﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,010 --> 00:00:12,010

4
00:00:12,011 --> 00:00:16,011
เป็นผู้สอนค่ะ หัวข้อที่

5
00:00:16,015 --> 00:00:20,015
3.1 สารอินทรีย์ในพืช

6
00:00:20,017 --> 00:00:24,017
การรับรสชีวิตของพืช

7
00:00:24,019 --> 00:00:28,019
ซึ่งตอนนี้นะคะ จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ 3 ข้อ

8
00:00:28,020 --> 00:00:32,020
ดังนี้ค่ะ

9
00:00:32,021 --> 00:00:36,021
พืชต้องการสารอาหารและต้องการพลังงานเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น

10
00:00:36,022 --> 00:00:40,022
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต

11
00:00:40,023 --> 00:00:44,023
โดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง

12
00:00:44,024 --> 00:00:48,024
ผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง

13
00:00:48,025 --> 00:00:52,025
กระบวนการนี้ ต้องการคอลาฟีลมาก

14
00:00:52,025 --> 00:00:56,025
ใบพืช ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง

15
00:00:56,027 --> 00:01:00,027
มาใช้ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อย่อยสาร

16
00:01:00,027 --> 00:01:04,027
อินทรีย์ ได้แก่ น้ำตาล

17
00:01:04,028 --> 00:01:08,028
น้ำตาลที่เพิ่งสร้างขึ้นนี้ถูก

18
00:01:08,030 --> 00:01:12,030
ระดับเซลล์ได้เป็นพลังงาน

19
00:01:12,030 --> 00:01:16,030
ในกระบวนการอื่นต่อไป นอกจากนี้แล้ว

20
00:01:16,030 --> 00:01:20,030
น้ำตาลยังถูกนำไปใช้ในแหล่งคาร์บอน

21
00:01:20,031 --> 00:01:24,031
เพื่อสังเคราะห์สารอินทรีย์ต่าง ๆ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์

22
00:01:24,032 --> 00:01:28,032
ที่พีชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง และมีความสำคัญ

23
00:01:28,033 --> 00:01:32,033
ต่อพืชอย่างไร โดยแต่ละชนิดมีสารอินทรีย์

24
00:01:32,035 --> 00:01:36,035
เหล่านี้เหมือนกันหรือไม่

25
00:01:36,036 --> 00:01:40,036
เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบ

26
00:01:40,037 --> 00:01:44,037
ในพืช นักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะ

27
00:01:44,037 --> 00:01:48,037
สามารถบอกได้ไหมคะ ว่านี่คือผักอะไร

28
00:01:48,038 --> 00:01:52,038
ใช่แล้วค่ะ นี่คือรูปของอาหารเจ

29
00:01:52,039 --> 00:01:56,039
ในทุก ๆ ปีนะคะ จะมีช่วงเทศกาลกินเจ ละเว้น

30
00:01:56,040 --> 00:02:00,040
การกินเนื้อสัตว์แล้วก็กินอาหารเจ ซึ่งปรุงมาจาก

31
00:02:00,042 --> 00:02:04,042
พืชค่ะ นักเรียนคิดว่า

32
00:02:04,044 --> 00:02:08,044
การรับประทานอาหารเจจะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่

33
00:02:08,045 --> 00:02:12,045
เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์ในพืช

34
00:02:12,046 --> 00:02:16,046
ในพืชมาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะ โครงสร้าง

35
00:02:16,046 --> 00:02:20,046
หลักของพืชดอกประกอบด้วย ราก,

36
00:02:20,047 --> 00:02:24,047
ลำต้น, ใบ, ดอก และผล

37
00:02:24,048 --> 00:02:28,048
ซึ่งอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำหน้าที่เฉพาะอย่างแตก

38
00:02:28,049 --> 00:02:32,049
ต่างกันไป เช่น รากทำหน้าที่

39
00:02:32,049 --> 00:02:36,049
ยึดและค้ำจุน ดูดน้ำและธาตุอาหาร

40
00:02:36,051 --> 00:02:40,051
เพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช

41
00:02:40,052 --> 00:02:44,052
ใบทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงและ

42
00:02:44,053 --> 00:02:48,053
เปลี่ยนแก๊สและคายน้ำ การดำรงชีวิต

43
00:02:48,054 --> 00:02:52,054
ของพืชจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน

44
00:02:52,056 --> 00:02:56,056
ของอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะ

45
00:02:56,057 --> 00:03:00,057
จะประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

46
00:03:00,058 --> 00:03:04,058
นี่คือรูปเซลล์พืชที่เราคุ้นชินกันนะคะ

47
00:03:04,060 --> 00:03:08,060
ภายในเซลล์จะมีสารอินทรีย์หลายชนิด เพราะ

48
00:03:08,060 --> 00:03:12,060
บางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์

49
00:03:12,062 --> 00:03:16,062
ในขณะที่บางชนิดทำหน้าที่ต่าง ๆ ภายในเซลล์

50
00:03:16,063 --> 00:03:20,063
เช่น ผนังเซลล์ ซึ่งบริเวณ

51
00:03:20,064 --> 00:03:24,064
นี้นะคะ ที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์เมื่อขยายดู

52
00:03:24,065 --> 00:03:28,065
จะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ ผนังเซลล์

53
00:03:28,066 --> 00:03:32,066
มีส่วนประกอบเป็นเซลล์ลูโลส ซึ่งสารประเภทนี้นะคะ

54
00:03:32,068 --> 00:03:36,068
เป็นสารประเภทคาาร์โบไฮเดต

55
00:03:36,069 --> 00:03:40,069
เยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ

56
00:03:40,070 --> 00:03:44,070
อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านใน

57
00:03:44,072 --> 00:03:48,072
เมื่อขยายภาพจะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ

58
00:03:48,072 --> 00:03:52,072
เยื่อหึ้มเซลล์ประกอบด้วย

59
00:03:52,074 --> 00:03:56,074
ชั้น 2 ชั้น มีโปรตีน

60
00:03:56,075 --> 00:04:00,075
ก็คืออันนี้นะคะ สร้างอยู่โดยทั่วไป

61
00:04:00,076 --> 00:04:04,076
นอกจากนี้แล้วยังมีคาโบไฮเดรตด้วยค่ะ

62
00:04:04,076 --> 00:04:08,076
ในไซฌทพลาซึมแลุออร์แกเนลต่าง

63
00:04:08,077 --> 00:04:12,077
จะมีเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ นะคะ ที่เป็น

64
00:04:12,076 --> 00:04:16,076
โปรตีน นอกจากนี้แล้ว

65
00:04:16,077 --> 00:04:20,077
ยังพบสารในพันธุกรรมในนิวเครียส

66
00:04:20,078 --> 00:04:24,078
3 พันธุ์กรรมดังกล่าว

67
00:04:24,079 --> 00:04:28,079
ยูพีอิกค่ะ 3.11

68
00:04:28,081 --> 00:04:32,081
สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

69
00:04:32,081 --> 00:04:36,081
พืชสร้างและสะสามสารอินทรีย์

70
00:04:36,082 --> 00:04:40,082
เพื่อใช้ในการเจริญเติมโต

71
00:04:40,083 --> 00:04:44,083
ภายในเซลล์ เช่น การแบ่งเซลล์,

72
00:04:44,083 --> 00:04:48,083
การขยายขนาดของเซลล์ การสังเคราะห์ด้วยแสง

73
00:04:48,085 --> 00:04:52,085
การควบคุมการเจริญเติบโต

74
00:04:52,086 --> 00:04:56,086
และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

75
00:04:56,086 --> 00:05:00,086
เช่น คาร์โบไฮเดรต,

76
00:05:00,087 --> 00:05:04,087
โปรตีน, ลิพิด, กรดนิวคลีอิก,

77
00:05:04,087 --> 00:05:08,087
กรดอะมิโน วิตามิน คอลโลฟีล

78
00:05:08,088 --> 00:05:12,088
และฮอร์โมนพืช

79
00:05:12,088 --> 00:05:16,088
จะพบได้ในพืชทุกชนิดและมีความจำเป็น

80
00:05:16,089 --> 00:05:20,089
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

