﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,003 --> 00:00:08,003

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008
เรื่องของหน่วยความจำนะครับ

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010

5
00:00:16,010 --> 00:00:20,010

6
00:00:20,014 --> 00:00:24,014

7
00:00:24,017 --> 00:00:28,017

8
00:00:28,019 --> 00:00:32,019
(อาจารย์พิเชนทร์)

9
00:00:32,022 --> 00:00:36,022
เรื่องของหน้าที่หนึ่ง เรื่องของ

10
00:00:36,026 --> 00:00:40,026
ระบบปฏิบัติการนะครับ ก็คือเรื่องของการจัดการกับ

11
00:00:40,027 --> 00:00:44,027
หน่วยความจำนะครับ

12
00:00:44,028 --> 00:00:48,028

13
00:00:48,030 --> 00:00:52,030
ในทางคอมพิวเตอร์เรานะครับ

14
00:00:52,033 --> 00:00:56,033
เราถือว่าหน่วยความจำ

15
00:00:56,034 --> 00:01:00,034
ก็มีความสำคัญกับระบบคอมพิวเตอร์เราอย่างมาก

16
00:01:00,035 --> 00:01:04,035
ถ้าเราจะดูว่าคอมพิวเตอร์เครื่องไหน

17
00:01:04,036 --> 00:01:08,036
มีขีดความสามารถมากกว่ากัน

18
00:01:08,036 --> 00:01:12,036
ดูที่หน่วยความจำนะครับ ถ้าเครื่องไหน

19
00:01:12,036 --> 00:01:16,036
ความจำเยอะ ก็นั่นแสดงว่าเครื่องนั้น

20
00:01:16,037 --> 00:01:20,037
มีประสิทธิภาพสูงนะครับ

21
00:01:20,038 --> 00:01:24,038
ซึ่งตัวของหน่วยความจำนั้น

22
00:01:24,039 --> 00:01:28,039
หรือ OS นะครับ ที่ทำหน้าที่ในการจัดสรรนะครับ

23
00:01:28,040 --> 00:01:32,040
จะจัดสรรอย่างไรนะครับ ถ้าเกิด

24
00:01:32,041 --> 00:01:36,041
เรามีหน่วยความจำเยอะ

25
00:01:36,042 --> 00:01:40,042
นะครับ คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มขีดความสามารถ

26
00:01:40,042 --> 00:01:44,042
นะครับ ยกตัวอย่าง เช่น

27
00:01:44,043 --> 00:01:48,043
เราซื้อคอมพิวเตอร์มาเครื่องรุ่นเดียวกัน

28
00:01:48,043 --> 00:01:52,043
สเปกเดียวกันนะครับ แต่ถ้าเราใช้ตัวของ

29
00:01:52,044 --> 00:01:56,044
ระบบปฏิบัติการที่ไม่เหมือนกัน การทำงาน

30
00:01:56,045 --> 00:02:00,045
ของคอมพิวเตอร์ก็จะมีขีดความสามารถที่แตกต่างกันไปด้วย

31
00:02:00,046 --> 00:02:04,046
นะครับ เช่น เครื่องแรก

32
00:02:04,047 --> 00:02:08,047
เครื่องที่ 1 ใช้ Windows

33
00:02:08,049 --> 00:02:12,049
Windows Me

34
00:02:12,051 --> 00:02:16,051
RAM 16

35
00:02:16,052 --> 00:02:20,052
Mb อีกเครื่องหนึ่ง

36
00:02:20,053 --> 00:02:24,053
สเปกเท่ากัน แต่ใช้ Windows 10

37
00:02:24,054 --> 00:02:28,054
2 เครื่องนี้นะครับ เวลาทำงานจริง

38
00:02:28,055 --> 00:02:32,055
จะสู้ Windows 10 ไม่ได้ Windows 10 จะจัดการกับ

39
00:02:32,055 --> 00:02:36,055
หน่วยความจำที่มีขนาดเยอะกว่าได้นะครับ

40
00:02:36,055 --> 00:02:40,055
ดังนั้น เราก็มาดูว่าระบบปฏิบัติการ

41
00:02:40,055 --> 00:02:44,055
นั้นจะมีวิธีการจัดสรรหน่วยความจำอย่างไรนะครับ

42
00:02:44,055 --> 00:02:48,055
ซึ่งการจัดสรร

43
00:02:48,056 --> 00:02:52,056
หน่วยความจำนั้นนะครับ จะมีอยู่ 3 อย่าง 3 ประการ

44
00:02:52,057 --> 00:02:56,057
ก็มีเฟตซ์, วาง,

45
00:02:56,057 --> 00:03:00,057
แทนที่นะครับ

46
00:03:00,059 --> 00:03:04,059
คราวนี้เรามาดูว่าทำไมตัวของ

47
00:03:04,061 --> 00:03:08,061
ระบบปฏิบัติการถึงต้องมาจัดสรร

48
00:03:08,061 --> 00:03:12,061
หน่วยความจำนะครับ

49
00:03:12,061 --> 00:03:16,061

50
00:03:16,063 --> 00:03:20,063

51
00:03:20,065 --> 00:03:24,065
นะครับ จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าโปรแกรมนั้น

52
00:03:24,067 --> 00:03:28,067
ต้องการมใช้เท่าไร ดังนั้นนะครับ ตัวของ

53
00:03:28,068 --> 00:03:32,068
OS จึงต้องมีการจัดสรรหน่วยความจำ

54
00:03:32,069 --> 00:03:36,069
เมื่อโปรแกรมจะเข้ามาจัดการกับหน่วยความจำคอมพิวเตอร์

55
00:03:36,070 --> 00:03:40,070
มีหน่วยความจำเพียงพอหรือไม่นะครับ

56
00:03:40,070 --> 00:03:44,070
เราเรียกตรงนี้ว่า "การจัดสรรหน่วยความจำ"

57
00:03:44,071 --> 00:03:48,071
ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของระบบปฏิบัติการ ซึ่ง

58
00:03:48,072 --> 00:03:52,072
การจัดสรรหน่วยความจำนั้น สามารถแบ่งย่อยออกเป็น

59
00:03:52,073 --> 00:03:56,073
2 ประเภทนะครับ แบบต่อเนื่อง

60
00:03:56,074 --> 00:04:00,074
และแบบไม่ต่อเนื่องนะครับ

61
00:04:00,075 --> 00:04:04,075
มาดูหัวข้อที่ 1

62
00:04:04,076 --> 00:04:08,076
การจัดสรรหน่วยความจำแบบ

63
00:04:08,077 --> 00:04:12,077
ต่อเนื่องนะครับ คำว่า "การจัดสรร

64
00:04:12,078 --> 00:04:16,078
หน่วยความจำแบบต่อเนื่องนั้นนะครับ

65
00:04:16,079 --> 00:04:20,079
หมายความว่า เมื่อโปรแกรมจะเข้ามาทำงาน

66
00:04:20,080 --> 00:04:24,080
ในระบบคอมพิวเตอร์นั้น จะต้องมีพื้นที่หน่วนความจำ

67
00:04:24,081 --> 00:04:28,081
ว่างเพียงพอกับ...

68
00:04:28,082 --> 00:04:32,082

69
00:04:32,083 --> 00:04:36,083

70
00:04:36,084 --> 00:04:40,084

71
00:04:40,085 --> 00:04:44,085

72
00:04:44,086 --> 00:04:48,086

73
00:04:48,087 --> 00:04:52,087

74
00:04:52,088 --> 00:04:56,088

75
00:04:56,090 --> 00:05:00,090

76
00:05:00,093 --> 00:05:04,093

77
00:05:04,094 --> 00:05:08,094

78
00:05:08,096 --> 00:05:12,096

79
00:05:12,097 --> 00:05:16,097

80
00:05:16,099 --> 00:05:20,099

81
00:05:20,101 --> 00:05:24,101

82
00:05:24,103 --> 00:05:28,103
และ

83
00:05:27,775 --> 00:05:31,775
ภาพนั้นจะต้องเป็นภาพที่

84
00:05:31,776 --> 00:05:35,776
ติดต่อกัน...

85
00:05:35,778 --> 00:05:39,778
การแข่งขัด การต่อเนื่อง

86
00:05:39,779 --> 00:05:43,779
ส่วนการจัดสรร

87
00:05:43,780 --> 00:05:47,780
หน่วยความจำแบบไม่ต่อเนื่องนะครับ

88
00:05:47,782 --> 00:05:51,782
ก็คือความจำจะถูกแบ่งย่อยทุก

89
00:05:51,782 --> 00:05:55,782
ส่วน เป็นหน่วยย่อย ๆ

90
00:05:55,783 --> 00:05:59,783
แต่ต้อง...

91
00:05:59,785 --> 00:06:03,785
แต่ไม่ต้องต่อเนื่องแบบเมื่อกี้

92
00:06:03,786 --> 00:06:07,786
ถ้า... ถ้า...

93
00:06:07,787 --> 00:06:11,787
ถ้า

94
00:06:11,790 --> 00:06:15,790
ก็ถ้ามี...

95
00:06:15,791 --> 00:06:19,791
ก็ได้เป็นลักษณะ

96
00:06:19,793 --> 00:06:23,793
นะครับ

97
00:06:23,793 --> 00:06:27,793

98
00:06:27,794 --> 00:06:31,794

99
00:06:31,794 --> 00:06:35,794

100
00:06:35,796 --> 00:06:39,796

101
00:06:39,798 --> 00:06:43,798

102
00:06:43,799 --> 00:06:47,799

103
00:06:47,800 --> 00:06:51,800

104
00:06:51,802 --> 00:06:55,802
ซึ่งในการจัดสรรรูปแบบของโปรแกรมเดี่ยว

105
00:06:55,803 --> 00:06:59,803
ก็จะมีลักษณะหน่วยความจำเป็น 2 ส่วน

106
00:06:59,804 --> 00:07:03,804
ก็คือ 1. ส่วนของ OS

107
00:07:03,805 --> 00:07:07,805
ส่วนของ

108
00:07:07,806 --> 00:07:11,806
ก็คือเปิดเครื่องขึ้นมา ก็จะเห็นว่า

109
00:07:11,808 --> 00:07:15,808
ส่วนของหน่วยความจำอย่างสุดท้าย

110
00:07:15,809 --> 00:07:19,809
เป็นส่วนระบบปฏิบัติการ

111
00:07:19,809 --> 00:07:23,809
ส่วนของระบบปฏิบัติการนั้นจะต้องเป็นการ

112
00:07:23,810 --> 00:07:27,810
จัดสรรแบบต่อเนื่องนะครับ นั่นก็คือหมายความว่า...

113
00:07:27,811 --> 00:07:31,811
หรือหน่วยความจำจะต้อง

114
00:07:31,812 --> 00:07:35,812
ต่อเนื่องกันเป็นผืนเดียวกัน

115
00:07:35,813 --> 00:07:39,813
นะครับ เห็นไหมครับ

116
00:07:39,813 --> 00:07:43,813
นี่คือส่วนของหน่วยความจำ

117
00:07:43,814 --> 00:07:47,814
ที่เราต้องจาก

118
00:07:47,816 --> 00:07:51,816
พื้นที่ว่างติดต่อกันนะครับ

119
00:07:51,817 --> 00:07:55,817
ส่วนที่เหลือก็จะกลายเป็นส่วนของผู้ใช้

120
00:07:55,818 --> 00:07:59,818
นี่คือในลักษณะของการวิเคราะห์

121
00:07:59,819 --> 00:08:03,819
การหน่วยความจำ

122
00:08:03,820 --> 00:08:07,820
ส่วนที่เหลือ...

