﻿1
00:00:18,876 --> 00:00:18,876

2
00:00:18,876 --> 00:00:22,876

3
00:00:22,879 --> 00:00:26,879

4
00:00:26,882 --> 00:00:30,882
[เสียงดนตรี]

5
00:00:38,888 --> 00:00:42,888

6
00:00:42,889 --> 00:00:46,889

7
00:00:46,893 --> 00:00:50,893
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักเรียนสู่วีดิทัศน์สื่อการสอนประกอบรายวิชาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง

8
00:00:54,899 --> 00:00:56,282
รักษาดุลยภาพของมนุษย์

9
00:00:56,282 --> 00:00:58,680
เราจะมาเรียนกันในหัวข้อที่ 2.1 เรื่อง

10
00:00:58,680 --> 00:00:59,730
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

11
00:00:59,730 --> 00:01:03,730
เป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ

12
00:01:05,276 --> 00:01:09,276
1 ใน 4 หัวข้อย่อยของหน่วยการเรียนรู้ที่ 2

13
00:01:13,333 --> 00:01:17,333
การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ โดยมีวัตถุประสงค์

14
00:01:18,449 --> 00:01:22,449
ทั้ง 2 ข้อคือ 1. ระบุโครงสร้างและอธิบายการทำงานของไตมนุษย์ 2. อธิบาย

15
00:01:24,314 --> 00:01:26,865
กลไกการรักษาดุลยภาพของนำและสารในร่างกาย

16
00:01:26,865 --> 00:01:30,865
รวมทั้งการกำจัดของเสียที่เกิดจาก

17
00:01:31,124 --> 00:01:31,781
โดยการทำงานของไตค่ะ นักเรียนพร้อมกันหรือยังคะ

18
00:01:31,781 --> 00:01:35,781
ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวมาเริ่มเรียนกันค่ะ

19
00:01:40,014 --> 00:01:43,331
ร่างกายของร่างกายมนุษย์ คำคำนี้นักเรียนคุ้นเคยไหมคะ

20
00:01:43,331 --> 00:01:47,331
ไม่คุ้นเคยไม่เป็นอะไรค่ะ ดังนั้น ครูจะขอยกสถานการณ์มาให้นักเรียนขบคิดนะคะ

21
00:01:50,348 --> 00:01:54,348
ถ้านักเรียนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

22
00:01:58,822 --> 00:02:02,822
ตอนนั้นนักเรียนมีความรู้สึกว่าอย่างไรบ้างคะ ร่างกายของนักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

23
00:02:05,121 --> 00:02:09,121
แล้วณ ตอนนั้น นักเรียนทำให้ร่างกายกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติได้อย่างไร เดี๋ยวครูจะให้เวลาคิด

24
00:02:13,356 --> 00:02:17,356
10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี]

25
00:02:26,923 --> 00:02:30,149
(อาจารย์) หมดเวลาค่ะ นักเรียนได้คำตอบแล้วนะคะ

26
00:02:30,149 --> 00:02:34,149

27
00:02:37,931 --> 00:02:41,931
หลังจากที่นักเรียนนี่เล่นกีฬามา หรือออกกำลังกายมาคืออะไรคะ ณ ตอนนั้นก็คงจะรู้สึกร้อน เหนื่อย และกระหายน้ำ แล้วตอนนั้นร่างกายก็

28
00:02:46,933 --> 00:02:50,933
มีการสูญเสียเหงื่อออกไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้น พฤติกรรมต่อมาที่นักเรียนจะทำ ก็คือดื่มน้ำ

29
00:02:54,322 --> 00:02:58,322
บางคนก็อาจจะเข้าห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเปิดอยู่ หรือว่าบางคนก็เข้าหาพัดลมเพื่อให้อุณหภูมิใน

30
00:03:00,000 --> 00:03:03,540
ขณะนั้นนี่เย็นลง นักเรียนทราบไหมคะ ว่าร่างกาย

31
00:03:03,540 --> 00:03:06,784
มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นนี่

32
00:03:06,784 --> 00:03:07,400
หรือนักเรียนมีพฤติกรรมดังกล่าว

33
00:03:07,400 --> 00:03:11,400
เกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมา

34
00:03:12,351 --> 00:03:15,098
เรียนรู้กันนะคะ ทีนี้จากคำตอบ

35
00:03:15,098 --> 00:03:19,098
ที่ขึ้นมาหลังจากที่ครูถามไปเมื่อกี้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า

36
00:03:25,855 --> 00:03:29,855
การหาน้ำดื่มใช่ไหมคะ ทีนี้ครูเลยอยากจะทราบว่ากิจวัตรประจำวันใด ทำให้

37
00:03:32,319 --> 00:03:36,319
ปริมาณน้ำในร่างกายของเรานี่เกิดการเปลี่ยนแปลง เอาสัก 2-3 ตัวอย่างก็พอค่ะ

38
00:03:37,932 --> 00:03:40,017
ทีนี้ครูจะลอง

39
00:03:40,017 --> 00:03:44,017
ยกตัวอย่างนะคะ ก็ที่ครูนึกออกนะคะ ก็คือง่าย ๆ  เลย

40
00:03:48,257 --> 00:03:51,436
การรับประทานอาหารค่ะ การดื่มน้ำ

41
00:03:51,436 --> 00:03:53,443
และ

42
00:03:53,443 --> 00:03:57,443
การปัสสาวะนั่นเองน่ะ คำตอบของนักเรียนเหมือนของครูไหมคะ

43
00:04:02,470 --> 00:04:05,088
ทีนี้ครูอยากทราบว่าร่างกายของเรานี่ รับน้ำ

44
00:04:05,088 --> 00:04:09,088
จากทางใด และมีการสูญเสียน้ำออกไปจากร่างกาย

45
00:04:10,702 --> 00:04:12,086
ทางใดบ้าง

46
00:04:12,086 --> 00:04:16,086
ลองคิดนอกเหนือจากที่ครูตอบนะคะ ไม่เหมือน

47
00:04:20,457 --> 00:04:24,457
ไม่เป็นไรค่ะ นี่เราลองมาว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ และสูญเสียไปแต่ละวัน

48
00:04:29,688 --> 00:04:33,688
มีเท่าไรบ้างใน 1 วันนะคะ โดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายจะ

49
00:04:38,255 --> 00:04:41,940
ได้รับก็จะมาจาก

50
00:04:41,940 --> 00:04:44,625
200 มิลลิลิตร เครื่องดื่ม 1,600

51
00:04:44,625 --> 00:04:48,625
มิลลิเมตร และที่ร่างกาย

52
00:04:50,800 --> 00:04:54,800
เราก็

53
00:04:58,961 --> 00:04:59,503
เหงื่อ 100 มิลลิลิตร อุจาระ 200 มิลลิลิตร

54
00:04:59,503 --> 00:05:03,503
700 มิลลิเมตร การระเหยในที่นี้

55
00:05:10,968 --> 00:05:14,652
และการละเหยผ่านทางหายใจนะคะ และสุดท้ายนะคะ สูญเสียไปกับปัสสาวะค่ะ

56
00:05:14,652 --> 00:05:14,953
1,500 มิลลิลิตร

57
00:05:14,953 --> 00:05:18,953
รู้ไหมคะ ว่าการได้รับน้ำหรือเสียน้ำ

58
00:05:21,369 --> 00:05:22,321
เท่ากันไหม คิด

59
00:05:22,321 --> 00:05:26,321
ได้แล้วใช้ไหมคะ เท่ากับค่ะ

60
00:05:28,172 --> 00:05:32,172
คือ ประมาณ 2,500 มิลลิลิตรค่ะ ดังนั้นค่ะ

61
00:05:35,250 --> 00:05:39,250
ร่างกายของนักเรียนได้รับน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง

62
00:05:40,354 --> 00:05:42,372
และถ้าหากว่า

63
00:05:42,372 --> 00:05:46,372
ไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย

64
00:05:47,280 --> 00:05:51,280
จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา จะรักษาดุลหรือรักษาน้ำ

65
00:05:53,634 --> 00:05:57,634
รู้หรือไม่ว่า แต่ ณ ตอนนี้นะคะ ก่อนจะไปเรียนรู้กันนี่ คุณครูอยากให้

66
00:06:01,727 --> 00:06:05,545
เข้าใจความหมายของคำว่า "การรักษาดุลยภาพ" ก่อนค่ะ

