﻿1
00:00:14,628 --> 00:00:14,628

2
00:00:14,628 --> 00:00:18,628

3
00:00:22,881 --> 00:00:26,881
[เสียงดนตรี]

4
00:00:30,890 --> 00:00:34,889

5
00:00:34,889 --> 00:00:38,889

6
00:00:38,892 --> 00:00:42,892

7
00:00:42,896 --> 00:00:46,896
(อาจารย์) สวัสดีครับ นักเรียน วันนี้มาพบกับคุณครูธีรภัทรนะครับ เราจะมาเรียนเรื่องระบบคุ้มกัน

8
00:00:50,160 --> 00:00:53,592
ในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ จะอยู่

9
00:00:53,592 --> 00:00:55,696
ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ จะอยู่ใน

10
00:00:55,696 --> 00:00:56,718
เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์นะครับ

11
00:00:56,718 --> 00:00:59,738
ในหัวข้อที่ 2.4 ในหัวข้อ 2.4

12
00:00:59,738 --> 00:01:03,738
จะมีอยู่ด้วยกัน 3 หัวข้อย่อย จะมี

13
00:01:06,065 --> 00:01:10,065
การต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอม

14
00:01:13,553 --> 00:01:17,553
ก็จะเป็นกลไกแบบจำเพาะ กลไกที่ 3 เรื่องความผิดปกติ

15
00:01:18,912 --> 00:01:22,912
ของระบบภูมิคุ้มกัน ในวันนี้เราจะมาเรียนกันหัวข้อย่อยแรกนะครับ  กลกลต่อต้าน

16
00:01:26,557 --> 00:01:28,434
สิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพราะ แต่ก่อนอื่นนี่ เราจะเรียน

17
00:01:28,434 --> 00:01:31,603
เนื้อหาคร่าว ๆ กันก่อนว่าระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร

18
00:01:31,603 --> 00:01:35,379
นะครับ จุดประสงค์ของ

19
00:01:35,379 --> 00:01:39,379
เรื่องนี้นะครับ คาดหวังว่านักเรียนจะอธิบาย

20
00:01:42,479 --> 00:01:46,479
ของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะคะ อันที่ 2 อธิบาย

21
00:01:49,450 --> 00:01:53,450
หรือเขียนแผนผังการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้นะครับ มาดู

22
00:01:53,907 --> 00:01:57,907
รูปนี้กันนะครับ นักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้าง

23
00:02:01,763 --> 00:02:05,763
ครูจะให้เวลาลองคิดนะครับ มันก็คือเชื้อโรค

24
00:02:12,217 --> 00:02:16,217
หรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในตัวเรานั่นเอง นักเรียนรู้จักอะไรบ้าง ครับ อาจจะมีแบคทีเรีย เชื้อรา

25
00:02:18,562 --> 00:02:22,562
ปรสิต หรือ... ของดอกไม้นะครับ

26
00:02:25,544 --> 00:02:29,544
ในแต่ละวันนี่ ร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

27
00:02:33,314 --> 00:02:35,140
เช่น ไวรัส แบคทีเรีย หรือสารพิษต่าง ๆ เข้าทางใดได้บ้าง

28
00:02:35,140 --> 00:02:39,140
นักเรียนตอบคำถามครูนะครับ อันที่ 2 นี่ เมื่อ

29
00:02:39,428 --> 00:02:43,316
ร่างกายได้รับแล้วนี่ จะทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย

30
00:02:43,316 --> 00:02:47,110
หรือไม่นะครับ อันนี้เป็น 2 คำถามที่

31
00:02:47,110 --> 00:02:51,110
คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับ นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีก

32
00:02:53,999 --> 00:02:57,999
นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่า ร่างกายของแต่ละคน

33
00:03:00,835 --> 00:03:04,835
อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

34
00:03:05,865 --> 00:03:06,228
แต่ว่าอาจจะแสดงออกด้วยอาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้

35
00:03:06,228 --> 00:03:10,228
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ มี 3 คนถามแล้วนะครับ

36
00:03:12,999 --> 00:03:16,999
ที่ให้นักเรียนนำมาคิด เราจะหาคำตอบได้จากบทเรียน

37
00:03:21,451 --> 00:03:23,262
ในวันนี้ครับ นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ

38
00:03:23,262 --> 00:03:27,262
ระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคน

39
00:03:28,160 --> 00:03:32,160
ที่แตกต่างกันนี่เอง จึงเป็นสาเหตุ

40
00:03:33,614 --> 00:03:36,061
การแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ

41
00:03:36,061 --> 00:03:37,964
มีคำถามต่อมาอีกนะครับ แล้ว

42
00:03:37,964 --> 00:03:41,964
ระบบภูมิคุ้มกันนี่มีการตอบสนอง ต่อต้าน

43
00:03:46,006 --> 00:03:50,006
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ

44
00:03:52,434 --> 00:03:54,219
เดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะ จริง ๆ แล้วนักเรียนบางคน

45
00:03:54,219 --> 00:03:58,219
อาจจะพอตอบได้หรือบางคนอาจจะตอบไม่ได้

46
00:04:03,223 --> 00:04:07,223
ระบบภูมิคุ้มกันนี่ เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน

47
00:04:09,122 --> 00:04:11,237
ก่อนที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันนี่

48
00:04:11,237 --> 00:04:15,237
มีการตอบสนอง ต่อต้านมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำงานใน

49
00:04:19,773 --> 00:04:23,773
ระบบภูมิคุ้มกันของเรา เรามาดูกันนะครับ

50
00:04:23,903 --> 00:04:23,934
ว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง

51
00:04:23,934 --> 00:04:27,531
กลุ่มแรกนี่จะสร้าง และพัฒนา...

52
00:04:27,531 --> 00:04:31,531
คือไขกระดูกและไทมัสครับ นักเรียนจำคำนี้ไว้นะครับ

53
00:04:37,315 --> 00:04:37,853
อาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้ แต่

54
00:04:37,853 --> 00:04:41,853
ครูจะบอกว่าลิมโฟไซต์มีบทบาทสำคัญในระบบภ

55
00:04:45,502 --> 00:04:49,502
ภูมิคุ้มกันของเรานะครับ ต่อมาจะเป็นกลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับ

56
00:04:50,214 --> 00:04:54,214
และทำลายสิ่งแปลกปลอม ซึ่งได้แต่ม้ามแล้วก็ต่อมน้ำเหลือง

57
00:04:58,168 --> 00:04:59,266
นะครับ มาดูกลุ่มสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายก็จะเป็นเนื้อเยื่อ

58
00:04:59,266 --> 00:05:03,266
แล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม ทอมซินและ

59
00:05:09,691 --> 00:05:10,117
นำเหลือง นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับ

60
00:05:10,117 --> 00:05:14,117
มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน

61
00:05:14,908 --> 00:05:18,908
คำถามที่ครูจะถามต่อมาคือ อวัยวะ แล

62
00:05:19,436 --> 00:05:22,762
ะเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ในบริเวณใดบ้าง

63
00:05:22,762 --> 00:05:26,183
ในร่างกายของเรา ลองมาช่วยกันคิดนะครับ จากรูปนะครับ

64
00:05:26,183 --> 00:05:30,183
นักเรียนจะเห็นได้ว่า อวัยวะ เนื้อเยื้อ หรือไขกระดูก

65
00:05:35,628 --> 00:05:39,628
บางชนิด เช่น ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลืองนี่

66
00:05:42,094 --> 00:05:46,094
จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา แต่ถ้าเป็นอวัยวะบางอย่าง อย่างเช่น ทอนซิล ม้าม

67
00:05:50,277 --> 00:05:52,217
น้ำ หรือใส้ติ่งนี่พบได้ในจุดเดียวของร่างกาย พบได้ใน

68
00:05:52,217 --> 00:05:56,217
บริเวณที่แตกต่างกันไปนะครับ คำถามต่อมา ก็คือ

69
00:06:02,115 --> 00:06:03,773
เหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

70
00:06:03,773 --> 00:06:07,773
เหล่านี้อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา นักเรียนบางคน

71
00:06:09,325 --> 00:06:13,325
อาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ยังไม่ได้นะครับ

72
00:06:18,681 --> 00:06:22,066
เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนให้ แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือเปล่า

