﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,011 --> 00:00:08,011

3
00:00:08,013 --> 00:00:12,013

4
00:00:12,017 --> 00:00:16,017

5
00:00:16,019 --> 00:00:20,019

6
00:00:20,021 --> 00:00:24,021

7
00:00:24,024 --> 00:00:28,024

8
00:00:28,027 --> 00:00:32,027

9
00:00:32,030 --> 00:00:36,030
(อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

10
00:00:36,032 --> 00:00:40,032
วิดีโอด้วยนะคะ

11
00:00:40,033 --> 00:00:44,033
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

12
00:00:44,034 --> 00:00:48,034
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

13
00:00:48,036 --> 00:00:52,036

14
00:00:52,037 --> 00:00:56,037
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

15
00:00:56,038 --> 00:01:00,038
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

16
00:01:00,039 --> 00:01:04,039

17
00:01:04,040 --> 00:01:08,040
โอ.เค. 14 คน

18
00:01:08,041 --> 00:01:12,041
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

19
00:01:12,042 --> 00:01:16,042

20
00:01:16,043 --> 00:01:20,043
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

21
00:01:20,044 --> 00:01:24,044

22
00:01:24,045 --> 00:01:28,045

23
00:01:28,046 --> 00:01:32,046
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

24
00:01:32,048 --> 00:01:36,048
ใครเคยเขียนโปรแกรม

25
00:01:36,049 --> 00:01:40,049
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

26
00:01:40,051 --> 00:01:44,051
เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

27
00:01:44,052 --> 00:01:48,052
ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

28
00:01:48,054 --> 00:01:52,054
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

29
00:01:52,054 --> 00:01:56,054
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

30
00:01:56,055 --> 00:02:00,055
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

31
00:02:00,057 --> 00:02:04,057
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

32
00:02:04,058 --> 00:02:08,058
ยังไม่เคย

33
00:02:08,062 --> 00:02:12,062

34
00:02:12,064 --> 00:02:16,064
เดชาพล พิมพ์

35
00:02:16,065 --> 00:02:20,065
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

36
00:02:20,066 --> 00:02:24,066
(นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

37
00:02:24,068 --> 00:02:28,068
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

38
00:02:28,069 --> 00:02:32,069
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

39
00:02:32,073 --> 00:02:36,073
(อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

40
00:02:36,074 --> 00:02:40,074
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

41
00:02:40,075 --> 00:02:44,075
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

42
00:02:44,076 --> 00:02:48,076
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

43
00:02:48,078 --> 00:02:52,078
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

44
00:02:52,083 --> 00:02:56,083
(อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

45
00:02:56,085 --> 00:03:00,085
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

46
00:03:00,086 --> 00:03:04,086
(อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

47
00:03:04,090 --> 00:03:08,090
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

48
00:03:08,091 --> 00:03:12,091
กศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

49
00:03:12,092 --> 00:03:16,092
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

50
00:03:16,094 --> 00:03:20,094
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

51
00:03:20,096 --> 00:03:24,096
เดิมหรือ

52
00:03:24,098 --> 00:03:28,098
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

53
00:03:28,102 --> 00:03:32,102
กุ๊กได้ยินไหมคะ

54
00:03:32,103 --> 00:03:36,103
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

55
00:03:36,104 --> 00:03:40,104
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

56
00:03:40,107 --> 00:03:44,107
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

57
00:03:44,108 --> 00:03:48,108
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

58
00:03:48,109 --> 00:03:52,109
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

59
00:03:52,110 --> 00:03:56,110
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

60
00:03:56,111 --> 00:04:00,111
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

61
00:04:00,112 --> 00:04:04,112

62
00:04:04,114 --> 00:04:08,114
ไม่เคย

63
00:04:08,115 --> 00:04:12,115
คนอื่นหายไปไหนหมด

64
00:04:12,117 --> 00:04:16,117
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

65
00:04:16,118 --> 00:04:20,118

66
00:04:20,119 --> 00:04:24,119

67
00:04:24,121 --> 00:04:28,121

68
00:04:28,122 --> 00:04:32,122

69
00:04:32,124 --> 00:04:36,124
ตอนนี้

70
00:04:36,126 --> 00:04:40,126
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

71
00:04:40,129 --> 00:04:44,129
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

72
00:04:44,131 --> 00:04:48,131
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

73
00:04:48,132 --> 00:04:52,132
(อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

74
00:04:52,133 --> 00:04:56,133
เมื่อวานที่

75
00:04:56,135 --> 00:05:00,135
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

76
00:05:00,136 --> 00:05:04,136
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

77
00:05:04,137 --> 00:05:08,137
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

78
00:05:08,138 --> 00:05:12,138
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

79
00:05:12,139 --> 00:05:16,139
(อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

80
00:05:16,141 --> 00:05:20,141
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

81
00:05:20,142 --> 00:05:24,142
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

82
00:05:24,143 --> 00:05:28,143
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

83
00:05:28,145 --> 00:05:32,145
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

84
00:05:32,147 --> 00:05:36,147

85
00:05:36,148 --> 00:05:40,148

86
00:05:40,149 --> 00:05:44,149

87
00:05:44,152 --> 00:05:48,152
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

88
00:05:48,154 --> 00:05:52,154
Notebook ครับ (อาจารย์)

89
00:05:52,155 --> 00:05:56,155
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

90
00:05:56,156 --> 00:06:00,156
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

91
00:06:00,156 --> 00:06:04,156
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

92
00:06:04,157 --> 00:06:08,157

93
00:06:08,159 --> 00:06:12,159
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

94
00:06:12,162 --> 00:06:16,162
มี 1, 2, 3, 4, 5

95
00:06:16,163 --> 00:06:20,163
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

96
00:06:20,164 --> 00:06:24,164
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

97
00:06:24,165 --> 00:06:28,165
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

98
00:06:28,166 --> 00:06:32,166
(ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)

99
00:06:32,170 --> 00:06:36,170
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

100
00:06:36,171 --> 00:06:40,171

101
00:06:40,175 --> 00:06:44,175
(อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

102
00:06:44,176 --> 00:06:48,176
โอ.เค.

103
00:06:48,177 --> 00:06:52,177
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

104
00:06:52,179 --> 00:06:56,179
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)

105
00:06:56,181 --> 00:07:00,181
มีไหมลูก

106
00:07:00,183 --> 00:07:04,183

107
00:07:04,184 --> 00:07:08,184
มีนะครับ โอ.เค.

108
00:07:08,185 --> 00:07:12,185

109
00:07:12,190 --> 00:07:16,190
รออีกสัก

110
00:07:16,191 --> 00:07:20,191
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

111
00:07:20,193 --> 00:07:24,193
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

112
00:07:24,194 --> 00:07:28,194
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

113
00:07:28,195 --> 00:07:32,195
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

114
00:07:32,195 --> 00:07:36,195
เด็กหูยังไม่เข้ามา

115
00:07:36,201 --> 00:07:40,201
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

116
00:07:40,202 --> 00:07:44,202
(อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

117
00:07:44,206 --> 00:07:48,206
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

118
00:07:48,207 --> 00:07:52,207
(อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

119
00:07:52,209 --> 00:07:56,209
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

120
00:07:56,211 --> 00:08:00,211
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

121
00:08:00,214 --> 00:08:04,214
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

122
00:08:04,215 --> 00:08:08,215
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

123
00:08:08,216 --> 00:08:12,216
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

124
00:08:12,217 --> 00:08:16,217
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

125
00:08:16,218 --> 00:08:20,218
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

126
00:08:20,220 --> 00:08:24,220
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

127
00:08:24,221 --> 00:08:28,221
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

128
00:08:28,222 --> 00:08:32,222
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

129
00:08:32,223 --> 00:08:36,223
น่าจะติดปัญหาอันนี้

130
00:08:36,224 --> 00:08:40,224
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

131
00:08:40,227 --> 00:08:44,227
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

132
00:08:44,228 --> 00:08:48,228
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

133
00:08:48,231 --> 00:08:52,231
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

134
00:08:52,232 --> 00:08:56,232
เรียนด้วยหรือคะอาจารย์

135
00:08:56,233 --> 00:09:00,233
ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

136
00:09:00,234 --> 00:09:04,234
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

137
00:09:04,238 --> 00:09:08,238
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

138
00:09:08,239 --> 00:09:12,239
หมายเด็กเรียนรวมกัน

139
00:09:12,241 --> 00:09:16,241
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

140
00:09:16,241 --> 00:09:20,241

141
00:09:20,243 --> 00:09:24,243

142
00:09:24,244 --> 00:09:28,244

143
00:09:28,245 --> 00:09:32,245

144
00:09:32,248 --> 00:09:36,248

145
00:09:36,249 --> 00:09:40,249
มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

146
00:09:40,254 --> 00:09:44,254
มิ้นเปิดจอ

147
00:09:44,256 --> 00:09:48,256

148
00:09:48,257 --> 00:09:52,257

149
00:09:52,258 --> 00:09:56,258

150
00:09:56,263 --> 00:10:00,263

151
00:10:00,264 --> 00:10:04,264

152
00:10:04,266 --> 00:10:08,266

153
00:10:08,267 --> 00:10:12,267

154
00:10:12,269 --> 00:10:16,269

155
00:10:16,271 --> 00:10:20,271

156
00:10:20,273 --> 00:10:24,273

157
00:10:24,276 --> 00:10:28,276

158
00:10:28,276 --> 00:10:32,276

159
00:10:32,278 --> 00:10:36,278

160
00:10:36,282 --> 00:10:40,282

161
00:10:40,283 --> 00:10:44,283

162
00:10:44,284 --> 00:10:48,284
เขียน Flash

163
00:10:48,287 --> 00:10:52,287
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

164
00:10:52,289 --> 00:10:56,289

165
00:10:56,290 --> 00:11:00,290
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

166
00:11:00,291 --> 00:11:04,291
วันนี้นะ เธอบอก...

167
00:11:04,293 --> 00:11:08,293
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

168
00:11:08,294 --> 00:11:12,294
เจ้าแฝด

169
00:11:12,295 --> 00:11:16,295

170
00:11:16,297 --> 00:11:20,297
นั่นนะสิ

171
00:11:20,298 --> 00:11:24,298

172
00:11:24,299 --> 00:11:28,299

173
00:11:28,302 --> 00:11:32,302

174
00:11:32,303 --> 00:11:36,303

175
00:11:36,307 --> 00:11:40,307

176
00:11:40,308 --> 00:11:44,308

177
00:11:44,310 --> 00:11:48,310

178
00:11:48,311 --> 00:11:52,311

179
00:11:52,314 --> 00:11:56,314
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

180
00:11:56,316 --> 00:12:00,316

181
00:12:00,317 --> 00:12:04,317

182
00:12:04,319 --> 00:12:08,319

183
00:12:08,321 --> 00:12:12,321

184
00:12:12,323 --> 00:12:16,323

185
00:12:16,324 --> 00:12:20,324

186
00:12:20,325 --> 00:12:24,325
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

187
00:12:24,327 --> 00:12:28,327

188
00:12:28,328 --> 00:12:32,328
สวัสดีจ้ะ

189
00:12:32,329 --> 00:12:36,329

190
00:12:36,330 --> 00:12:40,330
มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

191
00:12:40,331 --> 00:12:44,331
แฝดมาสาย

192
00:12:44,332 --> 00:12:48,332
ทำอะไรอยู่

193
00:12:48,332 --> 00:12:52,332

194
00:12:52,334 --> 00:12:56,334
(ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

195
00:12:56,335 --> 00:13:00,335
แล้วนอนตื่นสายเด้อ

196
00:13:00,336 --> 00:13:04,336
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

197
00:13:04,337 --> 00:13:08,337
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

198
00:13:08,338 --> 00:13:12,338

199
00:13:12,338 --> 00:13:16,338

200
00:13:16,338 --> 00:13:20,338
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

201
00:13:20,340 --> 00:13:24,340
ก็เลยตื่นสาย

202
00:13:24,341 --> 00:13:28,341

203
00:13:28,341 --> 00:13:32,341
ครับ ใช่ครับ

204
00:13:32,344 --> 00:13:36,344
สะโลสะเลมาก

205
00:13:36,346 --> 00:13:40,346

206
00:13:40,347 --> 00:13:44,347
โหลงเหลงมากวันนี้

207
00:13:44,349 --> 00:13:48,349
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

208
00:13:48,350 --> 00:13:52,350
ตอนนี้มีเด็กตา

209
00:13:52,351 --> 00:13:56,351
เด็กปกติ

210
00:13:56,352 --> 00:14:00,352

211
00:14:00,353 --> 00:14:04,353

212
00:14:04,356 --> 00:14:08,356

213
00:14:08,359 --> 00:14:12,359

214
00:14:12,360 --> 00:14:16,360

215
00:14:16,362 --> 00:14:20,362

216
00:14:20,363 --> 00:14:24,363

217
00:14:24,365 --> 00:14:28,365

218
00:14:28,366 --> 00:14:32,366

219
00:14:32,370 --> 00:14:36,370

220
00:14:36,372 --> 00:14:40,372
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

221
00:14:40,374 --> 00:14:44,374
จันทกานต์

222
00:14:44,375 --> 00:14:48,375
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

223
00:14:48,377 --> 00:14:52,377
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

224
00:14:52,379 --> 00:14:56,379

225
00:14:56,379 --> 00:15:00,379
งั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

226
00:15:00,381 --> 00:15:04,381
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

227
00:15:04,385 --> 00:15:08,385

228
00:15:08,386 --> 00:15:12,386
เคยเรียนไหม

229
00:15:12,388 --> 00:15:16,388
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

230
00:15:16,389 --> 00:15:20,389
ตอบได้ไหม

231
00:15:20,390 --> 00:15:24,390

232
00:15:24,390 --> 00:15:28,390

233
00:15:28,393 --> 00:15:32,393
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

234
00:15:32,395 --> 00:15:36,395
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

235
00:15:36,396 --> 00:15:40,396
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

236
00:15:40,400 --> 00:15:44,400
เออ

237
00:15:44,401 --> 00:15:48,401

238
00:15:48,402 --> 00:15:52,402
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

239
00:15:52,403 --> 00:15:56,403
(อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

240
00:15:56,403 --> 00:16:00,403

241
00:16:00,404 --> 00:16:04,404

242
00:16:04,405 --> 00:16:08,405

243
00:16:08,406 --> 00:16:12,406
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

244
00:16:12,407 --> 00:16:16,407
วิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ

245
00:16:16,407 --> 00:16:20,407

246
00:16:20,409 --> 00:16:24,409
(อาจารย์) ภากร

247
00:16:24,409 --> 00:16:28,409
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

248
00:16:28,411 --> 00:16:32,411
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

249
00:16:32,412 --> 00:16:36,412
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

250
00:16:36,413 --> 00:16:40,413
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

251
00:16:40,414 --> 00:16:44,414
(อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียน

252
00:16:44,415 --> 00:16:48,415

253
00:16:48,416 --> 00:16:52,416
ภากรณ์

254
00:16:52,417 --> 00:16:56,417

255
00:16:56,421 --> 00:17:00,421
หูตึง ใช่ ๆ

256
00:17:00,423 --> 00:17:04,423
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

257
00:17:04,424 --> 00:17:08,424
โปรแกรม ทำเองมีไหม

258
00:17:08,425 --> 00:17:12,425
(อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือ

259
00:17:12,427 --> 00:17:16,427
ได้ยินหรือเปล่า

260
00:17:16,428 --> 00:17:20,428
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

261
00:17:20,429 --> 00:17:24,429
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

262
00:17:24,430 --> 00:17:28,430
(อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือ

263
00:17:28,431 --> 00:17:32,431
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

264
00:17:32,432 --> 00:17:36,432
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)

265
00:17:36,434 --> 00:17:40,434
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

266
00:17:40,435 --> 00:17:44,435
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

267
00:17:44,436 --> 00:17:48,436
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

268
00:17:48,437 --> 00:17:52,437
โจ้ รู้เปล่า

269
00:17:52,446 --> 00:17:56,446
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

270
00:17:56,447 --> 00:18:00,447
อธิบายว่าชื่อพี่

271
00:18:00,448 --> 00:18:04,448
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

272
00:18:04,450 --> 00:18:08,450
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)

273
00:18:08,451 --> 00:18:12,451
อ่านปากได้

274
00:18:12,453 --> 00:18:16,453

275
00:18:16,454 --> 00:18:20,454
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

276
00:18:20,455 --> 00:18:24,455
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

277
00:18:24,477 --> 00:18:28,477
(อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางที

278
00:18:28,479 --> 00:18:32,479
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

279
00:18:32,479 --> 00:18:36,479
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

280
00:18:36,480 --> 00:18:40,480
พูดไว้เลย

281
00:18:40,481 --> 00:18:44,481
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

282
00:18:44,483 --> 00:18:48,483
แฝดมาแล้ว

283
00:18:48,484 --> 00:18:52,484
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

284
00:18:52,485 --> 00:18:56,485
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

285
00:18:56,487 --> 00:19:00,487

286
00:19:00,489 --> 00:19:04,489

287
00:19:04,491 --> 00:19:08,491
(อาจารย์) ไอ้นี่

288
00:19:08,492 --> 00:19:12,492
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะ

289
00:19:12,493 --> 00:19:16,493
อบ ๆ

290
00:19:16,495 --> 00:19:20,495
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

291
00:19:20,497 --> 00:19:24,497

292
00:19:24,498 --> 00:19:28,498

293
00:19:28,499 --> 00:19:32,499
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

294
00:19:32,500 --> 00:19:36,500
เงียบ...

295
00:19:36,501 --> 00:19:40,501
แล้วก็เจ้ามิ้น

296
00:19:40,503 --> 00:19:44,503

297
00:19:44,504 --> 00:19:48,504

298
00:19:48,506 --> 00:19:52,506
(ล่าม) แฝด ๆ

299
00:19:52,511 --> 00:19:56,511
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

300
00:19:56,512 --> 00:20:00,512
ธัญญาลักษณ์

301
00:20:00,514 --> 00:20:04,514
ธัญรัตน์

302
00:20:04,516 --> 00:20:08,516
(อาจารย์) เชอรี่หรือ

303
00:20:08,518 --> 00:20:12,518
ชื่อ

304
00:20:12,519 --> 00:20:16,519
ชื่อภาษามือ

305
00:20:16,520 --> 00:20:20,520
ใช่ไหม

306
00:20:20,526 --> 00:20:24,526
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)

307
00:20:24,527 --> 00:20:28,527
ใช่ไหม

308
00:20:28,527 --> 00:20:32,527
เออ ถามเขาหน่อย ว่า

309
00:20:32,528 --> 00:20:36,528
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

310
00:20:36,529 --> 00:20:40,529
(อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

311
00:20:40,530 --> 00:20:44,530
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

312
00:20:44,531 --> 00:20:48,531
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

313
00:20:48,533 --> 00:20:52,533

314
00:20:52,534 --> 00:20:56,534
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

315
00:20:56,538 --> 00:21:00,538
ชื่ออบใช่ไหม

316
00:21:00,539 --> 00:21:04,539

317
00:21:04,539 --> 00:21:08,539

318
00:21:08,541 --> 00:21:12,541

319
00:21:12,542 --> 00:21:16,542
ธัญ...

320
00:21:16,543 --> 00:21:20,543
ธัญญลักษณ์

321
00:21:20,545 --> 00:21:24,545
ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

322
00:21:24,547 --> 00:21:28,547
กัญรัตน

323
00:21:28,548 --> 00:21:32,548
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

324
00:21:32,548 --> 00:21:36,548
ลองจันทร์กานต์

325
00:21:36,550 --> 00:21:40,550
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

326
00:21:40,551 --> 00:21:44,551
เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหม

327
00:21:44,552 --> 00:21:48,552
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

328
00:21:48,554 --> 00:21:52,554
(อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่า

329
00:21:52,555 --> 00:21:56,555
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

330
00:21:56,559 --> 00:22:00,559
ภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลย

331
00:22:00,565 --> 00:22:04,565
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

332
00:22:04,566 --> 00:22:08,566
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

333
00:22:08,568 --> 00:22:12,568
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

334
00:22:12,569 --> 00:22:16,569
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

335
00:22:16,570 --> 00:22:20,570
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

336
00:22:20,572 --> 00:22:24,572
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

337
00:22:24,575 --> 00:22:28,575
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

338
00:22:28,576 --> 00:22:32,576
เตือน ๆ กล้องเปิด

339
00:22:32,577 --> 00:22:36,577
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

340
00:22:36,578 --> 00:22:40,578
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)

341
00:22:40,579 --> 00:22:44,579
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

342
00:22:44,581 --> 00:22:48,581
แต่ละคน

343
00:22:48,582 --> 00:22:52,582
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

344
00:22:52,583 --> 00:22:56,583

345
00:22:56,585 --> 00:23:00,585
เปิดกล้อง

346
00:23:00,591 --> 00:23:04,591
(ล่าม) จันทร์กา

347
00:23:04,593 --> 00:23:08,593
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

348
00:23:08,594 --> 00:23:12,594
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

349
00:23:12,596 --> 00:23:16,596
เสื้อภาษามือ

350
00:23:16,597 --> 00:23:20,597
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

351
00:23:20,598 --> 00:23:24,598
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

352
00:23:24,599 --> 00:23:28,599

353
00:23:28,600 --> 00:23:32,600
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

354
00:23:32,601 --> 00:23:36,601
(อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่า

355
00:23:36,602 --> 00:23:40,602
ไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

356
00:23:40,603 --> 00:23:44,603
หูหนวก

357
00:23:44,604 --> 00:23:48,604
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

358
00:23:48,605 --> 00:23:52,605
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

359
00:23:52,606 --> 00:23:56,606
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

360
00:23:56,607 --> 00:24:00,607
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

361
00:24:00,608 --> 00:24:04,608
ชื่อภาษามือไหน

362
00:24:04,609 --> 00:24:08,609

363
00:24:08,609 --> 00:24:12,609
ใช่ ๆ ชื่อไหน

364
00:24:12,610 --> 00:24:16,610
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

365
00:24:16,611 --> 00:24:20,611
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

366
00:24:20,612 --> 00:24:24,612
เคยเรียนภาษา

367
00:24:24,613 --> 00:24:28,613
ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

368
00:24:28,614 --> 00:24:32,614
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

369
00:24:32,615 --> 00:24:36,615
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

370
00:24:36,616 --> 00:24:40,616
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

371
00:24:40,617 --> 00:24:44,617
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

372
00:24:44,618 --> 00:24:48,618
พร้อมจะเรียนหรือยัง

373
00:24:48,618 --> 00:24:52,618
พร้อมไหม ๆ

374
00:24:52,620 --> 00:24:56,620
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

375
00:24:56,623 --> 00:25:00,623
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

376
00:25:00,624 --> 00:25:04,624
เปิดวิดีโอตลอดนะ

377
00:25:04,625 --> 00:25:08,625
เพราะว่าภาพคะแนนให้ มี

378
00:25:08,626 --> 00:25:12,626

379
00:25:12,630 --> 00:25:16,630

380
00:25:16,631 --> 00:25:20,631

381
00:25:20,633 --> 00:25:24,633
ขอโทษ ๆ

382
00:25:24,636 --> 00:25:28,636
เห็นหน้าจออยู่นะ

383
00:25:28,638 --> 00:25:32,638
วิชาของเราก็คือ

384
00:25:32,638 --> 00:25:36,638
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

385
00:25:36,639 --> 00:25:40,639
คอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่ม

386
00:25:40,640 --> 00:25:44,640
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

387
00:25:44,649 --> 00:25:48,649
หลักการก็คือ

388
00:25:48,650 --> 00:25:52,650
เป็นความรู้เบื้องต้น

389
00:25:52,651 --> 00:25:56,651
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

390
00:25:56,653 --> 00:26:00,653
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

391
00:26:00,653 --> 00:26:04,653
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

392
00:26:04,654 --> 00:26:08,654
นะคะ

393
00:26:08,655 --> 00:26:12,655
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

394
00:26:12,656 --> 00:26:16,656
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

395
00:26:16,661 --> 00:26:20,661
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

396
00:26:20,662 --> 00:26:24,662
มีวิธีการทำงาน

397
00:26:24,663 --> 00:26:28,663
เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงาน

398
00:26:28,664 --> 00:26:32,664
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

399
00:26:32,665 --> 00:26:36,665
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

400
00:26:36,665 --> 00:26:40,665
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

401
00:26:40,666 --> 00:26:44,666
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

402
00:26:44,667 --> 00:26:48,667
3 อย่าง อย่างแรก คือ

403
00:26:48,668 --> 00:26:52,668
ต้องมี Input หรือการ

404
00:26:52,668 --> 00:26:56,668
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

405
00:26:56,670 --> 00:27:00,670
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

406
00:27:00,671 --> 00:27:04,671
เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

407
00:27:04,672 --> 00:27:08,672
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

408
00:27:08,673 --> 00:27:12,673
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

409
00:27:12,675 --> 00:27:16,675
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

410
00:27:16,676 --> 00:27:20,676
Process แล้วก็แสดงผล

411
00:27:20,676 --> 00:27:24,676
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

412
00:27:24,676 --> 00:27:28,676
มี Process แล้วก็ Output

413
00:27:28,677 --> 00:27:32,677
มันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงง

414
00:27:32,679 --> 00:27:36,679
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

415
00:27:36,680 --> 00:27:40,680
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

416
00:27:40,681 --> 00:27:44,681
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

417
00:27:44,682 --> 00:27:48,682
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

418
00:27:48,685 --> 00:27:52,685
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

419
00:27:52,686 --> 00:27:56,686
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

420
00:27:56,687 --> 00:28:00,687
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

421
00:28:00,688 --> 00:28:04,688
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไป

422
00:28:04,689 --> 00:28:08,689
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

423
00:28:08,690 --> 00:28:12,690
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

424
00:28:12,691 --> 00:28:16,691
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

425
00:28:16,692 --> 00:28:20,692
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

426
00:28:20,693 --> 00:28:24,693
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

427
00:28:24,694 --> 00:28:28,694
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

428
00:28:28,694 --> 00:28:32,694
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

429
00:28:32,696 --> 00:28:36,696
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

430
00:28:36,698 --> 00:28:40,698
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

431
00:28:40,700 --> 00:28:44,700
แสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

432
00:28:44,701 --> 00:28:48,701
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

433
00:28:48,702 --> 00:28:52,702
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเรา

434
00:28:52,703 --> 00:28:56,703
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

435
00:28:56,705 --> 00:29:00,705
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

436
00:29:00,706 --> 00:29:04,706
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

437
00:29:04,707 --> 00:29:08,707
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

438
00:29:08,708 --> 00:29:12,708
นั้นนะคะ

439
00:29:12,709 --> 00:29:16,709
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

440
00:29:16,712 --> 00:29:20,712
คอมพิวเตอร์นะคะ

441
00:29:20,713 --> 00:29:24,713
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

442
00:29:24,714 --> 00:29:28,714
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

443
00:29:28,715 --> 00:29:32,715
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

444
00:29:32,716 --> 00:29:36,716
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

445
00:29:36,716 --> 00:29:40,716
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

446
00:29:40,717 --> 00:29:44,717
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

447
00:29:44,718 --> 00:29:48,718
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

448
00:29:48,720 --> 00:29:52,720
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

449
00:29:52,722 --> 00:29:56,722
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

450
00:29:56,722 --> 00:30:00,722
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

451
00:30:00,723 --> 00:30:04,723
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

452
00:30:04,724 --> 00:30:08,724
Input Unit

453
00:30:08,725 --> 00:30:12,725
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

454
00:30:12,725 --> 00:30:16,725
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

455
00:30:16,726 --> 00:30:20,726
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

456
00:30:20,728 --> 00:30:24,728
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

457
00:30:24,730 --> 00:30:28,730
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

458
00:30:28,731 --> 00:30:32,731
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

459
00:30:32,734 --> 00:30:36,734
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

460
00:30:36,735 --> 00:30:40,735
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

461
00:30:40,736 --> 00:30:44,736
นะคะ

462
00:30:44,737 --> 00:30:48,737
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

463
00:30:48,737 --> 00:30:52,737
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

464
00:30:52,739 --> 00:30:56,739
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

465
00:30:56,740 --> 00:31:00,740
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

466
00:31:00,741 --> 00:31:04,741
CPU หรือ Cental

467
00:31:04,742 --> 00:31:08,742
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

468
00:31:08,743 --> 00:31:12,743
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำ

469
00:31:12,744 --> 00:31:16,744
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

470
00:31:16,745 --> 00:31:20,745
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

471
00:31:20,746 --> 00:31:24,746
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

472
00:31:24,746 --> 00:31:28,746
มันจะมาผ่าน CPU

473
00:31:28,748 --> 00:31:32,748
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

474
00:31:32,750 --> 00:31:36,750
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

475
00:31:36,750 --> 00:31:40,750
นะคะ ตัวนี้

476
00:31:40,751 --> 00:31:44,751
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

477
00:31:44,752 --> 00:31:48,752
นะคะ เมื่อทำการ

478
00:31:48,753 --> 00:31:52,753
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

479
00:31:52,754 --> 00:31:56,754
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

480
00:31:56,755 --> 00:32:00,755
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ

481
00:32:00,756 --> 00:32:04,756
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

482
00:32:04,758 --> 00:32:08,758
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

483
00:32:08,759 --> 00:32:12,759
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

484
00:32:12,761 --> 00:32:16,761
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

485
00:32:16,763 --> 00:32:20,763
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

486
00:32:20,764 --> 00:32:24,764
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

487
00:32:24,765 --> 00:32:28,765
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

488
00:32:28,766 --> 00:32:32,766
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

489
00:32:32,767 --> 00:32:36,767
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

490
00:32:36,772 --> 00:32:40,772
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

491
00:32:40,774 --> 00:32:44,774
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

492
00:32:44,775 --> 00:32:48,775
Handy Drive

493
00:32:48,777 --> 00:32:52,777
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

494
00:32:52,778 --> 00:32:56,778
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

495
00:32:56,779 --> 00:33:00,779
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

496
00:33:00,780 --> 00:33:04,780
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

497
00:33:04,780 --> 00:33:08,780
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

498
00:33:08,781 --> 00:33:12,781
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

499
00:33:12,781 --> 00:33:16,781
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

500
00:33:16,782 --> 00:33:20,782
นะคะ

501
00:33:20,783 --> 00:33:24,783
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

502
00:33:24,784 --> 00:33:28,784
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

503
00:33:28,785 --> 00:33:32,785
อย่างไร

504
00:33:32,789 --> 00:33:36,789
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

505
00:33:36,790 --> 00:33:40,790
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

506
00:33:40,793 --> 00:33:44,793
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา

507
00:33:44,795 --> 00:33:48,795
หู จมูก

508
00:33:48,796 --> 00:33:52,796
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

509
00:33:52,797 --> 00:33:56,797
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

510
00:33:56,798 --> 00:34:00,798
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

511
00:34:00,800 --> 00:34:04,800
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

512
00:34:04,801 --> 00:34:08,801
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

513
00:34:08,803 --> 00:34:12,803
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

514
00:34:12,804 --> 00:34:16,804
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

515
00:34:16,805 --> 00:34:20,805
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

516
00:34:20,807 --> 00:34:24,807
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

517
00:34:24,809 --> 00:34:28,809
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

518
00:34:28,813 --> 00:34:32,813
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

519
00:34:32,814 --> 00:34:36,814
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

520
00:34:36,815 --> 00:34:40,815
กลิ่นหอมนะคะ

521
00:34:40,816 --> 00:34:44,816
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

522
00:34:44,818 --> 00:34:48,818
มันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆ

523
00:34:48,819 --> 00:34:52,819
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

524
00:34:52,820 --> 00:34:56,820
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

525
00:34:56,821 --> 00:35:00,821
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

526
00:35:00,822 --> 00:35:04,822
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

527
00:35:04,823 --> 00:35:08,823
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

528
00:35:08,825 --> 00:35:12,825
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

529
00:35:12,826 --> 00:35:16,826
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และ

530
00:35:16,827 --> 00:35:20,827
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

531
00:35:20,829 --> 00:35:24,829
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

532
00:35:24,830 --> 00:35:28,830
เผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

533
00:35:28,835 --> 00:35:32,835
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

534
00:35:32,838 --> 00:35:36,838
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

535
00:35:36,839 --> 00:35:40,839
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

536
00:35:40,840 --> 00:35:44,840
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

537
00:35:44,842 --> 00:35:48,842
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

538
00:35:48,843 --> 00:35:52,843
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้

539
00:35:52,844 --> 00:35:56,844
สายตา ส่วนเด็กตา

540
00:35:56,845 --> 00:36:00,845
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

541
00:36:00,846 --> 00:36:04,846
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

542
00:36:04,847 --> 00:36:08,847
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

543
00:36:08,848 --> 00:36:12,848
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

544
00:36:12,849 --> 00:36:16,849
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

545
00:36:16,850 --> 00:36:20,850
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

546
00:36:20,851 --> 00:36:24,851
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนร

547
00:36:24,851 --> 00:36:28,851
ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

548
00:36:28,853 --> 00:36:32,853
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

549
00:36:32,854 --> 00:36:36,854
ไปเที่ยวอย่างนี้

550
00:36:36,859 --> 00:36:40,859
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

551
00:36:40,863 --> 00:36:44,863
ได้ยินด้วย

552
00:36:44,865 --> 00:36:48,865
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

553
00:36:48,866 --> 00:36:52,866
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

554
00:36:52,869 --> 00:36:56,869
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

555
00:36:56,870 --> 00:37:00,870
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

556
00:37:00,871 --> 00:37:04,871
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

557
00:37:04,871 --> 00:37:08,871
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

558
00:37:08,874 --> 00:37:12,874
เรามาดูการประมวลผล

559
00:37:12,876 --> 00:37:16,876
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

560
00:37:16,879 --> 00:37:20,879
อย่างไรนะคะ

561
00:37:20,880 --> 00:37:24,880
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

562
00:37:24,881 --> 00:37:28,881
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

563
00:37:28,884 --> 00:37:32,884
แยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วน

564
00:37:32,885 --> 00:37:36,885
ของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

565
00:37:36,892 --> 00:37:40,892
นะคะ การประมวลผลในการ

566
00:37:40,895 --> 00:37:44,895
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

567
00:37:44,896 --> 00:37:48,896
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

568
00:37:48,898 --> 00:37:52,898
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

569
00:37:52,899 --> 00:37:56,899
นั่นก็คือความรู้

570
00:37:56,901 --> 00:38:00,901
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

571
00:38:00,902 --> 00:38:04,902
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้

572
00:38:04,903 --> 00:38:08,903
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

573
00:38:08,904 --> 00:38:12,904
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

574
00:38:12,905 --> 00:38:16,905
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูป

575
00:38:16,906 --> 00:38:20,906
เป็นความรู้ที่ได้จาก

576
00:38:20,907 --> 00:38:24,907
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

577
00:38:24,908 --> 00:38:28,908
การดูการฟัง การกิน

578
00:38:28,909 --> 00:38:32,909
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

579
00:38:32,910 --> 00:38:36,910
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

580
00:38:36,912 --> 00:38:40,912
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

581
00:38:40,914 --> 00:38:44,914
มันจะบันทึกอัตโนมัติสมอง

582
00:38:44,915 --> 00:38:48,915
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้

583
00:38:48,916 --> 00:38:52,916
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

584
00:38:52,917 --> 00:38:56,917
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

585
00:38:56,919 --> 00:39:00,919
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

586
00:39:00,920 --> 00:39:04,920
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

587
00:39:04,921 --> 00:39:08,921
ความจำที่ดีที่สุด

588
00:39:08,923 --> 00:39:12,923
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

589
00:39:12,924 --> 00:39:16,924
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

590
00:39:16,925 --> 00:39:20,925
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

591
00:39:20,927 --> 00:39:24,927
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

592
00:39:24,929 --> 00:39:28,929
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

593
00:39:28,930 --> 00:39:32,930
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

594
00:39:32,931 --> 00:39:36,931
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

595
00:39:36,932 --> 00:39:40,932
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

596
00:39:40,933 --> 00:39:44,933
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

597
00:39:44,934 --> 00:39:48,934
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

598
00:39:48,937 --> 00:39:52,937
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

599
00:39:52,938 --> 00:39:56,938
ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

600
00:39:56,939 --> 00:40:00,939
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

601
00:40:00,941 --> 00:40:04,941
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

602
00:40:04,942 --> 00:40:08,942
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

603
00:40:08,943 --> 00:40:12,943
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

604
00:40:12,945 --> 00:40:16,945
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัติ

605
00:40:16,947 --> 00:40:20,947
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

606
00:40:20,948 --> 00:40:24,948
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

607
00:40:24,949 --> 00:40:28,949
นะคะ เขียนโน้ต

608
00:40:28,950 --> 00:40:32,950
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

609
00:40:32,952 --> 00:40:36,952
1. หัดจดด้วย

610
00:40:36,953 --> 00:40:40,953
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

611
00:40:40,954 --> 00:40:44,954
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

612
00:40:44,955 --> 00:40:48,955
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

613
00:40:48,956 --> 00:40:52,956
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

614
00:40:52,957 --> 00:40:56,957
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

615
00:40:56,958 --> 00:41:00,958
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

616
00:41:00,960 --> 00:41:04,960
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

617
00:41:04,962 --> 00:41:08,962
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

618
00:41:08,963 --> 00:41:12,963
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

619
00:41:12,964 --> 00:41:16,964
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

620
00:41:16,965 --> 00:41:20,965
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

621
00:41:20,966 --> 00:41:24,966
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

622
00:41:24,967 --> 00:41:28,967
ไม่เข้าใจต้องถาม

623
00:41:28,968 --> 00:41:32,968
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

624
00:41:32,970 --> 00:41:36,970
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

625
00:41:36,973 --> 00:41:40,973
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

626
00:41:40,974 --> 00:41:44,974
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

627
00:41:44,975 --> 00:41:48,975
การประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

628
00:41:48,978 --> 00:41:52,978
ก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

629
00:41:52,980 --> 00:41:56,980
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

630
00:41:56,980 --> 00:42:00,980
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

631
00:42:00,984 --> 00:42:04,984
แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

632
00:42:04,986 --> 00:42:08,986
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

633
00:42:08,987 --> 00:42:12,987
1 ใช้การพูดออกมา

634
00:42:12,988 --> 00:42:16,988
เหมือนที่แม่ถามนะ

635
00:42:16,990 --> 00:42:20,990
ใคร...

