--- title: หลักการเขียนโปรแกรม (ปี1) subtitle: date: วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2564 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ล่าม) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ เข้ามาแล้ว มีเรื่องจะถาม มุก ๆ (นักศึกษาหญิง) คะ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) เรื่องเสื้อน่ะลูก มันเป็นของอะไร ของสาขาหรือของคณะ (นักศึกษาหญิง) ของสาขาค่ะ ใครเรียกประชุม อาจารย์อะไร (นักศึกษาหญิง) เป็นรุ่นพี่น่ะค่ะ เขาแจ้งมาใน LINE กลุ่ม คือ หนูก็เพิ่งรู้เมื่อวานค่ะ เพื่อนห้อง 1 บอกอีกที (อาจารย์สุธิรา) พี่เขาบอกหรือ (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ น่าจะเป็นที่สมาคมหรือเปล่า หนูก็ไม่แน่ใจ (อาจารย์สุธิรา) เป็นของสาขาใช่ไหม ไม่ใช่ของคณะ (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แล้วทั้งหมดกี่บาท กิจกรรมด้วย (นักศึกษาหญิง) ทั้งหมด 300 บาทค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แล้วตอนนี้เก็บได้กี่คนแล้ว (นักศึกษาหญิง) ตอนนี้ได้ 6 คน 7 คนค่ะ เพราะเพื่อนหูยังไม่เข้าใจมันต้องอธิบายไง ก็เลยถาม หนูก็ยังไม่รู้รายละเอียดเท่าไร คือว่าตอนที่ประชุมตอนนั้นก็คือไม่รู้เรื่อง เขาให้เก็บอย่างไร ให้มุกรวบรวม (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ ให้หัวหน้าห้องรวบรวมของเพื่อนทุกคน ให้โอนเข้าบัญชีทีเดียวเลย (อาจารย์สุธิรา) ให้โอนเข้าบัญชีใคร บัญชีพี่หรือ คือพี่หรอ (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนะ ภายในพรุ่งนี้ด้วย รู้ไหมพี่ชื่ออะไร รู้หรือเปล่า คือถามอาจารย์ตอนนี้คือไม่รู้เรื่องกันลูก เดี๋ยวมุกอย่าเพิ่งโอนไปให้เขานะลูก อย่าเพิ่งนะ เข้าใจไหม (นักศึกษาหญิง) เข้าใจค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวมันมีปัญหา รู้หรือเปล่าพี่ชื่ออะไร คนไหน (อาจารย์สุธิรา) ลองถามเพื่อนดูสิแล้วมาบอกแม่ (นักศึกษาหญิง) ค่ะ เพราะเหมือนมันเล่นกันด้วย... เป็นพรุ่งนี้ เออ อาจารย์ไม่มีใครรู้เรื่อง ก็ยังสงสัยไม่เป็นอะไร มุกเก็บไว้ก่อน อย่าเพิ่งโอนไปให้เขานะ (นักศึกษาหญิง) ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวแม่เช็กอีกที เพราะมันเหมือนคือช่วงนี้มันทำกิจกรรมไม่ได้แล้วมาเก็บเงินค่าเสื้อ ค่าอะไร งง เลยงงกัน แต่ไม่ใช่ของคณะนะ ของสาขาใช่ไหม (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ คือวันนี้พี่แกไลน์มาบอกว่า คือ คณะอื่นเขาเก็บรวมรวมกันหมดแล้วอะไรอย่างนี้ หนูก็เลยกลัวแบบจะช้าก็เลยเร่งเพื่อนนิดหนึ่งน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แม่เข้าใจ ๆ ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร เขาก็ต้องรอได้เพราะความจริงมันไม่มีการทำกิจกรรมอยู่แล้วช่วงนี้นี่ แล้วอยู่ ๆ จะมาว่าจัดกิจกรรมนั่นนี่นู่น เพราะเขาห้ามชุมนุมอยู่แล้ว (นักศึกษาหญิง) แต่หนูหนูก็ยังไม่ได้เข้าประชุมด้วยก็เลยไม่รู้รายละเอียดอะไรมามันมีอะไรบ้าง (อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็นอะไร มุกลองถามเพื่อนน่ะว่าพี่คนไหนสั่งมา นึกออกไหม ถามเพื่อนที่เขาเข้าลองถามเขาดู อยากรู้ชื่อ ไม่ใช่อะไรหรอก เข้าใจไหมลูก (นักศึกษาหญิง) เข้าใจค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ลองถามแล้วก็ส่งชื่อมาให้แม่สิ เก็บช้าไม่เป็นไร ตอนนี้เราต้องรู้รายละเอียดก่อนว่า... เพราะปกตินะ ถ้าจะมีการเก็บอย่างน้อยอาจารย์ก็ต้องรู้เพราะมันจะต้องมีกิจการนักศึกษา เข้าใจไหมลูก อาจารย์ที่ดูแลกิจการนักศึกษาอยู่เขาก็ต้องแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย แต่นี่คือพอถามไป อาจารย์ก็บอกไม่รู้เรื่อง ก็เลยสงสัย ก็เลยอยากรู้ว่าใครเป็นคนสั่งมา เพราะเหมือนถ้าของมหาวิทยาลัยเขาก็ต้องแจ้งไง เพราะต้องแจ้งมาคณะ แจ้งมาหาอาจารย์ แต่ตอนนี้กลายเป็นคณะก็ไม่รู้เรื่อง ก็เลยสงสัย ก็เลยอยากรู้ว่าพี่คนไหน ไม่มีอะไรมากแค่นั้นล่ะ เพื่อความชัวร์มันจะได้ไม่เกิดปัญหานะ เพราะฉะนั้น ก็ลองถามเพื่อนอีกห้องหนึ่งดู ว่าพี่ชืที่สั่งนี่ เช็กให้นะคะ วันนี้สอบถามเกี่ยวกับอันนี้เพื่อนเด็กหูเขาก็สงสัยก็ไลน์มาหาแม่ก็เลยงง เอ๊ะ ทำไมไม่เห็น เพราะพวกอาจารย์ อย่างสาขาเราก็เพิ่งประชุมกันสัปดาห์ก่อน ก็ไม่เห็นพูดถึงเรื่องเสื้อหรือกิจกรรมอะไรเลย แล้วอยู่ ๆ มาโผล่ขึ้นมา (นักศึกษาหญิง) นี่ หนูแชตเข้าไปในกลุ่ให้อ่านนะคะ ที่เขาแจ้งมา (อาจารย์สุธิรา) ได้ลูก (นักศึกษาหญิง) ที่เขาแจ้งมา (อาจารย์สุธิรา) ได้ค่ะ ส่งมาได้เลย ๆ ส่งมาในแชท แช็ตเฟสฯ แม่ก็ได้ (นักศึกษาหญิง) อยู่ใน LINE กลุ่มแล้วค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเค Thank you โอเค เดี๋ยวเราจะเคลียร์เรื่องเสื้อกันภายในวันพรุ่งนี้นะคะ เดี๋ยวแจ้งอีกทีหนึ่งในกลุ่มนั่นล่ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สำหรับหัวข้อที่เราจะเรียนกันในวันนี้ ก็คือต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วเลย คำสั่งต่อไป input ไปแล้ว round ไปแล้วนะ Input ไปแล้วกับจำนวนเต็มนะคะ ก็คือ round คำสั่งในสัปดาห์ที่แล้ว คือ คำสั่งที่ใช้สำหรับปรับตัวเลขจากเลขจำนวนจริงน่ะค่ะ ก็คือ เลขที่มีทศนิยในกรณีที่ตัวเลขทศนิยมอยู่ต่ำกว่า .50 นะคะ ตัวเลขมันก็จะไม่ปัดขึ้น แต่ถ้าทศนิยมเกิน .5 ขึ้นไป ตัวเลขจะปัดเพิ่มขึ้นไป 1 หลัก เช่น 24.4 เลขก็จะอยู่ที่ ถ้าจะปัดลงก็จะเหลือ 24 แต่ถ้าเป็น24.59 ก็คือพอ .5 ขึ้นไป พอจุด 59 มันจะปัดเป็น จาก 24 เป็น 25 นี่นะคะ ก็คือการปัดตัวเลขจำนวนจริงให้เป็นจำนวนเต็มนะคะ มาดูคำสั่งที่เราจะใช้วันนี้ คำสั่ง sum เมื่อเราต้องการหาผลรวม เราต้องใช้คำสั่ง "Sum" นะคะ โดยมีรูปแบบ ก็คือเราต้องพิมพ์คำสั่ง sum แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ () เห็นไหมคะ มีวงเล็บ ในวงเล็บก็จะมีข้อมูลตัวเลขอยู่ในนั้น ใส่ข้อมูลตัวเลขลงไปแล้วก็ค่าเริ่มต้น เด็ก ๆ ดูเฉย ๆ แล้วกัน เพราะว่าถ้าใช้โปรแกรม ก็จะไม่สะดวก เดี๋ยวเรารอหลังจากวันที่ 1 แล้ว ไอ้... หลังจากวันที่ 1 แล้วเราจะได้ใช้แล็บกันไหม รอฟังประกาศอีกครั้งหนึ่งนะคะ ว่ามหาวิทยาลัยจะให้เข้าเรียนได้หรือยังนะคะ แต่ตอนนี้เราก็จะเรียนแบบทฤษฎีไปก่อน ให้รู้จักคำสั่งที่ใช้ แต่ถ้าคนไหนถลัดก็ใช้ Colab เหมือนเดิมนะคะที่เคยเปิดให้นะคะ ตอนนี้กำลังเข้า Colab ให้ เดี๋ยวเรามาดูที่คำสั่ง ที่บอกนะคะ คือคำสั่ง "Sum" นะคะ นะคะ ในช่องที่เพิ่ม Code นะคะ เครื่องหมายบวก แล้วก็มี Code เราก็พิมพ์ ต้องพิมพ์คำสั่ง s-u-m ก็คือ Sum ก็คือ ผลรวม แล้วก็ใส่วงเล็บกดวงเล็บ 1 ครั้ง ก็จะเกิดวงเล็บเปิดวงเล็บปิด ใช่ไหมคะ แล้วใใส่วงเล็บที่เป็นสี่เหลี่ยมน่ะค่ะ ที่อยู่ตรง บ.ใบไม้ ได้วงเล็บที่เป็นสี่เหลี่ยมขึ้นมา เมื่อไรก็ตามที่เราต้องการหาผลรวมใน Python นะคะ คำสั่งที่ใช้ ก็คือคำสั่ง sum นะคะ ในวงเล็บที่เป็นสี่เหลี่ยมใหญ่น่ะ ที่เราต้องการให้หาผลรวม เช่น สมมติ... เดี๋ยวนะ สมมติเราอยากได้ ถ้าหาเลข 1 หลัก เช่น 1 นะคะ เลข 1 เลขตัวต่อไปที่เราจะต้องหาเราคั้นด้วยเครื่องหมายโคลอน 1 กับ 2 ถ้าเด็ก ๆ คิดเองในใจ 1 + 2 ได้เท่าไรลูก 1 + 2 เป็นเท่าไรเอ่ย ภากรณ์มาแล้ว เดี๋ยวจะลองถาม เมื่อกี้อดิศร พายุอายุ เปิดกล้องหน่อย เด็กหูเปิดกล้องหน่อย เราจะได้ถาม พายุเปิดแล้ว พายุ ๆ คำสั่ง sum นี่มันหาผลรวมนะลูกนะ ทีนี้เมื่อกี้บอกว่ารูปแบบเราจะต้องพิมพ์คำว่า sum พิมพ์ s-u-m นะครับ แล้วก้ใส่วงเล็บ ดูในนี้เห็นไหม พิมพ์ sum s-u-m แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เราพิมพ์แค่วงเล็บเปิดเดี๋ยววงเล็บปิดก็จะตามมา เสร็จแล้วในวงเล็บนี่มันจะเป็นใส่เครื่องหมายวงเล็บที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบนี้ เห็นไหมคะ (ล่าม) อาจารย์คะ พายุบอกว่าเขาใช้มือถืออย่างเดียวเขาไม่เห็น powerpoint ของอาจารย์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แล้วเห็นหน้า... (ล่าม) น้องเห็นล่าแต่น้องไม่เห็น (อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็น Colab (ล่าม) สไลด์ของอาจารย์ค่ะ น้องเห็นล่ามอยู่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เห็นหน้าเว็บ (ไซต์)ที่โชว์ไหม เว็บ Colab (ล่าม) เว็บ c-o-l-a-b ตัวที่ปักหมุดนี่เห็นไหม (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ให้ดูที่ตัวนี้ ให้ดูว่ารูปแบบ ก็คือเราจะต้องพิมพ์คำว่า "sum" นะคะ เมื่อเราต้องการหาผลรวม เราจะพิมพ์ Sum แล้วตามด้วยวงเล็บนะคะ แล้วในวงเล็บเราจะกดวงเล็บใหญ่ วงเล็บสี่เหลี่ยมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในสี่เหลี่ยมใหญ่นี้สิ่งที่เราจะเอาใส่เข้าไป ก็คือตัวเลขที่เราต้องการจะให้มันรวมกัน จะใส่กี่จำนวนก็ได้ ถ้าสมมติใส่ 2 จำนวน หาค่าของ 1 นะคะ กับจำนวนที่ 2 ก็คือ 3 เราใช้เครื่องหมาย Comma (คอมม่าเป็นตัวคั่นจำนวนที่ 1 กับตัวที่ 2เราอาจจะหาได้มากกว่า 2 จำนวน ถ้าเราจะหาส่วนที่ 3 ก็ใส่ Comma เสร็จแล้วก็ตามด้วยเลขที่เราจะให้หาลงไปsum ก็คือการหาผลรวม มันจะทำการรวมเลข 3 ตัวนี้ให้เราเลย ในวงเล็บสี่เหลี่ยมนี่ ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมนี่ ทีนี้เมื่อกี้อยากให้พายุ ลองรวมด้วยตัวเองก่อนว่า 1 + 3 + 5 รวมออกแล้วได้เท่าไร รวมกันได้เท่าไรเอ่ย รวมเลข 3 ตัวนี่ 1 + 3 นะคะ + 3 แล้วก็บวก 5 เป็นเท่าไร (ล่าม) น้องไม่ได้เปิดกล้องแล้วน่ะค่ะอาจารย์ เป็นภาพนิ่งแล้ว (อาจารย์สุธิรา) ไปหาเชอร์รี่สิ เชอร์รี่เปิดกล้องไหม ไม่เปิด (ล่าม) มีแฝดเปิดอยู่ค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) เขียดก็ไม่เปิดนะวันนี้ โอเค (ล่าม) แฝดมาแล้วค่ะ แฝดเห็นไหม (อาจารย์สุธิรา) เห็นในหน้าจอใช่ไหม เห็นเลขที่อยู่ 3 ตัวในหน้าจอใช่ไหม (ล่าม) เห็นเลข 1, 3, 5 เห็นไหม 1, 3, 5 (อาจารย์สุธิรา) 1 + 3 + 5 ได้เท่าไร 1 + 3 + 5 รวม รวมเท่าไร นั่งนับ (ล่าม) ได้ 9 ครับ (อาจารย์สุธิรา) ถูกต้องค่ะ เพราะฉะนั้น คำสั่ง sum นี่ มันจะเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับหาค่าตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บใหญ่ ๆ ของเรานะคะ และนะคะ ยังมีและ และหลังวงเล็บใหญ่นี่ ถ้าเรามีตัวเลขอีกชุดหนึ่ง เขาบอกว่า สำหรับเป็นค่าเริ่มต้น เขาบอกตัวเลขที่เป็นค่าเริ่มต้น คือ ในรูปแบบน่ะ มันจะมีคำสั่ง sum แล้วตามด้วยวงเล็บใช่ไหมคะ แล้วชุดข้อมูลในตัวเลขวงเล็บอันใหญ่ และหลังวงเล็บอันใหญ่นะคะ มัจจะมีค่าเริ่มต้น ก็คือค่าที่จะให้เริ่มต้นในการบวกหรือหาผลรวมนั่นเองนะคะ สมมติว่าเมื่อกี้ในวงเล็บใหญ่เราได้รวมกันแล้ว 1, 3, 5 แล้วถ้าให้ค่าเริ่มต้นที่ 10 เห็นไหมคะ มันจะรวมทั้งตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บใหญ่ และรวมที่อยู่วงเล็บข้างนอกนี่รวมกันเป็นเท่าไร ตอนนี้ ถาม เดี๋ยวนะคะ ถามใครดีเอ่ย มีใครจะโผล่เข้ามาในหน้าจอเรา เมื่อกี้แฝดตอบไปแล้ว (ล่าม) มีภากรณ์เปิดกล้องอยู่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์ นิว ๆ นิว เลขในเห็นไหม เห็นเลขในนี้ไหม นี่ ๆ เห็นไหมคะ เมื่อกี้แฝดรวมวงเล็บใหญ่ได้ 9 เพราะฉะนั้นนิวต้องเอา 9 ไปรวมกับเลข 10 เป็นเท่าไรคะ เอา 9 (ล่าม) แฝดตอบ 19 ค่ะ แต่ว่าภากรณ์ยังไม่อยู่ ภากรณ์ 9 + 10 เป็นเท่าไรลูก (ล่าม) 19 ครับ (อาจารย์สุธิรา) ถูกต้องครับ โอเค ก็ตอบ 19 โอเคครับ นั่นก็คือ Sum ก็คือคำสั่งสำหรับหาผลรวม ดังนั้น มีเลขอะไรที่อยู่ทั้งในวงเล็บเล็ก วงเล็บใหญ่นี่ มันจะเอามารวมให้นะครับ ถ้าเราต้องการหาผลรวมของตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บของเรา ก็ใช้คำสั่งนี้นะคะ ก็คืออาจจะพิมพ์แค่เฉพาะในวงเล็บใหญ่แค่ อย่างนี้ก็ได้ ก็หาได้เหมือนกันนะคะ เดี๋ยว Play ให้ดู รันผลลัพธ์ให้ดู รอแป๊บหนึ่งนะคะ รอเน็ตเราด้วยอะไรด้วย เวลาคีย์ข้อมูล เห็นไหมสังเกตว่าถ้าเรากด Play ไอ้ตัวนี้จะยังอยู่ เห็นไหมคะ ที่แฝดตอบ ก็คือ 1, 3, 5 รวมกันแล้วเป็น 9 แล้วในกรณีที่ถ้าเพิ่มตัวเลขเข้าไปอีกชุดหนึ่งที่อยู่หลังวงเล็บใหญ่ เช่น 10 เข้าไป Play ให้ดูใหม่อีกรอบหนึ่งนะคะ เห็นไหมคะ จะได้เป็นคำตอบที่ 2 ก็คือ 19 เห็นไหมคะ เอาเลขหลักเดียวมันน้อยไปนะ หาเยอะ ๆ จากนี้ เดี๋ยวเรามาลองรวมเลขหลักเยอะ ๆ นะคะ เช่น อยากหาผลรวมของหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น 12345 นะคะ กับ 1,500 เอา 2 ตัวจะได้ดูง่าย ๆ เห็นไหม ถ้าเลขหลักเดียวคิดง่าย ๆ เราคิดได้ใช่ไหม แต่เมื่อใดที่ตัวเลขเราเยอะ คำสั่ง sum มันจะช่วยเราได้เลย เห็นไหม เพราะเลขหลักหมื่นนี่ ถ้าใช้ Sum หา แป๊บเดียวเอง ได้ออกมาเป็น 13,845 หรือหลักล้าน ถูกไหม เพราะบางทีเรานับเลขนี่นับมือนี่ก็ได้แค่ 10 ใช่ไหมคะ แต่ถ้าหลักร้อยยังพอคิดในใจได้ใช่ไหมคะ แต่พอหลักพันน่ะ มีเลขหลายตัว ทดก็แล้ว บางทีทดผิดทดถูกอีกเห็นไหมคะ เหมือนทำไมเราต้องคิดเลขเลขมันหลักมันเยอะ ถ้าใช้มือคิดเองอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ คอมพิวเตอร์ก็เหมือนกัน ในกรณีที่เราต้องการหาค่าเลขที่มีจำนวนมาก ๆ ถ้าที่คนใช้มือคิดมันอาจจะเกิดข้อผิดพลาดมันจึงมีคอมพิวเตอร์ขึ้นมานะคะ เพราะเครื่องคิดเลขน่ะ คิดสูงสุดได้กี่ช่อง 12 ไหม 12 หลักไหม เดี๋ยวลองกดขึ้นมาดูนะคะ ได้แค่ 15 เครื่องคิดเลขในคอมพิวเตอร์ กดได้สูงสุด 15 ตัวเอง ก็ หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน 10 ล้าน ร้อยล้าน พันล้าน หมื่น ล้าน แสนล้าน ล้านล้าน แล้วก็ สิบล้านล้าน ได้ประมาณร้อยร้อยล้าน แต่คอมพิวเตอร์ได้เยอะกว่านั้น ไม่เชื่อเด็ก ๆ ลองใส่เลขเข้าไปก็ได้ ไม่เกิน 15 ล้าน 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 910, 11, 12, 13, 14, 15 นี่เกิน 15 หลักแล้ว นี่เลขเยอะขนาดนี้ แล้วคิดดูถ้าเราบวกเองนะคะ แล้วเลขชุดที่ 2 ก็เยอะเหมือนกัน เช่น 1, 2, 3, 4, 5, 67, 8, 9 มี 9 หลัก แล้วเลขชุดที่ 3 มี บนเลข 9 ฟาดไปเลย 15 หลัก พอบวกกันแล้ว ก็จะเกิน 6 ไหมนี่ ลดลงให้เหลือ 15 หลัก เกินไป 2 1, 2, 3 ดูเหมือนอย่างนี้ เลข 15 หลัก 2 ชุดนะคะ แล้วก็เกิน เลข 15 หลัก 1 ชุด เลขที่มากกว่า 15 หลัก 1 ชุด แล้วก็... อันนี้แค่ 3 ชุด แต่ในกรณีที่ เราสามารถเพิ่มชุดตัวเลขที่จะบวกได้เยอะกว่านี้อีกนะคะ พอคำนวณออกมานะคะ ตัวเลขเกิน 15 หลักเห็นไหม ได้เยอะกว่าเครื่องคิดเลขนะคะ เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น บางอย่างนี้คอมพิวเตอร์จะทำงานได้ดีกว่าเรา เราไม่ต้องไปพยายามทำ ถ้าหลัก 2 หลักเราคิดเองได้อย่างเมื่อกี้ที่แฝดลองคิดใช่ไหม นะคะ แต่ถ้าเยอะขนาดนี้เราคิดเองไม่ได้ เพื่อบางทีมันผิด ทดผิด ผิดหลักนะคะ ค่าเลขก็จะผิดไปด้วย เราก็ใช้คำสั่งของคอมพิวเตอร์มาช่วยนะคะ เห็นไหม พิมพ์แต่ตัวเลขลงไป เพราะตัวทำให้มันรวม ก็คือคำสั่งที่ชื่อว่า Sum หาผลรวมอยู่แล้ว ให้มันรวมจำนวนเลขที่มีในวงเล็บนี่ ให้เรา ไม่ต้องไป 1, 2, 3, 4, 5, 6 แล้วไปบวกนั่นนี่โน่น ใช้คำสั่ง Sum อย่างเดียวจบเลย คำสั่ง sum เดี๋ยวเราลองมาดูคำสั่งถัดไปดีกว่านะคะ เมื่อใดที่... หลักการง่าย ๆ เมื่อใดที่เราต้องการหาผลรวมให้เราใช้คำสั่งนี้ คำสั่งต่อไปนะคะ ตรงสไลด์กับสลับหน้าไอ้นี่เรานี่ล่ะ นะคะ คำสั่งต่อมาจากคำสั่ง Sum ก็คือคำสั่ง Type กคำสั่ง typ เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบชนิดของข้อมูลนะคะ ในตอนต้นหรือคำสั่งไปแล้ว มีข้อมูลที่เป็นตัวเลข ข้อมูลตัวเลขก็จะเป็น แบ่งเป็น ประเภทตัวเลขจำนวนจริงกับตัวเลขจำนวนเต็มนะคะ ตัวเลขจำนวณจริงก็คือ ไม่มีทศนิยม ตัวเลขจำนวนเต็มไม่มีทศนิยมแล้วก็อีกตัวหนึ่งนะคะ ข้อมูลแบบที่เป็นข้อความ ทีนี้บางทีเราไม่รู้ เราไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่เราจะใช้นี่ เหมือนเวลาจะตั้งชื่อตัวแปรมันเป็นข้อมูลแบบไหนใช่ไหม มันก็เลยมีคำสั่งมาเพื่อตรวจสอบ ที่ชื่อว่า type ก็คือพิมพ์ T-y-p-e แล้วก็ใส่วงเล็บ ในวงเล็บนั้นเราก็จะมีตัวแปรอยู่ข้างใน ทีนี้เดี๋ยวเราลองมาดูรูปแบบกันนี่แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะคะ สร้างตัวแปรก่อน ก่อนจะใช้ตัวนี้ได้ก็ต้องเช็ก ว่าตัวแปรนี้มีชนิดคำสั่งเป็นอย่างไรนะคะ นะคะ เราก็จะมาที่คำสั่งใหม่นะคะ ก่อนอื่น เช่น มีตัวแปร A นะคะ ตัวแปร b (ล่าม) อ. แม่ คะ ตอนนี้ยังอยู่หน้า PowerPoint อยู่นะคะ (อาจารย์สุธิรา) ขอโทษค่ะ ลืมสลับหน้าอีกแล้ว นะคะ ตอนนี้ เราจะต้องมีการกำหนดตัวแปรขึ้นมาก่อนนะคะ A นะคะ รูปแบบตัวแปรนะ ก็คือพิมพ์ชื่อตัวแปรนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ตามด้วยชนิดนะคะ หรือประเภทของตัวแปรที่เราจะให้นะคะ ก็คือก็แค่ใส่เครื่องหมายคำพูด นะคะ แต่ถ้าตัวแปรเป็นตัวเลข เราก็ใส่ตัวเลขลงไปเลยนะคะ ทีนี้ตัวแปรตัวเลขมีหลายประเภทนะคะ เดี๋ยวให้ดู ตอนนี้มีตัวเลขa, b, c, d แล้วเราจะใช้คำสัง type นะคะ เพื่อเช็กว่าตัวแปรแต่ละตัว มันจะบอกว่าชนิดตัวแปรคืออะไร type ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บปึ๊บ ในเครื่องหมายวงเล็บ เราก็ใส่ชื่อตัวแปรที่เราตั้งเมื่อกี้ เช่น A B C D หรือ E คะ ให้เลือก ๆ ใครจะเป็นคนเลือกนะ โฟร์อยากได้ A, B, C หรือ D (นไม่ตอบ (นักศึกษาชาย) เอา a ครับ (อาจารย์สุธิรา) ตัวแปร A อยากรู้ว่าตัวแปร A เป็นแบบไหนนะคะ เดี๋ยวเราจะพิมพ์ A ลงไปในวงเล็บนะคะ A นะคะ แล้วก็กด Play เพื่อให้แสดงผล ขึ้น Error sintac error in identifiler บรรทัดที่ 2 ผิด เดี๋ยวแก้ตัวเลขหน่อย Error นะเวอร์ชันนี้ ถ้าอย่างนั้น เลือกจำนวนพิมพ์ไว้ให้ ลองลบก่อนนะคะ ให้มันผ่านก่อน Error นี่ จะต้องผ่านก่อน เดี๋ยวค่อยเติมเข้าไป เดี๋ยวค่อยแก้ ถ้า a type a เป็นจริง เห็นไหมคะ str หมายถึง Str เป็นตัวแปร string แต่ถ้าตัวแปร d ล่ะ เราอยากรู้ว่าว่าเป็นตัวเลข b= เท่ากับ แป๊บหนึ่งนะคะ ทำไมใช้ Colab แล้วขึ้น Error เพราะในเมื่อรูปแบบ ก็คือตัวแปรนะ ชื่อตัวแปรตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ และค่าที่ใส่เข้าไปเป็นจุดของสื่อตรงนี้ เดี๋ยวขอลองเช็ก type b นะคะ ดู จะขึ้นอย่างไร อ๋อ ในกรณีที่เป็นตัวเลขปุ๊บนี่ การพิมพ์คำสั่งนะคะ ชื่อตัวแปรจะต้องวรรคเครื่องหมายเท่ากับ (=) เครื่องหมายเท่ากับ และวรรคด้วยเครื่องหมาย ก็จะต้องวรรค แล้วก็กดเครื่องหมายเท่ากับแล้วก็จำนวนตัวเลข ใน Colab ต้องพิมพ์อย่างนี้ เดี๋ยวลองพิมพ์ tpye (b) แล้วลองเช็ก type C บอกว่ามีค่าเท่ากับ 5 5 เป็นตัวแปรชนิดใด ชนิดของตัวแปรของ c คืออะไรนะคะ type แล้วก็ตามด้วย วงเล็บ แล้วก็ตามด้วย C เห็นไหมคะ type c เป็น Integer หมายถึง จำนวนเต็มนะคะ เรามาดู type สุดท้ายนะคะ ชนิดตัวแปรชนิดนี้ เดี๋ยวเราจะได้เรียน เป็นตัวแปรที่เรียกว่าอะไร แบบตัวแปร d นะคะ เดี๋ยวจะพิมพ์ type d ดังนั้นเด็ก ๆ จำนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขนี่ ก่อนจะพิมพ์ชื่อตัวแปรต้องกด ไม่ใช้กด หลังจากพิมพ์ไปแล้วกดเว้นวรรคแล้วค่อยใส่เครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็วรรค แล้วก็ใส่ค่าชนิดของข้อมูลที่เป็นตัวเลขลงไปนะคะ เรามาดู type d กัน type d เป็นตัวแปรแบบไหนนะคะ ดูผลลัพธ์นะคะ Type D บอกว่าเป็นลิสต์ ตัวแปรแบบ List นะคะ เราจะพูดถึงในหัวข้อต่อไป แล้วยังมีอีกตัวหนึ่ง ตัวแปรแบบที่เรียกว่า ... นะคะ ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปเหมือนกันนะคะ ก็คือเมื่อใดที่เราอยากรู้ชนิดของตัวแปรนะคะ เราจะต้องพิมพ์ชนิดของ type แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เห็นไหมคะ แล้วในเครื่องหมายวงเล็บ สังเกตเมื่อเราเลื่อนเมาส์ไปที่คำสั่งนั้น มันจะมีรูปแบบให้เห็นเหมือนในตัวอย่างเลยที่เป็นกรอบหน้าต่างขึ้นมา เห็นไหมคะ ตามด้วยอะไรก็แล้วแต่ แล้วก็วงเล็บ แล้วก็ตามชื่อ Name เห็นไหม ... หรือ 0.24 เห็นไหมคะ ถ้าใช้ Colab ถ้าเราชี้เมาส์ไปยังตำแหน่งตัวแปร ตัวแปรนี้เป็น Intier ตัวแปรนี้เป็น list เป็น item หรือ 4 ชนิดนะคะ หรือ 4 ส่วนอะไรอย่างนี้นะคะ นี่คือคำสั่ง Type เดี๋ยวเรามาดูคำสั่งถัดไปนะคะ มันคือคำสั่ง type นะคะ พวกนี้คือคำสั่งพื้นฐาน บางทีมันเรียกใช้ก็เลยต้องสอนนะคะ บางทีมันต้องใช้เลยต้องรีบ ๆ สอนนะคะ นะคะ len นะคะ เป็นคำสั่งสำหรับใช้วัดความยาวของตัวอักษร ก็คือเราอยากรู้ว่าข้อความนะคะ หรือว่าตัวอักษรที่เราเขียนลงไปนี่มีกี่ตัว เขาบอกว่าคำสั่งนี้ วัดความยาวตัวอักษร ชนิด string ชนิด tuple ชนิด List หรือ Range เดี๋ยว string รู้แล้วว่าเป็นข้อความ แล้ว Byte ล่ะ เป็นอย่างไร แล้ว Tuple ก่อนอื่นให้ดูที่รูปแบบ เราจะต้องพิมพ์คำสั่ง Len แล้วตามด้วยวงเล็บ ในวงเล็บก็ใส่ตัวแปรหรือข้อมูลลงไปแค่นั้นเองนะคะ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเรามาดูว่าวิธีการใช้งานคำสั่งนี้ใช้อย่างไรนะคะ นี่นะคะ คำสั่ง len นะคะ พิมพ์ Len แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ ในวงเล็บนั้นก็ใส่ตัวแปรหรือข้อมูลลงไปแค่นั้นเองค่ะ ทีนี้เรามาดูวิธีการใช้งานนะคะ ด้วย Colab กัน มันก็จะยากตรงสลับไปสลับมานี่ล่ะ แล้วก็ลืมสลับ เมาส์หลุดออกนอกวงโคจรไปไหนแล้ว โอเคมาแล้วนะคะ สัญญาณเมาส์ อยู่เฉย ๆ ก็ใช้ไม่ได้ ตายแล้ว เกิดปัญหากับเมาส์ของเราเล็กน้อย นี่ เมาส์ไม่เห็นเลย เปลี่ยนเมาส์ใหม่ ไม่ไหวเลย เมาส์เป็นอะไร เดี๋ยวขอเปลี่ยนเมาส์ก่อนนะคะความไวมันไอนี่ไป มันไม่ได้ แป๊บหนึ่ง ขอใช้เมาส์ตัวเดิม เมาส์ตัวนี้ไม่เวิร์กเกิดอะไรขึ้น เมาส์เป็นอะไร เรามีปัญหากับเมาส์ทำไมมีปัญหากับเมาส์เรามากเลยวันนี้ มันไม่ได้น่ะ เกิดอะไรขึ้น หรือวาตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ปิดเครื่องนี่ เครื่องเราแฮงค์ไปแล้วหรือ หาหัวเมาส์ไม่เจอ ทำไมไปหน้าอื่นไม่ได้เดี๋ยวนะ มา Setting ก็ไม่ขึ้น Cursor speed แป๊บหนึ่งนะคะ ขอตั้งเมาส์ก่อน เจอแล้ว ๆ โอเคได้แล้ว เกิดการหาเคอร์เซอร์เมาส์ไม่เจอนะคะ โอเคได้แล้ว ดูนะคะ ที่ Colabคำสั่งของเราเมื่อกี้ คือ len l-e-n ได้หรือยังนะ ของเรานะคะ คือ len l-e-n แล้วก็ใส่วงเล็บ เครื่อหมายวงเล็บอย่างนี้นะคะ ข้างในวงเล็บใส่อะไร