67
00:06:05,545 --> 00:06:09,545
การรักษาดุลยภาพนะคะ หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Homeostasis" นี่

68
00:06:11,211 --> 00:06:13,588
ของสิ่งมีชีวิตให้สมดุลและเหมาะสม

69
00:06:13,588 --> 00:06:17,588
ต่อการดำรงชีวิตค่ะ ตัวอย่างอะไรหรือคะ

70
00:06:18,844 --> 00:06:19,382
นี่ล่ะค่ะ ใกล้ตัว การรักษาดุลยภาพ

71
00:06:19,382 --> 00:06:23,382
ของน้ำและสารต่าง ๆ  การรักษาดุลยภาพของ

72
00:06:27,500 --> 00:06:31,500
เบสของเลือด และการรักษาดุลภาพของอุณหภูมิค่ะ

73
00:06:31,833 --> 00:06:34,196
ทีนี้มาถึงคำถาม ลองคิดนะคะ นักเรียนคิดว่า

74
00:06:34,196 --> 00:06:36,160
การรักษาดุลยภาพต่าง ๆ ของร่างกายต่าง ๆ

75
00:06:36,160 --> 00:06:40,160
เกิดขึ้นได้อย่างไร บางคนอาจจะนึกออกนะคะ

76
00:06:40,763 --> 00:06:44,763
เพราะว่าเป็นสิ่งที่เรียนรู้มาจากมัธยมศึกษาตอนต้น

77
00:06:50,778 --> 00:06:53,688
ใช่แล้วค่ะ การรักษาดุลยภาพของสาร

78
00:06:53,688 --> 00:06:54,818
เป็นการทำงานของไตในระบบขับถ่าย

79
00:06:54,818 --> 00:06:58,818
ทั้งนี้นะคะ หน้าที่หลักของไตในระบบขับถ่าย

80
00:06:59,182 --> 00:07:03,182
การกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมและ

81
00:07:06,306 --> 00:07:07,578
การสลายสารอาการ 2. รักษาดุลยภาพของน้ำต่าง ๆ ในร่างกาย

82
00:07:07,578 --> 00:07:11,578
การรักษาปริมาณในร่างกาย การรักษา

83
00:07:16,595 --> 00:07:20,468
ร่างกาย การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด

84
00:07:20,468 --> 00:07:24,468
ทีนี้ เราลองมาทราบความหมายของคำว่า "

85
00:07:27,001 --> 00:07:31,001
ของเสีย" นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นจะของเสียในระบบขับถ่ายนะคะ ก็คือของเสีย

86
00:07:32,875 --> 00:07:34,057
ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม

87
00:07:34,057 --> 00:07:38,057
ได้แก่ ของเสียที่มีไนโตรเจน

88
00:07:39,691 --> 00:07:43,691
มีองค์ประกอบนะคะ เกิดจากการและกรดยูริก

89
00:07:49,334 --> 00:07:53,334
แอมโมเนีย ซึ่งต้องกำจัดออกโดยระบบขับถ่ายค่ะ

90
00:07:53,839 --> 00:07:57,839
ต่อมาก็เป็นของเสีย ก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

91
00:07:57,887 --> 00:07:59,994
ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการหายใจ ทีนี้ครูขอถามนะคะ

92
00:07:59,994 --> 00:08:03,994
การถ่ายอุจจาระถือว่าเป็นการขับถ่ายของเสียหรือเปล่าคะ

93
00:08:07,272 --> 00:08:11,272
ลองคิดดูนะคะ ถ้านักเรียนทราบความหมายของที่ครูพูดไปนะคะ

94
00:08:15,239 --> 00:08:15,660
นักเรียนก็จะตอบได้ ว่าไม่ค่ะ

95
00:08:15,660 --> 00:08:19,660
เพราะว่าอุจจาระนี่คือกากอาหารที่ร่างกาย

96
00:08:24,463 --> 00:08:28,463
ย่อยไม่ได้ หรือย่อยไม่หมดในระบบย่อยอาหารค่ะ

97
00:08:29,624 --> 00:08:33,373

98
00:08:33,373 --> 00:08:37,373
ทีนี้นักเรียนก็เข้าใจเรื่องของเสียแล้วนะคะ ทีนี้เราจะไปเรียนรู้โครงสร้างของระบบขับถ่ายกันค่ะ อวัยวะในระบบขับถ่ายมนุษย์ประกอบด้วย

