﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,007 --> 00:00:12,007

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009

5
00:00:16,011 --> 00:00:20,011

6
00:00:20,014 --> 00:00:24,014

7
00:00:24,017 --> 00:00:28,017

8
00:00:28,019 --> 00:00:32,019

9
00:00:32,021 --> 00:00:36,021

10
00:00:36,023 --> 00:00:40,023

11
00:00:40,025 --> 00:00:44,025

12
00:00:44,027 --> 00:00:48,027

13
00:00:48,028 --> 00:00:52,028

14
00:00:52,030 --> 00:00:56,030

15
00:00:56,032 --> 00:01:00,032

16
00:01:00,033 --> 00:01:04,033

17
00:01:04,036 --> 00:01:08,036

18
00:01:08,038 --> 00:01:12,038

19
00:01:12,039 --> 00:01:16,039
(อาจารย์) โอ

20
00:01:16,041 --> 00:01:20,041
เรียนต่อ

21
00:01:20,042 --> 00:01:24,042
เข้ามาได้ไหมน่ะ

22
00:01:24,044 --> 00:01:28,044

23
00:01:28,046 --> 00:01:32,046
วันนี้เราเรียนบทที่ 4 ต่อนะ

24
00:01:32,047 --> 00:01:36,047
ช่วงรอนะคะ ขออภัยด้วย พอดีติดภารกิจ

25
00:01:36,048 --> 00:01:40,048
ด่วน วันนี้

26
00:01:40,050 --> 00:01:44,050
พูดถึง Data And Data Management นะคะ บทที่ 4

27
00:01:44,051 --> 00:01:48,051
ก็คือข้อมูลและการจัดการข้อมูล

28
00:01:48,052 --> 00:01:52,052
นะคะ ตอนเข้ามาอาจารย์ถามว่าทำแบบฝึกหัดรออยู่ใช่ไหม

29
00:01:52,053 --> 00:01:56,053
จักรพันธ์บอกว่า

30
00:01:56,055 --> 00:02:00,055
มีอีกไหม

31
00:02:00,057 --> 00:02:04,057
พูดถึงเรื่องอะไรบ้างนะคะ ก็พูดถึง

32
00:02:04,058 --> 00:02:08,058
ตัวข้อมูล สไลด์อัปฯ ให้แล้วนะคะ และแบบฝึกหัดก็พูดถึง

33
00:02:08,060 --> 00:02:12,060
บางส่วน พูดถึงเนื้อหาก่อนเลยนะ

34
00:02:12,061 --> 00:02:16,061
ดูความหมายก่อนนะคะ คำนี้เราน่าจะเคย

35
00:02:16,063 --> 00:02:20,063
ได้ยินกันบ้าง

36
00:02:20,065 --> 00:02:24,065
นะคะ กันมาบ้าง ความหมายของ

37
00:02:24,066 --> 00:02:28,066
Data นะคะ ก็คือ

38
00:02:28,067 --> 00:02:32,067
สิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ ข้อเท็จจริง

39
00:02:32,067 --> 00:02:36,067
หมายความว่ามีทั้งข้อมูลที่เป็นจริง

40
00:02:36,069 --> 00:02:40,069
ก็แล้วแต่มันจะปะปนกันนะคะ บางทีเป็นข้อมูลความ

41
00:02:40,071 --> 00:02:44,071
คิดเห็นนะคะ โอพิเนียน

42
00:02:44,072 --> 00:02:48,072
จัดเก็บรวมรวมเอาไว้และตัว Data

43
00:02:48,074 --> 00:02:52,074
หรือข้อมูลตัวนี้นี่จะมีความหมาย อาจจะเกี่ยวข้องกับคน

44
00:02:52,076 --> 00:02:56,076
นะคะ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือเกี่ยวกับสิ่งของต่าง ๆ

45
00:02:56,080 --> 00:03:00,080
นะคะ โดยนะคะ ประเภทของข้อมูลคอมพิวเตอร์

46
00:03:00,081 --> 00:03:04,081
นี่จะถูกแบ่งออกเป็นข้อความ

47
00:03:04,083 --> 00:03:08,083
ศัพท์ทางคอมพิวเตอร์เราจะเรียกว่า "Text

48
00:03:08,085 --> 00:03:12,085
นะคะ ข้อความ ก็คือรวมถึงตัวอักษร

49
00:03:12,088 --> 00:03:16,088
นะคะ ตัวเลข หรือสมการต่าง ๆ อันนี้รวมอยู่ใน

50
00:03:16,090 --> 00:03:20,090
ข้อความที่เรียกว่า "Text"

51
00:03:20,091 --> 00:03:24,091
ประกาศตัวแประให้เป็นชนิด Text นี่ แสดงว่า

52
00:03:24,092 --> 00:03:28,092
ข้อความนั้นน่ะ ไม่สามารถใช้ในการคำนวณได้

53
00:03:28,095 --> 00:03:32,095
ถึงแม้ข้อความนั้น

54
00:03:32,096 --> 00:03:36,096
จะเป็นตัวเลข ถามนักศึกษาว่าข้อความไหน

55
00:03:36,097 --> 00:03:40,097
บ้างนะคะ หรือตัวเลขอะไรบ้าง

56
00:03:40,098 --> 00:03:44,098
ที่เราสามารถกำหนดชนิดของ

57
00:03:44,102 --> 00:03:48,102
ตัวเลขนั้นให้เป็นชนิดข้อความ คือไม่ใช้คำนวณ

58
00:03:48,103 --> 00:03:52,103
มีไหมคะ

59
00:03:52,104 --> 00:03:56,104
หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

60
00:03:56,106 --> 00:04:00,106
เป็นตัวเลขไหมคะ ใช้คำนวณไหม

61
00:04:00,108 --> 00:04:04,108
ไม่ใช้คำนวณนะคะ เลขแต่ละหลักจะ

62
00:04:04,112 --> 00:04:08,112
มีความหมายจะสื่อความหายนะคะ มีตัวเลข

63
00:04:08,112 --> 00:04:12,112
อะไรอีก รหัสนักศึกษา

64
00:04:12,114 --> 00:04:16,114
ถูกต้องนะคะ ในรหัสนักศึกษาก็เป็นตัวเลข

65
00:04:16,116 --> 00:04:20,116
ใช่ไหมคะ บางสาขาวิชาจะมีตัวอักษร

66
00:04:20,117 --> 00:04:24,117
แทรกอยู่ด้วยแต่ส่วนมากจะเป็นตัวเลข

67
00:04:24,118 --> 00:04:28,118
แล้วตัวเลขแต่ละตัวนะคะ หรืออาจจะเป็นคู่

68
00:04:28,119 --> 00:04:32,119
เป็นกลุ่มน่ะของตัวเลขนะคะ ก็จะสื่อความหมายนะคะ

69
00:04:32,120 --> 00:04:36,120
ไม่ใช้คำนวณประมาณนี้นะคะ แสดงว่าเรามีความเข้าใจอยู่

70
00:04:36,122 --> 00:04:40,122
เกี่ยวกับการกำหนดชนิดของ Data ให้เป็น

71
00:04:40,124 --> 00:04:44,124
ข้อความหรือเป็น Text ประเภท

72
00:04:44,125 --> 00:04:48,125
ของข้อมูลอาจจะเป็น audio audio ก็คือข้อมูลที่เก็บเป็น

73
00:04:48,126 --> 00:04:52,126
ไฟล์เสียงนะคะ หรือเป็นภาพ

74
00:04:52,127 --> 00:04:56,127
เป็น Images นะคะ รวมถึง

75
00:04:56,128 --> 00:05:00,128
ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของข้อความแล้วก็รูปภาพหรือ

76
00:05:00,129 --> 00:05:04,129
Video นะคะ หรือมัลติมีเดียค่ะ

77
00:05:04,131 --> 00:05:08,131
ของข้อมูลนะคะ คราวนี้เรามาดู

78
00:05:08,132 --> 00:05:12,132
ความหมายของสารสนเทศบ้าง จากภาพนี้

79
00:05:12,133 --> 00:05:16,133
พอเข้าใจไหมคะ Data  มีอะไรบ้าง

80
00:05:16,133 --> 00:05:20,133
การ Process คือ การ Cooking

81
00:05:20,135 --> 00:05:24,135
แล้วก็ได้ สารสนเทศ ออกมา

82
00:05:24,136 --> 00:05:28,136
เปิดสไลด์ใน Classromm ได้ใช่ไหมคะ

83
00:05:28,137 --> 00:05:32,137
ความอันนี้ให้ฟังหน่อย Data ที่นำเข้ามีอะไรบ้างคะ

84
00:05:32,139 --> 00:05:36,139
จากภาพ ดูออกไหมคะ

85
00:05:36,140 --> 00:05:40,140
ไข่

86
00:05:40,142 --> 00:05:44,142
กับแป้งบางทีนะคะ เราจะคาด

87
00:05:44,143 --> 00:05:48,143
เดา Data จาก Output

88
00:05:48,145 --> 00:05:52,145
Output ก็คือสารสนเทศที่ได้

89
00:05:52,145 --> 00:05:56,145
ภาพมันไม่ชัดนะ อาจจะเป็นแป้ง น้ำตาล หรือ

90
00:05:56,146 --> 00:06:00,146
ชูรสแต่จากการคาดการณ์นี้

91
00:06:00,147 --> 00:06:04,147
สิ่งที่ได้ออกมาคืออะไรคะ

92
00:06:04,148 --> 00:06:08,148
เค้ก ฉะนั้นมันจะเป็นไข่กับแป้งแล้วล่ะ นั่นคือ

93
00:06:08,150 --> 00:06:12,150
คาดเดานะคะ คาดเดา Data ที่นำเข้า

94
00:06:12,152 --> 00:06:16,152
ผ่านกระบวนการนะคะ โปรเสทการ

95
00:06:16,153 --> 00:06:20,153
Cooking นะคะ สิ่งที่ได้ออกมาก็เป็นเค้ก

96
00:06:20,153 --> 00:06:24,153
คราวนี้ถ้ายกตัวอย่าง ครูสุ่มถามดีกว่านะ

97
00:06:24,155 --> 00:06:28,155
ให้ยกตัวอย่าง Data

98
00:06:28,157 --> 00:06:32,157
การประมวลผลและก็สารสนเทศ

99
00:06:32,159 --> 00:06:36,159
ที่ได้นะคะ ถามสัก

100
00:06:36,160 --> 00:06:40,160
จากตัวอย่างนี้นะคะ เราลองยกตัวอย่าง

101
00:06:40,161 --> 00:06:44,161
เป็นเคสของเราสิ เราจะยกตัวอย่างเป็นอะไร

102
00:06:44,162 --> 00:06:48,162
ทวีรัฐ มาไหมคะ

103
00:06:48,163 --> 00:06:52,163
ลากับใครเอ่ย

104
00:06:52,164 --> 00:06:56,164
LINE กลุ่มเรานี่หรือ ครูจะได้เช็กชื่อเลย

105
00:06:56,165 --> 00:07:00,165
จักรพันธ์

106
00:07:00,169 --> 00:07:04,169
ทำไมวันนี้ไปอยู่ไกลจัง

107
00:07:04,171 --> 00:07:08,171
แบบนี้ไม่เรียกเลื่อนตำแหน่งค่ะ เรียก "ลด"

108
00:07:08,172 --> 00:07:12,172
เพราะว่าห่างไกลออกไป ยกตัวอย่าง

109
00:07:12,175 --> 00:07:16,175
ข้อมูลตัวอย่างการประมวสารสนเทศ

110
00:07:16,177 --> 00:07:20,177
Stan up ยืนขึ้นแล้วสมองจะโลดแล่น

111
00:07:20,178 --> 00:07:24,178
จากตัวอย่างนี้ค่ะ ที่ครูยกตัวอย่างมา

112
00:07:24,180 --> 00:07:28,180
Data คือ ไข่กับแป้งค่ะ ผ่านกระบวนการ Process ก็คือการ cooking

113
00:07:28,181 --> 00:07:32,181
สิ่งที่ได้ออกมาก็คือ เค้กก้อนหนึ่งของเรา

114
00:07:32,182 --> 00:07:36,182
อะไรก็ได้ในโลกนี้

115
00:07:36,183 --> 00:07:40,183
คนอื่นก็คิดไว้นะคะ

116
00:07:40,183 --> 00:07:44,183
ครูยังจะถามอีกหลายคนนะ

117
00:07:44,184 --> 00:07:48,184
ภาษาไทยไม่มีอัน ๆ ค่ะ

118
00:07:48,185 --> 00:07:52,185
อะไรก็ได้

119
00:07:52,186 --> 00:07:56,186
ในความคิดนักศึกษาน่ะ ข้อเท็จจริง

120
00:07:56,188 --> 00:08:00,188

121
00:08:00,189 --> 00:08:04,189
มีการจัดเก็บรวบรวมเอาไว้

122
00:08:04,190 --> 00:08:08,190
สิ่งที่ได้ คือ ... ถ้าเราบอกว่าการต้มไข่

123
00:08:08,191 --> 00:08:12,191
มันเป็น...

124
00:08:12,193 --> 00:08:16,193
มันคือวิธีการทำ เริ่มต้น

125
00:08:16,194 --> 00:08:20,194
Data คืออะไร ไข่

126
00:08:20,197 --> 00:08:24,197
ไข่อะไร

127
00:08:24,199 --> 00:08:28,199
ไข่ไก่ดิบ

128
00:08:28,200 --> 00:08:32,200
Process หรือคะ เอาไข่ไก่

129
00:08:32,201 --> 00:08:36,201
มาทำอย่างไร

130
00:08:36,203 --> 00:08:40,203
เอามาทำอย่างไร (นักศึกษา) ...

131
00:08:40,205 --> 00:08:44,205
(อาจารย์) เอามาใส่น้ำเย็น ๆ

132
00:08:44,207 --> 00:08:48,207
คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้น้ำน่ะมันร้อน

133
00:08:48,208 --> 00:08:52,208
แล้วสิ่งที่ได้คือ

134
00:08:52,209 --> 00:08:56,209
สารสนเทศที่ได้ ก็คือไข่ที่ต้มสุขแล้ว

135
00:08:56,210 --> 00:09:00,210
โอ.เค. นั่งลงนะคะ Data

136
00:09:00,211 --> 00:09:04,211
คือ ไข่ไก่ดิบนะคะ กระบวนการ ก็คือ

137
00:09:04,213 --> 00:09:08,213
เอามาต้มนะคะ สิ่งที่ได้ออกมาก็คือไข่

138
00:09:08,213 --> 00:09:12,213
ที่ต้มสุขแล้วนะคะ ห้ามตอบซ้ำกันนะจะได้คิด

139
00:09:12,216 --> 00:09:16,216
ครูจะเช็กชื่อไปด้วยเลยจากการถาม

140
00:09:16,218 --> 00:09:20,218
ทศทิศ 1 ตัวอย่างค่ะ คือ

141
00:09:20,219 --> 00:09:24,219
อะไรดี ออกจากการกินก็ได้นะ

142
00:09:24,220 --> 00:09:28,220
ได้นะ เอาเรื่องก็ได้ในชีวิตค่ะ

143
00:09:28,222 --> 00:09:32,222
ออกจากครัวมาทำอย่างอื่น

144
00:09:32,224 --> 00:09:36,224
มีไหมคะ ยืนขึ้น

145
00:09:36,225 --> 00:09:40,225
ยืดเส้นยืดสาย รออาจารย์ตั้งแต่บ่ายโมง

146
00:09:40,226 --> 00:09:44,226
ยืนขึ้นค่ะ ออกมาห้องอื่นบ้างสินอกจากห้องครัว

147
00:09:44,227 --> 00:09:48,227
ห้องอื่นมี Data ไหม มี Process

148
00:09:48,227 --> 00:09:52,227
มี Information ไหม

149
00:09:52,229 --> 00:09:56,229

150
00:09:56,231 --> 00:10:00,231
อ่านหนังสือ อ่านหนังสือนี่เป็นอะไรคะ

151
00:10:00,233 --> 00:10:04,233

152
00:10:04,234 --> 00:10:08,234

153
00:10:08,235 --> 00:10:12,235
มันมี 3 ส่วนนะ มันมี Data

154
00:10:12,239 --> 00:10:16,239
เราสังเกตว่า Data เป็นคำนาม

155
00:10:16,241 --> 00:10:20,241
Information ก็จะเป็นคำนาม

156
00:10:20,242 --> 00:10:24,242
Process หรือการประมวลผลจะเป็น Verb

157
00:10:24,244 --> 00:10:28,244
อ่านหนังสือนี่เป็นอะไร

158
00:10:28,245 --> 00:10:32,245
เป็น Verb อย่างนั้นเริ่มที่ Data ค่ะ

159
00:10:32,247 --> 00:10:36,247
หนังสืออย่างเดียว

160
00:10:36,249 --> 00:10:40,249

161
00:10:40,251 --> 00:10:44,251
หนังสือกับนักเรียน

162
00:10:44,253 --> 00:10:48,253
อย่างนี้นะ คนทั่วไปอ่านหนังสือไหม

163
00:10:48,254 --> 00:10:52,254
หนังสือกับมนุษย์

164
00:10:52,255 --> 00:10:56,255
กับคน

165
00:10:56,256 --> 00:11:00,256
การประมวลผลละคะ อ่าน

166
00:11:00,258 --> 00:11:04,258
อ่านหนังสือ information ละคะ

167
00:11:04,259 --> 00:11:08,259

168
00:11:08,260 --> 00:11:12,260
อ่านหนังสือแล้วเป็นอย่างไร มีความรู้

169
00:11:12,262 --> 00:11:16,262
มีองค์ความรู้

170
00:11:16,263 --> 00:11:20,263
เพิ่มขึ้นอย่างนี้นะ อันนี้มันวัดไม่ได้นะนั่งลง

171
00:11:20,264 --> 00:11:24,264
ปรเมษฐ์ค่ะ

172
00:11:24,267 --> 00:11:28,267
1 ตัวอย่าง

173
00:11:28,268 --> 00:11:32,268
กลับไปห้องครัวอีก เมื่อกี้

174
00:11:32,270 --> 00:11:36,270
ออกมาแล้วนะ โอ.เค.

175
00:11:36,271 --> 00:11:40,271
เห็นไหมมีเหตุผล

176
00:11:40,272 --> 00:11:44,272
ย้อนกลับเข้าไปลืมของ นมกับ

177
00:11:44,273 --> 00:11:48,273
เฮบลูบอย นมข้น นมจืด

178
00:11:48,274 --> 00:11:52,274
นมสดกับน้ำแดง น้ำเฮบูบอยน่ะค่ะ

179
00:11:52,275 --> 00:11:56,275
น่ะค่ะ กระบวนการทำอะไรเอ่ย

180
00:11:56,285 --> 00:12:00,285
ผสมกัน Information ที่ได้ คือ

181
00:12:00,287 --> 00:12:04,287
นมเย็น โอ.เค. นะคะ ปกติ

182
00:12:04,288 --> 00:12:08,288
มันจะเปลี่ยนรู้ไปนะ จาก Data ผ่านกระบวนการ

183
00:12:08,289 --> 00:12:12,289
นะคะ เราก็จะได้ Information ออกมานะคะ

184
00:12:12,290 --> 00:12:16,290
สิ่งที่เรานำเข้า เราดูนะ มันเปลี่ยนรูปไป

185
00:12:16,291 --> 00:12:20,291
สิ่งที่เรานำเข้าคือ อย่างตัวอย่าง ครูนำ

186
00:12:20,293 --> 00:12:24,293
ไข่ดิบ ไข่ไก่ ไข่แดง อย่างนี้ค่ะ

187
00:12:24,294 --> 00:12:28,294
แป้งผ่านกระบวนการ Cooking แต่

188
00:12:28,295 --> 00:12:32,295
ไม่รู้ว่า cooking ทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ได้ออกมา

189
00:12:32,296 --> 00:12:36,296
มันไม่เหลือหน้าตาของไข่อยู่ มันเหลือ

190
00:12:36,297 --> 00:12:40,297
อยู่แต่ได้แปลรูปออกมาเป็นขนม

191
00:12:40,297 --> 00:12:44,297
นะคะ เหมือนกับที่ปรเมษฐ์

192
00:12:44,299 --> 00:12:48,299
ปรเบอกผมมีนมสดอยู่กับน้ำแดง น้ำเฮบลูบอย

193
00:12:48,301 --> 00:12:52,301
นะคะ ผ่านกระบวนการ เทผสมกัน

194
00:12:52,302 --> 00:12:56,302
ผสมกันคลุกตีเข้าด้วยกัน

195
00:12:56,302 --> 00:13:00,302
หลังจากนั้นเราจะไม่เรียกว่า "นม" หรือน้ำเฮลบล

196
00:13:00,303 --> 00:13:04,303
แต่เราจะเรียกว่า "นมเย็น" คือ เปลี่ยนไปนะคะ

197
00:13:04,305 --> 00:13:08,305
โอ.เค. ต่อไปคราวนี้

198
00:13:08,305 --> 00:13:12,305
คราวนี้เรามาดูการจัดการข้อมูลบ้าง

199
00:13:12,306 --> 00:13:16,306
คำว่า "จัดการ" ก็คือการ Manage นะคะ

200
00:13:16,306 --> 00:13:20,306
หมายถึงการจัดเก็บนะคะ

201
00:13:20,307 --> 00:13:24,307
การเรียกใช้ การรวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล

202
00:13:24,308 --> 00:13:28,308
นะคะ

203
00:13:28,310 --> 00:13:32,310
ได้อย่างรวดเร็วขึ้นจากที่เราจัดเก็บเอาไว้น่ะ

204
00:13:32,313 --> 00:13:36,313
การจัดการข้อมูล ทำไมจะต้องมีการจัดการข้อมูลนะคะ จุดประสงค์ในการจัดการข้อมูล

205
00:13:36,314 --> 00:13:40,314
ก็คือ เพื่อให้ข้อมูลที่เรา

206
00:13:40,319 --> 00:13:44,319
นำกลับมาใช้ได้ในภายหลังไม่เก็บไว้ลอย ๆ เปลืองพื้นที่

207
00:13:44,320 --> 00:13:48,320
นะคะ สามารถเรียกกลับมาใช้ได้นะคะ

208
00:13:48,321 --> 00:13:52,321
หรือทำให้ข้อมูลที่เก็บนี่

209
00:13:52,322 --> 00:13:56,322
มันอยู่ในรูปแบบที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

210
00:13:56,323 --> 00:14:00,323
ของข้อมูลตัวนั้นนะคะ หรือ

211
00:14:00,324 --> 00:14:04,324
ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันน่ะ

212
00:14:04,326 --> 00:14:08,326
อันนี้คือวัตถุประสงค์ของการจัดการกับตัวข้อมูลนะคะ

213
00:14:08,327 --> 00:14:12,327
ถามว่า เป็นไปได้ไหม

214
00:14:12,328 --> 00:14:16,328
ที่สารสนเทศของ...