123
00:08:07,821 --> 00:08:11,821
ซึ่งเราจะเห็นว่า

124
00:08:11,821 --> 00:08:15,821
ในส่วนของผู้ใช้ ดูรูปนี้นะครับ

125
00:08:15,822 --> 00:08:19,822
ในส่วนของผู้ใช้ OS

126
00:08:19,822 --> 00:08:23,822
กั้นไว้นะครับ

127
00:08:23,823 --> 00:08:27,823
กั้นให้รู้ว่า

128
00:08:27,825 --> 00:08:31,825
นี่คือ OS นะ นะครับ นี่คือผู้ใช้ ห้ามมาเกี่ยวกัน

129
00:08:31,826 --> 00:08:35,826
ลักษณะการแบ่ง

130
00:08:35,827 --> 00:08:39,827
เขาจะใช้วิธีการที่

131
00:08:39,826 --> 00:08:43,826
เรียกกันว่า

132
00:08:43,827 --> 00:08:47,827
Register Com

133
00:08:47,828 --> 00:08:51,828
นะครับ ใน CPU เมื่อสร้างเข้ามา

134
00:08:51,829 --> 00:08:55,829
พื้นที่ของผู้ใช้กับพื้นที่ของผู้ให้บริการ

135
00:08:55,830 --> 00:08:59,830
แยกออกจากกันครับ หลายคน

136
00:08:59,831 --> 00:09:03,831
อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องแยกออกจากกันนะครับ

137
00:09:03,833 --> 00:09:07,833
ดูรูปนี้นะครับ

138
00:09:07,834 --> 00:09:11,834
นี่คือส่วนของ OS นี่คือส่วน

139
00:09:11,836 --> 00:09:15,836
ของผู้ใช้ ตรงนี้คือ...

140
00:09:15,837 --> 00:09:19,837
นะครับ คอมพิวเตอร์... ตรงนี้นะครับ

141
00:09:19,838 --> 00:09:23,838
แบ่งไว้ กั้นไว้ระหว่าง OS กับผู้ใช้

142
00:09:23,838 --> 00:09:27,838
ถ้าเป็นส่วน

143
00:09:27,839 --> 00:09:31,839
ผู้ใช้ไปวุ่นวายกับ OOS

144
00:09:31,840 --> 00:09:35,840
ก็จะทำให้ OS ทำงานไม่ได้

145
00:09:35,841 --> 00:09:39,841
เมื่อ OS ทำงานไม่ได้

146
00:09:39,841 --> 00:09:43,841
ก็ไม่สามารถทำงานได้นะครับ ในสมัย

147
00:09:43,842 --> 00:09:47,842
เมื่ออาจารย์พ่อเรียนเมื่อสัก 20 กว่า

148
00:09:47,843 --> 00:09:51,843
ปีที่แล้ว เวลาที่เราเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น

149
00:09:51,844 --> 00:09:55,844
เราเขียนโปรแกรมเพื่อ

150
00:09:55,845 --> 00:09:59,845
ทำไมต้อง...

151
00:09:59,845 --> 00:10:03,845
OS นะครับ เราเข้าไปวุ่นวายกับ OS ปุ๊บ

152
00:10:03,846 --> 00:10:07,846
ไปแก้ไข...

153
00:10:07,847 --> 00:10:11,847

154
00:10:11,848 --> 00:10:15,848

155
00:10:15,849 --> 00:10:19,849

156
00:10:19,850 --> 00:10:23,850

157
00:10:23,853 --> 00:10:27,853
ระบบปฏิบัติการแล้วนะครับ มันจะเกี่ยวกับข้อมูลของเรา

158
00:10:24,498 --> 00:10:28,498

159
00:10:28,503 --> 00:10:32,503
เรานะครั

160
00:10:32,504 --> 00:10:36,504

161
00:10:36,505 --> 00:10:40,505

162
00:10:40,506 --> 00:10:44,506
มันก็จะไม่คืนข้อมูลให้เรา ดังนั้นเวลาเราใช้

163
00:10:44,508 --> 00:10:48,508
คอมพิวเตอร์นั้นนะครับ ถ้าเราไปใช้งานคอมพิวเตอร์

164
00:10:48,509 --> 00:10:52,509
ในที่สาธารณะ หรือในห้องแล็บ

165
00:10:52,510 --> 00:10:56,510
เราจะต้องมีวิธีการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ไว้ด้วย

166
00:10:56,511 --> 00:11:00,511

167
00:11:00,512 --> 00:11:04,512
คราวนี้มาดูในระบบหลายโปรแกรม

168
00:11:04,513 --> 00:11:08,513
นะครับ เมื่อกี้โปรแกรมเดี่ยวนะครับ

169
00:11:08,514 --> 00:11:12,514
ในการจัดสรรหน่วยความจำ จะมีขบวนการ

170
00:11:12,514 --> 00:11:16,514
ที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น

171
00:11:16,515 --> 00:11:20,515
ก็คือมันจะทำการแบ่ง

172
00:11:20,516 --> 00:11:24,516
Partition นะครับ ซึ่งในระบบหลายโปรแกรมนั้น

173
00:11:24,517 --> 00:11:28,517
เรามักจะเรียกว่า

174
00:11:28,518 --> 00:11:32,518
Multiprogramming นะครับ เคยได้ยินไหม

175
00:11:32,519 --> 00:11:36,519
ระบบหลายโปรแกรมนั่นก็คือหมายความว่าในเวลาเดียวกันนั้น

176
00:11:36,520 --> 00:11:40,520
เราสามารถใช้โปรแกรมได้

177
00:11:40,520 --> 00:11:44,520
มากกว่า 1 โปรแกรม แต่ปัจจุบันนี้นะครับ

178
00:11:44,522 --> 00:11:48,522
เราก็ใช้ระบบ Multiproframming

179
00:11:48,523 --> 00:11:52,523
เช่น ในขณะที่

180
00:11:52,524 --> 00:11:56,524
อาจารย์พ่อก็ต้องเปิดกล้อง เปิดไมค์

181
00:11:56,525 --> 00:12:00,525
บางคนก็นั่งฟังอาจารย์พ่ออยู่ ก็ดู

182
00:12:00,528 --> 00:12:04,528
ูหนังด้วย ฟังเพลงด้วย เล่น LINE นี่ล่ะครับ คือ

183
00:12:04,528 --> 00:12:08,528
ระบบ Multiprogramming หรือระบบหลายโปรแกรม

184
00:12:08,528 --> 00:12:12,528
ซึ่งหลักการของระบบหลายโปรแกรมนั้น ก็จะมีการ

185
00:12:12,529 --> 00:12:16,529
แบ่งการทำงานของหน่วยความจำ

186
00:12:16,530 --> 00:12:20,530
เรียกว่า Partition

187
00:12:20,531 --> 00:12:24,531
นะครับ

188
00:12:24,533 --> 00:12:28,533

189
00:12:28,533 --> 00:12:32,533
ซึ่งเราก็ยังสามารถจัดประเภท

190
00:12:32,534 --> 00:12:36,534
ออกอีกเป็น 2 ประเภทย่อยดังนี้นะครับ 1.

191
00:12:36,534 --> 00:12:40,534
ระบบหลายโปรแกรม

192
00:12:40,534 --> 00:12:44,534
แบบแบ่งหน่วยความจำนะครับ

193
00:12:44,535 --> 00:12:48,535
ในระบบโปรแกรมหน่วยความจำนั้น

194
00:12:48,536 --> 00:12:52,536
ก็ยังแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท

195
00:12:52,536 --> 00:12:56,536
ก็คือแบ่งหน่วยความจำแบบคงที่

196
00:12:56,538 --> 00:13:00,538
และแบ่งหน่วยความจำแบบไม่คงที่

197
00:13:00,539 --> 00:13:04,539
และระบบหลายโปรแกรม

198
00:13:04,540 --> 00:13:08,540
แบบแบ่งหน่วยความจำแบบที่ 2 คือ แบบที่หลายโ

199
00:13:08,542 --> 00:13:12,542
แบบที่ 2 คือ ระบบแบ่งหน่วยความจำ

200
00:13:12,544 --> 00:13:16,544
นะครับ นั่นก็คือมีหลายระบบ

201
00:13:16,544 --> 00:13:20,544
มีระบบแบบแบ่ง

202
00:13:20,545 --> 00:13:24,545
แบบสลับหน่อยความจำ

203
00:13:24,545 --> 00:13:28,545
แบ่งหน่วยความจำนั้น ก็ยังแบ่งย่อยได้ 2 ประเภท

204
00:13:28,547 --> 00:13:32,547
คือ คงที่กับไม่คงที่นะครับ

205
00:13:32,549 --> 00:13:36,549
คราวนี้มาดูตัวที่ 1 นะครับ

206
00:13:36,550 --> 00:13:40,550
แบบแบางหน่วยความจำขนาดคงที่ เป็น

207
00:13:40,550 --> 00:13:44,550
อย่างไรนะครับ มาดูนะครับ วิธีการนี้

208
00:13:44,551 --> 00:13:48,551
นะครับ การแบ่งหน่วยความจำ

209
00:13:48,552 --> 00:13:52,552
ขนาดคงที่นั้นนะครับ

210
00:13:52,553 --> 00:13:56,553
ก็จะมีการแบ่งขนาดของหน่วยความจำออกเป็น

211
00:13:56,553 --> 00:14:00,553
ส่วน ๆ เท่า ๆ กันนะครับ

212
00:14:00,555 --> 00:14:04,555
ดูรูป เห็นไหมครับ

213
00:14:04,556 --> 00:14:08,556
ส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3

214
00:14:08,557 --> 00:14:12,557
นะครับ 3 ส่วนนี้จะถูกแบ่ง

215
00:14:12,557 --> 00:14:16,557
ออกเป็นส่วน ๆ และมีขนาดเท่า ๆ กัน

216
00:14:16,559 --> 00:14:20,559
นะครับ เราเรียกว่าระบบหลายโปรแกรม

217
00:14:20,561 --> 00:14:24,561
แบบแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่นะครับ

218
00:14:24,562 --> 00:14:28,562
ซึ่ง

219
00:14:28,570 --> 00:14:32,570
ระบบหลายโปรแกรมแบ่ง

220
00:14:32,571 --> 00:14:36,571
ขนาดคงที่นั้นนะครับ เมื่อเราจะนำโปรแกรมใหม่เข้า

221
00:14:36,572 --> 00:14:40,572
มาใช้นะครับ ในยุคแรก ๆ จะมี

222
00:14:40,573 --> 00:14:44,573
การแปลงค่าเสียก่อนนะครับ ก่อนที่จะเข้ามาในหน่วยความจำนั้น

223
00:14:44,574 --> 00:14:48,574
ซึ่งเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบนะครับ ก็คือแบบที่ ๅ

