﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
ไม่ได้เป็นนานาชาตินะคะ

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004
โอ.เค. ไหม

3
00:00:08,012 --> 00:00:12,012
พอเราไม่มีช็อป รุ่นเราไม่น่าจะมีช็อป

4
00:00:12,015 --> 00:00:16,015
ตอบไปหรือยัง

5
00:00:16,017 --> 00:00:20,017
แพงไหม ตัวละกี่บาท

6
00:00:20,018 --> 00:00:24,018
500-

7
00:00:24,019 --> 00:00:28,019
600 เลยหรือ

8
00:00:28,021 --> 00:00:32,021

9
00:00:32,024 --> 00:00:36,024
แล้วจ่ายไปหรือยัง

10
00:00:36,027 --> 00:00:40,027
อย่างนั้นก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องใส่ค่ะ เอาตังไปซื้อ

11
00:00:40,028 --> 00:00:44,028
ข้าวกินดีกว่านะคะ ใส่ชุดนักศึกษานั่นล่ะ

12
00:00:44,030 --> 00:00:48,030
น่ารักแล้ว

13
00:00:48,031 --> 00:00:52,031

14
00:00:52,032 --> 00:00:56,032

15
00:00:56,034 --> 00:01:00,034
อันนี้คือรอล่ามก่อนได้ไหมคะ

16
00:01:00,036 --> 00:01:04,036

17
00:01:04,039 --> 00:01:08,039

18
00:01:08,040 --> 00:01:12,040

19
00:01:12,044 --> 00:01:16,044

20
00:01:16,047 --> 00:01:20,047
ฃ

21
00:01:20,051 --> 00:01:24,051

22
00:01:24,057 --> 00:01:28,057

23
00:01:28,060 --> 00:01:32,060

24
00:01:32,062 --> 00:01:36,062

25
00:01:36,064 --> 00:01:40,064

26
00:01:40,065 --> 00:01:44,065

27
00:01:44,066 --> 00:01:48,066

28
00:01:48,070 --> 00:01:52,070

29
00:01:52,073 --> 00:01:56,073

30
00:01:56,075 --> 00:02:00,075

31
00:02:00,076 --> 00:02:04,076
วันนี้ทำแบบฝึกหัดบทที่ 2 หวังว่า

32
00:02:04,079 --> 00:02:08,079
ทุกคนจะได้เต็ม เห็นสไลด์แล้วนะ

33
00:02:08,081 --> 00:02:12,081
บางคนเปิดไปทำแบบฝึกหัดก่อนเลย

34
00:02:12,082 --> 00:02:16,082
แล้วค่อยย้อนกลับมาอ่าน ว่าคำตอบของแต่ละข้ออยู่ตรงไหน

35
00:02:16,083 --> 00:02:20,083
แบบนี้ก็มีนะคะ จริง ๆ ตัวเองนี่ล่ะ ตัวเอง

36
00:02:20,084 --> 00:02:24,084
ชอบเป็นแบบนั้น ออกไปดูคำถามก่อนอย่างนี้น่ะค่ะ

37
00:02:24,085 --> 00:02:28,085

38
00:02:28,086 --> 00:02:31,963

39
00:02:32,086 --> 00:02:36,086

40
00:02:36,087 --> 00:02:40,087

41
00:02:40,092 --> 00:02:44,092
หลายคนไหมคะ

42
00:02:44,096 --> 00:02:48,096
นะคะ ที่ยังไม่มา

43
00:02:48,097 --> 00:02:52,097
เช็กชื่อเลย ถ้าหลังจากนี้

44
00:02:52,099 --> 00:02:56,099
ก็คือสาย

45
00:02:56,100 --> 00:03:00,100
ถ้าวีรัตน์ จักรพันธ์

46
00:03:00,101 --> 00:03:04,101
พันธิ์ สิตาพร

47
00:03:04,101 --> 00:03:08,101
กรพจน์

48
00:03:08,103 --> 00:03:12,103
แล้วจะมาไหมคะ

49
00:03:12,104 --> 00:03:16,104
เขาเทียวเอาบ่

50
00:03:16,104 --> 00:03:20,104
อยู่ไหน อยู่ไหนคะ

51
00:03:20,106 --> 00:03:24,106
อยู่ในเมือง

52
00:03:24,107 --> 00:03:28,107
แถว By pass

53
00:03:28,108 --> 00:03:32,108
หมายถึงว่า ขับรถมาแล้ว

54
00:03:32,110 --> 00:03:36,110

55
00:03:36,111 --> 00:03:40,111
รถเสีย

56
00:03:40,112 --> 00:03:44,112
นราวิชญ์ ค่ะ

57
00:03:44,114 --> 00:03:48,114
อนุภาค

58
00:03:48,115 --> 00:03:52,115
วิชาอื่นมาไหม (นักศึกษา)

59
00:03:52,116 --> 00:03:56,116
มาบ้างไม่มาบ้าง (อาจารย์) มาอยู่นี่แปลว่า...

60
00:03:56,116 --> 00:04:00,116

61
00:04:00,118 --> 00:04:04,118
ถ้าอาจารย์ผู้สอนมีบุญก็จะเห็นอย่างนี้นะ

62
00:04:04,121 --> 00:04:08,121

63
00:04:08,122 --> 00:04:12,122
พัฒทนันท์

64
00:04:12,123 --> 00:04:16,123
ศสิกานต์

65
00:04:16,124 --> 00:04:20,124
มันธนา ปรเมธ

66
00:04:20,125 --> 00:04:24,125
(นักศึกษา)  มาครับ (อาจารย์)  โอ.เค.

67
00:04:24,126 --> 00:04:28,126
ผกามาศ

68
00:04:28,127 --> 00:04:32,127
(นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) ค่ะ กิตติชัย

69
00:04:32,129 --> 00:04:36,129
อันนี้คือ ทำไมถึง

70
00:04:36,130 --> 00:04:40,130
(นักศึกษา)  ไม่ทราบค่ะ (อาจารย์)  วิชาอื่นมาไหม (นักศึกษา) ไม่มาค่ะ

71
00:04:40,130 --> 00:04:44,130
(อาจารย์) เทอมที่แล้วมาไหมคะ (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์)

72
00:04:44,132 --> 00:04:48,132
แต่เทอมนี้ไม่เห็น

73
00:04:48,134 --> 00:04:52,134
สงสัยยังปรับตัวไม่ได้ ยังชอบระบบออนไลน์อยู่

74
00:04:52,135 --> 00:04:56,135
สุทารัต

75
00:04:56,136 --> 00:05:00,136
(นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

76
00:05:00,138 --> 00:05:04,138
ศักดิ์ดา มาไหมคะ โอ.เค.

77
00:05:04,139 --> 00:05:08,139
ค่ะ

78
00:05:08,140 --> 00:05:12,140
ดำรงศักดิ์ (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์)

79
00:05:12,141 --> 00:05:16,141
ศรจักร (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์)

80
00:05:16,142 --> 00:05:20,142
มงคล (นักศึกษา) มาครับ (อาจารย์) คนไหน โอ.เค.

81
00:05:20,143 --> 00:05:24,143
ธีรพล ค่ะ

82
00:05:24,144 --> 00:05:28,144
อัตสฏาวุธ

83
00:05:28,145 --> 00:05:32,145
นิชนันท์ (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) ค่ะ

84
00:05:32,148 --> 00:05:36,148
สุมาวดี โอ.เค.

85
00:05:36,149 --> 00:05:40,149
ไม่ได้นะ

86
00:05:40,151 --> 00:05:44,151

87
00:05:44,152 --> 00:05:48,152
มีใครยังไม่ได้เช็กชื่อไหมคะ ครูเช็กผ่านไปก่อน

88
00:05:48,154 --> 00:05:52,154
อนุภาพ นี่ วิชาอื่นมาเรียนไหมคะ

89
00:05:52,155 --> 00:05:56,155
หะ มาสวย ๆ

90
00:05:56,156 --> 00:06:00,156
อันนี้ คือ บ่ายแล้ว คราวที่แล้วเขามาไหม

91
00:06:00,158 --> 00:06:04,158
(นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) ครูก็เช็กเขาขาด

92
00:06:04,159 --> 00:06:08,159
อ๋อ มาช้าแต่มานะ

93
00:06:08,164 --> 00:06:12,164
แต่คราวที่แล้ว

94
00:06:12,165 --> 00:06:16,165
มาใช่ไหม (นักศึกษา)  มาค่ะ (อาจารย์)  ครูก็เช็กให้สายแล้วนะ

95
00:06:16,167 --> 00:06:20,167
แต่ครูเช็กขาดไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรค่ะ

96
00:06:20,168 --> 00:06:24,168
ก็ถือว่ามา แต่กิตติชัยนี่ไม่มาเลย

97
00:06:24,171 --> 00:06:28,171

98
00:06:28,173 --> 00:06:32,173

99
00:06:32,174 --> 00:06:36,174

100
00:06:36,176 --> 00:06:40,176

101
00:06:40,179 --> 00:06:44,179
เดี๋ยวรอล่ามก่อนนะคะ

102
00:06:44,181 --> 00:06:48,181

103
00:06:48,182 --> 00:06:52,182

104
00:06:52,184 --> 00:06:56,184

105
00:06:56,190 --> 00:07:00,190

106
00:07:00,192 --> 00:07:04,192

107
00:07:04,194 --> 00:07:08,194

108
00:07:08,196 --> 00:07:12,196

109
00:07:12,198 --> 00:07:16,198
สวัสดีค่ะ

110
00:07:16,200 --> 00:07:20,200
ไหนล่ะ ไปไหนแล้ว สงสัย

111
00:07:20,202 --> 00:07:24,202
ตกใจเสียงอาจารย์แล้วล่ามก็เลยหายไป

112
00:07:24,202 --> 00:07:28,202

113
00:07:28,202 --> 00:07:32,202

114
00:07:32,204 --> 00:07:36,204

115
00:07:36,206 --> 00:07:40,206

116
00:07:40,208 --> 00:07:44,208

117
00:07:44,213 --> 00:07:48,213

118
00:07:48,215 --> 00:07:52,215

119
00:07:52,217 --> 00:07:56,217

120
00:07:56,219 --> 00:08:00,219

121
00:08:00,221 --> 00:08:04,221

122
00:08:04,223 --> 00:08:08,223

123
00:08:08,225 --> 00:08:12,225

124
00:08:12,226 --> 00:08:16,226

125
00:08:16,228 --> 00:08:20,228

126
00:08:20,230 --> 00:08:24,230

127
00:08:24,232 --> 00:08:28,232

128
00:08:28,234 --> 00:08:32,234
สวัสดีค่ะ

129
00:08:32,238 --> 00:08:36,238
สวัสดีค่ะ แปลว่าได้ยินเสียงอาจารย์แล้ว

130
00:08:36,239 --> 00:08:40,239
เรียนเลยนะ

131
00:08:40,240 --> 00:08:44,240
เข้า Class room ของห้องเรานะคะ

132
00:08:44,242 --> 00:08:48,242
โหลดหรือเปิดในสไลด์

133
00:08:48,245 --> 00:08:52,245
ใน Classroom ได้เลย เราเรียนเรื่อง ฮาร์ดแวร์

134
00:08:52,246 --> 00:08:56,246
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

135
00:08:56,247 --> 00:09:00,247
อธิบายไปแล้วกันนะคะ สงสัยตัวไหนนักศึกษาค่อยถามแล้วกันนะ

136
00:09:00,248 --> 00:09:04,248

137
00:09:04,249 --> 00:09:08,249
ปอยมาล่าม

138
00:09:08,250 --> 00:09:12,250

139
00:09:12,251 --> 00:09:16,251

140
00:09:16,253 --> 00:09:20,253

141
00:09:20,256 --> 00:09:24,256

142
00:09:24,260 --> 00:09:28,260

143
00:09:28,263 --> 00:09:32,263

144
00:09:32,265 --> 00:09:36,265

145
00:09:36,267 --> 00:09:40,267

146
00:09:40,270 --> 00:09:44,270

147
00:09:44,271 --> 00:09:48,271

148
00:09:48,273 --> 00:09:52,273
สัญญาณอินเทอร์เน็ตน่าจะไม่ค่อยดี

149
00:09:52,274 --> 00:09:56,274
ได้ยินไหมคะ โอ.เค.

150
00:09:56,275 --> 00:10:00,275
มาดูความหมาย

151
00:10:00,276 --> 00:10:04,276
ก่อนนะคะ

152
00:10:04,278 --> 00:10:08,278
สอนไปเลยแล้วกันนะคะ

153
00:10:08,278 --> 00:10:12,278
ดูความหมายของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ก่อน

154
00:10:12,278 --> 00:10:16,278
ถามความมหายนี่ล่ะ แล้วในข้อสอบก็มี

155
00:10:16,280 --> 00:10:20,280
ฉะนั้น พอสอนไปจบแล้วอย่าบอกว่า

156
00:10:20,281 --> 00:10:24,281
อาจารย์บอกใหม่หน่อยครับ อันไหนคือข้อสอบ เวลาสอนไปนี่

157
00:10:24,281 --> 00:10:28,281
ครูจะบอกเลยว่า อันนี้มีข้อสอบนะ

158
00:10:28,283 --> 00:10:32,283
ใส่ตรงไหน จะจำอย่างไรแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนเลย

159
00:10:32,285 --> 00:10:36,285
ในข้อสอบปลายภาคของเรานะคะ

160
00:10:36,287 --> 00:10:40,287
จะถามความหมาย ความหมายของคอมพิวเตอร์ ความหมายของฮาร์ดแวร์

161
00:10:40,289 --> 00:10:44,289
ถามความหมายนะคะ ถ้าอย่างนั้น ถ้าเขาถามความหมาย

162
00:10:44,290 --> 00:10:48,290
เราอย่าไปตอบ 4 ส่วนนะ โอ.เค. ไหม

163
00:10:48,292 --> 00:10:52,292
ฉะนั้น ครูถึงบอกว่าเวลาเราอ่านโจทย์น่ะค่ะ

164
00:10:52,292 --> 00:10:56,292
ต้องแปลความให้ดี ว่าเขาถามความหมาย ว่า

165
00:10:56,292 --> 00:11:00,292
เขาถามประเภท

166
00:11:00,294 --> 00:11:04,294
หรือเปล่านะคะ เป็นตัวไหน แต่ถ้าถามความหมาย

167
00:11:04,297 --> 00:11:08,297
นะคะ คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไร หมายถึง

168
00:11:08,298 --> 00:11:12,298
ตัวเครื่องรวมถึงอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องนะคะ

169
00:11:12,300 --> 00:11:16,300
ที่เราสามารถมองเห็นได้ จับต้องสัมผัส

170
00:11:16,302 --> 00:11:20,302
ได้นะคะ ซึ่งเราแบ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

171
00:11:20,304 --> 00:11:24,304
หลัก ๆ ในการทำงานนะคะ โดยส่วนแรก

172
00:11:24,306 --> 00:11:28,306
เราจะเรียกว่า "Input Unit" หมายถึงหน่วยรับข้อมูล

173
00:11:28,306 --> 00:11:32,306
เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ส่วนที่

174
00:11:32,308 --> 00:11:36,308
2 ก็คือ processing Unit

175
00:11:36,309 --> 00:11:40,309
นะคะ หน่วยที่ 3 หน่วย Output Unit

176
00:11:40,310 --> 00:11:44,310
หน่วยแสดงผลนะคะ และหน่วยสุดท้าย ก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะ

177
00:11:44,311 --> 00:11:48,311
ตัวนี้เป็นตัวเก็บข้อมูลหน่วยที่ 2

178
00:11:48,312 --> 00:11:52,312
เราเรียก secondary Storage

179
00:11:52,313 --> 00:11:56,313
หน่วยแรกก่อนนะคะ หน่วยรับข้อมูล

180
00:11:56,314 --> 00:12:00,314
ฮาร์ดแวร์ตัวไหนบ้างนะคะ ที่ทำหน้าที่

181
00:12:00,316 --> 00:12:04,316
รับข้อมูลจากผู้ใช้นะคะ

182
00:12:04,317 --> 00:12:08,317
ให้กับระบบคอมพิวเตอร์มี 6 ประเภท

183
00:12:08,319 --> 00:12:12,319
หน้าที่รับข้อมูลเข้าสู่หน่วย

184
00:12:12,320 --> 00:12:16,320
นะคะ แต่หน่วยแรกก็หน่วยรับข้อมูลนะคะ แบ่งเป็น 6 ประเภท

185
00:12:16,322 --> 00:12:20,322
ตามลักษณะการใช้งานนะคะ

186
00:12:20,323 --> 00:12:24,323
ประเภทแรกเราเรียกว่า "Keyed Device"

187
00:12:24,323 --> 00:12:28,323
ลักษณะของ Keyed Device นี่

188
00:12:28,325 --> 00:12:32,325
เราเรียกอุปกรณ์แบบกด ก็คือใช้งานแบบกดน่ะค่ะ

189
00:12:32,327 --> 00:12:36,327
แบบกดลงไปที่ตัวอุปกรณ์

190
00:12:36,328 --> 00:12:40,328
ที่เรารู้จักเป็นอุปกรณ์พื้นฐานเลย

191
00:12:40,329 --> 00:12:44,329
นะคะ ในหน่วยรับข้อมูลตัวนี้ ก็คือ Keyboard

192
00:12:44,330 --> 00:12:48,330
หรือแป้นพิมพ์นะคะ ตัวที่ 2 นะคะ

193
00:12:48,331 --> 00:12:52,331
เรียกว่า อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ

194
00:12:52,333 --> 00:12:56,333
ชี้ตำแหน่งนี่มีหลายตัว ก็คือ เมาส์

195
00:12:56,335 --> 00:13:00,335
เป็นตัวเลื่อน Cursor นะคะ Track ball,

196
00:13:00,336 --> 00:13:04,336
Track Point joy stick

197
00:13:04,337 --> 00:13:08,337
คือลักษณะเป็นตัวควบคุม Pointer

198
00:13:08,338 --> 00:13:12,338
ก็คือตัวชี้ตำแหน่งบนหน้าจอน่ะค่ะ เรา

199
00:13:12,339 --> 00:13:16,339
เรียกอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ ต่อไปนะคะ

200
00:13:16,341 --> 00:13:20,341
จอภาพระบบไวต่อการสัมผัส

201
00:13:20,342 --> 00:13:24,342
นักศึกษาห้ามสับสน ระหว่าง

202
00:13:24,343 --> 00:13:28,343
ระบบไวต่อความสัมผัสกับระบบจอภาพธรรมดา

203
00:13:28,348 --> 00:13:32,348
นะคะ ตัวนี้พูดถึง Touch Screen

204
00:13:32,350 --> 00:13:36,350
ถือเป็น input Unit ในข้อสอบจะถาม

205
00:13:36,350 --> 00:13:40,350
นะคะ ว่า จอภาพแบบสัมผัส หรือ Touchscreen

206
00:13:40,351 --> 00:13:44,351
นี่เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในหน่วยใด

207
00:13:44,352 --> 00:13:48,352
นะคะ

208
00:13:48,353 --> 00:13:52,353
จอ touch Screen จะอยู่ในหน่วย input และ Output

209
00:13:52,355 --> 00:13:56,355
ตอบให้ถูกนะคะ Touchscreen

210
00:13:56,356 --> 00:14:00,356
นะคะ เป็นอุปกรณ์ที่เราเคยใช้งานกัน

211
00:14:00,357 --> 00:14:04,357
นะคะ Touch Screen เป็นได้ทั้ง

212
00:14:04,358 --> 00:14:08,358
หน่วยที่เรียกว่า "input Unit" ก็คือรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

213
00:14:08,359 --> 00:14:12,359
ขณะเดียวกัน Touchscreen ก็เป็นจอแสดงผล

214
00:14:12,361 --> 00:14:16,361
ได้ด้วยนะคะ เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่เป็นได้

215
00:14:16,362 --> 00:14:20,362
ทั้ง Input และ Output นะคะ ไม่มีแค่ในข้อสอบ แต่

216
00:14:20,362 --> 00:14:24,362
วันหน้าเราไปสอบ กพ. เราไปสอบบรรจุ

217
00:14:24,363 --> 00:14:28,363
เราไปสอบทำงานน่ะค่ะ เขาจะถามอุปกรณ์ทำงาน

218
00:14:28,364 --> 00:14:32,364
In และ Out แต่ส่วนมากเขาจะไม่ถมา

219
00:14:32,365 --> 00:14:36,365
สัมผัสน่ะ จัดอยู่ในหน่วยใดนะคะ

220
00:14:36,366 --> 00:14:40,366
ของอุปกรณ์รับข้อมูลนะคะ หรืออุปกรณ์...

221
00:14:40,367 --> 00:14:44,367
คือโจทย์เขาจะอธิบายไปยาว เขาจะถามว่า Touchscreen

222
00:14:44,368 --> 00:14:48,368
อยู่ในหมวดใด ถ้าเราตอบแสดงผลอย่างเดียวผิด

223
00:14:48,369 --> 00:14:52,369
หรือเจาะ หรือตอบว่าเป็นแสดงผลอย่างเดียวน่ะผิด

224
00:14:52,371 --> 00:14:56,371
มันจะเป็นทั้งรับข้อมูลก็ได้และแสดงผลไปด้วย เหมือนมือถือเราน่ะ

225
00:14:56,372 --> 00:15:00,372
เราก็ดูได้ใช่ไหมคะ

226
00:15:00,373 --> 00:15:04,373
เปิดยูทูบขึ้นมาแล้วก็ดู

227
00:15:04,374 --> 00:15:08,374
เราก็เลื่อนไปหน้าจอมันก็รับนะคะ

228
00:15:08,375 --> 00:15:12,375
ต่อไปนะคะ

229
00:15:12,376 --> 00:15:16,376
Pen base system

230
00:15:16,377 --> 00:15:20,377
อาจจะใช้ในการเซ็นดิจิทัลนะคะ

231
00:15:20,378 --> 00:15:24,378
อ่าน Digitizing tablet เดี๋ยวจะมีภาพให้ดูนะคะ

232
00:15:24,379 --> 00:15:28,379
ก็คือเราสามารถใช้ปากกาตัวนี้วาดหรือเขียนอะไรก็ได้ แล้ว Sav

233
00:15:28,380 --> 00:15:32,380
ได้เลยน่ะนะคะ แปลเป็นภาษาไทย

234
00:15:32,381 --> 00:15:36,381
มา คือ

235
00:15:36,382 --> 00:15:40,382
ระบบอุปกรณ์กวาดข้อมูล เรานึกถึง

236
00:15:40,383 --> 00:15:44,383
ลักษณะการทำ กวาดข้อมูลนี่คือเป็นแบบไหนคะ

237
00:15:44,385 --> 00:15:48,385
ถึงเรียกว่าการวาด กวาดบ้าน

238
00:15:48,386 --> 00:15:52,386
นี่ทำอย่างไร

239
00:15:52,387 --> 00:15:56,387
กวาดนี่คือเก็บไปทีละชิ้นไหม หรือพรืด

240
00:15:56,391 --> 00:16:00,391
ไปพร้อมกัน นึกถึงถือไม้กวาดนะ

241
00:16:00,392 --> 00:16:04,392
กวาดบ้านน่ะ คุณทำอย่างไรนะคะ เราจิ้ม ๆ

242
00:16:04,393 --> 00:16:08,393
เอาไม้กวาดจิ้ม ๆ แบบนี้เรียกกวาดไหม

243
00:16:08,394 --> 00:16:12,394
พรืดไปอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น ลักษณะของ

244
00:16:12,395 --> 00:16:16,395
การกวาดข้อมูลนะคะ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Data Scanning Device

245
00:16:16,396 --> 00:16:20,396
คือการสแกนน่ะ พอการ

246
00:16:20,396 --> 00:16:24,396
แปลศัพท์มาเป็นภาษาไทย ยากกว่าไม่แปลอีก

247
00:16:24,397 --> 00:16:28,397
ครูถามรู้จักการสแกนไหม ทุกคนก็จะนึกถึง

248
00:16:28,398 --> 00:16:32,398
เครื่องสแกนนะ แต่พอครูถามอุปกรณ์กวาดข้อมูล

249
00:16:32,399 --> 00:16:36,399
หน้าตาอะไรนะ ทำไมเหมือนเคยได้ยิน

250
00:16:36,400 --> 00:16:40,400
มีหลายอย่างนะคะ มีหลายตัว data scanning devic

251
00:16:40,405 --> 00:16:44,405
Device นะคะ เช่น เราเรียก

252
00:16:44,406 --> 00:16:48,406
MICR นะคะ เดี๋ยวค่อยดูว่า MICR มีหน้าตาอย่างไร

253
00:16:48,407 --> 00:16:52,407
นะคะ หรือเป็น Barcode Reader

254
00:16:52,408 --> 00:16:56,408
เป็น scanner เป็น

255
00:16:56,409 --> 00:17:00,409
อุปกรณ์นะคะ หรือ Digital Camera

256
00:17:00,410 --> 00:17:04,410
นะคะ ก็คือบันทึกข้อมูลเป็นภาพนะคะ

257
00:17:04,411 --> 00:17:08,411
ตัวสุดท้ายก็คือ อันนี้

258
00:17:08,413 --> 00:17:12,413
เป็นอุปกรณ์รู้จำเสียง รู้จำเสียง

259
00:17:12,415 --> 00:17:16,415
หมายถึงเราสั่งงานด้วยเสียงนะคะ

260
00:17:16,416 --> 00:17:20,416
อะไรบ้างนะคะ อาจจะผ่านอุปกรณ์วิเคราะห์เสียงพูด

261
00:17:20,417 --> 00:17:24,417
การที่เราจะให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตาม

262
00:17:24,418 --> 00:17:28,418
นี่ค่ะ เขาเรียก "ระบบรู้จำเสียง"

263
00:17:28,419 --> 00:17:32,419
ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถสั่งงาน

264
00:17:32,420 --> 00:17:36,420
ผ่านหลายช่องทางได้นะคะ สั่งงานด้วยเสียงก็ได้นะคะ

265
00:17:36,421 --> 00:17:40,421
แต่ว่า ปกติการรู้จำเสียง

266
00:17:40,422 --> 00:17:44,422
นี่เราไม่สามารถสั่งงานแล้วพูดไปเรื่อย ๆ ได้

267
00:17:44,423 --> 00:17:48,423
นะคะ อาจจะสั่งงานโดยใช้คีย์เวิร์ด คีย์เวิร์ด

268
00:17:48,424 --> 00:17:52,424
ก็คือคำสำคัญสั้น ๆ น่ะค่ะ เช่น นักศึกษา

269
00:17:52,425 --> 00:17:56,425
เคยใช้ Smartphone สั่ง Smartphone

270
00:17:56,426 --> 00:18:00,426
ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งไหมคะ เช่น ถ่ายรูป

271
00:18:00,427 --> 00:18:04,427

272
00:18:04,428 --> 00:18:08,428
คือ เราสั่งงานด้วยเสียงของเราน่ะ ไม่ต้องสัมผัสที่จอน่ะ

273
00:18:08,429 --> 00:18:12,429
มีอะไรบ้าง อันนั้นคือตั้งเวลา

274
00:18:12,430 --> 00:18:16,430
ไม่ได้รู้จำเสียง

275
00:18:16,431 --> 00:18:20,431
(อาจารย์) มีหลายแอปฯ

276
00:18:20,432 --> 00:18:24,432
นะคะ เราพูดไปเรื่อย ๆ ได้ไหม

277
00:18:24,433 --> 00:18:28,433
พูดเหมือนคุยกับเพื่อนน่ะ

278
00:18:28,434 --> 00:18:32,434
น่ะ พูดนะคะ มันก็จะจับคีย์เวิอ

279
00:18:32,435 --> 00:18:36,435
นะคะ ว่าเราพูดอะไรนะคะ แต่ถ้าเกิด

280
00:18:36,437 --> 00:18:40,437
เราต้องการสั่งงานให้แอปฯ นั้นน่ะ ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

281
00:18:40,438 --> 00:18:44,438
เช่นถ่ายรูปเรานิ เช่นให้แอปฯ ถ่ายรูปเราให้หน่อย

282
00:18:44,440 --> 00:18:48,440
ถ่ายไหม (นักศึกษา)  ไม่ค่ะ

283
00:18:48,441 --> 00:18:52,441
(อาจารย์) ถ่ายรูปให้หน่อยสิเหมือนบอกเพื่อนนี่ แต่บอก

284
00:18:52,442 --> 00:18:56,442
มือถือ ถ่ายหรือเปล่า

285
00:18:56,444 --> 00:19:00,444
มันจะมีคำ เราเรียกว่า Keyword

286
00:19:00,445 --> 00:19:04,445
นะคะ ก็คือคำที่คอมพิวเตอร์มัน

287
00:19:04,446 --> 00:19:08,446
เรียนรู้น่ะ เขาเรียกการรู้จำ มันมี

288
00:19:08,448 --> 00:19:12,448
คำนี้ เราบอกว่า Capture นี่ถ่ายไหม

289
00:19:12,449 --> 00:19:16,449
ถ่ายปะ ดูมัน

290
00:19:16,452 --> 00:19:20,452
ดูมันแบบต้องมีโทนเสียง

291
00:19:20,454 --> 00:19:24,454
มีท่วงทำนอง เพราะมันเป็นเสียงอย่างไรคะ

292
00:19:24,454 --> 00:19:28,454
ฉะนั้น เราก็ต้องออกเสียงนะ

293
00:19:28,455 --> 00:19:32,455
ให้มันชัดเจนนะคะ มันถึงจะทำงานได้

294
00:19:32,457 --> 00:19:36,457
ระบบรู้จำเสียงนะคะ

295
00:19:36,458 --> 00:19:40,458
คราวนี้ หรือสั่งงานให้มันทำอย่างอื่น

296
00:19:40,459 --> 00:19:44,459
แต่ถ้าเกิดคำสั่งนั้นนะคะ ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของ

297
00:19:44,460 --> 00:19:48,460
ระบบนะคะ คอมพิวเตอร์ก็จะไม่รู้ว่าทำอะไร

298
00:19:48,462 --> 00:19:52,462
นะคะ คราวนี้เรามาดูลายละเอียดของ

299
00:19:52,464 --> 00:19:56,464
แต่ละตัวที่นิยมใช้งานกัน เช่น อันแรก แป้นพิมพ์

300
00:19:56,465 --> 00:20:00,465
ทุกคนรู้จักแป้นพิมพ์ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้

301
00:20:00,466 --> 00:20:04,466
มีกี่ปุ่ม

302
00:20:04,468 --> 00:20:08,468
ไม่ตอบว่าหลายปุ่มค่ะ อยากรู้จำนวน

303
00:20:08,469 --> 00:20:12,469
เราจะไม่มองขึ้นไปบนเพดานนะ เราจะนับ

304
00:20:12,471 --> 00:20:16,471
ไม่ได้ให้คำนวณ คิด

305
00:20:16,473 --> 00:20:20,473
ไม่ได้นึกถึงคีย์บอร์ดที่บ้านนะคะ ให้นับจำนวนปุ่ม

306
00:20:20,474 --> 00:20:24,474
แป้นพิพม์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้

307
00:20:24,475 --> 00:20:28,475
มีทั้งหมดกี่ปุ่ม

308
00:20:28,477 --> 00:20:32,477

309
00:20:32,478 --> 00:20:36,478
นับดูสิ มีกี่ปุ่ม

310
00:20:36,480 --> 00:20:40,480
คือ 1 ปุ่ม มันแทนกี่ตัวอักษรคะ

311
00:20:40,481 --> 00:20:44,481
(นักศึกษา) 84 ปุ่มครับ (อาจารย์) 84 เองหรือไม่ได้มาตรฐานนะ

312
00:20:44,483 --> 00:20:48,483
นับทุกปุ่มเลยนะ

313
00:20:48,484 --> 00:20:52,484
2 เท่าไร

314
00:20:52,485 --> 00:20:56,485
มันไม่ได้คีย์บอร์ดเดียวกันหรือ

315
00:20:56,486 --> 00:21:00,486
คนละตัว (อาจารย์) ไหนได้เท่าไรบ้าง

316
00:21:00,488 --> 00:21:04,488

317
00:21:04,490 --> 00:21:08,490
256 จักรพันธ์ได้เท่าไร

318
00:21:08,491 --> 00:21:12,491
จ่ายค่าเทอมครึ่งหนึ่งหรือเปล่า เขาให้ใช้คีย์บอร์ดครึ่งเดียว

319
00:21:12,493 --> 00:21:16,493
นับดี ๆ นับทุกปุ่มเลยค่ะ

320
00:21:16,495 --> 00:21:20,495
ปุ่มฟังก์ชัน ปุ่มตัวเลข ปุ่มคำสั่งพิเศษ

321
00:21:20,496 --> 00:21:24,496
ฟังก์ชันคีย์ Alt

322
00:21:24,497 --> 00:21:28,497
อะไรพวกนี้ค่ะ นับมาทุกปุ่มเลย

323
00:21:28,498 --> 00:21:32,498

324
00:21:32,502 --> 00:21:36,502
เวลานับนี่เรานับอย่างไร

325
00:21:36,503 --> 00:21:40,503
มีแบบเพิ่ม-ลดเสียง

326
00:21:40,504 --> 00:21:44,504
เพิ่มความสว่าง

327
00:21:44,506 --> 00:21:48,506
(อาจารย์) มี 256

328
00:21:48,507 --> 00:21:52,507
มี...

329
00:21:52,508 --> 00:21:56,508
มี 108 เท่าไรนะ

330
00:21:56,510 --> 00:22:00,510
180 108 ปุ่ม

331
00:22:00,512 --> 00:22:04,512
ทำไมเราได้จำนวนคีย์บอร์ดมาได้

332
00:22:04,513 --> 00:22:08,513
จำนวนจ่ายค่าเทอม

333
00:22:08,515 --> 00:22:12,515
คือคนอื่น

334
00:22:12,522 --> 00:22:16,522
นี่จ่ายครึ่ง จักรพันธุ์นี่จ่ายเต็ม

335
00:22:16,524 --> 00:22:20,524
งานอุปกรณ์ไม่ได้ โดนบล็อก

336
00:22:20,525 --> 00:22:24,525
เขาบอกว่าคีย์บอร์ดที่ได้มาตรฐาน

337
00:22:24,527 --> 00:22:28,527
นะคะ ต้องไม่ต่ำกว่า 101 ปุ่ม

338
00:22:28,528 --> 00:22:32,528
แปลว่าได้มาตรฐานอยู่นะ

339
00:22:32,529 --> 00:22:36,529
คือ โดยมาตรฐานของ

340
00:22:36,532 --> 00:22:40,532
แป้นพิมพ์นี่ค่ะ มันจะต้องไม่ต่ำกว่า 101 ปุ่ม

341
00:22:40,533 --> 00:22:44,533
นะคะ ถ้าเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้เล่นเกม

342
00:22:44,535 --> 00:22:48,535
มีคอเกมไหมคะ มันก็จะมีขึ้นไปอีก

343
00:22:48,536 --> 00:22:52,536
ไม่มีเลยห้องนี้ ปกติเกมเล่นในมือถือ

344
00:22:52,539 --> 00:22:56,539
จิ้มอย่างนี้นะะค เขาบอกว่า

345
00:22:56,541 --> 00:23:00,541
แป้นพิมพ์นี่เป็นหน่วยรับข้อมูลที่นิยมมากที่สุด

346
00:23:00,542 --> 00:23:04,542
นะคะ ใช้ได้ทั้ง

347
00:23:04,543 --> 00:23:08,543
กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบ Terminal นะคะ

348
00:23:08,545 --> 00:23:12,545
หรือเป็นแบบ PC นะคะ หน้าตาของคีย์บอร์ดก็เหมือนพิมพ์ดีด

349
00:23:12,546 --> 00:23:16,546
รู้จักพิมพ์ดีดไหม เด็กสมัยนี้รู้จักพิมพ์ดีด

350
00:23:16,547 --> 00:23:20,547
ไหมคะ เคยใช้งานไหม (นักศึกษา)  เคยครับ...

351
00:23:20,548 --> 00:23:24,548
(อาจารย์) ชอบ Keyboard คอมหรือพิมพ์ดดีด

352
00:23:24,549 --> 00:23:28,549

353
00:23:28,550 --> 00:23:32,550
คีย์บอร์ดคอมมันไม่ได้ปล่อยพลัง

354
00:23:32,551 --> 00:23:36,551
พิมพ์ดีดมันต้องออกแรงเยอะ

355
00:23:36,552 --> 00:23:40,552
นั่นละนะคะ ต้องออกแรงเยอะ

356
00:23:40,553 --> 00:23:44,553
ใช้ Power เยอะนะค คราวที่แล้วจำได้ไหมคะ

357
00:23:44,554 --> 00:23:48,554
1 ไบต์ มีกี่บิต

358
00:23:48,554 --> 00:23:52,554
ลองสุ่มนับชื่อตัวเองมีกี่ไบต์ มีกี่บิต

359
00:23:52,556 --> 00:23:56,556
ฉะนั้นนะคะ ตัวแป้นพิมพ์บน

360
00:23:56,557 --> 00:24:00,557
คีย์บอร์ดนี่ค่ะ เขาบอกว่า 1 ตัวอักษร

361
00:24:00,558 --> 00:24:04,558
นะคะ ก็เท่ากับ 8 บิต เพราะ 8 ตัวอักษรเท่ากับ 1 ไบต์

362
00:24:04,560 --> 00:24:08,560
1 ตัวอักษรมันเท่ากับ 1 ไบต์

363
00:24:08,561 --> 00:24:12,561
ฉะนั้นนะคะ คีย์บอร์ดที่เรามี

364
00:24:12,562 --> 00:24:16,562
ถูกแบ่งเป็น 4 Group ด้วยกัน Group แรก ให้

365
00:24:16,564 --> 00:24:20,564
ทายสิ  Chalacter Key

366
00:24:20,565 --> 00:24:24,565
คือ โซนไหนของคีย์บอร์ด

367
00:24:24,568 --> 00:24:28,568
โซนตัว

368
00:24:28,569 --> 00:24:32,569
ไม่ใช้คำว่า "ตัวอักษร"

369
00:24:32,571 --> 00:24:36,571
ถ้าตัวอักษรมันคือ ก. ไก่

370
00:24:36,572 --> 00:24:40,572
Z ไม่รวมสระ อันนี้ คือ

371
00:24:40,573 --> 00:24:44,573
ตัวอักษรนะคะ แต่ถ้าเราบอก Character key

372
00:24:44,576 --> 00:24:48,576
เวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะ เราใช้คำว่าเรากำหนด

373
00:24:48,577 --> 00:24:52,577
ข้อมูลที่ผู้ใช้จะกด

374
00:24:52,578 --> 00:24:56,578
มัน คือ กดอะไรก็ได้ กดบวก,ลบ

375
00:24:56,579 --> 00:25:00,579

376
00:25:00,583 --> 00:25:04,583
กดสระเอ สระแอ สระอา สระอิ

377
00:25:04,584 --> 00:25:08,584
อันนี้คือนับทั้งหมด อันนี้คือ 1 ชา

378
00:25:08,585 --> 00:25:12,585
นะคะ 1 character ก็คือ 1 ไบต์ 1 บิต

379
00:25:12,586 --> 00:25:16,586
Control keys ล่ะ ตัวไหน

380
00:25:16,587 --> 00:25:20,587
คือ Control Keys

381
00:25:20,590 --> 00:25:24,590
ลองทายดู ลงคีย์บอร์ดเรา

382
00:25:24,591 --> 00:25:28,591
ปุ่มไหนใช้ control

383
00:25:28,592 --> 00:25:32,592
เราคิดว่าตัวไหนนะ

384
00:25:32,593 --> 00:25:36,593
ปุ่ม Control

385
00:25:36,594 --> 00:25:40,594
ก็คือ Ctrl

386
00:25:40,595 --> 00:25:44,595
L นะคะ Alt

387
00:25:44,597 --> 00:25:48,597
นะคะ นี่คือปุ่ม Control มันก็จะมีหลายปุ่มอยู่

388
00:25:48,598 --> 00:25:52,598
นะคะ Function Keys ล่ะคะ

389
00:25:52,600 --> 00:25:56,600
ปุ่มไหนเป็น Function Key

390
00:25:56,601 --> 00:26:00,601
function Keys

391
00:26:00,603 --> 00:26:04,603
ก็คือปุ่มที่ขึ้นต้นด้วย F น่ะ

392
00:26:04,605 --> 00:26:08,605
ส่วนมากมันจะอยู่แถวบนหรือล่าง

393
00:26:08,607 --> 00:26:12,607
แถวบนนะคะ ส่วนมากจะอยู่บนสุด

394
00:26:12,609 --> 00:26:16,609
F1-F12

395
00:26:16,610 --> 00:26:20,610
นี่คือ Function keys นะคะ

396
00:26:20,614 --> 00:26:24,614
เวลาที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ ให้

397
00:26:24,615 --> 00:26:28,615
ผู้ใช้กรอกข้อมูล เชื่อมกันกับระบบที่เราทำ

398
00:26:28,616 --> 00:26:32,616
นะคะ ให้ผู้ใช้กดปุ่ม F1 ทำอะไร

399
00:26:32,617 --> 00:26:36,617
จะต้องรู้ สุดท้าย ก็คือ Numberic keys

400
00:26:36,620 --> 00:26:40,620
ที่เหมือนกับเครื่องคิดเลขน่ะ ใช้คำนวณ อันนี้คือ

401
00:26:40,621 --> 00:26:44,621
แป้นพิมพ์นะคะ และยังมีแป้นพิมพ์อีกประเภท

402
00:26:44,621 --> 00:26:48,621
เราเรียกว่า "แป้นพิมพ์ใช้กับงานเฉพาะด้าน"

403
00:26:48,622 --> 00:26:52,622
นะคะ จำนวนคีย์อาจจะน้อยลงหน่อย

404
00:26:52,624 --> 00:26:56,624
เช่น แป้นที่อยู่บน

405
00:26:56,625 --> 00:27:00,625
เครื่องกดเงินน่ะค่ะ ATM น่ะ

406
00:27:00,626 --> 00:27:04,626
เคยกดตังค์ผ่าน ATM ไหม

407
00:27:04,627 --> 00:27:08,627
เวลาเราไปกด ATM

408
00:27:08,628 --> 00:27:12,628
มันจะมีปุ่มใช่ไหมคะ อันนี้เรียก Keyboard เหมือนกัน แต่ใช้กับงานเฉพาะด้าน

409
00:27:12,629 --> 00:27:16,629
ก็คือใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ใช้ฝาก ถอน

410
00:27:16,632 --> 00:27:20,632
โอน อะไรก็ว่าไปนะคะ แป้น

411
00:27:20,633 --> 00:27:24,633
ขึ้นอยู่กับเครื่องนะคะ

412
00:27:24,634 --> 00:27:28,634
อย่างเช่น เราไปร้านอาหารนะคะ เขาก็จะมี

413
00:27:28,635 --> 00:27:32,635
แป้นให้ มีปุ่มให้ เอา อเมซอนแล้วกัน

414
00:27:32,636 --> 00:27:36,636
เวลาเราไปสั่งน้ำ เคยเข้า Amazon ไห

415
00:27:36,637 --> 00:27:40,637
ไม่เคยเลยหรือ ทำไมน่าสงสารจังเลย

416
00:27:40,638 --> 00:27:44,638
ไม่มี เซเว่นล่ะ

417
00:27:44,639 --> 00:27:48,639
คือเขาจะมีปุ่ม

418
00:27:48,640 --> 00:27:52,640
สั่งด่วนน่ะ เช่น

419
00:27:52,641 --> 00:27:56,641
เราซื้ออะไรล่ะที่คนซื้อบ่อย ๆ

420
00:27:56,643 --> 00:28:00,643
นะคะ มันก็จะคิดเงินของตัวนั้นนะคะ

421
00:28:00,644 --> 00:28:04,644
โดยที่ พนักงานคิดเงิน แคชเชียร์

422
00:28:04,645 --> 00:28:08,645
ไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปน่ะ คือ ไม่ต้องอ่าน bar code ด้วย

423
00:28:08,646 --> 00:28:12,646
กดปุ่มนั้นเลยนะคะ ถ้าเป็น Amazon นี่มันจะชัด

424
00:28:12,647 --> 00:28:16,647
เพราะเขาจะมีโหมดอยู่แล้ว ว่า keyboard ตัวนี้

425
00:28:16,649 --> 00:28:20,649
กาแฟนะคะ กาแฟมันก็จะมีประเภทไหนบ้าง

426
00:28:20,650 --> 00:28:24,650
กดปุ่มเอาเลย เขาไม่ต้องมายิง QR Code อะไร

427
00:28:24,650 --> 00:28:28,650
หรือ ชาหรือสมูทตี้

428
00:28:28,651 --> 00:28:32,651
เขาก็จะกดปุ่มสั่งเลยว่าเราสั่งอะไร อันนี้

429
00:28:32,652 --> 00:28:36,652
เป็นการออกแบบคีย์บอร์ดใช้เฉพาะด้าน

430
00:28:36,652 --> 00:28:40,652
ต่อไปเราเคยเห็นคีย์บอร์

431
00:28:40,653 --> 00:28:44,653
แบบนี้ไหมคะ ก็คือคีย์บอร์ดที่ใช้งา

432
00:28:44,654 --> 00:28:48,654
ปกตินี่ล่ะ แต่ว่าเราเรียกการออกแบบคีย์บอร์ดประเภท