215
00:14:16,329 --> 00:14:20,329
สาระสนเทศของระบบหนึ่งมันจะไป

216
00:14:20,330 --> 00:14:24,330
เป็น Data ของอีกระบบหนึ่ง มีไหมคะ

217
00:14:24,332 --> 00:14:28,332
แบบนี้ นมเย็น

218
00:14:28,334 --> 00:14:32,334
สามารถเอาไปทำอะไรต่อได้ไหม

219
00:14:32,336 --> 00:14:36,336
ไปทำอะไรนะ

220
00:14:36,337 --> 00:14:40,337
เราก็เป็น... แปลว่าถ้าเราจะทำ เขาเรียกอะไรนะ

221
00:14:40,338 --> 00:14:44,338
หวานเย็นนี่คือ เอานมเย็น

222
00:14:44,339 --> 00:14:48,339
เย็นที่แทนที่จะทานเลยนี่เอาไปแช่

223
00:14:48,340 --> 00:14:52,340
นะคะ ไปผ่านอีกกระบวนการหนึ่งนะคะ แช่ฟรีซ

224
00:14:52,340 --> 00:14:56,340
อย่างนี้น่ะค่ะ มันก็จะได้แปรรูปไปเป็นหวานเย็น

225
00:14:56,342 --> 00:15:00,342
แปลว่า นมเย็น ที่เรา

226
00:15:00,343 --> 00:15:04,343
ได้น่ะที่เป็น information น่ะ ที่เป็นจุดเริ่ม

227
00:15:04,345 --> 00:15:08,345
น้ำเฮลบลูบอยด์กับนมน่ะ

228
00:15:08,346 --> 00:15:12,346
แปลว่านมเย็นน่ะ เป็น Data น่ะค่ะ สำหรับกระบวนการทำหวานเย็น

229
00:15:12,348 --> 00:15:16,348
ฉะนั้นนะคะ Information

230
00:15:16,350 --> 00:15:20,350
Data ของระบบอื่นได้อีก

231
00:15:20,352 --> 00:15:24,352
คราวนี้เรามาดูวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

232
00:15:24,353 --> 00:15:28,353
วิธีการหมายถึงเทคนิค

233
00:15:28,354 --> 00:15:32,354
หรือกระบวนการนะคะ ในการรวบรวมข้อมูล

234
00:15:32,355 --> 00:15:36,355
นะคะ อันนี่เป็นบางส่วนจริง ๆ มีได้มากกว่านี้

235
00:15:36,357 --> 00:15:40,357
โดยเฉพาะวิธีการในเก็บรวบรวมข้อมูล

236
00:15:40,358 --> 00:15:44,358
หรือการทำวิจัยนะคะ เช่น เราอาจจะเก็บรวบรวมข้อมูล

237
00:15:44,360 --> 00:15:48,360
ด้วยวิธีการไปสำรวจ

238
00:15:48,361 --> 00:15:52,361
โดยเครื่องมือที่เราใช้อาจจะอยู่ในรูปแบบ

239
00:15:52,362 --> 00:15:56,362
Questioniar

240
00:15:56,363 --> 00:16:00,363
ไม่สำรวจนะคะ เราอาจจะไปสังเกตการณ์

241
00:16:00,364 --> 00:16:04,364
สังเกตการณ์ ก็จะมีหลายแบบ สังเกตการณ์ก็จะมี

242
00:16:04,366 --> 00:16:08,366
ไปนั่งอยู่ไม่ได้มีส่วนร่วมไปบันทึกจดสิ่งที่เรา

243
00:16:08,367 --> 00:16:12,367
เห็นน่ะค่ะ หรือสังเกตการณ์โดยการเข้าไปมีส่วนร่วม

244
00:16:12,368 --> 00:16:16,368
ในงานนั้น อันนี้ก็เป็นวิธีการเก็บรวมรวบข้อมูลเหมือนกันนะคะ

245
00:16:16,370 --> 00:16:20,370
หรือถ้าเป็นเชิงลึก มากกว่าการสังเกตการณ์หรือสำรวจ

246
00:16:20,371 --> 00:16:24,371
สังเกตการหรือที่เราสำรวจ

247
00:16:24,372 --> 00:16:28,372
กรณีที่แหล่งเก็บข้อมูลของเรานี่เขายินดี

248
00:16:28,373 --> 00:16:32,373
ที่จะให้ข้อมูลโดยการตอบคำถามน่ะนะคะ

249
00:16:32,374 --> 00:16:36,374
เราเรียกว่า การเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์

250
00:16:36,376 --> 00:16:40,376
ใช้ ก็คือแบบสัมภาษณ์ แบบ

251
00:16:40,377 --> 00:16:44,377
สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างไหมหรือไม่มี

252
00:16:44,378 --> 00:16:48,378
ตอนที่เราเรียนระดับที่สูงขึ้นนะคะ คราวนี้

253
00:16:48,379 --> 00:16:52,379
เรามาดูแหล่งข้อมูลบ้าง เอาเข้าใจง่าย ๆ เลย

254
00:16:52,380 --> 00:16:56,380
แหล่งข้อมูลคืออะไรนะคะ คือ

255
00:16:56,381 --> 00:17:00,381
ของข้อมูลนั้นล่ะนะคะ โดย

256
00:17:00,382 --> 00:17:04,382
แหล่งกำเนิดข้อมูลนี่มันจะแตกต่างกันออกไปนะคะ

257
00:17:04,384 --> 00:17:08,384
ในที่นี้จะพูดถึงแหล่งกำเนิด 2 ประเภท

258
00:17:08,385 --> 00:17:12,385
ก็คือแหล่งกำเนิดข้อมูลภายในองค์กร

259
00:17:12,386 --> 00:17:16,386
กับแหล่งกำเนิดข้อมูลภายนอกองค์กร

260
00:17:16,387 --> 00:17:20,387
นะคะ เรามาดูประเภทแรกก่อน

261
00:17:20,388 --> 00:17:24,388
ถ้าพูดถึงแหล่งกำเนิดข้อมูลภายใน

262
00:17:24,389 --> 00:17:28,389
หมายถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นนี้มันอยู่ใน

263
00:17:28,390 --> 00:17:32,390
องค์กรนั้น ๆ เป็นข้อมูลทั่วไป

264
00:17:32,391 --> 00:17:36,391
ขององค์กรนั้นนะคะ ครูยกตัวอย่างมา เช่น ยอดขายประจำปี

265
00:17:36,392 --> 00:17:40,392
ข้อมูลผู้ถือหุ้น กำไร-

266
00:17:40,393 --> 00:17:44,393
ขาดทุนให้นักศึกษาบอกว่าจากตัวอย่าง

267
00:17:44,395 --> 00:17:48,395
นะคะ ของข้อมูลที่กล่าวไปแล้วนี่น่าจะอยู่ใน

268
00:17:48,396 --> 00:17:52,396
องค์กรไหน องค์กรนี้จะมี

269
00:17:52,396 --> 00:17:56,396
กำไร มีขาดทุน มีข้อมูล

270
00:17:56,398 --> 00:18:00,398
ผู้ถือหุ้น มียอดขาย

271
00:18:00,400 --> 00:18:04,400
เราคิดว่าองค์กรนี้คือองค์กร

272
00:18:04,401 --> 00:18:08,401
อะไร

273
00:18:08,402 --> 00:18:12,402
หน่วยงานการศึกษาไหมคะ หน่วยงานการศึกษามียอดขายไหมคะ

274
00:18:12,403 --> 00:18:16,403
ไม่มีแปลว่าไม่ใช่ หน่วยงาน

275
00:18:16,404 --> 00:18:20,404
ไหนดี ขององค์กรประเภทไหน

276
00:18:20,405 --> 00:18:24,405
องค์กรแบบไหนดี

277
00:18:24,407 --> 00:18:28,407

278
00:18:28,408 --> 00:18:32,408
การทำธุรกิจนะ ธุรกิจนี้

279
00:18:32,409 --> 00:18:36,409
มีเยอะไหมคะ เยอะแยะมากมาย

280
00:18:36,411 --> 00:18:40,411
Big C แมคโคร โลตัส

281
00:18:40,412 --> 00:18:44,412
ร้านขาย ร้านโชว์ห่วย

282
00:18:44,413 --> 00:18:48,413
ร้านใหญ่ ๆ นะคะ ที่เขามีผู้ถือหุ้น

283
00:18:48,414 --> 00:18:52,414
ลงทุนเยอะ ๆ น่ะ นะคะ อันนี้คือแหล่งข้อมูล

284
00:18:52,415 --> 00:18:56,415
ภายในนะคะ ซึ่งแหล่งข้อมูล

285
00:18:56,418 --> 00:19:00,418
ภายใน แล้วข้อมูลที่ได้ อาจจะเป็นข้อมูลความลับ

286
00:19:00,419 --> 00:19:04,419
ขององค์กรหรือข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่เปิดเผยให้กับ

287
00:19:04,421 --> 00:19:08,421
ก็ได้นะคะ คราวนี้ถาม 1 คน

288
00:19:08,422 --> 00:19:12,422
ถามดำรงศักดิ์

289
00:19:12,423 --> 00:19:16,423
มาไหมคะ

290
00:19:16,424 --> 00:19:20,424
(นักศึกษา) มาครับ (อาจารย์)

291
00:19:20,426 --> 00:19:24,426

292
00:19:24,427 --> 00:19:28,427
อันนี้คือกล้องนักศึกษาไหม ข้างล่าง

293
00:19:28,429 --> 00:19:32,429
ต้องทำอย่างไร ดำรงค์ศักดิ์มาไหมคะ

294
00:19:32,430 --> 00:19:36,430

295
00:19:36,432 --> 00:19:40,432
Standup

296
00:19:40,433 --> 00:19:44,433

297
00:19:44,436 --> 00:19:48,436
แล้วทำอย่างไรถึงจะขึ้นจอ ดำรงค์ศักดิ์

298
00:19:48,438 --> 00:19:52,438
มีไหมคะ มีปัญหาเชิงเทคนิค

299
00:19:52,438 --> 00:19:56,438

300
00:19:56,439 --> 00:20:00,439
กล้องน่าจะค้างน่ะค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้พี่เปาแปลให้ครูนะ

301
00:20:00,440 --> 00:20:04,440
ให้ดำรงศักดิ์บอกว่า

302
00:20:04,441 --> 00:20:08,441
เมื่อกี้เรายกตัวอย่างไปว่า ข้อมูลซื้อขาย

303
00:20:08,442 --> 00:20:12,442
เป็นกำไรขาดทุนมันคือธุรกิจนะ คราวนี้

304
00:20:12,443 --> 00:20:16,443
ให้ดำรงศักดิ์ยกตัวอย่างข้อมูลภายในของราชภัฏสกลนคร

305
00:20:16,445 --> 00:20:20,445
ให้หน่อย ในมหาวิทยาลัยราชภั

306
00:20:20,446 --> 00:20:24,446
สกลนครนี่ค่ะ น่าจะมีข้อมูลอะไรบ้าง

307
00:20:24,447 --> 00:20:28,447
ข้อมูล

308
00:20:28,448 --> 00:20:32,448
ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเอง

309
00:20:32,450 --> 00:20:36,450
เอาตัวช่วยไหมคะ เอาเพื่อน

310
00:20:36,451 --> 00:20:40,451
ช่วยไหม

311
00:20:40,453 --> 00:20:44,453
เอาไหมคะ

312
00:20:44,456 --> 00:20:48,456
ให้เพื่อนช่วยคิดไหม มาไหมคะ

313
00:20:48,458 --> 00:20:52,458
เอาใครดี ช่วยกันคิด

314
00:20:52,458 --> 00:20:56,458
ดำรงศักดิ์มีไหมเอ่ย ใครจะช่วย

315
00:20:56,459 --> 00:21:00,459
ดำรงศักดิ์บ้าง ช่วยกันคิดบ้าง จักรพันธ์

316
00:21:00,460 --> 00:21:04,460
ข้อมูลภายในของ

317
00:21:04,461 --> 00:21:08,461
มหาวิทยาลัยราชภสกลนคร มีอะไรบ้าง

318
00:21:08,463 --> 00:21:12,463
จำนวนนักศึกษาทั้งหมด (นักศึกษา)

319
00:21:12,464 --> 00:21:16,464

320
00:21:16,465 --> 00:21:20,465
ถูกต้องนะคะ

321
00:21:20,466 --> 00:21:24,466
จำนวนนักศึกษา ปรบมือให้ จักรพันธ์หน่อย

322
00:21:24,467 --> 00:21:28,467
อยากแจกรางวัลจังเลย คราวหน้า

323
00:21:28,468 --> 00:21:32,468
เอาของรางวัลมาด้วยนะ ก็คือข้อมูลที่เกิดขึ้น

324
00:21:32,473 --> 00:21:36,473
ภายในองค์กร แต่ละองค์กรมันจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กรนะคะ

325
00:21:36,474 --> 00:21:40,474
อย่างเรานี่ อย่าง มหาวิทยาลัยราชภั

326
00:21:40,476 --> 00:21:44,476
เราไม่มีกำไลขาดทุน ไม่มีผู้ถือหุ้น

327
00:21:44,478 --> 00:21:48,478
เรามี ก็คือจำนวนนักศึกษาเป็นอย่างไรแต่ละปี

328
00:21:48,479 --> 00:21:52,479
จำนวนนักศึกษาทั้งหมดหรือจำนวนนักศึกษาแต่ละปีแต่ละคณะนะคะ

329
00:21:52,480 --> 00:21:56,480
อันนี้คือข้อมูลภายใน หลักสูตรที่เปิดสอน

330
00:21:56,487 --> 00:22:00,487
มีหลักสูตรอะไรบ้างมีกี่คณะ

331
00:22:00,489 --> 00:22:04,489
วิชาอะไรบ้าง อันนี้คือข้อมูลภายใน ดีมาก

332
00:22:04,490 --> 00:22:08,490
คราวนี้ข้อมูลภายนอกนะคะ

333
00:22:08,491 --> 00:22:12,491
แหล่งข้อมูลภายนอกหมายถึง

334
00:22:12,492 --> 00:22:16,492
แหล่งกำเนิดข้อมูลภายนอกองค์กร

335
00:22:16,493 --> 00:22:20,493
แต่มีผลกระทบ ผลกระทบนี่

336
00:22:20,494 --> 00:22:24,494
จะมีทั้งด้านบวกด้านลบนะคะ กับองค์กรเอง

337
00:22:24,494 --> 00:22:28,494
เมื่อกี้จักรพันธ์ตอบไปแล้ว ราชภัสกลนคร มีหลักสูตร

338
00:22:28,496 --> 00:22:32,496
ภายในที่เกิดขึ้น คือ จำนวนนักศึกษา จำนวนคณะ จำนวนหลักสูตร

339
00:22:32,500 --> 00:22:36,500
คราวนี้ครูถามอีกว่า

340
00:22:36,502 --> 00:22:40,502
ถามผกามาศ โอ.เค.

341
00:22:40,504 --> 00:22:44,504
ผกามาศ แล้วข้อมูลภายนอกที่มีผลกับมหาวิทยาลัยราช

342
00:22:44,505 --> 00:22:48,505
ผลกับมหาวิทยาลัยราฎ

343
00:22:48,507 --> 00:22:52,507
เราคิดว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง

344
00:22:52,508 --> 00:22:56,508
ค่ะ เช่น ถ้าอย่างธนาคาร

345
00:22:56,509 --> 00:23:00,509
เขาก็จะมีข้อมูลลูกค้าเป็นข้อมูลภายในใช่ไหม

346
00:23:00,510 --> 00:23:04,510
ส่วนข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวกับธนาคารมีอะไรคะ

347
00:23:04,517 --> 00:23:08,517
ดอกเบี้ยที่มีการปรับขึ้นลง

348
00:23:08,518 --> 00:23:12,518
แต่อัตราดอกเบี้ยนี้หรือกฎหมายนี้มาควบคุมน่ะค่ะ

349
00:23:12,520 --> 00:23:16,520
อย่างนี้ค่ะ แต่มันมีผลกับข้อมูลภายนอก

350
00:23:16,522 --> 00:23:20,522
มีผลกระทบกับองค์กรภายใน ของเรา

351
00:23:20,524 --> 00:23:24,524
นี่มีจำนวนนักศึกษาแล้ว มีข้อมูลหลักสูตร มีข้อมูล

352
00:23:24,526 --> 00:23:28,526
สาขา ผู้สอน นักเรียน อะไรพวกนี้ แล้วครูถามว่า

353
00:23:28,527 --> 00:23:32,527
มีข้อมูลอะไรภายนอกที่มีผลกระทบกับข้อมูลภายใน

354
00:23:32,528 --> 00:23:36,528
เหล่านี้บ้าง มี

355
00:23:36,534 --> 00:23:40,534
ไหมคะ จักรพันธ์นี่คิดออกแล้วน่ะ แต่ให้ผกามาศ

356
00:23:40,535 --> 00:23:44,535
ตอบก่อน เราคิดว่ามีข้อมูลอะไร ข้อมูลหุ้นนี่เกี่ยวข้อง

357
00:23:44,536 --> 00:23:48,536
กับมหาวิทยาลัยไหม ไม่เกี่ยว

358
00:23:48,537 --> 00:23:52,537
ข้อมูลโครงการประชารัฐน่ะ

359
00:23:52,540 --> 00:23:56,540
ประชารัตน์

360
00:23:56,541 --> 00:24:00,541
อันนี้ถือเป็นข้อมูลภายนอกไหม พอหมดรัฐบาลยุคนี้

361
00:24:00,543 --> 00:24:04,543
จะมีโครงการนี้ไหม ไม่รู้ค่ะ

362
00:24:04,547 --> 00:24:08,547
มีผลกระทบกับเราอย่างไรโครงการ

363
00:24:08,548 --> 00:24:12,548
ของรัฐนี่มีผลกระทบต่อนักศึกษาอย่างไร

364
00:24:12,550 --> 00:24:16,550
กระทบอาจจะด้านบวกก็ได้ ด้านลบก็ได้ แต่มันมีผลกับเราน่ะ

365
00:24:16,554 --> 00:24:20,554

366
00:24:20,555 --> 00:24:24,555
นักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการ โน่นนี่นะ

367
00:24:24,556 --> 00:24:28,556
แล้วก็ได้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตและ

368
00:24:28,560 --> 00:24:32,560
ในการมาเรียนได้อย่างนี้น่ะค่ะ โครงการหลาย ๆ โครงการน่ะ

369
00:24:32,562 --> 00:24:36,562
อันนี้คือ ข้อมูลจากแหล่งภายนอก แต่มันมี

370
00:24:36,564 --> 00:24:40,564
ผลกับเรากับนักศึกษานะคะ โอ.เค. เอา

371
00:24:40,565 --> 00:24:44,565
อีกสักคนนะ ศักดิ์ดา

372
00:24:44,566 --> 00:24:48,566
โอ.เค. อีกสัก 1 ตัวอย่างสิ

373
00:24:48,568 --> 00:24:52,568
ข้อมูลภายนอกที่มีผลกระทบ บวกก็ได้

374
00:24:52,569 --> 00:24:56,569
ลบก็ได้ค่ะ พกามาทตอบ

375
00:24:56,569 --> 00:25:00,569
ก็คือได้เงินสวัสดิการนู่นนี่ มาช่วยในการ

376
00:25:00,571 --> 00:25:04,571
ดำเนินชีวิต มีไหมคะ ข้อมูลภายนอกที่มีผล

377
00:25:04,572 --> 00:25:08,572
กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

378
00:25:08,573 --> 00:25:12,573
เพื่อใบ้

379
00:25:12,574 --> 00:25:16,574
ให้แล้ว เมื่อกี้น่ะ ครูได้ยินแว่ว ๆ

380
00:25:16,575 --> 00:25:20,575

381
00:25:20,577 --> 00:25:24,577
มีไหมคะ ข้อมูลโรค

382
00:25:24,578 --> 00:25:28,578
โรคระบาดนะ โรค...

