(นักศึกษาชาย) อาจารย์แม่ครับ (อาจารย์) ผมคือใครรายงานตัวด้วย (นักศึกษาชาย) อ๋อ สันติภาพครับ อบรมบริษัทที่จะจ้างมีอบรม (อาจารย์) อ๋อ ได้ครับได้ (นักศึกษาชาย) แล้วก็ตอนบ่าย พิเชนด้วยครับ ครับผม (อาจารย์) ครับผม ขอบคุณมากครับ (อาจารย์) สวัสดีเด็ก ๆ ทุกได้ยินไหมคะ ได้ยินเสียงแม่ไหม (ล่าม) สวัสดีค่ะ อาจารย์ (นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ (อาจารย์) ได้ยินอยู่นะ เริ่มเข้ามาน่าจะใกล้จะครบแล้วมั้งธนภัทร ๆ บิวอยู่ไหนเอ่ยบิว บิว ๆ บิวเปิดกล้อง เงียบ ยังไม่เปิดยังไม่เปิด ยังไม่เปิดกล้อง บิว บิวอยู่ไหมครับบิวอยู่ไหนครับอุ้มมาแล้ว มุกมาแล้ว โฟร์มาแล้ว อบก็มาแล้ว เอ็มมาแล้ว โยโกะมาแล้วเขียดก็มาแล้ว เชอรี่ อดิศร จำชื่อเล่นไม่ได้ แฝดมาแล้ว อ๋อ พายุพายุ พายุก็มาแล้ว แฝดมาแล้ว แฝด ๆ แฝดเอ้ย แฝนจ๋า แฝดหายไปไหน เมื่อกี้เปิดกล้องอยู่นะ ไปไหนแล้ว (ล่าม) น้องแฝดได้ออก อ๋อ อยู่ ๆ (อาจารย์) อยู่แต่ไม่เปิดกล้อง เมื่อกี้เข้ามาเขาเปิดอยู่ว่าจะถามหาภากรณ์ไม่เห็นเข้ามาเลย (ล่าม) น้องที่เป็นหูตึงใช่ไหมคะ (อาจารย์) ใช่ ๆ อาทิตย์ก่อนก็ไม่เห็น (เจ้าหน้าที่) ไม่ค่ะแม่ ไม่เห็นน้อง 2 อาทิตย์แล้ว ถามแฝดนี่ (ล่าม) วิชาอื่นก็ไม่เข้า (อาจารย์) ใช่ไหม แฝด สวัสดีลูก เพื่อนแฝดน่ะ ภรกรณ์น่ะ ชื่อเล่นเขาชื่อมิวน่ะ ใช่ อยู่ไหนล่ะ ไม่รู้ว่านอนหรือทำงานน่ะครับ ไม่มั่นใจครับ (อาจารย์) ติดต่อได้ไหม (ล่าม) เดี๋ยวลองไลน์ถามดูนะครับ ว่าวิชาอื่นก็ไม่เข้า หรืออยู่บ้านไม่มีเน็ต กลับไปบ้านไม่มี... เดี๋ยวแฝดถามเพื่อนให้ก่อนอุ้ม ๆ วาริสาน่ะค่ะ เขาอยากจะสอบถามนะคะ ว่า... เขาอยากจะสอบถามอาจารย์น่ะนะคะ ว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ที่ส่งไลน์ไปเกี่ยวกับงานต่าง ๆ ค่ะ (อาจารย์) เห็นและ ๆ(ล่าม) ต้องส่งทาง LINE ไหมคะ หรือว่าส่งทาง Google Classroom ก็เปิดดูแล้ว ใครที่ยังไม่ส่งก็ส่งเข้าใน Class โอ.เค. (ล่าม) โอ.เค. ค่ะ ว่าจะให้ส่งทางไหนดี จะให้ส่งทาง LINE หรือว่า Google Classroom คุณแม่เอง สร้างงานแล้วลืมกดมอบหมาย (ล่าม) ทางนพกิต... (ล่าม) คือ เหมือนกับเขาไม่อยู่ครับ เหมือนเขาทำงานแล้วไม่ได้ตอบทางมือถือผมเลยครับ (อาจารย์) ไม่เป็นไร เขาแล้วกัน ให้แฝดถามว่าทำไมถึงไม่เข้าเรียนนะ โอ.เค. ค่ะ กล้องหรือยัง เปิดแล้ว บิว ๆ การบ้านแ(ล่าม) อันนี้หูหนวกไหมคะ (อาจารย์) หูหนวก (ล่าม) เจ้านี่ (อาจารย์) ไม่มองกล้อง อยู่กับใครหว่าบิวอยู่กับใคร บิว ๆ การบ้าน(ล่าม) โทษที ๆว่าอย่างไรครับแม่ (อาจารย์) การบ้านทำผิดหรือเปล่า(อาจารย์) ล้างจานทำไมเขียนวิธีปลูกต้นไม้มาส่ง แก้ ๆ ของบิวให้ล้างจาน (ล่าม) ของอดิษรล่ะครับ เดี๋ยวนะ (ล่าม) อดิศรเป็นแบบไหน ต้นไม้หรือว่าล้างจาน (อาจารย์) เดี๋ยวเปิด ๆ ธนภัทร นี่ นี่ นี่ไงเดี๋ยวเปิดให้ดู ครบ ๆ น่าน เห็นไหม ก็ลงไปก็ว่าแบบก็เลยงง ลอกใครมา (อาจารย์) บอกไม่มี เพราะในงานนั้นไม่มีปลูกต้นไม้ ไปเอามาจากไหนเพราะการบ้านมีล้างจาน มีบวกเลข มีหาเลขคู่เลขคี่ แล้วก็ต้มมาม่า 4 อย่าง หัวข้อก็ล้างจาน อยู่ (ล่าม) ลืมครับ (อาจารย์) ทำใหม่เด้อ แก้แล้วทำส่งใหม่ โอ.เค. นะครับ พร้อมกันหรือยัง พร้อมหรือยังคะ งั้นเรามาเริ่มนะคะ ในสัปดาห์ก่อนการบ้านที่ให้มันจะเป็นเหมือนอัลกอริทึมที่เราเป็นคนอธิบายขั้นตอน แต่มันจะเป็นในความเข้าใจของเรา ทีนี้สัปดาห์นี้ที่เราจะเรียนนี่มันจะเป็นวิธีการที่เรียกว่า หน้าต่างไม่ขึ้น นะคะตัวนี้มันจะมีชื่อว่า "Sudo Code หรือการเขียนรหัสจำลอง มันจะเป็นขั้นตอนที่สืบเนื่องมาจากอัลกอริทึมแล้วว่าเมื่อเขียนอธิบายขั้นตอนแบบที่เราเข้าใจนี่ เราต้องมาเขียนเป็นรหัสจำลองหรือ Sudo Code เพื่อจะให้คอมพิวเตอร์เข้าใจได้ด้วย วิธีการนะคะ เรามาดูกัน ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Sudo Code หรือรหัสจำลองนี่ มันจะเป็นการแสดงนะคะ วิธีการแสดงขั้นตอนโดยใช้การเขียน ซึ่งอาจใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่ทีนี้อยากให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษเลย เพราะว่าจะได้ค้นคำศัพท์ภาษาอังกฤษไปด้วย นึกออกนะ แล้วก็จะได้แล้วเขียนภาษาอังกฤษประโยคจะสั้นกว่าด้วยภาษาไทยประโยคมันจะยาวกว่า เรามาดูกัน หลักการที่เราจะเขียน Sudo Code นี่ ก็คือหลักการที่จะเขเขียนก็คือใช้คำที่เวลาอ่านแล้วเข้าใจนะคะ คำง่าย ๆ ไม่ใช่เฉพาะเราอ่านเข้าใจ คนอื่นมาอ่านก็เข้าใจได้ด้วยเหมือนกันนะคะ คือไม่ใช่ให้เราเข้าใจคนเดียวนะ เราต้องให้คนอื่นเข้าใจได้ด้วย ในนี้บอกว่า "อาจใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้" ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เขียน แต่ของแม่จะพยายามให้ฝึกไปเลย ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะไม่เอาที่ความสะดวก เราจะเอาที่การฝึก ฝึกโดยใช้คำเป็นภาษาอังกฤษไปเลย แล้วจะได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษไปด้วยนะคะ เขียน Pseudo Code 1 บรรทัด จะมี 1 คำสั่ง 1 บรรทัดต่อ 1 คำสั่ง จะไม่เขียนหลาย ๆ คำสั่งในบรรทัดเดียว หลักต่อมาใช้ย่อหน้า หรือพิมพ์ความจริง คือ เราต้องพิมพ์นั่นล่ะ เหมือนเด็ก ๆ เขียนหนังสือนี่ ถ้าเขียนหนังสือเวลาจะเริ่มต้น ย่อหน้าใหม่ จากขอบกระดาษเราจะไม่เขียนชิด เราจะกระเถิบเข้าไปประมาณ 5-6 ตัวอักษรอย่างนี้ เขาเรียกว่า 1 ย่อหน้าเป็นเรื่องใหม่หรือคำสั่งใหม่ได้นะคะ หรือในย่อ... แต่ถ้าในการเขียนโปรแกรมนี่ ถ้ามีย่อหน้า ที่อยู่จากตรงนั้นตัวคำสั่งนั้นน่ะ เป็นคำสั่งย่อยของด้านบนนึกออกนะคะ มันก็เลยบอกว่าการใช้ย่อหน้าให้เป็นประโยชน์ในการแสดงการควบคุมอย่างเป็นสัดส่วนคำสั่งย่อย ก็คือบรรทัดนี้มีคำสั่งหลักแล้วมีคำสั่งย่อยนี่ เราควรจะกดเข้าไป 1 ย่อหน้าให้รู้ว่า อ๋อ ตัวนี้มันเป็นคำสั่งย่อยของตัวนี้นะคะ และวิธีการเขียนคำสั่ง ก็คือให้เขียนเริ่มจากเริ่มต้น ลงไปหาสิ้นสุดนึกออกนะ ก็คือเหมือนที่เด็ก ๆ บอกวิธีการต้มมาม่าขั้นตอนที่ 1 ลงไปจนถึงข้อที่ 10 นะคะ ก็คือเริ่มจากบนลงข้างล่างนะคะ ทีนี้กลุ่มของประโยคคำสั่ง อาจจะเป็นหมวดหมู่ หรือเป็น โมดูลกลุ่มของประโยคคำสั่ง ก็คือบางทีคำสั่งมันไม่ได้มีคำสั่งเดียว ก็คือมีหลายคำสั่งซ้อนกันอยู่ข้างในนี่ เราจะเรียกมันเป็นโมดูลนี่คือหลักในการเขียน Pseudocodes ก่อนจะเขียนได้ก็ต้องวิเคราะห์อย่างที่บอกน่ะค่ะ วิเคราะห์ Input แต่ถ้าเขียน Sudo Code ต้องมี Disition ขึ้นมา เพราะว่าเวลาสั่งคอมพิวเตอร์ทำงานมันมีเงื่อนไขไหนนะคะ มีเงื่อนไขอะไร แล้วมันถึงจะ Process หรือประมวลผล เมื่อ Process เสร็จก็จะส่ง Output ออกมานะคะ พิจารณาจากอะไรบ้าง จากที่เราข้อมูลที่ป้อนเข้า ก็คือ Input แล้วก็ Process นะคะ ขั้นตอนในการที่จะให้เมื่อ ก็คือเราอยากจะป้อนอะไรไป ทำอะไรนะคะ Input อะไร Process อะไร แล้วถ้าใน Process นั้นมีว่าต้องเลือก หรือมีเงื่อนไข Deก็คือเป็นการตัดสินใจหรือการเลือกว่าจะทำตามเงื่อนไขหรืออะไรที่ขึ้นมานี่นะคะ มันจะอยู่ในขั้นของการ Process นะคะ Desistion เสร็จแล้ว ก็คือเมื่อผ่าน 2 ขั้นนี้ไปแล้ว ก็คือแสดงผลออกมา ก็คือหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์นั่นล่ะนะคะ ลองมาดูกัน ถ้าใครที่ได้การบ้านที่ทำตัวเลขเห็นไหมคะ ให้นึกถึงเหมือนของใครนะ ของโยโกะ โยโกะทำการบวกเลข ตั้งแต่ 1-10 หาผลบวกใช่ไหมคะ หาผลบวกของเลข 1-10 นะคะ ให้วิเคราะห์โดยวิเคราะห์หาการรับข้อมูล วิเคราะห์หา Input Input นะคะ ที่เราจะรับเข้าไปบอกแล้วหาเลขอะไร หาผลรวมของเลขตั้งแต่เลข 1 ใช่ไหมคะ ไปจนถึงเลข 10 ใช่ไหม ใช่ไหม เพราะฉะนั้น Input ที่จะเอาเข้าก็คือมีตั้งแต่เลข 1 ใช่ไหมคะ อันดับแรกมันจะต้องรับค่าตัวเลข 1 เข้าไปนะคะ ทีนี้เวลาจะเขียน Pseudocodes คำสั่งภาษาอังกฤษให้ดูนะคะ ในการรับค่า มีคำว่า Read Read ที่แปลว่า อ่านได้เดี๋ยวขอใช้... นะคะ เห็นไหมคะ ใช้คำว่า "Read" ใช้คำว่า Get ก้ได้ ใช้คำว่า Input ก็ได้Read รับอะไร ถ้าบอกว่ารับคะแนน คะแนนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ คะแนน คือสกอลล์ 1 คำ ปึ๊บพิมพ์คำสั่ง 1 คำแล้วก็ต้องเว้นนะคะ เป็นคำสั่งไปเป็นภาษาอังกฤษเห็นไหมคะ มันจะไม่เขียนติดกัน เพื่อให้รู้ว่า นี่คือคำสั่งนะคะ นี่คือค่าที่จะรับเข้าไปเห็นไหมคะ สังเกตตัวคำสั่งจะขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เห็นไหมคะ R-e-a-d คำว่า Read ตัว R จะพิมพ์ด้วยจะเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ให้รู้ว่านี่เป็นตัวคำสั่ง คำว่า "Score" หรือคะแนน มันคือค่าของข้อมูล หรือถ้าในทางคอมพิวเตอร์นี่คอมพิวเตอร์นี่ตัวนี้เราจะเรียกว่า "อาจจะเป็นตัวแปร" นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ตัวพิมพ์เล็กนะคะ score ก็พิมพ์ SCORCเห็นไหมคะ ถ้าเป็นคำสั่งนะคะ Read Get Input จะพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข ตัวเลขในภาษาอังกฤษจะตัวเลข Get Number ตามด้วย Number อายุ อายุคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็คือคำว่า "Age" อายุ ใช่ไหมคะ นะคะ เพราะฉะนั้นคือ เวลาเขียนเด็ก ๆ ก็จะต้องเปิด Google แปลช่วยด้วยนะคะ จะได้จำคำศัพท์ได้นะค เพราะว่าเราเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์น่ะ ทุกคำสั่งพิมพ์ด้วย ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะให้ใช้ภาษาอังกฤษนะคะ อันดับแรกต้องวิเคราะห์ Input ก่อนเห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ของโยโกะนะคะ ก็จะมีใช้คำว่า "ใช้คำว่า Read ได้ Get ได้ แล้วก็ Input ได้นะคะ ส่วนตัวเลขใช้คำว่านัมเบอร์ ใช้เต็ม ๆ ก็ได้ หรือใช้ตัวย่อ Nเหมือนกันเป็นคำย่อ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทีนี้ต่อไปจะเป็นส่วนของการกำหนดค่า นะคะ รูปแบบนี่ ก็คือคำว่ากำหนดค่า นี่คือคำว่า Setนะคะ กำหนดค่าให้ Set การกำหนดค่านี่จะเป็นการสั่งนะคะ สั่งว่า สั่งว่าคอมพิวเตอร์ สิ่งที่เราจะกำหนดมันเป็นอะไร เช่น Set Name Name นั่นแปลว่าชื่อใช่ไหม กำหนดชื่อ กำหนดชื่อแล้วก็ตามด้วยค่าของชื่อนั้น ชื่อนี่เขามีค่าชื่อเขา ก็คือคำว่า "สมชาย" อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือวิธีการกำหนดค่าในการเขียน Pseudo Code นะคะ จะใช้คำว่า Set S-E-T set นะคะแล้วก็ตามด้วยตัวแปรที่จะสื่อว่าเป็นที่จะเก็บข้อมูลน่ะค่ะ ว่าเป็นตัวแปรที่จะเก็บค่าว่าจะชื่ออะไรก็แล้วแต่นะคะ แล้วอาจจะถ้าเป็นตัวเลข ถ้าค่านั้นเป็นตัวเลขน่ะ จะมีมีเครื่องหมายเท่ากับ (=) เพื่อบอกว่าค่านี้มีค่าเท่ากับเท่าไร แต่ว่าค่านั้นเป็น ข้อความยังอยู่ในเครื่องหมายคำพูดนะคะ เมื่อกี้กำหนด Input แล้ว กำหนดค่าแล้ว ต่อไปนะคะ ต่อไป แล้วถ้ามันมีเงื่อนไข วิธีการเขียนเงื่อนไขนะคะ ในอันนี้จะจะให้เห็นคำเป็นภาษาไทยก่อน แล้วเด็ก ๆ เอาไปใช้มันจะใช้จะแปลงเป็นภาษาอังกฤษ สมมตินะคะ มันจะใช้คำว่า "ถ้า" คำว่าถ้าก็คือ if เสมอ If นะคะ ถ้าอะไรล่ะ ก็คืออันนี้หมายถึงเรามีทางเลือกหรือมีเงื่อนไขอะไรเราก็ใส่ลงไป ตัวอย่างเช่นในตัวอย่างบอกว่า ถ้าอายุน้อยกว่าเห็นไหมคะ 10 ปีขึ้นไป ไปขั้นตอนที่ 12 แสดงว่ามันจะมีทางเลือกหลายขั้นตอนเลย แต่ถ้าเงื่อนไขตรงว่าอายุน้อยกว่า 10 ปีนี่ มันจะไปไปทำขั้นตอนที่ 12 ทันทีเห็นไหมคะ ไปขั้นตอนที่ 12 ทันที ถ้าแปรเป็นภาษาอังกฤษนี่ อายุ ใช่ อายุแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายน้อยกว่านะคะ น้อยกว่าก็คือ เครื่องหมายคณิตศาสตร์ ที่เป็นอย่างนี้นะคะ มากกว่า น้อยกว่า นึกออกนะ แล้วก็ตามด้วยตัวเลข ก็คือ 10 ใช่ไหมคะ แล้วก็ไปขั้นตอนที่ ไปก็คือ go go อะไรล่ะ go to 12 ก็ได้ เห็นไหมคะ หรือถ้ามันเป็นเมนูก็ go menu 12 ก็ได้อย่างนี้เป็นต้นอันนี้ก็คือเราต้องแปลไทยเป็นอังกฤษว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ นั่นก็คือถ้ามีเงื่อนไขนี่เวลาเขียนจะขึ้นต้นประโยคคำสั่งด้วย if เสมอ ทีนี้แล้วถ้าเขียน Pseudocodes ที่มีการคำนวน คำนวนค่า เช่น หาเลขคู่ เลขคี่ใช่ไหมเลขคู่เลขคี่ Odd Odd Even ลองเปิด Google Translate ดูนะ (นักศึกษาชาย) เลขคู่ เลขคี่ใช่ไหมครับ (อาจารย์) หลักการง่าย ๆ เลขคู่ ก็คือเลขที่หารด้วย 2 ลงตัวใช่ไหมคะ ก็คือ หารได้พอดีไม่มีเศษ นั่นคือเลขคู่เลย ก็คือ If ไม่ใช่ เท่ากับ สมมติว่า number เพราะเราต้องเอาตัวเลขใส่ลงไป นะคะ ใส่ตัวเลขลงไปแล้วหารด้วย 2 ถ้าตัวเลขนั้นหารด้วย 2 แล้วลงตัว มันจะกลายเป็นเลขคู่นะคะ หรือเหมือนตัวอย่างบอกคำนวณหาภาษี ภาษีในภาษาอังกฤษมีคำว่า "Text" กับ vat นะคะ ความจริงต้องเป็นตัวใหญ่ นะคะ ก็คือบอกว่าบอกค่าที่ต้องการคำนวณออกมาแล้วตอบด้วยเครื่องหมายเท่ากับ text เกิดจากอะไร เงินเดือนคูณ 10 หาร 100 เป็นต้น เงินเดือนในที่นี้ ก็คือ Salaryเครื่องหมายคูณในคอมพิวเตอร์ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะเด็ก ๆ ไม่ใช่ตัว x นะหารของคอมพิวเตอร์ ก็คือเครื่องหมายสแลช นะคะ Slate นี่ก็คือถ้ามีการคำนวณ จะต้องเขียนตัวแปรที่เราอยากหาค่าที่จะคำนวณแล้ว ค่าที่จะให้คำนวณนะคะ มันก็จะเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษทั้งหมดนะคะ และถัดไปเมื่อคำนวณหรือ processคำสั่งในการแสดงข้อมูล จะมี Display นะคะ ใช้คำว่า "Display" ได้ ได้ ใช้คำว่า print ได้ ใช้คำว่า drive ใช้คำว่า "Write" Display ก็คือแสดง Write หมายถึงเขียนWrite หมายถึงเขียนนะคะ แต่ส่วนมากจะเขียนอยู่ 2 อัน display จะใช้เมื่อแสดงผลบนหน้าจอ ส่วน Print แสดงผลออกทาง Printer นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น การแสดงผลข้อมูลของคอม(พิวเตอร์)นี่ โดยหลัก ๆ ของเราจะเป็น display กับ print ก็คือใช้คำสั่ง Display แล้วก็ตามด้วยค่าหรือตัวแปรที่เราต้องการให้แสดงนะคะ นี่คือวิธีการเขียน Sudo code เป็นรูปแบบการเขียน Pseudocodes ทีนี้เราลองมาดูว่าเฉลยแบบฝึกหัดแล้ว ตัวแบบฝึกหัดอยู่ไหน จำได้นะ โจทย์เลขคู่ เลขคี่น่ะ กลุ่มไหนทำเอ่ย กลุ่มไหนทำเลขคี่ เห็นไหมคะ เวลาเราเราเอาเลขคู่เลขคี่เรามาเขียน Pseudo Code นะคะ ก็คือก่อนเราจะได้ค่าเลขคู่เลขคี่นี่ เราจะต้องให้คอมพิวเตอร์ป้อนค่าให้คอมพิวเตอร์เข้าไปก่อนใช่ไหมคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่า คำในการรับค่าน่ะ มันจะมีคำว่า "Getว่า Read แล้วคำว่าอะไรอีกคะ เปิดให้ดูมี Read มี Get ก็ Input นะคะ มี 3 คำนี้ใช้ในการรับข้อมูล สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องทำ ก็คือบอกหรือเขียน Pseudo Codes เพื่อให้มันรับค่านะคะ ก็คือใช้คำว่า "Get" เห็นไหมคะ ตอนนี้ใช้คำว่า Get เพราะอะไร มันสั้นแล้วก็จำง่าย ใหม่ ๆ ใช้ get ไปก่อนนะคะ แล้วก็ตามด้วย Number Number ก็คือตัวเลขนั่นเอง number นี่ number เพราะอะไร เหมือนเราใส่ตัวเลขลงไปในคอมพิวเตอร์นี่สมมติเราป้อนเลขจะเอาเลขอะไรดี เด็ก ๆ ชอบเลขอะไรเดี๋ยวลองถามดู(นักศึกษาชาย) เลข 4 ครับ (อาจารย์) เลข 4 นะคะ เพราะฉะนั้น ดูไว้นะคะ เพื่อนบอกโจทย์มาแล้ว ถ้าใส่เลข 4 ลงไป เดี๋ยว ๆ หน้านั้นอยู่ไหนเอ่ย ถ้าใส่เลข 4 ลงไป 2 หาร 4 ได้เท่าไรคะ การที่จะหาเลขคู่หาเลขคู่หรือเลขคี่ ก็คือเลขจำนวนนั้นเมื่อโดนหารด้วย 2 แล้วไม่มีเศษ นั่นหมายถึง นะคะ ให้ดูที่สไลด์นะคะ ให้ดูที่สไลด์บอกว่า ตอนจะคำนวณ การคำนวณหาเลขคู่เลขคี่นี่ If ถ้า ใช้เงื่อนไขค่ะ เพื่อตรวจว่าเลขที่ป้อนเข้าไปนี่ หารด้วย 2 แล้วนะคะ มันได้เท่ากับ 0 ก็คือหารลงตัวนั่นเอง ถ้าเลขนั้นหาร 2 เท่ากับ 0 then แล้ว แล้วนะคะ แล้วทำอย่างไรให้แสดง คำสั่ง Display ก็คือแสดงใช่ไหมคะ แสดงในหน้าจอ แสดงอะไร เห็นไหมคะ ใส่เครื่องหมายคำพูด ถ้าเป็นภาษาไทยเห็นไหมคะ สามารถพิมพ์ได้ แต่ถ้าเราต้องการให้แสดงเป็นภาษาอังกฤษ เช่น oss display oss เครื่องหมายคำพูด ถ้าสิ่งที่แสดงจะต้องพิมพ์อยู่ในเครื่องหมายคำพูดเสมอนะคะ แต่ถ้าจำนวนเต็มนั้นหารด้วย 2 แล้วเท่ากับ 1 แต่ไม่ต้องใส่เข้าไปในเงื่อนไขของ If Then Else นี่ ถ้า เป็น แล้ว นะคะ ถ้าไม่ตรงกับเงื่อนไขแรกปุ๊บนี่ มันจะมาแสดงผลที่อยู่หลัง