224
00:14:48,574 --> 00:14:52,574
การแปลงและโหลดด้วยค่าสัมบูรณ์

225
00:14:52,576 --> 00:14:56,576
แต่การแบ่งและโหลดด้วยค่าสมบูรณ์

226
00:14:56,577 --> 00:15:00,577
โปรแกรมหรืองานนั้น ผู้ใช้จะถูกแบ่งเป็นภาษา

227
00:15:00,577 --> 00:15:04,577
เครื่องด้วยค่าแอดเดรซสมบูรณ์

228
00:15:04,578 --> 00:15:08,578
จำได้ไหมครับ

229
00:15:08,579 --> 00:15:12,579
ค่าสมบูรณ์คืออะไรนะครับ

230
00:15:12,580 --> 00:15:16,580
ถามอะไรนะ ดร. วิ

231
00:15:16,581 --> 00:15:20,581
นะครับ เราเรียนเทอมนี้ใช่ไหม ลักษณะการแปลง

232
00:15:20,582 --> 00:15:24,582
และโหลดด้วยค่าสัมบูรณ์ ดูภาพประกอบนะครับ

233
00:15:24,584 --> 00:15:28,584
ก็คือหมายความว่า ก็คือ โปรแกรม

234
00:15:28,585 --> 00:15:32,585
ที่จะรอเข้าไปใช้งานของ OS นั้นนะครับ จะถูกแบ่ง

235
00:15:32,586 --> 00:15:36,586
เป็นส่วน ๆ โดยชัดเจน

236
00:15:36,587 --> 00:15:40,587
เห็นไหมครับ ส่วนที่ 1, ส่วนที่ 2, ส่วนที่ 3

237
00:15:40,588 --> 00:15:44,588
ยกตัวอย่างเช่นนะครับ โปรแกรม

238
00:15:44,589 --> 00:15:48,589
ส่วนที่ 1 ก็จะเข้าไปที่ส่วนที่ 1 เท่านั้น

239
00:15:48,590 --> 00:15:52,590
ส่วนที่ 2 ก็จะเข้าไปส่วนที่ 2 เท่านั้น

240
00:15:52,590 --> 00:15:56,590
ส่วนที่ 3 ก็เข้าไปส่วนที่ 3 ยกตัวอย่างเช่น

241
00:15:56,591 --> 00:16:00,591
สมมติว่า โปรแกรม

242
00:16:00,592 --> 00:16:04,592
ต้องการเนื้อที่ของหน่วยความจำ

243
00:16:04,593 --> 00:16:08,593
นะครับ 5K 5 กิโลไบต์นะ

244
00:16:08,594 --> 00:16:12,594

245
00:16:12,595 --> 00:16:16,595
ในส่วนที่ 1 ต้องการ 5K ปุ๊บ

246
00:16:16,596 --> 00:16:20,596
เข้ามาคิวที่ 1 แล้วก็รอเข้าในส่วนที่ 1

247
00:16:20,597 --> 00:16:24,597
ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมที่ 2

248
00:16:24,599 --> 00:16:28,599
ก็มาอีก ต้องการเนื้อที่หน่วยความคำ 2 K.

249
00:16:28,600 --> 00:16:32,600
2K นะไม่เกิน 5K นะครับ

250
00:16:32,601 --> 00:16:36,601
พอไม่เกิน 5K ก็อะไรเอ่ย

251
00:16:36,601 --> 00:16:40,601
ส่วนที่ 1 เหมือนเดิม ตัวอย่างนะ เช่น 5K

252
00:16:40,602 --> 00:16:44,602
อันนี้ 10

253
00:16:44,604 --> 00:16:48,604
อันนี้ 15

254
00:16:48,605 --> 00:16:52,605
พอโปรแกรมที่ 3 มาอีก

255
00:16:52,606 --> 00:16:56,606
ต้องการ 1 K ไม่เกิน 5 K เข้าไหน

256
00:16:56,607 --> 00:17:00,607
เท่าหนึ่งอีกนะครับ

257
00:17:00,608 --> 00:17:04,608
นี่คือลักษณะของ หน่วยความจำคงที่

258
00:17:04,608 --> 00:17:08,608
แปลงและโหลดด้วยค่าสมบูรณ์

259
00:17:08,609 --> 00:17:12,609
ถ้าแปลงเสร็จแล้วมีค่า

260
00:17:12,610 --> 00:17:16,610
6

261
00:17:16,611 --> 00:17:20,611
เท่านี้ครับ 6 7 8 9 10

262
00:17:20,612 --> 00:17:24,612
เข้าที่ 2 พอ 11 เข้านี่นะครับ

263
00:17:24,613 --> 00:17:28,613
นี่คือลักษณะของการแบ่งหน่วยความจำ

264
00:17:28,614 --> 00:17:32,614
ขนาดคงที่ และแปลงด้วยค่าสัมบูรณ์ ซึ่งลักษณะการทำงานแบบนี้

265
00:17:32,614 --> 00:17:36,614
จะทำให้การทำงานค่อนข้างช้านะครับ

266
00:17:36,616 --> 00:17:40,616
ข้อเสียนะครับ

267
00:17:40,617 --> 00:17:44,617
ทำให้หน่วยความจำส่วนอื่น

268
00:17:44,618 --> 00:17:48,618
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อกี้นะครับ ถ้าโปรแกรมต้องการเข้า

269
00:17:48,618 --> 00:17:52,618
ไม่เกิน 5K สัก 10 โปรแกรม

270
00:17:52,619 --> 00:17:56,619
มันจะไม่เข้าคิวอื่น ทำให้ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3

271
00:17:56,619 --> 00:18:00,619
ไม่ได้ใช้ประโยชน์นะครับ

272
00:18:00,622 --> 00:18:04,622
นี่คือข้อเสียของการแปลง และโหลดด้วยค่าสัมบูรณ์

273
00:18:04,623 --> 00:18:08,623
เห็นไหมครับ ตัวอย่างนี้ มันไปเข้าคิวเดียวเลย

274
00:18:08,624 --> 00:18:12,624
ถ้าค่าไม่เกิน 5K นะครับ

275
00:18:12,625 --> 00:18:16,625
และบรรยายยกตัวอย่างไปเมื่อกี้นะครับ

276
00:18:16,625 --> 00:18:20,625
ไอ้นี้ว่างนะครับ ว่าง

277
00:18:20,627 --> 00:18:24,627
ของการโหลดและแปลงค่าสมบูรณ์

278
00:18:24,628 --> 00:18:28,628
จึงเกิดวิธีการที่ 2 ขึ้น การแปรงแล้วค่า

279
00:18:28,630 --> 00:18:32,630
สัมภัทร์นะครับ

280
00:18:32,630 --> 00:18:36,630
นะครับ ของการแปลง และโหลดด้วยค่าสัมบูรณ์

281
00:18:36,631 --> 00:18:40,631
ทำอย่างไรครับ วิธีการนี้ ให้ดูรูปง่าย ๆ เลย

282
00:18:40,632 --> 00:18:44,632
นะครับ

283
00:18:44,632 --> 00:18:48,632
ไม่มีคิวที่เท่าไร มาคิวเดียว

284
00:18:48,632 --> 00:18:52,632
นะครับ มาคิวเดียวเลย เช่น คิวที่ 1 บอก

285
00:18:52,634 --> 00:18:56,634
บอกฉันต้องการใช้ 1K

286
00:18:56,637 --> 00:19:00,637
วิ่งเข้าไปเลยครับ ส่วนที่ 1

287
00:19:00,637 --> 00:19:04,637
อันที่ 2 บอกฉันต้องการใช้ 2 K

288
00:19:04,638 --> 00:19:08,638
จากเดิม ถ้า 2 Kb. ต้องเข้าที่ 1 ใช่ไหมครับ

289
00:19:08,639 --> 00:19:12,639
แต่การแปลงที่โหลดค่าสัมพันธ์

290
00:19:12,640 --> 00:19:16,640
2 ทำอย่างไรถึงจะเข้าส่วนที่ 2 ได้

291
00:19:16,641 --> 00:19:20,641
ไปบวกครับ บวกเท่าไรน่ะ

292
00:19:20,641 --> 00:19:24,641
ถ้าบวกเสร็จแล้ว ก็เข้าไปส่วนที่ 2

293
00:19:24,641 --> 00:19:28,641
คิวที่ 3 +8

294
00:19:28,642 --> 00:19:32,642
เข้า 1 ไม่ได้ เข้า 2 ไม่ได้ บวกเข้าไปอีก

295
00:19:32,643 --> 00:19:36,643
เพื่อให้เข้า 3 ได้นะครับ นี่คือลักษณะ

296
00:19:36,644 --> 00:19:40,644
ของการแปลงและโหลดด้วยค่าสัมพันธ์

297
00:19:40,645 --> 00:19:44,645
จะมีแค่คิวเดียวเลย

298
00:19:44,645 --> 00:19:48,645
ข้อเสียของแบบที่ 1 นะครับ คราวนี้

299
00:19:48,646 --> 00:19:52,646
ในการป้องกันนะครับ ระบบปฏิบัติการในระบบ

300
00:19:52,647 --> 00:19:56,647
หลายโปรแกรม ก็จะมีวิธีการนิยม

301
00:19:56,648 --> 00:20:00,648
เพราะจะมีการใช้ Register ขอบเขต

302
00:20:00,649 --> 00:20:04,649
หลาย ๆ ตัวแบ่งกันกั้นนะครับ เราเรียก "

303
00:20:04,649 --> 00:20:08,649
Register ขอบเขตบนและขอบเขตล่าง

304
00:20:08,649 --> 00:20:12,649
นะครับ แต่ถ้าเป็น

305
00:20:12,650 --> 00:20:16,650
ระบบโปรแกรมเดี่ยว ระบบ Register

306
00:20:16,652 --> 00:20:20,652
ีรีจิสเตอร์ขอบเขตเฉย ๆ นะครับ

307
00:20:20,656 --> 00:20:24,656
หลายโปรแกรมเราเรียกว่า "Register ขอบเขตบน

308
00:20:24,658 --> 00:20:28,658
และขอบเขตล่าง เอาไว้ทำอะไร เอาไว้เพื่อ

309
00:20:28,660 --> 00:20:32,660
ไม่ให้ส่วนของโปรแกรม

310
00:20:32,661 --> 00:20:36,661
ขึ้นไปวุ่ยวายกับ OS นะครับ ดูรูป

311
00:20:36,663 --> 00:20:40,663
เห็นไหมครับ

312
00:20:40,663 --> 00:20:44,663
นี่คือ Register ขอบเขตล่าง

313
00:20:44,665 --> 00:20:48,665
พอมีล่างก็จะมีบน

314
00:20:48,666 --> 00:20:52,666
นี่ล่าง นี่บน ถ้ามีส่วนที่ 4 ก็จะมี

315
00:20:52,666 --> 00:20:56,666
ล่างเป็นบนไปเรื่อย ๆ นะครับ นี่คือลักษณะ

316
00:20:56,668 --> 00:21:00,668
ของการป้องกันระหว่าง OS นะครับ

317
00:21:00,670 --> 00:21:04,670
นะครับ

318
00:21:04,670 --> 00:21:08,670

319
00:21:08,671 --> 00:21:12,671
เขาบอกว่าในการแบ่งพื้นที่นะครับ

320
00:21:12,673 --> 00:21:16,673
ของหน่วยความจำ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด

321
00:21:16,674 --> 00:21:20,674
ก็แล้วแต่จะต้องเกิดพื้นที่

322
00:21:20,676 --> 00:21:24,676
ที่ไม่ถูกใช้งาน

323
00:21:24,677 --> 00:21:28,677
เรียกว่า "เกิดการแตกกระจาย"

324
00:21:28,680 --> 00:21:32,680
นะครับ ถ้าเขาถามว่าการแตกกระจายหมายถึง

325
00:21:32,680 --> 00:21:36,680
การแบ่งกระจายหมายถึง

326
00:21:36,681 --> 00:21:40,681
หมายถึงพื้นที่นะครับ พื้นที่ของหน่วย

327
00:21:40,682 --> 00:21:44,682
ความจำที่ไม่ถูกใช้งาน

328
00:21:44,682 --> 00:21:48,682
นะครับ ในระบบ

329
00:21:48,683 --> 00:21:52,683
หลายโปรแกรมนะครับ ซึ่งการหน่วยความจำ

330
00:21:52,684 --> 00:21:56,684
ขนาดคงที่นั้นนะครับ การแตกกระจายแบ่งออกเป็น

331
00:21:56,685 --> 00:22:00,685
2 ประเภท หรือเกิดขึ้นได้ 2 กรณี

332
00:22:00,686 --> 00:22:04,686
คือ กรณที่ 1 การแตกกระจายภายนอก

333
00:22:04,687 --> 00:22:08,687
และกรณีที่ 2 คือการแตกกระจายภายใน

334
00:22:08,687 --> 00:22:12,687
เป็นอย่างไร ดูรูปประกอบเลยนะครับ

335
00:22:12,688 --> 00:22:16,688
เห็นไหมครับ

336
00:22:16,688 --> 00:22:20,688
ส่วนที่ 1 ว่าง

337
00:22:20,689 --> 00:22:24,689
เขาบอกว่านี่ เกิดแล้ว

338
00:22:24,690 --> 00:22:28,690
การแตกกระจายภายนอก หมายถึงอะไรครับ

339
00:22:28,691 --> 00:22:32,691
การแตกกระจายภายนอกหมายถึง

340
00:22:32,692 --> 00:22:36,692
พื้นที่ของหน่วยความจำนะครับ ที่ไม่ถูกใช้งาน

341
00:22:36,693 --> 00:22:40,693
ในระบบหลายโปรแกรมแบบ

342
00:22:40,694 --> 00:22:44,694
แบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่

343
00:22:44,695 --> 00:22:48,695
เราเรียกมันว่า "การแตกกระจายภายนอก"

344
00:22:48,696 --> 00:22:52,696
ส่วนที่ 2, ส่วนที่ 3

345
00:22:52,696 --> 00:22:56,696
เห็นไหมครับ ถูกใช้งานครับ แต่

346
00:22:56,696 --> 00:23:00,696
ยังว่างอยู่ แบบนี้เราถือว่า

347
00:23:00,698 --> 00:23:04,698
เป็นการแตกกระจายภายในนะครับ

348
00:23:04,699 --> 00:23:08,699
ความหมาย ก็คือหมายถึง การแตกกระจายภายใน

349
00:23:08,700 --> 00:23:12,700
หมายถึงส่วนพื้นที่ว่างของหน่วยความจำ

350
00:23:12,701 --> 00:23:16,701
ความจำที่ถูกใช้นะครับ ในระบบ

351
00:23:16,702 --> 00:23:20,702
หลายโปรแกรมแบบแบ่งหน่วยความจำ

352
00:23:20,702 --> 00:23:24,702
ขนาดคงที่ แต่ใช้ไม่หมด นี่

353
00:23:24,703 --> 00:23:28,703
นะครับ เราเรียกว่าการแตกกระจายภายในนะครับ

354
00:23:28,704 --> 00:23:32,704
นะครับ

355
00:23:32,705 --> 00:23:36,705
คราวนี้มาดูการแบ่ง

356
00:23:36,706 --> 00:23:40,706
ขนาดไม่คงที่นะครับ เมื่อกี้แบบคงที่นะครับ

357
00:23:40,706 --> 00:23:44,706
แบบคงที่ แบบไม่คงที่ก็คือ

358
00:23:44,706 --> 00:23:48,706
การแบ่งขนาดหน่ย

359
00:23:48,707 --> 00:23:52,707
ความจำไม่เท่ากันนะครับ ดูรูป

360
00:23:52,708 --> 00:23:56,708
ตัวอย่างนะครับ เห็นไหมครับ OS

361
00:23:56,709 --> 00:24:00,709
นี่ OS เท่ากันหมดนะครับ

362
00:24:00,710 --> 00:24:04,710
เขาบอกผู้ใช้ A ต้องการใช้ 10k

363
00:24:04,711 --> 00:24:08,711
เข้ามาเลยครับ 10 K

364
00:24:08,712 --> 00:24:12,712
สักพักหนึ่ง ผู้ใช้ B บอก

365
00:24:12,713 --> 00:24:16,713
ต้องการใช้ 5K ผู้ใช้ B

366
00:24:16,714 --> 00:24:20,714
ขนาดมันไม่เท่ากันครับ สักพักหนึ่ง

367
00:24:20,714 --> 00:24:24,714
ผู้ใช้ C ต้องการ 15 K มาแล้ว 15 K

368
00:24:24,715 --> 00:24:28,715
นะครับ ผู้ใช้ D 30 k

369
00:24:28,716 --> 00:24:32,716
นะครับ นี่คือลักษณะของ

370
00:24:32,717 --> 00:24:36,717
แบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่นะครับ

371
00:24:36,718 --> 00:24:40,718
เห็นไหมครับ ขนาดไม่เท่ากันเลยครับ 10,

372
00:24:40,718 --> 00:24:44,718
5, 15, 30

373
00:24:44,719 --> 00:24:48,719
แล้วก็ว่างนะครับ

374
00:24:48,719 --> 00:24:52,719

375
00:24:52,720 --> 00:24:56,720
ในการ

376
00:24:56,723 --> 00:25:00,723
แบ่งเนื้อที่หน่วยความจำขนาด

377
00:25:00,725 --> 00:25:04,725
ไม่คงที่เอง ก็จะเกิดที่ไม่ถูกใช้งาน

378
00:25:04,725 --> 00:25:08,725
เช่นเดียวกัน ก็คือพื้นที่ว่างนะครับ

379
00:25:08,726 --> 00:25:12,726
ถ้าในระบบหลายโปรแกรมขนาดแบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่

380
00:25:12,727 --> 00:25:16,727
เราจะเรียกว่า "ช่องโหว่" นะครับ

381
00:25:16,728 --> 00:25:20,728
หรือวงนะครับ แต่ถ้าพื้นที่หน่วยความจำ

382
00:25:20,729 --> 00:25:24,729
ที่ไม่ถูกใช้งานในระบบหลายโปรแกรม

383
00:25:24,730 --> 00:25:28,730
เราจะเรียกว่าการแตกกระจายนะครับ ต่างกันนะครับ

384
00:25:28,731 --> 00:25:32,731

385
00:25:32,732 --> 00:25:36,732
นี่ตัวอย่างนะครับ

386
00:25:36,733 --> 00:25:40,733
โปรแกรม A B C D นี่

387
00:25:40,734 --> 00:25:44,734
เห็นไหมครับ เกิดช่องโหว่แล้วเกิด Hole แล้ว

388
00:25:44,734 --> 00:25:48,734
สักพักหนึ่ง โปรแกรม B ถูกใช้งาน

389
00:25:48,736 --> 00:25:52,736
แล้วจบ จบเสร็จปุ๊บ คืนความทรงจำให้ระบบ

390
00:25:52,737 --> 00:25:56,737
นี่เกิดอีกแล้ว เกิดช่องโหว่อีกแล้ว

391
00:25:56,738 --> 00:26:00,738
นะครับ สักพักหนึ่ง โปรแกรม D

392
00:26:00,739 --> 00:26:04,739
จบอีก เกิดโฮลอีกแล้ว เกิดพื้นที่ช่องโหว่อีกแล้ว

393
00:26:04,740 --> 00:26:08,740
เกิดพื้นที่ช่องโหว่อีกแล้ว นี่คือพื้นที่

394
00:26:08,740 --> 00:26:12,740
ที่ไม่ถูกใช้งานในระบบหลายโปรแกรมที่มี

395
00:26:12,742 --> 00:26:16,742
ความจำไม่คงที่นะครับ

396
00:26:16,743 --> 00:26:20,743
คราวนี้เมื่อมันเกิดช่องโหว่หรือโฮลขึ้น

397
00:26:20,743 --> 00:26:24,743
เราจะนำโปรแกรมใหม่มาวางอย่างไร

398
00:26:24,744 --> 00:26:28,744
อย่างนี้เกิดช่องโหว่ขึ้น

399
00:26:28,745 --> 00:26:32,745
นี่ พอเราจะเอาโปรแกรม

400
00:26:32,746 --> 00:26:36,746
ใหม่มาวาง เราจะทำอย่างไร มันจะมีอยู่วิธีการหนึ่ง ก็คือ

401
00:26:36,746 --> 00:26:40,746
ยุทธวิธีการวาง ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภท

402
00:26:40,747 --> 00:26:44,747
1.

403
00:26:44,748 --> 00:26:48,748
เจอก่อนพบก่อนวางเลย

404
00:26:48,748 --> 00:26:52,748
นะครับ ก็คือเลือกโฮลที่พบก่อน

405
00:26:52,748 --> 00:26:56,748
ซึ่งตัวของ OS ตัวโปรแกรมที่จะเปิด

406
00:26:56,750 --> 00:27:00,750
ใหม่นั้น หรือโปรแกรมที่จะวางใหม่นั้น

407
00:27:00,752 --> 00:27:04,752
นะครับ นี่คือยุทธวิธีการ

408
00:27:04,753 --> 00:27:08,753
อันที่ 1 นะครับ ยุทธวิธีการวางอันที่ 2

409
00:27:08,753 --> 00:27:12,753
ก็คือเรื่อง Ho ที่เกิดขึ้น

410
00:27:12,754 --> 00:27:16,754
หมายความว่าเมื่อ OS ตรวจสอบแล้ว เมื่อมีโฮล

411
00:27:16,754 --> 00:27:20,754
4-5 จุด หรือ 10 จุด ก็ต้องดูว่า

412
00:27:20,755 --> 00:27:24,755
เมื่อวางโปรแกรมใหม่เข้าไปแล้ว จะเกิดโฮลขนาดเล็กที่สุด

413
00:27:24,756 --> 00:27:28,756
เราเรียกวิธีการนี้ว่าเป็นวิธีการ

414
00:27:28,757 --> 00:27:32,757
ที่เหมาะสมที่สุด 3.