73
00:06:22,066 --> 00:06:26,066
มาดูอันแรกกันเลยนะครับ อันแรก ก็คือลิมโฟไซต์ นะครับ

74
00:06:28,404 --> 00:06:32,404
ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับ

75
00:06:34,345 --> 00:06:37,252
โดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมา

76
00:06:37,252 --> 00:06:41,252
จากตัวลิโพไซต์นี่ ลิมโฟไซต์กันนะครับ ที่เราเรียนไปเมื่อกี้

77
00:06:46,785 --> 00:06:50,647
แล้วก็จะมีความหมายขึ้นมา คำว่า "Anti Body"

78
00:06:50,647 --> 00:06:51,089
เดี๋ยวเราจะได้เรียนกันในเรื่อง Antibody ต่อไปนะครับ เราลองมาโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงไว้ก่อน

79
00:06:51,089 --> 00:06:55,089
ก็คือเซลล์เม็ดเลือดขาว

80
00:06:57,978 --> 00:06:58,661
นะครับ พอจะตอบคำถามได้หรือยัง

81
00:06:58,661 --> 00:07:02,661
ถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับ

82
00:07:05,452 --> 00:07:09,202
ก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง

83
00:07:09,202 --> 00:07:11,170
เป็นท่อปล่อยต่ำนะครับ

84
00:07:11,170 --> 00:07:15,170
มีความยาวประมาณสัก 2-7 เซนติเมตร

85
00:07:19,604 --> 00:07:23,604
จะมีลิมโฟไซต์ เจอคำว่า "ลิมโฟไซต์" อีกแล้วนะ อย่ากันหนาแน่นมากเลย

86
00:07:24,342 --> 00:07:27,658
นะครับ และก็ยังยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย

87
00:07:27,658 --> 00:07:31,658
เหมือนเดิม เราลองมาโฟกัสที่ครู

88
00:07:33,533 --> 00:07:37,405
วงกลมสีแดงเอาไว้นะครับ ว่า

89
00:07:37,405 --> 00:07:41,405
เจ้าไส้ติ่งนี้มีลิ้มโฟไซส์อยู่หนาแน่น

90
00:07:43,619 --> 00:07:47,619
ก็ยังเกี่ยวข้องกับอวัยวะอื่น ๆ อีกด้วย พอจะตอบคำถามได้ไหมครับ

91
00:07:47,752 --> 00:07:51,752
อย่างนั้นเราลองมาทวนคำถามที่ครูถามอีกทีนะ

92
00:07:58,858 --> 00:08:02,858
ว่าเหตุใด อวัยวะ และเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน

93
00:08:03,065 --> 00:08:04,192
ของเรา น่าจะตอบกันได้แล้วนะ

94
00:08:04,192 --> 00:08:07,986
อย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับ

95
00:08:07,986 --> 00:08:11,986
เหตุผลแรกก็คือ เชื้อโรคและ

96
00:08:13,200 --> 00:08:17,200
สิ่งแปลกปลอมนี่ อย่างสไลด์แรกที่ครูพูดไปนี่

97
00:08:22,348 --> 00:08:23,653
มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลย ฉะนั้น

98
00:08:23,653 --> 00:08:27,653
มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือเนื้อเยื่อเรานี่ทั่วบริเวณเลย

99
00:08:30,245 --> 00:08:34,245
นะครับ ดังนั้น อวัยวะที่อยู่

100
00:08:37,671 --> 00:08:40,599
จึงต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

101
00:08:40,599 --> 00:08:42,165
ต่าง ๆ ของร่างกายของเรานะครับ เหตุผลต่อมา

102
00:08:42,165 --> 00:08:44,795
เจ้าลิมโพไซต์ เจ้าพระเอกของเรานี่

103
00:08:44,795 --> 00:08:47,643
นี่จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ

104
00:08:47,643 --> 00:08:51,643
ไขกระดูกแล้วก็ไทมัสใช่ไหมครับ

105
00:08:55,134 --> 00:08:59,134
ซึ่งเมื่อสร้างที่บริเวณเหล่านั้นนี่ แต่มันจำเป็นต้อง

