﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,003 --> 00:00:08,003

3
00:00:08,004 --> 00:00:12,004

4
00:00:12,005 --> 00:00:16,005

5
00:00:16,009 --> 00:00:20,009

6
00:00:20,010 --> 00:00:24,010

7
00:00:24,013 --> 00:00:28,013

8
00:00:28,014 --> 00:00:32,014

9
00:00:32,016 --> 00:00:36,016

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018

11
00:00:40,020 --> 00:00:44,020

12
00:00:44,022 --> 00:00:48,022

13
00:00:48,024 --> 00:00:52,024

14
00:00:52,026 --> 00:00:56,026

15
00:00:56,027 --> 00:01:00,027

16
00:01:00,029 --> 00:01:04,029

17
00:01:04,030 --> 00:01:08,030

18
00:01:08,031 --> 00:01:12,031

19
00:01:12,033 --> 00:01:16,033

20
00:01:16,036 --> 00:01:20,036

21
00:01:20,037 --> 00:01:24,037

22
00:01:24,039 --> 00:01:28,039

23
00:01:28,041 --> 00:01:32,041

24
00:01:32,042 --> 00:01:36,042

25
00:01:36,044 --> 00:01:40,044

26
00:01:40,047 --> 00:01:44,047

27
00:01:44,049 --> 00:01:48,049

28
00:01:48,050 --> 00:01:52,050

29
00:01:52,051 --> 00:01:56,051

30
00:01:56,053 --> 00:02:00,053

31
00:02:00,056 --> 00:02:04,056

32
00:02:04,057 --> 00:02:08,057

33
00:02:08,063 --> 00:02:12,063

34
00:02:12,068 --> 00:02:16,068

35
00:02:16,070 --> 00:02:20,070

36
00:02:20,073 --> 00:02:24,073

37
00:02:24,074 --> 00:02:28,074

38
00:02:28,077 --> 00:02:32,077

39
00:02:32,079 --> 00:02:36,079

40
00:02:36,081 --> 00:02:40,081

41
00:02:40,082 --> 00:02:44,082

42
00:02:44,085 --> 00:02:48,085

43
00:02:48,086 --> 00:02:52,086

44
00:02:52,089 --> 00:02:56,089

45
00:02:56,091 --> 00:03:00,091

46
00:03:00,093 --> 00:03:04,093

47
00:03:04,095 --> 00:03:08,095

48
00:03:08,097 --> 00:03:12,097

49
00:03:12,099 --> 00:03:16,099

50
00:03:16,101 --> 00:03:20,101

51
00:03:20,103 --> 00:03:24,103

52
00:03:24,107 --> 00:03:28,107

53
00:03:28,109 --> 00:03:32,109

54
00:03:32,111 --> 00:03:36,111

55
00:03:36,113 --> 00:03:40,113

56
00:03:40,114 --> 00:03:44,114

57
00:03:44,117 --> 00:03:48,117

58
00:03:48,119 --> 00:03:52,119

59
00:03:52,122 --> 00:03:56,122

60
00:03:56,124 --> 00:04:00,124

61
00:04:00,126 --> 00:04:04,126

62
00:04:04,128 --> 00:04:08,128

63
00:04:08,130 --> 00:04:12,130

64
00:04:12,132 --> 00:04:16,132

65
00:04:16,135 --> 00:04:20,135

66
00:04:20,137 --> 00:04:24,137

67
00:04:24,139 --> 00:04:28,139

68
00:04:28,140 --> 00:04:32,140

69
00:04:32,142 --> 00:04:36,142

70
00:04:36,144 --> 00:04:40,144

71
00:04:40,145 --> 00:04:44,145

72
00:04:44,148 --> 00:04:48,148

73
00:04:48,149 --> 00:04:52,149

74
00:04:52,151 --> 00:04:56,151

75
00:04:56,153 --> 00:05:00,153

76
00:05:00,155 --> 00:05:04,155

77
00:05:04,158 --> 00:05:08,158

78
00:05:08,160 --> 00:05:12,160

79
00:05:12,161 --> 00:05:16,161

80
00:05:16,163 --> 00:05:20,163

81
00:05:20,165 --> 00:05:24,165

82
00:05:24,168 --> 00:05:28,168

83
00:05:28,170 --> 00:05:32,170

84
00:05:32,172 --> 00:05:36,172
(อาจารย์) เป็นการเกิดอุบัติเหตุแล้ว

85
00:05:36,174 --> 00:05:40,174
ทำไมเน็ตช้าจัง

86
00:05:40,176 --> 00:05:44,176

87
00:05:44,177 --> 00:05:48,177

88
00:05:48,179 --> 00:05:52,179
สงสารดีไหมนี่

89
00:05:52,182 --> 00:05:56,182

90
00:05:56,183 --> 00:06:00,183

91
00:06:00,185 --> 00:06:04,185

92
00:06:04,187 --> 00:06:08,187
สไลด์อาจารย์อัป(โหลด)

93
00:06:08,188 --> 00:06:12,188
อัปให้ใน Classroom แล้วนะ

94
00:06:12,189 --> 00:06:16,189
อยู่ใน classroom ของเราน่ะค่ะ

95
00:06:16,190 --> 00:06:20,190
วันนี้เราเรียนบทที่ 6 นะคะ แล้วก็มีใบงานให้ด้วย

96
00:06:20,193 --> 00:06:24,193
นะคะ สัปดาห์หน้าเรารู้แล้วนะเราไม่ได้เจอกัน

97
00:06:24,194 --> 00:06:28,194
ทราบไหมคะ ยังใช่ไหม สัปดาห์หน้าเขามีปัจฉิม

98
00:06:28,195 --> 00:06:32,195
งานปัจฉิม ฝึกน่ะค่ะ

99
00:06:32,197 --> 00:06:36,197
น่ะค่ะ พอดีปีนี้เป็นปีแรก ที่สาขาเรา ให้

100
00:06:36,198 --> 00:06:40,198
ทุกชั้นปีเข้าไปร่วมฟังรุ่นพี่มาเล่าประสบการณ์ที่เขา

101
00:06:40,199 --> 00:06:44,199
ไปฝึกงานนะคะ แล้วก็มี

102
00:06:44,200 --> 00:06:48,200
วิทยากรนะคะ มาเล่าเกี่ยวกับ รู้สึกที่มาเป็น Youtuber

103
00:06:48,202 --> 00:06:52,202
นี่ล่ะนะคะ เผื่อเราสนใจนะคะ ช่องทาง

104
00:06:52,204 --> 00:06:56,204
ในการหารายได้นะ เขาก็จะมีแนะนำนะคะ ก็เลย...

105
00:06:56,205 --> 00:07:00,205

106
00:07:00,206 --> 00:07:04,206

107
00:07:04,207 --> 00:07:08,207

108
00:07:05,662 --> 00:07:09,662

109
00:07:09,665 --> 00:07:13,665

110
00:07:13,667 --> 00:07:17,667

111
00:07:17,668 --> 00:07:21,668

112
00:07:21,671 --> 00:07:25,671

113
00:07:25,673 --> 00:07:29,673
แจ้งล่าม ล่ามในห้อง

114
00:07:29,675 --> 00:07:33,675

115
00:07:33,677 --> 00:07:37,677
แจ้งล่ามด้วยนะคะ

116
00:07:37,678 --> 00:07:41,678

117
00:07:41,681 --> 00:07:45,681
วันนี้เรียนเนื้อหา เดี๋ยวครูจะแจ้งเรื่อง

118
00:07:45,683 --> 00:07:49,683

119
00:07:49,683 --> 00:07:53,683
ส่ง กลุ่มละกี่คน

120
00:07:53,684 --> 00:07:57,684
ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เราสนใจที่จะทำหัวข้อนี้

121
00:07:57,686 --> 00:08:01,686
ก็ไปรวมกลุ่มกันอย่างนี้ค่ะ ส่วนหัวข้อจะให้

122
00:08:01,687 --> 00:08:05,687
เราจะเรียนเนื้อหาก่อน

123
00:08:05,689 --> 00:08:06,951
เลือกเอง

124
00:08:09,691 --> 00:08:10,290

125
00:08:13,692 --> 00:08:17,692
มาได้จังหวะพอดี จักรพันธ์

126
00:08:17,694 --> 00:08:21,694

127
00:08:21,695 --> 00:08:25,695
สิตาพร

128
00:08:25,696 --> 00:08:29,696
กรพจน์

129
00:08:29,697 --> 00:08:33,697
นราวิทย์ อนุภาพ

130
00:08:33,698 --> 00:08:37,698
ทศทิศ

131
00:08:37,699 --> 00:08:41,699
พัฐนันท์

132
00:08:41,700 --> 00:08:45,700
มันฑณา

133
00:08:45,702 --> 00:08:49,702
ปรเมษฐ์ กัตตวิช

134
00:08:49,703 --> 00:08:53,703
ภากามาตร

135
00:08:53,705 --> 00:08:57,705
กิตติชัย

136
00:08:57,706 --> 00:09:01,706
จุฑารัตน์

137
00:09:01,708 --> 00:09:05,708
สรุปว่ามาไหม

138
00:09:05,710 --> 00:09:09,710
คนนี้ โอ.เค. เพื่อนข้างหน้านะ

139
00:09:09,712 --> 00:09:13,712
ศักดิ์ดา

140
00:09:13,712 --> 00:09:17,712
ดำรงศักดิ์

141
00:09:17,714 --> 00:09:21,714
ศรจักร มงคล

142
00:09:21,720 --> 00:09:25,720
โอ.เค. ธีรพล

143
00:09:25,721 --> 00:09:29,721
อัสฎาวุฒน์

144
00:09:29,722 --> 00:09:33,722
ค่ะ สุมาวดี

145
00:09:33,724 --> 00:09:37,724
โอ.เค. จุฑารัตน์

146
00:09:37,726 --> 00:09:41,726

147
00:09:41,728 --> 00:09:45,728

148
00:09:45,732 --> 00:09:49,732
ลานะ

149
00:09:49,733 --> 00:09:53,733
ครูกำลังพูดถึง

150
00:09:53,735 --> 00:09:57,735
ว่าสัปดาห์หน้าเราไม่ได้เจอกัน

151
00:09:57,738 --> 00:10:01,738
เราก็มีเวลาค้นงาน 2 สัปดาห์เลย

152
00:10:01,740 --> 00:10:05,740
เพราะว่าสัปดาห์หน้าที่สาขามีงานปัจฉิมนิเทศนะคะ

153
00:10:05,743 --> 00:10:09,743
ปีนี้อยากให้ทุกชั้นปีเข้าร่วมน่ะค่ะ ก็เลยฝากมาแจ้งพวกเราว่า

154
00:10:09,746 --> 00:10:13,746
วันจันทร์หน้านะคะ ให้นักศึกษาทุกคนไปร่วม

155
00:10:13,747 --> 00:10:17,747
ฟังนะคะ การปัจฉิมนิเทศนะคะ

156
00:10:17,748 --> 00:10:21,748
ที่อาคาร 11 ห้องศตบงกช เคยไปอยู่นะ

157
00:10:21,749 --> 00:10:25,749
ตอนที่เราไปประชุมน่ะนะคะ ห้องใหญ่น่ะ

158
00:10:25,752 --> 00:10:29,752
นะคะ เจอกันที่นั่น ครูจะตามไปเช็กชื่อที่นู้นล่ะ

159
00:10:29,754 --> 00:10:33,754
นะคะ

160
00:10:33,756 --> 00:10:37,756
ครูจะไปเช็กชื่อที่โน่น ไป 098.1

161
00:10:37,757 --> 00:10:41,757
อย่าไปสายนะ ถ้าวิทยากรเริ่ม

162
00:10:41,759 --> 00:10:45,759
พรีเซ็นท์แล้วมันก็เหมือนเสียมา

163
00:10:45,760 --> 00:10:49,760
ฉะนั้น อย่าไปสายเกิน 8 โมงครึ่งน่ะค่ะ

164
00:10:49,761 --> 00:10:53,761
ตั้งแต่เช้านะคะ เช้าวันจันทร์ เมื่อเช้าเราเรียนอะไร

165
00:10:53,763 --> 00:10:57,763
รู้แบบนี้มาสอนทั้งวัน

166
00:10:57,766 --> 00:11:01,766
ก็ดีนะ

167
00:11:01,768 --> 00:11:05,768
เพิ่งรูู้น่ะว่าไม่มีเรียนเช้าน่ะ

168
00:11:05,768 --> 00:11:09,768
ถ้าโกหกครูลง

169
00:11:09,773 --> 00:11:13,773
เอาหัวลงเลยนะทีนี้ ไม่ได้เจ็บแค่ขาเลยทีนี้

170
00:11:13,775 --> 00:11:17,775
โอ.เค. อย่างนั้น

171
00:11:17,776 --> 00:11:21,776
วันจันทร์หน้าก็ตั้งแต่เช้าเลยนะคะ ก็ไปเก็บเกี่ยวประสบอการณ์

172
00:11:21,778 --> 00:11:25,778
พอขึ้นปี 3 นะคะ

173
00:11:25,779 --> 00:11:29,779
เราก็ต้องเสนอที่ฝึกงานนะ เพื่อให้ได้ฝึกตอนขึ้น

174
00:11:29,780 --> 00:11:33,780
ปี 4 นะคะ เราก็ไปฟังที่ไหนเราชอบ

175
00:11:33,782 --> 00:11:37,782
สไตล์การฝึกงานของที่ไหน

176
00:11:37,784 --> 00:11:41,784
โอ.เค. เนื้อหาวันนี้

177
00:11:41,785 --> 00:11:45,785
จะมีทั้งส่วนที่เป็นบรรยายนะคะ ครูจะอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับ

178
00:11:45,786 --> 00:11:49,786
ข้อมูลแล้วก็จัมีงานกลุ่มให้ทำนะคะ กลุ่มแบ่งเอง

179
00:11:49,787 --> 00:11:53,787
กลุ่มละกี่คน ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเราเลย

180
00:11:53,789 --> 00:11:57,789
เราอยากอยู่กลุ่มนี้ อยากค้นเกี่ยวกับข้อมูลตัวนี้

181
00:11:57,790 --> 00:12:01,790
อันนี้กันเองนะคะ ครูไม่ได้ Fix ว่ากลุ่มต้อง

182
00:12:01,790 --> 00:12:05,790
ไม่เท่ากันไม่ได้ซีเรียสนะคะ แต่อยากให้ทุกคนมีกลุ่ม

183
00:12:05,791 --> 00:12:09,791
เลือกหัวข้อเลยว่าเราจะ Present เรื่องไหน

184
00:12:09,792 --> 00:12:13,792
มาเข้าเนื้อหาก่อนนะคะ Computer Network and Data communication

185
00:12:13,794 --> 00:12:17,794
นะคะ

186
00:12:17,795 --> 00:12:21,795
เราทำแบบฝึกหัด 5 บทแล้ว มี

187
00:12:21,797 --> 00:12:25,797
ใครยังส่งไม่ครบมีไหมคะ

188
00:12:25,797 --> 00:12:29,797
หมดหรือยังเอ่ย คือ ก่อนหน้านี้

189
00:12:29,798 --> 00:12:33,798
เวลาตรวจแล้วให้คะแนนน่ะ นักศึกษาจะเห็นได้เลย แต่หลัง ๆ

190
00:12:33,799 --> 00:12:37,799
มานี่รู้สึก Google เขาปรับไม่ให้

191
00:12:37,800 --> 00:12:41,800
กดส่งคืน นักศึกษาจึงจะเห็น Comment

192
00:12:41,812 --> 00:12:45,812
มีความเป็นห่วงบางคน คือ การตอบผิดนี่

193
00:12:45,815 --> 00:12:49,815
มันสื่อความหมายหลายอย่างนะ คือ แบบฝึกหัดท้ายบท

194
00:12:49,817 --> 00:12:53,817
เอาเนื้อหาที่เราเรียนมาทบทวนใช่ไหมคะ ถ้าเราตอบ

195
00:12:53,819 --> 00:12:57,819
ไม่ครบนี่ ยังบ่งบอกว่านักศึกษายังเป็นคนไม่รอบคอบนี่

196
00:12:57,820 --> 00:13:01,820
อ่านโจทย์ไม่ครบ แต่อ่านโจทย์ครบแต่ตอบผิดนี่

197
00:13:01,821 --> 00:13:05,821
แปลว่าเราไม่เข้าใจที่โจทย์ถาม

198
00:13:05,824 --> 00:13:09,824
มันสื่ออย่างนี้ใช่ไหม สื่อถาม

199
00:13:09,825 --> 00:13:13,825
ความหมาย เราตอบประเภทอย่างนี้ค่ะ ครูหักคะแนนเลยนะคะ

200
00:13:13,826 --> 00:13:17,826
จำได้ใช่ไหม จักรพันธ์ ถามว่าหมายถึงอะไร

201
00:13:17,828 --> 00:13:21,828
น่ะค่ะ เราตอบว่ามี 3 ประเภทนี่ไม่ได้คะแนนนะ

202
00:13:21,830 --> 00:13:25,830
มันไม่ได้บอกว่าเรารู้ดีจนไปตอบประเภท

203
00:13:25,831 --> 00:13:29,831
ได้นะ เพราะโจทย์เขาถามความหมายค่ะ ฉะนั้น อ่านโจทย์ดี ๆ

204
00:13:29,833 --> 00:13:33,833
นะคะ หรือว่าพอครูให้ทำท้ายคาบ แล้วนักศึกษารีบ

205
00:13:33,834 --> 00:13:37,834
ก็เลยพอแค่ได้ส่ง

206
00:13:37,837 --> 00:13:41,837
แล้วก็มีอีกบางคน คือ

207
00:13:41,838 --> 00:13:45,838
ทำไม่ครบน่ะ ตอบไม่ครบ

208
00:13:45,839 --> 00:13:49,839
ทุกข้อน่ะค่ะ มีเว้นเอาไว้

209
00:13:49,842 --> 00:13:53,842
ให้ครูตอบหรือ คือ เขียนโจทย์น่ะค่ะ

210
00:13:53,843 --> 00:13:57,843
ก็อปโจทย์ไว้

211
00:13:57,844 --> 00:14:01,844
แล้วก็ข้ามไปทำข้อต่อไปอย่างนี้ค่ะ ครูจะถือว่าเรา

212
00:14:01,845 --> 00:14:05,845
ตอบผิด เพราะเราไม่ตอบนะคะ ฉะนั้น ก็ทำให้ครบ

213
00:14:05,846 --> 00:14:09,846
นะคะ คะแนนก็ 5 บทนะ บทละ 2 คะแนน ก็จะเป็น 10 นะคะ

214
00:14:09,848 --> 00:14:13,848
เพราะว่า part ของเรานี่แบ่งกัยคนละครึ่งกับ

215
00:14:13,849 --> 00:14:17,849
อาจารย์แบ่งกันคนละครึ่งกับอาจารย์ปิยวรรณ ครู

216
00:14:17,850 --> 00:14:21,850
ก็เก็บ 50 นะคะ Past ของครูก็เก็บ 50 เหมือนกัน

217
00:14:21,851 --> 00:14:25,851
มาจากสอบ Final ที่เป็นทฤษฎีของ 6-7 บทนี้

218
00:14:25,852 --> 00:14:29,852
พอดีครูแยกออกมา พอดีมันมี 6 บทนะคะ

219
00:14:29,854 --> 00:14:33,854
แต่ครูรู้สึกว่าเนื้อหามันเยอะ แต่เนื้อหา

220
00:14:33,855 --> 00:14:37,855
ก็คือใน 6 ประเด็น นั่นล่ะนะคะ แยกออกมาเป็น 7 บท

221
00:14:37,856 --> 00:14:41,856
นะคะ แล้วก็สอบ 60 ข้อ 30 คะแนนนะคะ

222
00:14:41,858 --> 00:14:45,858
เราก็มี...

223
00:14:45,858 --> 00:14:49,858
เรียน 5 คะแนน แล้วอีก 5 คะแนนก็เป็นรายงานในวันนี้

224
00:14:49,860 --> 00:14:53,860
โอ.เค. ชึ้แจงไปแล้วนี่ ไม่พูดซ้ำนะ

225
00:14:53,861 --> 00:14:57,861

226
00:14:57,863 --> 00:15:01,863
วันนี้พูดถึงระบบเครือข่ายและการ

227
00:15:01,865 --> 00:15:05,865
สื่อสารข้อมูลนะคะ คืออะไรเอ่ย

228
00:15:05,867 --> 00:15:09,867
ถามอย่างนี้

229
00:15:09,867 --> 00:15:13,867
ระบบเครือข่ายกับการสื่อสารข้อมูลเหมือนกันไหมคะ

230
00:15:13,869 --> 00:15:17,869
ต่างกันอย่างไร

231
00:15:17,870 --> 00:15:21,870
ถ้าพูดถึงระบบเครือข่าย มัณฑณานึกถึงอะไรคะ

232
00:15:21,872 --> 00:15:25,872
เอาแบบความคิดเราน่ะ

233
00:15:25,874 --> 00:15:29,874
ถ้าพูดถึงระบบเครือข่ายนึกถึงอะไร

234
00:15:29,875 --> 00:15:33,875

235
00:15:33,877 --> 00:15:37,877
แยกกันให้ออกนะ ระบบเครือข่ายกับการสื่อสารข้อมูล

236
00:15:37,879 --> 00:15:41,879
ครูถามว่าเหมือนกันไหม เพื่อนตอบว่าไม่ อย่างนั้น

237
00:15:41,881 --> 00:15:45,881
ในความคิดเราน่ะ ถ้าพูดถึงระบบเครือข่ายเรานึกถึงอะไร

238
00:15:45,882 --> 00:15:49,882
ระบบเครือข่าย และการ

239
00:15:49,885 --> 00:15:53,885
สื่อสารข้อมูลล่ะ นึกถึงอะไร

240
00:15:53,891 --> 00:15:57,891

241
00:15:57,892 --> 00:16:01,892
อย่างตอนนี้ที่เรามาเรียนนี่ คือ ระบบเครือข่ายหรือการสื่อสารข้อมูล

242
00:16:01,894 --> 00:16:05,894
แบบนี้เป็นการสื่อสารนะคะ แต่เราไม่ได้ใช้...