433
00:28:48,655 --> 00:28:52,655
ใช้หลักการ การยศาสตร์ในการออกแบบ

434
00:28:52,656 --> 00:28:56,656
ใช้คำว่า Ergonomics ต่างจากคีย์บอร์ที่เรา

435
00:28:56,657 --> 00:29:00,657
ใช้งานตอนนี้ไหม (นักศึกษา) ต่างครับ (อาจารย์) ต่างกันอย่างไร

436
00:29:00,658 --> 00:29:04,658
มันจะมีส่วนเว้าโค้ง

437
00:29:04,659 --> 00:29:08,659
นะคะ มีส่วนรองข้อมือในการ

438
00:29:08,661 --> 00:29:12,661
พิมพ์อย่างนี้ค่ะ แต่ของเราไม่มี

439
00:29:12,661 --> 00:29:16,661
ก็คือจริง ๆ ไม่ได้มีแค่คีย์บอร์ดค่ะ

440
00:29:16,663 --> 00:29:20,663
มันมีอุปกรณ์อีกเยอะนะคะ ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวก และ

441
00:29:20,663 --> 00:29:24,663
ทำให้ผู้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

442
00:29:24,664 --> 00:29:28,664
ทำไมถึงมีไอ้แผ่นอันนี้ แผ่นนี้ค่ะ

443
00:29:28,664 --> 00:29:32,664
ต่อออกมาจากคีย์บอดร์ดปกติ เพื่อเอามาเพื่อให้เราพิมพ์สัมผัส

444
00:29:32,666 --> 00:29:36,666
เวลาที่เราพิมพ์สัมผัส เราพิมพ์สัมผัสนี่

445
00:29:36,667 --> 00:29:40,667
เราต้อง เราใช้กี่นิ้ว

446
00:29:40,668 --> 00:29:44,668
การพิมพ์สัมผัส (นักศึกษา)  5

447
00:29:44,669 --> 00:29:48,669
10 นิ้ว คือ ใช้ทุกนิ้วน่ะค่ะ

448
00:29:48,671 --> 00:29:52,671
อันนี้คือการพิมพ์สัมผัสนะคะ เราต้องวางมือให้ถูกต้อง

449
00:29:52,672 --> 00:29:56,672
ก่อน เสร็จแล้ว เราก็จะเห็นว่า

450
00:29:56,674 --> 00:30:00,674
นิ้วไหนใช้กับตัวอัคระ

451
00:30:00,675 --> 00:30:04,675
นะคะ เราต้องใช้ทุกนิ้ว พอครูบอกพิมพ์สัมผัส

452
00:30:04,676 --> 00:30:08,676
พิมพ์สัมผัสนี่ ไม่ใช่จิ้มสัมผัสนะคะ จิ้มนี่คือใช้

453
00:30:08,677 --> 00:30:12,677
นิ้วเดียวนะคะ จิ้มไปทุกตัวอักษร

454
00:30:12,678 --> 00:30:16,678
จิ้มไปเลย อันนี้ คือ ไม่ใช่ลักษณะของการพิมพ์สัมผัส

455
00:30:16,679 --> 00:30:20,679
นี่คือมือจะวางนะคะ วางให้ถูกต้อง

456
00:30:20,680 --> 00:30:24,680
นะคะ วางให้ถูกต้องตามหลักการพิมพ์ ตาจะอยู่ที่จอ

457
00:30:24,682 --> 00:30:28,682
ตาจะไม่อยู่ที่คีย์บอร์ดแล้วก็พิมพ์

458
00:30:28,684 --> 00:30:32,684
ฝึกพิมพ์มาบ้างหรือยังคะ

459
00:30:32,686 --> 00:30:36,686
จากที่ครูส่งลิงก์โปรแกรมฝึกให้

460
00:30:36,686 --> 00:30:40,686
ได้เท่าไรแล้วเอ่ย

461
00:30:40,688 --> 00:30:44,688
ไม่เท่าไร นี่ถึง 20 หรือยัง

462
00:30:44,689 --> 00:30:48,689
33 แล้วใช่ไหม

463
00:30:48,690 --> 00:30:52,690
ใกล้แล้วนะคะ อาจารย์กำหนดไว้ 35 ค่ะ

464
00:30:52,691 --> 00:30:56,691
สู้ต่อไปนะคะ

465
00:30:56,692 --> 00:31:00,692
35 ขึ้นไป

466
00:31:00,694 --> 00:31:04,694
ไม่แปะก็ได้ค่ะ 36 ก็ได้

467
00:31:04,695 --> 00:31:08,695
ถือว่าไม่ผ่าน

468
00:31:08,697 --> 00:31:12,697
ก็สอบจนกว่าจะผ่านนะคะ

469
00:31:12,700 --> 00:31:16,700
คือ ถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้

470
00:31:16,701 --> 00:31:20,701
เราจะรู้ได้ไง ว่าเราพิมพ์สัมผัสได้

471
00:31:20,702 --> 00:31:24,702
ไม่มองที่คีย์บอร์ด แต่ตราบใด

472
00:31:24,703 --> 00:31:28,703
ที่เรายังมองคีย์บอร์ดเพื่อหาปุ่มนั้นนี้อยู่

473
00:31:28,703 --> 00:31:32,703
นะคะ คราวนี้ตอนนี้เราจะหาได้เร็ว

474
00:31:32,705 --> 00:31:36,705
ใช้บ่อยเราก็จะได้รู้ว่าปุ่มไหนอยู่ตรงไหน

475
00:31:36,706 --> 00:31:40,706
ได้นี่เราจะหาตัวไหนไม่เจอ มือเราจะไปเจอเอง มัน

476
00:31:40,708 --> 00:31:44,708
เป็นอัตโนมัติ เพราะการพิมพ์สัมผัสมันคือทักษะ เหมือน

477
00:31:44,709 --> 00:31:48,709
ขับรถได้นะคะ เราไม่จำเป็นต้องขับรถ

478
00:31:48,710 --> 00:31:52,710
ทุกวัน อาทิตย์หนึ่งขับครั้งหนึ่ง ได้ไหมคะ

479
00:31:52,712 --> 00:31:56,712
ขับได้ไหม หรือ

480
00:31:56,713 --> 00:32:00,713
ไม่ได้ขับรถเดือนหนึ่งแล้วไปขับ ขับได้ไหม ขับมอเตอร์ไซค์ก็ได้

481
00:32:00,714 --> 00:32:04,714
ไม่ได้ปั่นจักรยานปีหนึ่ง เห็นจักรยานจอดอยู่ไปปั่นได้ไหม

482
00:32:04,715 --> 00:32:08,715
ทำไมถึงยังปั่นได้ล่ะ

483
00:32:08,716 --> 00:32:12,716

484
00:32:12,717 --> 00:32:16,717
เพราะมันเป็นทักษะไง มันไม่ใช่การท่องจำ

485
00:32:16,718 --> 00:32:20,718
พิมพ์สัมผัสก็เหมือนกันนะคะ ถ้าเราพิมพ์สัมผัส

486
00:32:20,719 --> 00:32:24,719
ได้จะนานแค่ไหน มันก็พิมพ์ได้นิ้วมันจะไป

487
00:32:24,720 --> 00:32:28,720
อัตโนมัติ

488
00:32:28,721 --> 00:32:32,721
นะคะ นิ้วมันจะไปเอง พอไปเห็น ทำไมถึงเลือกโปรแกรม

489
00:32:32,721 --> 00:32:36,721
ที่ส่งลิงก์ให้ เพราะโปรแกรมนี้จะให้ฝึกพิมพ์จากคำ

490
00:32:36,723 --> 00:32:40,723
ที่ง่าย มันจะปรับโหมดคำให้เองนะคะ

491
00:32:40,724 --> 00:32:44,724
ได้เยอะขึ้น โหมดคำมันก็จะยาวขึ้นเยอะขึ้น สังเกตไหมคะ

492
00:32:44,725 --> 00:32:48,725
ตอนแรก ๆ นี่มันจะเป็นคำที่ง่ายอยู่ แล้วก็คำเดิมซ้ำ ๆ หลายรอบ

493
00:32:48,726 --> 00:32:52,726
นี่ค่ะ แต่พอคำมันเริ่มยากขึ้น

494
00:32:52,727 --> 00:32:56,727
มีกด Shift มีขึ้นลงนะคะ

495
00:32:56,728 --> 00:33:00,728
นอกจากแป้นพิมพ์ก็จะเป็นเมาส์

496
00:33:00,729 --> 00:33:04,729
นะคะ ช่วยในการชี้ตำแหน่งนะคะ

497
00:33:04,731 --> 00:33:08,731

498
00:33:08,732 --> 00:33:12,732
ปุ่มอะไรบ้าง

499
00:33:12,733 --> 00:33:16,733

500
00:33:16,735 --> 00:33:20,735
มันจะมีหลายประเภทนะคะ

501
00:33:20,737 --> 00:33:24,737
เมาส์นี่ ขึ้นอยู่กับ

502
00:33:24,738 --> 00:33:28,738
เมาส์ทั่วไปก็จะมี 3 ปุ่ม

503
00:33:28,739 --> 00:33:32,739
นะคะ ปุ่มไหนบ้าง

504
00:33:32,740 --> 00:33:36,740
คลิกซ้าย คลิกขวา แล้วก็

505
00:33:36,741 --> 00:33:40,741
เลื่อน เลื่อนล้อนะคะ คลิกซ้าย

506
00:33:40,743 --> 00:33:44,743
Click ซ้ายใช้กรณีไหน

507
00:33:44,744 --> 00:33:48,744
เลือก

508
00:33:48,745 --> 00:33:52,745
มันจะมีคลิก คลิกนี่กดกี่ครั้ง

509
00:33:52,747 --> 00:33:56,747

510
00:33:56,748 --> 00:34:00,748
ถ้าครูบอกว่า Click

511
00:34:00,750 --> 00:34:04,750
ดับเบิลคลิก มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

512
00:34:04,751 --> 00:34:08,751
มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

513
00:34:08,753 --> 00:34:12,753
เล่นเกมก็คือ คลิก มันก็เลยเป็นคลิก ๆ

514
00:34:12,754 --> 00:34:16,754
อย่างนี้นะ Click ขวาละคะ ใช้กรณีไหน

515
00:34:16,755 --> 00:34:20,755

516
00:34:20,756 --> 00:34:24,756
เวลาเราต้องการเรียกใช้งานฟังก์ชันเพิ่มเติมหรือเมนูเพิ่มเติม

517
00:34:24,758 --> 00:34:28,758
อื่นนะคะ

518
00:34:28,758 --> 00:34:32,758
เมาส์ใช้ป้อนตัวอักษรได้ไหม

519
00:34:32,759 --> 00:34:36,759
(นักศึกษา) ได้ครับ (อาจารย์) เมาส์ใช้ป้อน ก. ไก่

520
00:34:36,760 --> 00:34:40,760
ได้ไหม ถ้าเรามีโปแกรมที่มันให้เมาส์คลิก

521
00:34:40,761 --> 00:34:44,761
ถ้าเมาส์อยู่บนหน้า Desktop

522
00:34:44,764 --> 00:34:48,764
ป้อนตัวอักษรได้ไหม

523
00:34:48,766 --> 00:34:52,766
อยู่บนหน้า Desktop นี่ หน้าที่เปิ

524
00:34:52,767 --> 00:34:56,767
หน้าที่เปิดขึ้นมาปุ๊บ มันก็จะเป็นหน้าจอเริ่มแรก

525
00:34:56,771 --> 00:35:00,771
ที่เรา Boot เข้า Windown น่ะค่ะ

526
00:35:00,773 --> 00:35:04,773
นะคะ มันไม่สามารถป้อนได้นอกจากเราจะเปิดโปรแกรม

527
00:35:04,775 --> 00:35:08,775
ที่มันมีแถบให้เราคลิก

528
00:35:08,776 --> 00:35:12,776
นะคะ โอ.เค. ข้อดีของเมาส์ ก็คือ

529
00:35:12,777 --> 00:35:16,777
สามารถป้อนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว คือ คลิกเลือก

530
00:35:16,778 --> 00:35:20,778
เคยเห็นเมาส์แบบนี้ไหม

531
00:35:20,779 --> 00:35:24,779
ตัวนี้เรียกว่า Track ball นะคะ

532
00:35:24,780 --> 00:35:28,780
เมาส์ที่มี... อันนี้ไม่ใช่เมาส์ที่เขาทำผิดประเภทนะคะ ถูกแล้ว

533
00:35:28,782 --> 00:35:32,782
นะคะ เราจะเลื่อน เคอร์เซอร์

534
00:35:32,783 --> 00:35:36,783
ใช้นิ้วเลื่อนตัวนี้เห็นไหมคะ

535
00:35:36,784 --> 00:35:40,784
ถูเลื่อนไปวน เลื่อนอย่างนี้น่ะค่ะ

536
00:35:40,785 --> 00:35:44,785
เพราะว่าตรงนี้มันจะมีตัวไมโครชิปอยู่

537
00:35:44,786 --> 00:35:48,786
นะคะ มันจะรับ อันนี้คือเราเลื่อน เคอร์เซอร์ไป

538
00:35:48,787 --> 00:35:52,787
นะคะ เหมือนกับเราใช้เมาส์ลากไป

539
00:35:52,788 --> 00:35:56,788
นั่นล่ะนะคะ แล้วก็จะมี Track point เคย

540
00:35:56,790 --> 00:36:00,790
เห็น Track Point ไหมคะ

541
00:36:00,791 --> 00:36:04,791
จะอยู่กับเครื่อง Notebook

542
00:36:04,792 --> 00:36:08,792
บางยี่ห้อ มันจะมีปุ่มสีแดงแบบนี้นะคะ มันจะ

543
00:36:08,794 --> 00:36:12,794
เลื่อนตำแหน่งเหมือนกันนะคะ

544
00:36:12,796 --> 00:36:16,796
โน้ตบุ๊กของ IBM แต่หลัง ๆ มา

545
00:36:16,798 --> 00:36:20,798
ไม่เห็น เขาน่าจะเอาออก ตัวนี้ล่ะ

546
00:36:20,801 --> 00:36:24,801
เคยใช้งานไหมคะ

547
00:36:24,802 --> 00:36:28,802
ใช้ที่ไหนเอ่ย (นักศึกษา) ... (อาจารย์) อยู่

548
00:36:28,803 --> 00:36:32,803
ตรงไหน ของ...

549
00:36:32,805 --> 00:36:36,805
ของ Notebook เราจะเรียกว่า Task Pad

550
00:36:36,807 --> 00:36:40,807
คนละอันกับ Touch screen นะคะ ไม่มีเ

551
00:36:40,811 --> 00:36:44,811
เหมือนกันนะคะ กรณีที่เราไม่ได้เอาเมาส์ไป

552
00:36:44,813 --> 00:36:48,813
นะคะ เราก็เปิด touch pad เลื่อนเหมือนกันนะคะ

553
00:36:48,814 --> 00:36:52,814
คลิกซ้าย คลิกขวาให้ เอาไว้ควบคุมเคอร์เซอร์

554
00:36:52,814 --> 00:36:56,814
นะคะ ตัวชี้ อันนี้ คือ Touch screen

555
00:36:56,816 --> 00:37:00,816
ทั้ง Input และก็ Output

556
00:37:00,817 --> 00:37:04,817
วันนี้ที่มันเป็นทั้ง In และ Out นะคะ ถ้าใครตอบข้อสอบ

557
00:37:04,818 --> 00:37:08,818
ข้อนี้ผิดนี่ จะเสียใจเลยนะ

558
00:37:08,818 --> 00:37:12,818
เพราะพูด 5 รอบแล้ว อุปกรณ์ที่...

559
00:37:12,820 --> 00:37:16,820
คือ โจทย์น่ะค่ะ อันนี้ไม่ได้บอกแนวข้อสอบนะคะ แต่

560
00:37:16,821 --> 00:37:20,821
บอกข้อสอบเลยนะคะ มันขึ้นอยู่กับต่อไปนักศึกษาจะทำความเข้าใจ

561
00:37:20,822 --> 00:37:24,822
อย่างไร นะคะ จะยังจำได้ไหม แต่ยังคิดว่า

562
00:37:24,823 --> 00:37:28,823
น่าจะยังไม่ลืม เพราะพอเราเรียนจบ 6 บท เราจะสอบเลย

563
00:37:28,825 --> 00:37:32,825
นะคะ บทละ 10 ข้อ

564
00:37:32,826 --> 00:37:36,826
ข้อสอบน่ะ นะคะ บทที่ 1 10 ข้อ ไม่รู้จดได้กี่ข้อ

565
00:37:36,828 --> 00:37:40,828
นะคะ บทที่ 2 ก็ 10

566
00:37:40,830 --> 00:37:44,830
60 ข้อนะคะ บทละ 10

567
00:37:44,849 --> 00:37:48,849
โจทย์

568
00:37:48,850 --> 00:37:52,850
ถามว่าจอภาพที่เป็นระบบ touch Screen จัดอยู่ใน

569
00:37:52,851 --> 00:37:56,851
หน่วยใด ของฮาร์ดแวร์

570
00:37:56,852 --> 00:38:00,852
เป็นฮาร์ดแวร์หน่วยใด

571
00:38:00,853 --> 00:38:04,853
แสดงผล หน่วยประมวลผล

572
00:38:04,855 --> 00:38:08,855
หน่วยรับและแสดงผลอย่างนี้น่ะค่ะ เราจะต้องรู้ว่า

573
00:38:08,856 --> 00:38:12,856
เอ๊ะมันคืออะไร แต่เชื่อว่านักศึกษาจะรู้ว่า

574
00:38:12,857 --> 00:38:16,857
touch screen มันจะเหมือนมือถือเราน่ะ

575
00:38:16,858 --> 00:38:20,858
Touch Screen นะคะ โอ.เค.

576
00:38:20,860 --> 00:38:24,860
joy stick เคยเห็นไหมคะ เอาไว้ทำอะไรเอ่ย

577
00:38:24,860 --> 00:38:28,860
เอาไว้ควบคุม

578
00:38:28,861 --> 00:38:32,861
อย่าตอบว่าเล่นเกมสิ เอาไว้ทำอย่างอื่นได้ไห

579
00:38:32,862 --> 00:38:36,862
เอาไว้ควบคุมนะคะ เลื่อนขึ้นลง

580
00:38:36,863 --> 00:38:40,863
ซ้าย-ขวา แต่ส่วนมากเราจะเอาไว้ เห็นตอนเล่นเกม

581
00:38:40,864 --> 00:38:44,864
นะคะ มันเป็นคันโยกขึ้นมาเหมือนเกียร์รถ

582
00:38:44,867 --> 00:38:48,867
เกียร์แบบกระปุกน่ะ

583
00:38:48,868 --> 00:38:52,868
ง่ายกว่าใช้เมาส์นะคะ มันจะเร็วกว่าเราไปกดปุ่ม

584
00:38:52,870 --> 00:38:56,870
คีย์บอร์ด ดีกว่าเราไปกดปุ่มน่ะค่ะ อันนี้เป็นจอ

585
00:38:56,871 --> 00:39:00,871
แล้วก็เป็นปากกา Line Pen

586
00:39:00,873 --> 00:39:04,873
วาดรูปหรือใช้เซ็น ใช้เขียนในงานออกแบบ

587
00:39:04,874 --> 00:39:08,874
เขียนแล้วก็จะ Save ข้อมูลนั้นไปเป็นรูปเลย

588
00:39:08,876 --> 00:39:12,876
นะคะ เช่น เซ็น เป็นลายเซ็นแบบระบบ

589
00:39:12,876 --> 00:39:16,876
ดิจิทัลน่ะค่ะ เซฟเป็นไฟล์ได้เลย

590
00:39:16,877 --> 00:39:20,877
ตัวนี้เป็น digitizing tablet เป็นตัวอ่านพิกัด

591
00:39:20,879 --> 00:39:24,879
ตัวนี้ที่เขาจับอยู่นะคะ เขาก็จะเลื่อนไป

592
00:39:24,880 --> 00:39:28,880
แล้วก็มาร์กจุดนะคะ เหมือนเราทำพิกัดน่ะ

593
00:39:28,881 --> 00:39:32,881
ส่งข้อมูลตำแหน่ง

594
00:39:32,884 --> 00:39:36,884
MICR นะคะ เคยเห็นเช็ค

595
00:39:36,888 --> 00:39:40,888
ไหมคะ ใบ

596
00:39:40,889 --> 00:39:44,889
เช็คเงินน่ะ นะคะ มันจะมีเครื่องที่ตรวจสอบ

597
00:39:44,889 --> 00:39:48,889
ว่าเช็กตัวนี้ปลอมไหม

598
00:39:48,891 --> 00:39:52,891
เช็คปลอมไหม (นักศึกษา)  เช็คไม่ปลอมครับ (อาจารย์)

599
00:39:52,892 --> 00:39:56,892
แต่บัญชีนั้นไม่มีเงิน

600
00:39:56,894 --> 00:40:00,894
แต่เช็คปลอมนี่

601
00:40:00,895 --> 00:40:04,895
แปลว่า เหมือนเงินปลอม คือมันใช้ไม่ได้

602
00:40:04,897 --> 00:40:08,897
แต่เช็คเด้ง คือ มัน

603
00:40:08,898 --> 00:40:12,898
ไม่มีเงินจ่ายในบัญชี เงินไม่พอน่ะค่ะ

604
00:40:12,899 --> 00:40:16,899
เช่น ครูจ่ายเช็คให้จักรพันธ์ 10,000 บาท แต่มี 500

605
00:40:16,899 --> 00:40:20,899
จากนั้น เช็กตัวนี้ก็เบิกไม่ได้

606
00:40:20,901 --> 00:40:24,901
ขึ้นเงินไม่ได้ก็ต้องรอก่อนแบบนี้ค่ะ แต่เช็ค

607
00:40:24,902 --> 00:40:28,902
ปลอมนี่คือใช้ไม่ได้นะคะ

608
00:40:28,906 --> 00:40:32,906
โอ.เค. Bar Code

609
00:40:32,907 --> 00:40:36,907
บาร์โค้ดคือดูรูปนี้ ตอนนี้มันมีบาร์โค้ด

610
00:40:36,909 --> 00:40:40,909
ที่เป็นแบบแท่งแบบนี้นะ ก็จะแทนตัวเลข

611
00:40:40,910 --> 00:40:44,910
แล้วก็เป็นรูปที่เราเรียกว่า QR Code น่ะค่ะ

612
00:40:44,911 --> 00:40:48,911
ก็คือเป็นรูปเพื่อเก็บข้อมูลที่... แทนที่เราจะคีย์ข้อมูลน่ะค่ะ เราจะ

613
00:40:48,912 --> 00:40:52,912
ใช้วิธีการยิงเอาเลย สะดวกสบาย

614
00:40:52,912 --> 00:40:56,912
กับการใช้งาน scanner นะคะ เป็นการ

615
00:40:56,914 --> 00:41:00,914
กวาดข้อมูลนี่ล่ะ

616
00:41:00,916 --> 00:41:04,916
นักศึกษาเคยใช้ประเภทไหนบ้างเอ่ย

617
00:41:04,918 --> 00:41:08,918
แบบนี้เคยใช้ไหม

618
00:41:08,918 --> 00:41:12,918
เป็น scanner แต่มันจะยิงได้แบบ ยิงได้เหมือน

619
00:41:12,920 --> 00:41:16,920
Bar Code Reader น่ะ

620
00:41:16,921 --> 00:41:20,921
สแกน Bar Code อย่างนี้นะคะ แล้วก็สแกนเนอร์แบบสอดกระดาษ

