--- title: อินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง ปี 2 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 08.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (พี่การ์ตูน) สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ อ. แม่ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ ดูนะคะ วิชาตัวนี้นะคะ เป็นวิชาใหม่ เพราะว่าสาขานี้นะคะ ตัวนี้คือชื่อวิชาว่า "อินเของสรรพสิ่ง หรือชื่อภาษาอังกฤษ Internet of Things ซึ่งจะเรียกย่อ ๆ ว่า IoT นะคะ ก็คือมาจากตัวใหญ่ ก็คือ I มาจาก Internet O มาจากคำว่า "of" แล้วก็ T นะคะ ก่อนจะเรียนนะคะ เราก็ต้องรู้จักก่อน ว่าคำนี้มาจากอะไร Internet of Things นี่ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งนะคะ แปลเป็นไทยมันจะแม่งนะคะ เพราะฉะนั้น จะไม่พยายามใช้ภาษาไทย จะใช้ภาษาอังกฤษเยอะหน่อยนะคะ เห็นไหม ก่อนอื่น ความหมายของเจ้า Internet of Things นี่นะคะ มันเกิดมาจากคำ 2 คำ ที่จะเป็นตัวเชื่อมกัน ก็คือมาจากคำว่า "Internet" คำแรกเลย Internet เราก็รู้อยู่แล้ว นั่นก็คืออะไรคะ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ขนาดใหญ่ ที่เดี๋ยวนี้ตอนนี้ถ้าเราจะเล่นเฟซ เล่นไลน์เราต้องมีอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ มันถึงจะเปิดได้ ถ้าเราไม่เปิดอินเทอร์เน็ตเราจะเล่นพวกนี้ไม่ได้นะคะ มันคือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อีกตัวหนึ่ง Things Things ในที่นี้ก็คือสิ่งของหรือวัตถุต่าง ๆ นะคะ เห็นไหม หมายถึง เช่น ถ้าอยู่หน้าเรานี่ก็จะมีจอคอมพิวเตอร์ เมาส์หรือโทรศัพท์มือถือนะคะ เสื้อผ้า นี่ เสื้อผ้าเรานะคะ ก็คือสิ่งของหรือวัตถุต่าง ๆ ที่เราเห็นอยู่นี่นะ เพราะคำว่า "Things" มาจากหรือสิ่งของ หรือวัตถุนี่นะคะ ทีนี้มันทำอะไรไอ้ 2 ตัวนี้ ก็คือ Internet of Things หมายถึงการที่เรานำอินเทอร์เน็ตนะคะ มาจัดการกับพวกวัตถุพวกนี้ ทำให้มันเกิดอะไรขึ้นได้ มาดูต่อ ๆนะคะ ดูกรอบแนงคิดของ IoT หรือ Internet of Things ก่อน กรอบมันมีอยู่ว่าการที่เราใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต ไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ คือ เชื่อมกับเสื้อผ้า เด็ก ๆ อาจจะมองภาพไม่ออก ใครเคยมี... อะไรนะ ไอ้นี่ ลืมวันนี้ลืมใส่มาด้วย Smart Watch น่ะ นึกออกไหม ตัวนั้นน่ะนะคะ ก็จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพราะ เป็น Smart Watch จริง ๆ มันจะโทร. ได้ด้วย มันก็คือใช้วิธีการโทร. ผ่านเครือข่ายนะคะ ผ่านเครือข่ายนะคะ ก็คือต้องเอาาอุปกรณ์ตัวนั้นไปเชื่อมกับเครือข่ายให้มันทำงานได้ แล้วเนื่องจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราจะเอามาเชื่อมน่ะ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ไปหยิบเสื้อมาแล้วมาเชื่อมเฉย ๆ ไม่ได้นะ คือการเชื่อมต่อนี่มันก็จะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เข้ามาเชื่อมโยงเข้าไปด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าเอาเสื้อมาแล้วเอาอินเทอร์เน็ตเชื่อมเลยมันก็ไม่ใช่นะลูก เดี๋ยวจะมีตัวอย่างให้ดูว่าอะไรบ้างนะคะ โดยการเชื่อมต่อของเขานี่นะคะ มันจะมีวิธีนะคะ มีวิธีการเชื่อมต่อนี่ที่เราจะเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตนี่ มีได้หลายวิธีนะคะ ดู ดูเลย มีรูปแบบดังนี้ เช่น แบบที่ 1 การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์สื่อสาร ฟังดี ๆ นะคะ ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสาร และระยะทาง ก็คือระยะสั้น ก็คือช่วงสั้น ๆ ตัวนี้ Bluetooth ตกขอบ แสดงว่าตั้งค่าเล็กไปหน่อยใช่ไหม ให้นึกถึงอะไร WiFi ใช่ไหม WiFi เราจะเชื่อมต่อได้ก็ต่อเมื่อเราอยู่ในบริเวณที่มีอะไรคะ สัญญาณของ WiFi ใช่ไหมคะ WiFi จะเป็นเครือข่ายของอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในระยะที่ไม่ไกลมากนะ เหมือนในห้องเรานี่ WiFi ก็จะมีชื่อขึ้น อย่างเช่น SNR Room ใช่ไหมคะ หรือ DSSROOM หรืออะไรสักอย่างนี่นะคะ ซึ่งในตัวอย่างนี้ในรูปเป็นการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพราะอะไร เพราะเครื่องมือสื่อสารหรือโทรศัพท์เราจะมี Bluetooth ใช่ไหมเด็ก ๆ เห็นใช่ไหมคะ ถ้าเราไปที่ เมื่อเวลาเราเลื่อนโทรศัพท์ลงมาอย่างนี้นะ หรือบางคนก็อยู่ที่การตั้งค่า จะมีสัญลักษณ์ Bluetooth แบบนี้ขึ้นมาใช่ไหมคะ ก็คือ Bluetooth ใช้เพื่ออะไร ใช้เมื่อเราต้องการเชื่อมอุปกรณ์ เช่น เราจะเชื่อม Bluetooth มาที่คอมพิวเตอร์ ใช่ไหมเหมือนในรูปใช่ไหมคะ จากมือถือหรือจาก PDA เชื่อมส่งเข้ามาที่คอมพิวเตอร์อย่างนี้นะคะ หรือหรือจะเข้าเครื่องพิมพ์เพราะเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่สั่งจากมือถือเลยก็ได้ อย่างนี้นะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่นั่นหมายความว่าเครื่องเราก็ต้องอยู่บริเวณที่ใกล้กับอุปกรณ์และตัวอุปกรณ์ที่จะรับ ก็ต้องมีอะไรคะ ตัวรับสัญญาณ Bluetooth ด้วยเหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เปิด Bluetooth แล้วไปต่อเครื่องชาวบ้านได้เลยก็ไม่ใช่ นึกออกนะคะ ก็คืออุปกรณ์ทั้ง 2 สิ่งต้องรองรับซึ่งกันและกันด้วยต้องมี ก็คือเมื่อมันมีตัวส่งสัญญาณมันก็จะต้อง อีกฝั่งหนึ่งจะต้องเป็นตัวรับสัญญาณ นะคะ ลักษณะการทำงานของ Internet of Things ก็คือมีตัวที่ส่งสัญญาณออกไปนะคะ แล้วก็จะมีตัวรับสัญญาณนะคะ ให้นึกถึงเหมือนอะไร เหมือนรีโมตใช่ไหม เรากดรีโมทอะไรนะแอร์อย่างนี้ แอร์อยู่ระดับนี้นี่ จะอยู่ในรัศมีใกล้ ๆ ใช่ไหม สมมติเราอยู่อีก 2 ห้อง เรากดรีโมตแอร์ห้องนี้ได้ไหม คิดว่าได้ไหมคะ มันไม่อยู่ในระยะให้นึกถึงเห็นไหม ระยะทางในการส่งสัญญาณก็มีส่วนนะคะ เพราะฉะนั้น ในการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์สื่อสารระยะสั้น ให้ดูคำว่า "ระยะสั้น" ก็คือุอุปกรณ์ที่จะส่ง อุปกรณ์ที่จะรับมันจะอยู่ใกล้ ๆ กัน ก็คือมองเห็นกันแล้วก็ส่งกันได้อย่างนี้นะคะ หรือถ้าเป็นของโทรศัพท์มือถือกับมือถือบางทีเอาเครื่องประกบกันใช่ไหม ก็สามารถเชื่อมข้อมูลหรือดึงข้อมูลใส่กันได้ นี่อย่างนี้นะคะ ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ ในแบบใหม่ไม่ต้องมี Bluetooth แต่เครื่องนั้นน่ะ มันก็ต้องเป็นเครื่องที่มีการรับและส่งสัญญาณเหมือนกันนะคะ นี่คือการเชื่อมต่อแบบที่ 1 นะคะ มาดูแบบต่อไป มาดูการเชื่อมต่อแบบต่อไป อันนี้เชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์เหมือนกันนะคะ แต่พื้นที่น่ะ จะกว้างกว่าแบบเมื่อกี้ พื้นที่กว้างกว่าสัญญาณที่เป็น WiFi หรือ Bluetooth เห็นไหมคะ วิธีการเชื่อมต่อแบบนี้บอกว่าเชื่อมต่อผ่านโครงข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็คือเราจะต้องมีมือถือล่ะ เป็นตัวเชื่อมต่อแน่นอนอยู่แล้ว แล้วเชื่อมอย่างไรล่ะ ให้นึกถึง Devที่เราจะเชื่อมไป มันก็จะมีเหมือนพวกตัวรับสัญญาณน่ะค่ะ มีแพลตฟอร์ม มีแพลตฟอร์มที่จะรับสัญญาณในที่นี้ให้นึกถึงคลาวน์ เพราะเดี๋ยวนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเชื่อมกันผ่าน Cloud โทรศัพท์มือถือ เช่น เหมือนเวลาเด็ก ๆ จะวิดีโอคอลใช่ไหม ถ้าจะวิดีโอคอลใช่ไหมคะ โทรศัพท์เราก็จะคอลไม่ได้ จะเปิดวิดีโอคอลไม่ได้นะคะ มันจะไม่ใช่แบบที่โทร. แล้วใช้วิดีโอนะ ส่วนใหญ่ก็คือในไลน์เปิดอินเทอร์เน็ตก่อนถึงเราถึงจะใช้ไลน์ได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ การเชื่อมต่อในลักษณะนี้ มันจะได้แก่ NB-IoT มันจะมีตัวค่ะ ตัวกระจายสัญญาณ ตัวรับสัญญาณจากโทรศัพท์แล้วไปหาอุปกรณ์เราอีกทีหนึ่งนึกออกนะ เพราะฉะนั้น เหมือนตัวนั้นน่ะ ก็คือให้นึกถึงเหมือนถ้าเราใช้โทรศัพท์ผ่าน LINE ไปหาเพื่อนอีกเครื่องหนึ่งนี่ มันจะต้องผ่านตัวนี้ หรือ LTE-M สัญญาณที่โทรศัพท์มือถือมีนี่ ไอ้ LTM นี่นะคะ เหมือนเราโทร.เข้า ผ่านโทรศัพท์ ใช้โทรศัพท์เป็นสื่อกลางนะคะ สัญญาณนั่นเองนะคะ อันนี้จะเป็นแบบที่เชื่อมต่อผ่านโครงข่ายของโทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ ก็คือแล้วแต่โทรศัพท์ที่เราให้บริการนะคะ เพราะมันจะมีของ AIS ใช่ไหม การให้บริการโทรศัพท์ มีทั้งของ TOT มีของอะไรอีก DTAC พวกนี้แล้วแต่ของแต่ละที่น่ะค่ะ จะเลือกเป็น NB-IoT หรือ LTE-M แล้วแต่ว่าเขาจะใช้ตัวไหนเป็นตัวส่งคลื่นสัญญาณนะคะ แล้วแต่ ก็คือมันจะไปผ่านระบบนั้นของเขา ทีนี้มาดูอีกตัวหนึ่ง การเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายที่เรียกว่า "LPWAN" LPWAN มันเป็นอย่างไร คือมันจะมีตัวนี่ ตัวอุปกรณ์ีที่ชื่อ LPWAN อย่างนี้ ไว้คอยส่งสัญญาณนะคะ ตัวนี้เขาบอกว่าส่วนใหญ่จะเห็นได้ที่ในพวกเราอาจจะไม่เห็น มันน่าจะอยู่ในพวกโรงงานอุตสาหกรรม ในเครื่องจักรนึกออกนะ เครื่องจักรอุตสาหกรรมบางตัวน่ะค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ได้ให้คนทำ เพราะเหมือนอุปกรณ์บางอย่างถ้าคนทำแล้วมันจะเกิดปฏิกิริยานึกออกนะ เหมือนชิปคอมพิวเตอร์นี่ ก็ใช้เครื่องจักรทำ เพราะอะไร เพราะพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เวลาโดนมือคนนี่ มันจะมีเหงื่อมีอะไรใช่ไหมคะ เขาก็เลยเปลี่ยนเป็นต้องให้หุ่นยนต์น่ะ เครื่องจักรหุ่นยนต์เป็นตัวเชื่อม ตัวติดวงจรอะไรพวกนี้นะคะ มันจะมีตัวเครื่องนี้ ไว้เป็นตัวส่งสัญญาณอีกทีหนึ่งนะคะ เช่น เช่น สมมติ ไอซ์เป็นวิศวกรคุมงานในโรงงานนั้น แล้วไอซ์น่ะ ไอซ์ไม่ต้องเข้าไปในโรงงานน่ะ นึกออกนะ แต่ไอซ์ห้องผลิตตัวนี้ เครื่องมันทำงานตามปกติไหม ไอซ์ก็อาจจะเปิดมือถือไอซ์ แล้วไอซ์ก็เชื่อมไปที่ LPWAN อย่างนี้ แต่ไอซ์อาจจะอยู่อีกตึกหนึ่งนะคะ แต่เราไม่ต้องเดินเข้าไปในโรงงานน่ะ นึกออกนะ เราก็จะสามารถดูได้ว่าสายการผลิตเราทำงานปกติไหม ตรวจสอบได้เช็กได้นะคะ หรือเช็กอุณหภูมิว่าเครื่องจักรตอนนี้ทำงานไปนานขนาดนี้ อุณหภูมิขึ้นสูงไหม ก็จะดูได้ผ่านตัวที่เรียกว่า... เห็นไหมคะ ถ้าชื่อเต็มมัน ก็คือ LoRaWAN นี่นะคะ LPWAN นี่นะคะ มาจากชื่อเต็มว่า Low Power Wide Area Network ก็คือพื้นที่จะกว้างขึ้น สังเกตที่รูปแบบการเชื่อมต่อ จะเชื่อมต่อจากระยะใกล้ ๆ กันแล้วก็ค่อย ๆ ขยายลักษณะการเชื่อมต่อออกไป กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เหมือน LPWAN นี่มันก็จะอยู่ในบริเวณเดียวกันได้นะคะ แต่ไม่ใช่ถึงอยู่คนละประเทศอย่างนั้นไม่ได้ แต่อยู่คนละตึกได้ เพราะเขามีตัว LPWAN นี่ส่งสัญญาณให้นะคะ อย่างนี้เป็นต้น ลำดับของการขยายหรือการเชื่อมต่อมันก็จะขยายออกไปตามให้นึกถึง จากวงเล็ก ๆ กระจายออกเป็นวงกว้าง ๆ และสุดท้ายเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม Satternlight ผ่านดาวเทียมนี่ ก็คือเราอยู่คนละมุมโลกก็ใช้งานได้ ตัวนี้ที่เห็นได้ชัด ก็คืออินเทอร์เน็ต ให้นึกถึงเรามีญาติอยู่ต่างประเทศ เราจะ ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็คือเวลาติดต่อกับญาติต่างประเทศน่ะ ต้องมาเช็กเวลาแล้ว เพื่อจะโทรหากัน อันนี้ไม่เห็นหน้าให้นึกถึงนะคะ สมมติ ถ้าเราอยู่ไทยนี่ อเมริกานี่ เวลาจะต่างกันเยอะ ถ้าเราเป็นตอนเช้า เขาจะเป็นตอนกลางคืนนึกออกไหมคะ เวลาติดต่อก็จะต้องโทรให้ตรงกัน แต่อันนั้นได้แค่โทร. ได้ยินแต่เสียง แต่ในยุคใหม่เรามีอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เราใช้วิธีการ ไม่แน่ใจ ใช้ skype ใช่ไหม ไม่รู้เด็กบ้านเราเล่นอะไร Skype หรือ Twitter แต่เด็ก ๆ เล่น Twitter มากกว่านะคะ คือ แล้วแต่โซเชียลที่เด็ก ๆ ใช้น่ะไอ้ตัวนี้ อันนี้เป็นการส่งข้อมูลข้ามกันเลยต่างประเทศได้เลยนะคะ ผ่าน ผ่านอะไร ผ่านดาวเทียม แต่ทีนี้ดาวเทียมนี่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับอะไร ขึ้นอยู่กับตัวดาวเทียม ดาวเทียมที่ส่งสัญญาณนั่นเองนะคะ ใช่ไหม เพราะเหมือน ให้นึกถึงว่าดาวเทียมบางตัวน่ะถ้าอยู่ไกลออกไปมาก ๆ ก็ระยะทางในการส่งนะคะ เรายิงสัญญาณขึ้นไป แล้วตัวดาวเทียมมันต้องยิงลงมาอย่างนี้ มันก็ตามระยะทาง เพราะฉะนั้น เขาบอกว่า Latency การตอบสนองของการส่งสัญญาณของดาวเทียว ก็ขึ้นอยู่กับไอ้ดาวเทียมที่มันลอยอยู่บนท้องฟ้านั่นล่ะ ถ้าเป็นรุ่นก่อน ๆ ก็จะพาไปดูงานอยู่ที่ gistda นะคะ เขาจะให้ดูดาวเทียมไทยคม แล้วเขาจะให้ดูการส่งสัญญาณเด็ก ๆ ก็จะเห็นภาพว่ามันส่งอย่างไร เขามีแบบจำลองให้ดู มีวิดีโอให้ดูนะคะ แต่ถ้าดูจากรูปนี่ให้นึกถึงเห็นไหม มันจะยิง มันจะมีตัวจานส่งสัญญาณ มันจะยิงขึ้นไป มันต้องยิงขึ้นไปหาดาวเทียมนะคะ แล้วก็ส่งมา อยู่คนละฝั่งนี่ อาจจะอยู่คนละซีกโลกเลยก็ได้นะคะ ให้นึกถึงโลกมันกลม เราอยู่ฝั่งนี้ ฝั่งเขาเรียก "ฝั่งตะวันออก" นี่ ก็จะอยู่อีกด้านหลังของเรา ให้นึกถึงเวลาส่งสัญญาณมันไม่ได้ส่งทะลุใต้ดิน ไม่ได้ใช้วิธีทะลุใต้ดิน แต่ส่งขึ้นไปบนฟ้าเสียก่อน เราโยนสัญญาณขึ้นไปข้างบนท้องฟ้า ไปดาวเทียม แล้วดาวเทียมก็จะส่งกลับลงมายังจานรับสัญญาณข้างล่างนะคะ เหมือนรูป วิธีการส่งสัญญาณมันจะไม่ส่งผ่านใต้ดิน เพราะอะไร ใต้ดินนี่ เราจะไม่เห็นว่ามันมีอะไรบ้าง เพราะบางที บางที่มันทั้งดินมีทั้งหิน แต่บางที่มีทั้งแร่เหล็ก มันจะมีแร่อื่น ๆ มันจะทำให้เกิดการปิดกั้นสัญญาณมันจะไม่เหมือนบนท้องฟ้า ซึ่งมันจะแค่ อย่างมากก็เมฆใช่ไหม มันจะไม่มีไอ้วัตถุอย่างอื่นมาบังน่ะ มันจะไม่เหมือน ถ้าให้นึกถึงเราอยู่ฝั่งนี้แล้วตะวันตกเขาอยู่อีกฝั่งหนึ่งการส่งข้อมูลอะไร มันจะไม่ส่งไปยังใต้ดิน มันจะส่งขึ้นไปข้างบนแทน เพราะอะไร เพราะใต้ดินอย่างที่บอก แล้วถ้าใครเรียนเรื่องพื้นผิวโลกนะ มันไม่ได้มีแค่ชั้นดินอย่างเดียว มันมีชั้นอย่างอื่นด้วย แล้วส่วนตรงกลางน่ะมันจะมีชั้นที่เป็นความร้อนสูง ที่เขาเรียกว่า "ลาวา" อะไรน่ะค่ะ นะคะ แล้วมันจะทำให้ส่งสัญญาณไม่ได้ วิธีการเขาก็เลยมาส่งผ่านทางด้านบนแทน ส่งไปทางท้องฟ้าแทนนะคะ นี่ก็คือการส่งสัญญาณเพื่อจะให้เกิด Internet of Things นี่ สามารถส่งได้หลายรูปแบบเลยนะคะ ทีนี้มาดู ตัวอย่างของไอ้ Internet of Things ที่เด็ก ๆ น่าจะเริ่มเคยเห็นมาแล้ว เช่น อยู่ในรถ รถรุ่นใหม่ ถ้าบ้านใครมีรถหลายเจเนอร์เรชัน นึกออกนะ ให้นึกถึงรถกระบะสมัยก่อน พัฒนาการของรถก็ได้เอาง่าย ๆ เหมือนพวงมาลัยถ้าเป็นสมัยก่อน พวงมาลัยเป็น Power ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ไหมคะ แล้วรถกระบะน่ะมันหนักกว่ารถยนต์ ของเวลาหักพวกมาลัยที มันจะต้องใช้ Power นะ เขาเรียกว่าอะไร หมุนกันจนกล้ามขึ้น หมุนพวงมาลัยจนกล้ามขึ้น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ทีนี้รถในรุ่นเดิมกับปัจจุบัน ใน IoT ที่เรามาใช้ในรถเขาเรียกว่า "Connected Car" Connect ก็คือการเชื่อมต่อ Cennected Car ก็คือเชื่อมต่อกับรถ อะไรเชื่อมต่อกับรถ ถ้าบ้านใครมีรถรุ่นใหม่ให้นึกถึงสัญญาณอะไรคะ เบสิกสุดแล้วที่น่าจะมี ก็คือ GPS ใช่ไหม นำทางน่ะใช่ไหม ก็คือใช้ GPS ในการนำทางแล้วมีอีกอันหนึ่งเซ็นเซอร์อะไรนะ จอดรถใช่ไหม ถ้าบางไม่ได้เป็นกล้องมันจะมีเป็นเซนเซอร์ใช่ไหมคะ แจ้งเตือนระยะ ถอยรถไปถึงระยะหนึ่งเสียงเตือนก็จะขึ้น นั่นคือเซนเซอร์นะคะ อย่างนี้เป็นต้น หรือใหม่ขึ้นมาอีก รับโทรศัพท์ รถเป็นคนรับโทรศัพท์ไหม ก็เรารับอุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถได้เลยนะคะ ก็คือถ้าเป็นแต่ก่อนจะโทรศัพท์เราก็ต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาใช่ไหม แต่ทีนี้เราไปกดปุ่มตรงพวงมาลัยก็จะรับโทรศัพท์ได้ ถ้ารถเป็น Connected Car ที่สมบูรณ์ ให้นึกถึงมีฟังก์ชันพิเศษเยอะขึ้นมาเท่าไร ราคาก็จะสูงขึ้นไปมากเท่านั้น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะไอ้ตัวล่าสุด Ford แดงแม่นี่ ก็พ่อก็ใช้รับโทรศัพท์ก็ใช้รับอย่างนี้ ตัวเอง เพราะบางทีสายด่วนก็ต้องรับ โทร. มาตอนขับรถอยู่กก็ต้องรับ เราก็จะมีตัวนี้ นอกจากนั้นมีอะไรอีก มี patfic จราจรได้ว่าข้างหน้าที่เราจะไปถึงนี่ อีก 500 เมตรนี่ มันจะแจ้งบอก ว่า อ๋อ ข้างหน้าติดไฟแดงนะ ถ้าไม่อยากติดไฟแดงให้เรา อาจจะมีเส้นทางบอกนะคะ ต้องการหาเส้นทางเพื่อไม่ให้ติดไฟแดง อันนี้พวกรถในเมือง เช่น กรุงเทพฯ น่าจะมี แถวบ้านเราคือติดกับแป๊บเดียวไม่มีปัญหาอะไรนะคะ แต่ในกรุงเทพฯ น่าจะมี คือรุ่นแรกสุดที่รถมีแน่นอน ก็คือ GPS Navigation นำทางมีแน่นอนนะคะ ต่อมาก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก เหมือนใน Ford อยู่บ้านนี่ก็คือน้องอยากฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือตัวเอง ก็เชื่อม Bluetooth เลย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ตัวนี้มีประโยชน์อย่างไร ถ้าสมมติเหมือนเราต้องการหาน้ำมันจะหมดเราเช็กได้ เราเช็กได้ใช่ไหม จะมีปั๊มน้ำมันอยู่ในบริเวณนั้นไหมก็ช่วยได้นะคะ อย่างนี้เป็นต้น หรือนอกจากนั้นสูงขึ้นมาหน่อย Connected Home ก็คือเชื่อมเข้าไปในบ้านเราได้ เหมือนก่อนจะถึงบ้านน่ะค่ะ แล้วไปส่งเปิดแอร์รอนึกออกไหม เปิดน้ำรอนั่นน่ะ ตัวนั้นนะคะ คือถ้ามันมีฟังก์ชันเยอะขนาดนั้นราคาก็จะอัปขึ้นไปอีก อย่างนี้เป็นต้นนะ มันมีหลายตัวอยู่ แต่ในบางเราบางทีเขาก็ว่าไม่จำเป็นต้องใช้ถึงขั้นนั้น คือ มีตัวหลัก ๆ อยู่แล้วอย่างแน่นอนอยู่แล้ว Navigation แล้วก็ใหม่สุด ก็น่าจะเชื่อมโทรศัพท์ได้นี่ล่ะ ก็รับโทรศัพท์ได้นะคะ อันนี้น่าจะเริ่มเคยเห็นแล้วมาดูตัวต่อมาตู้เย็น บ้านเรานี่น่าจะยัง หรือมีแล้ว มีแล้ว ให้นึกถึงโฆษณาล่าสุดของใครนะ แม่นาก แม่นาก แม่นาคใครนะ ๆ ที่เล่นเป็นแม่นาคน่ะ ใหม่ เห็นไหมคะ โฆษณาให้อิเล็กโทลักน่ะค่ะ ที่บอกว่าตู้เย็นน่ะค่ะ ตู้เย็นอัจฉริยะ หมายถึง ตู้เย็นตัวนี้มันจะสามารถเช็กได้ว่าเรามีของอะไรอยู่ในตู้ ตัวไหนหมดอายุ แต่นั่นหมายความว่าเด็ก ๆ อาจจะต้องมีการป้อนข้อมูลให้มันก่อนนะ ว่าเราซื้ออะไรเข้ามา แล้วมันก็จะมีเหมือนว่าไอ้ตัวนี้ถ้าเป็นเนื้อสัตว์กี่วันหมดอายุน่ะ ถ้าของเมืองนอกถึงขั้นบางทีสั่งของ สั่งของมาแทนของเก่า แจ้งเตือน มันจะขึ้นมาที่โทรศัพท์เราน่ะลูก ว่าไข่คุณหมดแล้วนะ ไปซื้อมาเสียนะคะ เพราะมันจะไปเชื่อมกับระบบ IoT ที่เรียกว่า "Smart Home " อีกตัวหนึ่ง อีกทีหนึ่งนะ เดี๋ยวค่อยไปดูกัน Smart Home มันเป็นอย่างไร คือ ตัวนี้มันก็จะใช้การเชื่อมต่อข้อมูลที่เรามีนะคะ กับมือถือของเรานั่นเอง เป็นแจ้งเตือนนั่นเองนะคะ เห็นไหมบอกว่าแจ้งเตือนว่าให้เราไปซื้อของได้ เช็กได้ว่าของไหนหมดอย่างนี้นะคะ มันก็เลยเรียกว่าเป็น "ตู้เย็นอตู้เย็นอัจฉริยะ อีกตัวหนึ่งเมืองไทยยังไม่เห็น อยากมีเหมือนกัน เครื่องซักผ้า สั่งมาซักผ้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ยังเป็นแบบ เราต้องเอาผ้าใส่เครื่อง แล้วเราก็จิ้มสั่งนะ แต่ทีนี้ปัญหาที่พบบ้านเรานั่นก็คือ ข้าพเจ้าอยากหยุดข้าก็หยุด เพราะอะไร เพราะเคยเปิดเครื่องไว้ตั้งแต่เช้ากลับไปบ้านผ้าแห้งเหมือนเดิมครับยังไม่ได้ซัก เพราะน้ำไม่ไหล พอน้ำไม่ไหลเครื่องมันก็จะไม่ทำงานนึกออกนะลูก พี่เต่ามาทำอะไร เครื่องมันก็จะไม่ทำงานไง ก็คือกลับไปก็ผ้าก็ยังแห้งเหมือนเดิม ทั้งวันผ้ายังไม่ได้ซัก ต้องไปกดใหม่ ถ้ามีรุ่นนี้เราก็จะดูจากโทรศัพท์ได้ ว่าเราซักผ้าเสร็จหรือยัง ถ้ายังไม่เสร็จนะคะ จนกว่ามันจะซัก นี่ ก็คือเป็นการสั่งเครื่องผ่านโทรศัพท์มือถือนั่นเองนะคะ ตัวนี้ที่พูดถึงตั้งแต่ตอนแรก เขาให้ชื่อว่า Wearable นะคะ Wearable ก็คือสวมใส่ ที่เราใช้ใส่ ใช้สวม เห็นอันล่าสุดของ rayban แว่นแล้วมีกล้องน่ะ เรแบนทำ อยู่ไหนนะ เดี๋ยวลองเปิดให้ดูก็ได้ ตัวนี้ก็เป็น Wearable ให้นึกถึงว่า Wearable เป็นสิ่งของหรือุปกรณ์ที่เราเอามาส่วนใหม่ได้ เช่น Smart Watch อย่างนี้นะคะ หรือถ้าพวกนักวิ่งมันก็จะเป็นอะไรน่ะ ไอ้นั่นน่ะนะคะ สายรัดข้อมือน่ะ ริสแบนด์แบบดิจิทัลน่ะ นะคะ เดี๋ยวเราจะมาลองดู Rayban ที่บอก Rayban มันจะเป็นแว่นแล้วมีกล้อง มันเรียก นี่ ๆ ๆ แว่นอัจฉริยะ [เสียงวีดิทัศน์] ตื่นเต้นมาก เมื่อคืนแบบนอนดึก ติดตามอีกก้าวของ Facebook นี่ดูนะ เป็น... เดี๋ยวให้ดูตั้งแต่ต้น ไปเร็วหน่อย เมื่อกี้ให้เด็ก ๆ ดูตั้งแต่ต้นนะ เห็นไหมเขาบอกว่าเฟซบุ๊ก เห็นไหมคะ Facebook ใช้เครือข่ายใช่ไหม นี่ในแว่น Rayban น่ะค่ะ มันจะมีกล้อง นะคะ เป็นข่าวที่เฟื่องก็เชื่อว่าเป็นก้าวของ Facebook ที่เขาพยายามจะเป็น Story นะคะ (อาจารย์สุธิรา) ชื่อมันคือ นี่แว่นนี้ ทำคลิปไว้นะคะ อีก 5 ปีอาจจะไม่มีมือถือ คนอาจจะแบบเข้าถึงไม่ค่อยได้นะคะ แต่ว่ามาปีนี้นี่ Nataverse Company ถ้าใครชอบดู 007 เพราะฉะนั้น แว่นเหมือน 007 ไม่ได้ไกลเกินฝันแล้วนะคะ น่าจะออก Product มาแล้ว รูปทรงยังไม่ค่อยสวย ยังเป็นทรงเรแบนของเขาอยู่นั่นล่ะ ได้มีกล้อง Build-in นะคะ ถ้าใครไม่รู้ว่าเราใช้เรแบนรุ่นนี้ เห็นไหม Record แล้วก็บันทึกไว้ได้ ใช้ได้เลยนะคะ จริง ๆ คือดูแค่ Rayban ที่ออกมาก่อน (อาจารย์สุธิรา) โอเคนะ ว่า Wearable เป็นอย่างไรนะคะ ก็คือเป็นการนำเทคโนโลยีที่เป็นเครือข่ายมาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พวกนี้ ทีนี้นี่ตัวอย่างที่ใช้ แต่ทีนี้ในการนำ Internet Of things หรือ IoT มาประยุกต์ใช้ จะเป็นเรื่องที่เราจะได้เรียน หรือนำมาพัฒนาไอ้ IoT นี่เรามาดูกันก่อนว่าในเมืองไทยนี่ การประยุกต์ใช้นี่ ก็คือการนำเครือข่ายมาบวกกับ ฺBig Data ระบบ Big Data ก็คือฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่นะคะ หรือมีจำนวนมากที่เอามาวิเคราะห์ข้อมูลน่ะค่ะ เพื่ออะไร เพื่อนำเทคโนโลยีนี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สูงที่สุดนะคะ มาดูตัวอย่างแรก Smart Home Smart home สังเกตว่าถ้าเป็น IoT ปุ๊บมันจะมีคำว่า "Smart" นำหน้าก่อน ก็คือบ้าน บ้านที่ Smart แปลออกมาในภาษาไทยแปลออกมาเป็นบ้านอัจฉริยะนะคะ บ้านอัฉริยะ นั่นหมายถึงใครทำบ้านระบบนี้ โครงงานรุ่นพี่ ที่แม่พาทำรุ่นแรก ก็คือระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติผ่านมือถือนะคะ นั่นก็คือแต่บ้านอัจฉริยะนี่มันครอบคลุมหมดทุกอย่างเลย นอกจากเปิด-ปิดไฟ 1. ครอบคลุมถึงอะไรนะ การวัดอุณหภูมิหรือความร้อนนึกออกนะ น้ำ เปิด-ปิดน้ำที่บอกนะคะ หรือตรวจสอบป้องกันน่ะค่ะ แจ้งเตือนการเกิดไฟไหม้แก๊สรั่วได้นะคะ ถ้าเป็น Smart home แต่นั่นหมายความว่ามันจะต้องมีอุปกรณ์นึกออกนะ ที่เชื่อมเข้ากับ เข้ากับไอ้สิ่งต่าง ๆ ในบ้านเราน่ะ เช่น เหมือนที่บอกน่ะ ถ้าจะไปเชื่อมกับกับเครื่องซักผ้า ให้ให้เครื่องซักผ้าทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือได้นี่ เดี๋ยวสอนวิชานี้ เดี๋ยวจะไปลองของกับเครื่องตัวเอง เราจะต้องมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ที่บอก เช่น พวกบอร์ดต่าง ๆ ฟังการบ้าน เด็ก ๆ จะต้องทำอะไร ให้สืบค้นอุปกรณ์ที่ใช้ในการพัฒนา IoT ให้ทำการสืบค้นนะคะ แล้วทำเป็นรายงานส่ง ทวน ให้สืบค้นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการพัฒนา IoT เดี๋ยวในตัวอย่าง จะมี Smart Home อาจจะเลือกก็ได้ใครที่มาทำ Smart Home นี่ มันจะต้องมีอะไรบ้าง ต่อไปจะเป็น Smart City, Smart Farm Smart Farm แล้วก็จพะจะใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ให้ไปสืบค้นนะคะ ว่ามันต้องมีอุปกรณ์ตัวไหนบ้าง แล้วอุปกรณ์แต่ละตัว ก็คืออธิบายมาด้วยว่าไอ้อุปกรณ์ตัวนี้มันใช้ทำอะไรนะคะ เช่น สมมติไปหามาแล้ว ไปเจอเซนเซอร์ตรวจจับควัน เหมาะกับ Smart Home ได้ใช่ไหม เผื่อไฟไหม้ หรือเหมาะกับ Smart Industy โรงงานใช่ไหมคะ โรงงานต้องมีการตรวจพวกนี้ หรือตรวจแก๊ส หรือสารเคมีเป็นพิษอย่างนี้ เราคงไม่ใช้คนไปดมเพื่อตรวจใช่ไหม เราใช้คอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีตรวจสอบมันน่าจะปลอดภัยกว่านะคะ มันจะต้องใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่าอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ เขาบอกว่าการจะทำ Smart Home ได้เห็นไหมคะ จะต้องมีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วน 3 ส่วนนะคะ ได้แก่ ส่วนแรก Smart Device ก็คืออุปกรณ์ที่จะใช้เชื่อมต่อนะคะ ส่วนที่ 2 ก็คือเครือข่าย บ้านเราจะต้องมีการติดอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตที่บ้าน ก็คือเปิดอินเทอร์เน็ตตลอดซึ่งเหมือนที่บ้านอินเทอร์เน็ตที่ใช้อยู่ก็จะเป็นของ TOT องค์การโทรศัพท์ มันก็จะมีตัว Router ส่งสัญญาณอยู่ 1 ตัวนะคะ ส่งในลักษณะเป็น WiFi ก็ได้ หรือจะต่อ LAN ก็ได้ ก็แล้วแต่เราจะเลือกใช้แบบไหน แต่ช่วงนี้หนาว เหมือนอากาศมันเย็น ถ้าใช้ WiFi ก็จะมีอะไรนะ เหมือนหลุดเป็นช่วง ๆ แต่ถ้าต่อสายจะไม่มีปัญหา ให้นึกถึง