--- title: ระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม (ปี1) subtitle: date: วันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2564 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์) สวัสดีจ้า ไม่ค่อยได้ยินเสียง อ. พ่อค่ะ เพิ่มตรงไหนล่ะเสียง (ล่าม) อาจารย์พ่อได้ยินเสียงหนูไหมคะ (ล่าม) ได้ยินแบบเบา ๆ ค่ะ อ. พ่อ หรือว่าไมค์ต้องใกล้กว่า หรือว่าอย่างไร (ล่าม) ฮัลโหลค่ะ (อาจารย์) ได้ยินหรือเปล่า (ล่าม) ยังไม่ค่อยได้ยินค่ะ อ. พ่อ (อาจารย์) ฮันโหล ๆ เงียบ ได้ยินไหม (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. ไหมเสียง โอ.เค. นะ เดี๋ยวรอน้องสักครู่ (ล่าม) ได้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างนะ พี่การ์ตูน ทางโน่น โควิด (ล่าม) ค่ะ อาจารย์พ่อ (อาจารย์) เป็นอย่างไรบ้าง COVID ยังเยอะอยู่เลยค่ะ นี่ยังไปไหนไม่ได้เลยค่ะ (อาจารย์) ฉีดครบยัง (ล่าม) อ่อ วัคซีนเหลืออีกเข็มหนึ่งค่ะ ทาง อ. แม่ได้ฉีดไห (อาจารย์) ผมไม่ฉีดครับ อ. แม่ฉีดไปแล้ว 2 เข็ม (ล่าม) อ. แม่ฉีดแล้ว ได้ฉีด Sinovac หรือ Asผมแซวอยู่บอกเขาฉีดมันไม่เวิร์ก ได้ยินเสียงไหม 11 คนยังไม่เข้ามา ช่วงเช้ายังขาดไปเยอะ2 คนหรือ (ล่าม) ตอนนี้มหาวิทยาลัยเลื่อนไปถึงสิ้นเดือนเลยใช่ไหม อ. พ่อ (อาจารย์) ใช่ ๆ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) เป็นคำสั่งของจังหวัด ให้สถาบันการศึกษาทุกระดับ ก็ต้องเลื่อนไปถึงสิ้นเดือน (อาจารย์) สกลนครก็เพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน (ล่าม) เพิ่มขึ้นทุกวัน กรุงเทพฯ ก็เพิ่มขึ้นค่ะ (อาจารย์) มาจากกรุงเทพฯ โน่นล่ะ รับมาจากกรุงเทพฯ แล้วก็มหาลัยก็เป็นโรงพยาบาลสนาม (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) ก็อยู่หน้ามหาวิทยาลัยเลย น่ากลัวนะครับ เด็ก ๆ หลายคนก็เซ็งแล้ว เซ็ง เบื่อ ก็ต้องฝากบอกเด็ก ๆ ด้วยว่าต้องอดทดนะ อดทนเอา เสียง อ. พ่อเบาค่ะ (อาจารย์) เขาหรือ ทำไมมันเบา เดี๋ยวเบา เดี๋ยวนั่น สงสัยจะได้ซื้อไมค์ใหม่ ได้ยิน ๆ (ล่าม) ทางล่ามเหมือนไม่ค่อยได้ยินเสียง (อาจารย์) ทำไมไม่ค่อยได้ยิน (ล่าม) อ. พ่อเปิดในคอม (พิวเตอร์) ได้ไหมคะ เพิ่มเสียงในคอมได้ไหมคะ (อาจารย์) เพิ่มอยู่นะ ยังเบาอยู่หรือเปล่า (ล่าม) ฮัลโหลค่ะ (อาจารย์) ได้ยินอยู่นะ (อาจารย์) โอ.เค. นะ สงสัยต้องไปเอาไมค์ใหญ่มาใช้แล้ว ปกติก็เสียงดังอยู่แล้วนะ พอดีจังหวัดเขาประกาศเลื่อนนะครับ ประกาศเลื่อน (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) ให้มหาวิทยาลัยหยุดนะครับ เพราะมันระบาดไม่หยุด วัคซีนก็ฉีดไม่ได้ทั่วถึง (ล่าม) อย่างนี้อ.พ่อต้องลงของพวก พวก True DTAC เป็นของซิม ก็รอไปเรื่อย ๆ ก็รักษาตัวเองไม่ไปไหน ก็พยายามอยู่บ้านให้มากที่สุด แต่ทางสกลนครโชคดีหน่อย พื้นที่มันเป็นพื้นที่โปร่ง มันเป็นพื้นที่โล่งไม่เหมือนเหมือนเขากรุงเทพ (ล่าม) ใช่ค่ะ (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์) เวลาไปก็อยู่ห่าง ๆ กัน ไปตลาดก็รีบซื้อรีบกลับ คือ จริง ๆ ประชาชนเขาระวังตัวกันอยู่แล้ว ที่เดินทางไปโน่นค่ะ (อาจารย์) ก็นั่นล่ะ มาแล้วก็กักตัวก็ออกไปจากบ้าน ไปแพร่เชื้อไม่รับผิดชอบ เรียนก็ไม่อยากจะให้เด็ก ๆ เครียดนะครับ ก็เลยพิจารณาอยู่เหมือนกันว่าวิชานี้จะประเมินผลโดยไม่สอบ (ล่าม) อันนี้ใกล้สอบหรือยังคะ (อาจารย์) อันนี้ก็เข้าไปเดือนที่ 2 แล้วนะนี่ ปกติสิ้นเดือนนี้ก็ต้องสอบกลางภาค (ล่าม) อ๋อ แต่ก็คงต้องดูก่อน ๆดูไปดูพฤติกรรมไป ดูอะไรไป เพราะอย่างวิชาเรามันวิชาปฏิบัติ บรรยายไปเด็ก ๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกเอาไปอ่านเองก็ยิ่งแล้ว (ล่ามก็ไม่ได้ แต่ถ้าได้เข้ามาเรียนใน ม. ก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้ามาเรียนในม. ก็จะไม่มีปัญหา ระบบล่ามก็จะเสถียรนะ อะไร ๆ ก็ง่าย เพราะตอนนี้โรงเรียนโสตก็ประสานมาแล้วว่าปีหน้าเปิดหรือเปล่า ตอนนี้... (ล่าม) มหาวิทยาลัยรับจากมุกดาหาร แล้วก็มีขอนแก่น แล้วก็มีโรงเรียน (ล่าม) แต่อ. พ่อก็มีเครือข่ายอยู่แล้วใช่ไหมคะ (อาจารย์) มี ๆ แต่ก็มีโรงเรียนสอนคนตาบอดอยู่ขอนแก่น มาให้ทุกปี (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) ปีนี้มาจากชลบุรีด้วยคนหนึ่ง พี่ตี๋ (อาจารย์) ไม่เยอะ ๆ ไม่ต้องซีเรียส ใจเย็น ๆ ไม่ต้องซีเรียส (อาจารย์) อยู่กับอาจารย์พ่อสบาย ๆ ไม่ต้องซีเรียส เจอกัน จะมีกิจกรรมให้ทำเยอะ เรายังมีเทคโนโลยีที่จะมาใช่ร่วมกับพวกเราอีกหลายตัว ก็พูดค้างไว้เมื่อกี้ ก็คือโสตน์ติดต่อมาแล้วว่าเราจะเปิดหรือเปล่า กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเปิดหรือเปล่า เปิดก็ดีนะพี่การ์ตูนนะ พี่การ์ตูนจะได้น้อง ๆ ทุกรุ่นทุกปี (ล่าม) เยี่ยมเลยค่ะ [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์) จะได้มีงานทำ ไม่ว่าง (ล่าม) อยากให้เปิด ใช่ค่ะ จะได้เจอกันทุกปี ส่งกันจนจบนะ (อาจารย์) โรงเรียนโสตน์เขามองว่าเรานี่ ดูแลลูก ๆ เขาดีจะพาส่ง ซึ่งจริง ๆ ปีนี้ก็เล่าให้พี่การ์ตูนฟังว่าจะไม่รับนะ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) แต่ดูแล้วไปทำไมก็ไม่รู้ หลักสูตรเปิดแล้ว ถ้าจะมาเรียนก็มา ตั้งใจไว้สัก 10 คน ก็ได้มา 15-16 คนก็ โอ.เค. (ล่าม) ค่ะ มันหมดเทอมนี้ก่อน เพราะเทอมหน้าเด็กเขาจะหาที่เรียนแล้ว ก็คุณครูเขาแจ้งมาว่า รุ่นนี้เด็กเขาจบเยอะ เด็ก ม.6 เยอะเขาว่าอย่างนั้น ก็แต่เราแต่เราก็ดีลกันไว้อยู่ เรามีเครือข่ายอยู่ พอมีเครือข่าย เครือข่ายอยากมา จบไปแล้วไม่ได้เรียนเขาก็อยากมา (ล่าม) แต่เรื่องนี้มันเป็นที่ผลผลิตของเรามีงานทำ เห็นประสิทธิภาพจริง ๆ อะไรอย่างนี้ เขาจบแล้วเขามีงานทำ (ล่าม) ใช่ ๆ ค่ะ ทะลักแน่เลยค่ะ งานก็จะเยอะ เขาก็จะรับเราเข้าไปทำงานเยอะมาก ตอนนี้นิคมอุสาหกรรม (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) กำลังสร้าง (ล่าม) ค่ะ อ. พ่อ เขาก็ติดต่อมาอยู่ว่าอาจารย์พิเชนทร์ขอสัก 50-100 คนได้ไหม ต่อปี จะผลิตที่ไหน ได้เยอะขนาดนั้นมันจะขยายไปที่อีสาน เขาบอกภาคกลางเยอะแล้ว เยอะแล้ว มากันค่อนข้างเยอะ วันนี้ใครอยู่หอในนะ สั่ง อ. แม่ สั่งลำไยมา กี่โลฯ 5 กิโลบ่ ใครว่างก็มาเอา นะครับ (ล่าม) ไปหอพักได้เลย พร้อม แฝดมาแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เดี๋ยวว่าง ๆ เดี๋ยวจะทำขนมจีนเลี้ยง (ล่าม) ทำขนมจีน รู้ไหม ขาว ๆ ขนมจีน ใครอยู่แถวนี้ก็แวะมาได้นะครับ ใครหอพักน่ะ ไปบ้านพ่อ แม่ได้นะ อาจารย์พ่อแม่ โอ.เค. นะ เข้ามาเยอะแล้ว ตอนนี้นะ ก็ให้เราดูเพิ่มเติมนะครับ เล็กน้อย คราวที่แล้วจัดการ Process ครับวันนี้ก็จะให้ดูเรื่องของการจัดการ CPU นะครับ การจัดการโปรเซสเซอร์หรือ Pการจัดการ Processor นะครับ ในคอมพิวเตอร์เราถือว่าตรงนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์นะครับ หน้าที่ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง ก็คือหน้าที่ของระบบปฏิบัติการ ก็คือ Processor นะครับ อันนี้คือรูปแบบ ทำไมต้องจัดการ Processor นะครับ โปรเซสเซอร์นะครับ เรียกสั้น ๆ ว่า CPU เราจะเห็นว่ารูปนี้ ก็คือรูปของสถานะของ Process นะครับ สถานะพร้อม เราเปิดติดขัด พร้อม รัน เหตุผลว่าทำไมจัดการ Processor หรือจัดการ CPU นะครับ เนื่องจากว่า CUP นั้น ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของคอมพิวเตอร์ ในการเปลี่ยนสถานะเขาถือว่าเป็นค่าใช้จ่าย พี่การ์ตูนเห็นสไลด์อยู่นะ สไลด์เลื่อนหรือเปล่า สไลด์ไม่มาค่ะอาจารย์ สไลด์ไม่ขึ้นค่ะ (อาจารย์) อ่าวหรอ เดี๋ยวแชร์ใหม่ก่อน ขึ้นไหมครับ (ล่าม) มาแล้วค่ะ มาแล้วค่ะ หัวใจสำคัญ ก็คือพอบอกว่ามีค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายของระบบก็คือเรื่องของเวลา เวลาที่จะทำให้ตัว process เข้ามาใช้งานใน CPU โดยต้องมีการจัดการนะครับ ซึ่งเวลาที่เสียไปกับ CPU นั้นก็จะมีอยู่ดังนี้นะครับ 1. เก็บค่า Register หรือ สถานะของเครื่องไว้ใน PCB นะครับ 2. คัดเลือก Process ในสถานะพร้อม เพื่อให้มาครอบครอง CPU สุดท้ายก็คือ โหลดค่า Register ไว้ในคอมพิวเตอร์ ก็เก็บเสร็จพอมันหมดก็เก็บค่าเก็บไว้ รอ Process ใหม่เข้ามา นี่คือ 3 งานที่ทำให้ตัวของ CPU เสียเวลานะครับ ดังนั้นนะครับ เรามาดูว่าเมื่อ Process Process เข้ามา เพื่อจะรอครอบครอง CPU เราถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญของ OS เราจะจัดการอย่างไรนะครับ ซึ่งหน้าที่ของการจัดสรร CPU นั้น เราเรียกว่า การจัดคิวในระยะสั้นนะครับ โดยหน้าที่ของตัวจัดคิวระยะสั้น คือ เลือกเอา Process ที่พร้อมที่สุด เข้ามาครอบครอง CPU หรือเข้าไป Run นั่นเอง ดูรูปนะครับ นี่คือหน้าที่ของมันนะครับ ดังนั้นตัวของระบบปฏิบัติการ จะต้องมีการออกแบบให้ตัวจัดคิดระยะสั้นมีความเสถียรมีความยืดหยุ่นซึ่งวิธีการคัดเลือกว่า Process ว่า CPU ก่อนหลังก็ต้องมีหลายวิธี ซึ่งในปัจจุบันก็มีดังนี้นะครับ 1. ตัวจัดคิวระยะสั้นแบบ นะครับ First Come Fisrt Service นะครับ ก็คือหมายความว่า Process ไหนก็แล้วแต่มารอคิวก่อน ก็จะได้ครอบครอง CPU ก่อนไม่คำนึงถึงเวลานะครับ โดยมีระยะเวลาควอนตัมนะครับ ตัว Process ไหนเข้ามาก่อนนะครับ ที่เข้ามาก่อนก็ใช้ก่อนนะครับ ถ้าเกิดสถานะติดขัดขึ้น ก็กลับไปพร้อม แล้วก็ เข้ามาใหม่นะครับ นี่คือการจัดคิวแบบ FCFS โดยไม่มีเวลาควันตัมนะครับ เราจำเวลาควอนตั้มได้ใช่ไหม