﻿1
00:14:53,074 --> 00:14:54,997
ไม่เต็มดินสไลด์แล้วนะ

2
00:14:54,997 --> 00:14:58,997
บางคนไปทำแบบฝึกหัดก่อนเลย

3
00:15:06,602 --> 00:15:10,602
แล้วก็ย้อนกลับมาอ่าน ว่าคำตอบของแต่ละข้ออยู่ตรงไหน

4
00:15:10,947 --> 00:15:14,947
แบบนี้ก็มีนะคะ

5
00:15:24,362 --> 00:15:26,254
จริง ๆ ตัวเองนี่ล่ะ ครูจะชอบเป็นแบบนั้นพอไปดูคำถามก่อนอย่างนี้น่ะค่ะ

6
00:15:26,254 --> 00:15:30,254
หลายคนไหมคะ

7
00:15:46,087 --> 00:15:50,087
ที่ยังไม่มาเช็ก ชื่อเลยถ้าหลังจากนี้ก็คือ 3 ทวีรัตน์ค่ะ กระพันตาพร กลอนพจน์ แล้วจะมาไหมคะ เขาเที่ยวเอาบ่ อยู่ไหน อยู่ไหนคะ

8
00:15:50,571 --> 00:15:54,571
อยู่ในเมืองแถวบายพาสหมายถึงว่าขับรถมาแล้ว

9
00:16:01,198 --> 00:16:05,198
นราวิชญ์ รูปภาพวิชาอื่นมาใหม่ มาอยู่นี้ แปลว่า ถ้าอาจารย์ผู้สอนมีบุญก็จะเห็นอย่างนี้บ่

10
00:16:14,983 --> 00:16:18,983
กระพริบ ธนัน ศศิการ มัณฑนา ปรเมศ กันตวิชญ์ สามารถ ศิริชัย อันนี้คือทำไมถึงไม่มาเรียนเอ่ย

11
00:16:22,364 --> 00:16:24,637
วิชาอื่นมาไหม เทอมที่แล้วมาไหมคะ

12
00:16:24,637 --> 00:16:27,529
แต่เทอมนี้ไม่เห็น

13
00:16:27,529 --> 00:16:30,022
สงสัยยังปรับตัวไม่ได้

14
00:16:30,022 --> 00:16:34,022
ชอบระบบออนไลน์อยู่

15
00:16:59,179 --> 00:17:03,179
ธารารัตน์ โอ.เค. มาไหมคะ โอ.เค. ค่ะ ค่ะ ดำรงศักดิ์ค่ะ สอนจัด มงคล คนไหน โอ.เค.

16
00:17:08,587 --> 00:17:12,587
ธีรพลค่ะ อัษฎาวุธ ณิชานันท์ มาวดี

17
00:17:20,205 --> 00:17:24,205
มีใครยังไม่ได้เช็กชื่อไหมคะ

18
00:17:24,572 --> 00:17:28,572
ครูเช็กชื่อผ่านไปก่อน

19
00:17:57,904 --> 00:18:00,420
อนุภาคนี้ วิริยะ วิชาอื่นมาเรียนไหมคะ มาสวย ๆ นี่คือบ่ายแล้ว คราวที่แล้วมาไหม ครูก็เช็กเขาขาดเสียแล้ว

20
00:18:00,420 --> 00:18:02,446
มาช้าแต่มานะ

21
00:18:02,446 --> 00:18:06,446
คราวที่แล้วมาใช่ไหม

22
00:18:12,825 --> 00:18:16,825
ครูก็เช็กให้สายเลยนะนี่

23
00:18:19,372 --> 00:18:23,372
แต่ครูเช็กขาดไปแล้ว ไม่เป็นไรค่ะ

24
00:18:31,205 --> 00:18:35,205
ก็ถือว่ามา ไม่ใช่นี่คือไม่มาเลย เดี๋ยวรอล่างก่อนนะคะ

25
00:19:00,502 --> 00:19:04,502
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ไปไหนแล้ว สงสัยตกใจเสียงอาจารย์ แล้วล่ามก็เลยหายไป

26
00:20:06,807 --> 00:20:10,807
สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ แปลว่า ได้ยินเสียงอาจารย์แล้ว

27
00:20:13,107 --> 00:20:15,109
เรียนเลยนะ สไลด์ทุกคนเข้า classroom ของห้องเรานะคะ

28
00:20:15,109 --> 00:20:19,109
แล้วก็โหลด

29
00:20:20,732 --> 00:20:24,732
ลืมเปิดในสไลด์ใน classroom ได้เลยนะคะ

30
00:20:25,234 --> 00:20:29,131
วันนี้เราเรียนบทที่ 2 นะคะคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ สไลด์ค่อนข้างเยอะ

31
00:20:29,131 --> 00:20:33,131
เดี๋ยวครูจะค่อย ๆ อธิบายไปแล้วกันนะคะ

32
00:20:38,011 --> 00:20:41,148
สงสัยต่อตัวไหน ค่อยถามนะ

33
00:20:41,148 --> 00:20:45,148
มาปอยมาล่าม

34
00:21:29,428 --> 00:21:31,439
สัญญาณเน็ตน่าจะไม่ค่อยดี

35
00:21:31,439 --> 00:21:35,439
ได้ยินไหมคะ

36
00:21:37,053 --> 00:21:41,053
มาดูความหมายก่อนนะคะ

37
00:21:44,275 --> 00:21:47,005
นอนไปเลยแล้วกันนะคะ ดูความหมายของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ก่อน

38
00:21:47,005 --> 00:21:51,005
รู้สึกในแบบฝึกหัดก็มีนะคะ

39
00:21:51,143 --> 00:21:55,143
ถามความหมายนี่ล่ะนะคะ

40
00:22:02,427 --> 00:22:06,427
แล้วในข้อสอบก็มี ฉะนั้นพอสอนไปจบแล้วอย่าถามว่ามีในข้อสอบไหม

41
00:22:09,826 --> 00:22:13,826
อันไหนคือข้อสอบนะคะ

42
00:22:16,652 --> 00:22:20,652
เวลาสอนเนื้อหาไปครูจะบอกเลยว่าอันนี้คือมีในข้อสอบนะ

43
00:22:22,072 --> 00:22:26,072
นักศึกษาก็แล้วแต่จะจดใส่ตรงไหนหรือจะจำอย่างไรแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนเลยนะคะ

44
00:22:30,536 --> 00:22:34,536
ในข้อสอบปลายภาคของเรานะคะ จะถามความหมายความหมายของคอมพิวเตอร์ ความหมายของฮาร์ดแวร์ ความหมายของซอฟต์แวร์อย่างนี้ค่ะ

45
00:22:48,621 --> 00:22:51,659
ถามความหมายนะคะ ฉะนั้นถ้าเขาถามความหมายเราอย่าไปตอบตอบ 4 ส่วนนะ โอเคไหม ฉะนั้นครูถึงบอกว่าเวลาอ่านโจทย์นะคะต้องแปลความให้ดี

46
00:22:51,659 --> 00:22:55,659
ว่าความเขาถามความหมายเขาถามประเภทหรือเปล่านะคะ

47
00:22:55,897 --> 00:22:58,436
เป็นตัวไหนแต่ถ้าเกิดหาความหมายนะคะ คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไรนะคะ

48
00:22:58,436 --> 00:23:02,436
ก็คือตัวเครื่องรวมถึงอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องนะคะที่เราสามารถมองเห็นได้ต้องสัมผัสได้นะคะ

49
00:23:03,945 --> 00:23:07,360
ซึ่งเราแบ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์เป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ในการทำงานนะคะด้วยส่วนแรกเราจะเรียกว่า input unit

50
00:23:07,360 --> 00:23:11,360
หมายถึงหน่วยรับข้อมูลเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์นะคะ

51
00:23:11,510 --> 00:23:15,510
ส่วนที่สองก็คือ processing Unit หมายถึงหน่วยที่ทำหน้าที่ประมวลผลนะคะ

52
00:23:17,194 --> 00:23:21,194
หน่วยที่ 3 Output Unit หน่วยแสดงผลนะคะ และหน่วยสุดท้ายก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะ

53
00:23:41,434 --> 00:23:45,434
ตัวนี้เป็นหน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะเรา Secondary Storage Unit คราวนี้เรามาดู โดยแรกก่อนหน่วยรับข้อมูลแปลว่าฮาร์ดแวร์ตัวไหนบ้าง

54
00:23:46,265 --> 00:23:50,265
ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้นะคะ ให้กับระบบคอมพิวเตอร์นะคะ มีอยู่ 6 ประเภท

55
00:23:52,064 --> 00:23:56,064
ทำหน้าที่รับข้อมูลนะคะ เข้าสู่หน่วยความจำต่อไปนะคะ แต่หน่วยแรกก็คือหน่วยรับข้อมูลนะคะ

56
00:24:18,075 --> 00:24:22,075
แบ่งเป็น 6 ประเภท ตามลักษณะการใช้งานนะคะประเภทแรกเราเรียกว่า Keyed Device นะคะ ลักษณะของ Keyed Device นี่จะเป็นเราเรียกอุปกรณ์แบบกด ก็คือใช้งานแบบกดนะคะ

57
00:24:25,666 --> 00:24:29,666
กดลงไปที่ตัวอุปกรณ์นะคะ ที่เรารู้จักเป็นอุปกรณ์พื้นฐานเลยนะคะ หน่วยรับข้อมูลตัวนี้ก็คือ Keyboard หรือแป้นพิมพ์นะคะ

58
00:24:35,099 --> 00:24:39,099
ตัวที่ 2 นะคะ เรียกว่าอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ ชี้ตำแหน่งนี่มีหลายตัวนะคะ อาจจะเป็นเมาส์ก็คือใช้เป็นตัวเลื่อนเคอร์เซอร์นะคะ

59
00:25:00,195 --> 00:25:02,123
Track ballนะคะ Track pointรวมถึงจอยสติ๊กคือลักษณะเป็นแบบควบคุมตัวพอยเตอร์น่ะ

60
00:25:02,123 --> 00:25:06,123
พอยเตอร์ก็คือตัวชี้ตำแหน่งบนหน้าจอนะคะ

61
00:25:11,756 --> 00:25:15,756
เราเรียกอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ ไปนะคะ จอภาพระบบไวต่อการสัมผัสนักศึกษา ระหว่างจอภาพระบบไวต่อการสัมผัสจอภาพธรรมดานะคะ

62
00:25:16,166 --> 00:25:19,631
ตัวนี้พูดถึงทัชสกรีนถือเป็น input unit ในข้อสอบจะถามนะคะ

63
00:25:19,631 --> 00:25:23,517
ว่าจอภาพแบบสัมผัสหรือทัชสกรีนนี่เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในหน่วยใดนะคะ

64
00:25:23,517 --> 00:25:27,517
จอทัชสกรีนใจอยู่ในหน่วย input และ output ตอบให้ถูกนะคะ

65
00:25:31,480 --> 00:25:35,480
Touch Screen เป็นอุปกรณ์ที่เราเคยใช้งานกันนะคะ

66
00:25:38,885 --> 00:25:42,885
ทัชสกรีนเป็นได้ทั้งส่วนหน่วยที่เรียกว่า input unit ก็คือรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

67
00:25:57,199 --> 00:26:01,199
ขณะเดียวกันนะคะ Touch Screen ก็เป็นจอแสดงผลได้ด้วยนะคะ เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่แบบเป็นได้ทั้ง input และ output นะคะ

68
00:26:09,615 --> 00:26:13,615
ไม่ได้มีแค่ข้อสอบวิชานี้วันหน้าเราไปสอบกพ. เราไปสอบบรรจุเราไปสอบทำงานน่ะค่ะ เขาจะถาม ว่าอุปกรณ์ที่เป็นอินและเอ้าท์

69
00:26:16,562 --> 00:26:20,562
แต่ส่วนมากเขาจะไม่ทำแบบนี้เขาถาม ว่าส่วนมากที่เป็นจอสัมผัสน่ะ จัดอยู่ในหน่วยใดนะคะของอุปกรณ์รับข้อมูลนะคะ

70
00:26:24,878 --> 00:26:28,878
หรืออุปกรณ์คือโจทย์เขาจะอธิบายไปยาวน่ะ ต้องจับประเด็นให้ได้ว่าทัชสกรีนจัดอยู่ในหมวดอะไร

71
00:26:29,322 --> 00:26:32,483
ถ้าเราตอบรับข้อมูลอย่างเดียวนะผิดหรือตอบว่าเป็นแสดงผลอย่างเดียวน่ะผิด

72
00:26:32,483 --> 00:26:36,483
มันจะเป็นทางกลับข้อมูลก็ได้แล้วก็แสดงผลไปด้วยเหมือนมือถือเราน่ะ

73
00:26:39,914 --> 00:26:43,914
เราก็ดูได้ใช่ไหมคะเปิด YouTube ขึ้นมาแล้วเราก็ดูเราไม่อยากดูอันนี้ ดู YouTube เรื่องนี้มันจบเราก็เลื่อนไปหน้าจอมันก็รับนะคะ

74
00:26:54,642 --> 00:26:58,642
ไปนะคะ Pen-Based system นะคะ เป็นระบบประกานะคะก็รับข้อมูลได้นะคะอาจจะใช้ในการเซ็น ลายเซ็นดิจิตอลนะคะ

75
00:27:11,068 --> 00:27:15,068
หรือเป็นเครื่องอ่าน Digitizing tablet เดี๋ยวจะมีเครื่องให้ดูนะคะ ก็คือเราสามารถใช้ปากกาตัวนี้ว่าหรือเขียนอะไรก็ได้แล้วเซฟเป็นไฟล์ได้เลยนะคะ

76
00:27:19,073 --> 00:27:23,073
แปลเป็นภาษาไทยมาคืออุปกรณ์ระบบอุปกรณ์กวาดข้อมูลเรานึกถึงลักษณะการทำกวาดข้อมูล นี่คือเป็นแบบไหนคะ

77
00:27:31,647 --> 00:27:35,647
ถึงเรียกว่า การกวาด กวาดบ้านมีทำอย่างไร ว่านี่คือเก็บไปทีละชิ้นไหมหรือไปพร้อมกัน

78
00:27:36,687 --> 00:27:40,687
นึกถึงถือไม้กวาดนะ กวาดบ้านน่ะ คุณทำอย่างไรนะคะ

79
00:27:45,187 --> 00:27:47,350
รอแบบจิ้ม จิ้มอย่างนี้ไหม เอาไม้กวาดจิ้มอย่างนี้ คือการกวาดไหมกวาดคือไปอย่างนี้

80
00:27:47,350 --> 00:27:51,350
ฉะนั้นลักษณะของการกวาดข้อมูลนะคะ

81
00:27:56,704 --> 00:28:00,704
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Data scanning devices คือการสแกนน่ะ บางทีพอแปลศัพท์มาเป็นภาษาไทยยากกว่าไม่แปลอีก

82
00:28:04,674 --> 00:28:07,389
ถ้าครูถามรู้จักการสแกนไหมคนบอกนึกถึงเครื่องสแกนนะ แต่พอครูถามอุปกรณ์ที่กวาดข้อมูลนั่งคิด มันหน้าตาอย่างไรนะ

83
00:28:07,389 --> 00:28:11,389
ทำไมเหมือนเคยได้ยินอย่างนี้นะคะ

84
00:28:50,135 --> 00:28:54,135
มีหลายอย่างนะคะมีหลายตัว ตัว MICR นะคะ อย่างเช่นเราเรียก  MICRนะคะเดี๋ยวให้ดูว่า micr มีหน้าตาอย่างไรนะคะ หรือเป็น micro driver นะคะ

85
00:29:01,384 --> 00:29:04,851
หรือเป็น Scanner ocr omr อย่างนี้ค่ะเป็นอุปกรณ์หรือ digital camera เป็นอุปกรณ์น่ะนะคะ

86
00:29:04,851 --> 00:29:08,456
ก็คือบันทึกข้อมูลเป็นภาพนะคะตัวสุดท้ายก็คือไว้ recognition Device

87
00:29:08,456 --> 00:29:12,280
อันนี้เป็นอุปกรณ์รู้จำเสียงรู้จำเสียงหมายถึงเราสั่งงานด้วยเสียงอะไรบ้างนะคะ

88
00:29:12,280 --> 00:29:15,004
อาจจะผ่านอุปกรณ์วิเคราะห์เสียงพูดการที่เราจะให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่งหรือตามเสียงพูดนี่ค่ะ

89
00:29:15,004 --> 00:29:18,248
เขาเรียกระบบรู้จำเสียงคือคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

90
00:29:18,248 --> 00:29:22,248
ฉะนั้นการทำงานเราสั่งงานผ่านหลายช่องทางได้สั่งงานด้วยเสียงก็ได้

