--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ สารอินทรีย์ในพืช subtitle: date: วันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) หัวข้อที่ 3.1 สารอินทรีย์ในพืช การรับรสชีวิตของพืช ซึ่งตอนนี้นะคะ จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ 3 ข้อดังนี้ค่ะ พืชต้องการสารอาหารและต้องการพลังงานเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตโดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง ผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการนี้ ต้องการคอลาฟิวมากใบพืช ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง มาใช้ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อย่อยสารอินทรีย์ ได้แก่ น้ำตาล น้ำตาลที่เพิ่งสร้างขึ้นนี้ถูกระดับเซลล์ได้เป็นพลังงาน ในกระบวนการอื่นต่อไป นอกจากนี้แล้ว น้ำตาลยังถูกนำไปใช้ในแหล่งคาร์บอน เพื่อสังเคราะห์สารอินทรีย์ต่าง ๆ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ที่พีชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง และมีความสำคัญต่อพืชอย่างไร โดยแต่ละชนิดมีสารอินทรีย์เหล่านี้เหมือนกันหรือไม่ เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบในพืช นักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะ สามารถบอกได้ไหมคะ ว่านี่คือผักอะไร ใช่แล้วค่ะ นี่คือรูปของอาหารเจ ในทุก ๆ ปีนะคะ จะมีช่วงเทศกาลกินเจ ละเว้นการกินเนื้อสัตว์แล้วก็กินอาหารเจ ซึ่งปรุงมาจากพืชค่ะ นักเรียนคิดว่าการรับประทานอาหารเจจะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์ในพืชในพืชมาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะ โครงสร้างหลักของพืชดอกประกอบด้วย ราก, ลำต้น, ใบ, ดอก และผล ซึ่งอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำหน้าที่เฉพาะอย่างแตกต่างกันไป เช่น รากทำหน้าที่ยึดและค้ำจุน ดูดน้ำและธาตุอาหารเพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ใบทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงและเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำ การดำรงชีวิตของพืชจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะจะประกอบด้วย เซลล์ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน นี่คือรูปเซลล์พืชที่เราคุ้นชินกันนะคะ ภายในเซลล์จะมีสารอินทรีย์หลายชนิด เพราะบางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์ ในขณะที่บางชนิดทำหน้าที่ต่าง ๆ ภายในเซลล์เช่น ผนังเซลล์ ซึ่งบริเวณนี้นะคะ ที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์เมื่อขยายดูจะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ ผนังเซลล์มีส่วนประกอบเป็นเซลล์ลูโลส ซึ่งสารประเภทนี้นะคะ เป็นสารประเภทคาาร์โบไฮเดรต เยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านใน เมื่อขยายภาพจะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยชั้น 2 ชั้น มีโปรตีน ก็คืออันนี้นะคะ สร้างอยู่โดยทั่วไป นอกจากนี้แล้วยังมีคาร์โบไฮเดรตด้วยค่ะ ในไซโทพลาซึมและออร์แกเนลต่างจะมีเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ นะคะ ที่เป็นโปรตีน นอกจากนี้แล้ว ยังพบสารในพันธุกรรมในนิวเคลียส 3 พันธุ์กรรมดังกล่าว ยูพีอิกค่ะ 3.11 สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ของพืชโดยตรง พืชสร้างและสารอินทรีย์ เพื่อใช้ในการเจริญเติมโตภายในเซลล์ เช่น การแบ่งเซลล์, การขยายขนาดของเซลล์ การสังเคราะห์ด้วยแสง การควบคุมการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ลิพิด, กรดนิวคลีอิก, กรดอะมิโน วิตามิน คอลโลฟีล และฮอร์โมนพืช จะพบได้ในพืชทุกชนิดและมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง เพื่อสร้างและสะสมสารอินทรีย์ต่าง ๆ แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร สามารถศึกษาได้ที่กิจกรรม 3.1 การทดสอบสารอาหารในพืช นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน หรือดูวิดีโอคลิป ได้ค่ะ ซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะ จะมีการทดสอบสารอาหาร 3 ชนิดค่ะ คือการทดสอบแป้ง โดยการใช้สารละลายไอโอดีน การทดสอบโปรตีน โดยใช้สารละลายทดสอบลิพิดโดยใช้กระดาษขาวค่ะ ในการดูวิดีโอคลิป ครูอยากให้นักเรียนสังเกตดูของสารต่าง ๆ ในตัวอย่างพืชที่เรามาใช้ในการทดสอบค่ะ จากนั้นบันทึกผลลงในตาราง ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไปทำกิจกรรมได้ค่ะ (เสียงวิดีทัศน์) การทดสอบสารอาหารในพืช พืชที่นำมาใช้ทดสอบอาการ มะพร้าวแก่, ข้าวโพด ถั่วลิสง การเตรียมตัวอย่างพืชเพื่อทำการทดสอบ อย่างละ 10 กรัม มาหั่นเป็นชิ้นอย่างละพอเหมาะ ใช้โกร่งบดพืชตัวอย่างให้ละเอียด 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร การทดสอบแป้ง ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีนซึ่งมีสีน้ำตาล