﻿1
00:00:15,319 --> 00:00:15,320

2
00:00:15,320 --> 00:00:19,320
(อาจารย์) สวัสดีค่ะนักเรียน วันนี้เราจะมาเรียนเรื่อง

3
00:00:22,579 --> 00:00:22,715

4
00:00:22,715 --> 00:00:26,585
... โดยครูนันทยา อัครอารีค่ะ

5
00:00:26,585 --> 00:00:29,458
ในหัวข้อการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

6
00:00:29,458 --> 00:00:33,458
มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนอธิบาย

7
00:00:38,415 --> 00:00:40,778
หลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

8
00:00:40,778 --> 00:00:44,778
แล้วก็ยีนที่อยู่บนโคมโนโซมเพศ

9
00:00:46,117 --> 00:00:50,117
ทั้ง 2 กรณีเป็นการขยายพันธุศาสตร์ มนุษย์เรานะคะ มีคำถามเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุ์กรรม

10
00:00:54,803 --> 00:00:58,803
นะคะ ว่าทำไมคนในครอบครัวเดียวกันนี่ถึงมีหน้าตาคล้ายกัน แล้วก็ลักษณะเหล่านี้นี่ จากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง

11
00:01:01,723 --> 00:01:05,723
ได้อย่างไรนะคะ ผู้ที่ศึกษาหลักอยู่ท่านหนึ่งก็คือ Gregor Mendel ค่ะ เขาได้ทำ

12
00:01:10,888 --> 00:01:13,952
พันธุกรรมของถั่วลันเตาหลาย ๆ พันธุกรรม

13
00:01:13,952 --> 00:01:17,466
ผลที่ได้นะคะ จนสรุปออกมาเป็นการถ่ายทอด

14
00:01:17,466 --> 00:01:21,466
ทางพันธุกรรม เดี๋ยวเราจะมาลองเรียนรู้เกี่ยวกับตัวอย่างที่ใช้หลักการของพันธุ์ศาสตร์

15
00:01:26,892 --> 00:01:30,376
จากนั้นนะคะ จะมาเรียนรู้ส่วนพันธุศาสตร์กันต่อค่ะ ลักษณะทางพันธุกรรม

16
00:01:30,376 --> 00:01:34,376
มีหลากหลายเลย สีตา สีผิว

17
00:01:40,309 --> 00:01:41,095
รวมทั้งโรคทางพันธุกรรมด้วย โรค

18
00:01:41,095 --> 00:01:45,095
ที่มีความสำคัญในประเทศไทย ก็คือ ทาลัสซีเมีย

19
00:01:50,644 --> 00:01:54,644
ผู้ป่วยนี่จะมีอาการซีด ตาเหลือง ตับม้ามโต

20
00:01:54,816 --> 00:01:58,816
มีบุคคลที่เป็นพาหะของโรคถึง 30 เปอร์เซ็นต์

21
00:02:02,402 --> 00:02:06,402
ของประชากรนะคะ ถ้าหากว่าเราขาดการป้องกัน แล้วก็ดูแลแล้วนี่

22
00:02:06,800 --> 00:02:07,197
เราก็จะทำให้เด็กเกิดใหม่มากขึ้นก็ควรจะมีการวางแผนครอบครัวค่ะ

23
00:02:07,197 --> 00:02:11,197
เรามาลองดูโจทย์นี้ดูนะคะ

24
00:02:14,879 --> 00:02:18,879
ภรรยาคู่หนึ่ง ไปปรึกษาแพทย์ก่อนมีบุตร แล้ว

25
00:02:19,172 --> 00:02:21,397
ทั้งคู่นี่เป็นพาหะของโรคทารัสซิเมีย

26
00:02:21,397 --> 00:02:25,397
จะต้องอธิบายการถ่ายทอดลักษณะของโลกนี้ให้ทั้งคู่เข้าใจ

27
00:02:30,170 --> 00:02:34,170
มากขึ้นนะคะ จะต้องอธิบายว่าอย่างไรบ้าง ประเด็นแรก ก็คือโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ ที่

28
00:02:38,050 --> 00:02:38,118
ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ ผ่านกระบวนการอะไรคะ ถูกต้องค่ะ

29
00:02:38,118 --> 00:02:42,118
ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ

30
00:02:43,893 --> 00:02:47,893
ที่อยู่บนโครโมโซมไปสู่เซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

31
00:02:53,633 --> 00:02:56,247
เรามาทบทวนกันนะคะ ยีนส์ทำหน้าที่อะไร ยีนส์มีหน้าที่บอก

32
00:02:56,247 --> 00:03:00,247
ลักษณะทางพันธุ์กรรม ลักษณะเช่น การเป็นโรคหรือ

33
00:03:00,502 --> 00:03:04,344
ไม่เป็นโรคทาลัสซีเมียนะคะ โดยยีนนี่เป็น

34
00:03:04,344 --> 00:03:06,241
ช่วงหนึ่งของ DNA DNA จะ

35
00:03:06,241 --> 00:03:10,241
เกิดเป็นโครงสร้างคือโครโมโซม อยู่บนโครโมโซมนะคะ ในมนุษย์เรามี