91
00:29:23,545 --> 00:29:27,545
แต่ว่าปกติการรู้จำเสียงนี้เราไม่สามารถสั่งงานแบบไปเรื่อย ๆ ได้นะคะ

92
00:29:28,605 --> 00:29:32,605
อาจจะสั่งงานโดยใช้ keyword keyword ก็คือคำสำคัญคำสั้น ๆ นะคะ

93
00:29:41,566 --> 00:29:45,566
เช่น นักศึกษาเคยใช้สมาร์ตโฟน สั่งสมาร์ตโฟนทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งไหมคะ

94
00:29:49,393 --> 00:29:53,393
เช่น ถ่ายรูป คือเราสั่งงานด้วยเสียงของเรานะ ไม่ต้องสัมผัสที่จอน่ะ มีอะไรบ้าง

95
00:29:55,115 --> 00:29:59,115
อันนั้นคือตั้งเวลาไม่ได้รู้จำเสียงมีหลายแอปนะคะ

96
00:29:59,933 --> 00:30:03,933
เราพูดไปเรื่อย ๆ ได้ไหม พูดเหมือนคุยกับเพื่อนน่ะ

97
00:30:04,563 --> 00:30:08,563
พูดนะคะมันก็จะจับ keyword นะคะ

98
00:30:14,338 --> 00:30:18,338
ว่าเราพูดอะไรนะคะ แต่ถ้าเกิดเราต้องการสั่งงาน อยากให้เองนั่นน่ะ ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

99
00:30:23,443 --> 00:30:27,443
เช่น ถ่ายรูป เรานี่บอกให้ถ่ายรูป เรามาถ่ายให้ไหม ถ่ายไหม ถ่ายรูปให้หน่อยสิ

100
00:30:30,724 --> 00:30:34,724
เหมือนบอกเพื่อนนี่แต่บอกมือถือ

101
00:30:35,304 --> 00:30:37,658
ถ่ายหรือเปล่า มันจะมีคำเราเรียกว่า keyword นะคะ

102
00:30:37,658 --> 00:30:39,857
ก็คือคำที่คอมพิวเตอร์มันเรียนรู้น่ะ

103
00:30:39,857 --> 00:30:43,857
เขาเรียกการรู้จำนะคะ

104
00:30:51,036 --> 00:30:55,036
ถ้ามีคำนี้เราบอก ว่าเจออย่างนี้ ทันไหมคะ ใช่ไหม ดูมัน ดูมันแบบมันต้องมีโทนเสียง

105
00:31:06,506 --> 00:31:10,469
มีท่วงทำนอง เพราะมันเป็นเสียงอย่างนั้น เราต้องออกเสียงนะคะ ให้มันชัดเจนนะคะ

106
00:31:10,469 --> 00:31:13,450
มันถึงจะทำงานได้อันนี้คือระบบรู้จำเสียงนะคะ

107
00:31:13,450 --> 00:31:17,223
คราวนี้หรือสั่งงานให้มันทำอย่างอื่น

108
00:31:17,223 --> 00:31:21,223
แต่ถ้าเกิดคำสั่งนั้นนะคะ ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของระบบนะคะ

109
00:31:22,470 --> 00:31:26,470
คอมพิวเตอร์ก็จะไม่รู้ ว่าเราทำอะไรนะคะคราวนี้เรามาดูรายละเอียดนะคะ

110
00:31:31,406 --> 00:31:35,406
ของอุปกรณ์แต่ละตัวที่นิยมใช้งานกันอย่างแรกก็คือแป้นพิมพ์

111
00:31:35,457 --> 00:31:38,982
ทุกคนรู้จักแป้นพิมพ์ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้ทั้งหมดมีกี่ปุ่ม

112
00:31:38,982 --> 00:31:42,982
ไม่ตอบ ว่ามันหลายปุ่มค่ะ

113
00:31:51,176 --> 00:31:55,176
อยากรู้จำนวนเราจะไม่มองขึ้นไปบนเพดานนะ เราจะนับ ไม่ได้ให้คำนวณ คิดไม่ได้ นึกถึงคีย์บอร์ดที่บ้านนะคะ

114
00:31:56,401 --> 00:32:00,401
ให้นับจำนวนปุ่มแป้นพิมพ์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้มีทั้งหมดกี่ปุ่ม

115
00:32:33,254 --> 00:32:36,646
นับดูสิ มีกี่ปุ่มคือ 11 ปุ่ม มันแทนกี่ตัวอักษรคะ 84 เองหรือ ไม่ได้มาตรฐานนะ นี่นับทุกปุ่มเลยนะ 2 เท่าไร มันไม่ใช่คีย์บอร์ดเดียวกันหรือคีย์บอร์ดคนละรุ่นใช่ไหม

116
00:32:36,646 --> 00:32:40,646
ไหนได้เท่าไรบ้าง

117
00:33:02,355 --> 00:33:06,355
256 โอ.เค. ได้เท่าไร 101 จ่ายค่าเทอมครึ่งหนึ่งหรือเปล่า เขาไม่ใช้คีย์บอร์ดครึ่งเดียวนับดี ๆ นับทุกปุ่มเลยค่ะ

118
00:33:22,517 --> 00:33:26,517
ปุ่มฟังก์ชัน ปุ่มตัวเลข คำสั่งพิเศษ function Key พวก Alt Windows อะไรอย่างนี้นะคะ

119
00:33:45,545 --> 00:33:49,545
มาทุกปุ่มเลย เวลานับ เรานับอย่างไร มีแบบเพิ่มลด เพิ่มเสียง เพิ่มความสว่าง มี 256 มี มี 108 เท่าไรนะ180 108 ปุ่ม

120
00:33:57,399 --> 00:34:01,288
ทำไมเราได้จำนวนคีย์บอร์ดจำนวนปุ่มคีย์บอร์ดมาตามจำนวนจ่ายค่าเทอม คือคนอื่นนี่จ่ายครึ่ง จักรพันธ์ไม่จ่ายค่าเทอมเลย ก็เลยใช้งานอุปกรณ์ไม่ได้ โดนบล็อก

121
00:34:01,288 --> 00:34:05,288
เขาบอกว่า คีย์บอร์ดที่ได้มาตรฐานนะคะ

122
00:34:15,576 --> 00:34:19,576
ต้องไม่ต่ำกว่า 101 ปุ่ม แปลว่า ได้มาตรฐานอยู่นะ คือโดยมาตรฐานของแป้นพิมพ์นี่ค่ะ

123
00:34:32,456 --> 00:34:34,964
มันจะต้องไม่ต่ำกว่า 101 ปุ่มนะคะ ถ้าเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้เล่นเกมมีคอเกมไหมคะ

124
00:34:34,964 --> 00:34:38,964
มันก็จะมีเยอะขึ้นไปอีกไม่มีเลยห้องนี้น่ะ

125
00:34:42,031 --> 00:34:46,031
ปกติเกมเล่นในมือถือนะคะ แล้วก็จิ้มอย่างนี้นะคะเ ขาบอกว่า แป้นพิมพ์นี่เป็นหน่วยรับข้อมูลที่นิยมใช้กันมากที่สุดนะคะ

126
00:34:46,260 --> 00:34:50,260
ใช้ได้ทั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบเทอร์มินัลนะคะ

127
00:34:55,144 --> 00:34:59,144
หรือเป็นแบบ PC นะคะ หน้าตาของคีย์บอร์ดก็คือเหมือนพิมพ์ดีดพิมพ์ดีดไหม เด็กสมัยนี้รู้จักพิมพ์ดีดไหมคะ เคยใช้งานไหมชอบคีย์บอร์ดคอม

128
00:35:02,866 --> 00:35:06,866
หรือชอบพิมพ์ดีดคีย์บอร์ดคอมนี่มันไม่ได้ปล่อยพลัง

129
00:35:08,478 --> 00:35:12,478
พิมพ์ดีดมันต้องออกแรงเยอะนะคะ

130
00:35:20,775 --> 00:35:24,775
นั่นล่ะ ใช้พลัง ใช้ Power เยอะนะคะ คราวที่แล้วจำได้ไหมคะ 1 ไบต์ มีกี่บิต 8 Bit นะคะ

131
00:35:35,731 --> 00:35:39,731
ครูก็ให้ทุกรอบ ทุกคนลองสุ่มนับชื่อตัวเองมีกี่ไบต์ มีกี่บิตนะคะ ฉะนั้นนะคะ ตัวของแป้นคีย์บอร์ดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดนี่ค่ะ

132
00:35:52,864 --> 00:35:56,864
เขาบอกว่า 1 ตัวอักษรนะคะ ก็เท่ากับ 8 บิต 1 ตัวอักษรมันคือ 1 ไบต์นะคะ ก็เท่ากับ 8 บิตนะคะ

133
00:36:21,731 --> 00:36:25,731
ฉะนั้นนะคะ คีย์บอร์ดที่เรามีถูกแบ่งเป็น 4 กรุ๊ปด้วยกันนะคะ กรุ๊ปแรกเราเรียกว่า Character Keysทายสิ Character Keys คือหมวดไหน คือโซนไหนของคีย์บอร์ดตัวอักขระไม่ใช้คำว่าตัวอักษร

134
00:36:33,609 --> 00:36:37,609
เพราะตัวอักษรมันคือกอไก่ถึงฮอนกฮูก ถึง a-zไม่รวมสระอันนี้คือตัวอักษรนะคะ

135
00:37:09,736 --> 00:37:12,642
แต่ถ้าเราบอกว่าCharacter Keysเวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะ เราใช้คำว่าเรากำหนดข้อมูลของปุ่มที่ผู้ใช้จะกด1 ปุ่มนะ 1 ช้านะคะ มันคือปุ่มอะไรก็ได้กดบวกลบหรือกดสละกดสระเอสระอะสระอาสระอิอันนี้คือนับทั้งหมดเราเรียกว่า 1 Cha นะคะ1 Character ก็คือ 1 ใบนะคะก็คือ 8 Bit นะคะ Control key ตัวไหนคือ Control Key ลองทายดูในคีย์บอร์ดเราน่ะ

136
00:37:12,642 --> 00:37:16,642
ปุ่มไหนใช้ control ใช้ควบคุมเราคิดว่าตัวไหนนะ

137
00:37:42,090 --> 00:37:46,090
ปุ่มคอนโทรลก็คือ ctrl นะคะ alt Control Keys นะคะ นี่คือปุ่มคอนโทรลนะคะ มันก็จะมีหลายกลุ่มอยู่นะคะ ฟังก์ชันคีย์ล่ะคะ

138
00:37:48,308 --> 00:37:52,308
ปุ่มไหนเป็น function Key บ้าง function Key ก็คือปุ่มที่ขึ้นต้นด้วยแต่ว่ามันจะอยู่แถวบนหรือล่างแถวบนน่ะค่ะ

139
00:37:57,815 --> 00:38:00,975
ส่วนมากจะอยู่บนสุดจะเป็น F1 F2 อย่างนี้ค่ะ อันนี้คือ function Key นะคะ

140
00:38:00,975 --> 00:38:04,975
เอาไว้สำหรับทำไมจะต้องพูดตัวนี้เวลาที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

141
00:38:06,431 --> 00:38:10,431
ให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลนะคะ เชื่อมกันกับระบบที่เราทำน่ะนะคะให้ผู้ใช้กดปุ่ม F1 เพื่ออะไรทำอะไรนะคะ

142
00:38:21,168 --> 00:38:25,168
เราก็จะต้องรู้สุดท้ายก็คือ  Numeric Keysก็คือแป้นตัวเลขที่เหมือนกับเครื่องคิดเลขใช้คำนวณอันนี้คือแป้นพิมพ์นะคะ

143
00:38:29,804 --> 00:38:32,706
แล้วยังมีแป้นพิมพ์อีกบางประเภทนะคะ เราเรียกว่าแป้นพิมพ์ใช้กับงานเฉพาะด้านนะคะ จำนวนคีย์อาจจะน้อยลงหน่อย

144
00:38:32,706 --> 00:38:36,706
เช่น แป้นที่อยู่บนเครื่องกดเงินน่ะค่ะ ATM น่ะ

145
00:38:39,860 --> 00:38:43,354
เคยกดสตางค์ผ่าน ATM ไหมคะ

146
00:38:43,354 --> 00:38:47,354
หรือมันจะรูดบัตรรึเวลาเราไปกด atm มันจะมีปุ่มใช่ไหมคะ

147
00:38:52,020 --> 00:38:56,020
อันนั้นเรียกคีย์บอร์ดเหมือนกัน แต่ว่าใช้กับงานเฉพาะด้านก็คือใช้ทำธุรกรรมทางการเงินนะคะ

148
00:38:58,270 --> 00:39:02,270
ฝากถอนโอนอะไรก็ว่าไปนะคะ หรือแป้นขึ้นอยู่กับเครื่องนะคะ อย่างเช่นเราไปร้านอาหารนะคะ

149
00:39:04,845 --> 00:39:08,845
เขาก็จะมีแป้นให้ มีปุ่มให้ แล้วเอาง่ายสุดเอาอเมซอนแล้วกัน

150
00:39:20,017 --> 00:39:24,017
เวลาเราไปสั่งน้ำ เคยเข้าอเมซอนไหมคะไม่เคยเลยหรือ ทำไมน่าสงสารจังเลย มันไม่มีหรอ แถว ๆ บ้าน ไม่มีเซเว่นล่ะ

151
00:39:24,642 --> 00:39:28,642
คือเขาจะมีปุ่มสั่งด่วนน่ะ นะคะ

152
00:39:33,202 --> 00:39:37,202
เช่น เราซื้ออะไรล่ะที่คนซื้อบ่อย ๆ เขาก็จะกดตัวนั้นเลย

153
00:39:37,231 --> 00:39:40,595
มันก็จะคิดเงินของตัวนั้นนะคะ

154
00:39:40,595 --> 00:39:44,101
โดยที่ทำงานคิดเงินน่ะแคชเชียร์ไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปค่ะ

155
00:39:44,101 --> 00:39:48,101
คือไม่ต้องอ่านบาร์โค้ดด้วยกดปุ่มนั้นเลยนะคะ

156
00:40:00,809 --> 00:40:04,809
ถ้าเป็น Amazon นี้มันจะ chart เพราะเขาจะมีหมดอยู่แล้ว ว่าคีย์บอร์ดตัวนี้ฝั่งนี้คือกาแฟนะคะ กาแฟมันก็จะมีประเภทไหนบ้าง เขาจะกดปุ่มเลย เขาไม่ได้ไปยิง QR Code อะไรนะคะ

157
00:40:10,303 --> 00:40:14,303
หรือชาหรือสมูทตี้เขาก็จะกดปุ่มสั่งเลย ว่าเราสั่งอะไรอันนี้คือเป็นการออกแบบคีย์บอร์ดมาสำหรับการใช้งานเฉพาะด้านนะคะ

158
00:40:23,647 --> 00:40:27,647
เราเคยเห็นคีย์บอร์ดแบบนี้ไหมคะ ก็คือคีย์บอร์ดใช้งานปกตินี่ล่ะค่ะ แต่ว่าเราเรียกการออกแบบคีย์บอร์ดประเภทนี้ว่าใช้หลักการการยศาสตร์ในการออกแบบนะคะ

159
00:40:38,146 --> 00:40:42,146
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Ergonomics เราดูที่บอร์ดตัวนี้ต่างจากคีย์บอร์ดที่เราใช้งานตัวนี้ไหม

160
00:40:44,838 --> 00:40:48,838
ต่างกันอย่างไร มันจะมีส่วนเว้าโค้ง มีส่วนรองข้อมือเวลาพิมพ์อย่างนี้ค่ะ

161
00:40:53,670 --> 00:40:57,670
แต่ของเรานี่ไม่มีนะคะก็คือจริง ๆ ไม่ได้มีแค่คีย์บอร์ดค่ะ มันมีอุปกรณ์อีกเยอะนะคะ ที่ออกแบบมาตัวอำนวยความสะดวก

162
00:41:00,075 --> 00:41:04,075
แล้วก็ทำให้ผู้ใช้งานนี่ได้รับความปลอดภัยนะคะ ก็คือทำไมถึงมี iPad อันนี้แผ่นนี้ขัดต่อมาจากคีย์บอร์ดปกติ

163
00:41:11,606 --> 00:41:15,299
เพื่อเอามารองข้อมือเวลาเราพิมพ์สัมผัส เราพิมพ์สัมผัสนี่เราต้องเราใช้กี่นิ้วการพิมพ์สัมผัส

164
00:41:15,299 --> 00:41:19,299
50 นิ้วเลยหรือ

165
00:41:29,934 --> 00:41:33,934
10 นิ้ว คือ ใช้ทุกนิ้วนะคะ อันนี้คือการพิมพ์สัมผัสนะคะ เราต้องวางมือให้ถูกต้องก่อนเสร็จแล้วเราก็จะเห็น ว่านิ้วไหนใช้กับตัวอักขระตัวไหนนะคะ