636
00:42:20,991 --> 00:42:24,991
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

637
00:42:24,992 --> 00:42:28,992
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

638
00:42:28,996 --> 00:42:32,996
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

639
00:42:32,999 --> 00:42:36,999
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

640
00:42:37,001 --> 00:42:41,001
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

641
00:42:41,002 --> 00:42:45,002
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

642
00:42:45,004 --> 00:42:49,004
เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

643
00:42:49,005 --> 00:42:53,005
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

644
00:42:53,007 --> 00:42:57,007
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

645
00:42:57,008 --> 00:43:01,008
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

646
00:43:01,012 --> 00:43:05,012
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

647
00:43:05,013 --> 00:43:09,013
สมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

648
00:43:09,014 --> 00:43:13,014
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

649
00:43:13,015 --> 00:43:17,015
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

650
00:43:17,016 --> 00:43:21,016
ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

651
00:43:21,017 --> 00:43:25,017
ดูกันนะคะ ทุกคน

652
00:43:25,018 --> 00:43:29,018
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

653
00:43:29,018 --> 00:43:33,018

654
00:43:33,021 --> 00:43:37,021
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

655
00:43:37,029 --> 00:43:41,029
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

656
00:43:41,029 --> 00:43:45,029
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

657
00:43:45,030 --> 00:43:49,030
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

658
00:43:49,031 --> 00:43:53,031
ยังไม่ได้ทาน

659
00:43:53,034 --> 00:43:57,034
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

660
00:43:57,035 --> 00:44:01,035
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

661
00:44:01,037 --> 00:44:05,037
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

662
00:44:05,038 --> 00:44:09,038
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

663
00:44:09,040 --> 00:44:13,040
แซบบ่

664
00:44:13,041 --> 00:44:17,041
อร่อยไหม เดชาพล

665
00:44:17,043 --> 00:44:21,043
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:21,045 --> 00:44:25,045
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

667
00:44:25,047 --> 00:44:29,047
เดชาพลได้ยินไหมครับ

668
00:44:29,048 --> 00:44:33,048
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

669
00:44:33,049 --> 00:44:37,049
รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

670
00:44:37,050 --> 00:44:41,050
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

671
00:44:41,051 --> 00:44:45,051
รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ด

672
00:44:45,052 --> 00:44:49,052
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

673
00:44:49,055 --> 00:44:53,055
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

674
00:44:53,056 --> 00:44:57,056
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

675
00:44:57,057 --> 00:45:01,057
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

676
00:45:01,058 --> 00:45:05,058

677
00:45:05,059 --> 00:45:09,059
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

678
00:45:09,060 --> 00:45:13,060
(นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหาร

679
00:45:13,061 --> 00:45:17,061
อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

680
00:45:17,063 --> 00:45:21,063
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

681
00:45:21,064 --> 00:45:25,064
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

682
00:45:25,065 --> 00:45:29,065
(อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

683
00:45:29,066 --> 00:45:33,066
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

684
00:45:33,067 --> 00:45:37,067
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

685
00:45:37,068 --> 00:45:41,068
ความจำ สันติภาพ

686
00:45:41,068 --> 00:45:45,068
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

687
00:45:45,069 --> 00:45:49,069
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

688
00:45:49,070 --> 00:45:53,070
ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกง

689
00:45:53,071 --> 00:45:57,071
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

690
00:45:57,071 --> 00:46:01,071
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

691
00:46:01,074 --> 00:46:05,074
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

692
00:46:05,075 --> 00:46:09,075
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

693
00:46:09,078 --> 00:46:13,078
ใครพาไป หรือใครบอก

694
00:46:13,079 --> 00:46:17,079
(นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

695
00:46:17,079 --> 00:46:21,079
ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

696
00:46:21,080 --> 00:46:25,080
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)

697
00:46:25,082 --> 00:46:29,082
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

698
00:46:29,083 --> 00:46:33,083
(อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อ

699
00:46:33,085 --> 00:46:37,085
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

700
00:46:37,087 --> 00:46:41,087
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

701
00:46:41,091 --> 00:46:45,091
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

702
00:46:45,092 --> 00:46:49,092
ยังไม่ได้กิน นพกิต

703
00:46:49,093 --> 00:46:53,093
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

704
00:46:53,094 --> 00:46:57,094
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

705
00:46:57,095 --> 00:47:01,095
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอ

706
00:47:01,096 --> 00:47:05,096
ใครทำให้กิน

707
00:47:05,097 --> 00:47:09,097
อร่อยไหม อร่อยไหม

708
00:47:09,098 --> 00:47:13,098
อร่อย

709
00:47:13,099 --> 00:47:17,099

710
00:47:17,100 --> 00:47:21,100
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

711
00:47:21,102 --> 00:47:25,102
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

712
00:47:25,103 --> 00:47:29,103
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

713
00:47:29,105 --> 00:47:33,105
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

714
00:47:33,106 --> 00:47:37,106
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

715
00:47:37,109 --> 00:47:41,109
ก็ยังไม่ได้กิน

716
00:47:41,111 --> 00:47:45,111
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

717
00:47:45,112 --> 00:47:49,112
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49,114 --> 00:47:53,114

719
00:47:53,115 --> 00:47:57,115
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

720
00:47:57,117 --> 00:48:01,117
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

721
00:48:01,117 --> 00:48:05,117

722
00:48:05,119 --> 00:48:09,119

723
00:48:09,125 --> 00:48:13,125

724
00:48:13,128 --> 00:48:17,128

725
00:48:17,129 --> 00:48:21,129

726
00:48:21,130 --> 00:48:25,130
ตื่นสาย

727
00:48:25,134 --> 00:48:29,134
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

728
00:48:29,135 --> 00:48:33,135

729
00:48:33,136 --> 00:48:37,136
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

730
00:48:37,137 --> 00:48:41,137
กัญลัทธ

731
00:48:41,141 --> 00:48:45,141
อยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

732
00:48:45,142 --> 00:48:49,142
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

733
00:48:49,144 --> 00:48:53,144
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

734
00:48:53,145 --> 00:48:57,145
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

735
00:48:57,146 --> 00:49:01,146
มันดูอะไร

736
00:49:01,147 --> 00:49:05,147

737
00:49:05,148 --> 00:49:09,148
(ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

738
00:49:09,149 --> 00:49:13,149
ธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

739
00:49:13,150 --> 00:49:17,150
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

740
00:49:17,151 --> 00:49:21,151
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

741
00:49:21,152 --> 00:49:25,152
เห็นแต่วาริศา

742
00:49:25,154 --> 00:49:29,154
น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

743
00:49:29,156 --> 00:49:33,156
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

744
00:49:33,158 --> 00:49:37,158
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

745
00:49:37,160 --> 00:49:41,160
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

746
00:49:41,161 --> 00:49:45,161
โน๊ทบุคน่ะค่ะ

747
00:49:45,162 --> 00:49:49,162
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

748
00:49:49,163 --> 00:49:53,163
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

749
00:49:53,163 --> 00:49:57,163
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

750
00:49:57,176 --> 00:50:01,176
ตื่นสาย นอน

751
00:50:01,181 --> 00:50:05,181
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

752
00:50:05,182 --> 00:50:09,182

753
00:50:09,185 --> 00:50:13,185

754
00:50:13,186 --> 00:50:17,186
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

755
00:50:17,189 --> 00:50:21,189
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

756
00:50:21,190 --> 00:50:25,190
ยากเหมือนกัน

757
00:50:25,192 --> 00:50:29,192
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

758
00:50:29,193 --> 00:50:33,193
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

759
00:50:33,194 --> 00:50:37,194
เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

760
00:50:37,199 --> 00:50:41,199
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

761
00:50:41,200 --> 00:50:45,200
ค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

762
00:50:45,202 --> 00:50:49,202
ปิดกล้องอีก

763
00:50:49,203 --> 00:50:53,203
ภากร

764
00:50:53,205 --> 00:50:57,205
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

765
00:50:57,207 --> 00:51:01,207
ภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

766
00:51:01,208 --> 00:51:05,208
หายไปไหนแล้ว Hello

767
00:51:05,210 --> 00:51:09,210

768
00:51:09,211 --> 00:51:13,211
ภากรณ์หายไปแล้ว

769
00:51:13,212 --> 00:51:17,212
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

770
00:51:17,213 --> 00:51:21,213

771
00:51:21,214 --> 00:51:25,214
ไม่เป็นอะไรนะคะ

772
00:51:25,216 --> 00:51:29,216
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

773
00:51:29,219 --> 00:51:33,219

774
00:51:33,220 --> 00:51:37,220
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

775
00:51:37,222 --> 00:51:41,222
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

776
00:51:41,224 --> 00:51:45,224
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

777
00:51:45,226 --> 00:51:49,226
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

778
00:51:49,228 --> 00:51:53,228
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

779
00:51:53,230 --> 00:51:57,230
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

780
00:51:57,232 --> 00:52:01,232
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

781
00:52:01,233 --> 00:52:05,233
ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

782
00:52:05,234 --> 00:52:09,234
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

783
00:52:09,235 --> 00:52:13,235
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

784
00:52:13,236 --> 00:52:17,236
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

785
00:52:17,236 --> 00:52:21,236
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

786
00:52:21,238 --> 00:52:25,238
เขาก็จำ เขามีความรู้

787
00:52:25,239 --> 00:52:29,239
นั่นก็คือในส่วนของคน

788
00:52:29,240 --> 00:52:33,240
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

789
00:52:33,242 --> 00:52:37,242
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

790
00:52:37,247 --> 00:52:41,247
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

791
00:52:41,248 --> 00:52:45,248
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หู

792
00:52:45,250 --> 00:52:49,250
จมูก ปาก แล้วก็มือนะคะ

793
00:52:49,254 --> 00:52:53,254
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

794
00:52:53,257 --> 00:52:57,257
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

795
00:52:57,258 --> 00:53:01,258
อุปกรณ์ที่สำหรับ

796
00:53:01,260 --> 00:53:05,260
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

797
00:53:05,261 --> 00:53:09,261
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

798
00:53:09,263 --> 00:53:13,263
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

799
00:53:13,265 --> 00:53:17,265
ก็คือ CPU นั่นเองนคะ

800
00:53:17,269 --> 00:53:21,269
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

801
00:53:21,270 --> 00:53:25,270
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

802
00:53:25,271 --> 00:53:29,271
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

803
00:53:29,272 --> 00:53:33,272
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

804
00:53:33,273 --> 00:53:37,273
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

805
00:53:37,274 --> 00:53:41,274
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

806
00:53:41,276 --> 00:53:45,276
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

807
00:53:45,278 --> 00:53:49,278
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

808
00:53:49,279 --> 00:53:53,279
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

809
00:53:53,280 --> 00:53:57,280
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

810
00:53:57,283 --> 00:54:01,283
หรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

811
00:54:01,282 --> 00:54:05,282
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

812
00:54:05,291 --> 00:54:09,291
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

813
00:54:09,292 --> 00:54:13,292
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

814
00:54:13,293 --> 00:54:17,293
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

815
00:54:17,294 --> 00:54:21,294
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้

816
00:54:21,295 --> 00:54:25,295
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

817
00:54:25,296 --> 00:54:29,296
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

818
00:54:29,299 --> 00:54:33,299
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

819
00:54:33,302 --> 00:54:37,302
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

820
00:54:37,304 --> 00:54:41,304
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

821
00:54:41,305 --> 00:54:45,305
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

822
00:54:45,307 --> 00:54:49,307
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

823
00:54:49,308 --> 00:54:53,308
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

824
00:54:53,309 --> 00:54:57,309
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

825
00:54:57,311 --> 00:55:01,311
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

826
00:55:01,312 --> 00:55:05,312
หลักในการเขียนโปรแกรม

827
00:55:05,315 --> 00:55:09,315
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

828
00:55:09,317 --> 00:55:13,317
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

829
00:55:13,318 --> 00:55:17,318
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

830
00:55:17,324 --> 00:55:21,324
สั่งมาทำเลยไม่ได้

831
00:55:21,325 --> 00:55:25,325
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

832
00:55:25,326 --> 00:55:29,326
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

833
00:55:29,327 --> 00:55:33,327
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

834
00:55:33,329 --> 00:55:37,329
หรือ Tablat

835
00:55:37,331 --> 00:55:41,331
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

836
00:55:41,332 --> 00:55:45,332
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

837
00:55:45,334 --> 00:55:49,334
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