36
00:03:11,869 --> 00:03:15,869
โครโมโซมคู่เหมือนหรือฮอมอโลกัสโครโมโซม

37
00:03:21,910 --> 00:03:21,971
23 คู่ โดยทั่วไปแล้วนี่ ยีน

38
00:03:21,971 --> 00:03:25,971
จะอยู่เป็นคู่อัลลิลยีนหนึ่งอาจจะมีหลายรูปแบบ เรียกว่า "

39
00:03:30,169 --> 00:03:34,169
แอลลีล เช่น แอลลีลใหญ่

40
00:03:36,569 --> 00:03:40,569
ก็จะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีลักษณะเป็นปกตินะคะ

41
00:03:41,418 --> 00:03:43,647
และอัลลิลทีเล็ก ที่เป็นอัลลิลด้อย

42
00:03:43,647 --> 00:03:46,872
ที่จะก่อให้เกิดโรคทาลัสซีเมีย

43
00:03:46,872 --> 00:03:49,669
แอลลีลทั้ง 2 จะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน

44
00:03:49,669 --> 00:03:52,512
ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

45
00:03:52,512 --> 00:03:56,512
โดยลักษณะของคู่อัลลิลที่เป็นคู่โครโมโซม

46
00:03:58,989 --> 00:04:02,989
Genotype เช่น TT Tt tt ค่ะ

47
00:04:05,459 --> 00:04:07,819
ค่ะ ส่วนลักษณะภายนอกที่ปรากฎออกมาให้เห็นนี่ ว่า

48
00:04:07,819 --> 00:04:11,819
การเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคนะคะ เราเรียกว่า "ฟีโนไทป์"

49
00:04:14,930 --> 00:04:15,153
ถ้ามีคู่อัลลิลที่เป็นแบบเดียวกัน

50
00:04:15,153 --> 00:04:19,153
นะคะ เราจะจัด Genotype ที่เป็นโครโมโซมเดียวกัน

51
00:04:19,995 --> 00:04:23,995
หากว่ามีคู่ของแอลลีลที่มีรูปแบบแตกต่างกันนี่เราจะเรียก

52
00:04:26,588 --> 00:04:29,666
"เฮเทอโรไซกัส " ค่ะ

53
00:04:29,666 --> 00:04:33,666
เขาจะไม่เป็นโรคทาลิสซีเมีย โดยสามารถถ่ายทอดแอลลีล

54
00:04:37,433 --> 00:04:41,433
จะเห็นได้ว่าฟีโนไทป์นี่ก็จะขึ้นกับ

55
00:04:42,935 --> 00:04:45,589
แอลลีลที่เรามีอยู่นะคะ

56
00:04:45,589 --> 00:04:49,589

57
00:04:52,277 --> 00:04:56,277
ก็จะแสดงลักษณะด้อย ก็คือเป็นโรคทาลัสซีเมียค่ะ

58
00:04:56,335 --> 00:04:59,272
ฟีโนไทป์นะคะ นอกจาก

59
00:04:59,272 --> 00:04:59,462
จะขึ้นกับฟีโนไทด์แล้ว ก็จะขึ้นจาก

60
00:04:59,462 --> 00:05:03,462
ยกตัวอย่างเช่น ความสูงค่ะ ถ้าพ่อกับแม่เรามีลักษณะ

61
00:05:06,463 --> 00:05:07,867
สูงเราก็จะมีลักษณะสูงใช่ไหมคะ

62
00:05:07,867 --> 00:05:11,867
แต่ถ้าหากว่าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม

63
00:05:17,425 --> 00:05:21,425
นะคะ ก็จะส่งผลต่อลักษณะความสูงของเราด้วยค่ะ จากกรณีข้างต้นนะคะ ถ้าทั้งคู่มี

64
00:05:26,051 --> 00:05:26,515
แสดงว่ามีจีโนไทป์แบบใดคะ ถูกต้องค่ะ

65
00:05:26,515 --> 00:05:30,515
เป็นเฮเทอโรไซกัส แบบ Tt นะคะ

66
00:05:32,178 --> 00:05:36,178
โดยการคาดคะเนว่ามีลูกเป็นโรคเป็นเท่าไรนี่ เราจะสามารถนำความรู้ที่ Mandel

67
00:05:40,871 --> 00:05:43,588
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมาอธิบายได้ค่ะ

68
00:05:43,588 --> 00:05:47,588
จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมทาลัสซีเมีย

69
00:05:50,356 --> 00:05:54,356
จะอยู่เป็นคู่อัลลิลนะคะ เพียงแอลลีลเดียวเท่านั้น

70
00:05:54,584 --> 00:05:57,978
โดยลูกนะคะ จะได้รับแอลลีลหนึ่งจากแม่ผ่านทางเซลล์ไข่

