--- title: อินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง ปี 2 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม 2565 เวลา 08.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ใบเตยกับเซฟหายไปไหน (พี่อี๊ด) อาจาราย์สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ (พี่การ์ตูน) อ. แม่ สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ วันนี้ไอซ์เข้ามาแล้ว จุฑารัตน์, ดำรงศักดิ์ มาเมื่อกี้แบม เสื้อน้อยยังไม่เข้า เซฟ เซฟล่ะ เซฟก็ไม่เห็นอาทิตย์นี้ ไอซ์เซฟหายไปไหน (นักศึกษาชาย) ขอโทษครับอาจารย์พ่อดี OBS ใหม่ (อาจารย์สุธิรา) ครับ ๆ (อาจารย์สุธิรา) ไอซ์ เซฟหายไปไหน (นักศึกษาชาย) ผมเห็นยังไม่ตื่นนะครับ (อาจารย์สุธิรา) ยังไม่ตื่น วิชาอื่นเข้าอยู่ใช่ไหมนี่ (นักศึกษาชาย) เดี๋ยวผมตามครับ บี บีกับแบม บีกับแบม ยังไม่เปิดกล้อง 2 สาว แบมยังไม่เปิด ใบเตย ตามใบเตยด้วยนะ ใบเตยพอออนไลน์แล้วไม่เข้าเลยใบเตย (เจ้าหน้าที่) น้องเข้าทุกวิชาอยู่นะคะแม่ เดี๋ยวหนูลองโทร. ตามค่ะ เสือน้อยมาแล้ว โอเค สภาพ สวัสดีค่ะ ๆ เป็นอย่างไรเมื่อวาน 2 สาว เมื่อวานทำงานเสร็จหรือเปล่า บีกับแบมน่ะ ยังไม่เสร็จ (พี่อี๊ด) ยังเลยค่ะ ยากค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เขาให้ทำอะไร อันนี้อะไรไม่แน่ใจค่ะอาจารย์ ให้ 3 อะไร (พี่อี๊ด) เป็นเส้น ๆ สารตะกร้า (พี่อี๊ด) สานตสานอะไรอย่างนี้ค่ะ ข้าวเหนียวที่ใส่ข้าวเหนียว (พี่อี๊ด) เปิดกระติ๊บน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สานยากจังอาจารย์ให้โจทย์ประมาณว่าให้ทำอะไรก็ได้จากไม้ไผ่ค่ะ (พี่อี๊ด) น้องบอกน้องทำไม่เป็น สานง่าย ๆ เหมือนสานตะกร้า (อาจารย์สุธิรา) สานถักธรรมดา (พี่อี๊ด) น้องบอกเดี๋ยวรอดูใน Youtube ก่อนค่ะ จะไปเปิด YouTube ดู เห็น... จ้ะ โอเค ๆ เห็นมาขออุปกรณ์ มาหาขวานกับเลื่อย โอเคค่ะ เดี๋ยวหัวข้อที่เราจะเรียนวันนี้ ก่อนอื่น ๆ ถามเด็ก ๆ ก่อน ไปเสียแล้ว ไม่เป็นอะไร ถามคนอื่นบ้างก็ได้ ถาม... 2 สาวเปิดอยู่ บี มองกล้อง เคยดูการ์ตูนของ Disney เช่น Snow white อะไรพวกนี้เคยดูไหม ชื่อไทยสะกดนะ ไทยสะกด การ์ตูน... (อาจารย์สุธิรา) เคยดูไหม (พี่อี๊ด) ดูค่ะ ๆ (อาจารย์สุธิรา) ดูเรื่องอะไร เคยดูเรื่องอะไรจำได้ไหม (พี่อี๊ด) ลืมค่ะ ลืมค่ะแต่เคยดูค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) เคยดูอยู่ใช่ไหม โอเค เดี๋ยวจะลองไปถามคนอื่นบ้าง หนุ่ม ๆ ๆ เซฟเข้ามาแล้ว หายไปไหนมาเซฟ (นักศึกษาชาย) อาบน้ำเพิ่งเสร็จครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) อาบน้ำเพิ่งเสร็จ ถาม ๆ ตอนเด็ก ๆ เคยดูการ์ตูนอะไร ชอบการ์ตูนเรื่องอะไร (อัษฎาวุธ) ดูเยอะเลยครับ (อาจารย์สุธิรา) เรื่องที่ชอบ มันต้องมี เด็กทุกคนจะต้องมีเรื่องที่ชอบดู (นักศึกษาชาย) ก็วันพีชครับ ดูทุกอาทิตย์ นะคะ โอเค เดี๋ยวถามครามกับอะตอมจะเปิดกล้องไหมนี่ คราม ยังไม่เปิด อะตอมล่ะ อะตอมเปิดกล้องอยู่ อะตอมสวัสดีครับ เคยดูการ์ตูนไหมครับ เคย ชอบดูเรื่องอะไรจำได้ไหม (พี่อี๊ด) สีเหลือง ปิกาจูค่ะ ปิกาจู (อาจารย์สุธิรา) โอเค ๆ ส่วนใหญ่น่าจะเคยดูเด็กสมัยเด็ก ๆ น่าจะดูกันทั้งนั้น ใบเตย ใบเตยนี่น่าจะชอบดู ใบเตยชอบดูการ์ตูนเรื่องอะไร ใบเตยได้ยินไหมคะ น่าจะเคยดู แต่จะชอบดูเรื่องอะไรนั้น ใบเตยพิมพ์ตอบมมาก็ได้นะ โปเกมอน ศรจักรบอกโปเกมอน โอเค ครามล่ะ ครามเปิดหรือยัง ยังไม่เปิดกล้อง ไอซ์ล่ะ ๆ ชอบดูการ์ตูนเรื่องอะไร ตอนเด็ก ๆ เอาตอนเด็ก ๆ ตอนโตคงไม่ชอบดูกันแล้ว (นักศึกษาชาย) ครับผม (อาจารย์สุธิรา) ตอนเด็ก ๆ ชอบดูการ์ตูนเรื่องอะไร (ศักดา) ใน Disney ก็จะเป็นพวกแมนนี่กับช่างครับ (อาจารย์สุธิรา) แมนนี่กับช่าง ส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะเคยดูนะคะ เพราะเรื่องในวันนี้นะคะ มันจะมาจากนี่ล่ะ การ์ตูนนี่ของ Disney ด้วย เดี๋ยวดูนะคะ ว่าทำไมถึงอ้างจากของดิสนีย์of Animation พื้นฐานของการสร้าง Animation นี่ 12 ข้อนี้ มันมาจากนี่เลย ไม่เปิดสิ เราไม่ได้เปิดไอ้นี่ สไลด์เราค้างสะอย่างนั้น ทำไมหน้าไม่เปลี่ยน เดี๋ยวนะ เกิดอะไรขึ้นกับสไลด์เรา มือไปกดตัวนั้นน่ะ ผิด นะคะ 12 ก็คือหลัก 12 ข้อ หลักพื้นฐาน 12 ในการที่จะสร้างภาพเคลื่อนไหวนี่ มันมาจาก Frank แล้วก็ Ollie ดูผู้สร้างเขาต่างประเทศเขาจะเรียกคนที่สร้าง Animation ว่า Animator Frank กับ Ollie เขาเป็นคนทำการ์ตูนแอนิเมชันของ... ของเป็น Animator ของ Walse