Else แล้วไม่ได้ 0 นะคะ ก็คือ หารแล้วมันมีเศษ 1 เมื่อไหร่ปุ๊บนี่ elfe ให้มันแสดงผลที่ตรงข้ามกับเลขคู่ คือ พิมพ์ผิดเห็นไหม ถ้าไม่ใช่เลขคู่ต้องแสดงเลขอะไรคะเด็ก ๆ (นักศึกษาชาย) เลขคี่ครับ (อาจารย์) เลขคี่นะคะ เขียนผิดขอโทษทีมือไวไปหน่อย เห็นไหมคะ ก็คือถ้านอกเหนือจากเงื่อนไขหลัง then if then แล้วนี่ ก็จะเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้นทันทีนะคะ ทีนี้มาดูอีกสักตัว บวกเลข 1-10 จำได้ไหม ของใคร ไอ้ตัวนี้ วิธีนี้ทำได้ 2 แบบนะคะ แบบแรกใช้กำหนดค่าให้มันไปเลย ก็คือกำหนดค่าให้เท่ากับ 1 ให้ถึง 10 เลย เสร็จแล้วให้ตัวเลขนั้นมันบวกไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม กับอีกวิธีหนึ่ง ให้รับค่าไปทีละ 1 เหมือนเรากดเครื่องคิดเลขน่ะ เห็นไหม กด 1 บวกอะไรคะ ตัวต่อไปหมายเลขต่อจากเลข 1 คือเลขอะไรคะ เลข 1 ถึงเลข 10 เด็ก ๆ ลองบวกตามนะ พร้อมหรือยังจะไล่ไปทีละคนนะคะ เอาใครก่อนดี เริ่มที่เลข 1 นะคะ เลข 1 ปุ๊บ แฝด เริ่มที่แฝด แฝด แฝด ๆ แฝด ๆ มองกล้องลูก ก้มหน้าก้มตา (ล่าม) ยังไม่ได้มองค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) แฝดเริ่มคนแรก 1 (ล่าม) ค่ะมองแล้วค่ะ (อาจารย์) เลข 1 ใช่ไหมคะ ถัดจาก 1 เป็นเลขอะไรลูก 1 แล้วอะไรนับต่อ นับ 1 แล้วนับ (ล่าม) 2 ครับ (อาจารย์) 1 บวก 2 ได้เท่าไรครับ (ล่าม) 3 ครับ (อาจารย์) ตอนนี้ 3 นะคะ ตอนนี้เราอยู่ที่ 1 กับ 2 ลำดับเลข 1 กับเลข 2 บวกไปแล้ว ต่อไปอดิศร โอ.เค. เดี๋ยวถามเพื่อนคนต่อไป อดิศร เมื่อกี้แฝดนับถึง 1 กับ 2 บวกกันได้ 3 แล้วเราต้องเมื่อกี้แฝดนับ 52 อดิศรทีนี้ 3 + 3 ได้เท่าไรครับ 6 (ล่าม) 6 ครับ (อาจารย์) ถูกต้องครับ ตอนนี้อดิศรอยู่ พายุอยู่ที่ลำดับที่ 3 นะ บวกกันแล้วได้ 6 จำไว้นะ เพื่อน ๆ ใครไม่ดูจะไม่รู้นะ ถึงเลขไหน ต่อไป เอ็มครับ เอ็ม เมื่อกี้... (นักศึกษาชาย) ครับอาจารย์ (อาจารย์) เขาเอาเลข 3 ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ครับ 3+3 เป็น 6 ของพายุต้องบวกเลขอะไรครับ 1 2 3 แล้วก็ต้องเป็น (นักศึกษาชาย) 4 (อาจารย์) 4 บวกอะไรลูก (นักศึกษาชาย) 4 + (อาจารย์) ที่พายุได้น่ะ ที่พายุบวกได้น่ะ (นักศึกษาชาย) 6 ครับ (อาจารย์) 4+6 เป็นเท่าไรคะ (นักศึกษาชาย) เป็น 10 ครับ (อาจารย์) 4 + 6 เป็น 10 ตอนนี้แต่เราเพิ่งบวกถึงเลขอะไรลูก (นักศึกษาชาย) 4 ครับ โอ.เค. เอ็มเข้าใจนะ คนต่อไป อบ เจ้าอบใช่ไหม จันทกานต์ 5 อบคือ 5 5 ใช่ไหมคะ เอา 5 ไปบวกกับอะไร (ล่าม) 5 บวกกับ (ล่าม) บวก 5 บวก 5 ค่ะ (ล่าม) 5 + 5 ค่ะ (อาจารย์) ไม่ใช่ ๆ เออ เพื่อนบอกตอนนี้ เอ็มบอก เอ็มบอก 10 5 ต้องบวก 10 ลูก เพราะค่าสุดท้าย คือ 10 ที่ เอ็ม บวกไว้ 5+10 5 + 10 เป็นเท่าไร 15 โอ.เค. อบคือเป็นคนที่บวกด้วย 5 แล้วได้ 15 นะคะ ตอนนี้อยู่ที่ อบ ต่อไป โฟร์ โฟร์ได้ยินนะ เมื่อกี้คืออบบวกถึง 15 แล้ว โฟร์ คือ เลข 5 อบเป็นเลข 5 (นักศึกษาชาย) เลข 6 ครับ 15 บวกอะไรลูก บวกของตัวเองน่ะ บวกเลขตัวเอง(นักศึกษาชาย) 15 + 6 ครับ (อาจารย์) เป็นเท่าไรลูก (นักศึกษาชาย) เป็น 21 ครับ (อาจารย์) โฟร์จำไว้นะ ของโฟร์เลข 21 ตำแหน่งของเลข 6 นี่ตอนนี้รวมกันแล้ว เลข 6 แล้วได้ 21 นะคะ ต่อไปเจ้ามุก มุกเป็นเลขอะไรคะ (นักศึกษาหญิง) 7 (อาจารย์) มุกเป็นเลขอะไร (นักศึกษาหญิง) ก็คือ 21 + 8 ค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. ได้เท่าไรแล้ว (นักศึกษาหญิง) ได้ 28 ค่ะ (อาจารย์) ใครยกมือ พงษ์พร ครับพงศ์พรครับ เลยลูก พงศ์ภรณ์ครับ พงศ์ภรณ์ (นักศึกษาชาย) คือ ขอถามหน่อยครับ (นักศึกษาชาย) ตอบว่าทั้งหมด 55 เลยได้ไหมครับ (อาจารย์) กำลังทำให้เพื่อนเห็นว่ามันเป็นวิธีการบวกไปทีละตัว นึกออกไหม (นักศึกษาชาย) ครับ ๆ (อาจารย์) เขาจะได้มองออกไงว่ามันมาจากไหน มันมาจากการที่เราเริ่มบวกตั้งแต่เลข 1 เจ้ามุกถึงเลขอะไรแล้วคะ (นักศึกษาชาย) 8 หรือ 7 หรือเปล่าครับ (อาจารย์) 7 เป็นเท่าไร รวมแล้วเป็นเท่าไรคะ (นักศึกษาหญิง) 28 ค่ะ มุกถึง 28 ต่อไป ต่อไปจะเป็นอรวันต์ เจ้าอุ้มไหม เจ้าอุ้ม อุ้มเปิดกล้อง อุ้มเอ้ย อุ้มเอ้ย ไม่ได้เปิดกล้องจะเห็นเราไหมนี่ จะเห็นเราไหมนี่ หายไปไหนแล้ว อย่างนั้นข้าม พงศ์ภรณ์เมื่อกี้เพื่อน 28+7 ใช่ไหม ของเราต้องเป็น (นักศึกษาชาย) 28+8 (อาจารย์) โอ.เค. 28 + 8 ได้ 36 โยโกะอันนี้เลยเจ้าของโจทย์ เมื่อกี้คำตอบเป็นเท่าไรนะ 28 + 8 เป็น 37 ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) 36 ครับ 36 โยโกะได้ยินไหมคะ โยโกะได้ยินไหมคะ โยโกะพิมพ์ตอบก็ได้ลูก เมื่อกี้ถึงพงศ์พล เมื่อกี้ถึงพงษ์พรได้ 38 ของโยโกะต้องบวกอะไรคะ เรานับถึง 8 แล้ว+9 (อาจารย์) เขาตอบมาแล้ว 45 ก็คือบวก 9 ใช่ไหมคะ ได้ 45 โอ.เค. ไมค์โยโกะน่าจะใช้ไม่ได้ โอ.เค. ถูกค่ะ คนสุดท้ายจะเป็นใคร บวกด้วยเลข 10 บิว บิวอยู่ไหนเอ่ย บิวเปิดกล้องไหม เมื่อกี้เพื่อนถึง... บิวก็คือ 10 45 + 10 เป็นเท่าไร (ล่าม) 55 ครับ (อาจารย์) ถูกต้อง เห็นไหมคะ นั่นก็คือถ้าเราใช้วิธีการป้อนตัวเลขเข้าไปทีละตัว เหมือนแม่ป้อนคำสั่งให้เด็กทีละตัว มันจะมี 2 แบบใช่ไหม ที่มีในโจทย์ในเฉลยนี่เป็นแบบให้เลขมันรันเองตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 10 ให้เลขมันรวมไปเรื่อย ๆนี่ ก็คือใช้เป็นให้ป้อนตัวเลขไปทีละตัวและให้มันบวกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเลข 10 ผลบวกที่มันออกมาได้คือ 55 การบวกเลข ต้องแต่ 1 ไปถึง 10 นี่ ค่าที่ได้ 55 นะคะ เพราะฉะนั้น วิธีการเขียนนี่ ในตอนแรกอาจจะเขียนละเอียด แต่พอเริ่มเข้าใจนะคะ เข้าใจวิธีการคิดของคอมพิวเตอร์อาจจะเขียนย่อ ๆ เหมือนในตัวอย่างก็ได้นะคะ นี่คือวิธีการเขียน Pseudo Code ทีนี้มาดูเมื่อเราเขียน sudo code ได้แล้วสิ่งที่เราจะมาเขียนต่อนะคะ ก็คือทำเป็นผังงาน หรือ Flowchart ตอนนี้จะไม่ใช่เขียนข้อความแล้ว จะแสดงเป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ การเขียน Flow Chart คือการนำภาพหรือสัญลักษณ์นี่ มาเขียนเพื่อแสดงลำดับขั้นตอนนะคะ ที่เราเขียนมา อัลกอริทึมหรือที่เราเขียนเป็น Pseudo Codes นี่ตัวนี้เขียนเพื่ออะไร พอเวลาสังเกตว่าถ้าเขียนเป็นแผนภาพจะเข้าใจง่ายกว่าเขียนเป็นประโยค แล้วหรือเขียนเป็นตัวอย่าง เป็น Psudo Code เกิดคำสั่งมันมีเยอะ เด็ก ๆ นึกถึงนะ มันก็จะยาวใช่ไหม แต่ถ้าเราเขียนเป็นแผนภาพนะคะ ทีนี้เราต้องมารู้จักสัญลักษณ์ที่จะใช้ก่อนนะคะ การเขียนผังงานหรือ Flowchart นี่ มันจะมีจุด ต้องมีจุดเริ่มเห็นไหมคะ เริ่มต้นผังงาน สัญลักษณ์ที่ใช้งานมันจะเป็นเหมือนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ตรงมุมซ้ายขวามันจะเป็น มน ๆ นะคะ เป็นโค้ง ๆ น่ะค่ะ ถ้าเห็นรูปนะ ตัวนี้จะเป็นตัวใช้แสดงการเริ่มต้นหรือสิ้นสุด เพราะบอกแล้ว เวลาเขียนโปรแกรมจะต้องบอกจุดเริ่มต้นแล้วก็ต้องบอกจุดสิ้นสุดทำงาน ถ้าคอมพิวเตอร์ทำงานไม่หยุดน่ะ การที่มัน Error หรือมันแฮงค์ไปเลย ไม่รู้จบนะคะ ทำซ้ำไม่สามารถสิ้นสุดได้นี่ไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้น ต้องมี Start Star ก็คือเริ่ม Stop ก็คือหยุดหรือจบนั่นเอง นี่คือตัวของ สัญลักษณ์ที่จะใช้เพื่อแสดงจุดเริ่มต้นของผังงาน แล้วก็แสดงจุดสิ้นสุงผังงาน ใช้ตัวเดียวกันแต่ข้อความที่อยู่ด้านใน ที่ Start หรือ Stop หรือ End ก็ได้ ถ้าไม่ใช้ Stop ก็ใช้ End ก็คือจบนะคะ ส่วนสัญลักษณ์ต่อมา ถ้าต้องการรับหรือแสดงข้อมูลนะคะ จะใช้สัญลักษณ์สี่เหลี่ยม มันจะเป็นสี่เหลี่ยม เขาเรียกสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนนะคะ ตัวนี้ใช้สำหรับรับแล้วก็แสดง ใช้ได้ 2 แบบนะคะ กับอีกตัวหนึ่ง ถ้าค่าที่ให้ป้อนผ่านคีย์บอร์ดนี่ รูปสี่เหลี่ยมจะเป็นแบบรูปที่ 2 นะคะ ก็คือถ้าเมื่อใดที่มีการรับค่าผ่านคีย์บอร์ด จะใช้สัญลักษณ์ตัวนี้แทนนะคะ ส่วนแต่ถ้าต้องการให้แสดงผลนะคะ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการแสดงผล จะเป็นสัญลักษณ์ตัวที่ 4 นะคะ นะคะ มีอีกนะคะ เบื้องต้นนี่ นะคะ นะคะ แต่ถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะหมายถึงสัญลักษณ์ที่ใช้ในการคำนวณก็คือถ้ามีการคำนวณนี่ เราจะใช้สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วก็ใส่ค่าที่เราต้องการคำนวณไว้ในนั้นนะคะ เหมือนหาค่า A = A+C อย่างนี้ แต่รูปที่ใช้น่ะจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า บอกให้รู้ตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้องทำการคำนวณนะ แต่ถ้าต้องการแสดงผลลัพธ์ผ่านทางเครื่องพิมพ์ สัญลักษณ์จะเป็นรูปสี่เหลี่ยม แล้วด้านล่างจะเป็นเส้นโค้ง ๆ นะคะ นั่นก็คือให้แสดงผลหรือแสดงข้อมูลออกทาง Printer นั่นเองนะคะ แต่ถ้ามีการตัดสินใจ ถ้าเราใช้เงื่อนไขหรือการตัดสินใจ เราจะใช้สี่เหลี่ยมอะไรน่ะ สี่เหลี่ยมเหมือนจตุรัสแต่ลักษณะจะเป็น พลิกให้มุมมันขึ้นมาข้างบนน่ะค่ะ ลักษณะจะอยู่ในรูปของแบบที่ 3 และถ้าเป็นการเตรียม การกำหนดค่าล่วงหนาจะใช้สัญลักษณ์ ตัวนี้เด็ก ๆ ต้องเซฟไว้เลยนะคะ เพราะมันใช้แน่นอนนะคะ ใช้เขียน ทีนี้แล้วเขียนสัญลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เส้นหรือทิศทางการทำงานแล้วก็จุดเชื่อมนะคะ ถ้าจะเชื่อมต่อในหน้าเดียวกัน ใช้เป็นสัญลักษณ์เป็นวงกลม ถ้าเชื่อมต่อหน้าอื่น สัญลักษณ์จะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ที่เป็นมีหัวด้านล่างเป้นเหมือนลูกศรลงไปน่ะนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ก็คือนั่นหมายถึงเราเขียนผังงานไปแล้ว แล้วมันเกิน 1 หน้าเราจะใช้สัญลักษณ์ตัวนี้ไปเชื่อม เส้นที่เชื่อมนี่จะมีเส้นบอกทิศทางน่ะค่ะ ว่าจะเชื่อมไปทางไหน ไปทางซ้ายไปทางขวา ก็คือบอกทิศทางว่า โปรแกรมจะไปตามคำสั่งนี้ หรือไปตามคำสั่งนี้ นี่ก็คือสัญลักษณ์ที่ใช้เขียน Flow Chart นะคะ มันมีข้อกำหนดไว้ว่าการที่เราจะเขียนผังงานได้ดีนั้น ให้ดูจากอะไร 1. เขียนเองไม่ได้นะคะ เราต้องเขียนตามสัญลักษณ์ก็คือคนสร้างคนแรกเขาพลิกมาดีแล้วว่า คนมาดูแล้วว่า ตรงนี้เป็นแสดงเริ่มต้น แสดงสิ้นสุดนะคะ ต้องมีลูกศรแสดงทิศทางการไหลของข้อมูลเห็นไหมคะ ต้องมีเส้นลูกศรน่ะค่ะ ไหลจากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา อย่างนี้เห็นไหมคะ ก็คือวาดแต่สัญลักษณ์ลอย ๆ ไม่ได้ มันต้องบอกสัญลักษณ์นี้ไปหาสัญลักษณ์ไหนต่อ ก็คือมีลูกศรแสดงให้รู้ว่าจากนี้ แสดงคำอธิบายก็คือคำที่ใช้อธิบายในข้อความในนั้นน่ะ เพื่อให้เรารู้ว่ามันจะทำอะไร ไม่ต้องเขียนยาว เขียนสั้น ๆ เห็นไหมคะ เขาบอกว่าทุกแผ่นภาพจะต้องมีลูกศรแสดงทิศทาง ก็คือมีลูกศรแสดงบอกว่ามาจากไหนไปไหนนะคะ เราจะไม่นิยมโยงเส้นให้มันยาวจากเส้นที่ไกลมากนะคะ ถ้ามันอยู่คนละฝั่งอย่างนี้ เราก็ใช้จุดเชื่อมต่อน่ะค่ะ นึกออกนะ ที่เป็นวงกลมแล้วระบุลงไปว่าจากจุด A ไปเชื่อมจุดไหนอย่างนี้เป็นต้นนะคะ แล้วก็ต้องมีการทดสอบก่อนนะคะ การทดสอบผังงาน ไล่เช็ก จากนี้เชื่อมไปนี่ถูกไหมทีนี้มาดูรูปแบบของผังงาน ถ้าเขียนนี่มันจะมีแบบที่ 1 ผังงานแบบเรียงลำดับหรือ ฟรีเควนเชียนะคะ ลักษณะของผังงานแบบนี้ ก็คือจากบนลงล่าง ทำตั้งแต่คำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 ก็คือทำไปให้เสร็จ 1 คำสั่ง แล้วค่อยไปทำคำสั่งค่อยไปคำสั่งต่อไปนะคะ ผังงานแบบ Sequencian ให้นึกถึงเหมือนเวลาเราเดินเข้าโรงหนังนะ เดินเข้า คนที่ 1 เดินไป คนที่ 2 เดินเข้าไปเห็นไหมคะ โรงหนักตามหลักประตูทางออกมันนะ มันจะเปิดต่างหาก มันจะให้ออกทางของใครของมัน อย่างนี้นะคะ ก็คือเข้าทางไหน แต่ไม่ได้ออกทางนั้น ต้องไปออกตามทางที่ออกนะคะ อันนั้นคือแผนงานหลังเรียงลำดับ ไล่ลำดับการทำงานลงไปทีละขั้น ๆ ไปจนถึงจุดสิ้นสุด ต้องผ่านขั้นที่ 1 ก่อน ถึงจะไปทำขั้นที่ 2 ได้ อันนี้จะลัดไม่ได้ ต้องเรียงออกไปเรื่อย ๆ นั่นคือแบบเรียงลำดับ ทีนี้แต่ถ้าอีกแบบหนึ่ง ผังงานแบบทางเลือกหรือ Selection เลือกได้เห็นไหม เพราะบอกแล้ว Select เลือกนะคะ ลักษณะผังงานแบบนี้ มีเส้นทางให้เลือก ดูรูปแบบ นะคะ ถ้าแบบ 1 ทางเลือกนี่ ก็คือทำเมื่อเงื่อนไขเป็นจริงนะคะ แต่ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จเห็นไหม นะคะ จะออกจากโปรแกรมไปเลย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นะคะ นี่คือแบบทางเลือกเดียว หรือทางเลือกเดียว เป็น 2 ทางเลือก มีเงื่อนไขแล้วไปตามทางเลือก ถ้าเงื่อนไขจริงก็ไปตามทางเืลอหรือถ้าไม่ใช่ตามเงื่อนไขที่ 1 ก็มาทำคำสั่งที่ 2 อย่างนี้ ก็จะเลือกได้ 2 ทาง แต่มาจบที่ จุดเดียวกัน ก็คือเลือกไปทำคำสั่งที่ 2 แล้วในกรณีที่มากกว่า 2 ทางเลือกล่ะ เห็นไหมคะ ก็จะมีเงื่อนไขแล้วก็ให้ไปเลือกทำคำสั่ง เมื่อเข้ามาในเงื่อนไขแล้ว เพื่อไปเช็กว่าไปทำคำสั่งที่ 1 ที่ 2 หรือคำสั่งที่ 3 หรือคำสั่งที่ ให้เลือกได้ว่าจะทำคำสั่งไหนก่อนก็ได้นะคะ แล้วแต่นะคะ ก็คือสามารถไม่ทำคำสั่งที่ 1 หรือสามารถไปทำคำสั่งที่ 2 มาทำคำสั่งที่ 3 ก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น นั่นก็คือแบบเลือก เลือกจะทำอันใดอันหนึ่งนะคะ มาดูผังงานแบบต่อไป แบบวนซ้ำ ทำไมมันต้องวนซ้ำทำไมมันต้องวนซ้ำ เพราะบางทีงานบางอย่างนี่มันทำครั้งเดียวไม่สิ้นสุด มันต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งก่อน จนกว่าจะสิ้นสุดการทำงาน เหมือนอะไรที่วนซ้ำได้ เหมือนการบวกเลขเมื่อกี้นี้ใช่ไหมคะ บวกเลข 1 ไป วนไปหาเลข 2 หมุนไปเรื่อย ๆ บวกไปเรื่อย ๆ บวกซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ มาดูว่ามันมี 2 แบบ ก็คือแบบ Do... While กับ Do... มาดูผังงานแบบ Do while ก่อน Do... While ต่อเมื่อไปเช็กเงื่อนไขแล้วว่าเป็นจริงนะคะ ถ้าเจอคำสั่ง Do ปุ๊บ นะคะ Do ก็คือบอกแล้วว่าให้ทำ ทำอะไรล่ะ เมื่อกี้ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง เช่น เมื่อเช้านี้เด็ก ๆ เด็ก ๆ มีใครใช้นาฬิกาปลุกไหม ตั้งนาฬิกาปลุกกันไหม ตอนจะตื่นนอน หรือว่าไม่ตั้งตื่นเองอัตโนมัติ (นักศึกษาหญิง) หนูใช้ค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) เงื่อนไขเหมือนนาฬิกาปลุกนั่นล่ะ ต้องถึงกี่โมงลูกถึงจะปลุก(นักศึกษาหญิง) ตั้งเป็นเวลาค่ะ (อาจารย์) นั่นล่ะ มุกตั้งไว้กี่โมง (นักศึกษาหญิง) หนูตั้ง 06.20 น. 6.20 น. ค่ะ เพราะว่าต้องตื่นเช้าไปทำงานเดี๋ยวนะ หนูตั้ง 06.20 น. พอสิ้นเสียงเสียงนาฬิกาปลุกมันดังใช่ไหมลูก (นักศึกษาหญิง) ใช่ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงมันถึงทำงาน ถ้าเวลาไม่ไปถึง 6.20 น. นาฬิกาปลุกก็จะไม่ดังใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ มันจะเหมือนคำสั่ง Do... while น่ะ เช็กแล้วว่าเงื่อนไขเป็นจริง จะทำเมื่อ Time = 6.20 พอ 06.20 น. ปุ๊บ สิ่งที่เช็กเงื่อนไขแล้วว่ามันเป็นจริง ว่าให้ทำอะไรคะ นาฬิกาส่งเสียง Alarm หรือใช้สั่น อย่างนี้ นึกออกไหม ก็จะมีคำสั่งที่ทำงานภายใต้เงื่อนไขที่เป็นจริงนะคะ อย่างนี้เป็นต้น แต่ถ้าทำตามเงื่อนไข Do untill นี่ Do... Until ทำก็ต่อเมื่อ จะตรวจสอบเงื่อนไขหลังจากโปรแกรมทำงานแล้ววนซ้ำ นั่นก็คือ เข้ามาทำก่อน ทำ ๆ ทำไปแล้วก็เช็กเงื่อนไข ไปเช็ก ทำเสร็จหรือยัง ยังไม่เสร็จ วนกลับไปใหม่ อันนี้จะทำงานวนรอบ เช่นอะไร เช่น เหมือนให้บวกเลข 1-10 เข้ามาครั้งแรกบวก 1 ก่อนใช่ไหมคะ เอา 1 บวก ถึง 10 หรือยัง ยังไม่ถึงทำ ตอนนี้ถึงเลข 1 เลข 2 เลข 3 วนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง 10 เห็นไหมคะ จบการทำงานสิ้นสุดเห็นไหมคะ แต่ถ้ายังไม่ถึงเป็นเท็จ ก็ทำวนไปเรื่อย ๆ จนกว่าค่าสุดท้ายจะครบ 10 นะคะ เพราะฉะนั้น ตัวนี้เราจะมาทำก็ต่อเมื่อเราเจอกันใน Classroom แล้วนะคะ ทำเป็นกลุ่ม ๆ มันจะสนุก ทำเดี่ยว ๆ มันจะงงมันจะไม่สนุก ในส่วนของสัปดาห์นี้นะคะ จะให้เด็ก ๆ ทดลองเขียนมีแบบฝึกหัดทดลองเขียนเองนะคะ เขียนลงในในกระดาษ เพราะบางคนไม่มีคอมพิวเตอร์นะคะ สไลด์เราอยู่ในไอ้นั่นอยู่แล้ว เปิดดูได้นะคะ ให้เขียน Flowchart หาค่าเลข นี่ (ล่าม) อดิศรสอบถามหน่อยค่ะ ขอโทษค่ะ ถามว่าคอมฯ ได้ใช่ไหมครับ (อาจารย์) ถ้าใครมีคอมฯ ใช้คอมฯ ได้ ใส่ลงในคอมได้ (นักศึกษาชาย) ขอถามครับอาจารย์ มองไม่เห็น(อาจารย์) เดี๋ยวพี่ ๆ DSS จะช่วยที่มองไม่เห็น (นักศึกษาชาย) โอ.เค. ครับ ทีนี้มีใครจะถามอีกไหม ที่เราจะเขียนนะคะ ให้ลองเขียนผังงาน การทำงานของการบวกเลข 1-10 อย่าลืมนะคะ ต้องใส่อะไร จุดเริ่มต้นก่อนใช่ไหม ต้องมี Star, Stop เสมอนะคะ แต่การแสดงผลจะเป็นอย่างไร เด็ก ๆ ลองไปเขียนดู นั่นคือการบ้าน โอ.เค. ไหมคะ ให้เปิดย้อนดูสไลด์ได้ สัญลักษณ์แสดงผังงานอยู่ในสไลด์ แล้วค่อย ๆ ไล่ดู Sudo Code เขียนไว้อย่างไร มีใครสงสัยอะไรไหมครับ (ล่าม) ครับ ว่าอย่างไรครับ (อาจารย์) สงสัยหรือเปล่า บิวจะถามอะไร จะถามไหมครับ มีคนอื่นจะถามไหมเอ่ย เขียดถามไหม สัญญาณห้องเจ้าเขียดไม่ค่อยดี ถามว่าอะไรหว่า (ล่าม) ค่ะ ก็อยากจะถามนะคะ (อาจารย์) ว่า (ล่าม) ค่ะ ก็อยากจะถามว่าอันที่ 1 น่ะค่ะ ให้เป็นภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ (อาจารย์) ไม่ ๆ ไม่ต้อง เขียนผังเขียน Flowchart เลย โอ.เค. ไหม เขียนเป็นแบบนี้เลข เขียนเป็นอย่างนี้เลย ขั้นตอนเลยอย่างนี้ อย่างนี้ ๆ เลย (ล่าม) หัวข้อของเขาเลยเลยใช่ไหมคะ (อาจารย์) ไม่ ๆ เอา 1-10 บวกเลข 1-10 (ล่าม) เหมือนกับที่บวก อดิศรอธิบาย ว่าที่บวกจนถึง 10 เลยใช่ไหมครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ ใช่ เขาใจนะ วิธีทำมาเป็นทำเป็นเขียนเป็นผังงาน Flowchart แทน ก็คือเวลาทำเด็ก ๆ ก็เปิดดูสไลด์ว่าสัญลักษณ์นี้แทนอะไร คือ ตอนนี้เราเขียนบรรยาย จากสัญลักษณ์ที่เราเรียนกันวันนี้ (ล่าม) งงใช่ไหม (อาจารย์) ให้ดูตามสัญลักษณ์ที่เรียน (ล่าม) แฝดยังงง น้องอบยังงง (อาจารย์) ก็คือ สมมตินะ (ล่าม) คือ ทีนี้ให้อธิบาย นะคะ ให้เพื่อนดูเดี๋ยวรบกวนอาจารย์เปิดแล้วค่ะ (ล่าม) อธิบายให้เพื่อน ๆ ว่าทำแบบไหน อธิบายเพื่อน ๆ เลยตอนนี้ ครับ ก็จากที่คราวที่แล้วนะครับ เปลี่ยนเป็น 2+2+3 ให้แบบ... มีเครื่องหมายเริ่ม (อาจารย์) ใช้เป็น (ล่าม) การมีเครื่องหมายเฉียง ๆ การแปลความหมาย 1+2 เป็นขั้นเป็นตอนน่ะครับ ก็ก็โดยใช้ภาพต่าง ๆ ต่าง ๆ เพื่อน ๆ เข้าใจไหม เพื่อน ๆ เข้าใจไหม ก็แล้วแต่น่ะครับ ว่าใครจะทำลากลงมาแบบไหน ประมาณนี้ครับ ก็ที่เรียนน่ะครับ เป็นมน ๆ เป็นเหลี่ยม ๆ เข้าใจไหม (อาจารย์) ใช่ (ล่าม) เหลี่ยม ๆ (อาจารย์) น่าจะเข้าใจอยู่นะอดิศร ใครไม่เข้าใจ แฝด (ล่าม) ขอบคุณ อดิษร (อาจารย์) เข้าใจ แฝดเข้าใจไหม โอ.เค. ก็คือถ้าจำไม่ได้เปิดดู เปิดดูสไลด์ เปิดดูใน Classroom ใน Google Classroom มีใช่ไหมคะ (อาจารย์) ใช่ ๆ เอาใส่ไว้ใน Classroom แล้ว ไปเปิดย้อนดูค่อย ๆ ไล่ไป หัดลองเขียน คือ แทนที่จะ... คือแทนที่เราจะเขียนบรรยายแบบเดิม เอาลงในรูปแทน เช่นอย่างนี้ เดี๋ยวนะคะ ลองเช็กให้ดูก็ได้เดี๋ยวเปิด jamboard ให้ดูสมมติก่อนจะเริ่มโปรแกรมจะต้องมีจุดเริ่มต้นนะคะ เนื่องจากไม่ได้ใช้ไอ้ตัวเมาส์ไม่เป็นไร ก็ใช้ตัว Start ก่อน เดี๋ยว ๆ เห็นไหม เห็นหน้า Jamboard ้เชื่อมโยงเห็นไหมคะ เราก็จะเริ่มอะไรให้อะไร ให้รับค่า ถ้ารับค่า สัญลักษณ์ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมเฉียง ๆ หน่อย ตัวนี้เห็นไหม รับและแสดงค่า 1 เลย เริ่มที่เลข 1 ไปไหนต่อ ไม่ให้เลื่อนหรอ เขียนใหญ่ไปอาจจะใหญ่ไปหน่อย ก็คือพอเริ่มปุ๊บมันจะทำอะไรต่อในขั้นตอนต่อไป ก็จะโยงลงด้วยลูกศรนะคะ อย่างนี้มีตัวเริ่ม ขอยืมก่อน อย่างนี้นะคะ จุดเริ่มไม่มีเส้น เริ่มที่ Star เสมอนะคะ จุดเริ่มต้น เห็นเราทำอะไร ไปไหนต่อ ก็คือต้องมีเส้มเชื่อมโยง มีเส้นเชื่อมที่เป็นหัวลูกศร จากบนลงมาล่างให้ทำอะไร เรามาดูกัน เราต้องการใส่ตัวเลขผ่านทางคีย์บอร์ด ก็คือมอบตัวเลขลงไปผ่านทางคีย์บอร์ดJamboard อยู่ไหนเอ่ย มันจะเป็นมันจะเป็นสี่เหลี่ยมลักษณะสี่เหลี่ยมลักษณะนี้ Get อะไรรับค่า อันนี้ใช้เมาส์เขียน ก็จะ Get 1 ใส่เลข 1 ลงไป ใส่เลข 1 แล้วไปทำอะไรต่อ 1 ต้องไปบวกกับอะไรคะ คำนวณ สัญลักษณ์ที่แสดงการคำนวณ ก็คือรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเห็นไหมคะ ก็จะเป็นเราก็จะวาดรูปสี่เหลี่ยมผื่นผ้า เท่ากับอะไรล่ะ นำจำนวนนนี่ MUM จำนวนเท่ากับ 1 บวก Number ต่อไปเรื่อย ๆ สมมติ A สมมติบวก A ก่อนนะคะ แล้วทำอะไรต่อ มันบวก มันบวกได้เท่าไร แต่ถ้าเสร็จแล้วก็ใส่ End ได้เลข อย่างนี้เป็นต้น End หรือสิ้นสุดอย่างนี้นะคะ ถ้าสิ้นสุด แต่ถ้ายังไม่เสร็จนะคะ แล้วมีมีเงื่อนไข สมมติว่ามันมีเงื่อนไขต่อนะคะ เด็ก ๆ ก็จะมาใช้สัญลักษณ์นี่เห็นไหม เพื่อแสดงการตัดสินใจ นะคะ ต่อไปว่าเช็กเงื่อนไขก่อนว่าตัวนี้ใช้เงื่อนไขใช้สัญลักษณ์นี้ ถ้า A เท่ากับให้ Get ที่ A อย่างนี้นะคะ รับค่า ตรงรับค่านี่ใช้ตัวแปรที่ชื่อว่า A แล้วกันนะคะ ก่อน แล้วก็ num = 1+a +a ไป เงื่อนไขต้อง A = 10 เมื่อใดที่ A เท่ากับ 10 นะคะ ใส่ค่า a ไปจนถึง 10 นี่มันจะทำไม ถ้าเสร็จสิ้นสุดที่ N พอดีมันลงต่อไม่ได้นะคะ แต่ถ้าไม่สิ้นสุดวนกลับไปทำ กลับไปรับค่า A ใหม่ อย่างนี้เป็นต้น ก็คือให้ดูว่า คำสั่งนี้นี้มันจะไปไหนต่อให้ดูสัญลักษณ์ที่มี มันใช้ไม่กี่ตัวหรอกลูก ตัวนี้ต้องใช้แน่นอนไอ้ตัวแรกนี่นะคะ แต่ไอ้รับข้อมูลนี่จะเอาอันที่ 1 หรืออันที่ 2 ใช่ไหม แสดงผลมี 2 แบบ ก็คือแสดงทางเครื่องปริ้นกับแสดงทางจอ เห็นไหมคะต่างกัน จะให้แสดงทางไหนก็ดู เลือกให้ถูกสัญลักษณ์ หรือการคำนวณก็ต้องมีรูป เป็นสี่เหลี่ยมที่เป็นลักษณะนี้ แล้วถ้าคำนวณสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะฉะนั้น ทิศทางการทำงานขั้นตอนการบวกเลขของเราน่ะ ว่าเราจะบวกแบบนั้นแค่นั้นเอง โอ.