415
00:27:32,758 --> 00:27:36,758
ยุทธวิธีการที่ใหญ่ที่สุด

416
00:27:36,759 --> 00:27:40,759
ตรงข้ามกับแบบที่ 2 เลยครับ ก็คือ

417
00:27:40,760 --> 00:27:44,760
ตรงไหนว่างเยอะที่สุด Ho ตรงไหนว่างที่สุด

418
00:27:44,760 --> 00:27:48,760
นะครับ

419
00:27:48,761 --> 00:27:52,761
เห็นไหมครับ ถ้าเจอก่อน

420
00:27:52,762 --> 00:27:56,762
พบก่อน

421
00:27:56,763 --> 00:28:00,763
โปรแกรมใหม่ต้องการ 13K

422
00:28:00,763 --> 00:28:04,763
มาดูด้านซ้ายมือ

423
00:28:04,764 --> 00:28:08,764
ว่างไหม ว่าง 14 K ว่างไหม

424
00:28:08,765 --> 00:28:12,765
ว่าง 5k ว่างไหม ว่าง

425
00:28:12,765 --> 00:28:16,765
30K ว่างไหม เขาบอกว่า อันที่ 1

426
00:28:16,766 --> 00:28:20,766
พบก่อนเจอก่อน แต่ต้องมีเนื้อที่ว่าง

427
00:28:20,767 --> 00:28:24,767
ที่ต้องการเข้าไปคือ 13 K ต้องดูว่า

428
00:28:24,768 --> 00:28:28,768
เข้าได้ ก็จะวิ่งเข้าไปที่ 16 k

429
00:28:28,769 --> 00:28:32,769
โอเควางเข้าไปใหม่

430
00:28:32,770 --> 00:28:36,770
ยุทธวิธีการที่พบก่อนวางก่อน

431
00:28:36,771 --> 00:28:40,771
ข้อแม้ว่าพื้นที่ Hole

432
00:28:40,771 --> 00:28:44,771
จะต้องมีพื้นที่ว่างเพียงพอกับโปรแกรมใหม่ต้องการ

433
00:28:44,773 --> 00:28:48,773
นะครับ ส่วนยุทธวิการ

434
00:28:48,775 --> 00:28:52,775
วางแบบที่ 2 ก็คือเลือกโฮลที่เหมาะสมที่สุด

435
00:28:52,776 --> 00:28:56,776
ก็คือหมายความว่าวางโปรแกรมใหม่เข้าไปแล้ว

436
00:28:56,777 --> 00:29:00,777
เหลือโฮลน้อยที่สุด เราก็มาดูครับ ว่า

437
00:29:00,778 --> 00:29:04,778
โปรแกรมใหม่ต้องการ 13K

438
00:29:04,779 --> 00:29:08,779
ได้ครับ แต่ถ้าวาง 16 แล้วจะเหลือ

439
00:29:08,781 --> 00:29:12,781
Hole อยู่ 3

440
00:29:12,782 --> 00:29:16,782
14k

441
00:29:16,783 --> 00:29:20,783
วางได้ไหม วางได้ เหลือ Ho

442
00:29:20,784 --> 00:29:24,784
1

443
00:29:24,784 --> 00:29:28,784
5 K ได้ไหม ไม่พอ

444
00:29:28,787 --> 00:29:32,787
กับ 13 นะครับ ส่วน 30

445
00:29:32,788 --> 00:29:36,788
วางได้ครับ เหลืออยู่ 17

446
00:29:36,789 --> 00:29:40,789
เขาบอกว่า Hole ที่เหมาะสมที่สุด

447
00:29:40,790 --> 00:29:44,790
ก็คือหมายความว่าเอา Hole ใหม่ เอา Hole

448
00:29:44,790 --> 00:29:48,790
ไปวางแล้ว เกิดโฮลใหม่น้อยที่สุด

449
00:29:48,791 --> 00:29:52,791
เข้าที่ 1 เหลือ 3

450
00:29:52,792 --> 00:29:56,792
เข้า 14k เหลือ 1

451
00:29:56,794 --> 00:30:00,794
นั่นแสดงว่าเหมาะสมที่สุด ก็คือ

452
00:30:00,795 --> 00:30:04,795
14k นะครับ นี่คือยุทธวิธีการทำงาน

453
00:30:04,797 --> 00:30:08,797
แบบที่ 2 อันที่ 2 ตรงข้าม

454
00:30:08,798 --> 00:30:12,798
ใหญ่ที่สุด เรามองแล้ว 16 14 5

455
00:30:12,799 --> 00:30:16,799
30 ใหญ่กว่าชาวบ้านจับเข้าไปวางเลย

456
00:30:16,800 --> 00:30:20,800
นะครับ นี่คือยุทธวิธีการวางทั้ง 3 แบบนะครับ

457
00:30:20,802 --> 00:30:24,802

458
00:30:24,803 --> 00:30:28,803
คราวนี้เมื่อมีช่องโหว่หรือ Hole มากที่สุด

459
00:30:28,804 --> 00:30:32,804
1 Hole นะครับ และอยู่ติดกัน

460
00:30:32,805 --> 00:30:36,805
และอยู่ติดกันนะนะครับ

461
00:30:36,806 --> 00:30:40,806
ตัวของระบบปฏิบัติการ

462
00:30:40,806 --> 00:30:44,806
จะต้องมีขีดความสามารถที่จะรวม Hole เข้าไปด้วยกัน เรา

463
00:30:44,808 --> 00:30:48,808
เรียกว่า "การรวม Hole" นะครับ

464
00:30:48,808 --> 00:30:52,808
ดูรูปนี้นะ

465
00:30:52,810 --> 00:30:56,810
Ho ต้องว่างติดกันนะครับ

466
00:30:56,811 --> 00:31:00,811
เช่น ตัวนี้ต้องติดกัน

467
00:31:00,812 --> 00:31:04,812
หรือติดกัน 3 ตัวก็ได้

468
00:31:04,813 --> 00:31:08,813
นะครับ มันถึงจะรวมโฮลได้

469
00:31:08,814 --> 00:31:12,814
นะครับ วิธีการหนึ่ง

470
00:31:12,815 --> 00:31:16,815
ในการที่จะรวม Hole ในกรณีที่ไม่ว่าง

471
00:31:16,816 --> 00:31:20,816
ทำอย่างไรนะครับ เขาจะใช้วิธีการ

472
00:31:20,817 --> 00:31:24,817
อัดหน่วยความจำนะครับ

473
00:31:24,817 --> 00:31:28,817
แต่ถ้าการรวม HO

474
00:31:28,817 --> 00:31:32,817
รวมเลยนะครับ ซึ่งต้องเป็นความสามารถของ

475
00:31:32,818 --> 00:31:36,818
ระบบปฏิบัติการนะครับ ส่วนที่ 2 ถ้า

476
00:31:36,819 --> 00:31:40,819
ไม่ติดกัน เราเรียกว่า "การอัดหน่วยความจำ"

477
00:31:40,821 --> 00:31:44,821
หรือบางทีเขาเรียกว่า การรวบรวมขยะ

478
00:31:44,822 --> 00:31:48,822
แต่ก็มีข้อเสียนะครับ

479
00:31:48,822 --> 00:31:52,822
ข้อเสียคือจะทำให้เกิดการ

480
00:31:52,822 --> 00:31:56,822
เสียเวลา เพราะเวลามันอัดหน่วยความจำนั้น

481
00:31:56,824 --> 00:32:00,824
มันจะต้องหยุดการทำงานอย่างดี ทำให้

482
00:32:00,824 --> 00:32:04,824
พื้นที่ว่างของหน่วยความจำมากขึ้นนะครับ ดูรูป

483
00:32:04,825 --> 00:32:08,825
เห็นไหมครับ ว่างช่องนี้

484
00:32:08,826 --> 00:32:12,826
ว่างช่องนี้ มันว่างไม่ติดกัน

485
00:32:12,827 --> 00:32:16,827
นะครับ เราจะทำอย่างไรให้มันมารวมอยู่ตรงนี้

486
00:32:16,827 --> 00:32:20,827
เราใช้วิธีการที่เรียกว่า "การอัดหน่วยความจำ"

487
00:32:20,828 --> 00:32:24,828
นะครับ มันก็จะเกิดเนื้อ

488
00:32:24,832 --> 00:32:28,832
ที่ใหญ่ขึ้นนะครับ นี่คือลักษณะของ

489
00:32:28,833 --> 00:32:32,833
การรวม Ho เข้าด้วยกัน มีการรวม

490
00:32:32,834 --> 00:32:36,834
มีการรวมแบบที่ 1 แล้วก็การอัดหน่วยความจำ

491
00:32:36,835 --> 00:32:40,835
ถ้าใครนึกภาพไม่ออกก็คือหมายโปรแกรม Defragement

492
00:32:40,835 --> 00:32:44,835
นะครับ จัดเรียงข้อมูลใน Windows ของเรา

493
00:32:44,836 --> 00:32:48,836
เดี๋ยวเราเข้าห้องแล็บก็จะทำให้ดู แต่บางกลุ่ม

494
00:32:48,851 --> 00:32:52,851
นะครับ อาทิตย์ก่อนนู้นนะครับ

495
00:32:52,852 --> 00:32:56,852
คราวนี้มาดูระบบหลายโปรแกรมแบบ

496
00:32:56,853 --> 00:33:00,853
สลับหน่วยความจำ เมื่อกี้ที่กล่าวไปเมื่อกี้ ก็คือ

497
00:33:00,853 --> 00:33:04,853
เป็นระบบแบบแบ่งหน่วยความจำ

498
00:33:04,855 --> 00:33:08,855
ขนาดคงที่และไม่คงที่นะครับ แล้วก็มีโปรแกรม

499
00:33:08,855 --> 00:33:12,855
แบบสลับหน่วยความจำ

500
00:33:12,856 --> 00:33:16,856
ชื่อก็บอกนะครับ สลับ ก็คือหมายความว่า

501
00:33:16,856 --> 00:33:20,856
OS จะนำโปรแกรมจากหน่วยความจำ

502
00:33:20,857 --> 00:33:24,857
สลับออกแล้ว OS นำโปรแกรมใหม่เข้าไป

503
00:33:24,858 --> 00:33:28,858
นะครับ สลับเข้าสลับออกนะครับ

504
00:33:28,859 --> 00:33:32,859

505
00:33:32,860 --> 00:33:36,860
เขาบอกว่าในการสลับออกนั้น

506
00:33:36,861 --> 00:33:40,861
OS เอาไปเก็บไว่ที่ไหน เอาโปรแกรมไปเก็บ

507
00:33:40,862 --> 00:33:44,862
ไว้ที่ไหนนะครับ เขาบอกเอาไปเก็บไว้ในหน่วยความจำ