243
00:16:05,895 --> 00:16:09,895
แบบนี้เรียก "การสื่อสารข้อมูล" ใน Class นี่

244
00:16:09,896 --> 00:16:13,896
เรียกการสื่อสารข้อมูล แต่ไม่ได้สื่อสารข้อมูลผ่าน

245
00:16:13,897 --> 00:16:17,897
โอ.เค. ไหมคะ เรามีองค์ประกอบในการสื่อสารครบเหมือนกัน

246
00:16:17,899 --> 00:16:21,899
นะคะ แต่เราไม่ได้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามา

247
00:16:21,903 --> 00:16:25,903
ร่วมเฉย ๆ นะคะ ผู้ส่งตอนนี้เป็นใคร

248
00:16:25,904 --> 00:16:29,904
เอาแบบระบบการสื่อสาร ตอนนี้เลย ในห้องนี่ เราบอกว่าการสื่อสารนะ

249
00:16:29,904 --> 00:16:33,904
ผู้ส่งสารคือใคร

250
00:16:33,905 --> 00:16:37,905
อาจารย์ผู้สอนนะคะ เป็น Sender นะคะ

251
00:16:37,906 --> 00:16:41,906
คือใคร นักเรียน

252
00:16:41,907 --> 00:16:45,907
นักศึกษานะคะ Data คืออะไร

253
00:16:45,909 --> 00:16:49,909
เนื้อหานะคะ Content ที่เรียน Protocol

254
00:16:49,911 --> 00:16:53,911
Protocol มีไหมคะ

255
00:16:53,912 --> 00:16:57,912
ถ้าครุูไม่ใช้ไมค์เรียนได้ไหม

256
00:16:57,913 --> 00:17:01,913
แสดงว่าไม่ใช่

257
00:17:01,914 --> 00:17:05,914
ครูใช้ภาษามือได้ไหม สื่อ

258
00:17:05,915 --> 00:17:09,915
ที่ทำให้เราได้ยินเสียง สื่อน่ะ

259
00:17:09,917 --> 00:17:13,917
คิดดี ๆ นะ หมดหรือยัง สื่อกลาง

260
00:17:13,918 --> 00:17:17,918
มีไหมคะ ฉะนั้น ตอนนี้ที่ครู

261
00:17:17,920 --> 00:17:21,920
ไม่ใช่ระบบเครือข่าย แต่เป็นการสื่อสารรูปแบบ

262
00:17:21,920 --> 00:17:25,920
หนึ่งนะคะ ระหว่างคนกับคนนะ แต่ในบทนี้

263
00:17:25,923 --> 00:17:29,923
เราจะพูดถึงการสื่อสารข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์

264
00:17:29,923 --> 00:17:33,923
นะคะ ฉะนั้น เรามาดูความหมายก่อนนะคะ

265
00:17:33,926 --> 00:17:37,926
หัวข้อมันคือระบบเครือข่ายและการสื่อสารนะคะ แต่พูดถึงการสื่อสารก่อน

266
00:17:37,929 --> 00:17:41,929
ให้เราจำง่าย ๆ ว่าการสื่อสารข้อมูล

267
00:17:41,930 --> 00:17:45,930
ก็คือการรับแล้วก็ส่งนะคะ

268
00:17:45,931 --> 00:17:49,931
ก็คือการที่ข้อมูลมีการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง

269
00:17:49,932 --> 00:17:53,932
เรียก "การสื่อสาร" ถ้าข้อมูลอยู่กับที่เราจะไม่เรียกการสื่อสารนะคะ

270
00:17:53,934 --> 00:17:57,934
จำแค่นี้นะคะ โดยการสื่อสารจะมี

271
00:17:57,935 --> 00:18:01,935
สื่อกลางในการนำนะคะ เราค่อยดูว่า

272
00:18:01,937 --> 00:18:05,937
สื่อกลางคืออะไร อย่างตอนนี้ที่ครูพูด สื่อกลาง คือ อาจารย์

273
00:18:05,938 --> 00:18:09,938
ส่วนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก็คือเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องขึ้นไป

274
00:18:09,939 --> 00:18:13,939
เข้าด้วยกัน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ได้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตนะคะ

275
00:18:13,940 --> 00:18:17,940
เรามีคอมพิวเตอร์อยู่ที่หอ 1 เครื่อง

276
00:18:17,941 --> 00:18:21,941
เพื่อนที่อยู่ห้องติดกัน ก็มีคอมพิวเตอร์ 1

277
00:18:21,942 --> 00:18:25,942
ต่อถึงกัน อย่างนี้เรียก "เครือข่าย" ไหม

278
00:18:25,944 --> 00:18:29,944
คือ เล่นเกมน่ะ

279
00:18:29,946 --> 00:18:33,946
เกมออฟไลน์น่ะ ลากสายแลนจากห้องเราไปห้องเพื่อนน่ะ

280
00:18:33,947 --> 00:18:37,947
เรียก เครือข่าวคอมพิวเตอร์ไหม อันนี้เรียกเครือข่าย

281
00:18:37,948 --> 00:18:41,948
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายประเภทหนึ่งของระบบ

282
00:18:41,950 --> 00:18:45,950
เครือข่ายฉะนั้น ถ้าพูดถึงระบบเครือข่าย

283
00:18:45,951 --> 00:18:49,951
นี่มันไม่จำเป็นต้องเป็นอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

284
00:18:49,952 --> 00:18:53,952
อันนี้คือข้อสอบนะคะ ของบทนี้

285
00:18:53,953 --> 00:18:57,953
นะคะ เขาให้บอกความหมายของระบบเครือข่าย นักศึกษาต้องรู้

286
00:18:57,955 --> 00:19:01,955
ว่าระบบเครือข่าย คือ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องน่ะ เข้าด้วยกัน

287
00:19:01,957 --> 00:19:05,957
ขึ้นไปเลย 2 เครื่อง เราจะเรียก "

288
00:19:05,958 --> 00:19:09,958
ระบบเครือข่ายแล้ว โจทย์เขาก็มีหลอกล่อนะคะ ว่าคืออะไร

289
00:19:09,960 --> 00:19:13,960
อาจจะมีแบบ... ขนาดคอมพิวเตอร์หลาย 10 เครื่องน่ะค่ะ

290
00:19:13,961 --> 00:19:17,961
เราต้องรู้หลักการในการเชื่อต่อเครือข่าย

291
00:19:17,962 --> 00:19:21,962
ว่าตั้งแต่ 2 เครื่องที่ลากสายเข้าหากันนี่

292
00:19:21,963 --> 00:19:25,963
เราเรียกระบบเครือข่ายแล้วนะคะ แต่เป็นเครือข่าย

293
00:19:25,964 --> 00:19:29,964
ขนาดเล็กน่ะนะคะ เครือข่าย Stand alone น่ะ

294
00:19:29,967 --> 00:19:33,967
ก็คือระบบเครือข่ายนะคะ

295
00:19:33,968 --> 00:19:37,968
องค์ประกอบของการสื่อสารนะคะ ครูบอกแล้วว่าบทนี้จะเป็นการสื่อสาร

296
00:19:37,970 --> 00:19:41,970
แบบอิเล็กทรอนิกส์ องค์ประกอบก็เลยมี 5 องค์ประกอบ

297
00:19:41,972 --> 00:19:45,972
การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ เหมือนกับการสื่อสาร

298
00:19:45,974 --> 00:19:49,974
ในห้องนะคะ องค์ประกอบแรก ก็คือ Sender

299
00:19:49,975 --> 00:19:53,975
ในห้อง Sender นี่เป็นครู เป็นผู้สอน แต่ถ้าเป็นการสื่อสาร

300
00:19:53,976 --> 00:19:57,976
ของการสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ค่ะ

301
00:19:57,977 --> 00:20:01,977
เป็นเครื่องส่งนะคะ Receiver ก็จะเป็นเครื่องรับ

302
00:20:01,979 --> 00:20:05,979
Data ที่ส่ง ตัวคอนเท้นที่

303
00:20:05,983 --> 00:20:09,983
เราเรียนน่ะ เรารับรู้น่ะอันนั้นคือ Data

304
00:20:09,984 --> 00:20:13,984
สื่อกลางนะคะ ถ้าเป็นการศึกษาในห้องนี้ อากาศจะเป็นสื่อกลาง

305
00:20:13,987 --> 00:20:17,987
แต่ถ้าเกิดเป็นการสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ สื่อการเราจะเรียกว่า "Medium"

306
00:20:17,988 --> 00:20:21,988
อาจจะอยู่ในรูปแบบสื่อประเภทมีสาย

307
00:20:21,989 --> 00:20:25,989
เป็นแบบไร้สายนะคะ เดี๋ยวเราค่อยดูกัน

308
00:20:25,990 --> 00:20:29,990
แล้วก็กฎกติกานะคะ ที่เราใช้ในการสื่อสารกัน

309
00:20:29,992 --> 00:20:33,992
ในห้องใช้กฎกติกาอะไร

310
00:20:33,993 --> 00:20:37,993
ก็จะมีทั้งภาษาพูด ภาษาเดียวกัน

311
00:20:37,995 --> 00:20:41,995
ภาษาไทย รวมถึงภาษามือไทย

312
00:20:41,997 --> 00:20:45,997
อันนี้คือ Peotocol ฉะนั้น นักศึกษา

313
00:20:45,998 --> 00:20:49,998
จะต้องเห็นชัดในความหมายของแต่ละ

314
00:20:49,999 --> 00:20:53,999
ตัวอ่านโจทย์ข้อสอบดี ๆ หน้านี้ก็น่าจะมี

315
00:20:54,001 --> 00:20:58,001
ข้อสอบ แต่เขาคงไม่ถามว่าข้อใดคือองค์ประกอบของการสื่อสาร

316
00:20:58,002 --> 00:21:02,002
มันง่ายไป เราต้องได้คิดค่ะ ข้อใดไม่ใช่

317
00:21:02,003 --> 00:21:06,003
นะคะ เราต้องดูดี ๆ ว่าตัวไหนไม่ใช่นะคะ

318
00:21:06,004 --> 00:21:10,004
แต่ถ้าเกิด

319
00:21:10,005 --> 00:21:14,005
เป็น Protocol ของการสื่อสาร

320
00:21:14,006 --> 00:21:18,006
มันก็คือ Potocol ที่กำหนดขึ้นมา

321
00:21:18,007 --> 00:21:22,007
อย่างเช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมี Protocol

322
00:21:22,008 --> 00:21:26,008
หลักว่าอะไรคะ อันนี้เป็นข้อสอบ

323
00:21:26,009 --> 00:21:30,009
อินเทอร์เน็ตเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายใช่ไหมคะ

324
00:21:30,011 --> 00:21:34,011
เป็นแบบเชื่อมต่อเครือข่ายระดับโลก

325
00:21:34,012 --> 00:21:38,012
แล้วระดับประเทศ ระดับทั่วโลกน่ะ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต

326
00:21:38,014 --> 00:21:42,014
ประเภทหนึ่งเราเรียกว่า "เครือข่ายประเภทแวน"

327
00:21:42,015 --> 00:21:46,015
Wan มีหลายตัว 1 ในนั้นคืออินเทอร์เน็ต

328
00:21:46,016 --> 00:21:50,016
โอ.เค. ไหมคะ ฉะนั้น แยกให้ออกนะคะ มันไม่ได้

329
00:21:50,018 --> 00:21:54,018
อีกประเภทหนึ่งเลย มันคือ WAN LAN, MAN, WAN

330
00:21:54,020 --> 00:21:58,020
อินเทอร์เน็ต คือ Wan ค่ะ

331
00:21:58,022 --> 00:22:02,022
เราจะไปตอบไม่มีข้อถูกอันนั้นผิดนะคะ

332
00:22:02,023 --> 00:22:06,023
ตามโจทย์ดี ๆ นะ

333
00:22:06,025 --> 00:22:10,025
ถ้าลากสายจากห

334
00:22:10,031 --> 00:22:14,031
ห้องเราไปห้องเพื่อนมันจะไปอยู่ไหน

335
00:22:14,033 --> 00:22:18,033
แล้วเป็นระดับตำบลหรือเปล่า

336
00:22:18,034 --> 00:22:22,034
ระดับหมู่บ้านได้ไหม

337
00:22:22,038 --> 00:22:26,038
เอาดี ๆ นะ ให้มันชัดเจนนะ

338
00:22:26,039 --> 00:22:30,039
อัษฎาวุธ อย่างบางคน

339
00:22:30,040 --> 00:22:34,040
ฉันมี 10 หมู่บ้าน บางคนบอกมี 3 หมู่บ้านได้ไหม

340
00:22:34,042 --> 00:22:38,042
อย่างนี้ค่ะ นะ มันจะย่อยลงมาอีก ฉะนั้น

341
00:22:38,043 --> 00:22:42,043
เรากับเพื่อนนี่ คือ LAN ไหม ก็ LAN เหมือนกัน

342
00:22:42,044 --> 00:22:46,044
2 เครื่องขึ้นไปเรียกว่า "Lan"

343
00:22:46,045 --> 00:22:50,045
นะคะ ฉะนั้น ให้มันชัดเจน

344
00:22:50,046 --> 00:22:54,046
ในความหมายนะคะ เพราะว่าเขาจะถามว่า

345
00:22:54,052 --> 00:22:58,052
อินเทอร์เน็ต... วันนี้บอกข้อสอบไป 4 ข้อแล้วนะ

346
00:22:58,053 --> 00:23:02,053
เป็นเครือข่ายประเภทใดค่ะ มันจะมี

347
00:23:02,055 --> 00:23:06,055
Lan, Man, Wan ไม่มีข้อถูกนะคะ

348
00:23:06,056 --> 00:23:10,056
ถ้าใครที่ได้โจทย์แบบนี้ก็ง่ายนะคะ

349
00:23:10,058 --> 00:23:14,058
ที่ได้โจทย์แบบผลิกแพลงไปน่ะ

350
00:23:14,059 --> 00:23:18,059
มันก็จะ Random มาค่ะ แต่เป็นเรื่องอินเทอร์เน็ต

351
00:23:18,060 --> 00:23:22,060
โอ.เค. อันนี้เป็นภาพประกอบ

352
00:23:22,062 --> 00:23:26,062
ของสื่อ... องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล ทั้ง

353
00:23:26,063 --> 00:23:30,063
ผู้ส่ง ผู้รับ แต่รูปแบบนี้เราเรียกว่ารูปแบบอะไรนะ

354
00:23:30,064 --> 00:23:34,064
ถ้าสื่อสารแบบมีองค์ประกอบแบบนี้

355
00:23:34,066 --> 00:23:38,066
อันนั้นเป็นโครงสร้างค่ะ Bus น่ะ

356
00:23:38,068 --> 00:23:42,068
ถ้าแบบนี้ คือ การสื่อสารข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์

357
00:23:42,069 --> 00:23:46,069
จำให้ดีนะคะ อย่างเราในห้องนี่เป็นการสื่อสารเหมือนกันใช่ไหมคะ

358
00:23:46,070 --> 00:23:50,070
แต่เป็นการสื่อสารทั่วไป แต่ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์

359
00:23:50,071 --> 00:23:54,071
จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นส่ง มีคอมพิวเตอร์เป็นผู้รับ

360
00:23:54,073 --> 00:23:58,073
มีสื่อกลาง มี Protocol นะคะ

361
00:23:58,074 --> 00:24:02,074
มันเหมือนง่ายนะเรื่องนี้ มันจะง่ายถ้าเราเข้าใจ อย่างนี้นะคะ

362
00:24:02,076 --> 00:24:06,076
คราวนี้ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

363
00:24:06,078 --> 00:24:10,078
จะเอา 1 ข้อทำไมต้องสื่อสารข้อมูล

364
00:24:10,079 --> 00:24:14,079
ห้ามลอกใน 6 ข้อนี้

365
00:24:14,080 --> 00:24:18,080
ผมนั่นล่ะครับ ตอบมา 1 ข้อ ห้ามลอกที่ครู

366
00:24:18,082 --> 00:24:22,082
ทำสไลด์มา ความคิดเราน่ะ ทำไมถึง

367
00:24:22,083 --> 00:24:26,083
มีการสื่อสารข้อมูล

368
00:24:26,084 --> 00:24:30,084
คิดแบบบ้าน ๆ เราน่ะ

369
00:24:30,085 --> 00:24:34,085
ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่

370
00:24:34,086 --> 00:24:38,086
เพราะว่าคนต้องมีสังคม

371
00:24:38,086 --> 00:24:42,086
คนเรามีสังคมค่ะ จึง

372
00:24:42,088 --> 00:24:46,088
จำเป็นต้องสื่อสารกัน มีอีกไหมคะ ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

373
00:24:46,089 --> 00:24:50,089
เพื่อกระจายข้อมุลข่าวสารอย่างนี้ค่ะ ถึงกัน

374
00:24:50,089 --> 00:24:54,089
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

375
00:24:54,091 --> 00:24:58,091
ไม่ต้องไปยุ่งกับใครแบบนี้

376
00:24:58,092 --> 00:25:02,092
แลกเปลี่ยน นอกจากกระจายไปในทิศทางเดียวนะ

377
00:25:02,093 --> 00:25:06,093
ไปในทิศทางเดียวนะ แต่ฝั่งที่รับก็อาจจะอยากสื่อสาร

378
00:25:06,094 --> 00:25:10,094
กลับมาน่ะ นะคะ ตอบกลับมา อันนี้ คือ การ

379
00:25:10,095 --> 00:25:14,095
แลกเปลี่ยนนะคะ มีอีกไหมคะ

380
00:25:14,097 --> 00:25:18,097
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล ปรเมศร์

381
00:25:18,103 --> 00:25:22,103
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมุล ใช่ค่ะ ทำไมเราจะต้อง

382
00:25:22,106 --> 00:25:26,106
มีการสื่อสารข้อมูล เอาแบบว่าทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

383
00:25:26,108 --> 00:25:30,108
แบบอิเล็กทรอนิกส์ แบบความคิดเรา

384
00:25:30,109 --> 00:25:34,109
มีแบบกระจาย

385
00:25:34,110 --> 00:25:38,110
มีแบบโต้ตอบ มีแบบแชร์

386
00:25:38,111 --> 00:25:42,111
โอ.เค. แชร์กับกระจายมันต่างกั

387
00:25:42,113 --> 00:25:46,113
กระจายมัน Distribute

388
00:25:46,114 --> 00:25:50,114
แชร์ ก็คือแชร์ ภาษาอังกฤษมันใช้คนละคำครับ

389
00:25:50,116 --> 00:25:54,116
มีอีกไหมคะ เอาไปให้ได้นะ แถไปให้จบนะ

390
00:25:54,118 --> 00:25:58,118
มีอีกไหม ทำไมต้องมีการสื่อสาร ปรเมตร ตอบไปแล้ว

391
00:25:58,119 --> 00:26:02,119
กรพจน์ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

392
00:26:02,121 --> 00:26:06,121

393
00:26:06,122 --> 00:26:10,122
เพราะบางทีข้อมูลนั้นมันสำคัญ ข้อมูลนั้นมัน

394
00:26:10,123 --> 00:26:14,123
มีประโยชน์ อย่างเช่น การแพร่ระบาดของ COVID

395
00:26:14,124 --> 00:26:18,124
ทำไมแต่ละประเทศไม่อยู่นิ่ง ๆ ไม่ต้องบอกใคร

396
00:26:18,125 --> 00:26:22,125
ดีไหม ตอนนี้เราอาจจะติดแล้วก็ได้ ถ้าไม่มีการบอกนะ

397
00:26:22,126 --> 00:26:26,126
เพราะว่า

398
00:26:26,127 --> 00:26:30,127
คือ ถ้าเป็นอย่างพวกเราวัยรุ่นนี่มันจะไม่มีอาการค่ะ

399
00:26:30,129 --> 00:26:34,129
แต่เมื่อไรที่มีเชื้อมันแพรได้ไหม

400
00:26:34,130 --> 00:26:38,130
มันแพร่กระจายไปได้เลยค่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราติดเชื้อ

401
00:26:38,132 --> 00:26:42,132
ตัวนี้มา เราก็แพร่กระจายให้เพื่อนได้เลย

402
00:26:42,133 --> 00:26:46,133
อันนี้คือถ้าเราไม่มีการสื่อสารข้อมูล

403
00:26:46,133 --> 00:26:50,133
ไม่รูู้นะคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ค่ะ

404
00:26:50,135 --> 00:26:54,135
วัตถุประสงค์ ก็คือที่เรากล่าวมาแล้วนะคะ แล้วก็ลดเวลา

405
00:26:54,136 --> 00:26:58,136
ในการทำงานบางอย่าง เราสามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่คนอื่น

406
00:26:58,137 --> 00:27:02,137
เขาค้นคว้ามาก่อนอย่างนี้นะคะ ประหยัดค่าใช้จ่าย

407
00:27:02,138 --> 00:27:06,138
ค่าใช้จ่ายนะคะ รวมถึงประหยัด

408
00:27:06,139 --> 00:27:10,139
ในการส่งข้อมูลข่าวสารแบบอิเล็กมรอนิกส์นะคะ

409
00:27:10,140 --> 00:27:14,140
เพราะเราใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์นะ การส่งเมล

410
00:27:14,140 --> 00:27:18,140
หรือการสื่อสารผ่านโซเชียล แบบที่เราไม่ต้องเสียงเงินน่ะ

411
00:27:18,142 --> 00:27:22,142
เราจะใช้วิธีการอื่นที่เสียสตางค์น่ะ

412
00:27:22,143 --> 00:27:26,143
นะคะ การขยายธุรกิจ หรือการสื่อสารระหว่าง

413
00:27:26,144 --> 00:27:30,144
มันทำได้ง่าย พอเราใช้การสื่อสารข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์

414
00:27:30,151 --> 00:27:34,151
นะคะ ต่อไป

415
00:27:34,153 --> 00:27:38,153
อันนี้อธิบายไปแล้ว ย่นระยะเวลาการทำงาน

416
00:27:38,154 --> 00:27:42,154
เพราะว่าระบบมันทันสมัยนะ รวมถึง

417
00:27:42,155 --> 00:27:46,155
การสื่อสารข้อมูลนี่มันสามารถเอาชนะทางภูมิศาสตร์

418
00:27:46,156 --> 00:27:50,156
อย่างเช่น แทนที่เราจะเดินทา

419
00:27:50,157 --> 00:27:54,157
หรือไปอบรมที่ไกล ๆ อย่างนี้ค่ะ เราสามารถประชุม

420
00:27:54,158 --> 00:27:58,158
ผ่าน VDO Conferrecne ได้

421
00:27:58,159 --> 00:28:02,159
เอาง่ายสุดที่เรารู้จัก คือ ร้าน 7-11 นี่ค่ะ ทั่วประเทศ