621
00:41:20,922 --> 00:41:24,922
หรือเป็น สแกนเนอร์แบบเปิดขึ้นแล้ว

622
00:41:24,926 --> 00:41:28,926
วางกระดาษแล้วก็ทับกระดาษลงมา

623
00:41:28,929 --> 00:41:32,929
ต่อไปนะคะ

624
00:41:32,930 --> 00:41:36,930
เครื่องรู้จำอักขระด้วยแสงนะคะ หรือ

625
00:41:36,931 --> 00:41:40,931
OCR เราจะเอาไว้ใช้

626
00:41:40,934 --> 00:41:44,934
scan ข้อมูลเยอะ ๆ แล้วแปลงเป็นไฟล์

627
00:41:44,935 --> 00:41:48,935
เอาไว้ เช่น หนังสือที่ห้องสมุด

628
00:41:48,937 --> 00:41:52,937
เราไม่มีพื้นที่ ไม่มีห้องเก็บน่ะค่ะ

629
00:41:52,938 --> 00:41:56,938
เราต้องการเก็บหนังสือตัวนี้ไว้ คือเราจะโละทิ้งแล้ว

630
00:41:56,938 --> 00:42:00,938
แล้วแต่หนังสือนี้มันยังใช้งานได้อยู่

631
00:42:00,940 --> 00:42:04,940
เก็บน่ะ เราจะสแกนเอกสารนี้ทั้งเล่ม

632
00:42:04,941 --> 00:42:08,941
แล้วมันสามารถแปลงมาเป็นไฟล์ Word ได้น่ะค่ะ

633
00:42:08,944 --> 00:42:12,944
เราเรียกว่าเครื่อง OCR ส่วนเครื่อง

634
00:42:12,945 --> 00:42:16,945
OMR ต้องถามว่าเคยไป

635
00:42:16,949 --> 00:42:20,949
สอบที่ไหนแล้วเขาให้ใช้ดินสอฝนน่ะ

636
00:42:20,950 --> 00:42:24,950
มันจะเป็นดินสอแบบนี้นะ

637
00:42:24,951 --> 00:42:28,951
ปกติเขาจะบอกให้ใช้ ถ้าใช้กา

638
00:42:28,952 --> 00:42:32,952
แปลว่าใช้คนตรวจ ถ้าเขาบอกให้ฝนดำ ๆ น่ะ

639
00:42:32,954 --> 00:42:36,954
เขาจะใช้เครื่องตรวจ เครื่องที่เขาใช้ตรวจน่ะ

640
00:42:36,956 --> 00:42:40,956
เราเรียกว่า "เครื่อง OMR" ถามว่า

641
00:42:40,957 --> 00:42:44,957
ทำไมเครื่องมันฉลาดจังเลย

642
00:42:44,958 --> 00:42:48,958
จริง ๆ แล้วเครื่องมันจะตรวจสอบตามผง

643
00:42:48,959 --> 00:42:52,959
คาร์บอน สมมติ จักรพันธ์

644
00:42:52,960 --> 00:42:56,960
ใช้ดินสอที่ไม่มีผงคาร์บอนล่ะ

645
00:42:56,961 --> 00:43:00,961
มีไหม มันจะมีดินสอที่แบบ

646
00:43:00,964 --> 00:43:04,964
ไม่ค่อยดำน่ะ มันไม่เข้มน่ะค่ะ

647
00:43:04,965 --> 00:43:08,965
เวลาไปสอบน่ะ คือ ตอบถูกอยู่แต่ว่า

648
00:43:08,966 --> 00:43:12,966
ตัวเครื่องมันสแกนไม่เจอ เพราะมันไม่มีผงคาร์บอนที่ไม่เข้มข้นพอนะ

649
00:43:12,968 --> 00:43:16,968
จักรพันธ์ก็กลายเป็นได้ 0

650
00:43:16,969 --> 00:43:20,969
แบบนี้มีไหม หรือที่ได้ 0 ก็เพราะว่า

651
00:43:20,970 --> 00:43:24,970
ตอบผิดเอง

652
00:43:24,971 --> 00:43:28,971
เราก็คิดให้เราสบายใจ ก็ อ๋อ สงสัยดินสอเราไม่มีคาร์บอน

653
00:43:28,972 --> 00:43:32,972
นะคะ เราตอบได้อยู่ คาร์บอร์น

654
00:43:32,974 --> 00:43:36,974
ไม่พอ

655
00:43:36,976 --> 00:43:40,976

656
00:43:40,977 --> 00:43:44,977
เริ่มมีความคิด defer

657
00:43:44,978 --> 00:43:48,978
คิดต่าง นอกกรอบ

658
00:43:48,980 --> 00:43:52,980
น่าลองนะ แต่ปกติแล้วมันจะมีเฉลย

659
00:43:52,981 --> 00:43:56,981
ข้อไหนน่ะค่ะ แล้วมันก็จะเช็กไป ณ

660
00:43:56,982 --> 00:44:00,982
จุดนั้น ตำแหน่งนั้นนะคะ เหมือนอัศดาวุธว่า

661
00:44:00,983 --> 00:44:04,983
ถ้าคุณคือฝนทั้งหมด เขาไม่

662
00:44:04,985 --> 00:44:08,985
เอาเข้าเครื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องถามว่าเขาจะ

663
00:44:08,987 --> 00:44:12,987
ตรวจไหม เพราะคนที่เอาเข้าเครื่อง คือ มนุษย์นะคะ

664
00:44:12,989 --> 00:44:16,989
อันนี้คือฝนมาทุกตัวเลยหรือ อย่างนี้น่ะค่ะ

665
00:44:16,991 --> 00:44:20,991
ก็จะถูกหมดหรือไม่ก็เด้งออกมาเลย

666
00:44:20,992 --> 00:44:24,992
มี 2 แบบ ขึ้นอยู่กับเขาตั้งค่าโปรแกรมไว้

667
00:44:24,993 --> 00:44:28,993
แล้วก็จะมีตัวรับข้อมูลอีกตัวหนึ่ง ก็คือกล้องดิจิทัลค่ะ

668
00:44:28,994 --> 00:44:32,994
อันนี้นักศึกษาน่าจะรู้จักอยู่แล้ว ถ่ายรูปแล้วเก็บข้อมูลเป็นภาพ

669
00:44:32,995 --> 00:44:36,995
เราก็ดูได้ รูปที่ถ่ายเป็นอย่างไร

670
00:44:36,996 --> 00:44:40,996
นะคะ กล้องถ่ายวิดีโอกับกล้องถ่ายธรรมดา

671
00:44:40,998 --> 00:44:44,998
ต่างกันไหมคะ ต่างกันอย่างไร

672
00:44:44,999 --> 00:44:48,999
ถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายภาพเคลื่อนไหว

673
00:44:49,000 --> 00:44:53,000
ต้องตอบให้มันเป็นวิชาการนะ ต่างกันอย่างไร

674
00:44:53,001 --> 00:44:57,001
รู้อยู่แต่ตอบกันไม่ได้แบบนี้ค่ะ มันจะไม่ได้คะแนนนะ

675
00:44:57,002 --> 00:45:01,002
ถ้ากล้องถ่ายภาพ Digital ก็คือ

676
00:45:01,004 --> 00:45:05,004
ถ่ายภาพนิ่ง แต่ปกติแล้วกล้องถ่ายรูปมันถ่ายวิดีโอ

677
00:45:05,005 --> 00:45:09,005
ได้ไหมคะ ก็ถ่ายได้นะคะ

678
00:45:09,007 --> 00:45:13,007
คือ มันไม่ได้แยกกันน่ะ ก็สามารถถ่ายได้ทั้ง

679
00:45:13,009 --> 00:45:17,009
นิ่ง ถ่ายวิดีโอนะคะ แต่ถ้าถ่ายวิดีโอเลยจะ

680
00:45:17,010 --> 00:45:21,010
ถ่ายได้นานกว่าอะไรประมาณนี้นะคะ

681
00:45:21,013 --> 00:45:25,013
แล้วก็เป็น voice record

682
00:45:25,014 --> 00:45:29,014
เสียงนะคะ ก็คือมนุษย์นี่ละ

683
00:45:29,016 --> 00:45:33,016
พูดนะคะ แปลงสัญญาณไปเป็นดิจิทัล แต่ปัญหา

684
00:45:33,018 --> 00:45:37,018
คือ การออกเสียงมันจะมีผล เพราะมันรู้จำ

685
00:45:37,019 --> 00:45:41,019
ไม่ใช่การจดจำ ต่างกันนะคะ การจดจำ

686
00:45:41,020 --> 00:45:45,020
อย่างครูบอกครูจะสอบ นักศึกษาไปอ่านหนังสือมา

687
00:45:45,021 --> 00:45:49,021
เรารู้จำหรือเราท่องจำมา

688
00:45:49,022 --> 00:45:53,022
(นักศึกษา) ท่องจำ (อาจารย์) น่ะ เราจะท่องจำมา รู้ได้อย่างไร

689
00:45:53,023 --> 00:45:57,023
เพราะพอสอบเสร็จเราก็ลืม

690
00:45:57,025 --> 00:46:01,025
แต่ถ้าเกิดเรารู้จำ

691
00:46:01,027 --> 00:46:05,027
เราจะจำได้ตลอดเลยค่ะ (นักศึกษา) ตลอด (อาจารย์)

692
00:46:05,030 --> 00:46:09,030
เราจะรู้เลยว่า... อย่างเขียน ก.ไก่ สิ

693
00:46:09,035 --> 00:46:13,035
เราเรียนเขียนก. ไก่มาตั้งแต่ตอนไหน

694
00:46:13,036 --> 00:46:17,036
เรียนไปนานหรือยัง ตอนนี้ยัง

695
00:46:17,037 --> 00:46:21,037
เขียนได้ไหม (นักศึกษา) เขียนได้ (อาจารย์) ทำไมยังเขียนได้อยู่

696
00:46:21,041 --> 00:46:25,041
เขียน ก.ไก่ ไม่ได้แล้วหรือตอนนี้

697
00:46:25,045 --> 00:46:29,045
น่าสงสารจังเลย เขียนก.ไก่ตัวเดียวได้ไหม

698
00:46:29,047 --> 00:46:33,047
(อาจารย์)  เขียนกอ.ไก่ ตัวเดียวได้ไหม

699
00:46:33,051 --> 00:46:37,051
ก. ไก่นี่เรียนมาตั้งแต่อนุบาล ยัง

700
00:46:37,051 --> 00:46:41,051
เขียนได้อยู่ แล้วเนื้อหาที่ครูสอนสัปดาห์ที่แล้วยัง

701
00:46:41,052 --> 00:46:45,052
จำได้ไหม

702
00:46:45,052 --> 00:46:49,052
ครูบอกว่า กอ.ไก่ เขียนมาตั้งแต่อนุบาล

703
00:46:49,053 --> 00:46:53,053
ยังจำได้อยู่ ยังเขียนได้อยู่ แล้วเนื้อหาที่อาจารย์สอนเมื่อสัปดาห์ก่อน

704
00:46:53,055 --> 00:46:57,055
ยังจำได้ไหม โอ.เค. เดี๋ยวเราก็จะรู้นะคะ

705
00:46:57,056 --> 00:47:01,056
ว่าจำได้จริงหรือเปล่า

706
00:47:01,057 --> 00:47:05,057

707
00:47:05,061 --> 00:47:09,061
โอ.เค. นะคะ มาหน่วยที่ 2 รับข้อมูลเข้าไปแล้ว ไปอยู่ที่ไหน

708
00:47:09,064 --> 00:47:13,064
นะคะ บทนี้ ตัวที่ครูทำสีแดงเอาไว้

709
00:47:13,066 --> 00:47:17,066
คือข้อสอบนะคะ Central Processing Unit

710
00:47:17,067 --> 00:47:21,067
หรือ CPU นะคะ CPU ในคำวิชาการไม่ใช่เคสนะคะ

711
00:47:21,068 --> 00:47:25,068
ห้องนี้ไม่มีกล่องเคส

712
00:47:25,069 --> 00:47:29,069
มี ๆ ของเราเป็นแบบ All in one นะ

713
00:47:29,071 --> 00:47:33,071
มีแต่จอใช่ไหมคะ แต่เครื่องข้างหลังจะมีเคส

714
00:47:33,073 --> 00:47:37,073
เครื่องครูมีเคสไหม เครื่องคอมพิวเตอร์

715
00:47:37,074 --> 00:47:41,074
ที่มีจอแล้วก็แยกออกมาเป็นกล่องน่ะนะคะ

716
00:47:41,076 --> 00:47:45,076
นึกออกไหมคะ เราจะเรียก "Case"

717
00:47:45,077 --> 00:47:49,077
ภาษาเวลาที่เราไปซื้อ

718
00:47:49,080 --> 00:47:53,080
เขาเรียกอะไร ซื้อตัวกล่องตัวนี้

719
00:47:53,081 --> 00:47:57,081
คือ แยกให้ออก

720
00:47:57,082 --> 00:48:01,082
ระหว่างอันไหน คือ CPU ที่เป็น

721
00:48:01,083 --> 00:48:05,083
หรืออันไหนที่เป็นกล่องเคสนี่ มันจะมีศัพท์

722
00:48:05,085 --> 00:48:09,085
ตลาดอยู่นะคะ เขาเรียกอะไรศัพท์ภาษาตลาด

723
00:48:09,087 --> 00:48:13,087
นะคะ แต่ในที่นี้เราพูดถึงต

724
00:48:13,088 --> 00:48:17,088
ตัว Central Processing Unit ก็คือ CPU นะคะ

725
00:48:17,089 --> 00:48:21,089
มันจะเปรียบเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์

726
00:48:21,093 --> 00:48:25,093
นี่มีชอยส์ 4 ชอยส์

727
00:48:25,094 --> 00:48:29,094
นี่เปรียบได้กับอะไร มันจะมี

728
00:48:29,095 --> 00:48:33,095
สมอง มีหัวใจ มี

729
00:48:33,097 --> 00:48:37,097
อะไรอีก 2 ช๊อยส์ จำไม่ได้

730
00:48:37,098 --> 00:48:41,098
เราต้องตอบให้ถูกว่า Central Proces

731
00:48:41,099 --> 00:48:45,099
มันคือส่วนของ

732
00:48:45,100 --> 00:48:49,100
สมองนะคะ

733
00:48:49,101 --> 00:48:53,101
สมองมีความซับซ้อนไหม มี

734
00:48:53,102 --> 00:48:57,102
เพราะถามคำถามเดียวกัน จะได้คำตอบต่างกัน ขึ้นอยู่กับ

735
00:48:57,103 --> 00:49:01,103
การคิดของแต่ละคนนี่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ด้วย

736
00:49:01,105 --> 00:49:05,105
นะคะ ที่ผ่านมา เขาก็จะบอกว่ามีบริษัทไหนบ้าง

737
00:49:05,107 --> 00:49:09,107
ที่ผลิต CPU เช่น

738
00:49:09,108 --> 00:49:13,108
ของ IBM เช่น บริษัทของ Microsoft

739
00:49:13,109 --> 00:49:17,109
Microsoft นี่จะใช้ชื่อ Intel

740
00:49:17,110 --> 00:49:21,110
เมื่อก่อนจะมี

741
00:49:21,111 --> 00:49:25,111
ข้อสอบน่ะบอกทุกข้อเลยนะ แต่ไม่รู้ว่านักศึกษา

742
00:49:25,116 --> 00:49:28,910
จำได้หรือเปล่า

743
00:49:29,117 --> 00:49:33,117

744
00:49:33,118 --> 00:49:37,118
คราวนี้เรามาดูหน่วยประมวลผลนะคะ ในการคำนวณ

745
00:49:37,119 --> 00:49:41,119
จริง ๆ เขาบอกว่า

746
00:49:41,120 --> 00:49:45,120
หน่วนคำสัญนะคะ ของหน่วย Processi

747
00:49:45,121 --> 00:49:49,121
คือ หน่วย Control หรือหน่วย

748
00:49:49,123 --> 00:49:53,123
CU Control Unit นะคะ

749
00:49:53,124 --> 00:49:57,124
หน่วยที่ทำหน้าที่คำนวณ

750
00:49:57,125 --> 00:50:01,125
คือ CPU น่ะ ถ้าเราไม่พูดถึง Register

751
00:50:01,132 --> 00:50:05,132
Register น่ะ มันจะมีแค่ตัว

752
00:50:05,133 --> 00:50:09,133
ALU นะคะ แต่จริง ๆ การทำงานของมันมันจะมี Register ด้วย

753
00:50:09,136 --> 00:50:13,136
ที่ทำหน้าที่เก็บ

754
00:50:13,137 --> 00:50:17,137
ส่วนใน CPU จะมีอีกตัวหนึ่ง คือ หน่วยความจำหลัก

755
00:50:17,138 --> 00:50:21,138
ซึ่งหน้าตามันก็จะเป็นประมาณเหมือนภาพ

756
00:50:21,139 --> 00:50:25,139
อันนี้คือเขาขยายออกมาว่าเป็นการทำงาน

757
00:50:25,140 --> 00:50:29,140
ของ CPU ข้างในน่ะค่ะ อันนี้เป็นหน้าตา

758
00:50:29,142 --> 00:50:33,142
ของ Intel หักอันหนึ่งซื้อใหม่เลย

759
00:50:33,143 --> 00:50:37,143
อันที่หงายขึ้นนี่มันจะเป็นเข็ม ๆ ออกมา

760
00:50:37,148 --> 00:50:41,148
เราก็จะเอาไปวางที่ Mainborad นะคะ

761
00:50:41,148 --> 00:50:45,148
อันนี้คือ CPU ทำหน้าที่เหมือนสมอง

762
00:50:45,152 --> 00:50:49,152
แล้วก็จะมีอธิบายต่อไปอีก

763
00:50:49,154 --> 00:50:53,154
ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมดเลย

764
00:50:53,155 --> 00:50:57,155
นะคะ ของส่วนที่เป็น Input Output ให้ทำงานประสานกันนะคะ

765
00:50:57,156 --> 00:51:01,156
อันนี้เราไปอ่านเพิ่มแล้วกันนะ

766
00:51:01,157 --> 00:51:05,157
เก็บข้อมูล เก็บและส่งข้อมูล ถ้าเป็น

767
00:51:05,158 --> 00:51:09,158
Bus Bus เมื่อก่อนมีในข้อสอบ

768
00:51:09,159 --> 00:51:13,159
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ถามแล้วนะคะ ครูก็จะข้ามไป แต่ถ้าเราอยากรู้

769
00:51:13,163 --> 00:51:17,163
ระบบบัสคือระบบอะไร คือส่งผ่าน

770
00:51:17,165 --> 00:51:21,165
นะคะ ในตัวระบบเครื่อง

771
00:51:21,166 --> 00:51:25,166
มันจะมีระบบ Bus อยู่ดังภาพนี้นะคะ

772
00:51:25,167 --> 00:51:29,167
Input Output คือ ส่วนข้างนอกนะคะ

773
00:51:29,168 --> 00:51:33,168
เราดูลูกศรเข้าก่อน พอเราป้อนข้อมูลเข้าไป

774
00:51:33,169 --> 00:51:37,169
CU จะทำหน้าที่จัดการก่อน

775
00:51:37,170 --> 00:51:41,170
ที่เราป้อนเข้ามาน่ะ ตัวไหนป้อนนะคะ ผ่านอุปกรณ์ตัวไหน

776
00:51:41,171 --> 00:51:45,171
ผ่านเมาส์ ผ่านตัวคีย์บอร์ด ผ่านตัวไหนนะคะ

777
00:51:45,173 --> 00:51:49,173
ผ่านตัวสแกน หรือผ่านตัวไหน ก็ไปเก็บที่ Register

778
00:51:49,174 --> 00:51:53,174
เป็นการคำนวณไหม

779
00:51:53,175 --> 00:51:57,175
ตรงกลางนี่เป็นการทำงานของ CPU นะคะ แล้วก็ไป

780
00:51:57,177 --> 00:52:01,177
เก็บอยู่ที่หน่วยความจำ ส่งข้อมูลออกมาเหมือนกัน

781
00:52:01,180 --> 00:52:05,180
นะคะ คืออุปกรณ์ในการรับและ

782
00:52:05,181 --> 00:52:09,181
ผลนะคะ หน้านี้จะพูดถึงความเร็วของหน้วยประมวลผล

783
00:52:09,182 --> 00:52:13,182
นะคะ เราเรียกว่า System clock

784
00:52:13,183 --> 00:52:17,183
ของ CPU หรือหน่วยประมวลผลนะคะ จะเป็นหน่วย

785
00:52:17,184 --> 00:52:21,184
นาฬิกา เราก็เลยเรียกว่าระบบ System clock

786
00:52:21,187 --> 00:52:25,187
นะคะ ซึ่งหน่วยความเร็วจะมีหน่วนเป็น Hertz

787
00:52:25,188 --> 00:52:29,188
ก็คือ 1 ครั้งต่อวินาทีนะคะ ซึ่งความเร็วของเครื่อง

788
00:52:29,189 --> 00:52:33,189
ในปัจจุบันของเครื่องนี่มันจะเร็วมาก ทำงานเป็นวินาทีน่ะ

789
00:52:33,190 --> 00:52:37,190
เวลาคอมพิวเตอร์ทำงาน

790
00:52:37,191 --> 00:52:41,191
ถามว่าเราทำงานเป็นวินาทีไหม

791
00:52:41,191 --> 00:52:45,191
เรานี่ทำงานเป็นเดือนเลยค่ะ ยิ่งครูให้เวลาเยอะ

792
00:52:45,193 --> 00:52:49,193
เราก็จะตายค่ะ ลอยไป

793
00:52:49,194 --> 00:52:53,194
พอใกล้จะส่งทีนี้ ก็จะลอยกลับมา

794
00:52:53,195 --> 00:52:57,195
เริ่มมาทำ พอมาอ่านโจทย์อีกทีก็จะงง อาจารย์

795
00:52:57,197 --> 00:53:01,197
ให้ทำอะไรนะ อย่างนี้ค่ะ ถามว่า

796
00:53:01,198 --> 00:53:05,198
1 วินาที เราทำอะไรได้บ้าง

797
00:53:05,199 --> 00:53:09,199
หายใจเข้า หายใจออกหรือยัง

798
00:53:09,199 --> 00:53:13,199
กระพริบตา หลับยายังไม่ลืมตาขึ้นมาเลย

799
00:53:13,200 --> 00:53:17,200
อย่างนี้ค่ะ คอมพิวเตอร์นี่ทำงานได้เร็วมาก

800
00:53:17,201 --> 00:53:21,201
ทำงานเป็นวินาทีเลยน่ะค่ะ คราวนี้เรามาดูหน่วยความจำ