106
00:08:59,363 --> 00:09:03,363
อาศัยเนื้อเยื้อนะครับ ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายนะครับ

107
00:09:06,136 --> 00:09:10,136
แล้วก็เหตุผลถัดมา ก็คือ

108
00:09:11,175 --> 00:09:15,175
เมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่

109
00:09:16,695 --> 00:09:20,695
ก็ยังจำเป็นลิมโฟไซต์เพราะว่าเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

110
00:09:24,907 --> 00:09:28,907
เข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับ ลิมโฟไซต์ก็จะ

111
00:09:29,054 --> 00:09:31,695
ทำหน้าที่ตอบสนองหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้ทันที

112
00:09:31,695 --> 00:09:35,695
นะครับ อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่ครูถามไปเมื่อกี้ครับ นักเรียน

113
00:09:36,617 --> 00:09:40,617
ลองพิจารณาข้อความที่ปรากฏอยู่นี้นะครับ

114
00:09:43,311 --> 00:09:44,050
และเดี๋ยวเราลองมาคิดจากคำถามที่ครูจะถามกัน

115
00:09:44,050 --> 00:09:44,469
นะครับ

116
00:09:44,469 --> 00:09:48,344

117
00:09:48,344 --> 00:09:52,344
คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิด

118
00:10:01,151 --> 00:10:02,594
ก็คือกลไกลแบบไม่จำเพาะและกลไกแบบ

119
00:10:02,594 --> 00:10:06,594
จำเพาะนี่คืออะไร และเหตุใ

120
00:10:11,037 --> 00:10:15,037
ดร่างกายของเราจึงต้องมีกลไกทั้ง 2 แบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนองต่อภูมคุ้มกัน

121
00:10:17,166 --> 00:10:19,753
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้

122
00:10:19,753 --> 00:10:23,753
ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อน

123
00:10:26,604 --> 00:10:30,604
จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลไกหลัก ๆ  ก็คือ

124
00:10:33,231 --> 00:10:35,245
เป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อ

125
00:10:35,245 --> 00:10:35,643
ของร่างกาย อันนี้ครูย้ำนิดหนึ่งนะครับ

126
00:10:35,643 --> 00:10:39,643
ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานั่นเอง

127
00:10:40,226 --> 00:10:44,226
ก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่

128
00:10:46,432 --> 00:10:49,031
ในเนื้อเยื่อของร่างกายเราแล้วนะครับ

129
00:10:49,031 --> 00:10:51,803
จากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า

130
00:10:51,803 --> 00:10:55,803
กลไกลของระบบคุ้มกันนี่เป็นกลไกลที่มี

131
00:10:58,326 --> 00:11:02,326
ความซับซ้อน ฉะนั้น เราทราบกันแล้วว่ามีอวัยวะ

132
00:11:06,750 --> 00:11:08,686
หรือเนื้อเยื่ออะไรบ้าง ที่เกี่ยวกับของการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

133
00:11:08,686 --> 00:11:12,686
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอวัยวะ หรือเนื้อเยื้อ

134
00:11:14,389 --> 00:11:18,389
อื่น ๆ ในระบบต่าง ๆ ของร่างกายนี่ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ก่อนที่จะ...

135
00:11:22,044 --> 00:11:23,155
ของเราเช่นกัน นักเรียนพอจะทราบไหมครับ ว่า

136
00:11:23,155 --> 00:11:27,155
ในระบบอื่น ๆ ของร่างกายนี่ ที่ทำหน้าที่

137
00:11:31,995 --> 00:11:34,479
ที่ครูกล่าวมานะครับ ถ้ามาดูจากรูป

138
00:11:34,479 --> 00:11:34,743
ก็พอจะเห็นกันนะครับ ว่า

139
00:11:34,743 --> 00:11:38,743
ครูทำเป็นกล่องไว้นะ อวัยวะเหล่านี้

140
00:11:39,427 --> 00:11:43,427
ในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไร

141
00:11:47,561 --> 00:11:48,263
เดี๋ยวครูจะให้เวลาลองคิดกันนะครับ

142
00:11:48,263 --> 00:11:52,263

143
00:11:53,777 --> 00:11:57,034
เรามาดูกันที่อวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