422
00:28:02,161 --> 00:28:06,161
มีเซเว่นกี่สาขา

423
00:28:06,162 --> 00:28:10,162

424
00:28:10,163 --> 00:28:14,163
แต่ทั้งหมดเขามีข้อมูลอยู่เพียงชุดเดียว

425
00:28:14,165 --> 00:28:18,165
นะคะ ศูนย์ Data Center เขามีที่เดียว

426
00:28:18,166 --> 00:28:22,166
เขาไม่ต้องไปตามตะลอนดู

427
00:28:22,167 --> 00:28:26,167
ฉะนั้น อันนี้คือการบริหารจัดการสื่อสารแบบองค์รวม

428
00:28:26,168 --> 00:28:30,168
อันนี้คือการบริหารจัดการสื่อสารแบบองค์รวม

429
00:28:30,170 --> 00:28:34,170
เขาก็จะมี Data Base ที่เดียวน่ะค่ะ

430
00:28:34,172 --> 00:28:38,172
นอกจากนี้นะคะ ระบบยัง

431
00:28:38,174 --> 00:28:42,174
สร้างความร่วมมือนะคะ การำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ

432
00:28:42,176 --> 00:28:46,176
พวกนี้  คราวนี้ข้ามมาอีกเรื่องหนึ่ง ชนิด

433
00:28:46,177 --> 00:28:50,177
สัญญาณข้อมูลนะคะ เคยได้ยินสัญญาณ Analog ไหมคะ

434
00:28:50,178 --> 00:28:54,178
สัญญาณ Analog เป็นอย่างไร

435
00:28:54,180 --> 00:28:58,180
ให้บอกลักษณะก่อน

436
00:28:58,181 --> 00:29:02,181
Analog นะ

437
00:29:02,182 --> 00:29:06,182
เป็นคลื่นนะ

438
00:29:06,184 --> 00:29:10,184
เป็นคลื่นสัญญานถ้าบอก Analog นะคะ

439
00:29:10,185 --> 00:29:14,185
ไม่ใช่เปิดกับปิดนะคะ อย่าสับสน

440
00:29:14,186 --> 00:29:18,186
นะคะ ตอบลักษณะของสัญญาณให้ถูกต้อง

441
00:29:18,188 --> 00:29:22,188
เขาอาจจะให้โจทย์มายาว ๆ 3-4 บรรทัด แล้ว

442
00:29:22,188 --> 00:29:26,188
ถามว่าจากที่โจทย์บอกมาเป็นสัญญาณอย่างไร

443
00:29:26,195 --> 00:29:30,195
นะคะ ฉะนั้น เราต้องบอก

444
00:29:30,197 --> 00:29:34,197
ถ้าเป็น Sine Wave เป็น Analog Sidnal

445
00:29:34,198 --> 00:29:38,198
Sine Wave ก็คือคลื่นสัญญาณ คลื่นวิทยุน่ะค่ะ

446
00:29:38,200 --> 00:29:42,200
ของคลื่นเป็นอย่างไรคะ ก็จะมีความถี่

447
00:29:42,202 --> 00:29:46,202
นะ ไม่เท่ากัน ระยะทางมีผลกับความเข้มไหมคะ

448
00:29:46,204 --> 00:29:50,204
มีผลกับความเข้มไหมคะ

449
00:29:50,206 --> 00:29:54,206
เราต้องอยู่ระยะไหนมันถึงจะได้รับสัญญาณอย่างเต็ม

450
00:29:54,208 --> 00:29:58,208
อยู่ใต้เสาเลยมันจะได้สัญญาณไหม

451
00:29:58,209 --> 00:30:02,209
อาจจะส่งข้ามนะ เราต้ออง

452
00:30:02,211 --> 00:30:06,211
ระยะที่คลื่นนั้นส่งได้ ถ้าอยู่ไกลไป

453
00:30:06,212 --> 00:30:10,212
คลื่นสัญญาณน่ะค่ะ เอาอย่างนี้ เหมือนสัญญาณโทรศัพท์น่ะค่ะ

454
00:30:10,212 --> 00:30:14,212
เป็นอย่างไรคะ สัญญาณโทรศัพท์

455
00:30:14,213 --> 00:30:18,213
ถ้าเราอยู่ใกล้เสาที่ส่ง สัญญาณที่ส่งน่ะค่ะ สัญรก็จะแรง

456
00:30:18,215 --> 00:30:22,215
สัญญาณก็จะแรง ก็จะเต็ม เราอาจจะดูหนัง

457
00:30:22,217 --> 00:30:26,217
เล่นเกมอะไรของเรา Smooth เลย ไม่มี

458
00:30:26,219 --> 00:30:30,219
คลื่นสัญญาณหายนะคะ อันนี้คือ Sine wav

459
00:30:30,220 --> 00:30:34,220
แต่ถ้าเกิดเราอยู่ไกล มันก็จะได้บ้าง

460
00:30:34,221 --> 00:30:38,221
ไม่ได้บ้าง อันนี้คือลักษณะของ Analog Signal นะคะ

461
00:30:38,223 --> 00:30:42,223
แต่ถ้าเกิดเป็นแบบเปิด-ปิดเหมือนที่เราตอบเมื่อกี้ เราเรียก

462
00:30:42,227 --> 00:30:46,227
Digital Signal นะคะ

463
00:30:46,230 --> 00:30:50,230

464
00:30:50,232 --> 00:30:54,232
ก็แทนด้วย 1 ถ้าปิด ก็คือไม่มีการต่อ

465
00:30:54,233 --> 00:30:58,233
สัญญาณน่ะค่ะ ก็คือตัดสัญญาณน่ะค่ะ

466
00:30:58,234 --> 00:31:02,234
ก็คือ 0 นะคะ ถ้าต่อหรือเปิด

467
00:31:02,235 --> 00:31:06,235
มีแค่ 2 ระดับ ไม่มีสัญญาณอ่อน

468
00:31:06,236 --> 00:31:10,236
มีแค่ มี กับ ไม่มี น่ะ เหมือนเราเปิด-ปิด

469
00:31:10,239 --> 00:31:14,239
ไม่มีแบบไฟมานิดหน่อยไม่มีค่ะ ถ้าเปิดสวิตช์

470
00:31:14,241 --> 00:31:18,241
ไฟก็สว่าง ถ้าปิดสวิตช์ไฟก็ดับ

471
00:31:18,242 --> 00:31:22,242
นะคะ ฉะนั้น ถ้าเขาอธิบาย digital

472
00:31:22,244 --> 00:31:26,244
กับ Analog นี่ เราต้องชัดเจนว่า ถ้า Digital

473
00:31:26,245 --> 00:31:30,245
มันเป็นคลื่นแบบสูงแบบต่ำ แต่ถ้าเป็น Analog มันจะเป็น Sine Wave

474
00:31:30,247 --> 00:31:34,247
ก็คือคลื่นสัญญาณต่ำ

475
00:31:34,248 --> 00:31:38,248
ขึ้นนะคะ คลื่นสัญญาณมันก็จะเบาลง

476
00:31:38,250 --> 00:31:42,250
เอาอย่างนี้แล้วกัน คราวนี้ 3 คำนี้

477
00:31:42,252 --> 00:31:46,252
เคยได้ยินมาก่อนไหมเอ่ย คำศัพท์เกี่ยวกับ...

478
00:31:46,255 --> 00:31:50,255
เกี่ยวกับคลื่นสัญญาณ

479
00:31:50,257 --> 00:31:54,257
Ghz หมายถึงอกหักไหม

480
00:31:54,258 --> 00:31:58,258
No มันเขียนไม่เหมือนกันนะคะ

481
00:31:58,259 --> 00:32:02,259
Hertz ตัวนี้หมายถึงความถี่ของสัญญาณค่ะ สัญญาณแบบไหน

482
00:32:02,260 --> 00:32:06,260
ถึงจะมีความถี่ สัญญาณ

483
00:32:06,263 --> 00:32:10,263
แบบ Analog หรือ Digital

484
00:32:10,264 --> 00:32:14,264
Analog นะคะ ถึงจะมีความถี่ แล้วก็มี

485
00:32:14,266 --> 00:32:18,266
ความเข้มนะคะ มี 2 คำนี้ จำให้ดีนะ

486
00:32:18,268 --> 00:32:22,268
นับคลื่นความถี่ของสัญญาณมีหน่วนเป็นอะไรคะ

487
00:32:22,270 --> 00:32:26,270

488
00:32:26,270 --> 00:32:30,270
รอบต่อวินาที

489
00:32:30,272 --> 00:32:34,272
รอบต่อวินาทีเราเรียก

490
00:32:34,274 --> 00:32:38,274
ว่า Bit Rate เราจะไม่ได้เรียนรายวิ

491
00:32:38,275 --> 00:32:42,275
รายวิชานี้อีกนะคะ ในชีวิตนี้ จากนี้จนจบนี่

492
00:32:42,279 --> 00:32:46,279
อันนี้เป็นความรู้พื้นฐานที่เราจะต้องรู้

493
00:32:46,280 --> 00:32:50,280
เพราะเราจบเอกคอมพิวเตอร์นะคะ ฉะนั้น ถ้าพูดถึง Hertz นี่

494
00:32:50,281 --> 00:32:54,281
ถามว่า Hertz เป็นการนับรอบค่ะ

495
00:32:54,283 --> 00:32:58,283
รอบต่อวินาที เราจะเรียก G

496
00:32:58,284 --> 00:33:02,284
เราจะเรียก Hertz นะคะ รอบต่อวินาที

497
00:33:02,286 --> 00:33:06,286
คือ Bit Per Second นะคะ Bit Per Second

498
00:33:06,287 --> 00:33:10,287
ลักษณะการส่งน่ะค่ะ ความเร็ว

499
00:33:10,288 --> 00:33:14,288
Rate เขาเรียกอัตราการส่ง

500
00:33:14,290 --> 00:33:18,290
สัญญาณที่เป็นแบบ Digital นะคะ

501
00:33:18,291 --> 00:33:22,291
1 วินาทีส่งข้อมูลได้กี่วินาทีน่ะ Bit Per Second

502
00:33:22,292 --> 00:33:26,292
มันจะเป็นตัว b เล็ก t เล็ก

503
00:33:26,295 --> 00:33:30,295
p เล็ก s เล็ก

504
00:33:30,297 --> 00:33:34,297
ถ้าหน่วยเป็น B ใหญ่ล่ะ MB นี่

505
00:33:34,302 --> 00:33:38,302
แทนอะไร ค่ะ

506
00:33:38,303 --> 00:33:42,303
MB ใหญ่ ครู

507
00:33:42,305 --> 00:33:46,305
ซื้อ Flashdrive มา

508
00:33:46,306 --> 00:33:50,306
มันต่างกันนะคะ ฉะนั้น เอกคอมฯ

509
00:33:50,306 --> 00:33:54,306
ให้ถูกนะ ถ้าหน่วยของความจุมันจะเป็นตัวอย่า

510
00:33:54,310 --> 00:33:58,310
นะคะ เช่น MB คือ หน่วยความจุ หน่วยความจุใหญ๋

511
00:33:58,310 --> 00:34:02,310
ความจุ MB ใหญ่

512
00:34:02,312 --> 00:34:06,312
แต่ถ้าเกิดเป็น M แล้วก็ b ล่ะ

513
00:34:06,313 --> 00:34:10,313
เป็นหน่วยของความเร็วนะคะ B นั่นคือ Bit Per Second

514
00:34:10,313 --> 00:34:14,313
น่ะ Bit Per Sec น่ะ

515
00:34:14,314 --> 00:34:18,314
นะนคะ banwidth ล่ะ

516
00:34:18,315 --> 00:34:22,315
มีเยอะหรือมีหน่อยถึงจะดี รู้จัก Bandwidth ไหมคะ

517
00:34:22,316 --> 00:34:26,316
Bandwidth คืออะไร

518
00:34:26,317 --> 00:34:30,317
เอาแบบยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน พูดกับ

519
00:34:30,319 --> 00:34:34,319
เพื่อน อ๋อ เลย

520
00:34:34,320 --> 00:34:38,320
Bandwidth ไม่ ๆ เอายกตัวอย่างในชีวิตประจำวันเรา

521
00:34:38,322 --> 00:34:42,322
นี่ค่ะ ให้ยกตัวอย่างมา 1 อย่าง

522
00:34:42,323 --> 00:34:46,323
ยิ่งเยอะยิ่งดีคืออะไร

523
00:34:46,323 --> 00:34:50,323
มันต้องมีการไหลด้วยหรือเปล่า

524
00:34:50,325 --> 00:34:54,325
เงินนี่ต้องไหลไป หรือไหลมาดี

525
00:34:54,326 --> 00:34:58,326
อธิบายให้เห็นภาพ

526
00:34:58,328 --> 00:35:02,328
อันที่กล่าวมายังไม่เห็นภาพค่ะ

527
00:35:02,330 --> 00:35:06,330
ถนน ถนนเป็นอย่างไรคะ

528
00:35:06,331 --> 00:35:10,331
หลายเลนดีไหม เพราะ

529
00:35:10,333 --> 00:35:14,333
มันจะ

530
00:35:14,334 --> 00:35:18,334
ทำความเร็วได้ ท่อน้ำ ท่อน้ำ

531
00:35:18,336 --> 00:35:22,336
เป็นอย่างไรคะ ท่อใหญ่ดีไหม

532
00:35:22,338 --> 00:35:26,338
มันก็ยิ่งระบาย อันนั้นคือ Bandwidth น

533
00:35:26,341 --> 00:35:30,341
นะคะ เราวิ่งมาท่อใหญ่ ๆ แล้วมาถึงก๊อก

534
00:35:30,342 --> 00:35:34,342
เล็ก ๆ ท่อเท่านี้ มาถึงก๊อกแค่นี้

535
00:35:34,345 --> 00:35:38,345
มีประโยชน์ไหม ตือมานี่ท่อเท่านี่เลย

536
00:35:38,348 --> 00:35:42,348
แต่พอมาถึงก็อก ก็อกน้ำนี่ค่ะ

537
00:35:42,350 --> 00:35:46,350
ท่อกลางมานี่ อย่างประปาบ้านเรานะ คือ ท่อใหญ่มาก

538
00:35:46,351 --> 00:35:50,351
บ้านเราท่อเท่านี้ มันก็ออกเท่านี้นะ

539
00:35:50,352 --> 00:35:54,352
อันนี้คือลักษณะ เรานึกถึง

540
00:35:54,353 --> 00:35:58,353
ถ้าเราไปข้อสอบพวกคำศัพท์ แต่เขาไม่ถามความหมายนี่ค่ะ

541
00:35:58,355 --> 00:36:02,355
เขาจะยกตัวอย่างมาน่ะ เรานึกถึงครูยกตัวอย่างนี้เลย

542
00:36:02,357 --> 00:36:06,357
Bandwidth ยิ่งเยอะ ยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งดี

543
00:36:06,358 --> 00:36:10,358
เร็วนะ คราวนี้

544
00:36:10,358 --> 00:36:14,358
เรามาดูตัวนี้ เขาเรียกประเภท หรือรูปแบบการสื่อสารข้อมูล

545
00:36:14,360 --> 00:36:18,360
การสื่อสารข้อมูลมี 3 แบบนะคะ แบบที่นี้ คือ

546
00:36:18,361 --> 00:36:22,361
Simplex เป็นแบบส่งข้อมูล

547
00:36:22,362 --> 00:36:26,362
หรือรับข้อมูลแบบทิศทางเดียว

548
00:36:26,363 --> 00:36:30,363
One Way อะไรบ้างที่เป็นการสื่อสาร

549
00:36:30,366 --> 00:36:34,366
แบบ One way

550
00:36:34,367 --> 00:36:38,367
การดูโทรทัศน์ One way ไหม

551
00:36:38,368 --> 00:36:42,368
ไม่อยากดูช่องนี้ กดไปช่องอื่น

552
00:36:42,369 --> 00:36:46,369
ก็ดูเหมือนเดิมไหม ก็ดูเหมือนเดิมค่ะ ถึงเราเปลี่ยนช่อ

553
00:36:46,370 --> 00:36:50,370
คือ แค่เปลี่ยนช่องสัญญาณ ก็ดูเหมือนเดิม

554
00:36:50,371 --> 00:36:54,371
แปลว่าเราเป็น Sender หรือเป็น

555
00:36:54,373 --> 00:36:58,373
เราเป็นคนดูน่ะ เ

556
00:36:58,375 --> 00:37:02,375
เราเป็นคนรับค่ะ เราก็เป็น Reciver เหมือนเดิม

557
00:37:02,376 --> 00:37:06,376
เปลี่ยนช่องเราก็เป็นผู้รับเหมือนเดิมน่ะค่ะ ต้นทางไม่สามารถ

558
00:37:06,377 --> 00:37:10,377
เห็นเราน่ะ มีแต่เราเห็นเขาฝั่งเดียว

559
00:37:10,379 --> 00:37:14,379
เราเรียกว่า "การสื่อสารแบบทิศทางเดียว"

560
00:37:14,380 --> 00:37:18,380
ก็เป็นการเดินรถแบบ One Way นะ

561
00:37:18,381 --> 00:37:22,381
ถ้าเป็นแบบ Haft-duplex ล่ะ

562
00:37:22,383 --> 00:37:26,383
อันนี้เขาเรียกกึ่ง เหมือนบะหมี่

563
00:37:26,384 --> 00:37:30,384
สำเร็จรูปน่ะ สำเร็จรูปหรือยัง

564
00:37:30,386 --> 00:37:34,386
ทานได้ไหมคะ

565
00:37:34,387 --> 00:37:38,387
ทานได้ แต่ไม่ถูกต้องตามวิธีการ เพราะมัน

566
00:37:38,388 --> 00:37:42,388
กึ่งไงนะคะ วิธีคือ

567
00:37:42,389 --> 00:37:46,389
ให้มันสุกก่อนนะ มันถึงจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

568
00:37:46,391 --> 00:37:50,391
มันยังไม่เป็น Duplex มันคือ Half

569
00:37:50,391 --> 00:37:54,391
ส่งและรับได้ มีเงื่อนไขว่าต้องคนละ

570
00:37:54,392 --> 00:37:58,392
เวลา

571
00:37:58,393 --> 00:38:02,393
ทำพร้อมกันไม่ได้ค่ะ ก็เลยยกตัวอย่างมาเป็นวิทยุสื่อสาร

572
00:38:02,396 --> 00:38:06,396
วิทยุสื่อสาร นึกศึกษามีช่องทางอื่นไหมคะ

573
00:38:06,397 --> 00:38:10,397
ยกตัวอย่างมา ให้ 1 คะแนน สำหรับคนที่ตอบถูก

574
00:38:10,399 --> 00:38:14,399
Haft-duplex

575
00:38:14,399 --> 00:38:18,399
ส่งและรับได้ แต่ต้องคนละเวลา ท

576
00:38:18,401 --> 00:38:22,401
ทำพร้อมกันไม่ได้ ครูยกตัวอย่าง คือ วิทยุ หรือ วอ

577
00:38:22,402 --> 00:38:26,402
นึกศึกษายกตัวอย่างมา 1 อย่าง โทรศัพท์นี่

578
00:38:26,404 --> 00:38:30,404
เพื่อนพูดอยู่เราพูดไม่ได้หรือ

579
00:38:30,405 --> 00:38:34,405
ขณะที่เพื่อนพูดเพื่อนได้ยินเสียงเราหรือเปล่า

580
00:38:34,407 --> 00:38:38,407
อย่างนั้นก็ไม่ใช่ Half ค่ะ Half ทำได้ทีละคน

581
00:38:38,408 --> 00:38:42,408
ทีละเครื่อง ใช่ค่ะ

582
00:38:42,410 --> 00:38:46,410
รุ่นนี้นี่เกิดทัน

583
00:38:46,412 --> 00:38:50,412
โทรเลขด้วยหรือ

584
00:38:50,413 --> 00:38:54,413
เอาอันที่มันมีหน่อยสิ มันนึกไม่ออกน่ะ

585
00:38:54,414 --> 00:38:58,414
อะไร

586
00:38:58,416 --> 00:39:02,416
การติดต่อระยะไกล

587
00:39:02,417 --> 00:39:06,417
ดาวเทียมที่ส่งระียมนี่

588
00:39:06,419 --> 00:39:10,419
ส่งพร้อมกันได้ไหม

589
00:39:10,421 --> 00:39:14,421
ถ้ามันได้ก็ไม่ใช่ Haft

590
00:39:14,422 --> 00:39:18,422
ถ้ามันได้เขาไม่ทำเฉย ๆ

591
00:39:18,423 --> 00:39:22,423
มันต้องทำไม่ได้เลย ในห้องเวลาเดียวกัน

592
00:39:22,424 --> 00:39:26,424
ถามอย่างนี้ก่อน รู้จักวอใช่ไหม

593
00:39:26,424 --> 00:39:30,424
วอนี่มันทำงานอย่างไร กดเพื่อ

594
00:39:30,425 --> 00:39:34,425
ขอช่องทางเหมือนจองน่ะ คนที่กด คือ คน

595
00:39:34,427 --> 00:39:38,427
ที่จองช่องทางนะ จองช่องสัญญาณ ที่เลหือ

596
00:39:38,428 --> 00:39:42,428
จองช่องสัญญาณน่ะค่ะ ต้องฟังนะคะ

597
00:39:42,429 --> 00:39:46,429
ที่เหลือที่อยู่ในวงเดียวกันนี่ ไม่สามารถ

598
00:39:46,430 --> 00:39:50,430
กดพร้อมกันได้น่ะค่ะ ใครกดก่อนคนนั้นได้

599
00:39:50,431 --> 00:39:54,431
สิทธิ์ในการส่ง ที่เหลือนี่คือฟัง

600
00:39:54,433 --> 00:39:58,433
คนอื่นจะส่งได้เมื่อไหร่

601
00:39:58,434 --> 00:40:02,434
วอ หลังจาก

602
00:40:02,435 --> 00:40:06,435
คนแรกกดปล่อยตรงกดน่ะ แปลว่า

603
00:40:06,436 --> 00:40:10,436
มันก็จะว่างใช่หรือเปล่า ก็คือคนแรกพูดเสร็จแต่เขาไม่ปล่อยก็ไม่ได้ด้วยนะ

