2563 ค่ะ โดยองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อที่จะเชิญชวนเพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมทางสังคม ให้คนพิการได้แสดงศักยภาพให้สังคมได้ประจักษ์นะคะ ทำให้สังคมได้เกิดเป็นปกติที่สร้างสรรต่อคนพิการค่ะโดยในปีนี้นะคะ โองการสหประชาชาติ คือ สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลัง COVID-19 เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือว่า Bulilding COVID-19 ครับผม และพิธีการในวันนี้นะครับ นอกจากทุกท่านจะเห็นล่ามภาษามือบนหน้าจอแล้วนะครับ เราก็ยังเห็นแถบอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอเช่นกันนะครับ บนทีวีที่ทุกท่านเห็นอยู่ตอนนี้นะครับ เป็นแถบอักษรที่เรียกว่า Realtime ที่เรียกได้ว่าเป็นการแปลอักษรบนหน้าจอบนเวทีแทนเสียงทางไกลแบบทันต่อเวลานะครับ แน่นอนนะครับ ว่าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นผู้ผลิตนะครับ เพื่อที่ให้ทุกคนนะครับ ได้เข้าถึงข่าวสาร สาระประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ทุกคนบริโภคข้อมูลได้เช่นเดียวกันนั่นเองนะครับ และในโอกาสเดียวกันนี้ ผมขอเชิญ คุณ Gita Sabharwal ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ใก้เกียรติอ่านสารจากองคการสหประชาชาติ วีนคนพิการสากลประจำปี 2563 ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือค่ะ สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเริ่มอีกครั้งหนึ่งนะคะ อยากจะขอกล่าวทักทาย ทุกท่านนะคะ และขอเรียนท่านรัฐมนตรี ท่านผู้แทนฯ รวมถึงท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ในเรื่องของ COVID-19 นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องของความจำเป็น และเป็นโอกาสในการจุดประกายความหวังของคนพิการทั่วโลกในเรื่องของการก้าวเข้าสู่การปรับเปลี่ยนสังคมนะะค ในหลัง COVID เราพบว่าคนพิการทั่วโลกนั่น หลายท่านไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา ระบบการรักษาพยาบาล รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงยังมีคนพิการจำนวนมากที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความยากจน พบกับในความยากจนและถูกละเลย และ COVID-19 นั้น ได้กระทบต่อคนพิการมากยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป แต่เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องปกป้องและคุ้มครองสิทธิของคนพิการเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ การมีโอกาสในการสร้างครอบครัว การเดินทางรวมถึงการสามารถจะเข้าไปมีส่วนร่วมในงานต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม และการทำให้คนพิการสามารถได้ใช้สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่เข้าถึงและอยู่ในโลกที่มีความยั่งยืน และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมได้อย่างเท่าเทียมหลังเหตุ COVID-19 นี่ เป็นสำคัญมากที่เราจะเห็นความร่วมมือกันกับคนพิการและองกรคนพิการต่าง ๆ ในการร่วมกันเฉลิมฉลองและมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะร่วมมือกันต่อสู่กันกับการเลือกปฏิบัติ ความไม่เป็นธรรม รวมถึงสิ่งที่คนพิการกำลังเผชิญอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน ขอบคุณค่ะ (พิธีกร) และในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ขอเชิญคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสารคนพิการประจำปี 2563 ในนามของผู้แทนด้านองค์กรคนพิการของประเทศไทย ขอเสียงปรบมือและขอเรียนเชิญครับ (คุณชูศักดิ์) กราบเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทฯฯ จาก UN คุณ Gita และเพื่อน ๆ องค์กรคนพิการทุกท่านครับ อยากจะเรียนว่าวันคนพิการสากลในปีนี้นะครับ เป็นงานที่มีคุณค่ามาก ๆ เพราะว่าหัวข้อก็คือสร้างสู่สังคมที่ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ พลังหลัง COVID-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน อย่างยั่งยืน วันนี้เป็นวันที่ UN เอง ที่นิวยอร์กเองนะครับ ที่นครนิวยอร์ก ได้มีการจัดแล้วก็มีการเฉลิมฉลองงานวันคนพิการสากลตรงกันเลยนะครับ แล้วประเด็นที่น่ายินดีมาก ก็คือวันนี้ที่ UN วันนี้ก็มีการพูดคุยกันเรื่องของ การพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เพื่อคนพิการและกับคนพิการ for and with paersal เมื่อสักครู่พบได้คุยกับคุณ Gita เรื่องคนพิการในประเทศไทย ท่านประสานให้ทันทีครับ เรื่องของการพัฒนากิจการเพื่อสังคมสำหรับคมพิการ และต่อไปทีมของ UN หรือ UN นี่ จะมาทำงานร่วมกับคนพิการของเรา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ในโอกาสนี้นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตมติที่ประชุมชี้ให้เห็นว่าจากมติของการประชุมดังกล่าวนี่นะครับ ของ UN ส่งผลกับสมัชชาคนพิการ ซึ่งจัดโดยสมาคมคนพิการทุกประเภททั่วประเทศแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชื่นชมว่า ประเทศไทยของเรานะครับ เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID แล้วก็ที่ประชุมสมัฌฌาคนพิการ5 ประการนะครับ ประการที่ 1 ก็คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการการพัฒนาสังคม และการพัฒนาสังคมทุกท่านนะครับ มีการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วง COVID ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเยียวยาคนพิการ 1,000 บาท นั่นเป็นการทำให้คนพิการนี่ พอที่จะขยับตัวอยู่ในสังคมได้ การประกาศพักชำระหนี้ ที่กู้ยืมเงินจากกองทุกคนพิการ แล้วก็รวมถึงการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 ก็มาถึงคนพิการด้วยนะครับ ก็ทำให้ชีวิตคนพิการนี่ดีขึ้นในระดับหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น ในประการที่ 2 นั้นนี่ คณะกรรมการจึงเห็นว่าถ้าเราคงการทำงานร่วมมือกันอย่างนี้ได้ต่อเนื่องนะครับ เราขอให้รัฐบาล โดยอย่างยิ่งรัฐบาลเองนี่ ส่งเสริมบทบาทของภาคพลังสังคมด้านด้านคนพิการนะครับ ให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลัง COVID-19 อย่างเต็มที่นะครับ ซึ่งพวกเราที่เป็นองค์กรคนพิการพร้อมจะร่วมมือและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ข้อที่สามนะครับ ที่เราอยากจะขอให้ท่านรัฐตรี แล้วก็รัฐบาลช่วยเหลือคนพิการตามมติส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งเรามีมติกันเรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นมติที่คนพิการนี่นะครับชื่นชม นโยบายของท่านรัฐมนตรีนะครับ เปิดโอกาสให้คนพิการกู้เงินฉุกเฉิน 10,000 บาท นะครับ ซึ่งขณะนี้ก็มีความก้าวหน้าไป แต่ว่าเนื่องจากสถานการณ์วันนี้เราไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ COVID จะเป็นอย่างไร ก็อยากให้คงมตินี้ไว้ ก็อาจจะเปิดโอกาส หรืออาจจะขยายเวลาเพิ่มเติม ให้คนพิการเหล่านี้เพื่อไปพัฒนาและอาชีพของตนเอง รวมทั้งเรื่องการปรับเบี้ยสวัสดิการคนพิการจาก 800 เป็น 1000 ถ้วนหน้านะครับ เพราะว่าเราเข้าใจ เป็นความพยายามอย่างสูง ของกระทรวงที่จะผลัดดันเรื่องนี้ แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่จะมาสยนวันนี้ก็ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลนะครับ ให้ช่วยสนับสนุนกระทรวง พม. และคนพิการด้วยนะครับ เรื่องที่ สี่นะครับ ก็คือการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ และเราก็ทราบว่ายังมีหน่วยงานที่ยังไม่จ้างคนพิการ 8,000 คนนะครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ครับ ที่รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่อง 8,000 อัตราให้คนพิการเข้าทำงานภาครัฐ อาจจะเป็นการจ้างงานทางตรงนะครับ หรือการจัดสัมปทานพื้นที่ไปประกอบอาชีพนะครับ เช่น มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนมีพื้นที่ห้องอาหาร ก็เปิดโอกาสให้คนพิการนี่มีโอกาสเข้าไปประกอบอาชีพนะครับ แล้วกองทุนก็เติมเงินฉุกเฉิน 10,000 บาทไปให้ ก็ทำให้มีอาชีพที่ยั่งยืนมากขึ้น อันนี้เราอยากจะให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเลยนะครับ แล้วก็จนถึงเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน Up Skill Reskill ความพร้อมไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ผมได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้ ต่อเนื่องนะครับ เราก็ชื่นชมนะครับ เราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล แล้วก็กระทรวง พม. ต่อไปนะครับ เรื่องสุดท้ายเลยนะครับ ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือที่น่าตื่นเต้นในวงการคนพิการระดับโลกนะครับ เราท่านหนึ่ง คือคุณเสาวลักษณ์ ทองก้วย สตรีพิการ แล้วก็เข้าไปแข่งขันนะครับ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสหประชาชาตินะครับ ซึ่งมีจำนวน 9 ท่าน วันนี้เขาเลือกไปแล้ว 8 นะครับ คุณเสาวลักษณ์เป็นรอบ 3 นะครับ ที่เชียร์ว่าจะเป็น 9 จะได้เป็น 9 คนในนี้ไหม ระหว่างประเทศไทยกับ ท่านรัฐมนตรีส่งสัญญาณไปยังรัฐมตรีว่าการต่างประเทศนะครับ ให้คนไทยของเรา สตรีไทยของเรา จากองค์กรคนพิการนี่ไปทำงานระดับโลก มายกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนี่ ยืนอยู่บนเวทีโลกได้นี่ สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและคนพิการให้โอกาสคนพิการนะครับ เราพร้อมที่จะเดินสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ขอบคุณมากครับ (พิธีกรหญิง) ขอบพระคุณคุณศักดิ์ จันทยานนท์ค่ะ แห่งประเทศไทยที่ให้เกียรติอ่านสารค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญของการจัดงานคนพิการสากล ประจำปี 2563 ในวันนี้เลยนะคะ ดิฉันขอเชิญท่านพัชรี อาระยะกุล ต่อท่านประธานในพิธี ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณพัชรี) เรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พิธีกรหญิง) เรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมคนพิการทุกประเภท ทั่วประเทศต้องขอขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูง ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2563 ในวันนี้ สืบเนื่องจากองคการสหประชาชาติ ประเทให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่คนพิการ เพื่อเป็นการรำลึกถึง วันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติได้รับรองแผนการระดับโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการในกิจกรรมทางสังคม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมได้ประจักษ์ ทำให้สังคมเกิด สร้างสรรต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เ)็นทรัพยากรที่มีคุณค่าทางสังคม โดยในปี 2563 องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีไทยสู่โควิด 19 รวมคนทุกกลุ่มเข้าถึงคนทุกคนอย่างยั่งยืน Building World ให้ความสำคัญ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19กำหนดทิศทางและแนวทางการลดความเสี่ยง รวมถึงการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยคำนึงถึงทุกกลุ่มคนในสังคม ซึ่งรวมถึงคนพิการจะต้องสามารถเข้าถึงและเข้าถึงอย่างเป็นธรรม ปัจจุบันประเทศไทยมีคนพิการที่มีบัตรคนพิการ จำนวน 2,071,568 คน คิดเป็นร้อยละ 3.07 ของทั่วประเทศ และข้อมูลพบว่า ผู้พิการที่มีอายุมากกว่า 60 ปี หรือคนพิการสูงอายุ มีถึงจำนวน 1,083,848 คน 848 คน หรือร้อยละ 5.4 ของคนพิการทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบุว่า ในปี 2571 สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยสมบูรณ์ หรือ Age Socity และจากสถิติของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น พบว่าจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นความพิการร่วมด้วยนอกจากนี้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อ CORONA 2019 พบว่า กลุ่มคนพิการถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย สำหรับการจัดงานวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ในครั้งนี้ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การอ่านสาสน์วันคนพิการสากล ประจำปี 2563 โดยตัวแทนองค์การสหประชาชาติ และนายกสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พิธีมอบโล่ดีเด่นแก่คนพิการและองค์กรงานด้านคนพิการ นิทรรศการแสดงงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย ผู้แทนคนพิการ ครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ องค์การด้านทางภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 500 คน โอกาสนี้ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมรับชมเทปบันทึกคำปราศรัยของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา ท่านรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี เพื่อดเป็นขวัญปละกำลังใจแก่คนพิการในประเทศไทย และขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงานวันคนพิการประจำปี 2563 ค่ะ (พิธีกร) ขอขอบพระคุณ ท่านพัชรี ของมนุษย์เป็นอย่างสูงค่ะ (พิธีกรชาย) และโอกาสนี้นะครับ ขอเรียนทุกท่านนะครับ ได้รับชมคำปราศรัย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เชิญครับ (พลเอก ประยุทธ์) พี่น้องคนพิการและที่รักทั้งหลาย เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล วันที่ 3 ธันวาคม 2563 รัฐบาลขอส่งความระลึกถึง และความปรารถนาดีให้กับคนพิการ ปี 2563 องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน เข้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนา ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส CORONA 2019 โดยมีการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้คนทุกกลุ่มในสังคมได้เข้าถึงสวัสดิการและบริการของภาครัฐรับ ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2573 ของประเทศไทย ที่ให้คำมั่นไว้ว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของรัฐบาลได้ออกมาตราการและช่วยเหลือ ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว มอบเงินช่วยเหลือคนพิการ คนละ 1,000 เงินช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท รวมถึงการพักชำระหนี้ที่กู้ยืมเงิน จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและการให้กู้ยืมเงินคนพิการฉุกเฉิน โดยไม่มีผู้ค้ำประกันและไม่มีดอกเบี้ย นอกจากนี้รับบาลได้ปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยคนพิการ จากคนละ 800 บาท เป็น 1,000 บาท เพื่อให้คนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีความสุข ตามเจตนารมย์ของรัสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งโอกาสมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในทุก ๆ ด้าน เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล ประจำปี 2563 ขออารฐนาคุณพระศรีรันตตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็ดพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้โปรดดลบรรดาลประทานพรให้คนพิการและครับครัว ผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็งและสำริดผลในสิ่งที่พึ่งปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน เพื่อร่วมกันสร้างคุณประโยชน์และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป สวัสดีครับ (พิธีกรหญิง) และในโอกาสนี้นะคะ เรียนเชิญท่านยจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เกียรติเปิดงานค่ะ (พิธีกรชาย) ขอเรียนเชิญค่ะ // ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือเรียนท่านผู้บริการการพัฒนาสังคมท่านผู้แทนสหประชาชาติ ท่านนายกสภาผู้แทนคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศ ท่านหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรด้านคนพิการ และก็ท่านพี่น้องคนพิการ แล้วก็ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ วันนี้เป็นที่วันคนพิการสากลของโลก เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง เลยอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่จะกล่าวเปิดงาน อยากจะบอกว่าวันคนพิการสากลนั้น ที่เรามีกัน 3 ธันวาคมของทุกปี ไม่ใช่วันที่ทำงานกันวันเดียว วันที่ทบทวนแล้วก็ว่าปีที่ผ่านมาเรามีอะไรที่จะต้องปรับปรุงบ้าง แล้วในปีต่อไป เราจะทำอะไรให้ดีขึ้น ประสบความสำคัจริง ๆ แล้ว ผมจะกล่าวเปิดงานสั้น ๆ แต่ท่านนายกสมาคมสภาคนพิการได้ฝากประเด็นให้กับกระทรวงไว้ถึง 5 ข้อ ซึ่งถ้าเกิดไม่อธิยานชี้แจงให้ท่านฟัง ก็อาจจะคิดว่ารัฐบาลนั้น ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ผมยอมรับว่าเราไม่สามารถเป็นคนสมบูรณ์แบบได้ในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ ด้าน แต่ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าเราทำงานเกิดร้อย สำหรับคนพิการ ก็ต้องให้เกียรติ ให้เครดิตกับท่านอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านธนาพร ซึ่งเกษียณไปแล้ว แต่วันนี้มาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่ออย่างต่อเนื่องประการที่ท่านนายกสภาฯ ฝากมาก็คือเรื่องเยี่ยวยากลุ่มเปราะบาง ประกาศพักชำระหนี้เราได้ทำไปแล้ว การส่งเสริมบทบาทเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ที่ต้องทำงานร่วมกัน