144
00:11:57,034 --> 00:11:59,606
อันแรก ก็คือหูของเรานี่ล่ะ

145
00:11:59,606 --> 00:12:03,606
ภายในหูนี่ จะมีที่หู

146
00:12:08,958 --> 00:12:12,573
ดักจับฝุ่นละอองหรือแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้า

147
00:12:12,573 --> 00:12:16,573
ไปทางหูของเรา ต่อมาคือ ผิวหนัง ผิวหนังนี่จะมีความสำคัญมากเลย

148
00:12:18,443 --> 00:12:22,443
เพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้ม

149
00:12:26,495 --> 00:12:27,124
นะครับ ผิวหนังจะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ในขณะเดียวกันนะครับ

150
00:12:27,124 --> 00:12:31,124
เดียวกันนะครับ ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน

151
00:12:38,075 --> 00:12:42,075
ซึ่งเหงื่อจากต่อมเหงื่อ และน้ำมันจากต่อมไขมันนี่

152
00:12:42,958 --> 00:12:46,958
การเจริญของแบคทีเรียบางชนิดได้ ถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่ล่ะ นะครับ ในตานี่จะมีน้ำตา

153
00:12:48,806 --> 00:12:52,806
ซึ่งจะมีเอนไซม์ ที่เรียกว่า

154
00:12:57,492 --> 00:13:01,492
ทำหน้าที่ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ซึ่งก็คือถัดมาก็จะเป็นระบบหายใจ

155
00:13:02,889 --> 00:13:06,889
ซึ่งก็จะมี จริง ๆ  แล้วจะมีจมูกด้วย

156
00:13:10,366 --> 00:13:13,633
นะครับ จมูกก็จะมีขนจมูก มีน้ำมูก

157
00:13:13,633 --> 00:13:17,633
มีเมือก ในท่อลมนะครับ ซึ่งในท่อลมก็จะมี

158
00:13:20,109 --> 00:13:24,109
การหลั่งเมือกนะครับ เพื่อดักจับฝุ่นละออง และเชื้อจุลินทรีย์

159
00:13:31,086 --> 00:13:33,935
ที่เข้ามา เชื้อจุลินทรีย์หรือสิ่งแปลกปลอมที่

160
00:13:33,935 --> 00:13:37,935
เข้ามา ได้ถึงท่อลมแล้ว ก็จะมีซีเรียที่จะคอบทำหน้าที่

161
00:13:40,145 --> 00:13:41,948
นะครับ มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจของเรา

162
00:13:41,948 --> 00:13:45,948
กลับไปทางจมูกและจะกำจัดโดยการไอหรือจามนะครับ

163
00:13:47,700 --> 00:13:51,700
เวลาที่ตอนนี้ที่มีสถานการณ์ COVID อยู่ ก็

164
00:13:58,593 --> 00:14:02,593
เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อโรค

165
00:14:02,831 --> 00:14:06,831
ที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับ อันนี้ก็อวัยวะถัดมานะครับ ก็คืออวัยวะกระเพาะอาหาร

166
00:14:13,697 --> 00:14:16,913
จะมีกรด ก็คือกรดไฮโดรครอลิก

167
00:14:16,913 --> 00:14:19,691
ที่เรารู้จักกันดี ก็มี PH ต่ำมากเลย ก็จะทำลายแบคทีเรีย

168
00:14:19,691 --> 00:14:23,691
นะครับ ซึ่งอาหารที่เรากินก็จะมีของสด ผลไม้สด

169
00:14:27,995 --> 00:14:31,995
ก็จะมีการเจือปนเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

170
00:14:35,015 --> 00:14:36,040
กรดในกระเพาะอาหารจะมีหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้

171
00:14:36,040 --> 00:14:40,040
ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื้อของเรานะครับ ทางด้านล่างนะครับ ก็คือตัว

172
00:14:40,058 --> 00:14:44,058
กระเพาะปัสสาวะนี่ จะมีทำหน้าที่ขับ

173
00:14:49,653 --> 00:14:49,765
ออกจากร่างกาย ในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาเชื้อโรคอย่าง