81
00:05:20,090 --> 00:05:24,090
เพื่อสร้างและสะสมสารอินทรีย์ต่าง ๆ แตกต่างกันหรือไม่

82
00:05:24,091 --> 00:05:28,091
อย่างไร สามารถศึกษาได้ที่กิจกรรม

83
00:05:28,094 --> 00:05:32,094
3.1 การทดสอบสารอาหารในพืช

84
00:05:32,094 --> 00:05:36,094
นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน

85
00:05:36,095 --> 00:05:40,095
หรือดูวิดีโอคลิป

86
00:05:40,096 --> 00:05:44,096
ได้ค่ะ ซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะ จะมีการ

87
00:05:44,097 --> 00:05:48,097
ทดสอบสารอาหาร 3 ชนิดค่ะ คือการทดสอบแป้ง

88
00:05:48,097 --> 00:05:52,097
โดยการใช้สารละลายไอโอดีน การทดสอบโปรจีน

89
00:05:52,098 --> 00:05:56,098
โดยใช้สารละลาย

90
00:05:56,099 --> 00:06:00,099
ทดสอบลิพิดโดยใช้กระดาษขาวค่ะ ใน

91
00:06:00,100 --> 00:06:04,100
การดูวิดีโอคลิป ครูอยากให้นักเรียนสังเกตดู

92
00:06:04,100 --> 00:06:08,100
ของสารต่าง ๆ ในตัวอย่างพืชที่เรามาใช้ในการทดสอบ

93
00:06:08,101 --> 00:06:12,101
ค่ะ จากนั้นบันทึกผลลงในตาราง

94
00:06:12,102 --> 00:06:16,102
ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไปทำกิจกรรมได้ค่ะ (เสียงวิดีทัศ

95
00:06:16,103 --> 00:06:20,103
การทดสอบสารอาหารในพืช

96
00:06:20,104 --> 00:06:24,104
พืชที่นำมาใช้ทดสอบอาการ มะพร้าวแก่,

97
00:06:24,105 --> 00:06:28,105
ข้าวโพด ถั่วลิสง

98
00:06:28,106 --> 00:06:32,106
การเตรียมตัวอย่างพืชเพื่อทำการทดสอบ

99
00:06:32,106 --> 00:06:36,106
อย่างละ 10 กรัมมาหั่นเป็นชิ้นอย่างละพอเหมาะ

100
00:06:36,108 --> 00:06:40,108
ใช้โกร่งบดพืชตัวอย่างให้ละเอียด

101
00:06:40,109 --> 00:06:44,109
30 ลูกบากศ์เซนติเมตร

102
00:06:44,110 --> 00:06:48,110
การทดสอบแป้ง

103
00:06:48,111 --> 00:06:52,111
ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีนซึ่งมีสีน้ำตาล

104
00:06:52,112 --> 00:06:56,112
ผลการทดสอบ ส่วนที่มีแป้งจะเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

105
00:06:56,113 --> 00:07:00,113
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1 เติมน้ำกลั่น

106
00:07:00,114 --> 00:07:04,114
ของลูกบาศก์เซนติเมตร

107
00:07:04,115 --> 00:07:08,115
เติมน้ำแป้ง 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร

108
00:07:08,117 --> 00:07:12,117
หยดสารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสารละลาย

109
00:07:12,119 --> 00:07:16,119
ความเข้มข้น 2 หยด

110
00:07:16,120 --> 00:07:20,120
เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลง

111
00:07:20,120 --> 00:07:24,120
ที่เกิดขึ้นจะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น Nagative Control

112
00:07:24,121 --> 00:07:28,121
ซึ่งเป็นเนกาทีฟคอนโทรล

113
00:07:28,122 --> 00:07:32,122
หลอดที่ 2 ให้เติมน้ำแป้ง สารละลายเปลี่ยน

114
00:07:32,123 --> 00:07:36,123
เป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

