﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:00,656
ไม่เต็ม

2
00:00:02,564 --> 00:00:03,660
ดินสไลด์แล้วนะ

3
00:00:04,105 --> 00:00:05,105
บางคน

4
00:00:05,433 --> 00:00:07,041
ไปทำแบบฝึกหัดก่อนเลย

5
00:00:08,234 --> 00:00:10,467
แล้วก็ย้อนกลับมาอ่านว่าคำตอบของ

6
00:00:10,345 --> 00:00:12,944
แต่ละข้ออยู่ตรงไหนแบบนี้ก็มีนะคะ

7
00:00:14,321 --> 00:00:17,347
จริงๆตัวเองนี่แหละครูจะชอบเป็นแบบนั้นพอ

8
00:00:18,143 --> 00:00:19,912
ไปดูคำถามก่อนอย่างนี้อ่ะค่ะ

9
00:00:38,668 --> 00:00:38,955

10
00:00:40,134 --> 00:00:42,179
หลายคนไหมคะที่ยังไม่มา

11
00:00:45,570 --> 00:00:48,331
เช็คชื่อเลยถ้าหลังจากนี้ก็คือ 3

12
00:00:50,934 --> 00:00:51,831
ทวีรัตน์

13
00:00:52,973 --> 00:00:53,274
ค่ะ

14
00:00:55,435 --> 00:00:56,340
กระพัน

15
00:00:57,891 --> 00:00:58,827
ตาพร

16
00:01:02,190 --> 00:01:02,936
กลอนพจน์

17
00:01:05,734 --> 00:01:06,941
แล้วจะมาไหมคะ

18
00:01:11,001 --> 00:01:12,498
เขาเที่ยวเอาบ่

19
00:01:13,825 --> 00:01:14,434
อยู่ไหน

20
00:01:15,555 --> 00:01:16,251
อยู่ไหนคะ

21
00:01:16,691 --> 00:01:17,487
อยู่ในเมือง

22
00:01:21,008 --> 00:01:21,994
แถวบายพาส

23
00:01:25,011 --> 00:01:27,375
หมายถึงว่าขับรถมาแล้ว

24
00:01:36,707 --> 00:01:37,549
นราวิชญ์

25
00:01:42,063 --> 00:01:42,877
รูปภาพ

26
00:01:45,437 --> 00:01:46,701
วิชาอื่นมาใหม่

27
00:01:49,713 --> 00:01:51,249
มาอยู่นี้แปลว่า

28
00:01:57,208 --> 00:01:59,919
ถ้าอาจารย์ผู้สอนมีบุญก็จะเห็นอย่างนี้บ่

29
00:02:00,160 --> 00:02:00,908
กระพริบ

30
00:02:03,312 --> 00:02:04,177
ธนัน

31
00:02:08,245 --> 00:02:08,841
ศศิ

32
00:02:08,874 --> 00:02:09,603
การ

33
00:02:12,436 --> 00:02:13,571
มัณฑนา

34
00:02:14,829 --> 00:02:15,769
ปรเมศ

35
00:02:17,312 --> 00:02:18,037

36
00:02:18,951 --> 00:02:19,817
กันตวิชญ์

37
00:02:19,700 --> 00:02:23,352
สามารถ

38
00:02:25,590 --> 00:02:25,865

39
00:02:25,968 --> 00:02:27,036
ศิริชัย

40
00:02:30,915 --> 00:02:32,946
อันนี้คือทำไมถึงไม่มาเรียนเอ่ย

41
00:02:33,955 --> 00:02:35,152
วิชาอื่นมาใหม่

42
00:02:36,926 --> 00:02:38,295
เทอมที่แล้วมาไหมคะ

43
00:02:40,136 --> 00:02:41,492
แต่เทอมนี้ไม่เห็น

44
00:02:44,212 --> 00:02:45,077
สงสัยยังปรับ

45
00:02:45,246 --> 00:02:46,165
ตัวไม่ได้

46
00:02:46,621 --> 00:02:48,039
ชอบระบบออนไลน์อยู่

47
00:02:50,262 --> 00:02:50,996
ธารารัตน์

48
00:02:53,286 --> 00:02:54,051
OK

49
00:02:54,905 --> 00:02:55,769

50
00:02:57,187 --> 00:02:57,951
มาไหมคะ

51
00:02:58,711 --> 00:02:59,535
โอเคค่ะ

52
00:03:00,242 --> 00:03:00,564
ค่ะ

53
00:03:05,045 --> 00:03:06,083
ดำรงศักดิ์

54
00:03:06,481 --> 00:03:06,840
ค่ะ

55
00:03:08,808 --> 00:03:09,478
สอนจัด

56
00:03:11,745 --> 00:03:12,896
มงคล

57
00:03:13,840 --> 00:03:14,607
คนไหน

58
00:03:15,525 --> 00:03:16,301
OK

59
00:03:17,240 --> 00:03:18,506
ธีรพล

60
00:03:19,031 --> 00:03:19,349
ค่ะ

61
00:03:19,942 --> 00:03:21,139
อัษฎาวุธ

62
00:03:24,114 --> 00:03:25,053
ณิชานันท์

63
00:03:27,475 --> 00:03:28,623
มาวดี

64
00:03:29,561 --> 00:03:30,213

65
00:03:40,131 --> 00:03:44,152
มีใครยังไม่ได้เช็คชื่อไหมคะครูเช็คชื่อผ่านไปก่อน

66
00:03:44,919 --> 00:03:46,418
อนุภาคนี้วิริยะ

67
00:03:46,542 --> 00:03:47,904
วิชาอื่นมาเรียนไหมคะ

68
00:03:50,820 --> 00:03:51,867
มาสวยๆ

69
00:03:53,375 --> 00:03:54,785
นี่คือบ่ายแล้ว

70
00:03:55,606 --> 00:03:56,927
คราวที่แล้วเอามาใหม่

71
00:03:59,289 --> 00:04:00,883
กูก็เช็คเขาขาดเสีย

72
00:04:02,188 --> 00:04:04,007
มาช้าแต่มานะ

73
00:04:07,681 --> 00:04:09,392
คราวที่แล้วมาใช่ไหม

74
00:04:11,259 --> 00:04:15,540
กูก็เช็คให้สายเลยนะเนี่ยแต่ครูเช็คขาดไปแล้วไม่เป็นไรค่ะ

75
00:04:15,931 --> 00:04:17,206
ก็ถือว่ามา

76
00:04:17,738 --> 00:04:19,681
ไม่ใช่นี่คือไม่มาเลย

77
00:04:38,735 --> 00:04:40,730
เดี๋ยวรอล่างก่อนนะคะ

78
00:04:53,434 --> 00:04:53,691

79
00:05:10,313 --> 00:05:11,437
สวัสดีค่ะ

80
00:05:13,465 --> 00:05:14,716
ไปไหนแล้ว

81
00:05:16,244 --> 00:05:18,202
สงสัยตกใจเสียงอาจารย์แล้ว

82
00:05:18,645 --> 00:05:20,070
ร้านก็เลยหายไป

83
00:05:54,249 --> 00:05:54,499

84
00:06:25,100 --> 00:06:25,881
สวัสดีค่ะ

85
00:06:28,517 --> 00:06:31,291
สวัสดีค่ะแปลว่าได้ยินเสียงอาจารย์แล้ว

86
00:06:31,520 --> 00:06:32,340
เรียงเลยนะ

87
00:06:36,504 --> 00:06:40,024
สไลด์ทุกคนเข้า classroom ของห้องเรานะคะ

88
00:06:40,212 --> 00:06:40,955
แล้วก็

89
00:06:41,230 --> 00:06:41,630
โหลด

90
00:06:42,248 --> 00:06:42,571
ลืม

91
00:06:42,649 --> 00:06:43,809
เปิดในสไลด์

92
00:06:43,945 --> 00:06:45,690
ใน classroom ได้เลยนะคะ

93
00:06:46,135 --> 00:06:49,704
วันนี้เราเรียนบทที่ 2 นะคะคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

94
00:06:50,250 --> 00:06:51,732
สไลด์ค่อนข้างเยอะ

95
00:06:52,017 --> 00:06:54,323
เดี๋ยวครูจะค่อยๆอธิบายไปแล้วกันนะคะ

96
00:06:54,491 --> 00:06:55,092
สงสัยต่อ

97
00:06:55,204 --> 00:06:56,240
ตัวไหนค่อยถามนะ

98
00:07:02,936 --> 00:07:04,332
มาปอยมาล่าง

99
00:07:46,028 --> 00:07:48,359
ขาดสัญญาณเน็ตน่าจะไม่ค่อยดี

100
00:07:48,862 --> 00:07:49,827
ได้ยินไหมคะ

101
00:07:51,101 --> 00:07:51,802

102
00:07:55,730 --> 00:07:57,421
มาดูความหมายก่อนนะคะ

103
00:08:01,909 --> 00:08:05,777
นอนไปเลยแล้วกันนะคะดูความหมายของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ก่อน

104
00:08:06,708 --> 00:08:08,617
รู้สึกในแบบฝึกหัดก็มีนะคะ

105
00:08:08,843 --> 00:08:11,962
ถามความหมายนี่ล่ะนะคะแล้วในข้อสอบก็มี

106
00:08:12,443 --> 00:08:15,090
ฉะนั้นพอสอนไปจบแล้วอย่าถามว่า

107
00:08:15,580 --> 00:08:18,677
I just หมอกใหม่หน่อยครับอันไหนคือข้อสอบนะคะ

108
00:08:19,054 --> 00:08:20,558
เวลาสอนเนื้อหาไป

109
00:08:20,985 --> 00:08:23,091
กูจะบอกเลยว่าอันนี้คือมีในข้อสอบนะ

110
00:08:23,271 --> 00:08:28,451
นักศึกษาก็แล้วแต่จะจดใส่ตรงไหนหรือจะจำอย่างไรแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนเลยนะคะ

111
00:08:28,822 --> 00:08:32,300
ในข้อสอบปลายภาคของเรานะคะจะถามความหมาย

112
00:08:32,581 --> 00:08:34,125
ความหมายของคอมพิวเตอร์

113
00:08:34,201 --> 00:08:38,442
ความหมายของฮาร์ดแวร์ความหมายของซอฟต์แวร์อย่างนี้ค่ะถามความหมายนะคะ

114
00:08:38,810 --> 00:08:39,367
ฉะนั้น

115
00:08:39,609 --> 00:08:41,578
ถ้าเขาถามความหมายเราอย่าไปตาก

116
00:08:41,437 --> 00:08:42,924
ตอบ 4 ส่วนนะ

117
00:08:44,202 --> 00:08:47,870
โอเคไหมฉะนั้นครูถึงบอกว่าเวลาอ่านโจทย์นะคะ

118
00:08:48,089 --> 00:08:49,230
ต้องแปลความ

119
00:08:49,911 --> 00:08:51,063
ให้ดีว่าความ

120
00:08:51,241 --> 00:08:52,582
เขาถามความหมาย

121
00:08:53,062 --> 00:08:54,825
เขาถามประเภท

122
00:08:55,979 --> 00:08:57,967
หรือเปล่านะคะเป็นตัวไหน

123
00:08:58,370 --> 00:09:02,208
แต่ถ้าเกิดหาความหมายนะคะคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไรนะคะ

124
00:09:03,241 --> 00:09:04,541
ก็คือตัวเครื่อง

125
00:09:05,320 --> 00:09:08,408
รวมถึงอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องนะคะ

126
00:09:08,654 --> 00:09:10,637
ที่เราสามารถมองเห็นได้

127
00:09:10,837 --> 00:09:12,340
ต้องสัมผัสได้นะคะ

128
00:09:12,720 --> 00:09:16,062
ซึ่งเราแบ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์เป็น 4 ส่วนหลักๆ

129
00:09:16,778 --> 00:09:18,290
ในการทำงานนะคะ

130
00:09:19,381 --> 00:09:22,216
ด้วยส่วนแรกเราจะเรียกว่า input unit

131
00:09:22,294 --> 00:09:24,960
หมายถึงหน่วยรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

132
00:09:25,479 --> 00:09:26,468
คอมพิวเตอร์นะคะ

133
00:09:26,961 --> 00:09:28,263
ส่วนที่สองก็คือ

134
00:09:28,400 --> 00:09:32,288
processing Unit หมายถึงหน่วยที่ทำหน้าที่ประมวลผลนะคะ

135
00:09:32,905 --> 00:09:34,761
หน่วยที่ 3 Output Unit

136
00:09:35,487 --> 00:09:36,897
หน่วยแสดงผลนะคะ

137
00:09:37,146 --> 00:09:40,035
และหน่วยสุดท้ายก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะ

138
00:09:42,235 --> 00:09:43,384
ตัวนี้เป็นหน่วยเก็บ

139
00:09:43,593 --> 00:09:46,473
ข้อมูลสำรองนะคะเรา Second Story unit

140
00:09:48,343 --> 00:09:51,922
คราวนี้เรามาดูโดยแรกก่อนหน่วยรับข้อมูลแปลว่า

141
00:09:53,321 --> 00:09:57,419
ฮาร์ดแวร์ตัวไหนบ้างที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้

142
00:09:58,936 --> 00:09:59,474
นะคะ

143
00:09:59,807 --> 00:10:02,587
ให้กับระบบคอมพิวเตอร์นะคะมีอยู่ 6 ประเภท

144
00:10:03,314 --> 00:10:05,168
ทำหน้าที่รับข้อมูลนะคะ

145
00:10:05,456 --> 00:10:07,694
เข้าสู่หน่วยความจำต่อไปนะคะ

146
00:10:07,962 --> 00:10:08,277

147
00:10:08,605 --> 00:10:10,839
แต่หน่วยแรกก็คือหน่วยรับข้อมูลนะคะ

148
00:10:11,094 --> 00:10:11,791
แบ่งเป็น 6

149
00:10:12,324 --> 00:10:14,656
ประเภทตามลักษณะการใช้งานนะคะ

150
00:10:15,353 --> 00:10:17,493
ประเภทแรกเราเรียกว่า

151
00:10:17,753 --> 00:10:18,956
ครีมดีไวท์

152
00:10:19,048 --> 00:10:19,548
นะคะ

153
00:10:19,833 --> 00:10:22,231
ลักษณะของคลินิกไว้นี่จะเป็น

154
00:10:22,423 --> 00:10:22,811

155
00:10:23,939 --> 00:10:27,504
เราเรียกอุปกรณ์แบบกดก็คือใช้งานแบบกดนะคะ

156
00:10:28,436 --> 00:10:30,817
กดลงไปที่ตัวอุปกรณ์นะคะ

157
00:10:32,692 --> 00:10:33,757
ที่เรารู้จัก

158
00:10:33,640 --> 00:10:38,685
เป็นอุปกรณ์พื้นฐานเลยนะคะหน่วยรับข้อมูลตัวนี้ก็คือ Keyboard

159
00:10:39,664 --> 00:10:41,259
หรือแป้นพิมพ์นะคะ

160
00:10:42,531 --> 00:10:45,110
ตัวที่ 2 นะคะเรียกว่าอุปกรณ์

161
00:10:45,385 --> 00:10:46,258
ชี้ตำแหน่ง

162
00:10:46,933 --> 00:10:47,386
นะคะ

163
00:10:48,208 --> 00:10:54,121
ชี้ตำแหน่งนี่มีหลายตัวนะคะอาจจะเป็นเมาส์ก็คือใช้เป็นตัวเลื่อนเคอร์เซอร์นะคะ

164
00:10:54,550 --> 00:10:55,740
เช็คบอลนะคะ

165
00:10:56,261 --> 00:10:57,183
เช็คพอยท์

166
00:10:57,323 --> 00:10:58,046
ทับทิม

167
00:10:58,618 --> 00:10:59,843
รวมถึงจอยสติ๊ก

168
00:11:00,744 --> 00:11:03,908
คือลักษณะเป็นแบบควบคุมตัวพอยเตอร์น่ะ

169
00:11:04,171 --> 00:11:07,406
พอยเตอร์ก็คือตัวชี้ตำแหน่งบนหน้าจอนะคะ

170
00:11:07,894 --> 00:11:10,031
เราเรียกอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ

171
00:11:10,415 --> 00:11:11,283
ไปนะคะ

172
00:11:12,491 --> 00:11:14,797
จอภาพระบบไวต่อการสัมผัส

173
00:11:16,310 --> 00:11:17,390
นักศึกษา 50

174
00:11:17,445 --> 00:11:17,859
สน

175
00:11:20,261 --> 00:11:21,927
ระหว่างจอภาพระบบ

176
00:11:22,102 --> 00:11:23,141
ไวต่อการสัมผัส

177
00:11:23,456 --> 00:11:24,219
จอภาพ

178
00:11:24,430 --> 00:11:25,567
ธรรมดานะคะ

179
00:11:25,856 --> 00:11:27,657
ตัวนี้พูดถึงทัชสกรีน

180
00:11:27,925 --> 00:11:29,465
ถือเป็น input unit

181
00:11:30,510 --> 00:11:31,884
ในข้อสอบจะถาม

182
00:11:32,396 --> 00:11:34,440
นะคะว่าจอภาพแบบสัมผัส

183
00:11:34,938 --> 00:11:36,417
หรือทัชสกรีนนี่

184
00:11:37,338 --> 00:11:39,787
เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในหน่วยใด

185
00:11:40,791 --> 00:11:41,217
นะคะ

186
00:11:43,024 --> 00:11:46,901
จอทัชสกรีนใจอยู่ในหน่วย input และ output

187
00:11:46,775 --> 00:11:49,911
ตอบให้ถูกนะคะ

188
00:11:51,030 --> 00:11:52,165
Touch Screen

189
00:11:52,477 --> 00:11:53,064
เป็น

190
00:11:53,348 --> 00:11:55,520
อุปกรณ์ที่เราเคยใช้งานกัน

191
00:11:56,510 --> 00:11:57,013
นะคะ

192
00:11:57,763 --> 00:12:00,962
ทัชสกรีนเป็นได้ทั้งส่วนหน่วยที่เรียกว่า

193
00:12:01,073 --> 00:12:01,830
input unit

194
00:12:01,958 --> 00:12:04,016
ก็คือรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

195
00:12:04,426 --> 00:12:09,064
ขณะเดียวกันนะคะถ้าสกรีนก็เป็นจอแสดงผลได้ด้วยนะคะ

196
00:12:09,397 --> 00:12:13,155
เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่แบบเป็นได้ทั้ง input และ output

197
00:12:13,285 --> 00:12:15,659
นะคะไม่ได้มีแค่ข้อสอบวิชานี้

198
00:12:16,203 --> 00:12:18,215
วันหน้าเราไปสอบกพ

199
00:12:18,554 --> 00:12:21,179
เราไปสอบบรรจุเราไปสอบทำงานน่ะค่ะ

200
00:12:21,465 --> 00:12:24,741
เขาจะถามว่าอุปกรณ์ที่เป็นอินและเอ้าท์

201
00:12:25,085 --> 00:12:27,043
แต่ส่วนมากเขาจะไม่ทำแบบนี้

202
00:12:27,064 --> 00:12:28,316
เขาถามว่าส่วนมาก

203
00:12:28,478 --> 00:12:29,787
ที่เป็นจอสัมผัสน่ะ

204
00:12:29,924 --> 00:12:31,547
จัดอยู่ในหน่วยใดนะคะ

205
00:12:31,864 --> 00:12:35,173
ของอุปกรณ์รับข้อมูลนะคะหรืออุปกรณ์

206
00:12:35,736 --> 00:12:38,463
คือโจทย์เขาจะอธิบายไปยาวน่ะนะ

207
00:12:38,470 --> 00:12:43,969
ป๋าต้องจับประเด็นให้ได้ว่าทัชสกรีนจัดอยู่ในหมวดอะไรถ้าเราตอบรับข้อมูลอย่างเดียวนะผิด

208
00:12:44,406 --> 00:12:47,000
หรือตอบว่าเป็นแสดงผลอย่างเดียวน่ะผิด

209
00:12:47,457 --> 00:12:50,740
มันจะเป็นทางกลับข้อมูลก็ได้แล้วก็แสดงผลไปด้วย

210
00:12:51,223 --> 00:12:52,491
เหมือนมือถือเราน่ะ

211
00:12:53,023 --> 00:12:54,510
เราก็ดูได้ใช่ไหมคะ

212
00:12:55,207 --> 00:12:59,015
เปิด YouTube ขึ้นมาแล้วเราก็ดูเราไม่อยากดูอันนี้

213
00:12:59,605 --> 00:13:03,112
ดู YouTube เรื่องนี้มันจบเราก็เลื่อนไปหน้าจอมันก็รับนะคะ

214
00:13:04,243 --> 00:13:05,290
ไปนะคะ

215
00:13:06,666 --> 00:13:06,942

216
00:13:07,823 --> 00:13:15,323
pen based System นะคะเป็นระบบประกานะคะก็รับข้อมูลได้นะคะอาจจะใช้ในการเซ็นลายเซ็นดิจิตอลนะคะ

217
00:13:15,541 --> 00:13:19,214
หรือเป็นเครื่องอ่านดิจิไทซิ่งแท็บเล็ตเดี๋ยวจะมี

218
00:13:19,294 --> 00:13:25,859
เครื่องให้ดูนะคะก็คือเราสามารถใช้ปากกาตัวนี้ว่าหรือเขียนอะไรก็ได้แล้วเซฟเป็นไฟล์ได้เลยนะคะ

219
00:13:26,723 --> 00:13:29,286
แปลเป็นภาษาไทยมาคือ

220
00:13:30,142 --> 00:13:30,392

221
00:13:31,229 --> 00:13:32,137
อุปกรณ์

222
00:13:32,385 --> 00:13:34,664
ระบบอุปกรณ์กวาดข้อมูล

223
00:13:34,812 --> 00:13:36,784
เรานึกถึงลักษณะการทำ

224
00:13:36,939 --> 00:13:39,867
กวาดข้อมูลนี่คือเป็นแบบไหนคะ

225
00:13:39,750 --> 00:13:41,344
ถึงเรียกว่าการกวาด

226
00:13:42,999 --> 00:13:44,652
กวาดบ้านมีทำอย่างไร

227
00:13:48,720 --> 00:13:51,046
กว่านี่คือเก็บไปทีละชิ้นไหม

228
00:13:51,339 --> 00:13:51,897
หรือ

229
00:13:52,259 --> 00:13:52,597

230
00:13:52,685 --> 00:13:53,620
ไปพร้อมกัน

231
00:13:54,057 --> 00:13:55,586
นึกถึงถือไม้กวาดนะ

232
00:13:55,831 --> 00:13:57,633
กวาดบ้านน่ะคุณทำอย่างไร

233
00:13:58,111 --> 00:13:58,560
นะคะ

234
00:13:59,023 --> 00:14:00,763
รอแบบจิ้มจิ้มอย่างนี้ไหม

235
00:14:00,904 --> 00:14:01,447
เอาไม้กวาด

236
00:14:01,601 --> 00:14:03,437
จิ้มอย่างนี้คือการกวาดไหม

237
00:14:04,039 --> 00:14:04,511
กวาด

238
00:14:04,957 --> 00:14:09,282
คือไปอย่างนี้ฉะนั้นลักษณะของการกวาดข้อมูลนะคะ

239
00:14:09,676 --> 00:14:13,712
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Data scanning devices

240
00:14:13,511 --> 00:14:15,092
คือการสแกนน่ะ

241
00:14:15,239 --> 00:14:18,000
บางทีพอแปลศัพท์มาเป็นภาษาไทย

242
00:14:18,129 --> 00:14:19,400
ยากกว่าไม่แปลอีก

243
00:14:19,760 --> 00:14:22,305
ถ้าครูถามรู้จักการสแกนไหม

244
00:14:22,932 --> 00:14:27,902
คนบอกนึกถึงเครื่องสแกนนะแต่พอครูถามอุปกรณ์ที่กวาดข้อมูล

245
00:14:28,171 --> 00:14:28,767
นั่งคิด

246
00:14:29,059 --> 00:14:32,494
มันหน้าตาอย่างไรนะทำไมเหมือนเคยได้ยินอย่างนี้นะคะ

247
00:14:32,834 --> 00:14:35,139
มีหลายอย่างนะคะมีหลายตัว

248
00:14:35,488 --> 00:14:38,751
ตัว dated นะคะอย่างเช่น

249
00:14:38,533 --> 00:14:39,165

250
00:14:39,274 --> 00:14:41,403
เราเรียก micr

251
00:14:41,966 --> 00:14:42,517
นะคะ

252
00:14:43,000 --> 00:14:46,498
เดี๋ยวให้ดูว่า micr มีหน้าตาอย่างไรนะคะ

253
00:14:46,707 --> 00:14:50,088
หรือเป็นมาโคตร River นะคะหรือเป็น Scanner

254
00:14:50,556 --> 00:14:54,109
ocr omr อย่างนี้ค่ะเป็นอุปกรณ์

255
00:14:54,340 --> 00:14:57,110
หรือ digital camera เป็นอุปกรณ์น่ะนะคะ

256
00:14:57,354 --> 00:14:59,579
ก็คือบันทึกข้อมูลเป็นภาพนะคะ

257
00:15:00,135 --> 00:15:00,470

258
00:15:00,560 --> 00:15:02,487
ตัวสุดท้ายก็คือไว้

259
00:15:02,875 --> 00:15:06,926
recognition Device อันนี้เป็นอุปกรณ์รู้จำเสียง

260
00:15:06,751 --> 00:15:10,113
รู้จำเสียงหมายถึงเราสั่งงานด้วยเสียง

261
00:15:11,080 --> 00:15:12,683
อะไรบ้างนะคะ

262
00:15:12,859 --> 00:15:15,249
อาจจะผ่านอุปกรณ์วิเคราะห์เสียงพูด

263
00:15:15,643 --> 00:15:20,982
การที่เราจะให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่งหรือตามเสียงพูดนี่ค่ะ

264
00:15:21,115 --> 00:15:23,038
เขาเรียกระบบรู้จำเสียง

265
00:15:23,344 --> 00:15:26,162
คือคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

