﻿1
00:00:14,589 --> 00:00:14,590

2
00:00:14,590 --> 00:00:18,590
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ  พบกับครูสุนัดดา อีก

3
00:00:22,390 --> 00:00:22,559
ครั้งหนึ่งนะคะ วันนี้เราจะมาเรียนกัน ใน

4
00:00:22,559 --> 00:00:26,559
ตอน ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

5
00:00:30,488 --> 00:00:34,488
ตอน 2 ซึ่งเนื้อหาจะเป็นปัจจัยภายในนะคะ เป็นปัจจัยภายในนะคะ เรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมนพืชบาง

6
00:00:38,881 --> 00:00:40,723
ชนิดแต่สำหรบคลิปนี้เราจะเรียน 3 ชนิดก่อนนะคะ

7
00:00:40,723 --> 00:00:40,740
ออกซิน

8
00:00:40,740 --> 00:00:44,740
ฮอร์โมนพืชในชนิต

9
00:00:45,530 --> 00:00:48,037
มีจุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ค่ะ

10
00:00:48,037 --> 00:00:52,037
เกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่

11
00:00:58,791 --> 00:01:00,049
มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นเพื่อการเกษตร

12
00:01:00,049 --> 00:01:04,049
และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบนั้นค่ะ ที่บ้านของนักเรียนปลูกต้นมะม่วงไว้ไหมคะ หรือเคยเห็นต้นมะม่วง

13
00:01:09,542 --> 00:01:11,342
มาบ้างหรือเปล่า ต้นมะม่วงที่นักเรียนเคยเห็น

14
00:01:11,342 --> 00:01:12,919
มีลักษณะต้นแบบในรูปนี้หรือไม่อย่างไร

15
00:01:12,919 --> 00:01:16,919
ต้นมะม่วงบางต้นที่ปลูกไว้ที่บ้าน อาจจะมีต้นที่สุงมาก

16
00:01:20,393 --> 00:01:24,393
หรือที่เคยเห็นมาก่อน อาจจะเป็นต้นที่สูงมาก ๆ

17
00:01:24,899 --> 00:01:28,899
ทำให้เมื่อมะม่วงออกผลนี่ค่ะ ทำให้เราเก็บ

18
00:01:29,670 --> 00:01:33,670
ได้ลำบากนะคะ แต่ต้นมะม่วงบางต้นค่ะ จะมีลักษณะในรูปนี้นะคะ มีความสูงไม่มาก

19
00:01:37,611 --> 00:01:41,611
และมีทรงพุ่มกว้างค่ะ ในการปลูกมะม่วงนะคะ นอกจากเราจะควบคุมปัจจัยภายนอก

20
00:01:46,740 --> 00:01:47,537
ที่เราเรียนมาแล้วในคลิปที่แล้วนะคะ อย่างเช่น แสง, น้ำ, ธาตุอาหาร ก็อาจจะมีการปรับยอดนะคะ

21
00:01:47,537 --> 00:01:51,537
เพื่อให้ต้นมะม่วงเกิดกริดข้าง

22
00:01:58,158 --> 00:02:00,349
มากขึ้น ทำให้เกิดกิ่งข้างมากขึ้น เป็นการเพิ่มผลผลิตแล้วก็ควบคุม

23
00:02:00,349 --> 00:02:03,801
ทรงพุ่มค่ะ ทำให้ต้นมะม่วงที่เราปลูกนี้นะคะ

24
00:02:03,801 --> 00:02:07,801
นี้นะคะ ไม่สูงมาก เก็บผลผลิตสะดวก

25
00:02:09,324 --> 00:02:13,324
นอกจากต้นมะม่วงแล้ว เรายังสามารถตัดยอดพุ่ม

26
00:02:16,775 --> 00:02:20,322
อื่น ๆ เพื่อควบคุมทรงพุ่มได้เช่นเดียวกันค่ะ อย่างเช่น มะนาว ทุเรียน เงาะ