383
00:25:28,579 --> 00:25:32,579
ค่ะ

384
00:25:32,582 --> 00:25:36,582
โอ.เค. นั่งลงค่ะ ดีมาก ก็คือข้อมูลโรค

385
00:25:36,582 --> 00:25:40,582
มีผลกับการจัดรูปแบบการเรียนการสอน

386
00:25:40,584 --> 00:25:44,584
จากที่เราต้องมาเรียน เราต้องเรียนออนไลน์

387
00:25:44,586 --> 00:25:48,586
ผู้ปกครองไหม เพราะผู้ปกครองต้องส่งเราเรียน อันนี้ภายนอก

388
00:25:48,587 --> 00:25:52,587
อย่างนี้น่ะค่ะ อันนี้คือข้อมูลภายนอกแต่มันมีผลกระทบ จะทางตรง

389
00:25:52,588 --> 00:25:56,588
ทางอ้อม หรือกระทบเชิงบวกเชิงลบ แต่มันเป็นผล

390
00:25:56,588 --> 00:26:00,588
ที่มันถึงเรานะคะ บางทีผู้ปกครองตกงานมัน

391
00:26:00,590 --> 00:26:04,590
ก็กระทบกับเราแล้วทีนี้ โอ.เค.

392
00:26:04,608 --> 00:26:08,608
เราพอเข้าใจนะ แหล่งข้อมูล แหล่งกำเนิดข้อมูลภายนอกนะคะ

393
00:26:08,609 --> 00:26:12,609
เราอาจจะรับรู้ผ่านหลายทาง

394
00:26:12,609 --> 00:26:16,609
หนังสือพิมพ์นะคะ ผ่านอินเทอร์เน็ต

395
00:26:16,610 --> 00:26:20,610
นะคะ อันนี้ผ่านช่องทางไหนก็ได้ที่มันมาถึงเรานะคะ

396
00:26:20,611 --> 00:26:24,611
อย่างสกลนครนี่ ไม่มีผู้ติดเชื้อในรอบ 2

397
00:26:24,612 --> 00:26:28,612
แต่เราก็รับรู้ได้ที่ไหนบ้าง เราจะได้ดูแลตัวเอง

398
00:26:28,613 --> 00:26:32,613
อย่างนี้ค่ะ คราวนี้มาดูคุณสมบัติที่ดี

399
00:26:32,617 --> 00:26:36,617
นะคะ มี 5 ข้อใหญ่ ๆ เลย

400
00:26:36,619 --> 00:26:40,619
ข้อมูลมีคุณสมบัติเยอะแยะนะคะ แต่ถ้าจะเป็นข้อมูล

401
00:26:40,620 --> 00:26:44,620
ที่ดี จะต้องมี 5 ข้อนี้ 1

402
00:26:44,622 --> 00:26:48,622
นะคะ ข้อมูลนั้นจะต้องมีความถูกต้องเป็น

403
00:26:48,624 --> 00:26:52,624
ปัจจุบัน ตรงกับความต้องการของคนที่จะใช้งาน

404
00:26:52,626 --> 00:26:56,626
ข้อมูลมีความ Complete คือ มีความสมบูรณ์

405
00:26:56,627 --> 00:27:00,627
ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ครูจะอธิบายไปทีละอัน

406
00:27:00,630 --> 00:27:04,630
ความถูกต้องหมายถึงข้อมูลที่เป็นจริงน่ะค่ะ

407
00:27:04,632 --> 00:27:08,632
คอมพิวเตอร์ไม่ได้ฉลาดมากพอที่จะ

408
00:27:08,632 --> 00:27:12,632
คัดแยกข้อมูลที่เป็นเท็จออกไปได้ ฉะนั้น ถ้าเราอยากได้สารสนเทศที่ถูกต้อง

409
00:27:12,634 --> 00:27:16,634
เราจะต้องใส่ข้อมูล ใส่ Data ที่เป็น

410
00:27:16,636 --> 00:27:20,636
จริงเข้าไป อันนี้คือความถูกต้อง Accuracy

411
00:27:20,637 --> 00:27:24,637
นะคะ ก็คือเราต้องเลือกข้อมูลที่เป็นจริงน่ะค่ะ

412
00:27:24,638 --> 00:27:28,638
ผ่านการ Process โดยคอมพิวเตอร์ สารสนเทศที่ได้ออกมา คือ สารสนเทศ

413
00:27:28,640 --> 00:27:32,640
ที่เป็นจริงนะคะ

414
00:27:32,641 --> 00:27:36,641
การใส่ข้อมูลที่ถูกต้องคืออะไร

415
00:27:36,642 --> 00:27:40,642
ตอนนี้ Social นี่ โพสต์ง่ายไหมคะ

416
00:27:40,643 --> 00:27:44,643
เอา Facebook ก็ได้ อยู่ ๆ ไปโพสต์ว่าเพื่อนในห้องเป็น COVID

417
00:27:44,645 --> 00:27:48,645
สมมติ เดือดร้อนไหมทีนี้

418
00:27:48,646 --> 00:27:52,646
เดือดล่ะทีนี้ อันนี้เป็นข้อมูล

419
00:27:52,648 --> 00:27:56,648
ที่เป็นจริงไหม คนจะมาตรวจสอบไหมคะ

420
00:27:56,649 --> 00:28:00,649
ว่าเป็นหรือไม่เป็น มาค่ะ

421
00:28:00,650 --> 00:28:04,650
ใครบ้างที่มาเกี่ยวข้อง ใครที่อยู่ห้องนี้ ก็ไปตรวจหมดเลย

422
00:28:04,651 --> 00:28:08,651
ทีนี้เดือดร้อนกันเลย อันนี้คือข้อมูลที่ไม่

423
00:28:08,652 --> 00:28:12,652
ถูกต้องนะคะ ฉะนั้น การคัดเลือกข้อมูลที่เราจะไปโพสต์

424
00:28:12,653 --> 00:28:16,653
ในสื่อสังคม เราอย่าลืมว่า

425
00:28:16,655 --> 00:28:20,655
เวลาที่เราโพสต์ แล้วเราไม่ได้ตั้งค่า Private

426
00:28:20,656 --> 00:28:24,656
คือ ถ้าเราไม่ได้ตั้งค่าการเป็นส่วนตัวไว้ ก็รู้กัน

427
00:28:24,659 --> 00:28:28,659
ทั้งโลกนะคะ แปลว่า ข้อมูลที่เราโพสต์นี่เราต้องการให้

428
00:28:28,660 --> 00:28:32,660
คนทั้งโลกนี้รู้ใช่ไหมว่าเป็นแบบนี้

429
00:28:32,661 --> 00:28:36,661
ถ้าเราเลือก เขาเรียก Secerity

430
00:28:36,662 --> 00:28:40,662
โอ.เค. นะคะ คือ ข้อมูลที่เราเฉพาะไว้

431
00:28:40,663 --> 00:28:44,663
นะคะ แต่ถ้าเกิดเราไม่ได้ตั้งค่าไว้ ข้อมูลที่โพสต์นี่

432
00:28:44,664 --> 00:28:48,664
เห็นทั้งโลกเลยค่ะ อย่าลืม

433
00:28:48,666 --> 00:28:52,666
คุณสมบัติข้อมูลที่ดี

434
00:28:52,669 --> 00:28:56,669
ข้อมูลจะต้องมีความเป็นปัจจุบัน เป็นปัจจุบัน

435
00:28:56,670 --> 00:29:00,670
หมายความว่าอย่างไร ก

436
00:29:00,671 --> 00:29:04,671
ก็คือข้อมูลที่เป็นจริง

437
00:29:04,672 --> 00:29:08,672
ณ ปัจจุบันนี้ อย่างนี้ค่ะ อย่างเช่น

438
00:29:08,673 --> 00:29:12,673
ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละปี

439
00:29:12,675 --> 00:29:16,675
ช่วงนี้แถวบ้านเรามีการเลือกตั้งอะไรไหมคะ

440
00:29:16,678 --> 00:29:20,678
เลือกตั้ง อบต. เลืองตั้ง

441
00:29:20,679 --> 00:29:24,679
สมาชิกเทศบาลนะ

442
00:29:24,680 --> 00:29:28,680
ครูถามว่าจำนวนผู้มีสิทธิ

443
00:29:28,681 --> 00:29:32,681
จะเลือกตอนนี้ กับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเมื่อ 4 5 6

444
00:29:32,683 --> 00:29:36,683
8 ปีที่แล้วนี่เท่ากันไหม

445
00:29:36,685 --> 00:29:40,685
ไม่เท่ากัน เพิ่มหรือลด

446
00:29:40,694 --> 00:29:44,694
(นักศึกษา)  เพิ่ม (อาจารย์)  แล้วแต่

447
00:29:44,694 --> 00:29:48,694
ใช่ไหมคะ แล้วแต่ท้องที่ จะเพิ่ม

448
00:29:48,695 --> 00:29:52,695
กรณีไหนคะ เพิ่มกรณีไหน

449
00:29:52,696 --> 00:29:56,696
ตอนนี้เลือกตั้งได้ ต้องอายุครบ

450
00:29:56,699 --> 00:30:00,699
18 ปี จำนวนผู้มีสิทธิ

451
00:30:00,700 --> 00:30:04,700
เลือกตั้งจะเพิ่มขึ้นเพราะ

452
00:30:04,701 --> 00:30:08,701
เหตุผลคืออะไรคะ ทำไมเขตบ้านเรานี่จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

453
00:30:08,702 --> 00:30:12,702
ถึงเพิ่มขึ้น

454
00:30:12,703 --> 00:30:16,703
มีประชากร

455
00:30:16,704 --> 00:30:20,704
ที่มีอายุถึงเกณฑ์เลือกตั้งได้นี่เพิ่มขึ้น

456
00:30:20,708 --> 00:30:24,708
โอ.เค. แล้วลดลงกรณีไหนคะ

457
00:30:24,710 --> 00:30:28,710
มีคนย้าย โยกย้ายไปอยู่ที่อื่น

458
00:30:28,711 --> 00:30:32,711
โยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือโยกย้ายไปอยู่โลกอื่น

459
00:30:32,713 --> 00:30:36,713
ย้าย อย่าเอาตัวเอง

460
00:30:36,713 --> 00:30:40,713
เป็นที่ตั้งนะคะ

461
00:30:40,716 --> 00:30:44,716
เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ อาจจะมีการโยกย้ายหรือเสียชีวิต

462
00:30:44,718 --> 00:30:48,718
อย่างนี้ค่ะ ก็ทำให้จำนวนลดลงนะคะ

463
00:30:48,720 --> 00:30:52,720
ฉะนั้นนะคะ จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนี่จะต้องเป็นปัจจุบันนะคะ

464
00:30:52,722 --> 00:30:56,722
4 ปีที่แล้วเราอาจจะไม่มีสิทธิ์เลือก แต่ตอนนี้อายุถึง

465
00:30:56,723 --> 00:31:00,723
เราก็มีสิทธิ์เลือกตั้ง คราวนี้ข้อมูลที่ดี จะต้อง

466
00:31:00,724 --> 00:31:04,724
ตรงกับความต้องการ

467
00:31:04,725 --> 00:31:08,725
ของกลุ่มที่ต้องการข้อมูลนั้น ๆ นะคะ

468
00:31:08,726 --> 00:31:12,726
เช่น ครูให้หัวข้อในการทำรายงานไปคนละหัวข้อ ๆ

469
00:31:12,727 --> 00:31:16,727
สมมติ จักรพันธ์ก็ไปค้นข้อมูลค่ะ แต่ไปเห็นข้อมูล

470
00:31:16,728 --> 00:31:20,728
กลุ่มอื่นหมดเลยแต่มันไม่ใช่หัวข้อที่ครู

471
00:31:20,729 --> 00:31:24,729
มอบหมายให้จักรพันธ์ทำ แปลว่าข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ดี

472
00:31:24,730 --> 00:31:28,730
ของจักรพันธ์ ก็ต้องหาต่อไปนะคะ

473
00:31:28,730 --> 00:31:32,730
ที่ตรงกับหัวข้อที่ตรงกับครูมอบหมาย และ

474
00:31:32,732 --> 00:31:36,732
มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อันนี้เป็นข้อมูลที่ดีของจักรพัน

475
00:31:36,733 --> 00:31:40,733
เราอาจจะไปเห็นข้อมูลเยอะแยะเลยแต่มันไม่เกี่ยวกับเราน่ะ เช่น

476
00:31:40,735 --> 00:31:44,735
ครูให้ไปค้นงานวิจัย จักรพันธ์ทำเกี่ยวกับ AR นะคะ

477
00:31:44,737 --> 00:31:48,737
จักรพันธ์ก็ไปเห็น IOT

478
00:31:48,738 --> 00:31:52,738
แต่มันไม่เกี่ยวกับตัวเราไง ไม่ได้บอกข้อมูลนั้นไม่ดี

479
00:31:52,740 --> 00:31:56,740
แต่มันไม่ได้ตรงกับความต้องการของเรา เราก็

480
00:31:56,741 --> 00:32:00,741
ข้ามไปอย่างนี้น่ะค่ะ เราก็ไปเลือกสิ่งที่เกี่ยวกับเรา

481
00:32:00,742 --> 00:32:04,742
ที่เราจำเป็นต้องใช้นะคะ ข้อมูลที่ดี

482
00:32:04,743 --> 00:32:08,743
จะต้องมีความสมบูรณ์นะคะ สมบูรณ์

483
00:32:08,745 --> 00:32:12,745
หมายความว่าบางครั้งนะคะ การเก็บ

484
00:32:12,746 --> 00:32:16,746
รวบรวมข้อมูลนี่ครั้งเดียวอาจจะได้ข้อมูล

485
00:32:16,747 --> 00:32:20,747
ที่ยังไม่ครบถ้วน เรายังต้องเก็บ

486
00:32:20,749 --> 00:32:24,749
ข้อมูลหลายครั้งจะได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์

487
00:32:24,751 --> 00:32:28,751
โดยเฉพาะการทำวิจัยนะคะ

488
00:32:28,753 --> 00:32:32,753
ข้อมูลที่ดีจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาได้ค่ะ

489
00:32:32,754 --> 00:32:36,754
Verifiable จะต้องรู้

490
00:32:36,755 --> 00:32:40,755
ข้อมูลเชื่อถือได้ไหม ครูถามจักรพันธ์เอาข้อม

491
00:32:40,756 --> 00:32:44,756
มาจากไหน เพื่อนโพสต์ต่อ ๆ กันมาครับ เชื่อถือได้ไหม

492
00:32:44,757 --> 00:32:48,757
ครูถามอัษฎาวุธ คุณเอาข้อมูลนี้มาจากไหน

493
00:32:48,758 --> 00:32:52,758
ผมเอามาจากเว็บไซต์ของรัฐบาลนี้ครับ

494
00:32:52,759 --> 00:32:56,759
อันนั้นเป็นอัคติส่วนตัว

495
00:32:56,760 --> 00:33:00,760
นะคะ จักรพันธ์นี่มีความเป็นอคตินะคะ

496
00:33:00,761 --> 00:33:04,761
เพราะว่าอนาคตอย่างเป็นรัฐมนตรีนะคะ ครูรู้

497
00:33:04,762 --> 00:33:08,762
ถ้าเราเอามาจากเว็บไซต์หน่วยงาน

498
00:33:08,763 --> 00:33:12,763
แห่ลงที่มาได้ แสดงว่าข้อมูลนี้

499
00:33:12,765 --> 00:33:16,765
เชื่อถือได้นะคะ ไม่ใช่เอามาจากไหนไม่รู้ เพื่อนโพสต์มา

500
00:33:16,766 --> 00:33:20,766
หรือใครก็ไม่รู้แท็กต่อกันมานะคะ

501
00:33:20,767 --> 00:33:24,767
เรามาดูหน่วยของข้อมูลที่กล่าวไป

502
00:33:24,770 --> 00:33:28,770
มีข้อสอบอยู่ประมาณ 3 ข้อนะคะ ความหมายของข้อมูล

503
00:33:28,771 --> 00:33:32,771
นะคะ แหล่งกำเนิดข้อมูลนะคะ

504
00:33:32,772 --> 00:33:36,772
ข้อถัดมานะคะ หน่วยข้อมูลนะคะ หน้านี้มีข้อสอบอยู่

505
00:33:36,774 --> 00:33:40,774
2 ข้อ หน่วยของข้อมูลนะคะ

506
00:33:40,775 --> 00:33:44,775
หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุด

507
00:33:44,776 --> 00:33:48,776
กับหน่วยที่คอมพิวเตอร์

508
00:33:48,777 --> 00:33:52,777
รับรู้ทำงานได้นี่ไม่เหมือนกันนะคะ หน่วยเล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์รับรู้คืออะไรคะ

509
00:33:52,778 --> 00:33:56,778
Bit ค่ะ

510
00:33:56,780 --> 00:34:00,780
แต่หน่วยของข้อมูลนะคะ แต่หน่วยของ

511
00:34:00,781 --> 00:34:04,781
ข้อมูลที่เล็กที่สุด คือ

512
00:34:04,783 --> 00:34:08,783
อักขระนะคะ Character

513
00:34:08,784 --> 00:34:12,784
Bit คืออะไร ไม่ 0 ก็ 1 นะ

514
00:34:12,786 --> 00:34:16,786
อันเดียวน่ะ เรียก Bit แต่ไม่

515
00:34:16,787 --> 00:34:20,787
ใช่หน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูล

516
00:34:20,788 --> 00:34:24,788
ของ Data และการจัดการข้อมูล หน่วยที่เล็กที่สุด คือ character

517
00:34:24,789 --> 00:34:28,789
ก็คือ Bit 1 bit มีกี่บิต

518
00:34:28,790 --> 00:34:32,790
8 bit อันนี้คือข้อสอบ

519
00:34:32,792 --> 00:34:36,792
นะคะ ไม่ได้บอกแนว บอกข้อสอบ

520
00:34:36,793 --> 00:34:40,793
ฉะนั้น อ่านดี ๆ นะคะ ว่าโจทย์ถามอะไร หน่วยที่เล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์

521
00:34:40,794 --> 00:34:44,794
รับรู้ดได้ก็คืออะไร  bit

522
00:34:44,799 --> 00:34:48,799
หน่วนของข้อมูลที่มนุษย์รับรู้ได้ คือ ไบต์นะคะ

523
00:34:48,803 --> 00:34:52,803
ก็คือ 8 bit น่ะ ก็คือ

524
00:34:52,804 --> 00:34:56,804
ตัวเลข ตัวอักษรพิเศษโน่นนี่ ก.ไก่

525
00:34:56,807 --> 00:35:00,807
แต่เราต้องรับรู้ได้

526
00:35:00,807 --> 00:35:04,807
มีความหมายนะคะ เป็น กอ.ไก่ก็ได้ A-Z ก็ได้

527
00:35:04,809 --> 00:35:08,809
ก็ได้นะคะ หน่วยข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นมา

