--- title: การออกแบบสื่อดิจิทัลเบื้องต้น (ปี2) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2564 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์สุธิรา) เริ่มทะยอยเข้ามาแล้วนะคะ (ล่าม) อาจารย์สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะพี่อี๊ด (อาจใครยังไม่เข้า เดี๋ยวเราจะดูรายชื่ออามมาแล้วนะคะ มุขมาแล้ว โย เซฟ พลอย พลอยมาแล้ว แบมกับบีมาแล้ว กรพจน์กรพัฒน์หรือกรพจน์ ถูกไหมเอ่ย เข้ามาแล้วหายไปไหน กรพจน์ กรพจน์ กรพจน์ชื่อเล่นอะไรนะ ไม่รู้ชื่อเล่นให้แม่เลย ฮัลโหล กรพจน์ชื่อเล่นอะไรเพื่อน ๆ (ล่าม) อันนี้เด็กหูหนวกหรือเปล่าคะ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ใช่ค่ะ ปกติโย ๆ กรพจน์ชื่อเล่นชื่ออะไรครับ (นักศึกษาหญิง) จ็อบหรือเปล่าคะ จ็อบนะ แบงค์มาแล้ว คามกับอะตอมยังไม่เข้า ไอซ์ก็ยังไม่เข้า แล้วก็ใบเตยหรือเปล่า แล้วก็เสือน้อยกับจ๊าบ ห้องปกติเข้ามาอยู๋หลายคนแล้ว เหลือ... เหลือใคร โจ้ มาแล้ว ครามมาแล้ว ดำรงศักดิ์ รออีกแป๊บหนึ่งนะ เพื่อนยังเข้ามาไม่หมด วันนี้เราจะเรียนต่อสัปดาห์ที่แล้ว Infographic ไปแล้ว วันนี้เราจะพูดเกี่ยวกับ Motion กราฟิก ทำอย่างไรให้ไม่ได้ยินเสียงพัดลมเราได้ยินเสียงพัดลมไหม (ล่าม) ยังได้ยินอยู่ (นักศึกษาชาย) ยังได้ยินอยู่ ได้ยินไหม (นักศึกษาหญิง) โอเคแล้วค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเคต้องปรับมุมพัดลมสักหน่อย ไม่เปิดก็ไม่ได้ ร้อนที่อื่นเขาบอกฝนตกหนัก บ้ารนไม่ตก (ล่าม) กรุงเทพฯ ตกไปนครปฐมตกหนักค่ะ วันนี้ไม่มีอยู่นครปฐมค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) การ์ตูนอยู่ไหนเอ่ย (ล่าม) น้องอยู่กรุงเทพฯ ค่ะ (ล่าม) ของหนูตกหนักอยู่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แสดงว่าช่วงนี้จะตกแถวภาคกลางนะ อีสานไม่ตก ๆ เหมือนจะตกครึ้ม แต่ไม่ตกสกลนี่ ครึ้ม ๆ แต่ยังไม่ตก ก็เลยร้อนมากหน่อย เริ่มทยอยเข้ามาแล้ว เอะ พี่ ๆ ใครเอ่ยฝ่ายเทคนิคฝั่งโน้นน่ะค่ะ มีปัญหาอยากถาม เข้ามาหรือเปล่าวันนี้ พี่การ์ตูนใครฝ่ายเทคนิค เข้ามาหรือเปล่าค่ะ (ล่าม) ไม่ทราบเลยค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) หรือ ว่าจะถามมันมีปัญหาเวลาเครื่องนี้เป็นตัวใหม่ เวลาเข้า OBS น่ะ ทุกอาทิตย์เลย เกือบทุกอาทิตย์ มันจะขึ้นให้อาจารย์อัปเดตอยู่เรื่อยเลย เลยจะถามว่าจะแก้ยังไง พอเปิด OBS พอเปิด OBS มันให้อัปเดตไดเหมือนการ์ดจอน่ะ หรือต้องเปลี่ยนการ์ดจอ วันนี้พี่เขาไม่เข้ามาหรือ ว่าจะถามสักหน่อย พวกที่พิมพ์ข้อความอยู่ด้วยกันฝ่ายเทคนิคหรือเปล่าคะ อยากได้ตัวช่วย ว่าจะแก้ตรงไหน ค่ะ เพราะว่าพอเปิดน่ะค่ะ ตอนอาจารย์เปิด OBS ให้อัปเดต Driver แล้วอาจารย์ก็ต้องเปิดเพื่ออัปเดต 2-3 ครั้งแล้วมันเป็น อาทิตย์ที่แล้วไม่เป็น เมื่อกี้ที่เปิดมาเป็น ก็ได้อัปเดตคะ บอกว่าหลังจบคลาสเดี๋ยวเข้าไปดูให้ ขอบคุณค่ะ สมาชิกเราน่าจะเข้ามาเยอะแล้ว คือ ยังไม่มีการแจ้งว่าเข้าเรียนตามปกติได้หรือยัง อาจจะเนื่องจากตอนนี้สกลนครอยู่ระหว่างการผลัดเปลี่ยนอธิการ (บดี) ยังไม่ออกมาก็เป็นได้ เดี๋ยวเราดูก่อนนะคะ ว่าอย่างไร ให้ขยายเวลาต่อหรือให้เข้ามาได้ โอเคนะคะ เดี๋ยวเรามาเรียนกันเลยดีกว่านะคะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในวันนี้ ก็คือเรื่อง motion กราฟิก กับกับ Animations นะคะ ลืมโชว์สไลด์ หัวข้อที่เราจะเรียนกันในวันนี้นะคะ เรื่องแรก ก็คือ Motion Graphic นะคะ และเรื่องที่ 2 ก็คือ Animation มันสืบเนื่องมาจากในสัปดาห์ที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่อง Infographic Motion Graphic มันก็มาจากการเอา Infographic นี่ แต่มาทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหวก็คือถ้าเป็น Infographic มันจะเป็นภาพนิ่งใช่ไหมคะ แต่พอเรา เหมือนเปลี่ยนแนว เปลี่ยนรูปแบบจาก Infographiicsมันก็เลยกลายเป็น Motion Graphic นะคะ แต่ทีนี้อาจจะสงสัย เพราะว่า แล้ว Motion Graphic กับ Animation เพราะ Animation ก็เป็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนกัน แล้วมันต่างกันอย่างไร เรามาดูนะคะ ก่อนอื่น ก็ต้องรู้ก่อนว่า Motion Graphic กับ Animation นี่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร อันดับแรกต้องดูสิ่งที่มันเหมือนกันก่อนระหว่าง Motion Graphic กับ Animations มีสิ่งที่เหมือนกัน ก็คือกระบวนการที่เราทำมันออกมานะคะ ก็คือมันจะต้องมีภาพ มีการเคลื่อนไหวนะคะ มีใส่เสียงประกอบอะไรพวกนี้เข้าไปใช่ไหมคะ เขาก็เลยจับไอ้ Motion Graphic กับ Animation นี่ เป็นสื่อในลักษณะภาพเคลื่อนไหว หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Move ก็คือความเหมือนกัน ก็คือมันมีความเคลื่อนไหวเหมือนกันนะคะ มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่เกิดจากภาพ เสียง แล้วก็องค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว รู้สิ่งที่เหมือนกันแล้ว มาดูสิ่งทำให้แตกต่างกัน ก่อนอื่นต้องมาดูก่อนว่า Animation ที่มันแตกต่างจาก Motion Graphic มันแตกต่างเพราะอะไร ก่อนอื่น เราต้องรู้ก่อนว่า Animation นี่แบ่งออกได้เป็นกี่ประเภทหรือมีอะไรบ้างนะคะ ก็คือถ้าเด็ก ๆ เคยดูเห็นรูปแล้วน่าจะรู้ การ์ตูนเรื่อง Toy Story เคยดูกันไหมคะ เดี๋ยวจะลองถามว่า Toy Story นี่ ใครเคยดูบ้าง แล้วใครไม่เคยดูอยากรู้เด็กหู (หนวก)นี่ ถ้าเป็นอย่างนี้เคยดูไหมนิวเปิดกล้องหรือเปล่านะ (ล่าม) ยังไม่เห็นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แบม บี บีกับแบมน่าจะอยู่ด้วยกัน เปิดกล้องหน่อย ๆอะตอมไหม อะตอมเปิดกล้องหรือเปล่า อะตอมก็ยังไม่เปิด ครามล่ะ ครามน่าจะเปิด เอะ ไม่เปิดกันสักคนครามเปิดกล้องหน่อยสิ พี่คราม เคยดูไหม ครามเคยดูเรื่อง Toy Story ไหม ไม่เคยหรอ ทำไมกล้องครามมันมัว เคยดูไหมคะ เรื่องนี้ เรื่องที่... นี่ ๆ ๆ ที่มีการ์ตูนเป็นคาวบอยผู้ชาย เคยดูไหมคะ (ล่าม) เคยดูครับ (อาจารย์สุธิรา) แล้วรู้ไหมตอนนี้ Toy Story ถึงภาคไหนแล้ว รู้หรือเปล่ามีกี่ภาคแล้ว แสดงว่ายังดูไม่ครบทุกภาค (ล่าม) ดูแล้ว ดูแล้วครับ แต่ลืมครับ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวลองถามคนอื่นดู ครามเคยดู เดี๋ยวลองถามอะตอมสิ อะตอมเปิดกล้องหน่อย เคยดู Toy Story เปล่า การ์ตูนรูปแรกที่เป็นคาวบอย เคยูไหม (ล่าม) เห็นไหม การ์ตูน มีภาพ (อาจารย์สุธิรา) รูปแรกน่ะ รูปแรกเลย นี่รูปนี้ ใช่ ๆ ดูแล้วหรือยัง (อาจารย์สุธิรา) ภาพนี้ ๆ (ล่าม) ใช่ ๆ ภาพนี้ ดูแล้วครับ ๆ (อาจารย์สุธิรา) รู้เปล่า มีกี่ภาค (อาจารย์สุธิรา) ดูแค่ภาคเดียวหรือ (ล่าม) ภาคเดียวค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ตอนนี้มีถึงภาคไหนเดี๋ยวลองถาม อาจจะโตแล้วเลยไม่พากันดูหรือเปล่า เซฟ (นักศึกษาชาย) ครับผม (อาจารย์สุธิรา) ถึงภาคไหนแล้ว Toy (นักศึกษาชาย) ภาค 5 หรือเปล่าครับ (อาจารย์สุธิรา) เยอะเกิน (นักศึกษาชาย) ล่าสุดเคยดู Toy Story 4 แต่ไม่รู้ภาค 5 ออกไปหรือยัง (อาจารย์สุธิรา) โยสายดูการ์ตูนหรือเปล่า (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์สุธิรา) ภาคไหน Toy Story มุก โยก็ได้ โยตอบก็ได้ รู้หรือเปล่าภาคไหนแล้ว (นักศึกษาชาย) ผมดูภาค 2 เองครับ แสดงว่าโตแล้วเลยไม่ดูกัน ใช่ ๆ ภาค 4 แล้วนะคะ พี่เซฟบอก ภาค 5 ยังนะคะ ตัวนี้เป็น Animation แบบแรกAnimations แบบแรกที่เรียกว่า "Character" หรือการ์ตูน Animation เพราะว่ามันจะมีองค์ประกอบว่า... ดูสไลด์นะคะ ที่มี Character มี Character ก็คือมีตัวละครค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวการ์ตูนนะคะ ก็คือพวกฉาก พวกอะไรใน Animations มันจะโดนสร้างจากคอมพิวเตอร์จากคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นภาพวาดก็ได้ อาจจะสร้างจากดินน้ำมันก็ได้นะคะ หรือสร้างจาก 3D ใช่ไหมคะ เหมือนเรื่องที่เป็นดินนำมัน เด็ก ๆ เคยดูไหม ไม่แน่ใจ ดูก่อน ก็คือลักษณะของ Animation ประเภทนี้นะคะ ต้องมีตัวละคร ต้องสร้างตัวละครขึ้นมาแล้วตัวละครเป็นตัวดำเนินเรื่อง นะคะ นะคะ ซึ่งในตัวอย่างเราก็จะเห็น เช่น Toy Story ใช่ไหมคะ แล้วที่เป็นแบบ 2D แบบการ์ตูนน่ะค่ะ นะคะ หลาย ๆ เรื่องนะคะ ใครชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นก็น่าจะรู้ มีเยอะพอสมควรนะคะ เพราะส่วนใหญ่ญี่ปุ่นนี่เขาจะเป็นเจ้าแห่งการ์ตูนเยอะหน่อยนะ แล้วการ์ตูนเขามีหลายแนวนะคะ ก็คือเป็นแอนิเมชันแบบที่ 1 ก็คือแบบที่มี Character นะคะ ก็คือต้องมีองค์ประกอบหลัก แล้วก็เป็นตัวดำเนินเรื่อง จะไม่มีอะไรคะ จะไม่มีข้อความขึ้นมาใช่ไหม มันจะเป็นเหมือนเราดูหนัง หรือดูละครใช่ไหมคะ แล้วตัวละครพูดหรือมีข้อความก็มีข้อข้อความก็เป็นแค่ข้อความประกอบ มันจะไม่เหมือน Motion ที่ข้อความนั้นจะแสดงข้อมูลใช่ไหม หรืออธิบายข้อมูล เป็นตัวอธิบาย แต่ Animations จะไม่ใช่คำอธิบาย จะให้เป็นตัวเดินเรื่องนะคะ นั่นคือแบบที่ 1 ที่ส่วนใหญ่จะนิยมทำ ก็คือการ์ตูน Animation ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรือการ์ตูนที่เราเห็นใน... ในคลิป YouTube อะไรพวกนี้ที่ทำขึ้นน่ะจะเป็นลักษณะนี้นะคะ ทีนี้มาดู ต่อไป นะคะ Animations แบบต่อไปหรือแบบที่ 2 ประเภทที่ 2 แบบนี้จะไม่มี Character แต่จะนำเสนอเนื้อหานะคะ ส่วนใหญ่จะเป็น Animation สำหรับงานโฆษณา เหมือนโฆษณา ไนกี้ ทำแอนิเมชันขึ้นมา แล้วก็สร้างออกมาเป็นรูปรองเท้าอย่างนี้เป็นต้น ก็คือมันจะเป็นการทำแอนิเมชันที่จำลองลักษณะผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้น ๆ ขึ้นมานะคะ ซึ่งตัวนี้เป็นได้ทั้ง Animation เป็นได้ทั้ง Animations และ Motion Graphic เพราะว่ามันจะเน้นที่เอาเนื้อหาใช่ไหมคะ ต้องมีเนื้อหาก่อนแล้วเอามาทำ แล้วมีข้อมูล แล้วเอามาทำเป็น Motion มันจะจัดอยู่ในประเภทนี้นะคะ เป็นแบบที่ 2 ก็คือไม่มีตัวละคร ไม่ได้สร้างตัวละครมา แต่เอาตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ เป็นตัวเดินเรื่องหรือนำเสนอเนื้อหา นั่นคือลักษณะของแอนิเมชัน นะคะ เรามาดู Animation ลักษณะต่อไป แบบที่เรียกว่า Visual Effect อันนี้เป็นแอนิเมชันที่เกิดจากการสร้างภาพด้วยเทคนิคพิเศษ ใช้เทคนิคพิเศษมาสร้าง ในตัวอย่างเป็นภาพจากภาพยนต์ เรื่อง Star war อะไร เช่น ตัว... ไม่ใช่ตัวหุ่นยนต์นะ เพราะตัวหุ่นยนต์น่าจะเป็นคนแล้วก็เป็นตัวหุ่นยนต์ แต่เทคนิคพิเศษใน Star war แล้วก็ภาพอะไรอีกคะ ภาพยานอวกาศพวกนี้นะคะ แล้วก็พวกอาวุธที่ตอนต่อสู้กันในสตาร์วอร์ คือ ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะเรียกเอฟถ้าในยุคปัจจุบันน่าจะเรียกว่า CG หรือ Computer Graphic น่ะค่ะ ก็คือจะมีเทคนิคพิเศษเข้ามา ทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้เกิดแอนิเมชันร่วมเข้าไปด้วยนะคะ ถ้าใครเคยดู Star wars นะคะ ตั้งแต่สมัยยุคแรก ๆ ไม่ใช่เพิ่งมี มันจะไม่เหมือน Toy story ที่มีไม่กี่ 10 ปีมาแล้ว แต่ Star Wars มีมานานกว่านั้นนะคะ คือ ในยุคก่อนเขาไม่เรียก Animation ประเภท ยังไม่จัดเป็นแอนิเมชัน คอมพิวเตอร์นะ ยุคก่อน อุตสาหกรรมที่เอาคอมพิวเตอร์เข้ามาทำภาพยนตร์ก็ไม่เยอะเหมือนยุคปัจจุบัน เขาก็เลยเรียก Visual Effect เรียก VFX นะคะ แบบที่ 3 มี Visual Effect การสร้างภาพด้วยเทคนิคพิเศษต่าง ๆ นะคะ ก็คือเอาภาพภาพบรรยากาศใน Star war ถ้าเป็นหนังแบบโบราณ มันก็จะมีภาพซ้อน หรือเหมือนใช้ฉากที่เขาเรียกว่า "Blue flim มันจะมีเทคนิคพิเศษมากกว่านั้นนะคะ Blue Scene หรือ Green Scene พื้นหลังใช้เทคนิคพื้นหลังที่ใช้จอสีเขียวสีฟ้า ถ่ายแต่คนแล้วเอาไปรวมกับภาพพื้นหลังที่เป็นตัวอื่นอย่างนี้นะคะ นั่นคือเทคนิคที่ 3 ที่ Animation ที่มี เพราะ Motion Graphic มันจะเน้นแค่ข้อความ เพื่อเล่าเนื้อหาใช่ไหมคะ อาจจะไม่ต้องใส่ตัวละครใช่ไหม แล้วก็ไม่ต้องใส่ Effect อะไรมากแค่ทำให้มันมีการเคลื่อนไหวหรือข้อความ แค่นั้นก็พอ แต่แอนิเมชันจะเพิ่ม เพราะมันทำถึงระดับเป็นภาพยนตร์อย่างนี้นะคะ ก็จะใส่ Effect เพิ่ม มีลูกเล่นเยอะกว่า เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้แล้ว แอนิเมชันมีลักษณะอย่างนี้ ส่วนใหญ่จะเป็น... ที่นิยมทำก็แบบที่ 1 เลย เป็นคาร์แลกเตอร์ มีตัวละครเล่าเรื่อง แต่ Motion Graphic เรามาดูที่ Motion Graphic นี่ ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า Motion Graphic นี่มันมาจากไหนนะคะ คือคำว่า Motion Graphiseในวงการของการที่ทำกราฟิกนี่ค่ะ ด้านกราฟิกน่ะค่ะ เขาจะเรียกมันว่า Motion การออกแบบ Design แปลว่าการออกแบบใช่ไหมคะ ส่วนคำว่า "Motion" นี่ก็คือการเคลื่อนไหว การออกแบบให้มีการเคลื่อนไหว คำว่า "Motion Graphic" เห็นไหมคะ Motion ก็คือการเคลื่อนไหวใช่ไหมคะ Graphic ก็คือภาพ ก็คือลักษณะของการทำให้ภาพ ให้นึกถึงว่าถ้าเราเอา