--- title: หลักการเขียนโปรแกรม (ปี1) subtitle: date: วันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2564 เวลา 08.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีครับ นิดเปิดเครื่องหน่อย ชื่อภาษามือของมิวคืออะไรนะ เดี๋ยวบอกให้เขาเปิดกล้องก่อน .... ครับ เปิดกล้องด้วยสิลูก ยังไม่เปิด เปิดกล้องครับ เปิดกล้องด้วยครับไม่เปิดกล้อง แต่เขาตอบแชตมาอยู่ สวัสดีครับ แต่ยังไม่เปิดกกล้องให้ (ล่าม) ไม่ยอมเปิด (อาจารย์) นั่นน่ะสิ ตรงไหนนะ มิวครับ เปิดกล้องด้วยครับ (ล่าม) เงียบมากเลยค่ะ (อาจารย์) เดี๋ยว ๆ ลองทักในแชตดู เปิดแชตอยู่นะ แต่ยังไม่ยอมเปิดกล้องให้ หรือ... อ๋อ (ล่าม) น่าจะพึ่งตื่นค่ะ (อาจารย์) ไม่เป็นไร หายไปไหนมา หายไปไหนมาครับ กลับบ้านหรือ สงสัยกล้องไม่ค่อยดี กลับบ้านหรือครับ (ล่าม) อ๋อ อยู่บ้านครับ (อาจารย์) เห็นไม่เข้า 2 สัปดาห์ก็เลยถามหา เห็นแฝดบอกว่าไปทำงานหรือ เสื้อ (ล่าม) ใช่ไหม เดี๋ยวรอคุยกับ... ปิดกล้องไปแล้ว เหมือนสัญญาณเน็ตเขาไม่ค่อยดีด้วย ตอนนี้สมาชิกเข้ามาแล้วทั้งหมด เจ้านิวหลุดออกไปอีกแล้ว แสดงว่าสัญญาณเน็ตเขาไม่ค่อยดีที่บ้าน (ล่าม) น่าจะกระตุกอยู่ค่ะ นี่ออกไปอีกแล้ว หลุดออกไปอีกแล้ว กลับเข้ามาใหม่ น่าจะเน็ตเขาไม่ค่อยดี เน็ตไม่ดีหรือเปล่าลูก หลุดออกไปอีกแล้ว สงสัยจะเป็นกับเน็ตน้อง ยังว่าอยู่เขาเข้า ๆ ออก ๆ สัญญาณเน็ตเขาน่าจะไม่เวิแล้วนนี่เลื่อนไปจนถึงสิ้นเดือนอีกรอบหนึ่งอีกแล้ว สงสัยจะทั้งเทอมล่ะมั้ง สอนออนไลน์ก็เบื่อเหมือนกันใช่ไหมคะ ถ้าเราจะ Code น่ะ มันก็จะยาก ตอนนี้ก็เลยใส่แต่บรรยาย บรรยายมันก็ยังยากอยู่ดีนะ (ล่าม) มันต้องเกริ่นไปด้วย บรรยายไปด้วย ภาษา (ล่าม) ปฏิบัติ (อาจารย์) ใช่ เขาเห็นมันก็ได้ไอ้นี่ อันนี้มีแต่พูด มันก็ไม่เห็นว่าผิดหรือถูกอะไรอย่างนี้ (ล่าม) หนูเข้าใจเลยค่ะอาจารย์ (อาจารย์) ไม่แล้วเราก็สอนเด็กเยอะก็ไม่ได้ ขออธิบาย ภากรณ์ ไหนอธิบายคราวที่แล้วน่ะ (อาจารย์) หายไปไหนมา (ล่าม) ทำงานหรือ หรืออยู่บ้าน ถามว่าทำอย่างนี้หรือเปล่า ภากรณ์ (ล่าม) ถาม เรียนมีไหมครั้งที่แล้ว (อาจารย์) ไม่ได้เข้าน่ะ ถามพี่ ๆ นะ (ล่าม) ภาษามือน่ะชัดไหม (อาจารย์) บางวิชาเขามีการบ้าน มันต้องได้มาทำ (ล่าม) มันกระตุกไหม ภาษามือกระตุกหรือ (อาจารย์) แสดงว่าเน็ตเขาน่าจะไม่... เน็ต ไม่ค่อย... ใช้เน็ตอะไร เจ้ามิ้นเข้ามาแล้ว ไหนดูเจ้ามิ้นต์สิ มิ้นท์หรืออุ้ม อุ้มสิคนนี้ ไม่เปิดกล้อง (ล่าม) อุ้มค่ะแม่ อุ้ม (อาจารย์) อุ้มเปิดกล้อง เพราะ 2 คนนี้ชอบอยู่ด้วยกันคู่กันไอ้มิ้นกับไอ้อุ้มนี่ (ล่าม) ถามเพื่อน ๆ ทำถึงไหน (อาจารย์) ถามการบ้านเพื่อนหน่อยนะ มิ้นต์นะ (ล่าม) Google Classroom มีการบ้าน (อาจารย์) ถามแฝดก็ได้ว่ามีการบ้านหรือเปล่า (อาจารย์) โอ.เค. ครับ (อาจารย์) อุ้มเอ้ย อุ้มเอ้ย เปิดกล้องหน่อย (ล่าม) ชื่อภาษามือคน... (อาจารย์) เดี๋ยว ๆ ขอแป๊บหนึ่งครับ ปิด OBS ก่อนแล้วก็เปิดไมค์ ชื่อภาษามืออุ้มแบบนี้ค่ะ (ล่าม) ชื่อนี้ใช่ไหมคะ ขอบคุณค่ะ เจ้าอุ้มไม่เปิดกล้อง แฝดมาแล้ว สวัสดีจ้า (อาจารย์) เห็นแม่ไหมแฝด แฝดตามเพื่อนเข้ามาเรียนได้แล้ว เก่งมากค่ะ ติดตามนิวมาเรียนให้ เจ้าแฝดคนอื่น ๆ เด็กหูยังเข้าไม่ครบเลย แฝดใส่แว่นแล้วหรือ ทำไมใส่แว่น มองไม่เห็นหรือ เพิ่งไปตัด เพิ่งใส่ใช่ไหม สั้นเท่าไรลูก สั้นหรือยาว พี่การ์ตูนปิดเสียงไมค์น่ะ อาจารย์ไม่ได้ยินเสียง หนแว่นกรองแสงธรรมดา (อาจารย์) แว่นกรองแสงใช่ไหม (ล่าม) เขาใช่คอม (พิวเตอร์)ใช่ไหม โอ.เค. ไม่ใช่อยู่บ้าน ว่างเล่นแต่คอมอย่างเดียวหรือเปล่า ต้องอย่าเล่นติดต่อกัน ห้ามเล่นเกิน 2 ชั่วโมง ถ้า 2 ชั่วโมงให้พัก ให้ไปทำอย่าเล่นติดต่อกันนานมันจะทำให้ตามันมีปัญหา เข้าใจไหม พักสัก 10 นาทีแล้วค่อยเล่นใหม่ได้ (ล่าม) เหมือนเขาบอกว่า พอเล่น ตาก็เริ่มรู้สึกล้าอะไรอย่างนี้ (อาจารย์) ถ้า 2 ชั่วโมงแล้วให้พัก พักสายตาไปทำอย่างอื่นแล้วค่อยมาเล่นใหม่ ไม่ใช่นั่งจ้องอยู่นั่นล่ะ ไม่ใช่ เข้ามาแล้ว เด็ก ๆ เข้ามาแล้ว สมาชิกเพิ่มขึ้นแล้ว สวัสดีครับดอม (ล่าม) สวัสดีครับ (นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ (อาจารย์) มาแล้ว เหลือใคร พายุ ไปหาพายุบ้าง พายุสวัสดีครับ (ล่าม) ครับ สวัสดีครับ (อาจารย์) พายุอยู่กับบิวใช่ไหม อยู่กับบิวใช่ไหม บิวอยู่ไหน (ล่าม) อ๋อ กำลังใส่เสื้อครับ (ล่าม) โอ.เค. (อาจารย์) แสดงว่า 2 คนนี่เขาอยู่ด้วยกัน เพิ่งตื่นกันเลยใช่ไหมนี่ ยังอยู่ครับ (อาจารย์) โอ.เค. ๆ (ล่าม) กำลังใส่เสื้อ (ล่าม) หิวอีกแล้ว (อาจารย์) หิวแล้ว (ล่าม) ตื่นมาก็หิวเลย (อาจารย์) มันต้องตื่นมากินข้าว (อาจารย์) บิวยังไม่เปิดกล้อง (ล่าม) เรียนก่อนครับ แล้วค่อยไปกินครับ แล้วกินข้าวที่ไหน พายุกินข้าวที่ไหน พายุนี่ภาษามืออย่างไว (ล่าม) ซื้อโรงอาหาร (อาจารย์) โรงอาหารที่หอน่ะหรือ หรือโรงอาหารทานตะวันหรือแถวศูนย์ DSS โรงอาหารที่อยู่ทางไหน (ล่าม) ตลาดค่ะ (อาจารย์) ตลาดเลยหรือ อ๋อ ไปตลาดเป็นแล้ว (ล่าม) ก็ไม่ไกลมาก ก็โรงเรียน... (อาจารย์) อยู่ใน ม. นั่นล่ะ โรงอาหารในมอ โอ.เค. จ้า เปิดอยู่นะ (ล่าม) เรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะ ต้องเป็น ม. แล้วนะ ไม่ได้นะ (อาจารย์) เปลี่ยนนะ (อาจารย์) เราเป็นมหาวิทยาลัย หนูก็ยังนึก โรงเรียนไหน มหาวิทยาลัย (อาจารย์) โอ.เค. บิวเสร็จหรือยัง บิวแต่งตัวเสร็จหรือยัง (อาจารย์) ไหนดูสิ ยังไม่เปิด ยังใส่เสื้อไม่เสร็จ (ล่าม) น่าจะเพิ่งตื่นกันทั้งคู่ ธนภัทร์ ทองทวี พี่ ๆ ที่ฝั่งนู่นใช่ไหม ชื่อเหมือนน้องเลย เดี๋ยวจิ่มผิดกันสักวัน นี่ แมวน้อยนี่ใครเอ่ย พี่ฝั่ง NECTEC ใช่ไหม ไปถามเจ้าเขียดดีกว่า สภาพเพิ่งตื่นนอน ตื่นจากเตียงเลยทีเดียว (ล่าม) เขาเขิน (ล่าม) เขินเลย (อาจารย์) ไปแล้วไปไหน (ล่าม) พยายามเรียกมาก (อาจารย์) เห็นตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเร่อเลย เอาที่ตั้งกล้อง เพิ่งตื่นเลยสภาพ นี่ก็เข้าสายแล้วนะเกือบ 9.00 น. เอ๊ะ ทำไมวันนี้ไม่ได้เปิดไฟห้องหรือลูก ทำไมหน้าไม่ค่อยชัด ทุกทีเขาสว่างกว่านี้ ในห้องเปิดไฟหรือเปล่าน่ะ เปิด (ล่าม) เปิดแล้วค่ะ ทุกทีหน้ามันจะสว่างกว่านี้ (ล่าม) แฝดเรียกค่ะ แฝดถาม (อาจารย์) แฝดถามอะไรครับ มหาวิทยาลัยจะเปิดประกาศเปิดเมื่อไรครับ (อาจารย์) ตอนนี้บอกว่ายังไม่เปิด มันเลื่อนออกไปจนถึงสิ้นเดือนแล้วนี่ เดี๋ยวรอดูเดือนหน้า (ล่าม) เขาบอกว่าเกี่ยวกับเงินโอน 2,000 น่ะครับ การศึกษาที่จะมีการช่วยนักศึกษา จะถามว่ามหาวิทยาลัยนี่มีการช่วยไหมครับ (อาจารย์) ไม่ ของเรามันเป็นขอทุนไง เพราะเราเท่ากับไม่ได้จ่ายค่าเทอมนึกออกไหม เงิน 2,000 นั้นน่ะ ที่เขาบอกน่ะ (ล่าม) เป็นทุนของ กรอ. (อาจารย์) ไม่ของเราที่ทุนจากกระทรวง พม. น่ะ ที่เป็นทุนเล่าเรียนน่ะ มันอยู่ในนั้นแล้ว ของเด็ก ๆ น่ะ หรือเปล่า 2,000 นี่ เขาให้เด็กประถม มัธยมไม่ใช่หรือที่ว่า... มันไม่ใช่ในระดับมหาวิทยาลัยนะ มันเฉพาะเด็กมัธยมน่ะ ที่เขาประกาศ มันเป็นของไม่ใช่ระดับเราน่ะ คนละ เพราะที่เขาให้แต่ผู้ปกครองของเด็กประถม มัธยม คนละระดับนะลูก เราเป็นระดับผู้ใหญ่กว่าสูงขึ้นมา ของเราจะเป็นไอ้ลดค่าเทอมอะไรน่ะ ครึ่งราคา ของมหาวิทยาลัยน่ะ แค่นั้น โอ.เค. นะครับ ครับ (ล่าม) โอ.เค. เข้าใจไหม หูหนวก เข้าใจไหม (อาจารย์) นี่นะบางทีประกาศ (ล่าม) คลุมเครือแล้วเขาอ่าน (อาจารย์) ว่าทั้งประเทศ บางทีเขาอ่านไม่ละเอียด ทีนี้เขาเข้าใจว่าได้กันหมด มันที่นั่น โอ.