115
00:07:36,124 --> 00:07:40,124
จากนั้นนำหลอดทดลอง

116
00:07:40,124 --> 00:07:44,124
5 หลอด เติมน้ำคั้นจากพืชที่ต้องการทดสอบ

117
00:07:44,125 --> 00:07:48,125
อย่างละ 2 ลูกบากศ์เซนติเมตร

118
00:07:48,126 --> 00:07:52,126
หยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีน้ำตาล

119
00:07:52,126 --> 00:07:56,126
ลงในหลอดทดลองที่ 3-7

120
00:07:56,127 --> 00:08:00,127

121
00:08:00,128 --> 00:08:04,128
เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยน

122
00:08:04,129 --> 00:08:08,129
สีของสารละลายแต่ละในหลอดทดลอง

123
00:08:08,130 --> 00:08:12,130
มะพร้าวแก่ สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน

124
00:08:12,130 --> 00:08:16,130
หลอดที่ 4 มันฝรั่ง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

125
00:08:16,134 --> 00:08:20,134
หลอดที่ 5 ข้าวโพด เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

126
00:08:20,135 --> 00:08:24,135
หลอดที่ 6 ถั่วเหลืองเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

127
00:08:24,136 --> 00:08:28,136
หลอดที่ 7 ถั่วลิสง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

128
00:08:28,137 --> 00:08:32,137
ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลง

129
00:08:32,138 --> 00:08:36,138
สีของสารละลายไม่ชัดเจน สามารถนำชิ้นส่วนของพืช

130
00:08:36,138 --> 00:08:40,138
ทดสอบได้ โดยการนำพืช

131
00:08:40,138 --> 00:08:44,138
และหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรง

132
00:08:44,140 --> 00:08:48,140

133
00:08:48,140 --> 00:08:52,140
พบว่า มันฝรั่ง ข้าวโพด

134
00:08:52,142 --> 00:08:56,142
สีของสารละลายไอโอดีนจะเปลี่ยน

135
00:08:56,142 --> 00:09:00,142
เป็นสีน้ำเงินแกมม่วง การทดสอบโปรตีน

136
00:09:00,142 --> 00:09:04,142
ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเรต

137
00:09:04,144 --> 00:09:08,144
ผลการทดสอบ ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

138
00:09:08,145 --> 00:09:12,145
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด หลอดที่ 1 เติมน

139
00:09:12,145 --> 00:09:16,145
ลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อให้เป็น Nagative Control

140
00:09:16,147 --> 00:09:20,147
เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ฃ

141
00:09:20,148 --> 00:09:24,148
เติมสารละลายใบยูเรต

142
00:09:24,148 --> 00:09:28,148
2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร เหย่าให้เข้ากัน

143
00:09:28,149 --> 00:09:32,149

144
00:09:32,149 --> 00:09:36,149

145
00:09:36,151 --> 00:09:40,151
30 นาทีต่อมา สังเกตการเลี่ยนแปลง

146
00:09:40,152 --> 00:09:44,152
30 นาทีต่อมา จะพบว่า

147
00:09:44,152 --> 00:09:48,152
หลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น Nagative Control

148
00:09:48,153 --> 00:09:52,153
ยังคงเป็นสีฟ้า หลอดที่ 2 ซึ่งเป็นเนกาทีฟคอนโทรล

149
00:09:52,155 --> 00:09:56,155
สารจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง นำหลอดทดลองมา

150
00:09:56,156 --> 00:10:00,156
5 หลอด เติมสารที่ต้องการลงไป

151
00:10:00,157 --> 00:10:04,157
ลูกบาศก์เซนติเมตร เติมสารละลายยูเร็ต

152
00:10:04,158 --> 00:10:08,158
ปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

153
00:10:08,159 --> 00:10:12,159
3-7 เขย่าให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ 30 นาที

154
00:10:12,160 --> 00:10:16,160
30 นาทีต่อมา

155
00:10:16,160 --> 00:10:20,160
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลาย

156
00:10:20,160 --> 00:10:24,160
ในแต่ละหลอดทดลอง พบว่า หลอดที่ 3

157
00:10:24,163 --> 00:10:28,163
มะพร้าวแก่ จะละลายเป็นสีม่วง

158
00:10:28,164 --> 00:10:32,164
สารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน หลอดที่ 5 ข้าวโพด

159
00:10:32,165 --> 00:10:36,165
สารละลายสีม่วง หลอดที่ 6 ถั่วลิสง

160
00:10:36,166 --> 00:10:40,166
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง

161
00:10:40,167 --> 00:10:44,167

162
00:10:44,168 --> 00:10:48,168
การทดสอบลิพิด ทดสอบโดยใช้กระดาษ

163
00:10:48,169 --> 00:10:52,169
ถึงบนสีขาวทึบแสง ผลการทดสอบกระดาษจะ

164
00:10:52,184 --> 00:10:56,184
มีลักษณะโปร่งแสง การทดสอบลิพิด

165
00:10:56,186 --> 00:11:00,186
ทำได้โดยจัดชิ้นส่วนทดลอง

166
00:11:00,187 --> 00:11:04,187
ผลการทดสอบลิพิดกระดาษจะเปลี่ยนเป็นลักษณะโปร่งแสง

167
00:11:04,188 --> 00:11:08,188
นำกระดาาขาว 1 แผ่น

168
00:11:08,188 --> 00:11:12,188
มาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน

169
00:11:12,190 --> 00:11:16,190
นำน้ำเปล่าเนกทีฟคอนโทร

170
00:11:16,191 --> 00:11:20,191
น้ำมันชีพซึ่งเป็น Positive

171
00:11:20,192 --> 00:11:24,192
ช่องที่ 2 ตัดชิ้นส่วนของมะพร้าวมาถู

172
00:11:24,193 --> 00:11:28,193
ช่องที่ 3 ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถู

173
00:11:28,194 --> 00:11:32,194
นำชิ้นส่วนของข้าวโพด

174
00:11:32,195 --> 00:11:36,195
มาถูกับกระดาษช่องที่ 5 ถั่วลิสง

175
00:11:36,195 --> 00:11:40,195
ที่ 6 และใช้สากตำเพื่อให้น้ำออกมาจากเมล็ด

176
00:11:40,197 --> 00:11:44,197
มาวางกระดาษช่องที่ 7 ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง

177
00:11:44,198 --> 00:11:48,198
ทิ้งไว้ให้แห้ง ผลการทดสอบลิพิต

178
00:11:48,198 --> 00:11:52,198
กระดาษจะเปลี่ยนเป็นลักษณะโปร่งแสงดังนี้

179
00:11:52,199 --> 00:11:56,199
น้ำทึบแสง น้ำมันพืชโปร่งแสง

180
00:11:56,200 --> 00:12:00,200
มะพร้าวแก่ โปรงแสง

181
00:12:00,201 --> 00:12:04,201
ข้าวโพดทึบแสง ถั่วลิสงโปร่งแสง

182
00:12:04,203 --> 00:12:08,203
ถั่วเหลืองโปร่งแสง (อาจารย์) เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว

183
00:12:08,203 --> 00:12:12,203
เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ คำถาม

184
00:12:12,205 --> 00:12:16,205
ท้ายกิจกรรมมีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อ 1

185
00:12:16,206 --> 00:12:20,206
ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดมีสารอาหาร

186
00:12:20,207 --> 00:12:24,207
ที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

187
00:12:24,211 --> 00:12:28,211
ทราบได้อย่างไร ข้อ 2

188
00:12:28,212 --> 00:12:32,212
เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน, นมจืด

189
00:12:32,213 --> 00:12:36,213
และน้ำมันพืช ในการทดสอบแป้ง

190
00:12:36,213 --> 00:12:40,213
โปรตีนและลิพิดตามลำดับ

191
00:12:40,214 --> 00:12:44,214
ข้อ 3 เพราะเหตุใดในการทดลองนี้

192
00:12:44,215 --> 00:12:48,215
จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย

193
00:12:48,216 --> 00:12:52,216
นักเรียนสามารถกดพัก และ

194
00:12:52,218 --> 00:12:56,218
ตอบคำถามท้ายกิจกรรม แล้วเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว

195
00:12:56,219 --> 00:13:00,219
ก็กดเล่นต่อเพื่อมาดูคำตอบค่ะ

196
00:13:00,220 --> 00:13:04,220
เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม

197
00:13:04,221 --> 00:13:08,221
คำถามข้อแรกนะคะ ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชินด

198
00:13:08,221 --> 00:13:12,221
นำมาทดสอบ มีสารอาหารที่

199
00:13:12,223 --> 00:13:16,223
แตกต่างกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร

200
00:13:16,223 --> 00:13:20,223
แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบ

201
00:13:20,223 --> 00:13:24,223
มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง จึงเปรียบเทียบ

202
00:13:24,224 --> 00:13:28,224
ปริมาณของสารอาหารที่สะสมอยู่ในสารของพืช

203
00:13:28,226 --> 00:13:32,226
โดยประมาณ ซึ่งพิจารณาจากความเข้มของสี

204
00:13:32,228 --> 00:13:36,228
ที่เปลี่ยนแปลง ถ้าความเข้มของสีมาก

205
00:13:36,229 --> 00:13:40,229
แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารอยู่มาก

206
00:13:40,228 --> 00:13:44,228
แต่การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกัน

207
00:13:44,230 --> 00:13:48,230
ขึ้นกับตัวอย่างพืชที่นำมา

208
00:13:48,232 --> 00:13:52,232
ทดสอบค่ะ คำถามข้อ 2 นะคะ เพราะเหตุใด

209
00:13:52,233 --> 00:13:56,233
จึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด น้ำมันพืช

210
00:13:56,234 --> 00:14:00,234
ในการทดสอบแป้ง โปรตีนและลิพิดตามลำดับ

211
00:14:00,235 --> 00:14:04,235
นั่นก็เพราะว่า

212
00:14:04,235 --> 00:14:08,235
การใช้น้ำแป้งมัน, นมจืด และน้ำมันพืช

213
00:14:08,236 --> 00:14:12,236
เป็นการทำโพสต์ทีฟคอนโทร

214
00:14:12,237 --> 00:14:16,237
ตัวอย่างพืชแต่ละชนิด

215
00:14:16,238 --> 00:14:20,238
ตามลำดับ คำถามข้อที่ 3 นะคะ

216
00:14:20,239 --> 00:14:24,239
เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ต้องใช้น้ำ

217
00:14:24,240 --> 00:14:28,240
ในการทดสอบด้วย นั่นก็เพราะว่า การใช้น้ำ

218
00:14:28,241 --> 00:14:32,241
เพื่อเป็น Negative Control ทำให้เปรียบเทียบ

219
00:14:32,242 --> 00:14:36,242
ผลการทดสอบที่ได้มันจะเป็นเช่นไร

220
00:14:36,243 --> 00:14:40,243
หากไม่มีสารอาการประเภทนั้น ๆ ในตัวอย่าง

221
00:14:40,243 --> 00:14:44,243
ในการที่มาใช้ทดสอบค่ะ นักเรียนคิดว่า

222
00:14:44,243 --> 00:14:48,243
สารอินทรีย์ต่าง ๆ

223
00:14:48,245 --> 00:14:52,245
ของพืชนั้นมาจากไหน พืช

224
00:14:52,246 --> 00:14:56,246
จะนำน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง

225
00:14:56,247 --> 00:15:00,247
แล้วถ้าอาหารต่าง ๆ นำมาใช้สารต่าง ๆ อินทรีย์

226
00:15:00,248 --> 00:15:04,248
โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ จะผ่านปฏิกิริยา

227
00:15:04,249 --> 00:15:08,249
หลายขั้นตอนได้เป็นคาร์โบไฮเดรต

228
00:15:08,249 --> 00:15:12,249
ที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น

