﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002

3
00:00:08,004 --> 00:00:12,004

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009
[เสียงดนตรี]

5
00:00:16,012 --> 00:00:20,012

6
00:00:20,013 --> 00:00:24,013

7
00:00:24,014 --> 00:00:28,014

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักเรียนสู่ววีดิทัศน์

9
00:00:32,019 --> 00:00:36,019
สื่อการสอนประกอบรายวิชา

10
00:00:36,021 --> 00:00:40,021
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เืร่อง

11
00:00:40,023 --> 00:00:44,023
รักษาดุลยภาพของมนุษย์

12
00:00:44,024 --> 00:00:48,024
เราจะมาเรียนกันในหัวข้อที่ 2.1 เรื่อง

13
00:00:48,026 --> 00:00:52,026
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

14
00:00:52,027 --> 00:00:56,027
เป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ

15
00:00:56,028 --> 00:01:00,028
1 ใน 4 หัวข้อย่อยของหน่วยการเรียนรู้ที่ 2

16
00:01:00,029 --> 00:01:04,029
การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ โดยมีวัตถุประสงค์

17
00:01:04,031 --> 00:01:08,031
ทั้ 2 ข้อคือ 1 ระบุโครงสร้าง

18
00:01:08,032 --> 00:01:12,032
และอธิบายการทำงานของไตมนุษย์ 2. อธิบาย

19
00:01:12,034 --> 00:01:16,034
กลไกการรักษาดุลยภาพของนำและสารในร่างกาย

20
00:01:16,035 --> 00:01:20,035
รวมทั้งการกำจัดของเสีย ที่เกิดจาก

21
00:01:20,036 --> 00:01:24,036
โดยการทำงานของไตค่ะ นักเรียนพร้อมกันหรือยังคะ

22
00:01:24,036 --> 00:01:28,036
ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวมาเริ่มเรียนกันค่ะ

23
00:01:28,037 --> 00:01:32,037
ร่างกายของร่างกายมนุษย์ คำคำนี้นักเรียนคุ้นเคยไหมคะ

24
00:01:32,038 --> 00:01:36,038
ไม่คุ้นเคยไม่เป็นอะไรค่ะ

25
00:01:36,040 --> 00:01:40,040
ดังนั้นครูจะขอยกสถานการณ์มาให้นักเรียนขบคิดนะคะ

26
00:01:40,041 --> 00:01:44,041
ถ้านักเรียนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

27
00:01:44,041 --> 00:01:48,041
ตอนนั้นนักเรียนมีความรู้สึกว่าอย่างไรบ้างคะ

28
00:01:48,041 --> 00:01:52,041
ร่างกายของนักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

29
00:01:52,042 --> 00:01:56,042
แล้วณ ตอนนั้น นักเรียนทำให้ร่างกาย

30
00:01:56,042 --> 00:02:00,042
กลับเข้ามาสู่ภาวะปกติได้อย่างไร เดี๋ยวครูจะให้เวลาคิด

31
00:02:00,048 --> 00:02:04,048
10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ

32
00:02:04,047 --> 00:02:08,047

33
00:02:08,048 --> 00:02:12,048

34
00:02:12,048 --> 00:02:16,048

35
00:02:16,050 --> 00:02:20,050
หมดเวลาค่ะ นักเรียนได้คำตอบแล้วนะคะ

36
00:02:20,052 --> 00:02:24,052
หลังจากที่นักเรียนนี่เล่นกีฬามา หรือออกกำลังกายมา

37
00:02:24,053 --> 00:02:28,053
คืออะไรคะ ณ ตอนนั้นก็คงจะรู้สึกร้อน เหนื่อย

38
00:02:28,054 --> 00:02:32,054
และกระหายน้ำ แล้วตอนนั้นร่างกายก็

39
00:02:32,055 --> 00:02:36,055
มีการสูญเสียเหงื่อออกไปเป็นจำนวนมาก

40
00:02:36,055 --> 00:02:40,055
ดังนั้น พฤติกรรมต่อมาที่นักเรียนจะทำ ก็คือดื่มน้ำ

41
00:02:40,056 --> 00:02:44,056
บางคนก็อาจจะเข้าห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเปิดอยู่

42
00:02:44,056 --> 00:02:48,056
เปิดอยู่หรือว่าบางคนก็เข้าหาพัดลมเพื่อให้อุณหภูมิใน

43
00:02:48,058 --> 00:02:52,058
ขณะนั้นนี่เย็นลง นักเรียนทราบไหมคะ ว่าร่างกาย

44
00:02:52,059 --> 00:02:56,059
มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นนี่

45
00:02:56,060 --> 00:03:00,060
หรือนักเรียนมีพฤติกรรมดังกล่าว

46
00:03:00,061 --> 00:03:04,061
เกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมา

47
00:03:04,062 --> 00:03:08,062
เรียนรู้กันนะคะ ทีนี้จากคำตอบ

48
00:03:08,062 --> 00:03:12,062
ที่ขึ้นมาหลังจากที่ครูถามไปเมื่อกี้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า

49
00:03:12,064 --> 00:03:16,064
การหาน้ำดื่มใช่ไหมคะ ทีนี้ครูเลย

50
00:03:16,064 --> 00:03:20,064
อยากจะทราบว่ากิจวัตรประจำวันใด ทำให้

51
00:03:20,066 --> 00:03:24,066
ปริมาณน้ำในร่างกายของเรานี่เกิดการเปลี่ยนแปลง

52
00:03:24,067 --> 00:03:28,067
เอาสัก 2-3 ตัวอย่างก็พอค่ะ

53
00:03:28,068 --> 00:03:32,068
ทีนี้ครูจะลอง

54
00:03:32,069 --> 00:03:36,069
ยกตัวอย่างนะคะ ก็ที่ครูนึกออกนะคะ ก็คือง่าย ๆ เลย

55
00:03:36,070 --> 00:03:40,070
การรับประทานอาหารค่ะ

56
00:03:40,071 --> 00:03:44,071
การดื่มน้ำ

57
00:03:44,072 --> 00:03:48,072
และ

58
00:03:48,073 --> 00:03:52,073
การปัสสาวะนั่นเองน่ะ คำตอบของนักเรียนเหมือนของครูไหมคะ

59
00:03:52,074 --> 00:03:56,074
ทีนี้ครูอยากทราบว่าร่างกายของเรานี่ รับน้ำ

60
00:03:56,075 --> 00:04:00,075
จากทางใด และมีการสูญเสียน้ำออกไปจากร่างกาย

61
00:04:00,076 --> 00:04:04,076
ทางใดบ้าง

62
00:04:04,077 --> 00:04:08,077
ลองคิดนอกเหนือจากที่ครูตอบนะคะ ไม่เหมือน

63
00:04:08,077 --> 00:04:12,077
ไม่เป็นไรค่ะ นี่เราลองมา

64
00:04:12,078 --> 00:04:16,078
ว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ และสูญเสียไปแต่ละวัน

65
00:04:16,079 --> 00:04:20,079
มีเท่าไรบ้าง

66
00:04:20,080 --> 00:04:24,080
ใน 1 วันนะคะ โดยเฉลี่ยแล้ว ร่ายกายจะ

67
00:04:24,083 --> 00:04:28,083
ได้รับก็จะมาจาก

68
00:04:28,083 --> 00:04:32,083
200 มิลลิลิตร

69
00:04:32,084 --> 00:04:36,084
เครื่องดื่ม 1,600

70
00:04:36,085 --> 00:04:40,085
600 มิลลิเมตร และที่ร่างกาย

71
00:04:40,085 --> 00:04:44,085
เราก็

72
00:04:44,087 --> 00:04:48,087
เหงื่อ 100 มิลลิลิตร

73
00:04:48,088 --> 00:04:52,088
อุจาระ 200 มิลลิลิตร

74
00:04:52,090 --> 00:04:56,090
700 มิลลิเมตร การระเหยในที่นี้หมายถึงกา

75
00:04:56,091 --> 00:05:00,091
ค่ะ และการละเหยผ่านทางหายใจนะคะ

76
00:05:00,093 --> 00:05:04,093
และสุดท้ายนะคะ สูญเสียไปกับปัสสาวะค่ะ

77
00:05:04,095 --> 00:05:08,095
1,500 มิลลิลิตร

78
00:05:08,096 --> 00:05:12,096
รู้ไหมคะ ว่าการได้รับน้ำหรือเสียน้ำ

79
00:05:12,097 --> 00:05:16,097
เท่ากันไหม คิด

80
00:05:16,097 --> 00:05:20,097
ได้แล้วใช้ไหมคะ เท่ากับค่ะ

81
00:05:20,098 --> 00:05:24,098
คือประมาณ 2,500 มิลลิลิตรค่ะ ดังนั้นค่ะ

82
00:05:24,099 --> 00:05:28,099
ร่ายกายของนักเรียนได้รับน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง

83
00:05:28,099 --> 00:05:32,099
และถ้าหากว่า

84
00:05:32,101 --> 00:05:36,101
ไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย

85
00:05:36,102 --> 00:05:40,102
จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา จะรักษาดุลหรือรักษาน้ำ

86
00:05:40,103 --> 00:05:44,103
รู้หรือไม่ว่า

87
00:05:44,105 --> 00:05:48,105
แต่ ณ ตอนนี้นะคะ ก่อนจะไปเรียนรู้กันนี่ คุณครูอยากให้

88
00:05:48,107 --> 00:05:52,107
เข้าใจความหมายของคำว่า "การรักษาดุลยภาพ" ก่อนค่ะ

89
00:05:52,107 --> 00:05:56,107
การรักษาดุลยภาพนะคะ หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า

90
00:05:56,108 --> 00:06:00,108
"Homeostasis" นี่

91
00:06:00,109 --> 00:06:04,109
ของสิ่งมีชีวิตให้สมดุลและเหมาะสม

92
00:06:04,109 --> 00:06:08,109
ต่อการดำรงชีวิตค่ะ ตัวอย่างอะไรหรือคะ

93
00:06:08,109 --> 00:06:12,109
นี่ล่ะค่ะ ใกล้ตัว การรักษาดุลยภาพ

94
00:06:12,110 --> 00:06:16,110
ของน้ำและสารต่าง ๆ การรักษาดุลยภาพของ

95
00:06:16,111 --> 00:06:20,111
เบสของเลือด และการรักษาดุลภาพของอุณหภูมิค่ะ

96
00:06:20,112 --> 00:06:24,112
ทีนี้มาถึงคำถาม ลองคิดนะคะ นักเรียนคิดว่า

97
00:06:24,113 --> 00:06:28,113
การรักษาดุลยภาพต่าง ๆ ของร่างกายต่าง ๆ

98
00:06:28,113 --> 00:06:32,113
เกิดขึ้นได้อย่างไร บางคนอาจจะนึกออกนะคะ

99
00:06:32,113 --> 00:06:36,113
เพราะว่าเป็นสิ่งที่เรียนรู้มาจากมัธยมศึกษาตอนต้น

100
00:06:36,114 --> 00:06:40,114
ใช่แล้วค่ะ การรักษาดุลยภาพของสาร

101
00:06:40,116 --> 00:06:44,116
เป็นการทำงานของใตในระบบขับถ่าย

102
00:06:44,117 --> 00:06:48,117
ทั้งนี้นะคะ หน้าที่หลักของไตในระบบขับถ่าย

103
00:06:48,118 --> 00:06:52,118
การกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมและ

104
00:06:52,119 --> 00:06:56,119
การสลายสารอาการ 2.

105
00:06:56,120 --> 00:07:00,120
รักษาดุลยภาพของน้ำต่าง ๆ ในร่างกาย

106
00:07:00,121 --> 00:07:04,121
การรักษาปริมาณในร่างกาย การรักษา

107
00:07:04,122 --> 00:07:08,122
ร่างกาย การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด

108
00:07:08,123 --> 00:07:12,123
ทีนี้ เราลองมาทราบความหมายของคำว่า "

109
00:07:12,124 --> 00:07:16,124
ของเสียนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นจะ

110
00:07:16,125 --> 00:07:20,125
ของเสียในระบบขับถ่ายนะคะ ก็คือของเสีย

111
00:07:20,126 --> 00:07:24,126
ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม

112
00:07:24,127 --> 00:07:28,127
ได้แก่ ของเสียที่มีไนโตรเจน

113
00:07:28,127 --> 00:07:32,127
มีองค์ประกอบนะคะ เกิดจากการ

114
00:07:32,128 --> 00:07:36,128
และกรดยูรอก

115
00:07:36,128 --> 00:07:40,128
แอมโมเนีย ซึ่งต้องกำจัดออกโดยระบบขับถ่ายค่ะ

116
00:07:40,129 --> 00:07:44,129
ต่อมาก็เป็นของเสีย ก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

117
00:07:44,130 --> 00:07:48,130
ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการหายใจ

118
00:07:48,131 --> 00:07:52,131
ทีนี้ครูขอถามนะคะ

119
00:07:52,132 --> 00:07:56,132
การถ่ายอุจจาระถือว่าเป็นการขับถ่ายของเสียหรือเปล่าคะ

120
00:07:56,132 --> 00:08:00,132
ลองคิดดูนะคะ

121
00:08:00,133 --> 00:08:04,133
ถ้านักเรียนทราบความหมายของที่ครูพูดไปนะคะ

122
00:08:04,134 --> 00:08:08,134
นักเรียนก็จะตอบได้ ว่าไม่ค่ะ

123
00:08:08,135 --> 00:08:12,135
เพราะว่าอุจจาระนี่คือกากอาหารที่ร่างกาย

124
00:08:12,136 --> 00:08:16,136
ย่อยไม่ได้ หรือย่อยไม่หมดในระบบย่อยอาหารค่ะ

125
00:08:16,137 --> 00:08:20,137
ทีนี้นักเรียนก็เข้าใจเรื่องของเสีย

126
00:08:20,138 --> 00:08:24,138
แล้วนะคะ ทีนี้เราจะไปเรียนรู้โครงสร้างของ

127
00:08:24,137 --> 00:08:28,137
ของระบบขับถ่ายกันค่ะ

128
00:08:28,138 --> 00:08:32,138
อวัยวะในระบบขับถ่ายมนุษย์ประกอบด้วย

129
00:08:32,139 --> 00:08:36,139
ไตซึ่งมี 2 ข้าง ซึ่ง

130
00:08:36,140 --> 00:08:40,140
โดยไตข้างซ้ายจะอยู่สูงกว่าไตข้างขวาค่ะ

131
00:08:40,141 --> 00:08:44,141
เพราะว่าไตข้างขวาจะมีตับกดลงมา

132
00:08:44,141 --> 00:08:48,141
ทำให้มีความสูงของไตไม่เท่ากัน อวัยวะต่อมา ก็คือ