71
00:05:57,978 --> 00:06:01,978
แล้วก็อีกแอลลีลหนึ่งจากทางเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

72
00:06:05,056 --> 00:06:09,056
ในการปฏิสนธินี่ เสปิมทำให้ลูกจะได้รับแอลลีลใด ก็ได้รับแบบสุ่มด้วย

73
00:06:11,543 --> 00:06:15,543
นะคะ เช่น เขาอาจจะได้แอลลีล T เล็กจากแม่

74
00:06:15,786 --> 00:06:19,786
แล้วก็แอลลีล T จากพ่อ หรือเขาอาจจะได้รับ

75
00:06:21,189 --> 00:06:25,189
อัลลิลทีเล็ก จากทั้งพ่อและแม่นะคะ เราสามารถจะคำนวณว่าลูกจะเป็นโรคหรือไม่เป็น

76
00:06:30,332 --> 00:06:34,160
โรคได้นะคะ ถ้าสังเกตนะคะ ถ้าหากว่าเขาได้รับแอลลีล T มานี่ ก็จะแสดงลักษณะไม่เป็นโรค

77
00:06:34,160 --> 00:06:38,160
ในที่นี้ก็จะเป็น 3 ใน 4 ได้รับแอลลีลด้อย ลูกก็จะแสดงลักษณะการเป็นโรค

78
00:06:45,785 --> 00:06:47,827
ธาลัสซีเมีย ในที่นี้ก็จะเห็นว่าจะมีโอกาสเป็น 1 ใน 4

79
00:06:47,827 --> 00:06:48,545
หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์นั่นเองค่ะ

80
00:06:48,545 --> 00:06:51,981
ถ้าหากมีคนกล่าวว่า ลูกเป็น

81
00:06:51,981 --> 00:06:55,981
ทาลัสซีเมียแล้ว ลูกคนที่ 2 จะมีโอกาสเป็นโรค

82
00:07:02,592 --> 00:07:06,592
นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่เพราะอะไรคะ สำหรับคุณครูนะคะ คุณครูไม่เห็นด้วยค่ะ

83
00:07:08,827 --> 00:07:12,827
เป็นเพียงการหาโอกาสเป็นโรคของลูกที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าลูกคนแรกจะเป็นโรคไปแล้วนี่ ลูกคนที่ 2 ก็

84
00:07:18,570 --> 00:07:22,570
เท่าเดิมก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ค่ะ โอกาสนี้จะเท่ากันทุกครั้ง ไม่ว่าจะตั้งครรภ์กี่ครั้งก็ตาม เพราะว่าแอลลีลี

85
00:07:26,533 --> 00:07:26,896
ที่ก่อโรคได้ก็สามารถถ่ายทอดจากแม่

86
00:07:26,896 --> 00:07:30,896
ไปสู่ลูกได้ค่ะ เช่นเดียวกันการพิจารณา

87
00:07:30,947 --> 00:07:32,141
เพศของลูกที่จะเกิดมานะคะ โดยจะมีโอกาส

88
00:07:32,141 --> 00:07:36,141
เกิดมาเป็นเพศชาย 50 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะเกิดมาเป็นเพศหญิง 50 เปอร์เซ็นต์

89
00:07:42,281 --> 00:07:46,281
ค่ะ เรามาลองทำโจทย์รวจสอบความเข้าใจกันนะคะ ถ้าหากว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเผือก แต่งงานกับ

90
00:07:47,111 --> 00:07:51,111
ผู้ชายที่มีลักษณะไม่เผือกจะมีโอกาสได้ลูก

91
00:07:54,962 --> 00:07:58,817
มีลักษณะเผือกเป็นเทาใด ลองทำดูนะคะ

92
00:07:58,817 --> 00:07:59,081
หรือว่าอาจจะลองกดหยุดพักเพื่อลองทำดูค่ะ

93
00:07:59,081 --> 00:08:03,081

94
00:08:10,996 --> 00:08:13,870
ค่ะ เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ ผู้หญิงที่มีลักษณะเผือก

95
00:08:13,870 --> 00:08:17,870
จะมี Genotype เป็นเผือกนะคะ

96
00:08:22,510 --> 00:08:23,979
ลักษณะไม่เผือกนะคะ อาจจะมีฟีโนไทป์

97
00:08:23,979 --> 00:08:26,544
ก็คือเป็น AA หรือ Aa

98
00:08:26,544 --> 00:08:27,954
เพราะฉะนั้นเราจะต้องพิจารณา

99
00:08:27,954 --> 00:08:31,954
แม่เป็น aa พ่อเป็น AA

100
00:08:32,636 --> 00:08:36,636
หรือแม่เป็น aa พ่อเป็น AA

101
00:08:38,074 --> 00:08:41,952
มาลองทำดูกันนะคะ กรณีแรกนี่

102
00:08:41,952 --> 00:08:44,118
แม่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้นะคะ

103
00:08:44,118 --> 00:08:48,118
ก็จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้อย่างนี้ค่ะ

