(ล่าม) อาจราย์แม่สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะการ์ตูน ได้ยินเสียงอยู่นะ เด็ก ๆ ก็เริ่มเข้ามาหลายคนแล้ว เดี๋ยวหัวข้อที่เราจะเรียนวันนี้ ก็คือที่แชร์ในสไลด์นะคะ ก็คือ Infographics รอดูสัปดาห์หน้าหลังวันที่ 1 จะประกาศออนไลน์ต่อหรือเปล่า เราก็อยากเข้าแล็บกันเต็มที่แล้ว เขียนโปรแกรมถ้าไม่เข้าแล็บก็ล้มไปแล้ว 1 รายการ ทีนี้สิ่งถ้าไม่เข้าแล็บยิ่งไม่ไหว มันต้องเข้าแล็บน่ะ วิชาเรามันวิชาปฏิบัติ ดูสิใครมาแล้วบ้าง พี่ไอซ์คนแรกเลย บี หรือแบม สุมาวดีน่าจะเป็นเจ้า อ๋อ แบมมาแล้ว จุฬารัตน์มาแล้ว มาแล้ว กรพจน์มัณฑนา มงคล ณิชานันท์ ผกามาศ ภัทรนันท์ไหม มาแล้ว เหลือใคร เด็ก ๆ กำลังทยอยเข้ามา เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่ง จิตาภรณ์มาแล้ว ทศทิศมาแล้ว บี เข้ามาแล้ว จุฑารันตเดี๋ยวรออีกแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวรอสัก 13.10 น. เข้ามาครบแล้วเราค่อยเริ่มเรียนนะคะ กำลังทะยอยกันเข้าห้อง (นักศึกษาชาย) อาจารย์ครับ เสียงพัดลมครับ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อครับ ๆ โอเค ไม่ได้ยินแล้วนะ (นักศึกษาชาย) ครับ โอเคแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ครับ นราวิชย์มาแล้ว พี่เซฟมาหรือยัง ยังไม่เห็น (นักศึกษาชาย) มาแล้วครับ อาจารย์ เพิ่งเข้ามา กำลังไล่ อัษฎาวุธ เสือน้อยมาแล้ว จ๊าบอยู่ไหนเอ่ย (อาจารย์สุธิรา) พร้อมแล้วนะคะ น่าจะเข้ามาครบหมดแล้ว โยมาแล้ว โจมาแล้ว อัษฎาวุธใบเตย ใบเตยมาหรือยังลูก ใบเตยมาหรือยังลูก กำลังหาใบเตย ใบเตยมาแล้วตอบแช็ตด้วยยังไม่เห็นน่ะ ครามเข้ามาแล้วโอเค เข้า ๆ ออก ๆ เน็ตหลุดนะ เมื่อกี้เหมือนครามเข้ามาแล้ว โอเคค่ะ มาดูหัวข้อที่เราจะเรียนกันวันนี้นะคะ จะไม่คุยนาน เพราะเดี๋ยวสอนเสร็จจะมีประชุมต่อนะคะ เรื่องที่สื่ออีกตัวหนึ่งที่เราควรรู้จัก ก็คือการทำสื่อที่เรียกว่า "Infographic" ก่อนอื่นเรามาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนสัปดาห์นี้ก่อนเราก็จะเรียนเรื่องความหมายของมัน ประเภท ขั้นตอนในการสร้าง แล้วก็... ก็คือเวลาเราจะทำงานกราฟิกใช่ไหมคะ หัวข้อสุดท้าย ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องทำ แล้วก็สิ่งที่ไม่ควรจะทำ Info ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า Infographic มันหมายถึงอะไร หรือมันเหมือนมีความหมายว่าอย่างไรนะคะ Infographic นี่มันมาจากการเอาคำ 2 คำมารวมกัน ก็คือคำว่า... มันมาจากคำแรกคือ Information สารสนเทศหรือว่าข้อมูลน่ะค่ะ ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลอะไรแล้วใช่หม ผ่านการเช็กแล้วว่าข้อมูลนั้นถูกต้องเป็นจริง ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ สถิติ ค่าสถิติ ตัวเลขในที่นี้ เช่น เลขของจำนวน อะไรพวกนี้นะคะ แล้วก็ข้อมูลในที่นี้อาจหมายถึงข่าวสาร คือข่าวสารที่ผ่านการกรองแล้วว่าเป็นข่าวจริงไม่ใช่ Fake new คือ ถ้าพูดถึง Information หรือสารสนเทศนี่มันเป็นข้อมูลที่ผ่านกระบวนการ มาวิเคราะห์หรือคัดกรองแล้วที่ถูกต้องเป็นจริงแล้วก็นำไปใช้ได้ นำไปเผยแพร่ได้นะคะ ซึ่งมันรวมถึงไม่ใช่เฉพาะตัวเลขแต่มันหมายถึงข่าวด้วย หรือความรู้นะคะ เช่นการให้ความรู้เรื่อง COVID อย่างนี้ใช่ไหม เพราะมันมีการให้แบบที่เป็นเรื่องจริงกับเรื่องหลอก นั่นล่ะ ก็คือ... แต่เป็นข้อมูลที่เป็นสาระสนเทศ เป็นเรื่องที่เป็นจริง เรื่องที่ถูกต้อง ประมวลผลแล้วว่าอย่างนั้นเถอะ นั่นก็คือต้องประกอบด้วย Infographic และประกอบด้วยอีกคำหนึ่งคือ กราฟิก ก็คือภาพแต่ภาพในทางภาษาคอมพิวเตอร์น่ะ ไม่ใช่เป็นแค่ภาพถ่าย แต่มันรวมถึงภาพที่เป็นภาพที่เราวาดด้วยมือใช่ไหมคะ ภาพของกราฟ ภาพของแผนภูมิ ภาพแผนผังหรือสัญลักษณ์หรือถ้าในภาษาเรา ก็เรียนพวกไอคอนอย่างนี่ใช่ไหม พวกภาษาเด็ก ในภาษา นั่นล่ะอะไรที่เป็นลักษณะนี้ เราจะเรียกว่าเป็น กราฟิกมันเกิดจาก 2 คำนี้มารวมกัน ก็คือการนำข้อมูล แล้วก็กราฟิกมานำเสนอหรือพรีเซ็นต์หรือสร้าง หรือเรามาออกแบบ ให้มันเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า Infographic พอเวลาจะนำเสนอ บางทีมีแต่ตัวอักษรใช่ไหม ไม่ค่อยมีภาพมาประกอบ แต่เดี๋ยวนี้ การนำเสนอผ่าน Infographic จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะอะไร เพราะบางคนไม่ชอบอ่านไง ใช่ไหมคะ เหมือนที่เคยถามเจ้ามุกว่าชอบอ่านการ์ตูนใช่ไหม การ์ตูนก็มีประโยชน์ มันก็จะเป็นลักษณะของ Infographic ชนิดหนึ่งเหมือนกัน ก็คือมีทั้งภาพการ์ตูนใช่ไหมคะ มีทั้งข้อความ เป็นการเล่าหรือสื่อ หรือให้ความรู้ผ่านลักษณะนี้นะคะ คือไม่ได้มีแต่ตัวอักษรอย่างเดียว เด็ก ๆ ก็เบื่อ อ่านเยอะ ๆ ก็ไม่ชอบ ต้องใช้ภาพมาช่วยประกอบนะคะ นี่คือความหมายของ Infographic ยกตัวอย่าง นี้คือการยกตัวอย่างของ inforghapic สัญญาณบ่งชี้เรื่องเชื้อ COVID มีกราฟประกอบว่าถ้ามีไข้นี่ ต้องมีไข้ ก็คือคนที่จะติดเชื้อ COVID หรือเป็น COVID นี่ หรือเป็นโควิดนี่ คือต้องไอแห้ง ๆ ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรอย่างนี้ เขาก็เลยทำให้เห็นเป็นกราฟว่า ถ้าคุณมีอาการ คุณจะเป็น COVID หรือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็น ที่จะเป็นผู้สูงอายุ ก็ทำเป็นคนชราบางทีไม่อ่านข้อความด้วยซ้ำ มาดูที่รูปก็รู้แล้วว่าเป็นคนชรา เพราะอะไร มีถือไม้เท้า อย่างนี้นะคะ อันนี้ก็รูปที่ส่งต่อมาเป็นรูปที่ 2 เป็นรูปเตียง มีรูปเด็กอ่อนกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมามีใครเอ่ย กลุ่มเสี่ยงกลุ่มที่ 4 ที่เพิ่มมาใหม่ ก็คือคนอะไรคะ คนท้องใช่ไหมคะ เพิ่มขึ้นมา ตอนแรกคนท้องไม่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงช่วงแรก ๆ พอมันมีหลายสายพันธุ์นี่ คนท้อง พอเป็นแล้วอัตราเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงนะคะ เขาก็เลยจัดเป็นปลุ่มเสี่ยง ก็คือกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อได้สูง และติดเชื้อได้สูง เหมือนคนสูงอายุนี่ที่เป็นเพราะอะไร เป็นกลุ่มเสี่ยงเพราะอะไร เพราะพอคนเราอายุเยอะ ๆ ภูมิต้านทาง หรือเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมันไม่สามารถทำงานได้เต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อได้รับไวรัสใช่ไหมคะ เขาเรียกว่า Anit Body มันไม่ค่อยทำงาน ก็จะทำให้ได้รับเชื้อแล้วก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อ และมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้สูงนะคะ กับผู้มีปัญหาด้านสุขภาพเนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรง เพราะรับเชื้อเข้าไปนึกออกนะคะ ก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอเข้าไปอีก โอกาสจะเสียชีวิตก็สูง ส่วนเด็กอ่อนนี่เพิ่งเกิดใหม่นี่ เด็กอ่อนยังไม่มีภูมิต้านทาน สังเกตว่าเด็กอ่อน จะมีวัคซีนนั่นนี่นู่น เพราะฉะนั้น ภูมิต้านทานจะไม่มี และกลุ่มสุดท้าย หญิงมีครรภ์นี่พอเวลาตั้งครรภ์ทำให้ฮอล์โมน หรือภูมิต้านทานมันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเลย ก็จะทำให้เกิดภาวะที่อ่อนแอได้ง่าย ก็เลยเป็นกลุ่มเสี่ยงหญิงมีครรภ์ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่มเช่นกัน นี่ก็คือลักษณะการทำภาพแบบ Infographic การใช้ Infographic เข้ามาช่วยใช้ให้เห็นภาพนะคะ ภาพที่ 2 ก็เหมือนกัน เอารูปมาประกอบเพื่อจะได้รู้ว่าอะไรนะ การทดสอบแอนติเจ้นกับอะไรนะ Antibody น่ะ ให้เห็นนะคะ วิธีการ แล้วก็รูปแบบ อันนี้เป็นแบบเปรียบเทียบให้เห็น 2 แบบเลย ไม่ใช่มาพูดปาว ๆ คนก็นึกไม่ออก มันต่างกันอย่างไร ก็คือถ้าเป็นทดสอบ Anigen มันจะทดสอบจากสารคัดหลั่ง เห็นไหมคะ แต่ถ้าทดสอบ Antibody จะทดสอบจากเลือดนะคะ มันมีการแตกต่าง พอเราดูรูป มันต่างกันอย่างนี้นี่เองนะ เพราะเวลาหมอมาพูดให้ฟัง ก็จะพูดภาษาทางการแพทย์ เราคนธรรมดาไม่เข้าใจใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยทำให้เห็นในรูปอย่างนี้เป็นต้น ทีนี้ หัวข้อต่อไป เราต้องรู้ก่อนว่า ประเภทของ Infographic นี่มันมีหลายประเภท ที่เอามานี่สรุปว่า เป็นประเภทที่เด็ก ๆ น่าจะเข้าใจนะคะ ประเภทแรกเราจะเรียกว่า "Information Infographic ประเภทที่ 1 นะคะ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว Information ก็คือ แป๊บหนึ่งนะคะ อยู่ในนะ รูปหายไปไหนนะ ขอเวลาแป๊บ 36 แบบที่ 1 ที่เรียกว่า สไลด์อยู่ไหนแล้ว สไลด์ที่แชร์หายไปไหนแล้วเจอแล้วโอเคนะคะ Information Infographicก็คือเป็น.. ก็คือภาพแรกนะคะ เป็นการประเภทนี้ก็คือเป็นเป็น Infographic ที่เน้นการให้ข้อมูลนะคะ เช่น เรา เวลาเราจะทำไอ้ตัวนี้เราก็จะเลือกหัวข้อมานะคะ ในตัวอย่างเช่น หัวข้อนี้ Digital maketing trainก็คือเทรนด์การตลาดในยุค 2020 ก็เล่าออกมาว่าเป็นการตลาดในลักษณะนี้มีรูปแบบอะไรบ้างนะคะ ก็จะเป็นภาพในยุคแรกก็จะเป็นลักษณะที่การทำ Infographic โดยเน้นการให้ข้อมูลนะคะ ก็จะมีภาพ มีข้อมูลประกอบนะคะ มาดูประเภท inforgraphic นะคะ แบบที่เรียกว่า เรียกว่า Statistic Statistical Infographic ชื่อก็บอกอยู่แล้ว Starเป็นการให้ข้อมูลที่แบบอะไรคะ สถิติ ข้อมูลที่ใช้สถิติน่ะค่ะ มานำเสนอหรือมาให้ข้อมูลนะคะ ซึ่งในภาพ ภาพที่ 2 ของเราของ Drinkingประเภทของเครื่องดื่ม คนอเมริกัน 133 M ก็คือ 133 ก็คือล้านคนของคนอเมริกัน โดยแบ่งออกเป็น 41 เปอร์เซ็นต์ เป็นอะไรคะ น่าจะเป็นเครื่องดื่มประเภทมีแอลกอฮอล์ไม่มีแอลกอฮอล์อะไรพวกนี้นะ ก็ทำเป็นลักษณะเป็นเปอร์เซ็นแล้วเป็น คือ มีการเก็บข้อมูลแล้วน่ะค่ะ สถิติโดยส่วยใหญ่ได้มาจากการทำแบบสำรวจ หรือการทำวิจัยนั่นเอง ไปเซอร์เวย์มาแล้ว ไปถามมาแล้วว่า คุณดื่มอะไรมาบ้างคะ ไม่แน่ใจว่าเด็ก ๆ เคยทำแบบสอบถามเกี่ยวกับเครื่องดื่ม แต่ของเด็ก ๆ อาจจะเป็นเครื่องดื่มแบบพวกนม ชมนมไข่มุกอะไรอย่างนี้นึกออกนะ การนำสถิติมาทำเป็น Infographic ก็คือให้ข้อมูลเชิงสถิตินะคะ ก็คือเขา เขาไปเอาข้อมูลสถิติแล้วเอามาลง ลงทำเป็นรูปแบบการทำ inforghapic โดยใช้สถิติมาเป็นตัวให้ อันนี้คือแบบที่ 2 ก็คือต้องมีข้อมูลทางสถิติก่อน แล้วค่อยเอามาทำเป็น Infographic นะคะ เรามาดูประเภทของ inforghaphicชื่อก็บอกอยู่แล้ว Time Line ใช่ไหมคะ ก็คือเส้น Infographic แบบ Timeline นี่ ก็คือเป็น Infographic ที่ Time ก็บอกแล้วว่าคือเวลา นำเสนอแบบเล่าลำดับเวลา อันนี้จะเห็นชัดเช่นจะเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลง นะคะ ที่มีปี พ.ศ.เชิงประวัติศาสตร์นี่ก็เป็น Timeline ใช่ไหมคะ ประวัติความเป็นมาอย่างนี้จะเป็นลักษณะ Timeline นะคะ เหมือนพูดถึงในตัวอย่าง เป็นไทม์ไลน์เกี่ยวกับโซเชียล โโซเชียลเห็นไหมคะ ยุค 2010 นะคะ มี Instagram มี Inteead มี Inter มีทวิตเตอร์ ซึ่งเห็นไหม Logo twitter ก็เปลี่ยน พอ 2006 เป็นรูปนก พอปี 2007 นะคะ หรือ YouTube Facebook เป็นไทม์ไลน์เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม ให้เห็นว่าตอนนี้ พวกนี้เข้ามาตอนไหน เหมือนปีนี้ club house กำลังเข้ามาอย่างนี้นะคะ ก็จะเป็น เขาก็จะมีการบอกปีต้องมีการบอกปี เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้ว Timeline เป็นบอกช่วง เหมือนถ้าพูดถึงประวัติฯ ในครั้งก่อน Microsoft เริ่มมาตั้งแต่ปีไหน มีวิวัฒนาการอะไร อย่างไร เขาทำอะไร ในปีแรก ๆ เขาผลิตแต่คอม(พิวเตอร์) พอปีต่อมาเขาเริ่มมาผลิตอะไรนะ โทรศัพท์ มาผลิตอะไร apple watch เยอะแยะเลย Apple อย่างนี้นะคะ มีไทม์ไลน์ของเขา ลักษณะนี้ก็คือทำให้ inforghaphic ของ Timeline คือ แบ่งหรือบอกช่วงเวลาที่เกิดขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแต่ละช่วงเวลานะคะ เขาก็เลยแยกออกมาเป็นประเภทไทม์ไลน์ inforghaphicของเรา ประเภทที่ 4 นะคะ ประเภทที่ 4 ชื่อว่าอะไรคะเด็ก ๆ Processs Infographic เห็นไหมคะ ที่เป็นรูปProcess คืออะไร คือ ขั้นตอน หรือกระบวกใช่ไหมคะ ก็คือใช้วิธีการพูดถึงการทำงาน แสดง Infographic เป็นขั้น ที่แสดงขั้นตอนการทำ เช่น การทำขนม ประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้ หรือทำอะไรดี หรือประกอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างนี้นะคะ มีขึ้นตอนอย่างนี้ ๆ หรือขั้นตอนในการทำ Infographic มีกระบวนการอย่างนี้ มันจะเป็นลักษณะเล่ากระบวนการทำงาน หรือที่เรียกว่า Process จะเล่าไปเป็น State เว้นการอธิบายขั้นตอนในการทำ หรือขั้นตอนของกระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการทำ Presen จะต้องมีอะไรบ้าง มีองค์ประกอบอะไรอะไร นั่นก็คือเป็นลักษณะของ Infographic นะคะ เรามาถึงแบบที่ 4 แล้วนะคะ เรามาดูแบบต่อไป Infographic แบบต่อไปของเรานะคะ แบบที่ 4 แบบที่ 