508
00:33:44,863 --> 00:33:48,863
ชั่วคราวนะครับ

509
00:33:48,864 --> 00:33:52,864

510
00:33:52,865 --> 00:33:56,865
ซึ่งมันจะสลับเข้าสลับออกนั้น

511
00:33:56,865 --> 00:34:00,865
เกิดเหตุการณ์ 3 กรณีนี้นะครับ

512
00:34:00,866 --> 00:34:04,866
คือ 1. โปรแกรมจบ

513
00:34:04,867 --> 00:34:08,867
เช่นโปรแกรมที่ 1 สลับ

514
00:34:08,868 --> 00:34:12,868
นะครับ กรณีที่ 1 กรณีที่ 2

515
00:34:12,869 --> 00:34:16,869
โปรแกรมไปใช้งานอินพุต

516
00:34:16,870 --> 00:34:20,870
เอาต์พุต

517
00:34:20,871 --> 00:34:24,871
เช่น โปรแกรมที่ 1 เข้าไปแล้ว

518
00:34:24,871 --> 00:34:28,871
จะต้องไปติดต่อกับเครื่องพิมพ์

519
00:34:28,872 --> 00:34:32,872
โปรแกรมก็จะถ

520
00:34:32,873 --> 00:34:36,873
สลับออกนะครับ

521
00:34:36,873 --> 00:34:40,873
แล้วก็เอาโปรแกรมใหม่เข้าไปแทน

522
00:34:40,874 --> 00:34:44,874
เหตุการณ์ที่ 3 คือ หมดเวลา

523
00:34:44,875 --> 00:34:48,875

524
00:34:48,875 --> 00:34:52,875
โปรแกรมแต่ละโปรแกรมนั้น เข้าไปทำงาน

525
00:34:52,876 --> 00:34:56,876
หน่วยความจำได้ไม่เกินกี่นาที

526
00:34:56,877 --> 00:35:00,877
นั่นแสดงว่าหน่วนความจำไหนเข้าไป 5 วินาทีแล้ว

527
00:35:00,877 --> 00:35:04,877
จะต้องออกมาเพื่อให้โปรแกรมอื่นเข้าไปแทนที่

528
00:35:04,879 --> 00:35:08,879
ก็คือสลับเข้า แล้วก็สลับออกนะครับ

529
00:35:08,881 --> 00:35:12,881
คราวนี้มาดู

530
00:35:12,882 --> 00:35:16,882
หัวข้อสุดท้าย

531
00:35:16,884 --> 00:35:20,884
ก็คือการทำ Overlay

532
00:35:20,885 --> 00:35:24,885
นั้นนะครับ เป็นหลักกการที่บอกว่า

533
00:35:24,886 --> 00:35:28,886
การทำให้โปรแกรมที่มีขนาดใหญ่กว่า

534
00:35:28,888 --> 00:35:32,888
หน่วยความจำ สามารถเข้าไปใช้

535
00:35:32,889 --> 00:35:36,889
หน่วยความจำได้นะครับ ซึ่ง

536
00:35:36,890 --> 00:35:40,890
เราจะแบ่งเป็นลักษณะโปรแกรมย่อย ๆ ดูรูปนะครับ

537
00:35:40,890 --> 00:35:44,890
ไม่มีรูปให้ดูด้วย

538
00:35:44,892 --> 00:35:48,892

539
00:35:48,893 --> 00:35:52,893
ลักษณะก็คือนะครับ

540
00:35:52,897 --> 00:35:56,897
เราจะทำการแบ่งนะครับ

541
00:35:56,899 --> 00:36:00,899
แบ่งเนื้อที่หน่วยความจำ

542
00:36:00,900 --> 00:36:04,900
เป็นส่วนย่อย ๆ นะครับ

543
00:36:04,901 --> 00:36:08,901
ไม่มีรูปให้ดูด้วยนะครับ

544
00:36:08,901 --> 00:36:12,901
เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะครับ

545
00:36:12,905 --> 00:36:16,905

546
00:36:16,906 --> 00:36:20,906
เวลาที่เรา

547
00:36:20,907 --> 00:36:24,907
เขียนโปรแกรม เดี๋ยวยกตัวอย่างให้ดูแล้วกันนะครับ เวลาที่เราเขียนโปรแกม

548
00:36:24,908 --> 00:36:28,908
ในลักษณะของโปรแกรม

549
00:36:28,910 --> 00:36:32,910
เกี่ยวกับ

550
00:36:32,911 --> 00:36:36,911
ฐานข้อมูลนะ เช่น

551
00:36:36,911 --> 00:36:40,911
โปรแกรมฐฐานข้อมูลตัวนี้เรายังไม่ได้เรียนนะ เดี๋ยวเทอมหน้าเราจะได้เรียน

552
00:36:40,912 --> 00:36:44,912
นะครับ ก็คือลักษณะของฐานข้อมูล ก็จะมีการเพิ่มข้อมูล,

553
00:36:44,913 --> 00:36:48,913
ลบข้อมูล การค้นหาข้อมูล

554
00:36:48,914 --> 00:36:52,914
การรายงานข้อมูลประมาณนี้นะครับ พอเราเขียนโปรแกรม

555
00:36:52,915 --> 00:36:56,915
ปุ๊บ ถ้าเขียนโปรแกรมสมัยก่อน

556
00:36:56,916 --> 00:37:00,916
เขียนโปรแกรมทีเดียวเลยนะครับ

557
00:37:00,917 --> 00:37:04,917
เพิ่ม ลบ แก้ไข ค้นหาข้อความ

558
00:37:04,918 --> 00:37:08,918
100 บรรทัด เราคีย์โปรแกรม 100 บรรทัด

559
00:37:08,919 --> 00:37:12,919
แต่ถ้าลักษณะของการทำ Overlay แบบเมื่อกี้

560
00:37:12,920 --> 00:37:16,920
จะถูกแบ่งย่อยนะครับ จะถูกแบ่งย่อยไป

561
00:37:16,920 --> 00:37:20,920
โปรแกรมเพิ่มข้อมูลเป็นอีก 1 โปรแกรม

562
00:37:20,922 --> 00:37:24,922
โปรแกรมลบข้อมูลก็เป็นอีก 1 โปรแกรม

563
00:37:24,923 --> 00:37:28,923
โปรแกรมค้นหาก็ 1 โปรแกรม โปรแกรม

564
00:37:28,924 --> 00:37:32,924
รายงาน ก็คือแบ่งย่อยออกไปนะครับ Flow การทำงานจะเร็วขึ้น

565
00:37:32,924 --> 00:37:36,924
ซึ่งลักษณะแบบนี้ พอเราไปเรียน

566
00:37:36,925 --> 00:37:40,925
ในเทอมต่อ ๆ ไปเราจะเห็นวิธีการทำ Overlay

567
00:37:40,927 --> 00:37:44,927
อย่างนี้นี่เองนะครับ ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน

568
00:37:44,927 --> 00:37:48,927
นะครับ ครับ

569
00:37:48,928 --> 00:37:52,928
นี่คือการจัดการหน่วยความำ

570
00:37:52,929 --> 00:37:56,929
ก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง

571
00:37:56,930 --> 00:38:00,930
ของระบบปฏิบัติการซึ่ง

572
00:38:00,931 --> 00:38:04,931
เราจะเห็นว่าเวลาที่เราทำงานนั้นนะครับ

573
00:38:04,931 --> 00:38:08,931
ในการทำคอมพิวเตอร์เรา

574
00:38:08,931 --> 00:38:12,931
ของหน่วยความจำนั้นนะครับ

575
00:38:12,931 --> 00:38:16,931
ที่...

576
00:38:16,931 --> 00:38:20,931

577
00:38:20,932 --> 00:38:24,932
ที่ เดี๋ยวให้ดูนะครับ

578
00:38:24,934 --> 00:38:28,934
นี่ ในคอมพิวเตอร์เรานะครับ จะเห็นว่า

579
00:38:28,935 --> 00:38:32,935
Memory เห็นนะครับ

580
00:38:32,936 --> 00:38:36,936
พี่การ์ตูนเห็นอยู่นะหน้าจอ (ล่าม 1) เห็นค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์)

581
00:38:36,937 --> 00:38:40,937
นี่ โปรแกรมที่เราทำงาน มันมีหน่วยความจำ

582
00:38:40,937 --> 00:38:44,937
หน่วยความจำ อันนี้บอก Google Chrom

583
00:38:44,938 --> 00:38:48,938
นะครับ

584
00:38:48,940 --> 00:38:52,940
เห็นว่าทุกโปรแกรมจะใช้หน่วยความจำตลอดเวลา

585
00:38:52,941 --> 00:38:56,941
นั่นแสดงว่าจากหน้าจอนี้ Task Manager

586
00:38:56,942 --> 00:39:00,942
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ เครื่องของพ่อนี่ มี

587
00:39:00,943 --> 00:39:04,943
การใช้งานหน่วยความจำอยู่ 78 เปอร์เซ็นต์

588
00:39:04,945 --> 00:39:08,945
นะครับ มีโปรแกรมอะไรบ้าง

589
00:39:08,946 --> 00:39:12,946
เช่น โปรแกรมไมโครซอฟท์

590
00:39:12,947 --> 00:39:16,947
มี LINE อาจารย์พ่อเปิด LINE ด้วย

591
00:39:16,947 --> 00:39:20,947
นะครับ Task Manager นะครับ พอเราเปิดโปรแกรม

592
00:39:20,948 --> 00:39:24,948
แต่ละโปรแกรมขึ้นมานะครับ

593
00:39:24,948 --> 00:39:28,948
นะครับ

594
00:39:28,949 --> 00:39:32,949
หน้าจอนี้เพื่อน ๆ ที่เข้ามาห้องแล็บคง

595
00:39:32,950 --> 00:39:36,950
คงคุ้นเคยนะ เพราะวันนั้นอาจารย์พ่อ

596
00:39:36,950 --> 00:39:40,950
พาไปปรับให้

597
00:39:40,951 --> 00:39:44,951
เครื่องในห้องแล็บเราทำงานเร็วขึ้น

598
00:39:44,952 --> 00:39:48,952
เข้ามาเรียนในห้องแล็บแล้ว อาจารย์พ่อจะสอน

599
00:39:48,953 --> 00:39:52,953
ครับ ว่าจะปรับ Windows ให้มันเร็วอย่างไร

600
00:39:52,953 --> 00:39:56,953
แต่งอย่างไร ลงโปรแกรม Windows ลงอย่างไร

601
00:39:56,954 --> 00:40:00,954
ลง 2 Windows 3 Windows ทำอย่างไร

602
00:40:00,954 --> 00:40:04,954
เดี๋ยวเราพาลุยปฏิบัติกันนะครับ เพราะว่า

603
00:40:04,955 --> 00:40:08,955
พ่อเองก็ขี้เกียจบรรยายนะครับ

604
00:40:08,956 --> 00:40:12,956
แต่ชอบปฏิบัติ ปฏิบัติมันสนุกสนานมากกว่านะครับ

605
00:40:12,957 --> 00:40:16,957
วิชาเราอย่างที่อาจารย์พ่อบอกว่า

606
00:40:16,958 --> 00:40:20,958
นะครับ เหมือนเมื่อเช้า อาจารย์แม่บอก

607
00:40:20,959 --> 00:40:24,959
พิมพ์ไวได้เปรียบครับ เวลาที่เราไปเขียนโปรแกรมนี่