เค. ครับ อุ้มไม่เปิดกล้องเลย คนอื่นเขาเปิดกันหมด เหลือใคร เหลือบิวเปิดกล้องหรือยัง บิว ยัง ยังแต่งตัวไม่เสร็จหรือบิ้วเอ้ย พายุ ๆ เปิดกล้องหน่อยลูก (ล่าม) นี่นานแล้ว บอกบิวเปิดกล้องหน่อย จะแต่งหล่อไปไหน (อาจารย์) เหลือมิ้น มิ้นยังไม่มา มิ้นยังไม่เข้า มิ้นแล้วก็ใครอีก พายุมาแล้ว บิวมาแล้ว อบ อบกับเชอรี่ 2 คนนั้นอยู่ไหนหว่า 2 คนนั้นอยู่ไหนนะ อบกับเชอรี่ อบ เชอร์รี่ มิ้น เข้าห้องเรียน อบ เชอร์รี่ มิ้นท์ คนอื่นเข้าหมดแล้ว หายไป 3 วันนี้ ยังไม่เข้าอีก 3 เดี๋ยวเปิดสไลด์ขึ้นมาเสียก่อนนะคะ ผิด หัวข้อที่เราจะเรียนวันนี้นะคะ จะพูดเกี่ยวกับ Python นะคะ Python ภาษาที่เราใช้เรียนก็คือ Python นะคะ ในระหว่างรอเพื่อนให้ดูสไลด์ สไลด์ขึ้นหรือเปล่า เห็นไหม พี่ตูนเห็นสไลด์อยู่นะ (ล่าม) เห็นค่ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ ตรึงผิดอัน โอ.เค. เราก็จะพูดถึงเครื่องมือนะคะ ที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม Python นะคะ แล้วก็โครงสร้างของ Python ว่าเป็นอย่างไร แล้วก็วันนี้จะเรียนเกี่ยวกับตัวแปรหัวข้อที่จะเรียนก็มีอยู่ 3 หัวข้อหลักนี้นะคะ ก่อนอื่นต้องดูหน้าตาก่อน แล้วก็หนักสือที่จะต้องไปหามาใช้หรือใช้เรียนร่วมนะคะ แต่มีให้โหลดฟรีได้ ชื่อหนังสือว่า "Python101 นี่นะคะ เล่มนี้ ที่มีรูปงู 2 ตัวนี่ แล้วก็มีคำว่า "Python" ๑๐๑ ที่เป็นเลขไทย อันนี้โหลดฟรีตามลิงก์ที่ขึ้นเห็นไหมคะ ของจุฬาฯ น่ะค่ะ จุฬาฯ ค่ะ เป็นของจุฬาฯ แล้วก็สามารถเพิ่มเติมอันนี้โหลดได้ฟรี แล้วก็สามารถเข้าไปเรียนเพิ่มได้ด้วยตัวเองที่เว็บ (ไซต์)นี้นะคะ นี่ www.Python.org เพราะ Python มันเป็น Open Source นะคะ เป็นภาษาที่สามารถเขียนแล้วก็พัฒนาร่วมกับคนอื่นได้นะคะ นี่นะคะ เข้าไปศึกษาในนี้ได้ มันจะมีให้ดาวน์โหลดกระทั้งโปรแกรมอะไรพวกนี้นะคะ ไปดู แต่ส่วนใหญ่มันก็จะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถค้นหาเพิ่มก็ได้ ก็พิมพ์คำว่า "Python" เป็นภาษาไทย แบบนี้นะคะ พิมพ์แบบนี้ แล้วก็ ทอน อย่างนี้เลยนะคะ ก็จะหานี่ นี่ ข้อมูลที่เป็นภาษาไทย นี่นะคะ ศึกษาได้จากตามเว็บฯ ที่ขึ้นนะคะ Python เป็นภาษาที่เดี๋ยวนี้เด็กประถมก็ต้องเรียนกันแล้วนะ แต่รุ่นเราน่ะผ่านมาแล้วน่าจะไม่ได้เรียน เราก็เลยต้องให้เรียน เพราะว่ามันต้องนำไปใช้หรือต้องได้รู้จักทำความรู้จักเอาไว้นะคะ เหลือใครเข้ามาอีก เข้ามาครบหรือยังเอ่ย เดี๋ยวดูจำนวนสมาชิกก่อน3 คนนั้นไม่เข้านะคะ ยังไม่เข้ามา เจ้าเชอรี่ แล้วก็มิ้นต์ ยังไม่เข้าเรียนนะคะ สำหรับคนที่เข้ามาแล้วเรามาเรียรต่อกันดีกว่า เดี๋ยวจะเสียเวลานะคะ เพราะมัน 09.15 น. แล้วนะคะ แล้วก็มีหนังสือให้อ่านประกอบ เด็ก ๆ เนื่องจากเด็ก ๆ ยังไม่มีความรู้ เด็ก ๆ ควรเลือกที่มันจะมีบอกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น ตัวหนังสือมันก็จะมีบอกอย่างนี้นะคะ หรือพื้นฐานการเขียนอย่างนี้ หรือเป็นคู่มืออย่างนี้นะคะ จะดีกว่านะคะ ให้สังเกตเวลาเลือกหนังสือนี่ มันจะมีแบบบอกว่า Basic ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ บางเล่มเขาจะมีแบบ Basic ก็คือพื้นฐาน มาจากคำว่า "พื้นฐาน" นะคะ ถ้ามีคำว่า Advance นี่ก็คือขั้นสูงแล้ว อันนั้นเป็นแล้ว รู้แล้วนะคะ ไม่ต้องไปเรียนพื้นแต่ของเรานี่ยังไม่รู้เลย ให้เลือกที่มีคำว่า "พื้นฐาน" หรือว่า "Basic นะคะ หรือ Beginer ระดับเริ่ม ระดับแรก อะไรอย่างนี้นะคะ หรือจะเลือกที่มีคำว่า "คู่มือ" คู่มือเรียน คู่มือเขียนอย่างนี้มันจะช่วยให้ เพราะจะอธิบายสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจนะคะ ลักษณะนี้นะคะ นี่คือหนังสือที่แนะนำให้หามาศึกษาเพิ่มเติมนะคะ ทีนี้ก่อนอื่น เราต้องรู้ก่อนว่าเครื่องมือที่เราจะใช้นะคะ ในการเขียน Python นี่ มันใช้เครื่องมืออะไรบ้าง ตัวแรกมันชื่อว่า Python shell Python shell นะคะ ตัวนี้จะเป็นเครื่องมือที่ใช้เขียนภาษา Python ลักษณะมันจะคล้าย ๆ กับ ไอ้หน้าต่าง Editor นะคะ หน้าต่างที่ใช้แก้ ไม่แน่ใจเด็ก ๆ เคยเรียนโปรแกรม Matlab หรือเปล่านะคะ คือถ้าใช้ Python shell นี่ ลักษณะการทำงานนี่ ก็คือ 1 คำสั่งใช่ไหม จะใช้งานโดยการพิมพ์คำสั่งทีละคำสั่ง แล้วกด Enter เพื่อประมวลผลนะคะ จะทำงานไป 1 บรรทัดเสร็จ 1 บรรทัด เสร็จนะคะ ลักษณะนี้ จะมีสัญลักษณ์ของเครื่องหมาย Prompt 3 ตัวนี้นะคะ นี่นะคะ ลักษณะ Prompt มีเครื่องหมาย Prompt แสดงเพื่อรอรับคำสั่ง Prompt ก็มาจากแปลเป็นไทย ก็คือพร้อมแล้ว เครื่องพร้อมแล้วนะ จะทำงานให้นะคะ ก็คือถ้าสถานะนี้ขึ้นมานี่เราสามารถพิมพ์คำสั่งลงไปนะคะ ตัวนี้เราจะต้องไปหาโปรแกรมมาก่อนนะคะ Python shell มาติดตั้งก่อนนะคะ แล้วเรียกใช้งานโปรแกรมเรานั่นเองนะคะตัวนี้เดี๋ยวตอนปฏิบัติมันจะพาทำได้นะคะ ส่วนต่อไป เครื่องมืออีกตัวหนึ่ง Python เฉย ๆ แต่เป็นแบบ Command line ตัวนี้ก็จะเรียกใช้งานผ่าน Dos เลย ผ่านโปรแกรม DOS ก็คือเข้าไปที่ Command line นะคะ ของ... อยู่ในส่วนของนี่ ๆ Startup Menu เราน่ะ ในช่องคลิกน่ะ เข้าไปนะคะ พิมพ์ Command line เข้าไปนะคะ เราจะใช้ 2 ตัวนั้นนะคะ ในการเขียนนะคะ เดี๋ยวการติดตั้งอะไรนี่ เราจะไปเริ่มตอนปฏิบัติจริง ทีนี้ก่อนจะเรียนได้นี่ ก่อนจะเขียนเป็นนี่ต้องรู้ก่อนว่าโครงสร้างของภาษา Python เป็นอย่างไรนะคะ อันดับแรกนี่ มันจะต้องประกอบด้วยส่วนของ Head นี่เห็นไหมคะ ส่วนหัว นี่คือส่วน Head ตัวนี้ขึ้นมาเสมอจะพิมพ์ Hashtag เราจะเรียกว่า "Sharpเด็ก ๆ จะเรียกว่า Hastac นะคะ นี่นะคะ Comment นี่ ก็คือจะต้องพิมพ์ด้วยเครื่องหมาย # ถ้าใส่คอมเมนต์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เสมอ นี่ มันจะข้ามนะคะ ข้ามข้อความนี้นี้ที่มี Comment ไว้นี่ ไม่ต้องทำอะไร แต่ Python มันจะรู้ว่า Comment นี้คืออะไรนะคะ ตัว Comment เราจะใช้ทำอะไร ไว้สำหรับอธิบายโปรแกรมของเรานะคะ ว่าตรงนี้จะเป็นส่วนของอะไร ตรงนี้เป็นส่วนของตัวแปร ประกาศตัวแปร เป็นส่วนของ Function หรือเป็นส่วนของ Module จะได้รู้ เวลาเขียนโปรแกรมนี่ ถ้าเราเขียนแต่คำสั่ง ๆ ลงไปนี่เราจะ... แล้วเมื่อมันมีคำสั่งเยอะ ๆ ถ้า 4-5 บรรทัดน่ะมันดูง่าย แต่ถ้าเมื่อใดเราเขียนเยอะ มีเป็นร้อย ๆ พัน ๆ บรรทัดนี่เราต้องมี Comment มาช่วย ช่วยอธิบายในแต่ละส่วนของโปรแกรมที่เราเขียนว่าเป็นส่วนของการทำงานอะไร ตรงนี้เป็นส่วนของฟังก์ชันอะไรอย่างนี้ เวลาแก้ไข จะไปแก้ได้ง่าย ๆ พอเวลาค้นหาเพื่อแก้นะคะ มันจะเป็นตัวช่วยนะคะ เป็นส่วนสำคัญเลยนะ Comment ถัดไปนะคะ จาก Comment แล้ว ให้ดูที่ตำแหน่งที่บรรทัดที่ 10 คำสั่งนี้ชื่อว่า Import นี่ Import sys นี่ ตัว Sys นี่ มาจากคำว่า System นะคะ ในภาษา Python มันจะมี Class Class ที่ใช้สำหรับสร้างเป็นฟังก์ชันหรือสร้างเป็น Part นี่ เขาบอกว่ามันเป็น Library Libery ก็จะมีอะไรบ้าง แต่ในห้องสมุดของคอมพิวเตอร์มันจะไม่ใช่หนักสือ แต่มันจะเป็นเหมือนมีส่วนของโปรแกรมที่เขาสร้างไว้แล้วค่ะ เช่น โปรแกรมที่สร้างไว้แล้วน่ะค่ะ เช่น โปรแกรมที่จัดการระบบ เขาก็เลยเรียกว่า "System" แต่เรียกย่อ ๆ ว่า Sys มาจากคำว่า System ใน Class นี้ เราต้องเรียกให้เสมอ เพื่อให้เครื่องมันรู้ว่าตอนนี้ฉันต้องการเรียกตัวนี้ขึ้นมาใช้งาน Class System ขึ้นมาใช้งานนะคะ เพื่ออะไร เพื่อให้โปรแกรมนี่มันทำงานตามระบบนะคะ ที่เขาเขียนมาไว้แล้วนะคะ ในส่วนของ Class นะคะ คำสั่ง Import เรียก Class ต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นใน Library นี่ มาใช้งานนะคะ ส่วนต่อไปเห็นไหมคะ ถ้ามีประโยคที่เริ่มตั้งแต่นี่ ตั้งแต่บรรทัดที่ 9 มานี่แล้วเขียนลงไปบางทีมันยาวจนจบน่ะค่ะ ส่วนนี้เราจะเรียกมันว่าเป็นส่วนของ Statement Statement ก็คือส่วนของคำสั่งในการเขียนโปรแกรมแต่ละส่วนนั่นเองนะคะ ก็คือ 1 Statement ก็คือ 1 ส่วนคำสั่งนะคะ มันอาจจะมีหลาย Statement ได้นึกออกนะ แต่มันเป็นรวมทั้งหมดนี่นะคะ ก็คือเป็นรวมทั้งหมดทั้งปวงใน 1 ไฟล์นี่ อาจจะมี Module เราจะเรียกว่าเป็น "Modune" นะคะ ก็คือเหมือนใน 1 Class นี่ ใน 1 Moduก็คือไฟล์หรือส่วนของโปรแกรมเห็นไหมคะ ที่ใช้สำหรับกำหนดตัวแปรอยู่ในนั้น