5 Compere แปลว่าเปรียบเทียบนะคะ นะคะ ก็คือทำ inforghapic เช่น หรือสิ่ง 2 สิ่ง เช่น เปรียบเทียบ ความกับฟาร์ม คืออะไร เดี๋ยวอธิบายให้ฟังว่าเปรียบเทียบอย่างไรนะคะ ก็คือใช้เปรียบเทียบข้อมูลเพื่อให้เห็นอะไรคะ ความแตกต่างใช่ไหมคะ ให้เห็นข้อดีหรือข้อเสีย เหมือนพูดถึงเมื่อกี้ที่ยกตัวอย่าง รูปแรกที่พูดถึง Antigen การเทสต์ด้วย Antigen กับ ฤืะีินให้เห็นความแตกต่างว่าถ้าเทสต์ด้วย Antigen ใช้จัดการน้ำมูกหรือน้ำลาย เทสด้วย Antibody ต้องใช้เลือด ให้เห็นความแตกต่าง อันหนึ่ง ชื่อ Antigen อีกอันหนึ่งชื่อ Antibody ให้นึกถึงว่า คนที่ใช้ ไม่ใช่หมอไม่รู้ใช่ไหมว่ามันแตกต่างอย่างไร เขาเลยทำเป็นภาพให้ดูเหมือนในตัวอย่างนี้ ก็คือพูดถึงแซลมอนนะคะ ความแตกต่างของ แซลมอนตามธรรมชาติกับฟามแซลมอน นั่นก็คือแซลมอล เนื้อแซลมอนที่ตามธรรมชาติกับแซลมอนเลี้ยง ก็อาจจะพูดถึงว่ามีอะไรนะ การมีค่าโปรตีน หรือโอเมก้า อะไรพวกนี้ถ้าพูดถึงอาหารมันต้องพูดถึงสารอาหารที่ได้ครับ ใช่ไหมคะ คุณประโยชน์ หรือพูดถึงความปลอดภัยใช่ไหม เพราะเหมือนพูดถึงผักในธรรมชาติกับผักที่ปลูกในฟามนี่ ผักที่ปลูกในธรรมชาติมันก็จะปลอดสารพิษใช่ไหมคะ แต่ผักที่ปลูกในฟาร์มแบบที่ไม่ปลอดสารพิษ เช่น บางทีต้องใช้ยาฆ่าแมลง ก็จะทำให้เห็น ตามธรรมชาติกับในฟามมันดีต่างกันอย่างไร หรือมีคุณภาพต่างกันอย่างไร จะให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสีย หรือคุณภาพอะไรพวกนี้นะคะ นั่นคือการทำ Infographic โดยใช้วิธีที่เรียกว่า Compererition หรือการเปรียบเทียบข้อมูลนะคะ มาดูแบบต่อมา แบบไฮไลท์จิคอล Halagical เป็นอย่างไรนะ อาจจะสงสัยนะคะ ถ้าเป็นแบบ hilagical นี่ ก็คือเป็นการใช้ Infographic เรียงลำดับความสำคัญของข้อมูลนี้นะคะ เช่นในตัวอย่าง เป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก หรือมากไปหาน้อยอะไรก็แล้วแต่ โดยใช้รูปทรงเหมือนเป็นพีระมิด คือฐานกว้างใช่ไหมคะ ขึ้นไปหายอดที่สูงสุด บางทีความสัมพันธ์ของเรื่องนี่ เรื่องที่สำคัญที่สุดนี่ อาจจะอยู่ส่วนบนที่สุด เล็กที่สุดก็ได้ หรือเรื่องที่ก็ได้ มันแล้วแต่การเรียงลำดับนะคะ แต่คือเป็นลักษณะที่ทำให้เห็นของสิ่งนั้น ๆ นะคะ จึงเป็นลักษณะที่เรียกว่า ไฮไลท์จิคอล อินโฟกราฟิก เป็นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นที่ในเชิง ที่เป็นการเรียงลำดับให้เห็นความสำคัญของสิ่งนั้น ๆ นะคะ เหมือนรูปแบบการขายเห็นไหมคะ แบบบนนี่ น่าจะเป็นการขายผ่านออนไลน์ แต่แบบล่าง เป็นการขายแบบ เราเดินไปซูเปอร์มาร์เด็หรือว่ามีเซลมาขายถึงบ้านอะไรอย่างนี้ เป็นต้นนะคะ แต่ลักษณะ ก็จะมีเหมือนกันนะคะ นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นั่นคือลักษณะInfographic แบบที่ 6 เรามาดูประเภทต่อมาของ inforphapic แบบสุดท้าย List Infographic List ก็บอกอยู่แล้ว เป็นรายการ เป็นการนำเสนอเป็นรายการ หรือเน้นเป็นข้อค่ะ ทำเป็นข้อ ๆ ลักษณะ Infographic แบบนี้จะเน้นทำ Infographic ลักษณะไหน เช่นเป็นทริก ทริกเล็ก ๆ 5 เทคนิคพิชิตหุ่นสวยอะไรอย่างนี้ ก็จะมีหมายเลขมาพูดด้วยนะคะ เหมือนตรงนี้ 9 เทคนิค หรือ 9 ทริปเพื่อสร้าง Product มันก็จะมีหมายเลขมาบอก มันจะไม่เกินหลัก 10 สักเท่าไรนะคะ เพราะจะเป็นการ เน้นข้อมูลเป็นข้อ ๆ ซึ่งข้อมูลที่เอามาทำก็จะไม่เยอะมาก หรือขั้นตอนในการทำมันก็จะไม่เยอะ มันก็จะมี 5 เทคนิคอย่างนั้นอย่างนี้อะไรอย่างนี้นะคะ ลักษณะก็จะเป็นประเภทนี้นะคะ นอกจากนี้มันยังมีประเภทอื่น ๆ เอามาลำดับนี่เป็นประเภทที่ส่วนใหญ่จะนิยมทำว่าอย่างนั้นเถอะ 7 ประเภทอย่างนี้นะคะ แนว ๆ เดียวกัน มันออกมาเป็นเชิงนี้ที่เด็ก ๆ จะต้องได้ทำ เด็ก ๆ จะเลือกทำประเภทไหน ก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราจะเอามาทำนะคะ ไม่ใช่ให้ทำทั้ง 7 ประเภทแน่นอน ก็คือมองบอกให้เห็นว่า ของมันเป็น 7 ประเภทแบบนี้ แต่ให้เด็ก ๆ เลือกทำประเภทไหนก็ได้ เลือกทำประเภทใดประเทภหนึ่ง เป็นงานส่งนะคะ มาดูหัวข้อต่อไปของเราดีกว่าค่ะ มาดูหัวข้อต่อไปของเราดีกว่า เพราะบอกแล้วว่าอาจารย์จะมีประชุมต่อ อาจารย์แม่มีประชุมต่อ นะคะ เมื่อกี้เราถึงหัวข้อประเภทไปแล้ว สิ่งต่อมาที่เราจะต้องรู้ ก็คือการที่เราจะสร้างงาน Infographic