166
00:41:51,087 --> 00:41:55,087
เราก็เราต้องใช้ทุกนิ้ว พอครูบอกพิมพ์สัมผัสนี่ไม่ใช่การจิ้มสัมผัสนะคะ จิ้มนี่คือใช้นิ้วชี้นิ้วเดียวนะคะ แล้วก็จิ้มไปทุกตัวอักษรไม่รู้อยู่ตำแหน่งไหนล่ะ เยี่ยมไปเลย อันนี้คือไม่ใช่ลักษณะการพิมพ์สัมผัสนะคะ

167
00:42:02,501 --> 00:42:06,501
พิมพ์สัมผัสนี้คือมือจะวางนะคะ วางให้ถูกต้องตามหลักการพิมพ์ ตาจะอยู่ที่จอ ตาจะไม่อยู่ที่คีย์บอร์ดนะคะ

168
00:42:23,381 --> 00:42:27,052
แล้วก็พิมพ์พิมพ์มาบ้างหรือยังคะ จากที่ครูส่งลิงค์โปรแกรมฝึกให้ได้เท่าไรแล้วเอ่ยไม่เท่าไหรนี่ถึง 20 หรือยัง ได้เท่าไรนะ 33 แล้วใช่ไหม

169
00:42:27,052 --> 00:42:30,831
ใกล้แล้วนะคะอาจารย์กำหนดไว้ 35 ค่ะ

170
00:42:30,831 --> 00:42:34,831
สู้ต่อไปนะคะ 35 ขึ้นไป

171
00:42:39,807 --> 00:42:43,807
ไม่เป๊ะก็ได้ค่ะ 36 ก็ได้

172
00:42:44,690 --> 00:42:48,690
ถือว่าไม่ผ่านข้อสอบจนกว่าจะผ่านนะคะ

173
00:42:50,906 --> 00:42:54,906
คือถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนไหนที่เราพิมพ์สัมผัสได้

174
00:42:57,308 --> 00:43:01,308
ก็ตอนที่เรามองหน้าจออย่างเดียวไม่มองที่คีย์บอร์ด

175
00:43:05,291 --> 00:43:09,291
แต่ตราบใดที่เรายังมองคีย์บอร์ดเพื่อหาปุ่มนั้นนี้อยู่

176
00:43:12,398 --> 00:43:16,398
แสดงว่าเรายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้คราวนี้นี่เขาจะหาได้เร็วเนาะถ้าเราใช้บ่อย

177
00:43:29,884 --> 00:43:33,884
เราก็จะรู้ว่าปุ่มไหนมันอยู่ตรงไหน แต่เมื่อไรที่นั่นพิมพ์สัมผัสได้ แต่เราจะหาอักษรไม่เจอ แต่มือมันจะไปเองเป็นอัตโนมัติ เพราะการพิมพ์ถังสัมผัสมันคือทักษะเหมือนเราขับรถได้นะคะ

178
00:43:54,809 --> 00:43:58,809
เราไม่จำเป็นต้องขับรถทุกวันอาทิตย์นึงขับ 1 ครั้งหนึ่งได้ไหมคะ ขับได้ไหม หรือไม่ได้ ขับรถเดือนหนึ่งแล้ว แล้วไปขับ ขับได้ไหม ขับมอเตอร์ไซค์ ก็ได้ ไม่ได้ปั่นจักรยาน

179
00:44:04,343 --> 00:44:08,343
แล้วปีนึงพอไปเห็นจะจอดแล้วปั่นได้ไหม ทำไมถึงยังปั่นได้เพราะ เพราะมันเป็นทักษะไง

180
00:44:08,703 --> 00:44:12,628
มันไม่ใช่การท่องจำพิมพ์สัมผัสก็เหมือนกันนะคะ

181
00:44:12,628 --> 00:44:16,628
ถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้นี่จะนานแค่ไหนมันก็จะพิมพ์ได้นิ้วมันจะไปอัตโนมัตินะคะ

182
00:44:19,123 --> 00:44:23,123
ฉะนั้นให้ทุกคนฝึกเป็นอัตโนมัติเลยนะคะ นิ้วมันจะไปเองพอเห็นทำไมถึงเรียกเลือกโปรแกรมที่ส่งริมให้ เพราะโปรแกรมตัวนี้มันจะให้ฝึกพิมพ์ที่เป็นคำ

183
00:44:31,312 --> 00:44:35,312
จากคำที่ง่ายมันจะปรับหมดคำให้เองนะคะ พอเราพิมพ์ได้เยอะขึ้นหมดคำมันจะยาวขึ้นยาวขึ้น สังเกตไหมคะ ตอนแรก ๆ นี่จะเป็นคำที่ง่ายอยู่แล้วก็เป็นคำเดิมซ้ำ ๆ หลายรอบนะคะ

184
00:45:02,826 --> 00:45:06,826
แต่พอเราฝึกไปเรื่อย ๆ นะคะมันก็จะยากขึ้นมีกด shift มีขึ้นลงนะคะ นอกจากเป็นพิมพ์ แป้นพิมพ์ก็จะเป็นเมาส์ช่วยในการชี้ตำแหน่ง

185
00:45:13,773 --> 00:45:17,773
เมาส์มีกี่ปุ่มปุ่มอะไรบ้าง มันจะมีหลายประเภทนะคะ เมาส์แล้วนี่ ขึ้นอยู่กับเอาแบบเหมาทั่วไปนะคะ

186
00:45:30,860 --> 00:45:34,860
ก็จะมี 3 ปุ่มนะคะ  กลุ่มไหนบ้างคลิกซ้ายคลิกขวาแล้วก็เลื่อนนะ เลื่อนล้อนะคะ Click ใช้กรณีไหน เลือกมันจะมี Click

187
00:45:43,564 --> 00:45:47,564
คลิกนี้กดกี่ครั้ง ถ้าครูบอกว่า คลิก 1 ครั้ง Double Click มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

188
00:45:52,291 --> 00:45:56,291
เล่นเกมมันก็คือคลิกนั่นล่ะ เรามันก็กลายเป็น Click อย่างนี้นะคะ

189
00:46:05,854 --> 00:46:09,854
คลิกขวาใช้ในกรณีไหน เวลาเราต้องการเรียกใช้งานเพิ่มเติมหรือฟังก์ชันเพิ่มเติม

190
00:46:24,202 --> 00:46:28,202
เมาส์ใช้ป้อนตัวอักษรได้ไหม เมาส์ใช่ป้อนก.ไก่ได้ไหม ถ้าเรามีโปรแกรมที่มันให้มาเอาคลิก ถ้าเมาส์อยู่บนหน้า desktop ป้อนตัวอักษรได้ไหม

191
00:46:31,121 --> 00:46:35,121
อยู่บนหน้า desktop รู้จักหน้า Desktop นะ หน้าที่เปิดขึ้นมาปุ๊บ มันก็จะเป็นหน้าจอเริ่มแรก

192
00:46:38,670 --> 00:46:42,670
ที่เราบูตเข้าวินโดว์นะคะ อันนั้นเราเรียกว่าหน้า Desktop มันไม่สามารถป้อนได้นอกจากว่าเราจะเปิดโปรแกรม

193
00:46:50,832 --> 00:46:54,832
ที่มันมีแถบให้เราคลิกนะคะ โอ.เค. ข้อดีของเมาส์ก็คือสามารถป้อนข้อมูลได้

194
00:47:02,716 --> 00:47:06,716
แบบรวดเร็ว คือคลิกเลือกได้เลยนะคะ เคยเห็นไหม แบบนี้ไหม ตัวนี้เรียกว่าแท็กเบานะคะ

195
00:47:14,882 --> 00:47:18,882
เมาส์ที่มีอันนี้ไม่ใช่เมาส์สิ เขาทำผิดประเภทนะคะ ถูกแล้วนะคะ เราจะเลื่อนเคอร์เซอร์โดยใช้นิ้วเลื่อนตรงนี้นะคะ

196
00:47:27,116 --> 00:47:31,116
ใช้นิ้วเหมือนถูไปนะ ถูกเลื่อนไปบนอย่างนี้นะคะ เพราะว่าตรงนี้มันจะมีตัวไมโครชิพอยู่นะคะ มันก็จะรับข้อมูลได้ว่าอันนี้คือเราเลื่อนเคอร์เซอร์ไปนะคะ

197
00:47:34,129 --> 00:47:38,129
เหมือนกับเราใช้เมาส์ลากไปมานั่นล่ะนะคะ

198
00:47:58,143 --> 00:48:02,143
มันก็จะมีTrack Point เคยเห็น Track Point ไหมคะ

199
00:48:03,826 --> 00:48:07,826
จะอยู่กับเครื่องโน๊ตบุ๊คบางยี่ห้อมันจะมีปุ่มสีแดงแบบนี้นะคะใช้ในการเลื่อนตำแหน่งเหมือนกันนะคะ

200
00:48:20,927 --> 00:48:24,927
เมื่อก่อนจะอยู่ที่Notebook ของ ibm แต่หลัง ๆ มาไม่เห็นนะคะ เขาน่าจะเอาออกตัวนี้ล่ะ เคยใช้งานไหมคะ ใช้ที่ไหนเอ่ย อยู่ตรงไหนของของโน๊ตบุ๊กนะคะ

201
00:48:50,168 --> 00:48:54,168
เราเรียกว่า Touch Pad นะคะคนละอันกับTouch screen นะคะ touch pad ก็คือเอาไว้เลื่อนเหมือนกันนะคะ กรณีที่เราไม่ได้เอาเมาส์ไปนะคะ เราก็เปิด touchpadเราก็เลือกเหมือนกันนะคะ

202
00:49:02,550 --> 00:49:06,550
ก็จะมีปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาให้นะคะเอาไว้เคอร์เซอร์นะคะควบคุมตัวชี้คือทัชสกรีนที่ครูบอกว่าเป็นทั้ง input แล้วก็เอาพุธนะคะ มันเป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่พูดถึงวันนี้ทั้งอินและเอาถ้าใครตอบข้อ 3 ข้อนี้ผิดนิจะเสียใจเลยนะ

203
00:49:19,174 --> 00:49:23,174
พูด 5 รอบแล้ว อุปกรณ์ที่คือโจทย์น่ะค่ะอันนี้คือไม่ได้บอกแนวข้อสอบแล้วค่ะ บอกข้อสอบเลยนะคะ มันขึ้นอยู่กับต่อไปจะศึกษาจะทำความเข้าใจอย่างไรนะคะ

204
00:49:37,212 --> 00:49:41,212
ยังจะจำได้ไหมนะคะแต่คิดว่าน่าจะยังไม่ลืมแต่เพราะเราเรียนจบบท 6 บทปุ๊บเ ราจะสอบเลยนะคะหมดละ 10 ข้อข้อสอบนะคะบทที่ 1-10 ข้อไม่รู้จดได้กี่ข้อนะคะบทที่ 2 ก็ 10 มันมีอยู่ 6 บท 60 บท บทละ 10 โจทย์ถามว่าจอภาพที่เป็นแบบระบบทัชสกรีนจัดอยู่ในหน่วยใดของฮาร์ดแวร์เป็นฮาร์ดแวร์หน่วยใด

205
00:49:43,643 --> 00:49:47,643
มันก็จะมีหน่วยรับข้อมูลหน่วยสแกนผลหน่วยประมวลผล หน่วยความจำหน่วยรับแ ละแสดงผลนะคะฃ

206
00:50:25,653 --> 00:50:29,653
เราจะต้องรู้ว่าอันนี้คืออะไรนะคะ แต่เชื่อว่านักศุกษาจะรู้นะ  Touch Screen ก็คือจอภาพที่มันนึกถึงมือถือเราน่ะ อันนั้นก็คือTouch Screenนะคะ(Joy stickเคยเห็นไหมคะ

207
00:50:32,889 --> 00:50:36,889
เอาไว้ทำอะไรเอ่ยเอาไว้ควบคุมจะตอบว่าเล่นเกมน่ะสิเอาไว้ทำอย่างอื่นได้ไหมเอาไว้ควบคุมได้ค่ะเลื่อนขึ้นลงซ้ายขวาแต่ส่วนมากเราจะเอาไว้เห็นที่แบบเราเล่นเกมนะคะมันเป็นคันโยกขึ้นมาเหมือนกับคันรถแล้วนะ เกียร์แบบเกียร์กระปุกนะคะ

208
00:50:46,236 --> 00:50:50,236
มันง่ายกว่าใช้เมาส์นะคะ มันจะเร็วกว่าใช้คีย์บอร์ดดีกว่าเราไปกดปุ่มนะคะ อันนี้เป็นจอยแล้วก็เป็นปากกานะคะ Light pen ที่ใช้วาดรูปหรือใช้เส้นหรือใช้เขียนทางด้านการออกแบบนะคะ

209
00:50:53,915 --> 00:50:57,915
เขียนแล้วก็จะเซฟข้อมูลตรงนั้นไปเป็นรูปเลยนะคะ เช่นเซ็นเพื่อเซ็นเป็นแบบระบบลายเซ็นดิจิตอลนะคะก็คือเส้นแล้วก็เซฟเป็นไฟล์ได้เลยนะคะ

210
00:51:44,645 --> 00:51:48,645
ตัวนี้เป็นDigitizing tabletนะคะเป็นเครื่องอ่านพิกัดตัวนี้ที่เขาจับอยู่นะคะ ว่าเขาจะเลื่อนไปแล้วก็มักจะนะคะเหมือนเราทำพิกัดส่งข้อมูลตำแหน่งนะคะ แล้วก็จะมีตัว micrเคยเห็นเช็คไหมคะ ใบเช็คเงินน่ะนะคะ มันจะมีเครื่องที่เอาไว้ตรวจสอบว่าใช้ตัวนี้ปลอมไหมนะคะ

211
00:51:54,964 --> 00:51:58,006
เช็คเด้งนี่คือเช็คปลอมไหม ไม่ปลอมหรอก แปลบัญชีนั้นไม่มีเงิน แต่เช็คปลอมนี่แปลว่าไม่งั้นปลอมน่ะ

212
00:51:58,006 --> 00:52:02,006
คือมันใช้ไม่ได้แต่ใช้เมฆคือตอนที่เราไปขึ้นเงินน่ะมันมีเงินจ่ายในบัญชีเงินไม่พอนะคะเช่นครูจ่ายเช็คให้จักรพันธ์ 10,000 บาทมีเงินในบัญชี 500 อย่างนี้ค่ะ

213
00:52:05,148 --> 00:52:09,148
ฉะนั้นเช็คตัวนี้ก็ยังเบิกไม่ได้ก็ยังขึ้นเงินไม่ได้ก็ต้องรอก่อนอย่างนี้นะคะแต่เช็คปลอมนี่คือ คือใช้ไม่ได้นะคะ

214
00:52:14,795 --> 00:52:18,795
โอ.เค. บาร์โค้ด บาร์โค้ดคือรูปนี้ตอนนี้มันมีบาร์โค้ดที่เป็นแบบแท่งอย่างนี้นะ

215
00:52:25,051 --> 00:52:29,051
ก็จะแทนตัวเลขนะคะ เราก็เป็นรูปที่เราไม่เรียกว่า คิวอาร์โค้ดนะคะ ก็คือเป็นรูปเพื่อเก็บข้อมูลที่แทนที่เราจะตีข้อมูลน่ะ

216
00:52:30,642 --> 00:52:34,642
เราใช้วิธีการยิงเอาเลยนะคะ มันก็จะเร็วมันสะดวกสบายต่อการใช้งานสแกนเนอร์นะคะ

217
00:52:41,037 --> 00:52:45,037
ไปดูอุปกรณ์ที่อยู่ในกลุ่มกวาดข้อมูลนี่ล่ะค่ะ สแกนเนอร์มีหลายประเภทนะคะ นักศึกษาเคยใช้ประเภทไหนเอ่ย แบบนี้เคยใช้ไหม

218
00:53:07,686 --> 00:53:11,686
Scanner แต่ว่ามันจะยิงได้เหมือนกับตัวยิง Barcode Reade สแกนคิวอาร์โค้ด สแกนบาร์โค้ดแล้วก็สแกนเนอร์แบบเอากระดาษเข้าไปหรือเป็น Scanner แบบเปิดฝาขึ้นแล้วก็วางกระดาษลงมานะคะ

219
00:53:15,124 --> 00:53:19,124
สแกนเนอร์จะมีหลายแบบต่อไปนะคะเครื่องรู้จำอักขระด้วยแสงนะคะ ocr ocr นี่เราจะเอาไว้ใช้ในการสแกนข้อมูลเยอะ ๆ แล้วแปลงเป็นไฟล์เอาไว้

220
00:53:21,201 --> 00:53:25,201
เช่น หนังสือที่ห้องสมุดเราไม่มีพื้นที่ไ ม่มีห้องเก็บนะคะ

221
00:53:32,997 --> 00:53:36,997
เราต้องการเก็บหนังสือตัวนี้ไว้ คือเราจะลบทิ้งแล้ว แต่หนังสือนี้มันยังสามารถใช้งานมันได้อยู่

222
00:53:37,375 --> 00:53:40,865
แต่มันไม่มีพื้นที่เก็บน่ะแล้วจะสแกนเอกสารแบบนี้ทั้งเล่มค่ะ

223
00:53:40,865 --> 00:53:44,865
แล้วมันสามารถแปลงมาเป็นไฟล์ Word ได้นะคะเราเรียกว่า ocr นะคะ

224
00:53:54,304 --> 00:53:58,304
ส่วนเครื่อง omr ต้องถาม ว่าเคยไปสอบที่ไหน แล้วเขาให้ใช้ดินสอฝนน่ะ

225
00:54:07,353 --> 00:54:11,353
มันจะเป็นดินสออย่างนี้นะปกติเขาจะบอกว่าเขาจะให้ใช้คือถ้าใช้กานิ แค่คนตรวจให้ฝนให้มันดำ ๆ อ่ะเขาจะใช้เครื่องตรวจ ไอ้เครื่องที่ตรวจน่ะ

226
00:54:13,369 --> 00:54:17,369
เราเรียกว่าเครื่อง omr นะคะถามว่าทำไมเครื่องมันฉลาดจังเลย

227
00:54:18,670 --> 00:54:22,670
ถึงตรวจได้ว่าถูกผิดจริง ๆ แล้วเครื่องมันจะตรวจสอบตามผงคาร์บอน

228
00:54:38,317 --> 00:54:42,317
ทีนี้สมมุตจักรพันธ์ใช้ดินสอที่ไม่มีผงคาร์บอนล่ะ มีไหม มันจะมีดินสอที่แบบมันไม่ค่อยดำน่ะ มันไม่เข้มนะคะ

229
00:54:51,673 --> 00:54:55,673
แปลว่าตอนไปสอบน่ะคือตอบถูกอยู่ แต่ว่าตัวเครื่องมาสแกนไม่เจอเพราะมันไม่มีผงคาร์บอนที่เข้มข้นพอนะ

230
00:55:23,586 --> 00:55:26,524
จักรพันธ์ก็เลยกลายเป็นได้ 0 แบบนี้ มีไหม หรือที่ได้ 0 เพราะว่าผิดเอง เราก็คิดให้เราสบายใจก็คือ อ๋อ ตอนเราไม่มีคาร์บอน ตอบได้อยู่อย่างนี้นะคะ คาร์บอนไม่พอเริ่มมีความคิด different คิดต่าง นอกกรอบ น่าลองนะ

231
00:55:26,524 --> 00:55:30,524
แต่ปกติแล้วมันจะมีว่าเฉลยข้อไหนนะคะ

232
00:55:39,261 --> 00:55:43,261
แล้วมันก็จะเช็กไปนะ นั้นตำแหน่งนั้นนะคะเหมือนอัษฎาวุธ ว่าถ้าคุณคือฝนทั้งหมด

233
00:55:47,337 --> 00:55:51,337
เขาจะไม่เอาเข้าเครื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องถามว่าเครื่องนี้มันจะตรวจไหม เพราะคนที่เอาเข้าเครื่องคือมนุษย์ใช่ไหมคะ

234
00:55:52,984 --> 00:55:56,984
เขาดูว่าอันนี้คือฝนมาทุกตัวเลยหรืออย่างนี้ค่ะก็จะถูกวงหรือไม่ก็เด้งออกมาเลย

235
00:56:04,870 --> 00:56:08,870
มี 2 แบบขึ้นอยู่กับเขาตั้งค่าโปรแกรมไว้นะคะ แล้วก็จะมีตัวรับข้อมูลอีกตัวหนึ่งคือกล้องดิจิตอลค่ะ อันนี้นักศึกษาน่าจะรู้จักอยู่แล้ว

236
00:56:09,907 --> 00:56:13,907
ถ่ายรูปก็คือเก็บข้อมูลเป็นภาพแล้วก็ดูได้เรียกมาดู ว่ารูปที่เราถ่ายเป็นอย่างไรนะคะ

237
00:56:21,722 --> 00:56:23,992
กล้องถ่ายวีดีโอกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลต่างกันไหมคะ ต่างกันอย่างไร ถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายภาพเคลื่อนไหว

238
00:56:23,992 --> 00:56:27,992
ตอบให้มันเป็นวิชาการนะ

239
00:56:38,171 --> 00:56:42,171
ต่างกันอย่างไรรู้อยู่ แต่ตอบไม่ได้น่ะค่ะมันจะไม่ได้คะแนนนะ ต้องบอกว่าถ้ากล้องถ่ายภาพดิจิตอลก็คือถ่ายภาพนิ่ง แต่ปกติแล้วกล้องถ่ายรูปดิจิตอลมันถ่ายวีดีโอได้ไหมคะ

240
00:56:47,543 --> 00:56:51,543
ก็ถ่ายได้นะคะ ตอนนี้คือมันไม่ได้แยกกันมันก็ใช้สามารถใช้งานได้ทั้งถ่ายภาพนิ่งภาพวีดีโอนะคะ

241
00:57:14,147 --> 00:57:18,147
แต่ถ้าเป็นกล้องวีดีโอเลยมันก็คือจะสามารถถ่ายได้นานกว่านี้เลยนะคะ แล้วก็เป็น Voice recognition นะคะ อุปกรณ์รู้จำเสียงนะคะ ก็คือมนุษย์นี่ล่ะพูด แรงสัญญาณเป็นสัญญาณดิจิตอลนะคะ

242
00:57:24,722 --> 00:57:28,722
แต่ปัญหาคือการออกเสียงมันจะมีผลเพราะมันรู้จำไม่ใช่การจดจำต่างกันนะคะ

243
00:57:32,765 --> 00:57:36,765
การจดจำนี้คืออย่าง ครูบอก ครูจะสอบนักศึกษาไปอ่านหนังสือมา เรารู้จำหรือเราท่องจำมา

244
00:57:41,566 --> 00:57:45,566
เราจะท่องจำมารู้ได้อย่างไร เพราะ เพราะพอสอบเสร็จเราก็ลืม แต่ถ้าเกิดเรารู้จำเราจะจำได้ตลอดเลยค่ะ

245
00:57:53,415 --> 00:57:57,415
เราจะรู้เลยว่าอย่างเขียนก.ไก่ เราเรียนเขียนก.ไก่ มาตั้งแต่ตอนไหน

246
00:58:09,784 --> 00:58:13,784
เรียนไปนานหรือยัง ตอนนี้ยังเขียนได้ไหม ทำไมถึงยังเขียนได้อยู่ เขียนก.ไก่ไม่ได้แล้วหรือ\

247
00:58:23,817 --> 00:58:27,817
ตอนนี้ น่าสงสารจังเลย เขียนก.ไก่ตัวเดียวได้ไหม ก.ไก่นี้เรียนมาตั้งแต่อนุบาล

248
00:58:33,422 --> 00:58:37,422
ก็ยังเขียนได้อยู่ แล้วเนื้อหาที่ครูสอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วน ะยังจำได้ไหม ครูบอกว่าก.ไก่เรียนมาตั้งแต่อนุบาลใช่ไหม

249
00:58:40,761 --> 00:58:44,761
ยังจำได้อยู่ ยังเขียนได้อยู่ แล้วเนื้อหาที่เราก่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังจำกันได้ไหม

250
00:58:46,424 --> 00:58:50,424
โอ.เค. เดี๋ยวเราก็จะรู้นะคะ

251
00:58:56,435 --> 00:59:00,435
ว่าจำได้จริงเปล่า โอ.เค. นะคะ มาหน่วยที่ 2 รับข้อมูลเข้าไปแล้วไปอยู่ที่ไหนนะคะ

252
00:59:11,522 --> 00:59:15,522
บทนี้ตัวที่คุณครูทำสีแดงไว้คือข้อสอบนะคะ Central processing Unit หรือ CPU นะคะ CPU ในคำวิชาการนี่ไม่ใช่เคสนะคะ

253
00:59:18,415 --> 00:59:21,642
ห้องนี้ไม่มีกล่องเทสมีมีมีของเราเป็นแบบ All in one นะ มีแต่จอใช่ไหมคะ แต่เครื่องข้างหลังจะมีเคสเครื่อง true มีเคสไหม

254
00:59:21,642 --> 00:59:25,642
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีจอแล้วก็แยกออกมาเป็นกล่องน่ะนะคะ

255
00:59:46,867 --> 00:59:50,867
นึกออกไหมคะ เราจะเรียกเคส ภาษาเวลาที่เราไปซื้อเขาเรียกอะไร ซื้อไอ้กล่องตัวนี้ คือแยกให้ออกอันไหนระหว่าง CPU ที่เป็นไมโครโปรเซสเซอร์หรืออันไหนที่เป็นกล่องเคสนี่นะคะ

256
01:00:06,422 --> 01:00:10,422
มันจะมีศัพท์อยู่นะคะ เขาเรียกอะไรภาษาตลาดน่ะนะคะ แต่ในที่นี้เราพูดถึงตัว Central processing ดูอยู่นี่ก็คือ CPU นะคะ มันจะเปรียบเสมือนกับเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ในข้อสอบนี่มี Choice

257
01:00:23,501 --> 01:00:27,501
4 Choice ถามว่าหน่วยประมวลผลนี่ เปรียบได้กับอะไร มันจะมีสมอง มีหัวใจ มีอะไรอีก 2 Choice จำไม่ได้

258
01:00:29,725 --> 01:00:33,725
แต่เราต้องตอบให้ถูกว่า Central processing Unit มันคือส่วนของสมองนะคะ

259
01:00:36,176 --> 01:00:40,007
สมองมีความซับซ้อนไหม มี เพราะถามคำถามเดียวกัน จะได้คำตอบที่ต่างกัน

260
01:00:40,007 --> 01:00:43,801
แปลว่ากระบวนการคิดของแต่ละคนนี่ต่างกันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ด้วยนะคะ

261
01:00:43,801 --> 01:00:47,801
ที่ผ่านมาเราก็จะบอกว่ามีบริษัทไหนบ้างนะคะที่ผลิตCPU นะคะเช่นของ ibm หรือของบริษัท Microsoft นะคะ

262
01:01:03,657 --> 01:01:06,449
Microsoft ใช้ชื่อ Intel เมื่อก่อนจะมี size L นะคะข้อสอบบอกทุกข้อเลยนะ แต่ไม่รู้นักศึกษาจำได้หรือเปล่า

263
01:01:06,449 --> 01:01:10,449
คราวนี้เรามาดูหน่วยประมวลผลนะคะ

264
01:01:12,151 --> 01:01:16,151
ในการคำนวณจริง ๆ เขาบอกว่าหน่วยสำคัญนะคะ

265
01:01:47,718 --> 01:01:51,718
ของไมโครโปรเซสเซอร์หรือ PC unit มีอยู่ 2 หน่วยคือหน่วย control หน่วยที่ทำหน้าที่ควบคุมเราเรียก Control unit และหน่วยคำนวณ

266
01:01:55,100 --> 01:01:59,100
และตรรกะหน่วยที่ทำหน้าที่คำนวณนะคะ คือ CPU น่ะจริง ๆ แล้วถ้าเราไม่พูดถึง register

267
01:02:14,549 --> 01:02:18,549
มันจะมีแค่ตัว CPU นะคะ แต่จริง ๆ กันทำงานของมันจะมีฤทธิ์เจอด้วยที่ทำหน้าที่เก็บเป็นเหมือนหน่วยความจำเล็กๆนะคะส่วนใน CPU ก็จะมีอีกตัวนึงก็คือหน่วยความจำหลักนะคะ

268
01:02:19,621 --> 01:02:23,621
ซึ่งหน้าตามันก็จะเป็นประมาณเหมือนภาพอันนี้คือเขาขยายออกมาว่ามันเป็นการทำงานของ CPU ข้างในนะคะ

269
01:02:27,025 --> 01:02:31,025
หน้าตาอันนี้เป็นของบริษัท Microsoft นะคะของ Intel อันนี้คือ CPU หักขา 1 นี่คือซื้อใหม่เลยค่ะขึ้นนี่มันจะเป็นเข็มออกมานะคะเราก็จะเอาไปวางที่เมนบอร์ดนะคะอันนี้คือ CPU ทำหน้าที่เหมือนสมอง

270
01:02:35,354 --> 01:02:39,354
แล้วก็จะมีอธิบายต่อไปอีกนะคะ ว่าถ้าเป็น CPU ทำหน้าควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมดเลยของส่วนที่เป็นการทำอินพุตเอาต์พุตให้ทำงานประสานกันนะคะ

271
01:03:21,383 --> 01:03:25,383
อันนี้เราไปอ่านเพิ่มแล้วกันนะ เธอก็จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลรับส่งข้อมูลถ้าเป็น Bus busเมื่อก่อนมีในข้อสอบแต่ตอนนี้เขาไม่ได้ถามแล้วนะค ะครูก็จะข้ามไปถ้าเราอยากรู้ระบบ Bus คือระบบอะไรก็คือระบบที่มันส่งสัญญาณไฟฟ้านะคะในตัวภายในระบบเครื่องนะมันจะมีระบบ bus ดังภาพนี้นะคะ

272
01:03:38,126 --> 01:03:42,126
input output คือส่วนข้างนอกนะคะ เราดูลูกศรเข้าก่อนพ่อเราป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปนะคะ CPU จะทำหน้าที่จัดการก่อนนะคะว่าที่เราป้อนเข้ามาน่ะ ตัวไหนป้อนนะคะ ผ่านอุปกรณ์ตัวไหนถ่านเมาส์ผ่านตัวคีย์บอร์ดผ่านตัวไหนนะคะ

273
01:03:47,807 --> 01:03:50,914
ผ่านตัวสแกนหรือผ่านตัวไหนนะคะก็ไปเก็บที่รีสอร์ทตื่นแล้วก็เป็นการคำนวณไหมนะคะ ตรงกลางนี่เป็นการทำงานของซีพียูนะคะ แล้วก็ไปเก็บอยู่ที่หน่วยความจำส่งข้อความนูนออกมาเหมือนกันเพราะอันนี้มันคืออินและเอา

274
01:03:50,914 --> 01:03:54,914
device คืออุปกรณ์ในการรับและก็แสดงผลนะคะอันนี้จะพูดถึงความเร็วของหน่วยประมวลผลนะคะเราเรียกว่าซิเต็มคอร์สความเร็วของ CPU หรือการประมวลผลนะคะ

275
01:03:57,499 --> 01:04:01,499
จะถูกควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกานะคะเราก็เลยเรียกว่าระบบ System Clock นะคะ 1 หน่วยความเร็วของสัญญาณนาฬิกาจะเป็นเฮิร์ต

276
01:04:02,439 --> 01:04:06,439
1 เฮิร์ตก็คือ 1 ครั้งต่อวินาทีนะคะ ซึ่งความเร็วในปัจจุบันของเรื่องเครื่องนี่มันจะเร็วมาก

277
01:04:19,363 --> 01:04:23,363
ทำงานเป็นวินาทีเวลาคอมพิวเตอร์ทำงานถามว่าเราทำงานเป็นวินาทีไหม เรานี่ทำงานเป็นเดือนเลยค่ะ

278
01:04:49,918 --> 01:04:52,446
ยิ่งครูให้เวลาเยอะเราก็จะสบายค่ะ รอไปพอใกล้จะส่ง ทีนี้เราก็จะลอยกลับมาก็เริ่มมาทำ พอมันจนอีกที ก็ไปทำอะไรนะถามว่า 1 วิเราทำอะไรได้บ้างหายใจเข้าหายใจออกหรือยังยังไม่ได้หายใจออกเลย

279
01:04:52,446 --> 01:04:54,895
แต่พริบตานะคะหรือหลับตาลงยังไม่ได้ลืมตาขึ้นเลยอย่างนี้ค่ะ

280
01:04:54,895 --> 01:04:58,895
คอมพิวเตอร์นี้ทำงานได้เร็วมากนะคะทำหน้าทำงานเป็นวินาทีเลยนะคะ

281
01:05:01,480 --> 01:05:05,480
คราวนี้เรามาดูหน่วยความจำนะคะหน่วยความจำมี 2 ประเภทจริง ๆ ตัวนี้พูดถึงหน่วยความจำหลักนะคะ