174
00:14:49,765 --> 00:14:52,122
จุลินทรีต่าง ๆ  ทาง

175
00:14:52,122 --> 00:14:56,122
และสุดท้าย คือ ช่องคลอด ซึ่งช่องคลอดก็

176
00:15:01,619 --> 00:15:05,619
จะมีภาวะที่เป็นกรด ก็จะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้เหมือนกันครับ

177
00:15:06,925 --> 00:15:08,220
นักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ ว่า

178
00:15:08,220 --> 00:15:12,220
ในร่างกายของเรานี่นอกจากที่มีระบบภูมิคุ้มกันแล้วนี่

179
00:15:18,777 --> 00:15:20,670
ยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อระบบอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

180
00:15:20,670 --> 00:15:23,100
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื้อของเรา

181
00:15:23,100 --> 00:15:27,100
แล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ มี

182
00:15:30,696 --> 00:15:33,678
แนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ เช่น

183
00:15:33,678 --> 00:15:34,639
เกิดบาดแผลขึ้นนะครับ

184
00:15:34,639 --> 00:15:38,435
หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้าง เอนไซ

185
00:15:38,435 --> 00:15:42,435
ม์ในสิ่งต่าง ๆ  นะครับ ร่างกายเราจะมีกลไกการทำลาย

186
00:15:47,884 --> 00:15:51,884
สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อเรา

187
00:15:54,404 --> 00:15:58,404
นะครับ แล้วถ้าครูมีเกิดบาดแผล สิ่งที่เราสังเกตจะมีเลือดไหล

188
00:16:05,089 --> 00:16:09,089
ออกมาใช่ไหมครับ เนื่องจากว่าหลอดเลือดฝอยของเรา

189
00:16:10,131 --> 00:16:11,761
ถูกทำลาย หรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดง หรือบริเวณบาดแผลมีอุณหภูมิ

190
00:16:11,761 --> 00:16:15,761
จากกลุ่มปกติร่างกายของเรา

191
00:16:18,696 --> 00:16:22,696
ก็คือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

192
00:16:24,329 --> 00:16:28,329
ที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา คำถามก็คือกลไกลักษณะดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่าอะไร

193
00:16:28,863 --> 00:16:32,863
แล้วก็เหตุใดจึงเกิดลักษณะต่าง ๆ ๆ  เหล่านี้ขึ้น

194
00:16:35,861 --> 00:16:39,861
ตามร่างกายของเรา ลองตอบคำถามกันดูนะครับ

195
00:16:40,072 --> 00:16:41,326
และเดี๋ยวเราจะมาเรียนรุ้กันต่อไป

196
00:16:41,326 --> 00:16:45,326
ลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับ

197
00:16:49,141 --> 00:16:53,141
เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอม

198
00:16:56,633 --> 00:17:00,075
นะครับ เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนี่เข้าไปใน

199
00:17:00,075 --> 00:17:04,075
เนื้อเยื้อของเราได้แล้ว เราจะเรียกกลไกนี้ว่า การอักเสบ Inflammation

200
00:17:07,080 --> 00:17:09,421
จะเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการทำงานของเซลล์

201
00:17:09,421 --> 00:17:13,421
อีกกลุ่มหนึ่งนะครับ ที่เรียกว่า "ฟาโกไซต์"

202
00:17:16,835 --> 00:17:19,475
จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมเนื้อเยื่อของเราผ่านบาดแผล เรามา

203
00:17:19,475 --> 00:17:23,475
ทำความรู้จักกับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ

204
00:17:30,093 --> 00:17:32,173
ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับ นีโทฟิล และโมโนไซต์

205
00:17:32,173 --> 00:17:36,173
มันจะสามารถแทรกตัวไปตามหลอดเลือดฝอยของเราได้

206
00:17:40,939 --> 00:17:42,751
เพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยเมื่อ

207
00:17:42,751 --> 00:17:46,751
แทรกตัวไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มันจะขยายตัวใหญ่ขึ้นะครับ

208
00:17:48,485 --> 00:17:52,485
กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่า แมคโคฟาม จะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับ

209
00:17:54,541 --> 00:17:57,367
ที่เข้าสู่ร่างกายของเรา

210
00:17:57,367 --> 00:18:01,367
นะครับ โมโนไซต์ แล้วก็แมโครฟาจภายใต้กล้องจุลทรรศน์