104
00:08:51,836 --> 00:08:55,836
เมื่อเราพิจารณาลักษณะของลูกนะคะ ลูกทุกคนนี่จะมีตีโนไทป์เป็น AA

105
00:09:01,081 --> 00:09:05,081
เพราะฉะนั้นนี่ก็จะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ส่วนในกรณีที่ 2 นะคะ ถ้าลูกมีลักษณะเป็น Aa

106
00:09:10,746 --> 00:09:14,746
นะคะ พ่อมีฟีโนไทป์เป็น A a นี่ จะพิจารณ

107
00:09:14,931 --> 00:09:15,430
ได้ดังนี้ หากเราพิจารณาลักษณะของลูกที่เกิดมานะคะ

108
00:09:15,430 --> 00:09:19,430
Genotype ก็จะมีลักษณะเป็น

109
00:09:25,835 --> 00:09:29,835
Aa และ aa ค่ะ เพราะฉะนั้น โอกาสที่ลูกจะมีลักษณะเผือกก็จะเป็น

110
00:09:33,355 --> 00:09:35,742
กรณีที่ 2 คิดเป็น 50% ค่ะ

111
00:09:35,742 --> 00:09:39,742
นอกจากโรคทาลัสซีเมีย

112
00:09:42,877 --> 00:09:46,877
ผู้ศึกษาพบว่ายังมีอีกหลายกรณีเลยค่ะ ที่เมนเดลศศึกษา แต่ก็มีอีกหลายกรณีเช่นกัน

113
00:09:50,725 --> 00:09:54,725
ที่มีความแตกต่างกันไป แต่ก็สามารถใช้ลักษณะของแมนเดลหลักการของ Mandel มาอธิบายลักษณะได้ค่ะ

114
00:09:57,196 --> 00:09:58,724
เราจัดกรณีนี้นะคะ เป็นส่วนขยายเป็นพันธุศาสตร์ของ

115
00:09:58,724 --> 00:10:02,724
เมนเดลค่ะ เรามาลองดูกรณีแรกของมัลทิเพิล อัลลีน

116
00:10:07,027 --> 00:10:11,027
ลักษณะหมู่เลือดใน A B O ของมนุษย์นะคะ จะแบ่งเป็น A

117
00:10:15,031 --> 00:10:19,031
B, AB และ O ค่ะ เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่ต่างกันอย่างไรคะ

118
00:10:21,395 --> 00:10:25,395
ใช่ค่ะ บนผิวเซลล์ของเม็ดเลือดแต่ละหมู่ที่แตกต่างกันนะคะ สังเกตไหมคะว่า Genotype

119
00:10:30,298 --> 00:10:30,677
ของหมู่เลือดนี่จะมี 4 แบบ แต่ลักษณะก่อนหน้านี้ที่เราศึกษา

120
00:10:30,677 --> 00:10:34,677
มานี่ จะมีเพียงแต่ 2 แบบ เป็นเพราะอะไรคะ ยีน

121
00:10:36,507 --> 00:10:38,060
ที่เมลเดลศึกษานะคะ

122
00:10:38,060 --> 00:10:42,060
ยกตัวอย่างเช่น ยีนที่ควบคุมกับดอก

123
00:10:46,624 --> 00:10:49,026
จะมีแอลลีล P ควบคุมสีม่วง ส่วนแอลลีล p จะ

124
00:10:49,026 --> 00:10:50,538
ควบคุมดอกสีขาว แต่ในกรณีที่

125
00:10:50,538 --> 00:10:51,115
จะมีอัลลิลที่มีมากกว่า 2 อัลลิล

126
00:10:51,115 --> 00:10:55,115
เช่น แอลลีลที่ควบคุม

127
00:10:56,349 --> 00:11:00,349
เยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดง แอลลีล IB จะควบคุม

128
00:11:07,044 --> 00:11:08,169
Antigen B แล้วแอลลีลเล็ก

129
00:11:08,169 --> 00:11:11,110
จะไม่มีการสร้างแอนติเจน A และ แอนติเจน B

130
00:11:11,110 --> 00:11:14,137
เราเรียกกรณีที่มี

131
00:11:14,137 --> 00:11:18,137
มากกว่า 2 รูปแบบว่า Multiple Allel

132
00:11:18,695 --> 00:11:21,887
ถึงแม้มีแอลลีลที่

133
00:11:21,887 --> 00:11:22,999
เป็นไปได้ถึง 3 รูปแบบนะคะ

134
00:11:22,999 --> 00:11:26,999
ซึ่งแต่ละแอลลีลจะมี

135
00:11:28,730 --> 00:11:32,730
โครโมโซมเช่นเดียวกับเมนเดลศึกษา

136
00:11:34,351 --> 00:11:35,974
ในยีนควบคุม...