266
00:15:26,616 --> 00:15:31,645
ฉะนั้นการทำงานเราสั่งงานผ่านหลายช่องทางได้สั่งงานด้วยเสียงก็ได้

267
00:15:32,013 --> 00:15:32,771
แต่ว่า

268
00:15:33,802 --> 00:15:34,104

269
00:15:34,245 --> 00:15:38,078
ปกติการรู้จำเสียงนี้เราไม่สามารถสั่งงานแบบ

270
00:15:38,233 --> 00:15:39,645
ไปเรื่อยๆได้นะคะ

271
00:15:40,455 --> 00:15:42,789
อาจจะสั่งงานโดยใช้ keyword

272
00:15:43,397 --> 00:15:47,046
keyword ก็คือคำสำคัญคำสั้นๆนะคะเช่น

273
00:15:47,440 --> 00:15:49,744
นักศึกษาเคยใช้สมาร์ทโฟน

274
00:15:50,393 --> 00:15:54,015
สั่งสมาร์ทโฟนทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งไหมคะ

275
00:15:54,442 --> 00:15:55,513
เช่นถ่ายรูป

276
00:15:59,028 --> 00:16:04,727
คือเราสั่งงานด้วยเสียงของเรานะไม่ต้องสัมผัสที่จอน่ะมีอะไรบ้าง

277
00:16:06,390 --> 00:16:08,167
อันนั้นคือตั้งเวลา

278
00:16:08,473 --> 00:16:09,829
ไม่ได้รู้จำเสียง

279
00:16:14,023 --> 00:16:14,901
มีหลายแอป

280
00:16:15,684 --> 00:16:16,274
นะคะ

281
00:16:16,167 --> 00:16:17,245

282
00:16:17,538 --> 00:16:19,014
เราพูดไปเรื่อยๆ

283
00:16:19,331 --> 00:16:20,086
ได้ไหม

284
00:16:22,835 --> 00:16:24,204
พูดเหมือนคุยกับเพื่อนน่ะ

285
00:16:25,399 --> 00:16:26,494
พูดนะคะ

286
00:16:26,856 --> 00:16:28,202
มันก็จะจับ keyword

287
00:16:28,084 --> 00:16:30,747
นะคะว่าเราพูดอะไรนะคะ

288
00:16:31,311 --> 00:16:33,659
แต่ถ้าเกิดเราต้องการสั่งงาน

289
00:16:33,990 --> 00:16:34,781
อยากให้เอง

290
00:16:35,199 --> 00:16:38,538
นั่นน่ะทำอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นถ่ายรูปเรานี่

291
00:16:39,009 --> 00:16:41,470
บอกให้ถ่ายรูปเรามาถ่ายให้ไหม

292
00:16:41,569 --> 00:16:42,301
ถ่ายไหม

293
00:16:44,267 --> 00:16:44,647

294
00:16:44,799 --> 00:16:48,435
ถ่ายรูปให้หน่อยสิเหมือนบอกเพื่อนนี่แต่บอกมือถือ

295
00:16:48,733 --> 00:16:49,621
ขายหรือเปล่า

296
00:16:52,470 --> 00:16:54,901
มันจะมีคำเราเรียกว่า keyword

297
00:16:55,918 --> 00:16:58,149
นะคะก็คือคำที่

298
00:16:58,545 --> 00:17:02,044
คอมพิวเตอร์มันเรียนรู้น่ะเขาเรียกการรู้จำ

299
00:17:01,920 --> 00:17:03,035
นะคะ

300
00:17:03,380 --> 00:17:05,422
ถ้ามีคำนี้เราบอกว่า

301
00:17:05,647 --> 00:17:07,328
เจออย่างนี้ทันไหมคะ

302
00:17:08,255 --> 00:17:09,004
ใช่ไหม

303
00:17:10,659 --> 00:17:11,590
ดูมัน

304
00:17:12,394 --> 00:17:13,298
ดูมันแบบ

305
00:17:13,746 --> 00:17:14,837
มันต้องมี

306
00:17:15,284 --> 00:17:18,545
โทนเสียงมีท่วงทำนองเพราะมันเป็นเสียงอย่าง

307
00:17:18,625 --> 00:17:18,978

308
00:17:20,307 --> 00:17:21,649
อย่างนั้นเราต้องออก

309
00:17:22,278 --> 00:17:23,558
ออกเสียงนะคะ

310
00:17:23,826 --> 00:17:25,554
ให้มันชัดเจนนะคะ

311
00:17:25,827 --> 00:17:29,754
มันถึงจะทำงานได้อันนี้คือระบบรู้จำเสียงนะคะ

312
00:17:31,687 --> 00:17:32,556
คราวนี้

313
00:17:34,424 --> 00:17:36,730
หรือสั่งงานให้มันทำอย่างอื่น

314
00:17:36,845 --> 00:17:41,158
แต่ถ้าเกิดคำสั่งนั้นนะคะไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของระบบนะคะ

315
00:17:41,582 --> 00:17:44,261
คอมพิวเตอร์ก็จะไม่รู้ว่าเราทำอะไรนะคะ

316
00:17:44,885 --> 00:17:50,313
คราวนี้เรามาดูรายละเอียดนะคะของอุปกรณ์แต่ละตัวที่นิยมใช้นำกัน

317
00:17:50,937 --> 00:17:54,892
อย่างแรกก็คือแป้นพิมพ์ทุกคนรู้จักแป้นพิมพ์ใช่ไหมคะ

318
00:17:55,449 --> 00:17:58,252
แป้นพิมพ์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้ทั้งหมดมีกี่ปุ่ม

319
00:18:00,107 --> 00:18:00,550

320
00:18:00,731 --> 00:18:03,494
ไม่ตอบว่ามันหลายปุ่มค่ะอยากรู้จำนวน

321
00:18:04,846 --> 00:18:07,871
เราจะไม่มองขึ้นไปบนเพดานนะเราจะนับ

322
00:18:09,241 --> 00:18:10,607
ไม่ได้ให้คำนวณ

323
00:18:10,922 --> 00:18:11,278
คิด

324
00:18:11,877 --> 00:18:14,073
ไม่ได้นึกถึงคีย์บอร์ดที่บ้านนะคะ

325
00:18:14,519 --> 00:18:15,890
ให้นับจำนวนปุ่ม

326
00:18:16,836 --> 00:18:17,644
แป้นพิมพ์

327
00:18:18,080 --> 00:18:20,778
ที่อยู่หน้าเราตอนนี้มีทั้งหมดกี่ปุ่ม

328
00:18:29,231 --> 00:18:30,226
นับดูซิ

329
00:18:30,800 --> 00:18:31,626
มีกี่ปุ่ม

330
00:18:32,856 --> 00:18:33,698
คือ 1

331
00:18:33,961 --> 00:18:36,287
1 ปุ่มมันแทนกี่ตัวอักษรคะ

332
00:18:37,150 --> 00:18:39,773
84 เองหรือไม่ได้มาตรฐานนะนี่

333
00:18:40,414 --> 00:18:40,857
นับถือ

334
00:18:40,921 --> 00:18:41,733
กลุ่มเลยนะ

335
00:18:44,964 --> 00:18:45,948
2 เท่าไร

336
00:18:48,019 --> 00:18:49,766
มันไม่ใช่คีย์บอร์ดเดียวกันหรือ

337
00:18:50,084 --> 00:18:51,785
คีย์บอร์ดคนละรุ่นใช่ไหม

338
00:18:54,540 --> 00:18:55,896
ไหนได้เท่าไรบ้าง

339
00:18:58,794 --> 00:18:59,086

340
00:18:59,664 --> 00:19:01,427
256 OK

341
00:19:02,343 --> 00:19:05,871
ได้เท่าไหร่ 101 จ่ายค่าเทอมครึ่งนึงหรือเปล่า

342
00:19:06,220 --> 00:19:07,959
เขาไม่ใช้คีย์บอร์ดครึ่งเดียว

343
00:19:08,988 --> 00:19:11,151
นับดีๆนับทุกกลุ่มเลยค่ะ

344
00:19:11,681 --> 00:19:13,692
ปุ่มฟังก์ชั่นปุ่มตัวเลข

345
00:19:13,846 --> 00:19:14,248

346
00:19:15,400 --> 00:19:17,630
คำสั่งพิเศษ function Key

347
00:19:18,343 --> 00:19:21,189
พวกอัลจิเนต Windows อะไรอย่างนี้นะคะ

348
00:19:21,520 --> 00:19:22,749
มาทุกกลุ่มเลย

349
00:19:29,569 --> 00:19:31,742
เวลานับเรานับอย่างไร

350
00:19:34,194 --> 00:19:37,768
มีแบบเพิ่มลดเพิ่มเสียงเพิ่มความสว่าง

351
00:19:42,236 --> 00:19:43,455
มี 256

352
00:19:44,007 --> 00:19:44,646
มี

353
00:19:48,459 --> 00:19:50,418
มี 108 เท่าไหร่นะ

354
00:19:52,082 --> 00:19:52,819
180

355
00:19:53,367 --> 00:19:54,495
108 ปุ่ม

356
00:19:55,936 --> 00:20:00,173
ทำไมเราได้จำนวนคีย์บอร์ดจำนวนปุ่มคีย์บอร์ดมาตามจำนวน

357
00:20:01,936 --> 00:20:02,922
จ่ายค่าเทอม

358
00:20:07,152 --> 00:20:07,447

359
00:20:07,474 --> 00:20:09,346
คือคนอื่นนี่จ่ายครึ่ง

360
00:20:09,504 --> 00:20:13,618
จักรพันธ์ไม่จ่ายค่าเทอมเลยก็เลยใช้งานอุปกรณ์ไม่ได้โดนบล็อก

361
00:20:18,116 --> 00:20:23,045
เขาบอกว่าคีย์บอร์ดที่ได้มาตรฐานนะคะต้องไม่ต่ำกว่า 100 1 ปุ่ม

362
00:20:24,455 --> 00:20:25,963
แปลว่าได้มาตรฐานอยู่นะ

363
00:20:29,092 --> 00:20:32,354
คือโดยมาตรฐานของแป้นพิมพ์นี่ค่ะ

364
00:20:32,480 --> 00:20:34,886
มันจะต้องไม่ต่ำกว่า 100 1 ปึก

365
00:20:36,229 --> 00:20:36,731
นะคะ

366
00:20:37,254 --> 00:20:39,597
ถ้าเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้เล่นเกม

367
00:20:40,055 --> 00:20:41,554
มีคอเกมไหมคะ

368
00:20:42,552 --> 00:20:44,119
มันก็จะมีเยอะขึ้นไปอีก

369
00:20:44,322 --> 00:20:45,666
ไม่มีเลยห้องนี้น่ะ

370
00:20:46,436 --> 00:20:48,509
ปกติเกมเล่นในมือถือนะคะ

371
00:20:49,094 --> 00:20:50,479
แล้วก็จิ้มอย่างนี้นะคะ

372
00:20:50,906 --> 00:20:55,428
เขาบอกว่าแป้นพิมพ์นี่เป็นหน่วยรับข้อมูลที่นิยมใช้กันมากที่สุด

373
00:20:55,763 --> 00:20:56,214
นะคะ

374
00:20:59,139 --> 00:21:03,395
ใช้ได้ทั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบเทอร์มินัลนะคะ

375
00:21:03,580 --> 00:21:05,285
หรือเป็นแบบ PC นะคะ

376
00:21:05,842 --> 00:21:08,732
หน้าตาของคีย์บอร์ดก็คือเหมือนพิมพ์ดีด

377
00:21:08,869 --> 00:21:09,175

378
00:21:09,430 --> 00:21:10,316
พิมพ์ดีดไหม

379
00:21:11,171 --> 00:21:11,449

380
00:21:11,569 --> 00:21:14,501
เด็กสมัยนี้รู้จักพิมพ์ดีดไหมคะเคยใช้งานไหม

381
00:21:17,558 --> 00:21:20,045
ชอบคีย์บอร์ดคอมหรือชอบพิมพ์ดีด

382
00:21:22,909 --> 00:21:23,685

383
00:21:23,831 --> 00:21:26,220
คีย์บอร์ดคอมนี่มันไม่ได้ปล่อยพลัง

384
00:21:28,600 --> 00:21:31,099
พิมพ์ดีดมันต้องออกแรงเยอะนะค่ะ

385
00:21:33,167 --> 00:21:34,015
นั่นแหละ

386
00:21:34,920 --> 00:21:37,641
ใช้พลังใช้ Power เยอะนะคะ

387
00:21:37,887 --> 00:21:41,334
คราวที่แล้วจำได้ไหมคะ 1 ไบต์มีกี่บิต

388
00:21:41,930 --> 00:21:43,099
8 Bit นะคะ

389
00:21:43,499 --> 00:21:44,735
กูก็ให้ทุกรอบ

390
00:21:44,769 --> 00:21:47,829
ทุกคนลองสุ่มนับชื่อตัวเองมีกี่ไบต์มีกี่บิต

391
00:21:47,934 --> 00:21:48,900
นะคะฉะนั้น

392
00:21:49,083 --> 00:21:49,642
นะคะ

393
00:21:50,140 --> 00:21:53,091
ตัวของแป้นคีย์บอร์ดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเนี่ยค่ะ

394
00:21:54,347 --> 00:21:56,730
เขาบอกว่า 1 ตัวอักษรนะคะ

395
00:21:58,224 --> 00:21:59,351
ก็เท่ากับ 8 บิต

396
00:21:59,445 --> 00:22:03,271
ทอด 1 ตัวอักษรมันคือ 1 ใบนะคะก็เท่ากับ 8 บิต

397
00:22:03,300 --> 00:22:03,687
นะคะ

398
00:22:05,169 --> 00:22:08,783
ฉะนั้นนะคะคีย์บอร์ดที่เรามีถูกแบ่งเป็น 4 กรุ๊ป

399
00:22:08,925 --> 00:22:09,969
ด้วยกันนะคะ

400
00:22:10,220 --> 00:22:12,985
กรุ๊ปแรกเราเรียกว่า Challenge

401
00:22:13,635 --> 00:22:14,323
ทายสิ

402
00:22:14,665 --> 00:22:16,723
shallaki คือหมวดไหน

403
00:22:16,926 --> 00:22:18,732
คือโซนไหนของคีย์บอร์ด

404
00:22:21,944 --> 00:22:23,071
ตัวอักขระ

405
00:22:24,098 --> 00:22:25,894
ไม่ใช้คำว่าตัวอักษร

406
00:22:29,346 --> 00:22:32,238
เพราะตัวอักษรมันคือกอไก่ถึงฮอนกฮูก

407
00:22:32,463 --> 00:22:33,815
a ถึง z

408
00:22:34,090 --> 00:22:35,338
ไม่รวมสระ

409
00:22:35,816 --> 00:22:39,856
อันนี้คือตัวอักษรนะคะแต่ถ้าเราบอกว่าชาเล็กเตอร์ครีม

410
00:22:39,954 --> 00:22:43,005
เวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะเราใช้คำว่า

411
00:22:43,479 --> 00:22:46,373
เรากำหนดข้อมูลของปุ่มที่ผู้ใช้จะกด

412
00:22:46,585 --> 00:22:52,425
1 ปุ่มนะ 1 ช้านะคะมันคือปุ่มอะไรก็ได้กดบวกลบหรือกดสละ

413
00:22:56,226 --> 00:23:00,190
กดสระเอสระอะสระอาสระอิ

414
00:23:00,547 --> 00:23:02,047
อันนี้คือนับทั้งหมด

415
00:23:02,161 --> 00:23:04,726
เราเรียกว่า 1 ชามนะคะ

416
00:23:04,833 --> 00:23:08,255
1 ชาเล็กเตอร์ก็คือ 1 ใบนะคะก็คือ 8 Bit

417
00:23:08,449 --> 00:23:08,892
นะคะ

418
00:23:09,295 --> 00:23:10,437
Control Cream

419
00:23:12,275 --> 00:23:14,049
ตัวไหนคือ Control Key

420
00:23:16,423 --> 00:23:18,446
ลองทายดูในคีย์บอร์ดเราน่ะ

421
00:23:23,110 --> 00:23:25,577
ปุ่มไหนใช้ control ใช้ควบคุม

422
00:23:25,453 --> 00:23:27,387
เราคิดว่าตัวไหนนะ

423
00:23:29,997 --> 00:23:31,367
ปุ่มคอนโทรล

424
00:23:32,944 --> 00:23:33,961
ก็คือ

425
00:23:34,445 --> 00:23:36,526
gtrl นะคะ

426
00:23:38,821 --> 00:23:44,719
alt artemis นะคะนี่คือปุ่มคอนโทรลนะคะมันก็จะมีหลายกลุ่มอยู่นะคะ

427
00:23:46,910 --> 00:23:48,286
ฟังก์ชั่นคีย์ล่ะคะ

428
00:23:51,280 --> 00:23:53,213
ปุ่มไหนเป็น function Key บ้าง

429
00:23:57,131 --> 00:23:59,450
function Key ก็คือปุ่มที่ขึ้นต้น

430
00:23:59,599 --> 00:23:59,985
ด้วย

431
00:24:00,107 --> 00:24:00,481

432
00:24:01,486 --> 00:24:04,049
แต่ว่ามันจะอยู่แถวบนหรือล่าง

433
00:24:05,116 --> 00:24:06,367
แถวบนน่ะค่ะ

434
00:24:06,915 --> 00:24:08,159
ส่วนมากจะอยู่บนสุด

435
00:24:09,082 --> 00:24:11,129
จะเป็น F1 F1

436
00:24:11,216 --> 00:24:12,460
สองอย่างนี้ค่ะ

437
00:24:12,633 --> 00:24:14,490
อันนี้คือ function Key นะคะ

438
00:24:14,862 --> 00:24:19,297
เอาไว้สำหรับทำไมจะต้องพูดตัวนี้เวลาที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

439
00:24:19,510 --> 00:24:21,433
ให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลนะคะ

440
00:24:21,958 --> 00:24:24,023
เชื่อมกันกับระบบที่เราทำน่ะ

441
00:24:25,044 --> 00:24:26,374
นะคะให้ผู้ใช้กด

442
00:24:26,684 --> 00:24:30,394
ปุ่ม F1 เพื่ออะไรทำอะไรนะคะเราก็จะต้องรู้

443
00:24:30,273 --> 00:24:32,215
สุดท้ายก็คือ Number ลิขิต

444
00:24:32,461 --> 00:24:35,616
ก็คือแป้นตัวเลขที่เหมือนกับเครื่องคิดเลขใช้คำนวณ

445
00:24:35,995 --> 00:24:37,486
อันนี้คือแป้นพิมพ์นะคะ

446
00:24:37,739 --> 00:24:41,211
แล้วยังมีแป้นพิมพ์อีกบางประเภทนะคะเราเรียกว่า

447
00:24:41,654 --> 00:24:44,064
แป้นพิมพ์ใช้กับงานเฉพาะด้าน

448
00:24:44,594 --> 00:24:45,093
นะคะ

449
00:24:46,036 --> 00:24:48,405
จำนวนคีย์อาจจะน้อยลงหน่อยเช่น

450
00:24:50,952 --> 00:24:53,546
แป้นที่อยู่บนเครื่องกดเงินน่ะค่ะ

451
00:24:54,507 --> 00:24:55,609
ATM น่ะ

452
00:24:56,300 --> 00:24:58,977
เคยกดสตางค์ผ่าน ATM ใหม่คะ

453
00:24:59,635 --> 00:25:00,857
หรือมันจะรูดบัตร

454
00:25:01,003 --> 00:25:01,797
รึ

455
00:25:02,099 --> 00:25:05,669
เวลาเราไปกด atm มันจะมีปุ่มใช่ไหมคะ

456
00:25:05,936 --> 00:25:12,065
อันนั้นเรียกคีย์บอร์ดเหมือนกันแต่ว่าใช้กับงานเฉพาะด้านก็คือใช้ทำธุรกรรมทางการเงินนะคะ

457
00:25:12,475 --> 00:25:15,270
ฝากถอนโอนอะไรก็ว่าไปนะคะ

458
00:25:15,642 --> 00:25:17,998
หรือแป้นขึ้นอยู่กับเครื่องนะคะ

459
00:25:19,251 --> 00:25:20,030
อย่างเช่น

460
00:25:21,257 --> 00:25:25,027
เราไปร้านอาหารนะคะเขาก็จะมีแป้นให้

461
00:25:25,297 --> 00:25:26,333
มีปุ่มให้

462
00:25:26,814 --> 00:25:29,391
แล้วเอาง่ายสุดเอาอเมซอนแล้วกัน

463
00:25:29,557 --> 00:25:31,046
เวลาเราไปสั่งน้ำ

464
00:25:31,254 --> 00:25:32,739
เคยเข้าอเมซอนไหมคะ

465
00:25:32,932 --> 00:25:33,914
ไม่เคยเลยหรือ

466
00:25:34,324 --> 00:25:37,255
ทำไมน่าสงสารจังเลยมันไม่มีหรอกแถวๆบ้าน

467
00:25:38,072 --> 00:25:38,608
ไม่มี

468
00:25:38,962 --> 00:25:39,799
เซเว่นล่ะ

469
00:25:42,359 --> 00:25:44,047
คือเขาจะมีปุ่ม

470
00:25:45,613 --> 00:25:47,124
สั่งด่วนน่ะนะคะ

471
00:25:47,336 --> 00:25:47,827
เช่น

472
00:25:49,038 --> 00:25:52,696
เราซื้ออะไรล่ะที่คนซื้อบ่อยๆเขาก็จะกดตัวนั้นเลย

473
00:25:53,170 --> 00:25:53,824
มันก็จะคิด

474
00:25:54,015 --> 00:25:55,147
เงินของตัวนั้นนะคะ

475
00:25:55,465 --> 00:25:56,203
โดยที่

476
00:25:58,414 --> 00:26:02,271
ทำงานคิดเงินน่ะแคชเชียร์ไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปค่ะ

477
00:26:02,622 --> 00:26:05,805
คือไม่ต้องอ่านบาร์โค้ดด้วยกดปุ่มนั้นเลยนะคะ

478
00:26:06,107 --> 00:26:10,496
ถ้าเป็น Amazon นี้มันจะช้าเพราะเขาจะมีหมดอยู่แล้วว่า

479
00:26:10,859 --> 00:26:13,954
คีย์บอร์ดตัวนี้ฝั่งนี้คือกาแฟนะคะ

480
00:26:14,680 --> 00:26:20,669
กาแฟมันก็จะมีประเภทไหนบ้างเขาจะกดปุ่มเลยเขาไม่ได้ไปยิง QR Code อะไรนะคะ

481
00:26:20,933 --> 00:26:21,983
หรือซ่า

482
00:26:22,042 --> 00:26:24,088
ชาหรือสมูทตี้

483
00:26:24,218 --> 00:26:31,367
เขาก็จะกดปุ่มสั่งเลยว่าเราสั่งอะไรอันนี้คือเป็นการออกแบบคีย์บอร์ดมาสำหรับการใช้งานเฉพาะด้านนะคะ

484
00:26:34,026 --> 00:26:34,832
ไป

485
00:26:35,768 --> 00:26:37,871
เราเคยเห็นคีย์บอร์ดแบบนี้ไหมคะ

486
00:26:38,461 --> 00:26:41,690
ก็คือคีย์บอร์ดใช้งานปกตินี่ล่ะค่ะแต่ว่า

487
00:26:41,928 --> 00:26:43,846
เราเรียกการออกแบบคีย์บอร์ด

488
00:26:43,981 --> 00:26:45,342
ประเภทนี้ว่าใช้

489
00:26:45,514 --> 00:26:48,306
หลักการการยศาสตร์ในการออกแบบนะคะ

490
00:26:48,906 --> 00:26:51,355
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า commit

491
00:26:51,468 --> 00:26:55,192
เราดูที่บอร์ดตัวนี้ต่างจากคีย์บอร์ดที่เราใช้งานตัวนี้ไหม

492
00:26:55,386 --> 00:26:56,684
ต่างกันอย่างไร

493
00:26:58,329 --> 00:27:00,293
มันจะมีส่วนเว้าโค้ง

494
00:27:03,343 --> 00:27:06,102
มีส่วนรองข้อมือเวลาพิมพ์อย่างนี้ค่ะ

495
00:27:06,368 --> 00:27:08,190
แต่ของเรานี่ไม่มีนะคะ

496
00:27:08,383 --> 00:27:10,915
ก็คือจริงๆไม่ได้มีแค่คีย์บอร์ดค่ะ

497
00:27:11,233 --> 00:27:14,011
มันมีอุปกรณ์อีกเยอะนะคะที่ออกแบบมา

498
00:27:14,125 --> 00:27:17,207
ตัวอำนวยความสะดวกแล้วก็ทำให้ผู้ใช้งานนี่

499
00:27:17,427 --> 00:27:19,278
ได้รับความปลอดภัยนะคะ

500
00:27:19,491 --> 00:27:22,577
ก็คือทำไมถึงมี iPad อันนี้

501
00:27:23,683 --> 00:27:26,174
แผ่นนี้ขัดต่อมาจากคีย์บอร์ดปกติ

502
00:27:26,641 --> 00:27:29,695
เพื่อเอามาลองข้อมือเวลาเราพิมพ์สัมผัส

503
00:27:30,759 --> 00:27:32,903
เราพิมพ์สัมผัสนี่เราต้อง

504
00:27:33,401 --> 00:27:34,636
เราใช้กี่นิ้ว

505
00:27:34,526 --> 00:27:36,920
การพิมพ์สัมผัส

506
00:27:39,551 --> 00:27:40,679
50 นิ้วเลยหรือ

507
00:27:41,751 --> 00:27:44,396
นิ้วคือใช้ทุกนิ้วนะคะ

508
00:27:45,021 --> 00:27:47,126
อันนี้คือการพิมพ์สัมผัสนะคะ

509
00:27:47,017 --> 00:27:48,611
เราต้องวางมือให้ถูก

510
00:27:48,705 --> 00:27:51,494
ต้องก่อนเสร็จแล้วเราก็จะเห็นว่า

511
00:27:51,849 --> 00:27:52,980
นิ้วไหนใช้กับ

512
00:27:53,763 --> 00:27:55,899
ตัวอักขระตัวไหนนะคะ

513
00:27:56,599 --> 00:27:57,291
เราก็

514
00:27:57,875 --> 00:28:02,313
เราต้องใช้ทุกนิ้วพอกูบอกพิมพ์สัมผัสนี่ไม่ใช่การจิ้มสัมผัสนะคะ