รับฟังซึ่งกันและกันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งภาคประชาชนแล้วก็กระทรวง เราต้องคำนึงถึงทั้ง 2 ฝ่าย ว่าถ้าเราไม่ร่วมมือกัน งานนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ท่านฝาก ก็คือว่าส่งเสริมให้จ้างคนพิการ 8,000 อัตรา ให้สัมปทานพื้นที่ประกอบอาชีพ up skill reskill ก็จะนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งไปพิจารณาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเต็มที่นะครับ โดยจะให้ไปดูว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นั้นเป็นผู้ริเริ่ม แล้วก้จะต้องคุยกับกระทรวงแรงงานนะครับ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยคือ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นต้น สุดท้าย ที่อยากจะกราบเรียนก่อนที่จะเปิดงานก็คือว่าคุณครูเสาวลักษณ์ฝากไว้นั้น เราได้เอาใจใส่นะครับ มาถึงวันนี้ได้ก็ไม่ธรรมดา ที่ได้ประชุมกับคุณเสาวลักษณ์ ตั้งแต่สิงหาคม ปีที่แล้ว ร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับข้าราชทูต อดีตที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศหลายท่าน แล้วก็ได้จัดเขาเรียกว่า กิจกรรมที่จะไปแนะนำตัวให้รู้จักนะครับ แต่พอหลังจาก COVID มาก็เราทำได้จำกัด น้อยลง แต่ผมเชื่อว่า เรายังมีความหวังอย่างมากอยู่นะครับ สิ่งที่อยากจะบอก ก็คือว่าวันนี้ สิ่งที่สหประชาชาติได้เน้นรวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้ทำมาตลอดปี 2562 แล้วก็จะทำต่อไปในปี 2563 แล้วก็ 2564 แล้วก็ 2564 ผมเชื่อว่าวันนี้ความคิด midset หัวใจที่เกิน 100 ของข้าราชการ ของกระทรวง พม. ทุกคน กลุ่มคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบางประเภทใดก็ตาม กับท่านนายกสภา ท่านวุฒิสภาชิก ท่านนายกสมาคมแล้วก็เรายินดีร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้คนพิการเข้าถึงอย่างเสมอภาค อย่างเท่าเทียม ขอขอบคุณในความร่วมมือที่ผ่านมา สำหรับทุกองค์กรแล้วก็ทุกท่านนะครับ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2563 และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข แล้วก็ความสำเร็จ ตามสิ่งที่ท่านปรารถนา เราจะเดินไปด้วยกันแล้วก็ไม่ทิ้งใครไว่ข้างหลังขอบพระคุณครับ (พิธีกรชาย) ครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูงนะครับ ที่ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานคนพิการประจำปี 2563 ในวันนี้ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับท่านครับ และในโอกาสเดียกวันนี้นะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการบองโล่เกียรติคุณ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ชุดด้วยกัน ซึ่งในแต่ละชุด แน่นอนนะครับ ว่าได้รับการคัดเลือก คัดสรร และคัดกรองเป็นอย่างดีแล้ว ทุก ๆ ท่านเหมาะสมกับรางวัลที่จะได้รับ ทุก ๆ ท่าน ทุก ๆ องค์การเลยนะครับ สำหรับการมอบรางวัลในชุดที่ 1 นะครับ ในชุดที่ 1 จะเป็นคนพิการตั้งแบบประจำปี 2563 และสถานที่ดีเด่นที่เอื้อต่อคนพิการนะครับ รวมทั้งสิ้น 91 รางวัลด้วยกันนะครับ อย่างที่ได้นำเรียนทุกท่านไปนะครับ ว่าในทุก ๆ รางวัลนะครับ ที่จะเอ่ยนาม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ล้วนแต่เป็นบุคคลและองค์กรที่ได้รับการคัดเลือก คัดสรร มคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว ผอ. เสาวลักษณ์ วิจิตร นะครับ ผู้อำนวยการ และแผนงาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้อ่านรายนามบุคคลที่ได้รับรางวัลนะครับ ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ (คุณเสาวลักษณ์) ค่ะ รายนามผู้เข้ารับประกาศเกียรติคุณ เนื่องในวันคนพิการสากล ประจำปี 260 รางวัล รางวัลต้นแบบ 72 รางวัล นางสาวสุพิชชา กุญชร นายจักรกฤษ เลิศจำนง นายจักนางสาวจินตากร ศรีภัค นายณรงค์ พูลประดิษฐ์ นายดลรอหิม สันโยค นายเดชา ลาวัล นางนิตยา เขาหนองบัว นางนิตยา สาอิ นายพรมพัท โชติสิรดานันท์ นางสาวเพ็ญ เกิดแก้ว นางสาวไพรวรรณ นายไรพสัณฑ์ แก่นคำ นางสาวยลใจ ศรีทัด นางวรรณภา ปินชัย นายวิวัฒ บุรีรัตน์ นายสมชาย หมัดอ่อน นายสันติ โกสิยานุภาพ นายสายัณห์ ดีเลิศ นายสุกานดา สุริยะรังศรี นายสุชาติ ละมัยนิล นางสุมาลี ยิ้มเกื้อ นายกาญจนา พินญาโพด นายขวัญชัย ม่วงอ่ำ นายจำลอง ดวงจิตร นายจำลอง สนุกใจ