ข้างในวงเล็บใส่ฮัลโหล เสียงใครไม่ชัด ฝั่งคำสั่ง len นะคะ l-e-n len แล้วตามด้วยหรือข้อมูลนะคะ ใส่ตัวแปรหรือข้อมูลอยู่ในวงเล็บนะคะ เป็นคำสั่งที่ใช้วัดความยาวของตัวอักษรนะคะ เช่น ถ้าเมื่อกี้ตัวแปรของเราก็คือ A พิมพ์คำว่าข้อความนะคะ แล้วจะให้ดูว่าก่อนอื่น ๆ สมมติตัวแปรนี้นะคะ ที่เป็น Str นี่ สมมติตัวแปร name = ชื่อใครดีเอ่ย อยากรู้ชื่อของแฝดมีกี่ตัวอัการ มีกี่ตัวอักษร len ปุ๊บ แล้วตามด้วยวงเล็บ แล้วในวงเล็บ ก็คือใส่ตัวแปร name ลงไป พิมพ์ตัวแปร name ลงไปเดี๋ยวกด play ให้ดูนะคะ ว่าชื่อนพมีความยาวกี่ตัวอักษร เห็นไหมคะ นพกิตมีความยาว 5 ตัวอักษรเพราะอะไร เพราะเขานับ ก. ไก่ 3 สระอิ 4 นะคะ แล้วก็ ต. เต่า 5 ก็เลยมี 5 ใครอยากรู้ชื่อตัวเองยาวเท่าไรลองดูนะคะ ของใครดี ของวริษาบ้าง ดูนะคะ เปลี่ยนเป็นวริษา ความยาวเท่าไร 5 เท่ากับนพกิตเลยนะคะ อันนี้แบบที่ 1 ว่า เรียกตัวแปรนะคะ เช็กจากที่เป็นตัวแปรกับแบบที่ 2 นะคะ แบบที่ 2 ก็คือตัวข้อมูลนะคะ เช่น เช่น ถ้าไม่ใส่อะไร ลองดูมันจะนับอย่างไรนะ name แล้วก็เป็นค่าว่างเปล่าอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวลอง len name ให้ดู0 ไม่มี เพราะไม่มีค่าอะไรอยู่ข้างในนั้นเลยเห็นไหมคะ หรือชื่ออาจารย์พ่อ ดูนะคะ มันจะนับ นับอะไร นับเห็นไหมคะ นับตัวอักษรนั่นเองนะคะ นะคะ ตัวอักษรที่อยู่ในข้อความที่เป็น string นั่นเองแล้วทีนี้ ในกรณีที่เป็น list หรือ tuple name list ก็จะมี ถ้าเป็น list สังเกตง่าย ๆ ก็จะมีนี่ ตามด้วยข้อมูลที่เราจะใส่เข้าไป แล้วในข้อมูลแต่ละตัวก็จะคั่นด้วยเครื่องหมาย โคลอน เช็ก namelist ทีนี้ ดูตัวแปรนะคะ ขอโทษ ปีกกาตัวที่ 2 ต้องเป็นเครื่องหมายอะไรคะ เพราะลักษณะข้อมูลเป็นชนิดเดียวกัน นี่ เห็นไหม แต่ถ้าเป็น list มันจะนับตามอะไร ตามช่วงที่คั่นด้วย Colon มันจะนับเป็น 1 ในนี้ จะมีขนาด 1, 1, 1 รวมกันเลย ออกมาเป็น 3 สังเกตนะคะ นับต่างกันนะคะ ในนัตบัวตอย่า่างงกเหับ็ฯไห มคะn ameอั นนีใ้นคตืัอวอยถ้่างา อย่างนี้ เขาจะนับเป็นชุด 1 ข้อมูล 1 ข้อมูลอย่างนี้นะคะ นับต่างกันนะคะ แต่ถ้าเมื่อกี้เป็น เป็น string ที่บอกน่ะ มันจะนับตามตัวอักษรที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูด วิธีการนับจะต่างกันนะคะ นี่คือคำสั่ง len นะคะ มาดูคำสั่งต่อไปที่เราจะเรียนในวันนี้นะคะ Max กับ Min แล้วก็ min ก็คือค่าที่ต่ำสุด คำสั่ง max คำสั่ง min นั่นเองนะคะ สำหรับคำสั่ง Max หรือ คำสั่ง Min ชื่อก็บอกอยู่แล้ว max หาค่าที่มากที่สุด ส่วน min ค่าที่... กดผิดขอโทษ Min ข้อมูลที่น้อยที่สุดในข้อมูลชุดนั้น ๆ รูปแบบแค่สลับนะคะ ก็คือถ้าเราต้องการหาค่ามาก เราก็ใช้คำสั่ง max รูปแบบก็คือพิมพ์คำสั่ง max แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ แล้วก็ตามด้วยชื่อตัวแปรนะคะ หรือพิมพ์ข้อมูลลงไปในวงเล็บแค่นั้นเองนะคะ ส่วนถ้าต้องการ เมื่อใดที่เราต้องการหาค่าที่น้อยที่สุดนะคะ เราก็พิมพ์คำสั่ง Min แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย วงเล็บ ตัวแปรหรือข้อมูลนั้น ๆ ลงไป เรามาลองกันดูนะคะ เราจะหาคำสั่ง max จากตัวแปรชุดนี้ ตอนนี้เราจะหยุดที่คำสั่ง max ก่อนนะคะ รูปแบบนะคะ แล้วก็ตามด้วยตัวแปรนะคะ เรามาดูตัวแรกนะคะ เรามาดูคำสั่ง max ก่อนนะคะ เราจะไปที่ Colab รูปแบบ ก็คือพิมพ์คำว่า max ดูแบบ max ที่ดึงมาจากตัวแปร เพราะฉะนั้นเขาจะต้องสร้างตัวแปร ตัวแปร number นั่นเองนะคะ ตัวแปรชื่อว่า number นั่นเอง เก็บข้อมูลตัวเลข นะคะ สมมติตัวเลขที่เราอยากใส่ อยากได้เลขอะไรบอกมาเลยเด็ก ๆ ใส่ลงไปให้ (นักศึกษาชาย) 64 ครับ (อาจารย์สุธิรา) 64 ต่อไปค่ะ อยากได้เลขอะไรอีก อยากได้เลขอะไรอีกเอาเป็นเลขตัวเดียวก่อนจะได้ชัด ๆ ตอนนี้มี 6 แล้ว มี 4 มีอะไรอีกคะ ใครอยากได้เลขอะไรอีก อีกสัก 2 ตัวลูก ตอนนี้เรามีเลข 6 มีเลข 4 ฮัลโหล เงียบ (ล่าม) พี่แฝดบอกว่าเลข 1 ค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) เลข 1 ได้ค่ะ ใส่เลข 1 เข้าไปขออีกสักตัวหนึ่ง (นักศึกษาหญิง) เลข 8 ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) มุขบอกเลข 8 นะคะ ดูนะคะ ตัวแปร number เรามีเลข 6 มีเลข 1 มีเลข 4 มีเลข 6 มีเลข 8จากตัวแปร num เราก็พิมพ์คำว่า "max" แล้วก็ใส่วงเล็บนะคะ ในวงเล็บนั้นเราก็เรียกตัวแปร num มา เสร็จแล้วลอง Play ให้ดูเห็นไหมคะ ถูกต้องไหม เลข 8 มากกว่า 6 มากกว่า 1 มากกว่า 1 ถูกต้องไหมคะ ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) เรียกตัวแปรมาใช้นะคะ เรียกตัวแปรเช็กค่าที่สูงที่สุดจากตัวแปรนะคะ แล้วเรามาดูอีกแบบหนึ่งนะคะ เราจะใช้คำสั่ง Max พิมพ์ตัวเลขลงไปในนั้นเลย พิมพ์คำว่า "max" แล้วก็ในวงเล็บใช่ไหม ทีนี้เด็ก ๆ อยากได้เลขอะไร ตัวนี้เลขหลายตัวก็ได้นะคะ หลักร้อย หลักพัน ก็ได้ พูดมาเลยใครจะพูด เอาเลขอะไรดีคะ ชุดที่ 1 หลักร้อย ใครจะเป็นคนคิดเลขตัวนี้ชึ้นมา (นักศึกษาชาย) 191 ครับ (อาจารย์สุธิรา) 191 ชุดที่ 1 แล้วเราจะคั่นด้วย , นะคะ ตัวเลขชุดที่ 2 ใครจะพูด หลักหน่วยก็ได้ หลักสิบก็ได้ พูดได้หมดจะเอาหลักล้านก็ได้ ได้หมด เอาหลักอะไรดี เมื่อกี้มุกพูดไปแล้ว เอาใครดีนะใครจะให้ตัวเลขตัวต่อไปของเรา จะได้ว่าแม่ไม่ได้เป็นคนสร้างเลขมาเอง ขอ (ล่าม) พี่แฝดบอกขอ 160 ค่ะ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) 160 พี่แฝดให้เลข 160 มาแล้ว มีใครอยากให้หลักมากกว่าร้อยไหมคะ เอ็มเอาเลขอะไรดีลูก ขอเลขสัก 1 ชุดเอ็ม หลักร้อยเพื่อนให้มา 191 มี 