[เสียงดนตรี] (อาจารย์) สวัสดีครับนักเรียน วันนี้มาพบกับคุณครูธีรภัทรนะครับ เราจะมาเรียนเรื่องระบบคุ้มกันในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ จะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ จะอยู่ในเรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์นะครับ ในหัวข้อที่ 2.4 ในหัวข้อ 2.4 จะมีอยู่ด้วยกัน 3 หัวข้อย่อย จะมีการต่อต้านกำทำลายสิ่งแปลกปลอมก็จะเป็นกลไกแบบจำเพาะ กลไกที่ 3 เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ในวันนี้เราจะมาเรียนกันหัวข้อย่อยแรกนะครับ กลกลต่อต้านสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพราะ แต่ก่อนอื่นนี่ เราจะเรียนเนื้อหาคร่าว ๆ กันก่อนว่าระบบภูมิคุ้มกันคืออะไรนะครับ จุดประสงค์ของเรื่องนี้นะครับ คาดหวังว่านักเรียนจะอธิบายของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะคะ อันที่ 2 อธิบายหรือเขียนแผนผังการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้นะครับ มาดูรูปนี้กันนะครับ นักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้าง ครูจะให้เวลาลองคิดนะครับ มันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในตัวเรานั่นเอง นักเรียนรู้จักอะไรบ้างครับ อาจจะมีแบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต หรือ... ของดอกไม้นะครับ ในแต่ละวันนี่ ร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส แบคทีเรีย หรือสารพิษต่าง ๆ เข้าทางใดได้บ้าง นักเรียนตอบคำถามครูนะครับ อันที่ 2 นี่ เมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่ จะทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยหรือไม่นะครับ อันนี้เป็น 2 คำถามที่คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับ นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกนอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่า ร่างกายของแต่ละคนอาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมแต่ว่าอาจจะแสดงออกด้วยอาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ มี 3 คนถามแล้วนะครับ ที่ให้นักเรียนนำมาคิด เราจะหาคำตอบได้จากบทเรียนในวันนี้ครับ นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ ระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนที่แตกต่างกันนี่เอง จึงเป็นสาเหตุการแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ มีคำถามต่อมาอีกนะครับ แล้วระบบภูมิคุ้มกันนี่มีการตอบสนอง ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ เดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะ จริง ๆ แล้วนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้หรือบางคนอาจจะตอบไม่ได้ ระบบภูมิคุ้มกันนี่ เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน ก่อนที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันนี่มีการตอบสนอง ต่อต้านมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำงานในระบบภูมิคุ้มกันของเรา เรามาดูกันนะครับ ว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง กลุ่มแรกนี่จะสร้าง และพัฒนา... คือไขกระดูกและไทมัสครับ นักเรียนจำคำนี้ไว้นะครับ อาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้ แต่ครูจะบอกว่าลิมโฟไซต์มีบทบาทสำคัญในระบบภภูมิคุ้มกันของเรานะครับ ต่อมาจะเป็นกลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม ซึ่งได้แต่ม้ามแล้วก็ต่อมน้ำเหลือง นะครับ มาดูกลุ่มสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายก็จะเป็นเนื้อเยื่อ แล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม ทอมซินและนำเหลือง นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับ มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน คำถามที่ครูจะถามต่อมาคือ อวัยวะ แลละเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ในบริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา ลองมาช่วยกันคิดนะครับ จากรูปนะครับ นักเรียนจะเห็นได้ว่า อวัยวะ เนื้อเยื้อ หรือไขกระดูกบางชนิด เช่น ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลืองนี่ จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา แต่ถ้าเป็นอวัยวะบางอย่าง อย่างเช่น ทอนซิล ม้าม น้ำ หรือใส้ติ่งนี่พบได้ในจุดเดียวของร่างกาย พบได้ในบริเวณที่แตกต่างกันไปนะครับ คำถามต่อมา ก็คือเหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา นักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ยังไม่ได้นะครับ เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนให้ แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือเปล่า มาดูอันแรกกันเลยนะครับ อันแรก ก็คือลิมโฟไซต์ นะครับ ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับ โดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิโพไซต์นี่ ลิมโฟไซต์กันนะครับ ที่เราเรียนไปเมื่อกี้ แล้วก็จะมีความหมายขึ้นมา คำว่า "Anti Body" เดี๋ยวเราจะได้เรียนกันในเรื่อง Antibody ต่อไปนะครับ เราลองมาโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงไว้ก่อน ก็คือเซลล์เม็ดเลือดขาวนะครับ พอจะตอบคำถามได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับ ก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง เป็นท่อปล่ยต่ำนะครับ มีความยาวประมาณสัก 2-7 เซนติเมตร จะมีลิมโฟไซต์ เจอคำว่า "ลิมโฟไซต์" อีกแล้วนะ อย่ากันหนาแน่นมากเลยนะครับ และก็ยังยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียเหมือนเดิม เราลองมาโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงเอาไว้นะครับ ว่าเจ้าไส้ติ่งนี้มีลิ้มโฟไซส์อยู่หนาแน่นก็ยังเกี่ยวข้องกับอวัยวะอื่น ๆ อีกด้วย พอจะตอบคำถามได้ไหมครับ อย่างนั้นเราลองมาทวนคำถามที่ครูถามอีกทีนะ ว่าเหตุใด อวัยวะ และเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันของเรา น่าจะตอบกันได้แล้วนะ อย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับ เหตุผลแรกก็คือ เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมนี่ อย่างสไลด์แรกที่ครูพูดไปนี่มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลย ฉะนั้น มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือเนื้อเยื่อเรานี่ทั่วบริเวณเลยนะครับ ดังนั้น ดังนั้นอวัยวะที่อยู่จึงต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายของเรานะครับ เหตุผลต่อมาเจ้าลิมโพไซต์ เจ้าพระเอกของเรานี่ นี่จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ ไขกระดูกแล้วก็ไทมัสใช่ไหมครับ ซึ่งเมื่อสร้างที่บริเวณเหล่านั้นนี่ แต่มันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื้อ นะครับ ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายนะครับ แล้วก็เหตุผลถัดมา ก็คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่ ก็ยังจำเป็นลิมโฟไซต์เพราะว่าเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับ ลิมโฟไซต์ก็จะทำหน้าที่ตอบสนองหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้ทันทีนะครับ อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่ครูถามไปเมื่อกี้ครับ นักเรียนลองพิจารณาข้อความที่ปรากฏอยู่นี้นะครับ และเดี๋ยวเราลองมาคิดจากคำถามที่ครูจะถามกันนะครับ คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิด ก็คือกลไกลแบบไม่จำเพาะและกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไร และเหตุใร่างกายของเราจึงต้องมีกลไกลทั้ง 2 แบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนองต่อภูมคุ้มกัน เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อน จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลไกหลัก ๆ ก็คือเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกาย อันนี้ครูย้ำนิดหนึ่งนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานั่นเอง ก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายเราแล้วนะครับ จากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า กลไกลของระบบคุ้มกันนี่เป็นกลไกลที่มีความซับซ้อน ฉะนั้น เราทราบกันแล้วว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวกับของการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอวัยวะ หรือเนื้อเยื้ออื่น ๆ ในระบบต่าง ๆ ของร่างกายนี่ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ก่อนที่จะ... ของเราเช่นกัน นักเรียนพอจะทราบไหมครับว่า ในระบบอื่น ๆ ของร่างกายนี่ ที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมานะครับ ถ้ามาดูจากรูป ก็พอจะเห็นกันนะครับ ว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะ อวัยวะเหล่านี้ในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไร เดี๋ยวครูจะให้เวลาลองคิดกันนะครับ เรามาดูกันที่อวัยวะหรือเนื้อเยื้ออันแรก ก็คือหูของเรานี่ล่ะ ภายในหูนี่ จะมีที่หู ดักจับฝุ่นละอองหรือแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทางหูของเรา ต่อมาคือ ผิวหนัง ผิวหนังนี่จะมีความสำคัญมากเลย เพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้ม นะครับ ผิวหนังจะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ในขณะเดียวกันนะครับ เดียวกันนะครับ ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ซึ่งเหงื่อจากต่อมเหงื่อ และน้ำมันจากต่อมไขมันนี่ การเจริญของแบคทีเรียบางชนิดได้ ถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่ล่ะ นะครับ ในตานี่จะมีน้ำตา ซึ่งจะมีเอนไซม์ ที่เรียกว่า ทำหน้าที่ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ซึ่งก็คือถัดมาก็จะเป็นระบบหายใจ ซึ่งก็จะมี จริง ๆ แล้วจะมีจมูกด้วยนะครับ จมูกก็จะมีขนจมูก มีน้ำมูก มีเมือก ในท่อลมนะครับ ซึ่งในท่อลมก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับ เพื่อดักจับฝุ่นละออง และเชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามา เชื้อจุลินทรีย์หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา ได้ถึงท่อลมแล้ว ก็จะมีซีเรียืที่จะคอบทำหน้าที่นะครับ มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจของเรา กลับไปทางจมูกและจะกำจัดโดยการไอหรือจามนะครับ เวลาที่ตอนนี้ที่มีสถานการณ์ COVID อยู่ ก็เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อโรค ที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับ อันนี้ก็อวัยวะถัดมานะครับ ก็คืออวัยวะกระเพาะอาหาร จะมีกรด ก็คือกรดไฮโดรครอลิกที่เรารู้จักกันดี ก็มี PH ต่ำมากเลย ก็จะทำลายแบคทีเรียนะครับ ซึ่งอาหารที่เรากินก็จะมีของสด ผลไม้สด ก็จะมีการเจือปนเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม กรดในกระเพาะอาหารจะมีหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื้อของเรานะครับทางด้านล่างนะครับ ก็คือตัวกระเพาะปัสสวานี่ จะมีทำหน้าที่ขับออกจากร่างกาย ในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาเชื้อโรคอย่างจุลินทรีต่าง ๆ ทางและสุดท้าย คือ ช่องคลอด ซึ่งช่องคลอดก็จะมีภาวะที่เป็นกรด ก็จะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้เหมือนกันครับ นักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ ว่าในร่างกายของเรานี่นอกจากที่มีระบบภูมิคุ้มกันแล้วนี่ ยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อระบบอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื้อของเราแล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ มีแนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ เช่น เกิดบาดแผลขึ้นนะครับ หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้าง เอนไซสต์ในสิ่งต่าง ๆ นะครับ ร่างกายเราจะมีกลไกลการทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อเรานะครับ แล้วถ้าครูมี เกิดบาดแผล สิ่งที่เราสังเกตจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมครับ เนื่องจากว่าหลอดเลือดฝอยของเราถูกทำลาย หรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดง หรือบริเวณบาดแผลมีอุณหภูมิจากกลุ่มปกติร่างกายของเรา ก็คือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา คำถามก็คือกลไกลักษณะดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่าอะไร แล้วก็เหตุใดจึงเกิดลักษณะต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นตามร่างกายของเรา ลองตอบคำถามกันดูนะครับ และเดี๋ยวเราจะมาเรียนรุ้กันต่อไปลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับ เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมนะครับ เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนี่เข้าไปในเนื้อเยื้อของเราได้แล้ว เราจะเรียกกลไกนี้ว่า การอักเสบ Inflammation จะเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการทำงานของเซลล์อีกกลุ่มหนึ่งนะครับ ที่เรียกว่า "ฟาโกไซต์" จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมเนื้อเยื่อของเราผ่านบาดแผล เรามาทำความรู้จักกับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับ นีโทฟิล และโมโนไซต์มันจะสามารถแทรกตัวไปตามหลอดเลือดฝอยของเราได้ เพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยเมื่อแทรกตัวไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มันจะขยายตัวใหญ่ขึ้นะครับ กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่า แมคโคฟาม จะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับที่เข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ โมโนไซต์ แล้วก็แมโครฟาจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะมีลักษณะหน้าตาเป็นแบบนี้นะครับ กลไกลที่เกิดขึ้น เมื่อเราเกิดบาดแผล การอักเสบตามมานี่จะเกิดอย่างไรนะครับ เมื่อเกิดบาดแผลนี่จะเกิดสัญญาณเคมี สัญญาณเคมีก็จะมาจากเนื้อเยื่อที่เสียหายนะครับ เมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้น จะเกิดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นะครับ มาที่หลอดเลือกฝอยมากขึ้น เมื่อมาถึงนี่ ก็จะคอยคอยดักจับนะครับ เชื่อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่าง ๆ นะครับ เราเรียกกระบวนการเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นี่ดักจับเชื้อโรคว่า "การเกิดไฟโพโทซิสนะครับ นอกจากนี้กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิดลักษณะต่าง ๆ ตามมานะครับ ก็คือหลอดเลือกฝอยมีการขยายตัวขึ้นนะครับ มีการนำเลือดและการสะสมเม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมากขึ้น มีการซึมผ่านแล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับ รวมทั้งบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับ เราก็เรียกรวมกันว่าเลือกการอักเสบ การต่อต้านและทำลายอีกรูปแบบหนึ่ง อันนี้คือภาพรวมโดยสรุปของการอักเสบนะครับ จะเห็นว่าภาพ ก. ก็คือ ภาพกรองถูกส่งออกมาโดยเฉพาะ ตัว... ที่จะคอยดักจับและทำลายเชื้อโรคบริเวณบาดแผลนะครับ หลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลาย กลายเป็นหนอง แล้วจะมีแบ่งตัวบริเวณที่เกิดบาดแผลนี่ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่ทำลายด้วในหนังสือเรียนชีวภาพนี่จะมีกรอบความรู้นะครับ อย่างอันนี้ก็จะมีกรอบเชื่อมโยงกรอบเชื่อมโยงกับสุขภาพ สิ่งที่ เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนนี่ จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนนำความรู้ในความรู้ที่เรียนมา ของนักเรียน เพื่อที่จะให้นักเรียนเข้าใจแล้วก็อธิบาย หรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กับตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานะครับ อย่างตัวอย่างกรอบ เกิดสิวนะครับ หรือว่าสิวอักเสบที่เกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นหรือวัยของนักเรียนนี่นะครับ หลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้ว เราลองมาตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่า นักเรียนเข้าใจเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน ในหัวข้อกลไกลที่ต่อต้านหรือกลไกลเฉพาะ กันมากน้อยแค่ไหนนะครับ มาดูสิว่าเราจะตรวจสอบความเข้าใจ ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับ เขียนแผนผังการต่อต้านสิ่งแปลปลอมแบบไม่จำเพาะดู ไม่ต้องเหมือนกันนะครับ เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้ จะเหมือนกับที่คุณครูทำมาเป็นตัวอย่างไหมนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของแผลผังที่ครูเขียนให้นักเรียนดูนะครับ ก็ลองไปศึกษากันดู ก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครับว่ามีอะไรบ้าง รวมทั้งที่เมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้ว แล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้ว นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันอย่างไรบ้าง อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้ก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี่มีการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมนะครับ โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และที่เราเรียนวันนี้กลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมอย่างไม่จำเพาะผิวหนังหรือเหงื่อ หรือน้ตาหรือกรดที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราได้นะครับ และเมื่อเชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมจะมีกลไกลอื่นตามมา ก็คือการอักเสบเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายเราอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับภูมิคุ้มกันในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งจะเรียนเกี่ยวกับการต่อต้านและทำงายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ เราจะมาดูกันว่ากลไกแบบจำเพาะและไม่จำเพาะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วทำไมเราถึงเรียกแบบนี้สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]