﻿1
00:00:18,833 --> 00:00:18,834

2
00:00:18,834 --> 00:00:22,834

3
00:00:22,843 --> 00:00:26,843
[เสียงดนตรี]

4
00:00:30,849 --> 00:00:34,849

5
00:00:38,851 --> 00:00:42,851

6
00:00:42,852 --> 00:00:43,243
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ นักเรียน ในตอนที่ 2 การลำเลียงสาร

7
00:00:43,243 --> 00:00:45,485
เข้าและออกจากเซลล์นะคะ ในตอนที่ 2

8
00:00:45,485 --> 00:00:49,085
นี้คุณครูก็มีความคาดหวังอีกเช่นเคยค่ะ

9
00:00:49,085 --> 00:00:53,085
ว่าเมื่อนักเรียนเรียนจบแล้วนี่ นักเรียนสามารถอธิบาย

10
00:00:56,955 --> 00:00:58,244
และเปรียบเทียบการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

11
00:00:58,244 --> 00:01:02,244
แพร่แบบธรรมดา ออสโมซิส

12
00:01:06,683 --> 00:01:07,886
แอ็กทีฟทรานสปอร์ต ไซโทซีสได้นะคะ จากตอนที่แล้ว

13
00:01:07,886 --> 00:01:11,886
นะคะ นักเรียนได้ทราบแล้วว่าเยื่อหุ้มเซลล์น่ะทำหน้าที่อะไร

14
00:01:15,004 --> 00:01:15,603
จากการศึกษากิจกรรมสมบัติของ

15
00:01:15,603 --> 00:01:19,603
เยื่อหุ้มเซลล์สำหรับในตอนนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถาม

16
00:01:21,719 --> 00:01:25,719
ชวนคิดค่ะ ว่ากลไกการเรียงสารเข้าและออก

17
00:01:25,802 --> 00:01:29,344
จากเซลล์เป็นอย่างไร กลไกการลำเลียงสารเข้าและออก

18
00:01:29,344 --> 00:01:33,344
จากเซลล์นะคะ มีดังนี้ 1. การแพร่

19
00:01:38,852 --> 00:01:40,838
แบบธรรมดา 2. ออสโมซิส 3. การแพร่แบบฟาซิลิเทต

20
00:01:40,838 --> 00:01:44,838
4. แอกทีฟทรานสปอร์ต และ

21
00:01:46,693 --> 00:01:50,693
ข้อสุดท้ายนะคะ การลำเลียงสารแบบพิสิเคิล

22
00:01:54,839 --> 00:01:58,839
การแพร่แบบธรรมดานะคะ คุณครูมีคลิป แอนิเมชัน ให้นักเรียนศึกษาค่ะ

23
00:01:59,145 --> 00:01:59,297
(เสียงวีดิทัศน์)

24
00:01:59,297 --> 00:02:03,297

25
00:02:10,875 --> 00:02:14,875

26
00:02:14,875 --> 00:02:17,341
(อาจารย์) จาก Animation นะคะ

27
00:02:17,341 --> 00:02:21,341
นักเรียนจะพบว่าวิตามินจะละลายง่าย

28
00:02:25,859 --> 00:02:26,058
จึงลำเลียงผ่านชั้นลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์ได้

29
00:02:26,058 --> 00:02:30,058
สี Nuetral Red นะคะ ที่นักเรียนได้ดู

30
00:02:32,553 --> 00:02:36,553
กิจกรรมไปแล้วในตอนที่ 1 ก็สามารถลำเลียงผ่านชั้นลิพิตได้

31
00:02:37,422 --> 00:02:41,422
และมีทิศทางการลำเลียงจากที่

32
00:02:42,771 --> 00:02:43,124
ของสารสูงไปยังบริเวณที่ความเข้มข้น

33
00:02:43,124 --> 00:02:46,242
ของสารต่ำ นอกจากนี้นะคะ สารขนาดเล็กบางชนิด

34
00:02:46,242 --> 00:02:50,242
เช่น แก๊สออกซิเจนที่ไม่ละลายในลิพิด

35
00:02:53,544 --> 00:02:57,544
แต่มีขนาดเล็กพอและไม่มีปจุ

36
00:02:57,947 --> 00:02:58,449
แทรกผ่านระหว่างโมเลกุลของลิพิดได้ค่ะ

37
00:02:58,449 --> 00:03:02,449
ออสโมซิสนะคะ ค่ะ ก่อนที่เราจะ

38
00:03:04,066 --> 00:03:08,066
ไปเข้าใจหลักการนะคะ ว่าออสโมซิสเป็นอย่างไร

39
00:03:10,661 --> 00:03:14,661
อยากให้นักเรียนศึกษาการทดลองนี้นะคะ จากภาพเมื่อเริ่มการทดลองสารละลายซูโครส