เวลาควอนตั้มคือเวลาที่กำหนด Process นั้นเข้ามาครอบครอง CPU ได้มากน้อยขนาดไหนนะครับ เช่น เช่น ถ้าเกิดบอกว่าเวลาควอนตัม 5 วินาที นั้น หมายความว่า Process เข้ามาจัดคิวระยะสั้นแบบ เวลาควอนตัมนะครับ ซึ่งการจัดคิวแบบ FCFS ก็เลยมีข้อเสียก็คือมันรอนาน รอนานเนื่องจากไม่มีเวลานะครับ แต่ข้อดีก็คือมันจัดการง่ายนะครับ การจัดคิวแบบที่ 2 นะครับ ในการจัดคิวระยะสั้นก็คือ เป็นการจัดคิวแบบวนรอบลักษณะของการจัดคิวแบบ Round Robin ก็คือลักษณะการจัดคิวก็เหมือนกับ FCFS นะครับ เข้าก่อน มาก่อนเข้าก่อน มาก่อนเข้าก่อนนะครับ แต่ต่างกันที่เวลาเราเข้าไปครอบครอง CPU แบบ RR Round Robin นะครับ จับนะครับ นั่นแสดงว่า ถ้า Process ใดเข้าไปครอบครอง CPU แล้ว ต้องย้อนกลับมาแล้วก็เข้าไปใหม่นะครับ เป็นการวนรอบนะครับ ก็จะมีการวนรอบ อีกสักพักเราจะได้เขียนโปรแกรมวนรอบคือลูบมันเป็นอย่างไรนะครับ การจัดคิวระยะสั้นแบบที่ 3 นะครับ เป็นการจัดคิวแบบลำดับความสำคัญนะครับ หมายความว่า ในคิวนั้นเป็นการจัดเรียงตาม Process ต่าง ๆ ลำดับความสำคัญของ Process นั้นนะครับ เช่น Process ที่อยู่ต้นคิวก็เข้าไปก่อน แต่ถ้ามีความสำคัญน้อยกว่าก็ต้องต้องถอยไปให้ Process ที่มีความสำคัญมากกว่าเข้าไปครอบครองแทนนะครับ นี่คือการจัดคิวแบบลำดับความสำคัญ ตัวอย่างในรูปนี้นะครับ เราก็จะเห็นว่าตัวจัดคิวนะครับ Process A B C D นะครับ เขาบอกว่าลำดับความสำคัญ A เท่ากับ 10 B เท่ากับ 8 นะครับ เช่น A = 10 B = 8 นี่คือลำดับความสำคัญนะครับ นี่คือเรียงลำดับความสำคัญนะครับ A, B, C, D ตามความสำคัญ แต่สักพักหนึ่ง Process E E มาต่อคิว ปรากฏว่า E มีความสำคัญอยู่ที่ 6 นะครับ ดังนั้น มันจะต้องมาจัดคิวใหม่ เรียงตามลำดับความสำคัญ เมื่อ E เข้ามาต่อคิวปุ๊บ Process E จะแทรกระหว่าง นะครับ เพราะมีความสำคัญมากกว่า Process A หรือ B นะครับ นี่คือการจัดคิวแบบลำดับความสำคัญนะครับ อันนี้เรามากูว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Process ไหนมีความสำคัญมากน้อยกว่ากันนะครับ เราก็มีวิธีพิจารณาว่า Process ใด มีความสำคัญน้อยกว่า มีความสำคัญมากกว่านะครับ โดยมีหลักพิจารณาดังนี้นะครับ 1. ผู้ใช้กำหนดเอง นะครับ เช่นเราเป็นผู้ใช้ เราก็กำหนดเองว่า ใครจะสำคัญ หรือเราเป็นคนเขียนโปรแกรมเราก็จะกำหนดว่า Process ไหนมีความสำคัญ เวลาเราเขียนโปรแกรมนะครับ หรือยกตัวอย่างในวันนี้เช่น Process ของ User จะมีความสำคัญน้อยกว่า นี่คือผู้ใช้นะครับ จะดูว่าผู้ใช้เป็นระดับไหนอันที่ 1 ที่เป็นวิธีการพิจารณาสำคัญมากน้อยกว่ากันนะครับ อันที่ 2 นะครับ หลักการพิจารณาที่ 2 ก็คือประเภท ประเภทของ Process นะครับ เช่น ถ้า Process อยู่ในโหมดแบบนะครับ มักจะมีมักจะมีความสำคัญน้อยกว่าโหมดโต้ตอบ โหมดแบตช์เป็นอย่างไรครับ ยกตัวอย่างเช่น เอาแฝดแล้วกันนะครับ แฝดแล้วกัน ผมเดินไปหาแฝด แล้วกำปั้นทุบเลยนะครับ ใส่แฝด ต่อยแฝดเลย ถ้าแฝดเป็น Process ประมวลผลโหมดแบตช์ เป็นลำดับว่าอาจารย์พ่อมาต่อยผมทำไมนะครับ ต่อยตรงไหน ตานะครับ เดินกลับบ้าน พอถึงบ้านถึงเจ็บนะครับ แฝดก็จะคิดคำนวณหรือเอาตัวอย่างที่เราเห็นชัดเจน เช่นว่า เช่นเกม มีใครไม่เคยเล่นเกมไหม น่าจะไม่มีนะ เช่น เกมยิงจรวด ถ้า Process อยู่ในอาจารย์พ่อยังจรวดจากเครื่องเรานะ ไปใส่เครื่องพี่แฝดนะอยู่บ้าน จรวดที่ยิงออกไปถ้าอยู่ในโหมดแบตช์ กว่าจะรู้ผลว่ามันโดนแฝดหรือเปล่า หรือแฝดหลบได้หรือเปล่านะครับ เมื่อ 3 วันผ่านไป พี่แฝดก็ยิงจรวดกลับมาใส่ผม พี่แฝดก็ยิงจรวดกลับมาหาผม อีก 3 วันถึงจะรู้ว่านี่คือลักษณะในการทำงานในโหมดแบตช์นะครับ ส่วนโหมดโต้ตอบ ตัวอย่างเดียวกัน ถ้าเป็นเกม ก็สวนปั๊บ นี่คือโหมดโต้ตอบ Process ประเภทนี้มักจะให้ความสำคัญมากกว่า ซึ่งลักษณะนี้ขึ้นอยู่กับเรานะครับ ว่าเราจะเขียนโปรแกรมในลักษณะไหนนะครับ หลักการพิจารณาอันดับที่ 3 ก็คือผู้ใช้ยอมจจ่ายสตางค์เพิ่มนะครับ ลักษณะแบบนี้นะครับ หลายคนบอก มันเป็นอย่างไร เราอาจจะเคยใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆ นะครับ เราไปดูพอเราไปดูบางเว็บไซต์นะครับ ทำไมมีรูปเครื่องหมายกากบาทสีแดงบ้าง รูปกรอบสี่เหลี่ยมบ้างนะครับ เพราะตรงนั้นเขาไม่ได้จ่ายสตางค์นะครับ หรือตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เราเขียนโปรแกรมเสร็จ เราเขียนเว็บไซต์ออกแบบเว็บไซต์ เราจะเอาขึ้นอัปโหลดขึ้น โชว์ให้รู้ว่านี่เป็นเว็บไซต์ของเรา พอเราจะเอาไปโชว์นั้นนะครับ เราจะต้องเอาไปฝากที่ Server นะครับ บังเอิญว่าเราไม่มีสตางค์ ไม่มีสตางค์ เราก็ไปใช้ของฟรี ออกมนั้นนะครับ เว็บไซต์เราก็จะไม่ได้ดังใจนึก มันอาจจะไม่แสดงผลออกมาก็ได้นะครับ ก็จะเห็นว่าบางเว็บไซต์นะครับ บางทีนี่เปิดมาปั๊บนะครับ มีรูปสี่เหลี่ยม แล้แล้วก็มีเครื่องหมายกากบาทสีแดง แต่ถ้าเมือใดปุ๊บ เราไปฝากไว้ที่500 ปีละ 1,000 นะครับ เขียนขึ้นมานะครับ จะปรากฎโชว์ทุกอย่างบนเว็บเราคงจะเห็นภาพนะครับ ตอนนี้เราคงยังไม่เห็นภาพ อันที่ 4 นะครับ หลักการพิจารณาว่า Process ใดสำคัญมาก ก็คือระยะเวลาที่ Process เข้าไปอยู่ในระบบ Process ใดก็แล้วแต่ที่อยู่ในระบบนาน ๆ OS จะถือว่ามีความสำคัญเป็นระดับต้น ๆ นะครับ เราจะเห็นว่า Process ตัวอย่างของที่อยู่ในระบบนาน ๆ นั้น Process ของ OS นะครับ ของระบบปฏิบัติการ คือเปิดปุ๊บมาเข้าระบบเลย นะครับ ถึงอย่าง Process ของตัว Antivirus มีระดับความสำคัญนะครับ คราวนี้มาดูตัวจัดคิวระยะสั้น แบบ SJN Shortest Job Next นะครับ การจัดคิวแบบ XJN นั้นนะครับ เป็นการจัดคิวแบบ เป็นการเลือก Process เวลาน้อยที่สุด นั่นหมายความว่า Process ใดก็แล้วแต่ Process A, B, C, D การจัดคิวแบบ SJN จะต้องการเวลาน้อยที่สุด นั่นก็คือว่าใครใช้เวลาน้อยที่สุด จะคัดเลือกเข้ามาก่อนนะครับ โดยวิธีการนี้นะครับ จะทำให้ Process ที่ต้องการเวลาน้อย จบออกไปก่อนนะครับ จะทำให้คิวของ Process ลดลงนะครับ แต่นะครับ แต่นะครับ ผลเสียก็มีนะครับ ถ้าการจัดคิวแบบ SJN เป็นการเลือกเอา Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุดเข้ามา บังเอิญว่า Process A, B, C, D, E Process E ต้องการใช้เวลา 1 ชั่วโมงนะครับ ต้องใช้เพียงแค่ 1 วินาที 2 วินาที 3 วินาที 4 วินาทีเห็นไหมครับ จะเกิดผลเสียอะไรขึ้น นั่นแสดงว่า Process ที่ต้องการเวลามากที่สุด แทบจะไม่ได้เข้ามาในระบบเราเลยนะครับ นี่คือข้อเสียงของการจัดคิดแบบ SJN การจัดคิวระยะสั้นระยะสั้นแบบที่ 5 ก็คือการจัดคิวแบบ SRT นะครับ เขาบอกว่าการจัดคิวแบบ SRT ต่างกับการจัดคิวแบบ SJNจะต่างกันตรงที่ว่า การจัดคิวแบบ SRD จะจัดคิวเวลาน้อยที่สุด เหลือเวลาน้อยที่สุด ก็คือหมายความว่าเมื่อ Process เข้าไปครอบครอง CPU แล้ว เหลือเวลาน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น เวลา Quantum สร้างไว้ 5 วินาที Process A ต้องการ 1 วินาที Process B ต้องการ 2 วินาที Process C ต้องการ 3 Process D ต้องการ 5 วินาทีนะครับ คำถามถามว่าถ้าเป็นการเลือกจัดคิวแบบ SRT คำถาม จะเลือก Process ใดเข้าก่อน คำตอบก็คือต้องการเลือกคำตอบ Process D ที่ใช้เวลา 5 วินาทีและเวลา Quantum กำหนดไว้ที่ 5 วินาทีเวลา Process เข้าไปครอบครอง CPU แล้ว จะเหลือเวลาคือ 0 นะครับ แต่ถ้าเป็น เป็นแบบ SJN เขาบอกว่าต้องการเวลาน้อยที่สุด เอา Process A ที่ใช้เวลา 1 วินาทีนะครับ นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง SJN กับ SRT นะครับ การจัดคิวระยะสั้นแบบที่ 6 นะครับ ก็คือการจัดคิวแบบหลายระดับนะครับ การจัดคิวแบบหลายระดับนะครับ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ CPU ให้ได้มากที่สุดนะครับ อย่าลืมว่าในเครื่องคอมพิวเตอร์มี CPU แค่ตัวเดียว แต่ต้องทำงานกับ Process มากหลากหลายเลยนะครับ ดูรูปนะครับ รูปข้างบนนะครับ เป็นการจัดคิวแบบ 1 ระดับ การจัดคิว A อาจจะเป็นการจัดคิวแบบ RR นะครับ B อาจจะเป็นการจัดคิวแบบ FCFS นะครับ C อาจจะเป็นการจัดคิวแบบการเรียงลำดับความสำคัญ เป็นคิวแบบ 1 ระดับเข้าไปทีละระดับ ทีละ Process นะครับ นี่คือแบบ 1 ระดับนะครับ แต่การจัดคิวแบบที่ การจัดคิวแบบหลายระดับนะครับ เห็นไหมครับ คิวที่ 1 ก็ได้ FCFS ก็ได้ เป็นคิวที่ 1 คิวที่ 2 นะครับ คิวที่ 3 นะครับ คิวที่ N ไปเรื่อย ๆ นะครับ จะเห็นว่าการจัดคิวหลายระดับ จะเพิ่มขีดความสามารถที่จะทำให้ Process เข้าไปทำงานใน CPU ได้มันจึงเกิดการทำงานแบบ Multiprogramming เข้าไปตามคิวนะครับ แต่ถ้าแบบแรกนี่คือการจัดคิวแบบหลายระดับนะครับ หัวข้อต่อมานะครับ การจัดคิวระยะยาว เมื่อกี้เราพูดถึงการจัดคิวในระยะสั้น นะครับ ซึ่งการจัดคิวในระยะยาว เขาบอกว่าเป็นการจัดคิวในระยะงาน นะครับ หมายความว่า 1 งาน พอสร้าง Process ใหม่ใน CPU นะครับ จะไม่ย้อนกลับมาใหม่นะครับ ส่วนการจัดคิวระยะสั้น เป็นการจัดคิวในระดับ Process กลับไปก็ได้นะครับ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ Process มีลักษณะอย่างไรนะครับ ในระยะยาว ก็มีการจัดคิวเหมือนการจัดคิวในระยะสั้น แบบ SJN แบบ SRT แต่การจัดคิวระยะสั้น ระยะยาวนะครับ จะไม่เกิดขึ้นกับการจัดคิวแบบ Roun Eobin หรือแบบ RR เพราะอะไรครับ เพราะการจัดคิวแบบ RR เป็นการวนลูป กลับมาใหม่ แต่เขาบอกว่าการจัดคิวในระยะยาวนั้นจะต้องจบ เพราะเป็นการจัดคิวในระยะงานนะครับ สอนคนเดียวไม่มันเลยนะ ไม่มีปฏิกิริยา ถ้าสอนในห้องยังได้ถามนะครับ ถ้าถามเดี๋ยวนี้ ถ้าถามออนไลน์ไม่ได้ผลเท่าไรนะครับ ลองหลายครั้งแล้วนะครับ ก็ให้พวกเราอดทนนะครับ มันเป็นทั่วประเทศ ทั่วโลกนะครับ ถ้าเป็นเฉพาะเราค่อยว่ากันนะครับ คราวนี้มาดูหัวข้อต่อมานะครับ ระบบหลาย CPU หลาย Multi ความหมาย ก็คือเป็นระบบที่มีคอมพิวเตอร์หลายตัวช่วยกันทำงาน คำว่า Processor หมายความว่าเป็น CPU เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เป็น Processor อื่น ๆ ในที่นี้เราไม่ได้หมายถึงเฉพาะตัว CPU เท่านั้นนะครับ ซึ่งเราสามารถแบ่งแยกระบบคอมพิวเตอร์ตามลักษณะการทำงานออกเป็น 4 ประเภทดังนี้นะครับ 1. ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท SUประเภม SISD ซิงเกิลนะครับ หมายความว่า คอมพิวเตอร์นะครับ มี CPU ตัวเดียว ทำงานทั่ว ๆ ไปก็คือเหมือนก็คือเหมือน Notebook เรานะครับ เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในห้องแล็บ นี่ก็คือเป็นการทำงานที่มี CPU เพียงตัวเดียว มีคำสั่ง1 คำสั่ง มีข้อมูลชุดเดียว ที่เราเรียกคอมพิวเตอร์นี้SISD นะครับ มี CPU ตัวเดียวนะครับ มีข้อมูล 1 ข้อมูล มีคำสั่ง 1 คำสั่งแล้วก็ประมวลผลออกมาเลย ผลลัพธ์ นี่เป็นการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์แบบ SISD นะครับ ระบบคอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 คอมพิวเตอร์ประเภท MISD Multiple 2 นะครับ ก็คือหมายความว่าเป็นระบบที่มี CPU หรือ Processer ทำงานพร้อมกัน พร้อมกันนะครับ มากกว่า 1 ตัวนะครับ เราเรียกการทำงานว่าเป็นการทำงานแบบขนานนะครับ ขนานกันคู่กันไปซึ่ง Processor แต่ละตัวคำสั่ง Execute เป็นของตนเอง แต่ใช้ข้อมูลชุดเดียวนะครับ ดูรูปประกอบ ก็คือมี CPU หลายตัวครับ มี CPU ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 PN ก็คือตัวที่ 4 5 6 7 8 นะครับว่าไปนะครับ นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภท MISD ซึ่งจะมีคำสั่งเป็นของตัวเองฃนะครับ คำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 แต่ใช้ข้อมูลชุดเดียว นะครับ ตัวอย่างการคำนวณนะครับ เขาบอกว่าค่า X หาฟังก์ชัน X ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์แบบ SISD นะครับ มันก็จะหาอย่างไรครับ มันก็จะหามันก็จะหาทีละขั้นตอน ทีละคำสั่งนะครับ โดยถ้าเป็นคอมพิวเตอร์แบบ SISD มันก็จะบอกว่า อันที่ 1 หาค่า X2พอหาค่า X ยกกำลัง 2 เสร็จ จาก X กำลัง 2 ด้วย 2 แล้วค่อยเพิ่มค่าผลลัพธ์ที่ได้ด้วย 4 นี่ก็คือการคำนวณแบบคอมพิวเตอร์ SISD นะครับ นะครับ หลายคนอาจจะงง หา X ยกกำลัง 2 แล้วไปคูณแล้วถึงบวกนะครับ ไอ้นี่เป็นวิชาอาจารย์แม่เจ้านะครับ สอนหลักการนะครับ ว่าคอมพิวเตอร์จะต้องคำนวนจากอะไรก่อนหน้าหลังจำได้หรือเปล่าไม่รู้นะ เวลาเราเขียนโปรแกรมนะครับ เราใช้โจทย์เดียวกันนะครับ แต่ถ้าเราไม่รู้จักว่าลำดับการประมวลผลคราวนี้มาดูตัวอย่างนะครับ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ประเภท SISD มันจะไม่คำนวณแบบนี้นะครับ จะเป็นการคำนวณที่ใช้ CPU ทั้งหมด ในที่นี้มี 3 คำสั่ง ก็จะมีอยู่ 3 ตัวที่ช่วยกันทำงาน ก็คือ CPU ตัวที่ 1 ยกกำลัง 2 นะครับ CPU ที่ 2 คูณ 2 CPU ที่ 3 + 4 แล้วก็จะได้ผลลัพธ์ออกมา ก็เหมือนเราให้มันทำงานช่วยกัน หลาย ๆ คนช่วยกัน เช่น เราคนเดียวนะครับ คิดคนเดียว ทำคนเดียว แต่ถ้าประเภท MISS ก็คือ นะครับ ลักษณะคล้าย ๆ กัน ทีนี้มาดูระบบคอมพิวเตอร์ประเทศที่ 3 นะครับ คอมพิวเตอร์ประเภท SIMD ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการทำงาน CPU หลายตัวพร้อมกันนะครับ แต่มีคำสั่งคำสั่งเดียวนะครับ มีข้อมูลเป็นของตัวเอง ที่ตรงกันข้ามแบบ SIMD เมื่อกี้นะครับ ดูรูปนะครับ คอมพิวเตอร์ประเทศ SIMD แค่คำสั่งเดียวนะครับ แต่มีข้อมุลของใครของมันเป็นชุด ๆ ไปเลยนะครับ CPU ก็หลายตัว ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ตัวที่ N ตัวที่ 4 ที่ 5 ก็ว่าไปนะครับ นี่คือคอมพิวเตอร์ประเภท SIMD นะครับ คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 4 ประเภทสุดท้ายนะครับ คอมพิวเตอร์ประเภท MIMD นะครับ Multiple เลย ลักษณะของคอมพิวเตอร์ประเภท MIMD นั้นการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์นี้ก็คือมี CPU ช่วยกันทำงานหลายตัวนะครับ แต่ละตัวนั้นมีคำสั่งเป็นของตัวเอง มีข้อมูลเป็นของตัวเองนะครับ และการทำงาน Execute งาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกันนะครับ นึกภาพก็คือ เอาคอมพิวเตอร์ประเภทที่ 1 SISD มารวมกันเข้าหลายตัวก็จะกลายเป็นระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MIMD ก็มีคำสั่งเป็นของตัวเอง