Info Graphic แล้วภาพนิ่ง แล้วเรามาปรับให้มันเป็น Motion Graphic นึกออกนะ ก็คือนึกออกนะ ตัดภาพที่เราทำไว้เป็นภาพนิ่ง เอามาทำให้มันมีภาพที่มีการเคลื่อนไหว นั่นคือ Motion Graphics คือ มันคือการนำเอาหลักการ ไม่ใช่หลักการ ก็คือการเอา Info graphicsมาเป็นแอนิเมชัน มาใส่แอนิเมชันเข้าไป เอา Info Graphics มาเติมให้เกิด มาสร้างให้เกิด Animation มาสร้าง Animation แล้วกลายมาเป็น Motion Graphic นะคะ ข้อแตกต่างของแอนิเมชัน ก็คือกับ Motion Graphics มันจะอยู่ที่อะไร เดี๋ยวจะพูดต่อไปที่สไลด์ต่อไปนะคะ คือให้ดูที่ข้อสุดท้ายที่ Justin บอกไว้ว่า ไอ้ Motion Design นี่ มันจะหมายถึงสื่อ สื่อที่ผสมระหว่างภาพกราฟิกและสื่อภาพเคลื่อนไหว แล้วไปรวมกับผสานกับความคิดในการคิดหรือแก้ไขปัญหา การเล่าเรื่อง ภาษาทางภาพยนต์อาจจะงงเหมือนเวลาเขาทำภาพยนตร์น่ะค่ะ มันจะมีการเขียน เหมือนเขียนบทน่ะ นึกออกนะ นั่นคือภาษาภาพยนตร์ คือเขียนอย่างไร เขียนบทออกมาอย่างไรให้คนดูเห็นภาพไปด้วย แต่ไม่ได้เขียนเป็นเขียนบรรยาย แต่เขาเอาบทมาทำให้ตัวละคร นึกออกไหมคะ หรือผู้ผลิตทำเนื้อหาออกมาให้ตรงกับบทที่เขียน มันก็เลยไปคล้าย Animation อย่างนี้เอง เพราะมันไปเน้นว่า ตัดบท เหมือนฉากที่ 1 ต้องทำอะไร ฉากที่ 2 ต้องทำอะไรนะคะ เพียงแต่มันต่างกันตรงที่ Animation นี่ ถ้าเป็นแบบการ์ตูนตัวละครเล่าเรื่องนะ ตัวเล่าเรื่องแต่ Motion Graphic ไม่จำเป็นต้องมีนะคะ ใช้แต่ภาพ ภาพเล่าก็ได้ เป็นภาพแสดงก็ได้ แต่ทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหวเท่านั้นเอง ทีนี้เขาบอกว่าข้อที่ให้เห็นว่า Motion Graphics ต่างกับแอนิเมชัน ให้ดูข้อความในส่วนที่ 2 Motion Graphics ไม่ต้องมีบทสนทนาในการเล่าเรื่อง แต่ต้องมี Concept ที่จะสื่อ ก็คือเหมือนมี... ถ้าพูดถึงในแนวการเขียนหรือการสร้างน่ะ มันก็ต้องมีการวางโครงหรือ Concept หรือแนวคิดให้เห็น ว่าไอ้นี่สิ่งที่เราจะทำนี่ เป็น Motion นี่ มันจะต้องเดินเรื่องไปอย่างไร เดินเรื่องไปอย่างไรเหมือนกันนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องเอาบทสนทนาเข้ามา ก็คือวางเนื้อหาไปเลย แล้วเดินเรื่อง แต่ถ้าเป็น Animation นี่ จะเดินเรื่องโดยการมาดำเนินเรื่อง หรือว่ามีองค์ประกอบของตัวละครเพื่อเล่าให้เป็นเรื่องเป็นราวไปนะคะ ทีนี้เทคนิคที่ใช้เห็นไหมคะ มีทั้ง 2D และ 3Dใช้ทั้ง 2D ก็ได้ หรือ 3D ก็ได้นะคะ เหมือนMotion Graphic และใน Information แต่ส่วนใหญ่แล้ว Motion Graphic มักจะเป็น 2D เพราะเขาต้องการให้ไฟล์ ที่ไม่ต้องมีขนานใหญ่มาก จะไม่เน้นไลฟ์ขนาดใหญ่ Motion Graphic ก็คือเหมือนที่ให้ทำ Info Graphics1 หน้าใช่ไหมคะ ให้ทำให้เสร็จภายใน 1 หน้ากระดาศ9-10 ขั้นตอนอะไรอย่างนี้ คือ เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ก็คือจบลงภายในระยะเวลาอันสั้น อาจจะเป็นเรื่องยาว ๆ เหมือนเป็นภาพยนตร์ เรื่อง Toy ก็ 2 ชั่วโมงอย่างนี้นะคะ ใช่ไหมคะ Motion Graphics มันจะไม่ยาวขนาดนั้น มันเป็นข้อแกอีกข้อหนึ่งนะคะ ก็คือระยะเวลาของการนำเสนอความต้องการในการนำเสนอ คือ ไม่ต้องใช้เวลามาก นะคะ แต่ให้ข้อมูลที่ครอบคลุมและเข้าใจได้ แต่ Animation มันต้องละเอียด ดำเนินเรื่องต่อไปได้เรื่อย ๆ ลักษณะอีกตัวหนึ่งที่ Motion Graphic จะเห็นได้ชัด ก็คือ Art Diraแล้วก็ Branding Art ก็คือศิลปะใช่ไหมคะ ส่วน Brก็คือ Brand คือ Motion Graphics ส่วนใหญ่จะไปเน้นด้านการโฆษณา สังเกตที่ข้อความในอันแรกนี่ มาจากการทำโฆษณาเลย เขาจะเน้นเป็นสื่อโฆษณาน่ะนะคะ ก็คือ โดยลากฐาน มันมาจากกราฟิกดีไซน์ทั้งหมด ก็คือนำกราฟิกมาดีไซน์ แต่ให้เปลี่ยนจากภาพนิ่งเฉย ๆ มาเป็นภาพเคลื่อนไหวนั่นเองนะคะ ทีนี้ อยากให้เห็นความแตกต่าง ถ้าดูที่ Motion Graphic ให้ดูที่ หมายถึงลำดับ ลำดับขั้นในการสร้าง Motion Graphics มันจะเกิดจากากรสร้างเพื่อให้ Ploblem solving ก็คือเพื่อการแก้ไขปัญนะคะ ก็คือสร้างให้เห็นว่า ปัญหานี้ คือ อะไร แล้วนำปัญหานั้นออกมาตี ตีเป็นโจทย์ เพื่อจะแก้ไข แล้วแก้ไขอย่่างไรนะคะ แล้วทำอะไรต่อ มีการ Visual Communication ก็คือการสือสาร ก็คือเอาเรื่องที่จะแก้ไขมาทำให้เป็นสื่อน่ะค่ะ ตีแผ่ออกมาเป็นสื่อเพื่ออะไรต่อ สื่อที่มีลักษณะเป็น Graphic Design ใช้การดีไซน์งานจากภาพกราฟิกมา ก็คือเป้นสื่อที่นำภาพมาประกอบนั่นเองที่มีภาพประกอบ มันจะเป็นส่วนหนึ่งของ Graphic Design นะคะ หรือใช้วิธี Storytelling มาจาก Story การเล่า ก็คือเล่าเรื่อง ใช้วิธีการเล่าเรื่อง ใช้ Filmmaking ก็คือภาพยนตร์ ก็คือสร้างภาพยนตร์ เล่าเหมือนภาพยนต์ แล้วมันจะกลายมาเป็น Animation เห็นไหม แต่มันก็คือตัวเดียวกัน ก็คือความเป็น Motion หรือ Motion Design หรือ Motion Graphic จะเป็นเหมือนกัน แต่ Animation เห็นไหมคะเล่าเรื่องราว แต่ Motion ไม่ต้องเล่าเรื่องราว เป็นเหมือนต้องการแก้ปัญหาอะไร หรือต้องการนำไปใช้ คือเหมือนมีที่มาก่อนว่า เรื่องนี้สมมติจะทำโฆษณา รองเท้าเหมือนตัวอย่างนะ Nike นี่ คนมาจ้างทำ เขาก็ต้องให้ข้อมูลก่อน หรือว่าพูดถึงสาเหตุที่ทำไมถึงต้องมาทำโฆษณาอันนี้ ต้องการอะไร แล้วผู้ที่ทำนี่ ที่จะมาออกแบบส่วนนี้ เขาก็ต้องมาตีโจทย์เป็นปัญหาก่อน เราจะทำอย่างไร เพื่อจะให้ผลออกมาเป็นลักษณะนี้ เป็น Motion ออกมานี่ ก็เอาข้อมูลไปดำเนินการตามขั้นตอนที่ให้เห็นนะคะ ก็คือผ่านรูปแบบพวกนี้นะคะ ทำได้ทั้ง 2 แบบนะคะ ทีนี้ดูจากลำดับขั้น ดูแบบที่ สรุปออกมาเป็นตารางนะคะ ว่าความแตกต่าง Animation กับ Motion ให้ดูที่รูปแบบ รูปแบของ Animation กับ Motion Graphic องค์ประกอบในการเล่าเรื่องของ Animation 1. ต้องมีตัวละคร ต้องมีบทสนทนา เพราะเพราะเหมือนในเรื่อง Toy story ตัวละครที่ชื่อ Woody ที่เป็น... เดี๋ยวให้ดูตัวอย่าง เดี๋ยวให้ดูตัวอย่างนะคะ ให้ดูตัวอย่างสัก 1 ช็อต และเดี๋ยวเด็ก ๆ ดูว่ามันต่างกันอย่างไร ก่อนจะมาสรุปในส่วนนี้ขอให้ดูก่อนนะคะ ขอย้อนนะคะ ขอย้อนสไลด์แป๊บหนึ่ง ก่อนอื่นให้ดูตัวแรกก่อน นะคะ เดี๋ยวให้ดูละครของส่วนแรก ก่อนอื่นเด็ก ๆ ดูตรงนี้ก่อนนะคะ ดูสักคนละนิดคนละหน่อย อันนี้คือAnimation นะคะ เรื่อง Toy Story เรื่อง Toy Story ดูสัก 1 นาที โอเคนะคะ ทีนี้ลองมาดู Motion Graphic บ้าง เมื่อกี้ดู Animation ไปแล้วนะคะ ทีนี้มาดู Motion Graphic บ้าง ดูทั้ง 2 แบบแล้วนะคะ ทีนี้เราจะมาถามว่า เป็นข้อแตกต่างของ Motion Graphic กับ Animation ตรงไหนบ้าง ผู้โชคดีคนแรก ดูอยู่หรือเปล่าไม่แน่ใจ พลอย มัณฑฮัลโหลดูอยู่หรือเปล่าเมื่อกี้นี้ เงียบ บีกับแบมบีกับแบม ไม่เปิดเลย อะตอมน่ะ อะตอมน่ะ ทศทิศดูอยู่หรือเปล่าครับ (นักศึกษาชาย) ดูอยู่ครับ (อาจารย์สุธิรา) เห็นความแตกต่างของ Animations กับ Motion Graphics ไหม (นักศึกษาชาย) ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยต่างนะครับ (อาจารย์สุธิรา) ไม่เห็นเลยหรอ (นักศึกษาชาย) ผมว่าไม่ค่อยต่างเท่าไรนะครับ ศศิกาญจน์ ไอ้นิว (นักศึกษาหญิง) ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เมื่อกี้ดูหรือเปล่า (นักศึกษาหญิง) ดูค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เมื่อกี้ Animation เป็นเรื่อง Toy Story (นักศึกษาหญิง) เหมือน Animation เหมือนภาพเขาละเอียด แล้วมีเรื่องราว (อาจารย์สุธิรา) เรื่องราวเป็นแบบไหน (นักศึกษาหญิง) เล่าละเอียดเป็นตอน ๆ ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แล้วใครเป็นคนเล่า Animation (นักศึกษาหญิง) หนูก็ไม่รู้ (นักศึกษาหญิง) แต่ละตัวเอง (อาจารย์สุธิรา) มันเป็นการเดินเรื่องด้วยตัวละคร แต่ Motion Graphic มันจะมีคนพูดค่ะ ใช่ไหม เป็นคนเดียวที่พูด ที่เล่า แต่มันไม่ได้เล่าในเรื่อง ไอ้เรื่องนี้คืออะไรนะ สังเกต นี่คือข้อแตกต่าง เห็นไหม ใช่ไหมคะ เพราะถ้าเป็น Animation ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเป็นราว แล้วตัวที่บรรยายก็คือตัวละครเองใช่ไหม นะคะ อีกส่วนหนึ่ง น่าจะมีคนเห็นบ้าง มีความแตกต่าง (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์สุธิรา) เห็นความแตกต่างของ Animations กับ Motion Graphics ไหม นอกจากไอ้การบรรยายหรือการเล่าเรื่องนี่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอะไรที่แตกต่าง (นักศึกษาชาย) เมื่อกี้ทำแตกต่างกันไหมครับ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ คล้ายกัน เพราะว่าใช้เทคนิค เพราะตอนอธิบายข้างต้นว่าใช้เทคนิคนี่ Animation กับ Motion Graphics เพราะต้องมีภาพ แต่มันจะมีส่วนที่ต่างกัน เห็นหรือเปล่า (นักศึกษาชาย) ไม่เห็นครับ ผมเพิ่งเข้าห้องน้ำมา เห็นไหมถ้าหลุดไปสักช่วงเวลาหนึ่ง มันจะเหมือนหนังขาดตอน ลองพี่เซฟสิ พี่เซฟเห็นข้อแตกต่างหรือเปล่า (นักศึกษาชาย) ครับผม (อาจารย์สุธิรา) เมื่อกี้ที่ให้ดู Animations กับ Motion Graphic พี่เซฟเห็นความแตกต่างของมันอีกทางหนึ่งไหม (นักศึกษาชาย) เท่าที่เห็นก็จะเป็นคุณภาพของภาพครับ ผลงานความละเอียด (อาจารย์สุธิรา) แล้วมีอะไรอีกพี่เซฟเห็นไหมว่า เดี๋ยวพูดให้นึกถึงทุกคนเลยนะคะ ใน Animation Toy Story น่ะ ดูการเปลี่ยนฉาก เห็นไหม กับใน Motion Graphic สังเกต Motion มันตัดไปช็อตใหม่ เป็นภาพใหม่ เฟรมใหม่เลย ให้นึกถึง Motion มันมาจาก Infographicsใช่ไหมคะ Infographic เราเอาภาพหลาย ๆ ภาพมาวางเรียงต่อกัน เพื่อเล่าเรื่องราวถูกไหม บางทีบางฉากมันไม่เหมือนกันเลย มันโดดมาเลย เหมือนอย่างเหมือนอย่างในฉากนี้เดี๋ยวให้ดูที่ Motion Graphics อีกรอบหนึ่ง เห็นไหมคะ ฉากแรกเป็นภาพ พื้นที่ พื้นที่ อันนี้เขาใช้สีเดียวกัน (ล่าม) แบม แบมดูก่อน เห็นไหม การตัดฉากของภาพ (ล่าม) คือ ตอนนี้น้องยังงงอยู่ค่ะ เพราะน้องบอกเป็นภาษาอังกฤษก็เลยงง (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ให้ดูที่รูป เราอยากจะให้ดูที่รูป 2 คนนี้เปิดกล้อง คือ สังเกตการเปลี่ยนฉากของ Motion Graphic ให้นึกถึงว่า มันมาจาก Infographics เราวางรูปที่ 1 รูปที่ 2 รูปที่ 3 รูปที่ 4 แต่ละรูปในแต่ละช่องไม่เหมือนกัน แต่ใน Animation นี่ ฉากมันจะเป็นฉากที่ต่อเนื่องกันไปถูกไหมคะเวลาดำเนินเรื่องสังเกตเหมือนภาพนี้จะเห็นชัด ตอนที่ฉากนี้ยัง... กลับฉากแรก ๆ นี่ยังเหมือนกันใช่ไหมคะ เห็นไหม กับ Toy Story แต่อันนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ต่อนะ มันเอามาเป็นตอน ๆ ใน Toy Story มันจะเป็นตอน ๆ นะที่เอามาให้ดู แต่สังเกต เหมือนภาพนี้ เห็นไหมคะ รางรถไฟนี่เห็นไหม มันก็ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ มันก็ตามไป ตามภาพไปมันจะไม่ตัดกระโดดไปกระโดดมา เห็นไหม ลักษณะการดำเนินเรื่อง Motion Graphic กับ Animations ทีนี้เรามาลองดูในเนื้อหาของเรานะคะ เมื่อกี้เห็นไหมคะ แล้วใช้บทสนทนาเป็นในการเล่าเรื่อง แต่ใน Motion Graphics นะ ใน Motion Graphic เห็นไหม ไม่ต้องมีตัวละคร ที่ตัวอย่างที่เอามาดู บางอันไม่มีตัวละครเลย มีแต่ภาพ หรือข้อความที่มันเคลื่อนไหว ที่มันไหลเข้ามา เข้ามาเห็นไหมคะ ไม่ต้องมีบทสนทนาองค์ประกอบตรงนี้อะไรอีกจุดเด่น จุดเด่นของแอนิเมชัน ก็คือให้ความสำคัญกับตัวละคร พล็อตเรื่อง เพราะอะไร เพราะเวลาสร้าง การสร้างเป็นภาพยนตร์ มันจะต้องวางพล็อตก่อนว่าฉากนี้ไปไหน ๆ มันก็เลยต้องไปให้ความสำคัญกับตัวละครและโครงสร้างของเรื่องเห็นไหมคะ การลำดับภาพ การลำดับภาพ อิงตามภาษาภาพยนตร์ เพื่อสื่อความหมาย และเล่าเรื่อง เห็นไหมคะ ลำดับภาพ ภาพมันก็จะไปตามฉากใช่ไหม ฉากรถไฟวิ่ง ไม่ใช่รถไฟวิ่งอยู่ ๆ เข้าเมือง เพราะรถไฟวิ่งอยู่ที่ไหน วิ่งอยู่บนภูเขา เห็นไหมคะ คือ เวลาเขาเขียนบทภาพยนต์หรืออะไร ฉากนี้เป็นฉากอะไร ตัวละครทำอะไร มันก็เลยบอกว่าการลำดับภาพ โดยอิงตามภาษาภาพยนตร์ Flimนะคะ แต่ถ้าเป็น Motion Graphics ไอความสำคัญของ Motion Graphic กับ Art dilector ให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบภาพ มุมกล้อง หรือการเชื่อมภาพ ตอนเปลี่ยนภาพเห็นไหมในแต่ละชอร์ต สร้างความน่าสนใจเห็นไหมคะ มากกว่าการสร้างอารมณ์ความรู้สึก ถ้าทำเป็น Animation ให้เกิดอารมณ์ร่วม ให้เกิดความตื่นเต้น เพราะอะไร 1. ตัวละครเป็นตัวดำเนินเรื่อง Motion Graphic ไม่ต้องมีตัวละครเป็นตัวดำเนินเรื่อง นี่ก็คือความแตกต่างของ Animation Animations กับ Motion Graphic นะคะ เราจะทำ สมมตินะคะ เพราะฉะนั้น เด็กต้องตีโจทย์ให้แตกก่อนว่าสิ่งที่ตัวเองทำน่ะ มันเป็น Animation หรือ Motion Graphics นึกออกนะ หลักการง่าย ๆ 1. เนื้อหา ถูกไหม เพราถ้าเป็น Animation เนื้อหามันยาวหน่อย เพราะมันต้องเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ต้องมีเรื่องราว มีสตอรี่ ต้องสร้างเนื้อหาขึ้นมา เห็นไหมคะ แต่ Motion Graphic ไม่ต้องมีเนื้อหา อาจจะเป็นเหมือนเราไปรับทำโฆษณามา 1 ชิ้น ซึ่งโดยปกติงานโฆษณานี่ พอเวลาเอาโฆษณาไปยิง