเอา

691
00:36:37,394 --> 00:36:37,830

692
00:36:37,997 --> 00:36:38,809
ช้าง

693
00:36:38,972 --> 00:36:44,193
mm ใหญ่พิมพ์ใหญ่ปุ๊บเลือกตัวนี้นะคะนี่ๆ

694
00:36:45,816 --> 00:36:48,689
เลือกเมาส์ Bottom ดาวเห็นไหม

695
00:36:51,222 --> 00:36:55,981
m o u s e b u Double t o n

696
00:36:56,436 --> 00:36:58,355
แล้วก็ B O W n

697
00:36:58,909 --> 00:37:05,122
ยาวๆหน่อยสังเกตเมาแล้วก็จะมีไอ้ข้างหลังยาวกว่าเพื่อนเลยเมา button-down

698
00:37:05,198 --> 00:37:05,896
เครื่องตัวนี้

699
00:37:07,392 --> 00:37:08,735
กด enter

700
00:37:15,390 --> 00:37:15,938

701
00:37:16,114 --> 00:37:17,139
โอเคนะ

702
00:37:18,157 --> 00:37:20,299
ก็คือตอนนี้บอกแล้วว่า

703
00:37:21,489 --> 00:37:27,853
ถ้าปล่อยเมาส์อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากตรง statement นี้นะคะ

704
00:37:28,648 --> 00:37:29,617
เราไป

705
00:37:30,665 --> 00:37:33,141
มันจะไปบอกว่าถ้าปล่อยเมาส์

706
00:37:35,458 --> 00:37:36,444
ก็คือคลิก

707
00:37:37,225 --> 00:37:37,774

708
00:37:38,019 --> 00:37:39,671
คลิกเท่ากับ True

709
00:37:44,513 --> 00:37:46,116
ก็คือการตรวจสอบ

710
00:37:46,571 --> 00:37:49,666
ก็คือเมื่อมีการคลิกปุ๊บนี่นะคะ

711
00:37:49,804 --> 00:37:51,333
ตรงตำแหน่งคลัชนี่

712
00:37:52,585 --> 00:37:57,482
ให้เด็กๆมาที่ตำแหน่ง Class นะคะอันนี้จบประโยคของเงื่อนไข

713
00:37:58,431 --> 00:37:59,644
แล้วว่า

714
00:38:00,160 --> 00:38:01,035
ถ้า

715
00:38:03,334 --> 00:38:03,655
กด

716
00:38:04,279 --> 00:38:07,457
ถ้าใช้ถ้าเลือกใช้ Bottom ดาวนี่

717
00:38:07,513 --> 00:38:08,409
เพราะฉะนั้น

718
00:38:08,687 --> 00:38:10,126
เมื่อตรงทาง

719
00:38:10,414 --> 00:38:10,843
เนี่ย

720
00:38:11,699 --> 00:38:14,235
ถ้าแล้วหรือตรงพัดนี่

721
00:38:14,746 --> 00:38:15,853
เราทำแผล

722
00:38:15,962 --> 00:38:20,667
ที่เพรสเหมือนเดิมนะคะแล้วพิมพ์คลิกลงไปเลยสิ

723
00:38:21,560 --> 00:38:22,652
พิมพ์นะคะ

724
00:38:23,119 --> 00:38:23,670
พิมพ์

725
00:38:23,883 --> 00:38:24,990
l i

726
00:38:25,199 --> 00:38:26,761
อันนี้ต้องพิมพ์ก่อน

727
00:38:26,886 --> 00:38:28,717
เพราะว่าเรายัง

728
00:38:31,225 --> 00:38:32,770
มันเป็นตัวแปร

729
00:38:32,938 --> 00:38:34,879
เรายังไม่ได้ประกาศมันนะคะ

730
00:38:35,030 --> 00:38:35,346

731
00:38:36,473 --> 00:38:37,391
เจ็บด้วย

732
00:38:40,918 --> 00:38:41,386

733
00:38:41,519 --> 00:38:43,982
อันนี้ต้องพิมพ์เอานะคะ

734
00:38:44,443 --> 00:38:46,951
L I C K

735
00:38:47,241 --> 00:38:48,527
PD คริกเก็ต

736
00:38:50,004 --> 00:38:51,010
ก็คือ

737
00:38:51,248 --> 00:38:51,952
ถ้าคลิก

738
00:38:53,299 --> 00:38:55,103
ถ้าเลือกเมาส์

739
00:38:55,662 --> 00:38:57,641
ถ้าปล่อยมาปุ๊บนี่

740
00:38:57,743 --> 00:39:01,739
มันจะเช็คที่เมื่อมีการ Click เกิดขึ้นนี่นะคะ

741
00:39:03,994 --> 00:39:06,055
กำหนดค่าให้คลิกเท่ากับ

742
00:39:07,430 --> 00:39:07,966
True

743
00:39:09,554 --> 00:39:10,582
True ใช่ไหม

744
00:39:12,898 --> 00:39:13,851
ค่าของพริก

745
00:39:13,995 --> 00:39:14,553
เท่ากับ

746
00:39:14,541 --> 00:39:19,303
True ก็คือเป็นจริงนะคะก็คือถ้ามีการคิดนี่นะคะ

747
00:39:24,823 --> 00:39:25,478

748
00:39:25,370 --> 00:39:27,884
เลือก

749
00:39:28,818 --> 00:39:29,174

750
00:39:31,132 --> 00:39:32,421
เลือกทรู

751
00:39:32,870 --> 00:39:35,181
ที่ขึ้นทูตัวใหญ่ตัวนี้นะคะ

752
00:39:35,659 --> 00:39:37,077
True4U

753
00:39:37,394 --> 00:39:38,463
True keyword

754
00:39:38,936 --> 00:39:40,324
เท่ากับทรูตัวนี้

755
00:39:44,532 --> 00:39:47,587
กด Enter มันจะเปลี่ยนให้เองเลยเห็นไหม

756
00:39:53,250 --> 00:39:53,888
อันนี้

757
00:39:54,544 --> 00:39:55,416
ปล่อยเมาส์

758
00:39:56,110 --> 00:39:58,433
มีปล่อยมันก็ต้องมีกฎใช่ไหม

759
00:39:59,666 --> 00:40:00,407
เพราะฉะนั้น

760
00:40:02,663 --> 00:40:03,728
ไม่อยากให้พิมพ์

761
00:40:04,464 --> 00:40:05,274
จะให้

762
00:40:06,248 --> 00:40:06,993
ไม่อยากให้กลับ

763
00:40:07,093 --> 00:40:07,511
ปี้

764
00:40:07,851 --> 00:40:08,452
จะให้

765
00:40:09,959 --> 00:40:13,072
เราก็จะเพิ่มเหตุการณ์อีก 1 ครั้งนะคะ

766
00:40:15,288 --> 00:40:16,503
ตำแหน่งของอี๊ด

767
00:40:16,742 --> 00:40:17,812
จะอยู่ตรงกับ

768
00:40:18,253 --> 00:40:19,290
ตำแหน่งนี้

769
00:40:19,531 --> 00:40:20,014
เห็นไหม

770
00:40:21,667 --> 00:40:22,588
ตรงกันนะคะ

771
00:40:23,601 --> 00:40:24,397
เหมือนเดิม

772
00:40:24,841 --> 00:40:26,498
เพิ่ม is condition

773
00:40:26,732 --> 00:40:27,634
กดไอ

774
00:40:27,751 --> 00:40:28,512
แล้วก็เลือก

775
00:40:28,896 --> 00:40:30,051
If condition

776
00:40:30,726 --> 00:40:31,713
เป็นเธอได้เลย

777
00:40:34,447 --> 00:40:36,299
เลือก Eastin นะคะ

778
00:40:37,380 --> 00:40:38,449
กด Enter เลย

779
00:40:39,287 --> 00:40:41,150
เหมือนเดิม Event Type

780
00:40:41,800 --> 00:40:42,984
ไปเรื่อยๆนี่

781
00:40:43,186 --> 00:40:44,532
จนถึงเมานี่

782
00:40:45,100 --> 00:40:45,474
แต่

783
00:40:45,628 --> 00:40:47,958
เปลี่ยนจากเม้าส์ Bottom Down

784
00:40:48,963 --> 00:40:49,410
เป็น

785
00:40:49,646 --> 00:40:51,054
เมาส์

786
00:40:51,123 --> 00:40:51,375

787
00:40:51,655 --> 00:40:52,891
พิมพ์ Event

788
00:40:52,773 --> 00:40:54,549
Event ที่ statement

789
00:40:55,267 --> 00:40:55,754
กด

790
00:40:55,675 --> 00:40:56,351
enter

791
00:40:56,856 --> 00:40:59,277
เลือก Event statement นะคะ

792
00:41:02,154 --> 00:41:02,732

793
00:41:02,875 --> 00:41:03,461
Type

794
00:41:03,865 --> 00:41:06,025
ใช้ statement กด enter

795
00:41:06,325 --> 00:41:07,167
เราก็

796
00:41:07,309 --> 00:41:08,351
= =

797
00:41:08,746 --> 00:41:09,553
2 ครั้ง

798
00:41:10,350 --> 00:41:11,920
ผิดกดผิดขอโทษ

799
00:41:12,686 --> 00:41:15,873
กดเครื่องหมายเท่ากับ 2 ครั้งแล้วก็ตามด้วย

800
00:41:15,982 --> 00:41:16,566
พาย

801
00:41:17,573 --> 00:41:19,895
Thai Gay Model เหมือนเดิมนะคะ

802
00:41:20,252 --> 00:41:23,605
โมดุลที่เราจะเรียกก็คือเม้าท์เหมือนเดิม

803
00:41:23,802 --> 00:41:24,289
M

804
00:41:25,092 --> 00:41:25,922
เห็นไหม

805
00:41:26,480 --> 00:41:30,676
ทำเอาตัวเล็กมันจะไม่ค่อยขึ้นเรารู้แล้วว่าคำสั่ง

806
00:41:30,973 --> 00:41:32,462
Mouse เป็นตัวใหญ่

807
00:41:32,757 --> 00:41:33,264
M

808
00:41:33,731 --> 00:41:35,225
แต่เลือกเป็นอะไรคะ

809
00:41:35,782 --> 00:41:36,211

810
00:41:36,353 --> 00:41:37,155
ท่อน up

811
00:41:37,305 --> 00:41:38,506
ตัวที่ 2 แทน

812
00:41:38,698 --> 00:41:41,570
กาวไม่เอาอาบแทนตรงข้ามกัน

813
00:41:42,296 --> 00:41:44,397
กดปล่อยกดปล่อยนั่นเองนะคะ

814
00:41:45,229 --> 00:41:47,039
ก็คือปล่อยรถปล่อยแล้ว

815
00:41:47,483 --> 00:41:48,271
ก็มาเลือกกด

816
00:41:48,657 --> 00:41:52,322
เหตุการณ์ในการใช้เมาส์จะมี 2 เหตุการณ์ที่บอก

817
00:41:52,416 --> 00:41:53,037
ก็คือ

818
00:41:53,398 --> 00:41:55,357
กดแล้วก็ปล่อยใช่ไหม

819
00:41:55,560 --> 00:41:57,026
กดเพื่อวางแล้วก็ปล่อย

820
00:42:04,542 --> 00:42:06,906
เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้นะคะ

821
00:42:08,444 --> 00:42:09,480
ถ้าแล้ว

822
00:42:09,695 --> 00:42:11,136
ถ่ายแล้วก็คลิก

823
00:42:11,290 --> 00:42:12,767
เหมือนเดิมพิมพ์คลิก

824
00:42:18,691 --> 00:42:19,395
คริกเก็ต

825
00:42:20,252 --> 00:42:20,991
เรา

826
00:42:21,282 --> 00:42:24,559
พิมพ์ครั้งแรกไม่ขึ้นแต่ครั้งนี้ขึ้นเพราะมัน

827
00:42:25,132 --> 00:42:28,191
เราประกาศมันไปแล้วเรียกใช้มันมาแล้วครั้งหนึ่ง

828
00:42:28,813 --> 00:42:30,191
แล้วก็มาเลือกขี้

829
00:42:30,380 --> 00:42:33,507
คริกเก็ต statement ได้เลยกด Enter ได้เลย

830
00:42:35,023 --> 00:42:36,349
แล้วก็กดเท่ากับ

831
00:42:39,245 --> 00:42:41,777
กำหนดค่าให้คลิกเช่นตัวนี้

832
00:42:42,310 --> 00:42:43,362
ต้องเป็นอะไรคะ

833
00:42:44,022 --> 00:42:47,602
ตรงข้ามกับตัวแรกเห็นไหมมีทูแล้วก็มี

834
00:42:47,705 --> 00:42:48,226
เบา

835
00:42:48,689 --> 00:42:49,152
นะคะ

836
00:42:52,418 --> 00:42:55,179
ตัวแรกเป็นจริงตัวนี้ก็ต้องเป็นฟ้อง

837
00:42:55,186 --> 00:42:55,901
ก็คือเท็จ

838
00:42:56,001 --> 00:43:01,488
นะคะเอาตัวใหญ่เลยพิมพ์ตัวใหญ่เลยเพราะเราแล้วรู้แล้วว่า

839
00:43:01,784 --> 00:43:03,207
keyword ของทรู

840
00:43:03,326 --> 00:43:04,864
เขาต้องพิมพ์ด้วยตัวใหญ่

841
00:43:06,736 --> 00:43:07,786
โอเคไหม

842
00:43:09,756 --> 00:43:15,758
เราจะยังไม่ลั่นตอนนี้เพราะมันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยมันแค่เช็คเฉยๆว่าเรา

843
00:43:16,192 --> 00:43:16,897
Mouse

844
00:43:17,526 --> 00:43:18,245
หรือ

845
00:43:18,457 --> 00:43:20,578
ปล่อยเม้าท์แค่นั้นเองนะคะ

846
00:43:29,038 --> 00:43:32,771
ตอนนี้เราได้ 2 บรรทัดนี้แล้วเหมือนในสไลด์นะคะ

847
00:43:33,555 --> 00:43:34,106
เห็นไหม

848
00:43:34,746 --> 00:43:35,155
นี่

849
00:43:35,300 --> 00:43:38,203
เมาส์ที่มันเลือกใช้มันมี 2 ตัวนี้

850
00:43:38,354 --> 00:43:38,830
ทอม

851
00:43:39,523 --> 00:43:39,823

852
00:43:40,121 --> 00:43:44,677
Bottom Down 2 ตัวนะคะอันนี้อธิบายไปแล้วนะคะ

853
00:43:50,990 --> 00:43:53,404
สิ่งที่จะทำต่อมาก็คือ

854
00:44:03,377 --> 00:44:04,395
ทำอะไรไป

855
00:44:08,848 --> 00:44:11,705
ความจริงแล้วเราต้องไปประกาศตัวแปร

856
00:44:11,850 --> 00:44:15,394
คริกเก็ตก่อนนะคะให้ค่าเริ่มต้นมันเป็นฟอง

857
00:44:15,580 --> 00:44:18,797
สิ่งที่เราจะทำต่อไปก็คือไปที่

858
00:44:20,271 --> 00:44:24,654
ตำแหน่งที่เราประกาศตัวแปรทั้งหลายทั้งแหล่ไว้นึกออกไหม

859
00:44:24,945 --> 00:44:25,424
เห็นไหม

860
00:44:25,299 --> 00:44:29,492
ไม่แน่ใจเด็กๆทำ

861
00:44:30,337 --> 00:44:31,130
remark

862
00:44:31,827 --> 00:44:36,239
Comment ไว้ด้วยหรือเปล่าที่ไปตำแหน่งที่เราประกาศตัวแปรนะคะ

863
00:44:36,350 --> 00:44:36,951
ไปเลย

864
00:44:37,392 --> 00:44:38,473
ไปหามันเลย

865
00:44:38,916 --> 00:44:39,451
แล้ว

866
00:44:40,067 --> 00:44:42,962
ตัวแปรที่เราใช้ก็คืออะไรคะ

867
00:44:48,001 --> 00:44:48,614
คริกเก็ต

868
00:44:48,781 --> 00:44:49,894
Enter ลงไป

869
00:44:51,429 --> 00:44:53,635
กำหนดค่าก็คือเท่ากับ

870
00:44:54,905 --> 00:44:57,313
ค่าเริ่มต้นเริ่มที่เฝ้านะคะ

871
00:44:57,432 --> 00:44:58,340
เป็นเทปก่อน

872
00:44:58,564 --> 00:44:59,538
เป็นเท็จเสมอ

873
00:45:04,505 --> 00:45:06,453
จะทำงานเมื่อเป็นจริง

874
00:45:06,692 --> 00:45:08,174
พอเข้ามาในนี้นะคะ

875
00:45:08,906 --> 00:45:10,505
ทำงานเมื่อเป็นจริง

876
00:45:11,116 --> 00:45:15,554
เมื่อประกาศตัวแปรไปแล้วสิ่งที่เราจะต้องมาเช็คต่อก็คือ

877
00:45:15,997 --> 00:45:16,593
ถ้า

878
00:45:17,257 --> 00:45:18,768
ปล่อยเม้าท์นะคะ

879
00:45:19,205 --> 00:45:20,251
มันก็จะเป็น

880
00:45:21,715 --> 00:45:23,431
ประโยคต่อมาทรงนี้

881
00:45:25,915 --> 00:45:26,763
เห็นไหมคะ

882
00:45:27,106 --> 00:45:27,882
ปล่อยเมาส์

883
00:45:28,214 --> 00:45:29,327
และค่าคลิก

884
00:45:29,181 --> 00:45:30,573
เมื่อ

885
00:45:31,515 --> 00:45:33,024
เมื่อมีการปล่อยเมาส์

886
00:45:33,397 --> 00:45:35,144
และค่าในการคลิกนี้

887
00:45:35,725 --> 00:45:36,544
penfolds

888
00:45:40,883 --> 00:45:42,277
ต้อง Bottom up

889
00:45:42,383 --> 00:45:42,781
นี่

890
00:45:44,171 --> 00:45:46,943
ถ้าค่าในการคลิกจะเป็น True

891
00:45:47,244 --> 00:45:49,345
นะคะสลับกันเห็นไหม

892
00:45:50,606 --> 00:45:52,144
ก็คือมีเงื่อนไข

893
00:45:52,885 --> 00:45:53,477
ที่

894
00:45:53,620 --> 00:45:56,637
ที่ผูกพันตามมาให้มันเช็คด้วยนะคะ

895
00:45:57,298 --> 00:45:59,746
ตรงนี้แล้วเพิ่มประโยคต่อไป

896
00:46:00,361 --> 00:46:00,902
and

897
00:46:01,395 --> 00:46:02,264
แสยะยิ้ม

898
00:46:03,253 --> 00:46:04,658
an คือ keyword

899
00:46:04,754 --> 00:46:06,561
กด Enter ได้เลยแอด

900
00:46:09,699 --> 00:46:10,482
ฟังก์ชั่น

901
00:46:10,712 --> 00:46:11,468
คริกเก็ต

902
00:46:11,624 --> 00:46:13,259
เลือก statement คริกเก็ต

903
00:46:13,438 --> 00:46:13,972
นะคะ

904
00:46:14,480 --> 00:46:17,440
4 แล้วพิมพ์เลือก statement

905
00:46:17,496 --> 00:46:17,802

906
00:46:20,191 --> 00:46:20,821
เท่ากับ

907
00:46:21,075 --> 00:46:22,030
ให้ฆ่ามัน

908
00:46:22,552 --> 00:46:23,273
เป็นอะไร

909
00:46:23,594 --> 00:46:24,617
penfolds

910
00:46:26,477 --> 00:46:27,269
เห็นไหมคะ

911
00:46:30,236 --> 00:46:31,455
ตรงตำแหน่ง Bottom

912
00:46:31,825 --> 00:46:32,151

913
00:46:33,445 --> 00:46:34,287
ก็แอด

914
00:46:34,999 --> 00:46:35,845
and keyword

915
00:46:36,042 --> 00:46:36,754
enter

916
00:46:38,006 --> 00:46:40,111
Spacebar ตามด้วย

917
00:46:40,603 --> 00:46:40,954
คลิป

918
00:46:41,095 --> 00:46:41,422

919
00:46:41,424 --> 00:46:44,575
7 statement เหมือนเดิมกด enter

920
00:46:45,134 --> 00:46:46,193
แล้วก็เท่ากับ

921
00:46:46,310 --> 00:46:50,191
ถ้าจะตรงกันข้ามสังเกตด้วยสังเกตด้วยเห็นไหม

922
00:46:53,125 --> 00:46:54,253
ตรงข้ามกัน

923
00:46:55,553 --> 00:46:56,206
True

924
00:46:56,625 --> 00:46:57,169
นะคะ

925
00:46:58,263 --> 00:46:59,289
เลือกทรู

926
00:46:59,965 --> 00:47:00,856
True keyword

927
00:47:02,105 --> 00:47:03,006
โอเคแล้ว

928
00:47:03,258 --> 00:47:05,691
เช็คค่ามันจะทำการเช็คแล้ว

929
00:47:06,609 --> 00:47:08,927
เช็คเมื่อเมื่อมีการคลิกนี่

930
00:47:09,791 --> 00:47:10,731
ถ้าไม่ได้คิด

931
00:47:12,390 --> 00:47:13,236
ถ้าไม่ได้คิด

932
00:47:13,438 --> 00:47:14,072
ก็คือ

933
00:47:14,828 --> 00:47:15,590
เห็นไหมคะ

934
00:47:16,090 --> 00:47:17,890
ก็คือเป็นการปล่อยเมาส์

935
00:47:18,724 --> 00:47:19,549
แต่ถ่ายคลิป

936
00:47:19,663 --> 00:47:21,083
นี่เป็นการกด Mouse

937
00:47:21,382 --> 00:47:22,037
ถูกไหมคะ

938
00:47:28,830 --> 00:47:29,667
โอเคไหม

939
00:47:33,146 --> 00:47:36,742
ดูตำแหน่งข้าดีๆนะคะครั้งแรกนี่

940
00:47:37,044 --> 00:47:39,986
เพราะค่าแรกของเทคนิคคือเป็นฟอง

941
00:47:41,204 --> 00:47:43,304
ก็คือหมายความว่าถ้า

942
00:47:43,781 --> 00:47:44,338
ปล่อย

943
00:47:44,856 --> 00:47:46,865
ปุ่มกดหนีก็คือไม่ได้คิด

944
00:47:46,979 --> 00:47:47,657
ใช่ไหม

945
00:47:47,959 --> 00:47:49,417
ไม่ได้คิดก็คือเป็น

946
00:47:50,467 --> 00:47:50,970
เป็นเท็จ

947
00:47:51,784 --> 00:47:52,343
ถ้ากด

948
00:47:53,509 --> 00:47:54,077
นะคะ

949
00:47:54,675 --> 00:47:56,576
ถ้าตัวนี้เห็นไหมคะ

950
00:47:57,013 --> 00:47:58,514
ถ้าบังคับ

951
00:47:59,203 --> 00:48:02,558
เล็กก็คือเป็นจริงก็คือมีการกดเห็นไหม

952
00:48:07,319 --> 00:48:09,648
ถ้าแล้วหรือนั่นแหละ

953
00:48:10,382 --> 00:48:11,471
ถ้าแล้ว

954
00:48:12,069 --> 00:48:13,782
ถ้าปล่อยเมาส์และ

955
00:48:14,499 --> 00:48:15,730
ไม่ได้คิดอะไร

956
00:48:16,779 --> 00:48:18,663
ท้าย Click ก็จะเป็นจริง

957
00:48:18,835 --> 00:48:19,692
ถ้าปล่อย

958
00:48:20,033 --> 00:48:21,108
ถ้าคลิกเมาส์

959
00:48:21,741 --> 00:48:22,878
แล้วก็คลิกด้วยนี่

960
00:48:23,298 --> 00:48:24,041
ก็จะเป็น

961
00:48:25,830 --> 00:48:27,981
จะไม่ทำงานเมื่อเป็นฟ้อง

962
00:48:29,676 --> 00:48:30,549
ก็คือ

963
00:48:30,741 --> 00:48:34,323
การใช้ If นี่เงื่อนไขจะทำงานก็ต่อเมื่อ

964
00:48:40,007 --> 00:48:42,839
คำสั่งหรืออะไรที่อยู่ในนั้นนี่

965
00:48:43,214 --> 00:48:45,400
ก่อนมันจะไปทำในนั้นก่อน

966
00:48:48,753 --> 00:48:49,412

967
00:48:50,303 --> 00:48:54,010
ตอนนี้เรากำหนดมาเอาไปแล้วสิ่งที่เราจะทำต่อไป

968
00:48:55,814 --> 00:48:56,329
นะคะ

969
00:48:58,984 --> 00:49:00,041
คือแค่คลิก

970
00:49:00,695 --> 00:49:01,815
ปล่อยเม้าส์นี่

971
00:49:01,954 --> 00:49:02,540
ไปแล้ว

972
00:49:03,105 --> 00:49:05,139
มันก็ต้องมารู้ตำแหน่งของ

973
00:49:05,318 --> 00:49:08,080
เมาส์ที่จะคลิกลงไปนะคะ

974
00:49:08,162 --> 00:49:10,550
เพราะฉะนั้นเราจะใช้การสร้าง

975
00:49:10,975 --> 00:49:11,241

976
00:49:11,477 --> 00:49:13,010
ตัวแปรที่ชื่อว่า

977
00:49:13,269 --> 00:49:14,876
โพสต์หรือ Position

978
00:49:15,989 --> 00:49:17,591
เพื่อให้รับค่า

979
00:49:17,715 --> 00:49:18,611
เห็นไหมคะ

980
00:49:19,197 --> 00:49:19,556
help

981
00:49:19,966 --> 00:49:22,430
โพสต์รับชาคือรับค่าของตัว

982
00:49:22,434 --> 00:49:22,845

983
00:49:23,166 --> 00:49:26,813
รับค่าของตำแหน่งที่เราคลิกเมาส์ลงไปนั่นเอง

984
00:49:27,100 --> 00:49:28,214
คลิกเมาส์

985
00:49:28,327 --> 00:49:30,117
ปล่อยเมาส์นั่นเองนะคะ

986
00:49:30,510 --> 00:49:31,344
เพราะฉะนั้น

987
00:49:32,470 --> 00:49:35,855
มันจะต่อจากบรรทัดนั้นนะคะบรรทัด

988
00:49:35,947 --> 00:49:36,224

989
00:49:40,372 --> 00:49:40,672

990
00:49:40,797 --> 00:49:42,134
พิมพ์ pos

991
00:49:43,070 --> 00:49:45,192
ทีอันนี้ต้องพิมพ์เอานะคะ

992
00:49:45,587 --> 00:49:47,110
posn

993
00:49:47,445 --> 00:49:51,577
พิมพ์เพราะเป็นตัวแปรที่เรายังไม่ได้ประกาศตามด้วย

994
00:49:52,315 --> 00:49:52,796
เท่ากับ

995
00:49:54,699 --> 00:49:55,625
เครื่องหมายเท่ากับ

996
00:49:55,983 --> 00:49:56,608
เห็นไหมคะ

997
00:49:58,457 --> 00:49:59,563
ไทยเกมส์

998
00:49:59,777 --> 00:50:00,330
Mouse

999
00:50:00,962 --> 00:50:01,522
นะคะ

1000
00:50:02,037 --> 00:50:04,233
จะเรียกใช้เม้าส์แล้ว

1001
00:50:04,636 --> 00:50:05,658
จะเรียกใช้เมาส์

1002
00:50:12,953 --> 00:50:15,057
เรียก molds

1003
00:50:15,246 --> 00:50:15,744
เมาส์

1004
00:50:15,917 --> 00:50:18,001
Mouse นะคะที่นี้ M

1005
00:50:18,218 --> 00:50:20,912
โมดุลเมาส์มาใช้งานเห็นไหมคะ

1006
00:50:23,918 --> 00:50:27,272
เรียก modal แล้วกด enter

1007
00:50:35,030 --> 00:50:36,778
ตามด้วยฟังก์ชัน

1008
00:50:37,120 --> 00:50:37,518
เก๊ะ

1009
00:50:37,666 --> 00:50:38,166

1010
00:50:38,381 --> 00:50:38,818
นะคะ

1011
00:50:39,647 --> 00:50:39,957

1012
00:50:43,951 --> 00:50:44,287
7

1013
00:50:44,540 --> 00:50:44,959
เลือก

1014
00:50:45,216 --> 00:50:45,851
โพสต์

1015
00:50:47,993 --> 00:50:50,361
เห็นไหมคะเลือกฟังก์ชั่น

1016
00:50:50,435 --> 00:50:50,794

1017
00:50:51,978 --> 00:50:52,415
get

1018
00:50:52,668 --> 00:50:58,974
ก็คือ get Post หมายถึงฟังก์ชันนี้หมายถึงฟังก์ชันที่รับค่าของตำแหน่ง

1019
00:50:59,047 --> 00:51:00,285
มาสร้างไว้แล้ว

1020
00:51:00,785 --> 00:51:04,585
เราไม่ต้องไปสร้างเห็นไหมบาง function มันจะสร้างไว้ให้

1021
00:51:04,970 --> 00:51:09,412
แต่บาง function เราต้องสร้างใหม่เองนะคะในภายเกมเขาจะมี

1022
00:51:09,593 --> 00:51:17,126
ที่บอกมันจะมี Library ที่สร้างไว้แล้วกับยังไม่สร้างคือถ้าเมื่อใดที่สร้างเองเราก็รู้วิธีสร้างแล้วนะคะ

1023
00:51:19,563 --> 00:51:21,893
เลือก 7 โพสต์กด enter

1024
00:51:22,945 --> 00:51:27,112
อย่าลืมว่าพ่อบอกว่าเป็นฟังก์ชันเด็กๆจะต้องใส่อะไรคะ

1025
00:51:27,210 --> 00:51:28,167
เครื่องหมายวงเล็บ

1026
00:51:28,732 --> 00:51:29,044

1027
00:51:29,098 --> 00:51:29,906
เสมอ

1028
00:51:30,386 --> 00:51:31,105
ใช่ไหม

1029
00:51:32,209 --> 00:51:32,756
นะคะ

1030
00:51:33,281 --> 00:51:35,332
ต้องใส่เครื่องหมายวงเล็บเสมอ

1031
00:51:36,310 --> 00:51:38,056
มันจะขึ้นมาเองวงเล็บน่ะ

1032
00:51:38,850 --> 00:51:45,137
แค่คลิกที่วงเล็บเปิดวงเล็บปิดมันจะตามมาเพื่อระบุว่า get Post เป็นฟังก์ชัน

1033
00:51:46,718 --> 00:51:47,987
ที่เราจะใช้งาน

1034
00:51:50,078 --> 00:51:50,845
เห็นไหมคะ

1035
00:51:52,139 --> 00:51:53,682
ประโยคที่เก็บโพสต์

1036
00:51:56,439 --> 00:52:00,769
แล้วเราก็ไปประกาศตัวแปรโพสต์โดยกำหนดค่าให้มันเป็น

1037
00:52:01,636 --> 00:52:03,213
ไอ้วงเล็บใหญ่นี่

1038
00:52:03,463 --> 00:52:08,588
บอกแล้วว่ามันก็คือข้าวบ้างหมายถึงค่าในช่องวงเล็บใหญ่นี่

1039
00:52:08,695 --> 00:52:10,019
กินข้าวบ้างนะคะ

1040
00:52:11,535 --> 00:52:14,487
เพราะฉะนั้นเราก็จะไปที่ตำแหน่งไหนคะ

1041
00:52:14,837 --> 00:52:18,351
ประกาศตัวแปรที่ต่อจากคลิปเมื่อกี้นี้มีคลิป

1042
00:52:18,500 --> 00:52:19,577
ก็มีโพสต์

1043
00:52:20,117 --> 00:52:20,860
พี่ปุ๊ก

1044
00:52:21,036 --> 00:52:22,712
โพสต์จะขึ้นมาเห็นไหม

1045
00:52:23,075 --> 00:52:23,929
เลือกโพสต์

1046
00:52:24,033 --> 00:52:25,089
posn

1047
00:52:25,480 --> 00:52:28,000
เลือกที่ตำแหน่งโพสต์เห็นไหมคะ

1048
00:52:28,130 --> 00:52:29,375
กด enter

1049
00:52:29,708 --> 00:52:30,786
แล้วใส่เท่ากับ

1050
00:52:32,940 --> 00:52:34,105
สี่เหลี่ยมใหญ่

1051
00:52:34,382 --> 00:52:35,042
เห็นไหม

1052
00:52:35,992 --> 00:52:39,226
ถ้าใส่สี่เหลี่ยมใหญ่บอกแล้วนั่นก็คือค่า

1053
00:52:39,345 --> 00:52:40,346
ค่าในช่อง

1054
00:52:41,228 --> 00:52:43,068
ค่าของตัวนี้เป็นนอน

1055
00:52:43,308 --> 00:52:44,955
หรือถ้าว่างนั่นเองนะคะ

1056
00:52:57,443 --> 00:52:57,739

1057
00:52:58,467 --> 00:53:00,771
ได้ค่าว่างของตำแหน่งแหละ

1058
00:53:00,875 --> 00:53:03,023
ค่าของ Position แล้วนะคะ

1059
00:53:03,476 --> 00:53:05,129
สิ่งต่อไปที่เราจะทำ

1060
00:53:06,964 --> 00:53:08,659
มันก็จะต้องเช็คสิ

1061
00:53:09,026 --> 00:53:10,102
เช็คตำแหน่ง

1062
00:53:10,670 --> 00:53:12,833
ตามแกน x แกน Y น่ะ

1063
00:53:12,958 --> 00:53:14,732
ระบุตำแหน่งของ

1064
00:53:15,094 --> 00:53:18,071
แกน x หรือเซลล์ x เห็นไหมคะ

1065
00:53:18,483 --> 00:53:23,652
แกน Y หรือเซลล์ Y จะใช้ตัวแปรที่ตั้งชื่อว่าเซเว่น