211
00:18:06,665 --> 00:18:07,619
จะมีลักษณะหน้าตาเป็นแบบนี้นะครับ กลไกลที่เกิดขึ้น

212
00:18:07,619 --> 00:18:11,619
เมื่อเราเกิดบาดแผล การอักเสบ

213
00:18:15,076 --> 00:18:19,076
ตามมานี่จะเกิดอย่างไรนะครับ เมื่อเกิดบาดแผลนี่

214
00:18:19,459 --> 00:18:21,205
จะเกิดสัญญาณเคมี สัญญาณเคมีก็จะ

215
00:18:21,205 --> 00:18:24,795
มาจากเนื้อเยื่อที่เสียหาย

216
00:18:24,795 --> 00:18:28,795
นะครับ เมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้น จะเกิด

217
00:18:34,327 --> 00:18:37,802
เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นะครับ มาที่หลอดเลือกฝอยมากขึ้น

218
00:18:37,802 --> 00:18:41,802
เมื่อมาถึงนี่ ก็จะคอยคอยดักจับนะครับ เชื่อโรคไม่ให้แพร่กระจาย

219
00:18:43,673 --> 00:18:47,673
ไปยังบริเวณต่าง ๆ นะครับ เราเรียกกระบวนการ

220
00:18:50,810 --> 00:18:51,652
เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นี่ดักจับเชื้อโรคว่า "

221
00:18:51,652 --> 00:18:53,967
การเกิดไฟโพโทซิสนะครับ

222
00:18:53,967 --> 00:18:57,967
นอกจากนี้

223
00:18:58,656 --> 00:19:02,656
กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิดลักษณะ

224
00:19:07,000 --> 00:19:07,251
ต่าง ๆ ตามมานะครับ ก็คือหลอดเลือกฝอยมีการขยายตัวขึ้น

225
00:19:07,251 --> 00:19:08,998
นะครับ มีการนำเลือดและการสะสมเม็ดเลือดขาว

226
00:19:08,998 --> 00:19:11,413
บริเวณนั้นมากขึ้น มีการซึมผ่าน

227
00:19:11,413 --> 00:19:15,413
แล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับ รวมทั้ง

228
00:19:21,239 --> 00:19:23,883
บริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับ เราก็เรียกรวมกันว่า

229
00:19:23,883 --> 00:19:27,251
เลือดการอักเสบ การต่อต้านและทำลายอีกรูปแบบหนึ่ง

230
00:19:27,251 --> 00:19:31,251
อันนี้คือภาพรวมโดยสรุปของ

231
00:19:32,863 --> 00:19:36,863
การอักเสบนะครับ จะเห็นว่าภาพ ก. ก็คือ

232
00:19:37,099 --> 00:19:37,273
ภาพกรองถูกส่งออกมา

233
00:19:37,273 --> 00:19:41,273
โดยเฉพาะ ตัว...

234
00:19:51,113 --> 00:19:51,131
ที่จะคอยดักจับและทำลายเชื้อโรค

235
00:19:51,131 --> 00:19:54,458
บริเวณบาดแผลนะครับ หลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลาย

236
00:19:54,458 --> 00:19:58,458
กลายเป็นหนอง แล้วจะมีแบ่งตัว

237
00:20:01,985 --> 00:20:05,985
บริเวณที่เกิดบาดแผลนี่ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่ทำลายด้ว

238
00:20:11,186 --> 00:20:14,871
ยในหนังสือเรียนชีวภาพนี่จะมีกรอบความรู้นะครับ อย่างอันนี้ก็จะมีกรอบเชื่อมโยง

239
00:20:14,871 --> 00:20:18,871
กรอบเชื่อมโยงกับสุขภาพ

240
00:20:20,767 --> 00:20:24,767
สิ่งที่ เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนนี่

241
00:20:25,288 --> 00:20:27,279
จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนนำความรู้

242
00:20:27,279 --> 00:20:31,279
ในความรู้ที่เรียนมา ของนักเรียน เพื่อที่จะให้นักเรียนเข้าใจ

243
00:20:33,486 --> 00:20:37,486
แล้วก็อธิบาย หรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