604
00:40:10,438 --> 00:40:14,438
ก็ไม่ได้นะ ครูก็เลยให้

605
00:40:14,440 --> 00:40:18,440
นึกถึงอุปกรณ์อะไรที่มันทำงานเหมือนวอน่ะ

606
00:40:18,441 --> 00:40:22,441
มีไกล้ตัว

607
00:40:22,443 --> 00:40:26,443
อะไรนะ เพจเจอร์

608
00:40:26,444 --> 00:40:30,444
Pager ก็เกิดทันหรือ โทรสารก็งงไปแล้วรอบหนึ่ง

609
00:40:30,447 --> 00:40:34,447
Pager นี่เกิดทันด้วยหรือ

610
00:40:34,448 --> 00:40:38,448
เป็นอย่างไรการทำงาน

611
00:40:38,449 --> 00:40:42,449
ส่งอย่างไร

612
00:40:42,451 --> 00:40:46,451
ส่งอย่างไร Page นี่ เป็นตัวส่ง หรือเป็นตัวรับ

613
00:40:46,452 --> 00:40:50,452
เพจฯ ส่งไม่ได้ค่ะ คิด คิดดี ๆ

614
00:40:50,454 --> 00:40:54,454
pager เป็น พ

615
00:40:54,456 --> 00:40:58,456
ทุกรุ่นเลยที่เราพูดมานี่ มันเป็นเครื่องเล็ก ๆ ใช่หรือเปล่า

616
00:40:58,457 --> 00:41:02,457

617
00:41:02,459 --> 00:41:06,459
ตอนนี้มันไม่มีแล้ว ลักษณะการทำงานเดี๋ยวเล่าให้ฟังก่อน

618
00:41:06,461 --> 00:41:10,461
เราจะมีตัวรับ คือ pager อยู่ที่เรา

619
00:41:10,463 --> 00:41:14,463
มีคนส่งข้อความมา

620
00:41:14,463 --> 00:41:18,463
เดี๋ยว อย่าเพิ่ง แล้วเวลาส่งล่ะ

621
00:41:18,464 --> 00:41:22,464
คุณต้องโทร. ผ่านโทรศัพท์เข้าไป

622
00:41:22,465 --> 00:41:26,465
นะคะ ที่ศูนย์ส่ง แล้วศูนย์ก็

623
00:41:26,467 --> 00:41:30,467
ส่งเองนะ เขาก็จะพูด ไม่อายสิ

624
00:41:30,468 --> 00:41:34,468
ไม่อายสิ เพราะไม่รู้

625
00:41:34,469 --> 00:41:38,469
แต่ปกติเราก็ไม่ส่งข้อความยาว ๆ เราจะส่งข้อความสั้น ๆ น่ะค่ะ

626
00:41:38,470 --> 00:41:42,470
E-mail ส่งพร้อมกันได้ไหม

627
00:41:42,471 --> 00:41:46,471
มันการันตี

628
00:41:46,474 --> 00:41:50,474
ไม่ได้ไง แต่วอนี่มันชัด

629
00:41:50,475 --> 00:41:54,475
อะไรอีกทีทำพร้อมกันไม่ได้ ยังให้อยู่นะ 1 คะแนนน่ะ

630
00:41:54,478 --> 00:41:58,478
มีคิดตอบเลย เดี๋ยวข้างหลังตอบมาค่ะ

631
00:41:58,479 --> 00:42:02,479
อะไรนะ

632
00:42:02,480 --> 00:42:06,480
จดหมายนี่

633
00:42:06,482 --> 00:42:10,482
ห้ามส่งพร้อมกัน ครูส่งจดหมายหา

634
00:42:10,483 --> 00:42:14,483
ส่งมามันก็สลับกัน มันไม่ได้

635
00:42:14,484 --> 00:42:18,484
มีกฎข้อห้ามมันไม่เหมือน wall

636
00:42:18,486 --> 00:42:22,486

637
00:42:22,486 --> 00:42:26,486
ถ้าทำอันนี้อันอื่นทำไม่ได้ ถ้ากดส่งก็ส่งอย่างเดียว

638
00:42:26,488 --> 00:42:30,488
เลิอกส่งถึงจะรับได้

639
00:42:30,489 --> 00:42:34,489
คิดไปไกลน่ะ คือ ห้องนี้น่ะไม่คิดไปข้างหน้าน่

640
00:42:34,490 --> 00:42:38,490

641
00:42:38,491 --> 00:42:42,491
ทำเป็นแบบว่ามนุษย์มาจากโลกดึกดำบรรพ์น่ะ

642
00:42:42,492 --> 00:42:46,492

643
00:42:46,493 --> 00:42:50,493

644
00:42:50,494 --> 00:42:54,494

645
00:42:54,496 --> 00:42:58,496

646
00:43:02,500 --> 00:43:06,500
คือ ต้องอธิบายลมัีกค่ษาณมะาดก้วนยะ ค่ะ เจพัื่กรอนจะพไดั้นึกนออก

647
00:43:06,501 --> 00:43:10,501
สมมติ จักรพันธ์รวมคะแนนออกมาแล้วได้

648
00:43:10,503 --> 00:43:14,503
79 คะแนน ได้ B+ มรรถนาได้ 80

649
00:43:14,506 --> 00:43:18,506
ได้ A+

650
00:43:18,509 --> 00:43:22,509
คะแนนต่างกันเยอะไหม

651
00:43:22,510 --> 00:43:26,510
1 คะแนน เห็นไหมมีค่าไหม อินเทอร์เน็ตเป็นอย่างไรเอ่ย

652
00:43:26,511 --> 00:43:30,511
พร้อมกันได้ไหม

653
00:43:30,513 --> 00:43:34,513
ใครเป็นคนบกอว่าไมไ่ด้

654
00:43:34,514 --> 00:43:38,514
Hub นี่ส่งได้ทีละ 10-20 เครื่อง

655
00:43:38,515 --> 00:43:42,515
Hub เลยค่ะ

656
00:43:42,516 --> 00:43:46,516
Fix Port แล้วก็ส่งพร้อมกัน

657
00:43:46,517 --> 00:43:50,517
โทรเลขเลิกใช้ไปแล้ว โทรสารมีใช้

658
00:43:50,519 --> 00:43:54,519

659
00:43:54,521 --> 00:43:58,521
รู้จักโทรสารไหมคะ

660
00:43:58,522 --> 00:44:02,522
โทรสารภาษาอังกฤษ คือ

661
00:44:02,524 --> 00:44:06,524

662
00:44:06,527 --> 00:44:10,527

663
00:44:10,528 --> 00:44:14,528
เดี๋ยวตอบคำถามคร

664
00:44:14,528 --> 00:44:18,528
โทรสารนี่ ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร ส่ง Fax

665
00:44:18,530 --> 00:44:22,530
ครูได้ 1 คะแนน ส่งแฟรกส่ง

666
00:44:22,533 --> 00:44:26,533

667
00:44:26,535 --> 00:44:30,535
(อาจารย์) ไม่ได้แน่นอน เหมือนวอเลย

668
00:44:30,536 --> 00:44:34,536
ลักษณะเหมือนวอเลย มันฑณาไปกดส่ง Fax

669
00:44:34,537 --> 00:44:38,537
ไปฝึกงานเขาให้ส่งแฟรกทำเป็นไหมคะ

670
00:44:38,539 --> 00:44:42,539

671
00:44:42,541 --> 00:44:46,541
จักรพันธ์ให้บอกขั้นตอนการส่ง Fax

672
00:44:46,542 --> 00:44:50,542
1. เคยส่งไหม ถามอย่างนี้ก่อน

673
00:44:50,543 --> 00:44:54,543
แปลว่าเจ้าไม่เคยส่ง ส่งหมายถึงเราต้องทำเองค่ะ

674
00:44:54,545 --> 00:44:58,545

675
00:44:58,546 --> 00:45:02,546
ฝึกคิดเป็นขั้นตอน อันนี้เป็น

676
00:45:02,548 --> 00:45:06,548
อันนี้คืออังกอริธึมค่ะ

677
00:45:06,549 --> 00:45:10,549
ทศทิศเคยส่งแฟกซ์ไหมคะ ข้ามไป อนุภาพ

678
00:45:10,550 --> 00:45:14,550

679
00:45:14,552 --> 00:45:18,552
เคยส่ง Fax ไหม เคยเห็นเขาส่ง Fax ไหม

680
00:45:18,553 --> 00:45:22,553
ไม่เคยสังเกตเลย ไม่สมกับเป็น

681
00:45:22,555 --> 00:45:26,555
เด็กวิท(ยาการคอมพิวเตอร์)

682
00:45:26,560 --> 00:45:30,560

683
00:45:30,561 --> 00:45:34,561
เพิ่งเคยได้ยินมาวันนี้เป็นวันแรกเลยหรือ

684
00:45:34,562 --> 00:45:38,562
ไม่กล้าถามเลย ใคร

685
00:45:38,563 --> 00:45:42,563
เคยส่งแฟกซ์บ้างห้องนี้ ยกมือ

686
00:45:42,563 --> 00:45:46,563

687
00:45:46,563 --> 00:45:50,563
ถ้าเล่าไม่ละเอียดจักรพันธ์ติดลบ

688
00:45:50,564 --> 00:45:54,564

689
00:45:54,567 --> 00:45:58,567
No เครื่อง Scanner ที่ไหน

690
00:45:58,569 --> 00:46:02,569

691
00:46:02,570 --> 00:46:06,570
คุณเล่าแบบละเอียด

692
00:46:06,572 --> 00:46:10,572
ข้อที่ 1 ทำอย่างไรเอ่ย มีเอกสาร

693
00:46:10,574 --> 00:46:14,574
เอกสารกระดาษนี่ค่ะ

694
00:46:14,575 --> 00:46:18,575

695
00:46:18,577 --> 00:46:22,577
เสียบไฟเปิดเครื่องไว้เลย เปิดไฟต่อ

696
00:46:22,579 --> 00:46:26,579
แล้ว

697
00:46:26,581 --> 00:46:30,581

698
00:46:30,585 --> 00:46:34,585

699
00:46:34,587 --> 00:46:38,587
ขาดไป 1 ขั้นตอน มันไม่สามารถส่งได้แบบนี้เลย

700
00:46:38,590 --> 00:46:42,590
มีอีกไหมคะ

701
00:46:42,592 --> 00:46:46,592
ถูกต้องนะคะ

702
00:46:46,593 --> 00:46:50,593
ได้ไปคนละ 0.5 นะแนน

703
00:46:50,594 --> 00:46:54,594
มันไม่สามารถส่งได้เลยอัตโนมัติ

704
00:46:54,595 --> 00:46:58,595
ถูกต้องค่ะ บอกรหัสมา เอาไปคนล่ะครึ่ง

705
00:46:58,596 --> 00:47:02,596
คะแนนครูมีค่านะ จักรพันธ์ได้ 79.5 ก็ไม่ได้

706
00:47:02,598 --> 00:47:06,598
A นะ 07

707
00:47:06,599 --> 00:47:10,599
207 อัสฎาวุฒน์

708
00:47:10,600 --> 00:47:14,600
เราหรัสเท่าไรคะ

709
00:47:14,601 --> 00:47:18,601
206 ธีรพลนะ โอ.เค.

710
00:47:18,602 --> 00:47:22,602
ก็คือ

711
00:47:22,604 --> 00:47:26,604
เราจะสอดเอกสารของเราก่อนะนคะ

712
00:47:26,606 --> 00:47:30,606

713
00:47:30,607 --> 00:47:34,607
ที่เราจะส่งแฟกซ์ แฟกซ์มี 2 ประเภท คือ อัตโนมัติ

714
00:47:34,612 --> 00:47:38,612
ก

715
00:47:38,614 --> 00:47:42,614
เขาก็บอก

716
00:47:42,615 --> 00:47:46,615

717
00:47:46,616 --> 00:47:50,616
ให้ครึ่งหนึ่งไง ให้ธีรพลกับ.

718
00:47:50,617 --> 00:47:54,617
นะ ให้คนละครึ่งไง ดีกว่าไม่ได้

719
00:47:54,619 --> 00:47:58,619
นะ ได้ 79.5 นี่ไม่ได้ A นะ คือ เราจะขอสัญญา

720
00:47:58,621 --> 00:48:02,621

721
00:48:02,622 --> 00:48:06,622
ปลายทางเราก็จะขอสัญญาณแฟกซ์

722
00:48:06,622 --> 00:48:10,622
มันก็จะเป็นสัญญาณยาว ๆ น่ะค่ะ

723
00:48:10,624 --> 00:48:14,624
สแกนข้อมูลเข้าไปนะ มันเข้าไปแค่สัญญาณน่เ

724
00:48:14,625 --> 00:48:18,625
แล้วกระดาษแผ่นนั้นออกมาไหม หรือกระดาษแผ่นนั้นวิ่ง

725
00:48:18,626 --> 00:48:22,626
สาย ไหลกลับออกมาเหมือนเดิมนะ

726
00:48:22,628 --> 00:48:26,628
ไม่ใมช่กระดาษใบนั้นไปโผล่

727
00:48:26,628 --> 00:48:30,628
นั่นละ มันจะปิ๊บ ๆ ไปอย่างนั้นเลยนะ

728
00:48:30,630 --> 00:48:34,630
อันนี้มันคือเอกไสยศาสตร์

729
00:48:34,630 --> 00:48:38,630
ค่ะ แล้วกระดาษเราก็จะออกมาเหมือนเดิม

730
00:48:38,631 --> 00:48:42,631
กระดาษแฟกซ์ออกไปน่ะค่ะ อันนั้นคือส่งแฟกซ์

731
00:48:42,633 --> 00:48:46,633
ก็ต้องทำเป็นด้วยนะ ถ้าทำไม่เป็นก็ต้องถามพี่เขาด้วยนะ

732
00:48:46,633 --> 00:48:50,633
ใช่ค่ะ มันเป็น All in One

733
00:48:50,635 --> 00:48:54,635
ถ่ายเอกสาร สแกน ส่งแฟกซ์อย่างนี้ค่ะ มันก็จะมีเบอร์นะ

734
00:48:54,636 --> 00:48:58,636
สุดท้ายก็คือ Full-duplex เป็นโทรศัพท์

735
00:48:58,638 --> 00:49:02,638
Full duplex

736
00:49:02,639 --> 00:49:06,639
ก็คือโทรศัพท์นะคะ พอพร้อมตอบก็เลย

737
00:49:06,641 --> 00:49:10,641
ข้ามไปน่ะค่ะ เราจะไปถามอันที่มันได้คิด

738
00:49:10,642 --> 00:49:14,642
นะคะ คราวนี้เรามาดู Communation Media บ้าง

739
00:49:14,643 --> 00:49:18,643
Communication Media บ้าง สื่อสารในการนำส่งข้อ

740
00:49:18,645 --> 00:49:22,645
ก็คือ Wire แบบ

741
00:49:22,646 --> 00:49:26,646
สาย Whi

742
00:49:26,647 --> 00:49:28,455
le

743
00:49:30,648 --> 00:49:34,648
แบบสายมีอะไรบ้าง ในข้อสอบมี 3 ตัวนี้นะคะ

744
00:49:34,660 --> 00:49:38,660
สาย Twisted-pair cable

745
00:49:38,661 --> 00:49:42,661
กับสาย Coaxial

746
00:49:42,667 --> 00:49:46,667
นะคะ สายคู่บิดเป็นอย่างไรเอ่ย

747
00:49:46,672 --> 00:49:50,672

748
00:49:50,674 --> 00:49:54,674
เราเรียกสายคู่ตีเกลียวหรือ

749
00:49:54,680 --> 00:49:58,680
สายคู่บิดเกลียว twisted-pair cable

750
00:49:58,681 --> 00:50:02,681
ทำไมจะต้องบิดเกลียว

751
00:50:02,683 --> 00:50:06,683
เอาสายตรง ๆ เลยไม่ได้หรือ

752
00:50:06,684 --> 00:50:10,684
อันนี้ใครตอบได้ให้ 1 คะแนน ทำไมต้องบิด

753
00:50:10,685 --> 00:50:14,685
เกลียวสาย คิดไปก่อน

754
00:50:14,687 --> 00:50:18,687
No มันต้องมีประโยชน์มากกว่านั้น ยัง

755
00:50:18,687 --> 00:50:22,687
มากกว่านั้น ยัง

756
00:50:22,689 --> 00:50:26,689
เพื่ออะไรนะ

757
00:50:26,692 --> 00:50:30,692
กันสัญญาณรบกวน

758
00:50:30,693 --> 00:50:34,693
รหัส 114

759
00:50:34,695 --> 00:50:38,695
กัตวิชญ์นะ ตอนนี้สะสมคะแนนกันนะ

760
00:50:38,696 --> 00:50:42,696
ครูก็ไปถึงคะแนนมาจากอาจารย์ปิยวรรณ

761
00:50:42,699 --> 00:50:46,699
ฝั่งครูเยอะมากก็เหลือ 60

762
00:50:46,700 --> 00:50:50,700
ตอบ ถ้าเป็นสายคู่ตีเกลียวเราจะใช้กับหัว

763
00:50:50,701 --> 00:50:54,701
RJ-11

764
00:50:54,702 --> 00:50:58,702
หรือ RJ45 เคยเห็นหัว RJ11 ไหมคะ

765
00:50:58,704 --> 00:51:02,704
สายอะไรเอ่ย ถูกต้องนะคะ

766
00:51:02,706 --> 00:51:06,706
อันนี้ไม่ได้บอกว่า คือ ยังไม่ได้บอกว่าให้คะแนน พอดีจักรพันธ์ตอบก่อน

767
00:51:06,707 --> 00:51:10,707
พอดีจักรพันธ์ตอบก่อน ก็เลย

768
00:51:10,709 --> 00:51:14,709
อยู่นอกเงื่อนไขนะคะ RJ11 คือ สายโทรศัพท์น่ะค่ะ

769
00:51:14,710 --> 00:51:18,710
มันก็จะหัวเล็ก ๆ หน่อยนะ แต่ถ้า Rj-47

770
00:51:18,712 --> 00:51:22,712
มันก็จะหัวสายแลนน่ะค่ะ

771
00:51:22,713 --> 00:51:26,713
เอาไว้รอบหน้านะคะ เหมือนเล่นเกม

772
00:51:26,714 --> 00:51:30,714
สายคู่บิดเกลียวมี 2 ชนิดนะคะ เราเรียกว่า "

773
00:51:30,716 --> 00:51:34,716
สายคู่บิดแบบหุ้มฉนวน

774
00:51:34,718 --> 00:51:38,718
กับ shield twisted

775
00:51:38,719 --> 00:51:42,719
สายคู่บิดเกลียวแบบมีฉนวนนะคะ นักศึกษาน่าจะเคยเห็นทั้ง 2 แบบ

776
00:51:42,721 --> 00:51:46,721
อันนี้เป็นแบบไหนเอ่ย ตามภาพ

777
00:51:46,723 --> 00:51:50,723
Unshield Unshild

778
00:51:50,724 --> 00:51:54,724
ไม่มี Shield ไม่มีหุ้ม

779
00:51:54,725 --> 00:51:58,725
มันก็จะเป็นสายบิดเกลียงแบบนี้ ทำไมถึงบิดเกลียวนะ

780
00:51:58,726 --> 00:52:02,726

781
00:52:02,727 --> 00:52:06,727
ลดการรบกวนของสัญญาณ

782
00:52:06,728 --> 00:52:10,728
นะคะ บิดเกลียวกันอย่างนี้ บิดเกยียว

783
00:52:10,729 --> 00:52:14,729
ก็ได้ไหม ไม่ได้ค่ะ มันจะมีคู่อยู่นะ

784
00:52:14,731 --> 00:52:18,731
ส้มกับส้ม ขาวเขียวอะไรพวกนั้นน่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนในเค

785
00:52:18,732 --> 00:52:22,732
ข่ายนะคะ บิดเกลียวสายอย่างนี้

786
00:52:22,733 --> 00:52:26,733
เขาบอกว่าเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน

787
00:52:26,735 --> 00:52:30,735
สนามแม่เหล็กนะคะ ป้องกันสัญญาณรบกวนนั่นล่ะ

788
00:52:30,736 --> 00:52:34,736
ถ้าเป็นแบบนี้นะคะ Shielded Twisted

789
00:52:34,736 --> 00:52:38,736
ต่างกันอย่างไรเอ่ย ตัวนี้มี

790
00:52:38,738 --> 00:52:42,738
เหมือนฟอยนะ แต่อันนี้เขาเรียกฉะนวน

791
00:52:42,739 --> 00:52:46,739
สีทอง ๆ นี่ ห่ออยู่นะคะ ในข้อสอบไม่ถามหรอกค่ะ

792
00:52:46,740 --> 00:52:50,740
มันง่ายไปมันไม่ได้คิดน่ะค่ะ เขาจะถามเยอะกว่านี้อยู่

793
00:52:50,742 --> 00:52:54,742
ถามว่าทำไมต้องบิดเกลียว อันนี้มีถามในข้อสอบมีอยู่

794
00:52:54,743 --> 00:52:58,743
จำให้ดี แบบไหนแพงกว่า

795
00:52:58,745 --> 00:53:02,745
อะไรที่ใช้อุปกรณ์มากกว่าจะแพง

796
00:53:02,746 --> 00:53:06,746
เครือข่ายจำง่าย ๆ อะไรที่มีขั้นตอนการทำงานซับซ้อนกว่าจะแพง