27
00:02:20,322 --> 00:02:24,322
และมังคุด นักเรียนคิดว่า

28
00:02:26,965 --> 00:02:30,965
เพราะเหตุใดการตัดยอดพืชทำให้ส่งผลต่อการ

29
00:02:34,742 --> 00:02:38,742
และการให้ผลผลิตของพืชได้ เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ ปัจจัยภายใน จากวิดีโอคลิปที่แล้ว

30
00:02:43,287 --> 00:02:45,924
นักเรียนได้เรียนมาแล้วว่า ปัจจัยภายนอก มีผล

31
00:02:45,924 --> 00:02:48,958
การเจริญเติบโตของพืช นอกจากปัจจัยภายนอก

32
00:02:48,958 --> 00:02:51,948
ที่พืชได้รับจากสภาพแวดล้อมแล้ว ก็จะมีปัจจัยภายใน

33
00:02:51,948 --> 00:02:55,948
ที่กำหนดให้พืชแต่ละชนิด ส่ง

34
00:02:57,521 --> 00:03:01,521
ผลที่แตกต่างกัน ปัจจัยภายในดังกล่าวเป็น

35
00:03:05,534 --> 00:03:09,534
สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช หรือ Plant growth regula

36
00:03:10,918 --> 00:03:12,599
ซึ่งพืชสร้างขึ้นภายในเซลล์ ฮอร์โมนพืช พืชจะสร้างฮอร์โมนเหล่านี้

37
00:03:12,599 --> 00:03:16,599
ในปริมาณน้อย ที่แหล่งสร้าง แล้วลำเลียง

38
00:03:21,251 --> 00:03:22,891
ไปยังเนื้อเยื่อตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในต้นพืช มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ

39
00:03:22,891 --> 00:03:22,912
ในการ

40
00:03:22,912 --> 00:03:26,912
เจริญเติบโตของพืช มี

41
00:03:32,556 --> 00:03:36,074
5 กลุ่มหลัก คือ ออกซิน,

42
00:03:36,074 --> 00:03:36,295
จิบเบอเรลลิน,

43
00:03:36,295 --> 00:03:39,035
และกรดแอสเซซิก ในปัจจุบันนี้นะคะ

44
00:03:39,035 --> 00:03:43,035
สังเคราะห์สารหลายชนิดที่ใช้ควบคุมในการเจริญเติบโต

45
00:03:49,568 --> 00:03:51,857
เช่นเดียวกับฮอร์โมนพืช ซึ่งจะเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต

46
00:03:51,857 --> 00:03:55,288
เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สารเร่งราก

47
00:03:55,288 --> 00:03:59,288
สารเร่งการออกดอก ออกผล

48
00:04:01,181 --> 00:04:05,181
ให้สารสังเคราะห์เหล่านี้กับพืชในปริมาณที่เหมาะสม

49
00:04:09,462 --> 00:04:11,910
นักเรียนคิดว่าฮอร์โมนพืชแต่ละชนิดมีผลต่อการ

50
00:04:11,910 --> 00:04:15,910
เติบโตของพืชแตกต่างกันอย่างไร นำสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้

51
00:04:17,790 --> 00:04:21,790
อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ

52
00:04:24,276 --> 00:04:25,245
ออกซิน

53
00:04:25,245 --> 00:04:27,124
อ๊อกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรก

54
00:04:27,124 --> 00:04:31,124
มีบทบาทสำคัญในการยืดตัวของเซลล์

55
00:04:37,352 --> 00:04:39,671
นอกจากนี้ยังมีบทบาทในด้านอื่น ๆ อีกนะคะ เช่น ยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง

56
00:04:39,671 --> 00:04:43,671
โดยทำงานของกรด

57
00:04:43,763 --> 00:04:47,763
ส่งเสริมการเจริญของราก กระตุ้นการเจริญผล

58
00:04:54,692 --> 00:04:55,905
และชะลอการหลุดร่วงของใบ

59
00:04:55,905 --> 00:04:59,905
นักเรียนเคยปลูกพืชและนำไปไว้

60
00:05:01,014 --> 00:05:04,110
ริมหน้าต่าง หรือริมระเบียงบ้านหรือไม่คะ ไหมคะ ว่าต้นพืชของนักเรียนมีลักษณะเป็นอย่างไร