ได้นี่นะคะ ถ้าพูดถึงแล้ว มันจะมีขั้นตอนที่จะทำอยู่เพียง 7 ขั้นตอน เท่านั้นเอง ให้ดูภาพเป็นตัวอย่างนะคะ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว 7 ขั้นตอนการสร้าง Infographic ให้โดนใจ ทำออกมาแล้วมันต้องทำให้คน ที่ดูหรือผู้ช ก็คือโดนใจหรือว่าเข้ามากดไลค์กดแชร์ เหมือนดู YouTube แล้ว คนนี้เล่าดี เล่าโดนใช่ไหม เราก็กด Youtube ให้ เหมือน inforghapic หรือเข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ง่าย มันมีขั้นตอน อยู่แค่ 7 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก ต้องรู้ก่อนว่าจุดประสงค์ อันที่ 1 ที่เป็นรูปภาพหัวแล้วก็มีเหมือนแสงออกจาหัว นั่นก็คือ เราต้องใช้สมองก่อนแล้ว ทำความเข้าใจกับจุดประสงค์ของเรื่องที่เราจะทำนั่นเองนะคะ มันก็เลยขึ้นชื่อว่า ทำความเข้าใจจุดประสงค์ก่อนจะทำเสียก่อน ไม่ใช่อยู่ ๆ ไม่ใช่นึกอยากทำแล้วทำ ไม่ใช่นะคะ มันต้องมีจุดประสงค์ก่อนว่าเราจะทำ Infographic เรื่องนี้เพราะอะไร เห็นไหมคะ สาเหตุที่ต้องเข้าใจเพราะอะไรเพราะถ้ามีคนถาม เหมือนแม่ถาม ถึงทำเรื่องนี้ คนทำต้องตอบให้ได้ว่าทำไมถึงทำนะ เหมือนสถานการณ์ COVID ช่วงนี้เห็นไหม เป็นเทรนเลยต้องพูดถึง เป็นเรื่องที่คนทุกคนให้ความสนใจ เห็นไหม เรื่องนี้น่าทำเพราะอะไร เป็นเรื่องที่เป็นปัจจุบัน เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจ เป็นเรื่องที่อะไรล่ะ คนต้องได้รับความรู้ใช่ไหม แล้วทีนี้ยังมีถามต่ออีก ทำแล้วนะคะ จะเอาไปนำเสนอที่ไหน ก็คือเรื่องที่เราทำนี่มันจะไปเสนอที่ไหนได้ ให้นึกถึงง่าย ๆ ถ้าทำเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพนี่ มันจะเสนอในอะไรได้ ในโลกโซเชียลก็ได้ใช่ไหม หรือในหน่วยงานที่ทางสุขภาพทางสุขภาพ เช่น โรงพยาบาลอย่างนี้ สาธารณสุข อะไรพวกนี้ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะอย่างนี้เราถึงต้องทำความเข้าใจจุดประสงค์การทำเสียก่อน ก่อนที่จะทำ Infographic แต่ละเรื่อง ยกเว้นว่า มีคนมามอบหมายว่าให้เธอทำเรื่องนี้ อันนั้นรู้จุดประสงค์แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งต่อมา ถ้าในกรณีนั้นถ้าเรารู้จุดประสงค์ใช่ไหมคะ เราทำ Infographic เรื่องนี้เราทำไปเพื่ออะไร แล้วทำไปมันจะไปนำเสนอที่ไหน นะคะ มันก็จะเข้ามาสู่ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย มาดูว่า Infographic ที่เราจะทำนี่ เมื่อเรารู้จุดประสงค์ เราต้องมาดูว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราจะให้เขารับรู้นี่เป็นกลุ่มไหนนะคะ เพราะอะไร เพราะจะได้รู้ว่าภาพหรือองค์ประกอบที่จะเอามาใช่น่ะ ใช่ไหมคะ เพราะเหมือนถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก จะใช้ inforghapic ที่เป็นสถิติหรือตัวเลข หรือตัวเลขเด็กจะเข้าใจไหมคะ ไม่เข้าใจนะคะ แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ เราใช้ประเภทนั้นได้ใช่ไหม ถ้าเป็นเด็กเราก็ต้องใช้ Infographic ที่เป็นการ์ตูนหรืออะไรอย่างนี้ ที่เป็นรูปภาพที่ประกอบมันก็จะเปลี่ยนไปใช่ไหมคะ ใช่ตัวการ์ตูนที่น้ากก็ไม่ได้ใช่ไหม เด็กน่ะ ต้องใช้เป็นตัวการ์ตูนน่ารัก อาจจะเป็นรูปสัตว์แทน รูปคน หรือรูปหุ่นยนต์อะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อรู้จัดประสงค์การทำ ก็ต้องรูป Infographic ออกมาด้วยว่า ก็แยกไม่ยาก ก็แยกตามอายุ เหมือนเด็กกลุ่มอนุบาล กลุ่มอนุบาลแยกตามระดับชั้นเรียนก็ได้ มันก็จะทำให้ง่ายขึ้น เด็กอนุบาล เด็กประถม เด็กมัธยม ผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้ กลุ่มคนทำงานนี่ นั่นก็คือกลุ่มเป้าหมายของเราเห็นไหม เมื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้ รู้แล้ว ทำเรื่องนี้ ทำให้ใคร ก็เข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 กำหนดหัวข้อและรวบรวมข้อมูลจะทำเรื่องอะไร จุดประสงค์ทำเรื่องอะไร ทำให้ใคร เสร็จแล้วก็จะต้องเป็นสำหรับกลุ่มคนกลุ่มนั้น สมมติทำเรื่องเดียวกัน แต่กลุ่มเป้าหมายเรามี 3 กลุ่มหัวข้อในการพูดถึงมันก็จะ่ต่างกันนะคะ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ก็จะต้องกำหนดหัวข้อแล้วไปรวบรวมข้อมูลมา เพราะบอกแล้วว่า inforghapic