ผลการทดสอบ ส่วนที่มีแป้งจะเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1 เติมน้ำกลั่นของลูกบาศก์เซนติเมตรเติมน้ำแป้ง 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร หยดสารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสารละลายความเข้มข้น 2 หยด เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น Nagative Control ซึ่งเป็นเนกาทีฟคอนโทรล หลอดที่ 2 ให้เติมน้ำแป้ง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง จากนั้นนำหลอดทดลอง 5 หลอด เติมน้ำคั้นจากพืชที่ต้องการทดสอบ อย่างละ 2 ลูกบากศ์เซนติเมตร หยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีน้ำตาลลงในหลอดทดลองที่ 3-7 เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนสีของสารละลายแต่ละในหลอดทดลอง มะพร้าวแก่ สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน หลอดที่ 4 มันฝรั่ง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง หลอดที่ 5 ข้าวโพด เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงหลอดที่ 6 ถั่วเหลืองเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน หลอดที่ 7 ถั่วลิสง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายไม่ชัดเจน สามารถนำชิ้นส่วนของพืชทดสอบได้ โดยการนำพืชและหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรง พบว่า มันฝรั่ง ข้าวโพด สีของสารละลายไอโอดีนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง การทดสอบโปรตีน ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต ผลการทดสอบ ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง นำหลอดทดลองมา 2 หลอด หลอดที่ 1 เติมลูกบาศก์เซนติเมตร เพื่อให้เป็น Nagative Control เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ฃเติมสารละลายใบยูเรต 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร เหย่าให้เข้ากัน 30 นาทีต่อมา สังเกตการเลี่ยนแปลง 30 นาทีต่อมา จะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น Nagative Control ยังคงเป็นสีฟ้า หลอดที่ 2 ซึ่งเป็น Negative Control สารจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง นำหลอดทดลองมา 5 หลอด เติมสารที่ต้องการลงไป ลูกบาศก์เซนติเมตร เติมสารละลายยูเร็ตปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร 3-7 เขย่าให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ 30 นาที 30 นาทีต่อมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายในแต่ละหลอดทดลอง พบว่า หลอดที่ 3 มะพร้าวแก่ จะละลายเป็นสีม่วง สารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน หลอดที่ 5 ข้าวโพด สารละลายสีม่วง หลอดที่ 6 ถั่วลิสง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง การทดสอบลิพิด ทดสอบโดยใช้กระดาษถึงบนสีขาวทึบแสง ผลการทดสอบกระดาษจะมีลักษณะโปร่งแสง การทดสอบลิพิดทำได้โดยจัดชิ้นส่วนทดลอง ผลการทดสอบลิพิดกระดาษจะเปลี่ยนเป็นลักษณะโปร่งแสง นำกระดาาขาว 1 แผ่น มาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน นำน้ำเปล่าเนกทีฟคอนโทร น้ำมันชีพซึ่งเป็น Positive ช่องที่ 2 ตัดชิ้นส่วนของมะพร้าวมาถูช่องที่ 3 ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถู นำชิ้นส่วนของข้าวโพดมาถูกับกระดาษช่องที่ 5 ถั่วลิสงที่ 6 และใช้สากตำเพื่อให้น้ำออกมาจากเมล็ดมาวางกระดาษช่องที่ 7 ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง ทิ้งไว้ให้แห้ง ผลการทดสอบลิพิตกระดาษจะเปลี่ยนเป็นลักษณะโปร่งแสงดังนี้ น้ำทึบแสง น้ำมันพืชโปร่งแสง มะพร้าวแก่ โปรงแสง ข้าวโพดทึบแสง ถั่วลิสงโปร่งแสง ถั่วเหลืองโปร่งแสง (อาจารย์) เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ คำถามท้ายกิจกรรมมีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อ 1 ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร ข้อ 2 เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน, นมจืด และน้ำมันพืช ในการทดสอบแป้ง โปรตีนและลิพิดตามลำดับ ข้อ 3 เพราะเหตุใดในการทดลองนี้จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย นักเรียนสามารถกดพัก และตอบคำถามท้ายกิจกรรม แล้วเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว ก็กดเล่นต่อเพื่อมาดูคำตอบค่ะ เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม คำถามข้อแรกนะคะ ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชินด นำมาทดสอบ มีสารอาหารที่แตกต่างกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบ มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง จึงเปรียบเทียบของพืชโดยประมาณ ซึ่งพิจารณาจากความเข้มของสีที่เปลี่ยนแปลง ถ้าความเข้มของสีมาก แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารอยู่มากแต่การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันขึ้นกับตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบค่ะ คำถามข้อ 2 นะคะ เพราะเหตุใด จึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด น้ำมันพืช ในการทดสอบแป้ง โปรตีนและลิพิดตามลำดับ นั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำแป้งมัน, นมจืด และน้ำมันพืช เป็นการทำโพสต์ทีฟคอนโทร ตัวอย่างพืชแต่ละชนิดตามลำดับ คำถามข้อที่ 3 นะคะ เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย นั่นก็เพราะว่า การใช้น้ำเพื่อเป็น Negative Control ทำให้เปรียบเทียบผลการทดสอบที่ได้มันจะเป็นเช่นไร หากไม่มีสารอาการประเภทนั้น ๆ ในตัวอย่างในการที่มาใช้ทดสอบค่ะ นักเรียนคิดว่า สารอินทรีย์ต่าง ๆ ของพืชนั้นมาจากไหน พืชจะนำน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง แล้วถ้าอาหารต่าง ๆ นำมาใช้สารต่าง ๆ อินทรีย์โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ จะผ่านปฏิกิริยาหลายขั้นตอนได้เป็นคาร์โบไฮเดรตที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น สะสมน้ำตาลในอ้อย หรือสะสมไว้ในรูปแป้ง เช่น ข้าวหรือข้าวโพด นอกจากนี้น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้น อาจะนำไปใช้ประเภทอื่น ๆ เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว และนิวคลีอิกซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในนิวเคลียส พบได้มากที่มีการแบ่งเซลล์เช่น บริเวณปลายยอดพืช จากคำถามที่ครูถามไว้ต้อนแรกนะคะ ว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจจะได้รับสารอาหารครบหรือไม่ เมื่อเรียนจบแ้ลว เราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ ในกรณีที่ทานอาหารเจ เราจะได้สารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วน แต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิด จะสะสมสารอาหารประเภทต่าง ๆ ในปริมาณที่ต่างกัน ดังนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานอาหารเจ ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย เพื่อที่ให้ได้รับสารอาหารและเพียงพอต่อความต้องการค่ะ 3.1.2 สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติมโตของพืชโดยตรง ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี สารอินทรีย์เหล่านี้พบได้ในพืชต่างชนิดกัน สารอินทรีย์เหล่านี้ มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตจากพืชอย่างไร เราสามารถศึกษาได้จากตัวอย่างของรูปนี้ค่ะ รูปดอกบัว ดอกไม้บางชนิดมีสีหรือว่ามีกลิ่นหอม เพื่อล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร รูปที่ 2 เป็นต้นยางพารา สามารถช่วยปิดแผลและกระจายของเนื้อเยื่อเปลือก เมื่อเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะ นอกจากนี้แล้ว ยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์ที่อาจจะเข้ามาทางบาดแผลได้ด้วย รูปที่ 3 คือมะละกอ ยางมะละกอมีสารที่ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืช รวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์บางชนิดได้ ส่วนรูปสุดท้ายนี้ คือ กาแฟ คาเฟอีนจากกาแฟ ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้ ในปัจจุบันสารอินทรีย์กลุ่มนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่าง คือ น้ำยางพารา คือ ถูกไปใช้ในอุสาหกรรมหลากหลาย เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ถุงมือยาง, รองเท้ายาง และยางรัด หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ เราก็มาสู่ช่วงเนื้อหาภายในบทเรียน พืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยน้ำตาลที่สร้างขึ้นนี้จะถูกนำไปใช้ระดับเซลล์ เพื่อให้ได้เป็นพลังงานต่าง ๆ และใช้เป็นแหล่งคาร์บอน และนำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์ในการเจริญเติบโตสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น มีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่มีความจำเป็นของพืชโดยตรง และสารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงพบได้ในพืชทุกชนิด สารเหล่านี้เช่น คาร์โบไฮเดรต ลิพิด กรดนิวคลีอิก วิตามิน, คลอโรฟิลล์, สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจิรญเติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชบางชนิต ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น หรือช่วยในการแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น มนุษย์นำสารกลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยา คลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป เรื่อง ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]Րสวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] ่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]Րสวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]