133
00:08:48,142 --> 00:08:52,142
ท่อไตค่ะ ซึ่งเป็นท่อที่นำของเสีย

134
00:08:52,144 --> 00:08:56,144
หรือสารบางอย่างที่ไจไม่ต้องการ

135
00:08:56,149 --> 00:09:00,149
จากไตเพื่อส่งต่อไปสะสมที่กระเพาะปัสสาวะ

136
00:09:00,149 --> 00:09:04,149
และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งที่เราปัสสาวะออกไปนี่

137
00:09:04,151 --> 00:09:08,151
เราก็จะขับของเสียหรือของต่าง ๆ

138
00:09:08,152 --> 00:09:12,152
ที่ร่างกายไม่ต้องการผ่านท่อปัสสาวะค่ะ

139
00:09:12,154 --> 00:09:16,154
จากนี้นะคะ ยังมีพวกหลอดเลือดดรีนัลอาเทอรี

140
00:09:16,155 --> 00:09:20,155
ที่ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่ไต และหลอดเลือด

141
00:09:20,155 --> 00:09:24,155
ที่นำเลือดออกจากไตค่ะ ทีนี้นะคะ

142
00:09:24,156 --> 00:09:28,156
เมื่อเราผ่าไตออกตามยาว พบว่า

143
00:09:28,157 --> 00:09:32,157
เป็น 2 ส่วนคือ เนื้อไตส่วนนอกและเนื้อไตส่วนใน

144
00:09:32,158 --> 00:09:36,158
โดยเนื้อไตส่วนนี่นะคะ สีที่เห็น

145
00:09:36,159 --> 00:09:40,159
จะค่อนข้างจางกว่า

146
00:09:40,160 --> 00:09:44,160
สีค่อนข้างจะสดหน่อยนะคะ

147
00:09:44,161 --> 00:09:48,161
มีบริเวณที่เรียกว่ากรวยไตค่ะ ที่รวบรวม

148
00:09:48,162 --> 00:09:52,162
สารหรือของเสียต่าง ๆ ที่ทำงานผ่านหน่วยไต

149
00:09:52,163 --> 00:09:56,163
มาไว้นะคะ หลังจากนั้นนะคะ ก็จะส่งต่อ

150
00:09:56,164 --> 00:10:00,164
ออกไปทางท่อไต

151
00:10:00,165 --> 00:10:04,165
กระเพาะปัสสาวะและขับออกนอกร่างกาย

152
00:10:04,166 --> 00:10:08,166
ผ่านทางท่อปัสสาวะค่ะ ทีนี้เนื้อไตนะคะ

153
00:10:08,169 --> 00:10:12,169
เราจะพบว่าเนื้อไตแต่ละข้าง

154
00:10:12,170 --> 00:10:16,170
หน่วยไต ที่เราเรียกว่านิฟฟอน

155
00:10:16,170 --> 00:10:20,170
ข้างละ 1,000,000 หน่วย

156
00:10:20,171 --> 00:10:24,171
โบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต

157
00:10:24,172 --> 00:10:28,172
โดยกมลรัตน์นะคะ

158
00:10:28,172 --> 00:10:32,172
เป็นกลุ่มหลอดเลือดฝอยนะคะ ที่ล้อมรอบกับ

159
00:10:32,173 --> 00:10:36,173
แคปซูลซึ่งมีลักษณะเป็นถ้วยค่ะ

160
00:10:36,174 --> 00:10:40,174
ซึ่งจะอยู่แนบชิดกัน ถัดจากโบว์แมนส์แคปซูล

161
00:10:40,175 --> 00:10:44,175
ก็จะเป็นท่อหน่วยไตค่ะ

162
00:10:44,175 --> 00:10:48,175
ยาวค่ะ ยาวและขดไปขดมา

163
00:10:48,176 --> 00:10:52,176
อยู่ชิดกับหลอดเลือดฝอยที่มาพันรอบ

164
00:10:52,177 --> 00:10:56,177
หน่วยไตนะคะ และที่ปลายสุด

165
00:10:56,178 --> 00:11:00,178
ของท่อหน่วยไต ก็จะเปิดที่ท่อรวมค่ะ

166
00:11:00,178 --> 00:11:04,178
นี่ค่ะ ปลายสุดนะคะ ของท่อไตนะคะ

167
00:11:04,180 --> 00:11:08,180
ท่อรวม โดยท่อรวม

168
00:11:08,181 --> 00:11:12,181
จะเปิดออกสู่กรวยไต ดังรูปค่ะ

169
00:11:12,182 --> 00:11:16,182
เมื่อนักเรียนเข้าใจ

170
00:11:16,183 --> 00:11:20,183
ถึงโครงสร้างของไตและหน่วยไตแล้ว เราจะมาดู

171
00:11:20,183 --> 00:11:24,183
การทำงานของหน่วยไตกันนะคะ

172
00:11:24,184 --> 00:11:28,184
หน่วยไต ทำหน้าที่ในการกำจัดของเสีย

173
00:11:28,185 --> 00:11:32,185
ที่มีไดโตรเจนเป็นส่วนประกบอ

174
00:11:32,186 --> 00:11:36,186
ที่มีปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย

175
00:11:36,188 --> 00:11:40,188
รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ

176
00:11:40,188 --> 00:11:44,188
ความเป็นกรด-เบส ของเลือด

177
00:11:44,190 --> 00:11:48,190
การกำจัดของเสียโดยไต

178
00:11:48,192 --> 00:11:52,192
การกรอง การดูดกลับ

179
00:11:52,193 --> 00:11:56,193
และการหลั่งค่ะ

180
00:11:56,194 --> 00:12:00,194
การทำงานของหน่วยไต เริ่มจาก เลือดเริ่มไหลจา

181
00:12:00,195 --> 00:12:04,195
หลอดเลือด...

182
00:12:04,196 --> 00:12:08,196
และผ่านหลอดเลือดเข้าสู่

183
00:12:08,197 --> 00:12:12,197
เมื่อถึงโกลเมอรูลัสสารกรดหรือ

184
00:12:12,198 --> 00:12:16,198
ยูเรีย, กลูโคส, กรดอะมิโน และธานตุส่วนหนึ่ง

185
00:12:16,199 --> 00:12:20,199
จะถูกกรองที่โพโนรัส

186
00:12:20,200 --> 00:12:24,200
ติดกับโกโมลัส

187
00:12:24,200 --> 00:12:28,200
ส่วนเซลล์เม็ดเลือด

188
00:12:28,202 --> 00:12:32,202
เช่น พวกโปรตีนยังคงอยู่ในหลอดเลือดค่ะ ไม่สามารถกรอ

189
00:12:32,203 --> 00:12:36,203
ของเหลวที่ได้จากการกรองก็จะ

190
00:12:36,204 --> 00:12:40,204
ไหลผ่านไปยังท่อหน่วยไต ทั้งนี้นะคะ สาร

191
00:12:40,205 --> 00:12:44,205
ต่อร่างกายจะถูกดูดกลับทั้งหมด เช่น กรดอมิโน

192
00:12:44,206 --> 00:12:48,206
กลูโคส และมีการดูดกลับบางส่วน

193
00:12:48,207 --> 00:12:52,207
เช่นพวกน้ำและไอออน

194
00:12:52,207 --> 00:12:56,207
ก็พวกไฮโดรเจนไอออน

195
00:12:56,208 --> 00:13:00,208
ดูดกลับของไอออนต่าง ๆ นะคะ ก็เพื่อรักษาดุลยภาพ

196
00:13:00,209 --> 00:13:04,209
ของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกายค่ะ

197
00:13:04,210 --> 00:13:08,210
นอกจากนี้ยังพบการดูดกลับ

198
00:13:08,210 --> 00:13:12,210
บางกรณีเซลล์ท่อหน่วยไตนะคะ

199
00:13:12,211 --> 00:13:16,211
จะหลั่งสารบางชนิดที่ได้จากเลือดเข้าสู่ไต

200
00:13:16,211 --> 00:13:20,211
นะคะ ส่วนมากก็เป็นพวกไอออนต่าง ๆ ค่ะ

201
00:13:20,212 --> 00:13:24,212
ซึ่งเป็นไอออนที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น

202
00:13:24,213 --> 00:13:28,213
ไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียไอออนค่ะ

203
00:13:28,213 --> 00:13:32,213
ของเหลวที่ได้นะคะ ก็จะถูกขับออกสู่ทางร่าง

204
00:13:32,213 --> 00:13:36,213
ผ่านทางท่อรวม เป็นปัสสาวะ

205
00:13:36,215 --> 00:13:40,215
ในท่อปัสวะ

206
00:13:40,215 --> 00:13:44,215
ทางท่อปัสสาวะต่อไปค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียน

207
00:13:44,216 --> 00:13:48,216
คำถามถัดไปคงไม่ยาก

208
00:13:48,217 --> 00:13:52,217
ลองค่อย ๆ ทำความเข้าใจกันไปค่ะ ครู

209
00:13:52,218 --> 00:13:56,218
มีคำถาม 1 ข้อนะคะ

210
00:13:56,219 --> 00:14:00,219
ทำหน้าที่กรองหรือขับสารใดบ้าง ให้

211
00:14:00,220 --> 00:14:04,220
เวลา 10 วินาทีค่ะ เริ่มค่ะ

212
00:14:04,221 --> 00:14:08,221

213
00:14:08,222 --> 00:14:12,222

214
00:14:12,223 --> 00:14:16,223
หมดเวลาค่ะ

215
00:14:16,224 --> 00:14:20,224
คิดกันออกไหมคะ ลองมาดูเฉลยค่ะ

216
00:14:20,226 --> 00:14:24,226
ไตจะกรองพวกกลูโคส, น้ำ,

217
00:14:24,227 --> 00:14:28,227
ยูเรีย กรดอะมิโนและเซลล์บางชนิด

218
00:14:28,228 --> 00:14:32,228
เซลล์เม็ดเลือด เกร็ดเลือด

219
00:14:32,228 --> 00:14:36,228
นะคะ ก็มีดูดกลับสารที่มีประโยชน์

220
00:14:36,230 --> 00:14:40,230
กลูโคส, น้ำ และไอออนต่าง ๆ

221
00:14:40,231 --> 00:14:44,231
โพเทเซียมไอออน

222
00:14:44,232 --> 00:14:48,232
การหลั่งก็จะมีการหลั่งพวกไฮโดรเจนไอออน

223
00:14:48,233 --> 00:14:52,233
แอมโมเนียมไอออน รวมทั้งสารอื่น ๆ

224
00:14:52,234 --> 00:14:56,234
ที่รับประทานเข้าไปค่ะ เป็นอย่างไรคะ

225
00:14:56,239 --> 00:15:00,239
นักเรียนทำกันได้ไหมเอ่ย หัวข้อถัดมา

226
00:15:00,240 --> 00:15:04,240
จะเป็นการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย นักเรียนเคยตั้งคำถาม

227
00:15:04,242 --> 00:15:08,242
กับตัวเองไหมคะ ว่าร่างกายคนเรานี่มี

228
00:15:08,243 --> 00:15:12,243
ปริมาณน้ำที่รับและขับออกควรมีปริมาณเท่าใด

229
00:15:12,244 --> 00:15:16,244
จึงยังคงรักษาดุลยภาพอยู่ได้

230
00:15:16,245 --> 00:15:20,245
รักษาดุลยภาพของร่ายกายค่ะ เรามาลองหา

231
00:15:20,246 --> 00:15:24,246
คำตอบด้วยกันนะคะ อวัยวะที่เกี่ยวข้อง

232
00:15:24,247 --> 00:15:28,247
ได้แก่ สมอง สมองส่วนนี้นะคะ

233
00:15:28,247 --> 00:15:32,247
จะเป็นสมองส่วนไทโพโทรามัส

234
00:15:32,247 --> 00:15:36,247
ซึ่งหลั่งฮอโมนแอนตี้

235
00:15:36,248 --> 00:15:40,248
และที่เรียกว่าไตของเรานั่นเองค่ะ

236
00:15:40,249 --> 00:15:44,249
สำหรับกลไกในการรักษาดุลยภาพของน้ำ

237
00:15:44,251 --> 00:15:48,251
นะคะ แบ่งได้เป็น 2 กรณีก็คือ

238
00:15:48,252 --> 00:15:52,252
กรณีร่างกายสูญเสียน้ำ และกรณีที่ร่ายกายมีน้ำมาก

239
00:15:52,252 --> 00:15:56,252
เราลองมาดูทีละกรณีกันนะคะ กรณีแรกนะคะ

240
00:15:56,252 --> 00:16:00,252
กรณีที่ร่างกายสูญเสียน้ำ

241
00:16:00,253 --> 00:16:04,253
นะคะ เมื่อร่างกายสูญเสียของน้ำ

242
00:16:04,254 --> 00:16:08,254
จะทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น

243
00:16:08,255 --> 00:16:12,255
ก็จะไปกระตุ้นให้ไฮโพทาลามัส

244
00:16:12,256 --> 00:16:16,256
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ให้หลั่ง ADH

245
00:16:16,257 --> 00:16:20,257
ซึ่งการหลั่ง ADS

246
00:16:20,258 --> 00:16:24,258
และท่อรวมเพิ่มการดูดกลับน้ำ ส่งผลให้ปัสสาวะมีปริมาณน้อย

247
00:16:24,259 --> 00:16:28,259
ขณะเดียวกันนะคะ เราก็รู้สึกกระหายน้ำ

248
00:16:28,260 --> 00:16:32,260
และต้องหาน้ำมาดื่ม ซึ่งการมีพฤติกรรม

249
00:16:32,261 --> 00:16:36,261
การหาน้ำดื่มและมีจำนวนน้อย

250
00:16:36,262 --> 00:16:40,262
น้ำในร่ายงายกลับสู่สมดุลอีกครั้งค่ะ

251
00:16:40,264 --> 00:16:44,264
ทีนี้สำหรับกรณีร่างกายมีน้ำมากนะคะ หากเรา

252
00:16:44,265 --> 00:16:48,265
ดื่มน้ำมากแล้วนี่ ร่างกายจะมี...