ต้องมีฟังก์ชัน ต้องกำหนดตัวแปรต้องใช้กำหนดฟังก์ชัน หรือใช้กำหนด Class จะเรียกเป็น 1 Module นะ อันนี้เป็นคลาสใช่ไหม แต่ถ้ามี Function อีก 1 Module ฟังก์ชันนี่ 2 Module ที่ 2 คือ ฟังก์ชัน อย่างนี้ หรือ Module ที่ 3 คือ ตัวแปรอย่างนี้นะคะ นี่คือ Module นั้นเป็นส่วนย่อย ๆ หรือ Staนะคะ ของโปรแกรมเรานั่นเอง เราจะแยกเป็นส่วน ๆ นะคะ แยกกัน เพราะคลาสก็ต่างหาก Function ก็ต่างหาก ตัวแปรก็ตางหาก แต่ละส่วนนั้นน่ะ ก็คือ 1 อันนี่ ก็คือ 1 Module ในภาษาคอม เราจะเรียกว่าเป็น Module นะคะ เมื่อรู้โครงสร้างแล้วเวลาเขียนจะเขียนได้นี่ ต้องรู้จักสิ่งนี้ก่อน โปรแกรมจะต้องทำการสร้างสิ่งที่เรียกว่าตัวแปรนะคะ เราจะให้โปรแกรมทำงานได้นี่ เราจะต้องมีส่วนของตัวแปรหรือ Variables เพื่อเห็นไหมคะ เพื่ออะไร ตัวแปร หรือ Variable นี่ คือ ชื่อ หรือเครื่องหมาย เป็นเครื่องหมายนะคะ ที่เรากำหนดมาไว้ใช้ในการบอกคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ ว่าไอ้เจ้าตัวนี้ ตัวแปรนี้ มันมีไว้สำหรับเก็บอะไร เก็บค่าอะไรในหน่วยความจำเป็นไหมคะ เห็นไหมคะ เก็บค่าไว้ในหน่วยความจำ ก็คือไปจำไว้ให้คอมพิวเตอร์รู้ไว้ว่าไอ้ Variable ตัวนี้มันเก็บข้อมูลอะไรนะคะ ทีนี้ตัวแปรจะมีชื่อหรือจะมu Identifier นี่ ใช้ในการอ้างข้อมูลนะคะ อ้างข้อมูล ก็คือพอเวลาเขียนนี่มันจะอ้างได้ว่าข้อมูลนี้เก็บอะไร มันจะไปสอดคล้องกับเมื่อตั้งตัวแปร และจะต้องรู้ถึงชนิดของข้อมูลนะคะ ว่าตัวแปรนี้มีชนิดข้อมูลเป็นอะไรต้องบอกได้ หรือบอกให้คอมพิวเตอร์แจ้งคอมพิวเตอร์ให้รู้ว่า ตัวแปรนี้จัดเก็บชนิดไหนไว้นะคะ ทีนี้อยู่เด็ก ๆ จะเขียนตัวแปรเองเลยไม่ได้ เราจะต้องรู้หลักของการตั้งชื่อตัวแปรก่อน เห็นไหมคะ ตัวแปรต้องมีชื่อ ต้องมีชื่อให้มัน หลักการก็คือตัวอักษรตัวอักษรตัวแรกหรือตั้งชื่อตัวแปรนี่ จะต้องเป็นตัวอักษรตัวใหญ่ จำไว้เลยนะคะ กฎของ... หรือหลักการของการตั้งชื่อตัวแปรนี่ จะต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ลูก ไม่ใช่ พูดผิด ไม่ใช่ว่าเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ต้องเป็นตัวอังกฤษภาษาอังกฤษ ก็คือใช้ A-Z ตัวพิมพ์ใหญ๋ หรือ A-Z ตัวพิมพ์ใหญ่ หรือ a-z เห็นไหมคะ ตัวอักษรตัวแรก ต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ แล้วค่อยตามด้วยตัวอักษรอื่น ๆ หรือตัวเลขก็ได้ เห็นไหมคะ ดูในตัวอย่าง เช่น ตัวแปรชื่อ Score ทดสอบภาษาอังกฤษกันหน่อยสิ มีใครรู้คำศัพท์นี้บ้าง ให้เวลาตอบคำถาม ใครจะตอบได้เร็วสุด คำว่า "Score" ในภาษาอังกฤษแปลว่าอะไรคะ (นักศึกษาชาย) (อาจารย์) ใครเป็นคนตอบเมื่อกี้นี้ (นักศึกษาชาย)ผมครับ (อาจารย์) ผมครับ ดอม Score มาจากคำในภาษาอังกฤษว่าคะแนน ก็คือวิธีการตั้งชื่อตัวแปลนะคะ ให้เรานึกชื่อภาษาไทยแล้ว บางคนไม่เก่งภาษาอังกฤษใช่ไหม เรามี Google แปลภาษาใช่ไหมลูก ใช่ไหมคะ เราก็ใช้ Google แปลภาษาให้เป็นประโยชน์ เช่น ให้เด็ก ๆ ถ้าใครใช้มือถือตอนนี้ ก็ให้เข้าไปที่ Google search เข้า Google ทำไมไม่ขึ้น เห็นไหมคะ ที่ Google ใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ พิมพ์ Google ใช่ไหมคะ แล้วพิมพ์แปลภาษา มันจะมีว่าเป็นอังกฤษกับไทย แต่ทีนี้บอกแล้วว่าเวลาตั้งเราจะใช้ภาษาไทยนะคะ ลองมาดูกันนะคะ ถ้าอยากตั้งชื่อตัวแปรว่า "จำนวน ลองป้อนคำว่า "จำนวน" ภาษาไทยลงไปแล้วคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ขึ้นมันจะขึ้นว่าอะไร Identi... มีอะไรได้อีก (นักศึกษาชาย) จำนวน (อาจารย์) ไปดูนะคะ ไปดูจากไหนได้อีก ด้านล่างมันจะมี Number ได้ใช่ไหมคะ Amount มี Quality ได้ มี... ได้นะคะ ที่หมายถึงจำนวน เห็นไหมมีหลายตัวเลยให้เราเลือกซึ่งดูอย่างไร ดูว่าจำนวนนี้ เราหมายถึงจำนวนที่เป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น เราต้องเลือกใช้คำว่าอะไรลูก เห็นไหมจำนวนที่เกี่ยวกับตัวเลข (นักศึกษาชาย) Number ครับ (อาจารย์) เห็นไหมคะ เราก็จะตั้งชื่อตัวแปลว่า Number นะคะ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือวิธีการตั้งชื่อตัวแปรจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษง่ายที่สุดแล้วนะคะ เด็ก ๆ มาเลือกจากอันนี้ โอ.เค. ไหม จำไว้นะคะ ว่าถ้าครั้งหน้าให้ตั้งชื่อหรือประกาศตัวแปร การประกาศตัวแปรแล้วก็บอกว่า มันเป็นตัวแปรนี้มีชนิดข้อมูลเป็นอะไรนะคะ นั่นก็คือวิธีการประกาศตัวแปร เด็ก ๆ ก็ต้องใช้ตัวช่วย Google แปลภาษาช่วย ใช้ Google แปลภาษา ในการตั้งชื่อตัวแปรนะคะ เรามาดูกันต่อ เมื่อกี้หลักแรกแล้วนะ ได้ชื่อภาษาอังกฤษนะ ไม่รู้จักภาษาไทย จะรู้จักภาษาไทยเมื่อมันจะอยู่ในเครืองหมายคำพูดนะคะ ชื่อตัวแรกเป็นตัวภาษาอังกฤษนะคะ แล้วตัวที่ตามมาจะเป็นตัวอักษรอะไรอะไรก็ได้แล้วก็ตัวเลขได้แต่ภาษาอังกฤษกับตัวเลขนะลูก เห็นไหมคะ เหมือนอย่างตัวอย่างที่ 1 Score 1 เห็นไหมคะ หรือ S5 แต่เหมือนตั้งย่อ ๆ อย่างนี้ รู้ก่อนว่าไอ้ S 5 หมายถึงอะไร 5 นี่ น่าจะเป็นลำดับของ s นะคะ ลำดับที่ของ s อย่างนี้เป็นต้นนะคะ บางทีถ้าชื่อ ชื่อที่เราตั้งมันมี 2 ประโยค เราใช้เครื่องหมาย Under Score หรือขีดล่างขั้นคำของชื่อน่ะค่ะ ได้อย่างนี้นะคะ มันจะช่วยให้รู้ช่วยให้รู้ว่าชื่อนี้มาจากคำนี้ มาจากว่า Test คือ คำว่าทดสอบใช่ไหมคะ Test แล้วไอ้ para นี่ล่ะมาจากอะไร เราจะได้รู้ว่ามันมาจากคำ 2 คำ ใช้ในการตั้งชื่อนะคะ หลักการต่อมาของการตั้งชื่อตัวแปร ห้ามมีช่องว่าง เด็ก ๆ จะพิมพ์ S เหมือนคำว่า "Score" แล้ววรรคนั่นก็คือช่องว่าง กด Spacebar เพื่อเว้นวรรคน่ะค่ะ คือ ช่องว่าง Score อย่างนี้ไม่ได้นะคะ จะพิมพ์ว่า S แล้วก็ C SC ใช้เว้นไม่ได้ ใช้ Underscore น่ะไม่ได้ แต่พอวรรคแล้ว เดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวเขียนให้ดู Score แบบนี้ นี่อย่างนี้ ผิดนะคะ เพราะมันมีเว้นว่างตรงตัว S กับตัว C 1 ช่อง คือ ความจริงนี่พิมพ์ติดกันนะคะ แต่ถ้าพิมพ์เหมือน Cor ก็ได้เหมือนที่บอกถ้าต้องการเว้นให้ใช้อะไรคะ เครื่องหมาย Under Score เห็นไหมคะ ให้เราใช้เครื่องหมาย _ ช่วยนะคะ เห็นไหม เหมือนของเขาแล้วก็ Key_01 ใช้เครื่องหมาย Under Score ตัวนี้ มาแทนการเว้นช่องว่าง พวกจุดทศนิยม สัญลักษณ์พิเศษ ถ้าใครใช้สัญลักษณ์พิเศษคอมพิวเตอร์ ให้ดูที่แป้นคีย์บอร์ด จะอยู่แถวบนน่ะ เห็นไหม แถวบนที่เป็นตัวเลข เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ เครื่องหมาย Hastag อะไรพวกนี้ เครื่องหมาย @ อยู่ด้านบนน่ะ จะใช้ไม่ได้ ยกเว้น Under Score ตัวเดียวตัวเดียวเท่านั้นนะคะ บวก ลบ คูณ หาร อะไรพวกนี้มันจะเป็นฟังก์ชันในการคำนวณสัญลักษณ์พิเศษ มันก็จะไม่ใช้ เข้าใจนะ จำกฎให้ดี ๆ นะคะ เพราะพอเวลาเขียนโค้ดน่ะ เด็ก ๆ จะต้องได้ตั้งชื่อตัวแปร แล้วใชใส่พวกนี้เข้ามามันก็จะขึ้น Identifier Error มันจะขึ้นว่าชื่อตัวแปนคุณไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาดในการตั้งชื่อตัวแปร ทีนี้หลักการต่อมา ตัวพิมพ์ใหญ่กับตัวพิมพ์เล็ก มีความต่างกันนะคะ ถ้าเด็ก ๆ ใช้ตัวแรกนี่ ตั้งชื่อตัวแปรว่า "Var1" แต่ตอนไปเรียกใช้ ไปเรียนใช้ var คนละตัวนะคะ เท่ากับเป็นคนละตัวนะคะ นี่ แค่พิมพ์ V กับ v นี่มันจะถือว่าเป็นตัวแปรคนละตัวนะคะ ไม่จะไม่ใช่ตัวเดียวกันทั้ง ๆ ที่คำมันเหมือนกันใช่ไหมลูก แต่โปรแกรมมันจะแยก Var 1 ตัวใหญ่นี่ ของ Var1 ตัวใหญ่ var1 ชื่อของตัวแปร var 1 ตัวเล็ก จะกลายเป็น 2 ชื่อนะคะ ไม่ใช่ชื่อเดียวกัน พิมพ์เหมือนกัน แต่แค่ เห็นไหมคะ กับเป็นตัวพิมพ์เล็ก จะกลายเป็นคนละชื่อนะคะ เพราะฉะนั้น ตอนตั้งเด็ก ๆ ตั้งด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เวลาเรียกใช้ก็ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ นึกออกไหม ให้เช็กด้วยนะคะ เขาบอกว่าตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็กถือว่าไม่ใช่ตัวแปรเดียวกัน เป็นคนละตัวเลย เป็นคนละตัวเลย เพราะอย่าลืมว่าในภาษาอังกฤษน่ะ มันจะแยกตัวพิมพ์เล็กกับตัวพิมพ์ใหญ่ใช่ไหมคะ มันะจต่างกัน แต่ในภาษาไทย เราจะไม่มีการแยกตัวอักษรตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่นะ มันจะมีเหมือนตัว พอ. พาน ก็คือ พอ. พาน ไปดูถัดไปสไลด์ถัดไป กฎมันมีหลายคำอยู่นะคะ ตัวนี้เด็ก ๆ ในนั้นคืออะไร คำสงวน ก็คือโดยส่วนใหญ่ ก็คือคำที่เป็นคำสั่งของโปรแกรมอยู่แล้ว วิธีการไม่ให้ซ้ำ หาง่าย ๆ ค่ะ เด็ก ๆ ก็พิมพ์คำว่า "Research word python นึกออกนะ แล้วดูว่าคำสงวนมีใช้ตัวไหน เราก็จะใช้คำที่มันขึ้น หาอย่างไร เรามาดูที่ตัวนี้กันนะคะ ดูวิธีการค้นหา ใน Google Google นี่ทำได้ทุกอย่าง อากู่ของเรามีประโยชน์นะคะ เพราะมันอยู่บนคอมพิวเตอร์ อยู่บนมือถือของเราอยู่แล้วนะคะ เด็ก ๆ สามารถเข้าไปเรียกใช้งานได้เสมอนะคะ เรามาดูกันนะคะ ว่าเวลาใช้ใช้อย่างไร วิธีการค้นในในช่อง Google คำว่า Research Reserved word ตัวนี้นะคะ Research คำสงวนหรือพิมพ์ภาษาไทยก็ได้ คำสงวนใน Python เพื่อความสบายใจพิมพ์คำไทยให้ก็ได้ คำสงวน เห็นไหมมีคนค้นแล้ว ในภาษา Python เข้าไปดูเลยสิครับ นี่ เห็นไหมมันก็จะขึ้นมาว่าคำสงวนในภาษา Python มีอะไรนะคะ นี่ เห็นไหมคะ อยู่ด้านล่างนี่ มีต่อไหม คลิกไปดู เห็นไหมคะ บอกแล้ว Python.org นี่ก็มีให้ นี่ เดี๋ยวก๊อปฯ ไปให้ค้นเพิ่ม เป็นภาษาไทย เด็ก ๆ น่าจะ... สไลด์ไว้ให้ศึกษาเพิ่มเติม เดี๋ยวไปเพิ่มใส่ไว้ในสไลด์ให้นะคะ เดี๋ยวทำลิงก์ไว้ให้ก่อน ไปไหนแล้ว นะคะ ก็ไปค้นในเว็บได้เลย อย่างนี้เป็นต้น เด็ก ๆ ก็จะมีข้อมูลขอโปรแกรมPython ตัวนี้ ก็จะขึ้นมาอย่างนี้นะคะ ก็จะดูได้ ใช้ไม่ได้นะ And ใช้ไม่ได้ ใช้ตั้งชื่อไม่ได้นะคะ คำสงวน ห้ามไปตั้งไม่ได้เราก็อย่าไปตั้งมันนะคะ นี่คือหลักการนะคะ ต้องดูด้วย เช็กได้ นอกจากคำสงวนแล้วมีอะไรต่อ มาดูกันต่อนะคะ คำสงวนบอกแล้วค้นอย่างไร ให้ดูวิธีการตั้ง ชื่อ ชื่อที่เราตั้ง ควรจะสื่อความหมาย ก็คือวิธีที่เราตั้งเป็นภาษาไทย กำหนดไว้เป็นภาษาไทย ไปใช้ Google แปลน่ะช่วย มันก็จะสื่อที่ตรงกับชื่อที่ต้องการเป็นภาษาไทย ใช่หรือเปล่า ใส่เครื่องหมายไม่ได้เห็นไหมคะ เครื่องหมายพวกนี้สัญลักษณ์พิเศษที่บอกน่ะ ใช้ไม่ได้เลยเห็นไหมคะ นี่ เห็นไหม ห้ามใช้ ห้ามใส่เข้ามาเห็นไหมคะ ชื่อตัวแปรไม่ควรยาวเกิน 255 ใช้ Underscore ในการเชื่อมคำ เห็นไหมคะ ก็คือกรณีที่เหมือนเราไปตั้งชื่อภาษาไทยแล้วประโยคมันยาว ก็ใช้ _ คำอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวเราพักก่อนสัก 15 นาที เด็ก ๆ สามารถเข้าไปดูสไลด์ ห้องเรียนได้นะคะ ย้อนหลังในเรื่องของการตั้งชื่อตัวแปรเดี๋ยวจะมาลองให้เด็ก ๆ ตั้งชื่อตัวแปร 1 ตัวนะคะ พัก 10 นาทีนะคะ โอ.เค. ค่ะ ขอพักก่อน เดี๋ยวเปิดเพลงให้ฟัง [เสียงดนตรี] (อาจารย์) อบมาแล้ว พี่โฟร์ส่งลิงก์ไปให้แล้วใครจะกดลิงก์ดูได้เลย เชอร์รี่มา อบ อบมันไม่เห็น โอ.เค. เมื่อกี้เราบอกแล้วว่าเราจะลองให้เด็ก ๆ ตั้งชื่อตัวแปรนะคะ จากกฎของการตั้งชื่อตัวแปรที่ให้ดูนะ ว่าใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษนะ บอกวิธีค้นแล้ว เราลองมาตั้งชื่อกันดูนะคะ พร้อมหรือยัง เปิดกล้องหน่อยนะ จะได้รู้ว่าดูเราอยู่ เดี๋ยวจะโชว์ให้ดูนะ พี่โฟร์ขอบคุณครับ พร้อมหรือยังครับ คำแรกที่... ดอม โอ.เค. เห็นไหมน่ะ หมึกสีอยู่ไหนนะ เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่ง พร้อมหรือยังคะ เดี๋ยวเราจะ... เห็นไหมพี่การ์ตูน คำว่า "ราคา" เห็นไหมคะ โอ.เค. (อาจารย์) มี 3 คำนะคะ ให้ตั้งชื่อตัวแปร 3 คำ พิมพ์ในแชตนะ พิมพ์ตอบมาในแชตเลย ราคา สินค้า แล้วก็ส่วนลด (ล่าม) อังกฤษลงในนี้เลย (อาจารย์) พิมพ์ลงในแช็ตเลว่าเด็ก ๆ จะตั้งชื่อตัวแปรออกมาให้เห็น มีราคาแล้วก็มีสินค้าแล้วก็มีส่วนลด (ล่าม) ราคา (อาจารย์) คำแรก "ราคา" ตัวแปรตัวที่ 1 ตัวแปรตัวที่ 2 สินค้า (ล่าม) พี่แฝดส่งอะไรมา (ล่าม) แฝด ปลาตายแน่เลย ถ้าอย่างนี้ ไม่ได้ ไม่ชัด (ล่าม) แฝดพิมพ์เลย (อาจารย์) พิมพ์ตอบในแช็ตได้เลย ส่งในแช็ตเลยนะครับ คนอื่นเห็นแล้วใช่ไหม เห็นโจทย์แล้วใช่ไหมคะ มีตัวแปร 3 ตัว ก็คือตัวที่ 1 ราคา ตัวที่ 2 สินค้าและตัวที่ 3 ส่วนลด โฟร์ตั้งเป็นหรือเปล่า ลองตั้งดูสิ ตั้งตัวแปร 3 ตัวนี้ (ล่าม) ตอนนี้คิดเลย แล้วก็พิมพ์ตอบ เราภาษาอังกฤษไม่เก่งเราใช้อะไรคะ แปลภาษาช่วย (ล่าม) แปลอังกฤษก่อนนะคะ (อาจารย์) เพราะคอมพิวเตอร์รู้จักแต่ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเท่านั้น (ล่าม) เอาอังกฤษอย่างเดียวนะ (ล่าม) แปลเป็นภาษาอังกฤษ คำ 3 คำน่ะ (อาจารย์) ส่งในแช็ตเลยลูก เลยครับ Price Product โอ.เค. ครับ ของดอม ของดอมใช้... โอ.เค. ถูกต้อง ใช้ราคาสินค้า ส่วนลด อย่างไว (ล่าม) แล้วตอบ (อาจารย์) มีคำอื่นอีกนะเด็ก ๆ มีหลายคำอยู่ ลองค้นดูด้วย Google ใช้ Google ช่วย (ล่าม) Google น่ะ ลอง ลองก่อน แปลก่อน หูหนวกไม่ใช่แบบนั่งว่าง ๆ ไม่เอานะ ใช้ Google ช่วย ก็ก๊อบฯ มาวางสิลูก พิมพ์... (อาจารย์) พิมพ์ภาษาไทยแล้วให้เพื่อนช่วยแปลให้แปลให้ มีแค่ 3 ตัวเท่านั้น ราคา มีสินค้า แล้วก็ส่วนลด (ล่าม) อังกฤษแล้วเอามาทำใน (อาจารย์) เอา 3 คำนี้ เพราะชื่อตัวแปรต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ (อาจารย์) ไทย ภาษา ไไทยภาษาคอมฯ ได้ไหม (อาจารย์) ใช้เป็นหรือเปล่า Google แปลภาษาน่ะ (ล่าม) ตาฟ้า ตาฟ้า อบ ๆ (อาจารย์) อบหรือเชอรี่ (ล่าม) ธัญลักษณ์ (อาจารย์) เชอร์รี่ ๆ ไอ้อบไม่เข้า วันนี้ไม่เห็น (ล่าม) ทำได้ไหม (อาจารย์) นี่ ๆ 3 คำนี้ (ล่าม) ยัง เขียน... (อาจารย์) เปิด Google แปล คือ เหมือนกับมองไม่ชัดน่ะค่ะ (ล่าม) ขอชัด ๆ ได้ไหมคะ (อาจารย์) เดี๋ยวพิมพ์ให้ อย่างนั้นเดี๋ยวพิมพ์ใส่ให้ในสไลด์ พิมพ์ลงในสไลด์ให้ สอนอยู่ลูก 3 คำ ไทย ภาษา ใช่ไหม ปรับสวิตช์ภาษาตอนนี้ทำแบบไหน Google ตอนนี้เลย เอามา ตอนนี้ (อาจารย์) เห็นหรือยัง เห็น 3 คำนี้เห็นแล้วนะ เห็นสไลด์ไหม (ล่าม) สไลด์ชัดไหม (อาจารย์) 3 คำที่เป็นตัวสีชมพูนี่ จาก 3 คำนี้ เด็ก ๆ จะตั้งชื่ออะไรออกมาเป็นอะไร (อาจารย์) เอาภาษาไทยไปเป็นภาษาอังกฤษน่ะ (ล่าม) ใช่ ๆ ตาฟ้า อังกฤษถูก (ล่าม) แต่ว่าผ่านไหม หมดตรงได้หรือเปล่า ตัวใหญ่ ตัวเล็ก แบบไหน มีวลิศาส่งในแชตค่ะแม่ (อาจารย์) เดี๋ยวเปิดดู (ล่าม) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์) ใช้ Produce Discout โฟร์ก็ส่งมาแล้ว โอ.เค. ค่ะ ถูกต้อง (อาจารย์) กำลัง น่าจะกำลังหาอยู่ หรือเขาไม่ได้ดู (ล่าม) ทำหรือยัง (อาจารย์) เชอร์รี่ก้มมากเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวดูคนอื่น เดี๋ยวดูคนอื่น ตอนนี่ส่งมาแล้ว มีโฟร์ มีดอม มีเขียด (ล่าม) เชอร์รี่ เชอร์รี่พิมพ์เลย พิมพ์ตอบ (อาจารย์) หาใน Google เลย (ล่าม) แฝด เอาอังกฤษ P (อาจารย์) พายุทำไมเงียบไปเลย (ล่าม) P-R-I อบ พิมพ์เลย ๆ พิมพ์ในนี้ ดูตัวอย่างของตาฟ้า ครูทำแบบไหน พิมพ์เลย พิมพ์ตอบ (อาจารย์) พิมพ์ตอบมาเลย พิมพ์ลงมาใน... ได้ไหม (ล่าม) พายุ (อาจารย์) พายุ ๆ (ล่าม) ภากรณ์มาแล้ว (อาจารย์) ภากรณ์ส่งมาแล้ว มุกส่งมาแล้ว (ล่าม) โอ.เค. (อาจารย์) เจ้าเชอร์รี่ส่งมาทำละคำ ไม่เป็นไร ทีละคำก็ได้ ส่งมาเลย ๆ (ล่าม) แฝด (อาจารย์) ใครหาคำไหนได้ส่งเข้ามาเลยลูก (ล่าม) แฝด บิว (ล่าม) อบ (อาจารย์) อบไม่เข้า (ล่าม) เข้าอรวรรณ อรวรรณ ชื่ออะไรหรือคะ (อาจารย์) อุ้มค่ะอุ้ม อรวรรณน่ะ อุ้ม (ล่าม) ชื่อภาษามือนี้ใช่ไหมคะ น้องอบ (อาจารย์) อบแล้วอุ้ม (อาจารย์) โอบกับอุ้มน่ะ ภาษามือ (ล่าม) อบ อันนี้อบใช่ไหม แล้วอันนี้อุ้ม อีกคนหนึ่ง (ล่าม) โอ.เค. ๆ อุ้มใช้คอมฯ ของอวรรณค่ะ จันทกานต์ใช้คอมฯ ของอรวรรณก็เลยขึ้นเป็น 2 คน อย่างนั้นอยู่ด้วยกัน (อาจารย์) โอ.