244
00:20:42,784 --> 00:20:46,784
กับตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานะครับ อย่างตัวอย่างกรอบ เกิดสิวนะครับ หรือว่าสิวอักเสบที่เกิดขึ้น

245
00:20:49,592 --> 00:20:52,639
ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยของนักเรียนนี่นะครับ

246
00:20:52,639 --> 00:20:56,639
หลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้ว เราลองมาตรวจสอบความเข้าใจ

247
00:20:58,865 --> 00:20:59,951
กันดูว่า นักเรียนเข้าใจเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน

248
00:20:59,951 --> 00:21:03,951
ในหัวข้อกลไกลที่ต่อต้านหรือกลไกลเฉพาะ

249
00:21:10,812 --> 00:21:14,565
กันมากน้อยแค่ไหนนะครับ มาดูสิว่าเราจะตรวจสอบความเข้าใจ

250
00:21:14,565 --> 00:21:15,237
ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับ เขียนแผนผังการต่อต้าน

251
00:21:15,237 --> 00:21:19,237
สิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะดู

252
00:21:22,773 --> 00:21:26,773
ไม่ต้องเหมือนกันนะครับ เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้

253
00:21:30,218 --> 00:21:30,827
จะเหมือนกับที่คุณครูทำมาเป็นตัวอย่างไหมนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง

254
00:21:30,827 --> 00:21:34,827
ของแผลผังที่ครูเขียนให้นักเรียนดูนะครับ ก็

255
00:21:38,500 --> 00:21:42,500
ลองไปศึกษากันดู ก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้านทำลาย

256
00:21:45,820 --> 00:21:49,820
สิ่งแปลกปลอมที่ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ ว่ามีอะไรบ้าง รวมทั้งที่เมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้ว

257
00:21:53,680 --> 00:21:57,463
แล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้ว

258
00:21:57,463 --> 00:22:00,661
นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันอย่างไรบ้าง

259
00:22:00,661 --> 00:22:03,677
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้

260
00:22:03,677 --> 00:22:07,677
ก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี่มีการต่อต้าน

261
00:22:13,867 --> 00:22:17,867
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมนะครับ โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

262
00:22:17,912 --> 00:22:19,343
และที่เราเรียนวันนี้กลไกการต่อต้าน

263
00:22:19,343 --> 00:22:23,343
สิ่งแปลกปลอมอย่างไม่จำเพาะผิวหนังหรือเหงื่อ หรือน้ำตาหรือกรด

264
00:22:25,844 --> 00:22:29,844
ที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันเชื้อโรค

265
00:22:34,669 --> 00:22:38,669
เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราได้นะครับ และเมื่อเชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมจะมีกลไกอื่น ตามมา ก็คือการอักเสบ

266
00:22:42,948 --> 00:22:46,948
เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์

267
00:22:48,726 --> 00:22:49,236
หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายเราอีกครั้งหนึ่งนะครับ

268
00:22:49,236 --> 00:22:53,236
ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับภูมิคุ้มกัน

269
00:22:53,943 --> 00:22:57,160
ในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งจะเรียนเกี่ยวกับ

270
00:22:57,160 --> 00:23:01,160
การต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ เราจะมาดูกันว่า

271
00:23:05,929 --> 00:23:08,210
กลไกแบบจำเพาะและไม่จำเพาะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

272
00:23:08,210 --> 00:23:12,210
แล้วทำไมเราถึงเรียกแบบนี้สวัสดีครับ

273
00:23:13,908 --> 00:23:17,908
[เสียงดนตรี]

274
00:23:34,456 --> 00:23:50,164
Ր

275
00:23:27,225 --> 00:23:31,225

276
00:23:31,225 --> 00:23:35,225

277
00:23:35,232 --> 00:23:39,232

278
00:23:39,232 --> 00:23:43,232

279
00:23:43,233 --> 00:23:47,233

280
00:23:47,233 --> 00:23:47,234

281
00:23:47,234 --> 00:23:51,234

282
00:23:51,238 --> 00:23:51,239

283
00:23:51,239 --> 00:23:55,239

284
00:23:55,240 --> 00:23:59,240

285
00:23:59,247 --> 00:24:03,247