สภาพอากาศก็มีส่วนกับการส่งสัญญาณของอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกันนะคะ และส่วนที่ 3 ส่วนควบคุมเห็นไหมคะ องค์ประกอบของอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อนี่ ก็คือมีตัวอุปกรณ์เชื่อม มีเครือข่ายแล้วก็ส่วนควบคุม นั่นหมายถึงตัวควบคุมมันก็จะไปอยู่ตามอุปกรณ์พวกนี้ เช่น ไปอยู่ที่คอมพิวเตอร์ จะทำให้คอมพิวเตอร์เปิด-ปิดเอง เราก็ต้องติดตัวควบคุมลงไปที่นั่น มันถึงจะสั่งผ่านมือถือเราได้ นั้นก็เหมือนกัน ถ้าแม่จะทำให้เครื่องซักผ้าแม่เปิด-ปิดเอง พ่อด่าแน่เลย ถ้าทดลองใช้ตัวนี้ บอกเปลืองน้ำนะคะ ก็คือแม่ก็ต้องไปติดอุปกรณ์ควบคุมตัวนี้กับเครื่องซักผ้าเรา เพื่อจะให้เราสามารถสั่งผ่านโทรศัพท์มือถือได้นะคะ มันก็จะมี 3 ส่วนหลัก ๆ นะคะ ลักษณะของบ้านอัจฉริยะก็จะ... ก็แล้วแต่น่ะ บางคนเขาก็ไม่ทำครอบคลุมทั้งหมดนะคะ เขาก็เลือกบางจุดเหมือน คือ ยังมีโมเมนต์ว่าฉันก็อยากซักผ้าเองบ้าน อาจจะไม่ใช่กับเครื่องซักผ้านึกออกนะ เหมือนรดน้ำต้นไม้ ให้ได้ออกกำลังกายบ้าง นึกออกนะคะ ก็อาจจะไม่ต้องไปใช้ระบบรดน้ำอัตโนมัติอะไรอย่างนี้นะคะ ก็คือมันครอบคลุมได้หมด แต่เราก็เลือกใช้งานได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดก็ได้นะคะ เหมือนมีกล้องวงจรปิดดีอย่างไร ก็คือในกรณีที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย เราก็จะได้เปิดเข้าไปดูได้ว่าช่วงนี้มีขโมยขึ้นบ้านเราหรือเปล่า หรือถ้ามีขโมยแล้วสัญญาณเตือนภัยเรามันทำงานไหมอะไรอย่างนี้นะคะ นี่คือ Smart Home นะคะ บ้านอัจฉริยะ มาดูตัวต่อไป Smart City เมืองอัจฉริยะ อัจฉริยะขนาดไหน ก็ตัวอย่างที่เห็น อะไรนะ ของญี่ปุ่นมั้งคะ มันจะทำเหมือนไอ้ตัวระบบ ไอ้แผงป้องกันน้ำท่วมน่ะ ตอนนั่งดูเล่น ๆ น่ะเจอ แต่ตอนมาค้นมันจะชอบหาไม่เจอเดี๋ยวลองเปิดให้ดู ใช่ไหม [เสียงวีดิทัศน์] นี่ ๆ ลืมเปิด [เสียงดนตรี] เนเธอแลนด์ใช่ไหมเมื่อกี้ตอนนั่งดูนี่ชอบขึ้นมาโชว์ ดูตัวอย่างเอาก็ได้ เนเธอร์แลนด์ นี่ใช่ไหม ตอนแรก ดูอันไหนจะเห็นชัดอันแรกเลยนะ (บรรยาย) พื้นที่ที่สนามบินตั้งอยู่นี้หลังเนเธอร์แลนด์ ของการ... หลังเนเทอร์แลนด์ ณ แต่ Datawork ของเนเธอแลนด์ก็ท้าทาย กรกฎาคมที่ผ่านมา (อาจารย์สุธิรา) นี่นะคะ ของเนเธอร์แลนด์จะเป็นเหมือนเปิดรูระบายน้ำนะคะ ตั้งขึ้นมามันจะดันแผงขึ้นมากั้นเหมือนตรงนี้เป็นถนน แล้วไอ้ตรง... แล้วก็เข้ามาเหมือนกัน เหมือนบ้านเราก็เอากระสอบทรายไปวางเรียงใช่ไหม แต่ของญี่ปุ่นมันก็จะเป็นแผงไอ้นั่นขึ้นมานะคะ ใช่ ๆ เลยบอกตอนนั่งดูเล่น ๆ น่ะเห็นตอนมาค้น นึกคำค้นไม่ออก คือพอน้ำท่วมนี่ นะ เราจะไม่เหมือน ของเรานะคะ ที่บอกว่าเราต้องอยู่กับน้ำท่วมให้ได้ อันนี้เขาบริหารจัดการน้ำนะ เขาก็จะมีเหมือนตัวนี้ที่บอกนี่ มันจะเป็นเหมือนเขาทางน้ำนี่ ก็คือพอไอ้นี่ลงไปน้ำมันก็จะไหลลงไปที่รูนั้นนะคะ ก็คือมีรูนะบายน้ำออก ก็คือมีทำทางระบายน้ำ หรือโทลเวย์น้ำที่เป็นโครงการในฝันของประเทศไทยต่อไปนะคะ น้ำก็จะยังท่วมอยู่อย่างนี้เสมอ มันจะมีการบริการจัดการแบบนี้นะคะ ก็คือเมืองอัจฉริยะก็ต่อเมื่อมาดูว่าเมืองเราอัจฉริยะก็ต่อเมื่ออะไร ไปดูคือ เราสามารถเช็กระบบเมืองเรานะ อย่างนี้เช็กได้ว่ามีน้ำ มีลม นึกออกนะคะ การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์จากลมจากน้ำนะคะ ก็คือนำธธรรมชาตินี่มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดด้วย มาร่วมกันเพื่อไม่ให้ก่อมลพิษ การบริหารจัดการเมือง เช่น การจัดการพลังงานไฟฟ้า เห็นไหมคะ การจัดการน้ำ การจัดการขยะ ปัญหาที่ทั่วโลกเจอก็คือขยะ โดยเฉพาะ พวกขยะที่เป็นพลาสติกหรือสารเคมีอย่างนี้นะคะ จะจัดการอย่างไร เห็นไหมคะ ระบบตรวจจับหรือเฝ้าระวัง เหมือนซึนามิ บ้านเราไม่เคยเป็น แล้วที่เป็นปีแรก พอหลังจากนั้นมาก็จะมีระบบเตือนภัยเห็นไหมคะ สึนามิขึ้นมาเพิ่ม อย่างนี้เป็นต้น เขาบอกว่าในประเทศไทยนะคะ ในปี 2560 ได้มีโครงการนะคะ พัฒนา Smart city ขึ้นมาแล้ว 3 จังหวัดนำร่อง ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย ก็คืออันดับแรกภูเก็ต อันดับที่ 2 เชียงใหม่ อันดับที่ 3 แถวบ้านเรานี่เอง ขอนแก่นนะคะ แถวข่อนแก่นเริ่มมีอะไร เริ่มทำรถไฟฟ้า เดี๋ยวเขาจะพัฒนา แต่ขอนแก่นยอมรับว่าการพัฒนาเมืองเขาดีมาก วันนั้นไปนั่งดูรายการหนึ่ง โอ้โห ไม่ให้ดีอย่างไร รายได้ เดือนหนึ่ง เขาคำนวณออกมานะ ว่าเขามีรายได้น่ะเป็นเดือนนะ เดือนละเป็นหมื่นล้านเลยนะ ของขอนแก่นน่ะ มิน่าเขาถึงทุ่มได้เต็มที่เลย รายได้ที่เขาได้ ก็เลยสามารถพัฒนา สังเกตว่าเมืองใหญ่ ๆ รายได้ดีนึกออกนะ ไม่สิ ไม่ได้เป็น อบจ. แล้ว เขาน่าจะเป็น... พวกนี้น่าจะเป็นเทศบาลอะไรน่ะ เหมือนเขตเมืองพิเศษนะคะ ไปแล้วน่ะ เขาก็จะเอาเงินส่วนนั้นน่ะ มาสามารถบริหารเมืองตัวเองได้ คือ ไม่ต้องไปอาศัยเงินจากรัฐบาลมา ก็คือเมื่อในเมืองคุณมีรายได้ เหมือนมหาวิทยาลัยเราน่ะ ถ้าเมื่อใดที่มหาวิทยาลัยเรามีรายได้ด้วยตนเอง