515
00:28:02,787 --> 00:28:08,869
จิ้มนี่คือใช้นิ้วชี้นิ้วเดียวนะคะแล้วก็จิ้มไปทุกตัวอักษรไม่รู้อยู่ตำแหน่งไหนล่ะ

516
00:28:09,087 --> 00:28:12,521
เยี่ยมไปเลยอันนี้คือไม่ใช่ลักษณะการพิมพ์สัมผัสนะคะ

517
00:28:12,785 --> 00:28:14,194
พิมพ์สัมผัสนี้คือ

518
00:28:14,582 --> 00:28:16,169
มึงจะวางนะคะ

519
00:28:16,481 --> 00:28:18,590
วางให้ถูกต้องตามหลักการพิมพ์

520
00:28:19,533 --> 00:28:20,913
ตาจะอยู่ที่จอ

521
00:28:21,472 --> 00:28:24,043
ตาจะไม่อยู่ที่คีย์บอร์ดนะคะแล้วก็พิมพ์

522
00:28:25,378 --> 00:28:27,001
พิมพ์มาบ้างหรือยังคะ

523
00:28:26,891 --> 00:28:29,624
จากที่ครูส่งลิงค์

524
00:28:29,922 --> 00:28:31,206
โปรแกรมฝึกให้

525
00:28:33,631 --> 00:28:34,989
ได้เท่าไหร่แล้วเอย

526
00:28:36,704 --> 00:28:40,126
ไม่เท่าไหร่นี่ถึง 20 หรือยังได้เท่าไรนะ

527
00:28:42,622 --> 00:28:44,119
33 แล้วใช่ไหม

528
00:28:44,269 --> 00:28:45,619
ใกล้แล้วนะคะ

529
00:28:46,079 --> 00:28:47,535
อาจารย์กำหนดไว้

530
00:28:47,805 --> 00:28:48,852
35 ค่ะ

531
00:28:49,707 --> 00:28:50,824
สู้ต่อไปนะคะ

532
00:28:54,499 --> 00:28:55,789
35 ขึ้นไป

533
00:28:57,302 --> 00:28:59,650
ไม่ไปก็ได้ค่ะ 36 ก็ได้

534
00:29:01,304 --> 00:29:02,342
ถือว่าไม่ผ่าน

535
00:29:05,057 --> 00:29:06,957
ข้อสอบจนกว่าจะผ่านนะคะ

536
00:29:08,659 --> 00:29:10,861
คือถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้

537
00:29:13,065 --> 00:29:16,247
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนไหนที่เราพิมพ์สัมผัสได้

538
00:29:16,355 --> 00:29:19,631
ก็ตอนที่เรามองหน้าจออย่างเดียวไม่มองที่พี่บอย

539
00:29:19,818 --> 00:29:22,589
แต่ตราบใดที่เรายังมองคีย์บอร์ดพี่

540
00:29:22,642 --> 00:29:24,079
เพื่อหาปุ่มนั้นนี้อยู่

541
00:29:24,230 --> 00:29:28,331
แสดงว่าเรายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้คราวนี้นี่เขาจะหาได้เร็วเนาะ

542
00:29:28,345 --> 00:29:32,213
ถ้าเราใช้บ่อยเราก็จะรู้ว่าปุ่มไหนมันอยู่ตรงไหนแต่เมื่อไหร่ที่นั่น

543
00:29:32,222 --> 00:29:33,387
พิมพ์สัมผัสได้

544
00:29:33,603 --> 00:29:34,626
แต่เราจะหา

545
00:29:34,860 --> 00:29:37,906
อักษรไม่เจอแต่มือมันจะไปเองเป็นอัตโนมัติ

546
00:29:37,956 --> 00:29:41,710
เพราะการพิมพ์ถังสัมผัสมันคือทักษะเหมือนเราขับรถได้นะ

547
00:29:42,419 --> 00:29:44,765
นะคะเราไม่จำเป็นต้องขับรถทุกวัน

548
00:29:45,195 --> 00:29:47,930
อาทิตย์นึงขับ 1 ครั้งหนึ่งได้ไหมคะ

549
00:29:49,421 --> 00:29:50,304
ขับได้ไหม

550
00:29:51,134 --> 00:29:52,331
หรือไม่ได้ครับ

551
00:29:52,498 --> 00:29:55,367
รถเดือนหนึ่งแล้วแล้วไปขับขับได้ไหม

552
00:29:55,580 --> 00:29:57,005
ขับมอเตอร์ไซค์ก็ได้

553
00:29:57,258 --> 00:29:57,858
ไม่ได้ป่ะ

554
00:29:58,057 --> 00:29:59,424
จักรยานแล้วปีนึง

555
00:30:00,360 --> 00:30:01,963
พอไปเห็นจะจอดแล้ว

556
00:30:02,316 --> 00:30:03,008
ฝันได้ไหม

557
00:30:03,341 --> 00:30:05,695
ทำไมถึงยังปั่นได้เพราะ

558
00:30:08,156 --> 00:30:11,594
เพราะมันเป็นทักษะไงมันไม่ใช่การท่องจำ

559
00:30:12,379 --> 00:30:14,144
พิมพ์สัมผัสก็เหมือนกันนะ

560
00:30:14,249 --> 00:30:14,619
ค่ะ

561
00:30:15,102 --> 00:30:17,830
ถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้นี่จะนานแค่ไหน

562
00:30:18,081 --> 00:30:21,087
มันก็จะพิมพ์ได้นิ้วมันจะไปอัตโนมัตินะคะ

563
00:30:21,322 --> 00:30:24,070
ฉะนั้นให้ทุกคนฝึกเป็นอัตโนมัติเลย

564
00:30:24,523 --> 00:30:24,909
นะคะ

565
00:30:25,052 --> 00:30:27,210
นิ้วมันจะไปเองพอเห็น

566
00:30:27,321 --> 00:30:28,314
ทำไมถึงเรียก

567
00:30:28,863 --> 00:30:32,391
เลือกโปรแกรมที่ส่งริมให้เพราะโปรแกรมตัวนี้มันจะให้ฝึก

568
00:30:32,422 --> 00:30:36,005
พิมพ์ที่เป็นคำจากคำที่ง่ายมันจะปรับหมดคำให้เองนะคะ

569
00:30:36,194 --> 00:30:40,616
พอเราพิมพ์ได้เยอะขึ้นหมดคำมันจะยาวขึ้นยาวขึ้นสังเกตไหมคะ

570
00:30:40,923 --> 00:30:49,337
ตอนแรกๆนี่จะเป็นคำที่ง่ายอยู่แล้วก็เป็นคำเดิมซ้ำๆหลายรอบนะคะแต่พอเราฝึกไปเรื่อยๆนะคะมันก็จะยากขึ้นมีกฎ

571
00:30:49,319 --> 00:30:49,652
ชีส

572
00:30:50,052 --> 00:30:51,631
มีขึ้นลงนะคะ

573
00:30:54,247 --> 00:30:55,381
นอกจากเป็นพิษ

574
00:30:55,576 --> 00:30:58,424
แป้นพิมพ์ก็จะเป็นเมาส์ช่วยในการชี้ตำแหน่ง

575
00:30:59,193 --> 00:31:00,362
เมาส์มีกี่ปุ่ม

576
00:31:04,691 --> 00:31:05,999
ปุ่มอะไรบ้าง

577
00:31:14,525 --> 00:31:16,270
มันจะมีหลายประเภทนะคะ

578
00:31:16,989 --> 00:31:17,591
เมาแล้วเนี่ย

579
00:31:20,419 --> 00:31:24,320
ขึ้นอยู่กับเอาแบบเหมาทั่วไปนะคะก็จะมี 3 ปุ่มนะคะ

580
00:31:24,628 --> 00:31:25,496
กลุ่มไหนบ้าง

581
00:31:27,777 --> 00:31:30,329
พลิกซ้ายพลิกขวา

582
00:31:30,896 --> 00:31:31,908
แล้วก็

583
00:31:32,217 --> 00:31:32,787
เลื่อน

584
00:31:33,332 --> 00:31:33,668
นะ

585
00:31:34,017 --> 00:31:35,210
เลื่อนล้อนะคะ

586
00:31:36,104 --> 00:31:36,626
Click

587
00:31:36,813 --> 00:31:38,492
ตายใช้กรณีไหน

588
00:31:42,085 --> 00:31:42,538
เลือก

589
00:31:45,825 --> 00:31:46,718
มันจะมี Click

590
00:31:46,597 --> 00:31:48,887
คลิปนี้กดกี่ครั้ง

591
00:31:52,608 --> 00:31:54,049
ถ้าครูบอกว่าคลิป

592
00:31:54,905 --> 00:31:55,704
1 ครั้ง

593
00:31:56,174 --> 00:31:56,884
Double Click

594
00:31:59,224 --> 00:32:00,912
มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

595
00:32:04,205 --> 00:32:04,633
เล่น

596
00:32:04,875 --> 00:32:06,688
เกมมันก็คือคลิกนั่นแหละ

597
00:32:07,094 --> 00:32:07,445
เรา

598
00:32:07,574 --> 00:32:10,874
มันก็กลายเป็น Click อย่างนี้นะคะ

599
00:32:11,025 --> 00:32:13,067
ขวาราคาใช้ในกรณีไหน

600
00:32:17,498 --> 00:32:21,356
เวลาเราต้องการเรียกใช้งานเพิ่มเติมหรือฟังก์ชันเพิ่มเติม

601
00:32:21,232 --> 00:32:26,156
เมาส์ใช้ป้อนตัวอักษรได้ไหม

602
00:32:30,158 --> 00:32:32,590
เมาส์ใช่ปอนด์กไก่ได้ไหม

603
00:32:33,666 --> 00:32:36,045
ถ้าเรามีโปรแกรมที่มันให้มาเอาคลิป

604
00:32:37,965 --> 00:32:39,875
ถ้าเมาอยู่บนหน้า desktop

605
00:32:40,648 --> 00:32:42,250
ป้อนตัวอักษรได้ไหม

606
00:32:44,765 --> 00:32:46,355
อยู่บนหน้า desktop

607
00:32:47,240 --> 00:32:48,730
รู้จักหน้า Desktop นะ

608
00:32:49,061 --> 00:32:54,240
หน้าที่เปิดขึ้นมาปุ๊บมันก็จะเป็นหน้าจอเริ่มแรกที่เราบูตเข้าวินโดว์นะคะ

609
00:32:55,207 --> 00:33:02,273
อันนั้นเราเรียกว่าหน้า Desktop มันไม่สามารถป้อนได้นอกจากว่าเราจะเปิดโปรแกรมที่มันมีแถบ

610
00:33:02,459 --> 00:33:03,863
ให้เราคลิกนะคะ

611
00:33:04,798 --> 00:33:05,799
OK

612
00:33:05,985 --> 00:33:11,911
ข้อดีของเมาส์ก็คือสามารถป้อนข้อมูลได้แบบรวดเร็วคือคลิกเลือกได้เลยนะคะ

613
00:33:12,381 --> 00:33:14,148
เคยเห็นไหมแบบนี้ไหม

614
00:33:16,683 --> 00:33:19,277
ตัวนี้เรียกว่าแท็กเบานะคะ

615
00:33:20,140 --> 00:33:29,844
เมาส์ที่มีอันนี้ไม่ใช่เม้าสิเขาทำผิดประเภทนะคะถูกแล้วนะคะเราจะเลื่อนเคอร์เซอร์โดยใช้นิ้วเลื่อนตรงนี้นะคะ

616
00:33:30,123 --> 00:33:31,667
ใช้นิ้วเหมือนถูกไปนะ

617
00:33:31,747 --> 00:33:32,043

618
00:33:32,134 --> 00:33:34,512
ถูกเลื่อนไปบนอย่างนี้นะคะ

619
00:33:35,854 --> 00:33:36,166

620
00:33:36,343 --> 00:33:38,186
เพราะว่าตรงนี้มันจะมี

621
00:33:38,521 --> 00:33:39,567
ตัวไมโครชิพ

622
00:33:39,679 --> 00:33:40,564
อยู่นะคะ

623
00:33:40,762 --> 00:33:44,491
มันก็จะรับข้อมูลได้ว่าอันนี้คือเราเลื่อนเคอร์เซอร์ไปนะคะ

624
00:33:45,959 --> 00:33:48,912
เหมือนกับเราใช้เมาส์ลากไปมานั่นแหละนะคะ

625
00:33:49,466 --> 00:33:51,288
มันก็จะมี tax Point

626
00:33:51,625 --> 00:33:53,448
เคยเห็นแท็กพ้อยไหมคะ

627
00:33:55,058 --> 00:33:55,968
จะอยู่กับ

628
00:33:56,607 --> 00:33:57,579
เครื่องโน๊ตบุ๊ค

629
00:33:58,854 --> 00:34:00,484
บางยี่ห้อ

630
00:34:01,417 --> 00:34:06,040
มันจะมีปุ่มสีแดงแบบนี้นะคะใช้ในการเลื่อนตำแหน่งเหมือนกันนะคะ

631
00:34:06,401 --> 00:34:07,948
เมื่อก่อนจะอยู่ที่

632
00:34:08,359 --> 00:34:08,968
Notebook

633
00:34:09,094 --> 00:34:11,463
ของ ibm แต่หลังๆมา

634
00:34:11,817 --> 00:34:12,783
ไม่เห็นนะคะ

635
00:34:13,086 --> 00:34:14,189
เขาน่าจะเอาออก

636
00:34:15,902 --> 00:34:16,580
ตัวนี้ล่ะ

637
00:34:19,351 --> 00:34:21,946
เคยใช้งานไหมคะใช้ที่ไหนเอ่ย

638
00:34:23,833 --> 00:34:24,741
อยู่ตรงไหน

639
00:34:25,998 --> 00:34:26,657
ของ

640
00:34:27,778 --> 00:34:29,100
ของโน๊ตบุ๊คนะคะ

641
00:34:28,985 --> 00:34:30,974
เราเรียกว่าทัชแพด

642
00:34:31,612 --> 00:34:32,207
นะคะ

643
00:34:32,101 --> 00:34:37,568
คนละอันกับทัชสกรีนนะคะ touchpad ก็คือเอาไว้เลื่อนเหมือนกันนะคะ

644
00:34:37,659 --> 00:34:41,848
กรณีที่เราไม่ได้เอาเมาส์ไปนะคะเราก็เปิด touchpad

645
00:34:42,346 --> 00:34:47,541
เราก็เลือกเหมือนกันนะคะก็จะมีปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาให้นะคะเอาไว้

646
00:34:47,561 --> 00:34:49,091
เคอร์เซอร์นะคะ

647
00:34:49,224 --> 00:34:59,211
ควบคุมตัวชี้คือทัชสกรีนที่ครูบอกว่าเป็นทั้ง input แล้วก็เอาพุธนะคะมันเป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่พูดถึงวันนี้ทั้งอินและเอา

648
00:34:59,402 --> 00:35:01,892
ถ้าใครตอบข้อ 3 ข้อนี้ผิดนิ

649
00:35:02,211 --> 00:35:03,334
จะเสียใจเลยนะ

650
00:35:04,479 --> 00:35:06,014
ชอบพูด 5 รอบแล้ว

651
00:35:07,197 --> 00:35:09,609
อุปกรณ์ที่คือโจทย์อ่ะค่ะ

652
00:35:10,031 --> 00:35:13,837
อันนี้คือไม่ได้บอกแนวข้อสอบแล้วค่ะบอกข้อสอบเลยนะคะ

653
00:35:14,086 --> 00:35:20,252
มันขึ้นอยู่กับต่อไปจะศึกษาจะทำความเข้าใจอย่างไรนะคะยังจะจำได้ไหมนะคะ

654
00:35:20,339 --> 00:35:22,353
แต่คิดว่าน่าจะยังไม่ลืม

655
00:35:22,893 --> 00:35:23,268
แต่

656
00:35:23,390 --> 00:35:27,886
เพราะเราเรียนจบป 6 บทปุ๊บเราจะสอบเลยนะคะหมดละ 10 ข้อ

657
00:35:28,172 --> 00:35:28,952
ข้อสอบ

658
00:35:29,521 --> 00:35:29,750

659
00:35:29,923 --> 00:35:33,060
นะคะบทที่ 1-10 ข้อไม่รู้จดได้กี่ข้อ

660
00:35:33,290 --> 00:35:33,959
นะคะ

661
00:35:34,100 --> 00:35:36,275
บทที่ 2 ก็ 10 มันมีอยู่ 6 บท

662
00:35:38,200 --> 00:35:38,995
60 บท

663
00:35:40,090 --> 00:35:40,823
บทละ 10

664
00:35:43,246 --> 00:35:47,102
โจทย์ถามว่าจอภาพที่เป็นแบบระบบทัชสกรีน

665
00:35:47,332 --> 00:35:48,803
จัดอยู่ในหน่วยใด

666
00:35:50,052 --> 00:35:51,378
ของฮาร์ดแวร์

667
00:35:52,321 --> 00:35:53,701
เป็นฮาร์ดแวร์หน่วยใด

668
00:35:54,087 --> 00:35:57,215
มันก็จะมีหน่วยรับข้อมูลหน่วยสแกนผล

669
00:35:57,750 --> 00:36:01,352
หน่วยประมวลผลหน่วยความจำหน่วยรับและแสดงผล

670
00:36:02,108 --> 00:36:02,547
นะคะ

671
00:36:02,666 --> 00:36:02,948

672
00:36:03,050 --> 00:36:05,557
เราจะต้องรู้ว่าอันนี้คืออะไรนะคะ

673
00:36:06,181 --> 00:36:07,439
แต่เชื่อว่านัก

674
00:36:07,560 --> 00:36:08,814
ขาจะรู้นะเธอ

675
00:36:08,891 --> 00:36:12,178
กลิ่นก็คือจอภาพที่มันนึกถึงมือถือเราน่ะ

676
00:36:12,367 --> 00:36:13,988
อันนั้นก็คือทัชสกรีนนะคะ

677
00:36:14,608 --> 00:36:15,140
OK

678
00:36:16,192 --> 00:36:16,903
joystick

679
00:36:17,488 --> 00:36:18,516
เคยเห็นไหมคะ

680
00:36:19,246 --> 00:36:20,520
เอาไว้ทำอะไรเอ่ย

681
00:36:21,491 --> 00:36:23,062
เอาไว้ควบคุม

682
00:36:24,285 --> 00:36:27,576
จะตอบว่าเล่นเกมน่ะสิเอาไว้ทำอย่างอื่นได้ไหม

683
00:36:28,351 --> 00:36:30,190
เอาไว้ควบคุมได้ค่ะ

684
00:36:30,645 --> 00:36:33,176
เลื่อนขึ้นลงซ้ายขวา

685
00:36:33,623 --> 00:36:35,851
แต่ส่วนมากเราจะเอาไว้เห็น

686
00:36:36,074 --> 00:36:37,791
ที่แบบเราเล่นเกมนะคะ

687
00:36:38,209 --> 00:36:40,944
มันเป็นคันโยกขึ้นมาเหมือนกับคันรถแล้วนะ

688
00:36:41,751 --> 00:36:43,324
เกียร์แบบเกียร์กระปุกนะคะ

689
00:36:44,106 --> 00:36:46,121
มันง่ายกว่าใช้เมาส์นะคะ

690
00:36:46,284 --> 00:36:49,071
มันจะเร็วกว่าใช้คีย์บอร์ดดีกว่าเราไปกด

691
00:36:49,137 --> 00:36:49,885
ปุ่มนะคะ

692
00:36:51,132 --> 00:36:52,468
อันนี้เป็นจอย

693
00:36:52,828 --> 00:36:55,305
แล้วก็เป็นปากกานะคะ Light pen

694
00:36:55,805 --> 00:37:00,687
กาวที่ใช้วาดรูปหรือใช้เส้นหรือใช้เขียนทางด้านการออกแบบนะคะ

695
00:37:01,048 --> 00:37:04,748
เขียนแล้วก็จะเซฟข้อมูลตรงนั้นไปเป็นรูปเลยนะคะเช่น

696
00:37:04,882 --> 00:37:05,357
เซ็น

697
00:37:05,842 --> 00:37:06,408
เพื่อ

698
00:37:06,967 --> 00:37:15,902
เซ็นเป็นแบบระบบลายเซ็นดิจิตอลนะคะก็คือเส้นแล้วก็เซฟเป็นไฟล์ได้เลยนะคะตัวนี้เป็นดิจิทัลแท็บเล็ตนะคะเป็นเครื่องอ่านพิกัด

699
00:37:16,237 --> 00:37:16,587

700
00:37:16,718 --> 00:37:18,822
ตัวนี้ที่เขาจับอยู่นะคะ

701
00:37:19,187 --> 00:37:21,196
ว่าเขาจะเลื่อนไปแล้วก็มักจะ

702
00:37:21,463 --> 00:37:23,005
นะคะเหมือนเราทำพิกัด

703
00:37:25,070 --> 00:37:26,751
ส่งข้อมูลตำแหน่งนะคะ

704
00:37:27,102 --> 00:37:29,523
แล้วก็จะมีตัว micr

705
00:37:29,376 --> 00:37:33,112
เคยเห็นเช็คไหมคะ

706
00:37:34,982 --> 00:37:36,255
ใบเช็คเงินน่ะ

707
00:37:36,744 --> 00:37:37,287
นะคะ

708
00:37:38,498 --> 00:37:41,049
มันจะมีเครื่องที่เอาไว้ตรวจสอบว่าใช้

709
00:37:41,631 --> 00:37:43,104
ตัวนี้ปอใหม่นะคะ

710
00:37:43,587 --> 00:37:45,641
เช็คเด้งนี่คือเช็คปลอมไหม

711
00:37:46,981 --> 00:37:47,864
ไม่ปลอมหรอก

712
00:37:48,541 --> 00:37:49,262
แปล

713
00:37:50,603 --> 00:37:52,013
บัญชีนั้นไม่มีเงิน

714
00:37:54,425 --> 00:37:55,639
แต่เช็คปลอมนี่

715
00:37:56,447 --> 00:37:57,363
แปลว่า

716
00:37:57,606 --> 00:38:00,743
ไม่งั้นปลอมน่ะคือมันใช้ไม่ได้แต่ใช้

717
00:38:00,807 --> 00:38:01,644
เมฆคือ

718
00:38:02,082 --> 00:38:03,686
ตอนที่เราไปขึ้นเงินน่ะ

719
00:38:03,898 --> 00:38:05,826
มันมีเงินจ่ายในบัญชี

720
00:38:06,672 --> 00:38:08,690
เงินไม่พอนะคะเช่น

721
00:38:08,819 --> 00:38:13,618
ครูจ่ายเช็คให้จักรพันธ์ 10,000 บาทมีเงินในบัญชี 500 อย่างนี้ค่ะฉะนั้น

722
00:38:14,102 --> 00:38:15,958
เช็คตัวนี้ก็ยังเบิกไม่ได้

723
00:38:16,283 --> 00:38:18,909
ก็ยังขึ้นเงินไม่ได้ก็ต้องรอก่อนอย่างนี้นะคะ

724
00:38:20,238 --> 00:38:21,647
แต่เช็คปลอมนี่คือ

725
00:38:21,862 --> 00:38:23,489
คือใช้ไม่ได้นะคะ

726
00:38:24,737 --> 00:38:25,585
OK

727
00:38:26,182 --> 00:38:26,973
บาร์โค้ด

728
00:38:28,637 --> 00:38:30,517
บาร์โค้ดคือรูปนี้

729
00:38:31,068 --> 00:38:33,958
ตอนนี้มันมีบาร์โค้ดที่เป็นแบบแท่งอย่างนี้นะ

730
00:38:34,330 --> 00:38:35,854
ก็จะแทนตัวเลขนะคะ

731
00:38:36,146 --> 00:38:39,627
เราก็เป็นรูปที่เราไม่เรียกว่าคิวอาร์โค้ดนะคะ

732
00:38:39,941 --> 00:38:47,401
ก็คือเป็นรูปเพื่อเก็บข้อมูลที่แทนที่เราจะตีข้อมูลน่ะเราใช้วิธีการยิงเอาเลยนะคะมันก็จะเร็ว

733
00:38:47,819 --> 00:38:51,084
มันสะดวกสบายต่อการใช้งานสแกนเนอร์นะคะ

734
00:38:51,623 --> 00:38:54,674
ไปดูอุปกรณ์ที่อยู่ในกลุ่มกวาดข้อมูลนี่แหละค่ะ

735
00:38:55,035 --> 00:38:58,700
สแกนเนอร์มีหลายประเภทนะคะนักศึกษาเคยใช้ประเภทไหนเอ่ย

736
00:39:01,797 --> 00:39:03,223
แบบนี้เคยใช้ไหม

737
00:39:04,685 --> 00:39:08,125
xpander แต่ว่ามันจะยิงได้เหมือนกับตัวยิง

738
00:39:08,532 --> 00:39:09,773
Barcode Reader

739
00:39:12,326 --> 00:39:15,180
สแกนคิวอาร์โค้ดสแกนบาร์โค้ดแล้วก็

740
00:39:15,327 --> 00:39:16,592
สแกนเนอร์แบบ

741
00:39:16,643 --> 00:39:18,735
เอากระดาษเข้าไปหรือเป็น Scanner แบบ

742
00:39:18,802 --> 00:39:19,586
เปิดฝาขึ้น

743
00:39:19,872 --> 00:39:20,151

744
00:39:20,316 --> 00:39:21,437
แล้วก็วางกระดาษ

745
00:39:21,715 --> 00:39:22,169

746
00:39:22,252 --> 00:39:24,966
ขับลงมานะคะสแกนเนอร์จะมีหลายแบบ

747
00:39:25,802 --> 00:39:26,848
ต่อไปนะคะ

748
00:39:27,959 --> 00:39:31,250
เครื่องรู้จำอักขระด้วยแสงนะคะ ocr

749
00:39:33,704 --> 00:39:37,700
ocr นี่เราจะเอาไว้ใช้ในการสแกนข้อมูลเยอะๆ

750
00:39:38,009 --> 00:39:39,593
แล้วแปลงเป็นไฟล์

751
00:39:40,692 --> 00:39:42,072
เอาไว้เช่น

752
00:39:42,556 --> 00:39:43,830
หนังสือที่ห้องสมุด

753
00:39:43,972 --> 00:39:45,426
เราไม่มีพื้นที่

754
00:39:46,292 --> 00:39:47,736
ไม่มีห้องเก็บนะคะ

755
00:39:48,162 --> 00:39:49,362
เราต้องการเก็บ

756
00:39:50,451 --> 00:39:55,107
หนังสือตัวนี้ไว้คือเราจะลบทิ้งแล้วแต่หนังสือนี้มันยังสามารถ