797
00:53:06,747 --> 00:53:10,747
อะไรที่ใช้อุปกรณ์ในการผลิตมากกว่า คือ แพง

798
00:53:10,748 --> 00:53:14,748
นะคะ โดยหลักของคอมพิวเตอร์นั่นล่ะ

799
00:53:14,749 --> 00:53:18,749
เพราะว่าเขาต้องจ่ายตัวค่าฉนวนอีกนะคะ

800
00:53:18,749 --> 00:53:22,749
สาย LAN แพงไหมคะ สาย LAN นี่เป็น

801
00:53:22,751 --> 00:53:26,751
UTP หรือเป็น STP รู้จักสาย Lan ไหม

802
00:53:26,752 --> 00:53:30,752
ใช้ทำอะไรเอ่ย

803
00:53:30,753 --> 00:53:34,753
ก็เชื่อมต่อ LAN นี่ค่ะ

804
00:53:34,755 --> 00:53:38,755
เชื่อมต่อเครือข่ายนะคะ

805
00:53:38,756 --> 00:53:42,756
สาย LAN นี่เป็น UTP หรือเป็น

806
00:53:42,758 --> 00:53:46,758
เป็น STP

807
00:53:46,760 --> 00:53:50,760
เป็นแบบไหน ใครคิดว่าสาย LAN

808
00:53:50,770 --> 00:53:54,770
เป็น UTP ยกมือ มีครูอยู่

809
00:53:54,771 --> 00:53:58,771
คนเดียว อัษฎาวุธไม่มั่นใจ

810
00:53:58,772 --> 00:54:02,772
ทำคิด เอาใหม่ ใครที่คิดว่า

811
00:54:02,774 --> 00:54:06,774
สาย LAN เป็น UTP ยกมือ

812
00:54:06,775 --> 00:54:10,775
ครูพา

813
00:54:10,776 --> 00:54:14,776
ยกอยู่นี่ไม่ยกหรือ เอามือลง

814
00:54:14,777 --> 00:54:18,777
คิดว่าสายแลฯเป็น STP

815
00:54:18,777 --> 00:54:22,777
แล้วที่ไม่ยก ไม่ให้ความร่วมมือเลยน่ะ

816
00:54:22,779 --> 00:54:26,779
สาย LAN มีหุ่มฉนวน

817
00:54:26,780 --> 00:54:30,780
มีหุ้มฟอย ๆ สีเงินไหมล่ะ

818
00:54:30,782 --> 00:54:34,782
อันนี้ไม่ต้องคิดเลย

819
00:54:34,783 --> 00:54:38,783
ใช่ไหม ถ้าไม่เห็นก็เดินอ้อมมาหลังเครื่องเราน่ะ

820
00:54:38,785 --> 00:54:42,785
สายขาว ๆ นี่มันไม่หุ้มฉนวน ฉะนั้น เป็น Unshie

821
00:54:42,786 --> 00:54:46,786
นะคะ

822
00:54:46,789 --> 00:54:50,789
มาตรฐานตัวนี้เคยได้ยินไหมคะ มาตรฐานของสาสย

823
00:54:50,791 --> 00:54:54,791
เอกคอมพิวเตอร์ต้องตอบได้นะคะ ว่า

824
00:54:54,793 --> 00:54:58,793
เราจะเอา CAT ไหนนะ เขาถาม CAT ไหน

825
00:54:58,794 --> 00:55:02,794
ทำหน้าซิเด๋อซิเด๋

826
00:55:02,800 --> 00:55:06,800
ด็อกก็จะตามมานะทีนี้

827
00:55:06,807 --> 00:55:10,807
แต่ละ CAT

828
00:55:10,808 --> 00:55:14,808
มันต่างกันอย่างไร CAT มาจากคำเต็มว่า Category

829
00:55:14,814 --> 00:55:18,814
นะคะ ครูไฮไลต์มาให้เลยอะไร

830
00:55:18,816 --> 00:55:22,816
ออกข้อสอบ ข้อ 6 ่

831
00:55:22,817 --> 00:55:26,817
กับ CAT 6 ต่างกันอย่างไร เขาถามลึกนะ

832
00:55:26,818 --> 00:55:30,818
เขาไม่ได้ถามผิว ๆ นะ รู้จัก CAT5E ไหม

833
00:55:30,820 --> 00:55:34,820
เคยได้ยินไหม ตอนนี้มีคอมใช่หรือเปล่า

834
00:55:34,822 --> 00:55:38,822
เขาให้ใช้ทำอะไร

835
00:55:38,824 --> 00:55:42,824
ใช้ค้นคำตอบ แล้วก็ตอบครูนี่ค่ะ

836
00:55:42,826 --> 00:55:46,826
จักรพันธ์นี่เจ็บมือด้วยหรือเปล่า พิมพ์

837
00:55:46,828 --> 00:55:50,828
ได้หรือเปล่า

838
00:55:50,829 --> 00:55:54,829
CAT 5E

839
00:55:54,832 --> 00:55:58,832
การนำสัญญาณแน่ ๆ

840
00:55:58,833 --> 00:56:02,833
ตั้งแต่ CAT 1 จนถึง CAT 6 ตอนนี้

841
00:56:02,834 --> 00:56:06,834
CAT ล่าสุดคือ CAT ไหน

842
00:56:06,835 --> 00:56:10,835
เริ่มไม่มั่นใจ

843
00:56:10,836 --> 00:56:14,836
มี CAT 6

844
00:56:14,838 --> 00:56:18,838
เขาถามว่า CAT6 กับ CAT5E ต่างกันที่...

845
00:56:18,839 --> 00:56:22,839
ต่างกันที่ไหน

846
00:56:22,841 --> 00:56:26,841
ค่ะ ต่างกันอย่างร

847
00:56:26,842 --> 00:56:30,842
ความเสถียร โอ.เค.

848
00:56:30,843 --> 00:56:34,843
ความเร็วสูงสุดในการส่งนะ

849
00:56:34,844 --> 00:56:38,844
CAT 5E เท่าไรคะ

850
00:56:38,845 --> 00:56:42,845
แค่ 5 oo อันนี้อ่านว่าอะไร

851
00:56:42,846 --> 00:56:46,846

852
00:56:46,847 --> 00:56:50,847
Mbps อันนี้คือความเร็วสูงสุดที่ CAT5E

853
00:56:50,848 --> 00:56:54,848
5 ส่งได้ ครูกำลังพูดถึงว่าถ้าเรา

854
00:56:54,849 --> 00:56:58,849
ไปซื้อสายน่ะค่ะ เราต้องบอกเขาให้ถูกว่า

855
00:56:58,850 --> 00:57:02,850
สาย LAN ที่เราจะซื้อน่ะ

856
00:57:02,852 --> 00:57:06,852
ไม่ใช่เน็ตที่บ้านส่งได้ 1000

857
00:57:06,853 --> 00:57:10,853
Mbps

858
00:57:10,854 --> 00:57:14,854
นึกออกไหมคะ มันส่งได้

859
00:57:14,856 --> 00:57:18,856
โอ.เค. ไหม คุณจะบ่นอะไรไม่ได้เลยนะ

860
00:57:18,858 --> 00:57:22,858
เพราะว่ามันส่งได้สูงสุดแค่ 100

861
00:57:22,859 --> 00:57:26,859
แต่เน็ตที่บ้านเรานี่

862
00:57:26,860 --> 00:57:30,860
ส่งได้สูงสุดทัน

863
00:57:30,861 --> 00:57:34,861
มันส่งได้แค่ 100 มันก็ได้แค่ 100 นะคะ

864
00:57:34,864 --> 00:57:38,864
อย่าพลาดนะคะ ไม่ใช่แม่จ่ายค่าเน็ต

865
00:57:38,866 --> 00:57:42,866
ให้เดือนละ 800-900 วิ่งได้แค่ 100

866
00:57:42,867 --> 00:57:46,867
แล้วก็

867
00:57:46,868 --> 00:57:50,868
ให้เขาอีก บ่นให้ ToT บ่นให้ CAT บ่นให้

868
00:57:50,869 --> 00:57:54,869
3BB ว่าทำไมเขาหลอก ทั้งทีตัวเองไม่รู้นะ

869
00:57:54,870 --> 00:57:58,870
ทำไมเขาบอกว่าได้ทั้งเท่าโน้นเท่านี้ 10 GB

870
00:57:58,870 --> 00:58:02,870
อย่างนี้

871
00:58:02,872 --> 00:58:06,872
มันเป็นแบบนี้นี่เอง ตัวเองนี่ล่ะโง่เอง นะคะ

872
00:58:06,873 --> 00:58:10,873
อันนี้มันส่งได้ประมาณ 10,000 Mbps แต่

873
00:58:10,875 --> 00:58:14,875
เราก็ไม่เรียกหมื่นนะคะ เราจะเรียก "10 GB

874
00:58:14,876 --> 00:58:18,876
มันวิ่งได้น่ะนะคะ ฉะนั้น ถ้าเราใช้สายสั๊ญ

875
00:58:18,879 --> 00:58:22,879
ให้สัญญาณที่ต่อมาจาก Back Bone นี่

876
00:58:22,880 --> 00:58:26,880
สายที่มันต่อในเครื่องเรามันก็ต้องเร็วนะคะ สายที่มัน

877
00:58:26,881 --> 00:58:30,881
ต่อออกมาจากเครื่องส่งเขานี่ก็จะเร็ว

878
00:58:30,882 --> 00:58:34,882
ฉะนั้น ตอนนี้ สายที่ส

879
00:58:34,883 --> 00:58:38,883
CAT6 นะ โอ.เค.

880
00:58:38,885 --> 00:58:42,885
คราวนี้สาย Coaxial ล่ะ

881
00:58:42,886 --> 00:58:46,886

882
00:58:46,887 --> 00:58:50,887
สาย Cable สาย...

883
00:58:50,888 --> 00:58:54,888
เขาเรียกอะไรนะ สายโทรทัศน์

884
00:58:54,890 --> 00:58:58,890
สาย TV น่ะนะคะ เราสังเกตความแตกต่าง จะมีแกนทองแดง

885
00:58:58,892 --> 00:59:02,892
ลวดทองแดงแบบนี้แล้วก็มี

886
00:59:02,893 --> 00:59:06,893
สายดำแบบนี้ ใช่ค่ะ ตัวนี้จะกันสัญญาณ

887
00:59:06,895 --> 00:59:10,895
มันจะไม่ได้เป็นสายบิดเกียวนะคะ มันจะเป็น

888
00:59:10,898 --> 00:59:14,898
ตรงกลางแบบนี้นะคะ อันนี้คือสาย Coaxial นะคะ

889
00:59:14,903 --> 00:59:18,903
มันจะตัดยากมันต้องใช้อุปกรณ์

890
00:59:18,904 --> 00:59:22,904
อย่าไปใช้กรรจตัดหญ้าที่บ้านตัด

891
00:59:22,907 --> 00:59:26,907
โคแอกส่งได้เท่าไร

892
00:59:26,908 --> 00:59:30,908
ประมาณ 10 Mbps นะคะ ข้ามไป

893
00:59:30,909 --> 00:59:34,909
ตัวที่มันไม่ได้สำคัญนะ Coaxial นะคะ

894
00:59:34,914 --> 00:59:38,914
นะคะ จะมี

895
00:59:38,916 --> 00:59:42,916
BMC คือ หัวแบบนี้

896
00:59:42,917 --> 00:59:46,917
นะคะ แล้วมันก็จะมีตัวทองแดงสอดออกมา

897
00:59:46,919 --> 00:59:50,919
ตรงรูตรงนี้นะ แล้วก็จะมี Co

898
00:59:50,920 --> 00:59:54,920
คือเอาไว้แยกอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ตัวปิด

899
00:59:54,922 --> 00:59:58,922
Terminator อย่างนั้นตอบคำถามให้ครู 1 ข้อ

900
00:59:58,923 --> 01:00:02,923
ให้ 1 คะแนน Terminator ใช้ทำอะไร ในสาย

901
01:00:02,925 --> 01:00:06,925

902
01:00:06,926 --> 01:00:10,926
Test

903
01:00:10,927 --> 01:00:14,927
แยก No ตัวนี้ใช้แยกค่ะ

904
01:00:14,928 --> 01:00:18,928
T-Connector มันตรงมาแล้วก็แยก

905
01:00:18,930 --> 01:00:22,930
ครูถามว่าตัวนี้มันใช้ทำอะไร

906
01:00:22,931 --> 01:00:26,931
ใช้ทำอะไรนะ No

907
01:00:26,932 --> 01:00:30,932
ถูกต้อง

908
01:00:30,933 --> 01:00:34,933
อันนี้เป็นตัวปิด

909
01:00:34,934 --> 01:00:38,934
ก็ไม่อ่านนะ ไม่ได้สังเกต

910
01:00:38,937 --> 01:00:42,937
สังกา เหลือแต่ครูจะวงใช่ไหม

911
01:00:42,938 --> 01:00:46,938
ใช่ไหม อันนี้เป็นหัวต่อ

912
01:00:46,939 --> 01:00:50,939
สังเกตค่ะ หัวต่อ อันนี้ต่อมาแล้วก็แยกค่ะ

913
01:00:50,940 --> 01:00:54,940
แล้วมันก็ต้องปิด โอ.เค. บอกรหัสมา

914
01:00:54,942 --> 01:00:58,942
ศศิการณ์นะ

915
01:00:58,944 --> 01:01:02,944
ศศิกาญชน์นะ ทำไมจะต้องปิด

916
01:01:02,945 --> 01:01:06,945
ให้อีก 1 คะแนน ทำไมจะต้องใช้ Terminator

917
01:01:06,946 --> 01:01:10,946
Terminater ในการปิดปลายสาย

918
01:01:10,947 --> 01:01:14,947

919
01:01:14,948 --> 01:01:18,948
รบกวนอย่างไร

920
01:01:18,949 --> 01:01:22,949
ถูกต้อง เพื่อไม่ให้

921
01:01:22,949 --> 01:01:26,949
สัญญานมันสะท้อน เขาเรียก "การสะท้อน"

922
01:01:26,950 --> 01:01:30,950
มันไม่เหมือนน้ำ เรานึกตามนะ

923
01:01:30,952 --> 01:01:34,952
ถ้าเราต่อ ต่อท่อน้ำนะ แล้วมัน

924
01:01:34,953 --> 01:01:38,953
ไม่มีตัวปิด น้ำมันไหลออกใช่ไหมคะ แต่สัญญาณมันไม่เหมือนกัน

925
01:01:38,955 --> 01:01:42,955
มันไม่มีตัวปิดมันจะสะท้อนกลับนะคะ

926
01:01:42,956 --> 01:01:46,956
รหัส 04

927
01:01:46,957 --> 01:01:50,957
04 กรพจน์ ต่อไป

928
01:01:50,958 --> 01:01:54,958
รอตอบตั้งสติดี ๆ ขนาด

929
01:01:54,959 --> 01:01:58,959
มีคำตอบในสไลด์ยังไม่เห็นเลย

930
01:01:58,960 --> 01:02:02,960
Fiber Optic ต่างกับ 2 สาย

931
01:02:02,961 --> 01:02:06,961
ที่กล่าวมาแล้วอย่างไร

932
01:02:06,962 --> 01:02:10,962
Fiber optic นะคะ

933
01:02:10,963 --> 01:02:14,963
ก็คือ ใยแก้วนำแสง

934
01:02:14,965 --> 01:02:18,965
เคยเห็นไหมคะ เห็นที่ไ

935
01:02:18,966 --> 01:02:22,966
มีใครไม่เคยเห็น

936
01:02:22,966 --> 01:02:26,966
ใยแก้วนำแสงไหมคะ ทุกคนเคยเห็นหมดเลยหรือ

937
01:02:26,967 --> 01:02:30,967
ที่เงี่ยบนี่คือ

938
01:02:30,969 --> 01:02:34,969
มีประมาณ 4-5 คนที่เคยเห็นแล้วที่เงียบ

939
01:02:34,970 --> 01:02:38,970
นี่คือ เหมือนมาจากโลกอดีต

940
01:02:38,972 --> 01:02:42,972
กำลังคิดว่าตอนที่เราอยู่อดีตเขาเรียกอะไรใช่ไหมคะ

941
01:02:42,973 --> 01:02:46,973
เมื่อก่อนไม่มีค่ะ

942
01:02:46,974 --> 01:02:50,974
Fiber Optic ส่งได้

943
01:02:50,975 --> 01:02:54,975
ไกลแค่ไหน สูงสุด

944
01:02:54,976 --> 01:02:58,976

945
01:02:58,978 --> 01:03:02,978
ไม่ได้ถามความเร็ว ถ้า Fiber optic

946
01:03:02,979 --> 01:03:06,979
มันจะรองรับประมาณ 1030 Persecond megabit

947
01:03:06,981 --> 01:03:10,981
ครูถามว่า ส่ง

948
01:03:10,983 --> 01:03:14,983
ได้ไกลเท่าไร

949
01:03:14,984 --> 01:03:18,984
ประมาณไม่ต้องใช้ตัวต่อน่ะ

950
01:03:18,984 --> 01:03:22,984

951
01:03:22,986 --> 01:03:26,986
ถ้ากิโลหนึ่ง เราจะ

952
01:03:26,988 --> 01:03:30,988
ใช้ Fiber optic ไหมละ No

953
01:03:30,990 --> 01:03:34,990
No

954
01:03:34,990 --> 01:03:38,990
No

955
01:03:38,993 --> 01:03:42,993
อย่างนี้ Fiber Optic นี่ ย้อนกลับไป

956
01:03:42,994 --> 01:03:46,994
ตอนที่เราเกิดนะ ย้อนไปในอดีต เห็นเชี่ยวชาญในอดีต

957
01:03:46,995 --> 01:03:50,995
พอครูถามไม่มีตอบย้อนกลับไป

958
01:03:50,996 --> 01:03:54,996
จุดเริ่มต้นของการใช

959
01:03:55,002 --> 01:03:59,002
สายใยแก้วนำแสงมาใช้ รู้ไหมคะ

960
01:03:59,008 --> 01:04:03,008
พื้นที่แบบไหนเหมาะสำหรับการใช้ Fiber optic

961
01:04:03,011 --> 01:04:07,011
สาย

962
01:04:07,013 --> 01:04:11,013
Fiber Optic นี่แพงมากนะคะ ฉะนั้น

963
01:04:11,015 --> 01:04:15,015
แพงมาค่ะ ฉะนั้น เราจะนำมาเดินสาย

964
01:04:15,016 --> 01:04:19,016
เล่นตามบ้านไหม No มันไม่คุ้ม

965
01:04:19,017 --> 01:04:23,017
500 เมตร ใกล้ไป

966
01:04:23,018 --> 01:04:27,018
มันมีจุด

967
01:04:27,019 --> 01:04:31,019
ที่ส่งได้ไกลสุด โดยใช้เสี้น

968
01:04:31,019 --> 01:04:35,019
1,000 เมตรยังน้อยอยู่ ส่งได้ไกลกว่านั้นค่ะ

969
01:04:35,020 --> 01:04:39,020
เขาบอก 1,000 เมตร

970
01:04:39,022 --> 01:04:43,022

971
01:04:43,023 --> 01:04:47,023
เดี๋ยว มันต้องห้ามเดาสิ

972
01:04:47,024 --> 01:04:51,024
มันต้องมาจากการค้นข้อมูลค่ะ 1,000 เมตรนี่คือ 1 กิโลเองนะ

973
01:04:51,026 --> 01:04:55,026
เพื่อนตอบ 20 กิโล ยังน้อยอยู่เลย

974
01:04:55,027 --> 01:04:59,027

975
01:04:59,028 --> 01:05:03,028
เขาบอกว่าอย่างไร

976
01:05:03,030 --> 01:05:07,030
เขาโกหกเรา เพราะ

977
01:05:07,031 --> 01:05:11,031
ครูนี่ไปตรวจงานที่ กสทช. เลยค่ะ

978
01:05:11,033 --> 01:05:15,033

979
01:05:15,034 --> 01:05:19,034
100 กิโลเมตร จสกเราไปไหน

980
01:05:19,035 --> 01:05:23,035
ถึงไหน 100 กิโลฯ จากสกล(นคร)

981
01:05:23,036 --> 01:05:27,036
ไปถึงนครพนมถึง 90 กิโลเราต้องข้ามไปฝั่งนู้นเลยนะ

982
01:05:27,037 --> 01:05:31,037
ส่งได้ไกลกว่านี้อีก

983
01:05:31,039 --> 01:05:35,039
ค้าวไว้ก่อน อันนี้ไปหาข้อมูลมา

984
01:05:35,041 --> 01:05:39,041
มันมากกว่าที่เราตอบมาทุกคนน่ะ เมื่อก่อนใช้ Fiber optic

985
01:05:39,042 --> 01:05:43,042
เขาต้องการส่งสัญญาณรอดใต้ท้องทะเลไปนี่ค่ะ

986
01:05:43,043 --> 01:05:47,043
เพื่อส่งสัญญาณไปที่เกาะน่ะค่ะ

987
01:05:47,044 --> 01:05:51,044
เรานึกถึงว่า เราไม่ปักเ

988
01:05:51,045 --> 01:05:55,045
ไม่สามารถไปปักเสาที่ทะเลได้น่ะ ในการทะเลน่ะ

989
01:05:55,046 --> 01:05:59,046
เขาก็เดินสายรอดท่อไปนะคะ

990
01:05:59,047 --> 01:06:03,047
ไปหามาแล้วกัน สรุปคือ

991
01:06:03,049 --> 01:06:07,049
ถ้าเป็น Fiber Optic นะคะ มันก็มีข้อดีข้อเสียของมัน

992
01:06:07,050 --> 01:06:11,050
Fiber optic ไม่ต้องใช้

993
01:06:11,051 --> 01:06:15,051
ceiver ค่ะ คือ

994
01:06:15,052 --> 01:06:19,052
มีการเขาเรียกอะไร ตัวถ่ายสัญญาณน่ะ

995
01:06:19,053 --> 01:06:23,053
Fiber Opti

996
01:06:23,054 --> 01:06:27,054
Fiber optic มีกี่

997
01:06:27,055 --> 01:06:31,055
ประเภท อัษฎาวุธ

998
01:06:31,056 --> 01:06:35,056
กี่ชนิด

999
01:06:35,057 --> 01:06:39,057
ถามคนที่เคยทำแตก

1000
01:06:39,059 --> 01:06:43,059

1001
01:06:43,060 --> 01:06:47,060
ไม่ค่ะ รวมชนิดของ

1002
01:06:47,061 --> 01:06:51,061
สาย Fiber optic

1003
01:06:51,062 --> 01:06:55,062
อะไรบ้าง

1004
01:06:55,064 --> 01:06:59,064

1005
01:06:59,065 --> 01:07:03,065
3. มันต้องมีข้อย่อยด้วยนะ

1006
01:07:03,068 --> 01:07:07,068
มันคืออะไร

1007
01:07:07,069 --> 01:07:11,069
มีใครตอบอย่างอื่นไหม Fiber Optic มีกี่ชนิด

1008
01:07:11,072 --> 01:07:15,072
2 ชนิด คือ

1009
01:07:15,073 --> 01:07:19,073
แบบ single Mode กับ

1010
01:07:19,074 --> 01:07:23,074
Multi Mode

1011
01:07:23,075 --> 01:07:27,075
Single Mode ส่งอย่างไรค่ะ

1012
01:07:27,078 --> 01:07:31,078
มีแบบไหนที่นิยมใช้ แบบไหนราคาแพง

1013
01:07:31,080 --> 01:07:35,080
แบบไหนส่งได้ดี

1014
01:07:35,081 --> 01:07:39,081
เอาลักษณะก่อน Single Mode น่ะส่งแบบอย่างไร

1015
01:07:39,082 --> 01:07:43,082
No

1016
01:07:43,084 --> 01:07:47,084
มันส่งและรับได้ทั้ง 2 แบบ การส่งสัญญาณแบบ Single Mode