137
00:11:35,974 --> 00:11:39,974
คู่ที่ 9 อาจจะมี จีโนไทด์ได้หลายรูปแบบ

138
00:11:41,368 --> 00:11:45,368
IAIA IBi

139
00:11:50,931 --> 00:11:54,931
หรือ ii ค่ะ ครูจะลองเปรียบเทียบให้ฟังนะคะ ระหว่างเมนเดลนี่

140
00:11:58,084 --> 00:12:02,084
เรามีถุงเท้าให้เลือกอยู่ 2 สีค่ะ เราอาจจะเลือกใส่เป็นสีม่วงสีม่วง

141
00:12:02,380 --> 00:12:06,380
สีขาวสีขาวนะคะ แต่ในกรณีของ Multipl

142
00:12:11,063 --> 00:12:12,527
เรามีถุงเท้าให้เลือกถึง 3 สี คือสีแดง สีเขียว หรือสีเหลืองนะคะ ซึ่งเราอาจจะเลือก

143
00:12:12,527 --> 00:12:16,527
ใส่ได้หลากหลายออกไป แต่เราจะเลือกใส่ได้แค่ 2 ข้างเท่านั้นค่ะ

144
00:12:19,865 --> 00:12:23,865
การที่มีแอลลีล

145
00:12:24,622 --> 00:12:28,622
ที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบ ทำให้มีฟีโน ๆ ไท

146
00:12:31,069 --> 00:12:35,069
มากกว่ากรณีที่เมลลเดลศึกษานะคะ บุคคลที่มีเลือดหมู่ 0 จะมีแอลลีล i

147
00:12:35,895 --> 00:12:39,895
นะคะ ส่วนคนที่มีแอลลีล IA ก็จะมีเลือด

148
00:12:40,332 --> 00:12:44,332
หมู่ A ส่วนคนที่มีจีโนไทด์ที่มี A

149
00:12:46,465 --> 00:12:50,072
ก็จะมีเลือดหมู่ AB  โดยผิว

150
00:12:50,072 --> 00:12:54,072
เซลล์เม็ดเลือดแดง

151
00:12:55,162 --> 00:12:59,162
นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งนะคะ ที่เป็นกรณีศึกษา

152
00:13:02,003 --> 00:13:05,419
ค่ะ นักเรียนเราลองมาดูโจทย์นี้กันนะคะ ถ้าแม่มีเลือดหมู่ A

153
00:13:05,419 --> 00:13:08,712
เป็นเฮเทอโรไซกัส

154
00:13:08,712 --> 00:13:12,712
ทั้งคู่นะคะ เป็นเฮสโทโรไซกัส

155
00:13:17,082 --> 00:13:21,082
มี I a i เล็กค่ะ IBi ค่ะ

156
00:13:22,373 --> 00:13:25,244
ยีนที่ควบคุมลักษณะดังกล่าวนี่

157
00:13:25,244 --> 00:13:29,244
ซึ่งคู่แอลลีลจะแยกจากกันเมื่อมีเซลล์สืบพันธุ์

158
00:13:35,083 --> 00:13:39,083
ลูกจะได้รับอัลลิลหนึ่งจากพ่อ และอัลลิลหนึ่งจากแม่ค่ะ หมู่เลือดระบบ  ABO

159
00:13:41,243 --> 00:13:41,496
แอลลีลแต่จากกรณีที่เมนเดลศึกษา

160
00:13:41,496 --> 00:13:45,136
รูปแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมนี่

161
00:13:45,136 --> 00:13:48,691
จึงเรียกว่าขยายพันธุศาสตร์เมนเดลลค่ะ

162
00:13:48,691 --> 00:13:52,691

163
00:13:57,592 --> 00:14:01,592
กันดูนะคะ นักเรียนอาจจะลองกดหยุดพักนะคะ เพื่อลองทำโจทย์นี้ดู แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันค่ะว่าเฉลยเป็นอย่างไรนะคะ

164
00:14:05,938 --> 00:14:09,629

165
00:14:09,629 --> 00:14:12,001
เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลย

166
00:14:12,001 --> 00:14:16,001
พร้อม ๆ กันเลยนะคะ แม่นะคะ

167
00:14:16,199 --> 00:14:20,199
มี Genotype เป็น I B I A

168
00:14:23,785 --> 00:14:27,785
IBi สร้างเซลล์์สืบพันได้ดังนี้ค่ะ จาก

169
00:14:29,663 --> 00:14:33,663
ตารางในการช่วยหาโอกาสนะคะ แม่นี่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น

170
00:14:37,594 --> 00:14:41,541
ส่วนพ่อสามารสร้างเซลล์สืบพันธุ์เป็น IBia

171
00:14:41,541 --> 00:14:45,541
Genotype ของลูกเป็นดังนี้ โดยลูกนะคะ จะมีโอกาสที่มีหมู่เลือดดังนี้ค่ะ

172
00:14:48,322 --> 00:14:49,006
AB, A

173
00:14:49,006 --> 00:14:53,006
และเลือดหมู่บีค่ะ สักครู่เราทำการตรวจสอบความเข้าใจกันแล้ว