1066
00:53:23,854 --> 00:53:24,879
เท่ากับโพสต์

1067
00:53:26,258 --> 00:53:27,597
ตำแหน่งโพสต์นะคะ

1068
00:53:28,133 --> 00:53:29,334
มีค่าเป็นศูนย์

1069
00:53:32,503 --> 00:53:34,415
ถ้าว่างให้ค่าตำแหน่ง

1070
00:53:34,535 --> 00:53:36,439
x x กับ Y ด้วยนี่

1071
00:53:36,661 --> 00:53:37,217
นะคะ

1072
00:53:40,434 --> 00:53:41,958
ก็จะอยู่บรรทัดที่ต่อจาก

1073
00:53:42,149 --> 00:53:45,472
โพสต์นั่นเองนะคะอยู่บรรทัดที่ต่อจากโพสต์เลย

1074
00:53:45,729 --> 00:53:47,666
นะคะก็คือพิมพ์เอานะคะ

1075
00:53:48,033 --> 00:53:51,660
เลวเพราะมันเป็นตัวแปรที่เราสร้างขึ้นมาเองเพื่อ

1076
00:53:51,840 --> 00:53:53,694
ใช้ระบุตำแหน่งของ

1077
00:53:54,329 --> 00:53:55,539
แกน x แกน Y

1078
00:53:55,801 --> 00:53:58,097
นะคะก็คือพิมพ์คำว่า

1079
00:53:58,918 --> 00:53:59,814
beeg

1080
00:53:59,929 --> 00:54:00,190

1081
00:54:00,368 --> 00:54:02,804
cew แล้วก็

1082
00:54:02,859 --> 00:54:03,875
อันเดอร์สกอร์

1083
00:54:04,100 --> 00:54:05,829
แล้วก็ตามด้วยตัว X X

1084
00:54:05,961 --> 00:54:09,818
อย่างนี้นะคะแล้วก็กำหนดค่าให้เซลล์นี้

1085
00:54:10,033 --> 00:54:10,625
เท่ากับ

1086
00:54:11,554 --> 00:54:12,589
เท่ากับอะไร

1087
00:54:13,583 --> 00:54:14,167
ลืม

1088
00:54:14,959 --> 00:54:15,727
เท่ากับ

1089
00:54:15,949 --> 00:54:16,507
โพสต์

1090
00:54:16,746 --> 00:54:17,901
ในวงเล็บใหญ่

1091
00:54:19,307 --> 00:54:22,865
โพสต์ที่มีค่าเท่ากับหนึ่งในส่วนของเซลล์ x นี่

1092
00:54:23,563 --> 00:54:24,658
เราพิมพ์โพสต์

1093
00:54:24,916 --> 00:54:26,410
แล้วกด enter

1094
00:54:27,261 --> 00:54:29,283
แล้วก็ตามด้วยวงเล็บใหญ่

1095
00:54:29,584 --> 00:54:30,995
ใส่สูทเข้าไป

1096
00:54:31,357 --> 00:54:34,092
ใส่ค่าให้วงเล็บใหญ่โพสต์ที่ว่างเปล่า

1097
00:54:36,075 --> 00:54:38,347
เพราะถ้าอยู่ในตำแหน่ง x นี่

1098
00:54:38,784 --> 00:54:41,015
โพสต์จะเริ่มที่ศูนย์นะคะ

1099
00:54:43,625 --> 00:54:45,865
มี x แล้วก็ต้องมีอะไรคะ

1100
00:54:46,397 --> 00:54:49,627
ก็เหมือนการพิมพ์เหมือนกัน

1101
00:54:50,142 --> 00:54:50,755
เซลล์

1102
00:54:51,076 --> 00:54:52,219
อันเดอร์สกอร์

1103
00:54:52,379 --> 00:54:53,903
Y ตัวเล็กนะคะ

1104
00:54:54,358 --> 00:54:56,383
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ

1105
00:54:57,054 --> 00:55:02,255
แล้วก็เหมือนเดิมพิมพ์โพสต์ลงไปโพสต์สเตทเม้นกด enter

1106
00:55:02,449 --> 00:55:04,547
แล้วก็ใส่วงเล็บใหญ่

1107
00:55:06,576 --> 00:55:10,800
คาที่เลยไม่ใช่ปิกาขอโทษขอโทษเผลอกด Shift

1108
00:55:11,249 --> 00:55:13,958
วงเล็บใหญ่แล้วก็ตามด้วยค่า

1109
00:55:14,249 --> 00:55:15,433
ในนั้นก็คือ 1

1110
00:55:16,136 --> 00:55:16,937
เห็นไหมคะ

1111
00:55:27,018 --> 00:55:28,936
บอกตำแหน่งของ x

1112
00:55:29,126 --> 00:55:30,107
ไวน์แล้ว

1113
00:55:31,783 --> 00:55:33,824
โอเคไหมทันไหม

1114
00:55:58,763 --> 00:55:59,272

1115
00:55:59,264 --> 00:56:00,316
ทำไมไม่ขึ้น

1116
00:56:09,214 --> 00:56:10,936
แสดงว่าเด็กไม่ได้เปิด

1117
00:56:12,833 --> 00:56:14,635
ไม่เป็นไรท่านนะคะ

1118
00:56:15,549 --> 00:56:17,271
ทันอยู่นะโอเค

1119
00:56:20,120 --> 00:56:23,718
เราต้องไปต่อนะคะยังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย

1120
00:56:25,086 --> 00:56:26,577
สิงโตมา

1121
00:56:26,957 --> 00:56:31,473
กำหนดตำแหน่งให้เซลล์ Excel ไว้แล้วต่อไปเราก็

1122
00:56:32,225 --> 00:56:39,492
มันจะมาเช็คเงื่อนไขเมื่อเมาส์คลิกไปตามตำแหน่งในเซลล์ Excel ไฟล์ที่เราตั้งไว้เมื่อกี้นะคะ

1123
00:56:39,504 --> 00:56:40,244
ด้วย

1124
00:56:40,919 --> 00:56:41,891
ใช้ฟังก์ชั่น

1125
00:56:43,493 --> 00:56:43,985
เฮ้ย

1126
00:56:44,475 --> 00:56:45,308
ใช้ IS

1127
00:56:45,419 --> 00:56:55,003
เหมือนเดิมใช้ If เพื่อกำหนดเงื่อนไขนะคะเงื่อนไขของอะไรของตัว Marker เรานั่นเองว่าถ้ามักเกอร์อยู่ตำแหน่งเซลล์

1128
00:56:55,255 --> 00:56:56,697
ตำแหน่งนี้ปุ๊บ

1129
00:56:56,819 --> 00:56:57,879
หรืออยู่

1130
00:56:58,102 --> 00:56:59,175
Level ตำแหน่ง

1131
00:56:59,334 --> 00:57:00,429
นี้จะเท่ากับ

1132
00:57:14,189 --> 00:57:15,818
ก่อนอื่นก่อนอื่น

1133
00:57:17,058 --> 00:57:17,736
นะคะ

1134
00:57:20,637 --> 00:57:22,057
กด Tab ไป

1135
00:57:22,200 --> 00:57:23,663
ให้ตรงกับเซเว่น

1136
00:57:26,024 --> 00:57:26,281
อุ้ย

1137
00:57:26,398 --> 00:57:26,894
เกิน

1138
00:57:27,143 --> 00:57:28,593
เลือก

1139
00:57:32,499 --> 00:57:34,303
ไหนเป็นตัวใหญ่กว่า

1140
00:57:35,127 --> 00:57:35,579

1141
00:57:35,658 --> 00:57:37,397
condition เหมือนเดิมนะคะ

1142
00:57:38,710 --> 00:57:39,577
ที่นี้

1143
00:57:40,180 --> 00:57:44,800
สิ่งที่เราจะเช็คก็คือเช็คอะไรเช็คมักเกอร์พิมพ์

1144
00:57:44,776 --> 00:57:45,389
M

1145
00:57:45,567 --> 00:57:48,685
แล้วเลือก Master statement เห็นไหม

1146
00:57:49,718 --> 00:57:54,595
m a r k e s ของเราที่เราสร้างไว้แล้วตั้งแต่ครั้งก่อน

1147
00:57:57,073 --> 00:57:58,362
มาร์คเกอร์นะคะ

1148
00:57:58,577 --> 00:58:00,031
ถ้ามักเกอร์

1149
00:58:00,471 --> 00:58:03,352
กำหนดค่าให้แล้วเช็คค่าแล้ว

1150
00:58:04,236 --> 00:58:07,068
สังเกตค่าของ Position มันจะเป็น

1151
00:58:07,973 --> 00:58:08,452
นี่

1152
00:58:10,592 --> 00:58:12,271
วงเล็บใหญ่นี่ก็คือ

1153
00:58:12,504 --> 00:58:14,262
เป็นเขาเรียกว่าเป็น

1154
00:58:16,033 --> 00:58:19,171
อารีนั่นเองถ้าแบบอารีนะคะ

1155
00:58:19,244 --> 00:58:23,434
อยู่ในลักษณะวงเล็บใหญ่นี่คืออาร์เรย์ 3 มิตินะคะ

1156
00:58:24,085 --> 00:58:25,210
ก็จะมี

1157
00:58:25,823 --> 00:58:30,716
แต่ของเราจะมีเซลล์ Excel ไว้ที่เรากำหนดไว้มันมี 2 อันนะคะ

1158
00:58:31,648 --> 00:58:32,918
หารด้วย 100

1159
00:58:33,313 --> 00:58:34,408
จากศูนย์นี่

1160
00:58:35,858 --> 00:58:38,770
หารด้วย 100 ค่าที่มีนี่หันไป

1161
00:58:40,086 --> 00:58:40,586
นะคะ

1162
00:58:46,367 --> 00:58:47,185
พิมพ์

1163
00:58:49,274 --> 00:58:50,062
beeg

1164
00:58:50,142 --> 00:58:52,802
เลือกค่ะเลือกเซลล์ x เห็นไหมคะ

1165
00:58:55,546 --> 00:58:56,609
ลืมอะไร

1166
00:58:57,720 --> 00:58:59,070
กูขอโทษขอโทษ

1167
00:59:01,022 --> 00:59:02,070
ตอน Master เสร็จ

1168
00:59:02,434 --> 00:59:03,615
ลืมลืม

1169
00:59:04,014 --> 00:59:07,269
ลืมไปว่า Master แล้วพิมพ์วงเล็บ

1170
00:59:07,674 --> 00:59:08,514
ใหญ่ก่อน

1171
00:59:08,633 --> 00:59:08,937

1172
00:59:08,734 --> 00:59:10,912
เห็นไหมคะ

1173
00:59:19,554 --> 00:59:23,829
พิมพ์วงเล็บใหญ่แล้วก็ตามด้วยเซลล์ x ของเรา

1174
00:59:24,494 --> 00:59:25,306
นะคะ

1175
00:59:25,555 --> 00:59:33,550
เลือกเห็นไหมเซเว่น statement มันจะขึ้นเลยมันจะรู้เลยว่าเป็นลักษณะที่เรากำหนดค่าเป็นอาร์เรย์ที่บอก

1176
00:59:34,375 --> 00:59:35,274
gle

1177
00:59:35,097 --> 00:59:37,859
หาร

1178
00:59:38,766 --> 00:59:39,651
100

1179
00:59:42,177 --> 00:59:43,303
แล้วก็

1180
00:59:43,871 --> 00:59:47,765
เล็กแล้วก็มีอะไรมีเซลล์ไวน์ใช่ไหมคะ

1181
00:59:48,066 --> 00:59:48,633
นะคะ

1182
00:59:53,908 --> 00:59:57,911
วงเล็บใหญ่แล้วก็เซลล์ไวน์ / 100

1183
01:00:15,743 --> 01:00:17,786
เลือกเซลล์อายนะคะ

1184
01:00:17,970 --> 01:00:20,779
Say Why statement แล้วก็ตามด้วย

1185
01:00:21,004 --> 01:00:21,577
หาร

1186
01:00:22,223 --> 01:00:23,499
100

1187
01:00:27,602 --> 01:00:31,135
หลังมาร์คเกอร์นี้กำหนดค่าให้

1188
01:00:31,629 --> 01:00:36,060
เพื่อเช็คว่าเมื่อมันเป็นจริงนี่มันจะต้องมีค่าเท่ากับ

1189
01:00:36,200 --> 01:00:36,696
0

1190
01:00:37,748 --> 01:00:38,460
นะคะ

1191
01:00:45,237 --> 01:00:46,695
ส่วนต่อมา

1192
01:00:47,870 --> 01:00:49,792
Mark ครั้งที่ 1 แล้ว

1193
01:00:49,984 --> 01:00:51,881
อย่าลืมว่าตอนเช็คหนี้

1194
01:00:52,827 --> 01:00:54,061
มันมีทั้ง

1195
01:00:56,305 --> 01:00:57,397
คนเล่น

1196
01:00:58,506 --> 01:01:00,727
มีกี่คนมี 2 คนใช่ไหมคะ

1197
01:01:01,475 --> 01:01:03,000
เพราะฉะนั้นมาร์คแรก

1198
01:01:03,920 --> 01:01:06,346
มาดูมาร์คที่ 2 เช็คมากที่ 2

1199
01:01:07,747 --> 01:01:08,412
นมแพะ

1200
01:01:08,430 --> 01:01:09,306
ทำเหมือนเดิม

1201
01:01:10,507 --> 01:01:17,898
ครอบคำว่า press แล้วก็พิมพ์มาร์คลงไปเลย Marker ลงไปเลย Marker แล้วก็เหมือนเดิม

1202
01:01:22,961 --> 01:01:25,929
ให้มันเร็วขึ้นเพราะเท่ากันเลย

1203
01:01:26,862 --> 01:01:30,326
ใช้วิธี copy มาร์คเกอร์ตรงนี้มาเลยครับ

1204
01:01:30,414 --> 01:01:30,921
ถึง

1205
01:01:32,235 --> 01:01:33,468
กอล์ฟมาทั้ง

1206
01:01:33,843 --> 01:01:34,980
Copy เลยนะ

1207
01:01:36,071 --> 01:01:39,782
เร็วกว่าประโยคเดียวกันเพราะค่าเดียวกันแต่เช้า

1208
01:01:39,823 --> 01:01:40,603
เรียนตรง

1209
01:01:40,757 --> 01:01:43,478
ไอ้ตรงนี้ค่าตรงนี้เท่านั้นนะคะ

1210
01:01:44,114 --> 01:01:45,614
ตำแหน่งดูตำแหน่ง

1211
01:01:46,328 --> 01:01:48,859
ตำแหน่งมาร์คเกอร์จะเคลื่อนมาหน่อยนึง

1212
01:01:50,073 --> 01:01:53,184
นะคะจะอยู่ไม่เท่ากันวิธีการก็คือ

1213
01:01:57,528 --> 01:02:01,611
อยู่ตรงแผลที่ตาว่าแล้วก็กดวางได้เลยเห็นไหม

1214
01:02:01,817 --> 01:02:03,297
ที่นี่ค่าตรงนี้

1215
01:02:03,667 --> 01:02:06,159
เอา 0 ออกเอาค่า 0 ออก

1216
01:02:06,510 --> 01:02:08,189
ถ้ามันต้องเป็นคนละค่า

1217
01:02:08,352 --> 01:02:10,248
ถ้าตรงนี้จะเป็นอะไร

1218
01:02:10,362 --> 01:02:11,925
บอกแล้วว่าการมาร์ค

1219
01:02:12,887 --> 01:02:15,413
มันจะมีคนเล่น 2 คนใช่ไหมคะ

1220
01:02:16,028 --> 01:02:19,561
คนเล่นคนที่ 1 มากมายแล้วเพราะฉะนั้นก็จะต้องเป็น

1221
01:02:20,349 --> 01:02:24,156
เช็คว่าผู้เล่นคนที่ 2 มาร์คหรือยังเพราะฉะนั้น

1222
01:02:24,438 --> 01:02:29,498
สิ่งที่เราจะทำก็คือเป็นการไปประกาศตัวแปร Player

1223
01:02:29,798 --> 01:02:32,755
ประกาศตัวแปรของผู้เล่นด้วยกำหนดค่าเริ่มต้น

1224
01:02:35,309 --> 01:02:39,765
กำหนดค่าให้ผู้เล่นเริ่มที่หนึ่งก็คือผู้เล่นคนแรกก็คือ

1225
01:02:39,903 --> 01:02:40,782
player one

1226
01:02:41,078 --> 01:02:45,141
ไปประกาศตัวแปรก่อนนะคะเพื่อจะรู้ว่า Player ของเรา

1227
01:02:47,724 --> 01:02:48,953
เป็น Player ไหน

1228
01:02:50,212 --> 01:02:57,299
เราก็จะไปที่ตำแหน่งการประกาศตัวแปรก็คือที่อยู่ต่อจากเมื่อกี้ที่เราประกาศตัวแปรชื่อว่าโพสต์

1229
01:02:57,506 --> 01:03:00,800
ที่นี้เราจะประกาศตัวแปร Player อันนี้ต้องพิมพ์

1230
01:03:01,322 --> 01:03:01,737
เพราะ

1231
01:03:01,893 --> 01:03:03,975
เราสร้างตัวแปรขึ้นมาเอง

1232
01:03:04,103 --> 01:03:06,064
p l a y

1233
01:03:06,416 --> 01:03:07,126

1234
01:03:08,028 --> 01:03:08,827
Player

1235
01:03:09,668 --> 01:03:11,866
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ

1236
01:03:12,376 --> 01:03:15,946
ถ้าของ player ที่เราให้ก็คือคนที่ 1

1237
01:03:16,215 --> 01:03:17,563
เริ่มที่คนที่ 1 นะคะ

1238
01:03:24,498 --> 01:03:26,579
เมื่อประกาศตัวแปรเสร็จ

1239
01:03:27,058 --> 01:03:29,845
ที่นี่ตรงตำแหน่งนี้เราก็มาเลือก

1240
01:03:29,919 --> 01:03:30,634
ใช้

1241
01:03:30,806 --> 01:03:32,397
ตัวแปรนั้นได้เลย

1242
01:03:33,341 --> 01:03:35,484
สิ่งที่เราจะต้องใช้ก็คือเราจะ

1243
01:03:36,021 --> 01:03:37,538
เรียก Player

1244
01:03:37,698 --> 01:03:45,063
เพื่อเช็คว่าไอ้ที่มาร์คนี่เป็น Player คนไหนนั่นเองเป็น Player คนที่ 1 หรือ 2 นะคะ

1245
01:03:45,546 --> 01:03:50,663
ตรงเท่ากับที่เราก๊อปมาตอนแรกมันเป็นศูนย์น่ะลบ 0 ออกใช่ไหมคะ

1246
01:03:51,146 --> 01:03:52,270
แล้วแก้เป็น

1247
01:03:52,438 --> 01:03:56,724
พิมพ์ผิดแล้วเลือก Player statement ของเราลงไป

1248
01:03:59,368 --> 01:04:01,375
อย่าลืมเอาโคลอน

1249
01:04:01,595 --> 01:04:04,981
จะไม่เว้นวรรคอย่างนี้นะคะโคลอนจะเข้ามาชิดนะคะติด

1250
01:04:05,035 --> 01:04:05,525
ประโยค

1251
01:04:08,873 --> 01:04:09,193

1252
01:04:09,268 --> 01:04:11,146
เราจะได้ตัวมาร์คสำหรับเช็ค

1253
01:04:11,758 --> 01:04:20,944
พูดเล่นแล้วผู้เล่นคนที่ 1 คนที่ 2 มาร์คลงไปแล้วถ้าพูดเล่นมาร์คนี่อะไรจะเกิดขึ้นนะคะเดี๋ยวจะลองรันแล้ว

1254
01:04:21,067 --> 01:04:22,670
ใกล้แล้วใกล้แล้ว

1255
01:04:28,037 --> 01:04:28,489

1256
01:04:28,956 --> 01:04:32,537
เนื่องจากตรงนี้มีต่อเมื่อมันเช็ค Player นี่

1257
01:04:33,009 --> 01:04:33,931
เห็นไหมคะ

1258
01:04:34,223 --> 01:04:34,875
Player

1259
01:04:37,763 --> 01:04:38,681
x

1260
01:04:38,828 --> 01:04:39,326
เท่ากับ

1261
01:04:39,476 --> 01:04:40,233
ลบ 1

1262
01:04:40,429 --> 01:04:47,268
ค่าของ player ก็คือมันจะต้องไปเช็คก่อนว่า Player ที่เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนที่เท่าไหร่เพราะฉะนั้น

1263
01:04:47,295 --> 01:04:47,789

1264
01:04:47,928 --> 01:04:49,093
พอมีสติ

1265
01:04:49,195 --> 01:04:49,952
เม้นนี้

1266
01:04:50,132 --> 01:04:53,002
มีเงื่อนไขแล้วมีไปต่อนี่เราจะพิมพ์

1267
01:04:53,811 --> 01:04:54,467
เราจะลบ

1268
01:04:55,711 --> 01:04:59,059
โคลอนออกนะคะลบโค้ดรถออกแล้ว

1269
01:05:00,146 --> 01:05:01,042
แล้วก็พิมพ์

1270
01:05:01,949 --> 01:05:02,970
การเช็คค่า

1271
01:05:03,307 --> 01:05:06,476
ครั้งต่อไปเข้ามาก็คือเช็คว่า Player

1272
01:05:08,505 --> 01:05:09,023
พิมพ์

1273
01:05:09,266 --> 01:05:10,487
Play people

1274
01:05:10,531 --> 01:05:11,569
เลือก Player

1275
01:05:11,753 --> 01:05:13,187
ใส่เครื่องหมาย

1276
01:05:13,431 --> 01:05:14,325
Star

1277
01:05:14,505 --> 01:05:15,887
หรือ x =

1278
01:05:16,896 --> 01:05:17,712
ลบ 1

1279
01:05:20,447 --> 01:05:21,287
เห็นไหมคะ

1280
01:05:22,166 --> 01:05:27,635
ก็คือมันจะทำการคำนวณว่า Player คนนี้เป็น Player คนที่เท่าไหร่

1281
01:05:32,267 --> 01:05:33,205
1 - 1

1282
01:05:34,165 --> 01:05:35,133
ก็คือ 0

1283
01:05:39,357 --> 01:05:40,948
ค่าเริ่มต้นก็คือ 1

1284
01:05:41,519 --> 01:05:44,058
อย่าไปสนใจให้เครื่องมันคำนวณไป

1285
01:05:44,583 --> 01:05:45,472
ไอ้ตรงนี้

1286
01:05:45,665 --> 01:05:46,659
อย่าไปสนใจมัน

1287
01:05:47,285 --> 01:05:48,101
โอเคนะคะ

1288
01:05:49,127 --> 01:05:51,227
อธิบายแล้วยิ่งจะงงเข้าไปใหญ่

1289
01:05:51,619 --> 01:05:54,531
เพราะฉะนั้นตรงนี้คือการคำนวณของมัน

1290
01:06:04,314 --> 01:06:07,053
เสร็จแล้วเราจะไปลบคำสั่ง

1291
01:06:07,880 --> 01:06:08,626
ปริ้นมาร์ค

1292
01:06:08,727 --> 01:06:09,793
ที่เรา

1293
01:06:10,074 --> 01:06:12,624
ปริ้นมาร์คเกอร์ที่เราสร้างไว้ตอน

1294
01:06:12,680 --> 01:06:14,121
สัปดาห์ก่อนนี้ออก

1295
01:06:14,269 --> 01:06:16,259
เพราะว่าเราจะไม่ใช้ตัวนี้แล้ว

1296
01:06:16,953 --> 01:06:17,527

1297
01:06:17,842 --> 01:06:22,319
เพราะเดี๋ยวเราจะสร้าง Marker ที่เป็นคือครั้งก่อนเราแค่เช็ค

1298
01:06:22,417 --> 01:06:23,716
ว่าเมาส์เลื่อนไป

1299
01:06:23,894 --> 01:06:26,280
มันแค่มีตำแหน่งมาก็ขึ้นมาเท่านั้น

1300
01:06:26,442 --> 01:06:26,818

1301
01:06:26,998 --> 01:06:29,325
เพราะขั้นต่อไปเราจะสร้าง Marker

1302
01:06:30,394 --> 01:06:38,851
เป็นที่เป็นเอกสารขึ้นมาเราจะลบปริ้นมาสเตอร์ตัวนี้ออกเพราะฉะนั้นเราจะไปที่คำสั่งปริ้นมาเกิดเราลบตัวนี้ออกนะคะ

1303
01:06:39,589 --> 01:06:44,033
เพราะฉะนั้นก็อยู่นี่อยู่ตรงนี้อยู่ตรงเงื่อนไขนี้

1304
01:06:45,090 --> 01:06:45,405

1305
01:06:45,574 --> 01:06:49,132
ให้เด็กๆไปที่ตำแหน่งปริ้นมาเกิดแล้วก็

1306
01:06:50,806 --> 01:06:52,038
ลบเลยกด

1307
01:06:52,299 --> 01:06:53,017
ทำแถบ

1308
01:06:53,890 --> 01:06:54,776
คอร์ดทั้งหมด

1309
01:06:57,272 --> 01:07:02,886
แล้วก็ delete ได้เลยลบออกได้เลยนะคะเราไม่ได้ใช้มันแล้วเราก็จะลบออก

1310
01:07:06,718 --> 01:07:09,558
OK ใหม่ลบหรือยังหาเจอหรือเปล่า

1311
01:07:11,027 --> 01:07:17,371
ถ้าหาไม่เจอวิธีการมันจะมีวิธีให้ค้นหาอยู่ที่แถบเมนูที่ชื่อว่าไฟล์

1312
01:07:17,909 --> 01:07:19,129
เห็นไหมคะ

1313
01:07:19,260 --> 01:07:20,613
แล้วกดคำว่าไฟล์

1314
01:07:21,185 --> 01:07:23,740
ข้างล่างมันจะมีให้เราหาคำว่า

1315
01:07:26,363 --> 01:07:27,454
เดี๋ยวโอนคืน

1316
01:07:34,937 --> 01:07:35,749
ดูราคา

1317
01:07:35,986 --> 01:07:36,928
เราจะหา

1318
01:07:47,278 --> 01:07:48,020
นะคะ

1319
01:07:48,262 --> 01:07:49,359
clinicold

1320
01:07:49,814 --> 01:07:52,526
ถ้าใช้ไฟล์นี้มันจะไปตำแหน่งนั้นให้

1321
01:07:52,864 --> 01:07:55,256
พอเราเจอแล้วเราก็ลบออกได้เลย

1322
01:07:55,584 --> 01:07:57,288
ใช้วิธีค้นหาได้

1323
01:07:57,563 --> 01:07:58,668
ในโค้ดดิ้ง

1324
01:07:58,846 --> 01:08:00,252
บางทีให้นึกถึง

1325
01:08:01,072 --> 01:08:05,546
เวลาโค้ชจริงๆนี่ยกมานี่อีกบางโปรแกรมนะคะ

1326
01:08:05,647 --> 01:08:08,139
อันนี้ยังถือว่าแค่ร้อยกว่าบรรทัด

1327
01:08:08,382 --> 01:08:09,220
ถือว่าน้อย

1328
01:08:11,175 --> 01:08:15,568
เพราะฉะนั้นใช้เมนู file ให้เป็นประโยชน์นะคะช่วยค้นหา

1329
01:08:16,501 --> 01:08:17,133
คำ

1330
01:08:17,349 --> 01:08:18,824
ในเครื่องนี้ได้

1331
01:08:19,874 --> 01:08:20,468
นะคะ

1332
01:08:20,722 --> 01:08:21,504
เพราะฉะนั้น

1333
01:08:21,874 --> 01:08:24,677
ถ้าจะไปตำแหน่งไหนใช้ตัวนี้ช่วยก็ได้นะคะ

1334
01:08:24,554 --> 01:08:26,706
ถ้าไม่ใช้ก็ปิด

1335
01:08:29,471 --> 01:08:30,154
เราลบ

1336
01:08:30,316 --> 01:08:32,954
print Master ไปแล้วสิ่งที่จะทำต่อไป

1337
01:08:32,807 --> 01:08:35,360
ก็คือเราจะมาสร้าง

1338
01:08:35,688 --> 01:08:36,219
ขอโทษ

1339
01:08:37,445 --> 01:08:43,784
สร้าง function เรามาเกิดก็คือฟังก์ชันที่จะว่าตัวมาเกิดเรานั่นเองนะคะ

1340
01:08:45,856 --> 01:08:46,390

1341
01:08:46,290 --> 01:08:48,157
มาดูกันฟังก์ชันนี้

1342
01:08:48,328 --> 01:08:53,486
มันจะอยู่ตรงไหนก็อยู่ตำแหน่งตรงที่เมื่อกี้ที่เราลบเป็นมาร์คเกอร์

1343
01:08:53,896 --> 01:08:54,751
ไปนั่นเอง

1344
01:08:54,645 --> 01:08:55,982
อยู่ตำแหน่งนี้เลย

1345
01:08:57,459 --> 01:09:00,588
Enter ไป 2 ทีแล้วก็ใส่แฮชแท็กเข้าไป

1346
01:09:06,291 --> 01:09:08,576
แล้วก็บอกว่าเราจะสร้างอะไรคะ

1347
01:09:28,205 --> 01:09:31,904
บอกไปเลยว่าเราจะสร้างฟังก์ชันที่ว่าตัวเอง

1348
01:09:32,203 --> 01:09:34,117
หรือตัวของเรานั่นเองนะคะ

1349
01:09:36,999 --> 01:09:40,939
คำสั่งในการสร้างฟังก์ชั่นก็คือดี

1350
01:09:41,262 --> 01:09:41,863

1351
01:09:42,499 --> 01:09:43,123
เห็นไหม

1352
01:09:43,619 --> 01:09:44,073
เลือก

1353
01:09:44,208 --> 01:09:45,306
The function

1354
01:09:46,145 --> 01:09:49,426
แล้วก็ตามด้วยชื่อฟังก์ชันที่เราจะสร้าง

1355
01:09:49,644 --> 01:09:50,763
ก็คือคำว่า

1356
01:09:50,883 --> 01:09:51,415

1357
01:09:51,731 --> 01:09:53,369
a&w

1358
01:09:53,544 --> 01:09:55,605
รอตามด้วยอันเดอร์สกอร์

1359
01:09:56,770 --> 01:09:57,264
M

1360
01:09:58,399 --> 01:09:59,003

1361
01:09:59,437 --> 01:09:59,891

1362
01:10:01,286 --> 01:10:01,966
K

1363
01:10:02,069 --> 01:10:03,232

1364
01:10:03,334 --> 01:10:03,735

1365
01:10:03,966 --> 01:10:05,304
รอมาเกิด

1366
01:10:05,711 --> 01:10:06,589
มาร์คเกอร์

1367
01:10:06,823 --> 01:10:11,043
เรามี 2 ตัวไม่ได้มีตัวเดียวมีตัว x กับตัวก็เลยใส่เอง

1368
01:10:11,641 --> 01:10:12,760
ใส่ S เข้าไป

1369
01:10:20,240 --> 01:10:24,194
ตามด้วยการระบุตำแหน่งของมาร์คเกอร์เรานั่นเองนะคะ

1370
01:10:24,553 --> 01:10:28,009
เพราะเมื่อจะสร้างมันต้องบอกตำแหน่งที่จะสร้างใช่ไหม