99
00:08:46,973 --> 00:08:48,080
ไตซึ่งมี 2 ข้าง ซึ่ง

100
00:08:48,080 --> 00:08:51,954
โดยไตข้างซ้ายจะอยู่สูงกว่าไตข้างขวาค่ะ

101
00:08:51,954 --> 00:08:55,954
เพราะว่าไตข้างขวาจะมีตับกดลงมาทำให้มีความสูงของไตไม่เท่ากัน อวัยวะต่อมา ก็คือ

102
00:09:01,609 --> 00:09:04,340
ท่อไตค่ะ ซึ่งเป็นท่อที่นำของเสียหรือสารบางอย่างที่ไตไม่ต้องการ

103
00:09:04,340 --> 00:09:08,340
จากไตเพื่อส่งต่อไปสะสมที่กระเพาะปัสสาวะ

104
00:09:10,654 --> 00:09:14,654
และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งที่เราปัสสาวะออกไปนี่

105
00:09:16,125 --> 00:09:20,125
เราก็จะขับของเสียหรือของต่าง ๆ ที่ร่างกายไม่ต้องการผ่านท่อปัสสาวะค่ะ

106
00:09:20,493 --> 00:09:24,493
จากนี้นะคะ ยังมีพวกหลอดเลือดรีนัลอาร์เทอรี

107
00:09:30,247 --> 00:09:34,247
ที่ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่ไต และหลอดเลือด

108
00:09:34,855 --> 00:09:36,270
ที่นำเลือดออกจากไตค่ะ ทีนี้นะคะ

109
00:09:36,270 --> 00:09:39,006
เมื่อเราผ่าไตออกตามยาว พบว่า

110
00:09:39,006 --> 00:09:43,006
เป็น 2 ส่วนคือ เนื้อไตส่วนนอกและเนื้อไตส่วนใน

111
00:09:43,714 --> 00:09:44,042
โดยเนื้อไตส่วนนี่นะคะ สีที่เห็น

112
00:09:44,042 --> 00:09:45,113
จะค่อนข้างจางกว่า

113
00:09:45,113 --> 00:09:49,113
สีค่อนข้างจะสดหน่อยนะคะ

114
00:09:55,364 --> 00:09:56,720
มีบริเวณที่เรียกว่ากรวยไตค่ะ ที่รวบรวม

115
00:09:56,720 --> 00:10:00,720
สารหรือของเสียต่าง ๆ ที่ทำงานผ่านหน่วยไต

116
00:10:05,861 --> 00:10:08,041
มาไว้นะคะ หลังจากนั้นนะคะ ก็จะส่งต่อออกไปทางท่อไต

117
00:10:08,041 --> 00:10:12,041
กระเพาะปัสสาวะและขับออกนอกร่างกาย

118
00:10:16,114 --> 00:10:19,180
ผ่านทางท่อปัสสาวะค่ะ ทีนี้เนื้อไตนะคะ

119
00:10:19,180 --> 00:10:23,180
เราจะพบว่าเนื้อไตแต่ละข้างหน่วยไต ที่เราเรียกว่านิฟฟอน

120
00:10:30,173 --> 00:10:34,173
ข้างละ 1,000,000 หน่วย โบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต

121
00:10:38,067 --> 00:10:42,067
โดยเป็นกลุ่มหลอดเลือดฝอยนะคะ ที่ล้อมรอบกับ

122
00:10:44,774 --> 00:10:45,538
แคปซูลซึ่งมีลักษณะเป็นถ้วยค่ะ

123
00:10:45,538 --> 00:10:49,538
ซึ่งจะอยู่แนบชิดกัน ถัดจากโบว์แมนส์แคปซูล

124
00:10:54,782 --> 00:10:56,462
ก็จะเป็นท่อหน่วยไตค่ะ ยาวค่ะ ยาวและขดไปขดมา

125
00:10:56,462 --> 00:10:59,193
อยู่ชิดกับหลอดเลือดฝอยที่มาพันรอบ

126
00:10:59,193 --> 00:11:03,193
หน่วยไตนะคะ และที่ปลายสุด

127
00:11:03,827 --> 00:11:07,399
ของท่อหน่วยไต ก็จะเปิดที่ท่อรวมค่ะ

128
00:11:07,399 --> 00:11:11,399
นี่ค่ะ ปลายสุดนะคะ ของท่อไตนะคะ

129
00:11:15,733 --> 00:11:19,733
ท่อรวม โดยท่อรวมจะเปิดออกสู่กรวยไต ดังรูปค่ะ

130
00:11:21,812 --> 00:11:24,583
เมื่อนักเรียนเข้าใจ

131
00:11:24,583 --> 00:11:28,583
ถึงโครงสร้างของไตและหน่วยไตแล้ว เราจะมาดู

132
00:11:28,835 --> 00:11:30,387
การทำงานของหน่วยไตกันนะคะ

133
00:11:30,387 --> 00:11:34,387
หน่วยไตทำหน้าที่ในการกำจัดของเสีย

134
00:11:40,071 --> 00:11:44,071
ที่มีไดโตรเจนเป็นส่วนประกอบที่มีปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย

135
00:11:44,263 --> 00:11:46,569
รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ

136
00:11:46,569 --> 00:11:50,569
ความเป็นกรด-เบสของเลือด

137
00:11:53,259 --> 00:11:54,901
การกำจัดของเสียโดยไต

138
00:11:54,901 --> 00:11:58,901
การกรอง การดูดกลับ

139
00:12:00,864 --> 00:12:02,209
และการหลั่งค่ะ

140
00:12:02,209 --> 00:12:06,209
การทำงานของหน่วยไต เริ่มจาก เลือดเริ่มไหลจา

141
00:12:15,072 --> 00:12:19,072
กหลอดเลือด... และผ่านหลอดเลือดเข้าสู่

142
00:12:23,072 --> 00:12:26,942
เมื่อถึงโกลเมอรูลัสสารกรดหรือ

143
00:12:26,942 --> 00:12:29,413
ยูเรีย, กลูโคส, กรดอะมิโน และธานตุส่วนหนึ่ง

144
00:12:29,413 --> 00:12:33,128
จะถูกกรองที่โพโนรัส ติดกับโกโมลัส

145
00:12:33,128 --> 00:12:37,128
ส่วนเซลล์เม็ดเลือด

146
00:12:39,446 --> 00:12:43,446
เช่น พวกโปรตีนยังคงอยู่ในหลอดเลือดค่ะ ไม่สามารถกรอ

147
00:12:47,080 --> 00:12:51,080
งของเหลวที่ได้จากการกรองก็จะไหลผ่านไปยังท่อหน่วยไต ทั้งนี้นะคะ สาร

148
00:12:52,297 --> 00:12:56,297
ต่อร่างกายจะถูกดูดกลับทั้งหมด เช่น กรดอมิโน

149
00:12:56,454 --> 00:12:56,804
กลูโคส และมีการดูดกลับบางส่วน

150
00:12:56,804 --> 00:12:58,028
เช่นพวกน้ำและไอออน

151
00:12:58,028 --> 00:13:02,028
ก็พวกไฮโดรเจนไอออน

152
00:13:08,839 --> 00:13:12,839
ดูดกลับของไอออนต่าง ๆ นะคะ ก็เพื่อรักษาดุลยภาพ

153
00:13:13,086 --> 00:13:13,668
ของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกายค่ะ นอกจากนี้ยังพบการดูดกลับ

154
00:13:13,668 --> 00:13:17,668
บางกรณีเซลล์ท่อหน่วยไตนะคะ

155
00:13:20,744 --> 00:13:24,744
จะหลั่งสารบางชนิดที่ได้จากเลือดเข้าสู่ไต

156
00:13:26,286 --> 00:13:29,605
นะคะ ส่วนมากก็เป็นพวกไอออนต่าง ๆ  ค่ะ

157
00:13:29,605 --> 00:13:31,143
ซึ่งเป็นไอออนที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น

158
00:13:31,143 --> 00:13:35,143
ไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียไอออนค่ะ

159
00:13:39,970 --> 00:13:43,970
ของเหลวที่ได้นะคะ ก็จะถูกขับออกสู่ทางร่าง

160
00:13:46,691 --> 00:13:46,700
ผ่านทางท่อรวม เป็นปัสสาวะ

161
00:13:46,700 --> 00:13:50,700
ในท่อปัสวะ ทางท่อปัสสาวะต่อไปค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียน

162
00:13:53,651 --> 00:13:56,686
คำถามถัดไปคงไม่ยาก

163
00:13:56,686 --> 00:14:00,686
ลองค่อย ๆ ทำความเข้าใจกันไปค่ะ ครู

164
00:14:03,162 --> 00:14:07,162
มีคำถาม 1 ข้อนะคะ ทำหน้าที่กรองหรือขับสารใดบ้าง ให้

165
00:14:14,623 --> 00:14:18,623
เวลา 10 วินาทีค่ะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (อาจารย์)

166
00:14:19,651 --> 00:14:23,651
หมดเวลาค่ะ

167
00:14:23,683 --> 00:14:27,683
คิดกันออกไหมคะ ลองมาดูเฉลยค่ะ

168
00:14:28,953 --> 00:14:32,953
ไตจะกรองพวกกลูโคส, น้ำ,

169
00:14:39,104 --> 00:14:42,689
ยูเรีย กรดอะมิโนและเซลล์บางชนิดเซลล์เม็ดเลือด เกร็ดเลือด

170
00:14:42,689 --> 00:14:45,898
นะคะ ก็มีดูดกลับสารที่มีประโยชน์

171
00:14:45,898 --> 00:14:49,898
กลูโคส, น้ำ และไอออนต่าง ๆ

172
00:14:52,844 --> 00:14:56,844
โพเทเซียมไอออน การหลั่งก็จะมีการหลั่งพวกไฮโดรเจนไอออน

173
00:14:57,062 --> 00:15:00,231
แอมโมเนียมไอออน รวมทั้งสารอื่น ๆ

174
00:15:00,231 --> 00:15:04,231
ที่รับประทานเข้าไปค่ะ เป็นอย่างไรคะ

175
00:15:04,619 --> 00:15:07,826
นักเรียนทำกันได้ไหม เอ่ย หัวข้อถัดมา

176
00:15:07,826 --> 00:15:11,826
จะเป็นการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย นักเรียนเคยตั้งคำถาม

177
00:15:17,333 --> 00:15:21,333
กับตัวเองไหมคะ ว่าร่างกายคนเรานี่มีปริมาณน้ำที่รับและขับออกควรมีปริมาณเท่าใด

178
00:15:23,277 --> 00:15:24,216
จึงยังคงรักษาดุลยภาพอยู่ได้

179
00:15:24,216 --> 00:15:27,594
รักษาดุลยภาพของร่ายกายค่ะ เรามาลองหา

180
00:15:27,594 --> 00:15:31,594
คำตอบด้วยกันนะคะ อวัยวะที่เกี่ยวข้อง

181
00:15:32,293 --> 00:15:36,293
ได้แก่ สมองส่วนนี้นะคะ

182
00:15:38,989 --> 00:15:40,569
จะเป็นสมองส่วนไทโพโทรามัส

183
00:15:40,569 --> 00:15:44,569
ซึ่งหลั่งฮอโมนแอนตี้

184
00:15:48,814 --> 00:15:52,814
และที่เรียกว่า "ไต" ของเรานั่นเองค่ะ สำหรับกลไกในการรักษาดุลยภาพของน้ำ

185
00:15:55,844 --> 00:15:57,223
นะคะ แบ่งได้เป็น 2 กรณีก็ คือ

186
00:15:57,223 --> 00:16:01,223
กรณีร่างกายสูญเสียน้ำ และกรณีที่ร่ายกายมีน้ำมาก

187
00:16:05,675 --> 00:16:06,999
เราลองมาดูทีละกรณีกันนะคะ กรณีแรกนะคะ

188
00:16:06,999 --> 00:16:10,470
กรณีที่ร่างกายสูญเสียน้ำ

189
00:16:10,470 --> 00:16:12,854
นะคะ เมื่อร่างกายสูญเสียของน้ำ

190
00:16:12,854 --> 00:16:16,854
จะทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น

191
00:16:17,295 --> 00:16:21,295
ก็จะไปกระตุ้นให้ไฮโพทาลามัส

192
00:16:27,133 --> 00:16:31,133
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ให้หลั่ง ADH