838
00:55:49,335 --> 00:55:53,335
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

839
00:55:53,344 --> 00:55:57,344
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

840
00:55:57,345 --> 00:56:01,345
การรับข้อมูล

841
00:56:01,346 --> 00:56:05,346
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

842
00:56:05,347 --> 00:56:09,347
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

843
00:56:09,348 --> 00:56:13,348
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

844
00:56:13,351 --> 00:56:17,351
มาดู ขั้นแรก วางแผน

845
00:56:17,355 --> 00:56:21,355
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

846
00:56:21,365 --> 00:56:25,365
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

847
00:56:25,365 --> 00:56:29,365
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

848
00:56:29,367 --> 00:56:33,367
แผนจะเกิดจากไหน

849
00:56:33,368 --> 00:56:37,368
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

850
00:56:37,370 --> 00:56:41,370
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

851
00:56:41,370 --> 00:56:45,370
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

852
00:56:45,372 --> 00:56:49,372
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

853
00:56:49,373 --> 00:56:53,373
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

854
00:56:53,374 --> 00:56:57,374
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

855
00:56:57,376 --> 00:57:01,376
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

856
00:57:01,377 --> 00:57:05,377
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

857
00:57:05,378 --> 00:57:09,378
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

858
00:57:09,381 --> 00:57:13,381
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

859
00:57:13,382 --> 00:57:17,382
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

860
00:57:17,384 --> 00:57:21,384
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

861
00:57:21,386 --> 00:57:25,386
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

862
00:57:25,387 --> 00:57:29,387
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

863
00:57:29,388 --> 00:57:33,388
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

864
00:57:33,390 --> 00:57:37,390
การพัฒนาโปรแกรมนี่

865
00:57:37,391 --> 00:57:41,391
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

866
00:57:41,392 --> 00:57:45,392
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

867
00:57:45,393 --> 00:57:49,393
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

868
00:57:49,393 --> 00:57:53,393
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

869
00:57:53,395 --> 00:57:57,395
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

870
00:57:57,396 --> 00:58:01,396
เราจะต้อง Coding

871
00:58:01,398 --> 00:58:05,398
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

872
00:58:05,399 --> 00:58:09,399
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

873
00:58:09,400 --> 00:58:13,400
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

874
00:58:13,402 --> 00:58:17,402
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

875
00:58:17,402 --> 00:58:21,402
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

876
00:58:21,404 --> 00:58:25,404
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

877
00:58:25,405 --> 00:58:29,405
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

878
00:58:29,406 --> 00:58:33,406
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

879
00:58:33,407 --> 00:58:37,407
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

880
00:58:37,408 --> 00:58:41,408
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

881
00:58:41,413 --> 00:58:45,413
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

882
00:58:45,416 --> 00:58:49,416
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃ

883
00:58:49,418 --> 00:58:53,418
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

884
00:58:53,419 --> 00:58:57,419
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

885
00:58:57,421 --> 00:59:01,421
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

886
00:59:01,424 --> 00:59:05,424
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

887
00:59:05,425 --> 00:59:09,425
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

888
00:59:09,426 --> 00:59:13,426
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

889
00:59:13,427 --> 00:59:17,427
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่น

890
00:59:17,428 --> 00:59:21,428
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

891
00:59:21,429 --> 00:59:25,429
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

892
00:59:25,430 --> 00:59:29,430
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

893
00:59:29,439 --> 00:59:33,439
บางทีทุกเดือนบางที

894
00:59:33,441 --> 00:59:37,441
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

895
00:59:37,442 --> 00:59:41,442
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

896
00:59:41,443 --> 00:59:45,443
มันจะมีการอัปเดตออกมา

897
00:59:45,444 --> 00:59:49,444
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

898
00:59:49,446 --> 00:59:53,446
ยิ่งขึ้นนะคะ

899
00:59:53,449 --> 00:59:57,449
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

900
00:59:57,450 --> 01:00:01,450
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

901
01:00:01,452 --> 01:00:05,452
ทีนี้ในส่วนของ

902
01:00:05,453 --> 01:00:09,453
การพัฒนาโปรแกรม

903
01:00:09,454 --> 01:00:13,454
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

904
01:00:13,456 --> 01:00:17,456
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

905
01:00:17,457 --> 01:00:21,457
ก็คือการวางแผนนะคะ

906
01:00:21,458 --> 01:00:25,458
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

907
01:00:25,459 --> 01:00:29,459
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

908
01:00:29,462 --> 01:00:33,462
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

909
01:00:33,463 --> 01:00:37,463
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

910
01:00:37,468 --> 01:00:41,468
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

911
01:00:41,469 --> 01:00:45,469
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

912
01:00:45,470 --> 01:00:49,470
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

913
01:00:49,471 --> 01:00:53,471
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

914
01:00:53,472 --> 01:00:57,472
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

915
01:00:57,473 --> 01:01:01,473
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

916
01:01:01,476 --> 01:01:05,476
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

917
01:01:05,478 --> 01:01:09,478
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

918
01:01:09,484 --> 01:01:13,484
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

919
01:01:13,486 --> 01:01:17,486
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

920
01:01:17,488 --> 01:01:21,488
ถึงได้บอกว่า เราจะ

921
01:01:21,490 --> 01:01:25,490
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

922
01:01:25,491 --> 01:01:29,491
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

923
01:01:29,494 --> 01:01:33,494
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

924
01:01:33,495 --> 01:01:37,495
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

925
01:01:37,498 --> 01:01:41,498
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

926
01:01:41,499 --> 01:01:45,499
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

927
01:01:45,499 --> 01:01:49,499
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

928
01:01:49,500 --> 01:01:53,500
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

929
01:01:53,503 --> 01:01:57,503
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

930
01:01:57,506 --> 01:02:01,506
ในการวางแผนนะคะ

931
01:02:01,507 --> 01:02:05,507
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

932
01:02:05,508 --> 01:02:09,508
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

933
01:02:09,512 --> 01:02:13,512
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

934
01:02:13,513 --> 01:02:17,513
สิ่งที่เราต้องการ Input

935
01:02:17,514 --> 01:02:21,514
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

936
01:02:21,518 --> 01:02:25,518
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

937
01:02:25,524 --> 01:02:29,524
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

938
01:02:29,525 --> 01:02:33,525
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

939
01:02:33,528 --> 01:02:37,528
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

940
01:02:37,529 --> 01:02:41,529
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

941
01:02:41,531 --> 01:02:45,531
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

942
01:02:45,532 --> 01:02:49,532

943
01:02:49,534 --> 01:02:53,534
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

944
01:02:53,535 --> 01:02:57,535
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

945
01:02:57,536 --> 01:03:01,536
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

946
01:03:01,537 --> 01:03:05,537
ออก Input Ex... catio

947
01:03:05,539 --> 01:03:09,539
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

948
01:03:09,540 --> 01:03:13,540
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

949
01:03:13,541 --> 01:03:17,541
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

950
01:03:17,546 --> 01:03:21,546
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

951
01:03:21,547 --> 01:03:25,547
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

952
01:03:25,548 --> 01:03:29,548
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

953
01:03:29,550 --> 01:03:33,550
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

954
01:03:33,551 --> 01:03:37,551
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

955
01:03:37,552 --> 01:03:41,552
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

956
01:03:41,553 --> 01:03:45,553
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

957
01:03:45,556 --> 01:03:49,556
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

958
01:03:49,556 --> 01:03:53,556
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

959
01:03:53,557 --> 01:03:57,557
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

960
01:03:57,558 --> 01:04:01,558
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

961
01:04:01,559 --> 01:04:05,559
เพราะฉะนั้น

962
01:04:05,560 --> 01:04:09,560
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

963
01:04:09,561 --> 01:04:13,561
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

964
01:04:13,563 --> 01:04:17,563
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

965
01:04:17,564 --> 01:04:21,564
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

966
01:04:21,565 --> 01:04:25,565
Output แล้วก็ Process

967
01:04:25,568 --> 01:04:29,568
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

968
01:04:29,576 --> 01:04:33,576
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

969
01:04:33,578 --> 01:04:37,578
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

970
01:04:37,579 --> 01:04:41,579
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

971
01:04:41,581 --> 01:04:45,581
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

972
01:04:45,582 --> 01:04:49,582
Process แล้วก็ Output ออกมา

973
01:04:49,583 --> 01:04:53,583
จะต้องดูจาก Input Output

974
01:04:53,584 --> 01:04:57,584
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

975
01:04:57,585 --> 01:05:01,585
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

976
01:05:01,587 --> 01:05:05,587
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

977
01:05:05,589 --> 01:05:09,589
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

978
01:05:09,590 --> 01:05:13,590
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

979
01:05:13,591 --> 01:05:17,591
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

980
01:05:17,592 --> 01:05:21,592
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

981
01:05:21,593 --> 01:05:25,593
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

982
01:05:25,594 --> 01:05:29,594
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

983
01:05:29,595 --> 01:05:33,595
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

984
01:05:33,596 --> 01:05:37,596
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

985
01:05:37,597 --> 01:05:41,597
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

986
01:05:41,598 --> 01:05:45,598
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

987
01:05:45,599 --> 01:05:49,599
ออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

988
01:05:49,600 --> 01:05:53,600
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

989
01:05:53,601 --> 01:05:57,601
เราจะต้องหลักการ

990
01:05:57,601 --> 01:06:01,601
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

991
01:06:01,602 --> 01:06:05,602
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

992
01:06:05,607 --> 01:06:09,607
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

993
01:06:09,608 --> 01:06:13,608
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึง

994
01:06:13,609 --> 01:06:17,609
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

995
01:06:17,611 --> 01:06:21,611
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

996
01:06:21,613 --> 01:06:25,613
ที่เราจะเรียนนี่

997
01:06:25,615 --> 01:06:29,615
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

998
01:06:29,617 --> 01:06:33,617
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

999
01:06:33,618 --> 01:06:37,618
นะคะ Manative Description ก็คือ

1000
01:06:37,620 --> 01:06:41,620
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1001
01:06:41,621 --> 01:06:45,621
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1002
01:06:45,623 --> 01:06:49,623
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1003
01:06:49,629 --> 01:06:53,629
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1004
01:06:53,630 --> 01:06:57,630
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1005
01:06:57,631 --> 01:07:01,631
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1006
01:07:01,632 --> 01:07:05,632
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1007
01:07:05,634 --> 01:07:09,634
Flowchart ก่อนจะเรียน

1008
01:07:09,635 --> 01:07:13,635
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1009
01:07:13,635 --> 01:07:17,635
อัลกอริทึม โฟร์ชาร์ท

1010
01:07:17,637 --> 01:07:21,637
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1011
01:07:21,641 --> 01:07:25,641
มันจะอ่านว่าซูโด้โค้ด

1012
01:07:25,696 --> 01:07:29,696
มาดูในส่วนของ Flowchart

1013
01:07:29,697 --> 01:07:33,697
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1014
01:07:33,698 --> 01:07:37,698
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1015
01:07:37,699 --> 01:07:41,699
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1016
01:07:41,700 --> 01:07:45,700
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1017
01:07:45,701 --> 01:07:49,701
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1018
01:07:49,703 --> 01:07:53,703
และตัวต่อมา ซูโด้โค้ด

1019
01:07:53,704 --> 01:07:57,704
ซูโด้โค้ดตัวนี้

1020
01:07:57,705 --> 01:08:01,705
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1021
01:08:01,707 --> 01:08:05,707
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1022
01:08:05,708 --> 01:08:09,708
นี่ที่แสดง

1023
01:08:09,709 --> 01:08:13,709
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1024
01:08:13,710 --> 01:08:17,710
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1025
01:08:17,711 --> 01:08:21,711
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1026
01:08:21,713 --> 01:08:25,713
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1027
01:08:25,713 --> 01:08:29,713
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1028
01:08:29,715 --> 01:08:33,715
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1029
01:08:33,717 --> 01:08:37,717
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1030
01:08:37,719 --> 01:08:41,719
ต้องหัดใช้ Google แปล

1031
01:08:41,720 --> 01:08:45,720
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1032
01:08:45,721 --> 01:08:49,721
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1033
01:08:49,722 --> 01:08:53,722
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1034
01:08:53,724 --> 01:08:57,724
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1035
01:08:57,725 --> 01:09:01,725
ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1036
01:09:01,726 --> 01:09:05,726
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1037
01:09:05,726 --> 01:09:09,726
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1038
01:09:09,728 --> 01:09:13,728
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1039
01:09:13,730 --> 01:09:17,730
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1040
01:09:17,731 --> 01:09:21,731
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1041
01:09:21,732 --> 01:09:25,732
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือ

1042
01:09:25,733 --> 01:09:29,733
นะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1043
01:09:29,734 --> 01:09:33,734
น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1044
01:09:33,735 --> 01:09:37,735
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1045
01:09:37,736 --> 01:09:41,736
เมื่อกี้อธิบาย