1371
01:10:28,138 --> 01:10:28,822
ต้องแพ้

1372
01:10:29,640 --> 01:10:31,183
ลบออกแล้วก็ใส่

1373
01:10:31,400 --> 01:10:31,720

1374
01:10:31,862 --> 01:10:32,340
นะคะ

1375
01:10:32,932 --> 01:10:34,646
ตำแหน่งแรกคือ x

1376
01:10:35,117 --> 01:10:36,265
assistance

1377
01:10:36,866 --> 01:10:38,514
มาเลยมันหามาให้แล้ว

1378
01:10:39,395 --> 01:10:39,992
เท่ากับ

1379
01:10:42,791 --> 01:10:43,531
เท่ากับ

1380
01:10:44,955 --> 01:10:46,642
x หรือ Y นะงง

1381
01:10:46,834 --> 01:10:47,448
โพสต์

1382
01:10:48,510 --> 01:10:50,611
เราใส่เป็น Express นี้

1383
01:10:50,887 --> 01:10:51,643
เอาใหม่เอาใหม่

1384
01:10:52,702 --> 01:10:54,903
ก็คือตำแหน่งที่เราประกาศ

1385
01:10:55,254 --> 01:10:56,597
โพสต์ไปนะคะ

1386
01:10:56,959 --> 01:10:58,290
อันเดอร์สกอร์

1387
01:11:01,291 --> 01:11:02,829
โพสต์หายไปไหน

1388
01:11:06,810 --> 01:11:08,823
โพสต์แล้วยังไม่ได้ใส่ใช่ไหม

1389
01:11:09,232 --> 01:11:11,979
เราประกาศตัวแปรเลย Express เท่ากับ

1390
01:11:16,411 --> 01:11:18,018
ค่าเริ่มต้นคือ

1391
01:11:18,596 --> 01:11:21,081
ศูนย์เสมอเห็นไหมคะ

1392
01:11:21,397 --> 01:11:22,385
ตำแหน่งของ

1393
01:11:22,735 --> 01:11:23,379
แกรนด์เอ็กซ์

1394
01:11:23,761 --> 01:11:25,047
เริ่มที่ 0 เสมอ

1395
01:11:31,639 --> 01:11:32,221

1396
01:11:33,116 --> 01:11:33,432

1397
01:11:33,751 --> 01:11:35,383
เสร็จแล้วก็ทำรูป

1398
01:11:35,567 --> 01:11:36,053
ป

1399
01:11:36,250 --> 01:11:36,562

1400
01:11:36,845 --> 01:11:37,986
investor

1401
01:11:38,159 --> 01:11:39,138
รูปสำหรับ

1402
01:11:39,249 --> 01:11:40,811
x-men apocalypse

1403
01:11:41,727 --> 01:11:42,290
นะคะ

1404
01:11:52,429 --> 01:11:56,278
พิมพ์ for เลือก for Loop กด Enter เห็นไหมคะ

1405
01:11:58,342 --> 01:12:00,378
เลือก x ตามเขาเลย

1406
01:12:00,558 --> 01:12:02,345
แต่อินเปลี่ยนเป็น

1407
01:12:07,437 --> 01:12:08,574
อันนี้เปลี่ยนจาก

1408
01:12:08,743 --> 01:12:09,249
xxx

1409
01:12:09,361 --> 01:12:09,914
เล้ง

1410
01:12:10,091 --> 01:12:13,934
เป็นมาสเตอร์ของเราเลือก Master statement ของเรา

1411
01:12:14,723 --> 01:12:16,611
แล้วก็ตามด้วยอะไร

1412
01:12:17,727 --> 01:12:18,664
เครื่องหมาย

1413
01:12:19,711 --> 01:12:21,049
โคลอนเลย

1414
01:12:21,224 --> 01:12:21,740
นะคะ

1415
01:12:22,659 --> 01:12:26,022
เพราะเพราะอะไรเพราะมักเออเราระบุตำแหน่ง

1416
01:12:26,432 --> 01:12:27,626
ที่เราทำไว้

1417
01:12:27,952 --> 01:12:28,470
มัน

1418
01:12:28,677 --> 01:12:33,287
มันเป็นการระบุตำแหน่งหรือค่าไว้แล้วก็คือเป็นค่าว่างเห็นไหมคะ

1419
01:12:34,806 --> 01:12:36,171
เราเรียกใช้มันมา

1420
01:12:37,432 --> 01:12:38,139
ก็คือ

1421
01:12:41,338 --> 01:12:41,835
เมื่อ

1422
01:12:42,257 --> 01:12:42,792
สำหรับ

1423
01:12:43,386 --> 01:12:46,009
แกน x nameka นี่นะคะ

1424
01:12:46,685 --> 01:12:50,384
สิ่งที่เราจะกำหนดต่อไปเงื่อนไขนี่ในรูปนี้

1425
01:12:51,076 --> 01:12:51,639
นะคะ

1426
01:12:51,984 --> 01:12:52,737
ต้องสร้างโลก

1427
01:12:53,435 --> 01:12:54,786
เพราะมันต้องเช็คตามรูป

1428
01:12:55,632 --> 01:12:58,498
เมื่อเช็คแกน x แล้วก็ต้องเช็คแกน Y

1429
01:13:00,493 --> 01:13:01,344
เห็นไหมคะ

1430
01:13:01,591 --> 01:13:02,603
วายโพสต์

1431
01:13:03,062 --> 01:13:05,093
ค่าเริ่มต้นของไวน์ก็คือ

1432
01:13:05,813 --> 01:13:08,761
ช่องตารางที่เคยบอกอ่ะหน้าจอเรา

1433
01:13:09,150 --> 01:13:10,978
เวลาเริ่มต้นมันก็เริ่ม

1434
01:13:11,380 --> 01:13:14,129
ต้นจาก 0 0 hy000 เสมอ

1435
01:13:14,276 --> 01:13:14,635

1436
01:13:14,754 --> 01:13:17,968
เพราะฉะนั้นไวพจน์ของเราก็ต้องเท่ากับ 0 เหมือนกัน

1437
01:13:21,995 --> 01:13:22,695
y

1438
01:13:23,221 --> 01:13:24,865
อันเดอร์สกอร์

1439
01:13:25,026 --> 01:13:25,929
แปลนี้

1440
01:13:31,844 --> 01:13:32,899
มีค่าเท่ากับ

1441
01:13:33,196 --> 01:13:34,511
ศูนย์นะคะ

1442
01:13:41,069 --> 01:13:43,715
เด็กๆดูตำแหน่งแถมดีๆด้วยนะ

1443
01:13:47,207 --> 01:13:48,381
นี่เห็นไหม

1444
01:13:49,132 --> 01:13:50,648
Tab มันจะเยื้องไป

1445
01:13:51,315 --> 01:13:54,524
นะคะมันจะไม่อยู่ตรงกันนะเพราะมันเป็น

1446
01:13:54,912 --> 01:13:57,145
รูปอันนี้คือรูปในแถว

1447
01:13:57,652 --> 01:13:59,470
XXXX แถวใช่ไหม

1448
01:13:59,570 --> 01:14:03,245
ต่อไปเราจะทำรูปในไวน์ fortinet

1449
01:14:05,580 --> 01:14:06,982
ก็คือคอลัมน์

1450
01:14:07,293 --> 01:14:08,119
ตามแถว

1451
01:14:09,796 --> 01:14:10,826
เช็คไปตาม

1452
01:14:11,225 --> 01:14:12,095
นึกออกนะ

1453
01:14:12,250 --> 01:14:12,657
นี่

1454
01:14:13,031 --> 01:14:16,778
นี่คือแถวใช่ไหมมันจะเช็คไปตามแถวก่อนแล้วค่อย

1455
01:14:16,890 --> 01:14:18,931
คอลัมน์ในแถวที่ 1

1456
01:14:19,090 --> 01:14:21,360
แถวที่ 2 อะไรอย่างนี้ไล่ไป

1457
01:14:21,543 --> 01:14:26,505
คอลัมน์นี้แถวนี้แถวนี้คอลัมน์นี้แถวนี้แถวนี้ไปตามแถวนะคะ

1458
01:14:26,563 --> 01:14:29,802
ตามคอลัมน์ไปตามแถวอย่างนี้นะคะเวลาเช็ค

1459
01:14:36,130 --> 01:14:38,126
ก็ใช้ for Loop เหมือนเดิม

1460
01:14:38,299 --> 01:14:38,931
poru

1461
01:14:40,381 --> 01:14:42,328
เปลี่ยนจาก x เป็น y

1462
01:14:42,982 --> 01:14:43,528
in

1463
01:14:43,863 --> 01:14:44,645
อะไรคะ

1464
01:14:48,218 --> 01:14:48,871
inex

1465
01:14:50,766 --> 01:14:51,882
เอาค่าออก

1466
01:14:53,038 --> 01:14:54,703
เพราะกำหนดค่า x แล้ว

1467
01:14:55,106 --> 01:14:55,630

1468
01:14:56,816 --> 01:14:57,853
เป็นเท่าไหร่

1469
01:14:58,985 --> 01:15:01,077
แม่ค้าเพราะว่ายีนส์ edwin ไหม

1470
01:15:03,764 --> 01:15:09,308
ทีนี้มาเช็คมาเช็คลูปแล้วเริ่มจะเช็คลูปแล้วถ้า Y = 1

1471
01:15:10,653 --> 01:15:12,899
เกิดมาร์คลงไปในตำแหน่งนี้

1472
01:15:13,115 --> 01:15:14,152
ตำแหน่งที่ 1

1473
01:15:14,337 --> 01:15:15,714
นะคะสมมุติสมมุติ

1474
01:15:18,421 --> 01:15:20,635
ก็คือใช้เงื่อนไข

1475
01:15:21,263 --> 01:15:21,652
อีฟ

1476
01:15:25,811 --> 01:15:28,164
สร้าง If condition ขึ้นมา

1477
01:15:28,814 --> 01:15:30,120
is Why

1478
01:15:30,658 --> 01:15:31,206
เท่ากับ

1479
01:15:32,555 --> 01:15:33,148
1

1480
01:15:35,682 --> 01:15:38,698
เราจะมีเงื่อนไขเพื่อตรวจสอบแล้ว

1481
01:15:39,581 --> 01:15:40,257
เมื่อวาน

1482
01:15:40,731 --> 01:15:45,419
อะไรจะเกิดขึ้นสิ่งที่ทำต่อมาเราจะเป็นกำหนดค่าสี

1483
01:15:46,537 --> 01:15:50,166
สีที่เราจะใช้ก็คือสีเขียวกับสีแดง

1484
01:15:50,547 --> 01:15:53,293
โดยที่สีเขียวจะไว้สร้าง

1485
01:15:54,176 --> 01:15:55,422
ตัว X นะคะ

1486
01:15:57,077 --> 01:15:58,469
สีแดงจะไว้ใช้

1487
01:15:58,696 --> 01:16:02,135
สร้างตัวโอเห็นไหมคะ Green จะสร้างเอง

1488
01:16:02,416 --> 01:16:05,280
Red จะสร้างโอขึ้นมาเพราะฉะนั้น

1489
01:16:05,808 --> 01:16:07,863
ไปตำแหน่งประกาศตัวแปร

1490
01:16:08,747 --> 01:16:11,992
เพื่อประกาศตัวแปรให้กับสีนะคะ

1491
01:16:12,456 --> 01:16:14,885
สีเขียวสีแดงเรานั่นเอง

1492
01:16:31,263 --> 01:16:34,751
มันเป็นตัวแปรที่ตัวเอง

1493
01:16:34,924 --> 01:16:37,579
แล้วก็ใส่เครื่องหมายเท่ากับใส่ค่า

1494
01:16:38,031 --> 01:16:40,673
ค่าสีนี้มันจะใส่ตาม

1495
01:16:41,948 --> 01:16:42,626
แมว

1496
01:16:43,163 --> 01:16:43,975
ไอ้นี่

1497
01:16:44,757 --> 01:16:46,272
ตอนที่รันอยู่ไหน

1498
01:16:53,777 --> 01:16:54,607
แมว

1499
01:16:55,589 --> 01:16:57,193
ไปตามแนวน่ะ

1500
01:16:58,026 --> 01:17:02,593
แนวเส้นที่เราสร้างนี่แหละแนวตารางที่เราสร้างนะคะ

1501
01:17:03,016 --> 01:17:04,025
ก็คือ

1502
01:17:04,987 --> 01:17:06,351
เริ่มที่ศูนย์

1503
01:17:08,682 --> 01:17:09,640
แล้วก็

1504
01:17:11,257 --> 01:17:13,962
ไม่เต็มพื้นที่มาก 2555

1505
01:17:15,547 --> 01:17:18,736
ให้มันใส่ค่าอยู่เพราะพื้นที่ของ

1506
01:17:19,485 --> 01:17:21,325
ดินเราคือ 300

1507
01:17:21,461 --> 01:17:22,583
แต่เราจะให้มัน

1508
01:17:22,985 --> 01:17:25,774
ใส่เต็ม 300 อยู่แล้วนะคะแล้วก็ 0

1509
01:17:28,835 --> 01:17:30,912
จะมี 2 ค่าต่อไป

1510
01:17:31,402 --> 01:17:32,409
สีแดง

1511
01:17:33,457 --> 01:17:34,381
Red

1512
01:17:35,507 --> 01:17:38,437
reg.pim เท่ากับ

1513
01:17:38,543 --> 01:17:43,317
ประกาศตัวแปรเท่ากับค่าสีจะสลับเห็นไหม

1514
01:17:43,959 --> 01:17:48,826
สีเขียว 02 550 สีแดง 25500

1515
01:17:54,417 --> 01:17:57,523
วงเล็บนะคะวงเล็บเปิดวงเล็บปิด

1516
01:18:02,676 --> 01:18:04,430
255

1517
01:18:07,109 --> 01:18:08,093
แล้วก็

1518
01:18:08,538 --> 01:18:09,110
0

1519
01:18:10,118 --> 01:18:11,214
เพราะอะไร

1520
01:18:13,755 --> 01:18:19,422
เพราะมันมี 3 คอลัมน์ 3 แถวฆ่ามันก็เลยไปตามคอลัมน์ตามแถวที่ขึ้น

1521
01:18:19,482 --> 01:18:19,873
นั่นแหละ

1522
01:18:30,098 --> 01:18:31,253
เห็นไหมคะ

1523
01:18:31,549 --> 01:18:36,915
ได้ตัวแปรสำหรับสีเขียวสีแดงแล้วสิ่งต่อไปที่เราจะทำ

1524
01:18:39,968 --> 01:18:41,518
การวาดตัว X

1525
01:18:43,714 --> 01:18:44,321
นะคะ

1526
01:18:45,903 --> 01:18:48,229
คำสั่งที่ใช้วาดก็คือ

1527
01:18:48,530 --> 01:18:49,730
pygame

1528
01:18:50,086 --> 01:18:51,704
dry

1529
01:18:51,839 --> 01:18:53,729
ก็คือคำสั่งในการวาดเส้น

1530
01:18:56,450 --> 01:18:57,930
มาดูรูปแบบ

1531
01:19:06,682 --> 01:19:07,357
กาด

1532
01:19:07,465 --> 01:19:08,052
ตี๋

1533
01:19:09,379 --> 01:19:11,033
จะได้ใช้ได้เมื่อกี้

1534
01:19:12,087 --> 01:19:13,129
ตรงนี้นะคะ

1535
01:19:13,290 --> 01:19:14,548
ส่งแคทเรา

1536
01:19:18,218 --> 01:19:21,445
ลบ cache เราออกเพื่อจะวาดแล้ว

1537
01:19:22,159 --> 01:19:23,331
วาดพราย

1538
01:19:24,335 --> 01:19:26,137
โมเดิร์นภายเกมดอท

1539
01:19:29,259 --> 01:19:30,027
รอ

1540
01:19:30,359 --> 01:19:31,094
ดี

1541
01:19:31,337 --> 01:19:32,060
ดี

1542
01:19:32,148 --> 01:19:32,529

1543
01:19:32,600 --> 01:19:34,723
เลือก

1544
01:19:35,479 --> 01:19:35,797

1545
01:19:36,035 --> 01:19:37,956
ฟังก์ชันที่ชื่อว่า Line

1546
01:19:38,535 --> 01:19:38,822

1547
01:19:38,940 --> 01:19:39,948
ลายแบบ

1548
01:19:40,163 --> 01:19:41,553
ไม่มี S นะ

1549
01:19:42,302 --> 01:19:42,635
นะ

1550
01:19:43,169 --> 01:19:43,614
นี่

1551
01:19:43,808 --> 01:19:45,570
มันมี 2 รายเห็นไหม

1552
01:19:45,937 --> 01:19:51,105
LINE ที่เราใช้ก็คือ line ตัวแรกนะคะ LINE function ตัวที่ 1

1553
01:19:52,872 --> 01:19:55,156
เราจะระบุค่าในไลน์

1554
01:19:57,185 --> 01:20:00,809
ระบุค่าเส้นนั่นเองนะคะดูค่าเส้นที่จะระบุ

1555
01:20:01,213 --> 01:20:02,077
นะคะ

1556
01:20:03,022 --> 01:20:06,895
เราต้องบอกตำแหน่งก่อนว่านี่ในหน้าจอนี้

1557
01:20:07,396 --> 01:20:09,195
ในหน้าจอนี้เห็นไหม

1558
01:20:09,574 --> 01:20:12,591
เราต้องเลือกหน้าจอนี้ขึ้นมาด้วยนะคะ

1559
01:20:13,122 --> 01:20:17,136
เพราะมันจะได้ว่าตรงไปถูกว่ามันจะว่าตรงตรงไหนก็เลย

1560
01:20:17,775 --> 01:20:18,900
เรียกสกรีน

1561
01:20:21,109 --> 01:20:22,246
Y นะคะ

1562
01:20:22,516 --> 01:20:23,963
ตามด้วยสกรีนก่อน

1563
01:20:30,817 --> 01:20:31,894
เห็นไหมคะ

1564
01:20:32,277 --> 01:20:34,791
เลือก screen statement นี่นะคะ

1565
01:20:35,398 --> 01:20:37,034
แล้วก็ตามด้วย

1566
01:20:39,998 --> 01:20:41,363
คอมม่านะคะ

1567
01:20:41,879 --> 01:20:42,272
วัด

1568
01:20:42,646 --> 01:20:46,172
แล้วก็ตามด้วยสีที่เราจะใช้วาดก็คือ

1569
01:20:46,342 --> 01:20:47,064
Green

1570
01:20:48,079 --> 01:20:49,547
Green ของเรา

1571
01:20:49,864 --> 01:20:51,923
Green statement นั่นเอง

1572
01:20:53,311 --> 01:20:57,397
ก็คือว่าตรงไหนระบุพื้นที่เห็นไหมคะ

1573
01:20:57,724 --> 01:21:00,200
ก็คือตัวสกรีนนี้ที่เราทำไว้

1574
01:21:00,308 --> 01:21:01,432
นี่ๆนี่

1575
01:21:04,478 --> 01:21:06,732
นี่สกรีนเท่ากับนี่

1576
01:21:07,308 --> 01:21:10,217
ก็คือตัวนี้ที่กำหนดจากตัวนี้มา

1577
01:21:10,532 --> 01:21:11,068
นะคะ

1578
01:21:12,396 --> 01:21:14,101
ก็ไปเรียกใช้มัน

1579
01:21:14,763 --> 01:21:16,392
แล้วก็ตามด้วยสี

1580
01:21:17,772 --> 01:21:24,223
ตัวแปรสีนะคะเสร็จแล้วตามด้วยอะไรตามด้วยตำแหน่งเห็นไหมคะตำแหน่งเจน

1581
01:21:24,375 --> 01:21:24,651

1582
01:21:24,824 --> 01:21:26,463
แกน Y นั่นเองนะคะ

1583
01:21:28,670 --> 01:21:30,188
ตำแหน่งแรก

1584
01:21:30,585 --> 01:21:31,153
ดู

1585
01:21:32,358 --> 01:21:36,001
เพราะเวลาตัวนี้มันไล่มันจะไล่จาก

1586
01:21:39,643 --> 01:21:41,570
ไปโคราชนะคะ

1587
01:21:42,986 --> 01:21:46,057
ใส่คอมม่าแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ

1588
01:21:46,618 --> 01:21:48,266
ใส่วงเล็บก่อนนะคะ

1589
01:21:49,540 --> 01:21:50,572
เห็นไหมคะ

1590
01:21:51,269 --> 01:21:54,030
เพราะในนี้ตำแหน่ง x

1591
01:21:54,126 --> 01:21:54,727
โพสต์

1592
01:21:56,485 --> 01:21:57,277
เรื่อง

1593
01:21:57,384 --> 01:21:58,344
โพสต์นะคะ

1594
01:21:59,608 --> 01:22:05,690
ตำแหน่งของ Gen X X X ก็คือตำแหน่งของแกน x ของเราจะเริ่มที่

1595
01:22:11,106 --> 01:22:12,716
คูณร้อย

1596
01:22:12,836 --> 01:22:14,181
บวก 15

1597
01:22:15,322 --> 01:22:19,450
ใส่ 115 เลยก็ไม่ได้มันต้องไปทำการคำนวณก่อน

1598
01:22:19,630 --> 01:22:24,855
เพื่อลดค่าความคลาดเคลื่อนต่างๆนะคะตำแหน่งนี้ก็คือตำแหน่งของ x

1599
01:22:24,931 --> 01:22:25,444
โพสต์

1600
01:22:25,674 --> 01:22:28,953
ซึ่ง Express เราเริ่มที่ศูนย์ให้ Express

1601
01:22:29,036 --> 01:22:29,840
ไป x

1602
01:22:32,362 --> 01:22:33,455
100

1603
01:22:33,961 --> 01:22:36,060
วรรคนะคะกด Space Bar

1604
01:22:37,582 --> 01:22:43,642
กดสตาร์กด Space Bar แล้วก็กด 100 แล้วก็กด Space Bar อีก 1 ครั้งวัด

1605
01:22:43,880 --> 01:22:44,979
แล้วก็กดบวก

1606
01:22:48,134 --> 01:22:48,977
และก็วัด

1607
01:22:49,245 --> 01:22:50,777
ตามด้วย 15

1608
01:22:55,028 --> 01:22:56,712
เดี๋ยวให้ดูตำแหน่ง

1609
01:22:59,476 --> 01:23:01,283
ให้ดูตำแหน่งอีกทีนึง

1610
01:23:06,482 --> 01:23:06,765

1611
01:23:06,936 --> 01:23:11,889
ให้นึกถึงเห็นไหมตำแหน่ง x 0 Y 0 นี่

1612
01:23:12,186 --> 01:23:15,017
x เริ่มจากนี่คือแกรนนี่

1613
01:23:15,527 --> 01:23:20,393
แกนอนเห็นไหมคะ x 0 Y 0 เพราะฉะนั้น x เริ่มที่

1614
01:23:20,875 --> 01:23:21,373
นี่

1615
01:23:24,213 --> 01:23:25,802
Express เท่ากับ

1616
01:23:28,004 --> 01:23:29,345
Express เท่ากับ

1617
01:23:31,712 --> 01:23:32,141
x

1618
01:23:32,254 --> 01:23:42,152
Post คือ Express * 100 / 15 มันก็คือ 115 นั่นเองมันก็จะเริ่มจากจุดนี้ 115 ใช่ไหมคะ

1619
01:23:42,274 --> 01:23:42,774
โพสต์

1620
01:23:42,900 --> 01:23:44,591
ทีนี้มันจะได้แค่จุด

1621
01:23:45,005 --> 01:23:48,691
แต่ถ้าลากเส้นมันต้องเพิ่มตำแหน่งของแกน Y ด้วย

1622
01:23:48,791 --> 01:23:52,072
ต้องบอกตำแหน่งของแกน Y ด้วยเมื่อบอก x

1623
01:23:52,202 --> 01:23:54,378
ไปแล้วก็ต้องมาบอก y

1624
01:23:54,196 --> 01:23:55,934
โพสต์เห็นไหมคะ

1625
01:23:58,379 --> 01:23:59,795
ก็พิมพ์ y

1626
01:24:01,318 --> 01:24:02,751
แล้วเลือก WiFi

1627
01:24:02,904 --> 01:24:03,411
โพสต์

1628
01:24:05,272 --> 01:24:07,700
ก็เป็นครูเหมือนกัน

1629
01:24:07,938 --> 01:24:09,607
คูณสาย Star

1630
01:24:09,858 --> 01:24:11,188
Space Bar

1631
01:24:11,868 --> 01:24:13,325
แล้วก็ 100

1632
01:24:14,109 --> 01:24:15,648
แล้วก็คูณ

1633
01:24:16,447 --> 01:24:16,830
เฮ้ย

1634
01:24:16,950 --> 01:24:17,328
+

1635
01:24:17,536 --> 01:24:18,554
Face Bar

1636
01:24:18,977 --> 01:24:20,286
บวก 15

1637
01:24:20,926 --> 01:24:22,222
ตำแหน่งเดียวกัน

1638
01:24:23,209 --> 01:24:24,081
ก็คือ

1639
01:24:24,802 --> 01:24:26,417
เริ่มบรรทัดที่

1640
01:24:26,888 --> 01:24:28,490
115

1641
01:24:28,663 --> 01:24:30,906
คอลัมน์ที่ 115

1642
01:24:36,074 --> 01:24:40,036
นี่ดูตำแหน่งนะคะก็คือจะเริ่มจากจุดนี้

1643
01:24:40,712 --> 01:24:43,622
เสร็จแล้วให้มันลากมาจากนี่

1644
01:24:44,214 --> 01:24:45,118
เพราะฉะนั้น

1645
01:24:45,480 --> 01:24:46,604
มันก็ต้องเพิ่ม

1646
01:24:49,194 --> 01:24:50,097
ก็คือ

1647
01:24:52,578 --> 01:24:52,797

1648
01:24:52,952 --> 01:24:54,083
วงเล็บแรก

1649
01:24:54,844 --> 01:24:59,100
วงเล็บแรกนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นใช่ไหมคะ

1650
01:24:59,618 --> 01:25:01,605
เพราะฉะนั้นเราจะเพิ่มอีก

1651
01:25:03,469 --> 01:25:05,945
วงเล็บที่ 2 เห็นไหมคะ

1652
01:25:06,351 --> 01:25:08,383
ก็คือจุดสิ้นสุดของเส้น

1653
01:25:11,237 --> 01:25:14,109
รูปแบบคำสั่ง LINE ก็คือจะบอก

1654
01:25:15,379 --> 01:25:17,238
อันนี้คือวงเล็บแรก

1655
01:25:17,649 --> 01:25:18,310
นี่คือจุด

1656
01:25:18,429 --> 01:25:20,282
เริ่มเพราะฉะนั้นใส่

1657
01:25:23,227 --> 01:25:26,448
โคลอนแล้วก็ตามด้วยวงเล็บที่ 2

1658
01:25:27,914 --> 01:25:30,846
วงเล็บที่สองก็คือจะบอกตำแหน่งของจุด

1659
01:25:31,458 --> 01:25:32,894
จุดสิ้นสุดของเส้น

1660
01:25:33,048 --> 01:25:35,630
ก็เหมือนกันก็ต้องเริ่มใช้

1661
01:25:35,887 --> 01:25:36,734
โพสต์ก่อน

1662
01:25:37,024 --> 01:25:38,073
Express

1663
01:25:38,207 --> 01:25:38,789
นะคะ

1664
01:25:41,444 --> 01:25:41,681

1665
01:25:41,819 --> 01:25:44,088
สังเกตที่ตำแหน่งที่ 2 ดีๆ

1666
01:25:44,804 --> 01:25:45,735
เห็นไหม

1667
01:25:46,060 --> 01:25:48,044
อยู่ที่ร้อยเท่าไหร่

1668
01:25:48,870 --> 01:25:50,378
ไม่ถึง 200

1669
01:25:51,285 --> 01:25:53,703
ก็เลยบอกว่าอยู่ที่ประมาณ

1670
01:25:54,004 --> 01:25:57,381
185 เพราะไม่ให้ขี่เต็มจอ

1671
01:25:57,691 --> 01:26:00,393
ถ้าขีดเต็มจอก็คือ 100

1672
01:26:01,092 --> 01:26:02,772
ถึง 200 ใช่ไหมคะ

1673
01:26:04,128 --> 01:26:04,955
นึกออกนะ

1674
01:26:06,312 --> 01:26:10,309
ถ้าขี่เต็มนี่ถ้าไอ้นี่เลื่อนไปเต็มนี่มันจะคิด

1675
01:26:10,414 --> 01:26:10,697

1676
01:26:10,911 --> 01:26:13,348
ช่องเลยแต่เราไม่เอาเต็มช่อง

1677
01:26:13,719 --> 01:26:17,674
เราก็เลยเว้นพื้นที่ไว้ให้มัน 15 ช่องไฟเพราะฉะนั้น

1678
01:26:17,859 --> 01:26:21,078
100 - 15 ก็คือ 85 นั่นเองนะคะ

1679
01:26:23,383 --> 01:26:24,652
เพราะฉะนั้น

1680
01:26:25,186 --> 01:26:27,702
ตรงตำแหน่งสิ้นสุดจะเป็น Express

1681
01:26:27,849 --> 01:26:29,263
เท่ากับ x

1682
01:26:31,800 --> 01:26:34,000
star star

1683
01:26:34,702 --> 01:26:36,611
Space Bar 100

1684
01:26:37,653 --> 01:26:40,132
Best Bar + 85

1685
01:26:48,641 --> 01:26:49,658
เพราะฉะนั้น

1686
01:26:50,536 --> 01:26:50,883

1687
01:26:50,966 --> 01:26:52,875
วายตำแหน่งวายโพสต์

1688
01:26:53,000 --> 01:26:53,919
ต้องเป็น

1689
01:26:55,082 --> 01:26:58,659
Star 100 + 85 เหมือนกันนะคะ

1690
01:27:17,249 --> 01:27:18,251
ที่นี่

1691
01:27:18,875 --> 01:27:21,007
ที่ใส่ต่อจากตัวนี้

1692
01:27:21,476 --> 01:27:22,182
Line

1693
01:27:23,055 --> 01:27:24,968
LINE Y LINE Wish

1694
01:27:25,136 --> 01:27:25,539
นี่

1695
01:27:25,676 --> 01:27:28,666
ก็คือความกว้างของเส้นเราเคยประกาศ

1696
01:27:28,778 --> 01:27:30,785
ความกว้างของเส้นไว้ไปแล้ว

1697
01:27:31,554 --> 01:27:33,121
ในตอนต้นเห็นไหมคะ

1698
01:27:33,337 --> 01:27:34,980
ให้มันกว้าง 5

1699
01:27:37,717 --> 01:27:38,301
นะคะ

1700
01:27:39,184 --> 01:27:42,171
เพราะฉะนั้นคือเรากลัวเส้นที่

1701
01:27:42,398 --> 01:27:46,728
ประวัติออกมาเล็กไงเพราะฉะนั้นเราก็เลือกใช้ได้เลย

1702
01:27:47,270 --> 01:27:49,567
เพราะฉะนั้นเรามีแล้วเราก็ตามด้วย

1703
01:27:51,675 --> 01:27:54,637
ค่าของเส้นก็คือพิมพ์ LINE แล้วก็เลือก

1704
01:27:55,816 --> 01:27:56,834
รายวัน

1705
01:27:57,007 --> 01:27:58,394
เม้นเห็นไหม

1706
01:27:58,872 --> 01:28:01,250
แปลที่เราประกาศใช้ไปนี่

1707
01:28:01,805 --> 01:28:03,227
เลือกมาได้เลย

1708
01:28:04,451 --> 01:28:06,814
นั่นคือเส้นที่ 1 ใช่ไหมคะ

1709
01:28:07,367 --> 01:28:09,359
เพิ่งได้เส้นเดียวถูกไหม

1710
01:28:10,536 --> 01:28:12,708
เพราะฉะนั้นเส้นที่ 2

1711
01:28:12,521 --> 01:28:13,559
พี่เลย

1712
01:28:13,743 --> 01:28:16,026
แล้วค่อยมาเปลี่ยนค่าเอา

1713
01:28:16,809 --> 01:28:19,020
พี่ใช้วิธี copy เอา

1714
01:28:19,953 --> 01:28:22,630
ไปให้สุดนะให้ถึง LINE ไวเลยนะ

1715
01:28:23,158 --> 01:28:24,485
ก๊อปปี้เลยนะคะ

1716
01:28:24,913 --> 01:28:26,205
Copy ที่

1717
01:28:26,945 --> 01:28:28,665
ตั้งแต่ภายเกมไป

1718
01:28:29,044 --> 01:28:30,094
พี่ได้เลย

1719
01:28:34,007 --> 01:28:35,902
แล้วก็กดวางได้เลย

1720
01:28:36,704 --> 01:28:41,099
สิ่งที่เราจะมาเปลี่ยนก็คือค่าในตำแหน่งแกนอะไรคะ

1721
01:28:41,828 --> 01:28:43,472
Tab ให้มันตรงนะคะ

1722
01:28:45,799 --> 01:28:46,424
มาดู

1723
01:28:47,928 --> 01:28:49,772
เปลี่ยนค่าในแกนอะไรมาดูกัน

1724
01:29:12,153 --> 01:29:12,511

1725
01:29:13,672 --> 01:29:13,907

1726
01:29:14,088 --> 01:29:15,346
นี่ X ใช่ไหม

1727
01:29:15,540 --> 01:29:16,832
นี่คือเส้นที่ 1

1728
01:29:17,196 --> 01:29:23,091
ดูเส้นที่ 2 เส้นที่ 2 ค่าเริ่มต้นมาเริ่มจากมุมนี้มานี่เห็นไหมคะ