เค. แฝดมีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษค่ะ เยี่ยม ๆ (ล่าม) ถามหน่อยครับ (อาจารย์) ครับ ใครถาม (ล่าม) แฝดค่ะ แฝดสกิดแรงมาก รอ ๆ ใจเย็น (อาจารย์) ใจเย็น ๆ แม่กำลังเปิด (ล่าม) แฝดอธิบาย (อาจารย์) ถามได้ (ล่าม) ว่าอย่างไรลูก อันนี้ต้องจำ เป็นคำศัพท์ที่ต้องจำต้องสอบใช่ไหมครับ มันคือ เราจะต้องได้ใช้มันแน่นอน ตัวแปรพวกนี้นึกออกนะ เราจะรู้เลยถ้าพูดถึงราคาเราก็จะต้องใช้คำว่า Price จำไว้เลยก็ได้ เพราะมันได้ใช้ พอเขียนโปรแกรมน่ะ เพราะชื่อในภาษาอังกฤษมันไม่เยอะเหมือนภาษาไทยนะ คำมันจะไม่เยอะเหมือนเรามันก็จะง่าย มันก็จะจำได้ (ล่าม) กังวลไปถึงเรื่องสอบ (อาจารย์) มองอนาคตไกลดีมากถูก เหลือใคร ใครส่งมาแล้วบ้าง เจ้าเชอร์รี่ส่งครบแล้ว 3 คำ ถูกต้อง ภากรก็ส่งมาแล้ว ถูกต้องครับ เหลือพายุ (ล่าม) พายุ ไปไหน (อาจารย์) พายุกับบิวหายไปเลย (ล่าม) พายุ บิว โอ.เค. (ล่าม) เขาเปิดกล้องไหมคะ ใครนะ Mer Candis อ๋อ ศิริรัตน์ มี Cos merchan dis โอ.เค. โยโกะส่งมาแล้ว โอ.เค. โยโกะ ได้ แต่เป็นคำภาษาอังกฤษน่ะค่ะ ก็คือเราต้องรู้นะคะ ว่าเลือกใช้ตัวแปลนี้มันหมายถึงอะไร ต้องดูด้วย โอ.เค. โยโกะส่งมาแล้ว เหลือใคร มุกก็ส่งมาแล้ว ดอมส่งก่อนคนแรก (ล่าม) ได้ตลาดหรอ (อาจารย์) เอ็มส่งมาแล้ว Apharbet อ๋อ เอ็ม เอ็มอยู่ไหนน่ะ (อาจารย์) กินข้าวอยู่ พายุ กินข้าวอยู่หรือ (ล่าม) น่าจะไปหาของกินค่ะ หายคู่ (อาจารย์) มันต้องตื่นมาแล้วไปกินก่อนไหมนี่ ก่อนเข้าเรียนนี่ เหลือเจ้าอบกับเจ้าอบกับเจ้าอุ้มยังไม่ส่งนะ (ล่าม) อุ้มกับอบ พิมพ์ตอบ (อาจารย์) พี่ตี๋ก็ยังไม่ส่ง สันติภาพ ยังไม่ส่ง เหลือใครอีก แฝดส่งแล้ว ภากรณ์ส่งแล้ว พี่เอ็มก็ส่งแล้ว เอ็มยังอยู่บ้านใช่หรือเปล่าครับ เอ็มเอ้ย ไปไหนแล้วล่ะ (นักศึกษาชาย) ครับ อยู่บ้านครับ (อาจารย์) ที่ไหนชลบุรี (นักศึกษาชาย) ลพบุรีครับ (อาจารย์) อยู่ลพบุรีหรือครับ เป็นอย่างไรสถานการณ์ COVID เป็นอย่างไร สถานการณ์ COVID ที่ลพบุรี เอ็มอยู่อำเภอเมืองเลยหรือเปล่าลูก (นักศึกษาชาย)ไม่ครับ บาดาลครับ ฟ่างจากตัวเมืองกี่กิโลฯ (นักศึกษาชาย) 600 กิโลฯ ครับ ไกลอยู่ (อาจารย์) ไกลอยู่ แถวบ้านคนเป็นเยอะไหมลูก เป็น COVID แถวลพบุรี (นักศึกษาชาย) ไม่ครับ (อาจารย์) ไม่เยอะใช่ไหม ดีแล้ว ไม่ต้องออกไปซิ่งไหนนะ เราอาจจะได้เรียนกันจนถึงดูท่าว่าจะทั้งเทอมเสียล่ะมั้ง แต่ไม่เป็นไร เราก็ปรับตัวนะลูกนะ ยุค COVID พอเรา... (นักศึกษาชาย) อาจารย์ครับ (อาจารย์) สันติภาพว่าอย่างไรลูก (นักศึกษาชาย) ส่งไปในช่องแชต หรือว่าส่งในไหนครับ (อาจารย์) ส่งในห้องแชตเลย 3 คำเลย (นักศึกษาชาย) ครับ (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์) พิมพ์ส่งเข้ามาเลยครับ เจ้าบิว อบ เข้ามาแล้ว บิว ไปไหนมา ยังไม่เปิดกล้อง โยโกะก็ส่งแล้ว เหลือใคร อรวัณ อันนี้ได้แค่ 2 คำ เจ้า... บิว ๆ เห็นหรือยังให้ตั้งชื่อตัวแปรเพิ่งโผล่มานี่ บิวรู้หรือเปล่าแม่ให้ทำอะไรน่ะ บิวเอ้ย ไปไหนแล้ว เมื่อกี้เห็นแว๊บ ๆ ให้ตั้งชื่อตัวแปรจากตัวที่อยู่ในสไลด์นี่ จากคำ 3 คำในหน้าสไลด์นี่ ให้พิมพ์ในแชตเหมือนเพื่อน ๆ ที่ตอบมาค่ะ ให้หาใน Google ว่าชื่อคำ 3 คำนี้ ถ้าเราจะตั้งชื่อตัวแปรนี่ โดยใช้ Google อะไรออกมา ลองหาสิ แล้วก็พิมพ์ลงมาในอดิศร อดิศร พายุตอบมาแล้ว เหลือบิว ตอบมาแล้ว โอ.เค. โอ.เค. ครับ เมื่อกี้ไม่แน่ใจ อบกับอุ้มน่ะ ทำไมได้แค่ 2 คำเอง ทีนี้มันขึ้น 2 คนน่ะ ใครที่... แต่ชื่ออรวรรณเหมือนกันเลย ตอบ How much เห็นไหม ถือเป็นคนละคำ แต่คำว่า "How อรวรรณไหนตอบมานี่ ใช้ 2 คนเลย มี 2 อรวรรณ ไอ้อุ้มหรือไอ้อบ อยู่ด้วยกัน ดูนะคะ ดูวิธีการตั้งชื่อ หลักการนี่ มันห้ามอะไรบ้างดูด้วย จำได้หรือเปล่า ห้ามมีช่องว่าง เว้นวรรคไม่ได้นะ ถ้าจะใช้... ถ้าเว้นวรรคให้ใช้สัญลักษณ์ _ แทนเห็นไหม ห้ามมีช่องว่างเห็นไหม นี่ เมื่อกี้ใครที่พิมพ์ Howmuch เจ้าอบหรือเจ้าอุ้มพิมพ์มา พี่ตี๋ผิดครับ คำที่แม่ให้ไปมีอะไร มีราคา แล้วก็อะไรอีก 3 คำ (นักศึกษาชาย) หาคำที่ให้ใช่ไหมครับ (อาจารย์) ที่กำหนดให้หาเมื่อกี้ จะได้รู้ว่าเข้าใจหรือเปล่า ถ้าตั้งชื่อตัวแปรจากคำภาษาไทยคำนี้ มันชื่อว่าอ (นักศึกษาชาย) อ๋อ มีราคามีอะไรน่ะครับ (อาจารย์) เดี๋ยวเปิดให้ดู (นักศึกษาชาย) เมื่อกี้สัญญาณมันขัดข้อง มีราคาเห็นไหม มีราคา มีสินค้า แล้วก็ส่วนลดค่ะ 3 คำ (นักศึกษาชาย) ราคา สินค้า ส่วนลด (อาจารย์) ค่ะ จาก 3 คำค่ะ (นักศึกษาชาย) ครับ เดี๋ยวพิมพ์มาใหม่นะครับ (อาจารย์) ครับ เจ้าอบ ๆ ผิดหมดเลยนี่ อะไรนี่ Form เวลาตั้งชื่อตัวแปรน่ะ ห้ามพิมพ์เว้นวรรคชื่อ ใช้เว้นวรรคไม่ได้ ลองหาทีละคำ ส่งคำแรกมาก่อน ทั้ง 2 คนน่ะ ทั้งอบทั้งอุ้ม ทั้งอบทั้งอุ้มเลย เอาคำแรกก่อน คำว่า "ราคา" พิมพ์มาทีละคำ พิมพ์ตอบมาสิ คำที่ 1 ก่อน เอาคำที่ 1 ก่อน ลองดูสิจะได้คำว่าอะไรมา คำที่ 1 ก่อนนะคะ (ล่าม) คำที่ 1 จากไทยเป็นอังกฤษเป็นอะไร (อาจารย์) ใช้ Google แปลช่วย (ล่าม) ภาษาอังกฤษ (อาจารย์) ใช่ ๆ ลอง ๆ (ล่าม) ไทย เปลี่ยนเป็นอังกฤษตอนนี้เลย คำนี้ก่อน คำนี้คำที่ 1 (อาจารย์) เอาคำที่ 1 ก่อน (ล่าม) ตอนนี้ทำเลย เขากำลังคุยกับเพื่อนอยู่ค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) ไม่ฟังเลย (ล่าม) บอกว่าให้ทำใหม่ เอาคำแรกก่อน (อาจารย์) เอาทีละคำ เดี๋ยวเหมือนเจ้าอุ้ม เดี๋ยว คำนี้ก่อน คำนี้ภาษาไทยแปลเป็นภาษาอังกฤษ (อาจารย์) อยู่กับใคร มันหันไปคุยกับใครอีกคนหนึ่งนี่ ดูกล้อง ๆ (ล่าม) ดูล่าม อุ้มเอ้ย อุ้ม (ล่าม) ล่าม ดูพี่ล่าม (อาจารย์) เอาใหม่ เอาทีละคำ ส่งมาทีละคำ (ล่าม) ทำใหม่ ส่งใหม่ เอาคำก่อน (อาจารย์) เอาคำที่ 1 ลองเปลี่ยนดูสิ (ล่าม) เป็นภาษาอังกฤษ พิมพ์เลย พิมพ์ส่งอาจารย์เลย (อาจารย์) คำว่า "ราคา" ปิดกล้องไปแล้วค่ะ (อาจารย์) 2 คนนี้ดุจะไม่เข้าใจ คนอื่นเข้าใจอยู่ (ล่าม) พี่แฝดยังหัวเราะเลย คนอื่นทำเสร็จหมดแล้ว (อาจารย์) ใช่ คนอื่นเข้าใจว่าทีละคำ คำ ๆ ให้เห็น แล้วปิดกล้องหนีเราอีก เราก็จะพยายามอธิบาย ชื่อตัวแปรต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเว้นวรรค ไออบมันเปิดกล้องหรือเปล่า ดูเจ้าอบสิ เจ้าอบมันเปิดอยู่แต่ไม่มองกล้อง คำที่ 1 อบ อบเงียบมาก อบ ๆ เอาคำที่ 1 ทีละคำ พิมพ์ส่งมาทีละคำ 1 ก่อน คำที่ 1 ราคา เอาคำว่า ราคาก่อน พิมพ์มาใหม่ ๆ รออยู่นะนี่ ยังไม่ตอบอยู่ 2 คนนะตอนนี้ คนอื่นเขาตอบนานแล้วนะ โอ.เค. ใครส่งล่ะทีนี้ มาทีนี้ส่งมาแล้ว มาจากไหน ไม่มีคำว่า "Bath" นะ ของเรามีราคาแล้ว คำที่ 2 คืออะไร ไม่ใช่หรือลูก ดูสไลด์ด้วยสิ ในสไลด์เห็นไหม พี่อีฟเห็นอยู่นะ (ล่าม) เห็นค่ะอาจารย์ เห็นค่ะ คำที่ 1 เปลี่ยนเป็นตัวเลข 3 คำนี้ ดูสิได้อะไรออกมานี่ คำว่า "บาท" มาจากไหนละ ใครพิมพ์มา ดูในไลด์สิมีแค่ 3 คำเองลูก ตามสไลด์สิคะ กำลังมองเพื่อนอยู่ค่ะ ว่าบาทไม่มีนะ สไลด์อาจารย์ (อาจารย์) เรามี 3 คำเอง คำที่ 1 ราคา คำที่ 2 สินค้า เห็นสไลด์ไหม 2 สินค้านะ แล้วก็ 3 ส่วนลด มี 3 คำ คำว่า "บาท" มาจากไหน เราไม่มีคำว่า "บาท" สักหน่อย (ล่าม) เพื่อนกำลังส่งภาษามือช่วยกันใหญ่เลยค่ะอาจารย์ (อาจารย์) แฝดไปใบ้ (ล่าม) แฝด ๆ ไปบอก 2 สาวสิ แฝดช่วยอธิบายเพื่อนได้ไหมคะแฝด (ล่าม) ช่วยธิบายเพื่อนให้เข้าใจได้ไหม (อาจารย์) 3 คำน่ะ (ล่าม) อธิบายเพื่อนได้ไหม 1, 2, 3 (อาจารย์) 3 คำที่เราทำน่ะ (ล่าม) 1, 2, 3 ว่าให้ทำอะไร อธิบายเพื่อน (ล่าม) แฝดกำลังอธิบายครับ ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ คำที่ 3 ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ อธิบายละเอียดมากเลยค่ะ (อาจารย์) ลองดูพายุ เป็นอย่างไรล่ะ พายุอธิบายทีละคำ ให้เจ้าอบกับเจ้าอุ้มมันดู คำที่ 1 เป็นอังกฤษ คำที่ 2 ไทยเป็นอังกฤษ คำที่ 3 ไทยเป็นอังกฤษ คำตอบมาไหม ยังไม่ส่งเข้ามานะคะ เหลือ 2 คนนี้คนอื่นตอบหมดแล้ว ต้องจำกฎของหลักการตั้งชื่อให้ดีนะคะ มันมีอยู่ไม่กี่ข้อน่ะ ถูกไหมลูก ห้ามเว้นวรรค ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษ ไอ้ตัวที่ห้ามน่ะ แล้วก็คำสงวน 3 อย่างที่ห้ามใช่ไหม นอกนั้นได้หมด นอกนั้นได้หมด หมายถึงต้องเป็นภาษาอังกฤษ สังเกตตัวแปรต้องเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเท่านั้น วิธีการ เราก็ใช้ Google แปลภาษาช่วย ในที่แม่ทำให้ดู เพราะเรา... เราก็เอาคำภาษาไทยไปแปลเป็นภาษาอังกฤษใช่หรือเปล่า เราไม่ต้องไปพิมพ์เองใช่ไหม เราก็ก๊อปฯ มาได้เลย แล้วก็จะไม่ผิดด้วย ใช่ไหม พายุเข้าใจแต่ไอ้เจ้า 2 คนนี้ เจ้าอบกับเจ้าอุ้มสันติภาพส่งมาแล้ว โอ.