174
00:15:00,538 --> 00:15:01,844
นะคะ คราวนี้เรามาลองดูอีกกรณีหนึ่งค่ะ ถ้านักเรียน

175
00:15:01,844 --> 00:15:05,844
จะต้องเขียนเพื่อให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับกรณีนี้

176
00:15:09,985 --> 00:15:13,985
นักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้าง นักเรียนจะลองกดพักเพื่อลองทำกิจกรรมนี้ดูแล้วเราลองมาดูเฉลยกันค่ะ ว่าเป็นอย่างไรนะ

177
00:15:19,107 --> 00:15:19,338
ค่ะ นักเรียนเรามาดูเฉลยพร้อม ๆ

178
00:15:19,338 --> 00:15:22,830
กันเลยนะคะ พ่อและแม่นี่มีเลือดหมู A

179
00:15:22,830 --> 00:15:26,830
แสดงว่าอาจจะมีจีโนไทด์ เป็น IAIA หรืออาจจะเป็น

180
00:15:29,167 --> 00:15:30,886
IAi

181
00:15:30,886 --> 00:15:34,886
แสดงว่ามีฟีโนไทป์เป็น IAIB ค่ะ

182
00:15:35,044 --> 00:15:39,044
จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ที่

183
00:15:39,641 --> 00:15:40,151
พ่อกับแม่จะถ่ายทอดลักษณะแอลลีล

184
00:15:40,151 --> 00:15:44,151
มาให้ลูกได้นะคะ แสดงว่าอาจจะเกิดข้อผิดลาดบางประการได้

185
00:15:49,673 --> 00:15:51,475
ค่ะ ในปัจจุบันนี้นะคะ นอกจาก

186
00:15:51,475 --> 00:15:53,144
การตรวจหมู่เลือดแล้วนี่

187
00:15:53,144 --> 00:15:57,144
ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยค่ะ เรามาดูกรณีที่ยีนอยู่ในโครโมโซม

188
00:16:07,114 --> 00:16:09,758
กันต่อนะคะ จากตารางทั้ง 2 นี่สัดส่วนทางพันธุกรรมในเพศชายและเพศหญิงเป็นอย่างไรคะ

189
00:16:09,758 --> 00:16:13,758
จะสังเกตได้ว่า ลักษณะ หมู่เลือด A B O นี่

190
00:16:13,988 --> 00:16:17,988
ทั้งเทศชายและเพศหญิงมีลักษณะเดียวกัน

191
00:16:19,072 --> 00:16:23,072
ลักษณะตาบอดสีนี่เพศชายจะพบมากกว่าเพศหญิงนะคะ

192
00:16:25,331 --> 00:16:29,331
เพราะเหตุใดจึงเป็นแบบนั้น เดี๋ยวเรามาเรียน

193
00:16:30,851 --> 00:16:34,851
โครโมโซมของมนุษย์นะคะ จะมีทั้งหมด 23 คู่ ของโครโมโซม

194
00:16:38,097 --> 00:16:39,946
เป็นออโตโซม 23 คู่

195
00:16:39,946 --> 00:16:43,946
ถ้าหากว่ามีโครโมโซมเพศเป็น xy

196
00:16:46,019 --> 00:16:48,209
จะเป็นเพศชาย แต่ถ้ามีโครโมโซมเพศเป็น XX จะเป็น

197
00:16:48,209 --> 00:16:52,209
เพศหญิงนะคะ การที่ที่โครโมโซมเพศชายและเพศหญิงมีลักษณะแตกต่างกันนะคะ

198
00:16:56,028 --> 00:17:00,028
ทำให้ยีนบางยีนอาจจะไม่อยู่เป็นคู่แอลลีลเสมอไป

199
00:17:01,592 --> 00:17:05,592
เช่น ยีนส์ที่ควบคุมลักษณะซึ่งจะอยู่ที่โครโมโซม X ของมนุษย์นะคะ

200
00:17:06,277 --> 00:17:10,277
นี่จะมี 2 แอลลีล แต่ในเพศชาย

201
00:17:13,615 --> 00:17:17,615
ของยีนนี้เพียงแค่ 1 แอลลีล หมู่เลือดนะคะ ที่อยู่บน โครโมโซม หมู่เลือดที่มี

202
00:17:17,894 --> 00:17:21,894
ลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ จะมองเห็นปกติ แต่จะมีความบกพร่อง

203
00:17:27,134 --> 00:17:31,134
แต่ว่ามีความบกพร่องในเซลล์รับแสงในตาแยกสีแดงและสีแดงนะคะ ออกจากกันได้ยาก

204
00:17:31,771 --> 00:17:35,309
แต่ว่าระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันคนละบุคคล

205
00:17:35,309 --> 00:17:38,077
จะเห็นได้ว่าสามารถที่จะแยกสีออกกันได้ยาก เราจะ

206
00:17:38,077 --> 00:17:42,077
ใช้ตัวอักษรหรือลวดลายนะคะ มากำกับเพิ่มเพื่อ

207
00:17:43,089 --> 00:17:47,089
สามารถที่จะสื่อสารกับผู้อื่นได้เข้าใจ นอกจากนี้นะคะ