1046
01:09:41,738 --> 01:09:45,738
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1047
01:09:45,739 --> 01:09:49,739
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1048
01:09:49,741 --> 01:09:53,741
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1049
01:09:53,741 --> 01:09:57,741
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1050
01:09:57,742 --> 01:10:01,742
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1051
01:10:01,743 --> 01:10:05,743
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1052
01:10:05,745 --> 01:10:09,745
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1053
01:10:09,747 --> 01:10:13,747
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1054
01:10:13,748 --> 01:10:17,748
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1055
01:10:17,749 --> 01:10:21,749
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1056
01:10:21,750 --> 01:10:25,750
เรามี Case Study

1057
01:10:25,751 --> 01:10:29,751
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1058
01:10:29,752 --> 01:10:33,752
มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1059
01:10:33,753 --> 01:10:37,753
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ

1060
01:10:37,754 --> 01:10:41,754
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)

1061
01:10:41,755 --> 01:10:45,755
สมมติ สมมตินะคะ

1062
01:10:45,756 --> 01:10:49,756
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1063
01:10:49,760 --> 01:10:53,760
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1064
01:10:53,761 --> 01:10:57,761
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1065
01:10:57,762 --> 01:11:01,762
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1066
01:11:01,762 --> 01:11:05,762
ก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1067
01:11:05,763 --> 01:11:09,763
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1068
01:11:09,764 --> 01:11:13,764
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1069
01:11:13,765 --> 01:11:17,765
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1070
01:11:17,766 --> 01:11:21,766
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1071
01:11:21,769 --> 01:11:25,769
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1072
01:11:25,773 --> 01:11:29,773
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1073
01:11:29,775 --> 01:11:33,775
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1074
01:11:33,776 --> 01:11:37,776
ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1075
01:11:37,777 --> 01:11:41,777
แล้วก็

1076
01:11:41,778 --> 01:11:45,778
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1077
01:11:45,779 --> 01:11:49,779
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1078
01:11:49,781 --> 01:11:53,781
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1079
01:11:53,781 --> 01:11:57,781
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1080
01:11:57,782 --> 01:12:01,782
พี่แฝด แฝดนะ

1081
01:12:01,783 --> 01:12:05,783
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1082
01:12:05,784 --> 01:12:09,784
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1083
01:12:09,787 --> 01:12:13,787
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1084
01:12:13,788 --> 01:12:17,788

1085
01:12:17,790 --> 01:12:21,790

1086
01:12:21,791 --> 01:12:25,791

1087
01:12:25,792 --> 01:12:29,792

1088
01:12:29,794 --> 01:12:33,794
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1089
01:12:33,796 --> 01:12:37,796
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1090
01:12:37,799 --> 01:12:41,799

1091
01:12:41,800 --> 01:12:45,800
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1092
01:12:45,802 --> 01:12:49,802
(อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1093
01:12:49,807 --> 01:12:53,807
บอกขั้นตอน

1094
01:12:53,808 --> 01:12:57,808
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1095
01:12:57,809 --> 01:13:01,809
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1096
01:13:01,810 --> 01:13:05,810

1097
01:13:05,811 --> 01:13:09,811

1098
01:13:09,812 --> 01:13:13,812
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1099
01:13:13,814 --> 01:13:17,814
ไม่ใช่ เขา...

1100
01:13:17,816 --> 01:13:21,816

1101
01:13:21,818 --> 01:13:25,818
มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิ

1102
01:13:25,819 --> 01:13:29,819
ต้ม ทำแบบไหน

1103
01:13:29,820 --> 01:13:33,820
ขั้นตอนทำแบบไหน

1104
01:13:33,821 --> 01:13:37,821
(ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็

1105
01:13:37,822 --> 01:13:41,822
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1106
01:13:41,822 --> 01:13:45,822
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1107
01:13:45,823 --> 01:13:49,823
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.

1108
01:13:49,824 --> 01:13:53,824
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1109
01:13:53,825 --> 01:13:57,825
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1110
01:13:57,826 --> 01:14:01,826
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1111
01:14:01,827 --> 01:14:05,827
ข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1112
01:14:05,827 --> 01:14:09,827
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1113
01:14:09,828 --> 01:14:13,828
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1114
01:14:13,829 --> 01:14:17,829
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1115
01:14:17,830 --> 01:14:21,830
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1116
01:14:21,833 --> 01:14:25,833
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1117
01:14:25,834 --> 01:14:29,834
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1118
01:14:29,835 --> 01:14:33,835
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1119
01:14:33,836 --> 01:14:37,836
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1120
01:14:37,836 --> 01:14:41,836
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1121
01:14:41,837 --> 01:14:45,837
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1122
01:14:45,838 --> 01:14:49,838
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1123
01:14:49,839 --> 01:14:53,839
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1124
01:14:53,840 --> 01:14:57,840
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1125
01:14:57,841 --> 01:15:01,841
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1126
01:15:01,842 --> 01:15:05,842
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1127
01:15:05,843 --> 01:15:09,843
ขอลองอีกคนหนึ่ง

1128
01:15:09,844 --> 01:15:13,844
วาริศาสิ เห็นพี่เขาไหม

1129
01:15:13,845 --> 01:15:17,845

1130
01:15:17,846 --> 01:15:21,846
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1131
01:15:21,847 --> 01:15:25,847
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1132
01:15:25,848 --> 01:15:29,848
เคยทำไข่เจียงไหม วาริศา

1133
01:15:29,850 --> 01:15:33,850
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1134
01:15:33,851 --> 01:15:37,851
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1135
01:15:37,852 --> 01:15:41,852

1136
01:15:41,852 --> 01:15:45,852
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1137
01:15:45,854 --> 01:15:49,854
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1138
01:15:49,855 --> 01:15:53,855
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1139
01:15:53,856 --> 01:15:57,856
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1140
01:15:57,857 --> 01:16:01,857
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1141
01:16:01,858 --> 01:16:05,858
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1142
01:16:05,859 --> 01:16:09,859
(อาจารย์) สัญญาณ

1143
01:16:09,861 --> 01:16:13,861
ไม่ค่อยชัด

1144
01:16:13,862 --> 01:16:17,862
กล้องมันไหว

1145
01:16:17,864 --> 01:16:21,864

1146
01:16:21,865 --> 01:16:25,865
ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1147
01:16:25,866 --> 01:16:29,866
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1148
01:16:29,867 --> 01:16:33,867
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1149
01:16:33,868 --> 01:16:37,868
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1150
01:16:37,869 --> 01:16:41,869
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1151
01:16:41,871 --> 01:16:45,871
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1152
01:16:45,872 --> 01:16:49,872
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1153
01:16:49,874 --> 01:16:53,874
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้ว

1154
01:16:53,876 --> 01:16:57,876
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1155
01:16:57,877 --> 01:17:01,877
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1156
01:17:01,878 --> 01:17:05,878
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1157
01:17:05,879 --> 01:17:09,879
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1158
01:17:09,880 --> 01:17:13,880
เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1159
01:17:13,881 --> 01:17:17,881
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1160
01:17:17,883 --> 01:17:21,883
หรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1161
01:17:21,884 --> 01:17:25,884
สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1162
01:17:25,885 --> 01:17:29,885

1163
01:17:29,886 --> 01:17:33,886
ภากรหูตึงน่ะ

1164
01:17:33,887 --> 01:17:37,887
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

1165
01:17:37,888 --> 01:17:41,888
เคยทำไข่เจียวไหม

1166
01:17:41,888 --> 01:17:45,888
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1167
01:17:45,890 --> 01:17:49,890
ใส่น้ำปลาครับ

1168
01:17:49,894 --> 01:17:53,894

1169
01:17:53,894 --> 01:17:57,894
ให้มันเค็ม

1170
01:17:57,895 --> 01:18:01,895
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1171
01:18:01,897 --> 01:18:05,897
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1172
01:18:05,898 --> 01:18:09,898
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1173
01:18:09,898 --> 01:18:13,898
ช้า ๆ หน่อยลูก

1174
01:18:13,899 --> 01:18:17,899
(อาจารย์) ช้า ๆ

1175
01:18:17,900 --> 01:18:21,900
อย่าให้แบบ

1176
01:18:21,901 --> 01:18:25,901
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1177
01:18:25,903 --> 01:18:29,903
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1178
01:18:29,904 --> 01:18:33,904
ไข่เจียวทำแบบไหน

1179
01:18:33,905 --> 01:18:37,905

1180
01:18:37,906 --> 01:18:41,906
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1181
01:18:41,908 --> 01:18:45,908
ภาษามือ อือ ครับ

1182
01:18:45,909 --> 01:18:49,909
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1183
01:18:49,911 --> 01:18:53,911
ไข่เจียวนะ

1184
01:18:53,911 --> 01:18:57,911
มีหรือ เกี่ยวแบบไหน

1185
01:18:57,912 --> 01:19:01,912
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วย

1186
01:19:01,913 --> 01:19:05,913
มีหมูสับด้วยนะ

1187
01:19:05,915 --> 01:19:09,915
เอาใหม่

1188
01:19:09,916 --> 01:19:13,916

1189
01:19:13,917 --> 01:19:17,917
อธิบายใหม่

1190
01:19:17,919 --> 01:19:21,919

1191
01:19:21,920 --> 01:19:25,920
(อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1192
01:19:25,921 --> 01:19:29,921
แม่จะได้ดูด้วย

1193
01:19:29,923 --> 01:19:33,923
ภากรณ์นี่ก็

1194
01:19:33,924 --> 01:19:37,924
(อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม

1195
01:19:37,925 --> 01:19:41,925
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1196
01:19:41,926 --> 01:19:45,926
นะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1197
01:19:45,927 --> 01:19:49,927
แล้วอย่างไรต่อ

1198
01:19:49,928 --> 01:19:53,928
แล้วก็น้ำมัน

1199
01:19:53,929 --> 01:19:57,929
รอให้มันร้อน

1200
01:19:57,930 --> 01:20:01,930
(อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่อ

1201
01:20:01,931 --> 01:20:05,931
อะไรเอ่ย

1202
01:20:05,932 --> 01:20:09,932

1203
01:20:09,934 --> 01:20:13,934
เย็น

1204
01:20:13,935 --> 01:20:17,935
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1205
01:20:17,936 --> 01:20:21,936
น้ำมัน อือ แล้ว

1206
01:20:21,937 --> 01:20:25,937
ต่อไหน

1207
01:20:25,938 --> 01:20:29,938

1208
01:20:29,940 --> 01:20:33,940
แดง

1209
01:20:33,941 --> 01:20:37,941
เป็นจุด ๆ

1210
01:20:37,944 --> 01:20:41,944
มะเขือหรือ

1211
01:20:41,945 --> 01:20:45,945
มะเขือเทศหรือแครอท (

1212
01:20:45,946 --> 01:20:49,946
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1213
01:20:49,948 --> 01:20:53,948
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1214
01:20:53,949 --> 01:20:57,949
(อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1215
01:20:57,950 --> 01:21:01,950
ใส่พริกหรือ

1216
01:21:01,951 --> 01:21:05,951

1217
01:21:05,952 --> 01:21:09,952
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1218
01:21:09,953 --> 01:21:13,953
ภากรเรียน

1219
01:21:13,954 --> 01:21:17,954
ที่ไหนนะ น้อง

1220
01:21:17,955 --> 01:21:21,955
เรียนโรงเรียนอะไร

1221
01:21:21,958 --> 01:21:25,958
เมื่อก่อนเรียนไหน

1222
01:21:25,960 --> 01:21:29,960
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1223
01:21:29,961 --> 01:21:33,961
(อาจารย์) ไม่มีอย่างไร

1224
01:21:33,964 --> 01:21:37,964
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1225
01:21:37,965 --> 01:21:41,965
เรียนที่ไหน

1226
01:21:41,966 --> 01:21:45,966
หูตึง

1227
01:21:45,969 --> 01:21:49,969
ถาม ใช่

1228
01:21:49,972 --> 01:21:53,972
ถาม

1229
01:21:53,972 --> 01:21:57,972
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1230
01:21:57,973 --> 01:22:01,973

1231
01:22:01,974 --> 01:22:05,974

1232
01:22:05,976 --> 01:22:09,976
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)

1233
01:22:09,977 --> 01:22:13,977
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1234
01:22:13,979 --> 01:22:17,979
เกิดอุดรหรือ

1235
01:22:17,980 --> 01:22:21,980
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1236
01:22:21,981 --> 01:22:25,981
ที่ไหน

1237
01:22:25,983 --> 01:22:29,983
เขาทำ ก. ไก่ ส.

1238
01:22:29,984 --> 01:22:33,984
กศ

1239
01:22:33,984 --> 01:22:37,984
เขาทำ ก. ไก่

1240
01:22:37,985 --> 01:22:41,985
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1241
01:22:41,986 --> 01:22:45,986
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1242
01:22:45,987 --> 01:22:49,987
อส. อก.