1017
01:07:47,085 --> 01:07:51,085
ทำไมเรียก Single Mode

1018
01:07:51,086 --> 01:07:55,086
เอาลักษณะทางกายภาพของสาย

1019
01:07:55,087 --> 01:07:59,087

1020
01:07:59,088 --> 01:08:03,088
อันนี้พูดถึง 1,000,000 Bit เลย บอกไปแล้ว

1021
01:08:03,089 --> 01:08:07,089
ว่า 1300 Mb ไป

1022
01:08:07,093 --> 01:08:11,093
ไปแล้วนี่ เป็น Megabi

1023
01:08:11,094 --> 01:08:15,094
คือ เป็นสายเดียว ตรงไป

1024
01:08:15,096 --> 01:08:19,096
นึกออกไหมคะ แล้วก็ส่งสัญญาณเป็นแบบตรงนี้

1025
01:08:19,097 --> 01:08:23,097
คือ Single น่ะ แล้วถ้าเป็น Multi Mode ล่ะ

1026
01:08:23,098 --> 01:08:27,098
มันจะส่ง

1027
01:08:27,099 --> 01:08:31,099
แบบหักเก

1028
01:08:31,101 --> 01:08:35,101
ถามว่า ตอนแรกครู

1029
01:08:35,102 --> 01:08:39,102
ถามว่ามันมีกี่ชนิด เราตอบ มันมี 2 ชิด Single กับ

1030
01:08:39,105 --> 01:08:43,105
Multi โอ.เค. ครูถามว่ามันต่างกันอย่างไร

1031
01:08:43,105 --> 01:08:47,105

1032
01:08:47,107 --> 01:08:51,107
แล้วมันส่งอย่างไร

1033
01:08:51,108 --> 01:08:55,108
ส่งเป็นแนวตรง

1034
01:08:55,109 --> 01:08:59,109
ถ้า Multi ล่ะ มันจะหักเห

1035
01:08:59,111 --> 01:09:03,111
ส่งแบบสะท้อน เขาเรียกการหักเก

1036
01:09:03,112 --> 01:09:07,112
ค่ะ แบบไหนนิยม Single Mode จะส่งได้ดีกว่า

1037
01:09:07,114 --> 01:09:11,114
แต่ส่งไกลไม่ได้

1038
01:09:11,115 --> 01:09:15,115
มันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

1039
01:09:15,116 --> 01:09:19,116
แต่ให้ข้อมูลไว้ ถ้าเป็น Fiber Optic มันเป็นอย่างนี้

1040
01:09:19,117 --> 01:09:23,117
อันนี้ข้อดี-ข้อเสียเราข้ามจุดนี้ไปแล้วนะคะ

1041
01:09:23,118 --> 01:09:27,118
ข้อดี ก็คือ

1042
01:09:27,121 --> 01:09:31,121

1043
01:09:31,122 --> 01:09:35,122
ส่งไปดาวอังคารเลยหรือ No

1044
01:09:35,124 --> 01:09:39,124
มันจะส่งไปไหน 1.2 ล้านกิโลฯ

1045
01:09:39,125 --> 01:09:43,125
เดี๋ยวส่งจาก

1046
01:09:43,126 --> 01:09:47,126
จุดสูงสุดเชียงรายนี่ไปยะลลาเลยหรือ

1047
01:09:47,129 --> 01:09:51,129

1048
01:09:51,140 --> 01:09:55,140
1.2 ล้านเลยหรือ

1049
01:09:55,142 --> 01:09:59,142
เอาจากจุดแผ่นดินใหญ่นี่ล่ะค่ะ

1050
01:09:59,145 --> 01:10:03,145
ไปโปผล่ตรงอีกเกาะหนึ่ง

1051
01:10:03,146 --> 01:10:07,146
มันจะ 1.2 ล้าน มันจะส่งไปดาวอังคารเลยหรือ

1052
01:10:07,147 --> 01:10:11,147
ยัง หาไปก่อน หาไปแล้วก็จะได้คำตอบ

1053
01:10:11,148 --> 01:10:15,148
ของตัวเอง อันนี้คือข้อดีกับข้อเสียนะคะ จริง ๆ

1054
01:10:15,149 --> 01:10:19,149
จำกัดของ Fiber Optic มันราคา

1055
01:10:19,150 --> 01:10:23,150
มันราคาค่อนข้างแพงนะ เมื่อเทียบกับระยะทางเดียวกันนี่ค่ะ

1056
01:10:23,152 --> 01:10:27,152
เราใช้สายประเภทอื่น สายทองแดงทั่วไปน่ะค่ะ 1 กิโลฯ

1057
01:10:27,153 --> 01:10:31,153
กับใช้ Fiber optic 1 กิโลฯ

1058
01:10:31,155 --> 01:10:35,155
กิโลกรัม

1059
01:10:35,157 --> 01:10:39,157
การติดตั้งค่อนข้างยุ่งยานะคะ ต้อง

1060
01:10:39,158 --> 01:10:43,158
มีอุปกรณ์ ตัวสาย ตัวเข้าหัวสาย

1061
01:10:43,159 --> 01:10:47,159
นะคะ เพราะว่ามันเป็นสัญญาณแสงนะคะ

1062
01:10:47,160 --> 01:10:51,160
มันค่อนข้างจะแตกเปราะง่ายนะคะ ต้องใช้ความชำนาญ

1063
01:10:51,161 --> 01:10:55,161
ในการเข้าหัว คราวนีเ

1064
01:10:55,163 --> 01:10:59,163
เรามาดู Wireless Media บ้างนะคะ

1065
01:10:59,165 --> 01:11:03,165
3 ตัวนี้รู้จักตัวไหนบ้าง

1066
01:11:03,165 --> 01:11:07,165
กับเตา Microwave

1067
01:11:07,166 --> 01:11:11,166
ใช้สัญญาณไมโครเวฟ อันเดียวกันค่ะ

1068
01:11:11,167 --> 01:11:15,167
ไมโครเวฟที่บ้านก็ใช้สัญญาณไมโครเวฟ

1069
01:11:15,168 --> 01:11:19,168
ถึงเป็น มันเป็นเหล็กนะ เพราะว่าให้มันสะท้อน

1070
01:11:19,168 --> 01:11:23,168
ความร้อนในนั้น

1071
01:11:23,170 --> 01:11:27,170
นะคะ คือ ใช้สัญญาณไมโครเวฟ

1072
01:11:27,171 --> 01:11:31,171
ดาวเทียมล่ะ ไม่ใช่รองเท้านะคะ

1073
01:11:31,172 --> 01:11:35,172
โอ.เค. you know

1074
01:11:35,173 --> 01:11:39,173
กำลังจะพูดไงเมื่อกี้อ้าปาก

1075
01:11:39,175 --> 01:11:43,175
จักร์พันธ์ คิดอะไร

1076
01:11:43,176 --> 01:11:47,176
หัวเราะ ระบบ Microwave นะคะ เราเรียก

1077
01:11:47,178 --> 01:11:51,178
ระบบสัญญาณการส่งสัญญาณ

1078
01:11:51,179 --> 01:11:55,179
ที่เป็นแบบ line outside

1079
01:11:55,180 --> 01:11:59,180
ส่งตรง หักเหแสงไม่ได้ ไม่มีอะไรกีดขวา

1080
01:11:59,182 --> 01:12:03,182
ส่งได้ไม่เกิน 50 กิโลฯ เรานิยม

1081
01:12:03,183 --> 01:12:07,183
ตั้งเสาสัญญานของ Microwave ไว้ที่สูง

1082
01:12:07,185 --> 01:12:11,185
พื้นที่ที่เข้าไปถึงลำบากน่ะค่ะ

1083
01:12:11,188 --> 01:12:15,188
เราไม่ใช้วิธีการลากสายอื่น ส่งสัญญาณ

1084
01:12:15,190 --> 01:12:19,190
แบบ Microwave น่ะค่ะ

1085
01:12:19,192 --> 01:12:23,192
คราวนั้ถ้าเป็น Satellite นะคะ

1086
01:12:23,194 --> 01:12:27,194
เราต้องการส่งสัญญาณกันทั่วโลก อย่างน้อยต้องใช

1087
01:12:27,196 --> 01:12:31,196
ต้องใช้ Satellite อย่างน้อยกี่ดวง

1088
01:12:31,197 --> 01:12:35,197
1 คะแนน เห็นไหมไม่ตั้งใจฟังเลย

1089
01:12:35,199 --> 01:12:39,199
ครูจะแอบถามเป็นระยะ

1090
01:12:39,201 --> 01:12:43,201
ต้องการส่งสัญญาณผ่าน

1091
01:12:43,203 --> 01:12:47,203
ระบบ Satellite System ระบบดาวเทียมทั่วโล

1092
01:12:47,204 --> 01:12:51,204
นักศึกษาเป็นคนวางโครงข่ายนี้ ต้องใช้ดาวเทียม

1093
01:12:51,205 --> 01:12:55,205
อย่างน้อยกี่ดวง

1094
01:12:55,206 --> 01:12:59,206

1095
01:12:59,207 --> 01:13:03,207
อย่าตอบไปเรื่อย ๆ

1096
01:13:03,208 --> 01:13:07,208
ให้ตอบคำละ 1 คำตอบ 2 ผิด

1097
01:13:07,209 --> 01:13:11,209
6 ก็ผิด 7 ผิด 8

1098
01:13:11,210 --> 01:13:15,210
ก็ผิด ตัวเดียวน้อยไป

1099
01:13:15,210 --> 01:13:19,210
5 ก็มากไป

1100
01:13:19,211 --> 01:13:23,211
3 ตัวค่ะ มันไม่ใช้วิธีการเดาแบบมีหลักการน่ะ

1101
01:13:23,213 --> 01:13:27,213
มันเดาไปเรื่อย ๆ น่ะ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7

1102
01:13:27,214 --> 01:13:31,214
ทำไมถึงต้องใช้ 3 ตัว

1103
01:13:31,215 --> 01:13:35,215

1104
01:13:35,217 --> 01:13:39,217
เพราะโลกเป็นอย่างไรคะ

1105
01:13:39,219 --> 01:13:43,219
อัษฎาวุ

1106
01:13:43,220 --> 01:13:47,220

1107
01:13:47,221 --> 01:13:51,221
อัษฎาวุฒิ ตอบถูกแล้ว

1108
01:13:51,223 --> 01:13:55,223
โลกมันไม่ได้เป็นกลมเหมือนที่พวกเราคิดนะ มันจะเป็นทรง

1109
01:13:55,224 --> 01:13:59,224
เขาว่าทรงมันจะไม่ได้เป็นอย่างนี้นะคะ

1110
01:13:59,225 --> 01:14:03,225
ฉะนั้น นะคะ

1111
01:14:03,226 --> 01:14:07,226
อันนี้ทฤษฎีที่เขาทดลองมา เราจะใช้ดาวเทียม

1112
01:14:07,227 --> 01:14:11,227
อย่างน้อย 3 ดวง เพื่อส่งสัญญาณครอบคลุมทั่วโลก

1113
01:14:11,227 --> 01:14:15,227
อย่างน้อยแปลว่าใช้มากกว่านี้ก็ได้

1114
01:14:15,229 --> 01:14:19,229
3 ดวงที่อยู่คนละมุมของขั้วโลกนี่ะ

1115
01:14:19,230 --> 01:14:23,230
ก็ส่งถึงกันได้นะคะ ฉะนั้น อันนี้ไม่ให้คะแนนนะคะ

1116
01:14:23,232 --> 01:14:27,232
ตอบมั่วไปนะคะ ไม่ให้ คราวนี้การส่งสัญญาณของดาวเทียม

1117
01:14:27,232 --> 01:14:31,232
นะคะ จะมี 2 ขา อันนี้เรียกขานะ เรา

1118
01:14:31,234 --> 01:14:35,234
เรียกสัญญาณที่เป็นขาขึ้น

1119
01:14:35,236 --> 01:14:39,236
เราเรียกสัญญาณ Uplink แต่ถ้าสัญญาณส่งลงมา

1120
01:14:39,237 --> 01:14:43,237
เราเรียกว่า "Downlink" นะคะ

1121
01:14:43,238 --> 01:14:47,238
ดาวเทียมจะมีหลายประเภทค่ะ

1122
01:14:47,239 --> 01:14:51,239
เองนะ จะมีดาวเทียมพยากร ดาวเทียม

1123
01:14:51,241 --> 01:14:55,241
ถ่ายรูปพิกัด โน่น นี่ นั่น คราวนี้ Infrared

1124
01:14:55,242 --> 01:14:59,242
ก็คือคลื่นค่ะ คลื่นความถี่สั้น

1125
01:14:59,243 --> 01:15:03,243
Infrared ส่งได้ระยะทาง

1126
01:15:03,244 --> 01:15:07,244
เท่าไร รู้จักสัญญาณ infrared

1127
01:15:07,245 --> 01:15:11,245
รู้จัก ผ่านวัตถุ

1128
01:15:11,249 --> 01:15:15,249
กีดขวางได้ไหม

1129
01:15:15,250 --> 01:15:19,250

1130
01:15:19,251 --> 01:15:23,251
เอาดี ๆ

1131
01:15:23,254 --> 01:15:27,254
เพื่อนยิ่งความจำสั้นอยู่ ถ้าบอกอะไร ลืมเลยนะ

1132
01:15:27,256 --> 01:15:31,256
เป็นความแรกแล้วไม่ลืมเลยทีนี้ Infrared

1133
01:15:31,259 --> 01:15:35,259
ส่งได้ไกลแค่ไหนคะ ไม่น่าจะเกิน 10 เมตร

1134
01:15:35,260 --> 01:15:39,260
มีวัตถุกั้นได้ไหม

1135
01:15:39,261 --> 01:15:43,261
กั้นได้ไหม ไม่ได้นะคะ มันเป็น

1136
01:15:43,263 --> 01:15:47,263
คลื่นสั้น คลื่นความถี่สั้นนะคะ ที่เราใช้อยู่ ก็คือ

1137
01:15:47,264 --> 01:15:51,264
รีโมทนะ รีโมท TV รีโมทรถยนต์ น่ะ

1138
01:15:51,265 --> 01:15:55,265
รีโมทอะไรอีก รีโมทประตูอย่างนี้นะคะ

1139
01:15:55,267 --> 01:15:59,267
รีโมตอะไรอีก รีโมตประตูนะ

1140
01:15:59,268 --> 01:16:03,268
คราวนี้เรามาดู Topology หน่อย รู้จัก

1141
01:16:03,270 --> 01:16:07,270
ไหมคะ เคยได้ยินคำนี้มาก่อนไหม

1142
01:16:07,271 --> 01:16:11,271
วันนี้ได้คำศัพท์ทางด้าน

1143
01:16:11,273 --> 01:16:15,273
ย้อนกลับไปถามสไลด์ที่ 1 Protocol คืออะไร

1144
01:16:15,274 --> 01:16:19,274
ครูถามไป 1 คำถามแล้วนะ ยังไม่ได้คำตอบ

1145
01:16:19,275 --> 01:16:23,275
ยังไม่ได้คำตอบ

1146
01:16:23,276 --> 01:16:27,276
สื่อกลางน่ะคือ Media Medium

1147
01:16:27,276 --> 01:16:31,276
Protocol คือ

1148
01:16:31,278 --> 01:16:35,278

1149
01:16:35,279 --> 01:16:39,279

1150
01:16:39,281 --> 01:16:43,281
เช่น ภาษานะ

1151
01:16:43,282 --> 01:16:47,282
กฎ หรือข้อกำหนด หรือมาตรฐาน

1152
01:16:47,284 --> 01:16:51,284
เรียก "Protocol" ค่ะ มีคำถามหนึ่ง

1153
01:16:51,286 --> 01:16:55,286
Protocore หลักที่ใช้

1154
01:16:55,287 --> 01:16:59,270
ตอบได้หรือยัง

1155
01:16:59,288 --> 01:17:03,288
ให้ 1 คะแนน

1156
01:17:03,289 --> 01:17:07,289
Protocol หลักที่ใช้การในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

1157
01:17:07,291 --> 01:17:11,291
No อันนั้น

1158
01:17:11,292 --> 01:17:15,292
มันไม่ใช่ มันไม่เรียกว่า Protocol

1159
01:17:15,294 --> 01:17:19,294
อันนั้นมันคือประเภทเครือข่าย

1160
01:17:19,296 --> 01:17:23,296
Protocol หลักของเครือข่ายประเภท

1161
01:17:23,297 --> 01:17:27,297
อินเทอร์เน็ต

1162
01:17:27,299 --> 01:17:31,299
สัญญาณดาวเทียมนี่คือ Protoco

1163
01:17:31,300 --> 01:17:35,300
ไม่ใช่ No

1164
01:17:35,303 --> 01:17:39,303
อันนี้ข้อสอบเลยนะ ถ้าตอบไม่ถูกนี่ไปเจอข้อสอบตอบไม่ได้เลยนะ

1165
01:17:39,303 --> 01:17:43,303
ข้อนี้ Protocol มีเยอะไห

1166
01:17:43,304 --> 01:17:47,304
เยอะ

1167
01:17:47,305 --> 01:17:51,305
1 Protocol ก็จะมีหน้าที่อย่างหนึ่งค่ะ เป็นมาตรฐาน

1168
01:17:51,307 --> 01:17:55,307
หรือข้อกำหนดที่ทางต้นทางและปลายทางกำหนด

1169
01:17:55,309 --> 01:17:59,309
ไว้ร่วมกันว่าเราจะใช้มาตรฐานตัวนี้นะในการรับส่ง

1170
01:17:59,311 --> 01:18:03,311
อย่างวันนี้ Protocol ที่เราใ

1171
01:18:03,313 --> 01:18:07,313
ในห้องนี่คือครูพูดภาษาไทยนะคะ

1172
01:18:07,314 --> 01:18:11,314
ล่ามนะคะ ครูล่ามก็แปลเป็นภาษา

1173
01:18:11,316 --> 01:18:15,316
มือไทย อันนี้คือ Protocol ค่ะ

1174
01:18:15,317 --> 01:18:19,317
ภาษาล่ามในการสื่อสารภาษากายนะคะ

1175
01:18:19,318 --> 01:18:23,318
ภาษาพูด ก็คือภาษาไทย

1176
01:18:23,320 --> 01:18:27,320
ครูถามว่า Protocol หลักที่ใช้

1177
01:18:27,322 --> 01:18:31,322
สื่อสารในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

1178
01:18:31,323 --> 01:18:35,323
No เน็ตเวิร์กไม่ใช

1179
01:18:35,324 --> 01:18:39,324
ตอบดัง ๆ

1180
01:18:39,326 --> 01:18:43,326
TCP/IP ค่ะ ถูกต้อง

1181
01:18:43,327 --> 01:18:47,327
รหัส

1182
01:18:47,329 --> 01:18:51,329
กรพจน์น

1183
01:18:51,330 --> 01:18:55,330
แล้วที่เพื่อนตอบเข้าใจไหมคะ Protocol มีอะไรบ้าง

1184
01:18:55,333 --> 01:18:59,333
Protocol ในการส่งเมลก็จะมีอีกแบบหนึ่งค่ะ

1185
01:18:59,334 --> 01:19:03,334
ส่งเมลล์ มันก็จัมีอีกอันหนึ่ง

1186
01:19:03,335 --> 01:19:07,335
ไฟล์ ก็จะเป็นอันหนึ่ง แต่ Protocol หลัก

1187
01:19:07,336 --> 01:19:11,336
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

1188
01:19:11,338 --> 01:19:15,338
นะคะ Protocol หลักนะ ก็คือ TCP/IP

1189
01:19:15,342 --> 01:19:19,342
นะคะ อันนี้มีในข้อสอบบอกในข้อสอบเลย

1190
01:19:19,343 --> 01:19:23,343
ถ้ายังสอบไม่ได้อีกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรนะ

1191
01:19:23,346 --> 01:19:27,346
ย้อนกลับมาเอาคำตอบสไลด์แรกเฉย ๆ

1192
01:19:27,347 --> 01:19:31,347
ย้อนกลับมาสไลด์นี้นะคะ Topology ตัวนี้

1193
01:19:31,349 --> 01:19:35,349
ภาษาไทย คือ โครงสร้างเครือข่ายน่ะค่ะ

1194
01:19:35,352 --> 01:19:39,352
มีมากกว่านี้ แต่เราพูดถึงตัวพื้นฐาน

1195
01:19:39,353 --> 01:19:43,353
มีแบบ Bus Ring Star Mesh Topology

1196
01:19:43,353 --> 01:19:47,353
ให้บอกลักษณะเด่นของแต่ละแบบมา อัษฎาวุธ

1197
01:19:47,354 --> 01:19:51,354
เอาแบบไหน Bus เป็นอย่างไร

1198
01:19:51,356 --> 01:19:55,356
เอาภาษาบ้าน ๆ

1199
01:19:55,357 --> 01:19:59,357

1200
01:19:59,359 --> 01:20:03,359

1201
01:20:03,361 --> 01:20:07,361
โอ.เค. อัษฎาวุธ

1202
01:20:07,364 --> 01:20:11,364
เอาไป 1 คะแนน

1203
01:20:11,365 --> 01:20:15,365
เดี๋ยวครูค่อยอธิบายเพิ่มนะคะ อัษฎาวุฒิ

1204
01:20:15,366 --> 01:20:19,366
07 นะ Bus ก็คือมี

1205
01:20:19,367 --> 01:20:23,367
ก็คือ ถนนหลักน่ะ สายหนึ่ง บ้านไหนอยากใช้

1206
01:20:23,368 --> 01:20:27,368
ก็เอาสายมาต่อแยก

1207
01:20:27,370 --> 01:20:31,370
ข้อดีข้อง BUS เป็นอย่างไรคะ มันง่าย

1208
01:20:31,372 --> 01:20:35,372
บริหารจัดการง่ายนะ เพราะมีสายหลัก

1209
01:20:35,373 --> 01:20:39,373
นะคะ แล้วบ้านแต่ละบ้านก็มีต่อไป บ้านไหน

1210
01:20:39,374 --> 01:20:43,374
พัง บ้านอื่นได้รับผลกระทบ

1211
01:20:43,376 --> 01:20:47,376
ไม่ค่ะ ไม่เกี่ยว อย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดสายหลักพัง

1212
01:20:47,377 --> 01:20:51,377
ก็คือพังหมด ล่มทั้งระบบนะคะ

1213
01:20:51,379 --> 01:20:55,379
แต่ถ้าเกิดมีข้อมูลเยอะ ข้อมูล

1214
01:20:55,380 --> 01:20:59,380
มันอาจจะชนกัน คือมีคน

1215
01:20:59,382 --> 01:21:03,382
อันนี้คือ BUS แล้ว Ring ล่พ

1216
01:21:03,383 --> 01:21:07,383
แบบ Ring

1217
01:21:07,383 --> 01:21:11,383
อย่างไร เอาลักษณะเด่นมา

1218
01:21:11,384 --> 01:21:15,384
วงแหวนเป็นอย่างไรคะ

1219
01:21:15,384 --> 01:21:19,384
เหมาะกับองค์กรแบบไหน

1220
01:21:19,386 --> 01:21:23,386
Ring

1221
01:21:23,389 --> 01:21:27,354
ส่งข้อมูลแบบไหน

1222
01:21:27,391 --> 01:21:31,391

1223
01:21:31,392 --> 01:21:35,392
วงกลมนี่ส่งอย่างไรคะ ส่งไป-กลับ

1224
01:21:35,397 --> 01:21:39,397
ส่งไปกลับ ส่งย้อนกลับ

1225
01:21:39,398 --> 01:21:43,398
ถูกหรือเปล่า

1226
01:21:43,399 --> 01:21:47,399
Ring นี่ส่งไปกลับไหม

1227
01:21:47,401 --> 01:21:51,401
Ring ส่งข้อมูล

1228
01:21:51,402 --> 01:21:55,402
ในทิศทางเดียวค่ะ ไม่มีการชนกัน

1229
01:21:55,403 --> 01:21:59,403
เหมาะสำหรับองค์กรที่มีขนาด

1230
01:21:59,404 --> 01:22:03,404
เล็ก มีเครื่องที่เชื่อมต่อในวง Ring นี่

1231
01:22:03,405 --> 01:22:07,405
คือ การที่เราจะเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ Ring นี่

1232
01:22:07,406 --> 01:22:11,406
เราต้องวางแผนแล้วว่าองค์กรนี่ หรือกลุ่มที่จะสร้าง

1233
01:22:11,408 --> 01:22:15,408
เป็นวง Ring นี่ ไม่มีการเพิ่มแล้ว

1234
01:22:15,412 --> 01:22:19,412
พอต่อปุ๊บเราไม่สามารถต่อเข้า

1235
01:22:19,413 --> 01:22:23,413
คือ Ring นะคะ มันก็เลยเหมาะกับองค์กร ที่ไม่ค่อย

1236
01:22:23,414 --> 01:22:27,414
มีการอัป... คือไม่ค่อยมีการซื้อเครื่องเพิ่มน่ะ

1237
01:22:27,416 --> 01:22:31,416
หรือหน่วยงานที่ส่งแค่นี้

1238
01:22:31,417 --> 01:22:35,417
ที่เกี่ยวข้องน่ะ ข้อดีของมันคือเร็ว

1239
01:22:35,418 --> 01:22:39,418
ข้อมูลไม่ชนกัน เพราะมันส่งไปทิศทางเดียว ระบุเครื่อง

1240
01:22:39,420 --> 01:22:43,420
แล้วก็ส่งไปน่ะค่ะ Star ล่ะ

1241
01:22:43,423 --> 01:22:47,423

1242
01:22:47,424 --> 01:22:51,424

1243
01:22:51,425 --> 01:22:55,425

1244
01:22:55,426 --> 01:22:59,426
สรุปแล้วครูจะฟังใคร โจ้ตอบมา

1245
01:22:59,429 --> 01:23:03,429
Star เป็นอย่างไรคะ

1246
01:23:03,431 --> 01:23:07,431
เชื่อมโยงแบบไหน

1247
01:23:07,432 --> 01:23:11,432

1248
01:23:11,433 --> 01:23:15,433
มี Hub ตัวหนึ่งส่งไป

1249
01:23:15,435 --> 01:23:19,435
จำกัดไหมคะ เครื่องที่มาเชื่อมต่อ

1250
01:23:19,436 --> 01:23:23,436
Port Hub Hub

1251
01:23:23,438 --> 01:23:27,438

1252
01:23:27,439 --> 01:23:31,439
Hub 1 ตัว ตัวใหญ่เลยมีกี่ Port

1253
01:23:31,441 --> 01:23:35,441
ไม่ Cos นะคะ เอา Hub ตัวเดียวมีกี่ Port

1254
01:23:35,442 --> 01:23:39,442

1255
01:23:39,443 --> 01:23:43,443
คือ จำนวนเครื่องที่เข้ามาเชื่อมต่อแบบ Star

1256
01:23:43,444 --> 01:23:47,444
จะได้เท่ากับจำนวน Port ของ Hub ตัวนั้น

1257
01:23:47,445 --> 01:23:51,445
ระบบนี้จะล่มเมื่อไรคะ

1258
01:23:51,447 --> 01:23:55,447
เมื่อ Hub เสีย โอ.เค.

1259
01:23:55,448 --> 01:23:59,448
ได้ 1 คะแนน 102 หรือ 202

1260
01:23:59,450 --> 01:24:03,450
102 โอ.เค. จักรพันธ์เรียนมา

1261
01:24:03,451 --> 01:24:07,451
ไม่เคยได้คะแนนวิชานี้เลยหรือ น่าสงสารจังเลย คนอื่นได้เป็น 10

1262
01:24:07,452 --> 01:24:11,452
แล้วนะ

1263
01:24:11,454 --> 01:24:15,454
ครูมีแต่ข้ามไป เพราะจักรพันธ์จะตอบ

1264
01:24:15,455 --> 01:24:19,455
ก่อนที่จะมา

1265
01:24:19,456 --> 01:24:23,456
อะไร... คุณต้องมีต้นประโยค

1266
01:24:23,458 --> 01:24:27,458
มาด้วย ประธาน กิริยา กรรม

1267
01:24:27,459 --> 01:24:31,459
กิโลกรัม

1268
01:24:31,461 --> 01:24:35,461
ถูกหรือเปล่า มันตอบเองถามเอง

1269
01:24:35,461 --> 01:24:39,461

1270
01:24:39,463 --> 01:24:43,463
จากไหนไปไหน 20,000 กิโลเมตรนี่

1271
01:24:43,464 --> 01:24:47,464
อ่านหน่วยดี ๆ สิ

1272
01:24:47,466 --> 01:24:51,466
ไม่ใช่ ๆ ระยะทางน่ะ

1273
01:24:51,468 --> 01:24:55,468

1274
01:24:55,471 --> 01:24:59,471
กี่กิโลฯ

1275
01:24:59,476 --> 01:25:03,476

1276
01:25:03,479 --> 01:25:07,479
ถูกไหม

1277
01:25:07,482 --> 01:25:11,482
มันเชื่อได้ไหมเว็บฯ นั้นน่ะ

1278
01:25:11,485 --> 01:25:15,485
หามาจากไหน

1279
01:25:15,487 --> 01:25:19,487
เว็บฯ ไหน ไม่ใช่เว็บต่อ ๆ กันมานะ

1280
01:25:19,493 --> 01:25:23,493
มีความน่าเชื่อถือหรือเปล่าแหล่งข้อมูลน่ะ เว็บฯ ไหน

1281
01:25:23,495 --> 01:25:27,495
กระทรวงไหน

1282
01:25:27,496 --> 01:25:31,496
ไปหาแหล่งข้อมูลมาก่อน ถ้าหาไม่ได้ก็บทข้าม

1283
01:25:31,498 --> 01:25:35,498
แบบสุดท้ายนะคะ

1284
01:25:35,499 --> 01:25:39,499
Topology แบบ Mesh ครูบอกไปแล้ว

1285
01:25:39,501 --> 01:25:43,501
อันนี้เอาตัวพื้นฐานนะคะ

1286
01:25:43,502 --> 01:25:47,502
Mage ก็คือเชื่อมทุกเครื่องเข้าด้วยกัน

1287
01:25:47,503 --> 01:25:51,503
ขาดเส้นหนึ่ง ก็ยังติดต่อสื่อสารกันได้อยู่

1288
01:25:51,505 --> 01:25:55,505
กันกับทุกเครื่องนะคะ ข้อเสีย ก็คือมัน

1289
01:25:55,506 --> 01:25:59,506
ต้องเชื่อมกันทุกเครื่อง ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมมันจะ

1290
01:25:59,507 --> 01:26:03,507
แพงนะคะ ค่อนข้างแพง

1291
01:26:03,509 --> 01:26:07,509
ขาด เส้นอื่นก็ยังส่งได้ อย่างนี้ค่ะ

1292
01:26:07,510 --> 01:26:11,510
ต่อไปนะคะ WAN,

1293
01:26:11,513 --> 01:26:15,513
MAN LAN จริง ๆ ตัวนี้

1294
01:26:15,514 --> 01:26:19,514
เหมือนจะรู้อยู่แล้ว

1295
01:26:19,516 --> 01:26:23,516
ตอนนี้เหมือนจะรู้ พอเจอข้อสอบไปก็ไม่รู้เลยนะ ทีนี้

1296
01:26:23,518 --> 01:26:27,518
LAN Local Area Network นะคะ MAN

1297
01:26:27,519 --> 01:26:31,519
ก็เห็น Metropolitan ot8

1298
01:26:31,520 --> 01:26:35,520
Area

1299
01:26:35,521 --> 01:26:39,521
หา Fiber Optic ไป

1300
01:26:39,522 --> 01:26:43,522
ไม่อย่างนั้นไม่ได้ 1 คะแนนเลย ตัวนี้ทำไม MAN

1301
01:26:43,523 --> 01:26:47,523
เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นเครืแข่ายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก แล้วก

1302
01:26:47,523 --> 01:26:51,523
ก็รู้จักนะคะ เครือข่ายอันนี้ใคร ๆ ก็ใช้งาน

1303
01:26:51,524 --> 01:26:55,524
LAN เป็นอย่างไร เชื่อมต่อไม่เกิน 10 กม .

1304
01:26:55,525 --> 01:26:59,525
นะคะ เชื่อมต่อในอาคาร ระหว่างอาคาร ระหว่างหน่วยงาน

1305
01:26:59,526 --> 01:27:03,526
นะคะ ใกล้ ๆ

1306
01:27:03,527 --> 01:27:07,527
ถ้า Man ก็จะกว้างขึ้นนะ ระดับจังหวัด

1307
01:27:07,528 --> 01:27:11,528
ส่วน WAN ก็ระดับทั้งประเทศ แล้วก็ทั่วโลกนะคะ

1308
01:27:11,529 --> 01:27:15,529

1309
01:27:15,530 --> 01:27:19,530

1310
01:27:19,531 --> 01:27:23,531
อ่านดี ๆ

1311
01:27:23,532 --> 01:27:27,532

1312
01:27:27,533 --> 01:27:31,533
WAN จะมีทั้งแบบ Private แล้วก็แบบ Publice

1313
01:27:31,536 --> 01:27:35,536
นะคะ

1314
01:27:35,538 --> 01:27:39,538
เป็นแบบไหน Social Media เป็นแบบไหน

1315
01:27:39,540 --> 01:27:43,540
เป็นแบบ... แบบไหนคะ

1316
01:27:43,541 --> 01:27:47,541
เอาอย่างนี้ Facebook ของเราน่ะ

1317
01:27:47,542 --> 01:27:51,542
เป็น Social media นะ P

1318
01:27:51,543 --> 01:27:55,543
หรือ Public

1319
01:27:55,544 --> 01:27:59,544
หรือ Public บางส่วน ส่วนไหน

1320
01:27:59,545 --> 01:28:03,545
ที่เป็น Public ส่วนไหนคะ

1321
01:28:03,546 --> 01:28:07,546
คุณไปเปิดโปรไฟล์เป็น Public เลยหรือ

1322
01:28:07,547 --> 01:28:11,547

1323
01:28:11,548 --> 01:28:15,548
เราไม่อยากรู้คนอื่น

1324
01:28:15,549 --> 01:28:19,549
ต่างกันอย่างไรคะ

1325
01:28:19,551 --> 01:28:23,551
การตั้งค่า Social Media มีการตั้งค่าแบบ

1326
01:28:23,553 --> 01:28:27,553
บ้างไหม ส่วนไหนที่ตั้งเป็น Private

1327
01:28:27,555 --> 01:28:31,555
ข้อมูลส่วนตัว ควรตั้งเป็น Private

1328
01:28:31,556 --> 01:28:35,556
นะคะ Private อาจจะแค่กลุ่มเพื่อนนะ

1329
01:28:35,557 --> 01:28:39,557
เราอยากให้แค่เพื่อนดู แต่บางส่วน

1330
01:28:39,558 --> 01:28:43,558
ที่มีประโยชน์เราก็ตั้งเป็นแบบ Public ไว้

1331
01:28:43,559 --> 01:28:47,559
Security ตัวเองนั่นล่ะ

1332
01:28:47,560 --> 01:28:51,560
Internet เป็นเครือข่ายเแบบ Public WAN

1333
01:28:51,561 --> 01:28:55,561
นะคะ ใคร ๆ ก็ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

1334
01:28:55,562 --> 01:28:59,562
ทำอะไร แล้วแต่เลยค่ะ

1335
01:28:59,563 --> 01:29:03,563
เพื่อนตอบให้แล้วนะคะ TCP/IP

1336
01:29:03,564 --> 01:29:07,564
ถ้าใครตอบข้อสอบข้อนี้ผิดครูจะหัก 2 เท่า เพราะครู

1337
01:29:07,565 --> 01:29:11,565
พูดครั้งที่ 5 แล้ว เรื่องของ Potocol หลัก

1338
01:29:11,566 --> 01:29:15,566
ได้แหล่งข้อมูลหรือยัง

1339
01:29:15,569 --> 01:29:19,569
Wikipedia เชื่อถือได้ไหม

1340
01:29:19,570 --> 01:29:23,570

1341
01:29:23,571 --> 01:29:27,571
เดี๋ยวค่อยเฉลย

1342
01:29:27,572 --> 01:29:31,572
เราใช้อินเทอร์เน็ตทำอะไร

1343
01:29:31,573 --> 01:29:35,573
ดูหนัง ฟังเพลง ส่งเมล ค้นข้อมูลนะ

1344
01:29:35,575 --> 01:29:39,575

1345
01:29:39,581 --> 01:29:43,581
นอกจากเครือข่ายที่กล่าวมา ยังมี

1346
01:29:43,583 --> 01:29:47,583
การสื่อสารข้อมูลอีกเยอะนะคะ เช่น

1347
01:29:47,583 --> 01:29:51,583
การใช้ GPS การ Wifi Hot Spot

1348
01:29:51,584 --> 01:29:55,584
Bluetooth ตัวไหนไม่รู้จักไม่มีเลย

1349
01:29:55,585 --> 01:29:59,585
GPS ใช้ทำอะไรคะ

1350
01:29:59,587 --> 01:30:03,587
ระบุตำแหน่ง แล้วก็นำทางนะคะ

1351
01:30:03,602 --> 01:30:07,602
แล้วก็นำทางนะคะ

1352
01:30:07,606 --> 01:30:11,606
ลักษณะของการทำงานของ Global Positioning นี่นะคะ

1353
01:30:11,607 --> 01:30:15,607
GPS มันจะระบุ ละติจูด

1354
01:30:15,608 --> 01:30:19,608
น่ะ ระบุตำแหน่งมาอยู่ตรงไหนนะคะ

1355
01:30:19,609 --> 01:30:23,609
ของแผนที่น่ะ เราอยู่ตรงไหนนะคะ

1356
01:30:23,610 --> 01:30:27,610
ส่วนตัวนี้นะคะ ใช้กับอุปกรณ์ แต่เราไม่ค่อยใช้

1357
01:30:27,611 --> 01:30:31,611
มันใช้กับอุปกรณ์ไร้สายที่

1358
01:30:31,611 --> 01:30:35,611
ความเร็วต่ำ

1359
01:30:35,612 --> 01:30:39,612
ตัวที่เรานิยมใช้กัน จะเป็ฯ WiFi นะคะ

1360
01:30:39,613 --> 01:30:43,613
เพราะมันส่งสัญญาณที่คลื่นความถี่

1361
01:30:43,615 --> 01:30:47,615
สูงนะคะ ก็เลยนิยมใช้ แล้วก็มีแบบ Hot spot

1362
01:30:47,618 --> 01:30:51,618
Hot spot Hot spot ตัวนี้

1363
01:30:51,619 --> 01:30:55,619
ตัวหลักนะ ไม่ใช้การเปิด Hot spot มือถือเรา

1364
01:30:55,620 --> 01:30:59,620
ไปให้เพื่อนนะ ก็คืออย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า

1365
01:30:59,622 --> 01:31:03,622
เขามีการปล่อย Hot spot ให้กับลูกค้าเขา

1366
01:31:03,624 --> 01:31:07,624
เป็นอนิทอร์เน็ต

1367
01:31:07,625 --> 01:31:11,625
ที่เป็นความเร็วสูงนะคะ

1368
01:31:11,626 --> 01:31:15,626
นะคะ ของ LAN LAN ที่เป็นแบบไร้สายนะคะ

1369
01:31:15,627 --> 01:31:19,627
ยังมี Bluetooth นะคะ Bluetooth

1370
01:31:19,627 --> 01:31:23,627
กับอินฟาเรดเหมือนกันไหม ต่างกันอย่างรไรเอ

1371
01:31:23,629 --> 01:31:27,629
ต่างกันอย่างไรเอ่ย

1372
01:31:27,630 --> 01:31:31,630
ตัวไหนส่งได้ไกลกว่า

1373
01:31:31,633 --> 01:31:35,633
rared ส่งได้ไ

1374
01:31:35,634 --> 01:31:39,634
ใกล้ ๆ อุปกรณ์ ไม่เกิน

1375
01:31:39,635 --> 01:31:43,635
ไม่เกิน 4-5 เมตร อุปกรณ์

1376
01:31:43,636 --> 01:31:47,636
ตัวส่งรับสัญญาณมาตรงกันถึงจะส่ง Bluetooth

1377
01:31:47,638 --> 01:31:51,638
หรือยอู่ระยะใกล้ ๆ กันน่ะ ไม่มีสิ่งกีดขวาง

1378
01:31:51,640 --> 01:31:55,640
โอ.เค. สรุปแล้ว

1379
01:31:55,641 --> 01:31:59,641
สรุปแล้ว สรุปก่อน ก่อนที่แบ่งกลุ่ม

1380
01:31:59,642 --> 01:32:03,642
อันนี้เป็นงานนะคะ เป็นงานกลุ่ม

1381
01:32:03,643 --> 01:32:07,643
สรุปแล้ว ber optic cable

1382
01:32:07,644 --> 01:32:11,644
กิโลฯ ถามเป็นกิโลเมตร

1383
01:32:11,650 --> 01:32:15,650

1384
01:32:15,651 --> 01:32:19,651
ถูกหรือเปล่า จักรพันธ์

1385
01:32:19,653 --> 01:32:23,653
ยอมแพ้ไม่เอาแล้วหรือคะแนน

1386
01:32:23,655 --> 01:32:27,655
ไม่มีการถกเถียงเรื่องคะแนนแล้ว

1387
01:32:27,657 --> 01:32:31,657
โอ.เค.

1388
01:32:31,659 --> 01:32:35,659
บอกรหัสมาค่ะ 113

1389
01:32:35,660 --> 01:32:39,660
ปรเมตร ใกล้เคียง

1390
01:32:39,661 --> 01:32:43,661
จริง ๆ แล้วถาแบบ

1391
01:32:43,661 --> 01:32:47,661
เดินสายใต้ท้องทะเลไปแบบ... ไม่มีการ

1392
01:32:47,662 --> 01:32:51,662
คือ ลักษณะของ Fiber optic มันไม่มีตัว...

1393
01:32:51,664 --> 01:32:55,664
เขาเรียกอะไร ตัวทวนสัญญาณนะคะ

1394
01:32:55,665 --> 01:32:59,665
เพราะว่าสัญญาณมันส่งตรง

1395
01:32:59,666 --> 01:33:03,666
เมื่อก่อน ตอนเริ่มต้นนี่ มันส่งสูงสุดได้ 2,000 กม.