61
00:05:04,110 --> 00:05:08,110
ถ้านักเรียนเคยปลูกพืชนะคะ

62
00:05:08,522 --> 00:05:12,522
อย่างเช่น มะเขือเทศหรือทานตะวัน แล้วให้ได้รับแสง

63
00:05:13,677 --> 00:05:14,348
ตามปกติ ลำต้นจะตั้งตรง และ

64
00:05:14,348 --> 00:05:18,348
สูงขั้นไปทางด้านบนนะคะ ถ้าเรานำต้นไม้นี้ไปวาง

65
00:05:24,442 --> 00:05:28,442
ริมหน้าต่าง หรือว่าริมระเบียงค่ะ นักเรียนเคยสังเกต

66
00:05:29,088 --> 00:05:30,880
ไหมคะ ว่าต้นไม้ของนักเรียนจะมีลักษณะต่างไปจากเดิมอย่างไร

67
00:05:30,880 --> 00:05:32,716
ยอดของพืชเหล่านั้นนะคะ  จะ

68
00:05:32,716 --> 00:05:36,716
โค้งเข้าหาแสงเสมอ จากในรูปนี้นะคะ จะเป็นต้น

69
00:05:37,126 --> 00:05:41,126
ทานตะวันค่ะ ถ้าสังเกตที่ปลายยอดนะคะ จะสังเกตว่า

70
00:05:43,365 --> 00:05:43,856
มีการโค้งเข้าหาแสงค่ะ เพราะว่าตอนที่

71
00:05:43,856 --> 00:05:47,856
ครูปลูกต้นทานตะวันนี้นะคะ ครูเอาไปไว้ที่ริม

72
00:05:50,119 --> 00:05:52,970
ระเบียบค่ะ เดี๋ยวเรามาศึกษากันนะคะ

73
00:05:52,970 --> 00:05:56,970
ว่าปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสงได้อย่างไร

74
00:05:59,117 --> 00:06:01,073
การที่ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง

75
00:06:01,073 --> 00:06:05,073
ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก

76
00:06:05,155 --> 00:06:09,155
เป็นผลจากออกซิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน

77
00:06:10,943 --> 00:06:13,554
โดยปกติแล้ว พืชจะสร้างออกซินมาก

78
00:06:13,554 --> 00:06:17,367
บริเวณปลายยอดและใบอ่อน เมื่อมีแสงส่องไป

79
00:06:17,367 --> 00:06:19,590
ด้านใดด้านหนึ่งเอง จากปลายยอด

80
00:06:19,590 --> 00:06:21,989
แสงส่องเข้ามาทางด้านนี้ค่ะ

81
00:06:21,989 --> 00:06:25,989
ด้านที่ได้รับแสงน้อย จะมีการสะสมออกซิน

82
00:06:33,939 --> 00:06:34,020
มากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก นักเรียนสามารถศึกษา

83
00:06:34,020 --> 00:06:37,506
จากภาพขยายตรงนี้นะคะ ฝั่งนี้คือฝั่งที่ได้รับ

84
00:06:37,506 --> 00:06:41,506
แสงน้อย ส่วนนี้เป็นด้านที่ได้รับแสมากค่ะ

85
00:06:43,489 --> 00:06:45,060
ด้านที่ได้รับแสงน้อยจะมีการ

86
00:06:45,060 --> 00:06:48,340
สะสมออกซินมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก

87
00:06:48,340 --> 00:06:50,704
ออกซินสามารถยืดตัวรับเซลล์

88
00:06:50,704 --> 00:06:54,704
ซึ่งมีการสะสมของออกซินมาก

89
00:06:55,091 --> 00:06:59,091
มีการยืดตัวและขยายตัวมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก

90
00:07:05,902 --> 00:07:07,993
จึงเกิดการโค้งงอของปลายยอดเข้าหาแสงเสมอ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายซิน

91
00:07:07,993 --> 00:07:11,993
IBA Indolebutyric

92
00:07:18,452 --> 00:07:21,754
NAA ... มีการนำมาใช้

93
00:07:21,754 --> 00:07:22,756
เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ

94
00:07:22,756 --> 00:07:24,853
ในรูปนี้นะคะ ในการปังชำกิ่งโม่

95
00:07:24,853 --> 00:07:28,853
โดยใช้สารสังเคราะห์เหมือนกับสารออกซิน

96
00:07:30,079 --> 00:07:34,079
เพื่อเร่งการเจิรญของรากค่ะ ทางด้านซ้ายมือนี้ค่ะ

97
00:07:38,695 --> 00:07:39,185
จะเป็นก่อนปักชำกิ่งนะคะ และซ้ายมือ

98
00:07:39,185 --> 00:07:42,274
จะเป็นหลังปักชำค่ะ ซึ่งถ้าเราดูนะคะ กิ่งนี้จะไม่เป็นการใช้สาร

99
00:07:42,274 --> 00:07:46,274
กิ่งนี้ค่ะ จะไม่มีการใช้สารกิ่งนี้จะมีการ

100
00:07:46,613 --> 00:07:50,162
ใช้สาร เมื่อนำไปปักชำแล้วนะคะ จะเห็นว่า

101
00:07:50,162 --> 00:07:52,598
กิ่งที่ไม่มีการใช้สารจะไม่มีรากงอกออกมาค่ะ

102
00:07:52,598 --> 00:07:56,598
ส่วนกิ่งนี้นะคะ จะมีสาร

103
00:07:56,722 --> 00:08:00,722
คล้ายออกซิน จะเห็นว่ามีรากงอกออกมาค่ะ

104
00:08:06,363 --> 00:08:10,363
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน ยังสามารถใช้กระตุ้นให้พืชบางชนิดติดผล

105
00:08:10,616 --> 00:08:11,732
โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิ

106
00:08:11,732 --> 00:08:15,732
แตงโม สตอเบอร์รี่ มะเขือเทศ

107
00:08:22,787 --> 00:08:24,694
ที่ไม่มีเมล็ด นอกจากนี้แล้ว ยังทำให้พืช

108
00:08:24,694 --> 00:08:28,469
ได้รับสารสังเคราะห์ที่มีสารคล้ายออกซินมากเกินไป

109
00:08:28,469 --> 00:08:32,469
จะมีผลยับยั้งการเจริญเติบโต ใช้สารกลุ่มนี้ เพื่อกำจัดวัชพืชบางชนิด

110
00:08:36,209 --> 00:08:40,209
ได้ด้วยค่ะ ช่วงชวนคิด ครูมีถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือสารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติ

111
00:08:46,363 --> 00:08:50,363
ที่คล้ายทองพืช จะเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน ครูจะให้นักเรียนคิด 10 วินาที่ค่ะ

112
00:08:55,007 --> 00:08:59,007
แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

113
00:09:03,004 --> 00:09:03,195
เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าจะตอบกันได้

114
00:09:03,195 --> 00:09:07,195
นั่นก็คือออกซินที่สร้างขึ้นภายในพืช

115
00:09:09,005 --> 00:09:12,985
เป็นปัจจับภายใน เพราะพืชสร้างขึ้นเอง

116
00:09:12,985 --> 00:09:16,985
เมื่อใช้ขึ้นเอง ใช้ต่าง ๆ  ภายในเซลล์

117
00:09:17,425 --> 00:09:21,425
แต่ในทางการเกษตร ในการนำสาร

118
00:09:24,120 --> 00:09:24,435
ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมาใช้นะคะ

119
00:09:24,435 --> 00:09:26,543
เป็นการให้จากภายนอก พืชต้องลำเลียง

120
00:09:26,543 --> 00:09:30,543
สารดังกล่าว ลำเลียงผ่านต้นพืช

121
00:09:30,574 --> 00:09:34,574
จึงจัดว่าสารที่มีการเจริญเติบโตเหล่านี้

122
00:09:38,429 --> 00:09:39,186
เป็นปัจจัยภายนอกค่ะ

123
00:09:39,186 --> 00:09:43,186
โซโทไคนิน ไซโทไคนินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดหนึ่ง

124
00:09:50,969 --> 00:09:52,670
ที่มีบทบาทสำคัญ และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ นอกจากนี้