801
00:53:21,202 --> 00:53:25,202
นะคะ หน่วยความจำมี 2 ประเภท

802
00:53:25,203 --> 00:53:29,203
นะคะ ก็คือ หน่วยความจำแบบที่อ่านได้อย่างเดียว

803
00:53:29,205 --> 00:53:33,205
เราเรียกว่า ROM นะคะ

804
00:53:33,206 --> 00:53:37,206
Read Only Memory หมายถึงอ่านได้อย่างเดียว

805
00:53:37,210 --> 00:53:41,210
ข้อมูลอะไรใน ROM ได้

806
00:53:41,211 --> 00:53:45,211
โรงงานอยู่แล้ว Rom ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยง

807
00:53:45,212 --> 00:53:49,212
มันจะมีคำสั่งอยู่ใน ROM อยู่แล้ว

808
00:53:49,215 --> 00:53:53,215
เราเรียกว่า "อ่านได้อย่างเดียว" นะคะ แต่ถ้า RAM นี่

809
00:53:53,216 --> 00:53:57,216
นะคะ Random Access memories

810
00:53:57,216 --> 00:54:01,216
ข้อมูลได้นะคะ เพราะมันเก็บข้อมูลทีหลัง

811
00:54:01,217 --> 00:54:05,217
ก็เหมือนกับกระดาษทดน่ะ

812
00:54:05,218 --> 00:54:09,218
นะคะ เก็บข้อมุล... ปกติข้อมูลมันจะเก็บอยู่ที่หน่วยความจำสำรอง

813
00:54:09,219 --> 00:54:13,219
นะคะ แต่ขณะที่เราเปิดเครื่องทำงาน

814
00:54:13,221 --> 00:54:17,221
นะคะ อันนี้ คือ ตัวอย่าง Ram

815
00:54:17,221 --> 00:54:21,221
หน้าตาของเปิดเคสออกแล้วเห็นเมนบอร์ด เราเรียนอยู่ใช่ไหม

816
00:54:21,222 --> 00:54:25,222
วิชาอะไรนะ OS

817
00:54:25,223 --> 00:54:29,223
วิชา OS หรือเปล่า หรือซ่อมบำรุง

818
00:54:29,225 --> 00:54:33,225
ทุกคนต้องเคยเห็น หน้าตาของกล่องเคส

819
00:54:33,225 --> 00:54:37,225
ซ่อมบำรุง PC หรือ ซ่อมบำรุงโน้ตบุ๊กคะ

820
00:54:37,227 --> 00:54:41,227
ซ่อม PC นะ พอเปิดกล่อง Case ออก

821
00:54:41,229 --> 00:54:45,229
เจออะไรบ้างในนั้น ให้

822
00:54:45,230 --> 00:54:49,230
ตอบคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำกัน

823
00:54:49,231 --> 00:54:53,231
เดี๋ยวค่ะ เคยเห็นใช่ไหมคะ

824
00:54:53,232 --> 00:54:57,232
เคยเห็นใช่ไหมคะ เคยเห็นหน้าตาของเปิดฝา Case ออก

825
00:54:57,232 --> 00:55:01,232
ทุกคนหลับตา เคยเห็นใช่ปะ

826
00:55:01,234 --> 00:55:05,234
ให้ตอบ 1 อย่างที่เราเห็นแล้วจะเปิดฝาเคสออก ห้ามซ้ำกัน

827
00:55:05,235 --> 00:55:09,235

828
00:55:09,236 --> 00:55:13,236
ถ้าจักรพันธ์ตอบสายไฟนี่ เพื่อนจบเลยนะคะ ต้องบอกว่าสายไฟ

829
00:55:13,237 --> 00:55:17,237
ตรงไหน สายไฟจากไหน จาก Menborad

830
00:55:17,238 --> 00:55:21,238
หรือจาก Power supie

831
00:55:21,239 --> 00:55:25,239
สายไฟแปลว่าเหมาค่ะ กวาดแผงไปเลย

832
00:55:25,241 --> 00:55:29,241
ได้หรือยัง

833
00:55:29,242 --> 00:55:33,242
ให้ตอบคนละ 1 ห้ามซ้ำกัน ใครจะตอบก่อน

834
00:55:33,246 --> 00:55:37,246
(นักศึกษา) Ram ค่ะ (อาจารย์) Ram

835
00:55:37,247 --> 00:55:41,247
เปิดปุ๊บเห็น RAM เลยหรือ

836
00:55:41,248 --> 00:55:45,248
เปิดเคส หมายถึงเปิดฝาเคสออกน่ะค่ะ ปุ๊บ

837
00:55:45,248 --> 00:55:49,248
ซ้ำยัง

838
00:55:49,250 --> 00:55:53,250
Ram, main bor

839
00:55:53,251 --> 00:55:57,251
อะไรนะ

840
00:55:57,252 --> 00:56:01,252
ข้างหน้าค่ะ

841
00:56:01,254 --> 00:56:05,254
มันมีตั้งเยอะ ในนั้นน่ะ

842
00:56:05,255 --> 00:56:09,255
ตอบมา

843
00:56:09,256 --> 00:56:13,256
(อาจารย์)

844
00:56:13,258 --> 00:56:17,258
อะไรนะ

845
00:56:17,260 --> 00:56:21,260
อะไรคือ SSD

846
00:56:21,264 --> 00:56:25,264

847
00:56:25,265 --> 00:56:29,265
เขาเรียกอะไร เอาไว้ทำอะไร

848
00:56:29,267 --> 00:56:33,267
ตอบต้องมีที่ไปที่มานะ

849
00:56:33,268 --> 00:56:37,268
นึกถึงเปิดฝาเคสออก มีอะไรในนั้นเยอะเลย

850
00:56:37,269 --> 00:56:41,269

851
00:56:41,270 --> 00:56:45,270

852
00:56:45,272 --> 00:56:49,272
อะไรนะคะ ตอบได้เลย

853
00:56:49,276 --> 00:56:53,276

854
00:56:53,277 --> 00:56:57,277
อะไรนะ

855
00:56:57,279 --> 00:57:01,279
อ๋อ โอ.เค.

856
00:57:01,280 --> 00:57:05,280
มีอะไรอีกคะ

857
00:57:05,282 --> 00:57:09,282
ในกล่องเคสเรา มีเยอะเลยค่ะ

858
00:57:09,283 --> 00:57:13,283
เยอะ

859
00:57:13,284 --> 00:57:17,284
ในเมนบอร์ดก็มีเยอะ

860
00:57:17,285 --> 00:57:21,285

861
00:57:21,287 --> 00:57:25,287
คือนึก นึกบางคนนึกออก

862
00:57:25,289 --> 00:57:29,289
อยู่แต่ไม่รู้มันเรียกว่าอะไรนี่สิ

863
00:57:29,289 --> 00:57:33,289
(อาจารย์) การ์ดเสียง

864
00:57:33,291 --> 00:57:37,291

865
00:57:37,293 --> 00:57:41,293
Sound Card

866
00:57:41,294 --> 00:57:45,294
ปกติตอบ Sound ต้องมากับอีกตัวหนึ่งเลยนะ

867
00:57:45,297 --> 00:57:49,297

868
00:57:49,298 --> 00:57:53,298

869
00:57:53,300 --> 00:57:57,300

870
00:57:57,302 --> 00:58:01,302

871
00:58:01,304 --> 00:58:05,304
ไม่มีนั่นแหละ

872
00:58:05,308 --> 00:58:09,308
การ์ด LAN คืออะไร Network interface card

873
00:58:09,308 --> 00:58:13,308
อันเดียวกัน แต่เขามีหลายชื่อ

874
00:58:13,309 --> 00:58:17,309
มาตอบมาเลยค่ะ ครูจำได้นะ

875
00:58:17,310 --> 00:58:21,310
ว่าใครยังไม่ตอบ

876
00:58:21,311 --> 00:58:25,311
Port ไปหรือยัง

877
00:58:25,312 --> 00:58:29,312
ฮาร์ดดิสก์ยัง

878
00:58:29,313 --> 00:58:33,313
อยู่ไหม ตอบ Hardisk

879
00:58:33,314 --> 00:58:37,314
ก็ได้นะ Hardisk มีหลายประเภทค่ะ

880
00:58:37,316 --> 00:58:41,316
เราต้องเอื้อกันไง

881
00:58:41,318 --> 00:58:45,318
เปิดฝาเคสออก

882
00:58:45,319 --> 00:58:49,319
เจออะไรบ้างในนั้น ห้ามซ้ำกัน

883
00:58:49,320 --> 00:58:53,320
Power supply ไง

884
00:58:53,321 --> 00:58:57,321
CD-ROM

885
00:58:57,322 --> 00:59:01,322
หมดแล้วหรอ ห้องเรามีไม่กี่คน

886
00:59:01,324 --> 00:59:05,324
เอง ในนั้นมีเป็น 100 เลยค่ะ

887
00:59:05,325 --> 00:59:09,325
ในเมนบอร์ดน่ะก็เยอะ

888
00:59:09,326 --> 00:59:13,326
เพิ่งได้ Sound Card เองใช่หรือเปล่า

889
00:59:13,328 --> 00:59:17,328
สล็อต สล็อตแบบไหน

890
00:59:17,329 --> 00:59:21,329
slot มีหลายแบบ slot แบบไหน แบบตัวขาวใช่ไหม

891
00:59:21,329 --> 00:59:25,329
เรียกว่าอะไร (นักศึกษา) เรียกว่าอะไร (อาจารย์)

892
00:59:25,331 --> 00:59:29,331
เรียกว่าอะไร ไอ้ตัวนี้

893
00:59:29,332 --> 00:59:33,332
ตัวนี้ กับไอ้ตัวที่เสียบการ์ดจอ

894
00:59:33,333 --> 00:59:37,333
ก็คนละประเภท ครูถาม slot ram

895
00:59:37,334 --> 00:59:41,334
เขาไม่เรียก Slot RAM น่ะ

896
00:59:41,336 --> 00:59:45,336
มันมีชื่อว่าอะไร

897
00:59:45,337 --> 00:59:49,337

898
00:59:49,339 --> 00:59:53,339
main board อัฐสราวุธ

899
00:59:53,341 --> 00:59:57,341
คิดมา

900
00:59:57,342 --> 01:00:01,342
Socket แบบไหน

901
01:00:01,343 --> 01:00:05,343
ก็สล็อตนั่นล่ะ อันนี้

902
01:00:05,344 --> 01:00:09,344
แบบไหน

903
01:00:09,345 --> 01:00:13,345
ตอบค่ะ ช่วยกันคิด

904
01:00:13,346 --> 01:00:17,346
คิด คิดไม่ได้ก็ search

905
01:00:17,349 --> 01:00:21,349
Transiter

906
01:00:21,351 --> 01:00:25,351
main board

907
01:00:25,352 --> 01:00:29,352
ถ้าตอบ Transistor นี่

908
01:00:29,354 --> 01:00:33,354
ห้ามตอบนี้อีกเลยนะ เหมือนอัศดาวุธตอบ

909
01:00:33,356 --> 01:00:37,356
เมนบอร์ดครับ โอ.เค.

910
01:00:37,358 --> 01:00:41,358
โอ.เค. ค่ะ มี main board

911
01:00:41,360 --> 01:00:45,360
นะคะ มีอีกสิ

912
01:00:45,361 --> 01:00:49,361
เราเอาแบบใช้งานได้เลยสิ

913
01:00:49,362 --> 01:00:53,362
ต่อมาค่ะ

914
01:00:53,363 --> 01:00:57,363
นี่สอนคู่กับซ่อมบำรุงเลยนะ

915
01:00:57,364 --> 01:01:01,364

916
01:01:01,365 --> 01:01:05,365
แต่ทุกคนเคยเห็นนะ เปิดฝาเคสออก

917
01:01:05,367 --> 01:01:09,367
เห็นใช่ไหมคะ ยังเลยหรอ

918
01:01:09,368 --> 01:01:13,368
ลองเดาดู

919
01:01:13,369 --> 01:01:17,369
ถ้าอย่างนั้น อันนี้ยังไม่ได้ไปพูดถึง

920
01:01:17,371 --> 01:01:21,371
เปิดหลังจอออกนะ เอาแค่เป็นฝาเคสออก

921
01:01:21,372 --> 01:01:25,372
ยังไม่ได้พูดถึง Notebook อีก เอาแบบ

922
01:01:25,373 --> 01:01:29,373
PC นี่ละมันใหญ่ ๆ ดีจะได้เห็นชัด

923
01:01:29,374 --> 01:01:33,374
จักรพันธ์สรุปว่าตอบครูว่าอย่างไรนี่

924
01:01:33,375 --> 01:01:37,375
ขาว ๆ นี่ Slot แบบไหน

925
01:01:37,377 --> 01:01:41,377
ถ้าคุณตอบ

926
01:01:41,379 --> 01:01:45,379
ตอบ slot มันเหมาทั้งนี้เลยนะ

927
01:01:45,380 --> 01:01:49,380
(นักศึกษา) เหมาเลยก็ได้ (อาจารย์) ไม่ได้สิ

928
01:01:49,381 --> 01:01:53,381
มันเห็นแก่ตัวสิ เพื่อนยังไม่ได้ตอบเลย มันมี Slot ในนี้ตั้งเยอะ

929
01:01:53,382 --> 01:01:57,382
เพื่อนตอบนั่นล่ะ ถูกแล้ว Slot แบบ PCI

930
01:01:57,383 --> 01:02:01,383
slot นี่ค่ะ สีขาว

931
01:02:01,384 --> 01:02:05,384
ถ้าเป็น Slot เสียบการ์ดจอล่ะ

932
01:02:05,385 --> 01:02:09,385

933
01:02:09,386 --> 01:02:13,386
มันจะเป็น Slot สี

934
01:02:13,387 --> 01:02:17,387
อื่นค่ะ ไม่ได้เป็นแบบ PCI

935
01:02:17,389 --> 01:02:21,389
ถ้าเป็นแบบขาว ๆ แล้วเป็นแบบที่เสียบ

936
01:02:21,389 --> 01:02:25,389
Ram น่ะ เราจะเรียกว่า "PCI Slot" ค่ะ

937
01:02:25,391 --> 01:02:29,391
ไม่ใช่ จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะคะ

938
01:02:29,392 --> 01:02:33,392
หาข้อมูลมา

939
01:02:33,393 --> 01:02:37,393

940
01:02:37,397 --> 01:02:41,397

941
01:02:41,398 --> 01:02:45,398
มีไหมคะ

942
01:02:45,401 --> 01:02:49,401
มีอีกไหม BGA

943
01:02:49,403 --> 01:02:53,403
มีไหมคะ

944
01:02:53,404 --> 01:02:57,404
โซนนี้เพิ่งตอบไป 2 คน

945
01:02:57,407 --> 01:03:01,407
ข้างหลังตอบหมดหรือยัง ที่ถามนี่คือ

946
01:03:01,408 --> 01:03:05,408
มองไม่เห็นจอบัง

947
01:03:05,410 --> 01:03:09,410
หมดแล้วหรือ

948
01:03:09,412 --> 01:03:13,412

949
01:03:13,414 --> 01:03:17,414
ได้อยู่ มันก็คือ ฮาร์ดแวร์นะ

950
01:03:17,417 --> 01:03:21,417
ช่องเสียบ Hardisk data

951
01:03:21,418 --> 01:03:25,418
มีไหมคะ มีเยอะอยู่นะ

952
01:03:25,422 --> 01:03:29,422
เอาเป็นว่าจริง ๆ พูดเรื่อง RAM นี่ล่ะค่ะ

953
01:03:29,423 --> 01:03:33,423
นะคะ ก็เลยพูดถึงตัวนี้มา ผ่านไป

954
01:03:33,425 --> 01:03:37,425
มาดู output Unit บ้าง หน่วน

955
01:03:37,429 --> 01:03:41,429
แสดงผลทีนี้ ในข้อสอบถามว่า

956
01:03:41,431 --> 01:03:45,431
หน่วยแสดงผลมีกี่ประเภทนะคะ มี 2 ประเภท

957
01:03:45,433 --> 01:03:49,433
ก็คือ Stop Copy

958
01:03:49,434 --> 01:03:53,434
soft copy ก็คือ

959
01:03:53,436 --> 01:03:57,436
Print ออกมาแล้วถือไปได้

960
01:03:57,438 --> 01:04:01,438
สไลด์นี้มีแค่นี้นะคะ ครูสรุปให้เลย

961
01:04:01,439 --> 01:04:05,439
หน่วยแสดงผล มี 2 ประเภท ก็คือ Soft Copy

962
01:04:05,440 --> 01:04:09,440
soft copy คือ screen layout

963
01:04:09,440 --> 01:04:13,440
บนหน้าจอนะคะ ชั่วคราว

964
01:04:13,441 --> 01:04:17,441
ถูกต้องนะคะ คือ ดูแล้วก็ถ้าในมือถือเรา

965
01:04:17,443 --> 01:04:21,443
ปื้ดผ่านไป หรือปิดย่ออย่างนี้นะ ถ้าในจอ

966
01:04:21,444 --> 01:04:25,444
คอมเราก็ดูเสร็จเราก็เอาอะไรไปไม่ได้นะคะ

967
01:04:25,445 --> 01:04:29,445
แต่ถ้าเกิดเป็น Hard copy

968
01:04:29,445 --> 01:04:33,445
แล้วออกมาได้เป็น Hard Copy น่ะค่ะ เป็นกระดาษ

969
01:04:33,446 --> 01:04:37,446
คราวนี้มาพูดถึงจอ

970
01:04:37,451 --> 01:04:41,451
บ้างนะคะ จอภาพก็มีหลาย

971
01:04:41,451 --> 01:04:45,451
ประเภทนะคะ ที่เรารู้จัก เรา

972
01:04:45,455 --> 01:04:49,455
รู้จักจอแบบ CRT ไหมคะ

973
01:04:49,456 --> 01:04:53,456
จอ CRT จอที่เรา

974
01:04:53,457 --> 01:04:57,457
จอที่เราใช้งานอยู่เรียกว่าจอแบบไหน

975
01:04:57,458 --> 01:05:01,458
LED หรือ LCD

976
01:05:01,459 --> 01:05:05,459
หรือ... ดูมีหลายแบบ

977
01:05:05,460 --> 01:05:09,460
แบบไหน

978
01:05:09,461 --> 01:05:13,461
ถ้าเป็น CRT มันจะเป็นเหมือนแบบ

979
01:05:13,463 --> 01:05:17,463
จอที่มี...

980
01:05:17,464 --> 01:05:21,464
เอา CRT ก่อน เคยเห็นจอภาพแบบ CRT ไหมคะ

981
01:05:21,465 --> 01:05:25,465
จอแก้ว จอ

982
01:05:25,466 --> 01:05:29,466
ที่เป็นแบบข้างหลังนูน ๆ

983
01:05:29,467 --> 01:05:33,467
นะคะ เมื่อก่อนคอมก็เป็นจอแบบนั้น

984
01:05:33,468 --> 01:05:37,468
แบบใหญ่ ๆ นะคะ แล้วก็ปรับมาเป็นแบบจอใช้หลักการเรืองแสง

985
01:05:37,469 --> 01:05:41,469
ผ่าน ผ่านผลึก

986
01:05:41,471 --> 01:05:45,471
จริง ๆ ตัวนี้ไม่ได้ออกข้อสอบนะ เดี๋ยวเราท่องจำไป

987
01:05:45,471 --> 01:05:49,471
เดี๋ยวเราจะไปจำตัวนี้ ให้รู้ว่าไม่ได้ใช้การ

988
01:05:49,473 --> 01:05:53,473
ยิงแสงผ่านหลอดภาพน่ะนะคะ มันใช้หลักการเรืองแสงผ่านไฟ

989
01:05:53,474 --> 01:05:57,474
นะคะ เขาไปในผลึกของเหลว

990
01:05:57,476 --> 01:06:01,476
อันนี้กินไฟน้อยนะคะ มีน้ำหนักน้อย

991
01:06:01,477 --> 01:06:05,477
นะคะ มี LCD, LED นะคะ

992
01:06:05,478 --> 01:06:09,478
จอแบบจอบางน่ะค่ะ ต่อไป

993
01:06:09,479 --> 01:06:13,479
ตัวนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับจอภาพ

994
01:06:13,481 --> 01:06:17,481
จะมีหน่วนความเร็วนะคะ ไม่ใช่หน่วยความเร็วสิ หน่วยความละเอียด

995
01:06:17,483 --> 01:06:21,483
ของหน้าจอนะคะ

996
01:06:21,484 --> 01:06:25,484
มันจะบอกมาเป็นจุดเลยน่ะ

997
01:06:25,485 --> 01:06:29,485
ความละเอียด ตัวไหนไม่ออกข้อสอบ ก็จะ

998
01:06:29,486 --> 01:06:33,486
ผ่านไปนะคะ จอภาพจะแสดง

999
01:06:33,487 --> 01:06:37,487
ผลได้ก็ต้องมีอุปกรณ์ตัวนรี้

1000
01:06:37,488 --> 01:06:41,488
อุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอะไรคะ

1001
01:06:41,490 --> 01:06:45,490
การ์ดจอนะคะ หรือ VGA Card

1002
01:06:45,492 --> 01:06:49,492
นะคะ VGA Card ก็จะมีทั้งแบบ On bo

1003
01:06:49,494 --> 01:06:53,494
ก็คืออยู่ในบอร์ด อยู่ในเมนบอร์ด

1004
01:06:53,495 --> 01:06:57,495
กับแยกการ์ดนะคะ มีแบบเป็นการ์ดเลยกับตัว On Board

1005
01:06:57,496 --> 01:07:01,496
นอกจากนี้นะคะ อุปกรณ์ที่อยู่ใน

1006
01:07:01,497 --> 01:07:05,497
โหมดของการ โหมดแสดงผลน่ะ

1007
01:07:05,498 --> 01:07:09,498
Output น่ะ ก็ยังมี Projector อันนี้เรารู้จักอยู่แล้ว

1008
01:07:09,499 --> 01:07:13,499
ตัวอุปกรณ์ฉายภาพนะคะ

1009
01:07:13,499 --> 01:07:17,499
มีหลายยี่ห้อด้วยกัน แล้วก็จะมี

1010
01:07:17,500 --> 01:07:21,500
แปลว่าการ... เขา

1011
01:07:21,501 --> 01:07:25,501
เรียกอะไร Output Unit น่ะ นอกจากเราจะโชว์

1012
01:07:25,503 --> 01:07:29,503
บนจอแล้วนะคะ พริ้นออกมาแล้ว

1013
01:07:29,504 --> 01:07:33,504
เรายังแสดงเป็นภาพบนจอใหญ่ผ่าน Projecter

1014
01:07:33,506 --> 01:07:37,506
หรือ output ผ่าน Audio

1015
01:07:37,507 --> 01:07:41,507
Output ก็คือพวกลำโพง หูฟังอะไรพวกนี้

1016
01:07:41,507 --> 01:07:45,507
โดยผ่านอุปกรณ์ ตัวนี้เรียกว่า

1017
01:07:45,508 --> 01:07:49,508

1018
01:07:49,509 --> 01:07:53,509
ต่างจากการ์ดตัวนี้ไหม

1019
01:07:53,510 --> 01:07:57,510
(นักศึกษา) ต่างครับ (อาจารย์) ต่างกันอย่างไร

1020
01:07:57,512 --> 01:08:01,512
(นักศึกษา) ใช้งานด้านกราฟฟิกมากกว่าครับ (อาจารย์) เอาอย่างนี้