282
01:05:07,064 --> 01:05:11,064
ก็คือหน่วยความจำแบบที่อ่านได้อย่างเดียวเราเรียกว่า Rom นะคะ

283
01:05:25,429 --> 01:05:29,429
Read Only Memory หมายถึง อ่านได้อย่างเดียว แปลว่า เราไม่สามารถไปแก้ไขข้อมูลอะไรใน rom ได้ เริ่มจะถูกบรรจุคำสั่งมาจากโรงงานอยู่แล้วนะคะ

284
01:05:41,269 --> 01:05:45,269
เราไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยงมันจะมีคำสั่งอยู่ใน romอยู่แล้ว เราเรียกว่าอ่านได้อย่างเดียวนะคะ แต่ถ้าเกิด ram นี่นะคะ Random access Memory หมายถึง แก้ไขข้อมูลได้นะคะ

285
01:05:49,246 --> 01:05:53,246
\ เพราะว่ามันเก็บข้อมูลทีหลังก็เหมือนกับเหมือนกับกระดาษทดน่ะ เก็บข้อมูลปกติ แล้วข้อมูลมันจะเก็บอยู่ที่หน่วยความจำสำรองนะคะ

286
01:06:02,947 --> 01:06:06,947
แต่ขณะที่เราเปิดเครื่องทำงานนี้มันจะเก็บอยู่ที่ ram นะคะ อันนี้คือตัวอย่างไรเคยเห็นหน้าตาของเปิดเคสออกแล้วเห็นเมนบอร์ดโรงเรียนเราเรียนอยู่ใช่ไหม

287
01:06:11,134 --> 01:06:13,068
วิชาอะไรนะ OS วิชา OS เปล่า หรือซ่อมบำรุงทุกคนต้องเคยเห็นหน้าตาของกล่องเคสซ่อมบำรุง PC

288
01:06:13,068 --> 01:06:17,068
หรือซ่อมบำรุง Notebook คะ

289
01:06:33,771 --> 01:06:37,771
ซ่อม PC นะ โอ.เค. พอเปิดกล่องเคส จออะไรบ้างในนั้นให้ตอบคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำกัน เดี๋ยวค่ะ เคยเห็นใช่ไหมคะ

290
01:06:53,151 --> 01:06:57,151
เคยเห็นหน้าตาของเปิดฝาเคสออก ทุกคนหลับตา เคยเห็นใช่หรือเปล่า ให้ตอบ 1 อย่างที่เราเห็นหลังจากเปิดฝาเคสออก ห้ามซ้ำกัน ถ้าจักรพันธ์ตอบสายไฟนี่เพื่อนก็จบเลยนะคะ

291
01:07:01,002 --> 01:07:05,002
ต้องบอก ว่าสายไฟตรงไหนส ายไฟจากไหน เมนบอร์ดไปไหนหรือจาก Power Supply ไปไหน

292
01:07:08,251 --> 01:07:12,251
ถ้าบอกสายไฟแปลว่าเ หมาค่ะ กวาดแผงไปเลยได้หรือยังให้ตอบคนละ 1

293
01:07:30,405 --> 01:07:34,405
ห้ามซ้ำกันใ ครจะตอบก่อน (นักศึกษา) Ram (อาจารย์) เปิดปุ๊บ เห็น ram เลยหรือ เปิดเคสหมายถึงเปิดฝาเคสซองนี้ค่ะ

294
01:07:54,513 --> 01:07:58,513
ซ้ำหรือยัง Ram Mainboard Power Supplyพัดลม CPU อะไรนะ ข้างหน้าค่ะมั นมีตั้งเยอะในนั้นน่ะ

295
01:08:04,139 --> 01:08:07,606
ตอบมาอะไรนะอ ะไรคือ ssd เขาเรียกอะไร เอาไว้ทำอะไร ตอบต้องมีที่ไปที่มานะ

296
01:08:07,606 --> 01:08:11,119
นึกถึงเปิดฝาเคสออกมีอะไรในนั้น

297
01:08:11,119 --> 01:08:15,119
เยอะเลย

298
01:08:17,707 --> 01:08:21,707
อะไรนะคะ ตอบได้เลย

299
01:08:28,930 --> 01:08:32,320
ห อะไรนะคะ

300
01:08:32,320 --> 01:08:36,320
โอ.เค.

301
01:08:37,875 --> 01:08:39,894
มีอะไรอีกคะในกล่อง Case เรา

302
01:08:39,894 --> 01:08:43,894
มีเยอะเลยค่ะ

303
01:08:43,906 --> 01:08:47,906
เยอะในเมนบอร์ดก็มีเยอะ

304
01:08:59,802 --> 01:09:03,802
คือนึก บางคนนึกออกอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรนี่สิ

305
01:09:13,028 --> 01:09:17,028
(นักศึกษา) การ์ดเสียง (อาจารย์) Sound ใช่ไหมคะ Sound Card ปกติถ้าเกิดตอบ Sound

306
01:09:25,505 --> 01:09:29,505
มันจะมากับอีกการ์ดหนึ่งเลยนะ

307
01:09:49,489 --> 01:09:53,489
การ์ดแลนคืออะไร Card Lan card คืออะไร Network Interface card คืออะไร

308
01:09:56,085 --> 01:09:58,650
อันเดียวกันน่ะ เขามีชื่อหลายชื่อ มาตอบมาเลยค่ะ

309
01:09:58,650 --> 01:10:02,650
ครูจำได้อยู่นะว่าใครยังไม่ตอบ

310
01:10:06,939 --> 01:10:09,428
ไปยังฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ไหม ตอบฮาร์ดดิสก์แบบหลายประเภทก็ได้นะ

311
01:10:09,428 --> 01:10:13,428
ฮาร์ดดิสก์มีหลายประเภทค่ะ

312
01:10:19,765 --> 01:10:23,765
เราต้องเลือกสักอันไงเปิดฝาเคสออกเจออะไรบ้างในนั้น

313
01:10:33,057 --> 01:10:35,909
ห้ามซ้ำกัน อะไรนะ power supplyไง CD ROM หมดแล้วหรือ

314
01:10:35,909 --> 01:10:38,551
ห้องเรามีไม่กี่คนเอง

315
01:10:38,551 --> 01:10:42,551
ในนั้นน่ะมีเป็นมันมีเป็นร้อยเลยค่ะ

316
01:10:43,352 --> 01:10:47,352
ในเมนบอร์ดก็เยอะ

317
01:10:49,187 --> 01:10:53,187
เพิ่งได้ Sound Card เองน่ะ

318
01:10:55,567 --> 01:10:59,567
สล็อตสล็อตแบบไหน Slot มีหลายแบบ สล็อตตัวไห นตัวขาวใช่ไหม

319
01:11:01,550 --> 01:11:05,550
เรียกว่าอะไร เรียกว่าอะไร ไอ้ตัวนี้

320
01:11:07,581 --> 01:11:11,581
ไอ้ตัวนี้กับไอ้ตัวที่เสียบการ์ดจอน่ะ ก็คนละประเภท

321
01:11:41,734 --> 01:11:45,734
ครูถามว่า slot ram ใช่หรือเปล่า เขาไม่เรียก slot ram เขาเรียก slot อะไร มันมีชื่อว่าอะไรเมนบอร์ด อัษฎาวุธตอบไปแล้วใช่หรือเปล่า

322
01:12:10,230 --> 01:12:14,230
ตอบเมนบอร์ดใช่หรือเปล่า คิดมาเจอแบบไหน ก็สล็อตนั่นล่ะ อันนี้แบบไหน เคเบิ้ลตรงไหน ตอบค่ะ ช่วยกันคิด คิดไม่ได้ก็ ตอบเลยค่ะทายสิเมนบอร์ด ถ้าตอบทรานซิสเตอร์นี่คือเหมาเลยห้ามตอบ

323
01:12:39,357 --> 01:12:43,357
หรืออีกเหมือนอัษฎาวุธตอบ Mainboard ครับ โอ.เค. ค่ะ มีทรานซิสเตอร์ มี router นะคะ มีอีกสิ เราเอาแบบใช้งานได้เลยสิ ตอบมาค่ะ

324
01:12:52,566 --> 01:12:56,566
นี่สอนคู่กันไปกับซ่อมบำรุงเลยนะ แต่ทุกคนเคยเห็นนะ เปิดฝาเคสออกมาใช่ไหมคะอ๋อ ยังเลยหรือ ลองเดาดู

325
01:13:02,175 --> 01:13:06,175
ถ้าอย่างนั้นอันนี้ยังไม่ได้พูดถึงเปิดหลังจอออกนะ เอาแค่เปิดฝาเคสออก ยังไม่ได้พูดถึง Notebook อีก

326
01:13:35,199 --> 01:13:39,199
เอาแบบ PC นี่ล่ะมันใหญ่ ๆ ดี จะได้เห็นชัด เอาจักรพันธ์ สรุปว่าตอบ ครูว่าอะไรนี่ ไอ้ขาว ๆ นี่ slot แบบไหน ถ้าคุณตอบ slot นี่มันเหมาทั้งนี่เลยนะ

327
01:13:58,849 --> 01:14:02,849
อ๋อ ไม่ได้สิ มันเอามันเห็นแก่ตัวสิ เพื่อนยังไม่ได้ตอบเลย มันมี slot ในนี้ตั้งเยอะ เพื่อนตอบนั่นล่ะ นั่นล่ะถูกแล้ว

328
01:14:09,193 --> 01:14:13,193
อันนี้คือslotแบบ pci Slotนี่ค่ะ สีขาวถ้าเป็นslotเสียบการ์ดจอล่ะ

329
01:14:19,565 --> 01:14:23,565
มันจะเป็น Slot สีอื่นค่ะ ไม่ได้เป็นแบบtci เป็นแบบขาว ๆ แล้วเป็นขาแบบที่เปียก Ram นะ

330
01:14:24,683 --> 01:14:28,683
เราจะเรียก pci Slot แต่ของการ์ดจอไม่ใช่จะเป็นอีกแบบนึงค่ะ

331
01:14:30,505 --> 01:14:34,338
หาข้อมูลมามีไหมคะ มีอีกไหม มี GA มีอีกไหมคะ

332
01:14:34,338 --> 01:14:38,338
ตอนนี้เพิ่งตอบไป 2 คนข้างหลัง

333
01:14:51,796 --> 01:14:55,796
หมดหรือยัง คือที่ถามนี่คือมองไม่เห็น จอบังหมดแล้ว หรือได้อยู่ มันก็คือฮาร์ดแวร์นะ

334
01:14:56,541 --> 01:15:00,541
ช่องเสียบฮาร์ดดิสก์ Data มีอีกไหมคะ

335
01:15:39,680 --> 01:15:43,680
มีเยอะอยู่นะ เอาเป็นว่าจริง ๆ พูดเรื่อง ram นี่ล่ะ ก็เลยพูดถึงตัวนี้มาผ่านไปมาดู  Output Unit บ้างนะคะหน่วยแสดงผลทีนี้ในข้อสอบถามว่าหน่วยแสดงผลมีกี่ประเภทนะคะมี 2 ประเภท

336
01:15:49,095 --> 01:15:53,095
ก็คือ Soft Copy กับ Hard Copy นะคะ Soft Copy ก็คือ screen layout Hard Copy ก็คือพรินต์ออกมาแล้ว

337
01:16:05,710 --> 01:16:09,710
ถือไปได้slide นี้มีแค่นี้นะคะ ครูสรุปให้เลยหน่วยแสดงผลมี 2 ประเภทก็คือ Copy Soft Copy คือ screen layout screen layout หมายถึงแสดงผลบนหน้าจอชั่วคราว ถูกต้องนะคะ คือดูแล้วก็ถ้าในมือถือก็คือพรินต์ผ่านไป

338
01:16:10,060 --> 01:16:14,060
หรือปิดยอดอย่างนี้นะ ถ้าเกิดในบนจอคอมเราก็ไม่สามารถเอาอะไรไปได้นะคะ

339
01:16:18,462 --> 01:16:21,165
นอกจากเราจะถ่ายรูปนะ แต่ถ้าเกิดเป็น Hard Copyปีนี้คืออาจจะผ่านพรินต์เตอร์แล้วออกมาได้เป็น Hard Copy นะคะ

340
01:16:21,165 --> 01:16:25,165
เป็นกระดาษนะคะคราวนี้มาพูดถึงจอบ้างนะคะ

341
01:16:28,752 --> 01:16:32,752
จอภาพก็มีหลายประเภทนะคะ ที่เรารู้จักรู้จักจอแบบ crt ไหมคะจอ crt จอที่เราใช้งานอยู่นี่เรียกจอแบบไหน

342
01:16:52,442 --> 01:16:56,442
แอลอีดีหรือ LCD หรือ มีหลายแบบ แบบไหนถ้าเป็น crt มันจะเหมือนกับจอที่มีเอา crt ก่อน

343
01:16:59,398 --> 01:17:03,398
เคยเห็นจอภาพแบบ crt ไหมคะ จอแก้ว จอที่เป็นแบบข้างหลังนูน เหมือนทีวีรุ่นโบราณน่ะ

344
01:17:10,255 --> 01:17:14,255
เมื่อก่อนคอมฯ ก็เป็นจอแบบนั้นนะคะ มีข้างหลังแบบใหญ่ ๆ นะคะ

345
01:17:17,924 --> 01:17:21,924
แล้วก็ปรับมาเป็นจอแบบใช้ หลักการเรืองแสงผ่านเขาเรียกผ่านจริง ๆ ตัวนี้ไม่ได้ออกข้อสอบนะคะ

346
01:17:31,781 --> 01:17:35,781
ก็เลยไม่พูดนะคะ เดี๋ยวเราจะท่องจำไปเดี๋ยวเราจะไปจำตัวนี้ให้รู้ ว่าไม่ได้หลักการยิงแสงผ่านหลอดภาพนะ มาใช้การเรืองแสงผ่านกระแสไฟนะคะ

347
01:17:38,620 --> 01:17:42,620
เข้าไปในผลึกของเหลวนะคะ อันนี้กินไฟน้อยนะคะ แผ่รังสีน้อย น้ำหนักเบานะคะ

348
01:18:06,285 --> 01:18:10,285
blcd แอลอีดีนะคะ จอแบบจอบางนะคะไป วันนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับจอภาพนะคะ จะมีหน่วยความเร็วนะ ไม่ใช่หน่วยความเร็วสิ เขาเรียกความละเอียดของหน้าจอนะคะ

349
01:18:12,031 --> 01:18:15,690
มันจะบอกมาเป็นเป็นจุดเลยน่ะนะคะ ความละเอียดตัวไหนไม่ออกข้อสอบก็จะผ่านไปนะคะ

350
01:18:15,690 --> 01:18:19,690
จอภาพจะแสดงผลได้ก็มีอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอะไรคะ

351
01:18:24,702 --> 01:18:28,702
การ์ดจอหรือ VGA Card นะคะ VGA Card จะมีทั้งแบบ on board ก็คืออยู่ในบอร์ดอยู่ในเมนบอร์ดมาเลย

352
01:18:36,710 --> 01:18:40,710
กับแยกการ์ดนะคะมีแบบเป็นการ์ดเลยกับตัวออนบอร์ด

353
01:18:50,398 --> 01:18:52,852
นอกจากนี้นะคะ อุปกรณ์ที่อยู่ในโหมดหมวดของการหมวดแสดงผลน่ะ out put หน้านะคะ ก็ยังมีโปรเจคเตอร์นะคะ

354
01:18:52,852 --> 01:18:56,852
อันนี้เรารู้จักอยู่แล้วตัวอุปกรณ์ฉายภาพนะคะ

355
01:19:02,066 --> 01:19:06,066
มีหลายยี่ห้อด้วยกันแล้วก็จะมีแต่ว่าอาการเขาเรียกว่าอะไร Output Unit

356
01:19:12,802 --> 01:19:16,802
นอกจากเราจะโชว์บนจอแล้วนะคะ print ออกมาแล้วนะคะ

357
01:19:20,819 --> 01:19:24,819
เราจะแสดงเป็นภาพบนจอใหญ่นะคะ ผ่านโปรเจคเตอร์หรือ output ผ่าน Audio output ก็คือพวกลำโพงหูฟังอะไรพวกนี้ค่ะ

358
01:19:25,013 --> 01:19:28,005
โดยผ่านอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าต่างจากการ์ดตัวนี้ไหม

359
01:19:28,005 --> 01:19:32,005
ต่างกันอย่างไร

360
01:19:35,609 --> 01:19:39,609
ถ้าครูเอาอย่างนี้ครูถือการ์ดอยู่ 2 อัน

361
01:19:41,447 --> 01:19:45,447
แล้วให้ทาย ว่าอันไหนคืออันไหนการ์ดจออันไหนคือการ์ดเสียง