193
00:16:31,134 --> 00:16:35,134
ซึ่งการหลั่ง ADS และท่อรวมเพิ่มการดูดกลับน้ำ ส่งผลให้ปัสสาวะมีปริมาณน้อย

194
00:16:37,049 --> 00:16:41,049
ขณะเดียวกันนะคะ เราก็รู้สึกกระหายน้ำ และต้องหาน้ำมาดื่ม ซึ่งการมีพฤติกรรม

195
00:16:44,432 --> 00:16:48,432
การหาน้ำดื่มและมีจำนวนน้อย น้ำในร่ายงายกลับสู่สมดุลอีกครั้งค่ะ

196
00:16:48,748 --> 00:16:52,748
ทีนี้สำหรับกรณีร่างกายมีน้ำมากนะคะ หากเรา

197
00:16:54,641 --> 00:16:58,641
ดื่มน้ำมากแล้วนี่ ร่างกายจะมี...

198
00:17:02,437 --> 00:17:06,437
จะทำให้ความเข้มข้นลดลง กระตุ้นให้ ไฮโพทาลามัส การ

199
00:17:06,456 --> 00:17:10,456
หลั่ง ADH น้อยลง การหลั่ง ADH น้อยลง

200
00:17:12,820 --> 00:17:15,291
ก็จะทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมนี่

201
00:17:15,291 --> 00:17:19,291
ปัสสาวะจึงมีปริมาณมาก

202
00:17:20,040 --> 00:17:24,040
ปริมาณน้ำจึงกลับเข้าสมดุลอีกครั้งค่ะ

203
00:17:24,372 --> 00:17:28,372
นอกจากนี้นะคะ ไตยังทำหน้าที่ควบคุมดุลยภาพของแร่ธาตุที่สำคัญ

204
00:17:33,452 --> 00:17:33,553
เช่น โซเดียมและโพเทเซียม

205
00:17:33,553 --> 00:17:37,553
นี้นะคะ มีบทบาทที่สำคัญในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

206
00:17:42,280 --> 00:17:46,280
ตัวอย่างการรักษาดุลยภาพของโซเดียม ก็คือเมื่อปริมาณโซเดียมต่ำ

207
00:17:50,796 --> 00:17:54,796
จะไปกระตุ้นต่อมหมวกไต ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้นะคะ ส่งผลให้

208
00:17:56,535 --> 00:18:00,535
ท่อรวม ทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมนี่ดูดกลับโซเดียม เลือดและน้ำ

209
00:18:02,288 --> 00:18:03,345
ในร่างกายจึงเข้าสู่สมดุลอีกครั้งค่ะ

210
00:18:03,345 --> 00:18:07,345
เรามาชวนคิดกันหน่อยไหมค่ะ ถ้ารับประทานอาหารที่มี

211
00:18:10,534 --> 00:18:14,534

212
00:18:19,159 --> 00:18:23,159
รสเค็มอยู่เป็นประจำในปริมาณเกินความจำเป็น นักเรียนลองคิดดูนะคะ ครูให้เวลา 10 วินาทีค่ะ[เสียงดนตรี] (อาจารย์)

213
00:18:31,159 --> 00:18:35,115
หมดเวลาค่ะ นักเรียนคิดออกไหมคะ เรามาดูคำตอบกันค่ะ

214
00:18:35,115 --> 00:18:39,115
กรณีแรกนะคะ ถ้าไตยังเป็นปกติและสุขภาพ

215
00:18:41,429 --> 00:18:45,429
แข็งแรงนี่ไตก็ยังคงขับโซเดียมออก

216
00:18:45,500 --> 00:18:49,500
ทางปัสสาวะได้ครั้งละมาก ๆ  ซึ่งปริมาณที่ขับออกมามากขึ้น

217
00:18:55,166 --> 00:18:58,140
ปริมาณโซเดียมที่อยู่ในอาหารค่ะ แต่ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ ก็จะเกิดการสะสม

218
00:18:58,140 --> 00:19:02,140
ของโซเดียมและน้ำ ในอวัยวะต่าง ๆ  ของร่างกาย

219
00:19:03,893 --> 00:19:07,893
ส่งผลให้ร่างกายมีอาการแขนขาบวม แน่นหน้าออก

220
00:19:10,251 --> 00:19:12,843
นอกจากนี้นะคะ ยังเสี่ยงต่อการโลหิตสูง ซึ่งเป็นการสะสมของน้ำ