1021
01:08:01,513 --> 01:08:05,513
ถ้าครูเอาอย่างนี้ ถ้าครูถือการ์ดอยู่

1022
01:08:05,515 --> 01:08:09,515
2 อัน แล้วให้ทายว่าอันไหน คือ การ์ดจอ ตัวไหน คือ

1023
01:08:09,516 --> 01:08:13,516
การ์ดเสียง เราจะดูตรงไหน

1024
01:08:13,517 --> 01:08:17,517
ดู Port โอ.เค. นะคะ อันนี้

1025
01:08:17,518 --> 01:08:21,518
การ์ดจอ มันก็จะมี Port

1026
01:08:21,519 --> 01:08:25,519
แบบ parali

1027
01:08:25,520 --> 01:08:29,520
แต่ถ้าเกิดเป็นการ์ดเสียง มันจะ

1028
01:08:29,522 --> 01:08:33,522
เป็น Port แบบนี้นะคะ

1029
01:08:33,524 --> 01:08:37,524
ให้สังเกตนะ อันนี้คือการ์ดเสียง อันนี้คือ การ์ด

1030
01:08:37,526 --> 01:08:41,526
จอนะคะ ก็คือซับพอร์ท

1031
01:08:41,526 --> 01:08:45,526
สนับสนุนเสียงที่เราจะได้ยินน่ะ

1032
01:08:45,527 --> 01:08:49,527
นะคะ คุณภาพเสียงก็จะไม่ดีหน่อย คุณภาพจะไม่ดี

1033
01:08:49,528 --> 01:08:53,528
แต่ถ้าเกิดเป็นแบบ Sound Card

1034
01:08:53,529 --> 01:08:57,529
ดูหนังฟังเพลงน่ะ เสียงแบบดี ๆ น่ะ

1035
01:08:57,530 --> 01:09:01,530
การ์ดแยกออกมานะคะ ราคาก็จะแพงกว่า

1036
01:09:01,532 --> 01:09:05,532
กว่ากันอยู่ Output Unit ตัวต่อไป ก็จะเป็น Printer

1037
01:09:05,533 --> 01:09:09,533
นะคะ จะมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ เลยก็จะมี

1038
01:09:09,534 --> 01:09:13,534
แบบหัวเข็ม เราเรียกเครื่องพิมพ์ชนิดตอกเข็มลงบนกระดาษ

1039
01:09:13,535 --> 01:09:17,535
ลงไปที่กระดาษนะคะ ผ่านกระดาษคาร์บน

1040
01:09:17,536 --> 01:09:21,536
ลงไปที่กระดาษที่เราต้องการนะคะ

1041
01:09:21,538 --> 01:09:25,538
แบบนี้เคยเห็นไหมคะ อันนี้เราเรียกว่า

1042
01:09:25,540 --> 01:09:29,540
เครื่องพิมพ์ชนิดตอกหัวเข็มลงไป

1043
01:09:29,541 --> 01:09:33,541
ผ่านกระดาษคาร์บอนลงไปที่กระดาษ

1044
01:09:33,542 --> 01:09:37,542
ที่เราจะเอา ที่เราจะใช้นะคะ รู้จักกระดาษคาร์บอนไหม

1045
01:09:37,543 --> 01:09:41,543
กระดาษคาร์บอนเป็นอย่างไรคะ เคยได้ยินไหม

1046
01:09:41,544 --> 01:09:45,544
เคยได้ยินไหม

1047
01:09:45,545 --> 01:09:49,545
กระดาษคาร์บอนมันจะเหมือนกับ

1048
01:09:49,546 --> 01:09:53,546
เคยเห็นใบเสร็จที่เขาแบบ... มันจะมีแผ่นข้างหน้านะ แล้วก็

1049
01:09:53,547 --> 01:09:57,547
แผ่นกลางที่เป็นสีดำ

1050
01:09:57,548 --> 01:10:01,548
คือ แผ่นสีดำที่เป็นตรงกลางน่ะ (นักศึกษา)  กระดาษ copy

1051
01:10:01,549 --> 01:10:05,549
(อาจารย์) ถูก เราเรียกกระดาษ copy หรือ

1052
01:10:05,550 --> 01:10:09,550
ถ้าใช้กับเครื่องแบบนี้เราเรียก "กระดาษคาร์บอน"

1053
01:10:09,551 --> 01:10:13,551
ใช้พิมพ์ ใช้กับเครื่องพรินท์ที่เป็น

1054
01:10:13,552 --> 01:10:17,552
หัวเข็มนะคะ

1055
01:10:17,553 --> 01:10:21,553
ยังมีใช้อยู่นะคะ ส่วนมากมันจะเป็นเครื่อง

1056
01:10:21,553 --> 01:10:25,553
พวกเครื่องพริ้นพวกนี้นะคะ เราจะเรียกเครื่องพริ้นแบบ

1057
01:10:25,555 --> 01:10:29,555
dot ก็คือหัวเข็มที่ตอกลงไป

1058
01:10:29,556 --> 01:10:33,556
แล้วก็เครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้กระบวนการทางเคมีใน

1059
01:10:33,557 --> 01:10:37,557
ทำงานะนคะ เราเรียกว่า

1060
01:10:37,559 --> 01:10:41,559
แบบชนิดไม่ตอกหัวเข็ม แต่ใช้วิธีการพ้นหมึก

1061
01:10:41,560 --> 01:10:45,560
ผ่านความร้อนก็จะได้ตัวหนังสืออกมา

1062
01:10:45,561 --> 01:10:49,561
ไม่ว่าจะเป็น laser print

1063
01:10:49,563 --> 01:10:53,563

1064
01:10:53,564 --> 01:10:57,564
รู้จักเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ไหมคะ

1065
01:10:57,565 --> 01:11:01,565
เลเซอร์ Printer รู้จักไหม Ink

1066
01:11:01,566 --> 01:11:05,566
inject printer รู้จักไหม

1067
01:11:05,567 --> 01:11:09,567
หมึกแบบไหน

1068
01:11:09,568 --> 01:11:13,568
เลเซอร์นี่ไม่ได้ใช้หมึกหรือ

1069
01:11:13,571 --> 01:11:17,571
เป็นแบบไหน

1070
01:11:17,572 --> 01:11:21,572
หมึกของ Laser เป็นอย่างไรคะ

1071
01:11:21,573 --> 01:11:25,573
เป็นผงโทนเนอร์

1072
01:11:25,574 --> 01:11:29,574
หมึก Inkjet ล่ะค่ะ เป็นน้ำ เป็นสี

1073
01:11:29,575 --> 01:11:33,575
มีกี่สี อะไรบ้าง

1074
01:11:33,576 --> 01:11:37,576
อะไรบ้าง สีดำ, เหลือง

1075
01:11:37,577 --> 01:11:41,577
หมดแล้วหรือ

1076
01:11:41,578 --> 01:11:45,578
แม่สีมีสีอะไรบ้าง (นักศึกษา) น้ำเงิน (อาจารย์)

1077
01:11:45,579 --> 01:11:49,579
น้ำเงิน แดง เหลือง

1078
01:11:49,580 --> 01:11:53,580
(นักศึกษา)  เหลือง (อาจารย์)  เหลือง ดำนี่เป็นแม่สีไหม

1079
01:11:53,582 --> 01:11:57,582
No

1080
01:11:57,583 --> 01:12:01,583
มันเป็นโหมดหนึ่งไงสีดำ แต่ไม่ใช่แม่สี

1081
01:12:01,584 --> 01:12:05,584
ครูถามแม่สีไง

1082
01:12:05,584 --> 01:12:09,584
จักรพันธุ์เริ่มเรียนเยอะแล้วเริ่มงง

1083
01:12:09,586 --> 01:12:13,586
ไม่ตั้งใจฟังเลย

1084
01:12:13,587 --> 01:12:17,587
เลเซอร์ก็จะมี

1085
01:12:17,589 --> 01:12:21,589
4 สีเหมือนกัน จะมีสีดำแยกออกมา

1086
01:12:21,590 --> 01:12:25,590
นะคะ แล้วก็เป็น laser สี

1087
01:12:25,591 --> 01:12:29,591
ที่เป็นแบบหมึกผงน่ะ หมึกโทนเนอร์

1088
01:12:29,592 --> 01:12:33,592
มันจะเป็นเม็ดผง ๆ ละเอียดเลยค่ะ แต่โดนมือนี่

1089
01:12:33,594 --> 01:12:37,594
เปื้อนเลยค่ะ นะคะ เปื้อนเลยค่ะ

1090
01:12:37,595 --> 01:12:41,595
เป็นฝุ่น ๆ แต่เปื้อนเลยค่ะ อันนี้เป็น

1091
01:12:41,595 --> 01:12:45,595
หมึกเรเซอร์ ถ้า Ink jet

1092
01:12:45,597 --> 01:12:49,597
แบบไหนพริ้นดี

1093
01:12:49,598 --> 01:12:53,598
จริงหรือเปล่า

1094
01:12:53,599 --> 01:12:57,599
แต่ร้านถ่ายรูปนี่

1095
01:12:57,600 --> 01:13:01,600
เขาไม่ค่อยใช้ raser นะ

1096
01:13:01,601 --> 01:13:05,601
เขาจะใช้ inkjet

1097
01:13:05,603 --> 01:13:09,603
นะคะ คือด้วยความที่

1098
01:13:09,606 --> 01:13:13,606
มันจะแพงนะะค เพราะว่าเขาขาย

1099
01:13:13,607 --> 01:13:17,607
เป็นกล่องนะ เขาเรียกโทนเนอร์น่ะ

1100
01:13:17,608 --> 01:13:21,608
เราเรียก 1 โทนเนอร์ ฉะนั้น มันก็ขายเหมือนกัน inkjet

1101
01:13:21,610 --> 01:13:25,610
คือ Inkject 1 สี

1102
01:13:25,611 --> 01:13:29,611
เราจะเห็นกระปุกเล็ก ๆ

1103
01:13:29,612 --> 01:13:33,612
นะคะ 1 หลอดน่ะ ก็คือ 1 สี

1104
01:13:33,613 --> 01:13:37,613
เหมือนกันนะคะ ฉะนั้น เมื่อซื้อ

1105
01:13:37,613 --> 01:13:41,613
ถ้าจักรพันธ์ไปซื้อเลเซอร์พรินต์เตอร์

1106
01:13:41,614 --> 01:13:45,614
แบบดำอย่างเดียว เราก็ได้ใช้แค่

1107
01:13:45,615 --> 01:13:49,615
สีดำนะคะ แต่ถ้าเกิดเราซื้อ Printer ที่มัน

1108
01:13:49,616 --> 01:13:53,616
พริ้นสีได้ด้วย เราต้องใส่หมึกเข้าไปกี่หลอด

1109
01:13:53,617 --> 01:13:57,617
4 หลอดนะคะ ก็คือแม่สี 3 สีนั้น

1110
01:13:57,619 --> 01:14:01,619
แล้วก็สีดำ แล้วถ้าสีใดสีหนึ่งมันหมด

1111
01:14:01,623 --> 01:14:05,623
ยังพรินต์ได้ไหม

1112
01:14:05,624 --> 01:14:09,624
ได้ แต่มันก็จะไม่มีสีนั้น

1113
01:14:09,625 --> 01:14:13,625
คือสีอื่นในโลกนี้ มันเกิดจากการผสมสี

1114
01:14:13,626 --> 01:14:17,626
ของแม่สี 3 สีนี่ละ แต่ถ้าสีแดงหมด

1115
01:14:17,628 --> 01:14:21,628
อย่างนี้ค่ะ เราพรินมันอาจจะไม่มีสีแดง

1116
01:14:21,630 --> 01:14:25,630
สีอันนี้เลยนะคะ คือ สีที่เกิดจากสีแดงน่ะไม่มี

1117
01:14:25,632 --> 01:14:29,632
มันก็จะออกไปทางน้ำเงิน ทางเหลือง

1118
01:14:29,633 --> 01:14:33,633
ปริ้นท์ได้อยู่ ทีนี้รู้จัก

1119
01:14:33,635 --> 01:14:37,635
เครื่อง Print ที่เป็นแบบนี้ไหม

1120
01:14:37,636 --> 01:14:41,636
เรียก "Plotter" ไหม ไม่ได้แฮรี่ พาร์ตเตอร์ นะ

1121
01:14:41,637 --> 01:14:45,637
เอาไว้ Print ไวนิล

1122
01:14:45,638 --> 01:14:49,638
plotter เป็นการ

1123
01:14:49,639 --> 01:14:53,639
พวกภาพกราฟิก

1124
01:14:53,641 --> 01:14:57,641
หรือข้อความที่แบบใหญ่ ๆ นะคะ พริ้นบนผืนผ้าใบ

1125
01:14:57,651 --> 01:15:01,651
นะคะ ผืนผ้า เราเรียก Porter

1126
01:15:01,652 --> 01:15:05,652
อีกหน่วยหนึ่ง หน่วนสุดท้าย คือ

1127
01:15:05,653 --> 01:15:09,653
พูดถึงเกี่ยวกับหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1128
01:15:09,654 --> 01:15:13,654
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองมีหลายประเภทด้วยกัน

1129
01:15:13,656 --> 01:15:17,656
เช่น สมัยก่อนนะคะ สมัยที่ใช้คอมพิวเตอร์

1130
01:15:17,658 --> 01:15:21,658
ยุคที่ 1 ที่ 2 นี่เราจะใช้ที่เก็บข้อมูลแบบ ma

1131
01:15:21,658 --> 01:15:25,658
Tape

1132
01:15:25,660 --> 01:15:29,660
อันนี้มีในข้อสอบด้วยนะคะ

1133
01:15:29,661 --> 01:15:33,661
แมคนาติกเทปก็จะเป็นหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

1134
01:15:33,663 --> 01:15:37,663
เป็นเหมือนกับ เคยเห็น

1135
01:15:37,664 --> 01:15:41,664
ม้วนหนังกางแปลงไหมคะ

1136
01:15:41,665 --> 01:15:45,665
ตอนนี้ก็มีอยู่หรือ หนังกลางแปลง

1137
01:15:45,666 --> 01:15:49,666
ม้วนหนังน่ะ เทปแม่เหล็ก

1138
01:15:49,667 --> 01:15:53,667
คือ เทปแม่เหล็ก เวลาเอามาถ่าย

1139
01:15:53,669 --> 01:15:57,669
มันจะเป็นม้วนใหญ่ ๆ นะ

1140
01:15:57,670 --> 01:16:01,670
เหมือนฟิล์มถ่ายรูปน่ะ อันนี้คือเทปแม่เหล็ก

1141
01:16:01,671 --> 01:16:05,671
คือคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ น่ะค่ะ

1142
01:16:05,672 --> 01:16:09,672
น่ะ คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ ๆ น่ะ เต็มห้อง

1143
01:16:09,673 --> 01:16:13,673
ใหญ่สุด ประสิทธิภาพสูงสุด

1144
01:16:13,674 --> 01:16:17,674
เรียกว่า...

1145
01:16:17,675 --> 01:16:21,675
เรียกว่า ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ค่ะ

1146
01:16:21,677 --> 01:16:25,677
magnetic tape

1147
01:16:25,679 --> 01:16:29,679
ต่อไป ก็จะมาเป็น

1148
01:16:29,681 --> 01:16:33,681
Magnetic Disk นะคะ จานแม่เหล็ก

1149
01:16:33,683 --> 01:16:37,683
จานแม่เหล็กเป็นอย่างไร ให้นึกถึงง่าย ๆ

1150
01:16:37,684 --> 01:16:41,684
ว่า... มีนะคะ

1151
01:16:41,686 --> 01:16:45,686
Hardisk เป็นลักษณะ Magnetic Disk

1152
01:16:45,686 --> 01:16:49,686
เหมือนกันนะคะ การเข้าถึงข้อมูลเข้าถึงได้แบบ Direct access

1153
01:16:49,687 --> 01:16:53,687
ก็คือเข้าถึงได้โดยตรง

1154
01:16:53,688 --> 01:16:57,688
เขาบอกเก็บได้มากกว่า เทปแม่เหล็ก

1155
01:16:57,690 --> 01:17:01,690
แบบเดิมน่ะนะคะ ขนาดเล็กกว่าแต่เก็บข้อมูลได้มากกว่า

1156
01:17:01,692 --> 01:17:05,692
นะคะ การทำงานเร็วกว่านะคะ

1157
01:17:05,693 --> 01:17:09,693
อันนี้คือ จานแม่เหล็กก็คือ ฮาร์ดดิส

1158
01:17:09,694 --> 01:17:13,694
ดูหน้าตา Hard Disk

1159
01:17:13,696 --> 01:17:17,696
จะเป็นแบบนี้นะคะ มีพลาสเตอร์เรียงอยู่

1160
01:17:17,697 --> 01:17:21,697
แต่ละแผ่นที่เก็บข้อมูลน่ะค่ะ เราจะเรียก Sector

1161
01:17:21,699 --> 01:17:25,699
แบบเป็น Sixment เข้าไปอีก

1162
01:17:25,699 --> 01:17:29,699
เป็นขนาดย่อยลงไป นี่

1163
01:17:29,701 --> 01:17:33,701
คือ hardisk แล้วก็จะมีสื่อเก็บข้อมู

1164
01:17:33,705 --> 01:17:37,705
ที่เป็นแบบ optical Disk

1165
01:17:37,706 --> 01:17:41,706
สื่อประเภทที่ใช้แบบ แสงเลเซอร์

1166
01:17:41,707 --> 01:17:45,707
ในการอ่านเขียนน่ะ ตอนนี้ราคา

1167
01:17:45,709 --> 01:17:49,709
ไม่แพงแล้ว ที่เรารู้จักน่าจะเป็นพวก CD

1168
01:17:49,710 --> 01:17:53,710
DVD อะไรพวกนี้นะคะ เราเรียกว่า Optical Disk

1169
01:17:53,711 --> 01:17:57,711
Optical Disk นะคะ

1170
01:17:57,712 --> 01:18:01,712
ต่อไปในตอนนี้เราใช้เป็นแบบแฟรก

1171
01:18:01,713 --> 01:18:05,713
มากกว่านะ เก็บข้อมูลแบบ Flash Flash ก็จะมีหลายต

1172
01:18:05,715 --> 01:18:09,715
คือ พัฒนามาจากตัวหน่วย

1173
01:18:09,718 --> 01:18:13,718
ออกตัวหน่วยความจำ

1174
01:18:13,720 --> 01:18:17,720
การ์ด fac นะ

1175
01:18:17,722 --> 01:18:21,722
Memory stick หรือการ์ด

1176
01:18:21,724 --> 01:18:25,724
Smart Media ที่เก็บข้อมูลมัลติมีเดียอะไรอย่างนี้

1177
01:18:25,727 --> 01:18:29,727
รู้สึกหน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลต

1178
01:18:29,728 --> 01:18:33,728
memory stick

1179
01:18:33,729 --> 01:18:37,729
แบบนี้นะคะ พวก Flash drive หรือเป็นแบบการ์ด

1180
01:18:37,731 --> 01:18:41,731
พวกนี้นะคะ หรือเป็นแบบการ์ดนะคะ

1181
01:18:41,732 --> 01:18:45,732
เราจะเห็นที่ไหน

1182
01:18:45,733 --> 01:18:49,733
smart phone มีไหมหน่วยเก็บข้อมูล

1183
01:18:49,735 --> 01:18:53,735
นะคะ เป็นแบบการ์ดนะ ที่แยกออกมาจาก

1184
01:18:53,736 --> 01:18:57,736
ซิมน่ะ นะคะ

1185
01:18:57,737 --> 01:19:01,737
รุ่นหลัง ๆ จะไม่มีแล้ว

1186
01:19:01,738 --> 01:19:05,738
ใช่นะคะ

1187
01:19:05,739 --> 01:19:09,739
คือ ยิ่งมันมีอุปกรณ์ให้ใช้เยะ

1188
01:19:09,740 --> 01:19:13,740
ก็จะทำให้ตัวอุปกรณ์นั้นน่ะ ตัวเครื่อง ตัวสมาร์ทโฟน

1189
01:19:13,742 --> 01:19:17,742
มันมีขนาดใหญ่ มันหนัก เขาก็ทำให้

1190
01:19:17,743 --> 01:19:21,743
เล็กลงบางลงเบา ใช้งานได้ง่าย

1191
01:19:21,743 --> 01:19:25,743
นะคะ เขาก็พยายามเอาหน่วยเก็บข้อมูล

1192
01:19:25,744 --> 01:19:29,744
อะไรพวกนี้ออกไปนะคะ เป็นแบบฝังมากับตัวเครื่องเลยน่ะค่ะ

1193
01:19:29,744 --> 01:19:33,744
นอกจากนี้ ก็ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ อีก

1194
01:19:33,744 --> 01:19:37,744
นะคะ ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้แบบ 4

1195
01:19:37,745 --> 01:19:41,745
หน่วยที่กล่าวไปนะคะ หน่วย Input หน่วย

1196
01:19:41,747 --> 01:19:45,747
หน่วยประมวลผล หน่วย Output หน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะ

1197
01:19:45,748 --> 01:19:49,748
อย่างเช่น แผงวงจรหลัก

1198
01:19:49,749 --> 01:19:53,749
หลัก หรือ Main Board

1199
01:19:53,750 --> 01:19:57,750
ส่วนที่ทำหน้าที่อุปกรณ์ต่าง ๆ

1200
01:19:57,751 --> 01:20:01,751
USB  FireWire Infarlate

1201
01:20:01,752 --> 01:20:05,752
อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสาร หรือ โมเดม

1202
01:20:05,753 --> 01:20:09,753
สำรองข้อมูลนะคะ สำรองข้อ

1203
01:20:09,754 --> 01:20:13,754
ข้อมูลหรือสำรองไฟนะคะ เราเรียก UPS

1204
01:20:13,755 --> 01:20:17,755
เครื่องสำรองไฟ ทุกเครื่องมีเครื่องสำรองไฟเป็นของตัวเองไหมคะ