608
00:40:24,959 --> 00:40:28,959
เราพิมพ์ไวได้เปรียบ ไปไวนะครับ

609
00:40:28,961 --> 00:40:32,961
ถ้าจบไปแล้วหางานทำไม่ได้

610
00:40:32,962 --> 00:40:36,962
รับจ๊อบพิมพ์งานได้

611
00:40:36,963 --> 00:40:40,963
มันง่ายกว่าในเครื่องพิมพ์ดีดเยอะนะครับ

612
00:40:40,965 --> 00:40:44,965
ฝากพวกเราไว้ว่าให้พวกเราฝึกนะครับ

613
00:40:44,966 --> 00:40:48,966
ก็ขอเน้นย้ำว่า วิชาทางคอมพิวเตอร์

614
00:40:48,967 --> 00:40:52,967
นะครับ ต้องฝึกปฏิบัติ

615
00:40:52,968 --> 00:40:56,968
เราจะไม่

616
00:40:56,969 --> 00:41:00,969
มานั่งมโนเอานะครับ ไม่ได้ คิดเองไม่ได้

617
00:41:00,969 --> 00:41:04,969
และที่สำคัญ อย่าเป็นกองเชียร์นะครับ

618
00:41:04,969 --> 00:41:08,969
นะครับ รู้จักกองเชียร์ไหมเอ่ย

619
00:41:08,969 --> 00:41:12,969
กองเชียร์ก็คือไม่ทำครับ เพื่อนทำ

620
00:41:12,970 --> 00:41:16,970
เป็นกองเชียร์นั่งอยู่ข้าง ๆ นะครับ ไม่ยอมทำ

621
00:41:16,971 --> 00:41:20,971
เราต้องทำเอง ปฏิบัติเอง

622
00:41:20,971 --> 00:41:24,971
ถ้าใครไม่ลองฝึกพิมพ์ดีดเลย

623
00:41:24,972 --> 00:41:28,972
เราก็จะพิมพ์ไม่ได้นะครับ ใครที่ไม่

624
00:41:28,973 --> 00:41:32,973
ยอมใช้คอมพิวเตอร์ คุณก็จะใช้ไม่เป็น

625
00:41:32,973 --> 00:41:36,973
นะครับ เพราะตอนนี้เรา

626
00:41:36,973 --> 00:41:40,973
เข้าใจตัวเองนะครับ ว่าตอนนี้เราเป็น

627
00:41:40,974 --> 00:41:44,974
นักศึกษาไม่ใช่นักเรียนแล้วนะครับ

628
00:41:44,974 --> 00:41:48,974
บังเอิญว่าเรามาเจอสถานการณ์ COVID เข้า

629
00:41:48,974 --> 00:41:52,974
ในเทอมที่ 1 เราก็ปรับเปลี่ยนกันไปนะครับ

630
00:41:52,975 --> 00:41:56,975
จะเห็นว่าวิชาของอาจารย์พ่อเอง อาจารย์แม่เอง

631
00:41:57,088 --> 00:42:01,088
ก็จะยังไม่ใส่เต็ม 100

632
00:42:01,094 --> 00:42:05,094
นะครับ ก็ยังสอนแค่ประมาณสัก

633
00:42:05,095 --> 00:42:09,095
30-40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้พวกเราได้ปรับตัว

634
00:42:09,097 --> 00:42:13,097
ในการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนะครับ พอเรามา

635
00:42:13,098 --> 00:42:17,098
เจอกันในมหาวิทยาลัยแล้วเราค่อย

636
00:42:17,099 --> 00:42:21,099
เรียนกันเป็นสูบเลยนะครับ คราวนี้

637
00:42:21,100 --> 00:42:25,100
ซึ่งเทอมต่อ ๆ ไป

638
00:42:25,101 --> 00:42:29,101
และเทอมหน้าเจอกันอีกหลายวิชาครับ เรา

639
00:42:29,101 --> 00:42:33,101
ก็คงใช้บริการพี่ล่ามนะครับ

640
00:42:33,103 --> 00:42:37,103
พี่อี๊ดกับพี่การ์ตูนเหมือนเดิม เราคงจะอยู่ด้วยกัน

641
00:42:37,104 --> 00:42:41,104
จนกว่าเราจะรียนจบ ก็เทอมหน้ามี

642
00:42:41,105 --> 00:42:45,105
มีหลายวิชานะครับ หลายวิชา แฝดเปิดกล้อง

643
00:42:45,106 --> 00:42:49,106
แฝดมีอะไรจะถามไหมครับ

644
00:42:49,107 --> 00:42:53,107
เห็นเปิดกล้องมา

645
00:42:53,108 --> 00:42:57,108
เพิ่งเข้า แฝดเพิ่งเข้ามา

646
00:42:57,109 --> 00:43:01,108
แฝดเพิ่งเข้ามา

647
00:43:01,110 --> 00:43:05,110
ไปไหนมาลูก

648
00:43:05,110 --> 00:43:09,110

649
00:43:09,112 --> 00:43:13,112
ค่ะ

650
00:43:13,113 --> 00:43:17,113

651
00:43:17,114 --> 00:43:21,114
(ล่าม1) น้องเข้ราเรียนนาน

652
00:43:21,119 --> 00:43:25,119
ไม่ได้ดู อาจารย์พ่อไม่ได้ดู

653
00:43:25,120 --> 00:43:29,120
ก็ตั้งใจ ๆ

654
00:43:29,120 --> 00:43:33,120
ฝึกนะครับ เดี่ยวเทอมหน้าก็เรียนเพิ่ม เดี๋ยวมีอาจารย์ใหม่ ๆ

655
00:43:33,121 --> 00:43:37,121
มาสอนพวกเราเพิ่มเติมนะครับ เดี๋ยวเทอมหน้านะครับ

656
00:43:37,123 --> 00:43:41,123
อาจารย์พ่อกับอาจารย์แม่วางแผนไว้แล้วนะครับ

657
00:43:41,124 --> 00:43:45,124
วิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน

658
00:43:45,125 --> 00:43:49,125
ได้ใช้งานโปรแกรม Windows

659
00:43:49,126 --> 00:43:53,126
ให้ชำนาญนะครับ โปรแกรม Microsoft Office ต้องเป็น

660
00:43:53,127 --> 00:43:57,127
ต้องพิมพ์เอกสารเป็น ต้องนำเสนอได้ ต้องคำนวณได้

661
00:43:57,128 --> 00:44:01,128
โดย Excel

662
00:44:01,129 --> 00:44:05,129
จะเป็นชื่อใครสอนก็แล้วแต่นะครับ เดี๋ยวอาจารย์พ่

663
00:44:05,129 --> 00:44:09,129
สอนเพิมเติมนะครับ เพื่อให้พวกเรา

664
00:44:09,129 --> 00:44:13,129
ได้มีทักษะนะครับ ในการใช้เพิ่มมากขึ้น

665
00:44:13,130 --> 00:44:17,130
เดี๋ยวเราจะมีห้องแล็บ

666
00:44:17,131 --> 00:44:21,131
ไม่ว่าจะเป็นห้องที่มีเครื่อง PC All in one

667
00:44:21,131 --> 00:44:25,131
เครื่อง Macintoch

668
00:44:25,132 --> 00:44:29,132
ของเรานะครับ

669
00:44:29,134 --> 00:44:33,134

670
00:44:33,134 --> 00:44:37,134
มีใครจะถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ

671
00:44:37,134 --> 00:44:41,134
มีไหมเอ่ย

672
00:44:41,135 --> 00:44:45,135
เพราะสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายนะครับ

673
00:44:45,137 --> 00:44:49,137
ที่เราจะออนไลน์กัน

674
00:44:49,138 --> 00:44:53,138
เดี๋ยวจะติดต่อสื่อสารกับพวกเราในช่องทาง LINE

675
00:44:53,140 --> 00:44:57,140
จะให้ทำอะไรนะครับ จะทวงงานใคร

676
00:44:57,141 --> 00:45:01,141
อย่างนี้

677
00:45:01,141 --> 00:45:05,141
(นักศึกษาชาย) น่าจะไม่มีแล้วครับอาจารย์พ่อ

678
00:45:05,142 --> 00:45:09,142
(อาจารย์) ไม่มีแล้วหรือ

679
00:45:09,145 --> 00:45:13,145
วันก่อน (นักศึกษาชาย) วันไหนครับ

680
00:45:13,146 --> 00:45:17,146
(สันติภาพ) ไปหลายที่ครับ (อาจารย์พิเชนทร์) ไปหลายที่หรือ (สันติภาพ)

681
00:45:17,146 --> 00:45:21,146
วันอาทิตย์ก็ไปเล่นที่ตึกตรงข้ามกับตึก 13

682
00:45:21,147 --> 00:45:25,147
ตึกตรงข้ามกับตึก 13 ครับ (อาจารย์) เห็นว่า

683
00:45:25,148 --> 00:45:29,148
มาจากไหนนะ

684
00:45:29,149 --> 00:45:33,149
เดี๋ยวเทอมหน้านะครับ เดี๋ยว

685
00:45:33,150 --> 00:45:37,150
อาจารย์พ่อจะพาออกนอกพื้นที่นะครับ

686
00:45:37,150 --> 00:45:41,150
เดี๋ยวพาไปดูมหาวิทยาลัยใกล้เคียงหน่อย

687
00:45:41,156 --> 00:45:45,156
เรียนกันอย่างไรนะครับ ม.เกษตร

688
00:45:45,157 --> 00:45:49,157
ม. นครพนมนะครับ ว่าเขาเป็นอย่างไร

689
00:45:49,158 --> 00:45:53,096
เดี๋ยวเทอมหน้า

690
00:45:53,158 --> 00:45:57,158
(ล่าม 1) อาจาย์คะ

691
00:45:57,159 --> 00:46:01,159
น่ะค่ะ เดี๋ยวถามก่อน (อาจารย์พิเชนทร์) จะถามอะไรครับ

692
00:46:01,160 --> 00:46:05,160

693
00:46:05,161 --> 00:46:09,161

694
00:46:09,162 --> 00:46:13,162
(ล่าม 1) เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่งนะคะ

695
00:46:13,163 --> 00:46:17,163

696
00:46:17,168 --> 00:46:21,168

697
00:46:21,169 --> 00:46:25,169

698
00:46:25,170 --> 00:46:29,170

699
00:46:29,173 --> 00:46:33,173

700
00:46:33,175 --> 00:46:37,175
(ล่าม 2) สัปดาห์หน้าหรือ

701
00:46:37,177 --> 00:46:41,177
(ล่าม 1) อาจารย์ขา คือสัปดาห์หน้า

702
00:46:41,178 --> 00:46:45,178
หยุดหรือว่าเรียน แต่อาจารย์บอกเรียนทาง LINE หรือคะ

703
00:46:45,179 --> 00:46:49,179
(อาจารย์พิเชนทร์) เดี๋ยวจะนัดหมายทางไลน์

704
00:46:49,180 --> 00:46:53,180
นะครับ คือ ไม่ได้เรียนแล้วล่ะนะครับ

705
00:46:53,181 --> 00:46:57,181
แต่จะนัดหมาย อาจจะทวงงาน

706
00:46:57,182 --> 00:47:01,182
อาจจะมีอะไรให้ทำนะครับ

707
00:47:01,182 --> 00:47:05,182

708
00:47:05,184 --> 00:47:09,184

709
00:47:09,185 --> 00:47:13,185

710
00:47:13,189 --> 00:47:17,189

711
00:47:17,190 --> 00:47:21,190

712
00:47:21,191 --> 00:47:25,191
(ล่าม 2) ค่ะ บอกน้องไปแล้ว

713
00:47:25,193 --> 00:47:29,193
ว่าใครทำอะไรไม่ส่งตรงไหน แต่ไม่ได้ใช้บริการล่ามทางไกลนะคะ