528
00:35:08,811 --> 00:35:12,811
จาก Character เราเรียกว่า "เขตข้อมูล" ค่ะ ภาษาอังกฤษ

529
00:35:12,812 --> 00:35:16,812
อ่านว่าอย่างไรเอ่ย Field

530
00:35:16,813 --> 00:35:20,813
ถูกต้องอ่านให้ถูกต้องนะคะ field

531
00:35:20,814 --> 00:35:24,814
ก็คือเขตข้อมูลนะคะ

532
00:35:24,814 --> 00:35:28,814
เขตข้อมูลหมายถึงกลุ่มของตัวอักขระ

533
00:35:28,816 --> 00:35:32,816
ที่มีความสัมพันธ์กันอยู่รวมแล้ว

534
00:35:32,818 --> 00:35:36,818
แล้วมีความหมาย เช่น เขตข้อมูล

535
00:35:36,821 --> 00:35:40,821
ชื่อนักศึกษา ชื่อมีความหมายไหม

536
00:35:40,823 --> 00:35:44,823
จักรพันธ์ หมายถึงอะไร

537
00:35:44,824 --> 00:35:48,824
ชื่อคุณหมายถึงอะไร

538
00:35:48,825 --> 00:35:52,825
ลืมนี่คือเคยรู้มาก่อนหรือไม่เคย

539
00:35:52,826 --> 00:35:56,826
เคยรู้แปลว่าลืม ค้น

540
00:35:56,827 --> 00:36:00,827
ถ้าไม่เคยรู้มาก่อนเราไม่เรียกลืมนะคะ โอ.เค. ไหม

541
00:36:00,828 --> 00:36:04,828
ก็คือไม่เคยรู้มาก่อน แต่จักรพันธ์เคยรู้ม

542
00:36:04,828 --> 00:36:08,828
นานแล้วเรียกว่า "ลืม" นะคะ

543
00:36:08,830 --> 00:36:12,830

544
00:36:12,831 --> 00:36:16,831

545
00:36:16,832 --> 00:36:20,832
อัฐดาวุฒิแปลว่าอะไร

546
00:36:20,835 --> 00:36:24,835
มันต้องสื่อความหมายสิ รู้หรือยัง

547
00:36:24,835 --> 00:36:28,835
จักรพันธ์หมายถึงอะไร

548
00:36:28,837 --> 00:36:32,837
รู้จริงไหมนี่

549
00:36:32,838 --> 00:36:36,838
ทองประไภ อันนี้นามสกุลนะคะ

550
00:36:36,839 --> 00:36:40,839
แปลว่าอะไร นามสกุล

551
00:36:40,841 --> 00:36:44,841

552
00:36:44,842 --> 00:36:48,842
นามสกุลเรามีความหมายไหม

553
00:36:48,843 --> 00:36:52,843
น่าจะความหมายดีเหมือนกันนะ

554
00:36:52,845 --> 00:36:56,845
จักรพันธ์รู้หรือยัง

555
00:36:56,846 --> 00:37:00,846
จักรพันธ์น่ะหมายถึงอะไร

556
00:37:00,847 --> 00:37:04,847
ค้นไป เขตข้อมูลหรือ Field ก็คือการรวมกลุ่มของ

557
00:37:04,848 --> 00:37:08,848
อักขระแล้วสื่อความหมาย

558
00:37:08,849 --> 00:37:12,849
นักศึกษา รหัสเป็น field ไหม

559
00:37:12,850 --> 00:37:16,850
รหัสนักศึกษาเป็น field ไหม

560
00:37:16,852 --> 00:37:20,852
รหัสนักศึกษามีกี่ตัว

561
00:37:20,853 --> 00:37:24,853
11 ตัว สื่อความหมายไหม

562
00:37:24,855 --> 00:37:28,855
รหัสนักศึกษาบอกอะไรบ้าง (นักศึกษา)  พ.ศ.

563
00:37:28,856 --> 00:37:32,856
อะไร ปีที่เข้าน่ะเป็นปี พ.ศ.

564
00:37:32,858 --> 00:37:36,858
หรือปีการศึกษา ปีการศึกษาที่เข้า

565
00:37:36,859 --> 00:37:40,859
บอกอะไรอีก คณะ สาขา

566
00:37:40,860 --> 00:37:44,860
สาขา เลขที่ หมู่เรียน

567
00:37:44,861 --> 00:37:48,861
หมู่เรียนแล้วก็เลข จักรพันธ์หมายถึง

568
00:37:48,862 --> 00:37:52,862

569
00:37:52,863 --> 00:37:56,863
คนอะไร

570
00:37:56,865 --> 00:38:00,865
เป็นคนที่ชื่อไม่มีความ...

571
00:38:00,867 --> 00:38:04,867
แน่นแฟ้นน่ะหรือ

572
00:38:04,868 --> 00:38:08,868

573
00:38:08,869 --> 00:38:12,869
นั่นล่ะ คือ ชื่อเป็น Field

574
00:38:12,870 --> 00:38:16,870
เป็นเขตข้อมูลมันจะชื่อความหมาย รหัสนักศึกษาก็เป็น field

575
00:38:16,872 --> 00:38:20,872
นะคะ บอกทั้งปีที่เข้า

576
00:38:20,873 --> 00:38:24,873
สาขาไหน คณะไหน หมู่เรียนไหน

577
00:38:24,876 --> 00:38:28,876
เลขที่เท่าไรของห้องน้ำ

578
00:38:28,877 --> 00:38:32,877
คือ field หรือเขตข้อมูล

579
00:38:32,879 --> 00:38:36,879
คือ เรียงลำดับ ในข้อสอบนอกจาเรียงความหมายแล้ว

580
00:38:36,880 --> 00:38:40,880
เรียงลำดับด้วยนะคะ เรียงลำดับของหน่วยข้อมูลจากเล็ก

581
00:38:40,881 --> 00:38:44,881
ไปใหญ่ บางคนอาจจะได้ใหญ่ไปเล็กเพราะบางทีมันสุ่ม

582
00:38:44,881 --> 00:38:48,881
นะคะ character เล็กสุด

583
00:38:48,883 --> 00:38:52,883
ต้องท่องไหม ไม่ต้องท่องค่ะ นักศึกษาต้องทำความเข้าใจ

584
00:38:52,885 --> 00:38:56,885
Character คือ ตัวอักษรโดด ๆ ตัวเลข

585
00:38:56,887 --> 00:39:00,887
พอมาวรวมกัน สื่อควมหมาย

586
00:39:00,889 --> 00:39:04,889
ความหมายเราเรียกว่า "Field" เป็นเขต

587
00:39:04,890 --> 00:39:08,890
ใหญ่ขึ้นไป field นี่คือ

588
00:39:08,891 --> 00:39:12,891
ข้อมูล แยกกันน่ะค่ะ

589
00:39:12,892 --> 00:39:16,892
Field คือคอลัมน์ อย่างนี้ รู้จัก Colon

590
00:39:16,894 --> 00:39:20,894
ไหมคะ

591
00:39:20,896 --> 00:39:24,896
ถูกต้อง Column คือ แนวตั้งแบบนี้

592
00:39:24,897 --> 00:39:28,897
คอลัมน์ คือ Field นะคะ Record

593
00:39:28,897 --> 00:39:32,897
คือ Reccord คือ แถว

594
00:39:32,899 --> 00:39:36,899
record คือ แถว

595
00:39:36,900 --> 00:39:40,900
นะคะ field คือ Column แบบนี้

596
00:39:40,902 --> 00:39:44,902
นะคะ Record ก็คือการรวมข้อมูลหลาย ๆ Field น่ะค่ะ เข้าด้วยกัน

597
00:39:44,903 --> 00:39:48,903
เช่น ผกามาศ มีรหัสนักศึกษา

598
00:39:48,905 --> 00:39:52,905
นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด การศ฿กษา

599
00:39:52,906 --> 00:39:56,906
เดิมปัจจุบัน งานอดิเรก

600
00:39:56,907 --> 00:40:00,907
รวมทั้งหมดนี่เป็น 1 Record คือ 1 คน

601
00:40:00,909 --> 00:40:04,909
1 แถว คือ 1 คน 1 TSeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee

602
00:40:04,910 --> 00:40:08,910
โอ.เค. ไหมคะ เล็กสุดไล่ออกไป

603
00:40:08,911 --> 00:40:12,911
Record คืออะไร

604
00:40:12,912 --> 00:40:16,912
Table ค่ะ เก็บข้อมูลเป็น Table

605
00:40:16,915 --> 00:40:20,915
เดี๋ยวสไลด์ถัดไปจะถาม

606
00:40:20,916 --> 00:40:24,916
ครูจะเช็กชื่อตามคำถามไป Table คืออะไร

607
00:40:24,917 --> 00:40:28,917
ตารางก็จะประกอบไปด้วยตารางที่มี Column นะคะ

608
00:40:28,920 --> 00:40:32,920
แนวตั้ง แนวนอนก็จะมีข้อมูล ๆ

609
00:40:32,921 --> 00:40:36,921
นะคะ ก็คือการรวบรวมนะคะ Record หรือระเบียน

610
00:40:36,922 --> 00:40:40,922
หรือระเบียนนี่ล่ะค่ะ

611
00:40:40,923 --> 00:40:44,923
ข้อมูลของห้องเราน่ะค่ะ ก็จะมีรหัส มีชื่อ

612
00:40:44,924 --> 00:40:48,924
นามสกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิดของแต่ละคนไล่ลงมา

613
00:40:48,924 --> 00:40:52,924
มีทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมแล้ว 2 หมู่

614
00:40:52,926 --> 00:40:56,926
23 คน อันนี้คือ 1 table ค่ะ

615
00:40:56,927 --> 00:41:00,927
นะคะ ใหญ่ขึ้นไป

616
00:41:00,928 --> 00:41:04,928
มีหลายตารางร่วมกัน เชื่อม Join กัน

617
00:41:04,929 --> 00:41:08,929
เราจะเรียกว่า Database หรือฐานข้อมูล

618
00:41:08,931 --> 00:41:12,931
นะคะ การรวมตารางที่มีความเกี่ยวข้องกันในตาราง

619
00:41:12,932 --> 00:41:16,932
นะคะ เช่น เราก็เป็น 1 Table

620
00:41:16,934 --> 00:41:20,934
ของ IT น่ะ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ

621
00:41:20,935 --> 00:41:24,935
อีก เซกหนึ่งก็เป็น

622
00:41:24,936 --> 00:41:28,936
วิทยาการคอมฯ อีก table

623
00:41:28,937 --> 00:41:32,937
แล้วเป็น 1 ฐานข้อมูล ก็คือฐานข้อมูล

624
00:41:32,937 --> 00:41:36,937
นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ชั้นปีที่ 1

625
00:41:36,938 --> 00:41:40,938
ชั้นปีที่ 2 ก็จะมีอีกแยกออกไป

626
00:41:40,939 --> 00:41:44,939
เราดูตัวนี้ ตัวอย่างจาก

627
00:41:44,940 --> 00:41:48,940
ตารางนี้มีทั้งหมดกี่ field

628
00:41:48,940 --> 00:41:52,940
ถามกรพจน์

629
00:41:52,942 --> 00:41:56,942
มาไหมคะ ไหนกรพจน์

630
00:41:56,943 --> 00:42:00,943
Standup

631
00:42:00,944 --> 00:42:04,944
ตารางนี้มีกี่ field

632
00:42:04,946 --> 00:42:08,946

633
00:42:08,947 --> 00:42:12,947
กี่ Field มีอะไรบ้าง

634
00:42:12,949 --> 00:42:16,949
มี 4 field ค่ะ อะไรบ้าง คือ

635
00:42:16,952 --> 00:42:20,952
รหัสนักศึกษา 1 field

636
00:42:20,953 --> 00:42:24,953
ชื่อ นามสกุล และคะแนนที่ได้ โอ.เค. นั่งลงค่ะ

637
00:42:24,953 --> 00:42:28,953
ภัทรนันท์

638
00:42:28,955 --> 00:42:32,955
Standup ตารางนี้มี

639
00:42:32,956 --> 00:42:36,956
กี่ Record กี่ Record คะ

640
00:42:36,958 --> 00:42:40,958
กี่ Record คะ 7 Record ถูกต้องค่ะ นั่งลง 7 record

641
00:42:40,959 --> 00:42:44,959
คือ 7 คนนะ 7 แถวน่ะค่ะ

642
00:42:44,962 --> 00:42:48,962
7 แถวน่ะค่ะ ถามว่าศิริ

643
00:42:48,964 --> 00:42:52,964
อักษรในตารางนี้ คนที่ชื่อ

644
00:42:52,965 --> 00:42:56,965
ศิริอักษร เป็นคนเดียวกันไหม

645
00:42:56,966 --> 00:43:00,966
ถาม

646
00:43:00,967 --> 00:43:04,967
กิติชัย ไม่มาอุส่าว่า

647
00:43:04,968 --> 00:43:08,968
จะโชคดีเจอกิตติชัยวันนี้สักหน่อย

648
00:43:08,970 --> 00:43:12,970
กันตวิชญ์ ถามกันตวิชญ์ค่ะ

649
00:43:12,972 --> 00:43:16,972
สิริอักษรมีกี่คนในตารางนี้

650
00:43:16,974 --> 00:43:20,974
มี 2 คน แปลว่า

651
00:43:20,976 --> 00:43:24,976
เป็นคนละคนกันนะ รู้ได้อย่างไร

652
00:43:24,977 --> 00:43:28,977
คนละนามสกุล แปลว่าคนละคน เป็นไปได้ไหม

653
00:43:28,977 --> 00:43:32,977
ที่คนห้องเดียวกันจะซื้อซ้ำกัน

654
00:43:32,979 --> 00:43:36,979
ค่ะ ต่อไป

655
00:43:36,981 --> 00:43:40,981
ถามธีรพล

656
00:43:40,983 --> 00:43:44,983
ธีรพลมาไหมคะ ไหนธีรพล

657
00:43:44,985 --> 00:43:48,985
Standup

658
00:43:48,986 --> 00:43:52,986
โสภา สถาพร ในตารางนี้

659
00:43:52,988 --> 00:43:56,988
นี้มีกี่คน

660
00:43:56,990 --> 00:44:00,990

661
00:44:00,991 --> 00:44:04,991

662
00:44:04,993 --> 00:44:08,993
สรุปว่าคนเดียวหรือ 2 คน

663
00:44:08,995 --> 00:44:12,995
ดูดี ๆ ค่ะ เป็นคนหลายใจ

664
00:44:12,997 --> 00:44:16,997
สรุปว่าโสภา สถาพร นี่มีกี่คนคะ

665
00:44:16,999 --> 00:44:20,999
มี 2 คน ครับ (อาจารย์) รู้ได้อย่างไร เป็น 2 คน

666
00:44:21,001 --> 00:44:25,001
โอ.เค. ค่ะ

667
00:44:25,002 --> 00:44:29,002
ถูกต้องนะคะ เราต้องเป็นคนช่างสังเกตนะ

668
00:44:29,003 --> 00:44:33,003
เป็นไปได้ไหม ที่คนเราในห้องเดียวกันจะชื่อ-นามสกุล

669
00:44:33,004 --> 00:44:37,004
เหมือนกัน เป็นไปได้ค่ะ

670
00:44:37,005 --> 00:44:41,005
เดียวกัน พ่อแม่ไม่ได้ไปถามนะคะ ว่

671
00:44:41,006 --> 00:44:45,006
ลูกฉันไหม ไม่มีค่ะ เกิดมาปุ๊บตั้งให้เลย

672
00:44:45,007 --> 00:44:49,007
ในหมู่บ้านนั้นมีใครบ้างน่ะค่ะ บางนามสกุลมี

673
00:44:49,008 --> 00:44:53,008
ทั้งหมู่บ้าน นั่นนะ

674
00:44:53,009 --> 00:44:57,009
นามสกุลเดียวกัน หรือเกินครึ่งเป็น

675
00:44:57,010 --> 00:45:01,010
โซนคุ้มวัดนามสกุลนี้หมด

676
00:45:01,011 --> 00:45:05,011
เป็นไปได้นะคะ ฉะนั้น เขาก็เลยไม่นิยมใช้

677
00:45:05,013 --> 00:45:09,013
ชื่อ-นามสกุล เป็นคีย์หลัก

678
00:45:09,013 --> 00:45:13,013
ในการคิวรี่ข้อมูล

679
00:45:13,017 --> 00:45:17,017
กันได้นะ เราจะนิยมใช้

680
00:45:17,019 --> 00:45:21,019
Field ที่มันไม่ซ้ำกัน อาจจะเป็นเลขบัตรประชาชน

681
00:45:21,020 --> 00:45:25,020
คนทั่วไป กรณีเป็นักศึกษา

682
00:45:25,021 --> 00:45:29,021
นะคะ โอ.เค. ถาม

683
00:45:29,023 --> 00:45:33,023

684
00:45:33,025 --> 00:45:37,025
สิตาพร ข้อมูลนี้

685
00:45:37,026 --> 00:45:41,026
มีทั้งหมดกี่

686
00:45:41,027 --> 00:45:45,027
ไหน

687
00:45:45,029 --> 00:45:49,029
ตัวเล็ก อันนี้มีทั้งหมดกี่ตารางคะ

688
00:45:49,031 --> 00:45:53,031
มี 1 ตารางนะคะ ถูกต้อง

689
00:45:53,031 --> 00:45:57,031
แต่ตารางนี้จะมีหลาย Field นะ

690
00:45:57,034 --> 00:46:01,034
หลาย field นะ ท่องให้ขึ้นใจเลยค่ะ

691
00:46:01,036 --> 00:46:05,036
ครูเทียบให้เห็นง่าย ๆ field คือ Column แนวตั้ง

692
00:46:05,037 --> 00:46:09,037
ถ้าโจทย์ถาม โจทย์จะมีตัวอย่างตารางมาให้

693
00:46:09,038 --> 00:46:13,038
ไล่ดี ๆ นะคะ ทุกคน

694
00:46:13,039 --> 00:46:17,039
ข้อสอบมันมีอยู่ 100 ข้อน่ะค่ะ คลังน่ะ

695
00:46:17,041 --> 00:46:21,041
มี 100 เขาจะสุ่มมาให้เรา 60

696
00:46:21,043 --> 00:46:25,043
ฉะนั้น ทุกคนก็จะไม่ได้ข้อสอบเดียวกัน

697
00:46:25,047 --> 00:46:29,047
ทุกคน ก็สอบไม่ผ่านเลยหรอ มันก็จะสุ่ม

698
00:46:29,049 --> 00:46:33,049
ไปทั้งโจทย์ ทั้งช้อยส์

699
00:46:33,051 --> 00:46:37,051
ไม่มีเป็นกา

700
00:46:37,052 --> 00:46:41,052
สอบผ่านมือถือได้เลยค่ะ เป็นแบบ...

701
00:46:41,054 --> 00:46:45,054
แต่อ่านโจทย์ดี ๆ นะค บางคนคือถามว่า

702
00:46:45,057 --> 00:46:49,057
ถามความหมาย บางคนอาจจะถาม ข้อใดต่อไปนี้

703
00:46:49,058 --> 00:46:53,058
ไม่ใช่ความหมายของอย่างนี้ค่ะ

704
00:46:53,060 --> 00:46:57,060
มั่วซั่วเลยหรือ มั่วซั่วเลย

705
00:46:57,061 --> 00:47:01,061
ทำไมน่าสงสารจังเลย วิชา

706
00:47:01,062 --> 00:47:05,062
ครูด้วยใช่ไหมวันหน้าเราก็จะเป็นแบบนี้ล่ะ

707
00:47:05,064 --> 00:47:09,064

708
00:47:09,065 --> 00:47:13,065
Coming Soon ค่ะ เราจะเจอกันทุกเทอม

709
00:47:13,067 --> 00:47:17,067
ข้อมูลนะคะ มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน

710
00:47:17,068 --> 00:47:21,068
แบบ batch batch Processing

711
00:47:21,069 --> 00:47:25,069
แบบกลุ่ม กับการประมวลผลข้อมูล

712
00:47:25,071 --> 00:47:29,071
แบบทันทีทันใด เราเรียก Real-time Processing นะคะ

713
00:47:29,072 --> 00:47:33,072
แบบกลุ่มแปลว่าอะไร

714
00:47:33,072 --> 00:47:37,072
อธิบายแบบสรุป ก็คือ การเก็บข้อมูลไว้

715
00:47:37,075 --> 00:47:41,075
เป็น Section น่ะค่ะ สุดท้ายแล้ว

716
00:47:41,077 --> 00:47:45,077
ไปสรุปผลปลายเดือน เช่น

717
00:47:45,078 --> 00:47:49,078
ข้อมูลการใช้น้ำแต่ละเดือน กลุ่มไหมคะ

718
00:47:49,080 --> 00:47:53,080
เก็บทุกวันไหมค่าน้ำ เก็บเป็นรายสัปดาห์ไหม

719
00:47:53,081 --> 00:47:57,081
เก็บเป็นรายเดือน เราใช้น้ำทุกวันไหมคะ

720
00:47:57,082 --> 00:48:01,082
ไม่ได้ใช้น้ำทุกวันเลยหรือจักรพันธ์

721
00:48:01,083 --> 00:48:05,083
อาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง

722
00:48:05,084 --> 00:48:09,084
มีความ...