1243
01:22:49,988 --> 01:22:53,988
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1244
01:22:54,005 --> 01:22:58,005
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1245
01:22:58,006 --> 01:23:02,006
อ.ด. ใช่ไหม

1246
01:23:02,008 --> 01:23:06,008
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1247
01:23:06,009 --> 01:23:10,009

1248
01:23:10,010 --> 01:23:14,010
สก.

1249
01:23:14,011 --> 01:23:18,011
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1250
01:23:18,013 --> 01:23:22,013

1251
01:23:22,020 --> 01:23:26,020
อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1252
01:23:26,021 --> 01:23:30,021
(อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1253
01:23:30,021 --> 01:23:34,021
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1254
01:23:34,023 --> 01:23:38,023
(อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือ

1255
01:23:38,047 --> 01:23:42,047
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1256
01:23:42,049 --> 01:23:46,049
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1257
01:23:46,050 --> 01:23:50,050

1258
01:23:50,051 --> 01:23:54,051

1259
01:23:54,052 --> 01:23:58,052
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1260
01:23:58,054 --> 01:24:02,054
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1261
01:24:02,056 --> 01:24:06,056
ใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝด

1262
01:24:06,057 --> 01:24:10,057
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1263
01:24:10,057 --> 01:24:14,057
แปีบนะคะ

1264
01:24:14,059 --> 01:24:18,059
แฝด ๆ ถามหน่อย

1265
01:24:18,061 --> 01:24:22,061
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1266
01:24:22,064 --> 01:24:26,064
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1267
01:24:26,065 --> 01:24:30,065
(อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1268
01:24:30,069 --> 01:24:34,069
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1269
01:24:34,072 --> 01:24:38,072
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1270
01:24:38,078 --> 01:24:42,078
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1271
01:24:42,078 --> 01:24:46,078
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1272
01:24:46,079 --> 01:24:50,079
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1273
01:24:50,080 --> 01:24:54,080
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1274
01:24:54,081 --> 01:24:58,081
จากนั้นสมาคม...

1275
01:24:58,083 --> 01:25:02,083

1276
01:25:02,084 --> 01:25:06,084
(อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1277
01:25:06,086 --> 01:25:10,086
ใช่ ๆ

1278
01:25:10,088 --> 01:25:14,088
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1279
01:25:14,090 --> 01:25:18,090

1280
01:25:18,092 --> 01:25:22,092

1281
01:25:22,093 --> 01:25:26,093
ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อน

1282
01:25:26,096 --> 01:25:30,096
โอ.เค. ค่ะ

1283
01:25:30,096 --> 01:25:34,096
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1284
01:25:34,097 --> 01:25:38,097
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1285
01:25:38,098 --> 01:25:42,098
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1286
01:25:42,099 --> 01:25:46,099
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1287
01:25:46,101 --> 01:25:50,101
ภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่

1288
01:25:50,101 --> 01:25:54,101
ถามนะ เป็นห่วง

1289
01:25:54,103 --> 01:25:58,103
(อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1290
01:25:58,104 --> 01:26:02,104
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1291
01:26:02,106 --> 01:26:06,106

1292
01:26:06,107 --> 01:26:10,107
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1293
01:26:10,108 --> 01:26:14,108
ภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1294
01:26:14,109 --> 01:26:18,109
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1295
01:26:18,109 --> 01:26:22,109
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1296
01:26:22,110 --> 01:26:26,110
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1297
01:26:26,111 --> 01:26:30,111
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1298
01:26:30,112 --> 01:26:34,112
โอ.เค.

1299
01:26:34,113 --> 01:26:38,113
ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยัน

1300
01:26:38,114 --> 01:26:42,114
โอ.เค.

1301
01:26:42,115 --> 01:26:46,115
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1302
01:26:46,116 --> 01:26:50,116

1303
01:26:50,117 --> 01:26:54,117
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1304
01:26:54,118 --> 01:26:58,118
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1305
01:26:58,119 --> 01:27:02,119
อัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอน

1306
01:27:02,120 --> 01:27:06,120
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1307
01:27:06,121 --> 01:27:10,121
ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1308
01:27:10,123 --> 01:27:14,123
ถ้าเพื่อนบางคน

1309
01:27:14,124 --> 01:27:18,124

1310
01:27:18,125 --> 01:27:22,125
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถ

1311
01:27:22,127 --> 01:27:26,127
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1312
01:27:26,128 --> 01:27:30,128
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1313
01:27:30,129 --> 01:27:34,129
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1314
01:27:34,131 --> 01:27:38,131
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1315
01:27:38,134 --> 01:27:42,134
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1316
01:27:42,137 --> 01:27:46,137
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1317
01:27:46,138 --> 01:27:50,138
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1318
01:27:50,139 --> 01:27:54,139
กับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1319
01:27:54,140 --> 01:27:58,140
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1320
01:27:58,142 --> 01:28:02,142
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1321
01:28:02,143 --> 01:28:06,143

1322
01:28:06,145 --> 01:28:10,145
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1323
01:28:10,146 --> 01:28:14,146
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1324
01:28:14,147 --> 01:28:18,147
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1325
01:28:18,148 --> 01:28:22,148
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1326
01:28:22,149 --> 01:28:26,149
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1327
01:28:26,150 --> 01:28:30,150
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1328
01:28:30,151 --> 01:28:34,151

1329
01:28:34,152 --> 01:28:38,152
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1330
01:28:38,160 --> 01:28:42,160
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1331
01:28:42,161 --> 01:28:46,161
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1332
01:28:46,162 --> 01:28:50,162
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1333
01:28:50,163 --> 01:28:54,163
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1334
01:28:54,165 --> 01:28:58,165
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1335
01:28:58,166 --> 01:29:02,166
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1336
01:29:02,167 --> 01:29:06,167
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1337
01:29:06,168 --> 01:29:10,168
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1338
01:29:10,170 --> 01:29:14,170
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1339
01:29:14,171 --> 01:29:18,171
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1340
01:29:18,171 --> 01:29:22,171
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1341
01:29:22,173 --> 01:29:26,173
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1342
01:29:26,174 --> 01:29:30,174
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1343
01:29:30,175 --> 01:29:34,175
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1344
01:29:34,176 --> 01:29:38,176
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1345
01:29:38,177 --> 01:29:42,177

1346
01:29:42,178 --> 01:29:46,178

1347
01:29:46,180 --> 01:29:50,180

1348
01:29:50,182 --> 01:29:54,182
เห็นไหมคะ

1349
01:29:54,184 --> 01:29:58,184
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึง

1350
01:29:58,185 --> 01:30:02,185
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1351
01:30:02,186 --> 01:30:06,186
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผล

1352
01:30:06,187 --> 01:30:10,187
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1353
01:30:10,188 --> 01:30:14,188
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1354
01:30:14,189 --> 01:30:18,189
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1355
01:30:18,190 --> 01:30:22,190
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1356
01:30:22,192 --> 01:30:26,192
ต้มไข่

1357
01:30:26,193 --> 01:30:30,193
เห็นไหม วิธีการ

1358
01:30:30,197 --> 01:30:34,197
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1359
01:30:34,199 --> 01:30:38,199
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1360
01:30:38,202 --> 01:30:42,202
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1361
01:30:42,204 --> 01:30:46,204
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1362
01:30:46,206 --> 01:30:50,206
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1363
01:30:50,207 --> 01:30:54,207
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1364
01:30:54,208 --> 01:30:58,208
อันดับแรก

1365
01:30:58,210 --> 01:31:02,210
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1366
01:31:02,213 --> 01:31:06,213
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1367
01:31:06,217 --> 01:31:10,217
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1368
01:31:10,219 --> 01:31:14,219
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1369
01:31:14,220 --> 01:31:18,220
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1370
01:31:18,220 --> 01:31:22,220
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1371
01:31:22,222 --> 01:31:26,222
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1372
01:31:26,223 --> 01:31:30,223
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1373
01:31:30,224 --> 01:31:34,224
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1374
01:31:34,225 --> 01:31:38,225
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1375
01:31:38,226 --> 01:31:42,226
ข้อที่ 1.

1376
01:31:42,227 --> 01:31:46,227
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1377
01:31:46,228 --> 01:31:50,228
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1378
01:31:50,230 --> 01:31:54,230
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1379
01:31:54,231 --> 01:31:58,231
กระบวนวิธีการคืออะไร

1380
01:31:58,232 --> 01:32:02,232
นะคะ ท

1381
01:32:02,234 --> 01:32:06,234
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอน

1382
01:32:06,235 --> 01:32:10,235
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1383
01:32:10,237 --> 01:32:14,237
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1384
01:32:14,239 --> 01:32:18,239
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1385
01:32:18,240 --> 01:32:22,240
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1386
01:32:22,241 --> 01:32:26,241
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1387
01:32:26,242 --> 01:32:30,242
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1388
01:32:30,244 --> 01:32:34,244
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1389
01:32:34,244 --> 01:32:38,244
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1390
01:32:38,246 --> 01:32:42,246
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1391
01:32:42,263 --> 01:32:46,263
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1392
01:32:46,264 --> 01:32:50,264
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1393
01:32:50,266 --> 01:32:54,266
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1394
01:32:54,268 --> 01:32:58,268
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1395
01:32:58,270 --> 01:33:02,270
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบ

1396
01:33:02,272 --> 01:33:06,272
อ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1397
01:33:06,273 --> 01:33:10,273
เข้าใจ

1398
01:33:10,275 --> 01:33:14,275
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1399
01:33:14,276 --> 01:33:18,276
มาสู่ข้อที่ 3.

1400
01:33:18,277 --> 01:33:22,277
มันจะมาอะไรตอนนี้

1401
01:33:22,278 --> 01:33:26,278
คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้ว

1402
01:33:26,280 --> 01:33:30,280
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1403
01:33:30,281 --> 01:33:34,281
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1404
01:33:34,287 --> 01:33:38,287
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1405
01:33:38,288 --> 01:33:42,288
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1406
01:33:42,290 --> 01:33:46,290
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1407
01:33:46,291 --> 01:33:50,291
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1408
01:33:50,291 --> 01:33:54,291
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1409
01:33:54,292 --> 01:33:58,292
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1410
01:33:58,293 --> 01:34:02,293
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1411
01:34:02,295 --> 01:34:06,295
เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1412
01:34:06,296 --> 01:34:10,296
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1413
01:34:10,297 --> 01:34:14,297
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1414
01:34:14,303 --> 01:34:18,303
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1415
01:34:18,304 --> 01:34:22,304
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1416
01:34:22,306 --> 01:34:26,306
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1417
01:34:26,308 --> 01:34:30,308
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1418
01:34:30,309 --> 01:34:34,309
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1419
01:34:34,310 --> 01:34:38,310
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1420
01:34:38,312 --> 01:34:42,312
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1421
01:34:42,313 --> 01:34:46,313
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1422
01:34:46,314 --> 01:34:50,314
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1423
01:34:50,316 --> 01:34:54,316
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1424
01:34:54,317 --> 01:34:58,317
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1425
01:34:58,318 --> 01:35:02,318
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1426
01:35:02,319 --> 01:35:06,319
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1427
01:35:06,320 --> 01:35:10,320
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1428
01:35:10,321 --> 01:35:14,321
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1429
01:35:14,322 --> 01:35:18,322
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1430
01:35:18,322 --> 01:35:22,322
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1431
01:35:22,323 --> 01:35:26,323
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1432
01:35:26,323 --> 01:35:30,323
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1433
01:35:30,324 --> 01:35:34,324
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1434
01:35:34,325 --> 01:35:38,325
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1435
01:35:38,326 --> 01:35:42,326
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1436
01:35:42,327 --> 01:35:46,327
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1437
01:35:46,329 --> 01:35:50,329
เวลาอัลกอริทึ่ม

1438
01:35:50,330 --> 01:35:54,330
ทีนี้ลองมาดู

1439
01:35:54,330 --> 01:35:58,330
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1440
01:35:58,332 --> 01:36:02,332
1.