40
00:03:16,596 --> 00:03:19,449
เลือกผ่าน จะมีความเข้มข้นน้อยกว่าทางด้านขวา

41
00:03:19,449 --> 00:03:23,449
น้ำจึงเคลื่อนที่สุทธิจากหลอดด้านซ้ายผ่านเยื่อ

42
00:03:23,895 --> 00:03:27,895
เลือกผ่านไปยังหลอดด้านขวา แต่ซูโครส

43
00:03:29,209 --> 00:03:33,209
ผ่านได้ เมื่อสิ้นสุดการทดลองนะคะ ระดับของสารละลายในด้านซ้ายของหลอดจะต่ำลง

44
00:03:35,014 --> 00:03:39,014
ในขณะที่ระดับของสารละลายในด้านขวาจะสูงขึ้น ในที่สุด

45
00:03:39,217 --> 00:03:42,494
ความเข้มข้นของซูโครส

46
00:03:42,494 --> 00:03:43,800
น้ำยังคงออสโมซิสผ่านเยื่อเลือกผ่านได้

47
00:03:43,800 --> 00:03:47,800
แต่อัตราสุทธิเป็น 0 จากภาพ สามารถสรุป

48
00:03:50,096 --> 00:03:54,096
ได้ว่าโมเลกุลของน้ำสามารถแพร่ผ่านเยื้อเลือกผ่าน

49
00:03:57,011 --> 00:04:01,011
การแพร่ของน้ำจะแพร่ไปยังสารละลาย

50
00:04:02,164 --> 00:04:06,164
ต่ำ ผ่านเยื่อเลือกผ่านไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูง ตัวอย่างของการนำ

51
00:04:09,937 --> 00:04:11,985
หลักการออสโมซิสมาใช้นะคะ เช่น การเก็บรักษาพืชผัก

52
00:04:11,985 --> 00:04:15,985
ไม่ให้เหี่ยวโดยการแช่น้ำ การถนอมโดยน้ำ

53
00:04:17,099 --> 00:04:21,099
หรือน้ำตาลที่มีความเข้มข้นสูง การแพร่แบบฟาซิลิเทตนะคะ ครูก็มี Animation

54
00:04:25,179 --> 00:04:29,179
ให้นักเรียนศึกษาเช่นเดียวกันค่ะ (เสียงวีดิทัศน์)

55
00:04:34,922 --> 00:04:38,922

56
00:04:38,926 --> 00:04:42,926
(อาจารย์)

57
00:04:46,265 --> 00:04:46,894
จากแผนภาพพบว่า

58
00:04:46,894 --> 00:04:49,314
กลูโคสไม่สามารถผ่านชั้นลิพิดได้ จึงต้อง

59
00:04:49,314 --> 00:04:53,314
ลำเลียงผ่านโปรตีนลำเลียง และมีทิศทางของการลำเลียง

60
00:04:58,151 --> 00:04:58,928
จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูง ไปยังบริเวณ

61
00:04:58,928 --> 00:05:02,896
ที่มี่ความเข้มข้นของสารต่ำ

62
00:05:02,896 --> 00:05:05,962
ฟาซิลิเทตนะคะ เช่น การลำเลียงกลูโคส

63
00:05:05,962 --> 00:05:09,962
เข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดงค่ะ

64
00:05:10,248 --> 00:05:14,248
ต่อมานะคะ แอกทีฟทรานสปอร์ต

65
00:05:18,528 --> 00:05:21,705
นักเรียนชม Animation นี้เลยนะคะ

66
00:05:21,705 --> 00:05:25,705

67
00:05:26,939 --> 00:05:30,939
(อาจารย์) จาก แอนิเมชัน แอกทีฟทรานสปอร์ตจะเห็นว่า

68
00:05:33,732 --> 00:05:37,732
สามารถลำเลียงผ่านโปรตีนลำเลียง

69
00:05:38,089 --> 00:05:38,138
ของสารต่ำไปยังบริเวณความเข้มข้นของสารสูง

70
00:05:38,138 --> 00:05:38,933
โดยใช้พลังงานจาก ATP

71
00:05:38,933 --> 00:05:42,933
สำหรับตัวอย่างการลำเลียงสารแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตนะคะ

72
00:05:47,708 --> 00:05:51,708
เช่น การหลั่งไฮโดรเจน

73
00:05:53,147 --> 00:05:54,148
กระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร

74
00:05:54,148 --> 00:05:58,148
ค่ะ จากที่นักเรียนได้เรียนผ่านมาแล้วนะคะ จะพบว่า

75
00:06:01,739 --> 00:06:04,417
การแพร่แบบฟาซิลิเทรด

76
00:06:04,417 --> 00:06:08,417
โปรตีนลำเลียง คุณครูก็มีคำถามนะคะ นักเรียน

77
00:06:10,090 --> 00:06:12,075
คิดนะคะ ว่าแล้วโปรตีนลำเลียงในเยื่อหุ้มเซลล์

78
00:06:12,075 --> 00:06:13,391
มีความจำเพราะกับชนิดของการที่ลำเลียง และมี

79
00:06:13,391 --> 00:06:17,311
ประโยชน์ต่อเซลล์อย่างไร คุณครูมีเวลาให้นักเรียนคิด

80
00:06:17,311 --> 00:06:21,311
ช่วยครูตอบคำถามนี้นะคะ ประมาณ 10 วินาที

81
00:06:23,147 --> 00:06:27,147

82
00:06:30,958 --> 00:06:32,979
ค่ะ

83
00:06:32,979 --> 00:06:36,979
นักเรียนตอบกันได้ไหม คะ

84
00:06:41,034 --> 00:06:44,540
ทำให้เซลล์สามารถควบคุมชนิด

85
00:06:44,540 --> 00:06:46,353
และปริมาณสารที่เข้าออกได้อย่างเป็นระบบนั่นเองค่ะ

86
00:06:46,353 --> 00:06:50,353
สุดท้ายนะคะ เป็นการลำเลียงสารโดยการสร้าง Vesicle

87
00:06:51,628 --> 00:06:55,628
เนื่องจากว่าสารที่มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถ

88
00:06:56,383 --> 00:07:00,383
ลำเลียงเข้าและออกจากเซลล์ได้ ดังนั้น เยื่อหุ้มเซลล์

89
00:07:01,290 --> 00:07:04,308
จึงต้องสร้างถุง หรือเวซิเคิล

90
00:07:04,308 --> 00:07:06,172
เพื่อล้อมรอบสารที่ต้องการลำเลียง ซึ่งการ

91
00:07:06,172 --> 00:07:10,172
สร้างเวสิเคิลนั้น จะแบบออกเป็นดังนี้ เอกโซ

92
00:07:14,971 --> 00:07:18,971
และเอนโดไซโทซิส สำหรับ Excocytosis นะคะ

93
00:07:20,672 --> 00:07:24,672
โดยการสร้าง Vesicle จากภาพนะคะ เป็นภาพเวสิเคิลที่อยู่ภายใน

94
00:07:25,812 --> 00:07:29,812
มาสู่ผิวเซลล์และก็ที่เยื่อหุ้ม Vesicle

95
00:07:32,894 --> 00:07:36,894
รวมกับเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เกิดการหลั่งเอนไซม์

96
00:07:38,446 --> 00:07:39,945
จากเซลล์บุผิวของกระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารนะคะ

97
00:07:39,945 --> 00:07:39,994
ถัดมานะคะ เป็น

98
00:07:39,994 --> 00:07:43,994
การเลียงสารโดยการสร้าง Vesicle แบบฟาโกไซโทซ

99
00:07:50,981 --> 00:07:53,473
ซึ่งแบ่งออกเป็น 1. ฟาโกไซโทซิส

100
00:07:53,473 --> 00:07:55,011
2. พิโนไซโทซิส 3. การนำสาร

101
00:07:55,011 --> 00:07:59,011
เข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ เดี๋ยวเรามาดูกัน

102
00:07:59,393 --> 00:08:01,874
นะคะ ว่าแต่ละแบบเป็นอย่างไร ภาพ ก.