253
00:16:48,266 --> 00:16:52,266
จะทำให้ความเข้มข้นลดลง กระตุ้นให้

254
00:16:52,267 --> 00:16:56,267
ไฮโพทาลามัส การ

255
00:16:56,268 --> 00:17:00,268
หลั่ง ADH น้อยลง การหลั่ง ADH น้อยลง

256
00:17:00,269 --> 00:17:04,269
ก็จะทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมนี่

257
00:17:04,269 --> 00:17:08,269
ปัสสาวะจึงมีปริมาณมาก

258
00:17:08,270 --> 00:17:12,270
ปริมาณน้ำจึงกลับเข้าสมดุลอีกครั้งค่ะ

259
00:17:12,271 --> 00:17:16,271
นอกจากนี้นะคะ

260
00:17:16,273 --> 00:17:20,273
ไตยังทำหน้าที่ควบคุมดุลยภาพของแร่ธาตุที่สำคัญ

261
00:17:20,273 --> 00:17:24,273
เช่น โซเดียมและโพเทเซียม

262
00:17:24,274 --> 00:17:28,274
นี้นะคะ มีบทบาทที่สำคัญในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

263
00:17:28,275 --> 00:17:32,275
ตัวอย่างการรักษาดุลยภาพ

264
00:17:32,276 --> 00:17:36,276
ของโซเดียว ก็คือเมื่อปริมาณโซเดียมต่ำ

265
00:17:36,276 --> 00:17:40,276
จะไปกระตุ้นต่อมหมวกไต

266
00:17:40,277 --> 00:17:44,277
ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้นะคะ ส่งผลให้

267
00:17:44,277 --> 00:17:48,277
ท่อรวม ทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมนี่

268
00:17:48,279 --> 00:17:52,279
ดูดกลับโซเดียม เลือดและน้ำ

269
00:17:52,280 --> 00:17:56,280
ในร่างกายจึงเข้าสู่สมดุลอีกครั้งค่ะ

270
00:17:56,280 --> 00:18:00,280
เรามาชวนคิดกันหน่อยไหมค่ะ ถ้ารับประทานอาหารที่มี

271
00:18:00,281 --> 00:18:04,281
รสเค็มอยู่เป็นประจำในปริมาณเกินความจำเป็นอย

272
00:18:04,282 --> 00:18:08,282
นักเรียนลองคิดดูนะคะ

273
00:18:08,283 --> 00:18:12,283
ครูให้เวลา 10 วินาทีค่ะ

274
00:18:12,284 --> 00:18:16,284

275
00:18:16,285 --> 00:18:20,285

276
00:18:20,286 --> 00:18:24,286
หมดเวลาค่ะ

277
00:18:24,287 --> 00:18:28,287
นักเรียนคิดออกไหมคะ เรามาดูคำตอบกันค่ะ

278
00:18:28,288 --> 00:18:32,288
กรณีแรกนะคะ ถ้าไตยังเป็นปกติและสุขภาพ

279
00:18:32,289 --> 00:18:36,289
แข็งแรงนี่ไตก็ยังคงขับโซเดียมออก

280
00:18:36,289 --> 00:18:40,289
ทางปัสสาวะได้ครั้งละมาก ๆ ซึ่งปริมาณที่ขับออกมา ขึ้น

281
00:18:40,290 --> 00:18:44,290
ปริมาณโซเดียมที่อยู่ในอาหารค่ะ

282
00:18:44,291 --> 00:18:48,291
แต่ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ ก็จะเกิดการสะสม

283
00:18:48,291 --> 00:18:52,291
ของโซเดียมและน้ำ ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

284
00:18:52,291 --> 00:18:56,291
ส่งผลให้ร่างกายมีอาการแขนขาบวม แน่นหน้าออก

285
00:18:56,292 --> 00:19:00,292
นอกจากนี้นะคะ ยังเสี่ยงต่อการ

286
00:19:00,293 --> 00:19:04,293
โลหิตสูง ซึ่งเป็นการสะสมของน้ำ

287
00:19:04,294 --> 00:19:08,294
ในร่างกายค่ะ ทำให้ไตมีความผิดปกติในการกรอง

288
00:19:08,295 --> 00:19:12,295
เป็นอย่างไรกันคะ สำหรับหัวข้อนี้

289
00:19:12,296 --> 00:19:16,296
นักเรียนสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนได้ไหมคะ