1441
01:36:02,333 --> 01:36:06,333
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1442
01:36:06,334 --> 01:36:10,334
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1443
01:36:10,336 --> 01:36:14,336
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1444
01:36:14,337 --> 01:36:18,337
ก็คือ เช่น

1445
01:36:18,338 --> 01:36:22,338
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1446
01:36:22,339 --> 01:36:26,339
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1447
01:36:26,341 --> 01:36:30,341
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1448
01:36:30,343 --> 01:36:34,343
คืออะไร

1449
01:36:34,344 --> 01:36:38,344
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1450
01:36:38,346 --> 01:36:42,346
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1451
01:36:42,347 --> 01:36:46,347
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1452
01:36:46,348 --> 01:36:50,348
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1453
01:36:50,350 --> 01:36:54,350
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1454
01:36:54,351 --> 01:36:58,351
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1455
01:36:58,351 --> 01:37:02,351
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1456
01:37:02,352 --> 01:37:06,352
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1457
01:37:06,354 --> 01:37:10,354
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1458
01:37:10,355 --> 01:37:14,355
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1459
01:37:14,356 --> 01:37:18,356
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1460
01:37:18,357 --> 01:37:22,357
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1461
01:37:22,357 --> 01:37:26,357
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1462
01:37:26,359 --> 01:37:30,359
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1463
01:37:30,515 --> 01:37:34,515
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1464
01:37:34,525 --> 01:37:38,525
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1465
01:37:38,527 --> 01:37:42,527
คืออะไร นะคะ

1466
01:37:42,528 --> 01:37:46,528
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1467
01:37:46,529 --> 01:37:50,529
Is of offidication ปรับปรุง

1468
01:37:50,530 --> 01:37:54,530
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1469
01:37:54,531 --> 01:37:58,531
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1470
01:37:58,533 --> 01:38:02,533
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1471
01:38:02,536 --> 01:38:06,536
ภากร ภากรบอกใส่

1472
01:38:06,538 --> 01:38:10,538
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1473
01:38:10,539 --> 01:38:14,539
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1474
01:38:14,540 --> 01:38:18,540
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1475
01:38:18,541 --> 01:38:22,541
ใหม่ได้ Reuse abillity

1476
01:38:22,542 --> 01:38:26,542
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1477
01:38:26,543 --> 01:38:30,543
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1478
01:38:30,544 --> 01:38:34,544
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1479
01:38:34,545 --> 01:38:38,545
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1480
01:38:38,546 --> 01:38:42,546
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1481
01:38:42,547 --> 01:38:46,547
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1482
01:38:46,548 --> 01:38:50,548
และต้องมีประสิทธิภาพ

1483
01:38:50,549 --> 01:38:54,549
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่

1484
01:38:54,549 --> 01:38:58,549
เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1485
01:38:58,550 --> 01:39:02,550
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1486
01:39:02,552 --> 01:39:06,552
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1487
01:39:06,553 --> 01:39:10,553
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1488
01:39:10,554 --> 01:39:14,554
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1489
01:39:14,554 --> 01:39:18,554
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1490
01:39:18,556 --> 01:39:22,556
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1491
01:39:22,557 --> 01:39:26,557
เวลาเขียนนี่

1492
01:39:26,559 --> 01:39:30,559
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1493
01:39:30,561 --> 01:39:34,561
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1494
01:39:34,562 --> 01:39:38,562
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1495
01:39:38,563 --> 01:39:42,563
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1496
01:39:42,565 --> 01:39:46,565
ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1497
01:39:46,566 --> 01:39:50,566
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1498
01:39:50,569 --> 01:39:54,569
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไร

1499
01:39:54,570 --> 01:39:58,570
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1500
01:39:58,571 --> 01:40:02,571
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1501
01:40:02,572 --> 01:40:06,572
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1502
01:40:06,573 --> 01:40:10,573
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1503
01:40:10,574 --> 01:40:14,574
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1504
01:40:14,575 --> 01:40:18,575
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1505
01:40:18,577 --> 01:40:22,577
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1506
01:40:22,579 --> 01:40:26,579
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1507
01:40:26,580 --> 01:40:30,580
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1508
01:40:30,581 --> 01:40:34,581
แต่สิ่งที่จะทำให้

1509
01:40:34,582 --> 01:40:38,582
น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1510
01:40:38,583 --> 01:40:42,583
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1511
01:40:42,584 --> 01:40:46,584
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1512
01:40:46,585 --> 01:40:50,585
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไร

1513
01:40:50,586 --> 01:40:54,586
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1514
01:40:54,587 --> 01:40:58,587
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1515
01:40:58,588 --> 01:41:02,588
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1516
01:41:02,589 --> 01:41:06,589
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1517
01:41:06,590 --> 01:41:10,590
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1518
01:41:10,590 --> 01:41:14,590
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1519
01:41:14,591 --> 01:41:18,591
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1520
01:41:18,592 --> 01:41:22,592
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1521
01:41:22,593 --> 01:41:26,593
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1522
01:41:26,594 --> 01:41:30,594
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1523
01:41:30,595 --> 01:41:34,595
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1524
01:41:34,596 --> 01:41:38,596
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1525
01:41:38,596 --> 01:41:42,596
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1526
01:41:42,598 --> 01:41:46,598
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1527
01:41:46,599 --> 01:41:50,599
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1528
01:41:50,600 --> 01:41:54,600
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอน

1529
01:41:54,600 --> 01:41:58,600
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลา

1530
01:41:58,601 --> 01:42:02,601
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1531
01:42:02,605 --> 01:42:06,605
เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1532
01:42:06,605 --> 01:42:10,605
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1533
01:42:10,605 --> 01:42:14,605
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1534
01:42:14,605 --> 01:42:18,605
พอเขียนแล้ว ที่บอก Re useable

1535
01:42:18,606 --> 01:42:22,606
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1536
01:42:22,606 --> 01:42:26,606
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1537
01:42:26,607 --> 01:42:30,607
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1538
01:42:30,608 --> 01:42:34,608
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1539
01:42:34,612 --> 01:42:38,612
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1540
01:42:38,614 --> 01:42:42,614
ทีนี้ เ

1541
01:42:42,615 --> 01:42:46,615
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1542
01:42:46,616 --> 01:42:50,616
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1543
01:42:50,618 --> 01:42:54,618
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1544
01:42:54,619 --> 01:42:58,619
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1545
01:42:58,620 --> 01:43:02,620
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1546
01:43:02,622 --> 01:43:06,622
นั่นก็คือหมายถึง

1547
01:43:06,623 --> 01:43:10,623
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1548
01:43:10,624 --> 01:43:14,624
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1549
01:43:14,625 --> 01:43:18,625
ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1550
01:43:18,626 --> 01:43:22,626
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1551
01:43:22,628 --> 01:43:26,628
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1552
01:43:26,628 --> 01:43:30,628
เป็น Input Process

1553
01:43:30,629 --> 01:43:34,629
Input หรือ Output หรือ Process

1554
01:43:34,629 --> 01:43:38,629
Input Process หรือ Output

1555
01:43:38,631 --> 01:43:42,631
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1556
01:43:42,632 --> 01:43:46,632
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1557
01:43:46,633 --> 01:43:50,633
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1558
01:43:50,634 --> 01:43:54,634
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1559
01:43:54,635 --> 01:43:58,635
นึกออกนะ

1560
01:43:58,636 --> 01:44:02,636
ตัวนี้ทำส่ง

1561
01:44:02,637 --> 01:44:06,637
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1562
01:44:06,638 --> 01:44:10,638
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1563
01:44:10,639 --> 01:44:14,639
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1564
01:44:14,640 --> 01:44:18,640
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1565
01:44:18,640 --> 01:44:22,640
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1566
01:44:22,642 --> 01:44:26,642
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1567
01:44:26,643 --> 01:44:30,643
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1568
01:44:30,644 --> 01:44:34,644
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1569
01:44:34,645 --> 01:44:38,645
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1570
01:44:38,646 --> 01:44:42,646
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1571
01:44:42,647 --> 01:44:46,647
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1572
01:44:46,649 --> 01:44:50,649

1573
01:44:50,650 --> 01:44:54,650
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1574
01:44:54,651 --> 01:44:58,651
ใน Class

1575
01:44:58,652 --> 01:45:02,652
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1576
01:45:02,653 --> 01:45:06,653
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1577
01:45:06,656 --> 01:45:10,656
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1578
01:45:10,657 --> 01:45:14,657
แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1579
01:45:14,659 --> 01:45:18,659
Process หรือ Output

1580
01:45:18,661 --> 01:45:22,661
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1581
01:45:22,662 --> 01:45:26,662
Input Output หรือเป็น Process

1582
01:45:26,663 --> 01:45:30,663
เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:30,664 --> 01:45:34,664
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1584
01:45:34,665 --> 01:45:38,665
เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะค

1585
01:45:38,666 --> 01:45:42,666
ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1586
01:45:42,667 --> 01:45:46,667
Output คือ กระบวนการอะไร

1587
01:45:46,668 --> 01:45:50,668
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1588
01:45:50,669 --> 01:45:54,669
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1589
01:45:54,670 --> 01:45:58,670
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1590
01:45:58,671 --> 01:46:02,671
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1591
01:46:02,672 --> 01:46:06,672
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1592
01:46:06,673 --> 01:46:10,673
หรือ Process หรือ Output

1593
01:46:10,674 --> 01:46:14,674
นะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1594
01:46:14,674 --> 01:46:18,674

1595
01:46:18,676 --> 01:46:22,676
เห็นไหม คือ

1596
01:46:22,678 --> 01:46:26,678
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1597
01:46:26,679 --> 01:46:30,679
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1598
01:46:30,680 --> 01:46:34,680
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1599
01:46:34,681 --> 01:46:38,681
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1600
01:46:38,682 --> 01:46:42,682
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1601
01:46:42,683 --> 01:46:46,683
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1602
01:46:46,684 --> 01:46:50,684
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1603
01:46:50,684 --> 01:46:54,684
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1604
01:46:54,686 --> 01:46:58,686
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1605
01:46:58,686 --> 01:47:02,686
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1606
01:47:02,687 --> 01:47:06,687
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1607
01:47:06,690 --> 01:47:10,690
นะคะ

1608
01:47:10,692 --> 01:47:14,692
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1609
01:47:14,693 --> 01:47:18,693
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1610
01:47:18,695 --> 01:47:22,695
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1611
01:47:22,698 --> 01:47:26,698

1612
01:47:26,699 --> 01:47:30,699
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1613
01:47:30,700 --> 01:47:34,700

1614
01:47:34,701 --> 01:47:38,701

1615
01:47:38,701 --> 01:47:42,701
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1616
01:47:42,703 --> 01:47:46,703
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1617
01:47:46,704 --> 01:47:50,704
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1618
01:47:50,705 --> 01:47:54,705
สันติภาพใช้จินตนาการ

1619
01:47:54,706 --> 01:47:58,706
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1620
01:47:58,707 --> 01:48:02,707
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1621
01:48:02,708 --> 01:48:06,708
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1622
01:48:06,709 --> 01:48:10,709
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1623
01:48:10,710 --> 01:48:14,710
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1624
01:48:14,711 --> 01:48:18,711
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1625
01:48:18,711 --> 01:48:22,711
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1626
01:48:22,711 --> 01:48:26,711
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1627
01:48:26,713 --> 01:48:30,713
อย่างนี้นะคะ

1628
01:48:30,714 --> 01:48:34,714
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1629
01:48:34,716 --> 01:48:38,716
นะ ลอง ๆ

1630
01:48:38,717 --> 01:48:42,717
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1631
01:48:42,718 --> 01:48:46,718
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1632
01:48:46,720 --> 01:48:50,720
ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1633
01:48:50,728 --> 01:48:54,728
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1634
01:48:54,729 --> 01:48:58,729
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1635
01:48:58,730 --> 01:49:02,730
นะคะ

1636
01:49:02,731 --> 01:49:06,731
แล้วเราทำส่งใน classroom

1637
01:49:06,731 --> 01:49:10,731
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1638
01:49:10,734 --> 01:49:14,734
ส่งตัวงานเข้าไป

1639
01:49:14,735 --> 01:49:18,735
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1640
01:49:18,736 --> 01:49:22,736
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1641
01:49:22,737 --> 01:49:26,737
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1642
01:49:26,738 --> 01:49:30,738
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1643
01:49:30,739 --> 01:49:34,739
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1644
01:49:34,741 --> 01:49:38,741
ใน google drive เลย

1645
01:49:38,742 --> 01:49:42,742
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1646
01:49:42,743 --> 01:49:46,743
ขอจบการนำเสนอ

1647
01:49:46,745 --> 01:49:50,745
เพียงเท่านี้

1648
01:49:50,746 --> 01:49:54,746
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1649
01:49:54,747 --> 01:49:58,747
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1650
01:49:58,750 --> 01:50:02,750

1651
01:50:02,751 --> 01:50:06,751
ทดลองอะไรอีกไหม

1652
01:50:06,752 --> 01:50:10,752

1653
01:50:10,753 --> 01:50:14,753

1654
01:50:14,755 --> 01:50:18,755

1655
01:50:18,771 --> 01:50:22,771

1656
01:50:22,776 --> 01:50:26,776

1657
01:50:26,778 --> 01:50:30,778

1658
01:50:30,780 --> 01:50:34,780

1659
01:50:34,783 --> 01:50:38,783
[สิ้นสุดการถอดความ]

1660
01:50:38,784 --> 01:50:42,784

1661
01:50:42,785 --> 01:50:46,785

1662
01:50:46,788 --> 01:50:50,788

1663
01:50:50,790 --> 01:50:50,794