1205
01:20:17,757 --> 01:20:21,757
ไม่มีหรอ อ่าวหรอ

1206
01:20:21,758 --> 01:20:25,758
กำลังจะบอกว่าก้มลงใต้โต๊ะแล้วดูเครื่องสำรองไฟ

1207
01:20:25,759 --> 01:20:29,759
ไม่มี มี ๆ เครื่องครูนี่มี

1208
01:20:29,761 --> 01:20:33,761
จะมีเครื่องข้างหน้านะคะ

1209
01:20:33,762 --> 01:20:37,762
ก็จะมีเครื่องสำรองไฟอยู่

1210
01:20:37,763 --> 01:20:41,763
อันนี้ คือ Main Board

1211
01:20:41,764 --> 01:20:45,764
นะคะที่เป็นหน่วยรับข้อมูล

1212
01:20:45,765 --> 01:20:49,765
หน่วยประมวลผล หน่วยแสดงผล และหน่วยเก็บข้อมูลสำรองแล้ว

1213
01:20:49,766 --> 01:20:53,766
ก็ยังมี Mainborad

1214
01:20:53,766 --> 01:20:57,766
หน้าตาประมาณนี้ละ ที่ครูถามจักรพันธุ์

1215
01:20:57,768 --> 01:21:01,768
ไปว่า Slot แบบไหนน่ะค่ะ Slot มันจะมี

1216
01:21:01,769 --> 01:21:05,769
Slot มันจะมี 1 แบบ 2 แบบ

1217
01:21:05,770 --> 01:21:09,770
3 แบบ อันนี้เฉพาะ

1218
01:21:09,770 --> 01:21:13,770
เฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่บน Main Board

1219
01:21:13,771 --> 01:21:17,771
อันนี้เราเรียกว่า

1220
01:21:17,772 --> 01:21:21,772
แผงวงจรหลักนะคะ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

1221
01:21:21,773 --> 01:21:25,773
แล้วก็จะมี USB ถึงเวอร์ชันไหนแล้วคะ

1222
01:21:25,774 --> 01:21:29,774
3

1223
01:21:29,775 --> 01:21:33,775
USB ถึงเวอร์ชันไหน

1224
01:21:33,776 --> 01:21:37,776
3 ต่างจาก 2 อย่างไร

1225
01:21:37,778 --> 01:21:41,778
ความเร็วนะคะ ในการถ่ายโอนข้อมูล

1226
01:21:41,780 --> 01:21:45,780
นะคะ 3 จะเร็ว แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมีพอต 3

1227
01:21:45,781 --> 01:21:49,781
นะคะ ต่อไปนะคะ

1228
01:21:49,783 --> 01:21:53,783
อันนี้ คือ Port USB นะคะ ใช้มาตรฐาน USB

1229
01:21:53,784 --> 01:21:57,784
File While

1230
01:21:57,785 --> 01:22:01,785
เคยได้ยินพอร์ตนี้ไหมคะ

1231
01:22:01,786 --> 01:22:05,786
นักศึกษาจะรู้จัก

1232
01:22:05,787 --> 01:22:09,787
แต่ในที่นี้เราดูตัวเขียน FireWire ใช้ทำอะไรเอ่ย

1233
01:22:09,788 --> 01:22:13,788
เป็น Port แบบไหน

1234
01:22:13,795 --> 01:22:17,795
เคยเห็น พอร์ตเป็น FireWire ไหมคะ

1235
01:22:17,796 --> 01:22:21,796
เร็วกว่า USB ต้องเคยใช้งาน

1236
01:22:21,797 --> 01:22:25,797
แบบไหน

1237
01:22:25,799 --> 01:22:29,799
หัวเล็ก หัวเล็กแบบนี้ค่ะ

1238
01:22:29,800 --> 01:22:33,800
แบบนี้

1239
01:22:33,800 --> 01:22:37,800
จะอยู่ที่อุปกรณ์ ไหน

1240
01:22:37,801 --> 01:22:41,801
กล้อง

1241
01:22:41,802 --> 01:22:45,802
ไม่สังเกต กล้องไม่ได้ถ่ายโอนข้อมูล

1242
01:22:45,803 --> 01:22:49,803
ผ่าน USB นะคะ

1243
01:22:49,805 --> 01:22:53,805
อุปกรณ์ที่ต้องถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นก้อนขนาดใหญ่น่ะ

1244
01:22:53,807 --> 01:22:57,807
นะคะ จะใช้แบบ...

1245
01:22:57,810 --> 01:23:01,810
เราสังเกตหัวมาตรฐานแบบ File Wihle

1246
01:23:01,811 --> 01:23:05,811
ข้อมูลใหญ่ ๆ ได้เร็วกว่า USB นะคะ

1247
01:23:05,813 --> 01:23:09,813
ต่อไป Infared Infared

1248
01:23:09,814 --> 01:23:13,814
ส่งข้อมูลได้ระยะสั้น ๆ นะคะ ไม่มีสิ่งกีดขวาง

1249
01:23:13,816 --> 01:23:17,816
เช่น เครื่องพรินท์แบบอินฟาเรต เราก็ตั้ง

1250
01:23:17,816 --> 01:23:21,816
ตั้งตัวคอมพิวเตอร์นะคะ แล้วก็ตัวเครื่องพริ้น

1251
01:23:21,818 --> 01:23:25,818
ให้อยู่ใกล้ ๆ กันแล้วก็หันตัวที่เป็น Infrared

1252
01:23:25,819 --> 01:23:29,819
ให้มันตรงกันนะคะ เราก็สามารถสั่งพริ้นได้โดยไม่ใช้สายนะคะ

1253
01:23:29,821 --> 01:23:33,821
โอ.เค. โมเดม

1254
01:23:33,823 --> 01:23:37,823
ข้อสอบบอกไปกี่ข้อแล้ว ข้อสอบบอกว่า

1255
01:23:37,824 --> 01:23:41,824
Modem ใช้ทำอะไร หน้าที่ของโมเด็ม

1256
01:23:41,825 --> 01:23:45,825
เครื่องทุกเครื่องจำเป็นต้องมี Modem ไหมคะ

1257
01:23:45,826 --> 01:23:49,826
จำเป็นไหม

1258
01:23:49,827 --> 01:23:53,827
ถ้าไม่มี Modem คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ไหม

1259
01:23:53,828 --> 01:23:57,828
(นักศึกษา) ได้ แต่ใช้... (อาจารย์)

1260
01:23:57,829 --> 01:24:01,829

1261
01:24:01,830 --> 01:24:05,830
ถามว่า

1262
01:24:05,831 --> 01:24:09,831
คำถามที่ 1 คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมี Modem ไหม

1263
01:24:09,831 --> 01:24:13,831
ไม่จำเป็น คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็น

1264
01:24:13,831 --> 01:24:17,831
มี Mainborad ไหม จำเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องมี RAM ไหม

1265
01:24:17,833 --> 01:24:21,833
จำเป็นนะคะ เปลว่า โมเดม

1266
01:24:21,834 --> 01:24:25,834
แต่ถ้าไม่มีมันจะเป็นอย่างไรคะ

1267
01:24:25,835 --> 01:24:29,835
(นักศึกษา) เชื่อต่อเครือข่าย

1268
01:24:29,837 --> 01:24:33,837
เชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้ อย่างนั้นถามต่อไป Modem ใช้ทำอะไร

1269
01:24:33,838 --> 01:24:37,838
รับหรือส่ง เชื่อง่ายจังเลย

1270
01:24:37,839 --> 01:24:41,839
(นักศึกษา) ส่งครับ (อาจารย์)  เชื่อง่ายจังเลย

1271
01:24:41,839 --> 01:24:45,839
ให้คิดก่อนสิ โมเด็ม

1272
01:24:45,840 --> 01:24:49,840
Modem นะคะ มาจาก 2 คำ Modem นี่เป็นตัวย่อนะคะ

1273
01:24:49,841 --> 01:24:53,841
Mo ตัวแรก คือมาจาก Modulate

1274
01:24:53,844 --> 01:24:57,844
DEM มาจาก D

1275
01:24:57,845 --> 01:25:01,845
โมเด็มน่ะเป็นตัวย่อ Modem หรือ Modulate

1276
01:25:01,846 --> 01:25:05,846
หมายถึง

1277
01:25:05,848 --> 01:25:09,848
Modeam ใช้ ใช้ทำอะไร

1278
01:25:09,849 --> 01:25:13,849
ทำงานอย่างไร

1279
01:25:13,850 --> 01:25:17,850
หน้าที่ของ Modem คือ แปลงสัญญาณ

1280
01:25:17,852 --> 01:25:21,852
จาก... แปลงอย่างไรคะ

1281
01:25:21,854 --> 01:25:25,854
อย่างเดียว

1282
01:25:25,855 --> 01:25:29,855

1283
01:25:29,856 --> 01:25:33,856
ตอบแบบนี้ในข้อสอบจะถูกไหนะ

1284
01:25:33,857 --> 01:25:37,857
จะถูกไหมนะ

1285
01:25:37,859 --> 01:25:41,859

1286
01:25:41,861 --> 01:25:45,861
ใ

1287
01:25:45,863 --> 01:25:49,863
ใน Choice จะยาวแบบนี้ไหมนะ

1288
01:25:49,869 --> 01:25:53,869
เขาคงไม่ถามว่า Modem

1289
01:25:53,870 --> 01:25:57,870
ก็คงถามว่า โมเดม ใช้ทำอะไร

1290
01:25:57,871 --> 01:26:01,871
นะคะ แปลงจากอะไรเป็นอะไร

1291
01:26:01,873 --> 01:26:05,873
อย่างเดียว แปลงไปแล้วกลับด้วยสิ สัญญาณ

1292
01:26:05,875 --> 01:26:09,875
แปลงไปและกลับด้วยสิ สัญญาณคอมพิวเตอร์ทำงาน

1293
01:26:09,876 --> 01:26:13,876
โดยใช้สัญญาณอะไรคะ เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้

1294
01:26:13,877 --> 01:26:17,877
สัญญานอะไร (นักศึกษา)  สัญญาณไฟฟ้า (อาจารย์)

1295
01:26:17,878 --> 01:26:21,878
ทำงานด้วยระบบสัญญาณดิจิทัล

1296
01:26:21,881 --> 01:26:25,881
แต่เวลาจะส่งข้อมูลผ่านสายไปต้องแปลงก่อน

1297
01:26:25,882 --> 01:26:29,882
ครูถึงว่า

1298
01:26:29,884 --> 01:26:33,884
เครื่องข่ายอะไร ใช้คนเดียวในบ้านไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

1299
01:26:33,886 --> 01:26:37,886
จะเอา Modem หรือจะเอา Flashdrive

1300
01:26:37,887 --> 01:26:41,887
แต่ถ้าเกิดเราเอามาแล้วเราจะเอามาต่อเน็ตน่ะ

1301
01:26:41,888 --> 01:26:45,888
ซึ่งโมเดมมีหลายประเภทอีก

1302
01:26:45,889 --> 01:26:49,889
หน้าที่ของ Modeท นะคะ ก็คือส่งสัญญาณ

1303
01:26:49,890 --> 01:26:53,890
เพราะเวลาวิ่งไปตามสาย สัญญาณดิจิทัลวิ่งไปตามสาส

1304
01:26:53,892 --> 01:26:57,892
มันต้องแปลงไปเป็น Analog ก่อน ไปเป็นสัญญาณ Wave

1305
01:26:57,893 --> 01:27:01,893
เว็บ คลื่นก่อนน่ะ พอ

1306
01:27:01,894 --> 01:27:05,894
มันถึงจะแปลงสัญญาณที่เป็น

1307
01:27:05,896 --> 01:27:09,896
กลับไปเป็นดิจิทัลเหมือนเดิม ดิจิทัลก็เป็น

1308
01:27:09,897 --> 01:27:13,897
สูง-ต่ำ นะ 0-1 นะ ก็คือสัญญาณดิจิทัล จำได้ไหมคะ

1309
01:27:13,898 --> 01:27:17,898
ถ้าเปิดระบบ ก็แทนด้วย 1

1310
01:27:17,900 --> 01:27:21,900
สูง มันมีสูงสุดกับต่ำสุกน่ะสัญญาณ

1311
01:27:21,901 --> 01:27:25,901
โอ.เค.

1312
01:27:25,902 --> 01:27:29,902
Modem ก็จะมีหลายประเภทนะคะ มี Internal MODEM

1313
01:27:29,904 --> 01:27:33,904
การ์ด โมเดมเสียบที่ Slot

1314
01:27:33,905 --> 01:27:37,905
ไหน ใน Main Board

1315
01:27:37,906 --> 01:27:41,906
เอาแบบ Internal Modem ก่อน Modem

1316
01:27:41,907 --> 01:27:45,907
เสียบที่ Slot ไหน

1317
01:27:45,908 --> 01:27:49,908
ถูกหรือเปล่า โมเดมนะ

1318
01:27:49,909 --> 01:27:53,909
Modem นะ ถ้าไปเสียงตรงการ์ดจอ การ์ดจอจะไปเสียงตรงไหน

1319
01:27:53,911 --> 01:27:57,911

1320
01:27:57,913 --> 01:28:01,913
คิดดี ๆ

1321
01:28:01,914 --> 01:28:05,914
ถ้าเราเรียก Slot ของการ์ดจอ

1322
01:28:05,915 --> 01:28:09,915
เอาแบบ internal ก่อน

1323
01:28:09,916 --> 01:28:13,916
นี่นะ ดูหน้าตาโมเด็มไว้นะ โดยมันจะมี

1324
01:28:13,916 --> 01:28:17,916
การ์ดจอ การ์เสียง และก็การ์ด Modem

1325
01:28:17,917 --> 01:28:21,917
โดยรูปลักษณ์ของมัน

1326
01:28:21,918 --> 01:28:25,918
ต่านกันตรงไหน ตรง Slot

1327
01:28:25,919 --> 01:28:29,919
นะคะ ย้อนกลับมาเมนบอร์ดสิ

1328
01:28:29,920 --> 01:28:33,920
นี่ Modem เสียบตรงไหนคะ

1329
01:28:33,922 --> 01:28:37,922
1 2 3

1330
01:28:37,924 --> 01:28:41,924
(นักศึกษา) 3 (อาจารย์) 1 2

1331
01:28:41,925 --> 01:28:45,925
3 ใครว่า 1

1332
01:28:45,926 --> 01:28:49,926
ยกมือ Modem ต้องเสียบตรงนี้ล่ะ ดูจากขามันแล้ว

1333
01:28:49,927 --> 01:28:53,927
2

1334
01:28:53,928 --> 01:28:57,928
3

1335
01:28:57,929 --> 01:29:01,929

1336
01:29:01,931 --> 01:29:05,931
ย้อนกลับไปให้ดูหน้าตา Modem ก่อน

1337
01:29:05,932 --> 01:29:09,932
ถ้า Internal Modem มันจะหน้าตาแบบ

1338
01:29:09,933 --> 01:29:13,933
นี่เลย ดูขามัน ขามันอยู่ตรงไหน

1339
01:29:13,934 --> 01:29:17,934
ตรงนี้น่ะ คือส่วนที่จะเอาไปเสียบกับ

1340
01:29:17,935 --> 01:29:21,935
Mainborad ครูถามว่าถ้าขามันหน้าตาอย่างนี้

1341
01:29:21,936 --> 01:29:25,936
มันจะไปเสียบกับ Slot ไหน

1342
01:29:25,938 --> 01:29:29,938
นี่แบบไหน

1343
01:29:29,939 --> 01:29:33,939
1., 2., 3

1344
01:29:33,941 --> 01:29:37,941
2 2 นี่มีอันเดียวนะ 3

1345
01:29:37,942 --> 01:29:41,942
วิเคราะห์ตามความน่าจะเป็น อันนี้ทำไมมีหลายช่อง

1346
01:29:41,944 --> 01:29:45,944
ก็แปลว่าเสียบได้หลายอันใช่หรือเปล่า

1347
01:29:45,945 --> 01:29:49,945
เรานึกถึงหลักทางวิศวกรรมศาสตร์

1348
01:29:49,946 --> 01:29:53,946
ที่เขาออกแบบมา อะไรที่คอมพิวเตอร์สามารถ

1349
01:29:53,947 --> 01:29:57,947
ใส่ได้เยอะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

1350
01:29:57,948 --> 01:30:01,948
Up grade แต่ว่าพัฒนาทางโปรแกรม

1351
01:30:01,950 --> 01:30:05,950
ซอฟต์แวร์นี่เราเรียกกอัปเดตนะคะ

1352
01:30:05,951 --> 01:30:09,951
เรียนพื้นฐานไปแล้ว อย่างเช่น เราลงซอฟต์แวร์ตัวนี้

1353
01:30:09,952 --> 01:30:13,952
แล้วมันมีการอัปเวอร์ชัน เราเรียกว่าการอัปเดต

1354
01:30:13,953 --> 01:30:17,953
แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อยู่แล้วเอามาใส่ 1 2 3 4

1355
01:30:17,956 --> 01:30:21,956
ว่าอัปเกรดนะคะ

1356
01:30:21,957 --> 01:30:25,957
ครูถามว่า Modem เสียบที่นี่ไหม

1357
01:30:25,959 --> 01:30:29,959
1 เครื่องมี โมเดม เยอะไหม

1358
01:30:29,960 --> 01:30:33,960
เยอะไหมถามอย่างนี้

1359
01:30:33,961 --> 01:30:37,961
อย่าพูดภาษาต่างดาว

1360
01:30:37,963 --> 01:30:41,963
อันนี้เสียบเยอะเครื่องก็จะยิ่งเร็ว เลยให้มาเยอะ

1361
01:30:41,964 --> 01:30:45,964
อันนี้มีกี่ Slot 1 2 3 4 เลย

1362
01:30:45,966 --> 01:30:49,966
น้ำเงิน, ดำ, น้ำเงิน, ดำ ทำไมมี

1363
01:30:49,967 --> 01:30:53,967
มาอันเดียว แปลว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแค่อันเดียว

1364
01:30:53,970 --> 01:30:57,970
อย่างนี้หรือเปล่า อันนี้ อันนี้มีหลายอันดีหรือเปล่า

1365
01:30:57,972 --> 01:31:01,972
งั้นบอกมาสิ Slot ไหนเสียบ

1366
01:31:01,973 --> 01:31:05,973
อะไร 1, 2, 3 จักรพันธุ์บอกเสียบ

1367
01:31:05,974 --> 01:31:09,974
อันนี้เสียบโมเด็ม

1368
01:31:09,976 --> 01:31:13,976
ตอบมาค่ะ

1369
01:31:13,977 --> 01:31:17,977
ศราวุฒิตอบ PCI

1370
01:31:17,978 --> 01:31:21,978
iู้จัก PCI ไหม (นักศึกษา)  รูกจัก (อาจารย์)

1371
01:31:21,979 --> 01:31:25,979
ใครบอกอันนี้

1372
01:31:25,980 --> 01:31:29,980
ไอ้ที่ไม่ตอบนี่คืออะไร

1373
01:31:29,982 --> 01:31:33,982
ปกติแล้ว อันนี้เรา

1374
01:31:33,983 --> 01:31:37,983
เรียกว่า "VGA" Slot

1375
01:31:37,983 --> 01:31:41,983
เอาไว้ทำอะไร การ์ดจอมีหลายอันไหน

1376
01:31:41,985 --> 01:31:45,985
(นักศึกษา) อันเดียว (อาจารย์) ส่วนมากมันไม่ On Board

1377
01:31:45,986 --> 01:31:49,986
ก็การ์ด ฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องมีการ์ดจอ

1378
01:31:49,986 --> 01:31:53,986
แบบการ์ด 2 อันไหม

1379
01:31:53,987 --> 01:31:57,987
AGV อะไรไม่รู้ นึกว่า

1380
01:31:57,990 --> 01:32:01,990
ATV ครูก็คิดคืออะไรสักอย่างนะ

1381
01:32:01,991 --> 01:32:05,991
อันนี้มีอันเดียวค่ะ เอาไว้เสียบการ์ดจอ

1382
01:32:05,992 --> 01:32:09,992
มันถึงต่างกัน การ์ดจอนี่มันต้องใช้ Slot

1383
01:32:09,993 --> 01:32:13,993
พิเศษ เพราะถ้าเป็นแบบนี้มันส่งข้อมูลได้ช้า

1384
01:32:13,994 --> 01:32:17,994
อันนี้เสียบอะไรบ้าง

1385
01:32:17,996 --> 01:32:21,996
Sound Card Modem

1386
01:32:21,996 --> 01:32:25,996
การ์ดอื่นล่ะ Card lan

1387
01:32:25,998 --> 01:32:29,998
อันนี

1388
01:32:29,999 --> 01:32:33,999
ดูเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้เสียบการ์ดจออย่างเดียวนะคะ

1389
01:32:33,999 --> 01:32:37,999
อันนี้เสียบอะไร Ram นะคะ

1390
01:32:38,000 --> 01:32:42,000
โอ.เค. ไหมคะ

1391
01:32:42,001 --> 01:32:46,001
ถ้าปลาตายนี่ มันช่วยให้เราฉลาดด้วยหรือเปล่า

1392
01:32:46,002 --> 01:32:50,002

1393
01:32:50,003 --> 01:32:54,003

1394
01:32:54,004 --> 01:32:58,004
ตอนนี้ MODEM มันไม่ได้มีแบบ

1395
01:32:58,005 --> 01:33:02,005
เป็นเครื่องแบบนี้ก็มีค่ะ External Modem

1396
01:33:02,006 --> 01:33:06,006
เป็นเครื่องมันเลย เราก็เปิด กดเปิด มันก็ขึ้นไฟล์

1397
01:33:06,007 --> 01:33:10,007
ว่า On อยู่ หรือ Off หรือเป็น

1398
01:33:10,008 --> 01:33:14,008
MODEM แบพกพาตอนนี้ไม่ค่อยใช้นะ

1399
01:33:14,012 --> 01:33:18,012
ใช้ Hospot มันสะดวก

1400
01:33:18,013 --> 01:33:22,013
มันไม่ต้องถือ Modem ก่อนหน้านี้มันจะเป็น Air Card