เช่น คอมพิวเตอร์พี่แฝดอยู่บ้าน มี CPU เป็นของตัวเอง เองนะครับ แต่เวลาทำงานเชื่อมต่อกันในลักษณะของระบบนะครับ นี่ดูภาพนะครับ ก็คือระบบเครือข่ายนะครับ MIMD นะครับ เช่น ผมมีคอมพิวเตอร์อยู่บ้านก็ทำงานของใครของมัน แต่พอที่เราจะทำงานร่วมกัน เราก็เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย ของคอมพิวเตอร์ประเภท MIMD มี CPU หลายตัวทำงาน ข้อมูลมันนะครับ งานใครงานมันนะครับ ไม่ยุ่งเกี่ยวกันยนะครับ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ก็คือ ระบบเครือข่ายนี่ล่ะ อย่างเช่น ผมอยากทำงานร่วมกับพี่แฝดนะครับ ร่วมกับพี่แฝดนะครับ ติดต่อสื่อสารพี่แฝดก็ไม่ต้องมาหาผมหรอกอยู่บ้านนั่นล่ะ ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์เราเรียกว่า MIMD นะครับ คราวนี้ระบบการทำงานระบบการทำงานหลาย CPU นั้นนะครับ จุดประสงค์หลัก ๆ ในการสร้าง CPU ก็คือให้ตัวของ CPU นะครับ หรือ Processor ช่วยกัน นะครับ แต่สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ MIMD ที่ผมกล่าว มันทำงานอิสระต่อกัน ก็คือเครื่องใครเครื่องมันเราก็เชื่อมต่อโดยระบบอินเทอร์เน็ตของเรานะครับ เครือข่ายของเรานะครับ เขาบอกว่าดังนั้นนะครับ การทำงานหลายระบบ CPU นั้นจะต้องมีการควบคุมการทำงานโดยอันดับแรก ก็คือโดยอันดับแรก ก็คือเน้นที่การติดต่อกัน ซึ่งการติดต่อส่วนใหญ่การส่งข้อมูลให้กันนะครับ ซึ่งการติดต่อกัน การส่งต่อให้กันมีระบบหลาย Processor นะครับ เราเรียกว่าอยู่คำถามการเชื่อมโยงในระบบหลาย Processor คือคืออะไรนะครับ เราก็ตอบให้ได้ว่าเป็นการทำให้ CPU ที่ทำงานหลาย ๆ ตัวนั้น สามารถทำงานร่วมกันได้นะครับ ซึ่งการเชื่อมโยงนั้นนะครับ ก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อยนะครับ คือ 1. การเชื่อมโยงการเชื่อมโยงอย่างหลวมนั้นนะครับ ก็จะมี CPU เป็นของใครของมันนะครับ จะมีหน่วยความจำหลัก และหน่วยความจำสำรองเป็นขอตัวเองและติดต่อรับส่งข้อมูลกัน เท่านั้นนะครับ ดูรูปเห็นไหมครับ มี CPU ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 นะครับ CPU แต่ละตัวก็มีหน่วยความจำหลัก หน่วยความจำสำรองเป็นของตัวเอง มีหน่วยความจำเป็นของตัวเองอยากจะส่งข้อมูลไปหา CPU ตัวที่ 2 ก็จะส่งนะครับ ผ่านสายแลนหรือเปล่าผ่าน USB หรือเปล่า ผ่าน Wifi หรือเปล่า ก็จะมาสู่ CPU ตัวที่ 2 นี่คือลักษณะของการเชื่อมโยงอย่างหลวม ประเภทที่ 2 คือ การเชื่อมโยงอย่างแน่น เขาจะบอกว่า CPU จะใช้หน่วยความจำร่วมกัน การเชื่อมโยงอย่างหลวมคอมพิวเตอร์เครื่องใครเครื่องมัน เช่น คอมพิวเตอร์ที่แฝดอยู่บ้าน ที่แอ๋มอยู่บ้าน พี่อุ้ยอยู่บ้าน แต่พอเราจะส่งข้อมูลหากัน เราจะส่งผ่านผ่านช่องทางสื่อสารร่วม ก็คือเราส่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนี่เป็นต้นการเชื่อมโยงอย่างแน่น นั่นก็คือเชื่อมหากันโดยวิธีการใช้หน่วยความจำร่วม โดย CPU แต่ละตัวนั้นจะมีหน่วยความจำเป็นของตัวเองหรือไม่ก็ได้นะครับ ในระดับการใช้นั้นนะครับ ก็คือให้เรามองเช่น เครื่อง เซิร์ฟเวอร์ หรือเช่นเอาง่าย ๆ มีคอมพิวเตอร์อยู่เครื่องหนึ่งในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมี CPU อยู่ 8 ตัว ไปแถว เป็นการเชื่อมโยงอย่างแน่น เห็นไหมครับ CPU ตัวที่ 1 จะมีก็ได้ไม่มีก็ได้ จะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้นะครับ Memory ตัวที่ 3 นะครับ แต่ว่าจะติดต่อหากัน หน่วยความจำร่วม เห็นไหมครับ ไม่ต้องมีหน่วยความก็ได้ เพราะมันมีอยู่ด้วยกัน ในกระแสวงจรเดียวกัน เวลาติดต่อหากันก็ใช้ช่องทางสื่อสารร่วมนะครับ ซึ่งช่องทางสื่อสารร่วมก็มีเยอะไม่รู้ว่าจะแบบไหนนะครับ แต่ละเครื่องก็จะไม่เหมือนกันนะครับ ซึ่งการทำงานของระบบหลาย ๆ Processor ซึ่งจะแบบอย่างแน่น อย่างหลวมอะไรก็แล้วแต่นะครับ มันก็ต้องมีวิธีการทำงานทำอย่างไรให้ CPU แต่ละตัวนั้นทำงานได้นะครับ การทำงานหลายแบบ ถ้าเกิดเป็นการทำงาน ทำงานของใครของมัน จะเป็นการทำงานที่แบอิสระ โดยมากจะเป็นการทำงานระบบเชื่อมโยงแบบหลวม ก็คืออิสระ ก็หมายถึง 9 เซนนีเครื่องพี่แฝดก็ของพี่แฝด เครื่องอาจารย์พ่อของอาจารย์พ่ออิสระครับ ควบคุมกันไม่ได้ เมื่อไรที่ผมต้องการเชื่อมโยงก็ติดต่อการสื่อสารร่วม ช่องทางสื่อสารร่วม ต่ออินเทอร์เน็ต ต่อเครือข่าย เปิดเข้ามานะครับ หลาย Processor ส่วนถ้าเกิดหาเชื่อมโยง ว่า OS แต่ละตัวจะออกแบบ Design ออกมาอย่างไร ซึ่งบางทีนะครับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น 4 คน พี่แฝดอาจจะใช้ Thai OSนะครับ พี่แต๋มอาจจะใช้ Renux พี่อุ้ยอาจจะใช้ Windows 8 อาจารย์พ่ออาจจะใช้ DOS มันก็เชื่อมโยงหากันได้ นี่คือการทำงาน หลาย