221
00:19:12,843 --> 00:19:16,843

222
00:19:18,178 --> 00:19:20,874
ในร่างกายค่ะ ทำให้ไตมีความผิดปกติในการกรองเป็นอย่างไรกันคะ สำหรับหัวข้อนี้

223
00:19:20,874 --> 00:19:23,747
นักเรียนสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนได้ไหมคะ

224
00:19:23,747 --> 00:19:27,747
เรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันนะคะ ไตทำ

225
00:19:30,993 --> 00:19:34,993
หน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ  ในร่างกาย

226
00:19:35,509 --> 00:19:39,509
รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นตัว

227
00:19:41,429 --> 00:19:42,363
ประกอบด้วย หน่วยไตจำนวนมาก หน่วยไต

228
00:19:42,363 --> 00:19:45,871
ประกอบไปด้วยโกลโมลูลัส

229
00:19:45,871 --> 00:19:46,451
การทำงานของหน่วยไตนี่

230
00:19:46,451 --> 00:19:50,451
จะแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ การกรอง การกรอง

231
00:19:55,992 --> 00:19:59,992
ก็จะเกิดที่กมลรัส สารที่มีขนาดเล็กก็จะถูกกรองไปยัง

232
00:20:06,809 --> 00:20:10,809
เพื่อส่งต่อไปยังท่อหน่วยไตค่ะ 2. การดูดกลับ เกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต สาร

233
00:20:15,101 --> 00:20:17,615
ที่มีประโยชน์ รวมทั้งน้ำและไอออน 3. การหลั่งเกิดที่ท่อหน่วยไต

234
00:20:17,615 --> 00:20:21,615
โดยเซลล์ที่หน่วยไต

235
00:20:21,675 --> 00:20:25,289
ที่ได้จากหลอดเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยได้

236
00:20:25,289 --> 00:20:26,235
จะถูกขับของ

237
00:20:26,235 --> 00:20:30,235
การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่ายกาย

238
00:20:34,098 --> 00:20:34,348
ดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

239
00:20:34,348 --> 00:20:38,348
ของระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด

240
00:20:46,395 --> 00:20:46,779
และระบบต่อมไร้ท่อปริมาณน้ำในร่ายกาย

241
00:20:46,779 --> 00:20:50,779
มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติสมองส่วนไฮโพทาลามัส

242
00:20:58,517 --> 00:21:01,610
จะกระตุ้นหรือยังยั้งการหลั่ง ADH

243
00:21:01,610 --> 00:21:03,759
ทำให้ท่อหน่วยไต และท่อรวม เข้าหลอดเลือดเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง การรักษา

244
00:21:03,759 --> 00:21:07,759
แร่ธาตุในร่างกาย หากปริมาณน้ำ

245
00:21:08,713 --> 00:21:12,713
จะมีการหลั่งฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน

246
00:21:18,641 --> 00:21:20,198
ที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต ดูดกลับโซเดียมและน้ำกลับเข้าสู่หลอดเลือด

247
00:21:20,198 --> 00:21:23,399
ทบทวนความรู้นะคะ

248
00:21:23,399 --> 00:21:27,399
ให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

249
00:21:35,202 --> 00:21:37,072
และสารในต่างกาย โดยนักเรียนจะ

250
00:21:37,072 --> 00:21:41,072
Short URL ดังรูป

251
00:21:41,995 --> 00:21:42,902
ก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ ลองสืบค้นและหาคำตอบ

252
00:21:42,902 --> 00:21:43,693
ด้วยตนเองนะคะ สำหรับครั้งต่อไปนะคะ

253
00:21:43,693 --> 00:21:47,693
เราจะมาเรียนกันต่อในอีก 2 หัวข้อคือ 2.2

254
00:21:48,715 --> 00:21:52,715
การรักษาดุลยภาพกรดเบสของเลือด

255
00:21:54,044 --> 00:21:56,202
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ

256
00:21:56,202 --> 00:22:00,202
สำหรับวันนี้ ครูปาณิกขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ
