--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย subtitle: date: วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (อาจารย์) สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักเรียนสู่ววีดิทัศน์ สื่อการสอนประกอบรายวิชา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เืร่องรักษาดุลยภาพของมนุษย์เราจะมาเรียนกันในหัวข้อที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย เป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ 1 ใน 4 หัวข้อย่อยของหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ โดยมีวัตถุประสงค์ทั้ 2 ข้อคือ 1 ระบุโครงสร้างและอธิบายการทำงานของไตมนุษย์ 2. อธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของนำและสารในร่างกาย รวมทั้งการกำจัดของเสีย ที่เกิดจากโดยการทำงานของไตค่ะ นักเรียนพร้อมกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวมาเริ่มเรียนกันค่ะ ร่างกายของร่างกายมนุษย์ คำคำนี้นักเรียนคุ้นเคยไหมคะ ไม่คุ้นเคยไม่เป็นอะไรค่ะ ดังนั้นครูจะขอยกสถานการณ์มาให้นักเรียนขบคิดนะคะ ถ้านักเรียนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาตอนนั้นนักเรียนมีความรู้สึกว่าอย่างไรบ้างคะ ร่างกายของนักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วณ ตอนนั้น นักเรียนทำให้ร่างกายกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติได้อย่างไร เดี๋ยวครูจะให้เวลาคิด 10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ หมดเวลาค่ะ นักเรียนได้คำตอบแล้วนะคะ หลังจากที่นักเรียนนี่เล่นกีฬามา หรือออกกำลังกายมา คืออะไรคะ ณ ตอนนั้นก็คงจะรู้สึกร้อน เหนื่อย และกระหายน้ำ แล้วตอนนั้นร่างกายก็มีการสูญเสียเหงื่อออกไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้น พฤติกรรมต่อมาที่นักเรียนจะทำ ก็คือดื่มน้ำ บางคนก็อาจจะเข้าห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเปิดอยู่ เปิดอยู่หรือว่าบางคนก็เข้าหาพัดลมเพื่อให้อุณหภูมิในขณะนั้นนี่เย็นลง นักเรียนทราบไหมคะ ว่าร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นนี่ หรือนักเรียนมีพฤติกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันนะคะ ทีนี้จากคำตอบที่ขึ้นมาหลังจากที่ครูถามไปเมื่อกี้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่าการหาน้ำดื่มใช่ไหมคะ ทีนี้ครูเลยอยากจะทราบว่ากิจวัตรประจำวันใด ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายของเรานี่เกิดการเปลี่ยนแปลง เอาสัก 2-3 ตัวอย่างก็พอค่ะ ทีนี้ครูจะลองยกตัวอย่างนะคะ ก็ที่ครูนึกออกนะคะ ก็คือง่าย ๆ เลย การรับประทานอาหารค่ะ การดื่มน้ำ และการปัสสาวะนั่นเองน่ะ คำตอบของนักเรียนเหมือนของครูไหมคะ ทีนี้ครูอยากทราบว่าร่างกายของเรานี่ รับน้ำจากทางใด และมีการสูญเสียน้ำออกไปจากร่างกายทางใดบ้าง ลองคิดนอกเหนือจากที่ครูตอบนะคะ ไม่เหมือนไม่เป็นไรค่ะ นี่เราลองมาว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ และสูญเสียไปแต่ละวันมีเท่าไรบ้างใน 1 วันนะคะ โดยเฉลี่ยแล้ว ร่ายกายจะได้รับก็จะมาจาก200 มิลลิลิตร เครื่องดื่ม 1,600600 มิลลิเมตร และที่ร่างกายเราก็เหงื่อ 100 มิลลิลิตร อุจาระ 200 มิลลิลิตร700 มิลลิเมตร การระเหยในที่นี้หมายถึงกาค่ะ และการละเหยผ่านทางหายใจนะคะ และสุดท้ายนะคะ สูญเสียไปกับปัสสาวะค่ะ 1,500 มิลลิลิตรรู้ไหมคะ ว่าการได้รับน้ำหรือเสียน้ำเท่ากันไหม คิดได้แล้วใช้ไหมคะ เท่ากับค่ะ คือประมาณ 2,500 มิลลิลิตรค่ะ ดังนั้นค่ะ ร่ายกายของนักเรียนได้รับน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง และถ้าหากว่าไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา จะรักษาดุลหรือรักษาน้ำรู้หรือไม่ว่า แต่ ณ ตอนนี้นะคะ ก่อนจะไปเรียนรู้กันนี่ คุณครูอยากให้เข้าใจความหมายของคำว่า "การรักษาดุลยภาพ" ก่อนค่ะ การรักษาดุลยภาพนะคะ หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Homeostasis" นี่ ของสิ่งมีชีวิตให้สมดุลและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตค่ะ ตัวอย่างอะไรหรือคะ นี่ล่ะค่ะ ใกล้ตัว การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ การรักษาดุลยภาพของเบสของเลือด และการรักษาดุลภาพของอุณหภูมิค่ะ ทีนี้มาถึงคำถาม ลองคิดนะคะ นักเรียนคิดว่าการรักษาดุลยภาพต่าง ๆ ของร่างกายต่าง ๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร บางคนอาจจะนึกออกนะคะ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เรียนรู้มาจากมัธยมศึกษาตอนต้น ใช่แล้วค่ะ การรักษาดุลยภาพของสาร เป็นการทำงานของใตในระบบขับถ่ายทั้งนี้นะคะ หน้าที่หลักของไตในระบบขับถ่าย การกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมและการสลายสารอาการ 2. รักษาดุลยภาพของน้ำต่าง ๆ ในร่างกายการรักษาปริมาณในร่างกาย การรักษาร่างกาย การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด ทีนี้ เราลองมาทราบความหมายของคำว่า "ของเสียนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นจะของเสียในระบบขับถ่ายนะคะ ก็คือของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม ได้แก่ ของเสียที่มีไนโตรเจนมีองค์ประกอบนะคะ เกิดจากการและกรดยูรอก แอมโมเนีย ซึ่งต้องกำจัดออกโดยระบบขับถ่ายค่ะ ต่อมาก็เป็นของเสีย ก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการหายใจ ทีนี้ครูขอถามนะคะ การถ่ายอุจจาระถือว่าเป็นการขับถ่ายของเสียหรือเปล่าคะ ลองคิดดูนะคะ ถ้านักเรียนทราบความหมายของที่ครูพูดไปนะคะ นักเรียนก็จะตอบได้ ว่าไม่ค่ะ เพราะว่าอุจจาระนี่คือกากอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ หรือย่อยไม่หมดในระบบย่อยอาหารค่ะ ทีนี้นักเรียนก็เข้าใจเรื่องของเสียแล้วนะคะ ทีนี้เราจะไปเรียนรู้โครงสร้างของของระบบขับถ่ายกันค่ะ อวัยวะในระบบขับถ่ายมนุษย์ประกอบด้วย ไตซึ่งมี 2 ข้าง ซึ่งโดยไตข้างซ้ายจะอยู่สูงกว่าไตข้างขวาค่ะ เพราะว่าไตข้างขวาจะมีตับกดลงมาทำให้มีความสูงของไตไม่เท่ากัน อวัยวะต่อมา ก็คือท่อไตค่ะ ซึ่งเป็นท่อที่นำของเสียหรือสารบางอย่างที่ไจไม่ต้องการจากไตเพื่อส่งต่อไปสะสมที่กระเพาะปัสสาวะ และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งที่เราปัสสาวะออกไปนี่ เราก็จะขับของเสียหรือของต่าง ๆ ที่ร่างกายไม่ต้องการผ่านท่อปัสสาวะค่ะ จากนี้นะคะ ยังมีพวกหลอดเลือดดรีนัลอาเทอรีที่ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่ไต และหลอดเลือดที่นำเลือดออกจากไตค่ะ ทีนี้นะคะ เมื่อเราผ่าไตออกตามยาว พบว่าเป็น 2 ส่วนคือ เนื้อไตส่วนนอกและเนื้อไตส่วนใน โดยเนื้อไตส่วนนี่นะคะ สีที่เห็นจะค่อนข้างจางกว่าสีค่อนข้างจะสดหน่อยนะคะ มีบริเวณที่เรียกว่ากรวยไตค่ะ ที่รวบรวมสารหรือของเสียต่าง ๆ ที่ทำงานผ่านหน่วยไตมาไว้นะคะ หลังจากนั้นนะคะ ก็จะส่งต่อออกไปทางท่อไต กระเพาะปัสสาวะและขับออกนอกร่างกายผ่านทางท่อปัสสาวะค่ะ ทีนี้เนื้อไตนะคะ เราจะพบว่าเนื้อไตแต่ละข้างหน่วยไต ที่เราเรียกว่านิฟฟอนข้างละ 1,000,000 หน่วย โบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต โดยกมลรัตน์นะคะ เป็นกลุ่มหลอดเลือดฝอยนะคะ ที่ล้อมรอบกับแคปซูลซึ่งมีลักษณะเป็นถ้วยค่ะ ซึ่งจะอยู่แนบชิดกัน