229
00:15:12,251 --> 00:15:16,251
สะสมน้ำตาลในอ้อย

230
00:15:16,252 --> 00:15:20,252
หรือสะสมไว้ในรูปแป้ง เช่น ข้าว

231
00:15:20,253 --> 00:15:24,253
หรือข้าวโพด นอกจากนี้

232
00:15:24,254 --> 00:15:28,254
น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้น อาจะนำไปใช้

233
00:15:28,255 --> 00:15:32,255
ประเภทอื่น ๆ เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว

234
00:15:32,256 --> 00:15:36,256
เมล็ดถั่ว ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว

235
00:15:36,257 --> 00:15:40,257
และผลนิวคริอิ

236
00:15:40,258 --> 00:15:44,258
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในนิวเคลียส พบได้มาก

237
00:15:44,259 --> 00:15:48,259
ที่มีการแบ่งเซลล์เช่น บริเวณปลายยอดพืช

238
00:15:48,260 --> 00:15:52,260
จากคำถามที่ครูถามไว้ต้อนแรก

239
00:15:52,261 --> 00:15:56,261
นะคะ ว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจ

240
00:15:56,262 --> 00:16:00,262
จะได้รับสารอาหารครบหรือไม่ เมื่อเรียนจบแ้ลว

241
00:16:00,263 --> 00:16:04,263
เราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ

242
00:16:04,264 --> 00:16:08,264
ในกรณีที่ทานอาหารเจ เราจะได้สารอาหาร

243
00:16:08,265 --> 00:16:12,265
ต่าง ๆ ครบถ้วน แต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิด

244
00:16:12,267 --> 00:16:16,267
จะสะสมสารอาหารประเภทต่าง ๆ ในปริมาณที่ต่างกัน

245
00:16:16,268 --> 00:16:20,268
ดังนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานอาหาร

246
00:16:20,268 --> 00:16:24,268
เจ ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย

247
00:16:24,269 --> 00:16:28,269
เพื่อที่ให้ได้รับสารอาหาร

248
00:16:28,269 --> 00:16:32,269
และเพียงพอต่อความต้องการค่ะ

249
00:16:32,270 --> 00:16:36,270
3.1.2 สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการ

250
00:16:36,271 --> 00:16:40,271
เจริญเติมโตของพืชโดยตรง

251
00:16:40,271 --> 00:16:44,271
ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

252
00:16:44,271 --> 00:16:48,271
แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช

253
00:16:48,273 --> 00:16:52,273
เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด

254
00:16:52,274 --> 00:16:56,274
และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี สารอินทรีย์

255
00:16:56,275 --> 00:17:00,275
เหล่านี้พบได้ในพืชต่างชนิดกัน

256
00:17:00,275 --> 00:17:04,275
สารอินทรีย์เหล่านี้

257
00:17:04,276 --> 00:17:08,276
มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตจากพืชอย่างไร เราสามารถ

258
00:17:08,277 --> 00:17:12,277
ศึกษาได้จากตัวอย่างของรูปนี้ค่ะ

259
00:17:12,278 --> 00:17:16,278
รูปดอกบัว ดอกไม้บางชนิดมีสีหรือว่ามีกลิ่น

260
00:17:16,279 --> 00:17:20,279
หอม เพื่อล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร

261
00:17:20,280 --> 00:17:24,280
รูปที่ 2 เป็นต้นยางพารา

262
00:17:24,280 --> 00:17:28,280
สามารถช่วยปิดแผลและกระจายของ

263
00:17:28,281 --> 00:17:32,281
เนื้อเยื่อเปลือก เมื่อเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะ

264
00:17:32,281 --> 00:17:36,281
นอกจากนี้แล้ว ยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์

265
00:17:36,283 --> 00:17:40,283
ที่อาจจะเข้ามาทางบาดแผลได้ด้วย รูปที่ 3

266
00:17:40,284 --> 00:17:44,284
คือมะละกอ ยางมะละกอมีสารที่ช่วยป้องกัน

267
00:17:44,286 --> 00:17:48,286
แมลงศัตรูพืช รวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์์