1729
01:29:23,928 --> 01:29:24,725
เพราะฉะนั้น

1730
01:29:25,244 --> 01:29:26,335
แกน x เท่าไร

1731
01:29:27,222 --> 01:29:27,937
เท่าเดิม

1732
01:29:28,315 --> 01:29:29,486
สแกนอะไรเปลี่ยน

1733
01:29:30,369 --> 01:29:31,313
แกน Y เปลี่ยน

1734
01:29:31,418 --> 01:29:33,380
ใช่ไหมคะเพราะฉะนั้น

1735
01:29:33,594 --> 01:29:36,092
เราไปดูตำแหน่งไวพจน์ของเรา

1736
01:29:37,456 --> 01:29:40,635
ไวพจน์ 15 ไม่ได้ไวพจน์เท่ากับ

1737
01:29:40,978 --> 01:29:41,283

1738
01:29:41,422 --> 01:29:44,975
เช็คง่ายๆไว้โพสต์ตรงกับตำแหน่งของตัวนี้

1739
01:29:45,490 --> 01:29:46,397
เห็นไหมคะ

1740
01:29:47,120 --> 01:29:48,219
ก็คืออะไรคะ

1741
01:29:48,436 --> 01:29:51,000
ตำแหน่งนี้คือ 80 เท่าไร

1742
01:29:51,337 --> 01:29:52,669
85 นั่นเอง

1743
01:29:53,124 --> 01:29:53,891
ต้องไหม

1744
01:29:55,178 --> 01:29:56,681
เห็นไหมตำแหน่งมันตรงกัน

1745
01:29:58,209 --> 01:30:00,236
เพราะฉะนั้นเปลี่ยนตรงนี้เป็น

1746
01:30:00,381 --> 01:30:01,790
95 เปลี่ยนเป็น

1747
01:30:02,234 --> 01:30:03,063
15

1748
01:30:03,447 --> 01:30:05,624
เราเปลี่ยนที่ไว้โพสต์นะคะ

1749
01:30:07,471 --> 01:30:08,595
แล้วต้องนี้

1750
01:30:10,420 --> 01:30:12,068
85 เปลี่ยนเป็น

1751
01:30:13,208 --> 01:30:14,174
15

1752
01:30:14,847 --> 01:30:19,461
ถูกต้องไหมเพราะตรงนี้คือตำแหน่งที่ลงมานี่เห็นไหมคะ

1753
01:30:19,628 --> 01:30:20,932
ตำแหน่งที่ลงมานี่

1754
01:30:22,258 --> 01:30:22,516

1755
01:30:25,534 --> 01:30:27,896
Why เราอยู่ที่ 15 นะคะ

1756
01:30:28,676 --> 01:30:30,187
Express อยู่เท่าเดิม

1757
01:30:31,895 --> 01:30:35,093
ดูแกนะคะแกน y คือแนวนี้แนวตั้ง

1758
01:30:44,166 --> 01:30:45,801
เพราะฉะนั้นจาก 18

1759
01:30:46,930 --> 01:30:48,101
โอเคไหมเช็ค

1760
01:30:48,289 --> 01:30:50,009
เช็คอย่างไรดูตัว

1761
01:30:50,141 --> 01:30:52,468
ตัวบนกับตัวล่างเห็นไหมคะ

1762
01:30:52,669 --> 01:30:55,916
ตำแหน่งไวน์ดูที่ตำแหน่ง Y เท่านั้นเห็นไหม

1763
01:30:56,550 --> 01:31:00,658
ไวพจน์อันบนเป็น 15 แต่อันล่างต้องเป็น 85

1764
01:31:00,989 --> 01:31:01,442
นะคะ

1765
01:31:02,221 --> 01:31:03,384
อันนี้ก็เหมือนกัน

1766
01:31:05,370 --> 01:31:06,552
สลับนะคะ

1767
01:31:09,200 --> 01:31:09,862
โอเคไหม

1768
01:31:11,168 --> 01:31:12,975
เปลี่ยน 2 ตำแหน่งนี้เท่านั้นลูก

1769
01:31:25,948 --> 01:31:27,535
ได้ตัวแกน x แล้ว

1770
01:31:28,842 --> 01:31:29,539
โอเคไหม

1771
01:31:30,096 --> 01:31:30,749
แก่แล้วนะ

1772
01:31:31,817 --> 01:31:32,705
ไม่เป็นอะไร

1773
01:31:33,283 --> 01:31:35,509
ใครไม่แก้เดี๋ยวตอนรันก็รู้

1774
01:31:37,039 --> 01:31:38,598
มันจะวาดเอามาเป็นอะไร

1775
01:31:38,756 --> 01:31:41,085
เดี๋ยวก็เห็นเองเดี๋ยวก็เห็นผลเอง

1776
01:31:41,623 --> 01:31:43,543
ไม่เป็นอะไรนะคะไปต่อ

1777
01:31:44,425 --> 01:31:45,613
ได้กันเองแล้ว

1778
01:31:46,485 --> 01:31:47,172
ต่อไป

1779
01:31:47,800 --> 01:31:50,643
ได้ตัว X แล้วทีนี้เราจะมาว่าโต

1780
01:31:52,030 --> 01:31:54,709
คำสั่งในการวาด OOO ก็คือ

1781
01:31:57,016 --> 01:31:58,717
Circle เห็นไหมคะ

1782
01:31:59,576 --> 01:32:00,475
ไทยเกมส์

1783
01:32:00,605 --> 01:32:01,925
Download Circle

1784
01:32:02,916 --> 01:32:06,019
แต่ค่าในตัวเองจะมีแค่ให้นึกถึง

1785
01:32:06,396 --> 01:32:07,515
การวาดวงกลม

1786
01:32:08,620 --> 01:32:09,917
วงกลมก็คือ

1787
01:32:10,733 --> 01:32:11,544
ตำแหน่ง

1788
01:32:12,139 --> 01:32:13,797
จุดศูนย์กลางใช่ไหมคะ

1789
01:32:14,133 --> 01:32:15,237
ก็ตำแหน่ง

1790
01:32:15,368 --> 01:32:18,477
แล้วก็ค่าของเส้นผ่านศูนย์กลางก็คือตัวนี้

1791
01:32:20,097 --> 01:32:21,033
อันนี้คือ

1792
01:32:21,650 --> 01:32:23,828
ค่าของจุดศูนย์กลางใช่ไหม

1793
01:32:24,318 --> 01:32:25,604
เวลาวาดวงกลม

1794
01:32:25,724 --> 01:32:26,232
ก็ว่าจะ

1795
01:32:26,703 --> 01:32:27,783
ผ่านศูนย์กลาง

1796
01:32:28,058 --> 01:32:29,730
ให้นึกถึงวงเวียนถูกไหมคะ

1797
01:32:29,879 --> 01:32:31,910
วงเวียนแล้วก็ไอ้ตัว

1798
01:32:32,346 --> 01:32:34,043
รัศมีวงเวียนใช่ไหม

1799
01:32:35,012 --> 01:32:38,508
จุดกึ่งกลางไว้แล้วก็วนไปวนรัศมี

1800
01:32:38,672 --> 01:32:39,494
เอารัศมี

1801
01:32:39,838 --> 01:32:40,654
กวางเท่าไหน

1802
01:32:41,398 --> 01:32:43,027
วงกลมก็จะมีขนาด

1803
01:32:43,126 --> 01:32:44,565
กว้างตามรัศมีนะ

1804
01:32:44,687 --> 01:32:45,536
โอเคนะคะ

1805
01:32:48,071 --> 01:32:48,999
มาดูกัน

1806
01:32:50,969 --> 01:32:52,512
เมื่อกี้เราได้อะไรแล้วนะ

1807
01:32:53,466 --> 01:32:55,370
ก็จะเป็นเงื่อนไขที่ 2

1808
01:32:56,150 --> 01:32:56,753
นะคะ

1809
01:32:57,313 --> 01:32:59,315
เงื่อนไขที่ถ้าไม่ใช่

1810
01:33:00,373 --> 01:33:02,408
ถ้าไม่ใช่ผู้เล่นคนที่ 1

1811
01:33:02,826 --> 01:33:04,907
ผู้เล่นคนที่ 1 ก็คือว่า

1812
01:33:04,990 --> 01:33:10,144
ผู้เล่นคนที่สองก็จะว่าโตเพราะฉะนั้นนะคะกำหนดเงื่อนไขเพิ่ม

1813
01:33:10,509 --> 01:33:10,955
ตรง

1814
01:33:12,131 --> 01:33:13,178
ตรงกันเลย

1815
01:33:13,331 --> 01:33:15,013
ตรงกับ statement

1816
01:33:15,171 --> 01:33:16,899
ไหว้อันแรกนะคะ

1817
01:33:17,162 --> 01:33:18,226
เพราะฉะนั้น

1818
01:33:18,269 --> 01:33:19,257
ไปให้มันถึง

1819
01:33:19,630 --> 01:33:19,949

1820
01:33:20,187 --> 01:33:20,738
ที่

1821
01:33:22,529 --> 01:33:23,342
เห็นไหมคะ

1822
01:33:23,490 --> 01:33:24,248
ให้ตรงกัน

1823
01:33:24,888 --> 01:33:26,314
สังเกตแถบด้วย

1824
01:33:26,423 --> 01:33:27,336
ต้องตรงนะคะ

1825
01:33:28,387 --> 01:33:29,306
แล้วก็เปิด

1826
01:33:29,478 --> 01:33:30,589
If condition

1827
01:33:33,238 --> 01:33:34,085
enter

1828
01:33:35,815 --> 01:33:37,790
เหมือนเดิมพิมพ์พาย

1829
01:33:38,563 --> 01:33:41,541
เลือกพายเกมนะคะพาย gamemode

1830
01:33:43,209 --> 01:33:44,129
ตามด้วยเด้อ

1831
01:33:44,642 --> 01:33:45,939
รอเหมือนเดิม

1832
01:33:48,225 --> 01:33:53,220
เราโมดลดอทอะไรคะ dot Circle function Circle

1833
01:33:55,344 --> 01:33:57,504
เห็นไหมคะ Circle function

1834
01:33:58,841 --> 01:34:02,672
บอกแล้วเมื่อเป็นฟังก์ชันให้ให้ใส่วงเล็บเสมอ

1835
01:34:08,413 --> 01:34:09,812
ที่นี้เหมือนเดิม

1836
01:34:10,461 --> 01:34:11,526
เหมือนรายน่ะ

1837
01:34:12,250 --> 01:34:12,884
เห็นไหม

1838
01:34:14,756 --> 01:34:15,210
ผิด

1839
01:34:15,362 --> 01:34:16,176
ยังไม่เริ่ม

1840
01:34:16,599 --> 01:34:17,943
อันนี้ต้องเช็คก่อน

1841
01:34:18,257 --> 01:34:19,727
ไอ้นี่เอาไว้ข้างล่าง

1842
01:34:20,476 --> 01:34:22,604
is ตามด้วยไวน์ก่อน

1843
01:34:23,200 --> 01:34:24,616
ระบุตำแหน่งก่อน

1844
01:34:25,044 --> 01:34:26,312
Why statement

1845
01:34:27,617 --> 01:34:29,710
ทำไมไปโดนไวพจน์บาร์

1846
01:34:30,178 --> 01:34:30,756
เอาใหม่

1847
01:34:31,350 --> 01:34:34,935
เราเลือกไวน์ statement นะไม่ได้เลือกไว้โพสต์นะ

1848
01:34:37,250 --> 01:34:37,751
เท่ากับ

1849
01:34:38,136 --> 01:34:38,418

1850
01:34:38,749 --> 01:34:43,678
อันแรกเป็น 1 อันที่ 2 มันเป็น -1 นะคะก็คือไม่ใช่คนที่ 1 น่ะ

1851
01:34:44,295 --> 01:34:45,792
ไม่ใช่ผู้เล่นคนที่ 1

1852
01:34:46,161 --> 01:34:46,655
เป็น

1853
01:34:47,038 --> 01:34:51,287
ไม่ใช่ตำแหน่งคนที่ 1 ก็เป็นตำแหน่งที่ 2 ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

1854
01:34:52,047 --> 01:34:52,881
เหมือนเดิม

1855
01:34:53,132 --> 01:34:53,857
โคลอน

1856
01:34:54,475 --> 01:34:56,132
ตกลงไปแล้วดึงขึ้นมาก่อน

1857
01:35:04,108 --> 01:35:06,600
เดี๋ยวเอาแพ็คออกนะคะลบแชทออก

1858
01:35:07,033 --> 01:35:07,913
ตำแหน่งก็จะ

1859
01:35:08,687 --> 01:35:10,252
คล้ายๆกันเห็นไหม

1860
01:35:11,032 --> 01:35:14,982
ขายเกม The Circle เลือกใช้สกรีนเหมือนกัน

1861
01:35:17,587 --> 01:35:18,725
สกรีนนะคะ

1862
01:35:23,165 --> 01:35:25,387
สกรีน statement เหมือนกัน

1863
01:35:25,913 --> 01:35:29,311
84 ของเราเป็นอะไรบอกแล้วว่า

1864
01:35:29,492 --> 01:35:29,761

1865
01:35:29,934 --> 01:35:31,803
โตเป็นสีอะไรคะ

1866
01:35:32,587 --> 01:35:34,422
สีแดงใช่ไหม

1867
01:35:34,588 --> 01:35:36,712
เพราะฉะนั้นตัวโอก็ต้องเป็น

1868
01:35:37,209 --> 01:35:37,812
Red

1869
01:35:37,994 --> 01:35:40,923
นะคะกำหนดสีให้เป็นเรทนะคะ

1870
01:35:41,481 --> 01:35:41,984

1871
01:35:42,161 --> 01:35:42,764

1872
01:35:43,350 --> 01:35:45,171
เลือก statement Red

1873
01:35:45,018 --> 01:35:47,624
เพราะเราประกาศตัวแปรไปแล้ว

1874
01:35:48,481 --> 01:35:49,695
ตามด้วยค่ะ

1875
01:35:50,269 --> 01:35:51,593
ก็คือเปิดวงเล็บ

1876
01:35:51,834 --> 01:35:52,835
วงเล็บเปิดปิด

1877
01:35:53,978 --> 01:35:57,433
ค่าในตัวก็คือแกน x ก่อน

1878
01:35:57,503 --> 01:35:59,638
มันจะขึ้น Express เสมอ

1879
01:36:00,167 --> 01:36:00,712
เลือก

1880
01:36:00,849 --> 01:36:01,356
โพสต์

1881
01:36:01,487 --> 01:36:01,978
นะคะ

1882
01:36:03,639 --> 01:36:08,338
x Post กำหนดค่าเริ่มต้นจุดศูนย์กลางให้เริ่มที่ในรูป

1883
01:36:08,490 --> 01:36:08,786

1884
01:36:09,285 --> 01:36:10,755
เริ่มที่เท่าไหร่

1885
01:36:11,203 --> 01:36:12,967
ประมาณร้อยเห็นไหมคะ

1886
01:36:13,104 --> 01:36:14,968
x 100 + 50

1887
01:36:15,340 --> 01:36:16,939
ครึ่งหนึ่งของตรง

1888
01:36:17,157 --> 01:36:20,690
กลางของให้มันอยู่ตรงกลางเพราะฉะนั้น

1889
01:36:21,172 --> 01:36:23,084
ครึ่งหนึ่งของ 100

1890
01:36:23,216 --> 01:36:26,622
หรือ 200 ก็คือ 150 นั่นเองนะคะ

1891
01:36:26,849 --> 01:36:28,361
ให้อยู่กึ่งกลาง

1892
01:36:29,122 --> 01:36:30,339
มันก็อยู่ที่ 50

1893
01:36:30,644 --> 01:36:31,968
นั่นแหละ 150

1894
01:36:34,321 --> 01:36:38,230
x Post ก็ใช้เหมือนเดิม x

1895
01:36:40,756 --> 01:36:42,481
stars-100

1896
01:36:45,958 --> 01:36:46,406
+

1897
01:36:46,776 --> 01:36:47,394
50

1898
01:36:48,618 --> 01:36:50,908
ตำแหน่งไวพจน์ก็เหมือนกัน

1899
01:36:51,904 --> 01:36:53,877
ก็จุดศูนย์กลางเหมือนกัน

1900
01:36:54,319 --> 01:36:57,309
จุดศูนย์กลางนะคะเริ่มที่จุดศูนย์กลางเหมือนกัน

1901
01:36:58,299 --> 01:36:59,656
ก็เลือกไวพจน์

1902
01:37:02,434 --> 01:37:03,354
Star

1903
01:37:03,815 --> 01:37:04,740
100

1904
01:37:09,318 --> 01:37:09,822
+

1905
01:37:12,138 --> 01:37:12,725
50

1906
01:37:13,173 --> 01:37:13,814
เหมือนกัน

1907
01:37:14,253 --> 01:37:16,557
มันถึงจะเป็นตำแหน่งตรง

1908
01:37:16,883 --> 01:37:17,462
นี้

1909
01:37:18,173 --> 01:37:21,837
เห็นไหมจุดศูนย์กลางตรงนี้เห็นไหมเพราะหลักการว่า

1910
01:37:22,047 --> 01:37:24,201
วงกลมให้นึกถึงตอนเรา

1911
01:37:24,397 --> 01:37:26,119
ใช้วงเวียนวาด

1912
01:37:26,664 --> 01:37:29,802
เอาขาวงเวียนเป็นจุดศูนย์กลางเห็นไหมคะ

1913
01:37:30,886 --> 01:37:35,180
ไอ้ตรงเหล็กน่ะมันจะเป็นจุดศูนย์กลางเป็นตำแหน่งที่วางไว้

1914
01:37:35,513 --> 01:37:40,671
แล้วไอ้ตรงขามันที่เรากำลังออกไปน่ะคือรัศมีของวงกลมน่ะ

1915
01:37:40,815 --> 01:37:41,104

1916
01:37:40,946 --> 01:37:44,030
ก็จะเป็นตัววาดก็จะทำให้วงกลม

1917
01:37:44,208 --> 01:37:45,946
พอหมุนรอบวงกลม

1918
01:37:46,187 --> 01:37:49,816
กรมมันก็จะมีรัศมีตามที่กำหนดนะคะ

1919
01:37:50,375 --> 01:37:51,829
เมื่อกี้ได้ตำแหน่ง

1920
01:37:52,096 --> 01:37:54,670
จุดศูนย์กลางแล้วทีนี้รัศมี

1921
01:37:54,809 --> 01:37:55,446
ก็คือ

1922
01:37:56,328 --> 01:37:59,064
คือลองแล้วว่า 38 น่ะ

1923
01:37:59,287 --> 01:38:02,410
วงกำลังสวยคือเยอะกว่านี้มันจะค้าง

1924
01:38:02,528 --> 01:38:03,279
นึกออกนะ

1925
01:38:03,956 --> 01:38:07,049
ก็เลยได้ค่ามาที่ 38 นะคะ

1926
01:38:07,269 --> 01:38:07,887
คือ

1927
01:38:08,367 --> 01:38:10,070
ลองมาให้แล้วนะคะ

1928
01:38:10,502 --> 01:38:15,025
เพราะฉะนั้นแต่เวลาเราไปทำถ้าเราวาดเองก็ไปดูว่า

1929
01:38:15,461 --> 01:38:21,478
รัศมีเท่านี้พอดีไหมถ้าไม่พอดีเราก็ขยายเพิ่มได้อะไรอย่างนี้นึกออกนะคะ

1930
01:38:22,729 --> 01:38:23,520
ตามด้วย

1931
01:38:25,184 --> 01:38:26,453
ให้ไปหลังวงเล็บ

1932
01:38:26,708 --> 01:38:32,154
แล้วก็บอกค่ารัศมีก็คือใส่โคลอนแล้วก็ตามด้วยค่ารัศมี

1933
01:38:32,320 --> 01:38:32,879
ซึ่ง

1934
01:38:33,255 --> 01:38:37,801
ที่กำหนดของที่ตารางนี้ก็คือให้ที่ 38 นะคะ

1935
01:38:38,285 --> 01:38:39,843
แล้วก็บอกอะไรอีก

1936
01:38:40,043 --> 01:38:41,522
บอกความหนาของเส้น

1937
01:38:41,895 --> 01:38:42,502
ก็เลือก

1938
01:38:42,856 --> 01:38:45,766
เลือกใช้ Line Why statement

1939
01:38:47,040 --> 01:38:47,526
นะคะ

1940
01:38:48,564 --> 01:38:53,332
อันนี้คือบอกค่ารัศมี 38 หนีก็คือรัศมีของวงกลม

1941
01:38:54,298 --> 01:38:54,797
นะคะ

1942
01:38:55,897 --> 01:39:00,662
แล้วก็ไล่วายก็คือบอกความหนาของเส้นที่เราสร้างไว้

1943
01:39:01,660 --> 01:39:03,702
ได้วงกลมแล้วเห็นหรือเปล่า

1944
01:39:06,167 --> 01:39:07,283
ได้ตัว O

1945
01:39:07,757 --> 01:39:08,895
จะบอกว่าวงกลม

1946
01:39:09,878 --> 01:39:12,886
ก็คือตัว S ก็คือเส้นใช้เส้นวาด

1947
01:39:12,999 --> 01:39:15,650
โอเคก็ใช้วงกลมว่านั่นเองนะคะ

1948
01:39:21,828 --> 01:39:24,074
ที่นี้ก่อนมันจะทำ

1949
01:39:25,472 --> 01:39:26,335
เราจะต้อง

1950
01:39:26,677 --> 01:39:30,316
หลบเสียก่อนเพราะเราเปิด for ไปกี่อันเห็นไหม

1951
01:39:30,714 --> 01:39:32,729
เปิด for ไป 2 อันใช่ไหม

1952
01:39:33,030 --> 01:39:38,310
มีเฟซกับฟองใช่ไหมเพราะฉะนั้นปิดมันด้วยครับปิดมันด้วย

1953
01:39:38,426 --> 01:39:39,331
เห็นไหมคะ

1954
01:39:40,108 --> 01:39:42,810
เปิดไปแล้วนี่รูปเรารูปเรา

1955
01:39:43,485 --> 01:39:44,434
เราก็จะต้องปิด

1956
01:39:44,591 --> 01:39:45,518
ตำแหน่ง

1957
01:39:45,871 --> 01:39:46,777
ปิดด้วยค่ะ

1958
01:39:47,587 --> 01:39:51,089
ก็คือทำให้ลูกมันเพิ่มขึ้นก็คือมันวนรอบ

1959
01:39:51,690 --> 01:39:53,744
เพิ่มขึ้นไปเพิ่มทีละ 1

1960
01:39:54,234 --> 01:39:55,939
นะคะเพิ่มทีละ 1

1961
01:39:56,280 --> 01:39:57,151
เพราะฉะนั้น

1962
01:40:00,468 --> 01:40:01,563
บรรทัดใหม่

1963
01:40:03,428 --> 01:40:04,112
ตำแหน่ง

1964
01:40:05,080 --> 01:40:06,269
ดูตำแหน่งนะคะ

1965
01:40:06,484 --> 01:40:07,231
รูปแรก

1966
01:40:07,728 --> 01:40:09,167
อยู่ตรงกับ Forex

1967
01:40:10,326 --> 01:40:12,428
พอแรกก็คือตัวนี้เห็นไหม

1968
01:40:12,888 --> 01:40:13,781
นี่ๆ

1969
01:40:14,248 --> 01:40:14,754
นี่

1970
01:40:16,866 --> 01:40:18,121
ปอตัวนี้เลย

1971
01:40:22,904 --> 01:40:23,895
นี่หยุด

1972
01:40:24,010 --> 01:40:28,704
ตรงตำแหน่งของไวน์ขาวตัวนี้ของ for while นี้นะคะ

1973
01:40:28,879 --> 01:40:31,227
ตัวนี้ก็อยู่ตำแหน่งของ x

1974
01:40:31,009 --> 01:40:32,051
ตัวนี้นะคะ

1975
01:40:32,368 --> 01:40:34,326
ดูนะคะดูตำแหน่งดีๆ

1976
01:40:39,389 --> 01:40:41,365
Tab ไปหน่อยเกิน

1977
01:40:41,838 --> 01:40:43,481
เพราะฉะนั้นไวพจน์

1978
01:40:43,619 --> 01:40:45,161
ตัวนี้คือไวพจน์

1979
01:40:45,447 --> 01:40:45,947
เท่ากับ

1980
01:40:46,167 --> 01:40:46,429

1981
01:40:46,745 --> 01:40:47,587
ไม่ใช่เท่ากับ

1982
01:40:47,701 --> 01:40:48,607
+ เท่ากับ

1983
01:40:48,759 --> 01:40:52,450
เครื่องหมายบวกนะคะใส่เครื่องหมายบวกแล้วก็ใส่เท่ากับ

1984
01:40:52,648 --> 01:40:52,942

1985
01:40:53,203 --> 01:40:57,728
เพราะเราจะให้เพิ่มครั้งละ 1 ก็เลยต้องใช้บวกเท่ากับ

1986
01:40:57,875 --> 01:40:58,393
นะคะ

1987
01:40:58,927 --> 01:41:00,345
ใน python นะคะ

1988
01:41:00,657 --> 01:41:03,784
คือถ้าในภาษา C คือจะเป็นบวกบวก

1989
01:41:04,088 --> 01:41:05,206
เพิ่มทีละ 1 นะ

1990
01:41:05,599 --> 01:41:07,778
แต่อันนี้จะเป็นบวกเท่ากับ 1

1991
01:41:09,254 --> 01:41:11,491
ทีนี้รูปที่ 2 มันจะตรงกับ

1992
01:41:12,011 --> 01:41:13,426
x นี้นะคะ

1993
01:41:14,080 --> 01:41:21,523
X ตัวนี้นะคะตัวนี้เห็นไหมค่า X ตัวนี้เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็น X post

1994
01:41:21,580 --> 01:41:22,184
เลือก

1995
01:41:22,326 --> 01:41:22,763
โพสต์

1996
01:41:23,022 --> 01:41:24,561
เหมือนกันเท่ากับ

1997
01:41:24,955 --> 01:41:25,844
+ เท่ากับ

1998
01:41:27,393 --> 01:41:28,536
1 เหมือนกัน

1999
01:41:29,280 --> 01:41:30,667
ก็เพิ่มทีละ 1

2000
01:41:31,138 --> 01:41:31,913
วนไป

2001
01:41:32,173 --> 01:41:33,220
รอบที่ 1

2002
01:41:35,435 --> 01:41:36,217
โอเคนะ

2003
01:41:37,078 --> 01:41:38,902
ดูตำแหน่งดูตำแหน่ง

2004
01:41:39,154 --> 01:41:40,772
บอกแล้วว่าเวลา

2005
01:41:42,094 --> 01:41:42,769
ทำรูป

2006
01:41:43,051 --> 01:41:44,038
ดูตำแหน่งโลก

2007
01:41:44,580 --> 01:41:45,786
พอตอนจะปิดรูป

2008
01:41:45,928 --> 01:41:47,621
ต้องดูตำแหน่งรูปนะคะ

2009
01:41:48,026 --> 01:41:53,164
มันจะตรงกับตัวแปรที่ตั้งเพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพอเรากด ctrl B น่ะ

2010
01:41:54,505 --> 01:41:55,030
แล้ว

2011
01:41:55,391 --> 01:41:57,129
แท็ก Error มันจะขึ้น

2012
01:41:57,480 --> 01:41:58,865
ถ้าใส่ตำแหน่งไม่ถูก

2013
01:41:59,474 --> 01:42:00,625
เพราะมันไล่ไม่ถูก

2014
01:42:00,825 --> 01:42:01,810
ไร่ไม่ถูก

2015
01:42:02,037 --> 01:42:03,865
เพราะว่ามันไปปิดตรงไหนนะคะ

2016
01:42:09,108 --> 01:42:09,954
จากนั้น

2017
01:42:10,725 --> 01:42:11,874
เราเสร็จแล้ว

2018
01:42:12,328 --> 01:42:19,168
เราทำฟังก์ชันเรามาเก้อเสร็จแล้วเพราะฉะนั้นเราก็มาเรียกใช้มันเพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะดูไม่ได้

2019
01:42:19,945 --> 01:42:21,387
เรียกใช้ตรงไหน

2020
01:42:21,529 --> 01:42:23,149
ตรงตำแหน่งที่เรารัน

2021
01:42:23,897 --> 01:42:24,947
ร้านเห็นไหมคะ

2022
01:42:25,910 --> 01:42:28,285
เพราะฉะนั้นก็มาเรียกใช้งานนี่

2023
01:42:28,687 --> 01:42:29,893
ก็อยู่ตรงจาก

2024
01:42:30,247 --> 01:42:30,815
ล็อกเก็ต

2025
01:42:31,169 --> 01:42:33,519
เรียกใช้รอมาร์คเกอร์ก็พิมพ์

2026
01:42:33,929 --> 01:42:34,550
ดี

2027
01:42:34,727 --> 01:42:35,204

2028
01:42:35,887 --> 01:42:36,657
แล้วก็เรียก

2029
01:42:37,509 --> 01:42:37,963
เลือก

2030
01:42:38,139 --> 01:42:40,487
draw Marker function ของเราเลย

2031
01:42:41,053 --> 01:42:44,839
บอกแล้วว่าพอใส่ฟังก์ชันก็อย่าลืมใส่วงเล็บ

2032
01:42:44,928 --> 01:42:47,608
ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ขึ้นสีเขียวอย่างนี้

2033
01:42:48,144 --> 01:42:49,163
มันจะไม่รู้

2034
01:42:49,644 --> 01:42:51,335
ว่าเป็นฟังก์ชันไง

2035
01:42:52,128 --> 01:42:54,069
จะได้ใส่วงเล็บให้มันทีหลังนะคะ

2036
01:42:54,502 --> 01:42:57,680
เสร็จแล้วลองกด ctrl B ค่ะ

2037
01:42:57,804 --> 01:42:59,588
Control B เพื่อทดสอบ

2038
01:42:59,704 --> 01:43:03,031
เดี๋ยวปิดไอ้ตัวที่ทดสอบครั้งแรกไปก่อน

2039
01:43:03,292 --> 01:43:05,053
เสร็จแล้วนะคะสำหรับ

2040
01:43:05,267 --> 01:43:07,955
การสร้างรอ Marker แล้วลองรันดู

2041
01:43:08,322 --> 01:43:09,948
โดยกด control

2042
01:43:10,105 --> 01:43:10,607
ปี

2043
01:43:11,978 --> 01:43:12,532
Click

2044
01:43:13,139 --> 01:43:14,992
คลิกซิขึ้นไหม

2045
01:43:15,396 --> 01:43:15,985
ไม่ขึ้น

2046
01:43:16,540 --> 01:43:20,019
อะไรหายไปเห็นไหมไม่ขึ้นมาก็ยังไม่ขึ้น

2047
01:43:22,543 --> 01:43:24,283
ขาดไปตำแหน่งไหนล่ะนี่

2048
01:43:25,404 --> 01:43:27,925
Error ไม่ขึ้นไม่เป็นอะไรยังรันไม่เสร็จ

2049
01:43:28,080 --> 01:43:28,898
ไปต่อได้

2050
01:43:30,743 --> 01:43:31,440
แปล

2051
01:43:31,819 --> 01:43:34,962
แต่ดูว่าเราเช็คคลิปลงไปได้ใช่ไหม

2052
01:43:35,458 --> 01:43:36,492
มันยังไม่วาด

2053
01:43:38,139 --> 01:43:39,302
เลิกใช้แล้ว

2054
01:43:40,378 --> 01:43:41,551
draw Marker

2055
01:43:50,429 --> 01:43:50,725

2056
01:43:51,838 --> 01:43:54,560
ของใครขึ้น ezerra

2057
01:43:54,858 --> 01:43:57,247
บรรทัดที่เท่าไหร่เช็คบรรทัดครับ

2058
01:43:57,488 --> 01:43:58,838
บรรทัดที่

2059
01:44:08,928 --> 01:44:10,427
ค่านี้หรือเปล่า

2060
01:44:14,124 --> 01:44:16,698
ค่าคลิกนี่หรือเปล่าค่าคลิกถูก

2061
01:44:16,711 --> 01:44:17,350
ต้องไหม

2062
01:44:19,704 --> 01:44:20,576
เห็นหรือเปล่า

2063
01:44:22,425 --> 01:44:22,703

2064
01:44:22,932 --> 01:44:24,105
เช็คค่าด้วย

2065
01:44:27,307 --> 01:44:30,541
ฆ่ามันจะส่งสลับกันไปสลับกันมานี่

2066
01:44:30,653 --> 01:44:31,723
เช็คดีๆด้วย

2067
01:44:36,301 --> 01:44:37,874
สลับข้าด้วย

2068
01:44:39,981 --> 01:44:41,689
เดี๋ยวไปต่อเดี๋ยวไปต่อ

2069
01:44:43,359 --> 01:44:50,230
ต้องต่อไม่อย่างนั้นมันไม่ขึ้นไงมันไม่ขึ้นตอนนี้มันแค่มาร์คไว้ใช่ไหมมันยังไม่โชว์

2070
01:44:51,848 --> 01:44:53,154
อะไรหายไป

2071
01:45:04,962 --> 01:45:06,227
อะไรกัน

2072
01:45:08,327 --> 01:45:12,427
เมื่อให้มันมากแล้วทีนี้จะมาสร้างฟังก์ชัน

2073
01:45:13,202 --> 01:45:14,755
ฟังก์ชันเพื่อจะเช็ค

2074
01:45:18,880 --> 01:45:21,215
เช็คว่าใครเป็นคนชนะ

2075
01:45:21,309 --> 01:45:24,062
ก็คือพอคลิกไปแล้วนี่นะคะ x

2076
01:45:24,146 --> 01:45:24,480

2077
01:45:24,685 --> 01:45:28,131
XO ลงไปแล้วนี่เมื่อมันครบ 3 น่ะ

2078
01:45:28,807 --> 01:45:32,156
ถ้ามันเรียงครบน่ะมันก็ต้องมีคนชนะ

2079
01:45:32,794 --> 01:45:35,776
เราก็จะหาคนชนะกันเราก็เลยจะมา

2080
01:45:35,936 --> 01:45:36,869
ฟังก์ชั่น

2081
01:45:37,276 --> 01:45:37,963
ชื่อว่า

2082
01:45:38,098 --> 01:45:39,200
เช็ค winner

2083
01:45:48,556 --> 01:45:49,640
เราต้อง

2084
01:45:51,219 --> 01:45:55,677
โค้ดให้เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยแก้ Error ทีเดียวนะ

2085
01:45:56,170 --> 01:45:57,551
อย่างนั้นมาโค้ดดิ้ง

2086
01:45:57,679 --> 01:45:58,142

2087
01:45:58,459 --> 01:46:00,962
เช็ค Error อยู่ตรงตำแหน่งไหน

2088
01:46:01,198 --> 01:46:03,802
อยู่ตรงจากตำแหน่งที่เราสร้าง

2089
01:46:05,214 --> 01:46:07,343
มาร์คเกอร์แล้วนะคะ

2090
01:46:09,370 --> 01:46:11,410
เราก็ไปต่อเลยนะคะ

2091
01:46:11,891 --> 01:46:14,684
ตรงรอ Marker 12

2092
01:46:15,840 --> 01:46:16,511
พิมพ์

2093
01:46:17,169 --> 01:46:18,320
comment ว่า

2094
01:46:47,345 --> 01:46:47,622

2095
01:46:48,904 --> 01:46:50,127
ปางฟังก์ชัน

2096
01:46:50,653 --> 01:46:52,733
เช็ก Winner หาคนชนะ

2097
01:46:53,394 --> 01:46:55,902
ใช้เช็ดใหญ่เช็กเล็กนะ

2098
01:46:56,177 --> 01:46:57,248
ใช้เช็คเลข

2099
01:46:57,371 --> 01:46:57,908
นะคะ

2100
01:46:58,432 --> 01:46:59,712
c h e e r

2101
01:47:00,105 --> 01:47:02,326
เริ่มที่ตัวแรกเลย

2102
01:47:03,771 --> 01:47:04,585
ดี

2103
01:47:05,343 --> 01:47:05,941

2104
01:47:07,450 --> 01:47:07,927
เลือก

2105
01:47:12,266 --> 01:47:13,819
ทำไมเดฟไม่ขึ้น

2106
01:47:19,682 --> 01:47:21,766
d e f ไม่ขึ้น

2107
01:47:22,188 --> 01:47:23,084
เลือกเด็ก

2108
01:47:23,240 --> 01:47:24,031
ฟังก์ชั่น

2109
01:47:24,148 --> 01:47:24,953
อินเตอร์

2110
01:47:25,270 --> 01:47:27,212
แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชัน

2111
01:47:35,275 --> 01:47:38,448
ใส่ function check Winner ลงไปนะคะ

2112
01:47:40,357 --> 01:47:42,127
แล้วทำรูป

2113
01:47:42,265 --> 01:47:42,878
ว่า

2114
01:47:43,441 --> 01:47:48,215
ค่า SD ในมาร์คมีค่าเท่านี้เห็นไหมคะ 3 ครั้งนี่

2115
01:47:48,451 --> 01:47:52,300
ครบ 3 ครั้งนี่ผลรวมของ x นี่เท่ากับ 3 ก็คือ

2116
01:47:54,375 --> 01:47:55,049
มาร์ค

2117
01:47:55,541 --> 01:47:56,341
ลงไป

2118
01:47:57,034 --> 01:47:58,783
มาร์คลงไป 3 ครั้ง

2119
01:47:58,955 --> 01:48:07,345
ว่าอย่างนั้นเถอะ Winner ก็ต้องเท่ากับ 1 ก็คือ Winner คนที่ 1 นะคะแล้วเมื่อจบเกมนี่ถ้าจะเป็นจริงก็คือเมื่อเล่น

2120
01:48:07,382 --> 01:48:10,951
เล่นครบถ้ามันก็จะเป็นจริงก็คือ Game Over

2121
01:48:18,212 --> 01:48:21,188
ตรงแพ้นะคะใส่ for Loop ค่ะ

2122
01:48:21,552 --> 01:48:22,351
for loop

2123
01:48:22,779 --> 01:48:23,097

2124
01:48:23,443 --> 01:48:24,507
เห็นไหมคะ

2125
01:48:24,647 --> 01:48:28,668
for Loop ด้วยค่า x ของเราใน Marker

2126
01:48:28,654 --> 01:48:31,905
อินตรงนี้เปลี่ยนเป็นมาสเตอร์แทน

2127
01:48:32,105 --> 01:48:34,231
เลือก Master statement

2128
01:48:36,098 --> 01:48:37,743
Marker มีค่าเท่ากับ

2129
01:48:40,215 --> 01:48:41,063
ถ้า

2130
01:48:41,377 --> 01:48:42,992
x ใน Marker

2131
01:48:43,226 --> 01:48:44,161
มีการ

2132
01:48:46,899 --> 01:48:50,257
X ลงไปนี่นะคะมี x ใน Marker นี่

2133
01:48:50,351 --> 01:48:52,449
ตรงนี้เงื่อนไขก็จะมา

2134
01:48:52,481 --> 01:48:54,332
ตรวจสอบว่าค่า IS

2135
01:48:55,218 --> 01:48:56,118
เรื่อง IS

2136
01:48:56,246 --> 01:48:57,280
condition

2137
01:48:59,506 --> 01:49:02,217
ถ้าผลรวม sum ก็คือ

2138
01:49:03,149 --> 01:49:05,803
มาจากผลรวมเลือกใช้ฟังก์ชั่น

2139
01:49:05,893 --> 01:49:06,299

2140
01:49:08,108 --> 01:49:09,807
เลือก sum function

2141
01:49:11,744 --> 01:49:13,077
ใส่วงเล็บเปิด

2142
01:49:13,306 --> 01:49:14,331
เหมือนเดิม

2143
01:49:15,765 --> 01:49:16,457
ตำ

2144
01:49:16,851 --> 01:49:19,076
ทำอะไรซ้ำของ x

2145
01:49:19,151 --> 01:49:20,791
เรานั่นเองนะคะ

2146
01:49:21,970 --> 01:49:23,405
จำของ x =

2147
01:49:25,156 --> 01:49:26,061
เท่าไหร่คะ

2148
01:49:26,582 --> 01:49:29,403
3 ก็คือผลรวมของ x นี่

2149
01:49:30,355 --> 01:49:31,149
เห็นไหมคะ

2150
01:49:31,423 --> 01:49:32,411
ได้ 3 ปุ๊บ

2151
01:49:36,087 --> 01:49:36,829
นะคะ

2152
01:49:37,670 --> 01:49:40,268
เราก็บอกเลยวินเด้อ

2153
01:49:40,650 --> 01:49:42,769
ประกาศตัวแปร Winner เลย

2154
01:49:43,033 --> 01:49:49,498
Winner อันนี้ต้องพิมพ์เองนะ W I W

2155
01:49:49,930 --> 01:49:52,204
Winner แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ

2156
01:49:52,936 --> 01:49:55,744
นะคะตัวแปร Winner มีค่าเท่ากับ 1

2157
01:49:57,761 --> 01:49:58,325
นะคะ

2158
01:49:59,001 --> 01:49:59,946
แล้วก็

2159
01:50:01,895 --> 01:50:02,189

2160
01:50:02,505 --> 01:50:06,114
เมื่อครบ 3 นี่ถ้าเอ็กซ์มันครบ 3 นะคะ

2161
01:50:06,157 --> 01:50:08,030
รวมแล้วได้ 3 นี่

2162
01:50:08,352 --> 01:50:10,997
เพราะฉะนั้นคนนี้คือชนะแล้วก็

2163
01:50:11,943 --> 01:50:13,026
ถึงว่าจบ

2164
01:50:13,160 --> 01:50:13,737
เกม

2165
01:50:14,266 --> 01:50:17,531
เพราะว่าถ้ากา x มันคบหรือยังมันคบ

2166
01:50:17,597 --> 01:50:23,560
x หรือ Y x หรือโอเลี้ยงกันครบนี่มันก็คือมีคนชนะแล้วหรือยังครบ 3 อัน

2167
01:50:25,258 --> 01:50:28,347
ฉะนั้นต้องเป็นคนชนะคนใดคนนึง

2168
01:50:28,982 --> 01:50:32,938
คนที่กล้าด้วยเอ็กซ์หรือคนพิการด้วยโอมาร์คด้วย

2169
01:50:33,001 --> 01:50:34,187
หรือมาร์คด้วยโอนี่

2170
01:50:34,489 --> 01:50:36,447
เป็นคนชนะเพราะฉะนั้นมันก็จะ

2171
01:50:36,911 --> 01:50:37,680
เกม

2172
01:50:37,938 --> 01:50:41,862
เลยสร้างตัวแปรชื่อว่าเกมโอเวอร์อันนี้พิมพ์เอานะคะ

2173
01:50:42,889 --> 01:50:44,058
อันเดอร์สกอร์

2174
01:50:45,244 --> 01:50:48,699
พิมพ์ g a m e ตามด้วยอันเดอร์สกอร์

2175
01:50:49,032 --> 01:50:53,095
แล้วก็ตามด้วยคำว่า Over o v e r

2176
01:50:53,552 --> 01:50:54,721
Game Over ก็คือจบ

2177
01:50:54,840 --> 01:50:55,317
เกม

2178
01:50:55,515 --> 01:50:56,085
เท่ากับ

2179
01:50:58,493 --> 01:50:59,111
True

2180
01:50:59,638 --> 01:51:00,593
เช็ครวย

2181
01:51:01,594 --> 01:51:05,212
ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จใช้ to กับ for เท่านั้นนะคะ

2182
01:51:06,496 --> 01:51:07,234
ก็คือ

2183
01:51:07,503 --> 01:51:11,011
ถ้าอย่างนี้แสดงว่าจบเกมก็คือว่าเป็นจริง

2184
01:51:11,857 --> 01:51:14,584
ก็คือหมายถึงให้มันจบเกมนั่นเองนะคะ

2185
01:51:20,515 --> 01:51:21,290
ที่นี้

2186
01:51:22,952 --> 01:51:23,241

2187
01:51:23,332 --> 01:51:23,800
รูป

2188
01:51:23,917 --> 01:51:24,974
แลกนี้

2189
01:51:25,114 --> 01:51:26,095
เช็คจาก

2190
01:51:26,296 --> 01:51:27,275
แถวละ

2191
01:51:27,871 --> 01:51:29,542
เช็คจากแถวแล้วนะคะ

2192
01:51:34,586 --> 01:51:36,102
เราต้องมักกะ

2193
01:51:36,666 --> 01:51:38,993
ประกาศตัวแปรให้ winner

2194
01:51:39,143 --> 01:51:46,374
เกมโอเวอร์เห็นไหมคะก็คือ Winner โดยมีค่าเริ่มต้นที่ 0 Game Over มีค่า

2195
01:51:46,551 --> 01:51:48,399
เริ่มต้นเป็นฟร้อนนะคะ

2196
01:51:48,666 --> 01:51:51,222
ไปประกาศตัวแปรให้ 2 ตัวนี้

2197
01:51:53,589 --> 01:51:59,304
ตรง Player นะคะประกาศตัวแปรชื่อว่า Winner มีแล้วคลิกได้เลย

2198
01:52:00,341 --> 01:52:01,027
เท่ากับ

2199
01:52:03,134 --> 01:52:05,221
ค่าเริ่มต้นของ Winner คือ 0

2200
01:52:05,350 --> 01:52:09,033
เริ่มที่ศูนย์แล้วก็เกมโอเวอร์เมื่อกี้

2201
01:52:09,417 --> 01:52:15,742
สร้างแล้วก็คลิกเลือกได้เลยเลือกเกมโอเวอร์มาได้เลยแล้วก็ให้ค่าเริ่มต้นเท่ากับ

2202
01:52:16,143 --> 01:52:16,615
โป๊

2203
01:52:17,278 --> 01:52:17,593

2204
01:52:18,365 --> 01:52:19,323
ในค่าที่เช็ค

2205
01:52:19,458 --> 01:52:19,817
เป็น

2206
01:52:20,878 --> 01:52:21,473
True

2207
01:52:22,340 --> 01:52:24,069
เพราะฉะนั้นค่าเริ่มต้นของ

2208
01:52:25,210 --> 01:52:27,534
เกมโอเวอร์จะเริ่มที่ for เสมอ

2209
01:52:28,521 --> 01:52:28,822

2210
01:52:28,839 --> 01:52:29,889
ก็คือยังไม่จบ

2211
01:52:30,019 --> 01:52:33,280
เกมน่ะเสมอเพราะมันยังเล่นอยู่เสมอไง

2212
01:52:34,044 --> 01:52:34,739
นะคะ

2213
01:52:35,981 --> 01:52:38,449
เมื่อประกาศตัวแปรเสร็จมาต่อ

2214
01:52:38,757 --> 01:52:40,304
มาทำเงื่อนไขต่อ

2215
01:52:40,430 --> 01:52:42,561
รูปที่ 1 แล้วนะคะ

2216
01:52:43,132 --> 01:52:45,695
ก็จะเป็นรูปที่ 2 นะคะ

2217
01:52:48,535 --> 01:52:49,861
เงื่อนไขนี้

2218
01:52:50,260 --> 01:52:56,459
ถ้าไม่ใช่คนที่ 1 แล้ว Winner คนที่ 2 คือใครนะคะ Winner 2

2219
01:52:57,523 --> 01:52:58,910
ก็เหมือนกัน

2220
01:52:59,958 --> 01:53:01,394
ก็อปมาได้เลย

2221
01:53:01,802 --> 01:53:04,447
ก๊อปจากข้างบนนี่มาได้เลยนะคะ

2222
01:53:05,401 --> 01:53:06,362
แล้วเปลี่ยน

2223
01:53:07,760 --> 01:53:09,962
เปลี่ยนค่าตรง 3 นี่

2224
01:53:10,142 --> 01:53:13,721
เท่านั้นเองค่าตรงนี้วิธีการไม่ต้องพิมพ์

2225
01:53:14,459 --> 01:53:15,024
เลือก

2226
01:53:15,819 --> 01:53:20,716
เลือกตรง is ถึง Samsung ของเราถูกไหมแล้วเราก็กลับ

2227
01:53:20,698 --> 01:53:22,232
พี่ได้เลยกดก๊อป

2228
01:53:22,292 --> 01:53:22,843
ปี้

2229
01:53:23,093 --> 01:53:25,267
แล้วก็วางมันเสีย

2230
01:53:25,786 --> 01:53:26,755
ปิดแผล

2231
01:53:26,878 --> 01:53:27,239

2232
01:53:31,275 --> 01:53:36,276
ไม่ต้องพิมพ์ใหม่เพราะเรามาเปลี่ยนค่าไงเปลี่ยนแค่ค่า

2233
01:53:37,005 --> 01:53:39,707
ถ้าหนีจาก 3 ก็เป็นลบ

2234
01:53:39,761 --> 01:53:40,339
3

2235
01:53:41,270 --> 01:53:44,435
ค่านี้จาก 1 ก็เป็น 2 คนที่ 2

2236
01:53:44,607 --> 01:53:45,762
ผู้ชนะ

2237
01:53:46,287 --> 01:53:48,506
คนที่ 2 ถึงจะเป็นผู้ชนะ

2238
01:53:48,803 --> 01:53:51,230
Game Over จาก True ก็เป็น

2239
01:53:52,173 --> 01:53:53,031
เห็นไหมคะ

2240
01:53:53,404 --> 01:53:53,882

2241
01:53:54,079 --> 01:53:56,512
Over ยังเป็นชู้เหมือนเดิมนะคะ

2242
01:53:56,712 --> 01:53:58,780
Over ไม่เปลี่ยนเปลี่ยนแค่

2243
01:54:00,072 --> 01:54:02,513
ตรงซ้ำกับตรง Winner เห็นไหมคะ

2244
01:54:02,876 --> 01:54:06,261
จาก 3 เป็น -3 1 เป็น 2 แค่นั้นเอง

2245
01:54:08,347 --> 01:54:11,111
โอเคไหมเปลี่ยน 2 ที่ตรงนี้

2246
01:54:11,606 --> 01:54:14,437
ตรงนี้เปลี่ยน 2 ตำแหน่งพอ

2247
01:54:14,618 --> 01:54:19,158
จาก 1 เป็น 2 จาก 3 เป็น - 3 game over เหมือนเดิม

2248
01:54:21,111 --> 01:54:27,841
อันนี้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่นะคะก็อปมาได้เลยเพราะคำสั่งเดียวกันเลยเช็คเหมือนกันเปลี่ยนแค่ค่า

2249
01:54:29,065 --> 01:54:30,972
การคำนวณมันเท่านั้นเอง

2250
01:54:34,518 --> 01:54:39,570
ต่อไปก็คือเมื่อกี้เช็คไปตามแถวแล้วทีนี้จะเช็คตามคอลัมน์

2251
01:54:40,499 --> 01:54:41,365
เห็นไหมคะ

2252
01:54:41,548 --> 01:54:43,679
ตามคอลัมน์ก็คือตามตำแหน่ง

2253
01:54:43,980 --> 01:54:44,727
ที่เป็น

2254
01:54:45,220 --> 01:54:47,196
แนวแนวนี้แนวนี้

2255
01:54:47,585 --> 01:54:49,324
มันจะเช็คไปตามแนวนี้บ้าง

2256
01:54:50,803 --> 01:54:51,505
ก็คือ

2257
01:54:52,161 --> 01:54:54,043
เมื่อกี้เรียงตามแนวนอน

2258
01:54:54,285 --> 01:54:56,021
ใช่ไหมก็คือถ้า

2259
01:54:56,585 --> 01:54:57,246
ถ้า x

2260
01:54:57,561 --> 01:54:59,005
เรียงไป 3 แถวนี้

2261
01:54:59,342 --> 01:55:02,040
นี่คือแนวนอนถ้าเรียงตามแนวคอลัมน์

2262
01:55:02,779 --> 01:55:05,968
eglips 3 แถว 3 คอลัมน์

2263
01:55:06,170 --> 01:55:07,716
ครบทั้ง 3 คอลัมน์

2264
01:55:08,594 --> 01:55:09,428
ก็จะใช้

2265
01:55:09,739 --> 01:55:11,225
เงื่อนไขว่ะ

2266
01:55:11,361 --> 01:55:11,772
มาร์ค

2267
01:55:14,197 --> 01:55:14,824
นะคะ

2268
01:55:15,122 --> 01:55:15,559

2269
01:55:15,654 --> 01:55:16,091
มาร์ค

2270
01:55:16,401 --> 01:55:16,841
0

2271
01:55:24,101 --> 01:55:24,646
เพิ่ม

2272
01:55:27,454 --> 01:55:29,383
เพิ่ม If condition เข้าไป

2273
01:55:29,514 --> 01:55:30,510
Eastin

2274
01:55:31,843 --> 01:55:32,260
เลือก

2275
01:55:32,973 --> 01:55:33,467
เลือก

2276
01:55:34,327 --> 01:55:36,340
เรื่อง statement มาร์คนะคะ

2277
01:55:38,338 --> 01:55:39,703
เลือกอารีย์

2278
01:55:40,217 --> 01:55:41,470
ค่าอะไร

2279
01:55:41,776 --> 01:55:42,281
เท่ากับ

2280
01:55:46,031 --> 01:55:46,781
ค่ะ

2281
01:55:46,986 --> 01:55:47,920
ผิดอีกแล้ว

2282
01:55:48,679 --> 01:55:50,982
ค่าในมาร์คเริ่มที่สุดนะคะ

2283
01:55:50,833 --> 01:55:52,694
แล้วก็ตามด้วย

2284
01:55:53,421 --> 01:55:54,165
อะไรเอ่ย

2285
01:55:55,901 --> 01:55:56,915
ไวพจน์

2286
01:55:57,125 --> 01:55:59,156
อาเรย์ต่อไปก็คือ

2287
01:55:59,622 --> 01:56:02,153
อารีย์ของ yreay

2288
01:56:02,258 --> 01:56:02,756
โพสต์

2289
01:56:04,548 --> 01:56:05,149
นะคะ

2290
01:56:05,495 --> 01:56:06,188
ในนี้

2291
01:56:06,534 --> 01:56:07,201
ใส่

2292
01:56:07,350 --> 01:56:09,610
พิมพ์ไวพจน์เลือกไวพจน์

2293
01:56:12,854 --> 01:56:15,741
ตอนนี้เราจะเช็คไปตามแนวแถวแล้วนะ

2294
01:56:16,352 --> 01:56:17,754
แนวคอลัมน์แล้วนะ

2295
01:56:17,974 --> 01:56:19,676
เมื่อกี้เช็คแถวเสร็จแล้ว

2296
01:56:19,938 --> 01:56:21,632
เช็คคอลัมน์แล้วทีนี้

2297
01:56:22,994 --> 01:56:23,587
นะคะ

2298
01:56:25,604 --> 01:56:26,643
แล้วก็

2299
01:56:26,885 --> 01:56:27,643
ไประบุ

2300
01:56:28,873 --> 01:56:31,979
ข้าให้ไวพจน์เริ่มที่ 0 ด้านบน

2301
01:56:33,724 --> 01:56:36,861
ตรงตำแหน่งเหนือ forrest นี่นะคะ

2302
01:56:42,826 --> 01:56:44,201
เนื้อฟอยล์เห็นไหม

2303
01:56:46,360 --> 01:56:50,106
แต่ตำแหน่งตรงกับ for เลยนะคะให้ไวน์

2304
01:56:50,383 --> 01:56:50,926
โพสต์

2305
01:56:51,469 --> 01:56:53,328
Enter มีค่าเท่ากับ

2306
01:56:54,760 --> 01:56:55,412
0

2307
01:56:56,226 --> 01:57:01,595
ค่าเริ่มต้นกำหนดค่าเริ่มต้นให้ไวพจน์เท่ากับสูตรนี่เห็นไหมคะ

2308
01:57:02,884 --> 01:57:08,327
เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเข้ามาเช็คตัวนี้ไม่ได้มันจะเข้ามาจากไหนวะไวพจน์มาจาก

2309
01:57:08,378 --> 01:57:08,728

2310
01:57:09,023 --> 01:57:09,908
ต้องเชื่อมกัน

2311
01:57:17,618 --> 01:57:18,474
เพราะฉะนั้น

2312
01:57:19,740 --> 01:57:23,697
ตรงตำแหน่งคอลัมน์มันไม่ได้มีคอลัมน์เดียวเห็นไหมคะ

2313
01:57:23,873 --> 01:57:26,110
ก็จะมีคอลัมน์ที่ 012

2314
01:57:26,200 --> 01:57:27,016
ก็คือ

2315
01:57:27,315 --> 01:57:30,744
คือใน array มันจะนับคอลัมน์แรกเป็น 0

2316
01:57:30,925 --> 01:57:35,106
12 เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเพิ่มค่าคอลัมน์เข้าไป

2317
01:57:35,529 --> 01:57:36,473
วิธีการ

2318
01:57:37,839 --> 01:57:39,721
ไม่ต้องพิมพ์นึกออกนะ

2319
01:57:39,960 --> 01:57:40,790
ปีได้

2320
01:57:43,047 --> 01:57:43,790
กอล์ฟไป

2321
01:57:45,123 --> 01:57:47,415
กอล์ฟตั้งแต่คำว่า Mark 0

2322
01:57:48,601 --> 01:57:50,048
บ่ายโพสต์นี่

2323
01:57:50,361 --> 01:57:50,974
ปี้

2324
01:57:51,917 --> 01:57:53,314
แล้วใส่โคราช

2325
01:57:53,942 --> 01:57:56,962
พม่าแล้วก็กดวางครั้งที่ 1

2326
01:57:57,462 --> 01:58:00,316
ใส่คอมม่าแล้วก็กดวางครั้งที่ 2

2327
01:58:00,975 --> 01:58:02,261
เปลี่ยนตำแหน่งมาร์ค

2328
01:58:02,811 --> 01:58:03,236
เป็น

2329
01:58:03,461 --> 01:58:03,949
1

2330
01:58:05,642 --> 01:58:10,454
แล้วก็ช่องที่ 2 ก็เป็น 2 แค่นั้นเองเปลี่ยน 2 ตำแหน่ง

2331
01:58:10,777 --> 01:58:12,602
เริ่มจากศูนย์เห็นไหมคะ

2332
01:58:12,903 --> 01:58:15,143
เริ่มจากหนึ่งแล้วก็เริ่มจาก 2

2333
01:58:20,122 --> 01:58:20,399

2334
01:58:21,031 --> 01:58:22,903
ไม่ได้ใส่คอมม่าโทษๆ

2335
01:58:23,071 --> 01:58:24,626
มันต้องเป็นบวกมันเพิ่ม

2336
01:58:24,750 --> 01:58:25,415
เพิ่มขึ้น

2337
01:58:25,574 --> 01:58:27,002
เพราะมันเช็กว่ามาร์ค

2338
01:58:27,311 --> 01:58:28,860
เข้าไป 1 ช่อง

2339
01:58:29,012 --> 01:58:31,262
+ นะคะใส่หมวกแทน

2340
01:58:31,572 --> 01:58:34,492
ตรงคอมม่าใส่เครื่องหมายบวกแทนนะคะ

2341
01:58:34,325 --> 01:58:37,851
ตรงโคลอนใส่เครื่องหมายบวกแทน

2342
01:58:38,498 --> 01:58:39,574
ผิดพูดถูก

2343
01:58:39,694 --> 01:58:40,542
ชอปเปอร์

2344
01:58:41,246 --> 01:58:41,724
นะคะ

2345
01:58:42,744 --> 01:58:45,662
เปลี่ยนเป็นเครื่องหมายบวกเห็นไหมคะก็คือ

2346
01:58:46,357 --> 01:58:47,142
ถ้ามี

2347
01:58:47,524 --> 01:58:52,599
มาร์คที่ 1 และที่ 2 มาที่ 3 ก็คือมันครบ 3 อันตามแถว

2348
01:58:52,834 --> 01:58:53,926
ตามคอลัมน์นี่

2349
01:58:54,212 --> 01:58:55,309
ครบ 3 ช่อง

2350
01:58:55,805 --> 01:58:57,993
นี่ 123 ปุ๊บนี่

2351
01:58:58,633 --> 01:59:00,220
เห็นไหมคะตำแหน่งนี้

2352
01:59:00,872 --> 01:59:02,705
สิ่งที่จะทำต่อก็คือ

2353
01:59:03,871 --> 01:59:05,140
ก็จะมาบอกว่า

2354
01:59:10,404 --> 01:59:12,125
นี่นะคะเห็นไหมคะ

2355
01:59:12,292 --> 01:59:15,466
ค่าของตำแหน่งนี้เท่ากับ 3

2356
01:59:16,687 --> 01:59:19,788
แล้วค่อยมาเพิ่มบรรทัดนี้เพิ่มอย่างไรดู

2357
01:59:20,946 --> 01:59:21,250

2358
01:59:21,434 --> 01:59:21,936
ตรง

2359
01:59:22,141 --> 01:59:23,591
ไวพจน์นี้

2360
01:59:23,827 --> 01:59:24,401
ใช่

2361
01:59:24,753 --> 01:59:26,560
เท่ากับ 3 เข้าไป

2362
01:59:26,669 --> 01:59:27,517
ใส่ค่า

2363
01:59:27,749 --> 01:59:28,827
เท่ากับนะคะ

2364
01:59:30,960 --> 01:59:33,080
แล้วก็ตามด้วย 3 ลงไปนะคะ

2365
01:59:33,605 --> 01:59:35,410
ในบรรทัดนี้ Copy

2366
01:59:35,880 --> 01:59:36,816
อันนี้มาครับ

2367
01:59:36,943 --> 01:59:37,657
Winner กับ

2368
01:59:37,794 --> 01:59:38,444
winner

2369
01:59:38,589 --> 01:59:39,655
Game Over มา

2370
01:59:42,109 --> 01:59:44,895
เพราะ Winner ที่เราใช้ก็คือ Winner ที่ 1

2371
01:59:45,096 --> 01:59:46,687
ขอโทษกดไวไปหน่อย

2372
01:59:47,044 --> 01:59:48,033
Winner ที่ 1

2373
01:59:48,367 --> 01:59:48,946
เห็นไหม

2374
01:59:52,785 --> 01:59:56,413
นี่ Game Over ไปก็อป Winner ที่ 1 กับ

2375
01:59:56,536 --> 01:59:57,448
Winner 2

2376
01:59:57,614 --> 02:00:01,822
กอล์ฟตรงนี้มาเห็นไหมคะก๊อปได้เลยตัวเดียวกันใช้ตัวเดียวกัน

2377
02:00:02,123 --> 02:00:05,096
เพื่อจะบอกว่าเมื่อครบอันนี้ก็คือ

2378
02:00:05,782 --> 02:00:08,382
ใครบอกว่าผู้ชนะคือคนนี้นะคะ

2379
02:00:08,536 --> 02:00:10,550
ถ้าคบคอลัมน์ตามแนวนี้

2380
02:00:17,843 --> 02:00:19,566
ก็ไม่ต้องแก้เห็นไหมคะ

2381
02:00:21,556 --> 02:00:21,824

2382
02:00:23,569 --> 02:00:27,029
แล้วแล้วอะไรต่อแล้วก็เช็คเห็นไหมคะ

2383
02:00:27,479 --> 02:00:28,226
เช็คกับ

2384
02:00:28,934 --> 02:00:33,233
ธรรมชาติของคนที่ 1 มากนี่ก็ต้องเป็นของคนที่ส่องมาร์ค

2385
02:00:34,239 --> 02:00:35,320
แก้แคบ

2386
02:00:35,310 --> 02:00:35,772

2387
02:00:36,285 --> 02:00:39,349
Copy จากไหนใช้วิธีก๊อปจากนี้เลย

2388
02:00:39,775 --> 02:00:42,249
จะกิ๊บมาร์คอันนี้เห็นไหมคะ

2389
02:00:43,159 --> 02:00:44,726
จนถึงเกมโอเวอร์น่ะ

2390
02:00:53,970 --> 02:00:54,212

2391
02:00:56,307 --> 02:01:01,483
แล้วมาเปลี่ยนค่าตรงไหนคะตรงค่าสุดท้ายจาก 3 เป็น -3

2392
02:01:02,031 --> 02:01:06,138
แล้วก็เปลี่ยนค่าตรง Winner จากคนที่ 1 ก็เป็นคนที่ 2

2393
02:01:13,413 --> 02:01:15,244
เพราะมันเช็คตามคอลัมน์ไง

2394
02:01:15,375 --> 02:01:16,541
มันเช็คตามคอลัมน์

2395
02:01:18,614 --> 02:01:23,592
ก็เหมือนอันนี้ที่มาเช็คตามแถวเห็นไหมคะเพราะฉะนั้นก็สไตล์เดียวกัน

2396
02:01:23,643 --> 02:01:24,447
ตีมาได้เลย

2397
02:01:26,970 --> 02:01:27,209

2398
02:01:27,449 --> 02:01:27,751

2399
02:01:29,485 --> 02:01:32,721
แต่สิ่งที่มีมาเพิ่มก็คือเห็นไหมคะรูป

2400
02:01:33,013 --> 02:01:36,575
รูปของการเช็คโพสต์ viny เพิ่มขึ้นมาอีก 1

2401
02:01:37,815 --> 02:01:40,494
ตรงบรรทัดสุดท้ายก็คือเพิ่มคำว่า

2402
02:01:55,719 --> 02:01:56,798
วายโพสต์

2403
02:01:58,245 --> 02:01:59,273
เลือกไวพจน์

2404
02:01:59,412 --> 02:02:00,359
มีค่าเท่ากับ

2405
02:02:03,040 --> 02:02:05,170
บวกเท่ากับ 1 ให้มันเพิ่ม

2406
02:02:05,327 --> 02:02:06,059
เพิ่มรอบ

2407
02:02:06,422 --> 02:02:08,845
รอบในการทำงานเพิ่มรูปเข้าไป

2408
02:02:09,454 --> 02:02:10,210
+ เท่ากับ

2409
02:02:10,927 --> 02:02:11,978
ทำไมเป็นบวกบวก

2410
02:02:12,137 --> 02:02:12,940
+ เท่ากับ

2411
02:02:13,607 --> 02:02:15,645
1 เพิ่มรอบเข้าไป 1 รอบ

2412
02:02:15,804 --> 02:02:16,872
ครั้งละ 1 รอบ

2413
02:02:17,191 --> 02:02:17,771
วนรอบ

2414
02:02:18,982 --> 02:02:21,055
วนรอบ Express อยู่ตอนนี้

2415
02:02:23,235 --> 02:02:24,054
โอเคไหม

2416
02:02:25,723 --> 02:02:26,511
ทานนะคะ

2417
02:02:27,347 --> 02:02:28,110
ทันไหม

2418
02:02:28,563 --> 02:02:29,223
ทันไหม

2419
02:02:30,100 --> 02:02:30,734
OK

2420
02:02:36,233 --> 02:02:37,174
เมื่อกี้เช็ค

2421
02:02:38,375 --> 02:02:39,270
แนว

2422
02:02:39,686 --> 02:02:40,228
นี้

2423
02:02:41,940 --> 02:02:47,491
แนวแถวกับแนว Column ไปแล้วทีนี้เช็คทแยงค่ะก็คือจากนี่

2424
02:02:48,442 --> 02:02:49,826
จากนี่นึกออกนะ

2425
02:02:50,103 --> 02:02:51,015
ทแยงจาก

2426
02:02:51,116 --> 02:02:51,974
มุมบน

2427
02:02:52,156 --> 02:02:53,749
ลงมาข้างล่างนี่

2428
02:02:54,076 --> 02:02:58,034
ทั้งด้านซ้ายด้านขวานี่นะคะเช็คมุมทะแยงนี่นะคะ

2429
02:03:01,451 --> 02:03:02,602
ก็ต่อจาก

2430
02:03:04,878 --> 02:03:05,911
เมื่อกี้นั่นแหละ

2431
02:03:05,795 --> 02:03:15,795

2432
02:03:22,212 --> 02:03:24,254
เอาตัวแรกมากอล์ฟ

2433
02:03:24,340 --> 02:03:24,628

2434
02:03:24,705 --> 02:03:26,019
หมาตัวนี้มา

2435
02:03:28,602 --> 02:03:29,413
กอล์ฟ

2436
02:03:29,487 --> 02:03:31,965
หมาตัวที่ 1 มาเลยนะคะดูดีๆ

2437
02:03:33,535 --> 02:03:34,555
นี่เห็นไหม

2438
02:03:34,974 --> 02:03:37,987
ตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 นี่มาเลยดูนะครับ

2439
02:03:38,925 --> 02:03:39,471

2440
02:03:39,607 --> 02:03:41,404
แล้วมาเปลี่ยนอะไร

2441
02:03:42,209 --> 02:03:46,238
ก็อปอันแรกก่อนแล้วค่อยไปเปลี่ยนอันที่ 2 ง่ายกว่า

2442
02:03:46,440 --> 02:03:47,928
กอล์ฟอีฟ

2443
02:03:48,368 --> 02:03:48,952
นี่

2444
02:03:49,381 --> 02:03:52,269
ถึง Game Over to นี่พอ

2445
02:03:52,662 --> 02:03:53,229
นะคะ

2446
02:03:54,566 --> 02:03:56,235
ตรงตำแหน่งไวพจน์

2447
02:03:58,202 --> 02:03:59,971
กินไหมคะ

2448
02:03:59,961 --> 02:04:01,718
ตำแหน่งไวพจน์นะคะ

2449
02:04:02,381 --> 02:04:03,435
Control V

2450
02:04:07,327 --> 02:04:09,676
อีฟจะอยู่ตำแหน่งที่ตรงกับ

2451
02:04:10,698 --> 02:04:11,995
เยื้อง WiFi

2452
02:04:12,077 --> 02:04:13,864
โพสต์ออกมา 1 นะคะ

2453
02:04:20,463 --> 02:04:24,498
นี่นะคะถ้าตรงให้คลิกย้อน 1 ตำแหน่ง

2454
02:04:29,842 --> 02:04:31,899
เปลี่ยนค่าในไวพจน์

2455
02:04:32,137 --> 02:04:32,665
เป็น

2456
02:04:32,782 --> 02:04:33,257
1

2457
02:04:34,652 --> 02:04:37,410
ดูนะคะดูค่าที่เปลี่ยนเห็นไหม

2458
02:04:37,813 --> 02:04:40,514
เริ่มที่ 0 1 2 3

2459
02:04:41,093 --> 02:04:42,483
012

2460
02:04:43,480 --> 02:04:45,330
012

2461
02:04:48,724 --> 02:04:50,614
OK รู้แล้ว

2462
02:04:52,014 --> 02:04:52,825
0

2463
02:04:55,095 --> 02:04:56,645
อันนี้ศูนย์ก่อน

2464
02:04:56,836 --> 02:05:01,083
ศูนย์ก่อนช่องแรก soon ใช่ไหมช่วงนี้ Y โพสต์

2465
02:05:01,399 --> 02:05:02,429
เป็นหนึ่ง

2466
02:05:02,579 --> 02:05:02,886

2467
02:05:03,212 --> 02:05:04,629
ช่องนี้ไว้โพสต์

2468
02:05:04,781 --> 02:05:05,825
เป็น 2

2469
02:05:13,088 --> 02:05:17,278
เดี๋ยวนะ 00 10 22

2470
02:05:19,233 --> 02:05:20,299
เท่ากับ 3

2471
02:05:21,268 --> 02:05:22,968
มาร์คเกอร์

2472
02:05:23,571 --> 02:05:24,561
00

2473
02:05:25,158 --> 02:05:26,163
10

2474
02:05:27,096 --> 02:05:28,288
เอาใหม่เอาใหม่

2475
02:05:30,558 --> 02:05:31,243
0

2476
02:05:33,517 --> 02:05:34,438
00

2477
02:05:36,747 --> 02:05:38,343
0 0 1 0

2478
02:05:41,065 --> 02:05:41,358

2479
02:05:41,894 --> 02:05:42,617
มันเช็ค

2480
02:05:44,155 --> 02:05:48,443
เออใช่มันเช็คตามแนวนี้ไงนี่ๆเห็นไหม

2481
02:05:50,032 --> 02:05:53,525
อันแรกน่ะ 00 ถูกแล้วอันที่ 2 มันจะเป็นหนึ่งกับ

2482
02:05:54,317 --> 02:05:55,456
1 กับ 0

2483
02:05:57,314 --> 02:05:59,051
x x เป็น 1

2484
02:06:00,110 --> 02:06:01,079
X Men 1

2485
02:06:01,825 --> 02:06:03,035
กลายเป็นศูนย์

2486
02:06:05,587 --> 02:06:06,368
ตัวมาร์ค

2487
02:06:06,492 --> 02:06:08,478
อยู่ที่ช่องที่

2488
02:06:10,334 --> 02:06:11,040
คอลัมน์

2489
02:06:12,115 --> 02:06:13,449
คอลัมน์เริ่ม

2490
02:06:14,227 --> 02:06:18,205
อาเรย์ที่ตัวแปรที่ 1 อันนี้ 0 ถูกแล้ว

2491
02:06:18,371 --> 02:06:22,580
อันนี้ 22 ค่าเท่ากับ 3 แล้วกอล์ฟตรงนี้นะคะ

2492
02:06:22,801 --> 02:06:27,454
ตรงนี้ซ้ำอีก 1 ครั้งกอล์ฟจากม้าจนถึงเท่ากับ 3 นี่

2493
02:06:31,834 --> 02:06:32,422
นี่

2494
02:06:34,487 --> 02:06:34,846
กอล์ฟ

2495
02:06:34,984 --> 02:06:35,481
บี้

2496
02:06:36,341 --> 02:06:37,242
แล้วก็

2497
02:06:41,473 --> 02:06:41,728

2498
02:06:41,836 --> 02:06:44,643
ใส่อะไรเครื่องหมายบวกใช่ไหม

2499
02:06:45,841 --> 02:06:48,165
ปญอคั่นด้วยออ

2500
02:06:48,264 --> 02:06:51,439
ถ้าหรือใส่ออเข้าไปนะคะ

2501
02:06:52,712 --> 02:06:55,747
รอตรง 3 พิมพ์ก่อนนะ

2502
02:06:55,785 --> 02:06:56,215
ครั้ง

2503
02:06:57,144 --> 02:07:00,303
เรื่อง All Key Word แล้วก็กด

2504
02:07:00,377 --> 02:07:01,079
วาง

2505
02:07:01,381 --> 02:07:06,009
ไอ้ข้างเมื่อกี้แล้วก็มาเปลี่ยนค่าใน array เรานี่

2506
02:07:05,833 --> 02:07:08,225
ในช่องตารางนี่นะคะ

2507
02:07:08,797 --> 02:07:12,089
จะเริ่มที่ออส 2011

2508
02:07:12,318 --> 02:07:12,955
00

2509
02:07:13,385 --> 02:07:16,509
02 เปลี่ยนค่าในช่องนี้เป็น

2510
02:07:19,995 --> 02:07:21,488
2 กับ 0

2511
02:07:22,110 --> 02:07:22,667
1 กลับ

2512
02:07:22,758 --> 02:07:23,378
1

2513
02:07:29,113 --> 02:07:30,735
ปูน 2 แล้วก็

2514
02:07:31,640 --> 02:07:32,909
0 กับ 2

2515
02:07:35,091 --> 02:07:36,676
ตำแหน่งที่เปลี่ยน

2516
02:07:37,142 --> 02:07:37,961
โอเคไหม

2517
02:07:41,578 --> 02:07:44,282
แล้วก็ค่า 3 จะเป็น

2518
02:07:48,182 --> 02:07:50,369
ถ้าสุดท้ายจะเปลี่ยนเป็น

2519
02:07:50,486 --> 02:07:54,181
ยังเท่ากับ 3 อยู่วินเนอร์เท่ากับอันนี้เสร็จแล้ว

2520
02:07:54,362 --> 02:07:54,694
กอล์ฟ

2521
02:07:55,825 --> 02:07:57,090
ตั้งแต่ตรง

2522
02:07:57,611 --> 02:07:59,363
อีฟนี่ลงมา

2523
02:08:00,327 --> 02:08:02,422
เปลี่ยนค่าตรงกลางแค่นั้น

2524
02:08:03,834 --> 02:08:04,530
เห็นไหม

2525
02:08:07,293 --> 02:08:08,563
ค่าตัวเลข

2526
02:08:08,732 --> 02:08:10,328
เปลี่ยนแต่ค่าตัวเลขลบ

2527
02:08:10,452 --> 02:08:15,737
จาก 3 เป็น -3 แล้วก็ค่า Winner เป็น 2 วิธีการเหมือนเดิม

2528
02:08:16,895 --> 02:08:18,262
ยาวไปล้น

2529
02:08:19,665 --> 02:08:19,990

2530
02:08:20,448 --> 02:08:21,464
เยอะเกิน

2531
02:08:22,711 --> 02:08:24,175
เดี๋ยวจะไม่เห็น

2532
02:08:25,566 --> 02:08:26,531
ก็จะก๊อป

2533
02:08:26,925 --> 02:08:32,120
ตั้งแต่มาจนถึงเกมโอเวอร์ทูนะคะจะทำการก๊อป

2534
02:08:32,881 --> 02:08:35,246
กิ๊ฟมาจนถึงเกมโอเวอร์ 2

2535
02:08:36,246 --> 02:08:37,590
แล้วก็วาง

2536
02:08:39,519 --> 02:08:41,692
เรามาเปลี่ยนค่าเฉพาะ

2537
02:08:43,290 --> 02:08:45,202
แคปไปให้มันตรง

2538
02:08:45,343 --> 02:08:49,454
เปลี่ยนเฉพาะค่าตรง 3 เห็นไหมคะเป็น -3

2539
02:08:49,773 --> 02:08:51,113
ใส่ลบเข้าไป

2540
02:08:51,684 --> 02:08:52,511
หรือเปล่า

2541
02:08:54,075 --> 02:08:58,440
ค่าใน array ตรงกันหมดเลยเท่าเดิมไม่ได้เปลี่ยนนะคะ

2542
02:08:59,202 --> 02:09:06,953
ถ้าในนี้เหมือนเดิมแล้วก็มาเปลี่ยนค่าที่ Winner อีกที่หนึ่งจาก 1 เป็น 2 แค่นั้นเรียนอยู่ 1 จุด

2543
02:09:07,658 --> 02:09:08,505
เห็นไหมคะ

2544
02:09:08,997 --> 02:09:10,265
จุด 3 เป็นรถ

2545
02:09:10,397 --> 02:09:12,996
3 แล้วก็ Winner เป็น 2 แค่นั้น

2546
02:09:14,108 --> 02:09:16,415
ทำให้เร็วขึ้นกอล์ฟมา

2547
02:09:22,267 --> 02:09:26,017
ตัวนี้คือตัวจะเช็คแถวที่ทะแยง

2548
02:09:26,147 --> 02:09:26,446

2549
02:09:26,606 --> 02:09:27,722
ถ้ามันแย่

2550
02:09:28,226 --> 02:09:32,737
เรียงทะแยงลงมาเห็นไหมช่องที่ 1 ช่องที่ 2 ช่องที่ 3 นี่

2551
02:09:33,479 --> 02:09:37,030
ก็คือถ้าแถวนี้มันได้ครบ 3 เมื่อไร

2552
02:09:37,605 --> 02:09:39,231
คนที่คลิก

2553
02:09:40,782 --> 02:09:46,552
ถ้าคนที่คลิก x ทแยงลงมาครบมีคนที่คลิกก็จะเป็นคนชนะแต่ถ้าโอ

2554
02:09:47,011 --> 02:09:47,992
OK

2555
02:09:48,320 --> 02:09:50,389
โอ้ก็ชนะอย่างนี้นะคะ

2556
02:09:50,272 --> 02:09:55,459
อันนี้คือการเช็คตามแนวทะแยงนั่นเองนะคะ

2557
02:10:00,362 --> 02:10:00,642

2558
02:10:01,092 --> 02:10:03,373
สิ่งที่โผล่มาก็คือก่อนจะปิด

2559
02:10:03,680 --> 02:10:06,829
ก็คือใช้ keyword ที่ชื่อว่า Global

2560
02:10:07,453 --> 02:10:09,904
เพื่อนเรียกใช้ตัวแปร winner

2561
02:10:09,977 --> 02:10:12,316
เกมโอเวอร์นั่นเองที่เรา

2562
02:10:12,736 --> 02:10:14,206
ประกาศไว้นะคะ

2563
02:10:15,045 --> 02:10:18,502
ก็คือมันเรียกใช้อยู่ตรงนี้ชีวิต

2564
02:10:19,208 --> 02:10:20,899
Global นี่นะคะ

2565
02:10:21,916 --> 02:10:23,209
อยู่ตรงตำแหน่ง

2566
02:10:24,855 --> 02:10:26,181
โพสต์นี่เอง

2567
02:10:26,572 --> 02:10:29,147
ก็คือตรงนี้นะคะวิธีการ

2568
02:10:30,759 --> 02:10:31,350
นะคะ

2569
02:10:31,628 --> 02:10:33,493
พิมพ์ GL

2570
02:10:33,817 --> 02:10:38,201
เดี๋ยวโกลบอลมันจะขึ้นมาที่นี้มันจะมี 2 Global

2571
02:10:38,274 --> 02:10:48,274
Global ที่เป็น keyword กับ Global ที่เป็นฟังก์ชันบอกแล้วว่าเราจะเลือกใช้คีย์เวิร์ดเพราะฉะนั้นเราเลือก Global keyword นะคะ Global keyword แล้วก็ตามด้วยตัวแปร

2572
02:10:50,423 --> 02:10:50,988
winner

2573
02:10:51,743 --> 02:10:52,574
winner

2574
02:10:52,951 --> 02:10:53,527
นะคะ

2575
02:10:54,069 --> 02:10:55,090
แล้วก็

2576
02:11:00,263 --> 02:11:02,987
ตัวที่ 2 Global เหมือนเดิม

2577
02:11:03,695 --> 02:11:07,939
เรือ Global keyword แล้วก็ตามด้วยตัวแปร Game Over

2578
02:11:10,375 --> 02:11:10,750

2579
02:11:12,445 --> 02:11:13,769
GA

2580
02:11:14,578 --> 02:11:15,082

2581
02:11:14,978 --> 02:11:16,687
Game Over ขึ้นมาแล้วกด

2582
02:11:17,206 --> 02:11:17,808
ปริ้นเตอร์

2583
02:11:21,330 --> 02:11:26,502
คือรูปมันเยอะเห็นไหมเพราะฉะนั้นมันเลยใช้วิธีใช้คีย์เวิร์ดมาช่วยเรียก

2584
02:11:26,796 --> 02:11:31,443
เรียกมาจะให้อยู่ตรงนี้นะคะเริ่มต้นเพื่อจะเรียกค่าเริ่มต้นมันน่ะ

2585
02:11:31,674 --> 02:11:34,965
คือถ้ามันจะต้องกลับเพราะมันจะต้องกลับไปเช็ค

2586
02:11:35,318 --> 02:11:42,387
ปั๊มเห็นไหมคะเช็คเพราะฉะนั้นต้องเรียกค่าเริ่มต้นใหม่เรียกมาใหม่เรียกมาใช้ก็คือให้มันเริ่ม

2587
02:11:42,665 --> 02:11:47,930
Winner เรียก Winner มาปุ๊บ Winner เข้ามาครั้งแรกมันจะมีค่าเป็น 0 ไง

2588
02:11:48,647 --> 02:11:50,742
Game Over ก็จะมีค่าเป็นศูนย์

2589
02:11:50,846 --> 02:11:57,856
แต่พอเห็นไหม Winner เข้าไปถ้าเป็น 17 Power ถ้าเป็นชูนะคะก็เลยต้องมาเลือกใช้ keyword

2590
02:11:58,489 --> 02:11:59,344
Global

2591
02:11:59,917 --> 02:12:04,619
โกลบอลจะเป็นการเรียกตัวแปรที่อยู่ข้างนอกมาใช้งานก็คือไปเรียก

2592
02:12:04,901 --> 02:12:05,695
วันนี้มา

2593
02:12:09,814 --> 02:12:12,302
พอเรียนเสร็จแล้วทำอะไรต่อ

2594
02:12:16,038 --> 02:12:19,363
เรียกใช้ function Winner เอาไว้ที่ไหนเอาไว้ที่ตำแหน่ง

2595
02:12:22,293 --> 02:12:24,580
ตำแหน่งที่เราเช็คมาร์คเกอร์ไง

2596
02:12:25,113 --> 02:12:25,851
เห็นไหมคะ

2597
02:12:29,335 --> 02:12:30,505
อยู่ตรงนี้นะคะ

2598
02:12:32,590 --> 02:12:35,137
อยู่ตรงนี้ตรงนี้ตรงนี้

2599
02:12:36,353 --> 02:12:39,871
ก่อนบรรทัด Update ตรงนี้ตรง Player เห็นหรือเปล่า

2600
02:12:41,977 --> 02:12:45,472
นี่มาตรงนี้เพราะพรุ่งนี้มันจะมาให้เช็คมาใช่ไหม

2601
02:12:45,988 --> 02:12:51,763
เช็คก่อนจะจบก่อนจะอะไรด้วยเช็คทุกอย่างแล้วเช็คเทรนไหมเช็คเซลล์มาก

2602
02:12:51,875 --> 02:12:54,141
Player 1 เช็คผู้เล่นเห็นไหมคะ

2603
02:12:54,564 --> 02:12:56,741
เพราะฉะนั้นตำแหน่งของอันนี้

2604
02:12:56,852 --> 02:12:57,548
ก็คือ

2605
02:12:57,988 --> 02:12:58,637
เลือกเช็ก

2606
02:12:59,055 --> 02:13:00,114
เช็ค winner

2607
02:13:01,366 --> 02:13:01,857
เลือก

2608
02:13:02,067 --> 02:13:04,288
function check Winner ขึ้นมา

2609
02:13:04,611 --> 02:13:05,301
ใช้งาน

2610
02:13:07,541 --> 02:13:08,477
OK

2611
02:13:09,827 --> 02:13:10,844
เสร็จหรือยัง

2612
02:13:21,270 --> 02:13:22,024
แล้วก็

2613
02:13:23,048 --> 02:13:25,681
ไปให้มันเช็คว่าถ้าเกมโอเวอร์

2614
02:13:26,297 --> 02:13:27,797
มีค่าเป็นศูนย์นี่

2615
02:13:27,946 --> 02:13:28,443
นะคะ

2616
02:13:29,936 --> 02:13:30,665
นี่ล่ะคะ

2617
02:13:32,225 --> 02:13:38,656
แล้วลองทดสอบโปรแกรมเพราะมันจะต้องเปิดเงื่อนไขของเกมโอเวอร์มาด้วยก็คือถ้าจบ

2618
02:13:38,724 --> 02:13:41,394
เกมนะมันถึงจะเช็คได้ใช่ไหมหมายถึง

2619
02:13:41,526 --> 02:13:41,987

2620
02:13:46,865 --> 02:13:47,638
ตอนไหนล่ะ

2621
02:13:51,316 --> 02:13:52,588
เช็ค Winner หรือ

2622
02:13:55,062 --> 02:13:55,852
ย้อนไปอีก

2623
02:13:57,664 --> 02:13:58,617
ไอ้นี่หรือ

2624
02:14:00,205 --> 02:14:01,084
ยังไม่ใช่

2625
02:14:03,911 --> 02:14:04,848
กูบ่าวหรอ

2626
02:14:09,937 --> 02:14:11,774
พอเรียกใช้ keyword

2627
02:14:12,037 --> 02:14:13,537
Global Set นะคะ

2628
02:14:15,255 --> 02:14:17,254
ก็จะเรียกเช็ค winner

2629
02:14:18,322 --> 02:14:24,392
แต่ก่อนจะเรียกใช้เช็ค Winner ได้ก็คือกำหนดเงื่อนไขให้ว่าถ้าเกมมันโอเวอร์

2630
02:14:25,300 --> 02:14:27,935
ให้ค่าของเกมโอเวอร์เท่ากับ 0

2631
02:14:29,440 --> 02:14:30,970
ก็คือจะอยู่ตรง

2632
02:14:31,497 --> 02:14:32,497
ตำแหน่งบน

2633
02:14:34,946 --> 02:14:36,703
คนไหน Event ไทย

2634
02:14:36,881 --> 02:14:39,680
ที่กดเราจะคิดเมาส์เห็นไหมคะ

2635
02:14:39,998 --> 02:14:41,717
ก็คืออยู่ตรงตำแหน่งนี้

2636
02:14:42,492 --> 02:14:44,380
ตำแหน่งที่เหนือคลิกเมาส์นี่

2637
02:15:02,156 --> 02:15:02,729
นะคะ

2638
02:15:04,368 --> 02:15:05,212
ฟังก์ชั่น

2639
02:15:06,848 --> 02:15:08,187
condition

2640
02:15:08,844 --> 02:15:10,808
แล้วก็ Game Over

2641
02:15:13,069 --> 02:15:14,238
Game Over

2642
02:15:14,931 --> 02:15:16,239
กำหนดค่าให้

2643
02:15:17,285 --> 02:15:17,790
เท่ากับ

2644
02:15:18,257 --> 02:15:18,889
0

2645
02:15:24,052 --> 02:15:25,163
เอาแพท

2646
02:15:26,287 --> 02:15:27,972
แล้วมันก็จะมา

2647
02:15:28,116 --> 02:15:29,171
ประโยคนี้ต่อ

2648
02:15:31,982 --> 02:15:34,985
เราจะลองรันดูในขั้นตอนนี้

2649
02:15:35,760 --> 02:15:38,647
มาร์คแล้วอะไรแล้วได้ไหมได้ไหม

2650
02:15:39,099 --> 02:15:40,466
Control ดีครับ

2651
02:15:40,907 --> 02:15:42,499
กดคอนโทรลบี

2652
02:15:43,072 --> 02:15:46,797
เมื่อใส่เงื่อนไขเข้าไปแล้วกด ctrl B ดูขึ้นไหม

2653
02:15:48,703 --> 02:15:52,399
ลืมเรียกอะไรแน่ๆเลยทำไมมาเก้อตัวนี้ไม่ขึ้น

2654
02:15:52,522 --> 02:15:53,887
เดี๋ยวนะเช็คก่อน

2655
02:15:55,565 --> 02:16:00,334
เช็ควินเนอร์มีแล้วรอมาเก้อมีแล้วเราจิตมาแล้ว

2656
02:16:03,516 --> 02:16:04,168
โพสต์

2657
02:16:05,606 --> 02:16:07,704
รอ marquez

2658
02:16:07,785 --> 02:16:08,547
ไวพจน์

2659
02:16:08,935 --> 02:16:09,433

2660
02:16:09,984 --> 02:16:11,757
Error ไม่ขึ้นซะด้วย

2661
02:16:12,305 --> 02:16:13,324
เช็ค winner

2662
02:16:21,298 --> 02:16:23,987
รอมาสเตอร์อยู่ไหนเรามาก็อยู่นี่

2663
02:16:24,765 --> 02:16:27,016
ไปดูชื่อสิตั้งชื่อถูกไหมนี่

2664
02:16:28,017 --> 02:16:29,118
Dr

2665
02:16:29,726 --> 02:16:31,868
DW dormicum

2666
02:16:41,781 --> 02:16:42,727
ขึ้นหรือยัง

2667
02:16:43,101 --> 02:16:44,005
ขึ้นใหม่เด็กๆ

2668
02:16:47,477 --> 02:16:49,237
ปรากฏของตัวเองไม่ขึ้น

2669
02:16:50,284 --> 02:16:51,170
งงเลย

2670
02:16:51,801 --> 02:16:54,247
เดี๋ยวนะค่อยๆไล่อะไรหายไป

2671
02:16:55,681 --> 02:16:58,310
Error ก็ไม่ขึ้นนี่สิปัญหา

2672
02:17:04,815 --> 02:17:05,669
เดี๋ยวขอเซฟ

2673
02:17:06,436 --> 02:17:07,455
เดี๋ยวขอเซฟ

2674
02:17:07,668 --> 02:17:09,966
แล้วขอเคลียร์ขยะก่อนนะคะ

2675
02:17:10,177 --> 02:17:11,101
เดี๋ยวขอปิด

2676
02:17:11,373 --> 02:17:13,415
เผื่อมัน Error มันค้าง

2677
02:17:15,602 --> 02:17:18,857
มันเลยหาไม่เจอนี่ไม่รู้อันไหนเป็นอันไหนนี่

2678
02:17:21,415 --> 02:17:23,321
ขอเคลียร์แล้วร้องหอบ

2679
02:17:23,415 --> 02:17:23,936
เปิดใหม่

2680
02:17:27,386 --> 02:17:27,675

2681
02:17:28,709 --> 02:17:30,421
โค้ดดิ้งไปเยอะๆ

2682
02:17:30,762 --> 02:17:34,315
เครื่องมันก็ Error ได้เหมือนกันนะครับไม่เฉพาะคน

2683
02:17:34,724 --> 02:17:37,592
เดี๋ยวจะลองรันใหม่ Control B ใหม่

2684
02:17:38,715 --> 02:17:39,962
ขึ้นไหมรอบนี้

2685
02:17:42,436 --> 02:17:43,354
เอมาร์ค

2686
02:17:43,398 --> 02:17:44,902
เกิดเราไม่ขึ้น

2687
02:17:45,024 --> 02:17:46,493
เราไปผิดตรงไหนหว่า

2688
02:17:51,429 --> 02:17:52,511
ลืมอะไรไป

2689
02:17:58,212 --> 02:18:01,376
บรรทัดที่ dramatical นี่แหละไม่ขึ้น

2690
02:18:01,602 --> 02:18:02,595
ขอดูตำแหน่ง

2691
02:18:03,011 --> 02:18:03,804
ขอเทียบกับ

2692
02:18:05,470 --> 02:18:06,418
ค่าเดิม

2693
02:18:08,643 --> 02:18:10,098
ค่าผิดหรือเปล่านะ

2694
02:18:17,287 --> 02:18:20,039
ค่าอะไรผิดสักค่าหนึ่งแน่ๆเลย

2695
02:18:20,485 --> 02:18:22,565
เดี๋ยวขอดู draw Marker ก่อนนะ

2696
02:18:33,657 --> 02:18:35,341
เรามาเก้อมาแล้ว

2697
02:19:08,913 --> 02:19:10,595
Expo เท่ากับศูนย์

2698
02:19:16,156 --> 02:19:19,178
portugal

2699
02:19:25,473 --> 02:19:25,751
ถูก

2700
02:19:25,816 --> 02:19:26,211
ต้อง

2701
02:19:27,398 --> 02:19:29,035
ไวพจน์เท่ากับศูนย์

2702
02:19:30,513 --> 02:19:32,791
for violating ถูกต้อง

2703
02:19:35,306 --> 02:19:37,972
ถ้า Y = 1 วาดเส้น

2704
02:19:38,695 --> 02:19:40,333
เส้นทำไมไม่หวานให้นะ

2705
02:19:40,983 --> 02:19:42,471
ตัวแปรประกาศแล้ว

2706
02:19:43,055 --> 02:19:44,156
Green Red

2707
02:19:47,941 --> 02:19:49,571
ก็ประกาศแล้วนี่นา

2708
02:19:53,087 --> 02:19:56,243
ไม่ได้ลืมประกาศตัวแปรก็ประกาศแล้ว

2709
02:20:09,690 --> 02:20:11,290
รอสกรีน

2710
02:20:11,825 --> 02:20:13,783
ลายสกรีน Express

2711
02:20:15,832 --> 02:20:16,104

2712
02:20:16,204 --> 02:20:16,862
ถ้า

2713
02:20:18,746 --> 02:20:19,833
85

2714
02:20:23,442 --> 02:20:24,525
LINE y

2715
02:20:29,680 --> 02:20:31,800
ขึ้นใหม่เด็กๆขึ้นหรือเปล่า

2716
02:20:33,463 --> 02:20:34,493
โทรได้ไหม

2717
02:20:34,827 --> 02:20:35,980
มาร์คเกอร์ขึ้นไหม

2718
02:20:41,001 --> 02:20:43,276
Error ไม่ขึ้นอีกแล้วปัญหา

2719
02:20:48,053 --> 02:20:48,461

2720
02:20:48,607 --> 02:20:49,224
y

2721
02:21:50,088 --> 02:21:51,257
มาติดตรงนี้

2722
02:21:51,435 --> 02:21:53,568
จะบอกว่า Error ก็ไม่ขึ้น

2723
02:21:54,214 --> 02:21:54,751
ก็ไม่ติด

2724
02:21:55,337 --> 02:21:57,117
เดี๋ยวดู for excellent

2725
02:21:58,278 --> 02:21:59,183
mockup

2726
02:21:59,217 --> 02:21:59,776
เพล

2727
02:22:02,974 --> 02:22:04,131
บรรทัดนี้

2728
02:22:09,267 --> 02:22:11,030
excellent 3

2729
02:22:12,467 --> 02:22:14,347
โปรสูตรคูณ 3

2730
02:22:20,490 --> 02:22:21,084

2731
02:22:50,176 --> 02:22:50,511

2732
02:22:50,908 --> 02:22:51,594
นี่ไหม

2733
02:22:51,731 --> 02:22:54,032
ตำแหน่งตัวเลข 0 คูณ

2734
02:22:57,318 --> 02:22:58,459
screen y

2735
02:22:58,618 --> 02:22:59,406
คูณร้อย

2736
02:23:01,645 --> 02:23:03,428
ก็ไม่สกรีนฟิว

2737
02:23:03,986 --> 02:23:04,881
Background

2738
02:23:05,101 --> 02:23:05,509
กฤษ

2739
02:23:06,946 --> 02:23:08,135
อันนี้เรา

2740
02:23:08,206 --> 02:23:09,464
หรือใช้ไปแล้ว

2741
02:23:16,207 --> 02:23:17,861
ทำไมตอนรัน

2742
02:23:18,374 --> 02:23:19,622
ไม่ขึ้น Error

2743
02:23:19,788 --> 02:23:21,184
นี่ดูยากมากเลย

2744
02:23:29,660 --> 02:23:31,031
ทำไมไม่มาร์คให้

2745
02:23:32,327 --> 02:23:33,497
มาร์คเกอร์ไม่ขึ้น

2746
02:23:36,284 --> 02:23:36,922

2747
02:24:02,735 --> 02:24:03,180

2748
02:24:03,860 --> 02:24:05,010
เดี๋ยวขอ

2749
02:24:05,660 --> 02:24:06,373
ขอลบ

2750
02:24:06,778 --> 02:24:07,658
ตรงนี้

2751
02:24:09,554 --> 02:24:11,936
เพราะเนื่องจากมันไม่ขึ้นมาจากตรงนี้

2752
02:24:13,244 --> 02:24:14,184
มันก็ต้องลบ

2753
02:24:14,312 --> 02:24:15,812
จากตรงนี้ทั้งหมดทั้ง

2754
02:24:15,960 --> 02:24:16,379
ปลวก

2755
02:24:23,732 --> 02:24:24,576
ต่อมา

2756
02:24:24,666 --> 02:24:25,338

2757
02:24:25,784 --> 02:24:27,148
มาเลยทั้งยวง

2758
02:24:27,272 --> 02:24:27,580
กัน

2759
02:24:35,244 --> 02:24:36,051
ขอก็อป

2760
02:24:39,910 --> 02:24:40,224

2761
02:24:40,456 --> 02:24:42,638
เดี๋ยวรอคันใหม่

2762
02:24:42,750 --> 02:24:43,491
นั่นไง

2763
02:24:44,971 --> 02:24:45,272
จัด

2764
02:24:45,363 --> 02:24:45,670
ไป

2765
02:24:48,439 --> 02:24:49,075
ตำแหน่ง

2766
02:24:51,704 --> 02:24:52,545
ไวพจน์

2767
02:25:03,609 --> 02:25:03,870

2768
02:25:06,986 --> 02:25:07,437
40

2769
02:25:07,584 --> 02:25:08,132
3

2770
02:25:10,176 --> 02:25:10,792

2771
02:25:31,796 --> 02:25:32,956
45

2772
02:25:36,877 --> 02:25:37,453

2773
02:25:37,694 --> 02:25:38,927
ผ่านแล้ว

2774
02:25:48,551 --> 02:25:49,513
46

2775
02:25:49,985 --> 02:25:50,273

2776
02:25:50,617 --> 02:25:52,150
ไล่ไปทีละจุด

2777
02:25:52,030 --> 02:26:02,030

2778
02:26:08,581 --> 02:26:08,864
เจ็บ

2779
02:26:16,390 --> 02:26:18,743
นี่พอก๊อปแล้วจะเป็นอย่างนี้

2780
02:26:18,819 --> 02:26:19,294
ตลอด

2781
02:26:34,995 --> 02:26:35,424
ตีสิบ

2782
02:26:35,513 --> 02:26:36,063
8

2783
02:26:38,636 --> 02:26:40,177
ผอ. กอล์ฟแล้วจะเป็นอย่างนี้

2784
02:26:40,234 --> 02:26:40,551

2785
02:26:52,688 --> 02:26:52,998
40

2786
02:26:53,135 --> 02:26:53,534
9

2787
02:27:02,801 --> 02:27:03,608
51

2788
02:27:19,601 --> 02:27:20,133
50

2789
02:27:32,003 --> 02:27:32,979
51

2790
02:27:57,338 --> 02:27:57,665
50

2791
02:27:57,788 --> 02:27:58,044

2792
02:28:26,966 --> 02:28:27,865
13

2793
02:28:39,277 --> 02:28:41,547
ไม่ได้ก็อปมาแล้วไม่ได้

2794
02:28:42,666 --> 02:28:43,597
ตรงไหนนะ

2795
02:28:52,414 --> 02:28:56,687
ต้องไปให้สุดอย่างนั้นได้รอมาร์คเกอร์แล้วหาอีก

2796
02:28:58,237 --> 02:28:59,206
Game Over

2797
02:28:59,435 --> 02:28:59,711

2798
02:29:00,345 --> 02:29:00,578

2799
02:29:00,791 --> 02:29:05,446
กำหนดอันนี้ก็คือจะสร้างไอ้ตัวกล่องข้อความนะคะ

2800
02:29:08,066 --> 02:29:09,717
กล่องข้อความเพื่อ

2801
02:29:13,554 --> 02:29:17,297
เพื่อแสดงข้อความเมื่อเล่นเสร็จเดี๋ยวจะลองใส่ให้มัน

