--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม subtitle: date: วันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (อาจารย์) สวัสดีค่ะ สำหรับคลิปนี้นะคะ เป็นการสอนใน 4.3 ให้ความรู้โดย ทางพันธุ์กรรม ให้ความรู้โดยครู...ค่ะ โดยที่หัวข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ จุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายและยักตัวอย่างมิวเทชัน และผลของมิวเทชันต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และยกตัวอย่างนำนิวทริชัน เคยได้ยินเกียวกับการรนรงค์และป้องกันอันตรายจากแสงแดดนะคะ โดยการให้ลดการอยู่กลางแจ้งหรือให้ใช้ครีมกันแดดนะคะ นักเรียนคิดว่า เพราะอะไรจึงได้มีการระดมเหล่นี้เกิดขึ้นคะ เกิดขึ้นคะ ค่ะ คำตอบนะคะ ก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ความรู้การเปลี่ยนแปลงทางพันธุ์กรรมนะคะ อธิบายในเรื่องนี้ได้นะคะ ค่ะ กลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะ ลองดูที่ยีนส์ 1 ยีนส์กัน ทำไมยีนส์ 1 ยีนส์จึงมีได้มากกว่า 1 อัลลิล คำตอบ ก็คือเพราะว่า DNA นี่ เป็นสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิวนิวเทชัน โดยนิวคลิโอไทด์ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นนิวเทชัน ซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้นนี่ และทำให้เกิดลักษณะทงพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเป็นโรคได้ ดังในกรณีตัวอย่างนะคะ ของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมียค่ะ ซึ่งเป็นมิเทชันดังที่เห็นในรูปนะคะ มีการเปลี่ยนคู่เบส เป็นคู่เบสต์ อัลลิน แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์เพียงแค่ 1 คู่นี้นะคะ ทำให้ได้... ไม่ปกติ จนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคทาลัสซีเมียได้ค่ะ นอกจากนิวทริชันจะเกิดได้ในยีนส์ ยีนแล้วนะคะ ยังเกิดในระดับโครโมโซมได้ด้วยเช่นกันค่ะ สำหรับมิวเทชันนะคะ สามารถเกิดได้ทั้งในด้านโครงสร้างของโครโมโซมและด้านโครโมโซมค่ะ อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางพันธุ์กรรมได้ค่ะ เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ ตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะ ซึ่งชิ้นส่วนโครโมโซมขาดหายไป ทำให้บางอัลลิล หายไป จึงไม่สามารถกำหนดความปกติของโครโมโซมตามปกตินะคะ อย่างในรูปนี่ เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการคริดูชานะคะ โครโมโซม ส่งผลให้มีลักษณะศรีษะเล็ก มีลักษณะหน้าเกลียดนะคะ เสียงแหลมเป็นต้นค่ะ ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างของมิวเทชันในด้านของโครโมโซมนะคะ โดยโครโมโซมอาจจะเกินมาทั้งหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะ จากรูปนะคะ เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์นะคะ หรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะ คู่ที่ 21 ซึ่งส่งผลให้ มีรูปร่างเตี้ยนะคะ มีลักษณะน่าเกลียด แล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท่าสั้น เป็นต้นค่ะ เดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะ เราเป็นกลุ่มของอาการ เกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป 1 โครโมโซม เหลือแค่โครโมโซม X 1 โครโมโซมค่ะ มีลักษณะรูปร่างเตี้ย หน้าตาเปลี่ยน มีแผ่นที่คอ ค่ะ ที่เรียนมานี่ดูเหมือนว่ามีแต่นิวเทชัน ดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะ คราวนี้คำถามก็คือมิวเทชันนี่ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ อยากจะให้นักเรียนลองคิดคำตอบดูนะคะ ว่าลองให้เหตุผลด้วยว่า เพราะอะไรนักเรียนคิดแบบนั้น โดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลา 10 วินาทีนะคะ คิดพร้อม ๆ กันนะคะ เริ่มได้เลยค่ะ หมดเวลาแล้วนะคะ คำตอบก็คือ ไม่เสมอไปนะคะ เนื่องจากว่า นิวเทชันอาจจะทำให้เกิดผลดี ผลเสีย หรือไม่ส่งผลใด ๆ ต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นี่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร นะคะ ว่าไม่ส่งผลนี่มาได้อย่างไรนะคะ พูดอย่างเดียวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะ ที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะเผือกกันดีกว่าค่ะ อัลลิลเอใหญ่ ที่ทำงานได้ตามปกตินะคะ อาจจะทำให้ค้นะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ แต่ถ้าทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่ ก็สามารถการสังเคราะห์มิวเดลีเกิดขึ้นนะคะ ในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้โปรตีนนี่เปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้นะคะ ก็ทำให้และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ หรือถ้าหากว่ามิวเทชันไม่มีการสร้างโปรตีนหรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะ ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินจะเห็นได้ว่านะคะ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุ์กรรมนะคะ จะไม่ส่งผลมิวเทชันนี่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุเสมอไปนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันนั้นนี่กับโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ แต่ถ้ามันส่งผล มันส่งผลอย่างไร ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นนะคะ จะส่งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะ ที่ผ่านมาเรากันแต่ตัวอย่างผลเสียใช่ไหมคะ เช่น การเกิดโรคทาลัสซีเมียนะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูผลดีมีอย่างไรบ้างในบางกรณีนะคะ มิวเทชันก็อาจทำให้การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้น มิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แอนติเจนดัฟฟีนะคะ แอนติเจนออฟฟี่ ซึ่งส่งผลให้มีความต้านทานของการติดเชื้อมาลาเรียนะคะ มิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลักที่เกิดนะคะ ทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะ และความแตกต่างในลักษณะที่กำหนดค่ะ ซึ่งความหลายหลายทางพันธุ์กรรมนี้นะคะ ส่งผลอย่างมากเลย ต่อการเกิดวิวัฒนาการค่ะ เราจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่ 4.5 ค่ะ คราวนี้นะคะ ก็อยากให้คุณครูลองสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติมตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะ ทั้งในกรณีที่มีมิวเทชันทำให้เกิดโมิวเทชันที่ทำให้เกิดผลดีกับสิ่งมีชีวิต แล้วก็กรณีของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใด ๆ กับสิ่งมีชีวิตนะคะ อันนี้เพื่อที่นักเรียนจะได้เห็นความหลากหลาย คราวนี้นะคะ เราเรียนกันมาตั้งเยอะแล้วนะคะ แล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เราเพิ่งเรียนมานี่ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรนะคะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชันนี่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์ ในทุกเซลล์นะคะ การเกิดขึ้นของเซลล์สามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามมิวเทชันที่เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเรานี่ไม่สามารถถ่ายทอดไปได้แต่ว่ามันสามารถทำให้เกิดลักษณะการเปลี่ยนแปลงไป หรือว่าทำให้เกิดการเป็นโรคขึ้นมาได้ ตัวอย่างก็เช่นนะคะ มะเร็งหลาย ๆ ชนิดค่ะ ซึ่งนิวทริชัน สามารถเกิดขึ้นได้อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะ ที่ทำให้กิดมิวเทชันที่สูงขึ้นได้นะคะ เช่น รังสีอัลตราไวโอเลต, รังสี X รังสีแกมมา ควันในบุหรี่ โดยที่รังสีหรือสารเคมีดังกล่าวนะคะ ก่อให้กิดมิวเมชัน ที่ทำให้เซลล์เพิ่มจำนวน โดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะ ก็ส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะ ในกรณีของมะเร็งผิวหนัง การได้รับในแสงแดดนะคะ จะทำให้เกิดการส่งผลเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวหนัง ดังนั้นนะคะ การหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดดนี่ ก็อาจจะลดโอกาสในการเกิดนิวทริชัน ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะ การสูบบุหรี่เป็นการเกิดมะเร็งในปอดค่ะ เพราะว่าทาร์และฟอร์มัลดีไฮด์ในควันบุหรจะเพิ่มโอกาสในนิวทริชันในปอด ดังนั้นการไม่สูบบุรี่หรือการหลีกเลี่ยงการดมควันนะคะ ก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันค่ะ นอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะ มนุษย์นี่ก็ยังมีการนำความรู้ มาประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วย เพราะว่าน่าจะเคยได้ยิน ได้รับรู้ข้อมูลมาใช้ประโยชน์จากข่าวหรือแหล่งอื่น ๆ บ้างนะคะ เดี๋ยวครูจะลองยกตัวอย่างบางตัวอย่างให้ดูตัวอย่างการใช้หลักการมิวเทชัน เพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่ต้องการนะคะ โดยอันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องรังสีนะคะ เช่น การฉายรังสีแกรมม่า หรือเง่าของพุทธรักษา ของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารสีนะคะ ทำให้สีดอกเปลี่ยนไปค่ะ แล้วก็คัดเลือกต้นที่มีดอกสีใหม่ ทำให้ได้ดอกพุทธรักษา ที่มีสีต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ การใช้รังสีนะคะ เพื่อสร้างสีที่หลากหลายค่ะ นอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะ ก็อาจจะมีส่วนการใช้สารเคมี เพื่อที่จะยับยั้งในระหว่างการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างพืชที่มีชุดของโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะ อาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาดของดอกหรือผลนะคะ หรือเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตสารที่ต้องการ หรือเพื่อที่ได้ต้นพืชที่ได้เมล็ดอันนี้นะคะ นักเรียนอาจจะไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ ว่าตัวอย่างที่คุณครูยกว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้างนะคะ นอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชันนะคะ เพื่อการรักษาสุขภาพ และการชักนำที่มีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะ มนุษย์ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนในหัวข้อค่ะ จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะ เดี๋ยวเรามาลองตอบคำถาม เพื่อตรวจสอบความเข้าใจกันดูดีกว่านะคะ ลองดูสิว่าข้อความต่อไปนี้นี่ข้อแรกนะคะ มิวเทชันจะส่งผลเสียกับสิ่งมีชีวิต ถ้ามิเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะ เฉลยเลยนะคะ คำตอบที่ถูก ก็คือผิดค่ะ เราเรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะคะ ว่าการเกิดมิวเทชันนี่ มันอาจจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้นะคะ มาที่คำถามข้อที่ 2 นะคะ ถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัด และสารส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอด และทำให้ให้เกิดมะเร็งในปอด เมื่อชายคนดังกล่าวนะคะมีลูก สามารถถ่ายทอดนิวทริชัน นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะ คำตอบนะคะ ผิดค่ะ เพราะว่ามิวเทชันอันนี้เกิดในเซลล์ปอดใช่ไหมคะ แต่ว่า นิวทริชัน ที่จะส่งต่อไปยังลูกได้ ต้องเป็นมิวเทชันที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ จากที่เราได้เรียนมานะคะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาสรุปเนื้อหากันค่ะ การเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจจะเกิดในระดับยีนและเกิดในระดับโครโมโซมมิวเทชันนะคะ อาจะทำให้เกิดผลเสีย ผลดี หรือไม่ส่งผลใด ๆ ต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะ ขึ้นอยู่ว่าส่งผลให้เกิดการสังเคราะห์ หรือไม่และอย่างไรนะคะ มนุษย์ได้มีการนำหลักการของการเกิดมิวเทชัน โดยการชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะต่างจากเดิม โดยการใช้รังสีและสารเคมีค่ะ กับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงของพันธุ์กรรม โดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษา ก็คือเทคโนโลยีทาง DNA ค่ะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]