268
00:17:48,286 --> 00:17:52,286
บางชนิดได้ ส่วนรูปสุดท้ายนี้ คือ กาแฟ

269
00:17:52,287 --> 00:17:56,287
คาเฟอีนจากกาแฟ

270
00:17:56,288 --> 00:18:00,288
การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้

271
00:18:00,288 --> 00:18:04,288
ในปัจจุบันสารอินทรีย์กลุ่มนี้

272
00:18:04,289 --> 00:18:08,289
ถูกนำไปใช้ประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่าง คือ น้ำยางพารา

273
00:18:08,290 --> 00:18:12,290
คือถูกไปใช้ในอุสาหกรรมหลากหลาย

274
00:18:12,291 --> 00:18:16,291
เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์

275
00:18:16,292 --> 00:18:20,292
ถุงมือยาง, รองเท้ายาง

276
00:18:20,294 --> 00:18:24,294
และยางรัด หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ

277
00:18:24,296 --> 00:18:28,296
เราก็มาสู่ช่วงเนื้อหาภายในบทเรียน

278
00:18:28,297 --> 00:18:32,297
พืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง

279
00:18:32,298 --> 00:18:36,298
โดยน้ำตาลที่สร้างขึ้นนี้จะถูกนำไปใช้

280
00:18:36,300 --> 00:18:40,300
ระดับเซลล์ เพื่อให้ได้เป็นพลังงาน

281
00:18:40,301 --> 00:18:44,301
ต่าง ๆ และใช้เป็นแหล่งคาร์บอน และ

282
00:18:44,303 --> 00:18:48,303
นำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์ในการเจริญเติบโต

283
00:18:48,304 --> 00:18:52,304
สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น

284
00:18:52,305 --> 00:18:56,305
มีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่มีความจำเป็น

285
00:18:56,305 --> 00:19:00,305
ของพืชโดยตรง และสารอินทรีย์ที่

286
00:19:00,307 --> 00:19:04,307
ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

287
00:19:04,307 --> 00:19:08,307
สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

288
00:19:08,309 --> 00:19:12,309
พบได้ในพืชทุกชนิด

289
00:19:12,310 --> 00:19:16,310
สารเหล่านี้เช่น คาร์โบไฮเดรต

290
00:19:16,312 --> 00:19:20,312
ลิพิด กรดนิวคลิอิก

291
00:19:20,313 --> 00:19:24,313
วิตามิน, คลอโรฟิลล์,

292
00:19:24,314 --> 00:19:28,314
สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจิรญ

293
00:19:28,315 --> 00:19:32,315
เติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชบางชนิต

294
00:19:32,316 --> 00:19:36,316
ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

295
00:19:36,317 --> 00:19:40,317
หรือช่วยในการแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น มนุษย์

296
00:19:40,318 --> 00:19:44,318
นำสารกลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น

297
00:19:44,319 --> 00:19:48,319
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา

298
00:19:48,319 --> 00:19:52,319
ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยา

299
00:19:52,319 --> 00:19:56,319
คลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้

300
00:19:56,320 --> 00:20:00,320
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป เรื่อง ปัจจัยบางประการ

301
00:20:00,321 --> 00:20:04,321
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

302
00:20:04,322 --> 00:20:08,322
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

303
00:20:08,323 --> 00:20:12,323

304
00:20:12,324 --> 00:20:16,324
[เสียงดนตรี]

305
00:20:16,324 --> 00:20:20,324

306
00:20:20,325 --> 00:20:24,325

307
00:20:24,327 --> 00:20:28,327

308
00:20:28,329 --> 00:20:31,330

309
00:20:32,331 --> 00:20:35,333

310
00:20:36,332 --> 00:20:39,336

311
00:20:40,334 --> 00:20:40,335

312
00:20:44,335 --> 00:20:44,340

313
00:20:52,343 --> 00:20:52,346

314
00:20:48,340 --> 00:20:48,341