362
01:19:50,715 --> 01:19:54,715
เราจะดูตรงไหน ดู Port โอ.เค. นะคะ

363
01:20:19,453 --> 01:20:23,453
อันนี้คือการ์ดจอมันก็จะมี port พาราเรียล อันนี้เราเรียกพรแบบ พาราเรียลแล้วนะคะคือเป็นแถว ๆ นะคะ

364
01:20:26,850 --> 01:20:28,963
แต่ถ้าเกิดเป็นการ์ดเสียงมันจะเป็นพอร์ตแบบนี้นะนะคะ ให้สังเกตนะ อันนี้คือการ์ดเสียงอันนี้คือการ์ดจอก็คือ support เกี่ยวกับค่าการ์ดเสียง

365
01:20:28,963 --> 01:20:32,963
ก็เกี่ยวกับสนับสนุนเสียงที่เราจะได้ยินน่ะมันจะมีแบบ on board

366
01:20:34,822 --> 01:20:38,822
คุณภาพเสียงก็จะไม่ดีหน่อยนะคะ ไม่ค่อยดีแต่ถ้าเกิดเป็นแบบ Sound Card นะคะ

367
01:20:40,543 --> 01:20:43,572
เราเอาไว้สำหรับดูหนังฟังเพลงน่ะเสียงแบบดี ๆ น่ะ อย่างนี้นะคะ ก็จะมีการแยกออกมานะคะ

368
01:20:43,572 --> 01:20:47,572
ราคาก็จะแพงขึ้นไปกว่ากันอยู่ Output Unit ตัวต่อมานะคะ

369
01:21:04,089 --> 01:21:06,705
ก็คือพรินต์เตอร์นะคะพรินต์เตอร์ก็จะมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ เลยก็คือชนิดที่เป็นแบบหัวเข็มเราเรียกเครื่องพิมพ์ชนิดแบบตอกหัวเข็มที่กระดาษนะคะ

370
01:21:06,705 --> 01:21:10,705
ผ่านกระดาษคาร์บอนลงไปกระดาษที่เราต้องการนะคะ

371
01:21:11,977 --> 01:21:14,163
แบบนี้เคยเห็นไหมคะ อันนี้เราเรียกว่าชนิดตอบหัวเข็มลงไปผ่านกระดาษคาร์บอน

372
01:21:14,163 --> 01:21:16,199
ลงไปที่กระดาษที่เราจะเอาที่เราจะใช้นะคะ

373
01:21:16,199 --> 01:21:18,606
รู้จักกระดาษคาร์บอนไหม

374
01:21:18,606 --> 01:21:22,606
กระดาษคาร์บอนเป็นอย่างไรคะ

375
01:21:23,086 --> 01:21:27,086
เคยได้ยินไหมกระดาษคาร์บอนมันจะเหมือนกับ

376
01:21:31,649 --> 01:21:35,649
เคยเห็นใบเสร็จที่เขาแบบ มันจะมีแผ่นข้างหน้านะ

377
01:21:40,766 --> 01:21:43,646
แผ่นกลางที่เป็นสีดำแล้วก็ข้างหลังไหม กระดาษคาร์บอนที่เป็นสีดำตรงกลางน่ะ เอาไว้ทำสำเนาน่ะถูกนะคะ

378
01:21:43,646 --> 01:21:47,646
เราเรียกว่า Copy หรือถ้าใช้กับเครื่องแบบนี้เราเรียกกระดาษคาร์บอนนะคะ

379
01:21:54,117 --> 01:21:58,117
ใช้พิมพ์ใช้กับเครื่องพรินต์ที่เป็นแบบหัวเข็มนะคะ ยังมีใช้อยู่นะคะ

380
01:22:16,630 --> 01:22:20,630
ส่วนมากมันจะเป็นแบบเครื่องพรินต์ แบบพวกนี้นะคะเราจะเรียกพวกเครื่องพรินต์แบบดอด พวกหัวเข็มที่ตอกลงไปนะคะแล้วก็เครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้วิธีการเคมีในการทำงานนะคะ

381
01:22:30,115 --> 01:22:34,115
เราเรียกว่า Nonimpact Printerแบบชนิดไม่ตอกหัวเข็ม แต่ใช้วิธีการแบบพ่นพ่นหมึกผ่านความร้อนจะได้ตัวหนังสือออกมาอย่างนี้ค่ะ

382
01:23:09,764 --> 01:23:13,627
ก็จะมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น Laser printer nkjet หรือว่า เThermal printerนะคะรู้จักเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ไหมคะรู้จักเลเซอร์ปริ้นเตอร์ไหม

383
01:23:13,627 --> 01:23:17,510
Inkjet Printer ราคาหมึกแบบไหน

384
01:23:17,510 --> 01:23:21,510
เลเซอร์นี้ไม่ได้ใช้หมึกหรือเป็นแบบไหนหมึกของ Laser เป็นอย่างไรคะ

385
01:23:21,753 --> 01:23:25,753
เป็นผงโทนเนอร์หมึกอิงค์เจ็ทหรือคะ

386
01:23:28,356 --> 01:23:32,356
เป็นน้ำเป็นสี มีกี่สีอะไรบ้าง สีดำ สีเหลือง หมดแล้วหรือ

387
01:23:44,840 --> 01:23:48,840
แม่สีมีสีอะไรบ้างน้ำเงินแดงเหลืองกรม ที่เป็นแม่สีไหม No มันเป็นโหมดหนึ่งไง สีดำแต่ไม่ใช่แม่สีนะคะ

388
01:23:53,969 --> 01:23:57,969
ครูถามแม่สีไงนะคะ จักรพันธ์เริ่มเรียนเยอะแล้วเริ่มงงไม่ตั้งใจฟังเลยเ ลเซอร์ก็จะมี 4 สีเหมือนกันนะคะ

389
01:24:04,286 --> 01:24:08,217
ก็คือมีสีดำแยกออกมานะคะ แล้วก็เป็นเลเซอร์สีนะคะ ก็จะมีโทนเนอร์ที่เป็นแบบหมึกผงนะหมึกโทนเนอร์น่ะ

390
01:24:08,217 --> 01:24:12,217
จะเห็นนะ มันจะเป็นเม็ดผงละเอียดเลยค่ะ

391
01:24:18,893 --> 01:24:22,893
แต่โดนมือนี่เปื้อนเลยค่ะนะคะ เปื้อนเลยค่ะ เป็นฝุ่น เปื้อนเลยค่ะ

392
01:24:31,449 --> 01:24:35,449
ถ้าโดนมือนะคะอันนี้คือหมึกเลเซอร์ถ้า ink jet ก็จะเป็นน้ำนะคะ

393
01:24:41,655 --> 01:24:45,655
แบบไหน print ดีจริงหรือเปล่า แต่ร้านถ่ายรูปนี่เขาไม่ค่อยใช้เลเซอร์นะ

394
01:24:51,139 --> 01:24:55,139
เขาจะใช้ ink jet นะคะ คือด้วยความที่หมึกเลเซอร์มันจะแพงนะคะ

395
01:24:56,928 --> 01:25:00,928
เพราะว่าเขาขายเป็นกล่องนะ เขาเรียกโทนเนอร์น่ะ 1 กล่องน่ะ เขาเรียก 1 โทนเนอร์

396
01:25:15,527 --> 01:25:19,527
เพราะฉะนั้นมันก็ขายเหมือนกับอีก ink jet คือ 1 สีก็คือ 1 กระปุกใช่ไหมคะแล้วจะมองเห็นกระปุกเล็ก ๆ อ่ะ

397
01:25:20,097 --> 01:25:22,036
แต่ถ้าเป็นโทนเนอร์ก็จะใหญ่ ๆ หน่อยนะคะ

398
01:25:22,036 --> 01:25:26,036
1 หลอดน่ะก็คือ 1 สีเหมือนกันนะคะ

399
01:25:30,483 --> 01:25:34,483
เพราะฉะนั้นถ้าซื้อถ้าจักรพันธ์ไปซื้อ Laser Printer แบบดำ ดำอย่างเดียว เราก็ได้ใช้ได้แค่สีดำนะคะ

400
01:25:39,869 --> 01:25:43,869
แต่ถ้าเกิดเราซื้อพรินต์เตอร์แบบเป็นเป็นสีเลยด้วย เราต้องใส่หมึกเข้าไปกี่หลอด 4 หลอดนะคะ

401
01:25:50,134 --> 01:25:54,134
ก็คือแม่สี 3 สีนั้นแล้วก็สีดำแล้วถ้าสีใดสีหนึ่งมันหมดยังพรินต์ได้ไหม

402
01:26:11,540 --> 01:26:15,540
ได้ แต่มันก็จะไม่มีสีนั้น คือสีอื่นในโลกนี้นี่มันเกิดจากการผสมสีขอแม่สี 3 สีนั่นล่ะ เพราะฉะนั้นถ้าสีแดงหมดอย่างนี้นี่คะเราพรินต์ อาจจะไม่มีโทนสีแดง สีชมพู สีอันนี้เลยนะคะ

403
01:26:47,460 --> 01:26:51,460
คือสีที่เกิดจากสีแดงน่ะก็จะไม่มีมันก็จะเอาไปทางน้ำเงินไปทางเหลืองน่ะ มันจะเป็นแบบนั้นแต่ยังพรินต์ได้อยู่นะคะ โอ.เค. คราวนี้รู้จักเครื่องพรินต์ที่เป็นแบบนี้ไหมคะ เรียก Potter ไหม ไม่ใช่แฮรี่พอตเตอร์นะ เอาไว้พรินต์ ไวนิล Potter เอาไว้พรินต์พวกป้ายใหญ่ ๆ น่ะนะคะ

404
01:26:51,516 --> 01:26:54,875
พวกภาพกราฟฟิกนะคะ หรือว่าข้อความนะคะที่ใหญ่ๆนะคะปริ้นบนผืนผ้าใบหนานะคะผืนผ้าเรียก Potter นะคะ

405
01:26:54,875 --> 01:26:56,755
อีกหน่วยหนึ่งนะคะ หน่วยสุดท้ายก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะ

406
01:26:56,755 --> 01:27:00,755
แต่ตัวนี้เราจะพูดถึงหน่วยเก็บข้อมูลลองนะคะก็คือ secondary Storage

407
01:27:06,065 --> 01:27:09,590
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองมีหลายประเภทด้วยกัน เช่น สมัยก่อนนะคะ สมัยที่ใช้คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 อยู่ที่ 2 นี่

408
01:27:09,590 --> 01:27:12,936
แล้วจะใช้หน่วยเก็บข้อมูลเป็นแบบไม่ได้ติดเทปไม่ได้ติดเทปเป็นอย่างไรเอ่ย

409
01:27:12,936 --> 01:27:16,487
อันนี้มีในข้อสอบด้วยนะคะ Magnetic Tape มันก็จะเป็นหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

410
01:27:16,487 --> 01:27:18,805
เป็นเหมือนกับเคยเห็นม้วนหนังกลางแปลงไหมคะเกิดทันด้วยหรือ

411
01:27:18,805 --> 01:27:21,469
ตอนนี้ก็มีหรือหนังกลางแปลงม้วนหนังน่ะ

412
01:27:21,469 --> 01:27:23,243
เคยเห็นไหมอันนั้นน่ะ

413
01:27:23,243 --> 01:27:27,243
คือเทปแม่เหล็กนะคะ

414
01:27:27,778 --> 01:27:30,008
คือเวลาเขาเอามาใช้มันจะเป็นม้วนใหญ่ ๆ นะ

415
01:27:30,008 --> 01:27:32,589
ม้วนเหมือนเหมือนฟิล์มถ่ายรูป

416
01:27:32,589 --> 01:27:35,717
อันนั้นคือเทปแม่เหล็กนะคะ

417
01:27:35,717 --> 01:27:39,391
คือคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ นี้ค่ะ

418
01:27:39,391 --> 01:27:42,825
คอมพิวเตอร์ที่เรียงลำดับตามประสิทธิภาพนะคะ

419
01:27:42,825 --> 01:27:46,825
คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ ๆ นะคะ

420
01:27:53,914 --> 01:27:56,417
เต็มห้องเลย ใหญ่สุด ประสิทธิภาพสูงสุด เรียกว่า เรียกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เปล่าคะ

421
01:27:56,417 --> 01:28:00,417
มันก็จะใช้กับพวก Magnetic Tape ในการเก็บข้อมูลนะคะ

422
01:28:20,605 --> 01:28:24,605
ต่อไปก็จะมาเป็น Magnetic Disk นะคะ จานแม่เหล็ก จานแม่เหล็กเป็นอย่างไรจานแม่เหล็กให้นึกถึงง่าย ๆ ว่ามีนะคะ

423
01:28:28,840 --> 01:28:32,840
ฮาร์ดดิสก์เป็นลักษณะของ magnetic จานแม่เหล็กเหมือนกันนะคะ แต่การเข้าถึงข้อมูลเข้าถึงได้แบบ Direct message คือเข้าถึงได้โดยตรงเก็บในปริมาณมาก ๆ นะคะ

424
01:28:35,434 --> 01:28:37,775
เพราะเขาบอกว่าเก็บได้มากกว่าเทปแม่เหล็กแบบเดิมน่ะค่ะ ขนาดเล็กกว่าจะเก็บข้อมูลได้มากกว่านะคะ

425
01:28:37,775 --> 01:28:41,107
การทำงานเร็วกว่านะคะ

426
01:28:41,107 --> 01:28:45,107
อันนี้คือจากแม่เหล็กนะคะก็คือ hdd นะคะ

427
01:28:48,586 --> 01:28:52,586
ดูหน้าตาฮาร์ดดิสสิ มันจะเป็นแบบนี้นะคะ

428
01:29:12,266 --> 01:29:16,266
มีClusterเลี้ยงอยู่แต่ละแผ่นที่เก็บข้อมูลนะคะ และฮาร์ดดิสก์จะจัดเก็บข้อมูลแบบเป็น segment ลงไปอีกนะคะ

429
01:29:28,104 --> 01:29:31,636
เป็นวงเป็นขนาดย่อยลงไปนะคะ อันนี้คือฮาร์ดดิสแล้วก็จะมีสื่อเก็บข้อมูลประเภทOptical Discนะคะ Optical Disk หมายถึงสื่อประเภทที่ใช้แบบเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการอ่านเขียนน่ะนะคะตอนนี้ราคาไม่แพง

430
01:29:31,636 --> 01:29:35,636
แล้วที่เรารู้จักน่าจะเป็น CD ROM DVD อะไรพวกนี้นะคะ

431
01:29:39,705 --> 01:29:43,705
เราเรียกว่า Optical Disk นะคะต่อไปตอนนี้เราใช้เป็นแบบแฟลชมากกว่านะ

432
01:29:53,349 --> 01:29:56,582
เก็บข้อมูลแบบแฟลชแฟลชก็จะมีหลายตัวคือพัฒนามาจากตัวหน่วยความจำที่เป็นแบบแฟลชนะคะเราเรียกว่า Flash Memory นะคะ

433
01:29:56,582 --> 01:30:00,582
เช่นการ์ดแฟลชนะคะเราเรียก Card Compact Flash นะคะ

434
01:30:03,004 --> 01:30:06,351
Memory Stick หรือว่าการ์ด Smart Media ที่เรียกว่าการเก็บข้อมูลมัลติมีเดียพวกนี้นะคะ

435
01:30:06,351 --> 01:30:10,351
รู้สึกมีภาพให้ดูอยู่หน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลชนะคะ

436
01:30:31,921 --> 01:30:35,921
Memory stick การมีเดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าตาจะเป็นแบบนี้นะคะพวก Flash Drive พวกนี้นะคะ

437
01:30:38,386 --> 01:30:42,386
หรือเป็นแบบการ์ดนะคะเราจะเห็นที่ไหนสมาร์ตโฟนมีไหมคะ หน่วยเก็บข้อมูลมีนะคะ

438
01:30:43,690 --> 01:30:47,690
เป็นแบบการ์ดนะ ราคาที่แยกออกมาจากฟิล์มรุ่นหลัง ๆ จะไม่มีนะคะ

439
01:30:51,294 --> 01:30:55,294
จะไม่มีแล้วใช่นะคะ คือยิ่งมันมีอุปกรณ์ให้ใช้เยอะ มันก็จะทำให้ตัวอุปกรณ์นั้นน่ะตั วเครื่องตัว Smart Phone เรามันมีขนาดใหญ่

440
01:31:04,102 --> 01:31:08,102
มันหนักนะคะ เขาก็พยายามทำให้ขนาดเล็กลง บางลง เบานะคะ ใช้งานได้ง่ายราคาเขาก็พยายามเอาพวกหน่วยเก็บข้อมูล หน่วยความจำอะไรพวกนี้ออกไป