Disney ดูรูป อันนี้ก็ยังไม่ปัจจุบันเท่าไรนะ คือ ดูจากอายุแล้วอายุมาก ให้เด็ก ๆ คิดดูว่าสมัยแม่ก็ได้ดูการ์ตูน Walse Disney c]h; บางคนก็ได้ดู แล้วดูผู้ทำสิ สูงอายุขนาดนี้ มันจะมีมาตั้งแต่กี่ปีแล้วใช่ไหมคะ หลายปีแล้วเหมือนกันนะคะ เพราะปัจจุบันเขาอายุน่าจะเกือบ 80 - 90 แล้วนะคะ Frank กับ Ollie เขาได้เขียนไว้ในหนังสือ The Illusion of Life Disney Animation เป็นหลักการพื้นฐานในการสร้างภาพเคลื่อนไหว หรือสร้าง Animation แต่ที่สมัยที่เขาทำแรก ๆ มันจะไม่ใช่แอนิเมชันที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ให้นึกถึงไม่แน่ใจเดี๋ยวถามก่อน ไม่รู้ยุคนี้ทันดูหรือเปล่า ไอซ์ทันได้ดูหนังกลางแปลงไหม (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ดูไหม (นักศึกษาชาย) หนังกลางแปล (ศักดา) หนังกลางแปลง ไม่ทันครับ แต่ไม่ได้ดูแบบ... (อาจารย์สุธิรา) ไม่ได้ไปดูใช่ไหม (นักศึกษาชาย) เห็นแต่ในหนังครับ ส่วนมาก (อาจารย์สุธิรา) ในยุคนี้น่าจะไม่ทันนะ คือหนังกลางแปลงนี่ กับฟิล์ม เด็ก ๆ ยุคนี้น่าจะไม่ทัน ก็คือหลักการในสมัยก่อนน่ะ เวลาเขาทำการ์ตูนอนิเมชันนะคะ เขาก็จะวาดในกระดาษ ไม่รู้เด็กยุคนี้ทันที่วาดในกระดาษหลาย ๆ แผ่น พอเราคลี่กระดาษแล้วมันจะเคลื่อนไหวน่ะ ใช้หลักการนั้นก็คือเฟรมต่อเฟรมเลยในสมัยนั้นน่ะ ก็คือต้องวาดไปทีละช็อต ให้นึกถึงเด็ก ๆ จำได้ไหม ที่พาทำไดโนเสาร์เดินน่ะ สังเกตที่ตัวไดโนเสาร์เดิน ที่เราในคอมพิวเตอร์เราจะเรียกอันนั้นว่า "Sprite" น่ะค่ะ ก็คือมันจะต้องมีภาพที่วาดหลาย ๆ ช็อตต่อเนื่องกันไป ก็คือเพื่อให้ไดโนเสาร์มันเดิน นั่นล่ะ หลักการทำแอนิเมชันก็แบบนั้นน่ะค่ะ วาดหลาย ๆ ช็อตน่ะค่ะ ท่ามันจะค่อย ๆ เปลี่ยน แบบนั้นนะคะ ซึ่ง Frank กับ Ollie นี่เป็น Animator ของดิสนี่ย์เลย ทีนี้เนื่องจากมันมี 12 ข้อเดี๋ยวเรามาดูกันว่าแต่ละข้อนี่มีอะไรบ้าง ดูข้อแรกนะคะ ใน 12 ข้อนี่ ก็คือ Squash and Stretch ข้อที่ 1 ก็คือ quash and Stretch Anticipation นะคะ มาดู 2 ข้อแรกก่อน ค่อย ๆ ไล่ไปทีละข้อนะ หลักการข้อที่ 1 Squash and Stretch นะคะ มันแปลว่า Squash and Stretch แปลว่า หดกับยืด ก็คือหลักการที่ใช้การยืดและการหดนี่ ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ พูดเฉย ๆ เด็ก ๆ คงไม่เห็น ให้ดูที่ดูที่ตัวนี้นะ นี่เห็นไหมคะ หดแล้วก็ยืด นี่ใช้หลักการนี้ในการเคลื่อนไหว ใช้การยืดและการหดนะคะ มันจะใช้หลักทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า "แรงโน้มถ่วง" นะคะ กับมวลของน้ำหนัก แล้วก็ค่าความยืดหยุ่นนะคะ มาเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์แล้วก็กำหนดทิศทางให้กับตัวนี้ ตัวรูป เห็นไหมคะ ในรูปสี่เหลี่ยม ก็คือพอมันขึ้นไป รูปต้นนี่มันเริ่มที่รูปทรงสี่เหลี่ยมอย่างนี้นะคะ ยาว ๆ สักหน่อย พอกระโดดขึ้นมันจะหด ให้นึกถึงเหมือนตอนเรากระโดดน่ะ เราต้องย่อขาใช่ไหม ก่อนจะกระโดด มันก็ใช้หลักการทางการเคลื่อนไหวของร่างกายเราด้วยนะคะ มันก็จะยืดหยุ่น แม้... เขาบอกว่าบางทีก็ต้องให้มันเกินจริงบ้าง เพื่อให้เกิดเขาเรียกว่าอะไรน่ะ เกิด... เพราะเหมือนแท่งคอนกรีต ตามหลักมันจะยืดหยุ่นไหมคะ ไม่ แต่ก็บอกแล้วแอนิเมชัน มันก็เอามาทำเป็นการ์ตูนมันก็จะใช้ ก็คือมันก็ใช้การเกินจริงให้มีจินตนาการเข้าไป เพื่อให้วัตถุนั่นเคลื่อนไหว ก็คือใส่ชีวิตชีวาเข้าไปนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเวลาทำอนิเมชันแบบ Stretch กับ Squash ก็คือเวลาเราจะยืดหรือจะหดวัตถุนี่ตามหลักแล้วมันควรจะยืดก่อนหรือหดก่อน ให้ถูกนะไม่ใช่ขึ้นไปแล้วยืดลงมาแล้วหดอย่างนี้ ต้องดูด้วยนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อต่อไป หลักการข้อที่ 2 Anticipation นะคะ Anticipation หลักในข้อที่ 2 ความคาดหวัง ทำไมต้องมีความคาดหวัง ในการทำแอนิเมชันนี่ Frank กับ Ollie เขาว่าไว้ว่าก็คือเราอยากให้คนดูนี่นะคะ เห็นภาพที่มันสมจริงนะคะ เขาบอกเหมือนเมื่อกี้ที่ยกตัวอย่างนั้นเวลาที่เรากระโดดที่เรากระโดดขึ้นไปนี่ เราต้องงอเข่าใช่ไหมคะ คือ ถ้าเรายืนแล้วกระโดดนี่เด็ก ๆ สังเกตดูมันจะกระโดดได้ไม่ค่อยสูง แต่พองอเขาสักเล็กน้อยแล้วกระโดดนะคะ ระยะการกระโดดมันก็จะสูงขึ้นใช่ไหมคะ อันนี้ให้ดูหลักการ Anticipation นะคะ เหมือนเวลาตอนโยกตัวเห็นไหม โยกแค่อย่างนี้ ถ้าเป็นคนมันก็ได้อยู่ แต่ถ้าเป็นวัตถุสั้น ๆ อย่างนี้ถ้าให้มันโยกมันก็จะไม่ขึ้น มันก็เลยต้องยกขึ้นหน่อยในคลิปนี่ นี่ เพราะวัตถุมันสั้น โยกตัวนิด ๆ มันก็เห็นไหมนะคะ แต่พอยกขาล้มได้ด้วย กลิ้งได้ด้วย ก็คือเราต้องคิดว่าให้นึกถึงความคาดหวังของคนดู อยากเห็นภาพนี้เกิดอะไรขึ้น ก็คือมีจินตนาการไปก่อนแล้ว ว่าถ้าทำท่านี้ควรจะไปต่อท่าไหน เพื่อให้มันเกิดความสมจริง การเคลื่อนไหวมันดูสมจริง ดูจากไอ้รูปเหลี่ยม ๆ ในคลิปแรกอาจจะไม่เห็น ให้มาดูคลิปนี้ คลิปที่ 2 ไม่ขึ้น เดี๋ยวไปเปิดจาก... เดี๋ยวเปิดจากคลิปนี้ให้ดู กำลังโหลด แป๊บหนึ่งนะครับ มันไปเปิดอันไหนล่ะนี่ รอแป๊บหนึ่ง มันดันไปเปิดไอ้นี่ไม่ได้ เปิดตัวนี้ โอเค เปิดอันนี้นะคะ บอก... ไม่ขึ้นสะอย่างนั้น แหม ๆ ๆ ๆ ๆไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหาลิงก์ให้ก่อน ไม่ยอมเปิดวิดีโอให้เราเสียอย่างนั้น ลิงก์เมื่อวานหายไปไหนนะ แล้วไม่ยอมให้เราเปิดด้วย แป๊บหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ (พี่การ์ตูน) อ. แม่คะ ตอนนี้ไม่ได้ยินเสียง อ. แม่ เลยค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเค เอาใหม่ ๆ ดูนะคะ หลักข้อที่ 3 ข้อต่อมาข้อที่ 3 Staging การจัดฉาก ในที่นี้ หมายถึง เป็นหลักที่เราต้องการให้การเคลื่อนไหวที่จัดการองค์ประกอบ ฉากที่อยู่ด้านหลังนี่นะคะ ให้ดูจากคลิปที่ 2 แทน นี่เห็นไหมคะ คนยืนอยู่ แล้วไปเห็นไหม ฉากแทนอะไรอย่างนี้ คือ การเคลื่อนไหวตรงคนจะน้อย มีการเคลื่อนไหวด้านหลัง ลักษณะนี้นะคะ ก็คือเป็นการจัดฉากหลังนั่นเองนะคะ ก็คือตัดฉากที่ไม่สำคัญออกไปนะคะ แล้วเอาพวกเหมือนเส้นแสงอะไรอย่างนี้เข้ามาแทน เหมือนคลิปที่ 1 นี่ วางสี่เหลี่ยมไว้อย่างนี้แล้วใส่แสงกระพิบใส่อะไรเข้ามานี่ จัดฉากนะคะ ก็มีการลำดับ แต่จะต้องมีการลำดับก่อน-หลังด้วยว่าจะเอาแบบไหนนะคะ นี่คือแบบที่ 3 ก็คือไปเน้นที่ฉากข้างหลังนะคะ Staging ต่อมาหลักการข้อที่ 4 นะคะ Straight ahead action and pose to pose หลักข้อที่ 4 นี่ อธิบายยาวหน่อย เพราะอะไร ชื่อหลักการข้อนี้ การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เปลี่ยนรูปตัวละครน่ะค่ะ กลายร่าง หรือในภาษาเด็กวัยรุ่น Topform ใช่ไหมคะ แปลงร่างหลักการนี้มันมาจาก 2 วิธี ก็คือ Straight Ahead Action ก่อน ก็คือเป็นลักษณะการแปลงภาพแบบตรงไปตรงมา มีการกำหนดภาพขึ้นมาก่อนว่าภาพเริ่มต้นนี่ จะเริ่มจากภาพอะไร แล้วภาพสุดท้ายนี่ ก็คือเหมือน... เดี๋ยวดูคลิปแล้วจะเห็น คือ ให้นึกถึงเหมือนเราอยากให้หนอนกลายไปเป็นผีเสื้อ หลักการนั้นนะคะ ก็คือหนอนมันจะกลายเป็นผีเสื้อได้นี่ถ้าตามหลักแล้วนี่ พอเป็นหนอนแล้วมันจะเป็นดักแด้ใช่ไหมเด็ก ๆ แล้วค่อยไปเป็นผีเสื้อใช่ไหมคะ มันไม่ใช่ จากหนอกปุ๊บ แล้วกลายเป็นผีเสื้อเลย ไม่ใช่ใช่ไหม เพราะฉะนั้น รูปแบบที่ 1 นี่ Straight ahead action นี่ ถ้าเราวาดรูปเราก็ต้องมีรูปตั้งแต่หนอน แล้วก็มีรูปดักแด้นะ แล้วก็มีรูปดักแด้ที่มันจะโดนเจาะออกมานึกออกนะ ถ้าเคยดูหนังสารคดี แล้วเขาไปถ่าย เวลาหนอนเป็นดักแด้นี่ ตอนเรามาดูนี่ 5 วินาทีก็เห็นนอนออกมาจากดักแด้แล้ว แต่จริง ๆ กว่าหนอนจะมาเป็นดักแด้น่ะมันนานเขาก็จะตั้งกล้องไว้แล้วมาทำภาพใหม่ เพราะฉะนั้น การวาด Straight Ahead นี่ เด็ก ๆ ก็ต้องมีภาพตั้งแต่ภาพที่ 1 ไปถึงภาพสุดท้าย ก็คือจากหนอนไปเป็นผีเสื้อนี่มันจะเป็นอย่างไรนะคะ แต่แบบที่ 2 นะคะ Pose to Pose นี่จะเป็นกำหนดภาพเริ่มต้น เรารู้แล้วว่าเห็นหนอนภาพสุดท้ายเป็นผีเสื้ออย่างนี้นะคะ โดยภาพเริ่มต้นหรือภาพแรกนี่ เราจะเรียกว่าภาพหลัก ภาพหลักคือ Key Frame เสร็จแล้วระหว่างที่การทำ เป็น Pose to Pose นี่ มันจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ก็จะมีภาพที่ 1 1 ภาพ แล้วก็ภาพสุดท้าย 1 ภาพนี่ แล้วใส่เขาเรียกว่าเทคนิคน่ะค่ะ เทคนิคว่าให้จากภาพที่ 1 พอมาภาพที่ 2 นี่ ก็คือหนอนมันจะค่อย ๆ กลายมาเป็นผีเสื้ออย่างนี้นะคะ แต่โดยปกติเขาจะใช้ทั้ง 2 แบบควบคู่กันไปก็คือใช้เอา Straight ahead มาด้วย Straight Ahead เข้ามาด้วย แต่ถ้าเราเอา Straight Ahead  เข้ามาตรง ๆ นี่จะต้องวาดหลายภาพ แต่ถ้าเอา Pose to pose เข้าไปนี่ 2 หรือ 3 เพราะการที่หนอนจะไปแปลงเป็นผีเสื้อนี่ หนอนจะต้องเป็นดักแด้ก่อน รูปที่ 2 เป็นดักแด้ แล้วรูปที่ 3 ค่อยเป็นผีเสื้อ แต่ถ้านึกภาพวาดแบบ Straight ahead มันจะไม่ได้วาดแค่หนอนแล้วก็ดักแด้ แต่มันจะต้องเป็นวาดหนอน ค่อย ๆ กลายไปเป็นดักแด้ มีไอ้ตัวไอ้นั่นมาหุ้มเขาน่ะค่ะ ค่อย ๆ หุ้มไป ภาพมันก็จะเยอะกว่าแบบ Pose to Pose นึกออกนะ ก็เลย เขาเลยบอกว่าถ้าใช้ 2 แบบร่วมกัน ความสมจริงก็จะมีมากกว่านะคะ อันนี้คือหลักของ Straight ahead action กับ Pose to Pose เราจะมาดูคลิปนะคะ คือ ถ้าเหมือนที่บอกนี่เราจะวาดแค่ 2 - 3 เฟรมเท่านั้นเอง เห็นไหมคะ ถ้าวาดเอาแบบ Straight ahead กับ Pose to Pose มารวมกันนี่ ให้ดูจากคลิปที่ 1 จะเห็นได้ชัด รูปแรกจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม เด็ก ๆ ดูที่คลิปนะคะ เห็นไหมคะ เขามีโครงไว้ด้วยว่ามีรูปสี่เหลี่ยม มีวงกลม แล้วก็สุดท้ายเป็นสามเหลี่ยม เห็นไหมคะ พอเปลี่ยนสี่เหลี่ยมเป็นวงกลม วงกลมไปเป็นสามเหลี่ยมก็คือหลักของ Straight Ahead นะคะ ที่ใช้ทั้ง Straight Ahead Action ใช้ Pose to Pose แบบแรกที่เห็นในคลิปนี่จะเป็นแบบ Straight ahead ที่ต้องวาดจากรูปค่อย ๆ วาดไปทีละรูป การเปลี่ยนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างนี้ นั่นคือแบบ Straight Ahead แต่ถ้าแบบแค่ 3 รูปอย่างนี้ Pose to Pose เห็นไหม ทีนี้ลองมาดูในคลิปที่ 2 นะคะ คลิปที่ 2 เปิดได้อีกไหมนะ ทำไมจอดำอีกแล้ว เดี๋ยวไปเปิดจาก อย่างนั้นเดี๋ยวนำเสนอแบบที่เป็นตัว PowerPoint อย่างนี้แล้วกันนะคะ จะได้ไม่กลับไปกลับมา นี่นะคะ คลิปที่ 2 Straiging นี่ เอ๊ย ไม่ใช่ Straight สิ เราต้องไปที่เท่าไรน่ะ Straight Ahead นะคะ ตัวนี้ ช้านิดหนึ่ง ให้ดูที่นกนะคะ ดูนกนะคะ แป๊บหนึ่ง ยังไม่ถึง ดูเจ้านกตัวสีดำ ๆ นี่ เดี๋ยวนะ แปลงแล้ว แปลงร่างเป็นหมูแล้ว ข้ามไปหน่อยหนึ่ง มันจะมีตอนแปลงร่างนี่ค่ะ ไม่เป็นไรอาจจะช้า เดี๋ยวจะเสียเวลานะคะ ให้นึกถึงหลักการแปลงที่เห็นจากภาพที่ 1 นี่ คลิปที่ 1 นี่ จะเห็นชัด ค่อย ๆ เปลี่ยนไป แต่พอมาเป็น... พอเราเอามาทำเป็น... ตัวการ์ตูนความเร็วมันก็ต้องเพิ่มขึ้นน่ะ เพื่อให้เห็นว่าแปลงปุ๊บเปลี่ยนเลยเดี๋ยวมาดูหลักการข้อต่อไปนะคะ Follow Through and Overlapping Action ก็จะมาจาก 2 ลักษณะเหมือนกัน ก็คือ Follow Through กับ Overlapping นะคะ ดูลักษณะแรกก่อน Follow Through นะคะ นะคะ ก็คือมันจะมีภาพที่เกิดจากการเคลื่อนไหวหลักนะคะ ที่เรียกว่า "Actionมีแล้วเคลื่อนไหวไปไหน เคลื่อนไหวไปที่อื่น โดย Action นั้นน่ะมีผลต่อเนื่องกันซึ่งเราจะเรียกว่า "Re-Action" นะคะ เช่น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีวัตถุชิ้นหนึ่งน่ะ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วนะคะ และหยุดกระทันหันนะ ให้นึกถึงเหมือนรถน่ะ เหมือนรถวิ่งมาเร็ว ๆ แล้วเวลาเราจะเบรกใช่ไหม พอเบรกปุ๊บนี่รถมันหยุดเลยไหม ไม่หยุดนะคะ มันจะมี Reaction นิดหนึ่งค่ะ มันอาจจะมีเสียงดังเอี๊ยด เสร็จแล้วก็รถมันจะเคลื่อนไปข้างหน้าก่อนนิดหนึ่งนะก่อนมันจะหยุด นั่นก็คือ Follow Through นะคะ เป็นลักษณะการเกิด Reaction ของวัตถุหลักนี่นะคะ ทีนี้ในลักษณะที่ 2 Overlapping Action เกิดจากลักษณะที่เกิดการเคลื่อนไหวในส่วนต่าง ๆ ซึ่งเราจะเรียกตัวนั้นว่าก็คือมี Main Action ก่อน ก็คือตัวหลัก มีการเคลื่อนไหวของตัวหลัก แล้วมีการเคลื่อนไหวรอง เช่น ให้นึกถึงเหมือนคนนี่นะคะ ตัวละครถ้าเป็นคนหรือเป็นสัตว์ก็ได้ ถ้าเกิดมีการวิ่งนี่ เวลาวิ่งมันไม่ใช่แต่ขาใช่ไหมคะ เคลื่อนไหว แต่แขนมันก็ต้องเคลื่อนไหวด้วยนี่ มันจะเรียกว่า "Overlapping" ดู... เรามาดูคลิปกันดีกว่า จะได้เห็นภาพนะคะ Follow Through and Overlapping Action นี่นะคะ ก็คือการเคลื่อนไหวที่จะเกิดเขาอธิบายโดยสรุปว่าเป็นการเคลื่อนไหวของตัว Animation นี่ ในอัตราที่จะต่างกัน ก็คือวัตถุต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวมันจะเคลื่อนไหวไปพร้อมกันนึกออกนะ เหมือนมือน่ะ ใช่ไหมคะ มันจะไม่ใช่วิ่งไป วิ่งแล้วแขนมันขึ้นไปอย่างนั้น เหมือนขาก็เหมือนกันเวลาวิ่งขามันก็จะสลับไปอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวลองดูคลิปแล้วกัน เห็นไหมคะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะ มันจะเป็น ให้วัตถุมันเคลื่อนนี่เห็นไหม ไอ้ตัวแท่งมันก็ไม่ได้วิ่งไปตรง ๆ น่ะ เพราะมันอย่าลืมว่ามันมีหลักการแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยใช่ไหม มันก็จะดึง แล้วทำให้เกิดมีเส้นโค้ง ๆ ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ พอวิ่งไปเห็นไหมนะคะ ทีนี้ลองมาดูคลิปที่ 2 น่าจะเห็นชัดเจนขึ้นเดี๋ยวขยายขนาดคลิปให้ เห็นไหมตอนเขามี Reaction ก็คือปล่อยพลังตรงเท้าออกมาด้วยนะคะ เห็นไหมคะ การเคลื่อนไหวรอง