125
00:09:52,670 --> 00:09:56,670
ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องอีกหลายกระบวนการในพืชด้วยค่ะ

126
00:10:01,542 --> 00:10:03,542
นักเรียนเคยทานผักชนิดนี้ไหมคะ นี่คือผักหวานป่าค่ะ เกษตรกรจะ

127
00:10:03,542 --> 00:10:07,542
ปลูกต้นผักหวานป่าและตัดยอดพืชนะคะ เพื่อ

128
00:10:14,687 --> 00:10:15,141
การ... มากมาย สามารถเก็บรับประทาน

129
00:10:15,141 --> 00:10:16,131
ได้เรื่อย ๆ นอกจากผักหวานป่า

130
00:10:16,131 --> 00:10:17,755
แล้วนะคะ ก็จะมีพืชอื่น ๆ อีกที่ตัดยอด

131
00:10:17,755 --> 00:10:21,755
เพื่อให้แตกกิ่งข้างได้ เช่น โหลภา

132
00:10:30,502 --> 00:10:31,508
และกระถิน จากรูปนี้นะคะ ก็คือการ

133
00:10:31,508 --> 00:10:35,508
ตัดยอกกระเพราเพื่อให้แตกกิ่งมากขึ้น โดยการตัดยอดตรงนี้ค่ะ

134
00:10:36,341 --> 00:10:40,341
ซึ่งจะตัดปลายยอดดูจากตรงนี้นะคะ เมื่อขยายจะเห็นว่า

135
00:10:40,594 --> 00:10:44,594
บริเวณที่เคยเป็นตาข้าง

136
00:10:45,257 --> 00:10:48,340
ก็จะเจริญขึ้นนะคะ และหลังจากนั้นตาข้างนี้

137
00:10:48,340 --> 00:10:52,000
จะเจริญเป็นกลีบต่อไป

138
00:10:52,000 --> 00:10:56,000
เพราะเหตุใด เมื่อมีการตัด

139
00:10:57,299 --> 00:11:01,299
จึงทำให้มีตาข้างเกิดขึ้นได้

140
00:11:04,146 --> 00:11:04,606
การเจริญของตาข้างเป็นผลของการทำงานร่วมกันของ

141
00:11:04,606 --> 00:11:08,085
ออกซินไคโซคานิน

142
00:11:08,085 --> 00:11:12,085
มีแหล่งสร้างหลักอยู่ปลายยอด

143
00:11:16,420 --> 00:11:17,946
ส่วนอื่น ๆ ของพืช ถ้าเราดูแถบสี

144
00:11:17,946 --> 00:11:21,946
น้ำเงินนี้นะคะ จะเห็นว่าแถบสีเข้มค่ะ ทางไซโทไคนิน

145
00:11:24,185 --> 00:11:25,788
ที่มีปริมาณมากนะคะ เมื่อใกล้บริเวณ

146
00:11:25,788 --> 00:11:29,788
ปลายราก แม้จะมีปริมาณ

147
00:11:33,018 --> 00:11:34,311
น้อยลงนะคะ เมื่อไกล้สู่ปลายยอดค่ะ

148
00:11:34,311 --> 00:11:36,231
ส่วนออกซินนะคะ ที่บริเวณปลายยอดจะมีความเข้มข้นสูง

149
00:11:36,231 --> 00:11:37,485
ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงนะคะ

150
00:11:37,485 --> 00:11:41,485
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะ

151
00:11:49,434 --> 00:11:49,779
ก็จะเห็นว่าบริเวณใกล้ยอด จะมี

152
00:11:49,779 --> 00:11:52,374
ปริมาณออกซินสูงกว่าไซโทไคนินค่ะ

153
00:11:52,374 --> 00:11:55,841
ทำให้มีผลการยับยั้ง

154
00:11:55,841 --> 00:11:59,325
ไม่เจริญที่บริเวณต่าง ๆ  แต่เมื่อมีการ

155
00:11:59,325 --> 00:12:03,325
ตัดปลายยอดนะคะ จะเป็นการทำลายแหล่งสร้างหลัก

156
00:12:07,707 --> 00:12:08,576
ของออกซิน ปริมาณของออกซินจึงลดลง

157
00:12:08,576 --> 00:12:11,788
ทำให้อัตราส่วนของไฮโคร

158
00:12:11,788 --> 00:12:15,788
ที่บริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดตาข้าง