เค. ไหมคะ เด็ก ๆ จะวาด Start แล้วต้องไปสิ้นสุดที่ตัว End เสมอ การไปนี่จะไปทางไหนก็แล้วแต่ อันนี้ยกตัวอย่างให้ดูว่ามันควรจะมีตัวเริ่มและตัวสิ้นสุดที่สัญลักษณ์อะไรบ้าง มีใครสงสัยอีกไหม พอจะเข้าใจไหมคะ (ล่าม) แฝดพยักหน้าค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. แฝดเข้าใจแล้ว เดี๋ยวลองดุคนอื่นบิวล่ะ บิวบิวไม่เปิดกล้องตอนนี้ บิวพอเข้าใจไหม เข้าใจไหม โอ.เค. (ล่าม) บิวเข้าใจครับ บิวเข้าใจครับ ที่เปิด เขียดได้ไหม เขียดกำลังทำมือ พอจะเข้าใจหรือยัง (ล่าม) อดิศรน่าจะกำลังคุยกับเพื่อนค่ะ ๆ ดูเหมือนอดิษรเข้าใจสุดแล้วตอนนี้ ก็คือ... พายุให้บอกเพื่อนว่าแทนที่เราจะเขียนเขียนเป็นข้อความปกติ เราเปลี่ยนมาเขียนเป็นรูปแทน ก็คือบอกขั้นตอน (ล่าม) ครับรู้แล้วครับ ทราบครับ ไม่เขียนครับฟแPseudo Code ผ (อาจารย์) อธิบายเพื่อนด้วย ทราบครับ (อาจารย์) มุกว่าอย่างไรมุก (นักศึกษาหญิง) เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ อาจารย์ต้องถามโยโกะด้วยนะคะ ว่าโยโกะเข้าใจหรือเปล่า บอกในแชตก็ได้นะคะ อยู่หรือเปล่านะเงียบ ยังไม่ตอบ(ล่าม) ไม่ได้เปิดกล้องน่ะค่ะ (อาจารย์) ของเขาเหมือนมือถือเขาใช้กล้องกับไมค์ไม่ได้ ดอม ดอม บิว พงษ์พล ไปไหนเอ่ย หายไปไหนเอ่ย เข้าใจการทำงานอยู่ใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์) ทำไมของเราไมค์หอน (ล่าม) เปิดพัดลมอัดครับ (อาจารย์) อ๋อ เปิดพัดลมอัด เสียงพัดลมนี่เอง โอ.เค. เชอร์รี่ ๆ เข้าใจหรือเปล่าเชอร์รี่ ๆ เข้าใจหรือเปล่า เชอร์รี่พอเข้าใจไหม (ล่าม) เหมือนดูกล้องอยู่น่ะค่ะ ดูเพื่อนเขานี่ล่ะ ทำมือว่าเข้าใจ (อาจารย์) โอ.เค. มาแล้วหรือเจ้ามิ้นท์ ธรรมดา ไม่เปิดกล้อง เราก็อยากดู เป็นอย่างไรมิ้นเข้าใจไหม เป็นอย่างไรมิ้นท์เข้าใจไหม (ล่าม) เข้าใจค่ะ ๆลองเขียนส่งมานะคะ เดี๋ยวตั้งงานใน Class ส่งในคลาสเหมือนเดิม ส่งในชั้นของเราเหมือนเดิมตัวนี้ งานชิ้นนี้ถ้าใครไม่มีคอมฯ เขียนในกระดาษแล้วถ่ายรูป เข้าใจนะ ให้เขียนลงกระดาษ แล้วก็ถ่ายรูปถ่ายรูปส่งไฟล์ในคลาส ถ้าใครไม่มีคอมฯ เขียนด้วยมือลงกระดาษแล้วก็ถ่ายรูปมาแล้วก็ส่งเข้าในชั้นเรียน ในชั้นเรียนของเรา โอ.เค. ไหมคะ มีใครสงสัยอยากถามอะไรหรือเปล่า (ล่าม) มีครับ อดิศรถามค่ะอาจารย์ (อาจารย์) อดิษร ว่าอย่างไรพายุ (ล่าม) เริ่มจาก Start นะครับ แล้วก็ต่อลูกศรลงมา เป็นภาษาอังกฤษใช่ไหมครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ ต้องใช้คำที่อธิบายเป็นภาษาอังกฤษ โอ.เค. ครับ ก็คือเป็นลูกศรไล่ลงมาเรื่อย ๆ (อาจารย์) ใช่ ๆ ในหัวข้อที่เป็น 1 จนถึง 10 สุดท้ายจบ ครับ เข้าใจแล้วครับ (อาจารย์) โอ.เค. ครับ มีไหม มีใครถาม ถามมีไหม (อาจารย์) มีใครถามอีกหรือเปล่า ไหนลองหา (ล่าม) แฝดถามไหม ๆ (อาจารย์) แฝดจะถามหรือ แฝดถาม (อาจารย์) ว่า ระหว่างคอมฯ กับมือเลือกอันไหนก็ได้ใช่ไหมครับ (อาจารย์) ใช่ ตามสะดวก เพราะที่ให้ทำมือน่ะเพราะเพื่อนบางคนไม่มีคอมฯ แต่ถ้าใครมีคอมฯ ทำให้คอมฯ ได้ โอ.เค. นะ (ล่าม) ค่ะ อาจารย์อธิบายแล้วว่าคอมฯ ก็ได้มือก็ได้ถ้าทำมือก็ถ่ายรูปส่งใน Google เข้าใจแล้วครับ (อาจารย์) โอ.เค. กำลังจะเปิดเจ้าอบ อบ ถ้าไม่มีคอมฯ ทำลงกระดาษแล้วถ่ายรูปส่งก็ได้ มีคอมฯ หรือเปล่า คอมฯ ไม่มีค่ะ กระดาษ (อาจารย์) โอ.เค. เขียนลงกระดาษแล้วถ่ายรูปเอานะ คนอื่นไม่น่ามีปัญหา เชอร์รี่ อบอยู่ด้วยกันกับเชอร์รี่ไหม (ล่าม) ใช่ค่ะ มีเพื่อนอยู่ด้วยค่ะ อยู่ห้องเดียวกันหรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ แต่นั่งคนละมุมใช่ไหมคะ (ล่าม) ตอนนี้เพื่อนอยู่บ้าน ตอนนี้เพื่อนกลับบ้านค่ะ (อาจารย์) อ๋อ เชอรี่อยู่บ้าน แต่อบอยู่หอ รอดูอาทิตย์หน้าจะประกาศ เดี๋ยวเรารอดู เราก็จะเข้าคลาสกัน มาทำในห้องมันน่าจะใช้คอมฯ ได้ อะไรได้นะคะ เดี๋ยวเรารอดู ถ้าอย่างนั้นไม่มีใครสงสัยแล้ววันนี้จะพอแค่นี้นะเด็ก ๆ โอ.เค. ไหมคะ (ล่าม) อดิศรยกมือค่ะอาจารย์ (อาจารย์) แล้วพายุว่าอย่างไร อธิบายหรือดู อดิศรบอกว่าผมอยากให้อาจารย์ย้อนสไลด์ใหม่อีกทีครับ แต่ให้อธิบายไหม ขอแค่ดูสไลด์ สไลด์อยู่ใน Class มีอยู่ (ล่าม) สไลด์อยู่ใน Class แตะไว้ใน Class (อาจารย์) นี่ ๆ ๆ มี ๆ เดี๋ยวเปิดให้ดูค่ะ อยู่ตรงนี้ ๆ เปิดได้ (อาจารย์) นี่ ๆ เห็นไหม PowerPoint สอนนี่อยู่ตรงนี้ นี่เห็นไหมคะ เห็นหรือเปล่า มีสไลด์อยู่ใน Class เรานี่ อยู่ใน PowerPoint สอนนี่ (ล่าม) ครับ เห็นแล้วครับ (อาจารย์) เปิดดูได้ทุกคนเลย (ล่าม) มาย้อนดูได้ (อาจารย์) อยู่ใน Class แล้ว Class Room (อาจารย์) ในห้องเรียนเราแล้วน่ะ (ล่าม) ครับ ๆ (อาจารย์) โอ.เค. ครับ เปิดดูกี่รอบก็ได้จะได้ค่อย ๆ ไล่ไปทีละข้อได้ (อาจารย์) เพราะแปะไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แฝดก็พยักหน้า อดิศรก็บอกเห็นแล้ว (อาจารย์) โอ.เค. (ล่าม) แฝดบอกเจอแล้ว ๆ ถ้าอย่างนั้นพายุ ขอบคุณ ขอบคุณพี่ล่ามวันนี้เรียนเสร็จแล้ว ให้ขอบคุณพี่ล่าม ใช่ ขอบคุณครับ (ล่าม) ค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณอาจารย์แม่ค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]