ก็คือไอ้ตัวหยดน้ำนะคะ อย่างนี้เป็นตัว นี่ เมื่อกี้ Overlap มก้อนหินตามมาด้วย เป็นการเคลื่อนไหวรองอย่างนี้ ก้อนหินที่แตกกระจายนะคะ อันนี้คือหลัก Follow Through กับ นะคะ ก็คือพอมีการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ก็ให้นึกถึงเหมือนเราจะนอนนี่ เด็ก ๆ จะหงายหลังลงไปนอนไหม ก็ไม่ใช่ใช่ไหม ก็อาจจะค่อย ๆ นั่งก่อน แล้วเอนหลังลงอย่างนี้นะคะ ไม่ใช่นั่งอยู่แล้วหงายหลังปึ้งลงไปเลยอาจจะมีท้าวแขนบ้างอะไรบ้างอย่างนี้ นั่นคือหลักการใช้ Follow Through กับ Overlapping Action เพราะมันจะมีวัตถุรองเพิ่มเข้ามาเหมือนอย่างที่อะไรนะ เขาเล่นกับน้ำใช่ไหม แล้วพอใช้พลังฝ่ามือระเบิดน้ำนี่ เม็ดน้ำก็กระจายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ น่ะ กระจายเข้ามาก็จะเป็น Overlapping อย่างนี้นะคะ หลักที่ 5 ไปดูหลักต่อไปค่ะ มีหลายข้อ บอกแล้ว 12 ข้อ ให้นึกถึงง่าย ๆ ว่า ใช้จินตนาการบวกกับการเคลื่อนไหวแบบธรรมชาติ เหมือนใบไม้จะล่วงลงมา หล่นลงมาตรง ๆ เพราะใบไม้เหมือนมีลมมาพัดใช่ไหมคะ มันก็จะกลายเป็นค่อย ๆ ปลิวหรือเคลื่อนลงอย่างนี้นะคะ มันไม่ใช่พอใบไม้ร่วงหล่นตรงมาอย่างนี้ ไม่ใช่ใช่ไหม เพราะเวลาพอใบไม้ร่วงมะนก็จะมีลมมาหน่อย เอนไปทางซ้ายเอนไปทางขวาอย่างนี้นะคะ มันต้องใช้จินตนาการให้เกินจริงเข้ามาด้วย แล้วก็ความสมจริงจากธรรมชาติเข้าไปด้วยนะคะ การทำ Animation มาดูหลักข้อที่ 6 Slow in& Slow Out นะคะ เคลื่อนไหวแบบเข้า แล้วก็ออกแบบช้า ๆ นะคะ Slow ชื่อก็บอกอยู่แล้ว Slow ก็คือมีการเคลื่อนไหวแบบช้า ๆ ไม่ใช่ทำแบบเร็ว ๆ เหมือนไอ้พวก Follow Up หรือไอ้ 2 ข้อก่อนหน้านั้นน่ะ ที่แปลงร่างก็แปลงเร็ว ๆ ไม่ได้แปลงช้า ๆ นะคะ หลักการนี้นะคะ ก็คือเห็นไหมคะ ก็คือีที่เกี่ยวข้องกับมวล มวลหรือน้ำหนักของวัตถุ เหมือนวัตถุชิ้นใหญ่ ๆ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งได้เร็วยกเว้น Super Car ใช่ไหม แต่ Super Car มันเร็วได้ ก็คือเขาเพิ่มแรงม้าของเครื่องยนต์ใช่ไหม เหมือนรถบัส รถบรรทุกอย่างนี้ มันมวลใหญ่แต่ว่าวิ่งได้เร็วกว่ารถคัดเล็ก เพราะเขามีพลังขับเคลื่อนกว่าอย่างนี้ บางทีบางอย่างมันก็เดี๋ยว... หรือเหมือนโยนลูกบอลขึ้นไปอย่างนี้ ตอนโยนน่ะ กว่ามันจะขึ้นน่ะ มันจะช้ากว่า สังเกตเวลาเราโยนขึ้นไป มันจะช้ากว่า มันจะเร็วกว่าเพราะอะไร เพราะเขาเรียกว่า "แรงโน้มถ่วง พอโยนขึ้นตอนโยนนี่มันโดนแรงโน้มถ่วงดึงมันจะช้าใช่ไหม แต่พอตอนตกลงมา แรงโน้มถ่วงมันดูดลง มันทำให้การร่วงมันเร็วขึ้นนั่นเองนะคะ เดี๋ยวมาดูคลิปกันนะคะ ว่าไอ้หลักการนี้นะคะ ให้ดูนะคะ ดูจากคลิป เห็นไหมคะ ก็คือทำ Slowmotion นั่นเองทำการเคลื่อนไหวเป็นแบบ Slow motion นั่นเองนะคะ อันนี้ใช้หลักการค่อย ๆ ทำให้มันเคลื่อนที่แบบช้า ๆ ให้เหมือนช้า ๆ .นะคะ อันนี้ เทคนิคนี้ไม่ได้มีอะไรพิสดารน่ะ ก็คือ 1. บอกแล้วเราต้องนึกถึงหลักแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยนะคะ เพียงแต่เดิมนี่เหมือนใบไม้มันหล่น ถ้าตามหลักจริง ๆ มันก็จะหล่นเร็วพอสมควรนะคะ ให้นึกถึงเหมือนซองขนมน่ะ มันก็จะเร็วใช่หรือเปล่า แต่เราอยากให้มันเห็นชัดไง เราก็เลยเอาหลัก Slow-in Slow-out เข้ามาช่วย ก็คือทำให้มันช้าลงหน่อยนะคะ เพื่อจะได้เห็นว่าเวลามันหล่นลงมานะคะ มันจะไม่หล่นมาตรง ๆ มันอาจจะมีเอียงซ้ายเอียงขวานิดหนึ่ง อะไรอย่างนี้นะคะ นี่ เห็นไหม เพราะแนวนี้ใช่ไหม แต่พอลง เวลาลงมันตกเฉียงลงมาอย่างนี้ แต่ถ้าดูจากรูปเมื่อกี้มันอาจจะหล่นตรง ๆ แต่ความเป็นจริงมันจะค่อย ๆ เป็นแบบนี้ลงมา เฉียงแบบนี้ลงมา ก็เลยใช้ Slow in, Slow out เข้ามาช่วยนะคะ หลักการนี้เราจะเห็นได้ชัดนะคะ เพราะบางอย่างมันฟิ้วลงมา เหมือนชิ้นเล็ก ๆ ใช่ไหม พอหย่อนลง เด็ก ๆ ก็จะไม่เห็นแล้วใช่ไหมคะว่ามันหล่น แต่ถ้ามันเป็นชิ้นใหญ๋ ๆ นะ เดี๋ยวหาชิ้นใหญ่ ๆ เวลาของชิ้นใหญ่หล่นมันจะเห็นชัดใช่ไหม แต่ชิ้นเล็กหล่นนี่ แป๊บเดียว หายไปจากสายตาแล้วใช่ไหม แต่อันนี้พอหล่นนี่มันจะ... แต่เขาบอกว่าก็ให้ใช้การ Slow in Slow out เข้ามาช่วย ไม่ใช่ให้มันหล่นตามความเป็นจริงน่ะค่ะ ก็คือมาเพิ่ม Slow Motion เข้ามาให้มันนะคะ มาดูข้อต่อไป หลักการต่อไป ใช้หลักของความโค้งหรือเส้นโค้ง เดี๋ยวดูคลิปก่อนนะคะ หลักของเส้นโค้งดูคลิปที่ 1 ก่อน จากสี่เหลี่ยมแบน ๆ พอเวลากระโดมันมีสร้างเส้นโค้งขึ้นมา อันนี้ดูจากที่เป็นที่เขาให้เห็นนะคะ แล้วดูจากคลิปวีดิโอที่เขาทำแล้วไปสิ ไปหรือยัง โอเค ดูไม่ได้เสียอย่างนั้น ไม่ยอมให้เปิดอีกแล้ว นะคะ คือหลักการนี้มันจะอิงจากหลัก Anatomy ถ้าใครเรียน Anatomy ก็คือการเคลื่อนไหวร่างกาย นะคะ เช่น เวลาเราขว้าง ขว้างบอลนะ ขว้างลูกบอลไป ไปในอากาศนี่นะคะ มันจะเป็น นึกออกนะ มันขึ้นก็จะค่อย ๆ โค้งขึ้นไป หล่นลงมาก็จะค่อย ๆ โค้งนึกออกนะคะ ไม่มีลูกบอลประกอบ ให้นึกถึงหลักเวลาเราขว้างลูกบอลให้นึกถึงหลักนั้นเลยเวลาเราขว้างลูกบอลนะคะ เพราะเวลาเราโยนลูกบอลจริง ๆ นี่มันจะไม่ใช่โยนขึ้นไปตรง ๆ เลย อย่างนี้โยนไปข้างหน้าอย่างนี้ ลูกบอลก็จะโค้งมันจะเป็นลักษณะอย่างนี้ โค้งอย่างนี้ค่ะ นะคะ นั่นก็คือใช้หลักของความโค้งหรือเส้นโค้งที่บอกนะคะ มาดูข้อต่อมาค่ะ Secondary Action การเคลื่อนไหวรอง ก็คือเรา... ก็คือมีนการเคลื่อนไหวหลักก็คือวัตถุชิ้นที่ 1 เห็นไหมคะ คือ ไอ้ตัวชิ้นเล็ก ๆ นี่เป็นการเคลื่อนไหวรอง ทีนี้หลักการนี้ Secondary action นี่ ก็คือเราจะเน้นนะคะ เน้นที่วัตถุหลักนะคะ เน้นวัตถุหลักหรือ Primary Action ให้นึกถึงเหมือนอะไร เขาบอกว่าสมมติผมของตัวการ์ตูนน่ะค่ะ นึกถึงนะเวลาเราเคลื่อนไหวหรือสะบัดหัวนี่ ผมมันก็ต้องไป ยกเว้นว่าตัวการ์ตูนนั้นหัวโล้น เหมือนมินเนี่ยน มินเนี่ยนนี่ผมมันมีกระจุกนี้แต่พอเวลามันส่ายหัวนึกออกไหม ผมมันก็ต้องมีการไหวไปด้วยนะคะ อย่างนี้นะคะ ไม่ใช่ว่าพอส่ายหัวผมยังอยู่ตำแหน่งเดิมมันก็เป็นไปไม่ได้ คลิปวิดีโอจะเปิดได้อีกไหมนี่ เปิดได้นะคะ ดูมิกกี้เมาส์อันนี้ก็ของ Disney นะคะWalt Disney เห็นไหมคะ ไอ้เคลื่อนไหวรองน่ะดอกไม้ หรือไม่ก็ขนตา เห็นไหม ของมินนี่เห็นชัด เพราะเขาใส่ดอกไม้ไว้บนหัว มันมีดอกไม้ไว้บนหัว นั่นก็คือ Secondary Action แต่มันจะไม่ไปบดบังการเคลื่อนไหวหลักมาก แต่ให้นึกถึงว่าถ้ามันมีสิ่งอื่น วัตถุชนิดที่ 2 ตามหลักแล้วมันเคลื่อนไหวได้น่ะนึกออกนะ มีขนนก พอเราหันนี่ ไอ้ขนนกก็จะไหวไปกับตามนะคะ ไอ้ Secondary Action มันก็ต้องไหวไปตามด้วยอย่างนี้นะคะ มาดูหลักการต่อมา Timing Timing ใช้การควบคุมเวลา หลักการนี้เป็นอย่างไรนะคะ หลักการนี้นะคะ จะมีสังเกตโดยส่วนใหญ่แล้วนี่วิธีทำอนิเมชันนี่ หลาย ๆ ข้อบอกมีกฎของฟิสิกส์ โมเมนตัมบ้าง วิทยาศาสตร์ทั้งนั้นเลยนะคะ เข้ามาเกี่ยวข้อง ในส่วนของ Timing นี่ ก็คือเกี่ยวกับการเร่งหรือการผ่อนความเร็วของการเคลื่อนไหวนั่นเองนะคะ ลองดูคลิปนะคะ คลิปที่ 1 ก่อน เห็นไหม การเคลื่อนของวัตถุชิ้นที่ 1 กับชิ้นที่ 2 นี่สี่เหลี่ยมเหมือนกัน เห็นไหมคะ ถ้าเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ นี่ ความโย้มันก็จะไม่มาก แต่ถ้าเคลื่อนไหวแบบเร็ว ๆ เห็นไหม การโย้ไปด้านหลัง การเอนไปข้างหลังมันก็ต้องมีมากกว่า เห็นไหมคะ ให้ดูเปรียบเทียบนะคะ ทั้งข้างบน-ข้างล่าง ความแตกต่างของ 2 คลิปนี้ โอเคนะ ลองมาดูที่เป็นการ์ตูน PINK PHANTER กันดีกว่า เห็นไหมแป๊บเดียว Timing นะคะ นี่ เห็นไหม อันนี้ดูที่การเคลื่อนไหวของ pink panther นะคะ ใช่หรือเปล่า พอตอนเดินมันก็จะช้า ใช้ Timing ของ เขาเรียกว่าอะไรล่ะ การเคลื่อนไหวที่ดูอารมณ์ด้วย ดูปฏิกิริยาของตัวละครด้วย เหมือนหิวมาก ๆ รีบวิ่งเลยนะคะ หรือใช้แรงเฉื่อยต่าง ๆ เข้ามาร่วม มีหลายอย่างนะ ก็คือต้องดูหลักน่ะค่ะ เหมือนระหว่างเราเดินกับเราวิ่ง การเดินกับการวิ่งระยะเวลามันก็ไม่เท่ากันอยู่แล้วนะคะ อย่างนี้เป็นต้น หลักการต่อมา Exaggeration เกิดนจริง อันนี้เวลาทำอนิเมชันนี่ ใช้หลักการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติมาก ๆ ก็ไม่ได้ บางทีต้องโม้ เข้าไปเกินจริง ก็คือเพิ่มอะไรก็แล้วแต่ที่จะเพิ่มเข้าไปนะคะ ก็คือเพื่อขยายความจินตนาการน่ะ เพิ่มจินตนาการเข้าไป แล้วก็เพื่อจะขยายหลักการนี้นะคะ ต้องดูคลิปถึงจะเห็นชัด เห็นไหม ทำให้กล่องสี่เหลี่ยมไปงับขนมอะไรอย่างนี้ ไปงัดไอ้สิ่งที่ลอยอยู่ เห็นไหม จากอันเล็ก ๆ พอกระโดดขึ้นไปขยายใหญ่ขึ้น ก็คือทำให้มันเกินจริงน่ะ เป็นไปได้อย่างไรวัตถุชิ้นเล็ก ๆ แล้วเป็นชิ้นใหญ่นึกออกนะคะ นั่นก็คือใช้หลักของ Exaggeration มาดูในมิกกี้เมาส์ ในคลิปมิกกี้เมาส์นี่ มิกกี้เมาส์ก็เกินจริงหลายเรื่อง นี่ เห็นไหม เห็นไหมคะ สเก็ตแค่เคลื่ใช่ไหม คือ มันไม่น่าจะ พอเร็วเกินไป แขนขากระจัดกระจายเห็นไหมคะ เกินจริงไหม อย่างนี้นะคะ ใช้หลักของ Exaggeration นะคะ วิ่ง ๆ ไปชนนู่นนี่แตกละเอียดเลย มันเกินจริงไปหน่อย มันน่าจะไปหยุดอยู่จุดใดจุดหนึ่งแล้ว มันไม่น่าจะทะลุถึงนั่นนี่นู่น ก็คือใช้หลัก Exaggeration