159
00:12:22,242 --> 00:12:26,130
เจริญขึ้นได้ค่ะ นักเรียนสามารถสังเกตได้ว่าในรูปแรกนี้นะคะ ก่อนที่จะมีการตัดปลายยอดจะเห็น

160
00:12:26,130 --> 00:12:27,196
ตาข้างขนาดเล็กค่ะ แต่เมื่อตัดยอดแล้ว

161
00:12:27,196 --> 00:12:31,196
ตาข้างจะมีการเจริญมากขึ้นนะคะ และ

162
00:12:33,419 --> 00:12:37,419
จะพัฒนากลายเป็นกิ่งค่ะ ไซโทไคนิน

163
00:12:39,684 --> 00:12:40,984
กับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้าย

164
00:12:40,984 --> 00:12:44,984
...

165
00:12:49,289 --> 00:12:53,034
ไทไดเอซูรอน มีการนำมาใช้

166
00:12:53,034 --> 00:12:57,034
เพื่อช่วยเร่งการแตกตาข้างของพืช ควบคุม

167
00:12:58,937 --> 00:13:02,937
เพื่อทรงพุ่ม และมีการนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นในการสร้างยอด

168
00:13:07,818 --> 00:13:11,818
ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ที่เห็นนี่นะคะ

169
00:13:13,231 --> 00:13:14,509
เป็นการกระตุ้นการสร้างยอดของต้นพิทูเนียค่ะ

170
00:13:14,509 --> 00:13:17,722
จิ๊บเบเลลิน เป็นฮอร์โมน

171
00:13:17,722 --> 00:13:21,709
พืชอีกกลุ่มหนึ่งที่กระตุ้นการ

172
00:13:21,709 --> 00:13:25,709
มีการยืดตัวและแบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น

173
00:13:26,740 --> 00:13:27,748
และยังเกี่ยวข้องกับหลายกระบวนการในพืช

174
00:13:27,748 --> 00:13:31,498
เช่น ควบคุมการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด

175
00:13:31,498 --> 00:13:35,498
การออกดอกและการปิดผล จิบเบอเรลลิน

176
00:13:42,014 --> 00:13:46,014
กับการยืดตัวของลำต้น นักเรียนจำได้ไหม คะ ว่าตอน

177
00:13:46,084 --> 00:13:49,895
ม. 3 เรากเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับเมนเดล

178
00:13:49,895 --> 00:13:53,895
ซึ่ง 1 ในลักษณะพันธุกรรม ที่เมนดิลศึกษา คือ

179
00:13:56,728 --> 00:13:58,281
และต้นเตี้ย ซึ่งต่อมาพบว่าความสูงของ

180
00:13:58,281 --> 00:14:02,281
ต้นถั่วลันเตานั้นมีความสำคัญกับปริมาณจิบเบอเรลลิน

181
00:14:04,582 --> 00:14:08,582
ที่ต้นถั่วสร้างขึ้นค่ะ ถั่วลันเตาจะมีริบเบอเรลลิน

182
00:14:13,580 --> 00:14:13,978
ปริมาณมากกว่าถั่วลันเตาต้นเตี้ย

183
00:14:13,978 --> 00:14:14,103
จิบเบอเรลลินกับการนำไปใช้

184
00:14:14,103 --> 00:14:18,103
สารสังเคราะห์ที่มีจิ๊บเบเลเลนิ

185
00:14:18,987 --> 00:14:22,987
จิบเบอเรลลิน

186
00:14:27,894 --> 00:14:28,194
ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้

187
00:14:28,194 --> 00:14:32,194
ถ้าเราดูจากรูปค่ะ องุ่นทางด้านซ้ายมือนี้นะคะ ไม่ได้สารสังเคราะห์

188
00:14:38,493 --> 00:14:42,493
ความยาวผลจะ 3.5 เซนติเมตรค่ะ ส่วนองุ่นทางด้านขวานี้นะคะ