1401
01:33:22,014 --> 01:33:26,014
ก็คือ Modem ชนิดหนึ่ง คล้าย ๆ กับ

1402
01:33:26,015 --> 01:33:30,015
นะเล็ก ๆ ถือไป อันนั้นเรียก MODEM

1403
01:33:30,016 --> 01:33:34,016
รุ่นใหม่ ๆ มันจะมีมาในบอร์ดเลย

1404
01:33:34,017 --> 01:33:38,017
UPS ล่ะ UPS

1405
01:33:38,019 --> 01:33:42,019
กับ USB เหมือนกันไหม

1406
01:33:42,021 --> 01:33:46,021
เครื่องสำรองไฟ USB

1407
01:33:46,021 --> 01:33:50,021
คือ ตอบให้ถูกนะคะ ในข้อสอบ

1408
01:33:50,023 --> 01:33:54,023
USB คือ

1409
01:33:54,024 --> 01:33:58,024
อุปกรณ์สำรอง เป็นหน่วยความจำภายนอก

1410
01:33:58,025 --> 01:34:02,025
เป็นหน่วยความจำภายนอก เป็นหน่วยความจำสำรอง

1411
01:34:02,026 --> 01:34:06,026
นะคะ ถ้า UPS นี่

1412
01:34:06,027 --> 01:34:10,027
เครื่องสำรองไฟนะคะ นี่ เครื่อง UPS นะคะ

1413
01:34:10,028 --> 01:34:14,028
มีหลายขนาด หลายรุ่น หลายยี่ห้อง หลายสี

1414
01:34:14,029 --> 01:34:18,029
นะคะ อย่าจำผิด ข้อสอบถาม

1415
01:34:18,030 --> 01:34:22,030
UPS ใช้ทำอะไร จักรพันธ์ตอบ

1416
01:34:22,036 --> 01:34:26,036
ใช้สำรองข้อมูล จบข่าวเลย ข้อนั้น 0

1417
01:34:26,037 --> 01:34:30,037
นะคะ ฉะนั้นจำให้ดี อะไรคือ USB

1418
01:34:30,039 --> 01:34:34,039
อะไร คือ UPS อะไร คือ PCI อะไร

1419
01:34:34,039 --> 01:34:38,039
นี่นะคะ จบ

1420
01:34:38,068 --> 01:34:42,068
ทำแบบฝึกหัดค่ะ (นักศึกษา) เสร็จแล้วครับ (อาจารย์) ส่งเลย

1421
01:34:42,069 --> 01:34:46,069
เดี๋ยว่ตรวจให้เลย โจทย์ข้อไหนอ่านแล้วไม่เข้าใจ

1422
01:34:46,069 --> 01:34:50,069
โจทย์ข้อหนึ่งมีกี่คำถาม

1423
01:34:50,070 --> 01:34:54,070
(อาจารย์) คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์มีกี

1424
01:34:54,073 --> 01:34:58,073
ข้อ 1 มีกี่คำถาม

1425
01:34:58,074 --> 01:35:02,074
ข้อ 1 มี 1 คำถาม ถามความหมาย อย่าตอบประเภทนะคะ

1426
01:35:02,075 --> 01:35:06,075
ข้อ 2 มีกี่คำถาม

1427
01:35:06,076 --> 01:35:10,076
ถามอะไรบ้าง (นักศึกษา)

1428
01:35:10,078 --> 01:35:14,078

1429
01:35:14,079 --> 01:35:18,079
องค์ประกอบของ CPU มีกี่ส่วน

1430
01:35:18,081 --> 01:35:22,081
ถูกไหมคะ ถ้าตอบมาว่า

1431
01:35:22,083 --> 01:35:26,083
2 ส่วน (นักศึกษา) มีอะไรบ้าง (อาจารย์)

1432
01:35:26,084 --> 01:35:30,084
ไม่มีอะไรบ้าง แปลว่าตอบไม่ครบ ตอบให้ครบนะคะ

1433
01:35:30,085 --> 01:35:34,085
ข้อ 3 มีกี่คำถาม 1 คำถาม

1434
01:35:34,087 --> 01:35:38,087
ความหมาย ถามความหมาย

1435
01:35:38,088 --> 01:35:42,088
นะคะ โอ.เค. ข้อ 4 หน่วยความจำหลักที่อ่านได้อย่างเดียว

1436
01:35:42,089 --> 01:35:46,089
แบบอ่านได้อย่างเดียวคืออะไร คืออะไรนี่ให้บอกความหมาย

1437
01:35:46,090 --> 01:35:50,090
หรือให้บอกว่า อันนี้คืออะไร

1438
01:35:50,092 --> 01:35:54,092
บอกชื่อหน่วยความจำ

1439
01:35:54,093 --> 01:35:58,093
ตัวนั้นหรือบอกมาว่า หรือให้บอกความหมาย

1440
01:35:58,093 --> 01:36:02,093
(นักศึกษา) บอกชื่อกับบอกความหมาย (อาจารย์) กันไว้

1441
01:36:02,095 --> 01:36:06,095
ไม่ชัวร์เว้ย ถ้าบอกความหมายไป

1442
01:36:06,097 --> 01:36:10,097
เราก็ เช่น หน่วยความจำหลัก แบบอ่าน

1443
01:36:10,099 --> 01:36:14,099
ได้อย่างเดียว

1444
01:36:14,101 --> 01:36:18,101
(นักศึกษา) แสดงผล (อาจารย์)

1445
01:36:18,102 --> 01:36:22,102
ตอบมาให้ถูกนะ มันบอกความหมายมาแล้ว

1446
01:36:22,103 --> 01:36:26,103
นะคะ แล้วมันถามว่ามันคืออะไร เรียกว่าอะไร

1447
01:36:26,103 --> 01:36:30,103
แล้วหน่วยความจำหลักแบบที่

1448
01:36:30,106 --> 01:36:34,106
แก้ไขได้น่ะ ไม่ใช่อ่านได้อย่างเดียวน่ะ

1449
01:36:34,107 --> 01:36:38,107
คืออะไร เรียกว่าอะไรล่ะ ตอบมาให้ถูกนะ

1450
01:36:38,108 --> 01:36:42,108
หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1451
01:36:42,109 --> 01:36:46,109
ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

1452
01:36:46,110 --> 01:36:50,110
ยกตัวอย่างมา 4 ก็ผิดนะคะ

1453
01:36:50,115 --> 01:36:54,115
นึกออกไหม หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1454
01:36:54,115 --> 01:36:58,115
ก็คือหน่วยที่ทำหน้าทีเข้าไปในระบบ

1455
01:36:58,116 --> 01:37:02,116
นะคะ ยกตัวอย่างมา 5 อย่าง อะไรบ้างเป็นหน่วยรับข้อ

1456
01:37:02,116 --> 01:37:06,116
เราก็ตอบมา

1457
01:37:06,116 --> 01:37:10,116
เมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์

1458
01:37:10,117 --> 01:37:14,117
จอภาพ จอภาพแบบไหน

1459
01:37:14,118 --> 01:37:18,118
ถ้าเราตอบว่าจอภาพแบบสัมผัสน่ะถูก

1460
01:37:18,118 --> 01:37:22,118
แต่ถ้าเกิดเราตอบจอภาพเฉย ๆ นี่ มันไม่ใช่อุปกรณ์รับข้อมูลนะคะ

1461
01:37:22,120 --> 01:37:26,120

1462
01:37:26,121 --> 01:37:30,121
แล้วข้อ 5 นะคะ ถามหน่วยแสดงผลข้อมูล

1463
01:37:30,122 --> 01:37:34,122
ข้อ 4 นี่ถามความหมายและยกตัวอย่างนะ

1464
01:37:34,123 --> 01:37:38,123
อ่านโจทย์ดี ๆ ข้อ 4 คือ... ไม่ใช่ข้อ 4

1465
01:37:38,124 --> 01:37:42,124
ข้อ 6 หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1466
01:37:42,126 --> 01:37:46,126
ค่ะ ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

1467
01:37:46,127 --> 01:37:50,127
ข้อ 7 ทีนี้ไม่ได้ถามความหมายค่ะ

1468
01:37:50,128 --> 01:37:54,128
ถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูลน่ะ

1469
01:37:54,130 --> 01:37:58,130
มี 2 ประเภทอะไรบ้าง

1470
01:37:58,131 --> 01:38:02,131
อธิบายมาค่ะ อะไรบ้าง เช่น

1471
01:38:02,138 --> 01:38:06,138
Soft copy ไหม soft copy

1472
01:38:06,139 --> 01:38:10,139
เป็นอย่างไร เราก็อธิบายมา

1473
01:38:10,141 --> 01:38:14,141
เช่น อย่างนี้ค่ะ คือยกตัวอย่าง

1474
01:38:14,143 --> 01:38:18,143
Herd copy

1475
01:38:18,144 --> 01:38:22,144
มัน 2 ประเภทไง ยกตัวอย่างมา

1476
01:38:22,145 --> 01:38:26,145
ยกตัวอย่าง Hard มานะคะ หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1477
01:38:26,146 --> 01:38:30,146
ยกตัวอย่างมา 5 ตัวอย่าง

1478
01:38:30,147 --> 01:38:34,147
พร้อมอธิบายการทำงานของแต่ละอย่าง

1479
01:38:34,147 --> 01:38:38,147
8 ข้อส่งมาแล้วใช่ไหมคะ อย่างนั้นขอตรวจก่อนนะ

1480
01:38:38,149 --> 01:38:42,149
เห็นไหมครูบอกให้อ่านดี ๆ

1481
01:38:42,150 --> 01:38:46,150
เพราะตัวข้อสอบน

1482
01:38:46,151 --> 01:38:50,151
น่ะค่ะ มันไม่ได้โจทย์สั้น ๆ แบบนี้

1483
01:38:50,152 --> 01:38:54,152
จะมีคำหลอกล่อไปยาว ๆ ไป อ่านแล้วก็จับประ

1484
01:38:54,153 --> 01:38:58,153
อ่านแล้วก็จับประเด็นให้ได้ว่าเขาถามอะไร

1485
01:38:58,154 --> 01:39:02,154
แล้วเราจะต้องตอบอะไรนะคะ

1486
01:39:02,155 --> 01:39:06,155

1487
01:39:06,156 --> 01:39:10,156

1488
01:39:10,158 --> 01:39:14,158
โอ.เค. ช่วงทำแบบฝึกหัด

1489
01:39:14,161 --> 01:39:18,161
มีคำถามไหมคะ ถามเลย

1490
01:39:18,163 --> 01:39:22,163

1491
01:39:22,164 --> 01:39:26,164
ไม่ถาม อย่างนั้นก็ทำงานไป

1492
01:39:26,165 --> 01:39:30,165
สวัสดีจ้ะ มีใครสงสัยอะไรไหม

1493
01:39:30,167 --> 01:39:34,167
ไม่สงสัยอะไรเลยหรอ

1494
01:39:34,168 --> 01:39:38,168
ห้างสงสัยตอนสอบนะ

1495
01:39:38,169 --> 01:39:42,169
ตอนคุมสอบครูก็จะยืนยิ้มนะคะ

1496
01:39:42,169 --> 01:39:46,169
ครูก็จะยืนยิ้มให้กำลังใจนะคะ ครูก็จะฟังไป

1497
01:39:46,170 --> 01:39:50,170
นึกไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมา

1498
01:39:50,170 --> 01:39:54,170
ข้อสอบเป็นแบบ Choice นะคะ

1499
01:39:54,171 --> 01:39:58,171
เป็นข้อสอบจากส่วนกลาง มีอยู่

1500
01:39:58,172 --> 01:40:02,172
60 ข้อ 30 คะแนนนะคะ

1501
01:40:02,174 --> 01:40:06,174
โอ.เค. ทำงานให้เสร็จ

1502
01:40:06,175 --> 01:40:10,175
ทำงานให้เสร็จ ครูตั้งไว้ให้เสร็จก่อน 16

1503
01:40:10,176 --> 01:40:14,176
.30 น. นะคะ ขอ

1504
01:40:14,177 --> 01:40:18,177
ไปแอบส่องก่อนว่าใครส่งมาแล้วบ้าง

1505
01:40:18,179 --> 01:40:22,179
1 คน ขออนุญาตตรวจเลยได้ไหม

1506
01:40:22,180 --> 01:40:26,180

1507
01:40:26,181 --> 01:40:30,181
เห็นไหม พอครูบอกว่าอ่านโจทย์ดีหรือยัง

1508
01:40:30,183 --> 01:40:34,183
ไม่รีบค่ะ ให้เวลาจนถึง 16.30 น.

1509
01:40:34,184 --> 01:40:38,184
แปลว่าเป็นคนไม่มั่นใจ

1510
01:40:38,185 --> 01:40:42,185
ไม่มั่นใจ ถ้ามั่นใจตอบแล้วส่งเลย

1511
01:40:42,186 --> 01:40:46,186

1512
01:40:46,187 --> 01:40:50,187
เสร็จแล้วส่งมาเลยค่ะ

1513
01:40:50,187 --> 01:40:54,187
ส่งเลย ๆ เราให้เวลาถึง 4 โมงครึ่ง

1514
01:40:54,189 --> 01:40:58,189
เราจะได้ไม่มีการบ้านไง ได้ข่าวบ่นว่ามีการบ้านเยอะ

1515
01:40:58,189 --> 01:41:02,189
ได้ไหม อย่างน้อยวิชานี้ก็ไม่มีการบ้าน อย่างน้อยก็ตัดวิชาหนึ่งเป็นวิช

1516
01:41:02,190 --> 01:41:06,190

1517
01:41:06,191 --> 01:41:10,191
อย่างน้อยก็ตัดไปวิชาครูวิชาหนึ่งไม่ต้องมีการบ้าน

1518
01:41:10,194 --> 01:41:14,194
กลับหรือใครจะสอบพิมพ์ก็ได้นะคะ

1519
01:41:14,193 --> 01:41:18,193

1520
01:41:18,197 --> 01:41:22,197
มีห้องนี้ได้ 33 แล้วนะ

1521
01:41:22,198 --> 01:41:26,198
ฝึกค่ะ ฝึกฝนให้เกิดทักษะ

1522
01:41:26,199 --> 01:41:30,199
ฝึกฝนให้เกิดทักษะ แล้วเราก็จะพิมพ์

1523
01:41:30,200 --> 01:41:34,200
ได้แบบไม่ต้องดูแป้น ตอนนี้ 30 คำนี่

1524
01:41:34,201 --> 01:41:38,201
ยังดูคีย์บอร์ดไหม แปลว่ายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้

1525
01:41:38,202 --> 01:41:42,202
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ต้องดูที่จออย่างเดียว

1526
01:41:42,203 --> 01:41:46,203
แปลว่าดูเร็วกว่า

1527
01:41:46,204 --> 01:41:50,204
แปลว่ายังเป็นจิ้มสัมผัสอยู่

1528
01:41:50,207 --> 01:41:54,207
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้นี่ต้องไม่ดูคีย์บอร์ด

1529
01:41:54,209 --> 01:41:58,209
มันจะมีตัวยาก ๆ ที่เราไม่ค่อยใช้

1530
01:41:58,210 --> 01:42:02,210
ใช้ใช่ไหม เช่น ฒอ ผู้เฒ่า

1531
01:42:02,213 --> 01:42:06,213
ตัวไหนอีก ตัว

1532
01:42:06,215 --> 01:42:10,215
ฌ อะไรนะ

1533
01:42:10,216 --> 01:42:14,216
นะคะ แต่คราวนี้โปรแกรมนั้น

1534
01:42:14,217 --> 01:42:18,217
นั่นนะคะ มันค่อนข้างฉลาด

1535
01:42:18,219 --> 01:42:22,219
ไปนะคะ ความเร็วเพิ่มขึ้น คำมันก็จะยากขึ้น

1536
01:42:22,221 --> 01:42:26,221
ความถี่ในการที่แสดงคำเดิมน่ะค่ะ

1537
01:42:26,222 --> 01:42:30,222
มันก็จะน้อยลงนะคะ มีคำที่มี ศัพท์

1538
01:42:30,223 --> 01:42:34,223
หายาก ๆ น่ะ เพิ่มขึ้นนะคะ

1539
01:42:34,224 --> 01:42:38,224
แต่เราก็จะได้ฝึก อย่างว่านั่นล่ะ

1540
01:42:38,224 --> 01:42:42,224
ได้ฝึกนะคะ เรียนคอมฯ พื้นฐานไปแล้ว นอกจากได้ความรู้

1541
01:42:42,226 --> 01:42:46,226
ทฤษฎีปฏิบัติเราก็ได้ไปแล้วนี่

1542
01:42:46,227 --> 01:42:50,227
ได้ Skill การพิมพ์สัมผัส

1543
01:42:50,228 --> 01:42:54,228
มันจะเป็นประโยชน์ตอนที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

1544
01:42:54,230 --> 01:42:58,230
ส่งมาแล้ว

1545
01:42:58,232 --> 01:43:02,232
3 คน อันนี้คือ

1546
01:43:02,233 --> 01:43:06,233
มั่นใจไม่คืนแล้วนะ ตรวจนี่คือให้คะแนนแล้วนะ

1547
01:43:06,235 --> 01:43:10,235
โอ.เค. ขอดูหน่อยสิ นี่ผกามาศ

1548
01:43:10,236 --> 01:43:14,236
มีอัศดาวุธ จักรพันธ์

1549
01:43:14,237 --> 01:43:18,237
ผกามาศนะ

1550
01:43:18,238 --> 01:43:22,238
ไม่มีคำถาม

1551
01:43:22,240 --> 01:43:26,240
ต้องขอตรวจก่อน

1552
01:43:26,242 --> 01:43:30,242
ว่าถูกหรือเปล่า

1553
01:43:30,244 --> 01:43:34,244

1554
01:43:34,245 --> 01:43:38,245

1555
01:43:38,247 --> 01:43:42,247
อันนี้คือแบบฝึกหัดมันควรได้เต็มนะ

1556
01:43:42,250 --> 01:43:46,250

1557
01:43:46,251 --> 01:43:50,251
คือทบทวนนะ แต่ถ้าใบงานก็คือ

1558
01:43:50,252 --> 01:43:54,252
เหมือน ดีไซน์งานให้น่ะ แค่ใช้ทฤษฎี

1559
01:43:54,254 --> 01:43:58,254
ที่เรียนแต่ให้เราไปประยุกต์

1560
01:43:58,255 --> 01:44:02,255
แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะคะ ให้ทำแบบฝึกหัดไปก่อน

1561
01:44:02,257 --> 01:44:06,257
ในอนาคตอันใกล้นี้

1562
01:44:06,258 --> 01:44:10,258
มีรายงานกลุ่ม 1 เรื่องนะคะ

1563
01:44:10,260 --> 01:44:14,260

1564
01:44:14,261 --> 01:44:18,261
กลุ่มละ 1 คน รายงานเดี่ยว

1565
01:44:18,264 --> 01:44:22,264
ใช่ ต้องเรียกกลุ่มไหม

1566
01:44:22,265 --> 01:44:26,265
กลุ่มคนเดียว กลุ่ม 2 คน

1567
01:44:26,271 --> 01:44:30,271
กลุ่ม 3 4 5 ก็ทำอยู่คนเดียว

1568
01:44:30,273 --> 01:44:34,244

1569
01:44:34,274 --> 01:44:38,274

1570
01:44:38,275 --> 01:44:42,275
สัปดาห์หน้าเราเรียนเกี่ยวกับ

1571
01:44:42,277 --> 01:44:46,277
ซอฟต์แวร์บ้างนะคะ เราจะเริ่มเรียน

1572
01:44:46,278 --> 01:44:50,278
สิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้ จากเทคโนคอมฯ มาฮาร์ดแวร์

1573
01:44:50,279 --> 01:44:54,279
จับต้องสัมผัสได้

1574
01:44:54,282 --> 01:44:58,282
ไปที่ข้อมูล ไปที่เคลือข่าย

1575
01:44:58,283 --> 01:45:02,283
ทะยอยส่ง

1576
01:45:02,285 --> 01:45:06,285
ทยอยส่งงานแล้ว

1577
01:45:06,286 --> 01:45:10,286

1578
01:45:10,287 --> 01:45:14,287

1579
01:45:14,289 --> 01:45:18,289

1580
01:45:18,290 --> 01:45:22,290

1581
01:45:22,294 --> 01:45:26,294

1582
01:45:26,295 --> 01:45:30,295

1583
01:45:30,297 --> 01:45:34,297

1584
01:45:34,298 --> 01:45:38,298

1585
01:45:38,300 --> 01:45:42,300

1586
01:45:42,302 --> 01:45:46,302

1587
01:45:46,303 --> 01:45:50,303

1588
01:45:50,305 --> 01:45:54,305

1589
01:45:54,307 --> 01:45:58,307

1590
01:45:58,309 --> 01:46:02,309

1591
01:46:02,311 --> 01:46:06,311

1592
01:46:06,312 --> 01:46:10,312

1593
01:46:10,315 --> 01:46:14,315

1594
01:46:14,317 --> 01:46:18,317

1595
01:46:18,320 --> 01:46:22,320

1596
01:46:22,321 --> 01:46:26,321

1597
01:46:26,323 --> 01:46:30,323

1598
01:46:30,324 --> 01:46:34,324

1599
01:46:34,326 --> 01:46:38,326

1600
01:46:38,327 --> 01:46:42,327

1601
01:46:42,328 --> 01:46:46,328

1602
01:46:46,331 --> 01:46:50,331

1603
01:46:50,333 --> 01:46:54,333

1604
01:46:54,335 --> 01:46:58,335

1605
01:46:58,337 --> 01:47:02,337

1606
01:47:02,339 --> 01:47:06,339

1607
01:47:06,341 --> 01:47:10,341

1608
01:47:10,342 --> 01:47:14,342

1609
01:47:14,343 --> 01:47:18,343

1610
01:47:18,346 --> 01:47:22,346

1611
01:47:22,348 --> 01:47:26,348

1612
01:47:26,349 --> 01:47:30,349

1613
01:47:30,351 --> 01:47:34,351

1614
01:47:34,353 --> 01:47:38,353

1615
01:47:38,355 --> 01:47:42,355

1616
01:47:42,357 --> 01:47:46,357

1617
01:47:46,359 --> 01:47:50,359

1618
01:47:50,361 --> 01:47:54,361

1619
01:47:54,362 --> 01:47:58,362

1620
01:47:58,364 --> 01:48:02,364

1621
01:48:02,366 --> 01:48:06,366

1622
01:48:06,368 --> 01:48:10,368

1623
01:48:10,370 --> 01:48:14,370

1624
01:48:14,372 --> 01:48:18,372

1625
01:48:18,373 --> 01:48:22,373

1626
01:48:22,375 --> 01:48:26,375

1627
01:48:26,377 --> 01:48:30,377

1628
01:48:30,379 --> 01:48:34,379

1629
01:48:34,381 --> 01:48:38,381

1630
01:48:38,382 --> 01:48:42,382

1631
01:48:42,385 --> 01:48:46,385

1632
01:48:46,387 --> 01:48:50,387

1633
01:48:50,388 --> 01:48:54,388

1634
01:48:54,389 --> 01:48:58,389

1635
01:48:58,392 --> 01:49:02,392

1636
01:49:02,394 --> 01:49:06,394

1637
01:49:06,395 --> 01:49:10,395

1638
01:49:10,398 --> 01:49:14,398

1639
01:49:14,401 --> 01:49:18,401

1640
01:49:18,404 --> 01:49:22,404

1641
01:49:22,406 --> 01:49:26,406
[สิ้นสุดการถอดความ]

1642
01:49:26,408 --> 01:49:30,408

1643
01:49:30,411 --> 01:49:34,411

1644
01:49:34,413 --> 01:49:38,413

1645
01:49:38,415 --> 01:49:42,415

1646
01:49:42,416 --> 01:49:46,416

1647
01:49:46,418 --> 01:49:50,418

1648
01:49:50,420 --> 01:49:50,421