208
00:17:47,412 --> 00:17:51,412
ในการออกแบบเว็บไซต์ ก็จะคำนึงถึงสีที่เหมาะสมด้วย แล้วแบบนี้จะเห็นไฟสัญญาณ

209
00:17:57,471 --> 00:18:01,471
จราจรเป็นอย่างไรนะ เรามาดูภาพตัวอย่างกันค่ะ ถึงแม้บุคคลที่มีลักษณะ

210
00:18:04,587 --> 00:18:08,587
จะแยกสีเขียวและแดงออกจากกันยากนะคะ ซึ่งแต่ละสีของไฟจราจรจะอยู่ต่างกันค่ะ

211
00:18:12,307 --> 00:18:12,691
ระบุได้ค่ะ ลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ

212
00:18:12,691 --> 00:18:16,691
ควบคุมโดยแอลลีลด้อย

213
00:18:19,605 --> 00:18:20,854
ดังนั้นเพศหญิงที่มีอัลลิลย่อย

214
00:18:20,854 --> 00:18:24,854
ลักษณะตาบอดสี แต่ใสเพศชายจะแตกต่างกันออกไปนะคะ

215
00:18:27,601 --> 00:18:31,601
เพราะว่ามีโครโมโซม X เพียงโครโมโซมเดียว

216
00:18:32,208 --> 00:18:36,208
ตาบอดสี ถึงแม่ว่าจะมีแอลลีลด้อยเพียงแอลลีลเดียวค่ะ

217
00:18:38,841 --> 00:18:42,841
การพิจารณารูปแบบการถ่ายทอดสามารถใช้หลักการของ Mandel ได้นะคะ

218
00:18:45,851 --> 00:18:49,063
จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะจะอยู่กันเป็นคู่ของแอลลีล

219
00:18:49,063 --> 00:18:51,031
เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์และ

220
00:18:51,031 --> 00:18:55,031
อีกแอลลีลหนึ่งจะได้จากแม่ ถ้าเราแยกลักษณะของพ่อ

221
00:19:02,674 --> 00:19:02,793
และแม่นะคะ โอกาสที่จะมีลูกที่ตาบอดสี

222
00:19:02,793 --> 00:19:04,950
ใน 2 กรณีนี้ก็จะแตกต่างกันออกไป

223
00:19:04,950 --> 00:19:08,950
กรณีแรกไม่ว่าลูกจะเกิดเป็นเพศใด ลูกก็จะ

224
00:19:09,380 --> 00:19:13,301
ไม่บอดสีค่ะ แต่ในกรณีที่ 2 ค่ะ

225
00:19:13,301 --> 00:19:17,301
ที่ลูกจะมีตาบอดสีเป็น 50 เปอร์เซ็นต์

226
00:19:17,999 --> 00:19:21,999
ทุกคนจะเป็นพาหะของลักษณะตาบอดสี

227
00:19:23,176 --> 00:19:23,626
และลูกชายทุกคนก็จะมีลักษณะตาบอดสี

228
00:19:23,626 --> 00:19:27,626
ที่เป็นแบบนี้นะคะ เกิดจากการที่

229
00:19:34,895 --> 00:19:38,895
นี่มีโครโมโซม X 1 โครโมโซม วิธีหนึ่งในการทดสอบว่ามีลักษณะตาบอดสีหรือไม่

230
00:19:42,683 --> 00:19:46,683
หรือไม่นะคะ ก็คือใช้ชุดลักษระหลังภาพดังภาพค่ะ บุคคลที่มีลักษณะการตาบอดสีเขียวแดงนะคะ ไม่

231
00:19:50,921 --> 00:19:54,921
สามารถอ่านตัวเลข 74 หรือ 6 ได้ชัดเจนค่ะ เอาล่ะค่ะ เราลองมาตรวจสอบความเข้าใจ

232
00:19:56,402 --> 00:20:00,402
ยีนส์ที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันค่ะ ก็เป็นลักษณะของฮีโมฟิเลีย

233
00:20:05,140 --> 00:20:08,085
แอลลีลด้อยบนโครโมโซม X นะคะ นักเรียน

234
00:20:08,085 --> 00:20:11,276
อาจจะกดหยุดพัก

235
00:20:11,276 --> 00:20:15,276
แล้วก็ลองทำ แล้วมาลองฟังเฉลยพร้อม ๆ กันค่ะ

236
00:20:21,786 --> 00:20:25,786

237
00:20:27,173 --> 00:20:31,173
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทำกันได้หรือเปล่า เรามาดูเฉลยกันนะคะ จาก Genotype ของพ่อและแม่นะคะ

238
00:20:34,362 --> 00:20:38,362
จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

239
00:20:39,568 --> 00:20:43,568
แล้วก็สามารถที่จะมี

240
00:20:44,749 --> 00:20:48,749
Genotype ของรุ่นลูกได้เป็นดังนี้ เราจะเห็นได้นะคะ ว่าลูกผู้หญิง