290
00:19:16,297 --> 00:19:20,297
เรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันนะคะ ไตทำ

291
00:19:20,298 --> 00:19:24,298
หน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกาย

292
00:19:24,299 --> 00:19:28,299
รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นตัว

293
00:19:28,299 --> 00:19:32,299
ประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก หน่วยไต

294
00:19:32,300 --> 00:19:36,300
ประกอบไปด้วยโกลโมลูลัส

295
00:19:36,302 --> 00:19:40,302
การทำงานของหน่วยไตนี่

296
00:19:40,303 --> 00:19:44,303
จะแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ การกรอง การกรอง

297
00:19:44,305 --> 00:19:48,305
ก็จะเกิดที่กมลรัตน์

298
00:19:48,306 --> 00:19:52,306
สารที่มีขนาดเล็กก็จะถูกกรองไปยัง

299
00:19:52,307 --> 00:19:56,307
เพื่อส่งต่อไปยังท่อหน่วยไตค่ะ

300
00:19:56,307 --> 00:20:00,307
2. การดูดกลับ เกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต สาร

301
00:20:00,307 --> 00:20:04,307
ที่มีประโยชน์ รวมทั้งน้ำและไออ้อน

302
00:20:04,307 --> 00:20:08,307
3. การหลั่งเกิดที่ท่อหน่วยไต

303
00:20:08,307 --> 00:20:12,307
โดยเซลล์ที่หน่วยไต

304
00:20:12,309 --> 00:20:16,309
ที่ได้จากหลอดเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยได้

305
00:20:16,310 --> 00:20:20,310
จะถูกขับของ

306
00:20:20,311 --> 00:20:24,311
การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่ายกาย

307
00:20:24,312 --> 00:20:28,312
ดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

308
00:20:28,313 --> 00:20:32,313
ของระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด

309
00:20:32,314 --> 00:20:36,314
และระบบต่อมไร้ท่อ

310
00:20:36,315 --> 00:20:40,315
ปริมาณน้ำในร่ายกาย

311
00:20:40,316 --> 00:20:44,316
มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติสมองส่วนไฮโพทาลามัส

312
00:20:44,316 --> 00:20:48,316
จะกระตุ้นหรือยังยั้งการหลั่ง ADH

313
00:20:48,317 --> 00:20:52,317
ทำให้ท่อหน่วยไต และท่อรวม

314
00:20:52,318 --> 00:20:56,318
เข้าหลอดเลือดเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง การรักษา

315
00:20:56,320 --> 00:21:00,320
แร่ธาตุในร่างกาย หากปริมาณน้ำ

316
00:21:00,319 --> 00:21:04,319
จะมีการหลั่งฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน

317
00:21:04,321 --> 00:21:08,321
ที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต

318
00:21:08,322 --> 00:21:12,322
ดูดกลับโซเดียมและน้ำกลับเข้าสู่หลอดเลือด

319
00:21:12,322 --> 00:21:16,322
ทบทวนความรู้นะคะ

320
00:21:16,323 --> 00:21:20,323
ให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

321
00:21:20,326 --> 00:21:24,326
และสารในต่างกาย โดยนักเรียนจะ

322
00:21:24,326 --> 00:21:28,326
Short IRL ดังรูป

323
00:21:28,328 --> 00:21:32,328
ก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ ลองสืบค้นและหาคำตอบ

324
00:21:32,330 --> 00:21:36,330
ด้วยตนเองนะคะ สำหรับครั้งต่อไปนะคะ

325
00:21:36,331 --> 00:21:40,331
เราจะมาเรียนกันต่อในอีก 2 หัวข้อคือ 2.2

326
00:21:40,331 --> 00:21:44,331
การรักษาดุลยภาพกรดเบสของเลือด

327
00:21:44,333 --> 00:21:48,333
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ

328
00:21:48,333 --> 00:21:52,333
สำหรับวันนี้ ครูปาณิกขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

329
00:21:52,334 --> 00:21:56,334

330
00:21:56,335 --> 00:22:00,335

331
00:22:00,335 --> 00:22:04,335

332
00:22:04,336 --> 00:22:08,336

333
00:22:08,337 --> 00:22:12,337

334
00:22:12,340 --> 00:22:16,340

335
00:22:16,341 --> 00:22:20,341

336
00:22:20,342 --> 00:22:23,346

337
00:22:24,344 --> 00:22:27,346

338
00:22:28,346 --> 00:22:31,348

339
00:22:32,348 --> 00:22:32,348

340
00:22:36,349 --> 00:22:36,353

341
00:22:44,358 --> 00:22:44,362

342
00:22:40,353 --> 00:22:40,357

343
00:51:13,742 --> 00:51:13,743

344
00:51:17,743 --> 00:51:17,747