723
00:48:09,086 --> 00:48:13,086
มีความสามารถในการบริหารจัดการ คือ ไม่อาบน้ำที่หอตัวเองค่ะ

724
00:48:13,087 --> 00:48:17,087
ก็ไปอาบน้ำที่หอเพื่อนน่ะค่ะ ก็เวียนกันไปน่ะค่ะ

725
00:48:17,088 --> 00:48:21,088
วันนี้ไปหอคนนี้ วันหน้าไปหออีกคนหนึ่ง

726
00:48:21,090 --> 00:48:25,090
อย่างนี้นะคะ ก็เลยไม่ได้ใช้น้ำทุกวัน

727
00:48:25,091 --> 00:48:29,091
ข้อมูลการใช้ไฟ

728
00:48:29,092 --> 00:48:33,092
ค่าไฟนี่หอเก็บค่าไฟทุกวันไหมคะ

729
00:48:33,092 --> 00:48:37,092
เก็บเป็นรายเดือน

730
00:48:37,093 --> 00:48:41,093
บางหอเก็บเป็นรายเทอมแล้วแต่

731
00:48:41,094 --> 00:48:45,094
คือการประมวลผลแบบกลุ่ม เขาเก็บข้อมูลเอาไว้

732
00:48:45,095 --> 00:48:49,095
นะคะ พอถึงวันหนึ่งน่ะ

733
00:48:49,096 --> 00:48:53,096
เขาก็จะกำหนดไว้

734
00:48:53,098 --> 00:48:57,098
แล้วก็ไปคำนวณนะคะ process

735
00:48:57,099 --> 00:49:01,099
เป็นกลุ่ม แต่เราใช้ทุกวันนะ ข้อมูลน่ะ

736
00:49:01,100 --> 00:49:05,100
ใช้ไฟ ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างนี้น่ะค่ะ

737
00:49:05,101 --> 00:49:09,101
เก็บข้อมูลไว้ก่อน แล้วก็แจ้งมาแต่ละเดือน

738
00:49:09,103 --> 00:49:13,103
นะคะ ซึ่งแตกต่างกันกับการประมวลผล

739
00:49:13,103 --> 00:49:17,103
แบบ Real-time

740
00:49:17,105 --> 00:49:21,105
คืออะไร เดี๋ยวครูจะให้ยกตัวอย่าง real-time ครูยกตัวอย่าง

741
00:49:21,106 --> 00:49:25,106
ก่อน ห้ามซ้ำครู อันนี้คือ

742
00:49:25,108 --> 00:49:29,108
Real-time ค่ะ กด ATM

743
00:49:29,109 --> 00:49:33,109
เงินในบัญชีลดไหม ลดทันทีหรือ

744
00:49:33,110 --> 00:49:37,110
ลดวันถัดไป (นักศึกษา) ลดทันที (อาจารย์) ดีไหม

745
00:49:37,111 --> 00:49:41,111
คราวนี้ให้คิดอีก เคสหนึ่ง

746
00:49:41,115 --> 00:49:45,115
กดนี่เรายังไม่อยากให้ยอดเงินลดนะ แต่ถ้ามีคนขโมยเงิน

747
00:49:45,116 --> 00:49:49,116
ในบัญชีเราล่ะ เราอยากรู้ทันทีไหมคะ

748
00:49:49,117 --> 00:49:53,117
เช่น ไม่รู้ล่ะ มีมิจฉาชีพ

749
00:49:53,118 --> 00:49:57,118
ทำบัตรขึ้นมา แล้วไปรูดเงินเรา แล้ว

750
00:49:57,120 --> 00:50:01,120
มาแจ้งเราวันถัดไปไหม

751
00:50:01,121 --> 00:50:05,121
นะคะ อายุแค่นี้

752
00:50:05,123 --> 00:50:09,123
ก็มีเมียแล้ว (นักศึกษา) มีหลายคนด้วยครับ (อาจารย์) มีหลายคนด้วย

753
00:50:09,124 --> 00:50:13,124
น่ากลัวที่สุด

754
00:50:13,125 --> 00:50:17,125
Real-time คือ ข้อมูลที่แจ้งผลแบบ

755
00:50:17,127 --> 00:50:21,127
ทันทีทันใด เช่น การกดเอทีเอ็ม

756
00:50:21,128 --> 00:50:25,128
ทีนี้ ครูยังไม่ได้ถามอัษฎาวุธเลยหรือ

757
00:50:25,129 --> 00:50:29,129
ถามอัตสดาวุฐ

758
00:50:29,130 --> 00:50:33,130
ให้บอกข้อมูลแบบ Real-time ในชีวิตประจำวันนี้

759
00:50:33,131 --> 00:50:37,131
ถูกต้องค่ะ

760
00:50:37,134 --> 00:50:41,134
นอกจากการทำธุรกรรมค่ะ

761
00:50:41,135 --> 00:50:45,135
ค่ะ

762
00:50:45,136 --> 00:50:49,136
การเล่นเกมออนไลน์ (อาจารย์)  เล่นเกมออนไลน์

763
00:50:49,138 --> 00:50:53,138
อธิบายลักษณะมา

764
00:50:53,140 --> 00:50:57,140
โซเชียลมีเดีย คือ เห็นทันทีน่ะ เปลี่ยนแปลงทันที

765
00:50:57,141 --> 00:51:01,141
อือ มีโลกหลายใบ จักรพันธ์

766
00:51:01,142 --> 00:51:05,142
หลายใบนะคะ จักรพันธ์เป็นคำซับซ้อน

767
00:51:05,144 --> 00:51:09,144
(อาจารย์) อีเมล อีเมลนี่

768
00:51:09,145 --> 00:51:13,145
Real Time ไหม

769
00:51:13,147 --> 00:51:17,147

770
00:51:17,148 --> 00:51:21,148

771
00:51:21,149 --> 00:51:25,149

772
00:51:25,154 --> 00:51:29,154

773
00:51:29,155 --> 00:51:33,155
ครูพูดถึงการกด ATM ยอดเงินลด

774
00:51:33,158 --> 00:51:37,158
ทันทีแล้วอาจจะแจ้งเตือนช้า

775
00:51:37,160 --> 00:51:41,160
อันนี้เรียก "ออนไลน์" ค่ะ ไม่เรียกทันที

776
00:51:41,162 --> 00:51:45,162
แล้วมัน Real Time อย่างไร

777
00:51:45,163 --> 00:51:49,163
คลิกปุ๊บมีปฏิกิทันที

778
00:51:49,166 --> 00:51:53,166
การทำอะไรที่เห็นผลทันทีน่ะ

779
00:51:53,167 --> 00:51:57,167
เช่น Chat อย่างนี้ค่ะ คือ

780
00:51:57,168 --> 00:52:01,168
ทำทันทีน่ะ พูดถึงระบบหน่อยสิ

781
00:52:01,169 --> 00:52:05,169
ไม่อย่างนั้น จักรพันธ์เดินไปเตะ

782
00:52:05,170 --> 00:52:09,170
เพื่อนคนนี้ก็ Real-time เตะผมกลับมา

783
00:52:09,170 --> 00:52:13,170
ระบบเลยน่ะ นึกถึงตัวที่ผ่านระบบหน่อยสิ

784
00:52:13,172 --> 00:52:17,172
Real Time

785
00:52:17,173 --> 00:52:21,173
กดบัตรคิว

786
00:52:21,177 --> 00:52:25,177
แล้วมันก็จะ Run ไปเลยนะทันที

787
00:52:25,178 --> 00:52:29,178
คราวนี้เรามาดูการจัดเก็บข้อมูล

788
00:52:29,178 --> 00:52:33,178
การจัดเก็บข้อมูลนะคะ มีอยู่ 3 แบบ

789
00:52:33,180 --> 00:52:37,180
ด้วยกัน แบบแรก ก็คือจัดเก็บลงแฟ้มด้วยมือ

790
00:52:37,181 --> 00:52:41,181
แบบที่ 2 ก็คือการเก็บลงแฟ้มค่ะ แต่ลงคอมฯ

791
00:52:41,182 --> 00:52:45,182
เป็นเก็บลงที่ Database นะคะ Database

792
00:52:45,183 --> 00:52:49,183
อันนี้ 1 ภาพแทน 1,000 คำ เห็นภาพปุ๊บ

793
00:52:49,184 --> 00:52:53,184
พอนึกออกไหมคะ เราเคยเห็นแฟ้มแบบนี้ที่ไหนไหม

794
00:52:53,185 --> 00:52:57,185
ยูเฮียนก็มีแบบนี้เหรอ

795
00:52:57,186 --> 00:53:01,186
ยูเฮียนนี่

796
00:53:01,187 --> 00:53:05,187
อันนี้คือเก็บข้อมูลลงแฟ้มด้วยมือ แล้วก็ทำเป็น...

797
00:53:05,188 --> 00:53:09,188
อันนี้เขาเรียกอะไร

798
00:53:09,189 --> 00:53:13,189

799
00:53:13,190 --> 00:53:17,190
บ้านเราเรียกอะไร

800
00:53:17,192 --> 00:53:21,192
ตัวเต็มได้ไหม

801
00:53:21,194 --> 00:53:25,194
เขาเรียกการทำดัชนีหรือ Index

802
00:53:25,196 --> 00:53:29,196
นะคะ สมมตว่าเคยทำ

803
00:53:29,200 --> 00:53:33,200
แบบนี้ไหม สมมติว่า ครูจะสอบ

804
00:53:33,202 --> 00:53:37,202
นะคะ วิชานี้เป็นแบบ Open

805
00:53:37,203 --> 00:53:41,203
ถ้าครูบอกว่า สอบแบบโอเพ่น

806
00:53:41,204 --> 00:53:45,204
อ่านหนังสือมาไหมคะ จริงเหรอ ส่วนมาก

807
00:53:45,205 --> 00:53:49,205
จะไม่อ่านค่ะ แต่เราจะไปทำ Index ไว้

808
00:53:49,206 --> 00:53:53,206
ก็คือไปทำยื่น Index ออกมาว่า

809
00:53:53,206 --> 00:53:57,206
เรื่องนี้อยู่ตรงไหนหน้าไหน

810
00:53:57,208 --> 00:54:01,208
อันนี้เขาก็แบ่งตามตัวอักษรนะ

811
00:54:01,209 --> 00:54:05,209
ABC คือจะเรียงตามชื่อคนก็ได้

812
00:54:05,211 --> 00:54:09,211
หรือบ้าน อาจจะเป็น A, B, C ก-ฮ ก็ได้

813
00:54:09,216 --> 00:54:13,216
อันนี้คือระบบ File System

814
00:54:13,217 --> 00:54:17,217
เก็บด้วยมือนะคะ คราวนี้ file System ที่

815
00:54:17,218 --> 00:54:21,218
ก็คือเก็บค่ะ

816
00:54:21,219 --> 00:54:25,219
รู้ได้อย่างไรว่าเก็บลงคอม(พิวเตอร์) นี่ค่ะ

817
00:54:25,220 --> 00:54:29,220
อันนี้คือฝ่ายไหน

818
00:54:29,226 --> 00:54:33,226

819
00:54:33,227 --> 00:54:37,227
ภาษาอังกฤษวันละคำ ฝ่ายบุคคลค่ะ

820
00:54:37,228 --> 00:54:41,228
ก็จะมี 1 ฝ่ายในการเก็บ อันนี้ฝ่ายไหน

821
00:54:41,229 --> 00:54:45,229
ก็จะมี 1 ฝ่าย ก็จะมี

822
00:54:45,231 --> 00:54:49,231
1 file ที่เก็บ อันนี้ฝ่ายไหน

823
00:54:49,232 --> 00:54:53,232
ฝ่ายขายค่ะ บัญชีเกี่ยวกับใครไหม

824
00:54:53,233 --> 00:54:57,233
ฝ่ายบุคคลก็เกี่ยวกับพนักงาน ฝ่ายขายเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

825
00:54:57,234 --> 00:55:01,234
ลูกค้า

826
00:55:01,235 --> 00:55:05,235
ผู้ขาย

827
00:55:05,237 --> 00:55:09,237
Inventory แปลว่า

828
00:55:09,237 --> 00:55:13,237

829
00:55:13,239 --> 00:55:17,239
สินค้าในคลัง มีให้ขายไหม มีคนซื้อแล้ว

830
00:55:17,240 --> 00:55:21,240
ขายแล้วมีของที่จะขายไหม อันนี้เก็บแยกกันค่ะ

831
00:55:21,241 --> 00:55:25,241
คราวนี้ครูถามถ้าเก็บแบบนี้

832
00:55:25,242 --> 00:55:29,242
เซลล์นี่คือแบบนี้ไหม เซลล์นี่คือ

833
00:55:29,244 --> 00:55:33,244
ใช่ไหมคะ

834
00:55:33,245 --> 00:55:37,245
ฝ่ายขายนี่เป็นพนักงานบริษัท

835
00:55:37,246 --> 00:55:41,246
ใช่หรือเปล่า ฝ่ายบัญชีนี่คือพนักงานบริษัทหรือเปล่า

836
00:55:41,247 --> 00:55:45,247
อันนี้คือการเก็บข้อมูลแบบไฟล์

837
00:55:45,247 --> 00:55:49,247
แต่เก็บแยกกันค่ะ แต่ละฝ่าย

838
00:55:49,249 --> 00:55:53,249
มันทำให้เกิดอะไรขึ้นถ้าเป็นรูปแบบนี้

839
00:55:53,250 --> 00:55:57,250
แปลว่าข้อมูลของบัญชีก็อยู่ที่พนักงาน

840
00:55:57,251 --> 00:56:01,251
ฝ่ายขายก็อยู่ที่พนักงาน ทุกคนที่เป็นพนักงาน

841
00:56:01,253 --> 00:56:05,253
ก็คือเก็บอยู่ที่ฝ่ายบุคคล

842
00:56:05,254 --> 00:56:09,254
นะคะ แปลว่าข้อมูลหนึ่งเก็บหลายที่ไหม

843
00:56:09,256 --> 00:56:13,256
ข้อมูลเรานี่ เรามาเรียนที่มหาวิทยาลัย

844
00:56:13,257 --> 00:56:17,257
ราชภัฏสกลนครนี่ ข้อมูลเราเก็บที่ไหนบ้าง

845
00:56:17,258 --> 00:56:21,258
ไม่สิ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร

846
00:56:21,260 --> 00:56:25,260
คณะมีหน่วยงานไหนเก็บข้อมูลเราไหม เวลาเรา

847
00:56:25,261 --> 00:56:29,261
เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเบอร์โทร. นู่นนี่นั่นเราต้องไปที่ไหน

848
00:56:29,262 --> 00:56:33,262
ในมหาวิทยาลัยนี่นะ

849
00:56:33,265 --> 00:56:37,265
คุณจะไปทำอะไรที่ห้องสมุด

850
00:56:37,267 --> 00:56:41,267
ไปทำอะไรห้องสมุด

851
00:56:41,268 --> 00:56:45,268

852
00:56:45,269 --> 00:56:49,269
คุณเปลี่ยนชื่อคุณไปแจ้งที่

853
00:56:49,270 --> 00:56:53,270
ไหนมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ไปแจ้ง

854
00:56:53,271 --> 00:56:57,271

855
00:56:57,273 --> 00:57:01,273
บอกจักรพันธ์หน่อย

856
00:57:01,275 --> 00:57:05,275

857
00:57:05,276 --> 00:57:09,276
นั่นล่ะ พอมีเมียแต่น้อย ก็จะมีผลต่อกระบวนการคิด

858
00:57:09,277 --> 00:57:13,277
เอาอยางนี้จริงจัง

859
00:57:13,277 --> 00:57:17,277
ในมหาวิทยาลัยนี้ค่ะ ทุกคนต้องรู้

860
00:57:17,279 --> 00:57:21,279
เปลี่ยนชื่อเป็นไปได้ไหมคะ เรียนไปเรียนมาเปลี่ยนชื่อดีกว่า

861
00:57:21,280 --> 00:57:25,280
เปลี่ยนปุ๊บต้องแจ้งใครไหม

862
00:57:25,281 --> 00:57:29,281
แจ้งใครบ้าง

863
00:57:29,282 --> 00:57:33,282
ในมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครนี่เราต้องแจ้งใคร

864
00:57:33,283 --> 00:57:37,283
ที่ปรึกษาทำอะไรให้เรา

865
00:57:37,284 --> 00:57:41,284

866
00:57:41,285 --> 00:57:45,285
ที่ปรึกษาก็จะให้คำแนะนำ คุณควรไปแจ้งที่ฝ่ายทะเบียนก่อนนะ

867
00:57:45,286 --> 00:57:49,286
นักศึกษาก็จะบอกอย่างนี้ค่ะ ทำไมต้องไปแจ้งทะเบียน

868
00:57:49,288 --> 00:57:53,288
(นักศึกษา) แก้ไขข้อมูล (อาจารย์) อย่างนั้น

869
00:57:53,289 --> 00:57:57,289
งั้นถามว่า แปลว่า ราชภัฏสกลนคร

870
00:57:57,290 --> 00:58:01,290
เก็บแบบมือลงที่แฟ้ม, เก็บแบบมือลงคอมฯ

871
00:58:01,291 --> 00:58:05,291
ลงคอมฯ

872
00:58:05,292 --> 00:58:09,292
หรือเก็บแบบที่ 3 แบบฐานข้อมูล

873
00:58:09,293 --> 00:58:13,293
มันต่างจากแบบอื่นอย่างไร

874
00:58:13,296 --> 00:58:17,296

875
00:58:17,296 --> 00:58:21,296

876
00:58:21,299 --> 00:58:25,299
ขอหัวเราะเสียก่อน

877
00:58:25,301 --> 00:58:29,301
เขาบอว่า

878
00:58:29,306 --> 00:58:33,306
ว่าถ้าเป็น file นะคะ แยกกับเก็บแต่ละ

879
00:58:33,307 --> 00:58:37,307
ที่นี่ ข้อมูลมันจะซ้ำกัน ง่ายสุดอย่างเมื่อกี้

880
00:58:37,308 --> 00:58:41,308
ที่ครูยกตัวอย่างไป คือ ฝ่ายขายก็มีข้อมูล

881
00:58:41,310 --> 00:58:45,310
อยู่ที่บุคคลใช่ไหม

882
00:58:45,312 --> 00:58:49,312
ฝ่ายบัญชีก็มีข้อมูลอยู่ที่ฝ่ายบุคคล

883
00:58:49,313 --> 00:58:53,313
ข้อมูลนี่ก็เก็บซ้ำกันหลายที่

884
00:58:53,314 --> 00:58:57,314
เก็บข้อมุลซ้ำซ้อนนะคะ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

885
00:58:57,315 --> 00:59:01,315
ข้อมูลต้องตามไปแก้ทุกที่ นี่คือ

886
00:59:01,316 --> 00:59:05,316
ของแฟ้มอันนี้ คือ ข้อสอบนะคะ

887
00:59:05,317 --> 00:59:09,317
แฟ้มข้อมูล ไฟล์ข้อมูลน่ะ

888
00:59:09,317 --> 00:59:13,317
มันมีข้อจำกัดอย่างไร

889
00:59:13,318 --> 00:59:17,318
ไฟล์ข้อมูลน่ะ

890
00:59:17,322 --> 00:59:21,322
มันมี

891
00:59:21,327 --> 00:59:25,327
ข้อจำกัดของระบบแฟ้มข้อมูลตัวนี้คือไฟล์ข้อมูลนะคะ

892
00:59:25,328 --> 00:59:29,328
ข้อจำกัดอย่างไรบ้าง 1. ถ้าหน่วยงานนั้น

893
00:59:29,329 --> 00:59:33,329
มีการเก็บข้อมูลแยกไฟล์กัน

894
00:59:33,331 --> 00:59:37,331
หลายที่อย่างเช่น มหาวิทยาลัยเราเก็บไว้หลายที่

895
00:59:37,332 --> 00:59:41,332
สาขาก็เก็บ คณะก็เก็บ มหาวิทยาลัยก็เก็บ

896
00:59:41,333 --> 00:59:45,333
เวลาเราเปลี่ยนชื่อเราต้องไปแจ้งที่สาขา แจ้งที่คณะ แจ้งที่มหาวิทยาลัย

897
00:59:45,334 --> 00:59:49,334
เก็บข้อมูลเดิม เก็บข้อมูลซ้ำกันหลายที่

898
00:59:49,335 --> 00:59:53,335
ถ้าจักรพันธ์เปลี่ยนชื่อต้องไปแจ้งทุกที่เลยนะ

899
00:59:53,338 --> 00:59:57,338
ไม่อย่างนั้นถ้าแจ้งไม่ครบ แปลว่า รหัสนี้

900
00:59:57,339 --> 01:00:01,339
มีหลายชื่อ เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้ไหม

901
01:00:01,340 --> 01:00:05,340
ที่รหัสนักศึกษาหนึ่งมีหลายคน

902
01:00:05,340 --> 01:00:09,340

903
01:00:09,342 --> 01:00:13,342
ถ้าเราแจ้งไม่ครบ

904
01:00:13,342 --> 01:00:17,342
มันก็จะมี 1 รหัสมีหลายคน ซึ่ง

905
01:00:17,343 --> 01:00:21,343
ความเป็นไปได้ ในทางปฏิบัติมันเป็นไปไม่ได้

906
01:00:21,345 --> 01:00:25,345
นะคะ 1 รหัสต้องมีคนเดียว มี

907
01:00:25,346 --> 01:00:29,346
หลายคนไม่ได้หรือ 1 รหัสนักศึกษามีหลายคน

908
01:00:29,347 --> 01:00:33,347
ได้ไหม ทำไมถึงไม่ได้

909
01:00:33,348 --> 01:00:37,348
ไม่นึกถึง Primily Key

910
01:00:37,349 --> 01:00:41,349
ทำไม 1 รหัสไม่มีสัก 3 คน เรา

911
01:00:41,350 --> 01:00:45,350
คิดว่าเพราะอะไร ในความคิดเรานี่

912
01:00:45,351 --> 01:00:49,351

913
01:00:49,353 --> 01:00:53,353

914
01:00:53,354 --> 01:00:57,354
(นักศึกษา)  ก็ครูใส่รหัสเข้าไปก็มีชื่อขึ้นมา

915
01:00:57,358 --> 01:01:01,358
มี 3 คน แบบนี้ได้หรือเปล่า

916
01:01:01,359 --> 01:01:05,359
เอาอย่างนี้

917
01:01:05,360 --> 01:01:09,360
นึกถึงผลที่จะเกิดขึ้น ข้อดีคือ

918
01:01:09,360 --> 01:01:13,360
ถ้า 1 รหัสมี 3 ชื่อนะ

919
01:01:13,361 --> 01:01:17,361
3 ชื่อนี่คือ 3 คนนะคะ

920
01:01:17,362 --> 01:01:21,362
ถ้าคนนั้นทำดี นึกออกไหมคะ รหัสนี้ทำดีคุณจะให้รางวัลใคร

921
01:01:21,363 --> 01:01:25,363
มีคนใดคนหนึ่งในนั้นทำดี ก็ต้องให้คนเดียวใช่ไหม

922
01:01:25,364 --> 01:01:29,364
ต้องให้คนเดียวใช่ไหม ก็ทำดี

923
01:01:29,365 --> 01:01:33,365
แตถ้าเกิดรหัสนี้ทำผิดน่ะ

924
01:01:33,367 --> 01:01:37,367
จะไล่ออกน่ะ จะโดนรีไทน์น่ะ

925
01:01:37,367 --> 01:01:41,367
ก็มีรหัสเดียว มันก็เลย

926
01:01:41,368 --> 01:01:45,368
ที่ 1 รหัสจะมีมากกว่า 1 1 รหัสต้องมีแค่ 1 คน

927
01:01:45,369 --> 01:01:49,369
เราก็เลยเลือก

928
01:01:49,370 --> 01:01:53,370
ตัวเลขตัวนี้เป็นคีย์หลักนะคะ ในการ Query

929
01:01:53,372 --> 01:01:57,372
คราวนี้มันเป็นข้อจำกัดของไฟล์

930
01:01:57,373 --> 01:02:01,373
มันก็เลยมาเป็นข้อดีนะคะ ของ database

931
01:02:01,374 --> 01:02:05,374
นะคะ พอเจอปัญหาปุ๊บนะคะ เราก็เลย

932
01:02:05,375 --> 01:02:09,375
ปรับ มีพัฒนาการขึ้นมาว่า

933
01:02:09,376 --> 01:02:13,376
เราไม่เก็บแยกไฟล์แล้ว เราเก็บเป็นระบบฐานข้อมูล

934
01:02:13,378 --> 01:02:17,378
ก็คือเก็บข้อมูลและข้อเท็จจริงไว้ด้วยกัน

935
01:02:17,379 --> 01:02:21,379
ที่เก็บไว้ด้วยกันต้องมีความสัมพันธ์กัน

936
01:02:21,380 --> 01:02:25,380
ผู้ที่เกี่ยวข้องนี่ค่ะ เข้ามาใช้งานร่วมกันได้นะคะ

937
01:02:25,381 --> 01:02:29,381
เราดูจากรูป ไฟล์นี้ ก็เอา

938
01:02:29,382 --> 01:02:33,382
ลงที่ฐานนี้ ไฟล์นี้เอามาลง ไฟล์นี้ก็เอามาลง

939
01:02:33,383 --> 01:02:37,383
แก้คือมาแก้ตรงนี้นะคะ ที่เดียว มันก็จะสะดวกสบาย

940
01:02:37,385 --> 01:02:41,385
มากกว่านะคะ

941
01:02:41,388 --> 01:02:45,388
คราวนี้นะคะ Database System

942
01:02:45,389 --> 01:02:49,389
นี่จะไม่สามารถ... เราดูย้อนกลับไปก่อน

943
01:02:49,390 --> 01:02:53,390
เราดูตัวนี้ คนนี่ ไม่สามารถ

944
01:02:53,391 --> 01:02:57,391
เข้ามาที่ฐานข้อมูลได้โดยตรงนะคะ

945
01:02:57,392 --> 01:03:01,392
ถ้าเราเข้าไปที่ฐานข้อมูลได้โดยตรง

946
01:03:01,392 --> 01:03:05,392
จักรพันธ์เข้าไปดูเกรด

947
01:03:05,394 --> 01:03:09,394
ทำอะไรก็ได้ อาจารย์แพรตะวัน

948
01:03:09,395 --> 01:03:13,395
ให้จักรพันธ์ได้ A จักรพันธ์ไปนอนคิดแล้ว

949
01:03:13,396 --> 01:03:17,396
ประเมินว่า ผมไม่เหมาะที่จะได้ A ไปแก้เป็น C ดีกว่านะ

950
01:03:17,397 --> 01:03:21,397
ไม่น่ามีนะ

951
01:03:21,398 --> 01:03:25,398
แต่สิ่งที่จักรพันธ์ทำคือ

952
01:03:25,400 --> 01:03:29,400
ได้เกรด C ไปนอนคิดแล้วเราก็ทำเต็มที่ทุกอย่าง ไปแก้เป็น A

953
01:03:29,404 --> 01:03:33,404
อันนี้คือเหตุผลที่ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูล

954
01:03:33,406 --> 01:03:37,406
ไม่ได้นะคะ เราจะเรียกดูข้อมูลผ่านสิ่งนี้

955
01:03:37,408 --> 01:03:41,408
สิ่งนี้คืออะไร

956
01:03:41,410 --> 01:03:45,410
อันนี้มีในข้อสอบนะคะ มีทั้งถามคำเต็ม

957
01:03:45,411 --> 01:03:49,411
และถามว่า ใน Choice

958
01:03:49,412 --> 01:03:53,412
4 ช้อยส์นี้ ข้อใดไม่ใช่ D

959
01:03:53,413 --> 01:03:57,413
คราวนี้ครูจะให้ยกตัวอย่าง DBMS

960
01:03:57,419 --> 01:04:01,419
ใครยังไม่ได้ตอบบ้าง รู้จัก DBMS ไหมคะ

961
01:04:01,421 --> 01:04:05,421
Database management system

962
01:04:05,421 --> 01:04:09,421
เป็นระบบที่ใช้ในการจัดการ

963
01:04:09,423 --> 01:04:13,423
ฐานข้อมูล อันนี้ จัดการตัวนี้

964
01:04:13,424 --> 01:04:17,424
เรานะคะ เราอยู่กลุ่มไหนก็ช่างนี่ เราเป็นนักศึกษา

965
01:04:17,426 --> 01:04:21,426
อาจารย์ เจ้าหน้าที่

966
01:04:21,427 --> 01:04:25,427
ใช้งานฐานข้อมูลนี้ผ่าน DBMS ในข้อสอบ

967
01:04:25,428 --> 01:04:29,428
จะมีทั้งถามคำเต็มค่ะ DBMS หมายถึงอะไร

968
01:04:29,429 --> 01:04:33,429
คืออะไร คือ เวลาเขาออกข้อสอบส่วนกลางนี่

969
01:04:33,430 --> 01:04:37,430
เรื่องนี้เรื่องเดียว เขาจะออก 4 ข้อ คนหนึ่ง

970
01:04:37,431 --> 01:04:41,431
อาจจะถามคำเต็ม DBMS คืออะไร พกามาตร

971
01:04:41,432 --> 01:04:45,432
อาจจะได้ DBMS หมายถึงอะไร

972
01:04:45,434 --> 01:04:49,434
DBMS ข้อใดต่อไปนี้เป็น DBMS

973
01:04:49,434 --> 01:04:53,434
อัฐดาวุฒิ อาจจะได้ข้อใดคือ

974
01:04:53,434 --> 01:04:57,434
MS 4 ข้อเขาออกข้อสอบมาแบบนั้นค่ะ

975
01:04:57,436 --> 01:05:01,436
ฉะนั้น เราต้องทะลุปรุโปร่งในเรื่องนี้

976
01:05:01,437 --> 01:05:05,437
ทะลุเลยทีนี้

977
01:05:05,438 --> 01:05:09,438
ห้ามเหนื่อย

978
01:05:09,439 --> 01:05:13,439
ข้าวมามาดูตัวนี้นะ

979
01:05:13,441 --> 01:05:17,441
การเก็บข้อมูลนะคะ การจัดเก็บข้อมูล

980
01:05:17,441 --> 01:05:21,441
ถ้าใครที่เจอว่า DBMS คืออะไรนะคะ

981
01:05:21,441 --> 01:05:25,441
ก็คือ Database management system, DBMS

982
01:05:25,443 --> 01:05:29,443
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูล

983
01:05:29,444 --> 01:05:33,444
อาจจะใช้ Mysql ก็ได้ DBMS คือ

984
01:05:33,444 --> 01:05:37,444
MYSQL DBMS คือ orcale

985
01:05:37,446 --> 01:05:41,446
DBMS คือ Access

986
01:05:41,447 --> 01:05:45,447
คือ โปรแกรมที่ใช้จัดการฐานข้อมูล

987
01:05:45,448 --> 01:05:49,448
น่ะค่ะ มีเยอะกว่านี้ไหม

988
01:05:49,450 --> 01:05:53,450
เยอะ ถ้าครูให้ตอบคนละ 1

989
01:05:53,451 --> 01:05:57,451
มี DBMS คนละหนึ่งก็ยังได้เลย

990
01:05:57,453 --> 01:06:01,453
DBMS มีเยอะมาก

991
01:06:01,457 --> 01:06:05,457
ตอบได้ไม่ซ้ำเลยค่ะ DBMS

992
01:06:05,459 --> 01:06:09,459
ที่ครูยกตัวอย่างให้หน่อยสิ ครูยกตัวอย่างไป Access orcale

993
01:06:09,460 --> 01:06:13,460
อะไรอีกที่เป็น DBMS

994
01:06:13,461 --> 01:06:17,461
โปรแกรมที่จัดการฐานข้อมูลค่ะ

995
01:06:17,461 --> 01:06:21,461
อย่านั่งเฉย ๆ ค่ะ มีมือถืออยู่ตรงหน้าใช่ไหมคะ

996
01:06:21,462 --> 01:06:25,462
ต่อมามีอะไรบ้างที่เป็นโปรแกรม DBMS

997
01:06:25,463 --> 01:06:29,463
DBMS Database management system

998
01:06:29,464 --> 01:06:33,464
นอกจาก asess

999
01:06:33,467 --> 01:06:37,467
นอกจาก Mysql นอกจาก Oracle

1000
01:06:37,469 --> 01:06:41,469
มีอะไรอีก

1001
01:06:41,471 --> 01:06:45,471
ต่อมา ค้นมา

1002
01:06:45,472 --> 01:06:49,472
นอกจาก MySQL นอกจาก

1003
01:06:49,473 --> 01:06:53,473
Access นอกจาก Oracle มีอะไรอีก

1004
01:06:53,474 --> 01:06:57,474
ในโลกนี้มีอะไรบ้าง

1005
01:06:57,476 --> 01:07:01,476
Debase ค่ะ

1006
01:07:01,478 --> 01:07:05,478
Fox pro (อาจารย์)

1007
01:07:05,479 --> 01:07:09,479
Frog Pro ให้คนอื่น

1008
01:07:09,480 --> 01:07:13,480
ตอบบ้างสิ ให้เพื่อนตอบด้วยค่ะ ห้ามตอบซ้ำกัน

1009
01:07:13,481 --> 01:07:17,481

1010
01:07:17,482 --> 01:07:21,482
นราวิทย์ตอบหรือยัง ตอบ

1011
01:07:21,484 --> 01:07:25,484
มา 1 อย่าง

1012
01:07:25,486 --> 01:07:29,486
ที่ไม่ซ้ำกับที่ครูและเพื่อนตอบ MYSQL Server

1013
01:07:29,487 --> 01:07:33,487
คนละตัวกับ MySQL นะคะ

1014
01:07:33,488 --> 01:07:37,488
infomic โอ.เค.

1015
01:07:37,489 --> 01:07:41,489
นราวิชนะ อนุภาพ

1016
01:07:41,490 --> 01:07:45,490
มาไหมคะ ตอบมา 1 อย่าง

1017
01:07:45,491 --> 01:07:49,491
ตื่นแล้วค่ะ

1018
01:07:49,492 --> 01:07:53,492
อะไรนะ ยัง

1019
01:07:53,494 --> 01:07:57,494
ใช้อยู่ไหมทุกวันนี้ เขามีคำอธิบายต่อไหมคะ

1020
01:07:57,498 --> 01:08:01,498

1021
01:08:01,501 --> 01:08:05,501

1022
01:08:05,502 --> 01:08:09,502
ฉะนั้น เราต้องรู้กว้างพอสมควร

1023
01:08:09,503 --> 01:08:13,503
นะ เราถึงจะทำข้อสอบได้ คนที่โชคดีสุดคือ

1024
01:08:13,505 --> 01:08:17,505
คนที่ตอบว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ DBMS น่ะค่ะ

1025
01:08:17,506 --> 01:08:21,506
คนที่โชคร้ายสุดคือ DBMS คืออะไร

1026
01:08:21,507 --> 01:08:25,507
คืออะไร คำเต็มอะไร database

1027
01:08:25,508 --> 01:08:29,508
System

1028
01:08:29,510 --> 01:08:33,510
เพราะ DBMS มันมี 4 ข้อ ทุกคนจะได้วนกันไป

1029
01:08:33,512 --> 01:08:37,512
ใครไม่รู้จะติดสุ่ม Random

1030
01:08:37,513 --> 01:08:41,513
เป็นข้อสอบออนไลน์นะ เข้าไปทำได้เลย

1031
01:08:41,514 --> 01:08:45,514
60 นาที ข้อละ 1 นาทีค่ะ

1032
01:08:45,515 --> 01:08:49,515
ทำเสร็จส่งเลย รู้ผลเลยค่ะว่าได้คะแนนเท่าไร

1033
01:08:49,516 --> 01:08:53,516
มันหารให้เลย ว่าได้เท่าไร

1034
01:08:53,517 --> 01:08:57,517
60 ข้อเต็ม 30 ค่ะ ก่อนสอบ

1035
01:08:57,518 --> 01:09:01,518
น่ะ ครูจะบอกคะแนนเก็บ แ

1036
01:09:01,518 --> 01:09:05,518

1037
01:09:05,520 --> 01:09:09,520
ค่ะ มีอีกไหม DBMS

1038
01:09:09,521 --> 01:09:13,521
นอกจากที่พูดไป มีเยอะ

1039
01:09:13,522 --> 01:09:17,522
นะคะ ไปค้นดูนะ ค่ะต่อไป

1040
01:09:17,523 --> 01:09:21,523
คราวนี้เรามาดูลักษณะการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล มันจะอยู่ในรูปแบบ

1041
01:09:21,524 --> 01:09:25,524
ของตาราง ใน ศัพท์ทาง

1042
01:09:25,525 --> 01:09:29,525
ฐานข้อมูลนี่เราจะไม่เรียกว่า "ตาราง" เราจะไม่เรียกว่า

1043
01:09:29,526 --> 01:09:33,526
แต่เราจะเรียกว่า "Relation"

1044
01:09:33,527 --> 01:09:37,527
คือ ตารางนะคะ บอกไว้ก่อน วันหน้าครูมาสอนวิชา

1045
01:09:37,528 --> 01:09:41,528
ฐานข้อมูลครูจะได้พูดได้ว่า ครูสอนแล้ว

1046
01:09:41,530 --> 01:09:45,530
ตารางน่ะค่ะ 1 table ที่ประกอบด้วย

1047
01:09:45,531 --> 01:09:49,531
field ประกอบด้วย Record

1048
01:09:49,533 --> 01:09:53,533
เราจะเรียกว่า Relation นะคะ

1049
01:09:53,534 --> 01:09:57,534
ข้อมูลที่เก็บ จะมีข้อมูลสัมพันธ์กัน

1050
01:09:57,535 --> 01:10:01,535
ให้ครูฟังได้บ้าง ให้ 2 คะแนนเลย 2

1051
01:10:01,536 --> 01:10:05,536
ตารางนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

1052
01:10:05,542 --> 01:10:09,542
ยกมือแล้วตอบค่ะ จักรพันธ์ยืนขึ้น

1053
01:10:09,543 --> 01:10:13,543
ต่อมา ตารางนักเรียน และตารางเรียน

1054
01:10:13,544 --> 01:10:17,544
สัมพันธ์กันอย่างไร

1055
01:10:17,545 --> 01:10:21,545

1056
01:10:21,547 --> 01:10:25,547
ให้จักรพันธ์ตอบผิดก่อนแล้วจะให้ตอบอีกคน

1057
01:10:25,548 --> 01:10:29,548
เป็นอย่างไรเอ่ย อธิบาย

1058
01:10:29,549 --> 01:10:33,549

1059
01:10:33,551 --> 01:10:37,551
ได้ไหม

1060
01:10:37,553 --> 01:10:41,553
เรียนมาหรือยัง

1061
01:10:41,555 --> 01:10:45,555
เรียนแล้วด้วย

1062
01:10:45,558 --> 01:10:49,558
เรียนเทอมที่แล้วหรือเพิ่ง

1063
01:10:49,559 --> 01:10:53,559
สัปดาห์ที่แล้วด้วย ความรู้ยังแบบ

1064
01:10:53,560 --> 01:10:57,560
ครูไม่รับอะไรคืนมานะ ที่สอนไปนี่

1065
01:10:57,561 --> 01:11:01,561
ไม่ต้องเอามาคืนนะ

1066
01:11:01,562 --> 01:11:05,562
นึกว่าเลิกตอบแล้ว นึกว่าถอดใจไปแล้วจะให้คนอื่น

1067
01:11:05,563 --> 01:11:09,563
ตอบ สัมพันธ์กันอย่างไรคะ

1068
01:11:09,564 --> 01:11:13,564
ผกามาศว่ามา

1069
01:11:13,565 --> 01:11:17,565
ตอบเลย

1070
01:11:17,566 --> 01:11:21,566
(อาจารย์) ไอนี่เดียวกันไม่มี

1071
01:11:21,567 --> 01:11:25,567
อะไร เราเรียนมาแล้วค่ะ

1072
01:11:25,571 --> 01:11:29,571
เรียนมาแล้วด้วย

1073
01:11:29,572 --> 01:11:33,572
ไม่มีไอ้นี่เดียวกัน ไม่มีไอ้นี่ ไอ้โน่น

1074
01:11:33,573 --> 01:11:37,573
(อาจารย์)  ค่ะ (นักศึกษา) ... (อาจารย์)

1075
01:11:37,574 --> 01:11:41,574
ค่ะ

1076
01:11:41,576 --> 01:11:45,576

1077
01:11:45,577 --> 01:11:49,577

1078
01:11:49,579 --> 01:11:53,579

1079
01:11:53,581 --> 01:11:57,581

1080
01:11:57,583 --> 01:12:01,583
มันสัมพันธ์กันอย่างไร

1081
01:12:01,586 --> 01:12:05,586

1082
01:12:05,588 --> 01:12:09,588
ถูกไหม

1083
01:12:09,589 --> 01:12:13,589

1084
01:12:13,591 --> 01:12:17,591

1085
01:12:17,592 --> 01:12:21,592
ถูกต้อง

1086
01:12:21,595 --> 01:12:25,595
มันไม่สมบูรณ์น่ะ

1087
01:12:25,595 --> 01:12:29,595
แบ่งกันคนละ 1

1088
01:12:29,597 --> 01:12:33,597
จักรพันธ์นี่เอาอะไรคะ ติดลบไว้ก่อน

1089
01:12:33,598 --> 01:12:37,598
ไม่ให้ ติดลบด้วย

1090
01:12:37,600 --> 01:12:41,600
อัษฎาวุธรหัส

1091
01:12:41,601 --> 01:12:45,601
07 นะบวกคะแนนไว้ก่อน

1092
01:12:45,603 --> 01:12:49,603
ไอ้เจ้าผกามาศ รหัส 15 นะ

1093
01:12:49,604 --> 01:12:53,604
โอ.เค. อย่างนี้นะคะ อย่างที่อัสดาวุฒิ

1094
01:12:53,606 --> 01:12:57,606
อธิบายไปนะคะ ทุกคนฟัง

1095
01:12:57,607 --> 01:13:01,607
อันนี้คือเรียนมาแล้ว ฉะนั้น ครูจะถือว่าทวนนะ

1096
01:13:01,608 --> 01:13:05,608
เพราะเรียนมาแล้วไง ไม่ใช่ไม่รู้ รู้มาแล้ว

1097
01:13:05,609 --> 01:13:09,609
เราดูตารางนักเรียน มีกี่ Field

1098
01:13:09,610 --> 01:13:13,610
4 field นะคะ

1099
01:13:13,611 --> 01:13:17,611
ตารางโปรแกรมวิชามีกี่ field

1100
01:13:17,612 --> 01:13:21,612

1101
01:13:21,613 --> 01:13:25,613
พอตอบไม่ถูกตาก็ลายไปด้วย

1102
01:13:25,615 --> 01:13:29,615
2 field นะคะ 2 ตารางนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

1103
01:13:29,616 --> 01:13:33,616
ถ้าในตารางของมันเองนะคะ ตารางโปรแกรมวิชา

1104
01:13:33,617 --> 01:13:37,617
รหัสโปรแกรมเป็นคีย์หลักค่ะ เป็น primry key

1105
01:13:37,618 --> 01:13:41,618
จะมีกี่ Field ก็ช

1106
01:13:41,619 --> 01:13:45,619
จะเลือก field ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่มี

1107
01:13:45,622 --> 01:13:49,622
ความเป็นไปได้เลยที่จะมีซ้ำกัน และ

1108
01:13:49,623 --> 01:13:53,623
ค่าว่างกับค่าศูนย์นี่เหมือนกันไหม

1109
01:13:53,624 --> 01:13:57,624
non value

1110
01:13:57,633 --> 01:14:01,633
ค่าว่างกับค่า 0 เหมือนกันไหม

1111
01:14:01,635 --> 01:14:05,635
ได้คะแนนเป็นค่าว่างเพราะว่าไม่มาสอบ

1112
01:14:05,636 --> 01:14:09,636
กับทวีรัตน์

1113
01:14:09,637 --> 01:14:13,637
มาสอบแล้วได้ 0 เหมือนกันไหม

1114
01:14:13,638 --> 01:14:17,638
ค่าว่าง คือ ใส่คะแนนได้มากกว่า 0

1115
01:14:17,639 --> 01:14:21,639
หรืออาจจะ 0 ก็ได้ แต่ต้องมาสอบก่อน

1116
01:14:21,641 --> 01:14:25,641
แต่ถ้า 0 นี่มันใส่อันอื่นไม่ได้ เพราะมาสอบแล้วได้ 0

1117
01:14:25,642 --> 01:14:29,642
รหัสโปรแกรมนะคะ Field นี้

1118
01:14:29,644 --> 01:14:33,644
ที่อยู่ในตารางโปรแกรมถือเป็นคีย์หลัก แต่

1119
01:14:33,644 --> 01:14:37,644
ที่อยู่ในตารางนักเรียนเป็นฟอเรนคีย์

1120
01:14:37,645 --> 01:14:41,645
คือ คีย์นอก เอาไว้สำหรับ

1121
01:14:41,646 --> 01:14:45,646
เชื่อมข้อมูลกัน คือ Join ตารางการ

1122
01:14:45,647 --> 01:14:49,647
อย่างเช่นมงคลน้ำนิ่ง

1123
01:14:49,649 --> 01:14:53,649
อยู่โปรแกรมอะไร

1124
01:14:53,650 --> 01:14:57,650
ถ้าเราดูแค่ตารางนี้ เรารู้ไหมว่า

1125
01:14:57,652 --> 01:15:01,652
มงคลอยู่สาขาอะไร เขาบอก

1126
01:15:01,653 --> 01:15:05,653
แค่ 101 ถามใครล่ะหันหน้าหันหลัง

1127
01:15:05,654 --> 01:15:09,654
โปรแกรมมันก็ไม่รู้นะ แต่พอดึงมา 101

1128
01:15:09,655 --> 01:15:13,655
คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ แค่นี้ค่ะ อันนี้คือความสัมพันธ์

1129
01:15:13,655 --> 01:15:17,655
ถ้ามันอยู่ตารางมันเอง ถ้ามันไปห้อยอยู่กับคนอื่น

1130
01:15:17,657 --> 01:15:21,657
เราเรียกคีย์นอกเราเรียก

1131
01:15:21,658 --> 01:15:25,658
โอ.เค. ไหม อันนี้คือทวน ทวนให้วิชาอื่นไปด้วย

1132
01:15:25,659 --> 01:15:29,659
ต่อไปนะคะ จักรพันธ์เกือบได้คะแนน

1133
01:15:29,661 --> 01:15:33,661
เกือบได้ นี่แปลว่าได้ไหม เกือบถูกล็อตเตอรี่

1134
01:15:33,662 --> 01:15:37,662
ถูกไหม เกือบได้

1135
01:15:37,662 --> 01:15:41,662
กับเกือบตกคืออะไร

1136
01:15:41,663 --> 01:15:45,663
แต่เกือบตกนี่ คือ ผ่านนะ

1137
01:15:45,665 --> 01:15:49,665
ตอนนี้อาการหน้าเป็นห่วงมาก จักรพันธ์ตั้ง

1138
01:15:49,667 --> 01:15:53,667
สติดี ๆ ลูก คราวนี้มาดู

1139
01:15:53,667 --> 01:15:57,667
ของการใช้ฐานข้อมูลอันนี้ก็มีข้อสอบค่ะ

1140
01:15:57,669 --> 01:16:01,669
ในข้อสอบนะคะ ถามว่า

1141
01:16:01,670 --> 01:16:05,670
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่หลักการ

1142
01:16:05,671 --> 01:16:09,671
หรือไม่ใช่แนวคิดในการใช้ฐานข้อมูล

1143
01:16:09,672 --> 01:16:13,672
แต่ละคนก็จะได้ต่างกันไป ข้อใดไม่ใช่

1144
01:16:13,673 --> 01:16:17,673
ใช่กี่ข้อ 3

1145
01:16:17,675 --> 01:16:21,675
ตอบได้ 1 เพราะโจทย์ถามไม่ใช่ค่ะ

1146
01:16:21,676 --> 01:16:25,676
เอาจักรพันธ์ไปเก็บ พอตอบไม่ได้คะแนนติดลบเริ่มงง

1147
01:16:25,677 --> 01:16:29,677
แล้วเริ่มงง

1148
01:16:29,680 --> 01:16:33,680
แนวคิดของการใช้งานฐานข้อมูลแทนแฟ้มข้อมูลนะคะ

1149
01:16:33,681 --> 01:16:37,681
1 ลดความซ้ำซ้อน เราจำคำให้ดีนะ

1150
01:16:37,683 --> 01:16:41,683
ลดความซ้ำซ้อนกัน ลด

1151
01:16:41,683 --> 01:16:45,683
ความขัดแย้ง ความหมายต่างกันนะคะ ลด

1152
01:16:45,684 --> 01:16:49,684
ความคงสภาพนะคะ

1153
01:16:49,686 --> 01:16:53,686
Share Data คือแชร์ข้อมูลด้วยกัน

1154
01:16:53,687 --> 01:16:57,687
เข้าถึงง่ายนะคะ ลดระยะเวลาทั้งหมด

1155
01:16:57,689 --> 01:17:01,689
คราวนี้เรามาดูแต่ละตัว ความซ้ำซ้อนคืออะไร

1156
01:17:01,690 --> 01:17:05,690
หมายถึงข้อมูลก้อนเดียวกันเก็บอยู่หลายที่

1157
01:17:05,691 --> 01:17:09,691
เราเรียกซ้ำซ้อน ซ้ำซ้อนคือเก็บข้อมูลเดิม

1158
01:17:09,692 --> 01:17:13,692
เดิมอยู่หลายที่แต่จักรพันธ์เป็นคนซับซ้อน

1159
01:17:13,693 --> 01:17:17,693
ไม่เหมือนกันนะคะ

1160
01:17:17,695 --> 01:17:21,695
อยู่บ้านไหนก็ได้ ไปอาบน้ำที่หอไหนก็ได้อย่างนี้ค่ะ

1161
01:17:21,696 --> 01:17:25,696
แปลว่าเป็นคนซักซ้อน

1162
01:17:25,698 --> 01:17:29,698
ซ้ำซ้อน เป็นคนสำส่อน ครูไม่ได้พูด

1163
01:17:29,698 --> 01:17:33,698
No วันนี้

1164
01:17:33,699 --> 01:17:37,699
จะสอนไปจนถึง จนกว่าจักรพันธ์จะนอนหลับ

1165
01:17:37,701 --> 01:17:41,701
แยกให้ออกนะคะ ซ้ำซ้อน

1166
01:17:41,702 --> 01:17:45,702
ซ้ำซ้อนหมายถึงเก็บขอมูลเดียว

1167
01:17:45,703 --> 01:17:49,703
ไว้หลายที่มันซ้ำกันน่ะ มันซ้ำซ้อน

1168
01:17:49,704 --> 01:17:53,704
ขัดแย้งล่ะ ข้อมูลชุดเดียวกัน

1169
01:17:53,705 --> 01:17:57,705
ต้องมีค่าข้อมูล ค่าเดียว

1170
01:17:57,706 --> 01:18:01,706
ก็ต้องชื่อนี้นะคะ เช่น 101 ทวีรัฐ

1171
01:18:01,707 --> 01:18:05,707
101 ทวีรัฐ ก็ต้องเป็นทวีรัฐ

1172
01:18:05,709 --> 01:18:09,709
แต่ถ้าเกิด 101 เป็นทั้งทวีรัตน์ ทวีรัตน์ไปเปลี่ยนชื่อ

1173
01:18:09,711 --> 01:18:13,711
ก็บอกไม่ครบที่ ก็จะมีทั้ง ทวีรัตน์

1174
01:18:13,712 --> 01:18:17,712
ปรเมตษ

1175
01:18:17,714 --> 01:18:21,714
แปลว่าข้อมูลนี้มันขัดแย้งกัน

1176
01:18:21,715 --> 01:18:25,715
1. รหัส 1. เลขที่บัตรประชาชนต้องมีคนเดียว

1177
01:18:25,716 --> 01:18:29,716
อันนี้คือขัดแย้งนะคะ การรักษา

1178
01:18:29,717 --> 01:18:33,717
ความคงสภาพของข้อมูลหมายถึงเรากรอกข้อมูล

1179
01:18:33,718 --> 01:18:37,718
ในแต่ละ field น่ะค่ะ ความคงสภาพของ

1180
01:18:37,719 --> 01:18:41,719
ตัวโปรแกรมแอปพลิเคชันที่เราพัฒนามาส่วนหน้าน่ะ ที่ให้ผู้ใช้กรอกน่ะ

1181
01:18:41,720 --> 01:18:45,720
เราต้องออกแบบมาให้ดี

1182
01:18:45,722 --> 01:18:49,722
อย่างให้ผู้ใช้กรอกมั่ว เช่น รหัส

1183
01:18:49,724 --> 01:18:53,724
ก็ต้องกรอกรหัสค่ะ ชื่อ มีไหมชื่อ

1184
01:18:53,724 --> 01:18:57,724
เป็นตัวเลข มีชื่อใครเป็นตัวเลขไหม

1185
01:18:57,730 --> 01:19:01,730
อาจจะชื่อ หนึ่งฤทัย

1186
01:19:01,731 --> 01:19:05,731
นะ มันก็เป็นตัวอักษรน่ะ ดังนั้นชื่อ

1187
01:19:05,734 --> 01:19:09,734
มีโอกาสที่จะเป็นตัวเลขได้ไหม ไม่ได้

1188
01:19:09,735 --> 01:19:13,735
ไม่มีอยู่แล้ว หรือเลขที่บัตรประชาชน

1189
01:19:13,735 --> 01:19:17,735
กรอกตัวอักษรได้ไหมคะ เลขที่บัตรประชาชน

1190
01:19:17,736 --> 01:19:21,736
13 หลัก มีตัวอักษรปนไหม

1191
01:19:21,737 --> 01:19:25,737
ไม่มีแน่นอน ฉะนั้น คำว่า "การรักษาความคงสภาพ"

1192
01:19:25,737 --> 01:19:29,737
คือ เรารู้สภาพของข้อมูลอยู่แล้วน่ะค่ะ ฉะนั้น

1193
01:19:29,738 --> 01:19:33,738
เราก็ฟิกซ์เลย ถ้าผู้ใช้ไปกรอกตัวอักษร

1194
01:19:33,739 --> 01:19:37,739
ก็ไม่ให้เขากรอกน่ะ ล็อกไว้เลย

1195
01:19:37,741 --> 01:19:41,741
นะคะ Fix ต่อไปได้อีกว่าเป็นเลขรหัสบัตรประชาชน

1196
01:19:41,743 --> 01:19:45,743
กรณีที่เป็นเลขที่บัตรประชาชนนะคะ อันนี้คือการรักษาความคงสภาพ

1197
01:19:45,744 --> 01:19:49,744
นะคะ ใช้ข้อมูลร่วมกันได้

1198
01:19:49,744 --> 01:19:53,744
ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ shared data

1199
01:19:53,746 --> 01:19:57,746
แชร์ให้ที่ไหนได้บ้าง อย่างตอนนี้ที่เราใช้ข้อมูลเดียวกัน

1200
01:19:57,747 --> 01:20:01,747
ของมหาวิทยาลัย ก็คือเก็บไว้ที่ Database เดียวของมหาวิทยาลัย

1201
01:20:01,748 --> 01:20:05,748
นักศึกษาเข้าไปดู

1202
01:20:05,749 --> 01:20:09,749
เกรดอะไรอีก ข้อมูล

1203
01:20:09,752 --> 01:20:13,752
ตัวเองน่ะค่ะ การลงทะเบียน ข้อมูลส่วนตัว

1204
01:20:13,753 --> 01:20:17,753
ข้อมูล... เว็บไซต์อาจารย์มีลิงก์ ดูอะไรได้อีก

1205
01:20:17,754 --> 01:20:21,754
สิทธิ์เราน่ะ

1206
01:20:21,755 --> 01:20:25,755
View ของเราน่ะ ที่เข้าไปดู

1207
01:20:25,756 --> 01:20:29,756
เข้าไปดูนะ แต่ว่าดำเนินการผ่านทะเบียน คือ

1208
01:20:29,757 --> 01:20:33,757
ดูอย่างเดียว ดูข้อมูลคนอื่นได้ไหมคะ ไม่ได้อีก

1209
01:20:33,757 --> 01:20:37,757
ตามสิทธิ์เรา

1210
01:20:37,759 --> 01:20:41,759
สามารถดูข้อมูลนักศึกษาได้ทุกคน

1211
01:20:41,759 --> 01:20:45,759
นะคะ แต่ทุกคนสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล

1212
01:20:45,760 --> 01:20:49,760
เดียวกันได้นี่ เราเรียกการใช้ข้อมูลร่วมกันนะ

1213
01:20:49,761 --> 01:20:53,761
แต่แตกต่างกันที่ view ที่เรียกมานะ

1214
01:20:53,762 --> 01:20:57,762
จะต่างกันถ้าเป็นฐานข้อมูลการเข้าถึง

1215
01:20:57,763 --> 01:21:01,763
ก็จะง่ายเพราะว่าเข้าถึงฐานข้อมูลผ่าน

1216
01:21:01,764 --> 01:21:05,764
ที่เป็น DBMS นะคะ การพัฒนาระบบ

1217
01:21:05,765 --> 01:21:09,765
เราก็พัฒนาแค่ส่วน

1218
01:21:09,766 --> 01:21:13,766
ส่วนข้างนอกน่ะเราไม่ได้เข้าไปฐานข้อมูล

1219
01:21:13,767 --> 01:21:17,767
ตัวแอปฯ ข้างนอกอย่างไรก็ได้นะคะ เพื่อไป Join

1220
01:21:17,768 --> 01:21:21,768
กับตารางที่เรามีนะคะ เพื่อไป Connect กับตารางนะคะ

1221
01:21:21,769 --> 01:21:25,769
ตัวอย่างฐานข้อมูลอันนี้เราน่าจะตอบได้อยู่แล้ว

1222
01:21:25,770 --> 01:21:29,770
นะคะ ขอมูลนักเรียน ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลหนังสือ

1223
01:21:29,771 --> 01:21:33,771
นะคะ ต่อไป

1224
01:21:33,772 --> 01:21:37,772
อันนี้เป็นตัวอย่างโปรแกรมนะคะ Microsoft Acess

1225
01:21:37,773 --> 01:21:41,773
โปรแกรมนี้ไหม มีไหมคะ

1226
01:21:41,774 --> 01:21:45,774
มีไหมคะ เคยใช้โปรแกรมนี้ไหมคะ

1227
01:21:45,776 --> 01:21:49,776
เคยเรียนใช่ไหม ใช้แปลว่าใช้งานได้

1228
01:21:49,777 --> 01:21:53,777
พอได้นิดหนึ่ง คนอื่นใช้ได้ไหมคะ โอ.เค.

1229
01:21:53,778 --> 01:21:57,778
อันนี้คือ DBMS ตัวหนึ่ง เป็นของ

1230
01:21:57,779 --> 01:22:01,779
Microsoft มันอยู่ใน Microsoft o

1231
01:22:01,780 --> 01:22:05,780
คราวนี้หัวข้อสุดท้าย

1232
01:22:05,780 --> 01:22:09,780
Big Data สำคัญไหม

1233
01:22:09,781 --> 01:22:13,781
Big Data ต่างจาก Data อย่างไร

1234
01:22:13,782 --> 01:22:17,782
มีขาดใหญ่ค่ะ

1235
01:22:17,783 --> 01:22:21,783
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลในมือนี่

1236
01:22:21,784 --> 01:22:25,784
มันเป็น Big Data หรือแค่ Data เฉย ๆ

1237
01:22:25,785 --> 01:22:29,785
มันจะมีคุณสมบัติอยู่ 3 อย่าง อันนี้อยู่ในข้อสอบ

1238
01:22:29,786 --> 01:22:33,786
บรรจุด้วย มีในของสอบ ก.ภ

1239
01:22:33,788 --> 01:22:37,788
data มันต่างจาก Data อย่างไร

1240
01:22:37,789 --> 01:22:41,789
คือ 1. ข้อมูลนั้นจะต้องมีปริมาณมากมายมหาศาล

1241
01:22:41,791 --> 01:22:45,791
2 ข้อมูลนั้นจะมีรูปแบบ

1242
01:22:45,792 --> 01:22:49,792
หลากหลายไม่ว่าจะเป็นข้อความเสียงคลิป

1243
01:22:49,793 --> 01:22:53,793
ภาพยนตร์ะนคะ

1244
01:22:53,794 --> 01:22:57,794
จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงอย่าง

1245
01:22:57,795 --> 01:23:01,795
รวดเร็ว เราเรียกว่า Big Data

1246
01:23:01,796 --> 01:23:05,796
นะคะ 3 ข้อนี้จำให้ดี

1247
01:23:05,797 --> 01:23:09,797
ข้อสอบถามว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่

1248
01:23:09,799 --> 01:23:13,799
ลักษณะของ Big Data Big Data

1249
01:23:13,800 --> 01:23:17,800
มี 3 ข้อนี้ แปลว่าอีกข้อหนึ่งไม่ใช่

1250
01:23:17,801 --> 01:23:21,801
เราต้องจำให้ได้เลยถ้าถามว่า

1251
01:23:21,802 --> 01:23:25,802
Big data นักศึกษาเอก

1252
01:23:25,803 --> 01:23:29,803
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล Big Data มีลักษณะอย่างไร 1.

1253
01:23:29,804 --> 01:23:33,804
มีปริมาณมาก มากมายมหาศาล

1254
01:23:33,813 --> 01:23:37,813
2. รูปแบบหลากหลายค่ะ

1255
01:23:37,825 --> 01:23:41,825
เป็นภาพ เป็นเสียง เป็นวิดีโอ เป็นคลิป

1256
01:23:41,827 --> 01:23:45,827
3. เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

1257
01:23:45,829 --> 01:23:49,829
และเปลี่ยนตลอดเวลา มี 3 อย่าง

1258
01:23:49,829 --> 01:23:53,829
อะไรบ้างนะคะ ตัวอย่างของ

1259
01:23:53,831 --> 01:23:57,831
Big Data เช่น ข้อมูลโซเชียล

1260
01:23:57,832 --> 01:24:01,832
Social Network ในโลกนี้มีไหม

1261
01:24:01,834 --> 01:24:05,834
ขณะที่เราเรียก มีไหม

1262
01:24:05,835 --> 01:24:09,835
ใช้งาน Sicial มีไหม

1263
01:24:09,837 --> 01:24:13,837
เป็นวินาทีอยู่แล้วนะ ข้อมูลผู้ใช้น่ะ

1264
01:24:13,839 --> 01:24:17,839
ขณะที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ คนที่เล่นเน็ต เล่นเว็บฯ

1265
01:24:17,841 --> 01:24:21,841
เล่นเว็บ เข้าเว็บเสิร์ช โน่นนี่นั่น

1266
01:24:21,842 --> 01:24:25,842
ไม่ได้หมายถึงในห้องนะ หมายถึงคนในโลกนี้น่ะ

1267
01:24:25,845 --> 01:24:29,845
มีไหม ดูหนังฟังเพลง

1268
01:24:29,846 --> 01:24:33,846
อันนี้ข้อมูลการใช้งานน่ะค่ะ โอ.เค.

1269
01:24:33,848 --> 01:24:37,848

1270
01:24:37,850 --> 01:24:41,850
Big Data ก็คือถ้าเราจะจัดการเกี่ยวกับ big Data

1271
01:24:41,852 --> 01:24:45,852
นี่นะคะ ซอฟต์แวร์ที่ใช้นะคะ

1272
01:24:45,853 --> 01:24:49,853
จะต้องสามารถจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณเยอะ ๆ นี่ได้

1273
01:24:49,854 --> 01:24:53,854
ฉะนั้นนะคะ ตัว hardware ที่

1274
01:24:53,855 --> 01:24:57,855
เก็บน่ะ เครื่องเซิฟเวอร์น่ะ หรือ Softwa

1275
01:24:57,856 --> 01:25:01,856
Server น่ะต้องมีปริมาณเพียงพอ

1276
01:25:01,857 --> 01:25:05,857
กับข้อมูล ตอนนี้ของเรานี่ เอาข้อมูลเรานี่ ข้อมูลเราส่วนตัวนี่

1277
01:25:05,859 --> 01:25:09,859
ถือเป็น Big Data ไหม

1278
01:25:09,860 --> 01:25:13,860
มากมายไหมคะ ข้อมูลเราคนเดียวนี่

1279
01:25:13,861 --> 01:25:17,861
มีข้อมูลอะไรบ้าง ที่มากมายนี่

1280
01:25:17,862 --> 01:25:21,862
เป็น Big Data หรือเป็น Data เฉย ๆ

1281
01:25:21,863 --> 01:25:25,863
เราไม่ใช่ Big Data ข้อมูลเราไม่ได้หลากหลาย

1282
01:25:25,864 --> 01:25:29,864
รูปแบบไม่ได้มีมากมายมหาศาล

1283
01:25:29,867 --> 01:25:33,867
เปลี่ยนแปลตลอดเวลา เปลี่ยนชื่อตลอดเวลา ไม่มี

1284
01:25:33,868 --> 01:25:37,868
ย้ายที่อยู่ตลอด ไม่มี

1285
01:25:37,870 --> 01:25:41,870
คราวนี้พูดถึงความจำเป็นของ Big Data

1286
01:25:41,870 --> 01:25:45,870
กับงานธุรกิจนะคะ ก็คือ

1287
01:25:45,872 --> 01:25:49,872
เขาใช้วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด

1288
01:25:49,873 --> 01:25:53,873
ช่วยการสนับสนุนการตัดสินใจในการทำการตลาด

1289
01:25:53,874 --> 01:25:57,874
นะคะ คนที่มี Big Data

1290
01:25:57,875 --> 01:26:01,875
ในมือนี่จะทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง ทำไมต้องพูดถึง

1291
01:26:01,876 --> 01:26:05,876
การทำธุรกิจ เพราะว่าธุรกิจมันมีกำไรขาดทุน

1292
01:26:05,877 --> 01:26:09,877
การเงินนะคะ ก็เลยพูดถึงธุรกิจนะ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายน่ะค่ะ

1293
01:26:09,878 --> 01:26:13,878
ก็เลยมีการนำข้อมูลที่เป็น

1294
01:26:13,879 --> 01:26:17,879
Big Data นี่ค่ะ ไปวางแผนในการ

1295
01:26:17,880 --> 01:26:21,880
ส่งเสริมการจัดจำหน่ายหรือวางแผนกลยุทธ์

1296
01:26:21,881 --> 01:26:25,881
เชิงรุกน่ะค่ะ กับคู่แข่งนะคะ

1297
01:26:25,882 --> 01:26:29,882
แล้วก็ ทำโปรโมชันโน่นนี่ให้ผู้บริโภค

1298
01:26:29,883 --> 01:26:33,883
เข้าถึงข้อมูลสินค้าได้

1299
01:26:33,884 --> 01:26:37,884
นอกจากข้อมูลสินค้าก็จะมีข้อมูลดี ๆ

1300
01:26:37,885 --> 01:26:41,885
แล้วก็ทันต่อเหตุการณ์ที่ผู้ใช้ใช้งานได้ โอ.เค.

1301
01:26:41,886 --> 01:26:45,886
จบบทที่ 4 มีคำถามไหมคะ

1302
01:26:45,887 --> 01:26:49,887
ไม่มีเลยหรือครูถามไปตั้งเยอะ

1303
01:26:49,888 --> 01:26:53,888

1304
01:26:53,888 --> 01:26:57,888
บทนี้บทเดียวน่าจะมีข้อสอบเยอะนะ วันนี้บอกข้อสอบไป

1305
01:26:57,890 --> 01:27:01,890
เยอะเลยนะคะ ไปเรียบเรียงเอา

1306
01:27:01,891 --> 01:27:05,891
เอา

1307
01:27:05,891 --> 01:27:09,891
หน่วยข้อมูลนะคะ จะมีทั้ง

1308
01:27:09,893 --> 01:27:13,893
หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดนะคะ ที่มนุษย์

1309
01:27:13,894 --> 01:27:17,894
หรือคอมพิวเตอร์สามารถ มันจะมี 2 ส่วนนะ

1310
01:27:17,896 --> 01:27:21,896
หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์รับรู้ได้ ก็คือ Bit

1311
01:27:21,897 --> 01:27:25,897
ก็คือไม่ 0 ก็ 1 น่ะ สถานะไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่งน่ะ

1312
01:27:25,899 --> 01:27:29,899
แต่ถ้าหน่วยข้อมูลในการทำงานด้านข้อมูลน่ะค่ะ Data

1313
01:27:29,900 --> 01:27:33,900
กับการจัดการข้อมูล หน่วยที่เล็กที่สุดคือชาแลคเตอร์

1314
01:27:33,901 --> 01:27:37,901
ถ้าเทียบกับ Bit ก็คือ

1315
01:27:37,904 --> 01:27:41,904
bite เท่ากับ

1316
01:27:41,906 --> 01:27:45,906
ตอบให้ถูกนะคะ ในข้อสอบมีให้เรียง

1317
01:27:45,907 --> 01:27:49,907
ข้อใดต่อไปนี้เรียงหน่วยข้อมูลจากเล็ก

1318
01:27:49,908 --> 01:27:53,908
ไปใหญ่ก็จะเรียงมา character

1319
01:27:53,908 --> 01:27:57,908
field  Record ฐานข้อมูล

1320
01:27:57,910 --> 01:28:01,910
บางคนอาจจะถามเล็กไปใหญ่ บางคนอาจจะได้

1321
01:28:01,911 --> 01:28:05,911
ใหญ่ไปเล็กอย่างนี้ค่ะ ในเรื่องนี้

1322
01:28:05,913 --> 01:28:09,913
นะคะ แล้วแต่ว่าใคร Random ได้ตัวไหนที่เข้าไป

1323
01:28:09,914 --> 01:28:13,914
นะคะ เพราะครูบอกแล้วว่าคลังข้อสอบมีเป็นร้อย

1324
01:28:13,915 --> 01:28:17,915
แต่เขาจะ Random มาแค่ 60 ข้อ

1325
01:28:17,917 --> 01:28:21,917
แม้กระทั่งถามเรื่องเดียวกัน

1326
01:28:21,918 --> 01:28:25,918
โจทย์เดียวกันช้อส์ก็ต่างกัน

1327
01:28:25,920 --> 01:28:29,920
อ่านโจทย์ดี ๆ ไม่ใช่ไปถามเพื่อน ข้อนี้ตอบอะไร

1328
01:28:29,922 --> 01:28:33,922
เพราะมัน Random ไป ฉะนั้น อาจโจทย์ที่ตัวเองได้ไปดี ๆ

1329
01:28:33,924 --> 01:28:37,924
เรียนจบบทที่ 6 สัปดาห์ถัดไป

1330
01:28:37,925 --> 01:28:41,925
เราจะสอบเลยค่ะ จะได้ไม่ลืม

1331
01:28:41,926 --> 01:28:45,926
ตอนนี้บทที่ 4 สัปดาห์หน้า

1332
01:28:45,932 --> 01:28:49,932
เรียนบทที่ 5 สัปดาห์ถัดไปเรียนบทที่ 6 สัปดาห์ต่อไปสอบเลยค่ะ

1333
01:28:49,933 --> 01:28:53,933
เพราะไฟนอลคือสอบ น่าจะปลายเดือนนี้

1334
01:28:53,934 --> 01:28:57,934
หน้าจะสัปดาห์สุดท้ายจริงไหม

1335
01:28:57,936 --> 01:29:01,936

1336
01:29:01,937 --> 01:29:05,937
ปิดเทอมพฤษภาคมค่ะ

1337
01:29:05,938 --> 01:29:09,938
ไฟนอลเราสอบ 19 เมษายน ถึง

1338
01:29:09,940 --> 01:29:13,940
สิ้นเดือนเมษายน

1339
01:29:13,941 --> 01:29:17,941
วันนี้เท่าไรนะ สัปดาห์สุดท้าย

1340
01:29:17,942 --> 01:29:21,942
ของเดือนนี้ค่ะ เราจะเจอกันอีก 2 ครั้ง คือ บทที่ 5 กับบทที่ 6

1341
01:29:21,944 --> 01:29:25,944
ถูกไหม

1342
01:29:25,945 --> 01:29:29,945
ใช่ค่ะ เมษายน

1343
01:29:29,946 --> 01:29:33,946
เราน่าจะไม่ได้เจอกัน จักรพันธ์

1344
01:29:33,947 --> 01:29:37,947
ดีใจขนาดนั้นเลยที่ไม่ต้องเจอครู

1345
01:29:37,949 --> 01:29:41,949
อย่างช้าน่าจะเป็นต้นเดือน

1346
01:29:41,950 --> 01:29:45,950
หน้าอย่างเร็วก็จะเป็นสัปดาห์สุดท้าย

1347
01:29:45,953 --> 01:29:49,953
คราวนี้แบบฝึกหัดมีข้อไหนที่ไม่เข้าใจถามมา

1348
01:29:49,954 --> 01:29:53,954
ไม่เข้าใจโจทย์นะ ทำเสร็จหรือยัง

1349
01:29:53,955 --> 01:29:57,955
ทำเสร็จแล้วส่งได้เลยค่ะ มีอยู่ทั้งหมด 8 ข้อนะคะ

1350
01:29:57,956 --> 01:30:01,956
ทำให้ครบ ข้อ 1 ถามกี่คนถาม

1351
01:30:01,959 --> 01:30:05,959
2 คำถามนะคะ ตอบให้ครบนะ

1352
01:30:05,961 --> 01:30:09,961
ข้อ 1 ถามข้อแตกต่าง

1353
01:30:09,962 --> 01:30:13,962
ระหว่าง Data กับ Information

1354
01:30:13,963 --> 01:30:17,963
ยกตัวอย่างมาด้วย อะไรคือ Data อะไรคือ Information

1355
01:30:17,964 --> 01:30:21,964

1356
01:30:21,965 --> 01:30:25,965
ข้อที่ 2 ให้บอกคุณสมบัติข้อมูลที่ดีเป็นอย่างไร

1357
01:30:25,966 --> 01:30:29,966
นะคะ อธิบายมา ข้อมูลที่ดีมีคุณสมบัติกี่ข้อ

1358
01:30:29,967 --> 01:30:33,967
กี่ข้อ

1359
01:30:33,968 --> 01:30:37,968
5 อะไรบ้าง

1360
01:30:37,969 --> 01:30:41,969
ข้อมูลที่ดีต้องเป็นอย่างไรคะ 1.

1361
01:30:41,970 --> 01:30:45,970
มีความถูกต้องค่ะ 2

1362
01:30:45,971 --> 01:30:49,971
คือ update น่ะ ข้อมูลเป็นปัจจุบัน

1363
01:30:49,973 --> 01:30:53,973
ตรงตามความต้องการของคนที่ต้องการใช้งาน

1364
01:30:53,974 --> 01:30:57,974
4. มีความสมบูรณ์

1365
01:30:57,977 --> 01:31:01,977
ครบถ้วน หมดหรือยัง 5

1366
01:31:01,978 --> 01:31:05,978
ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลได้

1367
01:31:05,979 --> 01:31:09,979
อันนี้คือข้อมูลที่ดีนะคะ

1368
01:31:09,980 --> 01:31:13,980
ข้อ 3 ตอบได้ไหมเอ่ย ได้นะ

1369
01:31:13,982 --> 01:31:17,982
ข้อมูลภายในสถาบัน มีอะไรบ้างยกตัวอย่างมา

1370
01:31:17,983 --> 01:31:21,983
ข้อ 4 5 ไม่มี

1371
01:31:21,984 --> 01:31:25,984
ข้อสงสัยเลยตอบให้ครบนะคะ

1372
01:31:25,985 --> 01:31:29,985
ใครยังไม่ได้เช็กชื่อ ศศิกานต์ มาไหม

1373
01:31:29,986 --> 01:31:33,986
โอ.เค. มันธนา

1374
01:31:33,987 --> 01:31:37,987
มันธนา

1375
01:31:37,988 --> 01:31:41,988
จุฑารัตน์ โอ.เค. ค่ะ

1376
01:31:41,989 --> 01:31:45,989
สรจักร

1377
01:31:45,991 --> 01:31:49,991

1378
01:31:49,992 --> 01:31:53,992
โอ.เค.

1379
01:31:53,996 --> 01:31:57,996
แต่ไม่ได้เป็นอะไรเยอนะ

1380
01:31:57,997 --> 01:32:01,997
ใช่ ๆ ไปตรวจแล้วนะ โอ.เค. ดูแลกัน

1381
01:32:01,999 --> 01:32:05,999
มงคล

1382
01:32:06,001 --> 01:32:10,001
มงคล โอ.เค. ค่ะ

1383
01:32:10,002 --> 01:32:14,002
นิชนันท์ โอ.เค.

1384
01:32:14,003 --> 01:32:18,003
สุมาวดี

1385
01:32:18,005 --> 01:32:22,005
ไม่มีคำถาม แปลว่าครูสอนดีมากค่ะ

1386
01:32:22,006 --> 01:32:26,006
ครูถามเราตั้งเยอะตั้งแยะ นักศึกษาน่าจะมีคำถามบ้างนะ

1387
01:32:26,007 --> 01:32:30,007
ไม่มีเอาคืนเลยนะ

1388
01:32:30,009 --> 01:32:34,009

1389
01:32:34,011 --> 01:32:38,011
ตอนที่ทุกคนส่งแบบฝึกหัดเสร็จแล้ว ดูหน่อยสิมีกี่คนแล้ว

1390
01:32:38,012 --> 01:32:42,012
ขอดู

1391
01:32:42,013 --> 01:32:46,013
คนที่ส่งการบ้านก่อนสิ

1392
01:32:46,014 --> 01:32:50,014

1393
01:32:50,015 --> 01:32:54,015

1394
01:32:54,018 --> 01:32:58,018
เพิ่งส่ง 6 คนนี่นะ

1395
01:32:58,021 --> 01:33:02,021

1396
01:33:02,022 --> 01:33:06,022
ทำให้เสร็จนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะบ่น

1397
01:33:06,026 --> 01:33:10,026
ว่าครูให้งาน การบ้าน

1398
01:33:10,028 --> 01:33:13,928
ไม่มีการบ้าน

1399
01:33:14,029 --> 01:33:18,029
ทำให้เสร็จก่อนนะคะ

1400
01:33:18,030 --> 01:33:22,030
7 คนที่ส่งมาตามนี้นะคะ

1401
01:33:22,031 --> 01:33:26,031
มีอัตสดาวุฒิ

1402
01:33:26,031 --> 01:33:30,031
ส่งมาแล้ว 9 คน มันธนา

1403
01:33:30,033 --> 01:33:34,033
ไม่มีชื่อ

1404
01:33:34,034 --> 01:33:38,034
ผกามาศ นราวิช

1405
01:33:38,036 --> 01:33:42,036
ศศิการ

1406
01:33:42,037 --> 01:33:46,037
ส่งงาน ๆ ค่ะ

1407
01:33:46,038 --> 01:33:50,038
เราเหลือเวลา

1408
01:33:50,039 --> 01:33:54,039
เยอะแยะ 10 คน

1409
01:33:54,041 --> 01:33:58,041

1410
01:33:58,042 --> 01:34:02,042

1411
01:34:02,045 --> 01:34:06,045
ทำให้เสร็จนะ โอ.เค.

1412
01:34:06,048 --> 01:34:10,048
อย่างนั้นก็ทำงานให้เสร็จนะคะ ส่งแบบฝึกหัดให้ครบ

1413
01:34:10,050 --> 01:34:14,050
บทนี้ก็เก็บ 2 คะแนน

1414
01:34:14,051 --> 01:34:18,051
เวลามั้ง

1415
01:34:18,052 --> 01:34:22,052
โอ.เค. ค่ะ

1416
01:34:22,054 --> 01:34:26,054
เดี๋ยวบรรยายเสร็จแล้ว ขอบคุณล่ามก่อนนะคะ

1417
01:34:26,055 --> 01:34:30,055
ขอบคุณพี่ล่ามก่อน เดี๋ยวให้นักศึกษา

1418
01:34:30,056 --> 01:34:34,056
ทำแบบฝึกหัดค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

1419
01:34:34,058 --> 01:34:38,058

1420
01:34:38,059 --> 01:34:42,059

1421
01:34:42,060 --> 01:34:46,060

1422
01:34:46,062 --> 01:34:50,062

1423
01:34:50,065 --> 01:34:54,065
[สิ้นสุดการถอดความ]

1424
01:34:54,067 --> 01:34:58,067

1425
01:34:58,068 --> 01:35:02,068
[สิ้นสุดการถอดความ]

1426
01:35:02,070 --> 01:35:06,070

1427
01:35:06,073 --> 01:35:10,073

1428
01:35:10,075 --> 01:35:14,075