757
00:39:55,398 --> 00:40:00,309
ใช้งานมันได้อยู่แต่มันไม่มีพื้นที่เก็บน่ะแล้วจะสแกนเอกสารแบบนี้ทั้งเล่มค่ะ

758
00:40:00,780 --> 00:40:03,405
แล้วมันสามารถแปลงมาเป็นไฟล์ Word ได้นะคะ

759
00:40:03,730 --> 00:40:05,635
เราเรียกว่า ocr นะคะ

760
00:40:06,657 --> 00:40:07,776
ส่วนเครื่อง

761
00:40:07,909 --> 00:40:08,909
omr

762
00:40:09,729 --> 00:40:11,188
ต้องถามว่า

763
00:40:11,471 --> 00:40:14,598
เคยไปสอบที่ไหนแล้วเขาให้ใช้

764
00:40:15,051 --> 00:40:16,214
ดินสอฝนน่ะ

765
00:40:17,530 --> 00:40:19,369
มันจะเป็นดินสออย่างนี้นะ

766
00:40:20,253 --> 00:40:24,256
ปกติเขาจะบอกว่าเขาจะให้ใช้คือถ้าใช้กานิ

767
00:40:24,383 --> 00:40:25,061
แค่คนตรวจ

768
00:40:26,152 --> 00:40:26,436

769
00:40:27,229 --> 00:40:30,148
ให้ฝนให้มันดำๆอ่ะเขาจะใช้เครื่องตรวจ

770
00:40:30,408 --> 00:40:33,772
ไอ้เครื่องที่ตรวจน่ะเราเรียกว่าเครื่อง omr

771
00:40:34,225 --> 00:40:34,652
นะคะ

772
00:40:35,190 --> 00:40:37,855
ถามว่าทำไมเครื่องมันฉลาดจังเลย

773
00:40:38,274 --> 00:40:39,522
ถึงตรวจได้ว่าถูกผิด

774
00:40:39,966 --> 00:40:43,164
จริงๆแล้วเครื่องมันจะตรวจสอบตาม

775
00:40:43,797 --> 00:40:44,789
ผงคาร์บอน

776
00:40:45,917 --> 00:40:46,982
ปีนี้สมุทร

777
00:40:47,510 --> 00:40:49,731
จักรพันธ์ใช้ดินสอที่ไม่มี

778
00:40:50,307 --> 00:40:51,331
ขอคาร์บอนล่ะ

779
00:40:51,779 --> 00:40:52,441
มีไหม

780
00:40:53,517 --> 00:40:54,966
มันจะมีดินสอที่แบบ

781
00:40:55,670 --> 00:40:56,724
มันไม่ค่อยดำน่ะ

782
00:40:57,991 --> 00:40:59,215
มันไม่เข้มนะคะ

783
00:40:59,826 --> 00:41:01,440
แปลว่าตอนไปสอบน่ะ

784
00:41:01,325 --> 00:41:07,828
คือตอบถูกอยู่แต่ว่าตัวเครื่องมาสแกนไม่เจอเพราะมันไม่มีผงคาร์บอนที่เข้มข้น

785
00:41:07,886 --> 00:41:08,995
คนพอนะ

786
00:41:09,091 --> 00:41:11,144
จักรพันธ์ก็เลยกลายเป็นได้ 0

787
00:41:12,464 --> 00:41:13,725
แบบนี้มีไหม

788
00:41:14,204 --> 00:41:16,014
หรือที่ได้ 0 เพราะว่า

789
00:41:17,237 --> 00:41:18,190
ผิดเอง

790
00:41:18,077 --> 00:41:23,339
เราก็คิดให้เราสบายใจก็คืออ่อน

791
00:41:23,376 --> 00:41:23,863

792
00:41:24,173 --> 00:41:25,846
ต่อเราไม่มีคาร์บอน

793
00:41:26,022 --> 00:41:27,832
ตอบได้อยู่อย่างนี้นะคะ

794
00:41:27,946 --> 00:41:29,133
คาร์บอนไม่พอ

795
00:41:38,181 --> 00:41:39,391
เริ่มมีความคิด

796
00:41:39,643 --> 00:41:40,373
different

797
00:41:41,626 --> 00:41:41,892
คิด

798
00:41:42,044 --> 00:41:42,632
ต่าง

799
00:41:43,129 --> 00:41:43,913
นอกกรอบ

800
00:41:45,769 --> 00:41:47,043
น่าลองนะ

801
00:41:47,682 --> 00:41:51,884
แต่ปกติแล้วมันจะมีว่าเฉลยข้อไหนนะคะแล้วมันก็จะเช็คไปนะ

802
00:41:52,086 --> 00:41:53,594
นั้นตำแหน่งนั้นนะคะ

803
00:41:54,956 --> 00:41:56,673
เหมือนอัษฎาวุธว่า

804
00:41:58,162 --> 00:41:59,124
ถ้าคุณ

805
00:41:59,514 --> 00:42:00,874
คือฝนทั้งหมด

806
00:42:01,015 --> 00:42:05,638
เขาจะไม่เอาเข้าเครื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ต้องถามว่าเครื่องนี้มันจะตรวจไหม

807
00:42:06,066 --> 00:42:08,785
เพราะคนที่เอาเข้าเครื่องคือมนุษย์ใช่ไหมคะ

808
00:42:08,886 --> 00:42:09,948
เขาดูว่า

809
00:42:10,380 --> 00:42:13,388
อันนี้คือฝนมาทุกตัวเลยหรืออย่างนี้ค่ะ

810
00:42:13,705 --> 00:42:14,674
ก็จะถูกวง

811
00:42:14,953 --> 00:42:18,218
หรือไม่ก็เด้งออกมาเลยมี 2 แบบขึ้นอยู่กับเขา

812
00:42:18,473 --> 00:42:20,180
ตั้งค่าโปรแกรมไว้นะคะ

813
00:42:20,827 --> 00:42:24,052
แล้วก็จะมีตัวรับข้อมูลอีกตัวนึงคือ

814
00:42:24,567 --> 00:42:30,593
กล้องดิจิตอลค่ะอันนี้นักศึกษาน่าจะรู้จักอยู่แล้วถ่ายรูปก็คือเก็บข้อมูลเป็นภาพแล้วก็ดูได้

815
00:42:30,847 --> 00:42:33,897
เรียกมาดูว่ารูปที่เราถ่ายเป็นอย่างไรนะคะ

816
00:42:34,013 --> 00:42:35,697
กล้องถ่ายวีดีโอกับคู่

817
00:42:35,812 --> 00:42:37,953
กล้องถ่ายรูปดิจิตอลต่างกันไหมคะ

818
00:42:38,393 --> 00:42:39,605
ต่างกันอย่างไร

819
00:42:42,426 --> 00:42:45,045
ถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายภาพเคลื่อนไหว

820
00:42:45,201 --> 00:42:47,181
ตอบให้มันเป็นวิชาการนะ

821
00:42:47,401 --> 00:42:48,646
ต่างกันอย่างไร

822
00:42:48,831 --> 00:42:50,725
รู้อยู่แต่ตอบไม่ได้อ่ะค่ะ

823
00:42:51,660 --> 00:42:52,883
มันจะไม่ได้คะแนนนะ

824
00:42:53,050 --> 00:42:58,660
ต้องบอกว่าถ้ากล้องถ่ายภาพดิจิตอลก็คือถ่ายภาพนิ่งแต่ปกติแล้ว

825
00:42:58,525 --> 00:43:00,162
กล้องถ่ายรูปดิจิตอล

826
00:43:00,411 --> 00:43:03,489
มันถ่ายวีดีโอได้ไหมคะก็ถ่ายได้นะคะ

827
00:43:03,676 --> 00:43:03,939

828
00:43:04,097 --> 00:43:06,295
ตอนนี้คือมันไม่ได้แยกกัน

829
00:43:06,667 --> 00:43:07,383
มันก็ใช้

830
00:43:07,725 --> 00:43:10,890
สามารถใช้งานได้ทั้งถ่ายภาพนิ่งภาพวีดีโอนะครับ

831
00:43:11,162 --> 00:43:12,594
แต่ถ้าเป็นกล้องวีดีโอ

832
00:43:13,241 --> 00:43:14,264
เลยมันก็คือจะ

833
00:43:14,553 --> 00:43:16,264
สามารถถ่ายได้นานกว่านี้เลยนะครับ

834
00:43:16,526 --> 00:43:18,956
แล้วก็เป็น Voice recognition นะครับ

835
00:43:19,351 --> 00:43:19,750

836
00:43:19,938 --> 00:43:21,718
อุปกรณ์รู้จำเสียงนะคะ

837
00:43:23,581 --> 00:43:24,881
ก็คือมนุษย์นี่แหละ

838
00:43:25,516 --> 00:43:28,467
พูดแรงสัญญาณเป็นสัญญาณดิจิตอลนะคะ

839
00:43:28,598 --> 00:43:33,272
แต่ปัญหาคือการออกเสียงมันจะมีผลเพราะมันรู้จำไม่ใช่การจบ

840
00:43:33,381 --> 00:43:36,644
จำต่างกันนะคะการจดจำนี้คือ

841
00:43:37,001 --> 00:43:39,391
อย่างครูบอกครูจะสอบ

842
00:43:39,561 --> 00:43:42,424
นักศึกษาไปอ่านหนังสือมาเรารู้จำ

843
00:43:42,565 --> 00:43:43,887
หรือเราท่องจำมา

844
00:43:46,678 --> 00:43:49,081
เราจะท่องจำมารู้ได้อย่างไร

845
00:43:50,744 --> 00:43:51,093

846
00:43:51,100 --> 00:43:51,778
เพราะเพราะ

847
00:43:52,029 --> 00:43:53,744
พอสอบเสร็จเราก็ลืม

848
00:43:54,381 --> 00:43:56,469
แต่ถ้าเกิดเรารู้จำ

849
00:43:56,356 --> 00:43:58,958
เราจะจำได้ตลอดเลยค่ะ

850
00:43:59,695 --> 00:44:01,634
เราจะรู้เลยว่า

851
00:44:02,476 --> 00:44:04,076
อย่างเขียนกไก่

852
00:44:04,606 --> 00:44:07,385
เราเรียนเขียนกไก่มาตั้งแต่ตอนไหน

853
00:44:09,884 --> 00:44:11,245
เรียนไปนานหรือยัง

854
00:44:11,851 --> 00:44:13,377
ตอนนี้ยังเขียนได้ไหม

855
00:44:14,266 --> 00:44:16,284
ทำไมถึงยังเขียนได้อยู่

856
00:44:18,115 --> 00:44:20,189
เขียนกไก่ไม่ได้แล้วหรือตอนนี้

857
00:44:21,227 --> 00:44:22,742
แหมน่าสงสารจังเลย

858
00:44:24,525 --> 00:44:26,484
เขียนกไก่ตัวเดียวได้ไหม

859
00:44:29,678 --> 00:44:37,594
กไก่นี้เรียนมาตั้งแต่อนุบาลก็ยังเขียนได้อยู่แล้วเนื้อหาที่ครูสอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะยังจำได้ไหม

860
00:44:41,529 --> 00:44:46,677
ครูบอกว่ากไก่เรียนมาตั้งแต่อนุบาลใช่ไหมยังจำได้อยู่ยังเขียนได้อยู่

861
00:44:46,882 --> 00:44:48,631
แล้วเนื้อหาที่เรา

862
00:44:49,412 --> 00:44:54,157
ก่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังจำกันได้ไหมโอเคเดี๋ยวเราก็จะรู้นะคะว่าจำได้จริง

863
00:44:54,309 --> 00:44:54,735
เปล่า

864
00:45:00,782 --> 00:45:05,170
โอเคนะคะมาหน่วยที่ 2 รับข้อมูลเข้าไปแล้วไปอยู่ที่ไหนนะคะ

865
00:45:06,731 --> 00:45:08,664
บทนี้ตัวที่คุณครูทำ

866
00:45:08,912 --> 00:45:11,065
สีแดงไว้คือข้อสอบนะคะ

867
00:45:11,251 --> 00:45:14,386
Central processing Unit หรือ CPU นะคะ

868
00:45:14,689 --> 00:45:17,981
CPU ในคำวิชาการนี่ไม่ใช่เคสนะคะ

869
00:45:19,360 --> 00:45:22,328
ห้องนี้ไม่มีกล่องเทสมีมีมี

870
00:45:23,590 --> 00:45:25,895
ของเราเป็นแบบ All in one นะ

871
00:45:26,003 --> 00:45:27,463
มีแต่จอใช่ไหมคะ

872
00:45:27,692 --> 00:45:29,403
แต่เครื่องข้างหลังจะมีเคส

873
00:45:29,810 --> 00:45:31,809
เครื่อง true มีเคสไหม

874
00:45:32,091 --> 00:45:35,039
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีจอแล้วก็แยกออกมาเป็นกล่องน่ะ

875
00:45:35,412 --> 00:45:35,878
นะคะ

876
00:45:36,550 --> 00:45:37,499
นึกออกไหมคะ

877
00:45:37,709 --> 00:45:38,504
เราจะเรียก

878
00:45:38,627 --> 00:45:39,097
Test

879
00:45:40,859 --> 00:45:43,264
ภาษาเวลาที่เราไปซื้อ

880
00:45:44,307 --> 00:45:46,608
เขาเรียกอะไรซื้อไอ้กล่องตัวนี้

881
00:45:50,927 --> 00:45:53,595
คือแยกให้ออกอันไหนระหว่าง

882
00:45:53,746 --> 00:45:56,383
CPU ที่เป็นไมโครโปรเซสเซอร์

883
00:45:56,568 --> 00:45:58,853
หรืออันไหนที่เป็นกล่องเคสนี่

884
00:45:59,072 --> 00:45:59,650
นะคะ

885
00:45:59,776 --> 00:46:02,019
มันจะมีสับประหลาดอยู่นะคะ

886
00:46:02,569 --> 00:46:05,798
เขาเรียกอะไรภาษาตลาดน่ะนะคะ

887
00:46:06,006 --> 00:46:09,437
แต่ในที่นี้เราพูดถึงตัว Central processing ดู

888
00:46:09,595 --> 00:46:11,821
อยู่นี่ก็คือ CPU นะคะ

889
00:46:11,986 --> 00:46:15,291
มันจะเปรียบเสมือนกับเป็นสมองของคอมพิวเตอร์

890
00:46:15,425 --> 00:46:16,853
ในข้อสอบนี่

891
00:46:16,963 --> 00:46:18,748
มี Choice สี Choice

892
00:46:18,900 --> 00:46:22,574
ถามว่าหน่วยประมวลผลเนี่ยเปรียบได้กับอะไร

893
00:46:23,010 --> 00:46:23,311

894
00:46:23,388 --> 00:46:26,252
มันจะมีสมองมีหัวใจมี

895
00:46:28,948 --> 00:46:31,251
อะไรอีก 2 Choice จำไม่ได้

896
00:46:31,754 --> 00:46:32,428
แต

897
00:46:32,582 --> 00:46:34,203
เราต้องตอบให้ถูก

898
00:46:34,814 --> 00:46:38,781
ว่า Central processing Unit มันคือส่วนของ

899
00:46:39,965 --> 00:46:40,759
สมอง

900
00:46:40,977 --> 00:46:41,489
นะคะ

901
00:46:45,204 --> 00:46:47,006
สมองมีความซับซ้อนไหม

902
00:46:47,265 --> 00:46:47,809
มี

903
00:46:48,915 --> 00:46:52,151
เพราะถามคำถามเดียวกันจะได้คำตอบที่ต่างกัน

904
00:46:52,530 --> 00:46:57,965
แปลว่ากระบวนการคิดของแต่ละคนนี่ต่างกันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ด้วยนะคะที่ผ่านมา

905
00:46:58,306 --> 00:47:01,625
เราก็จะบอกว่ามีบริษัทไหนบ้างนะคะที่ผลิต

906
00:47:02,706 --> 00:47:05,722
CPU นะคะเช่นของ ibm

907
00:47:06,212 --> 00:47:08,598
หรือของบริษัท Microsoft นะคะ

908
00:47:09,023 --> 00:47:09,976
Microsoft

909
00:47:10,131 --> 00:47:11,527
ใช้ชื่อ Intel

910
00:47:13,024 --> 00:47:14,219
เมื่อก่อนจะมี size L

911
00:47:14,283 --> 00:47:14,719
นะคะ

912
00:47:19,484 --> 00:47:23,200
ข้อสอบบอกทุกข้อเลยนะแต่ไม่รู้นักศึกษาจำได้หรือเปล่า

913
00:47:28,863 --> 00:47:32,934
คราวนี้เรามาดูหน่วยประมวลผลนะคะในการคำนวณ

914
00:47:34,100 --> 00:47:34,926
จริงๆ

915
00:47:35,721 --> 00:47:38,858
เขาบอกว่าหน่วยสำคัญนะคะของไมโครโปรเซสเซอร์

916
00:47:39,239 --> 00:47:43,225
เลิกหรือ PC Yuri มีอยู่ 2 งวดคือหน่วย control

917
00:47:43,317 --> 00:47:46,352
หน่วยที่ทำหน้าที่ควบคุมเราเรียก Control unit

918
00:47:46,946 --> 00:47:47,256
และ

919
00:47:47,590 --> 00:47:47,970
หน่วย

920
00:47:48,367 --> 00:47:49,508
คำนวณและตรรกะ

921
00:47:50,703 --> 00:47:53,122
หน่วยที่ทำหน้าที่คำนวณนะคะ

922
00:47:53,697 --> 00:47:55,043
คือ CPU น่ะ

923
00:47:55,179 --> 00:47:58,024
จริงๆแล้วถ้าเราไม่พูดถึง register

924
00:47:58,218 --> 00:48:00,333
มันจะมีแค่คุณทองพูน

925
00:48:00,399 --> 00:48:02,014
ตัว a l u นะคะ

926
00:48:02,216 --> 00:48:04,946
แต่จริงๆกันทำงานของมันจะมีฤทธิ์

927
00:48:04,980 --> 00:48:05,719
เจอด้วย

928
00:48:05,925 --> 00:48:06,770
ที่ทำหน้าที่เก็บ

929
00:48:06,886 --> 00:48:08,580
เป็นเหมือนหน่วยความจำเล็กๆ

930
00:48:08,839 --> 00:48:13,518
นะคะส่วนใน CPU ก็จะมีอีกตัวนึงก็คือหน่วยความจำหลักนะคะ

931
00:48:13,739 --> 00:48:16,549
ซึ่งหน้าตามันก็จะเป็นประมาณเหมือนภาพ

932
00:48:17,005 --> 00:48:20,377
อันนี้คือเขาขยายออกมาว่ามันเป็นการทำงานของ

933
00:48:20,484 --> 00:48:21,884
CPU ข้างในนะคะ

934
00:48:22,418 --> 00:48:24,372
หน้าตาอันนี้เป็นของบริษัท

935
00:48:24,707 --> 00:48:26,598
Microsoft นะคะของ Intel

936
00:48:27,157 --> 00:48:30,718
อันนี้คือ CPU หักขา 1 นี่คือซื้อใหม่เลยค่ะ

937
00:48:30,900 --> 00:48:36,210
ขึ้นนี่มันจะเป็นเข็มออกมานะคะเราก็จะเอาไปวางที่เมนบอร์ดนะคะ

938
00:48:37,155 --> 00:48:39,903
อันนี้คือ CPU ทำหน้าที่เหมือนสมอง

939
00:48:39,765 --> 00:48:45,854
แล้วก็จะมีอธิบายต่อไปอีกนะคะว่าถ้าเป็น CPU ทำหน้า

940
00:48:46,716 --> 00:48:47,043

941
00:48:47,257 --> 00:48:50,322
ควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมดเลยของส่วนที่เป็นการทำ

942
00:48:50,817 --> 00:48:53,598
อินพุตเอาต์พุตให้ทำงานประสานกันนะคะ

943
00:48:54,156 --> 00:48:56,337
อันนี้เราไปอ่านเพิ่มแล้วกันเนาะ

944
00:48:57,344 --> 00:49:01,130
เธอก็จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลรับส่งข้อมูลถ้าเป็น Bus

945
00:49:03,255 --> 00:49:08,739
บาสเมื่อก่อนมีในข้อสอบแต่ตอนนี้เขาไม่ได้ถามแล้วนะคะครูก็จะทราบ

946
00:49:08,786 --> 00:49:09,411
ข้ามไป

947
00:49:09,666 --> 00:49:11,267
ถ้าเราอยากรู้ระบบ Bus

948
00:49:11,484 --> 00:49:16,287
คือระบบอะไรก็คือระบบที่มันส่งสัญญาณไฟฟ้านะคะในตัวภายในระบบเครื่องนะ

949
00:49:16,571 --> 00:49:17,608
มันจะมีระบบบัส

950
00:49:18,434 --> 00:49:18,691

951
00:49:18,935 --> 00:49:20,208
ดังภาพนี้นะคะ

952
00:49:20,605 --> 00:49:22,506
input output คือ

953
00:49:23,585 --> 00:49:24,956
ส่วนข้างนอกนะคะ

954
00:49:25,045 --> 00:49:32,089
เราดูลูกศรเข้าก่อนพ่อเราป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปนะคะ See You จะทำหน้าที่จัดการก่อนนะคะว่า

955
00:49:32,339 --> 00:49:36,120
ที่เราป้อนเข้ามาน่ะตัวไหนป้อนนะคะผ่านอุปกรณ์ตัวไหน

956
00:49:36,753 --> 00:49:37,734
ถ่านเมาส์

957
00:49:38,078 --> 00:49:40,726
ผ่านตัวคีย์บอร์ดผ่านตัวไหนนะครับ

958
00:49:40,853 --> 00:49:44,237
ผ่านตัวสแกนหรือผ่านตัวไหนนะคะก็ไปเก็บที่รีสอร์ท

959
00:49:44,209 --> 00:49:46,616
ตื่นแล้วก็เป็นการคำนวณไหม

960
00:49:47,249 --> 00:49:47,666
นะคะ

961
00:49:48,412 --> 00:49:53,564
ตรงกลางนี่เป็นการทำงานของซีพียูนะคะแล้วก็ไปเก็บอยู่ที่หน่วยความจำ

962
00:49:53,729 --> 00:49:54,247
ส่งข้อความ

963
00:49:54,511 --> 00:49:57,984
นูนออกมาเหมือนกันเพราะอันนี้มันคืออินและเอา device

964
00:49:58,791 --> 00:50:01,471
คืออุปกรณ์ในการรับและก็แสดงผล

965
00:50:01,601 --> 00:50:02,020
นะคะ

966
00:50:02,894 --> 00:50:06,032
อันนี้จะพูดถึงความเร็วของหน่วยประมวลผลนะคะ

967
00:50:06,383 --> 00:50:07,520
เราเรียกว่าซิ

968
00:50:07,612 --> 00:50:08,351
เต็มคอร์ส

969
00:50:08,465 --> 00:50:11,527
ความเร็วของ CPU หรือการประมวลผลนะคะ

970
00:50:11,680 --> 00:50:14,003
จะถูกควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกานะคะ

971
00:50:14,432 --> 00:50:17,387
เราก็เลยเรียกว่าระบบ System Clock นะคะ

972
00:50:17,452 --> 00:50:18,139
1 หน่วย

973
00:50:18,272 --> 00:50:20,727
ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาจะเป็นเฮิร์ต

974
00:50:20,811 --> 00:50:23,388
1 เฮิร์ตก็คือ 1 ครั้งต่อวินาทีนะคะ

975
00:50:23,590 --> 00:50:25,493
ซึ่งความเร็วในปัจจุบันของเรื่อง

976
00:50:25,686 --> 00:50:26,081
เครื่อง

977
00:50:26,519 --> 00:50:29,291
นี่มันจะเร็วมากทำงานเป็นวินาที

978
00:50:30,499 --> 00:50:35,149
เวลาคอมพิวเตอร์ทำงานถามว่าเราทำงานเป็น s ไหม

979
00:50:36,131 --> 00:50:38,230
เรานี่ทำงานเป็นเดือนเลยค่ะ

980
00:50:38,649 --> 00:50:40,441
ยิ่งครูให้เวลาเยอะ

981
00:50:41,284 --> 00:50:42,195
เราก็จะ

982
00:50:42,844 --> 00:50:46,760
สบายค่ะรอยไปพ่อใกล้จะส่งทีนี้

983
00:50:46,861 --> 00:50:48,474
เราก็จะลอยกลับมา

984
00:50:49,800 --> 00:50:50,142

985
00:50:50,300 --> 00:50:52,509
ก็เริ่มมาทำพ่อมันจนอีกที

986
00:50:53,596 --> 00:50:54,052
ก็

987
00:50:55,180 --> 00:50:56,248
ไปทำอะไรนะ

988
00:50:56,366 --> 00:50:57,344
ถามว่า 1 ลิตร

989
00:50:57,609 --> 00:50:59,097
เราทำอะไรได้บ้าง

990
00:51:00,368 --> 00:51:02,953
หายใจเข้าหายใจออกหรือยัง

991
00:51:03,406 --> 00:51:09,899
ยังไม่ได้หายใจออกเลยแต่พริบตานะคะหรือหลับตาลงยังไม่ได้ลืมตาขึ้นเลยอย่างนี้ค่ะ