160 เอ็มให้เลขอะไรดีครับ เอ็มไม่เปิดเสียง เดี๋ยวลองดูคนอื่น วันนี้เจ้าเขียดทำไมไม่เปิด เชอร์รี่ไม่เปิดกัน บิวก็ไม่เปิดจอแหะ เอ็มให้มา 113 ใบ้หวยกันแล้ววันนี้ เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ เอาอีก เอาได้เยอะ ๆ เลยชุดนี้ก็ได้ มาวัดกันสิเลขจะออกที่ใคร หวยจะออกที่ใคร พี่เอ็มให้มาแล้ว พายุ ๆ เปิดกล้องไหม ไม่เปิดนะ นิวล่ะ นิวก็ไม่... นิวเปิดอยู่ นิวขอเลขหน่อย ขอตัวเลขหน่อย ให้มากกว่าเพื่อนก็ได้ หรือจะให้น้อยกว่าเพื่อนก็ได้ อยากใส่เลขอะไร ธัญลักษณ์ให้มา 259 พิมพ์มาให้แล้วนะคะ มี 259 มาแล้วนะคะ ตวนี้ อยากให้เลขอะไรครับ ขอหลาย ๆ ชุดจะได้เห็น (ล่าม) 21 เอาเป็นหลักพันหลักหมื่นก็ได้ (อาจารย์สุธิรา) เอาหลักไหนก็ได้ อยากให้มีตัว 2 (ล่าม) 200 208 208 208 281 ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) 281 โอเค 281 นะคะ มีคนส่งในแชตหลายคนอยู่ เดี๋ยวขอดูด้วยนะคะ มีของใครแล้วบ้าง 259 กับ 368 ได้หลายตัวแล้ว น่าจะพอแล้ว 368 อีกตัวหนึ่ง เรามาดูกันนะคะ เลขชุดนี้ที่ประกอบไปด้วย 113 259 281 และ 368 max ก็คือเลขที่จำนวนที่สูงกว่าเพื่อน ดูด้วยตานี่ เด็ก ๆ จะเห็น การประมวลผลของคำสั่งนะคะ คำตอบ ก็คือ 368 นะคะ เลข 368 สูงที่สุดถูกต้องไหมคะ เมื่อกี้เพราะบอกแล้วว่า เด็กให้ใส่เลขเยอะกว่านี้ก็ได้ อันนี้ max แล้วลองมาดู min คำสั่ง min นะคะ ก็ใช้รูปแบบเหมือนกันแต่เปลี่ยนจาก max นะคะ เราจะใช้คำสั่งชุดเดิมเลยนะคะ แต่จะเปลี่ยนแค่ max เป็น min จะใช้วิธี Copy เอาแล้วกัน แล้วเปลี่ยนแค่ตัวคำสั่งจาก max นี่เป็น M-i-n จะใช้เลขชุดเดิมที่เด็ก ๆ บอกมาในข้างต้น ก็คือ 191, 160, 113, 259 และก็ 368 เมื่อกี้ตอน Max ค่า Max คือ 368 ค่า min เห็นไหมคะ 113 คือ ค่าที่น้อย น้อยที่สุดในบรรดาเลขในชุดนี้นะคะ ถูกต้องไหม เห็นไหมคะ เพราะตอนใส่เลข เห็นไหม เด็ก ๆ จะต้องค่อย ๆ เรียงก่อนว่าเลขไหนมากกว่า เลขไหนน้อยกว่ากัน ใส่เข้ามาเลย อยากใส่มากใส่น้อยแป๊บเดียวนะคะ ลองอีกไหมคะ ตัวเลขเยอะ ๆ กว่านี้ ให้เด็ก ๆ พิมพ์เลข อย่างน้อย 5 ตัว ลงมาในแช็ตเลย เดี๋ยวแม่จะเอา ก๊อบ (ปี้)ลง เรามาเล่นเกมนี้กัน ให้พิมพ์ตัวเลขอย่างน้อย 5 ตัวนะคะ อย่างน้อยพิมพ์ตัวเลข 5 ตัวลงในแชตค่ะ ทุกคนเลยค่ะ แล้วเดี๋ยวจะเอาเลขชุดนั้นมาหาค่า max ค่า min ดูสิว่าใครจะให้เลขเยอะที่สุด ใครจะให้เลขน้อยที่สุด ใครจะให้เลขมากที่สุด พิมพ์แล้วจำนะคะ ตัวเลขให้เลขอะไรมา ตัวเองเป็นเลขที่มากที่สุดหรือเปล่านะคะ คนแรกเข้ามาแล้วของเจ้ามุขนะคะ 997 กับ 88 เดี๋ยวจะเอาขึ้น โค้ดไว้นะคะ ค่าแรกที่เราจะหานะคะ เลขชุดแรกของมุกนะคะ เลขชุดที่ 2 เป็นของ ภากรณ์ ภากรณ์ นิว นะคะ นิวส่งมาแล้ว เดี๋ยวตรวจให้ ใครส่งเข้ามาอีก ของพี่โฟร์ พี่โฟร์ 9 ทุกตัวเลยครับ ต่อไปพี่แฝด พี่แฝดส่งมาแล้ว ดูสิมีใครส่งมาเพิ่ม ตอนนี้ได้เลขของมุก ของมิวนะคะ แล้วก็ของโฟร์ แล้วก็ของแฝด คนอื่นไม่พิมพ์หรือลูก พิมพ์มาเลยเยอะ ๆ เราจะได้เห็นว่ามีเลขเยอะ ๆ มีน้อยมันจะดูง่าย เอาเยอะ ๆ เลยจะได้เห็นว่าเลขเยอะ ๆ เลขตัวไหนเป็นเลขที่เยอะที่สุด ใครยังไม่พิมพ์พิมพ์มาเร็ว วันนี้เจ้าเขียดเงียบไปเลย กล้องก็ไม่เปิด ไม่อยู่กันแล้ว พูดถึงโผล่ขึ้นมาเลย ของเขียด เชอร์รี่ เชอร์รี่ส่งมาอีกสิลูก รอบเมื่อกี้ยังส่งมาเลย เลข 5 ตัว มาแล้ว เชอรี่ก็มาแล้ว พายุ พายุอยู่ไหน พายุพายุพิมพ์หรือยัง ยัง เจ้าอบเจ้าอุ้มพิมพ์มาหน่อย กล้องก็ไม่เปิดเจ้ามิ้นน่ะ เจ้ามิ้นน่ะ พิมพ์มา วันนี้ไม่เห็นพี่ตี๋ พี่ตี๋ไม่อยู่หรือ (นักศึกษาชาย) อยู่ครับ โทรศัพท์ผมแบตเตอรี่หมด ผมเลยใช้บัญชีของโฟร์เข้า ตอนนี้อยู่กับโฟร์ครับ (อาจารย์สุธิรา) โอเคอยู่ด้วยกัน โอเค ทำไมอรวรรณมี 2 อรวรรณแล้ว หลัก 9 เยอะนะนี่ รอบนี้ คนอื่นไม่พิมพ์แล้วนะคะ เลขเยอะพอสมควรแล้ว เลขที่ส่งมามี 99799788 ของมุก ของ ของใครเอ่ย ของมุกหรือ 99788 ของนิว ของโฟร์ 9999ของนพกิต 45522 88 ของธัญลักษณ์ 93, 457 นะคะ ของเจ้าเชอรี่ เดี๋ยวให้ดูนะคะ เลขที่ส่งมานี้ ของใครมีค่ามากที่สุด อันนี้น้อยน่าจะรู้แล้วว่าใครน้อยที่สุด max 99999 เลขที่สูงที่สุดใน 5 หลัก ก็คือของโฟร์ใช่ไหมคะ เพราะของเพื่อน 99 อยู่แค่ 997 มี 999 อยู่คนหนึ่ง ของเจ้าเขียดแต่ยังไม่สู้ของโฟร์ แล้วมาดูค่า Min จากเลขชุดเดิม min ก็คือค่าที่น้อยที่สุดนะคะ เราจะมาดูนะคะ ค่า min ผลลัพธ์คืออะไรในเลขชุดเดียวกันที่ส่งมาให้ ของใครนะ 45222 ของใครเอ่ย 45222 ของพี่แฝด เลขพี่แฝดมีค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม ของคนที่มีค่ามากที่สุดนะคะ max กับ min นะคะ max ก็คือ 9999 min ก็คือ 4522 ก็คือของพี่แฝดนะคะ ของคนอื่นก็คือค่าที่ไม่ใช่มากที่สุดแล้วก็ไม่ใช่น้อยที่สุด นี่คือคำสั่ง max แล้วก็คำสั่ง min นะคะ เรามาดูอีกคำสั่งหนึ่งนะคะของวันนี้ มาดูตัวแปรที่ twople ก็คือ ที่บอกไว้นะคะ ว่าเป็นลักษณะอย่างไร Tuple อธิบายตัวแรกก่อน Tuple ตัวแปรที่เก็บข้อมูลแบบลำดับ แบบลำดับหมายถึงอย่างไร ก็คือ ใส่เข้ามา ใส่อันไหนเข้ามาก่อน ตัวนั้นก็จะอยู่ลำดับก่อน เหมือนรูปแบบก็คือเราจะต้องพิมพ์ชื่อตัวแปรนะคะ ว่า twople นะคะ แล้วก็ระบุว่าเป็น tuple แล้วก็ตามด้วยข้อมูลที่จะใส่นะคะ ข้อมูลที่จะเก็บน่ะค่ะ เช่น ถ้าเป็นข้อความก็ใส่เครื่องหมาย ซิงเกิลโคดหรือดับเบิลโคดตัวแปรอย่างนี้เป็นข้อความนะ วงเล็บนี้หมายถึงวงเล็บที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมนะคะเด็ก ๆ ไม่ใช่ที่เป็นโค้ง ๆ ที่เป็น max min นะคะ อันนี้น่าจะเป็นแบบฟอนด์ ที่เป็นเหลี่ยมอย่างนี้ ฟอนต์เปลี่ยนฟอนต์ มันจะอยู่ลักษณะของตัวแปรประเภทลักษณะตัวแปรที่เป็น list กับ tuple ในวงเล็บที่เป็นสี่เหลี่ยมอย่างนี้ค่ะ อันนี้พูดถึง tuple คราวนี้มาดู list ตัวแปรแบบลิสต์นะคะ ก็คือตัวแปรที่เป็น compow ก็คือ Data ก็คือข้อมูล ตัวแปรที่เก็บค่าข้อมูล แต่เก็บได้หลายค่า สามารถเก็บได้หลายค่า จะอยู่ในรูปเห็นไหมคะ ตัวแปรจะอยู่ในเครื่องหมายสี่เหลี่ยมใหญ่ใช่ไหม tuple สรุปแต่ถ้า Twople อยู่ในวงเล็บปกตินะคะ จำสลับกันเสียแล้ว เพราะฉะนั้น ตอนแรกถูกแล้ว วงเล็บแบบปกตินะคะ ความแตกต่าง twople กับ to list มันแตกต่างกันนะคะ เห็นไหมคะ นี่ รูปแบบของ Tuple จะอยู่ในวงเล็บธรรมดานะคะ แต่ถ้า list จะอยู่ใน ขอโทษกดผิด จะอยู่ในวงเล็บสี่เหลี่ยม ที่เป็น 4 แต่ต่างกันแค่ตรงนั้น ส่วนตัวชนิดข้อมูลอะไร มีเหมือนกันเลย ใส่ได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ตัวเลขนะคะ ใส่เข้าไปได้เลย ทีนี้ลองมาดูการใช้งานนะคะ การใช้งาน List กับ Tuple มันจะใช้งานอย่างไร วิธีการนะคะ ก็คือเวลาประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า tuple นี่ รูปแบบ เราจะเปิด Colab เหมือนเดิมนะคะ บอกแล้วว่ารูปแบบก็คือมันจะอยู่ มันจะเป็นชื่อตัวแปรแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ แต่ข้อมูลน่ะค่ะ เวลาขั้นข้อมูล จะขั้นด้วย Comma หรือลูกนน้ำน่ะ เดี๋ยวมาดูวิธีการนะคะ เช่น ทีนี้ถ้าเราตั้งแล้วกลัวมันไปซ้ำกับชื่อตัวแปรปกติ วิธีการ เราก็เพิ่มคำว่า "tuple" เข้าไป เราจะได้รู้ว่าตัวแปรนี้ เป็นตัวแปรชนิด tople เช่น นะคะ เราก็พิมพ์ เช่น name twople อย่างนี้ สังเกต ถ้าไปพิมพ์เหมือนตัวนั้นน่ะ มันจะเป็น... เขาเรียกว่า คำสงวน ตัวแปรนั้นจะใช้ไม่ได้ เหมือนที่มันขึ้นมา แต่ของเราไม่ใช่ เราพิมพ์ name แล้วก็ตามด้วย tuple แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย แล้วก็ใส่วงเล็บนะคะ วงเล็บปกตินะคะ ถ้าเป็น tople เช่น ถ้ามีข้อความว่าชื่อ แล้วคั่นชุดข้อมูลใช่ไหมคะ ด้วยเครื่องหมาย Colon (:) เพราะฉะนั้นไอ้ตัวที่อยู่หลังคั่น 0.1 อย่างนี้นะคะ สังเกตว่าถ้าข้อมูลเริ่มต้น เราก็ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดเหมืนกันนะคะ set ถ้าเป็น tuple น่ะ ชนิดคล้ายกัน ก็จะใช้รูปแบบเดียวกันนะคะ เลื่อน กับอีกแบบหนี่ง num นะคะ num tuple ก็คือ twople ของตัวเลข เช่น ข้อมูลในวงเล็บ ก็คือ 0.1 เราก็ขั้น ก็คือชนิดจำนวนจริง 0.24 อย่างนี้นะคะ เราจะขึ้นแบบนี้เแบบนี้เสมอ คั่นด้วย Colon เสมอนะคะ 0.53 อย่างนี้นะคะ 54 ดูนะคะ แล้วพอต้องการให้แสดง เช่น print อะไร print () print name name ใน tuple เดี๋ยวแก้ไปทีละตัวก่อน ขึ้น Error ก็ลบก่อน ไม่ยากเลย เห็นไหมคะ ถ้าตัวแรก... ชุด tuple ตัวแรก ถ้าสั่ง print ออกมาก็จะออกมาเป็นลักษณะนี้เลย print เป็นลักษณะนี้เลย ตามนี้เลยนะคะ แต่ถ้าเป็นตัวเลข แต่ถ้าเป็นตัวเลขนะคะ เขาบอกว่าใช่เครื่องหมายคั่นได้เลย n-u-m num ขึ้น code ใหม่ก็ได้ นะคะ num ตัวแปรชื่อ tuple ใช่ tp แล้วกัน ตัวย่อ tp ย่อมาจาก tuple นะ เวลาตั้งชื่อตัวแปรนะคะ เวลาเครื่องหมายวงเล็บ ก็ตามด้วยตัวเลข 1, 5, 9 นะคะ เราขอ print ให้ดู เพื่อจะได้รู้สิ่งที่ print ออกมา จะเหมือนที่เรากำหนดไหมนะคะ นะคะ tuple นี้ประกอบไปด้วยชุดข้อมูล1, 5, 9 อย่างนี้นะคะ ถ้ามีชุดข้อมูลมากกว่านี้ ก็ใส่เลขเข้าไป ใส่ Colon เข้าไปนะคะ , ขั้นเข้าไป... โทษทีพูดผิด คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า หลักการง่าย ๆ ก็คือถ้าเป็น tuple จะอยู่ในวงเล็บ เราจะเปลี่ยนจาก nametuple เป็น name list นะคะ เปลี่ยนเป็น list ใช้หลักการเดียวกัน namelist เป็นชื่อเฉพาะ วิธีการไม่ให้มันซ้ำ เห็นไหมคะ ขีดล่างเข้าไปอย่างนี้นะคะ แล้วเราก็จะก็อบตัวแปรนั้นมาวางที่คำสั่ง print เดี๋ยวนะคะ ขอแก้รูปแบบวงเล็บที่ใช้ ต้องเป็นวงเล็บที่เป็นสี่เหลี่ยมใช่ไหมคะ ถ้า list วงเล็บจะเป็นสี่เหลี่ยมแบบนี้นะคะ ต้องแก้วงเล็บด้วย เห็นไหมคะ ลักษณะที่ออกมา เขาจะแยกเป็นวงเล็บเป็นตัวแยกน่ะค่ะ แยกให้รู้ว่าวงเล็บที่เป็นสี่เหลี่ยมนี่มันจะเป็นลักษณะของตัวแปรที่เป็น list นะคะ ตัวเลขก็เหมือนกันก็คือแก้จากวงเล็บปกติเป็นวงเล็บสี่เหลี่ยม แล้วก็ชื่อ ชื่อจาก tuple ก็เป็น list นะคะ อย่างนี้ ต้องแก้รูปแบบวงเล็บ นะคะ เป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่ใช่วงเล็บแบบนี้แค่นั้นเองนะคะ ตัวนี้นี่ จะได้ใช้เมื่ออะไร เมื่อ เรียนเรื่องฐานข้อมูลนะคะ พอเรียกใช้ฐานข้อมูล เพราะพวก people มันจะเป็นข้อมูลที่มีลักษณะเป็นชุด เพราะฉะนั้น การทำงานกับฐานข้อมูลนี่ ข้อมูลมันจะมาเป็นชุดนะคะ อันนี้จะไปเห็นชัดเมื่อใช้งาน ฐานข้อมูลคำสั่ง tuple ตัวแปร tuple กับตัวแปร list อันนี้ให้ดูไว้ ศึกษาไว้แล้วกัน แล้วพอเข้าคลาส แล้วเราก็ค่อยมาดำเนินการอย่างละเอียดอีกทีหนึ่งนะ เพราะอันนี้ถ้าทำอย่างนี้ก็จะมองไม่เห็นภาพนะคะ และคำสั่งสุดท้ายสำหรับวันนี้นะคะ ของวันนี้นะคะ ก็คือคำสั่ง... zip ค่ะ เห็นไหมคะ คำสั่ง sip เป็นคำสั่งที่เอาไว้รวม tuple 2 อันก็คือ ถ้าในฐานข้อมูลเปรียบเทียบมันก็จะเหมือนตารางข้อมูล ก็คือการจับตารางข้อมูล 2 ตารางมารวมกัน มารวมให้เป็น tuple เดียวนะคะ วิธีการนะคะ ก็คือพิมพ์คำว่า "zip" แล้วตามด้วยtuple ที่ 1 แล้วก็คั่นด้วยเครื่องหมาย Comma นะคะ แล้วก็ตามด้วย tuple ที่ 2 นะคะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าคำสั่งนี้ใช้อย่างไรนะคะ ก่อนอื่นเราก็ต้องสร้าง tuple เสียก่อนนะคะ ดูนะคะ เราก็ต้องไปสร้าง tuple ไปสร้าง tuple สำหรับจะเรียกใช่ไหม เรียกใช้เจ้า tuple ทั้ง 2 ตอนนี้เมื่อกี้ tuple เราจะมีตัวที่ 1 เดี๋ยวจะเอาตัวนี้ล่ะนะคะ เดี๋ยวก๊อปฯ มาเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลา อันแรกนะคะ แบบที่ 1 แล้วก็จะใช้ชื่อ tuple เลย ก็จะได้เข้าใจง่าย ๆ tuple 1 tuple 1 นะคะ เราก็จะมี ข้อมูลเกี่ยวกับ ตัวหนึ่ง tuple 2 ตัวแปร tuple 2 เห็นเลย เรียกใช้ 2 tuple อย่างนี้เลย tuple2 เอาตัวเลขชุดนี้เลยนะคะ จากเมื่อกี้นี้ สร้าง tuple กับ list ในช่วงแรก มาเปลี่ยนเป็นข้อมูล tuple 1 tuple 2 tuple1, tuple2 ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลา ก็คือใช้ตัวเดิม เรามี 2 tuple แล้วใช่ไหมคะ อันนี้ tuple 1 เพื่อเก็บข้อมูลประเภทข้อความนะคะ แล้วก็เก็บข้อมูลที่เป็นตัวเลข ทีนี้เราจะมาใช้คำสั่ง zip zip แล้วตามด้วยอะไรคะ tuple 1 เห็นไหมคะ tuple1 แล้วก็คั่นด้วยเครื่องหมาย Comma แล้วก็ตามด้วย tuple2 เห็นไหมคะ ทีนี้ถ้าจะสั่ง print มันสั่ง print คำสั่ง zip ไม่ได้ ตรงก่อนคำสั่ง zip นี่เราจะให้เป็นตัวแปรที่เขียนข้อมูล สมมติตัวแปรนี้ก็คือ test ชื่อว่า test นะคะ ชื่อตัวแปรนี้ ว่า test เพื่ออะไร เพื่อเก็บข้อมูล เพื่อแสดงข้อมูล zip นะคะ ที่มันแสดง ก็คือใช้คำสั่ง print ใช่ไหมคะ ก็คือ test เพราะอะไรคะ เพราะ test ก็คือ ตัวแปร test มาจาก zip tuple 2 tuple นะคะ มารวมกันผ่านคำสั่ง zip นะคะ เมื่อใช้คำสั่ง print เพื่อต้องการให้แสดงจาก 2 tuple นี้แสดงมันบอกว่า Zip Error เวลาจะใช้คำสั่งเพื่อแสดงข้อมูลใน 2 ส่วนนี้นะคะ มันจะต้องเป็นคำสั่ง print แล้วก็ตามด้วย แล้วก็ตามด้วย เพราะข้อมูลในลักษณะ tuple ชุดนะคะ ก็เลยต้องใช้คำสั่ง printlist แล้วก็ตามด้วยชื่อตัวแปรนะคะ print แล้วก็ตามด้วยคำว่า "list" แล้วมีวงเล็บซ้อนอีกทีหนึ่ง ชื่อตัวแปรที่เราจะเรียกมาปิด เห็นไหมคะ มันจะไปดึงข้อมูล เห็นไหม รวม ดูลักษณะการรวมนะคะ ก็คือจับคู่ชุดที่ 1 กับชุดที่ 1 ชุดที่ 2 เห็นไหมคะ 0.1 กับ 5 เดือนกับ 9 เห็นไหมคะ มันจะรวมทีละ tuple ที่ตรงกันในชุดที่ตรงกัน ที่เราคั่นด้วยเครื่องหมายcolon เห็นไหม มันจะรวมเอาชื่อกับเลข 1 เห็นไหมคะ เพราะรวมกับ tuple 1 ข้อมูลชุดแรกก็คือชื่อ ข้อมูลชุด 2 ก็คือเลข 1 เป็นแบบนี้เลยเห็นไหมคะ นี่คือคำสั่ง zip แต่เวลาเรียกใช้นี่ ต้องใช้ print list เป็นตัวช่วยนะคะ เพื่อให้มันแสดงรายการในชุดข้อมูลนั้น ๆ ออกมานะคะ มันจะรวมในลักษณะแบบนี้ บอกแล้วว่าไอ้พวกนี้ พวก tuple พวก zip นี่มันจะใช้เมื่อเราเรียนเรื่องฐานข้อมูล ตอนนี้เรายังไปไม่ถึงตรงนั้น แต่บอกไว้ก่อนล่วงหน้า เราจะได้เจอคำสั่งนี้แน่นอน ในสัปดาห์นี้นะคะ เราจบเท่านี้นะคะ เมื่อกี้พี่แฝดเข้ามาทีหลัง เรื่องเสื้อคณะที่เพื่อนโพสต์ในกลุ่ม เดี๋ยวเช็กข้อมูลให้แล้วเช็กข้อมูลให้ แล้วจะมาบอก บอกว่าให้จ่ายเงินกับเพื่อนหรือเปล่าในกลุ่ม Line ของเรา เพราะว่าเดี๋ยวว่าพี่ล่ามจะได้ช่วยล่าม เดี๋ยวพี่แต๋มกับพี่อุ้ยใครอยู่ตอนนี้ อยู่ด้วยกันทั้งอุ้ม ทั้งแป๋ม มันมีเรื่องนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาแจ้งเสื้อสาขาน่ะ ก็เลยกลัวเป็นปัญหา เพราะไม่มีกิจกรรมทำไมถึงสอบถามรายละเอียดแล้วจะมาแจ้ง ช่วยอธิบายให้น้องฟังด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ยังไม่ต้องรีบร้อนจ่ายเงิน ใจเย็น ๆ ขอเช็กก่อน ๆ เดี๋ยวมันเป็นปัญหาทีหลัง เพราะงงมากอาจารย์ไม่รู้เรื่อง เรื่องของเรื่อง (ล่าม) คือ เก็บค่ากิจกรรม แต่มหาวิทยาลัยไม่ให้จัดกิจกรรม ถึงสั่งเสื้อมาก็ไม่ได้เข้ากิจกรรม ทำไมต้องมาเร่งเก็บด้วย แล้วอาจารย์คนอื่นไม่รู้เรื่องด้วย นึกออกไหม เร่งว่า เห็นไหม ในนั้นระบุว่าต้องส่งเงินภายในวันศุกร์นี้หรือเปล่านะ (เจ้าหน้าที่) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ก็คือถ้าเป็นของคณะ ต้องแจ้งเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบว่าเราต้องมีเก็บเงินเด็กเด้อ เราจะได้มาแจ้งเด็กอย่างนี้นะ (เจ้าหน้าที่) เหมือนเสื้อก็เหมือนเสื้อเฟรชชี่ (อาจารย์สุธิรา) ก็ใช่ไง แต่มันไม่มีการทำกิจกรรมก็เลยงง (ล่าม) โอเคค่ะแม่ (อาจารย์สุธิรา) คือ ต้นตอน่ะ มันไม่มีประชุมไงนึกออกไหม เพราะเหมือนอาจารย์เปิ้ลแกก็เป็นฝ่ายกิจกรรม ซึ่งชี้แจงใช่ไหมล่ะ กลายเป็นอาจารย์ไม่รู้เรื่อง มันคืออะไร มันก็เลย... Pause ไว้ก่อน เพราะเจ้ามุกมันไม่ผิด เพราะฟังพี่มาอีกที เป็นเรื่องปกติ (เจ้าหน้าที่) มุกบอกไม่ได้เข้าประชุม มุกก็ไม่รู้เรื่อง (อาจารย์สุธิรา) ก็เลยจะได้ถามไง พอยังไม่ได้รายละเอียดก็ขอคุยก่อน (นักศึกษาหญิง) อยู่หมู่ 1 บอกว่า นายกสโมสรเป็นคนแจ้งมาค่ะ (อาจารย์สุธิรา) นายกสโมฯ นะ เดี๋ยวแม่จะได้ไปคุยกับอาจารย์ว่าใช่หรือเปล่า มีอย่างนี้หรือเปล่านะ เพื่อความชัวร์ลูก สำหรับวันนี้เราพอแค่นี้นะคะ แล้วส่วนเรื่องเสื้อที่ว่า เราจะสอบถามอาจารย์เปิ้ลแล้วได้ข้อมูลอย่างไร เดี๋ยวมาสรุปให้ฟังในกลุ่มอีกทีหนึ่ง พี่อุ๋ยกับพี่แต๋มก็จะช่วยอธิบายเพื่อนฟังด้วยนะคะ ขอบคุณพี่ล่าม ใครจะเป็นตัวแทน พี่แฝด ๆ ไหนเอ่ย พี่แฝดขอบคุณพี่ล่ามให้แม่สิ พี่แฝดเปิดกล้องหรือเปล่า (ล่าม) เปิดค่ะ เปิดอยู่ค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ขอบคุณแล้วใช่ไหม โอเคค่ะ ขอบคุณพี่อี๊ด ขอบคุณพี่การ์ตูน ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ เจอกันบ๊ายบาย สวัสดีครับ