441
01:31:19,499 --> 01:31:23,499
เป็นแบบฝังมากับตัวเครื่องเลย นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ อีกนะคะที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้นอกจาก 4 หน่วยที่กล่าวไปนะคะ

442
01:31:29,993 --> 01:31:33,993
หน่วย input หน่วยประมวลผล หน่วย output หน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะ

443
01:32:00,749 --> 01:32:04,255
อย่างเช่นแผงวงจรหลักนะคะ หรือเมนบอร์ด หรือส่วนที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น USb พวกนี้นะคะอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารข้อมูลการเช่นโมเด็มหรืออุปกรณ์สำรองข้อมูลน่ะค่ะ

444
01:32:04,255 --> 01:32:08,039
กรองข้อมูลหรือสำรองไฟนะคะ เราเรียก UPSนะคะ

445
01:32:08,039 --> 01:32:12,039
เครื่องสำรองไฟทุกเครื่องมีห้องสำรองไฟเป็นของตัวเองไหมคะ

446
01:32:21,274 --> 01:32:23,532
กำลังจะบอกว่าก้มลงใต้โต๊ะแล้วดูเครื่องสำรองไฟน่ะ ไม่มี มี ๆ เครื่องครูนี่มีจะมีเครื่องข้างหน้านะคะ

447
01:32:23,532 --> 01:32:27,532
ที่มีเครื่องสำรองไฟอยู่อันนี้คือเมนบอร์ดนะคะ

448
01:32:32,463 --> 01:32:36,463
ครูบอกว่านอกเหนือจากที่เป็นหน่วยรับข้อมูลหน่วยประมวลผลหน่วย แสดงผลและหน่วยเก็บข้อมูลสำรองแล้วนะคะ

449
01:32:54,370 --> 01:32:58,370
ก็ยังมีเมนบอร์ดค่ะ เมนบอร์ดคืออะไรก็คือหน้าตาประมาณนี้ล่ะค่ะ ที่ครูถามจักรพันธ์ไปว่า slot แบบไหนนะคะสล็อตมันจะมี 1 แบบ 2 แบบ 3 แบบ อันนี้เฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่บนเมนบอร์ดนะคะ

450
01:32:58,788 --> 01:33:02,788
Slot ที่อยู่บนเมนบอร์ดอันนี้เราเรียกว่าแผงวงจรหลักที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

451
01:33:06,362 --> 01:33:10,362
ตื๊ด ๆ แล้วก็จะมี USB ตอนนี้ US มีถึงเวอร์ชันไหนแล้วคะ

452
01:33:10,726 --> 01:33:14,726
3 USB ถึงเวอร์ชันไหน

453
01:33:18,993 --> 01:33:22,993
3 ต่างจาก 2 อย่างไรความเร็วนะคะ ในการถ่ายโอนข้อมูลนะคะ 3 จะเร็วแต่ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมี port 3 นะคะ

454
01:33:23,019 --> 01:33:27,019
ต่อไปนะคะ อันนี้คือ port USB นะคะ

455
01:33:43,493 --> 01:33:47,493
ใช้มาตรฐาน US เคยได้ยินพอร์ตนี้ไหมคะ ไม่ใช่ WiFi นะคะนักศึกษาจะรู้จัก WiFi แต่ในที่นี้เราดู Wifi ใช้อะไรเลย

456
01:34:07,335 --> 01:34:11,335
เป็นพอร์ตแบบไหน เคยเห็นพอร์ตแบบ FireWire ไหมคะ

457
01:34:11,446 --> 01:34:15,446
ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า USB ต้องเคยใช้งานแบบไหนหัวเล็กขวดเล็กแบบนี้ค่ะ

458
01:34:17,588 --> 01:34:20,877
แบบนี้จะอยู่ที่อุปกรณ์ไหนหัวแบบนี้หัวเล็ก ๆ ต้องไปสังเกต

459
01:34:20,877 --> 01:34:24,877
กล้องไม่ได้ถ่ายภาพโอนข้อมูลผ่าน USB นะคะ

460
01:34:28,339 --> 01:34:32,339
อุปกรณ์ที่กล้องถ่ายโอนข้อมูล ที่เป็นกล้องขนาดใหญ่น่ะ

461
01:34:34,880 --> 01:34:38,880
จะใช้แบบเราสังเกตหัวมาตรฐานหัวจะเป็นแบบ FireWire นะคะ

462
01:34:41,273 --> 01:34:45,273
มันจะถ่ายโอนข้อมูลใหญ่ ๆ ได้เร็ว ได้เร็วกว่า USB นะคะ

463
01:34:45,282 --> 01:34:49,282
ต่อไปอินฟาเรดนะคะ อินฟราเรดก็คือส่งข้อมูลได้ระยะสั้นๆนะคะไม่มีสิ่งกีดขวางเช่นเครื่องปริ้นแบบอินฟราเรดนะคะ

464
01:34:59,508 --> 01:35:03,508
เราก็ตั้งตัวคอมพิวเตอร์นะคะ กับเครื่องพรินต์ให้อยู่ใกล้ ๆ กันแล้วก็หันตัวส่วนที่เป็นอินฟาเรดน่ะ

465
01:35:11,128 --> 01:35:15,128
ให้มันตรงกันนะคะ แล้วก็สามารถสั่งพรินต์ได้โดยไม่ต้องใช้สายนะคะ

466
01:35:30,242 --> 01:35:34,079
โอ.เค. Modem ข้อสอบได้กี่ข้อแล้วในข้อสอบถามว่า โมเด็มใช้ทำอะไร หน้าที่ของโมเด็มเครื่องทุกเครื่อง จำเป็นต้องมีโมเด็มไหมคะ จำเป็นไหม

467
01:35:34,079 --> 01:35:38,079
ถ้าไม่มีโมเด็มคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ไหม

468
01:35:38,631 --> 01:35:42,631
ถามว่าคำถามที่ 1 คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีโมเด็มไหม

469
01:35:44,555 --> 01:35:48,555
ไม่จำเป็น

470
01:35:50,244 --> 01:35:54,244
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีเมนบอร์ดไหท

471
01:35:59,230 --> 01:36:03,230
จำเป็นนะคะ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมี ram ไหม

472
01:36:08,565 --> 01:36:12,565
จำเป็นค่ะ แต่ว่าโมเด็ม ไม่มีก็ได้ แต่ถ้าไม่มี มันจะเป็นอย่างไรคะ

473
01:36:15,247 --> 01:36:19,247
เชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้อย่างนั้นถามต่อไปโมเด็มใช้ทำอะไรรับหรือส่ง เชื่อง่ายจังเลย

474
01:36:31,009 --> 01:36:35,009
ครูถามรับหรือส่ง ให้คิดก่อนสิ โมเด็มนะคะ มาจาก 2 คำ Modem นี้เป็นตัวย่อนะคะ

475
01:36:44,767 --> 01:36:48,767
ตัวแรกมาจากคำว่า mold d e m มาจากคำว่า diebold แปลว่าอะไรหมายถึงอะไร Modem น่ะ

476
01:36:55,926 --> 01:36:59,926
เป็นตัวย่อ modals หมายถึงโมเด็มใช้ ใช้ทำอะไรทำงานอย่างไร หน้าที่ของโมเด็มคือแปลงสัญญาณ

477
01:37:07,342 --> 01:37:11,342
จากอย่างเดียว ถ้าตอบแบบนี้นี่นะ ข้อสอบนี่จะถูกไหมนะ

478
01:37:18,196 --> 01:37:22,196
จะถูกไหมนะใน Choice จะยาวขนาดนี้ไหมนะ

479
01:37:25,201 --> 01:37:27,252
เขาคงไม่ถามว่า Modem มาจากคำว่าอะไร

480
01:37:27,252 --> 01:37:31,252
แต่คงถามว่าโมเด็มใช้ทำอะไรนะคะ

481
01:37:32,284 --> 01:37:36,284
ใช้แปลงสัญญาณนะคะแปลงจากอะไรเป็นอะไรอย่างเดียว

482
01:37:38,792 --> 01:37:41,561
แปลงไปและกลับด้วยสิ

483
01:37:41,561 --> 01:37:44,764
สัญญาณในคอมพิวเตอร์นี้ทำงานโดยใช้สัญญาณอะไรคะ

484
01:37:44,764 --> 01:37:48,764
เครื่องคอมพิวเตอร์นี้ทำงานโดยใช้สัญญาณอะไร

485
01:37:56,559 --> 01:38:00,559
ทำงานด้วยระบบสัญญาณดิจิทัล แต่เวลาจะส่งข้อมูลผ่านสายไปต้องแปลงก่อน

486
01:38:05,520 --> 01:38:09,520
พูดถึงว่า ถ้าเราซื้อคอมพิวเตอร์มา ถ้าเราไม่เชื่อมต่อเครือข่ายใช้คนเดียวที่บ้าน

487
01:38:11,047 --> 01:38:14,544
ไม่จำเป็นต้องมีโมเด็ม ถ้าเขาถามจะเอาโมเด็มหรือเอา Flash Drive

488
01:38:14,544 --> 01:38:18,544
เอา Flash Drive ดีกว่าถ้าเราไม่เชื่อมต่อกับใคร

489
01:38:29,235 --> 01:38:33,235
แต่ Flash Drive เอามาเราต้องมาต่อเน็ต เราต้องมีโมเด็ม ซึ่งโมเด็มก็จะมีหลายประเภทอีกนะคะ

490
01:38:35,237 --> 01:38:39,237
หน้าที่ของโมเด็มนะคะ โมตัวแรกนี่ก็คือแปลงสัญญาณดิจิตอล Digital ไปเป็น analog

491
01:38:39,254 --> 01:38:43,254
เพราะเวลาวิ่งไปตามสายสัญญาณดิจิตอลตามสายไม่ได้นะคะ

492
01:38:50,743 --> 01:38:54,743
มันต้องวิ่งเป็น analog ก่อน เป็นสัญญาณเว็บเป็นคลื่นก่อนนะคะ

493
01:39:06,400 --> 01:39:10,400
แต่พอไปถึงอีกครึ่งหนึ่งมาถึงแปลงสัญญาณที่เป็นคลื่นนั้นน่ะกลับไปเป็น analog เป็นดิจิตอลเหมือนเดิม ดิจิตอลก็คือสัญญาณที่เป็นสูงต่ำนะ 0 1 คือสัญญาณดิจิตอล

494
01:39:28,627 --> 01:39:32,548
จำได้ไหมคะ ถ้าเปิดระบบก็แทนด้วย 1 ถ้าปิด 0 มันมีสูงสุด ต่ำสุด โอ.เค. โมเด็มก็จะมีหลายประเภทนะคะมี Internal Modem ก็คือเป็นการ์ดแบบนี้ การ์ด model ที่ Slot ไหน

495
01:39:32,548 --> 01:39:36,548
ในเมนบอร์ดเอาแบบ Internal Modem ก่อน

496
01:39:38,416 --> 01:39:41,057
โมเด็มเสียบที่สล็อตไหน ถูกหรือเปล่า Modem นะ

497
01:39:41,057 --> 01:39:45,057
ถ้าไปเสียบตรงการ์ดจอแล้วการ์ดจอเสียบที่ไหนล่ะ

498
01:39:53,756 --> 01:39:57,756
คิดดี ๆ ถ้าเราเรียก slot ของการ์ดจอ แล้วเราจะเอาสล็อตไปเสียบโมเด็มเอาแบบ Internal ก่อน Internal นี่นะ

499
01:39:59,620 --> 01:40:03,620
ดูหน้าตาโมเด็มไว้นะ ตอนนี้มันมีการ์ดจอการ์ดเสียงแล้วก็การ์ด model โดยรูปลักษณ์ของมันเหมือนกันไหมคะ

500
01:40:10,534 --> 01:40:14,534
ต่างกันตรงไหนตรง Slot นะคะ ต้องถอดของมันนี่ล่ะย้อนกลับมาเมนบอร์ดสิ

501
01:40:15,886 --> 01:40:19,886
นี่โมเด็มเสียบตรงไหนคะ 1 2 3 1 2 3

502
01:40:37,337 --> 01:40:41,337
ใครว่า 1 ยกมือ Modem ต้องเสียบตรงนี้ล่ะ ดูจากขามันแล้ว 2 3 ย้อนกลับไปให้ดูหน้าตาโมเด็ม

503
01:40:41,502 --> 01:40:45,502
Internal Modem มันจะเป็นหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะอย่างนี้เลยนี่เลย

504
01:40:45,835 --> 01:40:49,835
ดูค่ะ มันค่ะ มันคือตรงไหน

505
01:40:51,933 --> 01:40:55,933
นี่ค่ะคือขามันตรงนี้ คือขามันที่จะเอาไปเสียบต่อกับเมนบอร์ด

506
01:41:01,860 --> 01:41:05,860
ครูถามว่า ถ้าขาเป็นหน้าตาแบบนี้มันจะเอาไปเสียบกับ slot ไหน

507
01:41:10,237 --> 01:41:14,237
นี่แบบไหน 1 2 2 ไม่มีอันเดียว

508
01:41:16,086 --> 01:41:19,585
นะ 3 วิเคราะห์ตามความน่าจะเป็น

509
01:41:19,585 --> 01:41:22,712
อันนี้ทำไมมีหลายช่องก็แปลว่าเสียบได้หลายอันใช่หรือเปล่า

510
01:41:22,712 --> 01:41:26,151
เรานึกถึงหลักทางวิศวกรรมศาสตร์ที่เขาออกแบบมา

511
01:41:26,151 --> 01:41:30,151
อะไรที่คอมพิวเตอร์สามารถใส่ได้เยอะ

512
01:41:52,586 --> 01:41:56,586
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเขาเรียกการ upgrade แต่ถ้าเกิดพัฒนาหรือ up ทางด้านซอฟแวร์นี่เราเลือกการอัปเดตนะคะ

513
01:42:10,943 --> 01:42:14,943
เรียกให้ถูกนะคะ เรียนพื้นฐานไปแล้วอย่างเช่นเราลงซอฟแวร์ตัวนี้แล้วมันมีการอัปเวอร์ชันนี้เราเรียกว่าการอัปเดต แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์มี 1 อยู่ แล้วเอามาใส่อีก 2 3 4

514
01:42:17,294 --> 01:42:19,216
อันนี้เราเรียกว่าอัปเกรดนะคะ ครูถามว่าโมเด็มเสียบที่นี่ไหม

515
01:42:19,216 --> 01:42:23,216
1 เครื่องมีโมเด็มเยอะไหม

516
01:42:30,563 --> 01:42:34,563
จำเป็นต้องมีเยอะไหม ถามอย่างนี้ อย่าพูดภาษาต่างด้าว อันนี้เสียบเยอะ เครื่องก็จะยิ่งเร็วก็เลยให้มาเยอะ อันนี้มีกี่สล็อต 1 2 3 4 เลยค่ะ

517
01:42:37,016 --> 01:42:41,016
น้ำเงินดำ น้ำเงิน ดำ อันนี้ทำไมให้มาอันเดียว

518
01:42:41,708 --> 01:42:45,708
แปลว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแค่อันเดียวก็พออย่างนี้ป่ะ

519
01:43:10,126 --> 01:43:14,126
อันนี้ อันนี้มีหลายอันดีไหม อย่างนั้นบอกมาสิ slot ไหนเสียบอะไร 1 2 3 จักรพันธ์บอกอันนี้เสียบโมเด็ม สราวุธตอบมาค่ะ สราวุธต่อ pci มี pci หรือเปล่า

520
01:43:21,480 --> 01:43:25,480
ถามไปถามมาเริ่มงงใครบอกวันนี้ที่ไม่ตอบนี่คือ จั๊กอะไรนะ ปกติแล้วอันนี้เราเรียกว่า VGA Slot VGA เอาไว้ทำอะไร

521
01:43:28,802 --> 01:43:32,802
การ์ดจอเครื่องหนึ่งมีหลายอันไหม

522
01:43:41,259 --> 01:43:45,259
ส่วนมากมันก็ไม่ออนบอด ก็การ์ด ฉะนั้นเราต้องเป็นจำเป็นต้องมีการ์ดจอแบบกราฟ 2 อัน AGV อะไรก็ไม่รู้นึกว่า ATV คู่ก็คิดอยู่อะไรนะ

523
01:43:48,017 --> 01:43:52,017
คืออะไรสักอย่างหนึ่งนะ อันนี้มีอันเดียวค่ะ เอาไว้เสียบการ์ดจอทำไมมันถึงต่างกันการ์ดจอนี่มันต้องใช้ Slot พิเศษ

524
01:43:53,630 --> 01:43:57,630
เพราะถ้าเป็นแบบนี้มันส่งข้อมูลได้ช้าอันนี้เสียบอะไรบ้าง Sound Card โมเด็มมีอีกไหม

