--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ของเลือด และอุณหภูมิภายในร่างกาย subtitle: date: วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (อาจารย์ปาณิก) สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้าสู่หัวข้อ 2.2 เรื่องการรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ของเลือด และหัวข้อที่ 2.3 เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย โดยครูปาณิก เป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ เป็น 2 หัวข้อย่อยจาก 4 หัวข้อ ที่ 2 เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ หัวข้อที่ 2.2 และ 2.3 นี่นะคะ มีจุดประสงค์ด้วยกันทั้งหมด 3 ข้อ ดังรูปค่ะ นักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วก่อนที่เราจะเริ่มเนื้อหาที่ 2.2 2.3 นะคะ ครูอยากจะให้นักเรียนมาทบทวนความรู้กันในเรื่องการรักษาดุลยภาพของโดยมี 3 ขั้นตอน ดังนี้ การกรอง การดูดกลับ และการหลั่ง การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายเกิดจากการทำงานกรด-เบสมีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไร ครูอยากให้นักเรียนดูกราฟนี้นะคะ นักเรียนคิดว่าเอนไซม์เพปซินและเอนไซม์อไมเลส ที่ค่า PH เท่าไหร่คะ เอนไซม์เพปซินนะคะ ทำงานได้ดีที่ค่า PH ขณะที่เอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีทั้งนี้ก็เพราะปฏิกิริยาร่างกายนี่ถูกควบคุมโดยเอนไซม์หลายชนิด ในภาวะเป็นกรด ดังนั้นหากร่างกายเสียดุลยภาพ มีแนวโน้มที่จะมีภาวะความเป็นกรดหรือเบสคะ กระบวนการ จะมีแก๊สคาบอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะได้ค่าไอออนดังสมการนะคะ คาร์บอนไดออกไซด์ จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้วแต่ว่าถ้าเลือดของเรา ก็จะเกิดผลเสียผิวหนังจะเด้งขึ้นมากลับเป็นปกติททีพอนักเรียนเอานิ้วมือดึงแล้วนี่ และโรคท่อปัสสาวะ ตัวอย่างโรคไตที่พบ คือ โรค มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง 1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยโรคนี้จะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงนี่ มีท่อที่สั้น รวมทั้ง ดังนั้น เชื้อโรคนั่นก็คือติดเชื้ออีโคไล จากการที่ท่อปัสสาวะจากการสวนถ่ายจากผู้ป่วย โดยทั่วไปแล้วนี่ คือ การปลูกถ่ายไตค่ะ โดยการปลูกถ่ายไตนะคะ ต้องใช้ไตของผู้ใกล้ชิดทางสายเลือด เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านการต่อต้านเนื้อเยื่อ โดยผ่านคือ ไม่กลั้นปัสสาวะ มาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะ นักเรียนคิดว่า ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ ไม่สามารถทำงานได้ จะมีผลอย่างไรต่อร่างกายคะ ครูให้เวลา 10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (อาจารย์) หมดเวลาค่ะ นักเรียนนึกออกไหมคะ ถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะ ของเสียต่าง ๆ โดยเฉพาะสารที่มีไดโตรเจนเป็นองค์ประกอบที่เกินความต้องการของร่ายกาย เช่น ไฮโดรเจนไอออน โซเดียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือดจนเป็นอันตรายต่อเซลล์ และจะทำให้ไม่สามารถรักษาดุลภาพของน้ำ ส่งผลให้สุขภาพอ่อนแอ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ มาถึงหัวข้อถัดมานะคะ การรักษาดุและเอนไซม์อะไมเลสนี่ สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุได้หรือไม่ เพราะเหตุใด นักเรียนลองดูนะคะ จากกราฟนะคะ นักเรียนจะเห็นว่าจากจุดสูงสุดอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่ จะทำงานได้ดีประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิประมาณนี้นะคะ เป็นอุณหภูมิปกติของมนุษย์ค่ะ เอนไซม์อาเมเลสนะคะ ยังทำงานได้อุณหภูมิที่ 36-37 องศาเซลเซียส ถ้าข้างนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือข้างนอกมีอากาศร้อน อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี่นะคะ ก็จะไปส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนไพโททามัส อีกทั้งยังไปทำให้ทำให้ คือ ก็จะทำให้แขนขามีอาการสั่น ศูนย์ควบคุม ไปกระตุ้นในหลอดเลือดขึ้นทำให้มีอาการหน้าแดง ขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการขับเหงื่อมากขึ้นเพื่อเป้นการระบายความร้อน และกระบวนการออกไปโดยกายหายใจที่แรงและถี่ขึ้น เพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุดค่ะ Րนักเรียนตอบถูกไหมคะ มาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนที่ 2 กรด-เบสของเลือด ความเป็นกรด-เบสของเลือด ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน ของกรด-เบสของเลือดในชั้นนี้มี 2 กลไก คือ 1 การทำงานของปอด ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนในเลือดมากกว่าปกติ หรือเลือดมีภาวะเป็นกรด สมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการให้เพิ่มอัตราการหายใจ แต่ถ้้าความเข้มข้นในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นเบส การหายใจจะสั่งการให้ร่างกายลดอัตราการหายใจ กลไกที่ 2 นะคะ การทำงานของไตค่ะ ถ้าไฮโดรเจนของเลือดเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ท่อหน่วยไตจะหลั่งไฮโดรเจนไอออน โซเดียมไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อหน่วยไต และขับออกไปพร้อมปัสสาวะ ไฮโดรเจนไฮโมนิคไอออน แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดมากกว่าปกติ หรือเลือดมีภาวะเป็นเบส เซลล์ผนังท่อหน่วยไต คาร์โบเนจไอออน ออกไปพร้อมปัสสาวะ สำหรับสรุปบทเรียนหัวข้อที่ 2.3 เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย การรักษาดุลยภาพภายในของร่างกาย ร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนัก กล้ามเนื้อโครงร่าง โดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่าง ๆ ดังนี้ เมื่ออุณหภูมิต่าง ๆ สมองส่วนไฮโปทาลามัส จะลดอัตราเมแทบอลิซึมลง หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยายตัว ต่อมเหงื่อสร้างการสร้างเหงื่อ เพื่อช่วยการระบายความร้อน แต่ถ้าอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าปกติสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังหดตัว สร้างเหงื่อออกมา แต่ถ้าอุณหภูมิในร่างกายลดต่ำนะคะ ก็จะมีอาการสั่นเข้ามาด้วยนะคะ ซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่าง ทำให้เพิ่มอัตราความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงเพิ่มสมดุลใอีกครั้งค่ะ สำหรับครั้งต่อไปนะคะ จะเป็นหัวข้อที่ 2.4 เรื่องระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับวันนี้ครูมาณิตสวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] นื้อโครงร่าง Ց ทำให้เพิ่มอัตราความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขคՑึ้น ร่างกายจึงเพิ่มสมใՑดุลในՑอีกครั้งค่ะ สำหรับครั้งต่อไปนะคะ จะเป็นหัวข้อที่ 2.4 เรื่องระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับวันนี้ครูมาณิตสวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]