Processor นะครับ แต่ถ้าเกิดเป็นในกรณีในเครื่องคอมพิวเตอร์ในแผงวงจรเดียวกันในแผง CPU ในวงจรเดียวกัน มันจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแบบแน่นนะครับ โดยเขาจะกำหนดว่า Processor ตัวใดก็แล้วแต่ จะถูกกำหนดให้เป็น master หรือตัวหลักนะครับ จะมี 4 ตัว 5 ตัว 2 ตัวอะไรก็แล้วแต่นะครับ Master และถูก CPU ควบคุมที่เหลือ เราจึงเรียกระบบนี้ว่า ระบบ Master Slaveนะครับ ก็คือหมายความว่ามี CPU 5 ตัว ในเครื่องเครื่องเดียวนะครับ ถ้าเราจะใช้วิธีการ ควบคุมระบบ Master Slave นะครับ จะเป็น Master นะครับ ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานของระบบนี้ขึ้นมาจะอยู่ที่ตัว master นะครับ ซึ่ง Master ความขัดข้องในระบบเจ๊งไปทั้งระบบนะครับ ดังนั้นนะครับ เมื่อ CPU ทุกตัวต่อกันแล้วนะครับ จะถูกควบคุมด้วย OS ดังนั้นนะครับ ถ้า OS ตัวไหนที่มีการสามารถเก่ง ๆ มีความสามารถดี ๆ สลับเช่น ตัวของ Master ไม่ค่อยสมบูรณ์แล้วก็จะสลับ Master ไปเป็น Slave ไปเป็น Master แทน เป็นหน้าที่ของ OS หรือการปฏิบัติการแตกต่าง จัดการนะครับ ซึ่งการทำงานระบบนี้เราเรียกว่า ระบบสมมาตรก็ขึ้นอยู่กับ OS แต่ละตัวนะคะ มีความสามารถขนาดไหน นะครับ ในลักษณะนี้ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันหลาย Processor นั้นนะครับ บางทีเขาไม่ได้ไปซื้อเครื่อง Server ตัวละเป็นแสนแล้วนะครับ เพราะ PC ทำแทนได้นะครับ เพราะเทคโนโลยีมันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วนะครับ จบนะครับ จบบทที่ 3 การจัดการ CPU นะครับ ก็มีอะไรสอบถามไหมเด็ก ๆ ศิริลักษณ์เข้ามาได้หรือยัง มีใครถาม อะไรสงสัยถามไหมครับ ก็คือลักษณะของ CPU เป็นหัวใจสำคัญ เรานะครับ ดังนั้นเวลาที่เราไปซื้อคอมพิวเตอร์นี่เราก็ต้องจำเป็นนะครับ จำเป็นต้องดูความเร็วของ CPU นะครับ ซึ่งในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เรามีราคาถูกมากนะครับ ซึ่งมันย้อยแย้งกับที่สมัยอาจารย์พ่อเรียนนะครับ จะมีราคาสูงมากนะครับ เครื่องหนึ่งเป็นแสนนะครับ ปัจจุบันจะเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา หมื่นต้น ๆ ก็ใช้งานได้แล้ว ดังนั้นเวลาที่เราไปเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ จะต้องเลือกดูด้วยว่า CPU เป็นหลักด้วยนะครับ ว่าเราจะซื้อมาทำอะไรนะครับ ครับก็อยากจะฝากพวกเราอีกนิดหนึ่งนะครับ เราได้เปลี่ยนฐานะจากนักเรียนนะครับ นะครับ มาเป็นนักศึกษาแล้วนะครับ ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็ก ม. 6 แล้วนะครับ นักศึกษานะครับ เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้น ในการจัดการเรียนการสอนเราจะต้องปรับตัว เราเข้าใจนักเรียนนะ คำว่า "นักเรียน" ก็คือเรียนไงครับ ต้องมาเรียน มาเรียนแต่เช้า ตื่นแต่เช้า 8 โมงเคารพธรงชาติ เขาแถวหน้าเสาธงใช่ไหม ต้องร้องเพลงชาติ ต้องสวดมนต์ นะครับ ส่วนนักศึกษาไม่ได้ทำแบบนั้น นักศึกษาเข้าเรียน 8.30 น. ก็ต้องมานั่งอะไรนะ ไม่ต้องมานั่ง ไม่ต้องมายืนเข้าแถว เข้ามาเรียนได้เลย อันที่ 2 ที่แตกต่างกัน คำว่า "นักเรียน" เรียนครับ นั่งเรียนในห้อง คุณครูจะเข้ามาสอนทุกคาบ ทุกชั่วโมง ส่วนนักศึกษา อาจารย์ที่เข้ามาสอนเราอาจจะสอนก็ได้ ไม่สอนก็ได้ อาจจะมอบหมายงานนะครับ เพราะอาจารย์บางท่านแทบจะไม่มีเวลาสอนเราเลยนะครับ แต่รุ่นพวกเรานี่โชคดีนะครับ ไม่ได้ทำงานสายบริหารแล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นประชุมทุกวัน ประชุมเป็นว่าเล่น ดังนั้นพอเราเป็นนักศึกษา เราต้องศึกษาเองด้วย อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้ที่ชี้แนะแนวทางไม่ได้สอนอย่างเดียว นักเรียนครูจะบอกว่านักเรียนจดตามคุณครูนะ โจทย์เว้นวรรค ขึ้นบรรทัดใหม่ ขีดเว้น นั่นคือนักเรียน นักศึกษา ก็คือเราศึกษา นอกจากเรียนในชั้นเรียนแล้ว เราก็ต้องศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองด้วยนะครับ จะเห็นว่างานระดับนักศึกษากับนักเรียนต่างกันเลย อาจารย์ส่วนใหญ่ก็จะให้ความสนใจพวกเราน้อยกว่านักเรียนนะครับ บางคนก็บอกอย่างแฝด คนนี้จัง แต่บังเอิญในห้องของแฝดมีคนเรียนอยู่ 200 คน เห็นไหมครับ โอกาสจะถามแทบไม่มีเลย แต่ของเราทำไมหลายคนถึงถามว่า ทำไมอาจารย์พ่อถึงต้องแยกเป็นหมู่อีกหมู่หนึ่ง สาเหตุ ก็คือนะครับ ถ้าเราไม่แยกมาเรียนแบบนี้ เราตายแน่ ๆ นะครับ อย่างนี้แฝดสงสัยอะไร พี่แฝดก็สามารถสอบถามอาจารย์พ่อ อาจารย์แม่ อาจารย์ในวิชาเอกได้ตรง ๆ เลย นี่คือข้อดีที่เราแบ่งห้องออกมาแบบนี้นะครับ อีกอันหนึ่งนะครับ นักศึกษาจะต่างกับนักเรียนเยอะ ก็คือความรับผิดชอบ จะเห็นว่าถ้าเห็นนักเรียนไม่มาเช็กชื่อทุกคาบ ไม่มีโทร. หาผู้ปกครอง นะครับ ทำไมพี่ตี๋ขาดเรียนนะครับ แต่เป็นโรงเรียนประจำบรรยากาศแบบนั้นนะครับ ถ้าใครที่เรียนโรงเรียนปกติ ก็ไม่มาเรียนครูโทร. ตามเลย หรือมีปัญหาอะไรปุ๊บ แต่นักศึกษาเราต้องรับผิดชอบตัวเองนะครับ ถึงเวลาเรียนก็จะต้องเรียน 8.30 น. เราอุตส่าห์ใจดีนะ สอนตั้ง 09.00 น. เราก็ต้องเตรียมตัวแล้วตื่นนอนขึ้นมา อาบน้ำ แปรงฟัน กินข้าว ให้เรียบร้อยนะครับ 9.00 น. นั่งรอเลย เรียนออนไลน์นะครับ แต่ถ้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย 9 โมงเราก็มาพร้อมที่ห้องแล็ฐแล้ อาจารย์เขาไม่เช็กชื่อหรอกครับ เขาไม่มีทัณฑ์บนไม่มีอะไร แต่สุดท้ายก็คือผลสอบ ถ้าเราขี้เกียจเราสอบตก อย่าลืมนะครับ ว่าถ้าเราสอบตก เราไม่ได้ไปแก้ง่าย ๆ แบบนักเรียนนะครับ เราจะต้องลงเรียนใหม่วิชานั้น สมมตินะ สมมติว่า พี่ตี๋เรา สอบวิชาผมตก ติด F พี่ตี๋ไม่ได้ไปติดต่ออาจารย์พ่อครับมาติดต่ออาจารย์พ่อครับ ผมจะมาแก้ F ครับ ผมจะบอกพี่ตี๋ว่า ไปลงทะเบียนเรียนใหม่ ต้องเรียนใหม่อีก 1 เทอม ต่อการเรียน อยู่โรงเรียนใช่ไหม บางทีอยู่โรงเรียนอย่างนี้ ติด I ครูบอกเจ้าไปถอนหญ้าบ้านพักครูสิ ถอนหญ้าเสร็จแก้ I ให้ ในระดับไม่มีนะครับ ก็ต้องฝากเตือนพวกเราไว้ด้วยนะ มีอะไร มีปัญหาสงสัย ให้ถามอาจารย์พ่อ อาจารย์แม่ได้นะครับ ผมย้ำว่าเราอย่าคิดเอง และบางเรื่องก็อย่าไปถามรุ่นพี่ รุ่นพี่อาจจะไม่รู้เหมือนเรานะครับ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ไอ้ส่วนวิชาเรื่องไปกินข้าวที่ไหนนี่ ไปถามรุ่นพี่ได้ แต่ทำไมเรื่องเรียนบางอย่าง รุ่นพี่เราบอกไม่ได้ติด F แล้วจะทำอย่างไร เดี๋ยวรุ่นพวกเราต่อไปเข้ามหาวิทยาลัย ต่อไปจะให้พวกเราไปยื่นเสียค่าเทอมเองก็คือไปเองที่ห้องทะเบียนนะ ให้ได้ไปสัมผัสห้องทะเบียนเขาเป็นอย่างไร ส่วนรายละเอียด ให้พี่ศูนย์ DSS ดำเนินการให้ อยากให้พวกเราไปเห็นบรรยากาศไปยื่นจบอย่างไร อย่างไรอะไรอย่างไรนะครับ เพราะรุ่นพี่เรานี่ไม่รู้จักห้องทะเบียนเลย เพราะว่าพี่ ๆ จะทำให้หมด ก็จะพยายามปรับไป ก็ฝากให้พวกเราข้อคิดนะครับ บางครั้งบางอย่าง อาจารย์บางท่านเขาไม่ได้สนใจเราเหมือนที่เราเรียนวิชาเอกนะครับ เราอาจจะเจออาจารย์ที่ดุ อาจารย์ที่ไม่ใจดี เราก็ต้องอดทนนะครับ อาจารย์ทุกคนเขาก็ไม่ได้ใจดีเหมือนอาจารย์พ่ออาจารย์แม่ บางคนเขาก็จะมีเหตุมีผลของเขาถ้าเราเจอแบบนั้น เราก็อดทดเอานะครับ เพราะหลายคนก็หลายอย่าง มีปัญหาเรื่องการเรียน มีปัญหาเรื่องอะไรไม่ได้ก็ให้มาปรึกษาอาจารย์นะครับ ทุกเรื่องนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรนะครับ ส่วนเรื่องค่าเทอมนะครับ เขาประกาศว่าให้เราไปยื่นเรื่องนะครับ ห้องเรานะครับเพราะเราไม่ได้เสียค่าเทอมอยู่แล้ว เราอยู่เฉย ๆ นะครับ เราไม่ต้องทำอะไรนะครับ ส่วนเงินที่เขาจะคืนให้ พี่แฝดนะ เขาคืนให้เฉพาะประถมนะ มหาวิทยาลัยเขาลดค่าเทอมให้แล้วแต่ไม่ได้คืนนะครับ ก็มีอะไรก็ให้ถามนะครับ อย่าเก็บไว้ในใจนะครับ กก็หลายคนรู้จักบ้านอาจารย์พ่อแล้วนะก็มาได้นะครับ เดี๋ยวบ่าย ๆ นะ เห็นพี่จะเอาลำไยมาส่งให้ เดี๋ยวมาส่งเมื่อไหร่ในไลน์ให้ดูนะครับ คิดถึงแฝดนะ แฝดยังไม่มาเลยอะคิดถึง ๆ เออ เสื้อเก็บไว้ให้แล้วเด้อมีเสื้อขาวตัวหนึ่งมีเสื้อเหลือตัวหนึ่ง เสื้อได้ทุกคนนะครันบ วันนี้ ที่อะไรมา วันนั้น ตัวสูง ๆ พี่บิวมาตัวสูงเลยนะครับ อาจารย์พ่อนี่มองหน้าเลยนะ ก็ส่วนใครที่ยังได้ไม่เสื้อ แจ้งไปว่าเหลือสีแดง สีเหลืองหมดแล้ว รุ่นพี่เราเอาไปหมดแล้ว สีเหลืองนะครับ เหลือแต่สีแดง ก็ค่อยแวะมาเอานะครับ ก็ภาวนาให้ COVID มันซา ๆ เราได้ฉีดวัคซีนครบทุกคน เขาก็คงให้เราจัดการเรียนการสอน นะครับ ซซึ่งผมก็เสนอว่าเราควรจะให้ควรจะให้นักศึกษาปี 1 เฉพาะปี 1 เข้ามาเรียนได้ ปี 3 ปี 4 อย่าเพิ่งเข้ามา เพราะเขาเคยเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งก็ต้องรอคำสั่งจังหวัดนะครับ เขาจะให้เรามาหรือเปล่า ส่วนใครที่เข้ามาแล้วกลับไม่ได้ก็ถ้ามีปัญหาอะไรก็แจ้ง แจ้งเข้ามา ครับก็มีใครมีอะไรจะถามอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ มีไหม ไม่มีนะครับ ก็ต้องย้ำนะครับ ให้พวกเราอดทนนะครับ ค่อย ๆ เรียนไป หลายคนเรียนแล้วไม่เข้าใจ อย่าเพิ่งท้อแท้ เราเพิ่งเรียนแค่ปี 1 มาทำนี้ให้หน่อย อย่าเพิ่งไปสนใจบอกเขาไปนะครับ เพิ่งเรียนได้ 2 เดือนจะได้อะไรนะครับ จบ 4 ปีค่อยว่ากัน ครับก็ ถ้าเด็ก ๆ ไม่มีอะไรจะถามนะครับ ก็มีไหมมีไหม ๆ มีใครจะถามไหม ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ขอบคุณพี่การ์ตูนมาก ๆ สวัสดีเด็ก ๆ ทุกคนนะครับ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ผมไปทำกับข้าวแล้วครับ [สิ้นสุดการถอดความ]