189
00:14:46,261 --> 00:14:47,865
จะมีการใช้สารสังเคราะห์ ความยาวของผลองุ่น

190
00:14:47,865 --> 00:14:49,266
จะประมาณ 4 เซนติเมตรค่ะ หลังจากเรียนเนื้อหา

191
00:14:49,266 --> 00:14:53,266
เสร็จแล้วนะคะ เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาในบทเรียนค่ะ

192
00:14:53,875 --> 00:14:57,875
ปัจจัยภายในที่มีการเจริญของพืช

193
00:15:00,762 --> 00:15:03,810
เช่น ฮอร์โมนพืช ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้นเพื่อ

194
00:15:03,810 --> 00:15:04,114
การเจริญเติบโตในแต่ละช่วงชีวิต

195
00:15:04,114 --> 00:15:05,551
มนุษย์สร้างสังเคราะห์

196
00:15:05,551 --> 00:15:09,551
เพื่อนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

197
00:15:13,711 --> 00:15:17,711
และเพิ่มผลผลิตของพืช ออกซิน

198
00:15:19,605 --> 00:15:21,504
ที่มีการค้นพบนะคะ มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับ

199
00:15:21,504 --> 00:15:25,481
การยืดตัวของเซลล์นอกจากนี้แล้ว ยังยับยั้ง

200
00:15:25,481 --> 00:15:27,593
กาเจริญเติบโตของตาข้าง

201
00:15:27,593 --> 00:15:31,593
กลุ่มไซโทไคนิน สารสังเคราะห์ที่

202
00:15:33,775 --> 00:15:37,751
มีสมบัติคล้ายออกซินนะคะ เช่น IBA และ NAA

203
00:15:37,751 --> 00:15:39,043
นิยมนำมาใช้เพื่อเร่งการเกิดราก

204
00:15:39,043 --> 00:15:43,043
กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ

205
00:15:45,869 --> 00:15:49,869
ให้ติดผลโดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิค่ะ เช่น

206
00:15:51,793 --> 00:15:55,793
แตงโมและสตอเบอรี่ เกี่ยวกับการแบ่งเซลล์และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์

207
00:15:55,999 --> 00:15:59,999
นอกจากนี้แล้วการการเจริญเติบโตของตา

208
00:16:03,027 --> 00:16:07,027
มาจากการทำงานร่วมกันของไซโทไคนินและออกซินค่ะ

209
00:16:08,561 --> 00:16:12,561
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายไซโทไคนินนะคะ

210
00:16:14,512 --> 00:16:17,060
เช่น BA และ TDC ช่วยเร่งการแตกตาข้างของพืช

211
00:16:17,060 --> 00:16:21,060
ทรงพุ่มของไม่ดอก ไม่ประดับ และไม่ผลบางชนิด

212
00:16:24,130 --> 00:16:26,084
และใช้กระตุ้นการสร้างยอดในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชค่ะ

213
00:16:26,084 --> 00:16:29,488
จิ๊บเบลาลิน มีบทบาท

214
00:16:29,488 --> 00:16:33,488
กระตุ้นให้เซลล์ลำต้น

215
00:16:36,190 --> 00:16:37,208
มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น นอกจากนี้แล้ว

216
00:16:37,208 --> 00:16:38,891
ยังควบคุมการงอกของพืชบางชนิด

217
00:16:38,891 --> 00:16:42,067
และควบคุมการออกดอกและการติดผล

218
00:16:42,067 --> 00:16:46,067
สังเคราะห์ที่มีสารคล้ายกับจิบเบอเรลลิน

219
00:16:54,620 --> 00:16:58,209
GA3 นิยมนำมาใช้ ช่วยให้ช่อองุ่นยาว

220
00:16:58,209 --> 00:17:02,209
ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ สำหรับคลิปนี้ขอจบการเรียนการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

221
00:17:04,183 --> 00:17:08,183
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

222
00:17:22,638 --> 00:17:18,865
Ր

223
00:17:04,625 --> 00:17:08,625

224
00:17:19,141 --> 00:17:23,141