241
00:20:54,424 --> 00:20:57,613
นี่ ก็จะไม่เป็นโรค เพราะว่าได้รับแอลลีลเด่นจากพ่อด้วยค่ะ แต่ในกรณีของผู้ชายนะคะ

242
00:20:57,613 --> 00:21:01,613
จะแตกต่างออกไป ได้รับเพียงอัลลิลด้อยจากแม่

243
00:21:03,692 --> 00:21:05,112
นะคะ ก็จะแสดงลักษณะเป็นโรค แต่ว่าผู้ชายนี่

244
00:21:05,112 --> 00:21:09,112
จะมีโครโมโซม X เพียง 1 โครโมโซมค่ะ

245
00:21:13,756 --> 00:21:16,877
เอาล่ะค่ะ เรามาสรุปเนื้อหาที่เราได้เรียนกัน

246
00:21:16,877 --> 00:21:20,877
ในคลิปนี้กันนะคะ ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดจากลักษณะพ่อแม่ไปสู่ลูกได้

247
00:21:24,397 --> 00:21:24,945
โดยผ่านยีนในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ ซึ่ง

248
00:21:24,945 --> 00:21:28,945
ลักษณะทางพันธุกรรม ก็หลากหลายนะคะ

249
00:21:34,025 --> 00:21:36,123
เป็นส่วนที่ขยายพันธุ์ศาสตร์เมลเดล ใช้หลักการที่ Mandel ค้นพบได้

250
00:21:36,123 --> 00:21:39,961
ลักษณะที่มีการควบคุมโดยยีน

251
00:21:39,961 --> 00:21:43,961

252
00:21:51,197 --> 00:21:55,197
ที่มีแอลลีลมากกว่า 2 รูปแบบ ก็จะเรียกว่า... เช่น ระบบหมู่เลือด A B O ส่วนลักษณะที่ควบคุมบนโครโมโซมเพศนะคะ

253
00:21:55,360 --> 00:21:56,194
จะมีโอกาสพบในเพศชายและเพศหญิงนี่ไม่เท่ากัน

254
00:21:56,194 --> 00:22:00,194
ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะตาบอดสี หรือ...

255
00:22:04,395 --> 00:22:08,395
ซึ่งนอกจากที่เป็นส่วนขยาย ของพันธุ์ศาสตร์เมนเดล

256
00:22:13,738 --> 00:22:17,738
แตกต่างกันไปอีกมากมายเลยค่ะ บางกรณีก็มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ลักษณะควบคุม

257
00:22:21,336 --> 00:22:22,667
หลาย ๆ ยีนส์ หรือลักษณะที่มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง

258
00:22:22,667 --> 00:22:25,232
นะคะ แต่หลักการพื้นฐานก็ยังเหมือนกันค่ะ

259
00:22:25,232 --> 00:22:29,232
ก็คือลักษณะทางพันธุกรรมนี่มีการถ่ายทอด

260
00:22:29,254 --> 00:22:33,254
ไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์นะคะ

261
00:22:36,290 --> 00:22:40,290
วันนี้นะคะ เราก็สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนครองครัว ว่าลูกที่เกิดมามีโอกาส

262
00:22:42,583 --> 00:22:44,699
เป็นโรคหรือไม่นะคะ มีโอกาสเท่าไร และนอกจากนี้นะคะ

263
00:22:44,699 --> 00:22:48,699
ก็ยังสามารถที่จะนำความรู้นี่ ไปปรับปรุงพันธุ์พืช

264
00:22:54,354 --> 00:22:58,354
แล้วก็พันธุ์สัตว์ได้ตามต้องการค่ะ ในคลิปนี้นะคะ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะทางพันธุ

265
00:23:03,215 --> 00:23:07,215
กรรมและในหัวข้อต่อ ๆ ไปนะคะ ก็จะได้รู้ว่ายีนนี่ทำหน้าที่ในการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม

266
00:23:09,857 --> 00:23:10,406
รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม รวมไปถึง

267
00:23:10,406 --> 00:23:14,406
การทำความรู้ทางพันธุ์ศาสตร์นะคะ

268
00:23:16,902 --> 00:23:20,902
ยกตัวอย่างเช่น การหาแอลลีลก่อโรคเพื่อวินิจฉัยโรค หรือนำไปใช้ทางการเกษตรนะคะ

269
00:23:31,441 --> 00:23:53,377
สำหรับคลิปนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]Ր

270
00:23:22,309 --> 00:23:26,309
สำหรับคลิปนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

271
00:23:35,219 --> 00:23:39,219

272
00:23:39,221 --> 00:23:43,221

273
00:23:43,222 --> 00:23:47,222

274
00:23:47,222 --> 00:23:47,223

275
00:23:47,223 --> 00:23:51,223

276
00:23:51,227 --> 00:23:51,227

277
00:23:51,227 --> 00:23:55,227