2802
02:29:17,968 --> 02:29:18,272

2803
02:29:19,907 --> 02:29:21,067
ก็คือจะสร้าง

2804
02:29:21,194 --> 02:29:23,131
Winner ขึ้นมานะคะ

2805
02:29:23,600 --> 02:29:23,835

2806
02:29:23,699 --> 02:29:32,231
มันจะอยู่ที่ตำแหน่ง

2807
02:29:32,348 --> 02:29:32,907
ที่

2808
02:29:34,767 --> 02:29:38,533
เดี๋ยวจะลองไปให้สุดให้มันเสร็จแล้วจะค่อยทันทีเดียว

2809
02:29:44,242 --> 02:29:46,859
ตัวนี้นะคะเราจะเอาไว้ที่ตำแหน่ง

2810
02:29:47,325 --> 02:29:48,306
ที่ต่อจาก

2811
02:29:49,041 --> 02:29:51,654
เกมโอเวอร์เมื่อกี้นี้นะคะ

2812
02:29:52,949 --> 02:29:54,290
ก็คือตำแหน่งนี้

2813
02:29:56,305 --> 02:29:57,786
ว่างฟังก์ชันสำหรับ

2814
02:30:05,000 --> 02:30:05,585
เป็นกะ

2815
02:30:05,930 --> 02:30:07,618
เวอร์ชั่นอยู่บ้านก็เป็น

2816
02:30:08,195 --> 02:30:10,762
เครื่องที่บ้านกับเครื่องที่นี้

2817
02:30:10,913 --> 02:30:11,223

2818
02:30:11,465 --> 02:30:11,968
ทอดไก่

2819
02:30:26,951 --> 02:30:28,606
สร้าง function เพื่อ

2820
02:30:29,292 --> 02:30:30,046
เขียน

2821
02:30:30,164 --> 02:30:35,436
กล่องข้อความนะคะกล่องข้อความแสดงว่าใครคือคนชนะ

2822
02:30:35,757 --> 02:30:36,712
แล้วก็

2823
02:30:36,840 --> 02:30:38,984
จะเอาไว้ให้เล่นซ้ำอีกรอบนึง

2824
02:30:41,188 --> 02:30:41,905
ตั้งให้เสร็จ

2825
02:30:42,057 --> 02:30:42,688
เอาให้สุด

2826
02:30:45,033 --> 02:30:46,708
ทำไมไม่ขึ้นตัวเลข

2827
02:30:48,232 --> 02:30:49,374
de

2828
02:30:49,615 --> 02:30:49,993
F

2829
02:30:52,335 --> 02:30:52,733
เลือก

2830
02:30:52,832 --> 02:30:53,132

2831
02:30:53,219 --> 02:30:53,926
ฟังก์ชั่น

2832
02:30:54,151 --> 02:30:55,911
ฟังก์ชันนี้ชื่อว่า

2833
02:30:56,073 --> 02:30:56,541

2834
02:30:59,554 --> 02:31:00,739
Windows

2835
02:31:02,796 --> 02:31:05,400
อันเดอร์สกอร์ตามด้วยวินเดอร์นะคะ

2836
02:31:10,994 --> 02:31:12,493
ปัญหา error

2837
02:31:12,893 --> 02:31:13,841
OK

2838
02:31:17,904 --> 02:31:19,052
ก็คือ

2839
02:31:20,371 --> 02:31:28,845
บอกว่ากำหนดตัวแปรชื่อ Vintage เท่ากับ Player ให้แสดงคำว่า Player แล้วก็ตามด้วย

2840
02:31:29,030 --> 02:31:31,900
สตริงสตริงก็คือค่า Winner นี่

2841
02:31:32,151 --> 02:31:35,159
ว่าเป็น Winner 1 หรือ Winner 2 เห็นไหมคะ

2842
02:31:36,055 --> 02:31:41,574
แล้วก็ตามด้วยวินก็คือผู้ชนะอันนี้สามารถเปลี่ยนเป็นภาษาไทยได้

2843
02:31:42,482 --> 02:31:43,303
ใน Single

2844
02:31:43,482 --> 02:31:44,021
โคตร

2845
02:31:44,868 --> 02:31:45,322
นะคะ

2846
02:31:46,064 --> 02:31:48,217
ประกาศตัวแปรชื่อ Vintage

2847
02:31:49,945 --> 02:31:50,574
วินเทจ

2848
02:31:52,504 --> 02:31:54,069
วิน underscore

2849
02:31:54,274 --> 02:31:57,954
พิมพ์เอานะคะเพราะเป็นตัวแปรของเราเองที่สร้างขึ้น

2850
02:31:59,822 --> 02:32:01,026
วินเทจเท่ากับ

2851
02:32:08,483 --> 02:32:08,941
เท่ากับ

2852
02:32:10,246 --> 02:32:11,519
Single Code

2853
02:32:12,346 --> 02:32:14,601
ใส่ข้อความได้ก็คือ

2854
02:32:21,985 --> 02:32:22,600
พูดเล่น

2855
02:32:23,224 --> 02:32:24,187
layer

2856
02:32:24,401 --> 02:32:25,720
ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ

2857
02:32:25,815 --> 02:32:26,361
พูดเล่น

2858
02:32:31,464 --> 02:32:34,047
ในภาษาไทยก็คือพูดเล่นนะคะ

2859
02:32:34,245 --> 02:32:34,883
foodland

2860
02:32:37,100 --> 02:32:38,097
แล้วก็บวก

2861
02:32:40,085 --> 02:32:40,925
สตริง

2862
02:32:41,172 --> 02:32:41,537

2863
02:32:41,799 --> 02:32:42,456

2864
02:32:44,600 --> 02:32:45,001

2865
02:32:45,119 --> 02:32:45,733

2866
02:32:46,641 --> 02:32:47,739
เลือกคลาส

2867
02:32:48,081 --> 02:32:48,599
ปลิง

2868
02:32:49,339 --> 02:32:49,941
นะคะ

2869
02:32:50,180 --> 02:32:50,890
Class

2870
02:32:51,087 --> 02:32:53,565
สตริงนะคะที่ตามด้วย

2871
02:32:54,086 --> 02:32:54,838
winner

2872
02:32:56,279 --> 02:32:56,775
วงเล็บ

2873
02:32:57,582 --> 02:33:01,368
ข่าววงเล็บเปิดวงเล็บปิดแล้วก็พิมพ์ Winner ลงไป

2874
02:33:01,963 --> 02:33:02,665
เห็นไหม

2875
02:33:03,381 --> 02:33:05,649
พิมพ์ statement Winner ลงไป

2876
02:33:07,500 --> 02:33:09,162
แล้วก็บวกด้วย

2877
02:33:10,736 --> 02:33:14,651
ข้อความปกตินะคะข้อความที่เราต้องการให้โชว์

2878
02:33:15,135 --> 02:33:15,489
+

2879
02:33:16,174 --> 02:33:18,646
เครื่องหมาย Single Code แล้วก็

2880
02:33:18,987 --> 02:33:20,337
ผู้เล่นคนที่

2881
02:33:24,573 --> 02:33:26,753
ผู้เล่นคนที่อันนี้

2882
02:33:27,389 --> 02:33:28,748
ใช้คำว่าพูดเล่น

2883
02:33:36,934 --> 02:33:39,446
พรุ่งนี้วินก็คือหมายถึงชนะ

2884
02:33:44,104 --> 02:33:47,204
ภาษาไทยแปลว่าชนะวินแปลว่าชนะ

2885
02:33:48,454 --> 02:33:51,193
ต้องการให้มีเว้นวรรคข้างหลังก็ใส่

2886
02:33:53,528 --> 02:33:54,151
อย่างนี้

2887
02:33:54,786 --> 02:33:55,366
นะคะ

2888
02:34:02,782 --> 02:34:06,198
สิ่งที่จะทำต่อมาก็คือมาประกาศตัวแปร

2889
02:34:06,682 --> 02:34:07,209
Font

2890
02:34:07,929 --> 02:34:09,328
กำหนดรูปแบบฟอนต์

2891
02:34:09,789 --> 02:34:11,180
ของเรานะคะ

2892
02:34:16,125 --> 02:34:18,210
ขาดอะไรขาดอะไรหาย

2893
02:34:24,204 --> 02:34:25,212
พิมพ์ฝน

2894
02:34:25,525 --> 02:34:27,195
f o n t

2895
02:34:28,766 --> 02:34:31,269
มาที่ประกาศตัวแปรนะคะ

2896
02:34:31,462 --> 02:34:31,872
Font

2897
02:34:32,802 --> 02:34:33,353
เท่ากับ

2898
02:34:37,885 --> 02:34:39,011
ไพ่เกม DotA

2899
02:34:39,142 --> 02:34:39,634
บอล

2900
02:34:39,864 --> 02:34:42,257
เรียกใช้ function ภายในเกม

2901
02:34:42,458 --> 02:34:43,387
font นะคะ

2902
02:34:44,158 --> 02:34:45,106
พายเกม

2903
02:34:48,544 --> 02:34:50,070
Thai Gay model

2904
02:34:53,197 --> 02:34:53,493

2905
02:34:53,387 --> 02:34:55,419
Font

2906
02:34:56,765 --> 02:34:57,052
F

2907
02:34:57,992 --> 02:34:59,649
เลือก Font mold

2908
02:35:00,336 --> 02:35:01,103
เลือกจอด

2909
02:35:01,461 --> 02:35:02,130
sis

2910
02:35:05,368 --> 02:35:06,338
sys

2911
02:35:07,037 --> 02:35:07,821
เลือกซิ

2912
02:35:07,907 --> 02:35:09,021
ฝันเห็นไหมคะ

2913
02:35:10,191 --> 02:35:12,102
เลือกฟังก์ชั่น cyst

2914
02:35:12,431 --> 02:35:15,519
ใส่วงเล็บเข้าไปข้าก็คือนอน

2915
02:35:20,938 --> 02:35:22,521
keyword คือนอนกับ

2916
02:35:23,116 --> 02:35:23,759
40

2917
02:35:29,630 --> 02:35:30,240
นะคะ

2918
02:35:30,878 --> 02:35:31,391
กำหนด

2919
02:35:31,510 --> 02:35:32,881
ค่าให้ Font

2920
02:35:34,196 --> 02:35:35,916
เพื่อจะได้เล่นได้เลย

2921
02:35:37,532 --> 02:35:38,848
นอนเป็น 40

2922
02:35:38,986 --> 02:35:40,653
มีค่าเป็น 40 นะคะ

2923
02:35:54,021 --> 02:35:54,931
เมื่อกี้

2924
02:35:55,476 --> 02:35:56,890
แสดงข้อความ

2925
02:36:00,218 --> 02:36:05,676
เมื่อกี้ตอนนี้เราประกาศตัวแปรแล้วเราให้แสดงข้อความบอกใช่ไหม

2926
02:36:06,155 --> 02:36:07,691
ว่าพูดเล่น 1 ชนะ

2927
02:36:07,883 --> 02:36:14,451
แล้วเราไปประกาศตัวแปรเสร็จแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือเราจะทำกรอบให้ข้อความของเรา

2928
02:36:14,729 --> 02:36:18,682
ก็คือตัวที่ 2 นี่เห็นไหมวิน image เท่ากับ

2929
02:36:19,286 --> 02:36:21,585
เรียกใช้ฟอนต์ที่ประกาศเมื่อกี้

2930
02:36:23,259 --> 02:36:26,435
เมื่อกี้ประกาศตัวแปรหรือยังใบเตยประกาศหรือยัง

2931
02:36:30,751 --> 02:36:31,930
ประกาศแล้วใช่ไหม

2932
02:36:35,801 --> 02:36:41,028
พอประกาศตัวแปรตรงนี้เสร็จเราก็จะมาสร้างไอ้ตัวต่อไปก็คือตัวกรอบ

2933
02:36:41,560 --> 02:36:43,144
ตัวที่ 2 นี่เห็นไหม

2934
02:36:43,526 --> 02:36:45,075
บรรทัดที่ 2 วิน

2935
02:36:45,401 --> 02:36:46,507
Image =

2936
02:36:46,682 --> 02:36:47,173
Font

2937
02:36:47,402 --> 02:36:49,224
ตอนที่เราสร้างไว้เมื่อกี้

2938
02:36:49,842 --> 02:36:52,583
blendtec

2939
02:36:53,656 --> 02:36:56,011
แล้วก็สีที่กำหนดให้ก็คือครู

2940
02:37:01,480 --> 02:37:02,326
ก่อนอื่น

2941
02:37:03,957 --> 02:37:04,656
โอเคนะ

2942
02:37:05,706 --> 02:37:07,798
ต้องเป็นอันนี้ก่อนวินอีเมล

2943
02:37:08,828 --> 02:37:09,567
ก็คือ

2944
02:37:10,377 --> 02:37:11,653
พอบรรทัดที่

2945
02:37:12,628 --> 02:37:14,405
เราก็จะกลับมาที่บรรทัด

2946
02:37:17,578 --> 02:37:18,665
อันนี้ของเรา

2947
02:37:20,919 --> 02:37:24,194
นี่ๆบรรทัดที่วินรอ Winner นี่

2948
02:37:25,265 --> 02:37:27,873
แล้วเราก็เปลี่ยนเป็นบิน Image

2949
02:37:28,940 --> 02:37:30,103
ทำไมเป็นตัวใหญ่

2950
02:37:30,896 --> 02:37:31,853
กด Caps lock

2951
02:37:32,595 --> 02:37:32,919
กด

2952
02:37:33,539 --> 02:37:34,831
พิมพ์นะคะวิน

2953
02:37:41,373 --> 02:37:42,831
วินอันเดอร์สกอร์

2954
02:37:43,092 --> 02:37:44,253
img

2955
02:37:47,173 --> 02:37:47,577
เท่ากับ

2956
02:37:51,472 --> 02:37:54,222
เรียกใช้ฟอนต์ที่เราประกาศไป

2957
02:37:54,966 --> 02:37:55,287

2958
02:37:55,679 --> 02:37:56,262

2959
02:37:56,929 --> 02:38:00,210
เรียก font Statement ที่เราประกาศไป

2960
02:38:01,389 --> 02:38:02,675
vendor

2961
02:38:03,353 --> 02:38:04,724
function Render

2962
02:38:04,815 --> 02:38:08,185
พอขึ้นว่าฟังก์ชัน Render ก็ใส่วงเล็บเหมือนเดิม

2963
02:38:09,454 --> 02:38:11,104
ในวงเล็บตามด้วย

2964
02:38:11,656 --> 02:38:12,311
วินเทจ

2965
02:38:12,606 --> 02:38:14,769
แล้วก็ค่า True

2966
02:38:15,222 --> 02:38:16,248
ก็ Blue

2967
02:38:22,436 --> 02:38:26,669
เลือกวินเทจนะคะแล้วก็โคลอนแล้วก็ค่า

2968
02:38:26,764 --> 02:38:27,324
True

2969
02:38:27,929 --> 02:38:29,110
เลือกโทร keyword

2970
02:38:30,038 --> 02:38:31,086
ก็โคลอน

2971
02:38:33,137 --> 02:38:34,367
แล้วก็ตามด้วย

2972
02:38:35,796 --> 02:38:38,321
ค่าสี b l u e

2973
02:38:39,402 --> 02:38:40,237
พิมพ์เอา

2974
02:38:40,875 --> 02:38:43,368
เพราะเรายังไม่ได้ประกาศตัวแปรสีน้ำเงิน

2975
02:38:49,920 --> 02:38:53,577
พอ Blue เสร็จแล้วสิ่งที่จะทำต่อไปก็คือ

2976
02:38:54,752 --> 02:38:56,471
นี่พอพิมพ์ถึงบลูเสร็จ

2977
02:38:56,561 --> 02:38:57,068
นะคะ

2978
02:38:58,563 --> 02:39:02,634
เราจะมาประกาศตัวแปรค่าสีน้ำเงินตรงตำแหน่งสี

2979
02:39:03,062 --> 02:39:04,660
ที่เคยประกาศไปแล้ว

2980
02:39:09,085 --> 02:39:09,913
Blue

2981
02:39:10,270 --> 02:39:11,221
bl

2982
02:39:11,856 --> 02:39:13,724
ขึ้นมาแล้วกด enter

2983
02:39:13,858 --> 02:39:15,287
แล้วก็ใส่เท่ากับ

2984
02:39:16,422 --> 02:39:18,257
ค่าสีก็คืออยู่ในวงเล็บ

2985
02:39:22,511 --> 02:39:26,357
ถ้าของ Blue ให้เริ่มที่ 0 0 กับ

2986
02:39:28,226 --> 02:39:30,172
0 0 กับ 255

2987
02:39:31,255 --> 02:39:32,725
ก็คือมีศูนย์

2988
02:39:34,302 --> 02:39:35,301
คอมม่า

2989
02:39:35,704 --> 02:39:37,754
แล้วก็ตามด้วย 0 Comment

2990
02:39:38,520 --> 02:39:40,286
ตามด้วย 255

2991
02:39:40,805 --> 02:39:42,324
255

2992
02:39:46,420 --> 02:39:48,340
เมื่อประกาศตัวแปรตรงนี้เสร็จ

2993
02:39:53,452 --> 02:39:55,655
เราก็จะเรียกใช้

2994
02:39:56,358 --> 02:39:59,958
ตัวสกรีนริ้วเห็นไหมคะ function skill Build

2995
02:40:00,139 --> 02:40:01,698
เพื่อจะสร้างไอ้วิน

2996
02:40:02,367 --> 02:40:02,982
นะคะ

2997
02:40:09,372 --> 02:40:10,574
พอกำหนด

2998
02:40:12,012 --> 02:40:14,267
ประกาศตัวแปรสีนี้แล้ว

2999
02:40:14,595 --> 02:40:16,317
มาที่ตำแหน่งเดิม

3000
02:40:17,915 --> 02:40:20,354
ตำแหน่งโทรวินเด้อเราเหมือนเดิม

3001
02:40:21,071 --> 02:40:22,090
แล้วก็พิมพ์

3002
02:40:22,284 --> 02:40:22,946
จีน

3003
02:40:23,266 --> 02:40:24,075
statement

3004
02:40:24,814 --> 02:40:25,660
Screen

3005
02:40:26,186 --> 02:40:26,475
จอด

3006
02:40:30,126 --> 02:40:31,700
บิลเห็นไหมคะ

3007
02:40:32,690 --> 02:40:33,936
Build function

3008
02:40:34,780 --> 02:40:35,527
ใส่วงเล็บ

3009
02:40:42,848 --> 02:40:43,916
ตามด้วย

3010
02:40:44,446 --> 02:40:46,348
บินอิมเมจนะคะ

3011
02:40:49,120 --> 02:40:50,429
เราลบ Single

3012
02:40:50,907 --> 02:40:52,183
Google Code ออก

3013
02:40:52,529 --> 02:40:53,523
แล้วก็ตามด้วย

3014
02:40:53,668 --> 02:40:54,088
บิน

3015
02:40:55,435 --> 02:40:55,926
เรา

3016
02:40:56,057 --> 02:40:59,711
เลือกวิน image statement นะคะแล้วก็ใส่

3017
02:41:00,115 --> 02:41:00,648
โคลอน

3018
02:41:06,442 --> 02:41:08,548
แล้วก็วงเล็บเปิดวงเล็บปิด

3019
02:41:08,670 --> 02:41:09,517
อีกหนึ่งคำ

3020
02:41:10,178 --> 02:41:11,472
วงเล็บอีก 1 ครั้ง

3021
02:41:13,395 --> 02:41:15,676
ในวงเล็บนั้นเราจะใส่

3022
02:41:16,309 --> 02:41:18,340
บอกว่าความกว้าง

3023
02:41:18,472 --> 02:41:25,564
วีน / 2 ก็คือมันจะคำนวณจากพื้นที่สกรีนที่เราสร้างไว้มาหารด้วย 2 แล้ว

3024
02:41:25,763 --> 02:41:27,291
ก็ลบออก 100

3025
02:41:28,546 --> 02:41:29,948
แล้วก็คำนวณจาก

3026
02:41:32,182 --> 02:41:35,792
ความสูงของสกรีนเราหารด้วย 2 แล้วก็ลบ

3027
02:41:36,318 --> 02:41:37,082
-50

3028
02:41:37,530 --> 02:41:40,369
ก็จะได้กล่องข้อความก็คือ

3029
02:41:45,453 --> 02:41:47,358
กินไวน์ก่อนใช่ไหม

3030
02:41:50,135 --> 02:41:50,606
เลือก

3031
02:41:50,774 --> 02:41:51,548
กินไวน์ก่อน

3032
02:41:55,697 --> 02:41:56,801
screen y

3033
02:41:59,741 --> 02:42:00,403
หาร

3034
02:42:01,392 --> 02:42:02,190
ใช่ไหมคะ

3035
02:42:03,032 --> 02:42:04,043
หาร 2

3036
02:42:08,017 --> 02:42:11,944
แล้วก็ลบออกเท่าไหร่ -100 เห็นไหม

3037
02:42:12,897 --> 02:42:15,516
ส่วนอีกตัวหนึ่งก็คือสกรีนอะไร

3038
02:42:15,838 --> 02:42:16,851
in High

3039
02:42:17,386 --> 02:42:17,689

3040
02:42:18,113 --> 02:42:19,592
เลือก screen High

3041
02:42:19,960 --> 02:42:21,389
หาร 2 เหมือนกัน

3042
02:42:24,189 --> 02:42:26,239
แล้วก็ลบเท่าไหร่

3043
02:42:27,253 --> 02:42:27,847
50

3044
02:42:30,913 --> 02:42:32,678
ความสูงลบออกแค่ 50

3045
02:42:44,765 --> 02:42:45,003

3046
02:42:46,007 --> 02:42:49,865
จะได้ตรงที่มันเป็นกล่องข้อความนะค่ะตัวนี้

3047
02:42:50,332 --> 02:42:52,896
มันจะวาดพื้นกล่องข้อความให้สิ

3048
02:42:53,048 --> 02:42:53,597
ที่

3049
02:42:54,656 --> 02:42:56,394
จะทำต่อมาก็คือ

3050
02:42:57,003 --> 02:42:58,383
ไปเรียกใช้

3051
02:43:01,750 --> 02:43:05,140
ว่าพื้นที่นี้สีน้ำเงินนี่ขึ้นมา

3052
02:43:06,092 --> 02:43:06,682

3053
02:43:10,534 --> 02:43:13,763
ให้วาดสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินขึ้นมา

3054
02:43:14,729 --> 02:43:15,504
ไม่ใช่สิ

3055
02:43:16,097 --> 02:43:18,405
สี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้น

3056
02:43:18,689 --> 02:43:19,934
ใส่สีเขียว

3057
02:43:20,914 --> 02:43:23,412
กรอบที่เป็นสีเขียวขึ้นมานะคะ

3058
02:43:25,626 --> 02:43:27,730
มันจะอยู่ก่อนสกรีน Build

3059
02:43:28,562 --> 02:43:29,167
นะคะ

3060
02:43:29,544 --> 02:43:31,227
พิมพ์ก่อนบรรทัดนี้

3061
02:43:32,446 --> 02:43:32,934
เลือก

3062
02:43:33,070 --> 02:43:34,151
พายเกม

3063
02:43:34,926 --> 02:43:35,855
module

3064
02:43:36,063 --> 02:43:36,378
จอด

3065
02:43:37,348 --> 02:43:38,223
draw

3066
02:43:41,761 --> 02:43:42,791
รอ

3067
02:43:45,105 --> 02:43:49,068
เห็นไหมมันจะมี draw function ดอราดอส

3068
02:43:49,170 --> 02:43:49,935
โพลิกอน

3069
02:43:50,282 --> 02:43:51,472
รอเห็นไหมคะ

3070
02:43:51,704 --> 02:43:54,173
ก็คือให้วาดอะไรบ้างเล็ก Cancel

3071
02:43:55,468 --> 02:43:56,466
Opposite

3072
02:43:56,464 --> 02:43:57,474
ทีนะคะ

3073
02:43:57,668 --> 02:43:58,153

3074
02:44:00,658 --> 02:44:02,555
ก็คือสี่เหลี่ยมผืนผ้า

3075
02:44:04,230 --> 02:44:05,254
Little Angel

3076
02:44:06,156 --> 02:44:08,219
ตามด้วยค่าสกรีน

3077
02:44:12,122 --> 02:44:12,434

3078
02:44:12,481 --> 02:44:13,242
กินไวน์

3079
02:44:14,396 --> 02:44:15,543
หารเท่าไร

3080
02:44:16,493 --> 02:44:17,681
หาร 2

3081
02:44:18,247 --> 02:44:19,806
อันนี้กอล์ฟมาก็ได้

3082
02:44:25,464 --> 02:44:27,113
อ๋อลืมระบุ

3083
02:44:27,598 --> 02:44:30,410
เขตพื้นที่ก่อนแล้วก็ใส่สีก่อน

3084
02:44:30,972 --> 02:44:32,010
ขาดไปท่อนหนึ่ง

3085
02:44:33,191 --> 02:44:33,501

3086
02:44:33,533 --> 02:44:35,476
ใส่สกรีนเฉยๆ

3087
02:44:36,775 --> 02:44:37,921
เรียกใช้

3088
02:44:38,215 --> 02:44:39,726
ลบสกรีน Y ออก

3089
02:44:43,306 --> 02:44:43,623
เป็น

3090
02:44:43,739 --> 02:44:44,263
4

3091
02:44:45,055 --> 02:44:48,076
เรียก screen statement เฉยๆแล้วก็โคราช

3092
02:44:48,194 --> 02:44:49,303
ตามด้วยสี

3093
02:44:49,506 --> 02:44:52,201
สีที่เราเรียกใช้ก็คือสีเขียว

3094
02:44:52,936 --> 02:44:53,711
ZeanStep

3095
02:44:53,839 --> 02:44:54,257
มิ้น

3096
02:44:57,160 --> 02:44:58,939
แล้วค่อยมาระบุตำแหน่ง

3097
02:45:00,506 --> 02:45:02,865
กินไวน์นี่ไปก็อปมาได้

3098
02:45:05,424 --> 02:45:06,672
จากตัวนี้

3099
02:45:07,445 --> 02:45:08,185
เลย

3100
02:45:13,003 --> 02:45:13,599

3101
02:45:23,027 --> 02:45:23,621
ไป

3102
02:45:25,725 --> 02:45:27,979
โคลอนก่อนแล้วค่อยวางนะคะ

3103
02:45:29,895 --> 02:45:31,483
กวางที่กอล์ฟมาเมื่อ

3104
02:45:31,603 --> 02:45:32,124

3105
02:45:34,140 --> 02:45:36,048
เปลี่ยนข้างใน

3106
02:45:38,323 --> 02:45:40,308
เปลี่ยนแค่ตรงตัวหลัง

3107
02:45:45,785 --> 02:45:49,160
แล้วก็เพิ่มค่า 200 กับ 50 เข้าไปเท่านั้นเอง

3108
02:45:49,622 --> 02:45:51,028
เปลี่ยนเป็น 60

3109
02:45:55,966 --> 02:45:57,980
แล้วก็เพิ่มค่า 200

3110
02:45:58,086 --> 02:45:59,250
นั่นก็คือค่าของ

3111
02:45:59,398 --> 02:46:00,196
ความยาวน่ะ

3112
02:46:03,384 --> 02:46:04,319
แล้วก็

3113
02:46:05,450 --> 02:46:07,185
ความสูงของไอ้ตวง

3114
02:46:07,326 --> 02:46:07,688

3115
02:46:09,965 --> 02:46:11,188
200 กับ 50

3116
02:46:24,341 --> 02:46:26,127
ก็จะได้ตัว

3117
02:46:28,679 --> 02:46:30,388
ที่มันเป็นตัวนี้นะคะ

3118
02:46:38,354 --> 02:46:39,551
นี่เห็นไหม

3119
02:46:40,076 --> 02:46:45,142
ไอ้สีเขียวข้างหลังนี่ไอ้พื้นที่สีเขียวข้างหลังน่ะขึ้นมา

3120
02:46:48,656 --> 02:46:51,720
ไอ้นี่ดันได้ไอ้ตัวนั้นรันไม่ได้เลย

3121
02:46:59,876 --> 02:47:00,188

3122
02:47:00,412 --> 02:47:05,938
พอได้กรอบแล้วนะคะตรงนี้เรามาพิมพ์วินเนอร์ใส่เข้าไปตรง

3123
02:47:08,775 --> 02:47:11,182
ตรงฟังก์ชันที่เราสร้างไว้

3124
02:47:11,395 --> 02:47:13,279
เพราะตอนแรกมันไม่มี

3125
02:47:13,416 --> 02:47:14,454
เราเรียกใช้มัน

3126
02:47:17,937 --> 02:47:19,387
มันไปกดโดนอะไรนี่

3127
02:47:22,071 --> 02:47:23,225
พิมพ์ W

3128
02:47:23,354 --> 02:47:24,149
ขึ้นมาแล้ว

3129
02:47:24,273 --> 02:47:24,832
ก็เรียก

3130
02:47:24,955 --> 02:47:25,536
เนอะ

3131
02:47:25,855 --> 02:47:26,261

3132
02:47:26,676 --> 02:47:27,473
ก็จะเรียก

3133
02:47:29,552 --> 02:47:31,801
นี่ๆนี่ I Winner นี่ขึ้นมา

3134
02:47:35,704 --> 02:47:37,522
เรียกตัวแปร Winner น่ะ

3135
02:47:37,790 --> 02:47:38,211

3136
02:47:38,918 --> 02:47:41,112
นะคะเรียกตัวแปร Winner มา

3137
02:47:49,330 --> 02:47:49,606

3138
02:47:49,732 --> 02:47:50,878
เสร็จแล้วให้มันเช็ค

3139
02:47:53,390 --> 02:47:53,635

3140
02:47:54,031 --> 02:47:56,141
เช็คว่าถ้าเกมโอเวอร์นี่

3141
02:47:56,019 --> 02:47:58,507
จริงก็คือเล่นจบเกมจริง

3142
02:47:59,161 --> 02:48:00,204
รอ winner

3143
02:48:00,620 --> 02:48:03,213
ต้องขึ้นเพื่อแสดงว่าใครคือผู้ชนะ

3144
02:48:04,655 --> 02:48:07,749
มันจะอยู่ต่อจากบรรทัดที่มีคำว่า check winner

3145
02:48:13,901 --> 02:48:17,458
เราจะเอาไปไว้ตำแหน่งนี้นะคะมันจะอยู่ระยะ

3146
02:48:17,756 --> 02:48:18,207
เหลือง

3147
02:48:18,266 --> 02:48:18,672
จะอยู่

3148
02:48:25,487 --> 02:48:26,321
อยู่ก่อน

3149
02:48:27,640 --> 02:48:29,245
อยู่ตรงกับ Display

3150
02:48:29,943 --> 02:48:30,558

3151
02:48:30,924 --> 02:48:32,742
ยังอยู่ตรงกับ Display

3152
02:48:33,074 --> 02:48:34,229
ตรงกับตัวนี้

3153
02:48:35,464 --> 02:48:36,980
เพราะฉะนั้นใส่อีก

3154
02:48:37,362 --> 02:48:39,677
กำหนดเงื่อนไข If condition

3155
02:48:41,377 --> 02:48:45,505
If condition ก็คือให้มันไปเช็คอะไรเช็ค Game Over