เค. ถูกต้องครับลูก ไม่ต้องไปเปิด Dictionary ไม่ต้องไปเปิด Dictionary ไปเปิด Dictionary หานี่ ไม่ได้มี Google Sก็ไม่เขียนลงสมุดโน้ต อันนี้ตัวช่วยเยอะแยะ เรียนสมัยนี้สะดวก เรไม่ต้องเสียเวลาค้น (ล่าม) พี่แฝดบอกว่าสมัยนี้ง่าย ใช่เลยครับ ง่าย (อาจารย์) ใช้ Google ช่วยค้นอีกแป๊บเดียวเจอ สมัยก่อนเปิด Dic กว่าจะเจอ A B C D คิดดูถึง Z A ก็มีเป็นพัน ๆ ตัว ทีละหน้า ๆ อันนี้พิมพ์ลงไป กด Enter ปุ๊บ เด้งขึ้นมาเลย ไม่ถึงนาที สะดวก ตอบมาแล้ว ส่วนลด ราคาสินค้า โอ.เค. ถูกต้อง ให้ดูเพราะมันต้องได้ใช้ตลอดนะคะตัวแปรนี่ เพราะมันต้องใช้ตลอดนะคะ ตัวแปรนี่ ต้องได้ตั้งค่าตัวแปรแน่นอน ต้องมีการใช้มันแน่นอน เพราะฉะนั้น จำวิธีการตั้งไว้ให้ดี มาเพิ่มกรณี ถ้าสมมติสินค้ามันมีหลายตัว ถ้าสมมติสินค้าตั้งแต่สินค้นชิ้นที่ 1-5 สินค้ามี 5 ตัว 1-5 วิธีตั้งชื่อตัวแปร เดี๋ยวจะอธิบาย กรณีที่เป็นสินค้าเหมือนกัน แต่มันเป็นคนละตัวใช่ไหม 1-5 หลักการง่าย ๆ สินค้า Product ใช่ไหมคะ ก็คือ Product ที่เด็ก ๆ ตอบกันมาสินค้านี่ สินค้น คือ เพราะฉะนั้น ถ้าถ้ามี ถ้ามี 5 ถ้าสินค้ามี 5 ถ้ามันมี 5 ชิ้น 5 ชนิดใช่ไหม วิธีการ ก็คือใส่ตัวเลขเข้าไปค่ะ จะใส่แบบนี้เลยก็ได้ 1 เลข 1 เดี๋ยวนะ อ๋อ หมายเลข 1 ฟอนต์นี้ เดี๋ยวเปลี่ยนฟอนต์ก่อน Font ตัวเลข 01 01 อย่างนี้นะคะ ถูกไหมคะ เราก็ใส่ตัวเลขให้มันอย่างนี้นะคะ มันก็จะหมายถึงเป็นสินค้าชนิดที่ 1 Product 1 เพื่อรับค่าของสินค้าที่ 1 2 3 4 5 ใช้อย่างนี้ก็ได้ หรือ หรือ ก็คือใส่ตัวเลขเข้าไปน่ะ นึกออกนะ หรือ 1 อย่างนี้นะคะดู ตัวเลขตามหลัง Product 1 2 3, 4, 5 เห็นไหมคะ ก็คือต้องการตัวแปรสำหรับเก็บสินค้า 5 ตัว ก็ใส่ลำดับเลขเข้าไปแทนนะคะ เช่นเดียวกับราคาก็เหมือนกัน Price 1 ใช้อย่างนี้แทนก็ได้นะคะ นั่นก็คือหลักของการตั้งชื่อตัวแปรที่ ถ้ามีจำนวนชนิดหรือประเภทเหมือนกัน ทีนี้มาดู ที่เราจะเรียนนะคะ เมื่อกี้วิธีการตั้งชื่อไปแล้ว ทีนี้เวลาเราจะใช้มัน เขาเรียกว่า เป็นการประกาศตัวแปร Variables using กดไวไปหน่อยขอโทษ ก็คือเวลาเราจะนำตัวแปรไปใช้นี่เราจะต้องประกาศมันก่อน ก็คือบอกให้คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ บอกให้คอมพิวเตอร์รู้ว่านี่นะ คือ ตัวแปรนี้นะครับ ประกาศอย่างไร เช่น ในตัวอย่างนี้นะคะ ในตัวอย่างที่เป็นตัวสีส้ม ๆ มือไวจริง ๆ เลย นะคะ Price คือ ราคาใช่ไหม ถ้ามีเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็มีตัวเลขนี่ เท่ากับนี่ เป็นตัวบอกให้รู้ว่าข้อมูลนี้มีค่าเป็นตัวเลข ตัวเลขแล้วมีจำนวนเท่าไร มีจำนวน 120 ก็คือราคาเท่ากับ 120 สังเกตว่า คำอธิบายบอกว่า Python จะพิจารณาว่าเป็นจำนวนเต็ม นั้นก็คือตัวแปรที่เราจะประกาศตัวนี้เป็นถ้ามีเครื่องหมายเท่ากับปุ๊บนี่บอกให้รู้เลยเป็นตัวเลข แล้วก็ตามด้วย ตัวเลข 120 นี่ มันจะรู้ทันทีว่าเป็นจำนวนเต็ม แต่ถ้าเป็นแบบที่ 2 VAT เท่ากับบอกแล้วใส่เท่ากับปุ๊บจะเป็นตัวเลข เท่ากับเท่าไร 0.07 เมื่อสิ่งที่ตามมาเป็นตัวเลขแต่มีทศนิยมปุ๊บ ตัวที่เราใช้เขียนโปรแกรมน่ะ มันจะรู้โดยอัตโนมัติว่าอันนี้เป็นจำนวนจริง ก็คือจำนวนที่มีค่าเป็นทศนิยมนั่นเองนะคะ ไม่ใช่... แต่ถ้าจำนวนเต็มค่ามันจะเต็มน่ะค่ะ ไม่มีทศนิยม แต่ถ้าเมื่อไรที่ตัวแปรที่เรากำหนดนี่ มีค่าเป็นข้อความ สังเกตว่าถ้าเป็นข้อความเราจะใส่เครื่องหมายคำพูด ในคอมพิวเตอร์คำว่าข้อความนั้นหมายถึง String คือ ตัวอักษร หรือข้อความนั่นเองนะคะ ถ้าเรากำหนดประกาศตัวแปรแล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วมีเครื่องหมายคำพูดแล้วปุ๊บ คอมพิวเตอร์จะรู้ทันทีว่าตัวแปรชนิดนี้เป็นข้อความหรือตัวอักษร ก็คือ String นะคะ ปุ๊บนี่ คอมพิวเตอร์จะรู้เลยว่าตรงส่วนนี้เป็น String นะ นะคะ แต่ถ้าเมื่อใดที่ตั้งชื่อตัวแปรแล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วมีการใส่การคำนวณทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องหมายบวก, ลบ, คูณให้ดูว่าสิ่งที่ออกมามันจะต้องเป็นอะไรคะ เป็นตัวเลขเท่านั้นเห็นไหมคะ เห็นไหม เป็นจำนวนที่เป็นจำนวนจริง เพราะอะไร เพราะเมื่อใดที่เกิดการใช้ข้อมูลทางคณิตศาสตร์นี่ โดยปกติมันจะมีทศนิยมเสมอไง มันก็เลยจะเป็นจำนวนจริงนะคะ ทีนี้การประกาศเมื่อให้บอกแล้ว ให้คอมพิวเตอร์มันรู้นะคะ ว่าสิ่งตัวแปรที่เราจะใช้นี่มันใช้เพื่ออะไร เป็นชนิดไหนนะคะ ทีนี้วิธีการตัวนี้เขาเรียกว่าเป็นการกำหนดค่าให้ตัวแปร การกำหนดค่าให้ตัวแปร ก็คือรูปแบบ ก็คือเราต้องมีชื่อของตัวแปรแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ เห็นไหมคะ มีเท่ากับมาบอกให้รู้ว่าตัวแปรนี้เท่ากับนะคะ แล้วก็ตามด้วยค่าของข้อมูลหรือชนิดของข้อมูลนั่นเอง ในตัวอย่างทีชื่อว่า Name = เห็นไหมคะ ในเครื่องหมายคำพูด Name นี่ มีค่าเป็นตัวอะไรคะ มีค่าเป็นอะไรคะ String หรือจำนวนเต็ม หรือจำนวนจริง ใครจะเป็นคนตอบ หาผู้โชคดีก่อน หาผู้โชคดีน่ะ เอา เอาเลย เจ้าอุ้ม เจ้าอุ้มเลย อุ้ม เมื่อกี้บอกชนิดของตัวแปรนะ ที่ยกตัวอย่างให้ดูน่ะ ที่ยกตัวอย่างให้ดูน่ะ (ล่าม) ยิ้มกริ่มเลยค่ะ (อาจารย์) คำพูด เป็นอะไรครับ หรือเป็นจำนวนเต็ม หรือเป็นจำนวนจริง ถ้ามีเครื่องหมายคำพูดปุ๊บมันจะเป็นอะไร String หรือจำนวนเต็ม หรือจำนวนจริง (ล่าม) หันอีกแล้ว ไม่ดูล่ามเลย (อาจารย์) ดูสไลด์ ๆ ดูสไลด์ใหม่ เห็นไหม ถ้าเป็นจำนวนเต็ม มันจะมีเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ตามด้วยตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยมใช่ไหมคะ แต่ถ้าเป็น แต่ถ้ามีจุดทศนิยมปุ๊บ ตัวเลขที่มีจุดทศนิยม 0.2 0.3 อย่างนี้ (อาจารย์) ชนิดของข้อมูลมันจะเป็นจำนวนจริง เข้าใจไหม สมมติ... (อาจารย์) แล้วถ้าเป็น... เดี๋ยวนะ (ล่าม) ดูล่าม 1 2 3 4 5 6 ความหมาย ชื่อ เลข (อาจารย์) เห็นไหมถ้าเป็นเครื่องหมายเท่ากับน่ะ (ล่าม) แล้วมีตัวเลขที่ไม่มีทศนิยม แต่ถ้ามีทศนิยมนี่ 0.1 ตัวแปรตัวนี้เป็นจำนวนจริง แต่ถ้ามีเครื่องหมายคำพูด แต่ถ้ามีเครื่องหมายคำพูด ตัวแปรตัวนี้จะมีข้อมูลเป็นจริงหรือข้อความ ชื่อ String รู้ไหม (อาจารย์) ถ้ามีเครื่องหมายคำพูด (ล่าม) ถาม (อาจารย์) เมื่อกี้ถาม ตัวแปรนี้ เท่ากับ เครื่องหมายคำพูด (ล่าม) ชื่ออะไร (อาจารย์) ตัวแปร Name มีชนิดของข้อมูลเป็นอะไร (ล่าม) อบ ๆ เจ้าอุ้มเจ้าอุ้ม (อาจารย์) อบหรืออุ้ม (ล่าม) ชื่ออะไรนี่ตัวนี้ (อาจารย์) ชนิดมันเป็นอะไร (ล่าม) เป็นแบบไหน (อาจารย์) มันมี 3 ตัวตอนนี้ที่เป็นตัวอย่าง ตลกอะไร (อาจารย์) เข้าใจหรือเปล่า อย่างนั้นเดี๋ยว... (ล่าม) น่าจะงง (อาจารย์) ให้เพื่อนดู ดูที่พายุ (อาจารย์) กดผิด พายุมองกล้อง (ล่าม) พายุ ๆ พายุ ถาม (อาจารย์) String ไหม (ล่าม) แบบไหน สตริง (อาจารย์) String ใช่ไหม (อาจารย์) แสดงว่าพายุเข้าใจอยู่ (ล่าม) ถูก String ค่ะ (อาจารย์) เพราะอะไร เพราะมีเครื่องหมายอะไร เครื่องหมาย มี อันนี้ ความหมาย ชื่อ ตริ... ต. เต่า ส เสือ ต เต่า รเรือ ทราบ ส ต รู้ไหม ใช่ (อาจารย์) ให้สังเกตง่าย ๆ ก็คือเมื่อใดที่เห็นเท่ากับแล้วมีเครื่องหมายคำพูด เห็นเครื่องหมายเท่ากับ ส ต เ เรือ สระอิ หนูหนวก ทราบ หูหนวกทั้งหมดทราบ ตาฟ้าเข้าใจไหม ตาฟ้า อบ อ๋อ ไม่ใช่ เชอร์รี่เห็นไหม เหมือนเน็ตน้องช้าค่ะ ทางนู้นเลยดีเลย์นิดหนึ่งค่ะ แฝด อบ เจ้าอุ้มเข้าใจไหม อันนี้ชื่ออะไร ส. เสือ ต. เต่า ร เรือ สระอิ ง งู อันนี้นะ จำนะ (อาจารย์) เขียดเข้าใจไหมเขียด อุ้ม (อาจารย์) อุ้มกับอบมีอยู่ด้วยกัน แล้วก็ไม่เข้าใจทั้งคู่ ภากรณ์ อุ้มเข้าใจไหม (อาจารย์) เข้าใจแล้ว ถามว่าเข้าใจหรือยัง อะตอมเข้าใจไหมลูก (อาจารย์) ก็คือสังเกตง่าย ๆ (ล่าม) ชื่อ สตริง ชนิดของตัวแปร ส. เสือ ร. เรือ สระอิ แล้วก็ ง งู ครับ โอ.เค. จำได้ ถ้าเห็นเครื่องหมายคำพูดปุ๊บนี่ ถ้ามีเครื่องหมายคำพูกปุ๊บ มันจะหมายถึง String ทันที แต่ถ้าเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยม (ล่าม) ตัวเลขนะ ตัวเลข ตัวอย่างนะ 0.1 0.1 ความหมาย ชื่อ (อาจารย์) จะเป็นจำนวนเต็ม (ล่าม) จำนวนจริงหรือจำนวนเต็มคะจุด (อาจารย์) จำนวนจริง ๆ ขอโทษ ๆ (ล่าม) เดี๋ยวช้า ๆ เดี๋ยวสะกดให้ช้า ๆ ง. งู พายุ ครับผม String ก็คือความหมายของเครื่องหมายคำพูด (อาจารย์) ใช่ ๆ ถ้ามีเครื่องหมายคำพูดนี่ คำในนี้ เครื่องหมายคำพูด ชื่อ String (อาจารย์) แต่ถ้ามีตัวเลข แล้วมีจุดทศนิยมย่ะ (ล่าม) ตัวเลข ตัวเลข ตัวอย่าง ตัวอย่างนะ ตัวอย่าง 0.1 0.1 จุดมีนะ . มีความหมายชื่อ จ. จาน ร เรือ สระอิ ง. งู งงไหม (อาจารย์) นี่ ๆ ดูตัวอย่างเห็นไหม งงหรือเปล่า ถาม ถามได้ (อาจารย์) ถามได้ ๆ (ล่าม) พายุงงไหม ยังงง ดูสไลด์ ๆ ดูสไลด์ประกอบดูไสลด์ เห็นไหม ที่ขีดเส้นใต้ไว้นี่ ถ้าตัวเลขที่มีจุด ตัวเลข 1 1 ธรรมดาเลยนะ ความหมายจะชื่อ สระเอ ต. เต่า เด็กหู... ม. ม้า เห็นไหม ๆ นี่ตัวเลข ตัวเลข ตัวเลขแบบนี้ กับตัวเลขแบบนี้ต่างกัน (ล่าม) ชื่ออันนี้ เข้าใจหรือเปล่า 1 2 3 4 4, 5, 6 หมด เข้าใจไหม (อาจารย์) โอ.เค. เข้าใจแล้ว โอ.เค. นะคะ ชนิดของมันจะเป็นลักษณะนี้ ภากรณ์ตอบว่า String โอ.เค. (ล่าม) 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 หมดเลย ชื่อเต็ม (อาจารย์) เวลาเราไปใช้เวลาเราไปใช้ทำอะไรที่เขียนนะคะ เด็ก ๆ จะต้องใส่ชื่อตัวแปรที่เราไปหามา แล้วก็หาเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ตามด้วยค่า ค่าที่จะกำหนดนะคะ ก็คือพิมพ์ลงไปได้เลย ถ้าเป็นตัวเลขจำนวนเต็มพิมพ์ เช่น 100 พิมพ์ 200 นี่คือจำนวนเต็ม แต่ถ้าตัวแปรเราเป็นข้อความหรือ String เราก็พิมพ์ชื่อตัวแปร (ล่าม) คำได้นะ เลขอย่างเดียวไม่ใช่นะ (อาจารย์) แล้วก็เครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ใส่วงเล็บ พอใส่วงเล็บแล้วนี่ นั่นก็คือบอกให้รู้ว่าตัวนี้ เป็นคำหรือเป็นประโยค (ล่าม) ประโยค เข้าใจไหมหูหนวก ยังงง น่าจะต้องเจอทำจริง (อาจารย์) เดี๋ยวเราดูต่อ (ล่าม) อาจารย์แม่หนูขออธิบายเรื่องจุดทศนิยมนิดหนึ่งนะคะ (อาจารย์) ได้ ๆ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ นี่ เลขมันต่าง (อาจารย์) ถ้ามีทศนิยมน่ะ เต็ม รู้ไหม เข้าใจหรือเปล่า ทศนิยมน่ะ จะต่างกันเลย จะเป็นคนละตัวนะ ชนิดมันจะเป็นคนละชนิดกันใช่ไหม (ล่าม) เป็นแบบไหน โอ.เค. นะภากรณ์นี่น่าจะเข้าใจเดี๋ยวลองดูก็ได้ เดี๋ยวให้เด็ก ๆ บอกนะคะ ว่า... (ล่าม) ความหมายไหน (อาจารย์) ให้จับคู่ (ล่าม) ได้ค่ะ แล้วจริงล่ะ 0.2 เข้าใจไหม เป็น . มีน่ะ แล้วชื่อ สมมติจุดนี้นะ ชื่อ ๆ แต่สมมติ 500 ชื่อแบบไหน 500 5 0 0 ทำไมชื่อนี้จุดไม่มีใช่หรือเปล่า อยากจะถาม 500 5 อะไร 500 สมมติว่า 500 น่ะ จุดไม่มีน่ะนะ สมมตินะ 500 ธรรมดา ก็จะเป็นอันนี้ แต่ 500.21 จุดมีความหมายไหน งง ไม่ใช่ ๆ สมมติตัวเลขน่ะ มากน้อยได้เลย เขียดไม่ต้อง สำคัญตรงไหน สมมติจุดมีน่ะ ชื่อ ดูนิดเดียวเอง สมมติจุดมี... เข้าใจหรือเปล่า ตัวอย่างดูของอาจารย์แม่ (อาจารย์) ดูตัวอย่าง 100 เดี๋ยวถามเพื่อน (ล่าม) ดูนะ 100 (อาจารย์) ตัวแรกนะคะ 100 ให้ฟัง (ล่าม) เดี๋ยวสะกดตอบมานะช่วยพูดได้ ดูนะคะ จำนวนเต็ม จำนวนจริง แล้วก็ข้อความไปใส่ โยงใส่นี่ ให้แยกตามสี แล้วบอกมาว่าอันไหนคือจำนวนเต็ม ดูนะคะ ให้ตอบสีเอานะคะ เพื่อนจะได้รู้ คนแรกจะเป็นคนเล่นเกมนี้ ใครเอ่ย เดี๋ยวไปดูกัน เห็นสไลด์อยู่นะ เมื่อกี้นะคะ เอาพี่... พี่โฟร์ เลข 100 จำนวนจริง คือ แม่ใช้สีเขียว จำนวนเต็มแม่ใช้สีเหลือง ข้อความแม่ใช้สีชมพู เป็นสีอะไร เป็นจำนวนจริง จำนวนเต็ม หรือข้อความ พี่โฟร์ พี่โฟร์เข้าใจไหมครับ เป็นเลขจำนวนอะไรลูก จำนวนจริงน่ะ คือ มีทศนิยม ตัวเลขจะมีทศนิยม แต่ถ้าจำนวนเต็มตัวเลขจะไม่มีทศนิยม โยโกะไม่เป็นอะไร พอดีฟังพร้อมเพื่อนก็ได้ ตัวเลข ตอนนี้ ถามว่า 100 พี่โฟร์เป็นจำนวนจริงหรือจำนวนเต็ม จำง่าย ๆ ถ้าเป็นจำนวนจริงมันจะมีทศนิยม ทศนิยมมันจะมีจุด เช่น 0.1 อย่างนี้ คือ เลข เลขที่มีทศนิยมนี่เราจะเรียกว่าชนิดข้อมูลมันคือจำนวนจริง แต่ตอนนี้แม่บอกว่า 100 100 ไม่มีทศนิยมอะไรเลย เป็นจำนวนจริง หรือจำนวนเต็ม (นักศึกษาชาย) อาจารย์ได้ยินไหมครับ (อาจารย์) ได้ยินครับ โฟร์ได้ยินแม่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) เมื่อกี้พยายามจะพูดแต่มัน... (อาจารย์) เอาใหม่ อธิบายให้ฟังนะคะ เลขมี 2 ที่คอมพิวเตอร์มันรู้จักนี่มันมีจำนวนเต็มกับจำนวนจริง วิธีการแยกของคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นจำนวนจริง เลขตัวนั้นมันจะมีจุดทศนิยมลูก 0.1 มี . เมื่อไหร่จำนวนนั้น จะเป็นจำนวนจริงทันที แต่ถ้าไม่มีทศนิยม เช่น เลข 1 หรือ 200 หรือ 130 อย่างนี้จะเป็นจำนวนจริง คือ แม่ไม่ได้บอกว่า 0.01 จำง่าย ๆ คือจะเป็นจำนวนจริงก็ต่อเมื่อมีจุดหรือมีทศนิยม เขาเรียกว่า "เลขทศนิยม" ถ้าเลขมีทศนิยม นั่นคือจำนวนจริง แต่ถ้าเลขไม่มีทศนิยม คือ ไม่บอกว่ามี 0. อะไรเข้ามาน่ะ มันจะเป็นจำนวนเต็ม ตอนนี้แม่ถามโฟร์ว่า 100 เป็นจำนวนจริงหรือจำนวนเต็ม (นักศึกษาชาย) จำนวนเต็มครับ (อาจารย์) เพราะอะไรครับ มันไม่มีเลขทศนิยมครับ (อาจารย์) ถูกต้อง จำนวนเต็ม คือ เลขที่ไม่มีทศนิยมนะคะ ต่อไป คนต่อไป เพราะฉะนั้น เราจะต้องเลือกจำนวน เลือกว่าตัวเลข 100 เป็นจำนวนเต็มใช่ไหมครับโฟร์ ใช่ไหมครับโฟร์ นะครับ โอ.เค. มาดูข้อต่อไป 0.08 โยโกะ โยโกะ เมื่อกี้ ตัวเลขนี่นะคะ ชนิดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์นี่ คอมพิวเตอร์จะดูข้อมูลที่เป็นตัวเลขออก2 แบบ ก็คือเป็นจำนวนจริง กับจำนวนเต็ม จำนวนจริง โดยหลักการง่าย ๆ ของการดูว่าจำนวนไหนเป็นจำนวนจริง ก็คือ ตัวเลขนั้น จะมีจุดทศนิยม โยโกะรู้จักเลขทศนิยมไหมลูก ในสไลด์นี่มีเลขอยู่ 1 2 3 4 100, 0.08, 345 แล้วก็ 0.10 ตอนนี้กำลังถามโยโกะ ว่า 0.08 นี่ เป็นจำนวนเต็ม หรือเป็นจำนวนจริง โยโกะพิมพ์ตอบในแช็ตได้นะคะ เพราะโยโกะใช้ไมค์ไม่ได้ไม่ได้ เป็นจำนวนจริง ถูกต้อง เป็นจำนวนจริง เพราะ 0.08 เป็นทศนิยม เป็นเลขที่มีทศนิยม ก็คือเมื่อใดที่มีจุด แล้วตามด้วยตัวเลขข้างหลังนี่ จำนวนนั้นจะหมายถึงจำนวนจริง ถ้ามีเครื่องหมายจุด แล้วมีตัวเลขตามหลัง โยโกะตอบถูกค่ะ ให้แยกง่าย ๆ สังเกตที่จุด ถ้ามีจุดปุ๊บจะเป็นจำนวนจริง จะเป็นจำนวนจริง แต่ถ้าเมื่อใดไม่มีจุด เลขตัวนั้น คือ จำนวนเต็มเสมอนะคะ ทีนี้มาดูตัวต่อไป แล้วถ้ามันมีเครื่องหมายคำพูดเข้ามาปุ๊บนะคะ ตัวแปรชนิดนี้จะมีลักษณะของชนิดของข้อมูลเป็น String หรือข้อความนั่นเอง ตอนนี้จะให้ใครตอบดี ภากรณ์ตอบมาก่อนแล้ว เดี๋ยวลองถามภากรณ์ ภากรณ์เห็นสไลด์ไหมลูก ตอนนี้อยู่ที่คำว่า "นิว" ภากรณ์ยังไม่เปิดกล้อง คำนี้เป็นชื่อของตัวเอง อยากรู้ว่ามันเป็นข้อมูลชนิดไหน เป็นจำนวนจริง จำนวนเต็ม หรือข้อความ หรือ String น่ะค่ะ ในแช็ต ตอบในแชต แต่เขาตอบ 3 อันเลย ตอนนี้ถามอยู่ที่ชื่อคำว่า "New" ภากรไม่เปิด ไปถามแฝดก็ได้ แฝดน่าจะเปิดกล้อง (ล่าม) แฝดเปิดอยู่ค่ะ (อาจารย์) แฝด เป็นอะไรครับ (ล่าม) คำนี้ที่มีอันนี้ อันนี้แบบไหน (อาจารย์) เป็นแบบไหน แบบไหน (อาจารย์) เป็นแบบไหน (ล่าม) แฝดตอบเป็นจำนวนเต็มค่ะ (อาจารย์) ไม่ใช่ลูก ฟังดี ๆ ถ้าพูดถึงจำนวนนี้มันมีตัวเลขเลย ดูสไลด์ดี ๆ นะ ถ้าเราพูดถึงจำนวนนี่ (ล่าม) เหลือง เขียว ชมพู (อาจารย์) ถ้าเราพูดถึงจำนวน ตอนนี้เห็นไหม เห็นที่ทำไฮท์ไลท์ไหม สังเกตที่อะไร สังเกตที่มีเครื่องหมายคำพูด (ล่าม) แฝดยังเรียกจำนวนเต็มอยู่น่ะค่ะ (อาจารย์) แฝด ถ้ามีเครื่องหมายคำพูด มีเครื่องหมายคำพูดปุ๊บแฝดโยงมาใส่นี่ได้เลย ถ้ามันมีเครื่องหมายคำพูดปุ๊บนี่ มันจะเป็นข้อความเท่านั้น เดี๋ยวแฝดลองใหม่ ถ้าอยากตอบตัวเลขให้แฝดไปดูเลข... เอาเลขนี้ 0.10 เป็นจำนวนอะไรครับ จำนวนเต็มหรือจำนวนจริง 0.10 สีอะไรเป็นสีอะไร เป็นจำนวนอะไร เป็นตัวไหน ดูจากสไลด์ แฝดจะเลือกอะไร ๆ (ล่าม) แฝดกำลังคิดอยู่ค่ะ ฝั่งนี้ .10 แล้วมาโยงอันนี้ ตอบอันไหน เหลือง เขียว ชมพู (อาจารย์) จะโยงไปใส่อันไหน (ล่าม) ตอบเหลือง แฝดตอบจำนวนเต็มค่ะ คืออย่างนี้ ดูตัวอย่าง (ล่าม) ตัวอย่างสไลด์นะ (อาจารย์) เห็นไหมนี่คือจำนวนเต็ม นี่คือ.. (อาจารย์) ในสไลด์ของอาจารย์ถูกค่ะ ดู ๆ (ล่าม) 0.10 ก็คือจริง สีเขียว 0.08 0.10 โยงมา คือ จำนวนจริง สีเขียว ถูก เพราะว่าตัวเลขมีจุด ๆ ๆ แต่ถ้า 100 345 ก็คือจำนวนเต็ม ในสไลด์ ๆ ในสไลด์ถูก (อาจารย์) แต่ถ้าเป็นข้อความ (ล่าม) อยู่ในเครื่องหมายคำพูด มันจะเป็นข้อความทันที เห็นไหม โอ.เค. หรือยังเข้าใจไหม เข้าใจแล้วครับ (อาจารย์) อย่างนั้นเดี๋ยวถามใหม่ จำนวนจริงคือตัวไหนให้แฝดเลือก เลือกมา จากฝั่งนี้ อันไหนคือจำนวนจริงตอบมา บอกจำนวน อ่านค่าจากตัวนี้มา โยงอันนี้ ๆ อันนี้ ตอบเลือก แฝดจะเอา... ตอบมาเลย ๆ (ล่าม) พิมพ์ตอบหรือคะ (อาจารย์) พิมพ์ตอบก็ได้ จริง ตรงกับฝั่งนี้ (อาจารย์) เด็ก ๆ ทุกคนเลยนะคะ จากสไลด์ ตอนนี้กำลังถามว่าจำนวนจริง ตัวเลขไหนบ้างให้เด็ก ๆ พิมพ์ส่งงในแชตเลยค่ะ เอาเฉพาะจำนวนจริงนะคะ ตอนนี้เอาตัวนี้ หาค่าที่เป็นจำนวนจริงมาให้ ส่งมาให้สิ เป็นตัวไหน เราอยากจะรู้จักจำนวนจริงที่เด็ก ๆ เห็นในสไลด์นี่ มีตัวไหนบ้าง คือ จำนวนจริง ตอนนี้ถามจำนวนจริงอยู่นะ พิมพ์มาค่ะ (ล่าม) จริงเขียว ๆ (อาจารย์) ไอ้มุก แม่หมายถึงตอนนี้แม่ถามเรื่องจำนวนจริง มุกก็ต้องคีย์ตัวเลขในฝั่ง... ให้เด็ก ๆ เอาตัวเลขจากฝั่งนี้นะคะ เดี๋ยวใส่กรอบให้ เอานี่ จากฝั่งสีเหลือนี่ นี่ ๆ เอาจากฝั่งนี้สีเหลือง เอาสีฟ้า เอาตัวเลขหรือข้อความจากฝั่งสีฟ้านี่มาตอบนะคะ เพราะฉะนั้น จำนวนจริงคืออะไรบ้าง พี่เอ็มตอบถูกครับ 08 กับ 0.10 มุกตอบถูก โฟร์ ๆ ตอนนี้แม่ถามถึงจำนวนจริงครับ อะไรที่เป็นจำนวนจริง ตอนนี้เราอยากรู้ตัวใดที่เป็นจำนวนจริง ไอ้อบหรือไอ้อุ้มพิมพ์เลขผิดหรือเปล่า ให้พิมพ์คำตอบที่อยู่ในกรอบสีฟ้า ๆ นี่ เอาไปพิมพ์ตอบ (นักศึกษาชาย) อาจารย์ได้ยินไหมครับ พี่โฟร์อาจารย์ถามมีเลขอะไร เลขที่เป็นทศนิยมมีอันไหนบ้าง (นักศึกษาชาย) ให้ดูจากสไลด์หรือครับ โฟร์เห็นหรือเปล่า (นักศึกษาชาย) ผมไม่เห็นครับแม่ (อาจารย์) มันไม่อ่านใชไม่อ่านเลยครับ (อาจารย์) มันจะมี 100 0.08 แล้วก็มีคำว่า "New" 345 แล้วก็มี 0.10 จำนวนจริงคือจำนวนที่เป็นตัวเลขทศ... (นักศึกษาชาย) เลขทศนิยม ก็คือ 0.08 ครับ แล้วก็อีกตัว 0.10 ครับ (อาจารย์) โฟร์ตอบอย่างนี้ก็ได้ โอ.เค. เข้าใจครับ เหลือใคร โยโกะตอบมาแล้วถูกต้อง นะคะ มีพี่เอ็ม มีมุก แล้วก็เดี๋ยว ๆ เจ้าบิวกับเจ้าพายุมันอยู่ด้วยกันอยู่แล้วนะ พายุ ๆ พายุ (ล่าม) ครับแม่ (อาจารย์) ในสไลด์มันจะมีกรอบสีฟ้า ๆ ใช่ไหม เจ้าเขียดตอบถูกแล้วนะคะ ที่เป็นจำนวนจริง เพราะฉะนั้น ต้องมีตอบที่เป็นจำนวนจริง พิมพ์เฉพาะจำนวนจริง จำนวนจริงคือเลขอะไรคะ (ล่าม) เอาจริงนะ บิว อบ เจ้าเชอรี่ เรา เชอรี่พิมพ์แล้วยัง หูหนวกทั้งหมด ตอนนี้พิมพ์จริง ๆ เป็นแบบไหน เขียดตอบถูกแล้ว อบ แฝด (อาจารย์) แฝด ๆ มีตัวหรือลูก (ล่าม) ตัวเดียวหรือ หมดแล้วหรือ Power point ดูดี ๆ มีอย่างละ 2 นะ 0.08 กับอะไรอีก พายุอีกตัวหนึ่งลูก 0.08 กับอะไร (ล่าม) 0.08 หมดแล้วหรือ หมดแล้วจริง ๆ หรือ ดูใน PowerPoint มีดี่ตัว (ล่าม) นี่ดู ตอนนี้ PowerPoint มีอันไหนบ้างล่ะ 0.08 แล้วแบบไหน (อาจารย์) ที่เป็นจำนวนจริง เราจะให้ดึงจำนวนจริงออกมา (ล่าม) มี 0.08 แล้วมีอีกไหม เพิ่ม ๆ คำตอบมันต้องได้ 2 อันนะ (ล่าม) แม่คะ หนูขอหน้า PowerPoint ค่ะ (อาจารย์) ลืมนำเสนอ ขอโทษ ไปกดออกก็ว่าอยู่ (ล่าม) หูหนวก ๆ ดู ๆ (อาจารย์) เราต้องการจำนวนจริง ตอนนี้ (ล่าม) ตอนนี้ตัวเลขน่ะ จริง ๆ มีอะไร (ล่าม) แม่คะ หนูขอหน้า PowerPoint หน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ อันไหน 0.8 ใช่ไหม จริง ๆ น่ะ 0.08 แล้วเพิ่ม ๆ มีไหม อัน 3 ถูกหรือเปล่า เป็น String เป็นแบบไหน String อัน 5 เป็นแบบไหน แบบเต็มถูกไหม แล้วอัน 6 อันสุดท้ายเป็นแบบไหน (อาจารย์) เข้าใจอยู่ แต่เขียนไม่ครบนี่ (ล่าม) อบ... ไม่ใช่อบ เชอร์รี่เข้าใจไหม เดี๋ยวเชอร์รี่ แฝดเข้าใจไหม 0.10 0.10 พอดี ๆ หรือ สำคัญสมมติจุดมีน่ะ แต่สมมติว่าจุดไม่มี .00 100 3 4 5 เต็ม แล้วถ้าเครื่องหมายแบบนี้ ชื่อ String โอ.เค. ไหม อุ้ม อรวรรณ อุ้ม เข้าใจไหม 0.10 อันสุดท้ายเลยเป็นแบบไหม เต็ม, จริง, หัวข้อ... อดิศรหยุดถามอุ้ม 0.08 เป็นแบบไหน จริง 100 เป็นแบบไหน แล้วนิวล่ะ แบบ... รู้หรือเปล่า อันนี้ก็คือชื่ออันนี้เข้าใจไหม โอ.เค. เดี๋ยวรอนะ ขอเจ้า... แล้วเพื่อน ๆ ไปไหน เปิดกล้อง ไอ้เจ้าอบ 0.10 เป็นแบบไหน จริง 5 0.20 (อาจารย์) โอ.เค. (ล่าม) 500.20 500.20 .20 จำนวนจริง รอเพื่อน นิวเป็นแบบไหน เป็นหัวข้อ String เข้าใจไหมเข้าใจใช่หรือเปล่า เข้าใจไหม เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม เข้าใจหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ไอซ์ พี่บิว พี่บิวอยู่ไหนนะ โอ.เค. (อาจารย์) ถูกนะครับ ก็จะแยกออกเป็นข้อ ๆ เลย โอ.เค. นิวน่าจะเข้าใจแล้ว เชอร์รี่ล่ะ เชอรี่จำนวนจริงมีกี่อัน เชอรี่ จำนวนจริงมีกี่อัน (ล่าม) ถามเชอร์รี่ (อาจารย์) จำนวนจริงมีอะไรบ้าง มี 0.08 ถามจริง ๆ มีแบบไหน PowerPoint มีแบบไหนบ้าง อธิบายหน่อย จริง ๆ มีแบบไหน 0.08 ค่ะ (อาจารย์) กับอะไร ๆ อะไรคะ (ล่าม) กับอีกอันหนึ่ง 0. (อาจารย์) 0. เท่าไร (ล่าม) 0. แบบไหน (อาจารย์) มีกี่ตัว ๆ ดูดี ๆ จำนวนจริงมี 2 ตัวนะ อันนี้ 0.08 แล้ว อันนี้อะไร กับอะไร 0.08 กับอะไร 0.08 แล้ว0.10 ค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. เข้าใจอยู่นะ โอ.เค. ค่ะ เข้าใจค่ะ จำง่าย ๆ ถ้าเป็นตัวเลข ถ้ามีจุดทศนิยมปุ๊บ มันคือจำนวนจริง มันคือจำนวนจริง (ล่าม) เข้าใจไหม (อาจารย์) แต่ถ้าเป็นข้อความ มันจะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด ถ้าข้อความจะอยู่ในเครื่องหมายคำพูดเท่านั้น จะมีเครื่องหมายคำพูดใส่ไว้ สงสัยวันนี้เราน่าจะพอแค่สไำลด์นีแต่ละชนิดเดี๋ยวค่อยไปต่อ (ล่าม) ยิ้มเลย น้องหูหนวกยิ้มเลย วันนี้เข้าใจไหม (อาจารย์) ก็คือชนิดของข้อมูลของเราน่ะ มันจะไม่เกิน 3 ตัวนี้หรอก จำนวนเต็ม จำนวนจริง แล้วก็ข้อความ แยกชัด ๆ ได้อย่างไร ถ้าเป็นตัวเลข ระหว่างจำนวนจริงนี่ ดูแค่ถ้ามีจุดทศนิยม เลขตัวใดที่มีจุดทศนิยมน่ะ เลขนั้นก็จำนวนจริงเสมอ แต่ถ้าไม่มีจุดทศนิยมหมายถึงจำนวนเต็มแค่นั้นเอง แค่นั้นเอง ส่วนถ้ามันเป็นข้อความมันจะมีเครื่องหมายคำพูดกำกับไว้ มีแค่ 3 ตัว แต่นั้น ดูที่ตัวเลขเป็นหลักกับเครื่องหมายคำพูด ให้มองจัดที่เราต้องจำ โอ.เค. (อาจารย์) โอ.เค. ไหม สำหรับวันนี้เราจะพอแค่นี้นะคะ สวัสดีเด็ก ๆ ทุกคนที่ตั้งใจเข้ามาเรียนในวันนี้ เช่นกันค่ะ ขอบคุณอาจารย์แม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ บ่ายโมงนะ ตอนบ่ายมีเรียนอีกนะ