ให้นึกถึง เหมือนมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ เขามีรายได้มาจากอะไร การให้เช่าพื้นที่นึกออกนะ นั่นก็สามารถให้เขาไปพัฒนาสร้างตึก สร้างอะไรด้วยตัวเองได้นะคะ เมื่อใดก็ตามที่สร้างรายได้ด้วยตัวเองได้ คุณก็สามารถนำเงินส่วนนัันมาพัฒนาเมืองได้ ขอนแก่นเขาก็เลย... วันนั้นไปนั่งดู ไม่แปลใจเลย แล้วเหมือนเวลาเขาเลือกคนมาบริหารเขาก็จะเลือกจาก ก็คือเจ้าของท้องที่เขาจะรู้ ก็คือเป็นคนจังหวัดขอนแก่นอย่างนี้มาบริหารนะคะ เพื่อเขาจะรู้ว่าเมืองเขาแต่เดิมพัฒนาอะไรต่อไปได้อีก มันก็เลยต่อส่งลักษณะการทำงาน เมืองของแก่นก็เลยเจริญเร็วอย่างที่เห็นนะคะ ก็ถือว่าไม่แปลกใจที่เขาเข้าไปร่วมเป็น Smart City การบริหารจัดการเขาน่าจะได้ เพราะ 1. คือ นอกจากเงินแล้ว ยังมีทรัพยากรทางด้านวิชาการ ก็คือเขามีมหาวิทยาลัย ก็จะมีนักวิจัยไปช่วยร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาเมืองเข้าไปอีกนะคะ นั่นคือ Smart city ก็คือเมืองในอนาคตน่ะ ที่เราต้องการให้เมืองเรามีความสะอาดปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมเห็นไหมคะ ๆ คือ ในอนาคตนี่ โลกนี่ควรจะเป็นลักษณะนี้จะต้องให้มีเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารจัดการด้วยนะคะ เพราะบางอย่างก็ใช้คนไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นอกจาก Smart city แล้วเรายังมีอะไรอีก Smart Farming Smart Farm เริ่มมีแล้วนะคะ เริ่มมีแล้ว เหมือนพวกฟาร์มใหญ่ ๆ น่ะ เหมือนของ CP น่ะ CP ถ้าเขาทำเอง ก็คือโรงเลี้ยงหมูเขาน่ะ มันก็จะสามารถควบคุมอุณหภูมิ ให้อาหารนะ ให้น้ำทำความสะอาดโรงเรือนได้ นั่นคือทำผ่านระบบน่ะ นึกออกนะ การให้อาหาร ก็คือเหมือนตั้งเวลาไว้ทุก ๆ 1 ชั่วโมงอย่างนี้ เอาใส่อาหารป้อนลงไปให้หมู ทุก ๆ 1 ชั่วโมง ใส่นำลงไปนะคะ หรือถ้าอากาศร้อนอุณหภูมิร้อน หมูร้อนมาก ๆ หมูก็ไม่ชอบนะ ก็ต้องมีอะไรนะ พ้นน้ำ พ้นน้ำเพื่อให้ให้อุณหภูมิมันลดลงนะคะ อากาศเย็น ๆ เพราะอะไร เขาบอกว่ายิ่งหมูโตไว ๆ ก็จะได้ขายได้เร็วนะคะ นะคะ ก็คือเลี้ยงให้อ้วน ๆ ได้ขนาดมันก็จะขายได้ พอโตเร็วมันก็ขายได้เร็ว ยิ่งตัวใหญ่ก็ปริมาณน้ำหนักเพราะการซื้อ-ขายเนื้อหมู ก็คือชั่งเป็นลิโล (กรัม)ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น รูปแบบอื่น เช่น เอาไว้ตรวจหาความชื้นของดินนะคะ เช็กความชื้นของดิน เพราะต้นไม้บางชนิดต้องการความชื้นระดับนี้ หรือควบคุมอุณหภูมิโรงเรือน เช่น สวนกล้วยไม้ที่เขาทำเป็นฟาร์มกล้วยไม้น่ะนะคะ เป็นตลาดช็อปปิ้งกล้วยไม้น่ะ ของโรงเรือนกล้วยไม้เขาเขาให้มีอุณหภูมิขนาดนี้ เพราะไม่อย่างนั้นกล้วยไม้นี่ แม่ก็เป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงกล้วยไม้ มันจะออกดอกก็ต่อเมื่อเกิดความสมบูรณ์ทั้งอาหาร อากาศ นะคะ เพราะถ้าเหมือนอย่างนี้ หนาว ๆ เหมือนอย่างนี้ ดอกมันไม่ออกอยู่แล้ว มันจะชะงักการเจริญเติบโต ต้นไม้ทุกชนิดด้วย ไม่ใช่เฉพาะแต่กล้วยไม้ ยกเว้นว่าเป็นต้นไม้เมืองหนาวนะ แต่โดยปกติกล้วยไม้แถวบ้านเรามันก็เป็นไม้หน้าร้อนอยู่แล้วนะคะ ก็คือมันจะช่วยให้ในด้านการเพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป ให้นึกถึงถ้าเรามีพื้นที่เยอะ ๆ แล้วไปรดน้ำต้นไม้ให้คนงานไปรด บางที คนงานทำอย่างไรรู้หรือเปล่า มันก็เปิดสปริงเกอร์เราครึ่งวันเต็ม ๆ น้ำเสียน้ำไปเท่าไร เป็น ร้อย ๆ ลิตรอย่างนี้ให้นึกถึงนะ แต่ถ้าเราใช้ระบบนะคะ ควบคุมนี่ เราก็จะเช็กได้เลยว่าถ้าเราเปิดน้ำประมาณ 15 นาที สมมติต้นไม้เราจะได้นำพอดี เครื่องก็จะเปิดแค่ 15 นาที พอครบ 15 นาทีมันก็จะหยุด นึกออกนะ อย่างนี้ มันก็จะช่วยให้ไปประหยัดส่วนที่ต้องสูญเสียไปโดยไม่ใช่เหตุ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะฉะนั้น ต้นทุนถูกลง แต่เราขายสินค้าได้ราคาดีกว่าเดิม กำไรก็จะมีเยอะขึ้น เราก็จะพัฒนาสินค้าเราให้มีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้นอย่างนี้เป็นต้นนะคะ Smart farm น่ะ จะเริ่มมีบางที่ที่เริ่มเอาไปใช้แล้วนะคะ เพราะเหมือนรุ่นพี่ที่จบไป เขาก็ทำโปรเจกต์ฟาร์มเลี้ยงหมูเขาเอง เขาก็บอกให้ฝังอยู่ว่าพ่อเขาเข้าไปร่วมโครงการของ CP ก็ต้องทำฟาร์มแบบฟาร์มปิด เพราะ CP ระบุว่าต้องเป็นแบบปิดนะคะ เดี๋ยวขอเบรกก่อนนะคะ 15 นาทีโอเคไหมคะ แล้วเดี๋ยวเรามาต่อกัน (อาจารย์สุธิรา) เริ่มต่อเลยนะคะ เมื่อกี้เราถึง Smart farm อยู่นะคะ ก็คือไอ้ IoT นี่มันจะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเราน่ะค่ะ ถ้าในด้าน Smart farm ก็จะช่วยประหยัดรายจ่ายอื่น ๆ ที่เสียไป เหมือนค่าน้ำอย่างนี้นะคะ หรือค่าไฟ ก็คือถ้านึกถึงว่าเราต้องปั้มน้ำ เพื่อเปิดน้ำรดน้ำต้นไม้นี่ ทั้งวันกับพอตั้งเวลานี่นะคะ การใช้ไฟมันก็จะลดลงไปอีกใช่ไหม ไม่ได้เปิดทั้งวัน ก็คือมันจะเปิดเมื่อเราจะรดเท่านั้น มันก็จะช่วยลดด้านอื่น ๆ ไปได้อีกนะคะ นั่นคือลักษณะของ Smart Farm นะคะ ก็คือนำเทคโนโลยีของ IoT นี่มาช่วยนะคะ ช่วยลดรายจ่ายที่เสียไปโดยไม่จำเป็น เมื่อรายจ่ายที่เสียไปโดยไม่จำเป็นก็คือต้นทุนเราลดลงนะคะ แต่เราขายพืชผักได้ราคาแล้วก็มีกำไรมากขึ้น เพราะไม่ต้องไปเสียทุนกับค่าน้ำ ค่าอะไรที่เสียไปโดยไม่ใช่เหตุ มันก็จะทำให้เรามีเงินเก็บเพิ่มขึ้น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ก็จะปลดหนี้ได้อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้แต่ถ้าไปอยู่ใน Factory หรือโรงงาน Smart Factory นั่นเอง ก็คือโรงงานอัจฉริยะ ก็คือใช้ระบบ IoT เข้าไปช่วย เช่น ดูแลกระบวนการผลิตอย่างนี้นะคะ ก็คือเพื่อเช็กว่าสมมติเหมือนตั้ง... ก็จะเป็นการลดแรงงานคน แต่ถ้าใช่ในโรงงานนะคะ คือ อุปกรณ์บางอย่าง หรือว่าชิ้นส่วน หรือว่าการผลิตอุปกรณ์บางอย่างนี่ มันใช้คนทำไม่ได้ มันก็จะมาใช้เป็นหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรในโรงงานในการผลิตนะคะ แต่ทีนี้ถ้าเกิดเราปล่อยเครื่องจักรทำงานเองตลอดเวลา มันก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ เราก็เอา IoT มาช่วยนะคะ เช่น เข้าไปดูการผลิตวงจรนั่นนี่นู้น หรือควบคุมอุณหภูมินะคะ หรือควบคุมอุณหภูมิ หรือควบคุมไฟนะคะ เหมือนถ้าพูดถึงใช้เครื่องจักรทำงานนี่ไม่ต้องเปิดไฟก็ได้ เครื่องจักรมันก็จะทำอัตโนมัตินะคะ มันก็จะไปลดต้นทุนการผลิตคล้าย ๆ กับ การผลิตที่ว่านะคะ คล้าย ๆ กับ Smart Farmนะคะ แล้วก็ไปทำในส่วนที่คนทำแล้วเกิดอันตราย เช่น อะไรอย่างนี้นะคะ ใช้หุ่นยนต์หรือใช้เครื่องจักรทำงานแทนก็จะดีกว่านะคะ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือการประยุกต์ใช้งาน Internet of Things ยังมีอีกหลายอย่างประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง อันนี้ให้มองเห็นเป็นลักษณะที่ใช้อย่างจริง ๆ จัง แล้วมีการใช้ที่เห็นได้ชัดแล้วนะคะ ในส่วนอื่น ๆ ก็มีบ้างนะคะ แต่ยังไม่เยอะเหมือน ก็อย่างที่รู้กัน ถ้าโซนภูมิภาคแถวบ้านเรามันก็ยังอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาไปได้ไม่ถึงแต่ในทางประเทศซีกโลกตะวันออกเขาก็มี IoT ไปอยู่ในองค์กรหรือส่วนต่าง ๆ ของเขาหลายอย่างแล้วนะคะ ทีนี้มาดูหัวข้อสุดท้าย IoT Robot ตอนแรกในเทอมนี้ เพราะว่าในเทอมนี้ ตอนแรกก็ชั่งใจอยู่ว่าจะทำ IoT แบบไหนดี ว่าจะทำเหมือนระบบเซนเซอร์อย่างนี้ ก็ทำมาทุกรุ่นแล้วก็เลยว่าอย่างนั้นเราลองมาทำเป็น Robot แทนแล้วกันนะคะ IoT Robot นี่ เช่น เมื่อกี้ที่ยกตัวอย่างในโรงงานนี่ ไอ้เจ้าหุ่นตัวนี้มีชื่อด้วย น้องมีชื่อด้วยนะคะ น้องชื่อ Omeron Omeron นะคะ น้องจะมีหน้าที่ทำอะไร เห็นไหมคะ มันจะมีชั้น ชั้นวาง ได้ยินไหมคะ การ์ตูนได้ยินไหม เงียบกริบ ฮัลโหล การ์ตูนได้ยินไหมคะ (พี่การ์ตูน) สวัสดีค่ะ อ. แม่ ได้ยินเสียงการ์ตูนไหมคะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไร แสดงว่าฝั่งโน้นไม่ได้ยิน (พี่การ์ตูน) หนูไม่ได้ยิน อ. แม่ ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อ่านจากไอนั่นเอา ถึงว่าเด็กท้วงพี่ล่ามไม่ได้ยินเอาอย่างไร เปิด-ปิด เสียงในห้องน่ะดังมาก ถอดความได้ยินแต่ล่ามไม่ได้ยิน ล่ามไม่ได้ยิน ไม่เป็นอะไร ใกล้จบแล้ว (พี่อี๊ด) สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหมคะ (ล่าม) ฝั่งล่ามไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินเสียงล่ามค่ะ แต่ล่ามไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ แย่เลย (พี่อี๊ด) ฝั่งล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ แต่ฝั่งนี้ได้ยินเสียงฝั่งล่ามอยู่ค่ะ ได้ยินเสียงพี่อี๊ดอยู่ค่ะ แต่เสียงมันจะเป็นกระตุก ๆ หน่อยหนึ่งค่ะ ไม่ชัดเหมือนตอนแรกที่เราไอ้นี่ ตอนนี้ได้ยินหรือยังคะ ได้ยินเสียงอาจารย์หรือยังคะ ยัง (พี่อี๊ด) ยังไม่ได้ยินค่ะ ล่ามยังไม่ได้ยินฝั่งสกลค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็นไรค่ะพี่อี๊ดพอดีเหลือสไลด์สุดท้ายแล้ว (พี่อี๊ด) ล่ามไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ค่ะ เดี๋ยวจะลองปิดแล้วเปิดใหม่ก่อนนะคะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ สัญญาณกระตุกนะนี่ (พี่การ์ตูน) สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ได้ยิน (พี่การ์ตูน) ทางล่ามเสียง ไม่ได้ยินเสียง อ. แม่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็นไรค่ะ การ์ตูนพอดีมันสไลด์สุดท้ายแล้ว เหลือแค่สไลด์เดียวแม่จะจบแล้วค่ะ จะสอนเสร็จแล้ว นะ อย่างนั้นก็ขอบคุณพี่ล่าฝั่งโน้นนะคะ วันนี้เราก็จะพอแค่นี้ล่ะค่ะ เพราะเมื่อกี้ปิดแล้วเปิดก็ยังไม่ได้ เพราะเหลือสไลด์สุดท้ายเดี๋ยวให้อุ๋ยช่วยล่ามให้ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ โอเคนะ อย่างนั้นขอบคุณค่ะ (พี่การ์ตูน) โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