เข้ามานะคะ ทีนี้ หลักต่อไป Solid drawing ใช้หลักของการวาดภาพให้เกิดมิติหรือแสงเงานะคะ ตัวนี้มันจะเห็นได้ชัดในภาพ Animation แบบ 3 มิติ ที่ออกแนว 3 มิติหน่อย เห็นไหมคะ ก็คือพอมีมิตินี่ เห็นไหมมันจะมีส่วนของแสงของเงาขึ้นมานะคะ ให้ดูจากคลิปทาซานดีกว่า กดแล้วนี่ ไปสิ ช้าหน่อย เห็นไหมคะ ต้นไม้นี่มันจะเห็นชัด ว่ามันมีแสงมีเงาเพราะอะไร ใส่แสง ใส่เงาเข้าไปเห็นไหม นี่ เห็นไหม เราผ่านใบไม้ใช่หรือเปล่า มันก็จะมีเงา เพราะมีแสงตกกระทบอย่างนี้ ไม่ใช่พอผ่านมาแล้วเห็นตัวทาซานอย่างนี้นะคะ ก็ต้องใส่เข้าไปยึดหลักธรรมชาติด้วย เหมือนวิ่งผ่านต้นไม้นี่ ไม่ใช่ตัวก็ยังขาวอยู่ ไม่มีเงาอะไรมาตกกระทบมา เห็นไหมคะสัมพันธ์กับอะไรด้วย สัมพันธ์กับมุมมองของระยะใกล้ไกลของวัตถุหรือภาพแต่ละชิ้นด้วย เหมือนมุมมองของต้นไม้นะคะ ในรูปนี่นะคะ ใกล้ - ไกล สีเข้มหน่อยพอไกล ๆ สีก็จาง ๆ เราก็ใส่แสงเข้าไปเพิ่มนะคะ มีแสงเพิ่ม เพิ่มอยู่ไกล ๆ แสงส่องถึงอย่างนี้นะคะ ก็คือใช้ Solid drawing เข้ามา วาดภาพให้มีมิติหรือแสงเงาให้สมจริงนั่นก็คือหลักการนี้นะคะ มาถึงหลักข้อสุดท้ายแล้ว Appeal การสร้างแรงดึงดูดในการสร้างแรงดึงดูดนี่ ทำไมถึงต้องสร้าง ก็คือเพื่อจะต้องให้ตัวละครน่ะค่ะ มันมีเอกลักษณ์นะคะ มีความน่าจดจำเหมือนมินเนี่ยนนี่ เด็ก ๆ นึกออกนะ ตัวสีเหลืองเหมือนกันหมด แต่เขามาใส่อะไร เห็นไหมคะ บางตัวใส่จุกใช่ไหม บางตัวไม่มีจุก บางตัวเห็นฟัน เห็นไหมให้โชว์ให้เห็นฟัน ตาหรือเสื้อผ้าก็ใส่เหมือนกัน มันก็จะใส่ชุดเหมือนกันนะ แต่มันจะมีอะไรนะบางตัวมันจะมีตาเดียวนะคะ ไปเพิ่มลักษณะหรือสร้างการเคลื่อนไหวนะคะ นอกจากสร้างจุดเด่นให้ตัวละครนี่นะคะ การสร้างรูปทรงขนาดสัดส่วนท่าทางนี่ให้มีเอกลัษณ์เฉพาะเห็นไหมคะ เป็นที่น่าจดจำ ลองดูนะคะ ลองดูจากคลิป ก็คือเขาบอกไว้ว่าถ้าเราจะทำ Animation นี่นะคะ เราจะต้องทำอย่างไรเราจึงจะดึงดูดคนมาดูได้ ไอ้เรื่องมินเนี่ยนนี่ ตัวเด่นมันจะเป็นใคร มันจะเป็นอะไรนะ อีตาศาสตราจารย์ที่การทดลองใช่ไหมคะ แต่กลายเป็นเด็ก ๆ มาชอบมินเนี่ยนนึกออกไหม เพราะมินเนี่ยนแค่วิ่ง ๆ ร้องอะไรภาษาอะไรเขาก็ไม่รู้ แต่กลายเป็น... อะไรล่ะ มีทำเป็นตัวตุ๊กตาออกมาขายแล้วก็ขายได้ดีอย่างนี้ กลายเป็นมาจดจำเจ้าตัวมินเนียนมากกว่าเจ้าตัวหลักอย่างนี้ ก็คือ Minion มี Appeal ถ้าให้มินเนี่ยนมี Appeal นะคะ ลองดูคลิปกัน จากสี่เหลี่ยมเฉย ๆ นี่ เห็นไหมคะ ใช้อันนี้ คือ ถ้าสี่เหลี่ยมธรรมดาให้มาดูที่การเคลื่อนไหว แต่มินเนี่ยนเขาก็มีลักษณะอย่างนี้ใช่ไหมแล้วก็ไปกันเป็นกลุ่ม ๆ ลักษณะเขาจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ ตัวสีเหลืองกันไปหมด คลิปแรกอาจจะเห็นไม่ชัด เดี๋ยวมาดูคลิปที่เป็นการ์ตูนตัวนี้ จากเรื่องนี้ที่เป็นเหมือนมนุษย์หินโบราณไหม ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้นะคะ ไปหรือยังช้าหน่อยหนึ่งนะคะ คลิป ก็คือหลักการ Appeal ก็คือการสร้างแรงดึงดูดหรือการสร้างจุดเด่นให้ตัวแอนิเมชันของเราน่ะค่ะ ทำอย่างไรให้คนดูแล้วจำได้ว่าภาพลักษณ์ของตัวนี้เป็นอย่างไร เหมือน Snow white นึกออกนะ Snow white จะต้องใส่ชุดเขาก็มีชุดของเขาใช่ไหม ชุดของสโนว์ไวท์หรือคนแคระมีตั้ง 7 ตัว แต่ทำอย่างไรให้คนแคระแต่ละตัวมีความแตกต่างกันอย่างนี้ เอ๊ะ ทำไมไม่ไป มาแล้วนะคะ เปิดไม่ได้เสียอย่างนั้น แต่ถ้าเราดูจากภาพเห็นไหมคะ ตัวละครตัวนี้ ตัวใหญ่ ๆ แล้วก็มีลาย แล้วก็ทำผมหยิก ๆ แต่การเคลื่อนไหวเขานะคะ ลักษณะการเคลื่อนไหวเขาอย่างนี้ นั่นก็คือการสร้างแรงดึงดูดนะคะ ให้ตัวของของตัว Animation ที่เราสร้างให้มันมีความน่าสนใจอย่างที่บอก ก็คือใช้หลักของ Appeal สร้างแรงดึงดูดนะคะ เหมือนมินเนี่ยนที่บอกทั้ง ๆ ที่มินเนี่ยนไม่ใช่ตัวเอก แต่กลายมาเป็นว่าเด็ก ๆ ติดมินเนี่ยนมากกว่าตัวเอกของเรื่อง ที่เป็นดร. ที่เขาไปไล่จับผู้ร้ายนะคะ อย่างนี้เป็นต้นเด็ก ๆ สงสัยในหลักข้อไหนบ้าง คือ เวลาเราทำนะคะ ถ้าเราจะทำนี่ เราจะต้องมาดูหลักการนี้อาจจะไม่ต้องไปทำครบหมดทั้ง 12 ข้อก็ได้ เลือกเอาข้อหลัก ๆ มาสักข้อหนึ่งนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีครบทั้ง 12 ข้อ คือทำแล้วให้มันเกิดจริงหรือเกินจริงบ้างก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ มีเด็ก ๆ สงสัยอยากถามในหัวข้อไหนบ้างไหม ถามได้นะคะ สน... สนใจข้อไหน (พี่การ์ตูน) เงียบเลยค่ะ อ.