มารวมกับภาพใช่ไหม ต้องไปเอาข้อมูลมาก่อน เพื่อมาทำนะคะ แล้วข้อมูลที่เอามาทำต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์หรืออะไรเรียบร้อยแล้ว พอได้หัวข้อในขั้นตอนที่ 3 มันก็เข้าสู่ขั้นตอนที่ 4 จัดลำดับข้อมูลใช่ไหม ก็ต้องมาเรียงว่าตัวไหนจะเอาเป็นหัวข้อหลัก หัวข้อย่อยนะคะ เรื่องไหนเด่นก็จะพูดถึงก่อน หรือเรื่องไหนเป็นเรื่องรอง เรื่องไหนจะทำให้เห็นภาพใหญ่ ๆ เรื่องไหนจะทำให้เห็น ต้องการเน้นกับไม่ต้องการเน้น นะคะ มันก็จะเข้าสู่ขั้นต่อมา ในขั้นที่ 5 นะคะ สร้าง Story ก็คือเอามาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวใช่ไหม ดำเนินเรื่องนั่นเอง ว่าจากนี้ ตรงนี้ เราจะวางลักษณะของการดำเนินภาพหรือดำเนินเรื่องอย่างไร เอามาเขียนคร่าว ๆ ก่อนหัวข้อนี้จะทำเป็นสตอรี่ลักษณะไหน หัวข้อลักษณะไหน หัวข้อนี้ทำสตอรีลักษณะไหน แล้วมันก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบ เพราะพอรู้แล้วว่า มีสตอรี่เรื่องนี้ในสตอรี่นี้จะใส่อะไรเข้าไป ให้นึกถึงนะ เหมือนที่บอก ถ้ากลุ่มตัวอย่างเราเป็นเด็ก เราก็ไม่น่าจะใช้ข้อมูลที่เป็นตัวเลข หรือถ้าเด็กเราใช้ตัวการ์ตูนเล่าเรื่องหรือใช้อะไรเล่าเรื่องก็แล้วแต่ นั่นคือในส่วนของการออกแบบ ก็เข้ามาสู่ขั้นตอนการออกแบบพอออกแบบเสร็จ ก็เอาไปเผยแพร่หรือก่อนจะไปให้คนดู ก็คือเราจะมอบหมายเราดูก่อนใช่ไหมคะ ว่า... เหมือนเด็ก ๆ ถ้าสมมติ แม่สั่งให้มาทำเด็ก ๆ ก็ต้องไปวิเคราะห์ว่าจะทำเรื่องอะไรดี อันนี้จะให้อิสระให้ทำในแนวไหน ตามใจเด็ก ๆ เลย จะไม่บีบหัวข้อว่าต้องทำเรื่องนี้ เรื่องนั้นนะ หลักการง่าย ๆ นะคะ ถ้าจะทำ Infographic เราควรจะทำเรื่องที่เราสนใจ และมีข้อมูล เพราะอะไร เพราะมันจะทำให้เรารู้รายละเอียดใช่ไหม เรามีเนื้อหา หรือมีข้อมูลที่จะมาทำ เราก็จะมีสตอรี่และจะทำให้เรามีสตอรี่ว่าเราจะทำเรื่องแบบไหน มันจะเป็นการ Open มากกว่าการไปบีบว่า แต่เด็ก ๆ ไม่ชอบแบบนี้ มันก็จะไม่มีไอเดีย ถ้าการทำสื่อเด็ก ๆ ทุกคนน่ะ มาจากหัวของใครของมันน่ะค่ะ ถ้าเป็นมันจะไม่เกิดจากการไปป้อนไอเดียให้ ถ้าอย่างนั้นนี่ เขาเรียกว่า "ความคิดมันจะไม่เกิด" เพราะมันไปโดนดูดเธอต้องทำแบบนั้น เธอต้องทำแบบนี้ ให้ทำเพื่อที่คิดเอง เพื่อที่จะเกิดไอเดียเองว่า ไอเดียที่จะนำเสนอเป็นแบบนี้ แบบนี้นะ แต่ที่พูดถึงประเภทนี่ คือไกด์ไลน์ว่า infoghaphicอย่างนี้ ๆ นะคะ ถ้าใครนึกไอเดียไม่ออก ก็ไปเปิดดูของคนอื่นที่เขาทำไว้ก่อน ว่าลักษณะงานแบบนี้ที่เขาเคยทำมามันเป็นอย่างไร เมื่อทำเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้าย ก็คือเผยแพร่ เพราะทำ Infographic มา บอกเลยว่ามันเป็นการนำเสนออีกรูปแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อมีการนำเสนอ วิธีการนำเสนอของเราก็คือต้องเผยแพร่ใช่ไหมคะ แต่ในขั้นตอนการเผยแพร่ ให้เผยแพร่อย่างไร นะคะ ว่าเผยแพร่ผ่านอะไรนะคะ โอเคไหมคะ นี่คือการสร้าง inforghapicนะคะ เด็ก ๆ ต้องดูขั้นตอนไว้นะคะ แต่ไม่ได้ระบุว่าให้ไปทำเรื่องอะไร ให้เด็ก ๆ หาเรื่องสนใจทำ หรือมีเรื่องสนใจ นี่มันจะทำให้เกิดสตอรี่ได้ดีกว่าเรื่องที่ไม่สนใจนะคะ ได้หมด ครอบจักรวาลอยากทำเรื่องไหนได้หมดเลยนะคะ โอเคไหมคะ ทีนี้คือในหัวข้อสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำนี่ เนื้อหามันจะเป็นบรรยายแล้ว ให้เด็ก ๆ ไปอ่านเพิ่มเติม โดยสืบค้นจากลิงก์นี้ ในแช็ตแล้วเด็ก ๆ ลองเข้าไปเปิดอ่านดู มันจะมีหัวข้อ สิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ไม่ควรทำในการทำ Infographic นะคะ ไปศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองได้ทีนี้แม่จะสงสัยแล้วว่าเมื่อกี้สั่งนี่เป็นการบ้านหรือเปล่า เป็นนะคะ เราก็จะมีงานให้ทำ Infographic 1 งานนะคะ หัวข้อที่เด็ก ๆ สนใจ เด็ก ๆ จะนำเสนอเป็นแบบ List เป็นแบบอย่างไรที่พูดไปใน 7 ประเภทนั่น อย่างไรก็ได้ไปทำมา ระยะเวลาในการทำโน่นล่ะค่ะ ไปถึงสิ้นเทอม เพราะงานกราฟิกนี่ต้องทำสวย ๆ อยากรู้เพื่อนทำดีไม่ดี เพื่อน ๆ มีไว้ดู มีไว้ช่วย ตัวช่วยนะคะ ให้เพื่อนช่วยดู หรือกลุ่มเป้าหมายเราอายุเท่าไร อันนั้นดูจนมันสมบูรณ์แบบ คิดว่ามันสมบูรณ์แบบ คิดว่ามันโอเค แล้วส่งได้นี่ ก็คือให้ระยะเวลาจนถึงสิ้นเทอม