992
00:51:10,124 --> 00:51:13,110
คอมพิวเตอร์นี้ทำงานได้เร็วมากนะคะทำหน้า

993
00:51:13,279 --> 00:51:15,338
ทำงานเป็นวินาทีเลยนะคะ

994
00:51:15,571 --> 00:51:19,649
คราวนี้เรามาดูหน่วยความจำนะคะหน่วยความจำมี 2 ประเภทจริงๆ

995
00:51:20,256 --> 00:51:24,569
ตัวนี้พูดถึงหน่วยความจำหลักนะคะก็คือหน่วยความจำแบบที่อ่านได้อย่างเดียว

996
00:51:24,915 --> 00:51:26,769
เราเรียกว่า Rom นะคะ

997
00:51:28,186 --> 00:51:38,186
Read Only Memory หมายถึงอ่านได้อย่างเดียวแปลว่าเราไม่สามารถไปแก้ไขข้อมูลอะไรในรำได้เริ่มจะถูกบรรจุคำสั่งมาจากโรงงานอยู่แล้วนะคะเราไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยง

998
00:51:41,126 --> 00:51:46,334
มันจะมีคำสั่งอยู่ในล้อมอยู่แล้วเราเรียกว่าอ่านได้อย่างเดียวนะคะ

999
00:51:46,548 --> 00:51:48,243
แต่ถ้าเกิดแรมนี่

1000
00:51:48,622 --> 00:51:49,137
นะคะ

1001
00:51:49,032 --> 00:51:53,712
Random access Memory หมายถึงแก้ไขข้อมูลได้

1002
00:51:53,921 --> 00:51:54,574
นะคะ

1003
00:51:54,732 --> 00:51:56,391
เพราะว่ามันเก็บข้อมูลทีหลัง

1004
00:51:56,278 --> 00:51:58,193
ก็เหมือนกับ

1005
00:51:58,905 --> 00:52:00,293
เหมือนกับกระดาษทดน่ะ

1006
00:52:01,270 --> 00:52:02,285
เก็บข้อมูล

1007
00:52:02,440 --> 00:52:11,736
ปกติแล้วข้อมูลมันจะเก็บอยู่ที่หน่วยความจำสำรองนะคะแต่ขณะที่เราเปิดเครื่องทำงานนี้มันจะเก็บอยู่ที่แหลมนะคะอันนี้คือตัวอย่างไร

1008
00:52:11,890 --> 00:52:13,472
เคยเห็นหน้าตาของ

1009
00:52:13,904 --> 00:52:16,854
เปิดเคสออกแล้วเห็นเมนบอร์ดโรงเรียน

1010
00:52:17,203 --> 00:52:18,446
เราเรียนอยู่ใช่ไหม

1011
00:52:18,760 --> 00:52:19,713
วิชาอะไรนะ

1012
00:52:20,122 --> 00:52:20,746
OS

1013
00:52:22,020 --> 00:52:23,114
วิชา OS

1014
00:52:23,057 --> 00:52:23,393
เปล่า

1015
00:52:23,566 --> 00:52:24,613
หรือซ่อมบำรุง

1016
00:52:25,365 --> 00:52:28,599
ทุกคนต้องเคยเห็นหน้าตาของกล่องเคส

1017
00:52:29,005 --> 00:52:32,281
ซ่อมบำรุง PC หรือซ่อมบำรุง Notebook คะ

1018
00:52:32,824 --> 00:52:33,805
ซ่อม PC นะ

1019
00:52:34,260 --> 00:52:34,900
OK

1020
00:52:35,165 --> 00:52:36,784
พอเปิดกล่องเคส OPPO

1021
00:52:37,017 --> 00:52:37,303

1022
00:52:37,464 --> 00:52:37,748

1023
00:52:37,820 --> 00:52:38,913
เจออะไรบ้างในนั้น

1024
00:52:39,822 --> 00:52:42,311
ให้ตอบคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำกัน

1025
00:52:44,400 --> 00:52:45,069
เดี๋ยวค่ะ

1026
00:52:47,298 --> 00:52:47,548

1027
00:52:47,706 --> 00:52:48,927
เคยเห็นใช่ไหมคะ

1028
00:52:49,539 --> 00:52:52,071
เคยเห็นหน้าตาของเปิดฝาเคสออก

1029
00:52:52,702 --> 00:52:52,964

1030
00:52:53,250 --> 00:52:54,376
ทุกคนหลับตา

1031
00:52:54,850 --> 00:52:55,960
เคยเห็นใช่หรือเปล่า

1032
00:52:56,625 --> 00:52:58,669
ให้ตอบ 1 อย่างที่เราเห็น

1033
00:52:58,906 --> 00:53:01,277
หลังจากเปิดฝาเคสออกห้ามซ้ำกัน

1034
00:53:03,957 --> 00:53:08,938
ถ้าจักรพันธ์ตอบสายไฟหนีเพื่อนก็จบเลยนะคะต้องบอกว่าสายไฟตรงไหน

1035
00:53:09,195 --> 00:53:09,469

1036
00:53:09,538 --> 00:53:12,498
สายไฟจากไหนเมนบอร์ดไปไหน

1037
00:53:12,725 --> 00:53:13,486
หรือจาก

1038
00:53:14,002 --> 00:53:15,592
Power Supply ไปไหน

1039
00:53:16,024 --> 00:53:17,307
ถ้าบอกสายไฟ

1040
00:53:17,684 --> 00:53:18,662
แปลว่าเหมาค่ะ

1041
00:53:19,143 --> 00:53:20,332
กวาดแผงไปเลย

1042
00:53:22,407 --> 00:53:23,153
ได้หรือยัง

1043
00:53:23,724 --> 00:53:25,071
ให้ตอบคนละ 1

1044
00:53:25,373 --> 00:53:26,474
ห้ามซ้ำกัน

1045
00:53:27,322 --> 00:53:28,733
ใครจะตอบก่อน

1046
00:53:31,865 --> 00:53:32,503
Ram

1047
00:53:33,135 --> 00:53:34,749
เปิดปุ๊บเห็นแรมเลยหรือ

1048
00:53:37,125 --> 00:53:40,428
เปิดเคสหมายถึงเปิดฝาเคสซองนี้ค่ะ

1049
00:53:43,220 --> 00:53:44,360
ช้ำหรือยัง

1050
00:53:44,695 --> 00:53:47,061
Ram Mainboard Power Supply

1051
00:53:47,825 --> 00:53:49,548
อารมณ์พัดลม CPU

1052
00:53:51,494 --> 00:53:52,296
อะไรนะ

1053
00:53:54,294 --> 00:53:55,259
ข้างหน้าค่ะ

1054
00:53:58,337 --> 00:53:59,855
มันมีตั้งเยอะในนั้นน่ะ

1055
00:54:01,273 --> 00:54:02,114
ตอบมา

1056
00:54:08,135 --> 00:54:08,873
อะไรนะ

1057
00:54:15,156 --> 00:54:16,819
อะไรคือ ssd

1058
00:54:20,026 --> 00:54:22,007
เขาเรียกอะไรเอาไว้ทำอะไร

1059
00:54:24,493 --> 00:54:26,297
ตอบต้องมีที่ไปที่มานะ

1060
00:54:27,984 --> 00:54:29,618
นึกถึงเปิดฝาเคสออก

1061
00:54:29,782 --> 00:54:31,169
มีอะไรในนั้นเยอะเลย

1062
00:54:40,231 --> 00:54:41,705
อะไรนะคะตอบได้เลย

1063
00:54:51,130 --> 00:54:52,032
อะไรนะครับ

1064
00:54:52,885 --> 00:54:53,510

1065
00:54:53,948 --> 00:54:54,764
OK

1066
00:54:59,371 --> 00:55:02,003
มีอะไรอีกคะในกล่อง Case เรา

1067
00:55:03,767 --> 00:55:05,010
มีเยอะเลยค่ะ

1068
00:55:06,909 --> 00:55:07,289
เยอะ

1069
00:55:08,692 --> 00:55:10,404
ในเมนบอร์ดก็มีเยอะ

1070
00:55:18,529 --> 00:55:19,326
คือนึก

1071
00:55:19,499 --> 00:55:22,836
บางคนนึกออกอยู่แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรนี่สิ

1072
00:55:27,071 --> 00:55:27,911
การ์ดเสียง

1073
00:55:33,128 --> 00:55:34,687
Sound ใช่ไหมคะ

1074
00:55:35,110 --> 00:55:36,154
Sound Card

1075
00:55:36,869 --> 00:55:37,962
ปกติถ้าเกิด

1076
00:55:38,298 --> 00:55:39,142
ตอบ Sound

1077
00:55:39,566 --> 00:55:41,307
มันจะมากับอีกร้านนึงเลยนะ

1078
00:55:41,176 --> 00:55:51,176

1079
00:55:59,622 --> 00:56:01,027
การ์ดแลนคืออะไร

1080
00:56:01,695 --> 00:56:08,128
Card Lan card คืออะไร Network Interface card คืออะไรอันเดียวกันน่ะเขามีชื่อหลายชื่อ

1081
00:56:09,526 --> 00:56:11,079
มาตอบมาเลยค่ะ

1082
00:56:11,562 --> 00:56:14,010
ครูจำได้อยู่นะว่าใครยังไม่ตอบ

1083
00:56:18,923 --> 00:56:20,069
ถอดไปยัง

1084
00:56:24,516 --> 00:56:25,856
ฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ไหม

1085
00:56:27,482 --> 00:56:31,102
ตอบฮาร์ดดิสก์แบบหลายประเภทก็ได้นะฮาร์ดดิสก์มีหลายประเภทค่ะ

1086
00:56:32,691 --> 00:56:33,979
เราต้องเลือกอันไง

1087
00:56:39,504 --> 00:56:43,672
เปิดฝาเคสออกเจออะไรบ้างในนั้นห้ามซ้ำกัน

1088
00:56:43,914 --> 00:56:44,678
อะไรนะ

1089
00:56:45,483 --> 00:56:46,102
power sub

1090
00:56:46,269 --> 00:56:47,155
ถ่ายไง

1091
00:56:50,634 --> 00:56:51,722
CD ROM

1092
00:56:54,252 --> 00:56:55,284
หมดแล้วหรือ

1093
00:56:55,706 --> 00:56:58,686
ห้องเรามีไม่กี่คนเองในนั้นน่ะ

1094
00:56:58,971 --> 00:57:01,657
มีเป็นมันมีเป็นร้อยเลยค่ะ

1095
00:57:02,423 --> 00:57:04,029
ในเมนบอร์ดหนักก็เยอะ

1096
00:57:08,362 --> 00:57:10,313
เพิ่งได้ Sound Card เองอ่ะ

1097
00:57:10,398 --> 00:57:10,817
สล็อต

1098
00:57:11,066 --> 00:57:12,000
สล็อตแบบไหน

1099
00:57:13,462 --> 00:57:14,612
Slot มีหลายแบบ

1100
00:57:15,002 --> 00:57:18,165
สล็อตตัวไหนตัวขาวใช่ไหมเรียกว่าอะไร

1101
00:57:21,009 --> 00:57:22,995
เรียกว่าอะไรไอ้ตัวนี้

1102
00:57:24,702 --> 00:57:24,965

1103
00:57:26,009 --> 00:57:32,768
ไอ้ตัวนี้กับไอ้ตัวที่เสียบการ์ดจอน่ะก็คนละประเภทครูถามว่าสล็อตแรมใช่หรือเปล่า

1104
00:57:33,630 --> 00:57:35,252
เขาไม่เรียกแสตมป์

1105
00:57:35,529 --> 00:57:36,856
เขาเรียกสล็อตอะไร

1106
00:57:37,168 --> 00:57:38,638
มันมีชื่อว่าอะไร

1107
00:57:45,639 --> 00:57:47,196
เมนบอร์ดอัษฎาวุธ

1108
00:57:47,420 --> 00:57:50,971
ตอบไปแล้วใช่หรือเปล่าตอบเมนบอร์ดใช่หรือเปล่า

1109
00:57:51,297 --> 00:57:52,331
คิดมา

1110
00:57:55,456 --> 00:57:55,742

1111
00:57:55,856 --> 00:57:56,683
เจ็บแบบไหน

1112
00:57:59,342 --> 00:58:00,642
ก็สล็อตนั่นแหละ

1113
00:58:00,844 --> 00:58:01,960
อันนี้แบบไหน

1114
00:58:04,405 --> 00:58:05,795
เคเบิ้ลตรงไหน

1115
00:58:06,874 --> 00:58:07,917
ตอบค่ะ

1116
00:58:08,153 --> 00:58:09,009
ช่วยกันคิด

1117
00:58:10,744 --> 00:58:12,069
คิดไม่ได้ก็ซอส

1118
00:58:12,350 --> 00:58:12,787
เบิร์ด

1119
00:58:12,940 --> 00:58:13,689
ตอบเลยค่ะ

1120
00:58:15,096 --> 00:58:15,760
ทายซิ

1121
00:58:15,897 --> 00:58:16,449

1122
00:58:18,133 --> 00:58:19,060
เมนบอร์ด

1123
00:58:21,975 --> 00:58:24,666
ถ้าตอบทรานซิสเตอร์นี่คือ

1124
00:58:25,395 --> 00:58:26,881
เหมาเลยห้ามตอบ

1125
00:58:27,217 --> 00:58:27,779
หรืออีก

1126
00:58:29,276 --> 00:58:31,478
เหมือนอัษฎาวุธตอบ Mainboard ครับ

1127
00:58:32,601 --> 00:58:34,660
โอเคค่ะมีทรานซิสเตอร์

1128
00:58:35,140 --> 00:58:35,718
มีฤทธิ์

1129
00:58:35,795 --> 00:58:36,922
เตอร์นะคะ

1130
00:58:38,505 --> 00:58:39,450
มีอีกสิ

1131
00:58:42,396 --> 00:58:44,497
เราเอาแบบใช้งานได้เลยสิ

1132
00:58:46,935 --> 00:58:48,004
ต่อมาค่ะ

1133
00:58:50,753 --> 00:58:53,929
นี่สอนคู่กันไปกับซ่อมบำรุงเลยนะ

1134
00:58:57,216 --> 00:58:57,476

1135
00:58:57,554 --> 00:58:59,276
แต่ทุกคนเคยเห็นนะ

1136
00:58:59,402 --> 00:58:59,680
เปิด

1137
00:58:59,875 --> 00:59:00,799
ฝาเคสออก

1138
00:59:01,238 --> 00:59:02,513
กินมาใช่ไหมคะ

1139
00:59:03,115 --> 00:59:04,157
อ๋อยังเลยหรอ

1140
00:59:08,370 --> 00:59:10,045
ลองเดาดูถ้าอย่างนั้น

1141
00:59:11,531 --> 00:59:17,001
อันนี้ยังไม่ได้พูดถึงเปิดหลังจอออกนะเอาแค่เปิดฝาเคสออก

1142
00:59:17,231 --> 00:59:19,256
ยังไม่ได้พูดถึง Notebook อีก

1143
00:59:20,303 --> 00:59:22,174
เอาแบบ PC นี่แหละ

1144
00:59:22,512 --> 00:59:24,561
มันใหญ่ๆดีจะได้เห็นชัด

1145
00:59:25,030 --> 00:59:25,489
เอา

1146
00:59:25,874 --> 00:59:29,651
จักรพันธ์สรุปว่าตอบครูว่าอะไรนี่ไอ้ขาวๆนี่

1147
00:59:29,955 --> 00:59:30,965
สล็อตแบบไหน

1148
00:59:36,276 --> 00:59:40,354
ถ้าคุณตอบสล็อตนี่มันเหมาทั้งนี่เลยนะ

1149
00:59:41,868 --> 00:59:43,838
อ๋อไม่ได้สิมันเอา

1150
00:59:45,011 --> 00:59:46,384
มันเห็นแก่ตัวสิ

1151
00:59:46,570 --> 00:59:49,188
เพื่อนยังไม่ได้ตอบเลยมันมีสล็อตในนี้ตั้งเยอะ

1152
00:59:49,775 --> 00:59:50,817
เพื่อนตอบนั่นแหละ

1153
00:59:51,294 --> 00:59:54,530
นั่นแหละถูกแล้วอันนี้คือสล็อตแบบ pci Slot

1154
00:59:54,651 --> 00:59:55,160
นี่ค่ะ

1155
00:59:55,491 --> 00:59:56,271
สีขาว

1156
00:59:57,009 --> 00:59:58,080
ถ้าเป็นสล็อต

1157
00:59:58,871 --> 01:00:00,147
เสียบการ์ดจอล่ะ

1158
01:00:07,889 --> 01:00:10,758
มันจะเป็น Slot สีอื่นค่ะไม่ได้เป็น

1159
01:00:10,911 --> 01:00:11,250
แบบ

1160
01:00:11,947 --> 01:00:12,898
tci

1161
01:00:14,320 --> 01:00:16,493
เป็นแบบขาวๆแล้วเป็นขาแบบที่

1162
01:00:17,142 --> 01:00:17,492
เปียก

1163
01:00:17,305 --> 01:00:19,224
Ram นะเราจะเรียก

1164
01:00:19,491 --> 01:00:21,614
pci Slot แต่ของการ์ดจอไม่

1165
01:00:21,750 --> 01:00:22,322
ใช่

1166
01:00:23,010 --> 01:00:24,406
จะเป็นอีกแบบนึง

1167
01:00:26,723 --> 01:00:27,192
ค่ะ

1168
01:00:27,300 --> 01:00:28,634
หาข้อมูลมา

1169
01:00:40,260 --> 01:00:43,216
มีไหมคะมีอีกไหมมี GA

1170
01:00:47,548 --> 01:00:50,773
มีอีกไหมคะตอนนี้เพิ่งตอบไป 2 คน

1171
01:00:53,148 --> 01:00:54,909
ข้างหลังเกาะหมดหรือยัง

1172
01:00:56,287 --> 01:00:57,652
คือที่ถามนี่คือ

1173
01:00:58,128 --> 01:00:59,602
มองไม่เห็นจอบัง

1174
01:01:01,985 --> 01:01:02,905
หมดแล้วหรือ

1175
01:01:09,607 --> 01:01:10,419
ได้อยู่

1176
01:01:11,029 --> 01:01:12,701
มันก็คือฮาร์ดแวร์นะ

1177
01:01:14,045 --> 01:01:15,067
ช่องเสียบ

1178
01:01:15,722 --> 01:01:16,285
ฮาร์ดดิสก์

1179
01:01:16,408 --> 01:01:17,247
Data

1180
01:01:17,445 --> 01:01:18,434
มีอีกไหมคะ

1181
01:01:19,522 --> 01:01:21,031
มีเยอะอยู่นะ

1182
01:01:21,695 --> 01:01:24,594
เอาเป็นว่าจริงๆพูดเรื่องแรมนี่แหละ

1183
01:01:25,903 --> 01:01:28,690
ก็เลยพูดถึงตัวนี้มาผ่านไป

1184
01:01:29,824 --> 01:01:31,919
มาดูอาวุธยูนิตบ้างนะคะ

1185
01:01:32,071 --> 01:01:34,133
หน่วยแสดงผลทีนี้

1186
01:01:35,878 --> 01:01:45,878
ในข้อสอบถามว่าหน่วยแสดงผลมีกี่ประเภทนะคะมี 2 ประเภทก็คือ Soft Copy กับ Hard Copy นะคะ Soft Copy ก็คือ screen layout Hard Copy ก็คือปริ้นออกมาแล้วถือไปได้

1187
01:01:53,223 --> 01:01:59,618
slide นี้มีแค่นี้นะคะครูสรุปให้เลยหน่วยแสดงผลมี 2 ประเภทก็คือ

1188
01:01:59,845 --> 01:02:00,981
Copy

1189
01:02:01,448 --> 01:02:06,856
Soft Copy คือ screen layout screen layout หมายถึงแสดงผลบนหน้าจอ

1190
01:02:07,560 --> 01:02:12,655
ชั่วคราวถูกต้องนะคะคือดูแล้วก็ถ้าในมือถือ

1191
01:02:13,246 --> 01:02:13,843
ก็คือ

1192
01:02:14,307 --> 01:02:20,370
ปื๊ดผ่านไปหรือปิดยอดอย่างนี้นะถ้าเกิดในบนจอคอมเราก็ไม่สามารถเอาอะไรไปได้นะคะ

1193
01:02:20,536 --> 01:02:22,280
นอกจากเราจะถ่ายรูปนะ

1194
01:02:22,661 --> 01:02:23,875
แต่ถ้าเกิดเป็น Hard Copy

1195
01:02:24,088 --> 01:02:26,214
ปีนี้คืออาจจะผ่านปริ้นเตอร์

1196
01:02:26,429 --> 01:02:28,499
แล้วออกมาได้เป็น Hard Copy นะคะ

1197
01:02:28,669 --> 01:02:29,778
เป็นกระดาษนะคะ

1198
01:02:32,039 --> 01:02:34,549
คราวนี้มาพูดถึงจอบ้างนะคะ

1199
01:02:35,720 --> 01:02:37,842
จอภาพก็มีหลายประเภทนะคะ

1200
01:02:39,277 --> 01:02:40,357
ที่เรารู้จัก

1201
01:02:41,514 --> 01:02:43,952
รู้จักจอแบบ crt ไหมคะ

1202
01:02:45,064 --> 01:02:46,298
จอ crt

1203
01:02:49,329 --> 01:02:51,451
จอที่เราใช้งานอยู่นี่

1204
01:02:51,909 --> 01:02:53,065
เรียกจอแบบไหน

1205
01:02:55,697 --> 01:02:58,248
แอลอีดีหรือ LCD

1206
01:02:58,451 --> 01:02:59,189
หรือ

1207
01:03:00,425 --> 01:03:01,214
มีหลายแบบ

1208
01:03:02,326 --> 01:03:03,158
แบบไหน

1209
01:03:06,669 --> 01:03:10,321
ถ้าเป็น crt มันจะเหมือนกับจอที่มี

1210
01:03:12,906 --> 01:03:17,057
เอา crt ก่อนเคยเห็นจอภาพแบบ crt ไหมคะ

1211
01:03:17,659 --> 01:03:18,443
จอแก้ว

1212
01:03:21,139 --> 01:03:23,856
จอที่เป็นแบบข้างหลังนูน

1213
01:03:24,306 --> 01:03:27,229
เหมือนทีวีรุ่นโบราณน่ะเมื่อก่อนคอม

1214
01:03:27,354 --> 01:03:34,372
ก็เป็นจอแบบนั้นนะคะมีข้างหลังแบบใหญ่ๆนะคะแล้วก็ปรับมาเป็นจอแบบใช้หลักการเรืองแสงผ่าน

1215
01:03:34,721 --> 01:03:35,481
เขาเรียก

1216
01:03:35,756 --> 01:03:36,614
ผ่าน

1217
01:03:37,107 --> 01:03:39,799
จริงๆตัวนี้ไม่ได้ออกข้อสอบนะคะก็เลยไม่

1218
01:03:39,935 --> 01:03:43,773
พูดนะคะเดี๋ยวเราจะท่องจำไปเดี๋ยวเราจะไปจำตัวนี้ให้รู้ว่า

1219
01:03:44,174 --> 01:03:45,333
ไม่ได้หลักการ

1220
01:03:45,600 --> 01:03:48,061
ยิงแสงผ่านหลอดภาพนะมาใช้

1221
01:03:48,626 --> 01:03:52,993
การเรืองแสงผ่านกระแสไฟนะครับเข้าไปในผลึกของเหลวนะคะ

1222
01:03:53,880 --> 01:03:57,792
อันนี้กินไฟน้อยนะคะแผ่รังสีน้อยน้ำหนักเบานะคะ

1223
01:03:58,130 --> 01:04:00,796
blcd แอลอีดีนะคะ

1224
01:04:00,903 --> 01:04:02,414
จอแบบจอบางนะคะ

1225
01:04:03,474 --> 01:04:04,214
ไป

1226
01:04:06,543 --> 01:04:12,973
วันนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับจอภาพนะคะจะมีหน่วยความเร็วนะไม่ใช่เหนียวความเร็ว 4 เขาเรียก

1227
01:04:12,975 --> 01:04:14,922
ความละเอียดของหน้าจอนะคะ

1228
01:04:17,105 --> 01:04:18,537
มันจะบอกมาเป็น

1229
01:04:19,300 --> 01:04:20,606
เป็นจุดเลยน่ะ

1230
01:04:20,894 --> 01:04:22,039
นะคะความละเอียด

1231
01:04:24,055 --> 01:04:26,835
ตัวไหนไม่ออกข้อสอบก็จะผ่านไปนะคะ

1232
01:04:29,674 --> 01:04:35,991
จอภาพจะแสดงผลได้ก็มีอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอะไรคะ

1233
01:04:36,669 --> 01:04:37,581
การ์ดจอ

1234
01:04:39,388 --> 01:04:41,530
หรือ VGA Card นะคะ

1235
01:04:41,790 --> 01:04:44,598
VGA Card จะมีทั้งแบบ on board

1236
01:04:45,493 --> 01:04:48,412
ก็คืออยู่ในบอร์ดอยู่ในเมนบอร์ดมาเลย

1237
01:04:48,671 --> 01:04:52,753
กลับแยกก๊าซนะคะมีแบบเป็นการ์ดเลยกับตัวออนบอร์ด

1238
01:04:53,990 --> 01:04:55,531
นอกจากนี้นะคะ

1239
01:04:56,044 --> 01:04:58,893
อุปกรณ์ที่อยู่ในโหมดหมวดของการ

1240
01:04:59,742 --> 01:05:05,598
หมวดแสดงผลน่ะเอาพุธหน้านะคะก็ยังมีโปรเจคเตอร์นะคะอันนี้เรารู้จักอยู่แล้ว

1241
01:05:05,859 --> 01:05:07,873
ตัวอุปกรณ์ฉายภาพนะคะ

1242
01:05:09,088 --> 01:05:10,780
มีหลายยี่ห้อด้วยกัน

1243
01:05:11,632 --> 01:05:12,913
แล้วก็จะมี

1244
01:05:17,034 --> 01:05:20,195
แต่ว่าอาการเขาเรียกว่าอะไรเอาผิด

1245
01:05:20,310 --> 01:05:21,310
Output Unit

1246
01:05:21,430 --> 01:05:21,754

1247
01:05:21,807 --> 01:05:30,036
นอกจากเราจะโชว์บนจอแล้วนะคะปริ้นออกมาแล้วนะคะเราจะแสดงเป็นภาพบนจอใหญ่นะคะผ่านโปรเจคเตอร์หรือ

1248
01:05:30,184 --> 01:05:31,317
output ผ่าน

1249
01:05:31,916 --> 01:05:36,587
Audio output ก็คือพวกลำโพงหูฟังอะไรพวกนี้ค่ะ

1250
01:05:37,239 --> 01:05:39,988
โดยผ่านอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่า

1251
01:05:47,556 --> 01:05:49,494
ต่างจากการ์ดตัวนี้ไหม

1252
01:05:49,970 --> 01:05:51,223
ต่างกันอย่างไร

1253
01:05:51,115 --> 01:06:00,241
ถ้าครูเอาอย่างนี้

1254
01:06:00,117 --> 01:06:04,315
ครูถือการ์ดอยู่ 2 อันแล้วให้ทายว่าอันไหนคืออันไหน

1255
01:06:04,407 --> 01:06:06,249
การ์ดจออันไหนคือการ์ดเสียง

1256
01:06:06,760 --> 01:06:08,021
เราจะดูตรงไหน

1257
01:06:09,299 --> 01:06:09,980
ดู Port

1258
01:06:10,368 --> 01:06:11,425
โอเคนะคะ

1259
01:06:12,468 --> 01:06:15,818
อันนี้คือการ์ดจอมันก็จะมี port พาราเรียล

1260
01:06:16,609 --> 01:06:19,067
อันนี้เราเรียกพรแบบพระแล้วนะคะ

1261
01:06:19,364 --> 01:06:21,154
คือเป็นแถวๆนะคะ

1262
01:06:21,324 --> 01:06:22,958
แต่ถ้าเกิดเป็นการ์ดเสียง

1263
01:06:23,804 --> 01:06:25,010
มันจะเป็นพอร์ตแบบ

1264
01:06:25,801 --> 01:06:26,507
นี้นะ

1265
01:06:28,765 --> 01:06:30,275
นะคะให้สังเกตนะ

1266
01:06:30,492 --> 01:06:31,874
อันนี้คือการ์ดเสียง

1267
01:06:32,025 --> 01:06:33,419
อันนี้คือการ์ดจอ

1268
01:06:34,244 --> 01:06:35,816
ก็คือ support เกี่ยวกับ

1269
01:06:36,215 --> 01:06:41,488
ค่าการ์ดเสียงก็เกี่ยวกับสนับสนุนเสียงที่เราจะได้ยินน่ะมันจะมีแบบ on board

1270
01:06:41,772 --> 01:06:45,755
คุณภาพเสียงก็จะไม่ดีหน่อยนะคะไม่ค่อยดีแต่ถ้าเกิดเป็นแบบ

1271
01:06:45,809 --> 01:06:47,964
Sound Card นะคะเราเอาไว้สำหรับ

1272
01:06:48,087 --> 01:06:51,868
ดูหนังฟังเพลงน่ะเสียงแบบดีๆน่ะอย่างนี้นะคะ

1273
01:06:52,104 --> 01:06:53,994
ก็จะมีการแยกออกมานะคะ

1274
01:06:53,876 --> 01:06:57,008
ราคาก็จะแพงขึ้นไปกว่ากันอยู่

1275
01:06:58,979 --> 01:07:06,587
Output Unit ตัวต่อมานะคะก็คือปริ้นเตอร์นะครับปริ้นเตอร์ก็จะมี 2 ชนิดใหญ่ๆเลยก็คือชนิดที่เป็นแบบหัวเข็ม

1276
01:07:06,597 --> 01:07:07,137
เราเรียก

1277
01:07:07,589 --> 01:07:10,266
เครื่องพิมพ์ชนิดแบบตอกหัวเข็มที่กระดาษ

1278
01:07:10,509 --> 01:07:11,255
นะคะ

1279
01:07:11,428 --> 01:07:12,982
ผ่านกระดาษคาร์บอน

1280
01:07:12,857 --> 01:07:15,174
ลงไปกระดาษที่เราต้องการนะคะ

1281
01:07:16,739 --> 01:07:18,161
แบบนี้เคยเห็นไหมคะ

1282
01:07:19,463 --> 01:07:19,758

1283
01:07:20,285 --> 01:07:22,032
อันนี้เราเรียกว่าชนิด

1284
01:07:22,199 --> 01:07:22,565
ตอบ

1285
01:07:22,429 --> 01:07:24,870
หัวเข็มลงไป

1286
01:07:25,367 --> 01:07:27,672
ผ่านกระดาษคาร์บอนลงไปที่กระดาษ

1287
01:07:27,938 --> 01:07:30,076
ที่เราจะเอาที่เราจะใช้

1288
01:07:30,499 --> 01:07:32,401
นะคะรู้จักกระดาษคาร์บอนไหม

1289
01:07:34,495 --> 01:07:36,022
กระดาษคาร์บอนเป็นอย่างไรคะ

1290
01:07:38,878 --> 01:07:39,984
เคยได้ยินไหม

1291
01:07:41,749 --> 01:07:41,996

1292
01:07:42,244 --> 01:07:43,882
กระดาษคาร์บอนมันจะเหมือนกับ

1293
01:07:44,193 --> 01:07:46,400
เคยเห็นใบเสร็จที่เขาแบบ

1294
01:07:47,216 --> 01:07:51,809
มันจะมีแผ่นข้างหน้านะแผ่นกลางที่เป็นสีดำแล้วก็ข้างหลังไหม

1295
01:07:52,239 --> 01:07:56,176
กระดาษคาร์บอนที่เป็นสีดำตรงกลางอ่ะเอาไว้ทำสำเนาน่ะ

1296
01:07:57,354 --> 01:07:57,867
ถูก

1297
01:07:58,156 --> 01:07:58,633
นะคะ

1298
01:07:58,988 --> 01:08:00,390
เราเรียกว่า Copy หรือ

1299
01:08:00,852 --> 01:08:03,058
ถ้าใช้กับเครื่องแบบนี้เราเรียกกระดาษ

1300
01:08:03,466 --> 01:08:04,659
คาร์บอนนะคะ

1301
01:08:05,019 --> 01:08:05,833
ใช้พิมพ์

1302
01:08:06,330 --> 01:08:08,480
ใช้กับเครื่องปริ้นที่เป็นบัตร

1303
01:08:08,616 --> 01:08:09,301
หัวเข็ม

1304
01:08:10,277 --> 01:08:10,769
นะคะ

1305
01:08:12,947 --> 01:08:13,209

1306
01:08:13,806 --> 01:08:18,324
ยังมีใช้อยู่นะคะส่วนมากมันจะเป็นแบบเครื่องปริ้นแบบพวกนี้นะคะ

1307
01:08:20,548 --> 01:08:22,475
เราจะเรียกพวกเครื่องปริ้นแบบดอท

1308
01:08:22,588 --> 01:08:23,257

1309
01:08:23,558 --> 01:08:26,572
พวกหัวเข็มที่ตอกลงไปนะคะแล้วก็เครื่องพิมพ์ชนิด

1310
01:08:26,736 --> 01:08:29,883
ที่ใช้วิธีการเคมีในการทำงานนะคะ

1311
01:08:30,066 --> 01:08:31,383
เราเรียกว่านอนอิมแพค

1312
01:08:31,687 --> 01:08:35,765
ปริ้นเตอร์แบบชนิดไม่ตอกหัวเข็มแต่ใช้วิธีการแบบ

1313
01:08:35,855 --> 01:08:36,864
พ่นพ่นหมึก

1314
01:08:37,023 --> 01:08:37,987
ผ่านความร้อน

1315
01:08:38,153 --> 01:08:43,151
จะได้ตัวหนังสือออกมาอย่างนี้ค่ะก็จะมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ปริ้น

1316
01:08:43,474 --> 01:08:45,470
อิงค์เจ็ทหรือว่าเธอมอบปริ้น

1317
01:08:45,755 --> 01:08:46,181
นะคะ

1318
01:08:49,655 --> 01:08:51,861
รู้จักเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ไหมคะ

1319
01:08:53,841 --> 01:08:55,771
รู้จักเลเซอร์ปริ้นเตอร์ไหม

1320
01:08:57,139 --> 01:08:58,698
Inkjet Printer ราคา

1321
01:09:02,714 --> 01:09:03,715
หมึกแบบไหน

1322
01:09:05,233 --> 01:09:07,265
เลเซอร์นี้ไม่ได้ใช้หมึกหรือ

1323
01:09:09,350 --> 01:09:10,275
เป็นแบบไหน

1324
01:09:13,553 --> 01:09:15,691
หมึกของ Laser เป็นอย่างไรคะ

1325
01:09:17,802 --> 01:09:18,988
เป็นผงโทนเนอร์

1326
01:09:20,273 --> 01:09:21,678
หมึกอิงค์เจ็ทหรอคะ

1327
01:09:22,283 --> 01:09:23,816
เป็นน้ำเป็นสี

1328
01:09:24,315 --> 01:09:25,416
มีกี่สี

1329
01:09:28,330 --> 01:09:29,344
อะไรบ้าง

1330
01:09:30,013 --> 01:09:30,815
สีดำ

1331
01:09:32,101 --> 01:09:32,950
สีเหลือง

1332
01:09:35,204 --> 01:09:36,104
หมดแล้วหรือ

1333
01:09:37,539 --> 01:09:38,993
แม่สีมีสีอะไรบ้าง

1334
01:09:38,884 --> 01:09:41,091
น้ำเงิน

1335
01:09:44,197 --> 01:09:44,763
แดง

1336
01:09:45,887 --> 01:09:46,506
เหลือง

1337
01:09:47,318 --> 01:09:48,587
กรรมที่เป็นแม่สีไหม

1338
01:09:49,027 --> 01:09:49,571
No

1339
01:09:52,410 --> 01:09:56,008
มันเป็นโหมด 1 ไงสีดำแต่ไม่ใช่แม่สี

1340
01:09:56,222 --> 01:09:56,724
นะคะ

1341
01:09:58,267 --> 01:10:00,018
ครูถามแม่สีไงนะคะ

1342
01:10:01,121 --> 01:10:03,544
จักรพันธ์เริ่มเรียนเยอะแล้วเริ่มงง

1343
01:10:08,324 --> 01:10:09,626
ไม่ตั้งใจฟังเลย

1344
01:10:11,809 --> 01:10:16,816
เลเซอร์ก็จะมี 4 สีเหมือนกันนะคะก็คือมีสีดำแยกออกมานะคะ

1345
01:10:17,121 --> 01:10:19,120
แล้วก็เป็นเลเซอร์ 4 นะคะ

1346
01:10:19,542 --> 01:10:21,701
ก็จะมีโทนเนอร์ที่เป็นแบบ

1347
01:10:22,107 --> 01:10:24,989
หมึกผงนะหมึกโทนเนอร์น่ะจะเห็นนะ

1348
01:10:25,347 --> 01:10:27,604
มันจะเป็นเม็ดผงละเอียดเลยค่ะ

1349
01:10:27,907 --> 01:10:29,941
แต่โดนมื้อนี่เปื้อนเลยค่ะ

1350
01:10:31,107 --> 01:10:32,372
นะคะเพื่อนเลยค่ะ

1351
01:10:32,971 --> 01:10:33,996
เป็นฝุ่น

1352
01:10:34,363 --> 01:10:35,315
เปื้อนเลยค่ะ

1353
01:10:35,468 --> 01:10:38,053
ถ้าโดนมือนะคะอันนี้คือหมึกเลเซอร์

1354
01:10:38,169 --> 01:10:40,201
ถ้าเอง 7 ก็จะเป็นน้ำนะคะ

1355
01:10:40,461 --> 01:10:41,647
แบบไหนปริ้นดี

1356
01:10:45,706 --> 01:10:47,097
จริงหรือเปล่า

1357
01:10:51,845 --> 01:10:55,363
แต่ร้านถ่ายรูปนี่เขาไม่ค่อยใช้เลเซอร์นะ

1358
01:10:56,868 --> 01:10:57,878
เขาจะใช้

1359
01:10:58,203 --> 01:10:58,826
อิงค์เจ็ท

1360
01:11:00,963 --> 01:11:01,484
นะคะ

1361
01:11:02,825 --> 01:11:05,867
คือด้วยความที่หมึกเลเซอร์มันจะแพง

1362
01:11:06,931 --> 01:11:07,510
นะคะ

1363
01:11:07,974 --> 01:11:09,616
เพราะว่าเขาขายเป็น

1364
01:11:10,247 --> 01:11:11,216
กล่องนะ

1365
01:11:11,557 --> 01:11:12,971
เขาเรียกโทนเนอร์น่ะ

1366
01:11:13,429 --> 01:11:15,754
1 กล่องน่ะเขาเรียก 1 โทนเนอร์

1367
01:11:15,794 --> 01:11:18,403
เพราะฉะนั้นมันก็ขายเหมือนกับอีก 7

1368
01:11:18,665 --> 01:11:23,994
อิงค์เจ็ทคือ 1 4 ก็คือ 1 กระปุกใช่ไหมคะแล้วจะมองเห็นกระปุกเล็กๆอ่ะ

1369
01:11:24,078 --> 01:11:29,944
แต่ถ้าเป็นโทนเนอร์ก็จะใหญ่ๆหน่อยนะคะ 1 หลอดน่ะก็คือ 1 สีเหมือนกันนะคะ

1370
01:11:30,035 --> 01:11:30,364

1371
01:11:30,508 --> 01:11:31,986
เพราะฉะนั้นถ้าซื้อ

1372
01:11:32,471 --> 01:11:34,171
ถ้าจักรพันธ์ไปซื้อ

1373
01:11:35,900 --> 01:11:38,116
Laser Printer แบบดำ

1374
01:11:38,351 --> 01:11:39,353
ดำอย่างเดียว

1375
01:11:39,790 --> 01:11:45,695
เราก็ได้ใช้ได้แค่สีดำนะคะแต่ถ้าเกิดเราซื้อปริ้นเตอร์แบบเป็นเป็นสีเลยด้วย

1376
01:11:45,489 --> 01:11:48,119
เราต้องใส่หมึกเข้าไปกี่หลอด

1377
01:11:48,943 --> 01:11:49,745
4 หลอด

1378
01:11:49,919 --> 01:11:50,423
นะคะ

1379
01:11:50,659 --> 01:11:53,728
ก็คือแม่สี 3 สีนั้นแล้วก็สีดำ

1380
01:11:54,254 --> 01:11:56,593
แล้วถ้าสีใดสีหนึ่งมันหมด

1381
01:11:58,512 --> 01:11:59,601
ยังปริ้นได้ไหม

1382
01:12:00,791 --> 01:12:02,633
ได้แต่มันก็จะ

1383
01:12:03,500 --> 01:12:04,698
ไม่มีสีนั้น

1384
01:12:04,921 --> 01:12:08,688
คือสิอื่นในโลกนี้นี่มันเกิดจากการผสมสี

1385
01:12:09,305 --> 01:12:11,109
ขอแม่สี 3 สีนั่นแหละ

1386
01:12:11,578 --> 01:12:14,448
เพราะฉะนั้นถ้าสีแดงหมดอย่างนี้นี่คะ

1387
01:12:14,662 --> 01:12:19,060
เราปริ้นอาจจะไม่มีโทนสีแดงสีชมพูสีอันนี้เลยนะคะ

1388
01:12:19,159 --> 01:12:26,652
คือสีที่เกิดจากสีแดงน่ะก็จะไม่มีมันก็จะเอาไปทางน้ำเงินไปทางเหลืองน่ะมันจะเป็นแบบนั้นแต่ยังปริ้นได้อยู่นะคะ

1389
01:12:27,199 --> 01:12:28,005
OK

1390
01:12:28,559 --> 01:12:31,471
คราวนี้รู้จักเครื่องปริ้นที่เป็นแบบนี้ไหมคะ

1391
01:12:32,761 --> 01:12:33,995
เรียก Potter ไหม

1392
01:12:35,258 --> 01:12:36,899
ไม่ใช่แฮรี่พอตเตอร์นะ

1393
01:12:36,783 --> 01:12:40,429
เอาไว้ปริ้นไวนิล

1394
01:12:40,805 --> 01:12:42,611
Potter เอาไว้ปริ้นพวก

1395
01:12:42,710 --> 01:12:44,127
ป้ายใหญ่ๆน่ะ

1396
01:12:44,319 --> 01:12:44,857
นะคะ

1397
01:12:46,649 --> 01:12:50,907
พวกภาพกราฟฟิกนะคะหรือว่าข้อความนะคะที่ใหญ่ๆนะคะ

1398
01:12:51,418 --> 01:12:54,488
ปริ้นบนผืนผ้าใบหนานะคะผืนผ้า

1399
01:12:54,937 --> 01:12:56,290
เรียก Potter นะคะ

1400
01:12:56,667 --> 01:13:03,507
อีกหน่วยหนึ่งนะคะหน่วยสุดท้ายก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะแต่ตัวนี้เราจะพูดถึงหน่วยเก็บข้อมูล

1401
01:13:03,638 --> 01:13:04,696
ลองนะคะ

1402
01:13:04,804 --> 01:13:09,919
ก็คือ secondary Storage หน่วยเก็บข้อมูลสำรองมีหลายประเภทด้วยกันเช่น

1403
01:13:10,516 --> 01:13:15,212
สมัยก่อนนะคะสมัยที่ใช้คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 อยู่ที่ 2 นี่แล้วจะใช้

1404
01:13:15,622 --> 01:13:16,968
หน่วยเก็บข้อมูล

1405
01:13:17,275 --> 01:13:20,569
เป็นแบบไม่ได้ติดเทปไม่ได้ติดเทปเป็นอย่างไรเอ่ย

1406
01:13:23,113 --> 01:13:24,881
อันนี้มีในข้อสอบด้วยนะคะ

1407
01:13:25,276 --> 01:13:28,334
Magnetic Tape มันก็จะเป็นหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

1408
01:13:29,687 --> 01:13:30,670
เป็นเหมือนกับ

1409
01:13:31,934 --> 01:13:34,170
เคยเห็นม้วนหนังกลางแปลงไหมคะ

1410
01:13:35,503 --> 01:13:36,494
เกิดทันด้วยหรือ

1411
01:13:39,403 --> 01:13:41,249
ตอนนี้ก็มีหรือหนังกลางแปลง

1412
01:13:41,800 --> 01:13:43,568
ม้วนหนังน่ะเคยเห็นไหม

1413
01:13:44,022 --> 01:13:45,926
อันนั้นน่ะคือเทปแม่เหล็ก

1414
01:13:46,825 --> 01:13:47,285
นะคะ

1415
01:13:47,925 --> 01:13:51,929
คือเวลาเขาเอามาใช้มันจะเป็นม้วนใหญ่ๆนะม้วน

1416
01:13:52,077 --> 01:13:52,559
เหมือน

1417
01:13:52,696 --> 01:13:53,873
เหมือนฟิล์มถ่ายรูป

1418
01:13:54,814 --> 01:13:56,712
อันนั้นคือเทปแม่เหล็กนะคะ

1419
01:13:57,221 --> 01:14:00,661
คือคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆนี้ค่ะคอมพิวเตอร์

1420
01:14:01,141 --> 01:14:04,845
ที่เรียงลำดับตามประสิทธิภาพนะคะคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ๆนะคะ

1421
01:14:04,939 --> 01:14:05,763
เต็มห้องเลย

1422
01:14:06,496 --> 01:14:09,305
ใหญ่สุดประสิทธิภาพสูงสุดเรียกว่า

1423
01:14:11,760 --> 01:14:12,587
เรียกว่า

1424
01:14:13,090 --> 01:14:14,627
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

1425
01:14:14,834 --> 01:14:19,755
เปล่าคะมันก็จะใช้กับพวก Magnetic Tape ในการเก็บข้อมูลนะคะ

1426
01:14:22,713 --> 01:14:23,578
ต่อไป

1427
01:14:23,954 --> 01:14:25,754
ก็จะมาเป็น magnetic

1428
01:14:25,914 --> 01:14:27,009
this นะคะ

1429
01:14:27,313 --> 01:14:28,028
จานแม่เหล็ก

1430
01:14:29,294 --> 01:14:33,451
สารแม่เหล็กเป็นอย่างไรจานแม่เหล็กให้นึกถึงง่ายๆว่า

1431
01:14:35,569 --> 01:14:36,548
มีนะคะ

1432
01:14:36,974 --> 01:14:37,689
ฮาร์ดดิสก์

1433
01:14:38,194 --> 01:14:38,824
เป็น

1434
01:14:38,958 --> 01:14:40,349
ลักษณะของ magnetic

1435
01:14:40,473 --> 01:14:42,686
จานแม่เหล็กเหมือนกันนะคะ

1436
01:14:42,913 --> 01:14:44,711
แต่การเข้าถึงข้อมูล

1437
01:14:45,032 --> 01:14:47,141
เข้าถึงได้แบบ Direct message

1438
01:14:47,349 --> 01:14:51,995
คือเข้าถึงได้โดยตรงเก็บในปริมาณมากๆนะคะเพราะเขาบอกว่าเก็บ

1439
01:14:52,109 --> 01:14:53,288
ได้มากกว่าเทปแม่เหล็ก

1440
01:14:53,370 --> 01:14:57,978
แบบเดิมน่ะค่ะขนาดเล็กกว่าจะเก็บข้อมูลได้มากกว่านะคะ

1441
01:14:58,407 --> 01:15:00,499
การทำงานเร็วกว่านะคะ

1442
01:15:00,730 --> 01:15:01,715
อันนี้คือ

1443
01:15:02,769 --> 01:15:05,505
จากแม่เหล็กนะคะก็คือ hdd นะคะ

1444
01:15:07,650 --> 01:15:09,386
ดูหน้าตาฮาร์ดดิสซิ

1445
01:15:09,570 --> 01:15:11,079
มันจะเป็นแบบนี้นะคะ

1446
01:15:12,170 --> 01:15:15,220
มีพลาสเตอร์เลี้ยงอยู่แต่ละแผ่นที่เก็บ

1447
01:15:15,532 --> 01:15:17,291
ข้อมูลนะคะและฮาร์ดดิสก์

1448
01:15:17,388 --> 01:15:17,918
กระจับ

1449
01:15:18,010 --> 01:15:19,122
เก็บข้อมูล

1450
01:15:19,458 --> 01:15:23,799
แบบเป็น segment ลงไปอีกนะคะเป็นวงเป็นขนาดย่อยลงไปนะคะ

1451
01:15:24,306 --> 01:15:25,601
อันนี้คือฮาร์ดดิส

1452
01:15:26,303 --> 01:15:29,038
แล้วก็จะมีสื่อเก็บข้อมูลประเภท

1453
01:15:29,419 --> 01:15:30,356
Optical Disc

1454
01:15:30,488 --> 01:15:30,943
นะคะ

1455
01:15:30,834 --> 01:15:32,952
Optical Disc หมายถึง

1456
01:15:33,829 --> 01:15:39,351
สื่อประเภทที่ใช้แบบเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการอ่านเขียนน่ะนะคะ

1457
01:15:40,175 --> 01:15:44,830
ตอนนี้ราคาไม่แพงแล้วที่เรารู้จักน่าจะเป็น CD ROM

1458
01:15:45,309 --> 01:15:47,586
DVD อะไรพวกนี้นะคะ

1459
01:15:47,930 --> 01:15:49,852
เราเรียกว่า Optical Disc

1460
01:15:50,649 --> 01:15:51,282
นะคะ

1461
01:15:52,667 --> 01:15:53,633
ต่อไป

1462
01:15:54,368 --> 01:15:59,090
ตอนนี้เราใช้เป็นแบบแฟลชมากกว่านะเก็บข้อมูลแบบแฟลช

1463
01:15:59,360 --> 01:16:01,307
แฟลตก็จะมีหลายตัว

1464
01:16:03,585 --> 01:16:09,747
คือพัฒนามาจากตัวหน่วยความจำที่เป็นแบบแฟลชนะคะเราเรียกว่า Flash Memory นะคะเช่น

1465
01:16:09,796 --> 01:16:10,660
การ์ดแฟลช

1466
01:16:10,683 --> 01:16:13,972
นะคะเราเรียก Card Compact Flash นะคะ

1467
01:16:15,270 --> 01:16:16,465
Memory Stick

1468
01:16:16,618 --> 01:16:23,650
หรือว่าการ์ด Smart Media ที่เรียกว่าการเก็บข้อมูลมัลติมีเดียพวกนี้นะคะรู้สึกมีภาพให้ดูอยู่

1469
01:16:23,949 --> 01:16:25,857
หน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลชนะคะ

1470
01:16:26,166 --> 01:16:27,243
เมมโมรี่

1471
01:16:27,114 --> 01:16:27,952
ติ๊ก

1472
01:16:28,170 --> 01:16:30,945
การมีเดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าตาจะเป็นแบบนี้นะคะ

1473
01:16:31,035 --> 01:16:32,072
พวก Flash Drive

1474
01:16:34,644 --> 01:16:36,452
พวกนี้นะคะหรือเป็นแบบ

1475
01:16:36,569 --> 01:16:38,688
การ์ดนะคะเราจะเห็นที่ไหน

1476
01:16:41,078 --> 01:16:43,031
สมาร์ทโฟนมีไหมคะ

1477
01:16:43,244 --> 01:16:46,820
หน่วยเก็บข้อมูลมีนะคะเป็นแบบการ์ดนะ

1478
01:16:47,725 --> 01:16:49,330
ราคาที่แยกออกมาจาก

1479
01:16:49,468 --> 01:16:49,929
ฟิล์ม

1480
01:16:53,893 --> 01:16:56,849
รุ่นหลังๆจะไม่มีนะคะจะไม่มีแล้ว

1481
01:16:59,868 --> 01:17:00,826
ใช่นะคะ

1482
01:17:01,785 --> 01:17:06,529
คือยิ่งมันมีอุปกรณ์ให้ใช้เยอะมันก็จะทำให้ตัวอุปกรณ์นั้นน่ะ

1483
01:17:06,703 --> 01:17:07,605
ตัวเครื่อง

1484
01:17:07,505 --> 01:17:14,531
ตัว Smart Phone เรามันมีขนาดใหญ่มันหนักนะคะเขาก็พยายามทำให้ขนาดเล็กลงบางลง

1485
01:17:14,860 --> 01:17:17,493
เบานะคะใช้งานได้ง่าย

1486
01:17:17,590 --> 01:17:20,666
ราคาเขาก็พยายามเอาพวกหน่วยเก็บข้อมูล

1487
01:17:20,865 --> 01:17:24,352
หน่วยความจำอะไรพวกนี้ออกไปเป็นแบบฝังมากับตัวเครื่องเลย

1488
01:17:25,010 --> 01:17:26,296
ธนาคารนอกจากนี้

1489
01:17:26,796 --> 01:17:31,389
ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆอีกนะคะที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

1490
01:17:31,621 --> 01:17:32,364
นอกจาก

1491
01:17:32,623 --> 01:17:34,550
4 หน่วยที่กล่าวไปนะคะ

1492
01:17:35,116 --> 01:17:36,154
หน่วยอินพุต

1493
01:17:36,665 --> 01:17:38,526
หน่วยประมวลผล

1494
01:17:38,680 --> 01:17:39,732
หน่วย output

1495
01:17:39,612 --> 01:17:42,220
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะ

1496
01:17:43,096 --> 01:17:43,890
อย่างเช่น

1497
01:17:45,207 --> 01:17:48,281
แผงวงจรหลักนะคะหรือเมนบอร์ด

1498
01:17:48,879 --> 01:17:53,736
หรือส่วนที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น US

1499
01:17:53,855 --> 01:17:55,350
byyeah

1500
01:17:55,188 --> 01:18:03,365
พาเหรดพวกนี้นะคะอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารข้อมูลการเช่นโมเด็มหรืออุปกรณ์สำรองข้อมูลน่ะค่ะ

1501
01:18:03,511 --> 01:18:03,826

1502
01:18:04,054 --> 01:18:06,826
กรองข้อมูลหรือสำรองไฟนะคะ

1503
01:18:07,058 --> 01:18:08,594
เราเรียก UPS

1504
01:18:08,743 --> 01:18:10,665
นะคะเครื่องสำรองไฟ

1505
01:18:11,417 --> 01:18:14,712
ทุกเครื่องมีห้องสำรองไฟเป็นของตัวเองไหมคะ

1506
01:18:18,685 --> 01:18:23,293
กำลังจะบอกว่าก้มลงใต้โต๊ะแล้วดูเครื่องสำรองไฟอะไม่มี

1507
01:18:23,817 --> 01:18:26,234
มีมีมีเครื่องครูนี่มี

1508
01:18:28,118 --> 01:18:31,487
จะมีเครื่องข้างหน้านะคะที่มีเครื่องสำรองไฟอยู่

1509
01:18:32,916 --> 01:18:36,841
อันนี้คือเมนบอร์ดนะคะครูบอกว่านอกเหนือจาก

1510
01:18:36,969 --> 01:18:38,517
กลอนที่เป็น

1511
01:18:39,225 --> 01:18:40,739
หน่วยรับข้อมูล

1512
01:18:40,857 --> 01:18:45,525
หน่วยประมวลผลหน่วยแสดงผลและหน่วยเก็บข้อมูลสำรองแล้วนะคะ

1513
01:18:45,755 --> 01:18:47,270
ก็ยังมีเมนบอร์ดค่ะ

1514
01:18:47,665 --> 01:18:51,144
เมนบอร์ดคืออะไรก็คือหน้าตาประมาณนี้ล่ะคะ

1515
01:18:51,734 --> 01:18:54,004
ที่ครูถามจักรพันธ์ไปว่า

1516
01:18:54,434 --> 01:18:56,173
สล็อตแบบไหนนะคะ

1517
01:18:57,796 --> 01:18:59,449
สล็อตมันจะมี 1 แบบ

1518
01:19:00,330 --> 01:19:01,028
2 แบบ

1519
01:19:01,873 --> 01:19:02,595
3 แบบ

1520
01:19:04,431 --> 01:19:07,967
อันนี้เฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่บนเมนบอร์ดนะคะ

1521
01:19:08,223 --> 01:19:09,794
Slot ที่อยู่บนเมนบอร์ด

1522
01:19:12,392 --> 01:19:21,005
อันนี้เราเรียกว่าแผงวงจรหลักที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ตื๊ดๆแล้วก็จะมี USB ตอนนี้ US

1523
01:19:20,999 --> 01:19:22,830
มีถึงเวอร์ชั่นไหนแล้วคะ

1524
01:19:23,714 --> 01:19:24,381
3

1525
01:19:27,079 --> 01:19:29,314
USB ถึงเวอร์ชั่นไหน

1526
01:19:29,753 --> 01:19:31,911
3 ต่างจาก 2 อย่างไร

1527
01:19:33,110 --> 01:19:34,522
ความเร็วนะคะ

1528
01:19:35,815 --> 01:19:38,746
ในการถ่ายโอนข้อมูลนะคะ 3 จะเร็ว

1529
01:19:38,937 --> 01:19:40,910
แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมี port

1530
01:19:40,991 --> 01:19:42,010
3 นะคะ

1531
01:19:43,689 --> 01:19:49,033
ต่อไปนะคะอันนี้คือ port USB นะคะใช้มาตรฐาน US

1532
01:19:49,141 --> 01:19:49,645

1533
01:19:49,489 --> 01:19:52,754
yy

1534
01:19:53,118 --> 01:19:54,926
เคยได้ยินพอร์ตนี้ไหมคะ

1535
01:19:55,374 --> 01:19:56,894
ไม่ใช่ WiFi นะคะ

1536
01:19:57,329 --> 01:19:58,863
นักศึกษาจะรู้จัก

1537
01:19:59,011 --> 01:19:59,827
WiFi

1538
01:20:00,895 --> 01:20:02,892
แต่ในที่นี้เราดู

1539
01:20:04,650 --> 01:20:05,799
Wifi ใช้

1540
01:20:05,928 --> 01:20:06,878
อะไรเลย

1541
01:20:07,407 --> 01:20:08,587
เป็นพอร์ตแบบไหน

1542
01:20:08,989 --> 01:20:11,613
เคยเห็นพอร์ตแบบไฟล์ไหมคะ

1543
01:20:12,249 --> 01:20:14,935
ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า USB

1544
01:20:15,971 --> 01:20:17,327
ต้องเคยใช้งาน

1545
01:20:19,126 --> 01:20:20,048
แบบไหน

1546
01:20:22,789 --> 01:20:23,447
หัวเล็ก

1547
01:20:23,912 --> 01:20:25,190
ขวดเล็กแบบนี้ค่ะ

1548
01:20:25,775 --> 01:20:26,429
แบบนี้

1549
01:20:29,818 --> 01:20:33,011
จะอยู่ที่อุปกรณ์ไหนหัวแบบนี้หัวเล็กๆ

1550
01:20:36,871 --> 01:20:37,929
ต้องไปสังเกต

1551
01:20:39,508 --> 01:20:41,355
กล้องไม่ได้ถ่ายภาพ

1552
01:20:41,487 --> 01:20:43,715
โอนข้อมูลผ่าน USB นะคะ

1553
01:20:45,260 --> 01:20:49,954
อุปกรณ์ที่กล้องถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นกล้องขนาดใหญ่น่ะ

1554
01:20:50,134 --> 01:20:50,598

1555
01:20:51,044 --> 01:20:51,990
จะใช้แบบ

1556
01:20:52,426 --> 01:20:55,656
เราสังเกตหัวมาตรฐานหัวจะเป็นแบบ WiFi

1557
01:20:56,004 --> 01:20:57,765
นะคะมันจะถ่ายโอนข้อมูล

1558
01:20:58,049 --> 01:20:59,342
ใหญ่ๆได้เร็ว

1559
01:20:59,639 --> 01:21:01,364
ได้เร็วกว่า USB นะคะ

1560
01:21:01,786 --> 01:21:03,671
ต่อไปอินฟาเรดนะคะ

1561
01:21:04,025 --> 01:21:09,521
อินฟราเรดก็คือส่งข้อมูลได้ระยะสั้นๆนะคะไม่มีสิ่งกีดขวางเช่น

1562
01:21:10,181 --> 01:21:13,413
เครื่องปริ้นแบบอินฟราเรดนะคะเราก็ตั้ง

1563
01:21:14,180 --> 01:21:15,750
ตัวคอมพิวเตอร์นะคะ

1564
01:21:15,986 --> 01:21:20,504
กับเครื่องปริ้นให้อยู่ใกล้ๆกันแล้วก็หันตัวส่วนที่เป็นอินฟาเรดน่ะ

1565
01:21:20,654 --> 01:21:23,679
ให้มันตรงกันนะคะแล้วก็สามารถสั่งปริ้นด้วย

1566
01:21:24,300 --> 01:21:26,259
ได้โดยไม่ต้องใช้สายนะคะ

1567
01:21:26,633 --> 01:21:28,037
OK Modem

1568
01:21:29,978 --> 01:21:34,540
ข้อสอบได้กี่ข้อแล้วในข้อสอบถามว่าโมเด็มใช้ทำอะไร

1569
01:21:35,594 --> 01:21:37,273
หน้าที่ของโมเด็ม

1570
01:21:38,163 --> 01:21:40,895
เครื่องทุกเครื่องจำเป็นต้องมีโมเด็มไหมคะ

1571
01:21:42,412 --> 01:21:43,397
จำเป็นไหม

1572
01:21:46,361 --> 01:21:49,671
ถ้าไม่มีโมเด็มคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ไหม

1573
01:22:00,818 --> 01:22:03,831
ถามว่าคำถามที่ 1 คอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง

1574
01:22:04,010 --> 01:22:06,546
จำเป็นต้องมีโมเด็มไหมไม่จำเป็น

1575
01:22:07,198 --> 01:22:11,333
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีเมนบอร์ดใหม่จำเป็นนะคะ

1576
01:22:11,480 --> 01:22:14,605
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีแรมไหม

1577
01:22:14,782 --> 01:22:15,608
จำเป็นค่ะ

1578
01:22:15,963 --> 01:22:18,749
แต่ว่าโมเด็มไม่มีก็ได้แต่ถ้าไม่มี

1579
01:22:20,310 --> 01:22:21,743
มันจะเป็นอย่างไรคะ

1580
01:22:25,467 --> 01:22:27,218
เชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้

1581
01:22:27,532 --> 01:22:30,275
อย่างนั้นถามต่อไปโมเด็มใช้ทำอะไร

1582
01:22:31,640 --> 01:22:33,177
รับหรือส่ง

1583
01:22:34,449 --> 01:22:35,830
เชื่อง่ายจังเลย

1584
01:22:37,747 --> 01:22:39,081
กูถามรับหรือส่ง

1585
01:22:39,238 --> 01:22:40,934
ส่งให้คิดก่อนสิ

1586
01:22:41,501 --> 01:22:45,694
โมเด็มนะคะมาจาก 2 คำ Modem นี้เป็นตัวย่อนะคะ

1587
01:22:46,278 --> 01:22:48,784
หมู่ตัวแรกมาจากคำว่า mold

1588
01:22:49,034 --> 01:22:50,242
d e m

1589
01:22:50,359 --> 01:22:54,280
มาจากคำว่า diebold แปลว่าอะไรหมายถึงอะไร

1590
01:22:54,437 --> 01:22:56,664
Modem น่ะเป็นตัวย่อ

1591
01:22:56,918 --> 01:22:59,448
modals หมายถึง

1592
01:23:02,288 --> 01:23:03,414
โมเด็มใช้

1593
01:23:04,218 --> 01:23:05,422
ใช้ทำอะไร

1594
01:23:05,897 --> 01:23:07,234
ทำงานอย่างไร

1595
01:23:10,115 --> 01:23:13,557
หน้าที่ของโมเด็มคือแปลงสัญญาณจาก

1596
01:23:18,459 --> 01:23:19,302
อย่างเดียว

1597
01:23:24,795 --> 01:23:28,449
ถ้าตอบแบบนี้นี่นะข้อสอบที่จะถูกไหมนะ

1598
01:23:29,815 --> 01:23:30,726
จะถูกไหมนะ

1599
01:23:41,634 --> 01:23:44,223
ใน Choice จะยาวขนาดนี้ไหมนะ

1600
01:23:46,883 --> 01:23:49,908
เขาคงไม่ถามว่า Modem มาจากคำว่าอะไร

1601
01:23:50,033 --> 01:23:54,010
แต่คงถามว่าโมเด็มใช้ทำอะไรนะคะใช้แปลงสัญญาณนะคะ

1602
01:23:54,414 --> 01:23:56,777
แปลงจากอะไรเป็นอะไร

1603
01:23:58,115 --> 01:23:58,935
อย่างเดียว

1604
01:24:01,218 --> 01:24:03,398
แปลงไปและกลับด้วยสิ

1605
01:24:03,697 --> 01:24:07,443
สัญญาณในคอมพิวเตอร์นี้ทำงานโดยใช้สัญญาณอะไรคะ

1606
01:24:07,686 --> 01:24:09,087
เครื่องคอมพิวเตอร์นี้

1607
01:24:09,253 --> 01:24:10,958
ทำงานโดยใช้สัญญาณอะไร

1608
01:24:14,609 --> 01:24:17,451
ทำงานด้วยระบบสัญญาณดิจิทัล

1609
01:24:18,123 --> 01:24:18,955
แต่เวลาจะ

1610
01:24:19,179 --> 01:24:21,742
ส่งข้อมูลผ่านสายไปต้องแปลงก่อน

1611
01:24:22,541 --> 01:24:27,934
พูดถึงว่าถ้าเราซื้อคอมพิวเตอร์มาถ้าเราไม่เชื่อมต่อเครือข่ายใช้คนเดียว

1612
01:24:28,130 --> 01:24:32,410
ที่บ้านไม่จำเป็นต้องมีโมเด็มถ้าเขาถามจะเอาโมเด็มหรือเอา Flash Drive

1613
01:24:32,966 --> 01:24:35,271
เอา Flash Drive ดีกว่าถ้าเราไม่เชื่อมต่อกับใคร

1614
01:24:36,060 --> 01:24:46,060
แต่ Flash Drive เอามาเราต้องมาต่อเน็ตเราต้องมีโมเด็มซึ่งโมเด็มก็จะมีหลายประเภทอีกนะคะหน้าที่ของโมเด็มนะคะโมตัวแรกนี่ก็คือแปลงสัญญาณดิจิตอล Digital ไปเป็น analog เพราะเวลาวิ่งไปตามสายสัญญาณดิจิตอลตามสายไม่ได้นะคะมันต้องวิ่งเป็นอันละดอกก่อน

1615
01:24:52,468 --> 01:24:53,563
เป็นสัญญาณเว็บ

1616
01:24:53,775 --> 01:24:54,113

1617
01:24:54,679 --> 01:24:55,971
เป็นคลื่นก่อนนะคะ

1618
01:24:55,861 --> 01:25:00,541
แต่พอไปถึงอีกครึ่งนึงมาถึงแปลงสัญญาณที่เป็นคลื่นนั้นน่ะ

1619
01:25:00,609 --> 01:25:01,656
กลับไปเป็น analog

1620
01:25:02,031 --> 01:25:05,796
เป็นดิจิตอลเหมือนเดิมดิจิตอลก็คือสัญญาณที่เป็นสูงต่ำนะ

1621
01:25:06,188 --> 01:25:09,208
01 คือสัญญาณดิจิตอลจำได้ไหมคะ

1622
01:25:09,563 --> 01:25:12,224
ถ้าเปิดระบบก็แทนด้วย 1 ถ้าปิด

1623
01:25:12,468 --> 01:25:12,931
0

1624
01:25:13,486 --> 01:25:14,817
มันมีสูงสุด

1625
01:25:15,098 --> 01:25:15,693
ต่ำสุด

1626
01:25:15,813 --> 01:25:16,131

1627
01:25:16,448 --> 01:25:17,150
ยาน

1628
01:25:17,446 --> 01:25:18,208
OK

1629
01:25:21,189 --> 01:25:21,485

1630
01:25:21,807 --> 01:25:27,444
โมเด็มก็จะมีหลายประเภทนะคะมี Internal Modem ก็คือเป็นการ์ดแบบนี้การ์ด model

1631
01:25:27,614 --> 01:25:29,107
ที่ Slot ไหน

1632
01:25:30,792 --> 01:25:31,781
ในเมนบอร์ด

1633
01:25:33,789 --> 01:25:35,744
เอาแบบ Internal Modem ก่อน

1634
01:25:35,607 --> 01:25:36,248

1635
01:25:37,575 --> 01:25:39,112
โมเด็มเสียบที่

1636
01:25:40,328 --> 01:25:41,181
สล็อตไหน

1637
01:25:42,532 --> 01:25:43,209
ถูกหรือเปล่า

1638
01:25:45,587 --> 01:25:46,339
Modem นะ

1639
01:25:47,089 --> 01:25:49,937
ถ้าไปเสียบตรงการ์ดจอแล้วการ์ดจอเสียบที่ไหนล่ะ

1640
01:25:56,383 --> 01:26:00,164
คิดดีๆถ้าเราเรียกสล็อตของการ์ดจอแล้วเราจะเอาสล็อต

1641
01:26:00,155 --> 01:26:00,957
ไปเสียบโมเด็ม

1642
01:26:03,562 --> 01:26:03,834

1643
01:26:03,946 --> 01:26:11,184
เอาแบบ Internal ก่อน Internal นี่นะดูหน้าตาโมเด็มไว้นะตอนนี้มันมีการ์ดจอการ์ดเสียงแล้วก็การ์ด model

1644
01:26:13,177 --> 01:26:15,472
โดยรูปลักษณ์ของมันเหมือนกันไหมคะ

1645
01:26:17,089 --> 01:26:18,136
ต่างกันตรงไหน

1646
01:26:19,509 --> 01:26:21,896
ตรง Slot นะคะต้องถอดของมันนี่แหละ

1647
01:26:22,363 --> 01:26:23,927
ย้อนกลับมาเมนบอร์ดซิ

1648
01:26:26,974 --> 01:26:28,740
นี่โมเด็มเสียบตรงไหนคะ

1649
01:26:32,007 --> 01:26:32,669
1

1650
01:26:33,192 --> 01:26:34,554
23

1651
01:26:37,530 --> 01:26:41,249
1 2 3 ใครว่า 1 ยกมือ

1652
01:26:42,812 --> 01:26:44,519
Modem ต้องเสียบตรงนี้แหละ

1653
01:26:44,723 --> 01:26:45,820
กูจะฆ่ามันแล้ว

1654
01:26:48,101 --> 01:26:48,754
2

1655
01:26:50,572 --> 01:26:51,230
3

1656
01:26:57,760 --> 01:26:59,076
ย้อนกลับไปให้ดู

1657
01:26:59,215 --> 01:27:00,223
หน้าตาโมเด็ม

1658
01:27:01,302 --> 01:27:05,771
Internal Modem มันจะเป็นหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะอย่างนี้เลยนี่เลย

1659
01:27:06,362 --> 01:27:09,637
ดูค่ะมันค่ะมันคือตรงไหนนี่ค่ะคือขามัน

1660
01:27:10,183 --> 01:27:13,715
ตรงนี้คือขามันที่จะเอาไปเสียบต่อกับเมนบอร์ด

1661
01:27:13,872 --> 01:27:18,568
ครูถามว่าถ้าขาเป็นหน้าตาแบบนี้มันจะเอาไปเสียบกับ

1662
01:27:18,641 --> 01:27:19,282
สล็อตไหน

1663
01:27:23,861 --> 01:27:25,201
นี่แบบไหน

1664
01:27:27,600 --> 01:27:28,343
1

1665
01:27:28,700 --> 01:27:29,291
2

1666
01:27:29,898 --> 01:27:31,133
2 ไม่มีอันเดียวนะ

1667
01:27:31,258 --> 01:27:31,763
3

1668
01:27:33,261 --> 01:27:34,042
วิเคราะห์

1669
01:27:34,204 --> 01:27:35,441
ตามความน่าจะเป็น

1670
01:27:35,578 --> 01:27:37,007
อันนี้ทำไมมีหลายช่อง

1671
01:27:39,457 --> 01:27:41,360
ก็แปลว่าเสียบได้หลายอันใช่หรือเปล่า

1672
01:27:41,699 --> 01:27:45,612
เรานึกถึงหลักทางวิศวกรรมศาสตร์ที่เขาออกแบบมา

1673
01:27:45,687 --> 01:27:49,363
อะไรที่คอมพิวเตอร์สามารถใส่ได้เยอะ

1674
01:27:50,138 --> 01:27:51,606
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

1675
01:27:51,759 --> 01:27:52,955
เขาเรียกการอ่าน

1676
01:27:53,119 --> 01:27:53,485
เกรด

1677
01:27:54,177 --> 01:27:56,424
แต่ถ้าเกิดพัฒนาหรือ

1678
01:27:56,556 --> 01:27:58,226
up ทางด้านซอฟแวร์นี่

1679
01:27:58,299 --> 01:28:01,380
เราเลือกการอัพเดทนะคะเรียกให้ถูกนะคะ

1680
01:28:01,595 --> 01:28:05,488
เรียนพื้นฐานไปแล้วอย่างเช่นเราลงซอฟแวร์ตัวนี้

1681
01:28:05,754 --> 01:28:07,535
แล้วมันมีการอัพเวอร์ชั่นนี้

1682
01:28:07,717 --> 01:28:09,601
เราเรียกว่าการอัพเดท

1683
01:28:09,754 --> 01:28:15,296
แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์มี 1 อยู่แล้วเอามาใส่อีก 2 3 4 อันนี้เราเรียกว่า

1684
01:28:15,419 --> 01:28:16,281
เกรดนะคะ

1685
01:28:16,678 --> 01:28:19,724
ครูถามว่าโมเด็มเสียบที่นี่ไหม

1686
01:28:20,398 --> 01:28:22,496
1 เครื่องมีโมเด็มเยอะไหม

1687
01:28:23,777 --> 01:28:26,257
จำเป็นต้องมีเยอะไหมถามอย่างนี้

1688
01:28:30,091 --> 01:28:31,950
อย่าพูดภาษาต่างด้าว

1689
01:28:33,343 --> 01:28:34,850
อันนี้เสียบเยอะ

1690
01:28:35,315 --> 01:28:37,786
เครื่องก็จะยิ่งเร็วก็เลยให้มาเยอะ

1691
01:28:38,454 --> 01:28:39,569
อันนี้มีกี่สล็อต

1692
01:28:40,735 --> 01:28:44,888
1 2 3 4 เลยค่ะน้ำเงินดำน้ำเงินดำ

1693
01:28:45,029 --> 01:28:46,910
อันนี้ทำไมให้มาอันเดียว

1694
01:28:47,136 --> 01:28:51,719
แปลว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแค่อันเดียวก็พออย่างนี้ป่ะอันนี้

1695
01:28:52,391 --> 01:28:54,460
อันนี้มีหลายอันดีไหม

1696
01:28:55,161 --> 01:28:58,869
อย่างนั้นบอกมาซิว่าสล็อตไหนเสียบอะไร 1

1697
01:28:59,137 --> 01:28:59,586
2

1698
01:28:59,742 --> 01:29:00,290
3

1699
01:29:00,403 --> 01:29:00,721

1700
01:29:00,878 --> 01:29:02,840
จักรพันธ์บอกอันนี้เสียบโมเด็ม

1701
01:29:03,966 --> 01:29:04,218

1702
01:29:04,101 --> 01:29:05,517
สราวุธ

1703
01:29:08,233 --> 01:29:09,096
ตอบมาค่ะ

1704
01:29:10,777 --> 01:29:12,719
สราวุธต่อ pci-e

1705
01:29:12,983 --> 01:29:14,311
มี pci หรือเปล่า

1706
01:29:16,157 --> 01:29:17,691
ถามไปถามมาเริ่มงง

1707
01:29:18,502 --> 01:29:19,295
ใครบอกวันนี้

1708
01:29:21,625 --> 01:29:22,906
ที่ไม่ตอบนี่คือ

1709
01:29:23,371 --> 01:29:24,346
จั๊กอะไรนะ

1710
01:29:26,729 --> 01:29:27,292

1711
01:29:28,019 --> 01:29:31,419
ปกติแล้วอันนี้เราเรียกว่า VGA Slot

1712
01:29:32,321 --> 01:29:33,912
VGA เอาไว้ทำอะไร

1713
01:29:34,659 --> 01:29:36,775
การ์ดจอเครื่องนึงมีหลายอันไหม

1714
01:29:37,475 --> 01:29:40,469
ส่วนมากมันก็ไม่ออนบอดก็

1715
01:29:41,178 --> 01:29:41,576
การ์ด

1716
01:29:42,783 --> 01:29:45,749
ฉะนั้นเราต้องเป็นจำเป็นต้องมีการ์ดจอแบบ

1717
01:29:45,858 --> 01:29:46,750
กราฟ 2 อัน

1718
01:29:47,407 --> 01:29:47,806

1719
01:29:49,929 --> 01:29:51,924
AGV อะไรก็ไม่รู้

1720
01:29:52,269 --> 01:29:56,619
นึกว่า ATV คู่ก็คิดอยู่อะไรนะคืออะไรสักอย่างหนึ่งนะ

1721
01:29:57,139 --> 01:29:58,501
อันนี้มีอันเดียวค่ะ

1722
01:29:58,783 --> 01:30:00,333
เอาไว้เสียบการ์ดจอ

1723
01:30:00,634 --> 01:30:02,309
ทำไมมันถึงต่างกัน

1724
01:30:02,691 --> 01:30:03,740
การ์ดจอนี่

1725
01:30:03,912 --> 01:30:05,682
มันต้องใช้ Slot พิเศษ

1726
01:30:06,200 --> 01:30:09,286
เพราะถ้าเป็นแบบนี้มันส่งข้อมูลได้ช้า

1727
01:30:10,256 --> 01:30:11,652
อันนี้เสียบอะไรบ้าง

1728
01:30:13,158 --> 01:30:14,157
Sound Card

1729
01:30:14,836 --> 01:30:15,673
โมเด็ม

1730
01:30:16,472 --> 01:30:17,218
มีอีกไหม

1731
01:30:17,699 --> 01:30:18,644
การ์ดอื่นล่ะ

1732
01:30:19,040 --> 01:30:19,736
การ์ดแลน

1733
01:30:19,880 --> 01:30:20,727
ได้นะคะ

1734
01:30:21,398 --> 01:30:22,180
อันนี้

1735
01:30:24,767 --> 01:30:26,521
ดูเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อยๆ

1736
01:30:27,049 --> 01:30:29,473
อันนี้เสียบการ์ดจออย่างเดียวนะคะ

1737
01:30:29,867 --> 01:30:30,934
อันนี้เสียบอะไร

1738
01:30:31,296 --> 01:30:31,799
Ram

1739
01:30:32,167 --> 01:30:32,684
นะคะ

1740
01:30:34,467 --> 01:30:35,500
โอเคไหมคะ

1741
01:30:38,077 --> 01:30:39,323
ถ้าปลาตายนี่

1742
01:30:39,626 --> 01:30:41,158
มาช่วยให้เราฉลาดหรือเปล่า

1743
01:30:49,754 --> 01:30:53,545
ตอนนี้ Modem มันไม่ได้มีแบบแค่ Internal นะ

1744
01:30:53,827 --> 01:30:55,732
มันจะมีแบบเป็นเครื่องอย่างนี้ค่ะ

1745
01:30:56,117 --> 01:30:57,236
External Modem

1746
01:30:57,336 --> 01:30:59,532
ก็คือเป็นเครื่องมันเลยเราก็เปิดกด

1747
01:30:59,748 --> 01:31:04,762
เปิดอย่างนี้ค่ะมันก็ขึ้นไฟว่าออนอยู่หรืออ๊อฟอะไรก็ว่าไป

1748
01:31:04,912 --> 01:31:07,049
หรือเป็นโมเด็มแบบพกพา

1749
01:31:07,701 --> 01:31:10,417
แต่ตอนนี้ไม่ค่อยใช้ใช้อะไรคะ

1750
01:31:10,607 --> 01:31:10,948

1751
01:31:12,277 --> 01:31:12,583

1752
01:31:13,113 --> 01:31:13,890
มันสะดวก

1753
01:31:14,142 --> 01:31:19,879
มันไม่ต้องถือโมเด็มก่อนหน้านี้เขาจะเรียกว่าเป็นอะไรนะ aircard นะคะก็คือโมเด็มชนิดหนึ่ง

1754
01:31:19,973 --> 01:31:21,718
คล้ายๆกับ Flash Drive นะ

1755
01:31:22,154 --> 01:31:24,415
เล็กๆถือไปอันนั้นคือโมเด็มค่ะ

1756
01:31:24,876 --> 01:31:29,157
รุ่นใหม่ๆมันจะมีมาในบอร์ดเลยเราเรียก on board นะคะ

1757
01:31:29,642 --> 01:31:31,133
UPS ล่ะ

1758
01:31:33,768 --> 01:31:34,583
UPS

1759
01:31:34,702 --> 01:31:36,372
USB เหมือนกันไหม

1760
01:31:38,089 --> 01:31:39,740
เครื่องสำรองไฟ

1761
01:31:40,454 --> 01:31:42,311
USB คือ

1762
01:31:43,132 --> 01:31:45,053
ตอบให้ถูกนะคะในข้อสอบ

1763
01:31:46,445 --> 01:31:48,433
USB คือ

1764
01:31:51,783 --> 01:31:53,487
อุปกรณ์สำรอง

1765
01:31:53,728 --> 01:31:57,480
เป็นหน่วยความจำภายนอกหรือหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1766
01:31:57,580 --> 01:31:59,694
หน่วยความจำสำรองนะคะถ้าอยู่

1767
01:31:59,782 --> 01:32:01,538
PS นี่ก็คือ

1768
01:32:01,684 --> 01:32:03,395
เครื่องสำรองไฟนะคะ

1769
01:32:03,802 --> 01:32:08,541
นี่เครื่อง UPS นะคะมีหลายขนาดหลายรุ่นหลายยี่ห้อหลายสี

1770
01:32:09,115 --> 01:32:09,754
นะคะ

1771
01:32:09,978 --> 01:32:11,129
อย่าจำผิด

1772
01:32:11,942 --> 01:32:13,178
ข้อสอบถาม

1773
01:32:13,684 --> 01:32:15,817
UPS ใช้ทำอะไร

1774
01:32:16,094 --> 01:32:18,847
จักรพันธ์ตอบใช้สำรองข้อมูลจบ

1775
01:32:18,944 --> 01:32:20,898
ข่าวเลยข้อนั้น 0

1776
01:32:21,111 --> 01:32:21,570
นะคะ

1777
01:32:21,861 --> 01:32:22,714
ฉะนั้น

1778
01:32:22,915 --> 01:32:25,472
จำให้ดีอะไรคือ US

1779
01:32:25,603 --> 01:32:29,910
ปีอะไรคือ UPS อะไรคือ pci อะไร

1780
01:32:30,178 --> 01:32:31,293
a นะคะ

1781
01:32:31,941 --> 01:32:32,323
จบ

1782
01:32:32,951 --> 01:32:34,544
ทำแบบฝึกหัดค่ะ

1783
01:32:35,881 --> 01:32:36,759
ส่งเลย

1784
01:32:37,780 --> 01:32:38,938
เดี๋ยวตรวจให้เลย

1785
01:32:40,172 --> 01:32:42,553
โจทย์ข้อไหนอ่านแล้วไม่เข้าใจ

1786
01:32:43,054 --> 01:32:45,154
โจทย์ข้อ 1 มีกี่คำถาม

1787
01:32:47,939 --> 01:32:51,653
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไรข้อ 1 มีกี่คำถาม

1788
01:32:53,437 --> 01:32:58,017
ข้อ 1 มี 1 คำถามถามความหมายนะคะอย่าต่อประเภทนะคะ

1789
01:32:58,520 --> 01:33:00,506
ข้อ 2 มีกี่คำถาม

1790
01:33:02,200 --> 01:33:03,499
ถามอะไรบ้าง

1791
01:33:09,320 --> 01:33:12,323
องค์ประกอบของ CPU

1792
01:33:12,660 --> 01:33:14,769
มีกี่ส่วนถูกไหมคะ

1793
01:33:15,988 --> 01:33:17,456
ถ้าตอบมาว่า

1794
01:33:17,620 --> 01:33:18,565
กองสุวรรณ

1795
01:33:21,577 --> 01:33:23,118
ไม่มีอะไรบ้าง

1796
01:33:23,300 --> 01:33:23,913
แปลว่าตอบ

1797
01:33:23,997 --> 01:33:24,454
ให้ครบ

1798
01:33:24,766 --> 01:33:25,039

1799
01:33:25,206 --> 01:33:29,178
ให้ครบนะคะข้อ 3 มีกี่คำถาม 1 คำถามค่ะถาม

1800
01:33:31,297 --> 01:33:32,089
ความหมาย

1801
01:33:32,840 --> 01:33:38,200
ถามความหมายนะคะ ok ข้อ 4 หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว

1802
01:33:38,356 --> 01:33:39,141
อะไร

1803
01:33:40,600 --> 01:33:43,801
คืออะไรนี่บอกความหมายหรือให้บอกว่า

1804
01:33:44,106 --> 01:33:45,282
อันนี้คืออะไร

1805
01:33:47,759 --> 01:33:51,482
บอกชื่อหน่วยความจำตัวนั้นหรือบอกมาว่า

1806
01:33:51,758 --> 01:33:53,131
หรือให้บอกความหมาย

1807
01:33:53,025 --> 01:33:59,633
กันไว้ไม่ชัวร์

1808
01:34:00,044 --> 01:34:03,293
ถ้าบอกความหมายไปกลัวผิดเราก็เช่นกัน

1809
01:34:03,435 --> 01:34:04,639
หน่วยความจำหลัก

1810
01:34:05,104 --> 01:34:06,683
แบบอ่านได้อย่างเดียว

1811
01:34:07,639 --> 01:34:08,514
มันบอกแล้ว

1812
01:34:10,034 --> 01:34:11,576
มันอ่านได้อย่างเร็ว

1813
01:34:12,215 --> 01:34:12,645

1814
01:34:13,515 --> 01:34:14,605
ตอบมาให้ถูกนะ

1815
01:34:15,640 --> 01:34:17,939
มันบอกความหมายมาแล้วนะคะ

1816
01:34:18,276 --> 01:34:20,494
แล้วมันถามว่าคืออะไร

1817
01:34:20,719 --> 01:34:22,085
เรียกว่าอะไรนะคะ

1818
01:34:22,595 --> 01:34:24,969
แล้วหน่วยความจำหลักแบบที่

1819
01:34:25,085 --> 01:34:29,232
มันแบบแก้ไขได้ไม่ใช่อ่านได้อย่างเดียวเราเรียกว่าอะไร

1820
01:34:29,656 --> 01:34:31,560
คืออะไรเรียกว่าอะไร

1821
01:34:31,866 --> 01:34:36,743
นะคะตอบมาให้ถูกนะหน่วยรับข้อมูลคืออะไรนี่ถามความหมายนะคะ

1822
01:34:37,055 --> 01:34:39,889
ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

1823
01:34:41,460 --> 01:34:43,621
ยกตัวอย่างมา 4 อันที่ 5 ผิด

1824
01:34:43,723 --> 01:34:45,036
ก็ถือว่าผิดนะคะ

1825
01:34:45,780 --> 01:34:46,583
ดึงออกไหม

1826
01:34:47,839 --> 01:34:50,158
หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1827
01:34:50,595 --> 01:34:55,799
ก็คือหน่วยที่ทำหน้าที่รับข้อมูลเข้าไปในระบบนะคะยกตัวอย่างมา 5

1828
01:34:56,140 --> 01:34:59,593
อย่างอะไรบ้างเป็นหน่วยรับข้อมูลเราก็ตอบมา

1829
01:35:03,682 --> 01:35:07,311
Mouse Keyboard Scanner นู่นนี่นั่น

1830
01:35:07,402 --> 01:35:08,179
จอภาพ

1831
01:35:08,791 --> 01:35:10,015
จอภาพแบบไหน

1832
01:35:10,488 --> 01:35:13,420
ถ้าเราตอบว่าจอภาพแบบสัมผัสหน้าถูก

1833
01:35:13,735 --> 01:35:16,873
แต่ถ้าเราตอบจอภาพเฉยๆมันไม่ใช่

1834
01:35:17,096 --> 01:35:17,576

1835
01:35:17,681 --> 01:35:18,570
ข้อมูลนะคะ

1836
01:35:22,873 --> 01:35:26,270
แล้วข้อ 5 นะคะถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูล

1837
01:35:26,123 --> 01:35:28,705
ข้อ 4 นี้ถามข้อใหม่แล้ว

1838
01:35:28,771 --> 01:35:34,332
ความหมายและยกตัวอย่างนะอ่านโจทย์ดีๆข้อ 4 คือไม่ใช่ข้อ 4 ข้อ 6

1839
01:35:34,694 --> 01:35:34,998

1840
01:35:35,331 --> 01:35:40,010
หน่วยรับข้อมูลคืออะไรอันนี้ถามความหมายค่ะให้ยกตัวอย่างหน่วยรับเข้า

1841
01:35:40,228 --> 01:35:40,952
มา 5 อย่าง

1842
01:35:42,410 --> 01:35:43,006
ข้อ 7

1843
01:35:43,890 --> 01:35:45,358
ไม่ได้ถามความหมายค่ะ

1844
01:35:45,465 --> 01:35:48,082
ถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูล

1845
01:35:48,987 --> 01:35:51,495
มี 2 ประเภทอะไรบ้าง

1846
01:35:53,056 --> 01:35:54,297
อธิบายมาค่ะ

1847
01:35:54,813 --> 01:35:55,650
อะไรบ้าง

1848
01:35:56,790 --> 01:35:57,206
เช่น

1849
01:36:00,997 --> 01:36:01,479
กอล์ฟกอล์ฟ

1850
01:36:01,622 --> 01:36:02,358
ปี้ไหม

1851
01:36:03,245 --> 01:36:03,607

1852
01:36:03,685 --> 01:36:04,944
พี่เป็นอย่างไร

1853
01:36:05,365 --> 01:36:07,461
เราก็อธิบายมารึ

1854
01:36:07,629 --> 01:36:08,107
เช่น

1855
01:36:08,669 --> 01:36:09,691
ก็ยกตัวอย่าง

1856
01:36:11,619 --> 01:36:12,323
ฮัก

1857
01:36:12,286 --> 01:36:12,891
ปีละ

1858
01:36:13,045 --> 01:36:13,512
นะคะ

1859
01:36:13,744 --> 01:36:16,907
ก็มัน 2 ประเภทไง 1 ซอง

1860
01:36:17,155 --> 01:36:21,525
หัดเป็นอย่างไรยกตัวอย่าง Hard มานะคะหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1861
01:36:22,544 --> 01:36:23,926
ยกตัวอย่างมา

1862
01:36:24,166 --> 01:36:25,050
5 ตัวอย่าง

1863
01:36:25,169 --> 01:36:28,122
พร้อมอธิบายการทำงานของแต่ละอย่าง

1864
01:36:30,193 --> 01:36:32,362
8ข้อส่งมาแล้วใช่ไหมคะ

1865
01:36:32,546 --> 01:36:33,709
ขอตรวจก่อนนะ

1866
01:36:36,003 --> 01:36:36,854
กินไหม

1867
01:36:37,074 --> 01:36:39,440
ครูบอกว่าให้อ่านดีๆเพราะ

1868
01:36:40,645 --> 01:36:43,793
ตัวข้อสอบนะคะมันไม่ได้จดสั้นๆแบบนี้

1869
01:36:44,263 --> 01:36:46,570
นะคะมันก็จะมีคำหลอก

1870
01:36:46,748 --> 01:36:48,720
รอไปยาวๆไป

1871
01:36:48,598 --> 01:36:50,547
อ่านแล้วก็จับ

1872
01:36:50,785 --> 01:36:53,473
ประเด็นให้ได้ว่าเขาถามอะไร

1873
01:36:53,867 --> 01:36:56,347
แล้วเราจะต้องตอบอะไรนะคะ

1874
01:37:07,505 --> 01:37:08,578
OK

1875
01:37:09,226 --> 01:37:10,523
ช่วงทำแบบฝึกหัด

1876
01:37:10,640 --> 01:37:13,043
มีคำถามไหมคะถามเลย

1877
01:37:17,351 --> 01:37:18,407
ไม่ถาม

1878
01:37:19,086 --> 01:37:21,073
อย่างนั้นก็ทำงานไป

1879
01:37:21,621 --> 01:37:22,445
ดีจ้า

1880
01:37:24,712 --> 01:37:26,508
มีใครสงสัยอะไรไหม

1881
01:37:26,640 --> 01:37:26,919

1882
01:37:28,304 --> 01:37:30,186
ไม่สงสัยอะไรเลยเหรอ

1883
01:37:30,802 --> 01:37:32,551
ห้ามสงสัยตอนสอบนะ

1884
01:37:33,865 --> 01:37:35,179
กลอนคุมสอบ

1885
01:37:35,402 --> 01:37:36,649
กูก็ยืนยิ้ม

1886
01:37:36,766 --> 01:37:37,287
นะคะ

1887
01:37:38,666 --> 01:37:45,245
กูก็จะยืนยิ้มให้กำลังใจนะคะนักศึกษาก็ทำไป 1 ข้อไหนไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมา

1888
01:37:45,321 --> 01:37:45,594

1889
01:37:47,647 --> 01:37:50,723
ข้อสอบเป็นแบบ Choice นะคะเป็นข้อสอบจาก

1890
01:37:50,530 --> 01:37:51,807
ฟาง

1891
01:37:52,186 --> 01:37:53,782
มีอยู่ 60 ข้อ

1892
01:37:55,502 --> 01:37:56,664
30 คะแนน

1893
01:37:56,955 --> 01:37:57,318
ค่ะ

1894
01:38:00,583 --> 01:38:02,888
โอเคทำงานให้เสร็จ

1895
01:38:03,100 --> 01:38:04,589
ปู่ตั้งไว้ให้ทรง

1896
01:38:05,336 --> 01:38:05,805

1897
01:38:06,406 --> 01:38:07,466
ก่อน 16

1898
01:38:08,427 --> 01:38:09,534
30

1899
01:38:10,251 --> 01:38:12,042
นาฬิกานะคะขอไปแอบส่อง

1900
01:38:12,161 --> 01:38:13,869
ก่อนว่าใครส่งมาแล้วบ้าง

1901
01:38:15,891 --> 01:38:17,879
1 คนขออนุญาตตรวจ

1902
01:38:18,007 --> 01:38:18,922
เลยได้ไหม

1903
01:38:22,216 --> 01:38:25,298
ไหมพอกูบอกว่าอ่านโจทย์ดีหรือยัง

1904
01:38:25,376 --> 01:38:26,305
ไม่รีบค่ะ

1905
01:38:26,541 --> 01:38:27,422
ให้เวลาจน

1906
01:38:27,677 --> 01:38:28,451
4:30 น

1907
01:38:33,135 --> 01:38:37,236
แปลว่าเป็นคนไม่มั่นใจถ้ามั่นใจแล้วตอบแล้วส่งเลย

1908
01:38:42,499 --> 01:38:44,029
เสร็จแล้วส่งมาเลยค่ะ

1909
01:38:46,135 --> 01:38:47,752
ส่งเลยส่งเลยเรา

1910
01:38:47,886 --> 01:38:49,430
ส่งมาได้ให้เวลาถึง

1911
01:38:49,535 --> 01:38:49,838

1912
01:38:50,117 --> 01:38:52,776
6.30 นเราจะได้ไม่มี

1913
01:38:52,884 --> 01:38:57,992
การบ้านไงได้ยินบ่นว่าการบ้านเยอะเห็นไหมอย่างน้อยวิชานี้ก็ไม่มีการบ้าน

1914
01:39:01,528 --> 01:39:04,549
อย่างน้อยก็ตัดไปวิชาครูวิชาหนึ่ง

1915
01:39:04,805 --> 01:39:09,937
ไม่มีการบ้านค่ะให้ทำเสร็จก่อนกลับหรือใครจะสอบพิมพ์ก็ได้นะคะ

1916
01:39:15,901 --> 01:39:18,071
มีห้องนี้ได้ 33 แล้วนะ

1917
01:39:20,306 --> 01:39:21,101
ฝึกค่ะ

1918
01:39:21,746 --> 01:39:26,125
ฝึกฝนให้เกิดทักษะนะคะแล้วเราก็จะพิมพ์ได้แบบไม่ต้องดู

1919
01:39:26,290 --> 01:39:26,601
แป้น

1920
01:39:27,110 --> 01:39:29,648
ตอนนี้ 30 คำนี่ยังดู

1921
01:39:29,818 --> 01:39:30,816
คีย์บอร์ดไหม

1922
01:39:31,610 --> 01:39:35,334
แปลว่ายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ต้องดูที่จออย่าง

1923
01:39:35,478 --> 01:39:35,806

1924
01:39:39,178 --> 01:39:41,543
แปลว่าดูนี่คือเร็วกว่า

1925
01:39:43,417 --> 01:39:48,818
แปลว่ายังเป็นจิ้มสัมผัสอยู่นะคะถ้าพิมพ์สัมผัสได้นี่ต้องไม่ดูคีย์บอร์ด

1926
01:39:51,374 --> 01:39:55,260
มันจะมีตัวยากๆที่เราไม่ค่อยใช้ใช่ไหมเช่น

1927
01:39:55,137 --> 01:39:56,627
ทอผู้เฒ่า

1928
01:39:57,561 --> 01:39:58,487
ตัวไหนอีก

1929
01:39:58,769 --> 01:40:01,653
ทอนางมณโฑฆระฆังอย่างนี้นะ

1930
01:40:02,578 --> 01:40:03,766
อะไรนะ

1931
01:40:03,996 --> 01:40:05,367
ชอกะเชอ

1932
01:40:05,796 --> 01:40:07,193
หาไม่เจอนะคะ

1933
01:40:08,079 --> 01:40:11,821
แต่คราวนี้โปรแกรมนั้นนะคะมันค่อนข้างฉลาดนะ

1934
01:40:12,451 --> 01:40:15,733
พอเราฝึกพิมพ์ไปนะคะความเร็วเพิ่มขึ้น

1935
01:40:15,865 --> 01:40:19,072
คำมันก็จะยากขึ้นความถี่ในการ

1936
01:40:19,321 --> 01:40:22,292
ที่แสดงคำเดิมนะค่ะมันก็จะน้อยลง

1937
01:40:22,691 --> 01:40:24,781
นะคะมีคำที่มีสระอู

1938
01:40:26,473 --> 01:40:28,782
หายากๆน่ะเพิ่มขึ้นนะคะ

1939
01:40:30,358 --> 01:40:31,779
แต่เราก็จะได้ฝึก

1940
01:40:32,515 --> 01:40:33,762
อย่างที่ว่านั่นแหละ

1941
01:40:33,980 --> 01:40:41,867
ภาษาก็จะได้ฝึกนะคะเรียนคอมพิวเตอร์พื้นฐานไปแล้วนอกจากได้ความรู้ทฤษฎีแล้วปฏิบัติก็ได้ไปแล้วนี่

1942
01:40:41,966 --> 01:40:42,400
เราจะ

1943
01:40:42,509 --> 01:40:43,284
น่าจะได้

1944
01:40:43,372 --> 01:40:45,161
คิวในการพิมพ์สัมผัส

1945
01:40:45,789 --> 01:40:49,089
มันจะเป็นประโยชน์ตอนที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

1946
01:40:53,216 --> 01:40:54,698
ส่งมาแล้ว 3 คน

1947
01:40:56,397 --> 01:40:59,295
อันนี้คือมั่นใจไม่คืนแล้วนะ

1948
01:40:59,631 --> 01:41:01,412
ตรวจนี่คือให้คะแนนแล้วนะ

1949
01:41:01,899 --> 01:41:02,685
OK

1950
01:41:03,930 --> 01:41:05,026
ขอดูหน่อยซิ

1951
01:41:07,832 --> 01:41:09,919
อัษฎาวุธจักรพันธ์

1952
01:41:10,524 --> 01:41:11,608
กามาดนะ

1953
01:41:12,759 --> 01:41:13,548
OK

1954
01:41:17,026 --> 01:41:18,324
ไม่มีคำถาม

1955
01:41:20,887 --> 01:41:22,421
ต้องขอตรวจก่อน

1956
01:41:22,790 --> 01:41:24,020
ว่าถูกหรือเปล่า

1957
01:41:35,489 --> 01:41:37,002
อันนี้คือแบบฝึกหัด

1958
01:41:37,146 --> 01:41:38,523
มันควรได้เต็มนะ

1959
01:41:40,979 --> 01:41:43,309
คือแบบฝึกหัดคือทบทวนนะ

1960
01:41:43,502 --> 01:41:45,467
แต่ถ้าใบงานนี้คือ

1961
01:41:46,099 --> 01:41:47,781
เหมือนดีไซน์งานให้อ่ะค่ะ

1962
01:41:49,255 --> 01:41:50,811
โดยใช้หลักการ

1963
01:41:51,327 --> 01:41:54,460
ฉีดได้เรียนให้เราไปประยุกต์มีรายงาน 1 บท

1964
01:41:54,484 --> 01:41:56,647
ตอนนี้ยังไม่มีนะคะให้ทำแบบ

1965
01:41:56,777 --> 01:41:57,445
ไปก่อน

1966
01:41:58,488 --> 01:42:00,767
ในอนาคตอันใกล้นี้นะคะ

1967
01:42:02,385 --> 01:42:05,077
มีรายงานกลุ่ม 1 เรื่องนะคะ

1968
01:42:09,585 --> 01:42:11,125
กลุ่มละ 1 คน

1969
01:42:13,034 --> 01:42:14,045
รายงานเดี่ยว

1970
01:42:16,154 --> 01:42:16,779
ใช่

1971
01:42:17,021 --> 01:42:18,138
เรียกกลุ่มไหม

1972
01:42:18,401 --> 01:42:19,367
กลุ่มคนเดียว

1973
01:42:19,804 --> 01:42:20,910
กลุ่ม 2 คน

1974
01:42:22,705 --> 01:42:24,689
กลุ่ม 3 4 5

1975
01:42:24,927 --> 01:42:26,272
ก็ทำอยู่คนเดียว

1976
01:42:34,817 --> 01:42:35,220

1977
01:42:35,451 --> 01:42:38,537
สัปดาห์หน้าเราเรียนเกี่ยวกับซอฟต์แวร์บ้างนะคะ

1978
01:42:39,878 --> 01:42:43,137
เราจะเริ่มเรียนสิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้

1979
01:42:43,487 --> 01:42:45,905
จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

1980
01:42:46,024 --> 01:42:47,337
มาชาร์จแบต

1981
01:42:47,403 --> 01:42:52,952
ต้องสัมผัสได้ไปที่ซอฟต์แวร์ไปที่ข้อมูลไปที่เครือข่ายอย่างนี้ค่ะ

1982
01:42:57,121 --> 01:42:58,880
ทยอยส่งนานแล้ว

1983
01:48:04,917 --> 01:48:05,502

1984
01:48:05,637 --> 01:48:06,187