1396
01:33:03,667 --> 01:33:07,667
เมื่อก่อนหมายถึงตอนที่เขายังไม่ได้ปรับปรุงสัญญาณ

1397
01:33:07,668 --> 01:33:11,668
ให้มันทันสมัยแบทุกวันนี้

1398
01:33:11,669 --> 01:33:15,669
ประมาณนี้ไม่เกิน 15,000

1399
01:33:15,675 --> 01:33:19,675
อันนี้คือจุดที่เขาส่ง คือ ลอดท่อ

1400
01:33:19,678 --> 01:33:23,678
ใต้ทะเลน่ะนะคะ ประมาณไม่เกิน

1401
01:33:23,678 --> 01:33:27,678
15,000 กิโลฯ

1402
01:33:27,681 --> 01:33:31,681
เขาจะใช้กรณีที่

1403
01:33:31,683 --> 01:33:35,683

1404
01:33:35,684 --> 01:33:39,684

1405
01:33:43,688 --> 01:33:46,812
ความเสี่ยงโอกาศที่สายจะขคาืดอ มเัขนาจะเยอระอด นะคะ

1406
01:33:47,689 --> 01:33:51,689
ตัว Fiber Optic นี่เขาก็จะป

1407
01:33:51,691 --> 01:33:55,691
นะคะ แต่ถ้าเกิดบนพื้น ภาคพื้นดินนี่จะไม่เดินไกล

1408
01:33:55,693 --> 01:33:59,693
ขนาดนั้นนะคะ โอ.เค. คราวนี้

1409
01:33:59,695 --> 01:34:03,695
หัวข้อสุดท้ายนะคะ ก็คือฮาร์ดแวร์ของ

1410
01:34:03,696 --> 01:34:07,696
ฮาร์ดแวร์ของเครือข่าย เอาอุปกรณ์พื้นฐาน แต่ถ้านักศึกษา

1411
01:34:07,697 --> 01:34:11,697
เราอยากได้อุปกรณ์ที่มันแอดวานซ์

1412
01:34:11,697 --> 01:34:15,697
ตัวนี้ครูใ้หทำเป็นงานกลุ่ม

1413
01:34:15,698 --> 01:34:19,698
อุปกรณ์ตัวนี้เราก็ไปอยู่กลุ่มนี้ ครูขอตัวแทน

1414
01:34:19,699 --> 01:34:23,699
กลุ่ม ตัวหลักก่อนนะ

1415
01:34:23,700 --> 01:34:27,700

1416
01:34:27,701 --> 01:34:31,701
กลุ่มละกี่คนก็ได้

1417
01:34:31,705 --> 01:34:35,705
อันนี้ไม่ได้ตอบกวนนะ

1418
01:34:35,706 --> 01:34:39,706
ต้อง 2 คน 3 คน 4 คน

1419
01:34:39,707 --> 01:34:43,707
ที่จะนำเสนออุปกรณ์ตัวนี้ ถ้ามีคนเสนอมาก็ไปอยู่กับเพื

1420
01:34:43,708 --> 01:34:47,708
ตัวนี้มาเราก็ไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้

1421
01:34:47,710 --> 01:34:51,710
5 คะแนน หัวข้อ ก็คือฮาร์ดแวร์

1422
01:34:51,710 --> 01:34:55,710
เอาฮาร์ดแวร์นะ

1423
01:34:55,712 --> 01:34:59,712
ฮาร์ดแวร์ของ

1424
01:34:59,713 --> 01:35:03,713
เครือข่ายค่ะ กลุ่มแรก กลุ่มที่ 1 เอกา

1425
01:35:03,715 --> 01:35:07,715
กลุ่มแรก กลุ่มที่ 1 เอาอุปกรณ์อะไรดี

1426
01:35:07,716 --> 01:35:11,716
นอกเหนือจากนี้ก็ได้ เอา

1427
01:35:11,717 --> 01:35:15,717
เอาอะไรก็ได้ เอารหัสมาก่อนค่ะ

1428
01:35:15,718 --> 01:35:19,718
ครูจะตั้งเป็นตัวหลักของกลุ่มไว้ก่อน กลุ่มที่ 1

1429
01:35:19,720 --> 01:35:23,720
อยากทำเรื่องอะไรเอ่ย

1430
01:35:23,721 --> 01:35:27,721
Router Router เป็น

1431
01:35:27,723 --> 01:35:31,723
เป็นกลุ่มไหนเอ่ย

1432
01:35:31,724 --> 01:35:35,724
ปรเมตรนะ ถามหัวหน้ากลุ่มไว้ก่อน เดี๋ยวสมาชอก

1433
01:35:35,724 --> 01:35:39,724
ไปหา

1434
01:35:39,727 --> 01:35:43,727
กลุ่มที่ 2 เอาอุปกรณ์ไหนดี Modem

1435
01:35:43,729 --> 01:35:47,729
Modem อัษฎาวุฑ

1436
01:35:47,730 --> 01:35:51,730
รหัส 207

1437
01:35:51,731 --> 01:35:55,731
กลุ่มที่ 3 ค่ะ

1438
01:35:55,732 --> 01:35:59,732
เอาในนี้

1439
01:35:59,734 --> 01:36:03,734
หรือนอกเหนือจากนี้ก็ได้ แต่ขอเป็น

1440
01:36:03,735 --> 01:36:07,735
ตอนนี้มี Router

1441
01:36:07,737 --> 01:36:11,737
นะคะ เป็นกลุ่มปรเมตร Modem

1442
01:36:11,738 --> 01:36:15,738
นะคะ เป็นกลุ่มอ

1443
01:36:15,739 --> 01:36:19,739
ัฎฎาวุฒน์

1444
01:36:19,740 --> 01:36:23,740

1445
01:36:23,741 --> 01:36:27,741

1446
01:36:27,742 --> 01:36:31,742
มันคนละอย่างค่ะ เป็นอุปกรณ์เครือข่าย

1447
01:36:31,744 --> 01:36:35,744
แต่เป็นคนละ คือ หน้าที่ต่างกันน่ะ เดี๋ยวเราจะได้รู้

1448
01:36:35,745 --> 01:36:39,745
เดี๋ยวเราจะได้รู้ว่าอุปกรณ์แต่ละตัวคืออะไร

1449
01:36:39,746 --> 01:36:43,746
No อุปกรณ์เครือข่ายค่ะ

1450
01:36:43,748 --> 01:36:47,748

1451
01:36:47,749 --> 01:36:51,749
เสนอมา

1452
01:36:51,750 --> 01:36:55,750
มีแค่ 2 กลุ่มนี้หรือ ทั้งห้อง

1453
01:36:55,751 --> 01:36:59,751

1454
01:36:59,753 --> 01:37:03,753
อุปกรณ์เครือข่าย

1455
01:37:03,754 --> 01:37:07,754

1456
01:37:07,755 --> 01:37:11,755

1457
01:37:11,757 --> 01:37:15,757
อุปกรณ์

1458
01:37:15,761 --> 01:37:19,761

1459
01:37:19,762 --> 01:37:23,762

1460
01:37:23,765 --> 01:37:27,765
Half

1461
01:37:27,767 --> 01:37:31,767
รหัส 02 นี่ 102 นะ

1462
01:37:31,768 --> 01:37:35,768
ใช่แล้ว Hub 102

1463
01:37:35,769 --> 01:37:39,769
ค่ะ ต่อไป

1464
01:37:39,770 --> 01:37:43,770
Access Point

1465
01:37:43,771 --> 01:37:47,771
กรพจน์นะ 1

1466
01:37:47,772 --> 01:37:51,772
04 ค่ะ

1467
01:37:51,773 --> 01:37:55,773
หมดหรือยัง

1468
01:37:55,774 --> 01:37:59,774
Wireless Card ด้วยค่ะ

1469
01:37:59,777 --> 01:38:03,777
Hub นี่ทำ Switch ด้วยนะจักรพันธ์

1470
01:38:03,778 --> 01:38:07,778
เพราะว่าหลักการทำงานมัน

1471
01:38:07,780 --> 01:38:11,780
ต่างกันไม่เยอะนะคะ ถ้าพูดแล้วก็พูด Switch ไปด้วยเลย

1472
01:38:11,782 --> 01:38:15,782
บอกข้อแตกต่างของมันได้เลย

1473
01:38:15,783 --> 01:38:19,783
หมดหรือยังคะตัวแทน ตัวแทน

1474
01:38:19,785 --> 01:38:23,785
กลุ่ม ได้ 4 กลุ่มเอง มีอีกไหมเอ่ย

1475
01:38:23,787 --> 01:38:27,787

1476
01:38:27,788 --> 01:38:31,788
เอาอีกสักกลุ่มไหม

1477
01:38:31,790 --> 01:38:35,790
พอแล้วหรือ

1478
01:38:35,792 --> 01:38:39,792
4 กลุ่มก็ 4 กลุ่ม ส่วนใคร

1479
01:38:39,793 --> 01:38:43,793
จะอยู่กลุ่มไหน เราก็ไปแบ่งกันเองนะ

1480
01:38:43,794 --> 01:38:47,794
ในสไลด์ขอข้อมูลว่าอยู่กลุ่ม

1481
01:38:47,795 --> 01:38:51,795
ว่าอยู่กลุ่มไหนนะคะ ตัวนี้ไม่ต้องส่งเป็นเล่ม แต่ครูขอ

1482
01:38:51,796 --> 01:38:55,796
เป็นสไลด์สำหรับนำเสนอนะคะ

1483
01:38:55,797 --> 01:38:59,797
เงื่อนไขคือให้นักศึกษากลุ่ม

1484
01:38:59,799 --> 01:39:03,799
1 กลุ่ม ต่อ 1 อุปกรณ์ นะคะ นำเสนอวันที่ 5 เมษายน

1485
01:39:03,800 --> 01:39:07,800
พอเรานำเสนอเสร็จ หรือครูอาจจะสอนอีกบทหนึ่ง

1486
01:39:07,802 --> 01:39:11,802
จริยธรรม วันนี้นจะเป็นวันสุดท้ายที่เรา

1487
01:39:11,805 --> 01:39:15,805
เรียนนะคะ ก็คือกิจกรรมมี 2 กิจกรรม

1488
01:39:15,807 --> 01:39:19,807
คือ ครูสอนอีก 1 บท กับนักศึกษาเสนองานกลุ่ม

1489
01:39:19,808 --> 01:39:23,808
นะคะ แล้วสัปดาห์ถัดไปหรือวันไหนก็แล้วแต่ที่นัดกัน

1490
01:39:23,809 --> 01:39:27,809
ในส่วนของภาคทฤษฎีนะคะ สิ่งที่

1491
01:39:27,810 --> 01:39:31,810
ต้องทำก็คือสไลด์นำเสนอ

1492
01:39:31,811 --> 01:39:35,811
ไม่ได้จำกัดว่ามีกี่สไลด์ แต่ต้องมี

1493
01:39:35,812 --> 01:39:39,812
ความหมาย หน้าที่ของอุปกรณ์

1494
01:39:39,813 --> 01:39:43,813
ตัวนั้นใช้ทำอะไร เอารูปมาให้เพื่อนดูด้วย

1495
01:39:43,814 --> 01:39:47,814
หน้าตาเป็นแบบนี้ Switch เป็นแบบนี้

1496
01:39:47,818 --> 01:39:51,818
ทำงานเป็นอย่างไรนะคะ Access Point เป็นอย่างไร

1497
01:39:51,819 --> 01:39:55,819
มีความสำคัญอย่างไรในเครือข่าย ทำสไลด์มา

1498
01:39:55,821 --> 01:39:59,821
นะคะ สมาชิกแต่ละกลุ่มมีกี่คนก็ได้

1499
01:39:59,822 --> 01:40:03,822
แล้วแต่ความสนใจจะไปอยู่กับใคร ครูจะไปจด

1500
01:40:03,827 --> 01:40:07,827
จะไปจดตอนนี้ หน้าแรกจะมีสมาชิกนะ

1501
01:40:07,829 --> 01:40:11,829
เราจะนำเสนออันนี้ ประกอบด้ยสมาชิกกี่คน ทุกคนต้องออกมา

1502
01:40:11,830 --> 01:40:15,830
นำเสนอนะ จะได้รู้ว่ามีใครบ้าง แล้วก็แบ่ง

1503
01:40:15,831 --> 01:40:19,831
หน้าที่กัน ใครจะนำเสนอบ้างแล้วแต่คน

1504
01:40:19,833 --> 01:40:23,833
ไปบริการจัดการเอาเอง

1505
01:40:23,835 --> 01:40:27,835
จะนำเสนอ 2 คน 3 คน 4 คน ก็แล้วแต่ แต่ต้องซ้อม

1506
01:40:27,837 --> 01:40:31,837
มานะ ถ้าส่งตัวแทนทุกคนต้องยอมรับ

1507
01:40:31,839 --> 01:40:35,839
ว่าสมมตว่ามันเต็

1508
01:40:35,840 --> 01:40:39,840
ถ้าตัวแทนนำเสนอไม่ดี ทั้งกลุ่มจะได้ 2 คะแนน เท่ากัน

1509
01:40:39,841 --> 01:40:43,841
แต่ถ้าเกิดทุกคนในกลุ่มออกมา Present นะคะ

1510
01:40:43,841 --> 01:40:47,841
ทีนี้เพราะครูจะให้คะแนนนำเสนอด้วย

1511
01:40:47,843 --> 01:40:51,843
มัณฑณาได้ 5 อีกคนไม่ได้เตรียมตัวมาเลย

1512
01:40:51,845 --> 01:40:55,845
อาจจะได้ 3 อันนี้คือกรณีที่แต่คน

1513
01:40:55,845 --> 01:40:59,845
ออกมาพูด ครูก็จะให้คะแนนแล้วแต่

1514
01:40:59,847 --> 01:41:03,847
การบริหาจัดการในกลุ่มน่ะค่ะ แต่ถ้าฝากชีวิต

1515
01:41:03,847 --> 01:41:07,847
ไว้กับเพื่อน พูดเลยอย่างนี้ค่ะ เพื่อนก็ไม่รู้ว่าเตรียมตัวมาไหม

1516
01:41:07,849 --> 01:41:11,849
มาไหม เพื่อนออกมาพูด ครูประเมินแล้ว ถาม

1517
01:41:11,853 --> 01:41:15,853
ก็ตอบไม่ได้อีกนะคะ ให้ 1.5 กลุ่มนั้นก็ได้ 1.5 เท่ากันนะคะ

1518
01:41:15,854 --> 01:41:19,854
โอ.เค. ไหม เพราะฉะนั้น ก็คิดดี ๆ ว่า

1519
01:41:19,855 --> 01:41:23,855
เราจะฝากชีวิตไว้กับคนอื่น

1520
01:41:23,856 --> 01:41:27,856
ต้องมีการเตรียมตัวมา

1521
01:41:27,859 --> 01:41:31,859
อ่านจากสไลด์ให้น้อยที่สุด ให้ออกมา

1522
01:41:31,860 --> 01:41:35,860
เล่าให้ฟัง เอาหัวข้อและประเด็นสำคัญ

1523
01:41:35,862 --> 01:41:39,862
มาแล้วก็เล่าไปให้น่าสนใจ

1524
01:41:39,864 --> 01:41:43,864
ไม่ใช่เพื่อนหาวนอน แล้วบางคนก็หลับไปแล้ว

1525
01:41:43,866 --> 01:41:47,866
ตอนที่เรานำเสนอ แปลว่ามันไม่น่าสนใจนะ โอ.เค.

1526
01:41:47,868 --> 01:41:51,868
เรามีเวลาให้ทำสัปดาห์หน้า เราจะไปเจอกันที่สป

1527
01:41:51,867 --> 01:41:55,867
ครูจะไปเช็กชื่อท่นู่น

1528
01:41:55,868 --> 01:41:59,868
ครูจะเช็กชื่อตั้งแต่ 08.00-08.30 น.

1529
01:41:59,869 --> 01:42:03,869
ไปก่อนนั่งไหนดี

1530
01:42:03,871 --> 01:42:07,871
ก็จะมีสิทธิ์เลือก

1531
01:42:07,872 --> 01:42:11,872
อาจจะได้นั่งพื้นนะ เก้าอี้เต็ม

1532
01:42:11,872 --> 01:42:15,872
มีสิทธิ์เลือกที่นั่งก่อน

1533
01:42:15,874 --> 01:42:19,874
ชอบนั่งตรงไหนก็เลือกไปนะคะ แต่งาน

1534
01:42:19,874 --> 01:42:23,874
ก็ต้องเสร็จนะ ส่งสไลด์วันไหนดี

1535
01:42:23,878 --> 01:42:27,878
สไลด์นำเสนอนี่ค่ะ

1536
01:42:27,880 --> 01:42:31,880
นี่ค่ะ เรานำเสนอวันที่ 5

1537
01:42:31,883 --> 01:42:35,883
สไลด์ส่ง 31 ทันไหมคะ เสร็จไหม

1538
01:42:35,885 --> 01:42:39,885
ครูก็ว่าน่าจะเสร็จ เพราะว่าถ้านานกว่านั้น

1539
01:42:39,887 --> 01:42:43,887
เราก็ไม่ทำหรอก

1540
01:42:43,891 --> 01:42:47,891
ทำเลย ทำเหมือนแบบฝึกหัดนี่ค่ะ สั่งปุ๊บทำเลย

1541
01:42:47,896 --> 01:42:51,896
กลับไปทำวันนี้เลยอย่างนี้ค่ะ แล้วก็เสร็จ ไม่ได้จำกัดว่ากลุ่มหนึ่งมีกี่สไลด์

1542
01:42:51,898 --> 01:42:55,898
จะดูที่เนื้อหาที่เราพูดนะคะ

1543
01:42:55,900 --> 01:42:59,900
อย่ามีแต่ข้อความเต็มไปหมดเพื่อนก็อ่านเองได้

1544
01:42:59,900 --> 01:43:03,900
นะคะ มีรูปแล้วก็หัวข้อสำคัญ

1545
01:43:03,906 --> 01:43:07,906
นะคะ แล้วก็ชี้ให้เห็นน่ะ ครูอยากได้รูป

1546
01:43:07,908 --> 01:43:11,908
ที่เป็นองค์รวมที่เป็นของเครือข่าย ทุกกลุ่ม

1547
01:43:11,909 --> 01:43:15,909
ต้องมีรูปอย่างนี้ องค์รวมของเครือข่าย

1548
01:43:15,912 --> 01:43:19,912
มันอยู่จุดไหนค่ะ เพื่อนจะได้นึกออก ถูกไหมคะ

1549
01:43:19,914 --> 01:43:23,914
เช่น เครือข่ายมันเป็นแบบนี้ แล้วมันมีอุปกรณ์ 1, 2, 3, 4,

1550
01:43:23,915 --> 01:43:27,915
5 ในนี้ของเรานี่อยู่ตรงไหน ในการ

1551
01:43:27,916 --> 01:43:31,916
เชื่อมต่อเครือข่าย แต่ละกลุ่มอาจจะไม่เหมือนกัน

1552
01:43:31,917 --> 01:43:35,917
1 ห้อง บางกลุ่มอาจจะเป็น 1 ตึก ที่มี

1553
01:43:35,918 --> 01:43:39,918
เซิร์ฟเวอร์อยู่ตรงนี้ ที่มี Client อยู่

1554
01:43:39,919 --> 01:43:43,919
ตรงนี้อย่างนี้ค่ะ แล้วแต่เราดีไซน์มา

1555
01:43:43,921 --> 01:43:47,921
เรา Design มา โ

1556
01:43:47,922 --> 01:43:51,922
Router มันอยู่ตรงนี้นี่เอง

1557
01:43:51,924 --> 01:43:55,924
นะ โอ.เค. บทนี้ไม่มี

1558
01:43:55,926 --> 01:43:59,926
แบบฝึกหัด จำได้ว่านักศึกษาทำแบบฝึกหัดครบ 5 บทแล้ว

1559
01:43:59,927 --> 01:44:03,927

1560
01:44:03,928 --> 01:44:07,928
มันมี 5 บท แล้ว ไม่ใช่หรือ

1561
01:44:07,930 --> 01:44:11,930
วันนี้เป็นบทที่ 6 แต่ครูไม่ได้ส่งแบบฝึกหัด

1562
01:44:11,933 --> 01:44:15,933
เพราะว่าแบบฝึกหัดครูให้ทำงานไง

1563
01:44:15,935 --> 01:44:19,935
ครูให้ทำงานไง งานกลุ่มไง เราก็ได้กำไร

1564
01:44:19,936 --> 01:44:23,936
สินะ ใช่ค่ะ สไลด์

1565
01:44:23,945 --> 01:44:27,945
มันอยู่ข้างหลัง แต่ครูไม่ได้พูดไปถึงสไลด์นั้น

1566
01:44:27,946 --> 01:44:31,946
แล้วแต่เรามันเป็นการทบทวน

1567
01:44:31,947 --> 01:44:35,947
ความรู้นะคะ แต่ไม่ได้ให้คะแนนบท

1568
01:44:35,948 --> 01:44:39,948
ครูให้คะแนน 5 บทนี่ค่ะ 2 คะแนน

1569
01:44:39,949 --> 01:44:43,949
หรือใครคิดว่าไม่มั่นใจว่าที่ผ่านมาได้ไม่เต็ม

1570
01:44:43,950 --> 01:44:47,950
ทำบทนี้เผื่อไว้ดีกว่าเอา

1571
01:44:47,951 --> 01:44:51,951
เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ ครูจะได้ดูความตั้งใจว่า

1572
01:44:51,953 --> 01:44:55,953
กรพจน์ทำมาได้ 7 กรพจน์ทำบทที่ 6 ด้วย

1573
01:44:55,965 --> 01:44:59,965
ก็จะเป็น 9 สมมติ อย่างนี้ค่ะ

1574
01:44:59,967 --> 01:45:03,967
เพราะว่ามันคือการทบทวน

1575
01:45:03,968 --> 01:45:07,968
นะคะ ถ้าเราทำก็ทำค่ะ ก็จะให้คะแนน

1576
01:45:07,969 --> 01:45:11,969
ก็ทำ ก็จะให้คะแนน แต่ไม่ได้บังคับว่าให้ทำนะ

1577
01:45:11,970 --> 01:45:15,970
แต่ถ้าเกิดทำครูก็จะดูความตั้งใจว่า

1578
01:45:15,971 --> 01:45:19,971
ค้นหาการส่งสัญญาณ Fiber

1579
01:45:19,972 --> 01:45:23,972
และให้คะแนนความตั้งใจไปแบบนั้น โอ

1580
01:45:23,974 --> 01:45:27,974
เอาแบบนั้นนะคะ โอ.เค. วันนี้มีคำถามไหยเอ่ย

1581
01:45:27,975 --> 01:45:31,975
ทำไมเรียนมาไม่เคยมีคำถาม

1582
01:45:31,976 --> 01:45:35,959
ถามหน่อยสิ

1583
01:45:35,977 --> 01:45:39,977
จะเจอคำถามตอนที่ห้ขข้

1584
01:45:39,978 --> 01:45:43,978
ตอนนี้เห็นข้อสอบนะทีนี้ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่า

1585
01:45:43,979 --> 01:45:47,979
เรา... จริง ๆ ความตั้งใจครู คือ สอบแยก

1586
01:45:47,979 --> 01:45:51,979
รายวิชานี้เราจะสอบรวมกันค่ะ อาจจะเป็นห้องโถง

1587
01:45:51,981 --> 01:45:55,981
ใหญ่เลยหรือสอบแยกเฉพาะ Sec เรา เพราะข้ออาบเรา

1588
01:45:55,982 --> 01:45:59,982
เพราะว่าข้อสอบมันเป็นแบบ...

1589
01:45:59,982 --> 01:46:03,982
สอบรวมกันกับทุกเอก

1590
01:46:03,984 --> 01:46:07,984
ที่เรียน

1591
01:46:07,985 --> 01:46:11,985
ดีไหม

1592
01:46:11,987 --> 01:46:15,987
เป็นคนมีอคติ

1593
01:46:15,988 --> 01:46:19,988
โอ.เค. ค่ะ อย่างนั้นวันนี้

1594
01:46:19,989 --> 01:46:23,989
ขอบคุณครูล่ามนะคะ

1595
01:46:23,990 --> 01:46:27,990
สวัสดีค่ะ

1596
01:46:27,993 --> 01:46:31,993

1597
01:46:31,994 --> 01:46:35,994

1598
01:46:35,998 --> 01:46:39,998

1599
01:46:40,000 --> 01:46:44,000

1600
01:46:44,002 --> 01:46:48,002

1601
01:46:48,004 --> 01:46:52,004

1602
01:46:52,005 --> 01:46:56,005

1603
01:46:56,007 --> 01:46:59,012

1604
01:47:00,009 --> 01:47:00,010

1605
01:47:04,010 --> 01:47:04,011