714
00:47:29,194 --> 00:47:33,194
(อาจารย์พิเชนทร์) ครับ ก็คงหมดเทอมแล้วครับ

715
00:47:33,195 --> 00:47:37,195
แล้วตามปฏิทิน ตามปฏิทิน

716
00:47:37,196 --> 00:47:41,196

717
00:47:41,197 --> 00:47:45,113

718
00:47:45,198 --> 00:47:49,198

719
00:47:49,199 --> 00:47:53,199

720
00:47:53,202 --> 00:47:57,202

721
00:47:57,206 --> 00:48:01,206

722
00:48:01,207 --> 00:48:05,207
อุ้ยก็ได้ ถามอุ้ย

723
00:48:05,210 --> 00:48:09,210
ก็ได้ (ล่าม2) ค่ะ เมื่อกี้แจ้งน้องว่า

724
00:48:09,212 --> 00:48:13,212
ใช้บริการล่ามทางไกลใหม่ค่ะ

725
00:48:13,213 --> 00:48:17,213
//บอกน้องด้วยนะครับ ว่าใช้

726
00:48:17,213 --> 00:48:21,213
ต้องใช้นะครับ

727
00:48:21,213 --> 00:48:25,213
ส่วนน้อง ๆ จะคุยกับอาจารย์พ่อ

728
00:48:25,214 --> 00:48:29,214
อาจารย์แม่ ก็ใช้บริการผ่านล่ามทางไกลไ

729
00:48:29,216 --> 00:48:33,216
ก็ไม่ได้ว่า วันนี้แฝด

730
00:48:33,217 --> 00:48:37,217
คุยประจำนั่นล่ะ ก็ติดต่อมาได้

731
00:48:37,217 --> 00:48:41,217

732
00:48:41,219 --> 00:48:45,219

733
00:48:45,220 --> 00:48:49,220
ก็ฝากทุกคนด้วย

734
00:48:49,221 --> 00:48:53,221
ยอกจากพี่แฝดนะครับ ก็ใช้บริการล่ามออนไลน์ได้

735
00:48:53,222 --> 00:48:57,222
นะครับ นอกเวลาเรียนก็ได้นะครับ ใช้แอปพลิเคชัน

736
00:48:57,222 --> 00:49:01,222
ของเราที่มีอยู่นะครับ

737
00:49:01,223 --> 00:49:05,223

738
00:49:05,224 --> 00:49:09,224

739
00:49:09,226 --> 00:49:13,226

740
00:49:13,230 --> 00:49:17,230
โอเค คนอื่นมีไหมครับ คนอื่นมีอะไรจะถามไหม

741
00:49:17,231 --> 00:49:21,231

742
00:49:21,231 --> 00:49:25,231
(ล่าม 1) แฝดบอกอีกนิดหนึ่งครับ

743
00:49:25,232 --> 00:49:29,232

744
00:49:29,233 --> 00:49:33,233
(ล่าม 2) ผมได้ข่าวมาว่า

745
00:49:33,233 --> 00:49:37,233
จะเปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน ใช่แบบนี้ไหมครับ

746
00:49:37,233 --> 00:49:41,233
(อาจารย์พิเชนทร์) ก็ข่าวมาแบบนั้นล่ะลูก แต่เราต้อง

747
00:49:41,235 --> 00:49:45,235
ดูอีกทีหนึ่งว่ามันจะใช่ไหม

748
00:49:45,235 --> 00:49:49,235
นะครับ

749
00:49:49,236 --> 00:49:53,236

750
00:49:53,237 --> 00:49:57,237
เดี๋ยวอย่างไรก็จะแจ้งให้ทราบ

751
00:49:57,239 --> 00:50:01,239
ทางไลน์นะครับ

752
00:50:01,240 --> 00:50:05,240
เราจะต้อง

753
00:50:05,241 --> 00:50:09,241
รอดูประกาศของมหาวิทยาลัย

754
00:50:09,243 --> 00:50:13,243
บางทีก็มีข่าวรือข้าวลวง

755
00:50:13,244 --> 00:50:17,244

756
00:50:17,244 --> 00:50:21,244
(ล่าม 2) ค่ะ บอกไปแล้ว บอกว่าอาจารย์จะแจ้งทาง ศ

757
00:50:21,244 --> 00:50:25,244
ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) โอเค คนอื่นมีไหมครับ

758
00:50:25,245 --> 00:50:29,245
(ล่าม 1) แฝดบอกไม่มีแล้วครับ

759
00:50:29,246 --> 00:50:33,246
(ล่าม2) แฝดบอกไม่มีแล้วครับ (อาจารย์พิเชนทร์) มุกอยู่ไหมมุก

760
00:50:33,249 --> 00:50:37,249

761
00:50:37,250 --> 00:50:41,250
มุกอยู่หรือเปล่า มุก (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ ยังอยู่หอค่ะ

762
00:50:41,251 --> 00:50:45,251
ก็เดี๋ยว

763
00:50:45,256 --> 00:50:49,256
ถ้าว่าง ๆ ก็จะนัดสมาชิกของเรา

764
00:50:49,257 --> 00:50:53,257
เหมือนเดิมนั่นล่ะ มาเข้าห้องแล็บเด้อ มา

765
00:50:53,258 --> 00:50:57,258
หัดพิมพ์ดีด หัดดูอะไรให้มันคุ้นเคย

766
00:50:57,259 --> 00:51:01,259
เพื่อน ๆ เรา 7-8 คนนี่ล่ะ

767
00:51:01,260 --> 00:51:05,260
ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว

768
00:51:05,261 --> 00:51:09,261
ก็สัปดาห์นี้ก็พอแค่นี้นะครับ

769
00:51:09,262 --> 00:51:13,262
แล้วก็ขอขอบคุณพี่ล่ามด้วย ทีมงาน

770
00:51:13,263 --> 00:51:17,263
CG ของเราด้วยนะครับ ก็เจอกัน

771
00:51:17,263 --> 00:51:21,263
ภาคการศึกษาหน้านะครับ ก็ประมาณเดือนหน้า

772
00:51:21,263 --> 00:51:25,263
นะครับ ก็ผมก็ได้จัดตารางไว้แล้วนะครับ

773
00:51:25,264 --> 00:51:29,264
เดี๋ยวจะส่งไปให้อีกทีหนึ่ง คาดว่า

774
00:51:29,264 --> 00:51:33,264
เทอมหน้าน่าจะใช้ประมาณนี้นะครับ

775
00:51:33,265 --> 00:51:37,265
ประมาณ 3 วันนะครับต่อสัปดาห์

776
00:51:37,266 --> 00:51:41,266
ส่วนอาจารย์ท่านไหน ที่เรา

777
00:51:41,266 --> 00:51:45,266
เคยให้บริการแล้ว เขาไม่ยอมใช้ ตัวผมเอง

778
00:51:45,268 --> 00:51:49,268
ก็พิจารณาไม่ให้ใช้แล้วนะครับ แล้วก็

779
00:51:49,269 --> 00:51:53,269
อาจจะต้องพิจารณาต่อว่า

780
00:51:53,270 --> 00:51:57,270
ไม่ให้มาสอนด้วย ก็คงต้องว่ากันอีกทีหนึ่ง

781
00:51:57,270 --> 00:52:01,270
เพราะว่าเหตุผลที่เราต้องใช้ล่ามทางไกล

782
00:52:01,271 --> 00:52:05,271
เนื่องจากว่าน้อง ๆ นะครับ ที่เรียนกับเรา

783
00:52:05,272 --> 00:52:09,272
นี่ ยังมีพื้นฐานภาษามือที่

784
00:52:09,273 --> 00:52:13,273
ค่อนข้างแตกต่างกัน มาจากหลายที่

785
00:52:13,273 --> 00:52:17,273
นะครับ สังเกตของผม

786
00:52:17,274 --> 00:52:21,274
ไม่ได้เก่งภาษามือ แต่สังเกตเห็นว่าภาษามือแต่ละที่

787
00:52:21,275 --> 00:52:25,275
ไม่เหมือนกันนะครับ ดังนั้น เราจึงจำเป็น

788
00:52:25,276 --> 00:52:29,276
ต้องใช้พี่ล่ามทางไกลนะครับ

789
00:52:29,277 --> 00:52:33,277
เพื่อที่จะทำให้เรา เหมือนเราไปเรียนภาษากลาง

790
00:52:33,278 --> 00:52:37,278
ตอนนี้แฝดมาจากอุดร

791
00:52:37,278 --> 00:52:41,278
หรือกลุ่มที่มาจากมุกดาหารก็จะเป็น

792
00:52:41,280 --> 00:52:45,280
ภาษามือจากมุกดาหาร อะไรประมาณนี้ พอมาเรียน

793
00:52:45,282 --> 00:52:49,282
กับพี่ล่ามแล้ว

794
00:52:49,282 --> 00:52:53,282
พี่อีฟ พี่การ์ตูนก็เป็นภาษามือ

795
00:52:53,284 --> 00:52:57,284
ภาคกลางนะครับ ก็จะทำให้เราเรียนรู้

796
00:52:57,285 --> 00:53:01,285
รับโทรศัพท์ให้หน่อย

797
00:53:01,286 --> 00:53:05,286
ก็จะได้คุ้นเคยนะครับ จะได้เข้าใจว่า

798
00:53:05,287 --> 00:53:09,287
การเรียนมันจะเหมือนกันนะครับ

799
00:53:09,288 --> 00:53:13,288
ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วนะครับ เราก็จะเจอกัน

800
00:53:13,289 --> 00:53:17,289
ในปีการศึกษาหน้าเลยนะครับ

801
00:53:17,289 --> 00:53:21,289
พูดเหมือนไกลนะ เดือนหน้าหรือเดือน

802
00:53:21,289 --> 00:53:25,289
ส่วนหลังจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไปนะครับ

803
00:53:25,289 --> 00:53:29,289
ก็ไม่ใช่ว่าเราหายไปนะ อาจารย์พ่อ

804
00:53:29,291 --> 00:53:33,291
ก็จะติดต่อกับพวกเราใน LINE เหมือนเดิม จะแจ้ง

805
00:53:33,292 --> 00:53:37,292
ข่าวพวกเราเป็นระยะ ๆ นะครับ

806
00:53:37,293 --> 00:53:41,293
อย่าฟังข่าวลือนะครับ

807
00:53:41,293 --> 00:53:45,293
กับมหาวิทยาลัยอาจารย์พ่อจะโพสต์ขึ้นให้ในไลน์กลุ่ม

808
00:53:45,293 --> 00:53:49,293
นะครับ เอาใน LINE กลุ่มเท่านั้นนะครับ

809
00:53:49,295 --> 00:53:53,295
อย่าไปฟังคนอื่น บางทีพวกโกหก

810
00:53:53,295 --> 00:53:57,295
ก็ฝากพวกเราด้วย ครับผม ก็โอเคครับ สัปดาห์นี้

811
00:53:57,297 --> 00:54:01,297
ก็พอเท่านี้นะครับ สวัสดีครับ (ล่าม2) สวัสดีค่ะ

812
00:54:01,297 --> 00:54:05,297
ขอบคุณค่ะ (ล่าม 1) สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

813
00:54:05,298 --> 00:54:09,298

814
00:54:09,298 --> 00:54:13,298

815
00:54:13,298 --> 00:54:17,298

816
00:54:17,299 --> 00:54:21,299

817
00:54:21,300 --> 00:54:25,300

818
00:54:25,303 --> 00:54:29,303

819
00:54:29,304 --> 00:54:33,304

820
00:54:33,305 --> 00:54:37,305

821
00:54:37,306 --> 00:54:37,307

822
00:54:40,254 --> 00:54:40,254

823
00:54:44,255 --> 00:54:44,258

824
00:54:48,259 --> 00:54:48,259