ที่เขาเรียกว่า ยิง Ad ใช่ไหม ยิ่งถ้าโฆษณานั้นทำ ทำแล้วเวลาที่ใช้ในการโฆษณาเยอะ มันยิ่งเสียเงินเยอะ นึกออกไหมคะ มันแพง ให้นึกง่าย ๆ เลยว่า Motion Graphics ขนาดจะต้องสั้น กระทัดรัด จุดอีกจุดหนึ่งที่จะให้เห็นความแตกต่างของ Motion Graphic Motion Graphic จะทำกับสื่อที่มีลักษณะที่ ไม่ต้องการใช้ระยะเวลายาวนานมาก ไม่ต้องเป็นเรื่องเป็นราว ถูกไหม ไม่ต้องทำเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องทำเป็น Story น่ะ เอาแค่เรื่องหัวข้อมาทำ 1 หัวข้อก้ได้ เพราะในสัปดาห์ที่แล้วให้เด็ก ๆ ทำ Infographic ให้เด็ก ๆ ไปหาหัวข้อที่สนใจมาสัก 1 หัวข้อ แล้วก็ทำออกมาใช่ไหมคะ แต่ถ้าบอกว่าเด็ก ๆ ทำ Animation ถูกไหม เอาเรื่องอะไรดีถูกไหมคะ พอได้หัวข้อมา เด็ก ๆ ต้องทำอะไร ใน Animation เด็ก ๆ ต้องมาวางพล็อตเรื่องหรือเขียนสคลิปท์ใช่ไหม เพื่อจะดำเนินเรื่องจะมีตัวละครกี่ตัว จะเดินเรื่องอย่างไร มีฉากอะไร นึกออกไหมคะ แต่ถ้าทำ Motion Graphics บางทีเราไม่ต้องใช้ฉาก เห็นไหมเหมือนตัวอย่างที่ทำให้ดูที่ Motion Graphics ไอตัวที่ 3 น่ะ ที่มันใช้สีพื้น คือ สีดำอย่างเดียวเลย เดี๋ยวให้ดูอีกรอบ เผื่อจะไกด์ได้ นี่ ไอ้ตัวนี้ใช่ไหม สีดำอย่างเดียวเลย ไม่เปลี่ยนสีเลย ใช่ไหม เห็นไหมคะ ใช้สีดำอย่างเดียวเลยเป็นพื้นหลัง มาเปลี่ยนแค่อะไรคะ เปลี่ยนแค่ภาพองค์ประกอบใช่ไหมคะ ใช่ไหม เห็นไหม จะเปลี่ยนแต่แต่ไอ้รูปที่อยู่นี่ ที่แสดงเนื้อหาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ฉากหรือองค์ประกอบ Motion Graphic น่ะนะคะ พื้นหลังเป็นสีดำล้วนเลยนี่ เห็นไหมคะ นี่คือความแตกต่าง ก็คือองค์ประกอบอาจจะไม่ได้จัดเต็มเหมือน Animation ใช่ไห มีแค่พื้นหลังกับไอ้ภาพที่เอามาใช้ประกอบ สร้างมาเป็น Motion Graphics แต่ถ้าทำแอนิเมชัน ต้องมีฉากมีนั่นมีนู้น มีการเปลี่ยนฉากใช่ไหมคะ มีใครยังงง ๆ ยังสงสัยความแตกต่างของ 2 ตัวนี้ ถามได้นะคะ ที่มาของการสรุปของตัวนี้ มาจากเว็บไซต์ที่ระบุไว้ข้างล่างนะคะ เกรฟต่างกันอย่างไรนะคะ เพราะว่าแอนิเมชันอาจจะไม่ต้อง มันก็มีหลายแบบที่ไม่ต้องเป็น Character ใช่ไหมคะ แต่มันต้องมีการเล่าน่ะ เล่าเรื่อง ยังไงก็ต้องมีการเล่าเรื่อง แล้วก็มีการทำพล็อตแล้วก็ให้เนื้อหามันดำเนินไปแบบต่อเนื่อง อะไรอย่างนี้นะคะ แล้วอยากรู้ เด็ก ๆ อยากรู้ไหมว่าอุปกรณ์ที่เอามาใช้ในการสร้าง ในการสร้าง Animation กับ Motion Graphic มันใช้อุปกรณ์เดียวกันหมดเลย มันใช้ตัวการ์ตูนใช่ไหมคะ หรือ Character ขึ้นมา 1 คาร์แลกเตอร์ เพราะใช้คอมพิวเตอร์ วาดจากคอมพิวเตอร์ แต่ Motion Graphics อาจจะวาดมือแล้วทำเป็นภาพมาลงก็ได้อย่างนี้นึกออกนะ มันได้ทั้ง 2 แบบ มันได้ทั้ง 2 แบบ แต่ว่าแอนิเมชันเนื่องจาก สร้างจากคอมพิวเตอร์ เพราะเหมือนเครื่องไหนนะ ที่ปั้นดินน้ำมัน เดี๋ยวหาให้ดูก่อนนะมันมีเรื่องไหนนะ ที่ใช้ดินน้ำมันปั้น เราก็ไม่ค่อยได้ดู เดี๋ยวลองหาแป๊บหนึ่งนะคะ อ๋อ เขาบอกว่ามีเรื่องนี้ เปิดไม่ได้เสียอย่างนั้น เดี๋ยวลองดูนะคะ เรื่องนี้ นี่ ๆ ดินน้ำมัน เจเจ้าแกะพวกนี้เป็นดินน้ำมัน ทำจากดินน้ำมัน นี่ก็เป็น Animation อีกแบบหนึ่งนะคะ ใช้ Animation ใช้การสร้างการสร้างจากดินน้ำมันแล้วก็เอาไปใส่เทคนิคในคอมพฉากอะไรพวกนี้ใช้เทคนิคคอมเวAnimations ประเภทนี้มีเยอะอยู่นะคะ แต่จำไม่ได้แล้ว เด็ก ๆ โตกันหมดแล้ว เลยอาจจะไม่ค่อยได้ดูแนวนี้กันนะคะ (นักศึกษาชาย) ผมว่ามีอันหนึ่ง พิงกุพิงกุ เพนกวิ้นน่ะครับ เคยให้น้องดูอยู่ นานมากแล้วนะ ตั้งแต่น้องยังเล็ก จนตอนนี้น้องอายุ 18 แล้ว หาไม่เจอแล้วมั้ง หรือยังมีอยู่ เรื่องนั้นน่ะ ได้มาตั้งแต่ น้องน่าจะขวบหนึ่งมั้ง พิงกุนี่ น้องก็ชอบดูมากเลย แผ่นซีดีที่เขาให้มามันไม่ใช่ CD ด้วย มันน่าจะเป็นดีวิดีผี ใช่ ๆ นี่ อันนี้นานมากแล้ว เรื่องนี้ทำมานานมากแล้ว แต่ต้องบอกนะ เทคโนโลยีของทางอเมริกาอะไรเขาร่ะ ตะวันออกเขาน่ะ เขานำเราไป ให้นึกถึงให้นึกถึงนะ ลาวก็ล้าหลังกว่าเรา 10-20 ปี เราก็ล้าหลังกว่า 25 ปี 30 ปี เป็น 10-20 ปี เพราะไอ้ตัวดินน้ำมันนี่ ไอ้ตัวพิงกุนี่มีมานานแล้ว คิดดูว่าได้มาตั้งแต่น้องยังเล็ก ๆ เดี๋ยวนี้น้องอายุ 18 แล้วนะคะ แต่มันน่าจะมีมาก่อน เพราะคนเอามาให้น่ะ เป็นพี่นักศึกษา วันนั้นพาน้องไปที่ห้อง พออีกรอบเขาก็เอาแผ่น CD Pingu นี่ เอามาให้น้องดู เพราะเขาบอกว่าน้องเขาโตแล้ว เขาไม่ดูแล้ว คือเขาซื้อมาไว้ให้น้องเขาดูสัก 20 กว่าปีมาแล้ว แต่ตอนนั้นมันยังไม่เรียก Animation ไง เพราะยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เยอะ ตัวองค์ประกอบพวกไอ้นี้ มันต้องทำเองหมด ปั้นเองหมด ของ... เมื่อกี้ฉากอะไรก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วย มันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยนั่นล่ะนะ เหมือน คำว่า CG แต่ก่อนก็ยังไม่มี แต่ก่อนเป็นอะไรนะ หนังแบบ special effect เทคนิคพิเศษอะไรแบบนี้ มันก็ไปตามวิวัฒนาการบ้างล่ะ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ก็คือในยุคของเรานี่เราเรียกมันว่า "Motion Graphics อนาคตต่อไปมันอาจจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นก็ได้ มันก็มี ก็คือเปลี่ยนไปตามยุดตามสมัย ว่าอย่างนั้นเถอะ แต่อันนี้ก็คือพื้นฐานในการทำกราฟิกที่ มันจะเป็นส่วหนึ่งของการวร้างสื่อ ก็เป็นสื่อรูปแบบหนึ่ง ก็เป็นสื่อภาพนิ่งใช่ไหมคะ เหมือนเราทำสื่อ PowerPoint ก็เป็นการนำเสนออีกแบบหนึ่ง ที่เป็นโปสเตอร์ สื่อดิจิทัลน่ะ มันรวมถึงที่บอกน่ะ เป็นทั้งภาพนิ่ง เป็นทั้งเคลื่อนไหวด้วยก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับอะไร ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่จะนำไปใช้ หรือความต้องการของผู้ที่ให้เราทำ ว่าเขาต้องการในลักษณะไหน การทำสื่อแต่ละประเภทมันก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่าต้องงานสื่อแบบไหน นะคะ เพราะเหมือนที่บอกนะคะ สื่อสำหรับเด็ก ตอนให้ทำ Info Graphics ใช่ไหม เราก็ต้องทำให้เห็นความแตกต่างว่า Infographic นี่ ภาพที่ใช้ประกอบสำหรับเด็กของเด็ก ก็ต้องมีสีสันสดใสอะไรอย่างนี้ ของผู้ใหญ่มันต้องมีแบบเทคนิค Coler ว่าอย่างนั้นเถอก็คือปัจจัยของนะคะ ก็คือปัจจัยของผู้ใช้หรือผู้ที่ดูสื่อเรา ผู้ใช้หรือผู้ที่ดูสื่อว่าของเราเป็นใคร ตามช่วงอายุ ตามวัย อย่างนี้เป็นต้น หรือนอกจากผู้ใช้แล้ว ก็ส่วนของเนื้อหาที่เราจะทำสื่อนั้น ว่า เหมือนที่ให้เห็นความแตกต่างว่า กับ Animation นี่ลักษณะแตกต่างกันทางเนื้อหา เพราะ Animation เป็นเรื่องเป็นราว เป็นราวที่ทำแบบภาพยนตร์ไปเลย ใช่ไหม ทำเป็น Plot ยาว ๆ ไปเลย มันต้องเป็นเรื่องราว มี Story มีการเล่าเรื่องนะคะ แต่ Motion Graphics เป็นบทสนทนาเป็นเรื่องเป็นราวหัวข้อ ๆ ก็ได้ใช่ไหม ตัดภาพไป ๆ เหมือนพูดถึง... เหมือนถ้าทำ Motion Graphics เทคนิค 10 ประการก็พูดถึง 1 เทคนิคที่ 1 ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าทำเป็น เทคนิค 10 ประการ แต่มันจะทำเหมือนสร้างเป็นภาพยนต์ค่ะ ว่าทำให้เห็นว่าเทคนิค 10 ประการ ประกอบด้วยอะไร ใช้เป็นตัวละครเล่าเรื่องเทคนิคนั้นแทนนะคะ เพราะฉะนั้น Motion Graphics บอกเล่าเนื้อหาที่ต้องล้อยเรื่องราวแต่บอกเป็นขั้นตอนได้เลย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 อย่างนี้ได้เลย ไม่ต้องไปไม่ต้องไปสักแม่น้ำทั้ง 5 ก่อนจะเข้าเนื้อเรื่องนะคะ เป็น Animation นี่ บางทีมันอาจจะต้องสร้าง Plot เริ่มดำเนินเรื่องจากตรงนี้แล้วค่อยเข้าไปหาจุดไคลแม็กซ์ มันจะมีเรื่องก่อนหน้านะคะ ที่จะเข้านั่นนี่โน้น ก่อนจะเข้ามาถึงจุดประเด็นของเรื่องอะไรอย่างนี้ นั่นคือความแตกต่างที่จะเห็นได้อีกอย่างหนึ่ง ทีนี้เดี๋ยวจะลองถาม ว่าถ้า ถ้าสมมตินะคะ ถ้าสมมติ ทศทิศ ทศทิศ (นักศึกษาชาย) ครับผม (อาจารย์สุธิรา) ถ้าสมมติว่ามอบหมายงานให้ไปทำ 1 ชิ้นนะคะ เช่น เหมือนในปัจจุบันนี่นะคะ เรื่องที่เป็นประเด็นตอนนี้คิดว่าเป็นเรื่องอะไร ทศทิศคิดว่าเรื่องอะไรครับ ที่น่าจะเป็นเรื่องอะไร (นักศึกษาชาย) เรื่องการเรียนออนไลน์ แล้วทีนี้... (นักศึกษาชาย) แล้วก็เรื่องออนไลน์ เอาสักเรื่อง ๆ ลูก (นักศึกษาชาย) เอาการเรียนออนไลน์ดีกว่าครับ (อาจารย์สุธิรา) ทีนี้เราจะนำเสนอในมุมมองไหน การเรียนออนไลน์ มันให้เห็นได้ทั้งแง่บวกใช่ไหม คือ ถ้าเหมือนแม่จะเอาไปทำแม่ก็น่าจะทำให้เด็ก ๆ เห็นประโยชน์ของการเรียนออนไลน์ แต่ถ้าเด็ก ๆ ทำก็จะบอกว่าไม่เห็นสนุกเลย ก็จะเป็นมุมมองที่เหมือนแสดงความรู้สึกว่าเรียนออนไลน์ไม่มีประโยชน์ นั่นนี่โน่น แยกได้อีกเป็น 2 ขั้วนะคะ ในแง่ที่ให้เห็นถึงประโยชน์ กับอีกในแง่หนึ่ง ให้เห็นถึงข้อเสียใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์สุธิรา) เห็นไหม ถ้าอย่างนี้ ถ้าเราทำแบบทำแบบในเชิงเปรียบเทียบ เราควรจะทำเป็น Animations หรือทำเป็น Motion (นักศึกษาชาย) Animation ไหมครับ (อาจารย์สุธิรา) เปรียบเทียบนะเปรียบเทียบนะ (นักศึกษาชาย) ครับผม (อาจารย์สุธิรา) ถ้าไปทำเป็น Animation เราจะต้องทำเรื่อง 2 เรื่องเอามาผนวกกัน ต้องสร้าง Story ถึง 2 เรื่องเลย เห็นไหมคะ เพื่อให้เห็นหรือสร้างเรื่องหนึ่งเรื่อง แต่ต้องโยงให้เห็นความแตกต่างของ 2 อันนี้ แต่จัดทำเป็น Motion Graphic แค่พูดถึงประเด็นที่ดีกับไม่ดีแล้วเอาขึ้นมาเปรียบเทียบมาให้เห็นเป็นข้อ ๆ อย่างนี้ เห็นไหม อันนี้ไหนจะ เนื้อหาอันไหน จะให้ความเข้าใจได้ง่ายกว่าเร็วกว่า (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหม บางอย่างน่ะถ้ถ้าเนื้อหาเยอะเกินไป พอเอามาเล่าเรื่องนี่มันอาจจะไม่น่าดูก็ได้ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ครับ เห็นไหมคะ ถึงให้เห็นว่า ถึงให้เห็นว่า Motion Graphic น่ะ มันไม่ต้องการการเล่าที่เยอะมาก พูดน้อย ๆ แต่ให้เห็นภาพว่าอย่างนั้นเถอะ แต่ Animation นี่ เห็นภาพไปด้วย เนื้อหาเยอะ ๆ ไปด้วย เพื่ออะไรเขาเรียก อรรถรส ออกมาใช่ไหม ใช่ไหมคะ มันจะเป็นคนละโมเมนท์เลย ความรู้สึกคนละแบบ เหมือนเราดูโฆษณาย่อ นึกออกนะ บางโฆษณามันจะมีย่อ ๆ ใช่ไหมคะ บางทีพอไปดูจริง ๆ มันมี Detail ความรู้สึกมันจะต่างกันเลย แบบ Full Options กับนิด ๆ หน่อย ๆ มันให้ความรู้สึกแบบนั้นเลยนะคะ ให้เห็นความแตกต่างก่อน เหมือนอ่านเรื่องย่อกับอ่านเรื่องแบบเป็นเรื่องเป็นราว คือ อ่านเต็มบทอย่างนี้ อ่านทุกบทจนครบทุกบท ความรู้สึกก็จะแตกต่างกัน ก็จะเป็นลักษณะเดียวกัน ใน Motion Graphic เป็นโมเมนต์อีกแบบหนึ่งนะคะ ความรู้สึกจะเป็นคนละอย่าง ให้ความรู้สึกได้คนละแบบกัน นะคะ คือ ก่อนที่เราจะทำงานสักชิ้นนี่ อย่างน้อยนี่สิ่งแรกเลยที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ไว้ ก็คือการไปศึกษาค้นคว้า จากงานของคนอื่นมาดูเสียก่อน นึกออกไหม ไปดูตัวอย่างเขาน่ะ ไปศึกษาของเขาน่ะ เขาทำแบบนี้เขาใช้เทคนิคอะไร ใช้อะไรเล่าเรื่อง แล้วมันก็จะมาเขาเรียกอะไร เป็นแนวทางน่ะ ให้เราไปดำเนินเรื่องต่อได้ หรือสร้างชิ้นงานของเราต่อได้นะคะ ลักษณะนี้เป็นต้น ก็คือในการทำงาน ที่เป็นเกี่ยวกับกราฟิกหรืองานศิลปะน่ะ คือมันไม่มีกฎตายตัว คือ กฎมันมีก็จริง แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องทำตามกฎนึกออกนะคะ เวลาไปใช้จริง ๆ เพราะบางที 1 คือ คนที่มาให้เราทำคนที่มาให้เราทำ เขามีความชอบ เหมือนบางคนเขาจะชอบสีที่สดแล้วบอกให้เอาไปใส่ บางครั้ง มันใช้ไม่ได้กับลักษณะงานนั้น แล้วทีนี้เด็ก ๆ จะทำอย่างไร เพื่อให้เขาเห็นความแตกต่าง คุณก็ต้องทำงานออกมาเป็น 2 ชิ้น นึกออกไหม ว่าทีคุณอยากได้ทำออกมามันเป็นแบบนี้นะ กับนี่ ที่ผมออกแบบให้มันเป็นแบบนี้ แล้วให้เขาดู นึกออกไหมคะ ว่าแบบที่คุณต้องการ กับแบบที่ผมทำมาให้ มันมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้เขาเห็น คือ การทำงานด้านศิลปะนี่ มันต้องเห็นภาพ นึกออกนะ ให้เห็นเลยว่าเปรียบเทียบได้ แบบที่เขาคิดไว้ มันก็ได้ตามที่เขาต้องการเป็นแบบนี้นะ ที่ ถ้าเราทำ บางอย่างมันก็ต้องตามกฎด้วย เหมือนการใช้สีดำกับสีที่ให้ไปค้นทฤษฎีที่ห้ามใช้ด้วยกัน กฎบางตัวมันใช้ได้ดี แต่ทีนี้ผู้ที่เขามาให้เราทำน่ะ เขาไม่เข้าใจถึงกฎนั้น แต่เขาใช้ความต้องการของเขาเป็นหลัก มันก็จะเกิดข้อขัดแย้งที่บอก เราก็ต้องให้เขาเห็นข้อแตกต่าง ที่อันไหนดีกว่ากันเปรียบเทียบให้เห็น ก็ต้องทำ 2 ชิ้นนะคะ เพราะเคยสอนรุ่นพี่ ทีนี้ตอนนั้นเขาออกแบบเขาออกแบบโลโก้แล้วเอามาให้แม่ดู แม่ก็เลยบอกว่าทำไมใช้สีนี้ล่ะลูก มันไม่เวิร์กนะ เขาก็เลยบอกว่าลูกค้าอยากได้ เขาก็บอกแม่มาอย่างนั้น แม่ก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร วิธีการแก้ก็ให้ทำตามที่ลูกค้าต้องการ 1 ชิ้น แล้วทเสร็จแล้วทำสิ่งที่มันถูกต้องอีก 1 ชิ้น แล้วเอาให้ลูกค้าดู จะเอาอันเดิมก็โอเคตามเขา เพราะมันเป็นสิทธิของเขานึกออกไหม คือ ความชอบมันบังคับกันไม่ได้ แต่ถ้าทำออกมาแล้วดูแล้ว เพราะไปบอกให้เขาปรับและแก้นึกออกนะคะ ที่แม่บอกน่ะ มันดูดีกว่า แต่ทีนี้ก็เลยบอกว่าแต่บางทีลูกค้าก็ไม่ถูกใจ ให้เอาไปให้เขาดูทั้ง 2 แบบ เขาไม่เคยเห็นไง ว่าที่เขาคิดกับไอ้ที่ถูกต้องน่ะ มันต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้น ให้เห็นทั้ง 2 แบบ พอกลับมาอาทิตย์ต่อมาสรุปลูกค้าเลือก ไอ้ตัวที่แม่บอกให้แก้นะคะ คือ นึกออกนะว่าความชอบแต่ละคนมันต่างกัน มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาเขาสั่งทำ เขาก็สั่งตามใจเขาน่ะ แต่เขาไม่เคยเห็นว่าถ้าอีกแบบหนึ่งมันดูดีกว่า พอเขาเห็นอีกแบบหนึ่งที่ดูดีกว่า เขาก็เลือกแบบที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นในแบบที่ทำงานบางครั้ง ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งเสมอไปนะคะ เพราะบางอย่างเหมือนที่บอก กฎบางอย่างทำได้ กฎบางอย่างไม่จำเป็นต้องทำตามนะคะ มันถึงได้บอกไง ศิลปะมันไม่มีอะไรตายตัวนะ เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่มุมมองน่ะค่ะ มุมมองของคนทำ มุมมองของคนสั่งด้วย มันก็คือการใช้จินตนาการว่าอย่างนั้นเถอะ มันเป็นงานที่ต้องใช้จินตนาการเยอะพอสมควร เหมือนเด็ก ๆ บอกในความรู้สึกนะ ของเด็ก ๆ นี่ เพราะทุกคนที่บอก วาดก็ไม่เก่ง นั่น นู่น นี่ ก็ไม่ได้ คำนี้ไว้เลยนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ มันไม่ใช่อยู่ดี ๆ แล้วมันเกิดขึ้นมาเอง ใช่ไหม มันต้องเกิดจากการสร้างขึ้นหรือการทำ แต่สิ่งที่จะทำให้มันดีขึ้นได้หรืออะไรได้ คือ การฝึกฝนหรือการหมั่นทำซ้ำ ๆ เหมือนไม่เคยวาดทำไมไม่ลองวาดดู เหมือนสมัยก่อน ก็คือการวาด ก็คือเราใช้มือใช่ไหมคะ วาด ๆ ๆ แต่เดี๋ยวนี้เรามีคอมพิวเตอร์ พอใช้คอมพิวเตอร์วาดมันมีลูกเล่นเยอะกว่า มันปรับปรุงได้มันแก้ไขได้ มันไม่เหมือนแต่ก่อน ที่พอวาดมือไม่สวย ก็เปลี่ยนกระดาษใหม่ ต้องเปลี่ยนกระดาษ แต่พอเราใช้คอมพิวเตอร์ กระดาษไม่ต้องใช้ วาดจากกระดาษอิเล็กทรอนิกส์แถมยังแก้ กลับไปแก้ไอ้รูปเดิมได้อีกต่างหาก เทคโนโลยีมันก็มีส่วนนะคะ ทำให้มันเกิดการ เคยได้ยินประโยคนี้ไหม อัฉริยะสร้างได้ เคยดูไหมคะ หนังเรื่องโปรเมย์น่ะ ที่เขาปั้นเป็นนักกอล์ฟน่ะ เห็นไหมมันเกิดจากากรฝึกฝนนะทุกอย่าง ถ้าจะให้เก่ง ให้ดีได้ มันอยู่ที่การฝึก ถึงได้บอกความรู้ความจำมันมาจากไหน เมื่อมีความจำใช่ไหมคะ ต้องจำได้ก่อน จำสิ่งที่นี่ เหมือนเกิดมา ทำไมเราจำพ่อจำแม่ได้ เกิดจากอะไร คือ ต้องเด็ก ๆ อาจจะไม่คิดอะไรใช่ไหม แต่พอโตมาเรื่อย ๆ เหมือนเรื่องต่าง ๆ ที่เรียนผ่านมา ในตอนเด็ก ๆ น่ะ บางทีจำไม่ได้แล้ว แต่พอไปทบทวน นึกออกนะ เรื่องนี้เคยเรียน เห็นไหม ความรู้ต้องมาคู่กับความจำ เพราะฉะนั้น วิธีจำได้เยอะ มันจะต้องเกิดจากากรฝึกทำซ้ำ ๆ หรือปฏิบัติซ้ำ ๆ ความจำถึงจะเกิดนะคะ เพราะฉะนั้น ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอะไร เกิดจากความรู้กับความจำมารวมกัน รู้แล้ว แล้วมาทำให้ซ้ำ ๆ ให้เกิดความจำ ความซ้ำก็จะเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ เห็นไหม นะคะ เพราะฉะนั้น อยากให้มี 3 สิ่งนี้ในตัวเด็กนะคะ เพราะสิ่งต่าง ๆ นี่ มันจะส่งผลกับตัวเด็ก ๆ เอง ถ้ารู้แล้วไม่ทำ เหมือนเรียน วันนี้เรียนนะ เรียนแล้วไม่ลองไปเปิดดู Animation ไปนั่งดู motion มันต่างกันอย่างไร ก็อาจจะลืมไป แต่ทีนี้พอเหมือนเวลาไปทำงาน ไปสอบแข่งขัน เกิดเขาถามมา เคยเรียนมาแล้วนิหว่า แต่จำไม่ได้เห็นไหมว่าสังเกตว่าการทำงานบางอย่าง มันต้องมีการสอบแข่งขัน เหมือนคนที่เรียนครูน่ะ เขาต้องมี ไม่ใช่เรียนจบปุ๊บไปสอบเพื่อแข่งขัน สอบบรรจุน่ะ ทีนี้ พอตอนสอบ ปรากฏ เรียน ๆ มา ไม่จำสักอย่างหนึ่ง จะสอบสู้เพื่อนได้ไหม ก็ไม่ได้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นอยากให้มีในส่วนนี้นะคะ พอรู้แล้วทำให้เกิดความจำ แล้วก็ทำซ้ำ ๆ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือ expert นะคะ ทำได้อย่างนี้ก็ไม่ต้องถึงขั้น Expersอย่างน้อยให้เกิดความจำได้ มันจะมีส่วนมากเลยนะคะ ในเรื่องอื่น ๆ ต่าง ๆ ตามมา เหมือนที่บอกเจ้ามุกว่าไม่จำเป็นต้องอ่านตำราวิชาการก็ได้ อาจจะไปอ่านหนังสือการ์ตูนมันก็มีการสอดแทรก การสอดแทรกข้อมูลอะไร บางทีเราอาจจะไปจำมาอย่างนั้นก็ได้นะคะ ความรู้นี่ มีอยู่ทั่วไปเลยในยุคนี้ หาได้ทั้งทางอินเทอร์เน็ตใช่ไหม หรือในห้องสมุดก็มี เดี๋ยวนี้ ส่วนใหญ่ เด็ก ๆ น่าจะนิยมหาจากอินเทอร์เน็ตนะคะ แล้วใน Internet ยุคใหม่ มีทั้งภาพ ทั้งเสียงประกอบใช่ไหมเช่นเหมือนเราดูยูทูปเห็นไหม เขาก็ทำให้ดู ทำให้ดูด้วย อย่างนี้เป็นต้น คือ ถ้าเป็นสมัยก่อนอ่านแต่ในหนังสือก็ทำหน้างง ๆ เพราะไม่เก็ท แต่พอยุคนี้ มียูทูปมา ทำให้ดูยกตัวอย่างประกอบ อะไรอย่างนี้ คือ การดู เห็นแล้วทำด้วย ทำไปด้วย ยิ่งทำให้จำได้ไวขึ้น เพราะฉะนั้น เหมือนงานแต่ละชิ้นถ้าเด็ก ๆ หมั่นทำบ่อย ๆ เป็นอาชีพได้เลยนะคะ ทำสื่อทำอะไรพวกนี้ ไปรับจ้างทำนี่สร้างรายได้ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องฝึกฝนนะคะ ไอเดียไม่มีบอกแล้วศึกษาจากการดูผู้อื่นเยอะ ๆ ศึกษาจากการดูผู้อื่นให้เอยะ เดี๋ยวมันก็จะมาเอง ถ้าเราทำสม่ำเสมอไอเดียก็จะค่อย ๆ ออกมา อาศัยอะไรล่ะ ไอเดียจากเพื่อนก็ได้ ให้เพื่อนลองสร้างแนวคิดให้อะไรอย่างนี้ ให้เพื่อนวางแพลนสัก 1 อย่างให้นะคะ ทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นได้ เด็ก ๆ ต้องต้องสร้างขึ้นมาจากการทำของเด็ก ๆ เองด้วย เพราะบอกแล้ว ความรู้ยุคใหม่หาได้ออนไลน์จริง ๆ เลย เปิดจาก online ได้หมดเลย อย่างยกตัวอย่าง เดี๋ยวนี้เปิดเป็นยูทูปให้ดูเลย เพราะถ้าแต่ก่อนอาจจะมีแค่รูปภาพให้ดูใช่ไหมคะ บางทีดูรูปแล้วนึกไม่ออก เป็นอย่างไรนะ Motion Graphics ให้เห็นเลยมีรูปมีภาพประกอบให้เห็นชัดเจนเป็นวิดีโอเลย ความแตกต่างก็จะมี ในส่วนของตัวนี้นะคะ ก็ถ้าดูแล้วจากชิ้นงานที่เราจะทำ คือ อย่างน้อยนี่ เราต้องทำสื่อที่เป็นทั้งแบบภาพนิ่งได้ แล้วก็แบบเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย ทีนี้แต่ยังไม่ได้เข้าแล็บกันเลย เด็ก ๆ ก็จะไม่สอนแล้วผมจะทำกันอย่างไรนี่ ไม่เป็นไรเราสั่งหัวข้อไว้ก่อน สั่งงานไว้ก่อนนะคะ ให้ทำ อันนี้เป็นงาน... จะเอางาน เดี๋ยว ๆ กลุ่มดี หรือเดี่ยวดี ก็จะทำได้ทุกคน เอาเดี่ยวนั่นล่ะ จะได้ฝึกฝน การบ้านวิชาอื่นเทอมนี้ค้างกัน เทอมนี้เรียนวิชาอะไรบ้าง โจ้เข้ามาหรือยัง (นักศึกษาชาย) เรียนอยู่ 6 วิชาครับ ขอดูว่าหนักขนาดไหน มีวิชาอะไรบ้าง (นักศึกษาชาย) สร้างเว็บฯ แล้วก็อัลกอริทึม แล้วก็เครือข่าย แล้วก็ (นักศึกษาชาย) Analysis ครับ ออกแบบวิเคราะห์ระบบ อ๋อโอเค สร้างเว็บฯ นี่ต้องได้ทำพวกแบรนเนอร์ โลโก้เห็นไหมคะ เพระาถ้าทำเว็บฯ นี่ต้องมีให้ทำ Logo หรือแบรนเนอร์อยู่แล้ว ไอ้ตัวนั้นเอาชิ้นงานจากอันนั้นมาผสานกับวิชานี้ได้ ประสานกับวิชานี้ได้ ในเว็บฯ นี่ จะมีทำเป็น Story เราอยากได้สักเรื่องหนึ่ง เพราะเราทำสื่อ ไม่จำเป็นต้องเป็น Animations เหมือนเคยเห็นแบบประเภทเหมือน YouTibe นะ ที่ YouTube เขาทำน่ะ ทำเป็นเรื่องเป็นราว เป็น Animations เพราะถ้าเป็น Animations เด็ก ๆ ต้องต้องทำ 3D ให้นึกถึงเหมือนสื่อแบบท่องเที่ยว การท่องเที่ยวน่ะเห็นไหม ทำเป็น ทำเป็นวิดีโอ แล้วถ่ายทำ นึกออกไหมคะ อย่างนั้นเราให้ทำเป็นคู่ดีกว่า กลุ่ม ห้อง 1 มีกี่คนนะ (นักศึกษาชาย) มี 13 คน ห้อง 2 9 คนใช่ไหม 9 + 13 เอาสัก 3-4 กลุ่มก็พอ 4 x 5 20 2 กลุ่มจะมี 5 2 กลุ่มจะมี 6 6 คน 4 กลุ่มเห็นไหม จะมี 4 กลุ่มใช่ไหมคะ เนื่องจากเรามีเพื่อนเป็นเด็กหูฯ เราจะมาทำสื่อสำหรับคนหู (หนวก) นะคะ ก็คือให้เพื่อนที่เป็นหูฯ นี่ให้เพื่อนที่เป็นหูเป็นล่ามภาษามือ เด็ก ๆ จะต้องมีการอัดวิดีโอของล่ามภาษามือนะ 2 ห้องรวมกัน ของเรา 4 กลุ่มค่ะ แม่จัดให้ (นักศึกษาหญิง) จัดให้เลยค่ะ (อาจารย์สุธิรา) จัดให้เลยนะ โอเค 1, 2, 3, 4 กลุ่มหลักเริ่มที่ห้อง 1 เลยนะ ห้อง 1 เริ่มจากใครนะ เลขที่เดี๋ยวจะได้ตัด ขอเปิดข้อมูลรายชื่อก่อน แป๊บหนึ่งนะคะ เราจะจัดกลุ่มให้ คนแรกของห้อง 1 กลุ่มที่ 1 นะคะ ทวีรัตน์นะคะ กลุ่มที่ 1 กลุ่ที่ 2 จักรพันธ์ ไล่ไปทีละคนแล้วนะ กลุ่มที่ 3 สิตาพร กลุ่มที่ 4 กรพจน์ นราวิชญ์กลุ่มที่ 1 นะคะ ภานุภาพ (นักศึกษาชาย) อยู่ครับ (อาจารย์สุธิรา) โอเค (นักศึกษาชาย) ครับผม (อาจารย์สุธิรา) พัฒนันท์ อยู่กลุ่ม 4 ศศิกานต์อยู่กับกลุ่ม 1 นะคะ มันฑนา อยู่กลุ่ม 2 น่าจะ... ปรเมษฐ์ อยู่กลุ่ม 3 จะไล่ไปทีละห้องนะ กันตวิชญ์กลุ่ม 4 ผกามาศอยู่กลุ่ม 1 กิตติชัยกลุ่ม 2 (นักศึกษาชาย) กิตติชัยไม่อยู่แล้วครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) โอเค อันนี้ห้อง 1 ครบแล้วนะครับ ต่อไปห้อง 2 มัณฑนาแล้วก็จุฑารัตน์ บีหรือเปล่า บีอยู่กลุ่ม 2 นะ ศักดิ์ดา ไอซ์ อยู่กลุ่ม 1 กลุ่ม 3 โทษที กลุ่ม 4 ดำรงศักดิ์ ดำรงศักดิ์ เด็กหู 1 แล้วนะ อยู่กลุ่ม 1 มงคล เอาเสือน้อยอยู่ด้วยนะ กลุ่ม 2 มงคล กลุ่ม 3 ธีรพล กลุ่ม 4 อัษฎาวุธ ใบเตยอยู่กับกลุ่ม 1 นะ นิชนันท์ ณิชนันท์ แล้วก็กลุ่ม 3 ยังไม่มีเด็กหูฯ เอาสุมาวดีอยู่ด้วยค่ะ ครบแล้ว อย่างนั้นเราแบ่ง 4 กลุ่มนะคะ รายชื่อจดไว้แล้ว จำได้นะ กลุ่มใคร ทำเรื่องถ้านึกเรื่องไม่ออก ลองคุยกับเด็กหูดูไหม อยากทำเรื่องอะไรนะคะ ว่าเขาอยากทำวิดีโอเรื่องอะไรดี เอาไหมเอาอันนี้ก่อน แล้วสัปดาห์หน้าเรามาคุยกัน แล้วค่อยจะมาบอกต่อว่าทำเรื่องแนวไหน โอเคไหม โอเคค่ะ (นักศึกษาหญิง) โอเคค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเคอย่างนั้น (นักศึกษาชาย) อาจารย์ครับ วิดีโอเป็นแนวไหนครับ เป็นแนวไปถ่าย หรือภาพนิ่งครับ (อาจารย์สุธิรา) เอาแนวไปถ่ายแล้วเล่า ให้เหมือนแนวนี้ เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่ง (นักศึกษาชาย) อาจารย์ครับ แล้วการถ่ายต้องไปถ่ายรวมกันไหมครับ (อาจารย์สุธิรา) มันอาจจะ... น่าจะได้อยู่นะ ช่วงนี้เด็ก... (ล่าม) อยู่คนละที่กันนะคะ (นักศึกษาชาย) หรือว่าให้แต่ละคนถ่ายมาแล้วให้แต่ละคนถ่ายมา (อาจารย์สุธิรา) เอามารวมหรือ (นักศึกษาชาย) แล้วมาตัด ลองอย่างนี้ไหม (นักศึกษาชาย) ผมว่าอย่างนี้น่าจะง่ายกว่าครับ (อาจารย์สุธิรา) เราจะเอาแนวไหนดี แนวท่องเที่ยว แนวไหนดีแนวท่องเที่ยว (นักศึกษาชาย) เอาสถาสถานที่สำคัญ ๆ ที่อยู่กับแถวบ้านตัวเองดีกว่าครับผม (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นใช้วิธีนี้นะคะ ก็คือแต่ละกลุ่มให้ลอง ลองถ่ายสถานที่สำคัญแล้วค่อยมาเลือก เพราะในกลุ่ม จะเอาอันไหน เรื่องไหน อาจจะไปถ่ายมา อาจจะเป็นคนละเรื่อง แต่พาดูมาดูแล้ว มันรวมกันได้หรือไม่อย่างนั้นก็เลือกเอาเรื่องที่น่าจะเป็นจุดเด่นสักเรื่อง (นักศึกษาหญิง) อาจารย์เป็นเรื่องที่ว่านี่ เราต้องอธิบายไหมคะ หรือว่าเราสามารถทำวิดีโอแบบไม่ต้องพูดก็ได้ (อาจารย์สุธิรา) ก็ให้ตอนอธิบายให้เพื่อนหูทำวิดีโอภาษามือน่ะค่ะ (นักศึกษาหญิง) ถ้าหนูคิดว่าเป็นแนวชีวิตประจำวันน่ะค่ะ ถ้าทำวิดีโอนะคะ (อาจารย์สุธิรา) ในกลุ่มต้องคุยกันก่อน (อาจารย์สุธิรา) พยายามให้เรื่องมันเป็นนึกออกนะ เรื่องมันควรจะไปในทางเดียวกันค่ะ ต้องตกลงกันก่อน (นักศึกษาชาย) แบบว่า... (นักศึกษาหญิง) แบบว่า ทุกกลุ่มต้องทำเหมือนกัน ทำเหมือนกัน เรื่องเดียวกันไหมคะ ก็เหมือนของตัวเองอยากทำเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน กลุ่มนี้ก็ควรจะทำในแนวเดียวกัน (นักศึกษาหญิง) โอเคค่ะ (อาจารย์สุธิรา) กลุ่มเราก็ต้องทำเรื่องในชีวิตประจำวันเหมือนกัน อย่างกลุ่มโจ้อยากทำที่ท่องเที่ยวใกล้บ้าน ในกลุ่มโจ้ก็ต้องไปหาสถานที่ท่องเที่ยวก็ต้องไปหาที่ท่องเที่ยวใกล้บ้านใช่ไหมคะ เมื่อกีเมื่อกี้ทศทิศจะเสนออะไรลูก (นักศึกษาชาย) ไม่แล้วครับ คือ... ไอ้ ที่สิตาพรเขาพูดน่ะ ผมรู้สึกว่าเหมือน Vlog ที่ทำกันใน Youtube ที่คิด (อาจารย์สุธิรา) ประมาณนั้นล่ะ แล้วคิดว่าประมาณเราถ่ายตอนตื่นอะไรประมาณนี้ (อาจารย์สุธิรา) บอกแล้วต้องตกลงกันเอาเอง ว่าจะดำเนินพล็อตเรื่องกันอย่างไร นึกออกนะ ว่าจะทำเรื่องไปในแนวไหน ต้องคุยกันก่อนใช่ไหม สมาชิกต้องคุยกันก่อน เมื่อกี้ได้พากันจดไว้หรือเปล่า สมาชิกพากันจดไว้หรือเปล่า ของรายชื่อของอาจารย์นี่ล่ะครับ แคปฯ แล้วถ่ายรูปส่งเข้าไปในโอเคไหมคะ ส่งในไลน์ให้ จะได้โคกันนะ ว่ามีใครบ้าง โอเคค่ะ มีใครสงสัยกับงานที่ตัวเองจะทำไหม ก็คือตัวบรรยายเรื่องจะกลายเป็นเพื่อนหู นึกออกนะ ให้เพื่อนหูเห็นคนล่ามภาษามือน่ะ บรรยายเรื่องที่เราทำ ที่เราถ่าย โอเคนะคะ อย่างนั้น เดี๋ยวตัวรายชื่อจะถ่ายไว้ แล้วเอาส่งไว้ใน LINE ว่าแต่ละกลุ่มมีใครบ้าง โอเค ถ้าไม่มีข้อสงสัยแล้ว สัปดาห์นี้เราจะพอแค่นี้นะคะ (นักศึกษาชาย) ครับ (นักศึกษาหญิง) ขอบคุณโอเคค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ (นักศึกษาชาย) ขอบคุณครับ (อาจารย์สุธิรา) ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