แม่ (อาจารย์สุธิรา) เงียบกริบ ไม่มีครับ โอเค เข้าใจอยู่นะ เพราะฉะนั้น ให้นึกถึงนะคะ พอเวลาเราจะไปทำน่ะ ถ้าเรานึกไม่ออกนี่ เราก็เหมือนไปดู ไปนั่งดูก่อน ไปนั่งดูที่เขาทำกันไว้เยอะ ๆ ใช่ไหม ไปดูเขาให้ทำตรงนั้นครงนี้บ้าง แล้วลองเอามาว่า อยากได้แบบนี้ อยากทำแบบนี้ทำได้ไหม จะทำอย่างไร เอามาถามได้ มันก็จะช่วยให้ว่าจะทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้นเข้าไปอีก เพราะเรารู้จุดที่เราจะทำใช่ไหม พอจะเอามาถามนี่ ถ้าเป็นแบบนี้เด็ก ๆ ควรจะทำข้อไหน มันก็จะมีความ ก็คือการสร้าง Animation นี่ไม่ใช่สักแต่ว่าสร้างใช่ไหม เห็นไหมของที่เขาทำกันมาตั้งนานแล้วกว่าเขาจะได้มาแต่ละชิ้น เห็นไหมคะ ของ Disney ที่บอกน่ะ ต้องมาวาดรูปทีละแผ่น ๆ ยุคปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์ช่วย วาด 1 ครั้ง บางทีเราก๊อปปี้ใช่ไหม ก๊อปปี้รูปเดิมเราแล้วไปดัดแขนดัดขาอะไรได้ ใช่ไหมคะ แต่จะสบายกว่ายุคก่อนอีก เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ ยุคก่อนต้องวาดทีละรูป 1 แผ่นก็คือ 1 รูป 1 แผ่น คือ 1 ท่าทาง นะ กว่าจะเคลื่อนไหวได้ให้นึกถึงเหมือนเราแกว่งแขนนี่ ใช่ไหมคะ แกว่งแขนออกไปนี่มันไม่ใช่ว่าจะขึ้นไปตรง ๆ เลยนะคะ แขนมันจะค่อย ๆ มันจะต้องมีองศาของการขยับน่ะ มันจะไม่ใช่คนแกว่งแขน แกว่งปุ๊บแขนชี้เป็นเส้นตรง ไม่ใช่ มันจะค่อย ๆ ขึ้นมานะคะ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ถ้าให้นึกถึงสมัยก่อนต้องมานั่งวาดรูป แขนจะต้องขยับขึ้นทีละนิดน่ะ ก็คือเราต้องวาดรูปที่มีภาพแขนขยับอย่างนี้ อย่างน้อยก็ 10 รูป แต่ถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์นี่ บางทีรูปที่ 1 เราอาจจะใช้แบนแนบใช่ไหมคะ และอาจจะมีรูปที่ 2 แขนขึ้นมาระดับหนึ่ง แล้วก็มีรูปที่ 3 แขนขึ้นมาตรง ๆ ก็อาจจะวาดแค่ 3 รูป หายไปเลย 7 รูป ลบออกไป 7 รูป เห็นไหมคะ ก็คือมันจะ... การทำใช้เทคโรโลยีเข้ามาช่วยมันก็จะช่วยลกระยะเวลาเข้าไปทำให้ทำได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้นนะคะ เพราะอะไร เพราะบางโปรแกรมนี่มีให้เลือกเลย มีให้เลือกตามหลักที่บอกน่ะ ที่บอกน่ะ มี Slow motion ไหมอะไรที่บอกน่ะ มันมี มันมีไอ้พวกหลักเทคนิคพวกนี้เข้ามาใส่ไว้ให้ในแต่ละโปรแกรมด้วยบางที ก็ใช้ได้เลย เอามาใช้ได้เลย เราแค่ทำตัวละครที่เราจะใช้ไว้นะคะ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ลองนึกนะคะ ว่าเด็ก ๆ จะทำ Animation อะไร ลองร่างไว้คร่าว ๆ มันจะเป็นวิธีการเขาเรียกว่าอะไรน่ะ ทำ Story Board น่ะค่ะ สร้างเนื้อหา การเนื้อหาไว้ ฉากที่ 1 เป็นอย่างไร ฉากที่ 2 เป็นอย่างไร เราเขียนไว้คร่าว ๆ ในใจ ว่าเราจะทำเรื่องนี้ มีอย่างไร ๆ ก็คืออธิบายตัวเราเองด้วย อธิบายให้เหมือนจะมาถามแม่ว่าจะทำแบบนี้ใช่ไหม มันจะได้มาอธิบายแม่ได้ว่าอยากทำแบบนี้ อยากทำแบบนี้นะคะ เพราะฉะนั้น 1. ก็ต้องมีความเข้าใจของตัวเองก่อน เด็ก ๆ ก็ต้องมีความเข้าใจด้วยว่าอยากทำให้เป็นแบบไหน อะไร อย่างไร มันก็จะเกิดเขาเรียกว่าอะไรน่ะ แอนิเมชันที่เราทำมันก็จะดูสมจริงแล้วก็น่าดู น่าสนใจใช่ไหมคะ โอเค ถ้าไม่มีคำถามอะไรนะคะ เดี๋ยววันนี้เราจะเรียนแค่นี้ เดี๋ยวแจ้งพี่ ๆ นะคะ วันอังคารน่ะค่ะ วิชาอาจารย์แม่ ติดอบรม เพราะอบรมตั้งแต่วันจันทร์นะคะ แจ้งไว้เลยว่างดคลาสนะคะ วันอังคารหน้า (พี่การ์ตูน) รบกวนฝากบอกพี่ ๆ ที่ดูแลวันอังคารน่ะค่ะ อ. แม่ ล่าม 2 คนมีฉีดวัคซีนเหมือนกันน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเค (พี่การ์ตูน) ได้ลงวันเดียวกันน่ะค่ะ ถามสมมติว่ามีคาบ จะขอเป็น Google meet หรือว่า Zoom แทนน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ค่ะ (พี่การ์ตูน) ใช่ค่ะ แต่ถ้าสมมไม่มีก็ไม่เป็นไร (อาจารย์สุธิรา) โอเค ๆ (พี่การ์ตูน) วันอังคารหยุด โอเค (พี่อี๊ด) อังคารหยุด (อาจารย์สุธิรา) วันอังคารตอนบ่ายของ... แต่ห้องนี้วันอังคารไม่ได้เรียนด้วย (พี่การ์ตูน) ขอโทษ ๆ มี... (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ ต้องเป็นห้องปี 1 ว่าวันอังคารหยุด (อาจารย์สุธิรา) ถ้าเราเรียนปกติ ถ้าอาจารย์เขาไม่แจ้งนะคะ ของ อเข้าอบรม ตั้งแต่วันจันทร์แล้ว 2 วัน โอเคอย่างนั้นแจ้งทางนั้นให้ด้วย (พี่การ์ตูน) ถ้าอย่างไรฝากบอกพี่ปอยนิดหนึ่งนะคะ (อาจารย์สุธิรา) โอเค ปอยบอกพวกอุ้ยนะ วันอังคาร (เจ้าหน้าที่) ได้ค่ะ (พี่การ์ตูน) ขอบคุณ อ.แม่ ขอบคุณทุกท่านค่ะ (พี่อี๊ด) ขอบคุณล่ามค่ะ (พี่แสตมป์) เดี๋ยวผมขอเข้าไปเครื่องอาจารย์หน่อยนะครับ