3156
02:48:45,817 --> 02:48:47,109
Game Over

3157
02:48:48,194 --> 02:48:48,757
ว่า

3158
02:48:51,040 --> 02:48:52,177
เป็นจริงหรือเปล่า

3159
02:48:55,254 --> 02:48:56,352
เกมจริงไหม

3160
02:48:57,880 --> 02:48:58,317
ไหน

3161
02:48:59,481 --> 02:49:00,403
เห็นไหมคะ

3162
02:49:00,724 --> 02:49:02,178
เกมโอเวอร์เท่ากับ

3163
02:49:02,251 --> 02:49:02,915
ครูปุ๊ก

3164
02:49:03,519 --> 02:49:05,544
ก็จะไปเรียกใช้เรา winner

3165
02:49:06,021 --> 02:49:08,401
ก็จะไปเรียกใช้ฟังก์ชันเรา winner

3166
02:49:14,196 --> 02:49:16,796
เรียกใช้ฟังก์ชันเลยรอ winner

3167
02:49:20,593 --> 02:49:21,150
วงเล็บ

3168
02:49:22,930 --> 02:49:24,861
Winner ของเรานะคะ

3169
02:49:28,296 --> 02:49:29,136
ทำไมไม่เรียก

3170
02:49:29,997 --> 02:49:30,703
ปกติ

3171
02:49:30,602 --> 02:49:33,045
เรียกเราขึ้นนี่นาเอาใหม่

3172
02:50:10,196 --> 02:50:10,467

3173
02:50:11,410 --> 02:50:11,678

3174
02:50:13,042 --> 02:50:14,349
จะเป็นอย่างนี้นะคะ

3175
02:50:20,719 --> 02:50:25,166
เช็คว่าเกมโอเวอร์ไหมถ้าใช่เรียกใช้ฟังก์ชันนี้

3176
02:50:25,539 --> 02:50:26,583
ลองรันดู

3177
02:50:27,605 --> 02:50:28,324
ขึ้นไหม

3178
02:50:36,034 --> 02:50:37,642
เดี๋ยวค่อยรันทีเดียวเลย

3179
02:50:38,034 --> 02:50:39,145
ต่อไปต่อ

3180
02:50:40,284 --> 02:50:42,852
ทำกรอบให้สร้างข้อความ

3181
02:50:43,023 --> 02:50:46,240
Play Again เล่นอีกครั้งหนึ่งน่ะเล่นซ้ำเล่นใหม่

3182
02:50:47,964 --> 02:50:49,166
Again Take นะคะ

3183
02:50:49,267 --> 02:50:49,821
ตัวนี้

3184
02:50:49,986 --> 02:50:50,658
คือตัวนี้

3185
02:50:59,734 --> 02:51:05,679
จะมีตัวแปรเชือกเอ็นเทคเพื่อแสดงข้อความว่าให้เล่นใหม่แล้วก็ตัวแปร

3186
02:51:05,766 --> 02:51:07,009
คือ Again Email

3187
02:51:07,236 --> 02:51:09,850
ที่จะเป็นกรอบข้อความนั้นนะคะ

3188
02:51:10,419 --> 02:51:11,209
แล้วก็

3189
02:51:14,827 --> 02:51:16,329
ตัวกรอบข้อความนะคะ

3190
02:51:20,044 --> 02:51:21,340
ไปให้สุดทีเดียวเลย

3191
02:51:31,706 --> 02:51:34,470
ตัวนี้เป็นตัวแปรเพราะฉะนั้นพิมพ์ใหม่

3192
02:51:50,548 --> 02:51:53,179
เท่ากับนะคะแล้วก็เครื่องหมายคำพูด

3193
02:51:53,335 --> 02:51:53,937
หรือ

3194
02:51:54,476 --> 02:51:55,523
Single Code

3195
02:51:56,059 --> 02:51:56,588
เท่ากับ

3196
02:52:07,651 --> 02:52:07,889

3197
02:52:13,104 --> 02:52:13,457

3198
02:52:22,725 --> 02:52:24,818
แล้วก็อีกตัวนึงก็

3199
02:52:28,398 --> 02:52:30,453
เกณฑ์อันเดอร์สกอร์อิมเมจ

3200
02:52:36,679 --> 02:52:37,459
size M

3201
02:52:37,583 --> 02:52:37,937

3202
02:52:38,265 --> 02:52:38,761
เท่ากับ

3203
02:52:40,662 --> 02:52:42,336
ตัวนี้นะคะ

3204
02:52:42,564 --> 02:52:43,669
ตัวนี้ไป

3205
02:52:44,267 --> 02:52:44,751
ไปกอล์ฟ

3206
02:52:44,871 --> 02:52:46,011
จากฟอนต์นี่

3207
02:52:46,170 --> 02:52:47,642
Render นี่ได้นะ

3208
02:52:48,843 --> 02:52:49,643
กินไหมคะ

3209
02:52:51,279 --> 02:52:52,527
จากตัวนี้มาได้

3210
02:53:05,296 --> 02:53:07,172
แต่เปลี่ยนตรงวินเทจ

3211
02:53:07,321 --> 02:53:07,829

3212
02:53:08,876 --> 02:53:10,929
เปลี่ยนตรงนี้จากวินเทจ

3213
02:53:11,063 --> 02:53:11,523
เป็น

3214
02:53:12,241 --> 02:53:13,170
again

3215
02:53:14,436 --> 02:53:16,457
Again Take ของเราแทน

3216
02:53:19,541 --> 02:53:19,837

3217
02:53:20,063 --> 02:53:22,458
จากตรงนี้ได้เลยตัวเดียวกัน

3218
02:53:23,014 --> 02:53:23,669
เป็น

3219
02:53:24,932 --> 02:53:26,510
หล่อเหมือนกันนะคะ

3220
02:53:27,240 --> 02:53:30,796
เช่นเดียวกันกับกอล์ฟตรงนี้เหมือนกัน Skin Build

3221
02:53:30,856 --> 02:53:31,119
กัน

3222
02:53:31,344 --> 02:53:33,407
มาเลยเพราะมันคือ

3223
02:53:33,599 --> 02:53:35,626
ขนาดเดียวกันเลยเห็นไหม

3224
02:53:36,220 --> 02:53:37,290
เปลี่ยนค่า

3225
02:53:41,298 --> 02:53:42,121
นะคะ

3226
02:53:48,448 --> 02:53:49,215
นี่

3227
02:53:49,696 --> 02:53:51,583
ก๊อปสกิลมาเลย

3228
02:53:55,155 --> 02:53:56,445
ให้มันเร็วขึ้น

3229
02:53:59,639 --> 02:54:01,883
แล้วมาเปลี่ยนค่าอะไรบ้าง

3230
02:54:08,633 --> 02:54:10,047
เปลี่ยนค่าตรง

3231
02:54:13,119 --> 02:54:15,481
ตรงวิน image เป็น artemis

3232
02:54:15,706 --> 02:54:16,675
tny

3233
02:54:17,133 --> 02:54:20,409
จากร้อยเอาแค่ 80 screen High

3234
02:54:22,805 --> 02:54:23,838
จาก - 50

3235
02:54:23,982 --> 02:54:25,473
เป็น +10 แค่นั้นเอง

3236
02:54:29,450 --> 02:54:30,374
เปลี่ยนตรงนี้

3237
02:54:31,808 --> 02:54:33,410
ลบออกแล้วก็พิมพ์

3238
02:54:34,505 --> 02:54:35,329
again

3239
02:54:35,455 --> 02:54:36,731
แล้วเลือก Update Image

3240
02:54:37,226 --> 02:54:37,895
เห็นไหมคะ

3241
02:54:40,782 --> 02:54:42,796
ลบ 100 เปลี่ยนเป็น 80

3242
02:54:46,244 --> 02:54:48,145
-50 เป็นบวกเท่าไหร่นะ

3243
02:54:49,991 --> 02:54:50,502
บวกสิบ

3244
02:54:50,916 --> 02:54:52,587
เปลี่ยนค่าแค่ตรงนี้

3245
02:54:57,336 --> 02:54:58,189
เห็นไหมคะ

3246
02:54:58,765 --> 02:54:59,586
จะไล่ให้สุด

3247
02:54:59,754 --> 02:55:00,313
ไปให้สุด

3248
02:55:01,902 --> 02:55:03,437
สุดขอบกันไปเลย

3249
02:55:09,905 --> 02:55:13,618
ก็ประกาศตัวแปรชื่อ again

3250
02:55:14,423 --> 02:55:14,905
นะคะ

3251
02:55:15,442 --> 02:55:16,444
เผื่อจะกำหนด

3252
02:55:17,025 --> 02:55:17,646
ค่ะ

3253
02:55:18,505 --> 02:55:19,365
สี่เหลี่ยม

3254
02:55:26,945 --> 02:55:28,357
ไปไหนแล้วไปไหนแล้ว

3255
02:55:31,983 --> 02:55:33,857
ประจักษ์ตรงฟ้อนมีนะคะ

3256
02:55:40,406 --> 02:55:41,995
พิมพ์ใช้พิมพ์นะคะ

3257
02:55:42,184 --> 02:55:43,349
เพราะเป็นตัวแปร

3258
02:55:43,516 --> 02:55:44,113
เกม

3259
02:55:47,016 --> 02:55:48,208
อันเดอร์สกอร์

3260
02:55:51,177 --> 02:55:53,659
ect rectangle

3261
02:55:53,892 --> 02:55:54,430
เท่ากับ

3262
02:55:56,080 --> 02:55:57,487
จะกำหนดค่าให้

3263
02:56:00,298 --> 02:56:00,878
นะคะ

3264
02:56:01,319 --> 02:56:04,027
rectangle =

3265
02:56:04,379 --> 02:56:07,172
อันนี้เราไปก็อปค่ามาจากตัวนี้ได้

3266
02:56:07,540 --> 02:56:08,047
ตัว

3267
02:56:20,054 --> 02:56:23,985
ตัวนี้เห็นไหมตัวเดียวกันเลยค่าเดียวกัน Copy

3268
02:56:30,369 --> 02:56:31,420
ดีเลยนะคะ

3269
02:56:39,746 --> 02:56:40,951
เอามาใส่ตรงนี้

3270
02:56:46,107 --> 02:56:48,222
ก่อนอื่นพิมพ์

3271
02:56:48,416 --> 02:56:49,076
C

3272
02:56:49,209 --> 02:56:49,629
ก่อน

3273
02:57:01,798 --> 02:57:04,438
มันเป็น Class นะคะ

3274
02:57:05,281 --> 02:57:05,508

3275
02:57:05,713 --> 02:57:06,730
เลือกคลาส

3276
02:57:06,616 --> 02:57:07,809
ฉันเกิด

3277
02:57:08,442 --> 02:57:09,024

3278
02:57:09,144 --> 02:57:09,715

3279
02:57:10,264 --> 02:57:12,472
ก็คือตัวนี้ตัวใหญ่นี่นะคะ

3280
02:57:13,601 --> 02:57:14,466
แล้วก็

3281
02:57:17,216 --> 02:57:18,021
วาง

3282
02:57:18,919 --> 02:57:21,000
Green Y นะคะ

3283
02:57:21,149 --> 02:57:21,737
ค่ะ

3284
02:57:23,866 --> 02:57:24,366
80

3285
02:57:26,090 --> 02:57:27,609
แล้วก็ 160

3286
02:57:28,010 --> 02:57:28,556
50

3287
02:57:28,759 --> 02:57:30,569
เปลี่ยนค่าตรงนี้เป็น 80

3288
02:57:34,992 --> 02:57:35,913
ตอนนี้เป็น

3289
02:57:39,284 --> 02:57:40,331
เท่าไหร่นี่

3290
02:57:41,369 --> 02:57:42,338
หาร 2

3291
02:57:44,180 --> 02:57:45,560
หาร 2 แล้วก็

3292
02:57:48,241 --> 02:57:50,238
ไม่มีลบนะคะอันนี้ไม่ต้องลบ

3293
02:57:54,283 --> 02:57:56,361
ตามด้วย 160 กับ 50

3294
02:57:58,915 --> 02:58:00,591
ลบ 200 ออกเอา 50

3295
02:58:02,546 --> 02:58:03,267
OK

3296
02:58:06,643 --> 02:58:09,562
ประกาศตัวแปรสำหรับสี่เหลี่ยมที่ 2

3297
02:58:10,821 --> 02:58:12,278
เพราะฉะนั้นเมื่อ

3298
02:58:13,435 --> 02:58:14,993
กาดแล้วก็เลือก

3299
02:58:15,120 --> 02:58:16,625
มาเรียกใช้เหมือนเดิม

3300
02:58:17,222 --> 02:58:19,395
ใส่บรรทัดก่อนหน้าสกรีนบิล

3301
02:58:22,410 --> 02:58:22,991
นี่

3302
02:58:23,163 --> 02:58:23,758
ก็คือ

3303
02:58:25,519 --> 02:58:27,564
เรียกใช้ภายในเกม Dragon

3304
02:58:27,658 --> 02:58:28,955
แล้วก็เลือก Screen

3305
02:58:29,260 --> 02:58:29,745
นะคะ

3306
02:58:32,816 --> 02:58:34,244
ตรงก่อนสกรีนบิล

3307
02:58:37,899 --> 02:58:39,623
เรือพาย gamemode

3308
02:58:41,051 --> 02:58:42,505
รอเหมือนเดิม

3309
02:58:47,235 --> 02:58:49,058
rectangle เหมือนเดิม

3310
02:58:58,294 --> 02:59:02,583
แล้วก็กำหนดสกรีนสกรีน statement ตามด้วยสี

3311
02:59:03,132 --> 02:59:05,033
ก็คือ green สีเขียว

3312
02:59:06,754 --> 02:59:10,081
Green statement เหมือนเดิมนะคะแล้วก็ตามด้วย

3313
02:59:12,686 --> 02:59:16,879
ตัวสุดท้ายที่เราสร้างก็คือ again

3314
02:59:16,976 --> 02:59:17,629
ก็คือ

3315
02:59:18,138 --> 02:59:18,690
ซ้ำ

3316
02:59:20,970 --> 02:59:23,309
สี่เหลี่ยมผืนผ้าอีกตัวหนึ่ง

3317
02:59:24,114 --> 02:59:25,724
ก็คือตัวแปรเกณฑ์

3318
02:59:30,050 --> 02:59:31,761
กินเล็กทั้งต้นเห็นไหม

3319
02:59:32,301 --> 02:59:33,045
OK

3320
02:59:38,042 --> 02:59:39,012
เสร็จหรือยัง

3321
02:59:41,800 --> 02:59:42,734
แล้วลอง

3322
02:59:42,945 --> 02:59:43,845
เดี๋ยวไปทดสอบ

3323
02:59:50,866 --> 02:59:51,444
เพิ่ม

3324
02:59:51,948 --> 02:59:55,135
เพิ่ม Event ตรงนี้เงื่อนไขเมื่อคลิกนี้

3325
02:59:55,424 --> 02:59:57,683
ไม่ได้ทำใหม่นะคะเดี๋ยวเราจะไปก็อป

3326
02:59:57,909 --> 02:59:59,769
มันจะไปอยู่ตรงไหนเดี๋ยวให้ดู

3327
02:59:59,655 --> 03:00:03,990
ตัวนี้จะอยู่ตรง

3328
03:00:07,077 --> 03:00:10,827
เราจะเอาตัวเมื่อกี้มาใส่ตรงตำแหน่งนี้ใช่ไหม

3329
03:00:11,382 --> 03:00:13,863
เราจะไปก็อปจากตรงนี้นี่ไงเห็นไหม

3330
03:00:18,232 --> 03:00:19,036
เห็นหรือเปล่า

3331
03:00:20,603 --> 03:00:22,495
ถึงโพสต์เกมเห็น

3332
03:00:22,463 --> 03:00:23,153
เปล่าคะ

3333
03:00:24,424 --> 03:00:24,687

3334
03:00:24,887 --> 03:00:29,384
เราจะไปกอล์ฟที่ Event เมาส์คลิกนี่เห็นไหม

3335
03:00:29,621 --> 03:00:30,362
ถึงโพสต์

3336
03:00:30,610 --> 03:00:31,552
โพสต์นี้

3337
03:00:31,680 --> 03:00:32,098
พอ

3338
03:00:32,920 --> 03:00:34,598
กอล์ฟมาเลยไม่ต้องพิมพ์ใหม่

3339
03:00:35,399 --> 03:00:36,214
Copy

3340
03:00:36,592 --> 03:00:38,741
แล้วก็เอามาวางตำแหน่งนี้ได้เลย

3341
03:00:44,235 --> 03:00:47,632
แต่จัดให้ตำแหน่งของอีฟมันอยู่ตรงกัน

3342
03:00:48,371 --> 03:00:50,250
Winner แค่นั้นเอง

3343
03:00:52,772 --> 03:00:54,037
ติดมินนี่

3344
03:00:54,550 --> 03:00:57,277
statement ให้ตรงกับ for Winner เห็นไหม

3345
03:00:57,691 --> 03:00:58,704
โอเคนะคะ

3346
03:01:00,351 --> 03:01:01,331
ก็จะได้

3347
03:01:02,975 --> 03:01:03,692
ลงคลิป

3348
03:01:05,333 --> 03:01:09,278
เมื่อมันคลิกเมาส์ไปที่ตำแหน่งนี้จะได้ค่าอะไร

3349
03:01:10,130 --> 03:01:12,800
ที่จะเพิ่มก็คือให้รีเซ็ต

3350
03:01:13,894 --> 03:01:15,198
Reset ตัวแปร

3351
03:01:15,693 --> 03:01:16,948
ตัวนี้ก็ไม่ต้องพิมพ์

3352
03:01:18,107 --> 03:01:21,017
เราใช้วิธีไปก็อปตัวแปรของเรา

3353
03:01:21,772 --> 03:01:23,684
ดูนะคะตำแหน่งนี้

3354
03:01:24,063 --> 03:01:26,533
Copy ตัวแปรก๊อปจากไหน

3355
03:01:26,694 --> 03:01:27,475
นี่ไง

3356
03:01:27,670 --> 03:01:31,465
ที่เราประกาศตัวแปรไว้เราจะคืนค่าให้มันนี่

3357
03:01:32,325 --> 03:01:33,361
กอล์ฟเลยค่ะ

3358
03:01:33,766 --> 03:01:34,222
นี่

3359
03:01:35,582 --> 03:01:37,532
Copy ตัวแปรตรงนี้เลย

3360
03:01:37,955 --> 03:01:38,254

3361
03:01:40,180 --> 03:01:43,826
ก๊อปแล้วเอามาวางเพื่อจะรีเซ็ตค่านะคะ

3362
03:01:44,708 --> 03:01:46,959
วางตำแหน่งให้มันตรงกับ

3363
03:01:53,026 --> 03:01:54,546
ตำแหน่งของ

3364
03:01:55,128 --> 03:01:55,729
Close

3365
03:01:55,950 --> 03:01:56,529
เนี่ยนะคะ

3366
03:01:58,393 --> 03:01:59,775
ใส่เงื่อนไขว่า

3367
03:02:00,248 --> 03:02:01,455
Live again

3368
03:02:02,066 --> 03:02:04,303
lektion นี่ลงไปก่อน

3369
03:02:06,182 --> 03:02:07,462
ตรงนี้นะคะ

3370
03:02:08,063 --> 03:02:09,697
ใส่ statement is

3371
03:02:09,785 --> 03:02:10,615
condition

3372
03:02:12,057 --> 03:02:13,134
ครีม again

3373
03:02:13,787 --> 03:02:15,487
rectal statement

3374
03:02:17,557 --> 03:02:18,867
แล้วก็ตามด้วย

3375
03:02:20,362 --> 03:02:21,199
ค่าดอก

3376
03:02:23,627 --> 03:02:24,326
คลอรีน

3377
03:02:24,462 --> 03:02:25,556
Point นะคะ

3378
03:02:27,248 --> 03:02:29,517
พลอยพลอยแล้วก็โพสต์นี่

3379
03:02:29,903 --> 03:02:30,709
ตัวนี้มันจะ

3380
03:02:30,923 --> 03:02:31,852
ขึ้นมาเอง

3381
03:02:32,076 --> 03:02:35,215
จอดพิมพ์คอหรีดเลยพิมพ์ c

3382
03:02:37,177 --> 03:02:39,727
แล้วก็เลือก college Point

3383
03:02:40,056 --> 03:02:42,574
collect function เนี่ย

3384
03:02:43,075 --> 03:02:44,338
ใส่วงเล็บเข้าไป

3385
03:02:47,363 --> 03:02:49,097
ในวงเล็บใส่โพสต์

3386
03:02:49,219 --> 03:02:49,594
ค่ะ

3387
03:02:50,215 --> 03:02:51,520
ใส่ตัวแปร post

3388
03:02:52,149 --> 03:02:53,301
statement นี่

3389
03:02:54,672 --> 03:02:56,158
ส่วนตรง

3390
03:02:57,414 --> 03:03:03,300
ที่เราจะใส่นี่ก็คือที่เราจะไปก็อปตัวแปรทั้งหมดที่จะมารีเซ็ตนี่

3391
03:03:03,595 --> 03:03:04,371
เอามา

3392
03:03:04,890 --> 03:03:07,700
นี่กอล์ฟนี่จนถึงเกมโอเวอร์นี่

3393
03:03:08,184 --> 03:03:09,104
มาค่ะ

3394
03:03:09,328 --> 03:03:10,233
ปี้มา

3395
03:03:12,366 --> 03:03:14,914
แล้วก็เอามาวางตรงนี้เลย

3396
03:03:21,886 --> 03:03:26,261
ตัวที่เราจะใช้ใช้มีแค่มาร์คเกอร์โพสต์

3397
03:03:26,733 --> 03:03:29,781
Player Winner แล้วก็ Game Over

3398
03:03:30,961 --> 03:03:31,403

3399
03:03:31,855 --> 03:03:34,425
คลิกเราไม่ใช้เราก็ลบออก

3400
03:03:37,139 --> 03:03:39,593
LINE ไวเราไม่ใช้เราก็ลบออก

3401
03:03:39,960 --> 03:03:41,198
มาสเตอร์เชฟ

3402
03:03:42,766 --> 03:03:44,229
โปรดใช้นะคะ

3403
03:03:46,421 --> 03:03:46,675

3404
03:03:47,082 --> 03:03:48,383
Player ใช้

3405
03:03:48,807 --> 03:03:50,765
Winner ใช้แล้วก็

3406
03:03:51,141 --> 03:03:52,605
เกมโอเวอร์ชาย

3407
03:03:54,410 --> 03:03:56,456
คืนค่าแล้วจะ Reset

3408
03:03:56,753 --> 03:04:04,808
รีเซ็ตค่าใหม่อีกครั้งหนึ่งก็คือถ้าเมื่อมีการคลิกเมาส์ตรงปุ่ม Play Again หรือเล่นอีกครั้งนี้นะคะ

3409
03:04:04,882 --> 03:04:05,990
ไอ้ตัวนี้

3410
03:04:06,395 --> 03:04:08,388
มันก็จะต้องมารีเซ็ตค่า

3411
03:04:09,049 --> 03:04:11,739
กลับไปเริ่มต้นค่าเริ่มต้นเสมอ

3412
03:04:19,225 --> 03:04:21,210
แล้วมันก็จะเช็คตำแหน่ง

3413
03:04:21,500 --> 03:04:22,763
ตัวนี้ก็คือ

3414
03:04:23,819 --> 03:04:27,110
ก๊อปมาจากที่เราสร้างไว้ก็คือตรงนี้

3415
03:04:36,379 --> 03:04:36,960
นี่

3416
03:04:37,878 --> 03:04:39,108
นี่เห็นไหมคะ

3417
03:04:40,181 --> 03:04:42,735
ตรงตำแหน่ง faurecia นี่

3418
03:04:42,806 --> 03:04:44,010
ก็อปมาได้เลย

3419
03:04:44,216 --> 03:04:45,418
Clean roni

3420
03:04:45,724 --> 03:04:46,733
ตำแหน่งนี้

3421
03:04:47,989 --> 03:04:49,219
เพื่อให้มันรีเซ็ต

3422
03:04:49,340 --> 03:04:50,385
ค่านี้ด้วย

3423
03:05:07,311 --> 03:05:10,650
เอาให้เสร็จเอาให้เสร็จไม่อย่างนั้นไปต่อไม่ได้

3424
03:05:10,772 --> 03:05:11,677
คาใจ

3425
03:05:13,200 --> 03:05:14,282
โอเคนะคะ

3426
03:05:14,771 --> 03:05:16,311
น่าจะเสร็จแล้ว

3427
03:05:18,629 --> 03:05:19,998
นี่จบแล้ว

3428
03:05:20,246 --> 03:05:21,691
พอดีอันสุดท้าย

3429
03:05:29,754 --> 03:05:31,689
มันจะจบที่ไปก่อน

3430
03:05:31,801 --> 03:05:34,453
พี่ไอ้ตรงที่มันเช็คมาร์คน่ะ

3431
03:05:34,598 --> 03:05:37,853
ว่าปรากฏตรงไหนขึ้นมาเสร็จแล้วเราลอง

3432
03:05:39,647 --> 03:05:44,645
Control B นะคะกด Control B เพื่อรันโปรแกรม

3433
03:05:45,605 --> 03:05:49,683
Error มาเลยเป็นแถวเลย LINE 100 นึง

3434
03:05:54,593 --> 03:05:55,985
ต่อ Winner x

3435
03:05:56,274 --> 03:05:56,551

3436
03:06:00,320 --> 03:06:01,947
บรรทัดที่ 101

3437
03:06:02,095 --> 03:06:02,416

3438
03:06:04,465 --> 03:06:05,360
ถ้าไม่ถูก

3439
03:07:35,775 --> 03:07:37,908
ทำไมเวอร์ชั่นนี้ขึ้นตลอดเลย

3440
03:07:39,410 --> 03:07:39,714

3441
03:07:39,934 --> 03:07:40,369

3442
03:07:40,916 --> 03:07:41,411

3443
03:07:41,628 --> 03:07:41,909

3444
03:07:43,469 --> 03:07:43,697

3445
03:07:43,927 --> 03:07:44,682
indication

3446
03:07:44,847 --> 03:07:45,933
Error อีกแล้ว

3447
03:07:54,515 --> 03:07:55,057
ไปไหม

3448
03:07:55,575 --> 03:07:56,237
เหมือนเดิม

3449
03:07:58,695 --> 03:08:00,116
โอเคค่ะเดี๋ยว

3450
03:08:00,766 --> 03:08:01,025

3451
03:08:01,119 --> 03:08:02,669
จะไปหาวิธีแก้

3452
03:08:03,200 --> 03:08:05,525
indentationerror ก่อนนะ

3453
03:08:05,812 --> 03:08:06,812
ขึ้นอีกแล้ว

3454
03:08:08,374 --> 03:08:10,077
ก็คือถ้าส่ง

3455
03:08:10,198 --> 03:08:10,531

3456
03:08:11,027 --> 03:08:11,979
เรารัน

3457
03:08:12,605 --> 03:08:15,340
อันนี้รันจากตัวเครื่องที่บ้านผ่าน

3458
03:08:15,751 --> 03:08:16,466
ไม่เข้าใจเหมือน

3459
03:08:16,587 --> 03:08:16,967
กัน

3460
03:08:17,087 --> 03:08:17,880
ก็คือ

3461
03:08:18,129 --> 03:08:19,769
ผลก็คือเมื่อคลิก

3462
03:08:19,877 --> 03:08:20,175
x

3463
03:08:20,637 --> 03:08:21,569
ตำแหน่งนี้

3464
03:08:21,806 --> 03:08:22,956
คนที่ 1 นะคะ

3465
03:08:24,523 --> 03:08:29,052
หรือคนที่ 2 คลิกโอตำแหน่งนี้แล้วเมื่อเล่นไป

3466
03:08:30,385 --> 03:08:32,915
ถ้าเกิดคนที่ 1 ชนะนี่เห็นไหม

3467
03:08:34,302 --> 03:08:36,421
มันก็จะขึ้นข้อความแสดง

3468
03:08:37,001 --> 03:08:39,845
ว่าใครชนะขึ้นมาแล้วก็จะมีข้อ

3469
03:08:39,948 --> 03:08:41,241
ความว่าให้เล่น

3470
03:08:41,462 --> 03:08:41,934

3471
03:08:42,661 --> 03:08:48,257
เมื่อเรากดที่เล่นอีกครั้งนึงนี่มันก็จะทำการรีเซ็ตค่า

3472
03:08:49,333 --> 03:08:53,757
ที่เราโพสต์ขึ้นไปก็คือเคลียร์ค่ากับคืนไปเริ่มต้นใหม่

3473
03:08:54,318 --> 03:08:55,687
เราก็มาคลิกใหม่

3474
03:09:02,483 --> 03:09:03,981
อย่างนี้นะคะ

3475
03:09:05,680 --> 03:09:07,588
คนที่ 1 ก็ชนะนี่

3476
03:09:07,849 --> 03:09:08,449
เห็นไหม

3477
03:09:09,225 --> 03:09:12,906
เพราะเช็คตามทะแยงก็ถูกต้องเทรนได้อีก

3478
03:09:12,984 --> 03:09:14,450
แต่ถ้าไม่เล่นก็คือ

3479
03:09:14,679 --> 03:09:15,290
กลุ่มปิด

3480
03:09:15,464 --> 03:09:16,569
ก็จะออกจากเกม

3481
03:09:17,459 --> 03:09:19,079
ไอ้นี่ Error ไม่ขึ้นเลย

3482
03:09:21,543 --> 03:09:24,033
มันไปจำค่าอะไรไว้ไม่เข้าใจ

3483
03:09:28,604 --> 03:09:28,900

3484
03:09:29,625 --> 03:09:30,424
Build

3485
03:09:30,440 --> 03:09:30,701

3486
03:09:33,483 --> 03:09:34,121
ขึ้นไหม

3487
03:09:36,254 --> 03:09:37,434
เดี๋ยวลอง

3488
03:09:41,236 --> 03:09:43,622
เคลียร์ก่อนเคลียร์ค่าไม่ได้เลย

3489
03:09:44,398 --> 03:09:45,473
control

3490
03:09:45,595 --> 03:09:46,062

3491
03:09:47,775 --> 03:09:48,003
ติด

3492
03:09:48,275 --> 03:09:50,286
อยู่บรรทัดเดียว Windows

3493
03:09:51,092 --> 03:09:51,874
แล้วก็

3494
03:09:52,614 --> 03:09:53,855
แคปไม่ไปด้วย

3495
03:09:54,175 --> 03:09:54,751
Tab ผิด

3496
03:09:58,240 --> 03:09:59,076
เคืองมาก

3497
03:10:30,287 --> 03:10:32,177
ไม่เขยื้อนเคลื่อนไหวเลย

3498
03:10:37,166 --> 03:10:38,836
อะไรมันขึ้นมานี่

3499
03:10:50,459 --> 03:10:55,754
นะคะเดี๋ยวจะขอเคลียร์ไอเด้นท์เออก็คือ

3500
03:10:55,598 --> 03:10:58,528
ของเด็กๆออกใหม่ Test หรือยัง

3501
03:10:59,125 --> 03:11:00,338
ได้ไหมใบเตย

3502
03:11:01,169 --> 03:11:02,236
ออกหรือเปล่าคะ

3503
03:11:02,505 --> 03:11:03,446
รันได้ไหม

3504
03:11:04,822 --> 03:11:06,026
ขึ้น Error อะไร

3505
03:11:08,529 --> 03:11:10,144
Tag Error อีกแล้ว

3506
03:11:12,979 --> 03:11:13,311

3507
03:11:13,881 --> 03:11:16,976
ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราจะไว้ดูกันเองในภายหลังนะคะ

3508
03:11:17,596 --> 03:11:22,286
งั้นเดี๋ยวเราจะพอแค่นี้สำหรับสัปดาห์นี้เดี๋ยวเราจะเช็คปัญหา

3509
03:11:25,439 --> 03:11:25,717

3510
03:11:25,823 --> 03:11:27,762
ได้มันก็อยู่ในเครื่องนี่

3511
03:11:32,443 --> 03:11:34,943
นี่ๆสไลด์อยู่ในเครื่องอยู่แล้ว

3512
03:11:45,334 --> 03:11:47,189
มันต้องเช็คดีๆนี่ขนาด

3513
03:11:51,177 --> 03:11:52,152
พอ

3514
03:11:52,536 --> 03:11:55,550
มันมาก็ได้เดี๋ยวขอบคุณก่อนค่ะ

3515
03:11:55,637 --> 03:11:56,250
คุณพระ

3516
03:11:56,320 --> 03:11:57,853
ตามก่อนสำหรับ

3517
03:11:58,117 --> 03:11:59,217
วันนี้นะคะ

3518
03:12:00,103 --> 03:12:03,415
ขอบคุณพี่ล่างที่อยู่ด้วยจนสุดๆเลย

3519
03:12:03,496 --> 03:12:04,559
ขอบคุณมากค่ะ

3520
03:12:07,839 --> 03:12:08,953
ขอบคุณค่ะ

3521
03:12:11,029 --> 03:12:12,542
เยอะมากก็ไม่เยอะ

3522
03:12:16,216 --> 03:12:16,519