ถัดจากโบว์แมนส์แคปซูลก็จะเป็นท่อหน่วยไตค่ะ ยาวค่ะ ยาวและขดไปขดมา อยู่ชิดกับหลอดเลือดฝอยที่มาพันรอบหน่วยไตนะคะ และที่ปลายสุดของท่อหน่วยไต ก็จะเปิดที่ท่อรวมค่ะ นี่ค่ะ ปลายสุดนะคะ ของท่อไตนะคะ ท่อรวม โดยท่อรวมจะเปิดออกสู่กรวยไต ดังรูปค่ะ เมื่อนักเรียนเข้าใจถึงโครงสร้างของไตและหน่วยไตแล้ว เราจะมาดูการทำงานของหน่วยไตกันนะคะ หน่วยไต ทำหน้าที่ในการกำจัดของเสีย ที่มีไดโตรเจนเป็นส่วนประกบอที่มีปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ความเป็นกรด-เบส ของเลือด การกำจัดของเสียโดยไตการกรอง การดูดกลับ และการหลั่งค่ะ การทำงานของหน่วยไต เริ่มจาก เลือดเริ่มไหลจาหลอดเลือด... และผ่านหลอดเลือดเข้าสู่เมื่อถึงโกลเมอรูลัสสารกรดหรือยูเรีย, กลูโคส, กรดอะมิโน และธานตุส่วนหนึ่ง จะถูกกรองที่โพโนรัส ติดกับโกโมลัส ส่วนเซลล์เม็ดเลือด เช่น พวกโปรตีนยังคงอยู่ในหลอดเลือดค่ะ ไม่สามารถกรอของเหลวที่ได้จากการกรองก็จะไหลผ่านไปยังท่อหน่วยไต ทั้งนี้นะคะ สารต่อร่างกายจะถูกดูดกลับทั้งหมด เช่น กรดอมิโน กลูโคส และมีการดูดกลับบางส่วน เช่นพวกน้ำและไอออนก็พวกไฮโดรเจนไอออน ดูดกลับของไอออนต่าง ๆ นะคะ ก็เพื่อรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกายค่ะ นอกจากนี้ยังพบการดูดกลับบางกรณีเซลล์ท่อหน่วยไตนะคะ จะหลั่งสารบางชนิดที่ได้จากเลือดเข้าสู่ไตนะคะ ส่วนมากก็เป็นพวกไอออนต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งเป็นไอออนที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่นไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียไอออนค่ะ ของเหลวที่ได้นะคะ ก็จะถูกขับออกสู่ทางร่างผ่านทางท่อรวม เป็นปัสสาวะ ในท่อปัสวะ ทางท่อปัสสาวะต่อไปค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียน คำถามถัดไปคงไม่ยากลองค่อย ๆ ทำความเข้าใจกันไปค่ะ ครูมีคำถาม 1 ข้อนะคะ ทำหน้าที่กรองหรือขับสารใดบ้าง ให้เวลา 10 วินาทีค่ะ เริ่มค่ะ หมดเวลาค่ะ คิดกันออกไหมคะ ลองมาดูเฉลยค่ะ ไตจะกรองพวกกลูโคส, น้ำ, ยูเรีย กรดอะมิโนและเซลล์บางชนิดเซลล์เม็ดเลือด เกร็ดเลือดนะคะ ก็มีดูดกลับสารที่มีประโยชน์กลูโคส, น้ำ และไอออนต่าง ๆ โพเทเซียมไอออน การหลั่งก็จะมีการหลั่งพวกไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียมไอออน รวมทั้งสารอื่น ๆ ที่รับประทานเข้าไปค่ะ เป็นอย่างไรคะ นักเรียนทำกันได้ไหมเอ่ย หัวข้อถัดมา จะเป็นการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย นักเรียนเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะ ว่าร่างกายคนเรานี่มีปริมาณน้ำที่รับและขับออกควรมีปริมาณเท่าใด จึงยังคงรักษาดุลยภาพอยู่ได้รักษาดุลยภาพของร่ายกายค่ะ เรามาลองหาคำตอบด้วยกันนะคะ อวัยวะที่เกี่ยวข้องได้แก่ สมอง สมองส่วนนี้นะคะ จะเป็นสมองส่วนไทโพโทรามัสซึ่งหลั่งฮอโมนแอนตี้และที่เรียกว่าไตของเรานั่นเองค่ะ สำหรับกลไกในการรักษาดุลยภาพของน้ำนะคะ แบ่งได้เป็น 2 กรณีก็คือกรณีร่างกายสูญเสียน้ำ และกรณีที่ร่ายกายมีน้ำมาก เราลองมาดูทีละกรณีกันนะคะ กรณีแรกนะคะ กรณีที่ร่างกายสูญเสียน้ำนะคะ เมื่อร่างกายสูญเสียของน้ำ จะทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น ก็จะไปกระตุ้นให้ไฮโพทาลามัส ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ให้หลั่ง ADH ซึ่งการหลั่ง ADS และท่อรวมเพิ่มการดูดกลับน้ำ ส่งผลให้ปัสสาวะมีปริมาณน้อย ขณะเดียวกันนะคะ เราก็รู้สึกกระหายน้ำ และต้องหาน้ำมาดื่ม ซึ่งการมีพฤติกรรมการหาน้ำดื่มและมีจำนวนน้อย น้ำในร่ายงายกลับสู่สมดุลอีกครั้งค่ะ ทีนี้สำหรับกรณีร่างกายมีน้ำมากนะคะ หากเราดื่มน้ำมากแล้วนี่ ร่างกายจะมี... จะทำให้ความเข้มข้นลดลง กระตุ้นให้ ไฮโพทาลามัส การหลั่ง ADH น้อยลง การหลั่ง ADH น้อยลงก็จะทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมนี่ ปัสสาวะจึงมีปริมาณมาก ปริมาณน้ำจึงกลับเข้าสมดุลอีกครั้งค่ะ นอกจากนี้นะคะ ไตยังทำหน้าที่ควบคุมดุลยภาพของแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น โซเดียมและโพเทเซียม นี้นะคะ มีบทบาทที่สำคัญในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ ตัวอย่างการรักษาดุลยภาพของโซเดียว ก็คือเมื่อปริมาณโซเดียมต่ำ จะไปกระตุ้นต่อมหมวกไต ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้นะคะ ส่งผลให้ท่อรวม ทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมนี่ดูดกลับโซเดียม เลือดและน้ำในร่างกายจึงเข้าสู่สมดุลอีกครั้งค่ะ เรามาชวนคิดกันหน่อยไหมค่ะ ถ้ารับประทานอาหารที่มีรสเค็มอยู่เป็นประจำในปริมาณเกินความจำเป็นอยนักเรียนลองคิดดูนะคะ ครูให้เวลา 10 วินาทีค่ะ หมดเวลาค่ะ นักเรียนคิดออกไหมคะ เรามาดูคำตอบกันค่ะ กรณีแรกนะคะ ถ้าไตยังเป็นปกติและสุขภาพแข็งแรงนี่ไตก็ยังคงขับโซเดียมออกทางปัสสาวะได้ครั้งละมาก ๆ ซึ่งปริมาณที่ขับออกมา ขึ้นปริมาณโซเดียมที่อยู่ในอาหารค่ะ แต่ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ ก็จะเกิดการสะสมของโซเดียมและน้ำ ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายส่งผลให้ร่างกายมีอาการแขนขาบวม แน่นหน้าออก นอกจากนี้นะคะ ยังเสี่ยงต่อการโลหิตสูง ซึ่งเป็นการสะสมของน้ำในร่างกายค่ะ ทำให้ไตมีความผิดปกติในการกรอง เป็นอย่างไรกันคะ สำหรับหัวข้อนี้ นักเรียนสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนได้ไหมคะ เรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันนะคะ ไตทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นตัวประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก หน่วยไต ประกอบไปด้วยโกลโมลูลัส การทำงานของหน่วยไตนี่ จะแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ การกรอง การกรองก็จะเกิดที่กมลรัตน์ สารที่มีขนาดเล็กก็จะถูกกรองไปยังเพื่อส่งต่อไปยังท่อหน่วยไตค่ะ 2. การดูดกลับ เกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต สารที่มีประโยชน์ รวมทั้งน้ำและไออ้อน3. การหลั่งเกิดที่ท่อหน่วยไต โดยเซลล์ที่หน่วยไตที่ได้จากหลอดเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยได้ จะถูกขับของ การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่ายกาย ดุลยภาพของน้ำในร่างกายของระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด และระบบต่อมไร้ท่อปริมาณน้ำในร่ายกายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะกระตุ้นหรือยังยั้งการหลั่ง ADH ทำให้ท่อหน่วยไต และท่อรวม เข้าหลอดเลือดเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง การรักษาแร่ธาตุในร่างกาย หากปริมาณน้ำจะมีการหลั่งฮอร์โมนแอลโดสเตอโรนที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต ดูดกลับโซเดียมและน้ำกลับเข้าสู่หลอดเลือด ทบทวนความรู้นะคะ ให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย และสารในต่างกาย โดยนักเรียนจะShort IRL ดังรูปก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ ลองสืบค้นและหาคำตอบด้วยตนเองนะคะ สำหรับครั้งต่อไปนะคะ เราจะมาเรียนกันต่อในอีก 2 หัวข้อคือ 2.2 การรักษาดุลยภาพกรดเบสของเลือด การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ สำหรับวันนี้ ครูปาณิกขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