525
01:44:10,938 --> 01:44:14,938
การ์ดอื่นล่ะ การ์ด land ได้นะคะ อันนี้ดูเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ

526
01:44:14,982 --> 01:44:18,982
อันนี้เสียบการ์ดจออย่างเดียวนะคะอันนี้เสียบอะไร Ram นะคะ

527
01:44:20,433 --> 01:44:24,433
โอ.เค. ไหมคะ

528
01:44:39,192 --> 01:44:43,192
ถ้าปลาตายนี่มาช่วยให้เราฉลาดหรือเปล่าตอนนี้ Modem มันไม่ได้มีแบบแค่ Internal นะ มันจะมีแบบเป็นเครื่องอย่างนี้ค่ะ External Modem

529
01:44:50,058 --> 01:44:54,058
ก็คือเป็นเครื่องมันเลยเราก็เปิดกดเปิดอย่างนี้ค่ะ มันก็ขึ้นไฟว่าออนอยู่หรือ off อะไรก็ว่าไปหรือเป็นโมเด็มแบบพกพา

530
01:44:58,744 --> 01:45:02,712
แต่ตอนนี้ไม่ค่อยใช้ใช้อะไรคะ มันสะดวกมันไม่ต้องถือโมเด็ม ก่อนหน้านี้เขาจะเรียกว่าเป็นอะไรนะ aircard นะคะ

531
01:45:02,712 --> 01:45:06,712
ก็คือโมเด็มชนิดหนึ่งคล้าย ๆ กับ Flash Drive นะ

532
01:45:13,356 --> 01:45:17,356
เล็ก ๆ ถือไปอันนั้นคือโมเด็มค่ะ รุ่นใหม่ ๆ มันจะมีมาในบอร์ดเลย เราเรียก on board นะคะ

533
01:45:21,177 --> 01:45:25,177
UPS ล่ะ UPS USB เหมือนกันไหม เครื่องสำรองไฟ USB คือ

534
01:45:25,465 --> 01:45:29,465
ตอบให้ถูกนะคะ ในข้อสอบ USB คือ

535
01:45:34,926 --> 01:45:37,215
อุปกรณ์สำรอง เป็นหน่วยความจำภายนอกหรือหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

536
01:45:37,215 --> 01:45:41,215
หน่วยความจำสำรองนะคะ

537
01:45:44,557 --> 01:45:48,557
ถ้า UPS นี่ก็คือเครื่องสำรองไฟนะคะ

538
01:45:56,618 --> 01:46:00,618
นี่เครื่อง UPS นะคะ มีหลายขนาด หลายรุ่น หลายยี่ห้อ หลายสีนะคะ อย่าจำผิดข้อสอบถาม UPS ใช้ทำอะไร

539
01:46:04,616 --> 01:46:08,616
จักรพันธ์ตอบใช้สำรองข้อมูล จบข่าวเลยข้อนั้น 0 นะคะ

540
01:46:15,669 --> 01:46:19,669
ฉะนั้นจำให้ดีอะไรคือ USB อะไรคือ UPS อะไรคือ pci อะไรนะคะ

541
01:46:28,704 --> 01:46:31,009
จบ ทำแบบฝึกหัดค่ะส่งเลย เดี๋ยวตรวจให้เลย โจทย์ข้อไหน อ่านแล้วไม่เข้าใจ โจทย์ข้อ 1 มีกี่คำถาม

542
01:46:31,009 --> 01:46:34,965
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไร

543
01:46:34,965 --> 01:46:36,789
ข้อ 1 มีกี่คำถามข้อ 1 มี 1 คำถาม

544
01:46:36,789 --> 01:46:40,789
ถามความหมายนะคะ

545
01:46:45,984 --> 01:46:49,984
อย่าตอบประเภทนะคะ ข้อ 2 มีกี่คำถามถาม

546
01:46:50,259 --> 01:46:52,550
อะไรบ้าง องค์ประกอบของ CPU มีกี่ส่วน

547
01:46:52,550 --> 01:46:56,550
ถูกไหมคะ

548
01:47:01,942 --> 01:47:05,940
ถ้าตอบมาว่ามีกี่ส่วน ไม่มีอะไรบ้าง

549
01:47:05,940 --> 01:47:09,528
แปลว่าตอบให้ครบ ให้ครบนะคะ

550
01:47:09,528 --> 01:47:12,682
ข้อ 3 มีกี่คำถาม 1 คำถามค่ะ

551
01:47:12,682 --> 01:47:16,682
ถามความหมาย ถามความหมายนะคะ

552
01:47:17,240 --> 01:47:21,240
โอ.เค.

553
01:47:25,191 --> 01:47:28,268
ข้อ 4 หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียวอะไรคืออะไร

554
01:47:28,268 --> 01:47:30,738
นี่บอกความหมายหรือให้บอกว่าอันนี้คืออะไร

555
01:47:30,738 --> 01:47:33,861
บอกชื่อหน่วยความจำตัวนั้น

556
01:47:33,861 --> 01:47:36,110
หรือบอกมาว่าหรือให้บอกความหมาย

557
01:47:36,110 --> 01:47:38,077
กันไว้

558
01:47:38,077 --> 01:47:42,077
ไม่ชัวร์

559
01:47:46,994 --> 01:47:50,994
ถ้าบอกความหมายไปกลัวผิด เราก็เช่นกัน หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว

560
01:47:58,424 --> 01:48:02,424
มันบอกแล้ว มันอ่านได้อย่างเดียว ตอบมาให้ถูกนะ มันบอกความหมายมาแล้วนะคะ

561
01:48:06,639 --> 01:48:08,746
แล้วมันถามว่าคืออะไร เรียกว่าอะไรนะคะ แล้วหน่วยความจำหลักแบบที่มันแบบแก้ไขได้

562
01:48:08,746 --> 01:48:12,746
ไม่ใช่อ่านได้อย่างเดียว

563
01:48:13,897 --> 01:48:17,897
เราเรียกว่าอะไรคืออะไร เรียกว่าอะไรนะคะ

564
01:48:18,875 --> 01:48:22,284
ตอบมาให้ถูกนะ หน่วยรับข้อมูลคืออะไรนี่ถามความหมายนะคะ

565
01:48:22,284 --> 01:48:26,284
ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

566
01:48:28,991 --> 01:48:32,991
ยกตัวอย่างมา 4 อัน ที่ 5 ผิดก็ถือว่าผิดนะคะ

567
01:48:35,711 --> 01:48:39,486
ดึงออกไหม หน่วยรับข้อมูลคืออะไร ก็คือหน่วยที่ทำหน้าที่รับข้อมูลเข้าไปในระบบนะคะ

568
01:48:39,486 --> 01:48:43,486
ยกตัวอย่างมา 5 อย่างอะไรบ้าง

569
01:48:44,302 --> 01:48:48,302
เป็นหน่วยรับข้อมูลเราก็ตอบมา Mouse Keyboard Scanner นู่นนี่นั่น

570
01:48:53,864 --> 01:48:56,280
จอภาพ จอภาพแบบไหน ถ้าเราตอบว่าจอภาพแบบสัมผัสหน้า ถูก แต่ถ้าเราตอบจอภาพเฉย ๆ

571
01:48:56,280 --> 01:48:58,453
มันไม่ใช่ข้อมูลนะคะ

572
01:48:58,453 --> 01:49:02,453
แล้วข้อ 5 นะคะ

573
01:49:03,514 --> 01:49:07,514
ถามว่า หน่วยแสดงผลข้อมูลข้อ 4 นี้

574
01:49:07,554 --> 01:49:11,554
ถามข้อใหม่แล้ว ความหมายและยกตัวอย่างนะ

575
01:49:14,854 --> 01:49:18,854
อ่านโจทย์ดี ๆ ข้อ 4 คือ ไม่ใช่ข้อ 4 ข้อ 6 หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

576
01:49:27,148 --> 01:49:29,511
อันนี้ถามความหมายค่ะ ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง ข้อ 7 ไม่ได้ถามความหมายค่ะ

577
01:49:29,511 --> 01:49:33,511
ถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูลมี 2 ประเภท

578
01:49:35,571 --> 01:49:39,571
อะไรบ้าง อธิบายมาค่ะ อะไรบ้าง

579
01:50:17,553 --> 01:50:19,633
เช่น soft copyไหม soft copy เป็นอย่างไร เราก็อธิบายมา รึ เช่น ก็ยกตัวอย่าง hard copy นะคะ ก็มัน 2 ประเภท ไง 1 soft copy เป็นอย่างไร

580
01:50:19,633 --> 01:50:23,633
ยกตัวอย่าง Hard มานะคะ

581
01:50:26,128 --> 01:50:30,128
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองยกตัวอย่างมา 5 ตัวอย่าง พร้อมอธิบายการทำงานของแต่ละอย่าง

582
01:50:30,601 --> 01:50:32,701
8 ข้อ ส่งมาแล้วใช่ไหมคะ

583
01:50:32,701 --> 01:50:36,701
ขอตรวจก่อนนะ

584
01:50:46,822 --> 01:50:50,322
เห็นไหม ครูบอกว่าให้อ่านดี ๆ เพราะตัวข้อสอบนะคะ

585
01:50:50,322 --> 01:50:54,322
มันไม่ได้จดสั้น ๆ แบบนี้นะคะ

586
01:50:59,792 --> 01:51:02,198
มันก็จะมีคำหลอก รอไปยาว ๆ ไปอ่าน แล้วก็จับประเด็นให้ได้ว่าเขาถามอะไร

587
01:51:02,198 --> 01:51:06,198
แล้วเราจะต้องตอบอะไรนะคะ

588
01:51:16,601 --> 01:51:20,601
โอ.เค.ช่วงทำแบบฝึกหัด มีคำถามไหมคะ ถามเลยไม่ถาม อย่างนั้นก็ทำงานไป ดีจ้า มีใครสงสัยอะไรไหม

589
01:51:27,261 --> 01:51:31,261
ไม่สงสัยอะไรเลยเหรอห้ามสงสัยตอนสอบนะ ตอนคุมสอบ ครูก็ยืนยิ้มนะคะ

590
01:51:39,358 --> 01:51:43,358
ครูก็จะยืนยิ้มให้กำลังใจนะคะ นักศึกษาก็ทำไป 1 ข้อไหนไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมา ข้อสอบเป็นแบบ Choice นะคะ

591
01:52:15,981 --> 01:52:19,981
เป็นข้อสอบกลางภาคมีอยู่ 60 ข้อ 30 คะแนนค่ะ โอ.เค. ทำงานให้เสร็จ ครูตั้งไว้ให้ก่อน 16:30 น.นะคะ

592
01:52:23,457 --> 01:52:27,457
ขอไปแอบส่องก่อน ว่าใครส่งมาแล้วบ้าง 1 คน ขออนุญาตตรวจเลยได้ไหมไหม

593
01:52:43,044 --> 01:52:47,044
พอครูบอกว่าอ่านโจทย์ดีหรือยัง ไม่รีบค่ะใ ห้เวลาจน 4:30 น. แปลว่า เป็นคนไม่มั่นใจ ถ้ามั่นใจแล้วตอบ แล้วส่งเลย

594
01:52:53,435 --> 01:52:57,435
เสร็จแล้วส่งมาเลยค่ะส่งเลย ส่งเลย เราส่งมาได้ให้เวลาถึง 4.30 น.

595
01:52:58,423 --> 01:53:02,423
เราจะได้ไม่มีการบ้านไง ได้ยินบ่นว่าการบ้านเยอะ

596
01:53:06,903 --> 01:53:10,252
เห็นไหม อย่างน้อยวิชานี้ก็ไม่มีการบ้านอย่างน้อยก็ตัดไปวิชาครูวิชาหนึ่ง ไม่มีการบ้านค่ะ

597
01:53:10,252 --> 01:53:14,252
ให้ทำเสร็จก่อนกลับหรือใครจะสอบพิมพ์ก็ได้นะคะ

598
01:53:14,763 --> 01:53:18,763
มีห้องนี้ได้ 33 แล้วนะ ฝึกค่ะ ฝึกฝนให้เกิดทักษะนะคะ

599
01:53:20,035 --> 01:53:24,035
แล้วเราก็จะพิมพ์ได้แบบไม่ต้องดูแป้นตอนนี้ 30 คำนี่ยังดูคีย์บอร์ดไหม แปลว่ายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้

600
01:53:27,190 --> 01:53:31,190
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ต้องดูที่จออย่าง แปลว่า ดูนี่คือเร็วกว่า แปลว่า ยังเป็นจิ้มสัมผัสอยู่นะคะ

601
01:53:33,369 --> 01:53:37,369
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้นี่ ต้องไม่ดูคีย์บอร์ดมันจะมีตัวยาก ๆ ที่เราไม่ค่อยใช้ใช่ไหม

602
01:54:11,940 --> 01:54:15,940
เช่น ฒ.ผู้เฒ่า ตัวไหนอีก ฑ.นางมณโฑ ฆ.ระฆัง อย่างนี้นะ อะไรนะ ฌ. หาไม่เจอนะคะ

603
01:54:16,403 --> 01:54:20,206
แต่คราวนี้โปรแกรมนั้นนะคะ มันค่อนข้างฉลาดนะ พอเราฝึกพิมพ์ไปนะคะ

604
01:54:20,206 --> 01:54:24,206
ความเร็วเพิ่มขึ้นคำมันก็จะยากขึ้นความถี่ในการที่แสดงคำเดิมนะคะ

605
01:54:25,562 --> 01:54:29,562
มันก็จะน้อยลงนะคะ มีคำที่มีสระอูหายาก ๆ น่ะเพิ่มขึ้นนะคะ

606
01:54:42,628 --> 01:54:46,628
แต่เราก็จะได้ฝึกอย่างที่ว่านั่นล่ะภาษาก็จะได้ฝึกนะคะ เรียนคอมพิวเตอร์พื้นฐานไปแล้ว นอกจากได้ความรู้ทฤษฎีแล้ว ปฏิบัติก็ได้ไปแล้วนี่เราจะน่าจะได้คิวในการพิมพ์สัมผัสมันจะเป็นประโยชน์ตอนที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

607
01:55:05,030 --> 01:55:07,491
ส่งมาแล้ว 3 คนอันนี้คือมั่นใจ ไม่คืนแล้วนะ ตรวจนี่คือให้คะแนนแล้วนะ โอ.เค. ขอดูหน่อยสิ อัษฎาวุธ จักรพันธ์ กามาดนะ โอ.เค. ไม่มีคำถาม

608
01:55:07,491 --> 01:55:09,478
ต้องขอตรวจก่อน

609
01:55:09,478 --> 01:55:13,478
ว่าถูกหรือเปล่า

610
01:55:16,522 --> 01:55:20,522
อันนี้คือแบบฝึกหัดมันควรได้เต็มนะ

611
01:55:23,666 --> 01:55:27,666
คือแบบฝึกหัดคือทบทวนนะ

612
01:55:30,206 --> 01:55:34,206
แต่ถ้าใบงานนี้คือเหมือนดีไซน์งานให้น่ะค่ะ

613
01:55:37,364 --> 01:55:41,364
โดยใช้หลักการฉีดได้ เรียนให้เราไปประยุกต์มีรายงาน 1 บท

614
01:55:42,558 --> 01:55:44,558
ตอนนี้ยังไม่มีนะคะ ให้ทำแบบไปก่อน ในอนาคตอันใกล้นี้นะคะ

615
01:55:44,558 --> 01:55:47,287
มีรายงานกลุ่ม 1 เรื่องนะคะ

616
01:55:47,287 --> 01:55:51,287
กลุ่มละ 1 คน

617
01:55:51,945 --> 01:55:55,704
รายงานเดี่ยวใช่เรียกกลุ่มไหม

618
01:55:55,704 --> 01:55:59,374
กลุ่มคนเดียว กลุ่ม 2 คน

619
01:55:59,374 --> 01:56:03,374
กลุ่ม 3 4 5 ก็ทำอยู่คนเดียว

620
01:56:20,441 --> 01:56:24,441
สัปดาห์หน้าเราเรียนเกี่ยวกับซอฟต์แวร์บ้างนะคะ

621
01:56:24,923 --> 01:56:28,923
เราจะเริ่มเรียนสิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

622
01:56:30,585 --> 01:56:34,585
มาชาร์จแบตต้องสัมผัสได้ไปที่ซอฟต์แวร์ไปที่ข้อมูลไปที่เครือข่ายอย่างนี้ค่ะ

623
01:56:40,289 --> 01:56:44,289
ทยอยส่ง นานแล้ว

624
02:01:40,426 --> 02:01:44,426
[สิ้นสุดการถอดความ]

625
02:02:57,855 --> 02:03:01,855
Ր

626
02:30:00,324 --> 02:30:04,324