103
00:08:01,874 --> 00:08:05,874
ฟาโกไทโทซิสนะคะ

104
00:08:09,311 --> 00:08:09,904
ขนาดใหญ่ที่ไม่ละลายน้ำ โดยส่วนเยื่อหุ้มเซลล์

105
00:08:09,904 --> 00:08:13,904
ยื่นไปโอบล้อมสารไว้

106
00:08:14,042 --> 00:08:17,313
ก่อนนำเข้าสู่เซลล์ตัวอย่างเช่นนะคะ

107
00:08:17,313 --> 00:08:21,313
การนำสิ่งแปลกปลอมไปในเม็ดเลือดขา

108
00:08:26,988 --> 00:08:29,154
กลุ่มฟาโกไซต์เพื่อทำลายนะคะ ภาพ ข. นะคะ

109
00:08:29,154 --> 00:08:30,473
เป็นพิโนไซโทซิส เป็น

110
00:08:30,473 --> 00:08:34,473
ของเหลวโดยการสร้าง Vesicle ส่วนเยื่อหุ้มเซลล์

111
00:08:37,583 --> 00:08:41,583
จะคอดเว้า เกิดเป็นเวซิเคิลล้อมรอบ

112
00:08:42,570 --> 00:08:42,960
เช่น การทำของเหลวนอกเซลล์กลับเข้าสู่เซลล์

113
00:08:42,960 --> 00:08:46,960
และภาพสุดท้ายนะคะ ภาพ ค.

114
00:08:48,672 --> 00:08:51,196
การนำสารเข้าสู่เซลล์โดยนำตัวรับ

115
00:08:51,196 --> 00:08:55,196
กับตัวรับจำเพราะบนผิวนอกเยื่อหุ้มเซลล์

116
00:08:55,278 --> 00:08:55,978
และเกิดเป็นวิสิเคิลนำเข้าสู่เซลล์

117
00:08:55,978 --> 00:08:59,978
ตัวอย่างเช่น การนำฮอร์โมนเข้าสู่เซลล์

118
00:09:05,124 --> 00:09:09,124
ของการลำเลียงสาร โดยการสร้างเวซิเคิล

119
00:09:13,397 --> 00:09:17,397
แบบเอนโดไซโทซิสต่าง ๆ  จากที่นักเรียน

120
00:09:17,814 --> 00:09:20,572
ได้เรียนกลไกลการเข้าและออกของเซลล์ คุณครูก็อยาก

121
00:09:20,572 --> 00:09:24,572
ให้นักเรียนลองตอบคำถามนี้ดูนะคะ

122
00:09:27,039 --> 00:09:31,028
ธรรมดา การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟ

123
00:09:31,028 --> 00:09:35,028
ที่เกิดขึ้นในเซลล์มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร คุณครูจะมีเวลาให้นักเรียนคิด ประมาณ 10 วินาทีนะคะ

124
00:09:36,053 --> 00:09:40,053

125
00:09:47,030 --> 00:09:51,030
ค่ะ นักเรียนตอบกันได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาตรวจคำตอบ

126
00:09:54,137 --> 00:09:58,137
ดูนะคะ ว่าจะเหมือนที่คุณครูตอบไว้หรือเปล่านะคะ ก็คือว่าในประเด็นเรื่องกลไกการลำเลียง

127
00:09:59,670 --> 00:10:03,670
ก็จะพบว่าการแพร่แบบฟาซิลิเทรดและแอกทีฟ

128
00:10:06,640 --> 00:10:09,385
นะคะ มีกลไกลการเลียงจารการลำเลียง

129
00:10:09,385 --> 00:10:13,385
ส่วนทิศทางการลำเลียงแล้วก็การแพร่แบบฟาซิลิเทตนั้น มีการลำเอียง

130
00:10:19,045 --> 00:10:23,045
จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำ ส่วนพลังงานจาก ATP

131
00:10:24,374 --> 00:10:27,614
นะคะ ก็จะพบว่าแอกทิฟทรานสปอร์ตเท่านั้น

132
00:10:27,614 --> 00:10:30,160
ที่ต้องใช้พลังงานจาก ATP เป็นอย่างไรคะ

133
00:10:30,160 --> 00:10:30,550
ถูกกันกี่ข้อคะนักเรียน จากตอนที่ 1

134
00:10:30,550 --> 00:10:34,550
นักเรียนยังจำกันได้ไหมคะ ว่าคุณครูได้ตั้งคำถามชวนคิด

135
00:10:40,722 --> 00:10:44,722
ให้นักเรียนไว้นะคะ ว่าเพราะเหตุใดสารดังกล่าวจึงคงอยู่ในหลอดเลือด และ

136
00:10:49,019 --> 00:10:50,613
ไม่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์ผนังหลอดเลือด ครูคิดว่าจากความรู้

137
00:10:50,613 --> 00:10:54,613
ที่นักเรียนได้เรียนไปแล้ว นักเรียนน่าจะตอบคำถามนี้ได้แล้วค่ะ

138
00:10:58,353 --> 00:10:58,859
ว่าเพราะเหตุใดสารนี้จึงยังคง

139
00:10:58,859 --> 00:11:00,981
อยู่ในหลอดเลือด คำตอบก็คือว่าสารนี้

140
00:11:00,981 --> 00:11:04,981
ไม่ละลายในลิพิดและมีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถ

141
00:11:05,390 --> 00:11:09,390
ลำเลียงผ่านชั้นลิพิดได้

142
00:11:11,674 --> 00:11:12,095
ในหลอดเลือดไม่มีโปรตีนจำเพาะ

143
00:11:12,095 --> 00:11:15,814
สารนี้ก็เลยยังคงอยู่ในหลอดเลือดนะคะ

144
00:11:15,814 --> 00:11:19,814
ภายหลังการฉีดแล้ว ในส่วนสุดท้ายค่ะนักเรียน

145
00:11:22,232 --> 00:11:26,232
สำหรับหัวข้อการลำเลียงสารของเซลล์

146
00:11:28,680 --> 00:11:32,680
ในตอนที่ 2 นะคะ จะสรุปเนื้อหาได้ทั้งหมด 3 ข้อนะคะ ข้อที่ 1 เซลล์มีการลำเลียงสาร

147
00:11:36,967 --> 00:11:39,547
เข้าและออกจากเซลล์โดยมีการควบคุมชนิดและปริมาณสาร

148
00:11:39,547 --> 00:11:39,981
ที่ผ่านเข้าออก ข้อ 2 เยื่อหุ้มเซลล์

149
00:11:39,981 --> 00:11:43,981
เป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสาร ส่วนข้อ 3 นะคะ

150
00:11:47,961 --> 00:11:49,542
สมบัติของสารสมบัติ

151
00:11:49,542 --> 00:11:53,542
ของโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์มีความสัมผัสกับการลำเลียงสารนะคะ

152
00:11:56,614 --> 00:11:58,310
อันนี้ ก็คือสรุปเนื้อหาจากที่นักเรียนได้เรียนจากตอนนี้

153
00:11:58,310 --> 00:12:02,310
ไปนะคะ นอกจากนี้นะคะ คุณครูยังมี

154
00:12:03,871 --> 00:12:07,871
วีดิทัศน์ เรื่องการลำเลียงสาร

155
00:12:08,910 --> 00:12:12,910
ซึ่งนักเรียนสามารถที่จะไปศึกษาวีดิทัศน์นี้เพิ่มเติมนะคะ

156
00:12:14,653 --> 00:12:17,840
ในเว็บไซต์ scimath.org นะคะ

157
00:12:17,840 --> 00:12:19,841
ที่คุณครูขึ้นไว้บนหน้าจอนี้นะคะ หรือว่านักเรียน

158
00:12:19,841 --> 00:12:23,841
อาจจะไปศึกษาได้จากการสแกน QR Code

159
00:12:25,413 --> 00:12:29,413
ประจำบทที่ 1 ในหนังสือเรียนชีววิทยาก็ได้ค่ะ

160
00:12:30,795 --> 00:12:32,048
เช่นเดียวกันค่ะ ก่อนจบท้ายนี้นะคะ อยากจะเตือนนักเรียนอีกครั้งหนึ่งนะคะ ว่า

161
00:12:32,048 --> 00:12:36,048
เมื่อนักเรียนกลับไปสู่ชั้นเรียนแล้ว นักเรียนควรได้ทดลอง

162
00:12:42,634 --> 00:12:45,434
กิจกรรมเรื่องสมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์

163
00:12:45,434 --> 00:12:49,434
ที่นักเรียนได้ศึกษาไปแล้วในตอนที่ 1 ด้วยนะคะ เพราะว่าถ้านักเรียนเคยได้ยิน นักเรียนก็จะลืม

164
00:12:52,629 --> 00:12:56,629
แต่ถ้านักเรียนได้ดู เหมือนกับได้ดูวีดิทัศน์

165
00:12:58,897 --> 00:13:02,897
นี้อยู่นะคะ นักเรียนก็อาจจะพอทำได้ แต่ถ้านักเรียนได้ลงมือทดลองกิจกรรมนี้แล้วนะคะ ครูเชื่อเลยว่า

166
00:13:05,394 --> 00:13:09,394
นักเรียนจะมีความเข้าใจขึ้นและเป็นความรู้ที่คงทน

167
00:13:09,798 --> 00:13:12,740
และยาวนาน ติดตามหัวข้ออื่น ๆ ในตอนต่อไป

168
00:13:12,740 --> 00:13:13,787
ได้นะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

169
00:13:13,787 --> 00:13:17,787

170
00:13:23,090 --> 00:13:27,090

171
00:13:27,090 --> 00:13:31,090

172
00:13:31,092 --> 00:13:35,092

173
00:13:35,092 --> 00:13:39,092

174
00:13:39,093 --> 00:13:43,093