นั่นคือชิ้นงาน inforghapic นะคะมีใครสงสัยอยากถามอะไรหรือเปล่า อยากถามอะไรหรือเปล่า (นักศึกษาชาย) อาจารย์ครับ (อาจารย์สุธิรา) ใครถามเอ่ย (นักศึกษาชาย) โจ้ครับ (อาจารย์สุธิรา) โจ้ว่าไงครับ (นักศึกษาชาย) งานตัวที่ว่าอาจารย์สั่งตัวล่าสุด ส่งตอนไหนครับ ไม่ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) วันไหน (นักศึกษาชาย) ไม่ใช่ ทำโลโก้น่ะครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) อาทิตย์ก่อนน่ะหรือ อาทิตย์ก่อนเสร็จเมื่อไรก็ส่ง ไม่กำหนด ก็ไม่เกินเทอมน่ะ (นักศึกษาชาย) อาจารย์ทำตัวที่ส่งให้หรือยังครับ (อาจารย์สุธิรา) ทำแล้วไม่ใช่หรือในคลาส เดี๋ยวนะแป๊บหนึ่ง ขอดูคลาน แป๊บหนึ่งนะเด็ก ๆ ในคลาสของเรา สัปดาห์ก่อนสั่งอะไรไปนะ เออ ยังไม่ได้ทำคลาสให้ เดี๋ยวทำตัวส่งงานไว้ให้นะคะ แล้วก็ส่งใน Class ได้นะคะ (นักศึกษาชาย) ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) โอเค ก็จะเป็น Infographic อีกตัวหนึ่งนะ อันนี้ส่งได้เรื่อย ๆ โอเคนะคะ เด็ก ๆ มีอะไรจะถามอะไรอีกไหม เดี๋ยวขอดูสมาชิกคนอื่น (อาจารย์สุธิรา) ว่าอย่างไรน็อต ว่าอย่างไรครับ (นักศึกษาชาย) ไอ้ที่อาจารย์ให้ทำนี่เนื้อหาเอาอะไรก็ได้ใช่ไหมครับ (อาจารย์สุธิรา) เอาเรื่องใดก็ได้ที่เราสนใจ ไม่ระบุเรื่องให้ Open เลย จะได้มีไอเดีย (นักศึกษาชาย) แต่ว่าก็เกี่ยวกับสิ่งที่ควรมีกับไม่มีที่อาจารย์บอกเมื่อกี้ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ มันจะมีข้อบอกว่า อันไหนควรใส่เข้าไป อันไหนไม่ควรใส่ ไปอ่านเพิ่มเติมได้เดี๋ยวจะแปะลิงก์ให้ โอเคไหม เดี๋ยวแปะลิงก์ให้ในแชทนะคะ แล้วก็ เดี๋ยวเอาไว้ทิ้งไว้ในคลาสให้ด้วยนะคะ จะได้ไปเอาในคลาสด้วยก็ได้ไม่ทัน ลองทำดู เด็กหูบ้าง ตอนนี้มีใครอยู่ ขอครามแล้วกัน ครามเปิดกล้องหน่อยครับ เปิดไหมไม่อย่างนั้น... อะตอมเปิดกล้องหรือเปล่า ไม่เปิด เด็ก ๆ สามารถใช้โปรแกรมที่จะทำ Infographic ได้ตามถนัดเลยนะ นึกออกนะ จะใช้อะไรก็แล้วแต่ อะตอม ๆวันนี้สั่งการบ้าน เข้าใจหรือเปล่า อือมองกล้องเราหรือเปล่านี่ (ล่าม) มอง แต่เหมือนยังงง ๆ น่ะค่ะ อาจารย์ให้ทำ อินโฟร์กราฟิก แล้วก็อิสระ (ล่าม) หัวข้ออิสระ (อาจารย์สุธิรา) 1 เรื่อง (ล่าม) ไม่รู้ครับ ยัง 0 0 อยู่ครับ (อาจารย์สุธิรา) เอานะคะ ตอนนี้คือสั่งงานให้ไปทำ ทำ Infographic โดยอะตอมสามารถเลือกเรื่องด้วยตัวเอง ก็คือเรื่องที่อะตอมสนใจ อะตอมอยากทำเรื่องอะไรก็ได้ ทำขึ้นมา ให้เลือก 1 เรื่องเท่านั้นพอ แล้วก็ทีนี้ รูปแบบหรือประเภทที่จะทำน่ะ อยากทำแบบไหนก็ได้ไม่บังคับ จะถามอะไรครับ (ล่าม) เหมือนกับน้องบอกว่าดูเนื้อหาจากในเว็บแล้วมาจัดเนื้อหาทำเองได้ไหม (อาจารย์สุธิรา) ได้ ๆให้เขาเลือกเรื่องที่เขาสนใจ โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) นะคะ เดี๋ยวลองดูคนอื่นอีก ใบเตย ใบเตยได้ยินไหมลูก (ล่าม) ที่นั่งกันอยู่ 2 คนไหมคะ เสื้อฟ้า ๆ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ใช่ อันนั้นบีกับแบม อย่างนั้นลองถาม 2 คนนี้ เข้าใจหรือเปล่า การบ้านที่ให้ทำ บีกับแบม (ล่าม) อาจารย์ถามว่าเข้าใจไหม ทำ Infographic ทำ เข้าใจไหม (อาจารย์สุธิรา) เจ้าแบมมืดมากเลย (ล่าม) เข้าใจไหม (อาจารย์สุธิรา) เข้าใจหรือเปล่า (ล่าม) เข้าใจค่ะ เดี๋ยวนะคะ ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษไม่ทัน หัวข้อ Info o เขาดูล่ามสะกดไม่ทันค่ะ เดี๋ยวนะ info(อาจารย์สุธิรา) o (ล่าม) เหมือนน้องจะไม่ได้มอง o โอเคไหม ดูจาก Power Point (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวเอา... (ล่าม) ดูหัวข้อวันนี้ภาษาอังกฤษนะ (อาจารย์สุธิรา) อยู่ใน PowerPoint (ล่าม) ให้น้องไปดู ค่ะ อันนี้น่าจะเข้าใจอยู่ครามล่ะ เข้าใขไหมโอเค ครามเข้าใจไหน (ล่าม) คนที่อาจารย์ตรึงอยู่ใช่ไหม ครมมองกล้องหน่อยลูก (อาจารย์สุธิรา) สงสัยคุยกับเพื่อน (ล่าม) อาจารย์ถามวันนี้ทำอะไร เข้าใจไหม (ล่าม) วันนี้ทำอะไรหัวข้อ เข้าใจไหม (อาจารย์สุธิรา) อะตอมน่าจะอธิบายให้เขาฟังนะ (อาจารย์สุธิรา) อะตอมน่าจะอธิบายให้เขาฟังนะ มืออย่างเร็ว (ล่าม) มืออย่างเร็วเลยค่ะ ช้า ๆ ดูไม่ทัน (อาจารย์สุธิรา) นี่ล่ะ แบบอย่างเร็ว กะไม่ให้อ่านเลย (ล่าม) ในเว็บฯ สนใจเอาเรื่อง (อาจารย์สุธิรา) เอาเรื่องที่สนใจ เลือกเรื่อง (ล่าม) เลือก ๆ แล้วก็มาทำ มาจับ (อาจารย์สุธิรา) ให้เป็น Infographic โอเค เข้าใจ (ล่าม) เข้าใจครับ เดี๋ยวนะคะ (อาจารย์สุธิรา) สัญญาณก็ไม่ค่อยดี กล้องมัว (ล่าม) โปรแกรมไหน แล้วแต่ที่ (อาจารย์สุธิรา) เอาที่ถนัดเลย (ล่าม) ต้องทำให้ดูหน่อย ถนัดใช้โปรแกรมไหนก็ได้หมด ตอนนี้เรายังเข้าแล็บไม่ได้ เพราะฉะนั้น ของใครมีเครื่องมีอะไรใช้ตัวไหนทำไปก่อน เพราะเรายังไม่รู้ว่าสัปดาห์หน้าเขาจะแจ้งให้ออนไลน์ต่ออีกหรือเปล่า เราก็จะได้แต่ทฤษฎีอย่างนี้ไปก่อน เพราะเมื่อวาน เราลองสอน ปฏิบัติออนไลน์แล้วมันไม่เวิร์คนะ ลองสอนห้องกับน้องปี 1 แล้ว มันไม่เวิร์ก มันมีปัญหา พอเกิดปัญหามันก็เข้าไปแก้ไม่ได้ เพราะไม่เห็นว่ามันเกิด Error อะไร ไปทำผิดอะไรตรงไหน เพราะฉะนั้นก็เลยเป็น open ให้ลองทำ เพราะงานแบบสื่อดิจิทัลนี่ เป็นงานไอเดียอยู่แล้ว เกิดจากความคิดของเด็ก ๆ เองอยู่แล้ว แม่แค่ให้ขั้นตอนหรืออธิบายหัวข้อก่อนว่าจะทำอะไรเด็ก ๆ ก็แค่ไปทำให้มันได้งานออกมา จะทำด้วยวิธีไหนก็ได้ ตามแต่เครื่องมือที่มี โอเคนะคะ (ล่าม) เข้าใจแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ใบเตย ใบเตยเข้าใจหรือเปล่า อันนี้ เด็กพิเศษเหมือนกัน เป็นเด็กหอนะคะ ใบเตยยังไม่ตอบแช็ตเลย เดี๋ยวไม่เป็นอะไร เดี๋ยวให้เพื่อนเขาถามให้ก็ได้ เดี๋ยวเมื่อกี้แบมอยู่ไหน เดี๋ยวให้แบมกับบีช่วยคุยให้นะคะ แบมกับบีน่าจะใช้กล้องของบี ปิดกล้องไปเสียแล้ว บี บี ๆ บีเอ่ย บีเปิดกล้องก่อนแป๊บ บีเปิดกล้องก่อน ไปไหนแล้วสั่งงานเสร็จหนีไปแล้ว คนอื่น ๆ ไม่มีข้อสงสัยอะไรแล้วนะ บีคะ บีเปิดกล้องหน่อยลูก บีฝากบอกใบเตยด้วย เห็นใบเตยไหม เหมือนขึ้นชื่ออยู่นะ แต่ยังไม่เห็นตอบแม่ ใบเตยน่ะ ใบเตยน่ะ ใบเตยทำการบ้านด้วยนะ ไม่ได้ยินเสียงการ์ตูนน่ะ (ล่าม) โอเคค่ะ ได้ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อย่าลืมบอกใบเตย ใบเตยไม่ตอบแชท เข้าหรือเปล่า ก็เลยไม่เห็น (ล่าม) เขาบอกว่าอยู่ค่ะ เปิดอยู่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แต่ไม่ตอบแชตมาก็เลยไม่แน่ใจ กลัวไม่เข้าใจ ใบเตยตอบแชทแม่หน่อยสิคะ เงียบเลย (ล่าม) น้องตอบว่าเข้าใจอยู่นะคะแม่ (อาจารย์สุธิรา) โอเค (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเคค่ะ โอเคงั้นน่าจะเข้าใจกันทุกคนแล้ว โอเค ขอบใจมากลูก ขอบใจบีกับแบม โอเค เดี๋ยวพวกเด็ก... พี่การ์ตูนถามบี... ปิดไปแล้ว เอาใหม่ ๆ เปิดใหม่ก่อน เปิดใหม่ ๆ พ่ออยากรู้ อยู่หอหรืออยู่บ้านนี่ อยู่สกล(นคร)หรืออยู่บ้าน (ล่าม) หอพักมหาวิทยาลัยค่ะ อยู่หอโอเค อยู่หอใน ม. นี้ใช่ไหม อยู่ที่ ม. (ล่าม) ใช่ค่ะ อยู่ข้างในค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ตอนพ่อทำ... อ๋อ แวะมาที่บ้านแม่หน่อย แวะมาหาแม่ที่บ้าน มาเอาเสื้อ (ล่าม) ได้ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) จะมาวันไหนแล้วทักในไลน์ก็ได้นะลูกทักบอกในไลน์ว่าจะมาเอา โอเคโอเคค่ะ อย่างนั้นบ๊ายบาย คนอื่น ๆ ไม่มีอะไรถามแล้วใช่หรือเปล่าลูก ห้อง 1 เงียบกริบ เจ้าบุ๊ก เจ้ามิว เจ้าพลอย (นักศึกษาหญิง) เข้าใจค่ะ หนูรู้เรื่องค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเคเดี๋ยวเอาสไลด์ลงแล้วค่อยไปย้อน แล้วส่งมาให้ดูเรื่อย ๆ ก็ได้ ก็ได้นะคะ อันดับแรกน่ะ ให้เดอะแก็งค์ดูก่อน ให้เด็ก ๆ ดูก่อน หลักการง่าย ๆ คือเลือกเรื่องที่เราสนใจในเรื่องนั้นใช่ไหม เราก็จะวางสตอรี่ได้ว่ามันควรจะนำเสนอลักษณะไหน อะไรอย่างไร ถ้าแม่ไประบุเรื่องให้ไม่ชอบพออ่าน เรื่องที่ไม่เข้าใจ ใช่ไหม ก็เลยให้อิสระน่ะค่ะ เอาเรื่องอะไรก็ได้ที่เด็ก ๆ ทำ หรือสนใจ แล้วเอามาทำ แต่จะทำเป็นลักษณะไหนหรือประเภทไหนแล้วแต่เด็ก ๆ เลย แต่อย่าลืมนะว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใครพอเวลาโดนแม่ถาม นึกออกนะ ต้องให้เหตุผลได้ ก็คือตอบคำถามก็ได้ว่า งานที่จะทำเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้ว สัปดาห์นี้เราก็จะจบการนำเสนอเพียงแค่นี้ค่ะ เพราะเดี๋ยวแม่มีประชุม คลาสนี้ โอเคค่ะ งั้นเจอกันสัปดาห์หน้า ทุก ๆ คน บ๊ายบาย (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ สวัสดีค่ะ