Ր2563 ค่ะ โดยองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อที่จะเชิญชวนเพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมทางสังคม ให้คนพิการได้แสดงศักยภาพให้สังคมได้ประจักษ์นะคะ ทำให้สังคมได้เกิดเป็นปกติที่สร้างสรรต่อคนพิการค่ะโดยในปีนี้นะคะ โองการสหประชาชาติ คือ สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลัง COVID-19 เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือว่า Bulilding โควิด-19 ครับผม และพิธีการในวันนี้นะครับ นอกจากทุกท่านจะเห็นล่ามภาษามือme ที่เรียกได้ว่าเป็นการแปลอักษรบนหน้าจอบนเวทีแทนเสียงทางไกลแบบทันต่อเวลานะครับ แน่นอนนะครับ ว่าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นผู้ผลิตนะครับ เพื่อที่ให้ทุกคนนะครับ ได้เข้าถึงข่าวสาร สาระประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ทุกคนบริโภคข้อมูลได้เช่นเดียวกันนั่นเองนะครับ และในโอกาสเดียวกันนี้ ผมขอเชิญ คุณ Gita Sabharwal ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสารจากองคการสหประชาชาติ วันคนพิการสากลประจำปี 2563 ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือครับ (Ms.Gita) สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเริ่มอีกครั้งหนึ่งนะคะ อยากจะขอกล่าวทักทาย ทุกท่านนะคะ และขอเรียนท่านรัฐมนตรี ท่านผู้แทนฯ รวมถึงท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ในเรื่องของ COVID-19 นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องของความจำเป็น และเป็นโอกาสในการจุดประกายความหวังของคนพิการทั่วโลกในเรื่องของการก้าวเข้าสู่การปรับเปลี่ยนสังคมในหลังโควิด เราพบว่าคนพิการทั่วโลกนั้น หลายท่านไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา ระบบการรักษาพยาบาล รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงยังมีคนพิการจำนวนมากที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความยากจน พบกับความรุนแรง และถูกละเลย และ โควิด-19 นั้น ได้กระทบต่อคนพิการมากยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป แต่เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องปกป้องและคุ้มครองสิทธิของคนพิการเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ การมีโอกาสในการสร้างครอบครัว การเดินทางรวมถึงการสามารถจะเข้าไปมีส่วนร่วมในงานต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม และการทำให้คนพิการสามารถได้ใช้สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่เข้าถึงและอยู่ในโลกที่มีความยั่งยืน และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมได้อย่างเท่าเทียมหลังเหตุ โควิด-19 นี่ เป็นสำคัญมากที่เราจะเห็นความร่วมมือกันกับคนพิการและองค์กรคนพิการต่าง ๆ ในการร่วมกันเฉลิมฉลองและมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะร่วมมือกันต่อสู่กันกับการเลือกปฏิบัติ ความไม่เป็นธรรม รวมถึงสิ่งที่คนพิการกำลังเผชิญอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน ขอบคุณค่ะ (พิธีกร) และในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ขอเชิญคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสาส์น วันคนพิการประจำปี 2563 ในนามของผู้แทนด้านองค์กรคนพิการของประเทศไทย ขอเสียงปรบมือและขอเรียนเชิญครับ [เสียงปรบมือ] (คุณชูศักดิ์) กราบเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนจาก UN คุณ Gita และเพื่อน ๆ องค์กรคนพิการทุกท่านครับ อยากจะเรียนว่าวันคนพิการสากลในปีนี้นะครับ เป็นงานที่มีคุณค่ามาก ๆ เพราะว่าหัวข้อก็คือ "สร้างสู่สังคมที่ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ รวมพลังหลัง โควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคนอย่างยั่งยืน วันนี้เป็นวันที่ UN เอง ที่นิวยอร์กเองนะครับ ที่นครนิวยอร์ก ได้มีการจัดแล้วก็มีการเฉลิมฉลองงานวันคนพิการสากลตรงกันเลยนะครับ แล้วประเด็นที่น่ายินดีมาก ก็คือวันนี้ที่ UN วันนี้ก็มีการพูดคุยกันเรื่องของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เพื่อคนพิการและกับคนพิการ หรือ Inclus for and with paersal เมื่อสักครู่พบได้คุยกับคุณ Gita เรื่องคนพิการในประเทศไทย ท่านประสานให้ทันทีครับ เรื่องของการพัฒนากิจการเพื่อสังคมสำหรับคมพิการ และต่อไปทีมของ UN หรือ UN นี่ จะมาทำงานร่วมกับคนพิการของเรา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ในโอกาสนี้นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตมติที่ประชุมชี้ให้เห็นว่าจากมติของการประชุมดังกล่าวนี่นะครับ สอดคล้องกับของ UN ส่งผลกับสมัชชาคนพิการ ซึ่งจัดโดยสมาคมคนพิการทุกประเภททั่วประเทศแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชื่นชมว่า ประเทศไทยของเรานะครับ เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด แล้วก็ที่ประชุมสมัชชาคนพิการ 5 ประการนะครับ ประการที่ 1 ก็คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการการพัฒนาสังคม และการพัฒนาสังคมทุกท่านนะครับ มีการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วง COVID ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเยียวยาคนพิการ 1,000 บาท นั่นเป็นการทำให้คนพิการนี่ พอที่จะขยับตัวอยู่ในสังคมได้ การประกาศพักชำระหนี้ ที่กู้ยืมเงินจากกองทุกคนพิการ แล้วก็รวมถึงการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 ก็มาถึงคนพิการด้วยนะครับ ก็ทำให้ชีวิตคนพิการนี่ดีขึ้นในระดับหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น ในประการที่ 2 นั้นนี่ คณะกรรมการจึงเห็นว่าถ้าเราคงการทำงานร่วมมือกันอย่างนี้ได้ต่อเนื่องนะครับ เราขอให้รัฐบาล โดยอย่างยิ่งรัฐบาลเองนี่ ส่งเสริมบทบาทของภาคพลังสังคมด้านด้านคนพิการนะครับ ให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลัง โควิด-19 อย่างเต็มที่นะครับ ซึ่งพวกเราที่เป็นองค์กรคนพิการพร้อมจะร่วมมือและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ข้อที่ 3 นะครับ ที่เราอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลช่วยเหลือคนพิการตามมติส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งเรามีมติกันเรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นมติที่คนพิการนี่นะครับชื่นชม นโยบายของท่านรัฐมนตรีนะครับ เปิดโอกาสให้คนพิการกู้เงินฉุกเฉิน 10,000 บาทนะครับ ซึ่งขณะนี้ก็มีความก้าวหน้าไป แต่ว่าเนื่องจากสถานการณ์วันนี้เราไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ COVID จะเป็นอย่างไร ก็อยากให้คงมตินี้ไว้ ก็อาจจะเปิดโอกาส หรืออาจจะขยายเวลาเพิ่มเติม ให้คนพิการได้ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อไปพัฒนาและอาชีพของตนเอง รวมทั้งเรื่องการปรับเบี้ยสวัสดิการคนพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้านะครับ เพราะว่าเราเข้าใจ เป็นความพยายามอย่างสูง ของกระทรวงที่จะผลัดดันเรื่องนี้ แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่จะมาในวันนี้ก็ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลนะครับ ให้ช่วยสนับสนุนกระทรวง พม. และคนพิการด้วยนะครับ เรื่องที่ สี่นะครับ ก็คือการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ และเราก็ทราบว่ายังมีหน่วยงานที่ยังไม่จ้างคนพิการ 8,000 คนนะครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ครับ ที่รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่อง 8,000 อัตราให้คนพิการเข้าทำงานภาครัฐ อาจจะเป็นการจ้างงานทางตรงนะครับ หรือการจัดสัมปทานพื้นที่ไปประกอบอาชีพนะครับ เช่น มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนมีพื้นที่ห้องอาหาร ก็เปิดโอกาสให้คนพิการนี่มีโอกาสเข้าไปประกอบอาชีพนะครับ แล้วกองทุนก็เติมเงินฉุกเฉิน 10,000 บาทไปให้ ก็ทำให้มีอาชีพที่ยั่งยืนมากขึ้น อันนี้เราอยากจะขอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเลยนะครับ แล้วก็จนถึงเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน Upskill Reskill ความพร้อมไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ผมได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้ ต่อเนื่องนะครับ เราก็ชื่นชมนะครับ เราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล แล้วก็กระทรวง พม. ต่อไปนะครับ เรื่องสุดท้ายเลยนะครับ ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือวันนี้มีความตื่นเต้นในวงการคนพิการระดับโลกนะครับ เราท่านหนึ่ง คือคุณเสาวลักษณ์ ทองกล๊วย สตรีพิการ แล้วก็เข้าไปแข่งขันนะครับ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสหประชาชาตินะครับ ซึ่งมีจำนวน 9 ท่าน วันนี้เขาเลือกไปแล้ว 8 นะครับ คุณเสาวลักษณ์เป็นรอบ 3 นะครับ ที่เชียร์ว่าจะเป็น 9 จะได้เป็น 9 คนในนี้ไหม ระหว่างประเทศไทยกับโดมินิกันนะครับ ท่านรัฐมนตรีส่งสัญญาณไปยังรัฐมตรีว่าการต่างประเทศนะครับ ให้คนไทยของเรา สตรีไทยของเรา จากองค์กรคนพิการนี่ไปทำงานระดับโลก มายกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนี่ ยืนอยู่บนเวทีโลกได้นี่ สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและคนพิการให้โอกาสคนพิการนะครับ เราพร้อมที่จะเดินสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ขอบพระคุณมากครับ (พิธีกรหญิง) ขอบพระคุณคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแห่งประเทศไทยที่ให้เกียรติอ่านสาส์นค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญของการจัดงานคนพิการสากล ประจำปี 2563 ในวันนี้เลยนะคะ ดิฉันขอเชิญท่านพัชรี อาระยะกุล ขึ้นกล่าวรายงาน ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณพัชรี) เรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และคนพิการ ทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ ในวันนี้ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ ๓ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้รับรองแผนปฏิบัติการระดับโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ ซึ่งทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม โดยในปี ๒๕๖๓ องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Building Back Better: toward a disability-inclusive, accessible and sustainable post COVID-19 World) ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID–19 โดยการกำหนดทิศทางและแนวทางการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ โดยคำนึงถึงทุกกลุ่มคนในสังคม ซึ่งหมายรวมถึงคนพิการจะต้องสามารถเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีจำนวน ๒,๐๗๑,๕๖๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๐๗ ของประชากรทั่วประเทศ และข้อมูลพบว่าคนพิการที่มีอายุมากว่า ๖๐ ปีหรือคนพิการสูงอายุมีถึงจำนวน ๑,๐๘๓,๘๔๘ คนหรือร้อยละ ๕๔ ของจำนวนคนพิการทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบุว่า ในปี ๒๕๗๑ สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society และจากสถิติของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น พบแนวโน้มว่าจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นความพิการร่วมด้วย นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คนพิการถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางจากทั้งทางทางตรงหรือทางอ้อมด้วย การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การอ่านสาส์นวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ โดยตัวแทนองค์กรสหประชาชาติ และนายกสมาคมสภาคนพิการแห่งประเทศไทย พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่น แก่คนพิการต้นแบบ และหน่วยงาน องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ นิทรรศการแสดงผลงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาภาพชีวิตคนพิการ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย ผู้แทน คนพิการ ครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ องค์กรด้านคนพิการ เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ ๕๐๐ คน ในโอกาสนี้ ขอเรียนเชิญทุกท่าน รับชมคำปราศรัย ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนพิการในประเทศไทย และขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงานวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ ตามลำดับค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (พิธีกร) ขอขอบพระคุณ ท่านพัชรี ของมนุษย์เป็นอย่างสูงค่ะ (พิธีกรชาย) และโอกาสนี้นะครับ ขอเรียนทุกท่านนะครับ ได้รับชมคำปราศรัย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เชิญครับ (พลเอก ประยุทธ์) พี่น้องคนพิการและที่รักทั้งหลาย เนื่องในโอกาส “วันคนพิการสากล” วันที่ 3 ธันวาคม 2563 รัฐบาลขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนพิการทุกคน ปี ๒๕๖๓ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้คนทุกกลุ่มในสังคม สามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2573 ของประเทศไทย ที่ให้คำมั่นว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ เงินช่วยเหลือเยียวยาคนพิการคนละ 1,000 บาท เงินช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางคนละ 3,000 บาท รวมถึงการพักชำระหนี้ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และการให้กู้ยืมเงินคนพิการ (ฉุกเฉิน) จากกองทุนฯ โดยไม่มีผู้ค้ำประกัน และไม่มีดอกเบี้ย นอกจากนี้ รัฐบาลมีการปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการให้กับคนพิการจากคนละ ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท เพื่อให้คนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีความสุข ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็น “สังคมแห่งโอกาส” มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในทุก ๆ ด้าน เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพระบารมีขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องคนพิการและครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณประโยชน์และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป สวัสดีครับ (พิธีกรหญิง) และในโอกาสนี้นะคะ ขอเรียนเชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เกียรติกล่าวเปิดงานค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ (พิธีกรชาย) ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] me ที่เรียกได้ว่าเป็นการแปลอักษรบนหน้าจอบนเวทีแทนเสียงทางไกลแบบทันต่อเวลานะครับ แน่นอนนะครับ ว่าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นผู้ผลิตนะครับ เพื่อที่ให้ทุกคนนะครับ ได้เข้าถึงข่าวสาร สาระประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ทุกคนบริโภคข้อมูลได้เช่นเดียวกันนั่นเองนะครับ และในโอกาสเดียวกันนี้ ผมขอเชิญ คุณ Gita Sabharwal ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสารจากองคการสหประชาชาติ วันคนพิการสากลประจำปี 2563 ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือครับ (Ms.Gita) สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเริ่มอีกครั้งหนึ่งนะคะ อยากจะขอกล่าวทักทาย ทุกท่านนะคะ และขอเรียนท่านรัฐมนตรี ท่านผู้แทนฯ รวมถึงท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ในเรื่องของ COVID-19 นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องของความจำเป็น และเป็นโอกาสในการจุดประกายความหวังของคนพิการทั่วโลกในเรื่องของการก้าวเข้าสู่การปรับเปลี่ยนสังคมในหลังโควิด เราพบว่าคนพิการทั่วโลกนั้น หลายท่านไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา ระบบการรักษาพยาบาล รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงยังมีคนพิการจำนวนมากที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความยากจน พบกับความรุนแรง และถูกละเลย และ โควิด-19 นั้น ได้กระทบต่อคนพิการมากยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป แต่เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องปกป้องและคุ้มครองสิทธิของคนพิการเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ การมีโอกาสในการสร้างครอบครัว การเดินทางรวมถึงการสามารถจะเข้าไปมีส่วนร่วมในงานต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม และการทำให้คนพิการสามารถได้ใช้สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่เข้าถึงและอยู่ในโลกที่มีความยั่งยืน และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมได้อย่างเท่าเทียมหลังเหตุ โควิด-19 นี่ เป็นสำคัญมากที่เราจะเห็นความร่วมมือกันกับคนพิการและองค์กรคนพิการต่าง ๆ ในการร่วมกันเฉลิมฉลองและมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะร่วมมือกันต่อสู่กันกับการเลือกปฏิบัติ ความไม่เป็นธรรม รวมถึงสิ่งที่คนพิการกำลังเผชิญอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน ขอบคุณค่ะ (พิธีกร) และในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ขอเชิญคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสาส์น วันคนพิการประจำปี 2563 ในนามของผู้แทนด้านองค์กรคนพิการของประเทศไทย ขอเสียงปรบมือและขอเรียนเชิญครับ [เสียงปรบมือ] (คุณชูศักดิ์) กราบเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนจาก UN คุณ Gita และเพื่อน ๆ องค์กรคนพิการทุกท่านครับ อยากจะเรียนว่าวันคนพิการสากลในปีนี้นะครับ เป็นงานที่มีคุณค่ามาก ๆ เพราะว่าหัวข้อก็คือ "สร้างสู่สังคมที่ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ รวมพลังหลัง โควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคนอย่างยั่งยืน" วันนี้เป็นวันที่ UN เอง ที่นิวยอร์กเองนะครับ ที่นครนิวยอร์ก ได้มีการจัดแล้วก็มีการเฉลิมฉลองงานวันคนพิการสากลตรงกันเลยนะครับ แล้วประเด็นที่น่ายินดีมาก ก็คือวันนี้ที่ UN วันนี้ก็มีการพูดคุยกันเรื่องของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เพื่อคนพิการและกับคนพิการ หรือ Inclus for and with paersal เมื่อสักครู่พบได้คุยกับคุณ Gita เรื่องคนพิการในประเทศไทย ท่านประสานให้ทันทีครับ เรื่องของการพัฒนากิจการเพื่อสังคมสำหรับคมพิการ และต่อไปทีมของ UN หรือ UN นี่ จะมาทำงานร่วมกับคนพิการของเรา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ในโอกาสนี้นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตมติที่ประชุมชี้ให้เห็นว่าจากมติของการประชุมดังกล่าวนี่นะครับ สอดคล้องกับของ UN ส่งผลกับสมัชชาคนพิการ ซึ่งจัดโดยสมาคมคนพิการทุกประเภททั่วประเทศแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชื่นชมว่า ประเทศไทยของเรานะครับ เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด แล้วก็ที่ประชุมสมัชชาคนพิการ 5 ประการนะครับ ประการที่ 1 ก็คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการการพัฒนาสังคม และการพัฒนาสังคมทุกท่านนะครับ มีการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วง COVID ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเยียวยาคนพิการ 1,000 บาท นั่นเป็นการทำให้คนพิการนี่ พอที่จะขยับตัวอยู่ในสังคมได้ การประกาศพักชำระหนี้ ที่กู้ยืมเงินจากกองทุกคนพิการ แล้วก็รวมถึงการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 ก็มาถึงคนพิการด้วยนะครับ ก็ทำให้ชีวิตคนพิการนี่ดีขึ้นในระดับหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น ในประการที่ 2 นั้นนี่ คณะกรรมการจึงเห็นว่าถ้าเราคงการทำงานร่วมมือกันอย่างนี้ได้ต่อเนื่องนะครับ เราขอให้รัฐบาล โดยอย่างยิ่งรัฐบาลเองนี่ ส่งเสริมบทบาทของภาคพลังสังคมด้านด้านคนพิการนะครับ ให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลัง โควิด-19 อย่างเต็มที่นะครับ ซึ่งพวกเราที่เป็นองค์กรคนพิการพร้อมจะร่วมมือและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ข้อที่ 3 นะครับ ที่เราอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลช่วยเหลือคนพิการตามมติส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งเรามีมติกันเรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นมติที่คนพิการนี่นะครับชื่นชม นโยบายของท่านรัฐมนตรีนะครับ เปิดโอกาสให้คนพิการกู้เงินฉุกเฉิน 10,000 บาทนะครับ ซึ่งขณะนี้ก็มีความก้าวหน้าไป แต่ว่าเนื่องจากสถานการณ์วันนี้เราไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ COVID จะเป็นอย่างไร ก็อยากให้คงมตินี้ไว้ ก็อาจจะเปิดโอกาส หรืออาจจะขยายเวลาเพิ่มเติม ให้คนพิการได้ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อไปพัฒนาและอาชีพของตนเอง รวมทั้งเรื่องการปรับเบี้ยสวัสดิการคนพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้านะครับ เพราะว่าเราเข้าใจ เป็นความพยายามอย่างสูง ของกระทรวงที่จะผลัดดันเรื่องนี้ แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่จะมาในวันนี้ก็ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลนะครับ ให้ช่วยสนับสนุนกระทรวง พม. และคนพิการด้วยนะครับ เรื่องที่ สี่นะครับ ก็คือการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ และเราก็ทราบว่ายังมีหน่วยงานที่ยังไม่จ้างคนพิการ 8,000 คนนะครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ครับ ที่รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่อง 8,000 อัตราให้คนพิการเข้าทำงานภาครัฐ อาจจะเป็นการจ้างงานทางตรงนะครับ หรือการจัดสัมปทานพื้นที่ไปประกอบอาชีพนะครับ เช่น มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนมีพื้นที่ห้องอาหาร ก็เปิดโอกาสให้คนพิการนี่มีโอกาสเข้าไปประกอบอาชีพนะครับ แล้วกองทุนก็เติมเงินฉุกเฉิน 10,000 บาทไปให้ ก็ทำให้มีอาชีพที่ยั่งยืนมากขึ้น อันนี้เราอยากจะขอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเลยนะครับ แล้วก็จนถึงเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน Upskill Reskill ความพร้อมไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ผมได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้ ต่อเนื่องนะครับ เราก็ชื่นชมนะครับ เราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล แล้วก็กระทรวง พม. ต่อไปนะครับ เรื่องสุดท้ายเลยนะครับ ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือวันนี้มีความตื่นเต้นในวงการคนพิการระดับโลกนะครับ เราท่านหนึ่ง คือคุณเสาวลักษณ์ ทองกล๊วย สตรีพิการ แล้วก็เข้าไปแข่งขันนะครับ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสหประชาชาตินะครับ ซึ่งมีจำนวน 9 ท่าน วันนี้เขาเลือกไปแล้ว 8 นะครับ คุณเสาวลักษณ์เป็นรอบ 3 นะครับ ที่เชียร์ว่าจะเป็น 9 จะได้เป็น 9 คนในนี้ไหม ระหว่างประเทศไทยกับโดมินิกันนะครับ ท่านรัฐมนตรีส่งสัญญาณไปยังรัฐมตรีว่าการต่างประเทศนะครับ ให้คนไทยของเรา สตรีไทยของเรา จากองค์กรคนพิการนี่ไปทำงานระดับโลก มายกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนี่ ยืนอยู่บนเวทีโลกได้นี่ สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและคนพิการให้โอกาสคนพิการนะครับ เราพร้อมที่จะเดินสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ขอบพระคุณมากครับ (พิธีกรหญิง) ขอบพระคุณคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแห่งประเทศไทยที่ให้เกียรติอ่านสาส์นค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญของการจัดงานคนพิการสากล ประจำปี 2563 ในวันนี้เลยนะคะ ดิฉันขอเชิญท่านพัชรี อาระยะกุล ขึ้นกล่าวรายงานต่อท่านประธานในพิธี ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณพัชรี) เรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และคนพิการ ทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ ในวันนี้ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ ๓ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้รับรองแผนปฏิบัติการระดับโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ ซึ่งทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม โดยในปี ๒๕๖๓ องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Building Back Better: toward a disability-inclusive, accessible and sustainable post COVID-19 World) ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID–19 โดยการกำหนดทิศทางและแนวทางการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ โดยคำนึงถึงทุกกลุ่มคนในสังคม ซึ่งหมายรวมถึงคนพิการจะต้องสามารถเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีจำนวน ๒,๐๗๑,๕๖๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๐๗ ของประชากรทั่วประเทศ และข้อมูลพบว่าคนพิการที่มีอายุมากว่า ๖๐ ปีหรือคนพิการสูงอายุมีถึงจำนวน ๑,๐๘๓,๘๔๘ คนหรือร้อยละ ๕๔ ของจำนวนคนพิการทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบุว่า ในปี ๒๕๗๑ สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society และจากสถิติของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น พบแนวโน้มว่าจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นความพิการร่วมด้วย นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คนพิการถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางจากทั้งทางทางตรงหรือทางอ้อมด้วย การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การอ่านสาส์นวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ โดยตัวแทนองค์กรสหประชาชาติ และนายกสมาคมสภาคนพิการแห่งประเทศไทย พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่น แก่คนพิการต้นแบบ และหน่วยงาน องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ นิทรรศการแสดงผลงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาภาพชีวิตคนพิการ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย ผู้แทน คนพิการ ครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ องค์กรด้านคนพิการ เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ ๕๐๐ คน ในโอกาสนี้ ขอเรียนเชิญทุกท่าน รับชมคำปราศรัย ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนพิการในประเทศไทย และขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงานวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ ตามลำดับค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (พิธีกร) ขอขอบพระคุณ ท่านพัชรี ของมนุษย์เป็นอย่างสูงค่ะ (พิธีกรชาย) และโอกาสนี้นะครับ ขอเรียนทุกท่านนะครับ ได้รับชมคำปราศรัย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เชิญครับ (พลเอก ประยุทธ์) พี่น้องคนพิการและที่รักทั้งหลาย เนื่องในโอกาส “วันคนพิการสากล” วันที่ 3 ธันวาคม 2563 รัฐบาลขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนพิการทุกคน ปี ๒๕๖๓ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้คนทุกกลุ่มในสังคม สามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2573 ของประเทศไทย ที่ให้คำมั่นว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ เงินช่วยเหลือเยียวยาคนพิการคนละ 1,000 บาท เงินช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางคนละ 3,000 บาท รวมถึงการพักชำระหนี้ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และการให้กู้ยืมเงินคนพิการ (ฉุกเฉิน) จากกองทุนฯ โดยไม่มีผู้ค้ำประกัน และไม่มีดอกเบี้ย นอกจากนี้ รัฐบาลมีการปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการให้กับคนพิการจากคนละ ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท เพื่อให้คนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีความสุข ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็น “สังคมแห่งโอกาส” มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในทุก ๆ ด้าน เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพระบารมีขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องคนพิการและครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณประโยชน์และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป สวัสดีครับ (พิธีกรหญิง) และในโอกาสนี้นะคะ ขอเรียนเชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เกียรติกล่าวเปิดงานค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ (พิธีกรชาย) ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (2563 ค่ะ โดยองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อที่จะเชิญชวนเพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมทางสังคม ให้คนพิการได้แสดงศักยภาพให้สังคมได้ประจักษ์นะคะ ทำให้สังคมได้เกิดเป็นปกติที่สร้างสรรต่อคนพิการค่ะโดยในปีนี้นะคะ โองการสหประชาชาติ คือ สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลัง COVID-19 เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือว่า Bulilding โควิด-19 ครับผม และพิธีการในวันนี้นะครับ นอกจากทุกท่านจะเห็นล่ามภาษามือme ที่เรียกได้ว่าเป็นการแปลอักษรบนหน้าจอบนเวทีแทนเสียงทางไกลแบบทันต่อเวลานะครับ แน่นอนนะครับ ว่าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นผู้ผลิตนะครับ เพื่อที่ให้ทุกคนนะครับ ได้เข้าถึงข่าวสาร สาระประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ทุกคนบริโภคข้อมูลได้เช่นเดียวกันนั่นเองนะครับ และในโอกาสเดียวกันนี้ ผมขอเชิญ คุณ Gita Sabharwal ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสารจากองคการสหประชาชาติ วันคนพิการสากลประจำปี 2563 ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือครับ (Ms.Gita) สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเริ่มอีกครั้งหนึ่งนะคะ อยากจะขอกล่าวทักทาย ทุกท่านนะคะ และขอเรียนท่านรัฐมนตรี ท่านผู้แทนฯ รวมถึงท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ในเรื่องของ COVID-19 นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องของความจำเป็น และเป็นโอกาสในการจุดประกายความหวังของคนพิการทั่วโลกในเรื่องของการก้าวเข้าสู่การปรับเปลี่ยนสังคมในหลังโควิด เราพบว่าคนพิการทั่วโลกนั้น หลายท่านไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา ระบบการรักษาพยาบาล รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงยังมีคนพิการจำนวนมากที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความยากจน พบกับความรุนแรง และถูกละเลย และ โควิด-19 นั้น ได้กระทบต่อคนพิการมากยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป แต่เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องปกป้องและคุ้มครองสิทธิของคนพิการเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ การมีโอกาสในการสร้างครอบครัว การเดินทางรวมถึงการสามารถจะเข้าไปมีส่วนร่วมในงานต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม และการทำให้คนพิการสามารถได้ใช้สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่เข้าถึงและอยู่ในโลกที่มีความยั่งยืน และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมได้อย่างเท่าเทียมหลังเหตุ โควิด-19 นี่ เป็นสำคัญมากที่เราจะเห็นความร่วมมือกันกับคนพิการและองค์กรคนพิการต่าง ๆ ในการร่วมกันเฉลิมฉลองและมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะร่วมมือกันต่อสู่กันกับการเลือกปฏิบัติ ความไม่เป็นธรรม รวมถึงสิ่งที่คนพิการกำลังเผชิญอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน ขอบคุณค่ะ (พิธีกร) และในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ขอเชิญคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสาส์น วันคนพิการประจำปี 2563 ในนามของผู้แทนด้านองค์กรคนพิการของประเทศไทย ขอเสียงปรบมือและขอเรียนเชิญครับ [เสียงปรบมือ] (คุณชูศักดิ์) กราบเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนจาก UN คุณ Gita และเพื่อน ๆ องค์กรคนพิการทุกท่านครับ อยากจะเรียนว่าวันคนพิการสากลในปีนี้นะครับ เป็นงานที่มีคุณค่ามาก ๆ เพราะว่าหัวข้อก็คือ "สร้างสู่สังคมที่ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ รวมพลังหลัง โควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคนอย่าง วันนี้เป็นวันที่ UN เอง ที่นิวยอร์กเองนะครับ ที่นครนิวยอร์ก ได้มีการจัดแล้วก็มีการเฉลิมฉลองงานวันคนพิการสากลตรงกันเลยนะครับ แล้วประเด็นที่น่ายินดีมาก ก็คือวันนี้ที่ UN วันนี้ก็มีการพูดคุยกันเรื่องของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เพื่อคนพิการและกับคนพิการ หรือ Inclus for and with paersal เมื่อสักครู่พบได้คุยกับคุณ Gita เรื่องคนพิการในประเทศไทย ท่านประสานให้ทันทีครับ เรื่องของการพัฒนากิจการเพื่อสังคมสำหรับคมพิการ และต่อไปทีมของ UN หรือ UN นี่ จะมาทำงานร่วมกับคนพิการของเรา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ในโอกาสนี้นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตมติที่ประชุมชี้ให้เห็นว่าจากมติของการประชุมดังกล่าวนี่นะครับ สอดคล้องกับของ UN ส่งผลกับสมัชชาคนพิการ ซึ่งจัดโดยสมาคมคนพิการทุกประเภททั่วประเทศแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชื่นชมว่า ประเทศไทยของเรานะครับ เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด แล้วก็ที่ประชุมสมัชชาคนพิการ 5 ประการนะครับ ประการที่ 1 ก็คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการการพัฒนาสังคม และการพัฒนาสังคมทุกท่านนะครับ มีการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วง COVID ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเยียวยาคนพิการ 1,000 บาท นั่นเป็นการทำให้คนพิการนี่ พอที่จะขยับตัวอยู่ในสังคมได้ การประกาศพักชำระหนี้ ที่กู้ยืมเงินจากกองทุกคนพิการ แล้วก็รวมถึงการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 ก็มาถึงคนพิการด้วยนะครับ ก็ทำให้ชีวิตคนพิการนี่ดีขึ้นในระดับหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น ในประการที่ 2 นั้นนี่ คณะกรรมการจึงเห็นว่าถ้าเราคงการทำงานร่วมมือกันอย่างนี้ได้ต่อเนื่องนะครับ เราขอให้รัฐบาล โดยอย่างยิ่งรัฐบาลเองนี่ ส่งเสริมบทบาทของภาคพลังสังคมด้านด้านคนพิการนะครับ ให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลัง โควิด-19 อย่างเต็มที่นะครับ ซึ่งพวกเราที่เป็นองค์กรคนพิการพร้อมจะร่วมมือและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ข้อที่ 3 นะครับ ที่เราอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลช่วยเหลือคนพิการตามมติส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งเรามีมติกันเรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นมติที่คนพิการนี่นะครับชื่นชม นโยบายของท่านรัฐมนตรีนะครับ เปิดโอกาสให้คนพิการกู้เงินฉุกเฉิน 10,000 บาทนะครับ ซึ่งขณะนี้ก็มีความก้าวหน้าไป แต่ว่าเนื่องจากสถานการณ์วันนี้เราไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ COVID จะเป็นอย่างไร ก็อยากให้คงมตินี้ไว้ ก็อาจจะเปิดโอกาส หรืออาจจะขยายเวลาเพิ่มเติม ให้คนพิการได้ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อไปพัฒนาและอาชีพของตนเอง รวมทั้งเรื่องการปรับเบี้ยสวัสดิการคนพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้านะครับ เพราะว่าเราเข้าใจ เป็นความพยายามอย่างสูง ของกระทรวงที่จะผลัดดันเรื่องนี้ แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่จะมาในวันนี้ก็ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลนะครับ ให้ช่วยสนับสนุนกระทรวง พม. และคนพิการด้วยนะครับ เรื่องที่ สี่นะครับ ก็คือการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ และเราก็ทราบว่ายังมีหน่วยงานที่ยังไม่จ้างคนพิการ 8,000 คนนะครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ครับ ที่รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่อง 8,000 อัตราให้คนพิการเข้าทำงานภาครัฐ อาจจะเป็นการจ้างงานทางตรงนะครับ หรือการจัดสัมปทานพื้นที่ไปประกอบอาชีพนะครับ เช่น มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนมีพื้นที่ห้องอาหาร ก็เปิดโอกาสให้คนพิการนี่มีโอกาสเข้าไปประกอบอาชีพนะครับ แล้วกองทุนก็เติมเงินฉุกเฉิน 10,000 บาทไปให้ ก็ทำให้มีอาชีพที่ยั่งยืนมากขึ้น อันนี้เราอยากจะขอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเลยนะครับ แล้วก็จนถึงเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน Upskill Reskill ความพร้อมไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ผมได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้ ต่อเนื่องนะครับ เราก็ชื่นชมนะครับ เราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล แล้วก็กระทรวง พม. ต่อไปนะครับ เรื่องสุดท้ายเลยนะครับ ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือวันนี้มีความตื่นเต้นในวงการคนพิการระดับโลกนะครับ เราท่านหนึ่ง คือคุณเสาวลักษณ์ ทองกล๊วย สตรีพิการ แล้วก็เข้าไปแข่งขันนะครับ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสหประชาชาตินะครับ ซึ่งมีจำนวน 9 ท่าน วันนี้เขาเลือกไปแล้ว 8 นะครับ คุณเสาวลักษณ์เป็นรอบ 3 นะครับ ที่เชียร์ว่าจะเป็น 9 จะได้เป็น 9 คนในนี้ไหม ระหว่างประเทศไทยกับโดมินิกันนะครับ ท่านรัฐมนตรีส่งสัญญาณไปยังรัฐมตรีว่าการต่างประเทศนะครับ ให้คนไทยของเรา สตรีไทยของเรา จากองค์กรคนพิการนี่ไปทำงานระดับโลก มายกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนี่ ยืนอยู่บนเวทีโลกได้นี่ สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและคนพิการให้โอกาสคนพิการนะครับ เราพร้อมที่จะเดินสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ขอบพระคุณมากครับ (พิธีกรหญิง) ขอบพระคุณคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแห่งประเทศไทยที่ให้เกียรติอ่านสาส์นค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญของการจัดงานคนพิการสากล ประจำปี 2563 ในวันนี้เลยนะคะ ดิฉันขอเชิญท่านพัชรี อาระยะกุล ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณพัชรี) เรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และคนพิการ ทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ ในวันนี้ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ ๓ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้รับรองแผนปฏิบัติการระดับโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ ซึ่งทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม โดยในปี ๒๕๖๓ องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Building Back Better: toward a disability-inclusive, accessible and sustainable post COVID-19 World) ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID–19 โดยการกำหนดทิศทางและแนวทางการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ โดยคำนึงถึงทุกกลุ่มคนในสังคม ซึ่งหมายรวมถึงคนพิการจะต้องสามารถเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีจำนวน ๒,๐๗๑,๕๖๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๐๗ ของประชากรทั่วประเทศ และข้อมูลพบว่าคนพิการที่มีอายุมากว่า ๖๐ ปีหรือคนพิการสูงอายุมีถึงจำนวน ๑,๐๘๓,๘๔๘ คนหรือร้อยละ ๕๔ ของจำนวนคนพิการทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบุว่า ในปี ๒๕๗๑ สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society และจากสถิติของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น พบแนวโน้มว่าจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นความพิการร่วมด้วย นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คนพิการถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางจากทั้งทางทางตรงหรือทางอ้อมด้วย การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การอ่านสาส์นวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ โดยตัวแทนองค์กรสหประชาชาติ และนายกสมาคมสภาคนพิการแห่งประเทศไทย พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่น แก่คนพิการต้นแบบ และหน่วยงาน องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ นิทรรศการแสดงผลงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาภาพชีวิตคนพิการ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย ผู้แทน คนพิการ ครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ องค์กรด้านคนพิการ เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ ๕๐๐ คน ในโอกาสนี้ ขอเรียนเชิญทุกท่าน รับชมคำปราศรัย ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนพิการในประเทศไทย และขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงานวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ ตามลำดับค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (พิธีกร) ขอขอบพระคุณ ท่านพัชรี ของมนุษย์เป็นอย่างสูงค่ะ (พิธีกรชาย) และโอกาสนี้นะครับ ขอเรียนทุกท่านนะครับ ได้รับชมคำปราศรัย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เชิญครับ (พลเอก ประยุทธ์) พี่น้องคนพิการและที่รักทั้งหลาย เนื่องในโอกาส “วันคนพิการสากล” วันที่ 3 ธันวาคม 2563 รัฐบาลขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนพิการทุกคน ปี ๒๕๖๓ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้คนทุกกลุ่มในสังคม สามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2573 ของประเทศไทย ที่ให้คำมั่นว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ เงินช่วยเหลือเยียวยาคนพิการคนละ 1,000 บาท เงินช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางคนละ 3,000 บาท รวมถึงการพักชำระหนี้ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และการให้กู้ยืมเงินคนพิการ (ฉุกเฉิน) จากกองทุนฯ โดยไม่มีผู้ค้ำประกัน และไม่มีดอกเบี้ย นอกจากนี้ รัฐบาลมีการปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการให้กับคนพิการจากคนละ ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท เพื่อให้คนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีความสุข ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็น “สังคมแห่งโอกาส” มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในทุก ๆ ด้าน เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพระบารมีขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องคนพิการและครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณประโยชน์และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป สวัสดีครับ (พิธีกรหญิง) และในโอกาสนี้นะคะ ขอเรียนเชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เกียรติกล่าวเปิดงานค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ (พิธีกรชาย) ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือุณจุตติ) เรียนท่านผู้บริการการพัฒนาสังคมท่านผู้แทนสหประชาชาติ ท่านนายกสภาผู้แทนคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศ ท่านหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรด้านคนพิการ และก็ท่านพี่น้องคนพิการ แล้วก็ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ วันนี้เป็นที่วันคนพิการสากลของโลก เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง เลยอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่จะกล่าวเปิดงาน อยากจะบอกว่าวันคนพิการสากลนั้น ที่เรามีกัน 3 ธันวาคมของทุกปี เราไม่ใช่เป็นวันที่ทำงานกันวันเดียว วันที่ทบทวนแล้วก็ว่าปีที่ผ่านมาเรามีอะไรที่จะต้องปรับปรุงบ้าง แล้วในปีต่อไป เราจะทำอะไรให้ดีขึ้น ประสบความสำเร็จ จริง ๆ แล้ว ผมจะกล่าวเปิดงานสั้น ๆ แต่ท่านนายกสมาคมสภาคนพิการได้ฝากประเด็นให้กับกระทรวงไว้ถึง 5 ข้อ ซึ่งถ้าเกิดไม่อธิบายชี้แจงให้ท่านฟัง ก็อาจจะคิดว่ารัฐบาลนั้น ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ผมยอมรับว่าเราไม่สามารถเป็นคนสมบูรณ์แบบได้ในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ ด้าน แต่ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าเราทำงานเกิดร้อย สำหรับคนพิการ ก็ต้องให้เกียรติ ให้เครดิตกับท่านอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านธนาพร ซึ่งเกษียณไปแล้ว แต่วันนี้มาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่ออย่างต่อเนื่องประการที่ท่านนายกสภาฯ ฝากมาก็คือเรื่องเยี่ยวยากลุ่มเปราะบาง ประกาศพักชำระหนี้เราได้ทำไปแล้ว การส่งเสริมบทบาทเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ที่ต้องทำงานร่วมกัน รับฟังซึ่งกันและกันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งภาคประชาชนแล้วก็กระทรวง เราต้องคำนึงถึงทั้ง 2 ฝ่าย ว่าถ้าเราไม่ร่วมมือกัน งานนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ท่านฝาก ก็คือว่าส่งเสริมให้จ้างคนพิการ 8,000 อัตรา ให้สัมปทานพื้นที่ประกอบอาชีพ upskill reskill ก็จะนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งไปพิจารณาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเต็มที่นะครับ โดยจะให้ไปดูว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นั้นเป็นผู้ริเริ่ม แล้วก้จะต้องคุยกับกระทรวงแรงงานนะครับ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยคือ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นต้น สุดท้าย ที่อยากจะกราบเรียนก่อนที่จะเปิดงานก็คือว่าคุณครูเสาวลักษณ์ฝากไว้นั้น เราได้เอาใจใส่นะครับ มาถึงวันนี้ได้ก็ไม่ธรรมดา ที่ได้ประชุมกับคุณเสาวลักษณ์ ตั้งแต่สิงหาคม ปีที่แล้ว ร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับเอกอัครราชทูต อดีตที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศหลายท่าน แล้วก็ได้จัดเขาเรียกว่า กิจกรรมที่จะไปแนะนำตัวให้รู้จักนะครับ แต่พอหลังจาก COVID มาก็เราทำได้จำกัด น้อยลง แต่ผมเชื่อว่า เรายังมีความหวังอย่างมากอยู่นะครับ สิ่งที่อยากจะบอก ก็คือว่าวันนี้ สิ่งที่สหประชาชาติได้เน้นรวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้ทำมาตลอดปี 2562 แล้วก็จะทำต่อไปในปี 2563 แล้วก็ 2564 แล้วก็ 2564 ผมเชื่อว่าวันนี้ความคิด mindset หัวใจที่เกิน 100 ของข้าราชการ ของกระทรวง พม. ทุกคน กลุ่มคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบางประเภทใดก็ตาม กับท่านนายกสภา ท่านวุฒิสภาชิก ท่านนายกสมาคมแล้วก็เรายินดีร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้คนพิการเข้าถึงอย่างเสมอภาค อย่างเท่าเทียม ขอขอบคุณในความร่วมมือที่ผ่านมา สำหรับทุกองค์กรแล้วก็ทุกท่านนะครับ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงานวันคนพิการสากล ประจำปีพุทธศักราช 2563 และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข แล้วก็ความสำเร็จ ตามสิ่งที่ท่านปรารถนา เราจะเดินไปด้วยกันแล้วก็ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังขอบพระคุณครับ (พิธีกรชาย) ครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูงนะครับ ที่ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานคนพิการประจำปี 2563 ในวันนี้ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับท่านครับ และในโอกาสเดียกวันนี้นะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการมอบโล่เกียรติคุณ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ชุดด้วยกัน ซึ่งในแต่ละชุด แน่นอนนะครับ ว่าได้รับการคัดเลือก คัดสรร และคัดกรองเป็นอย่างดีแล้ว ทุก ๆ ท่านเหมาะสมกับรางวัลที่จะได้รับ ทุก ๆ ท่าน ทุก ๆ องค์กรเลยนะครับ สำหรับการมอบรางวัลในชุดที่ 1 นะครับ ในชุดที่ 1 จะเป็นคนพิการต้นแบบประจำปี 2563 และสถานที่ดีเด่นที่เอื้อต่อคนพิการนะครับ รวมทั้งสิ้น 91 รางวัลด้วยกันนะครับ อย่างที่ได้นำเรียนทุกท่านไปนะครับ ว่าในทุก ๆ รางวัลนะครับ ที่จะเอ่ยนาม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ล้วนแต่เป็นบุคคลและองค์กรที่ได้รับการคัดเลือก คัดสรร มาเป็นอย่างดีแล้ว ผอ. เสาวลักษณ์ วิจิตร นะครับ ผู้อำนวยการ และแผนงาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้อ่านรายนามบุคคลที่ได้รับรางวัลนะครับ ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ (คุณเสาวลักษณ์) ค่ะ รายนามผู้เข้ารับประกาศเกียรติคุณ เนื่องในวันคนพิการสากล ประจำปี 260 รางวัล รางวัลต้นแบบ 72 รางวัล นางสาวสุพิชชา กุญชร นายจักรกฤษ เลิศจำนง นายจักนางสาวจินตากร ศรีภัค นายณรงค์ พูลประดิษฐ์ นายดลรอหิม สันโยค นายเดชา ลาวัล นางนิตยา เขาหนองบัว นางนิตยา สาอิ นายพรมพัท โชติสิรดานันท์ นางสาวเพ็ญ เกิดแก้ว นางสาวไพรวรรณ นายไรพสัณฑ์ แก่นคำ นางสาวยลใจ ศรีทัด นางวรรณภา ปินชัย นายวิวัฒ บุรีรัตน์ นายสมชาย หมัดอ่อน นายสันติ โกสิยานุภาพ นายสายัณห์ ดีเลิศ นายสุกานดา สุริยะรังศรี นายสุชาติ ละมัยนิล นางสุมาลี ยิ้มเกื้อ นายกาญจนา พินญาโพด นายขวัญชัย ม่วงอ่ำ นายจำลอง ดวงจิตร นายจำลอง สนุกใจ