[เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูและหนู ๆ ที่อยู่ปลายทางทุกคนนะครับ วันนี้มาศึกษาในรายวิชาภาษาไทยกับครูและครูคณิตานะครับ วันนี้เรามาอยู่กันที่ไหนนี่ครูคจังหวัดสุพรรณบุรีหรือเปล่าคะครูปรเมษฐ ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนะครับ ที่เป็นจุดกำเนิดเรื่องขึนช้างขุนแผนนะครับ แล้วเรือนที่เรายืนอยู่เป็นเรือนของใคร (คุณครูคณิตา) ของใครคะนักเรียน นักเรียนเห็นรูปปั้นอะไรหรือเปล่าคะ รูปปั้นของใครเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นั่นเป็นรูปปั้นใคร ขุนช้างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทีนี้นะครับ อยู่ที่วัดป่าเรไรวรวิหารนะครับ นักเรียน ถ้ามีโอกาสผ่านไปผ่านมาที่จังหวัดสุพรรณบุรีนะครับ ก็ให้เข้าไปศึกษาพิพิธภัณฑ์แล้วก็ไปกราบหลวงพ่อโตนะครับ แล้วก็จะได้ไปเห็นจริง ๆ ว่าที่ครูเล่าให้ฟังนั้นเป็นอย่างไรนะครับ เดี๋ยวเราจะศึกษากันในเรื่องพลายงามนะครับ ท้าวความเดิมนะครับ นางวันทองนี่ เมื่อได้แต่งงานกับขุนแผนแล้วนะครับ ก็เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เรือนของขุนช้างนะครับ จนครบกำหนดคลอดบุตรนะครับ ก็ได้คลอดพลายงามออกมานะครับ เป็นเด็กที่น่ารักมากนะครับ แล้วก็ขึ้นชื่อหรือตั้งชื่อว่าพลายงาม ตามชื่อของขุนแผน พลายแก้วนั่นเองนะครับ คราวนี้ตอนเด็ก ๆ ยังดูไม่รู้ใช่ไหมนะครับ ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร พอโตขึ้นขุนช้างซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเจ้าของเรือนนี่ เด็ก ๆ นะครับ ก็ชักเอะใจแล้ว ว่านี้ใช่ลูกเราหรือเปล่า พอสืบทราบเรื่องว่าเป็นลูกขุนแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) พอทราบเรื่องขุนช้างจะทำอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ขุนช้างก็จะต้องหาวิธีการกำจัดพลายงามให้ได้ ก็โดยเมื่อวานนี้ พาเข้าไปในป่าใช่ไหมครับ แล้วก็ทำอย่างไรครับ ฆ่านะครับ แล้วก็เดินกลับมาบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้นนะครับ เดี๋ยววันนี้นักเรียนก็จะไปฝึกอ่านบทร้อยกรองต่อจากที่นักเรียนนั้นอ่านไปเมื่อวานนะครับ ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวเรามาลองอ่านกันเลยนะครับ เริ่มนะครับ ขีดตามนะครับ ฝ่ายผีพรายนายขุนแผน แค้นขุนช้าง อุตส่าห์ง้าง ขอนใหญ่ ให้เขยื้อน นี่แบบ 3 2 3 แล้วเป่าแก้แผลหายละลายเลือน เจ้าพรายเคลื่อน คลายฟื้น เหมือนตื่นนอน นี่ก็คือการแบ่งแบบ 3 2 3 อันบนนี่ 3 3 3 นะครับ เอานักเรียนพร้อมกันอีกหนึ่งครังนะครับ 1 2 3 ฝ่ายผีพราย นายขุนแผน แค้นขุนช้าง อุตส่าห์ง่างขอนใหญ่ ให้เขยื้อน แล้วเป่าแก้ แผลหาย ละลายเลือน เจ้าพลายเคลื่อนเหมือนตื่นนอน อันนี้เป็นการอ่านออกเสียงแบบธรรมดา ไปดูการอ่านแบ่งวรรคในบทถัดไปนะครับ ในหนังสือนะครับ นางพรายบอก ว่าเราบ่าวขุนแผน 3 2 3 มาทำแทน เมื่อมันทับ ช่วยรับขอน 3 3 3 ไม่ม้วยแล้ว แก้วตา อย่าอาวรณ์ อยู่นี่ก่อนเถิดนะเจ้า อย่าเศร้าใจ นักเรียนครับ แบ่งแบบนี้นะครับ คราวนี้ เมื่อกี้อ่านแบบธรรมดา ทีนี้ลองอ่านแบบทำนองเสนาะพร้อม ๆ กันนะครับ เดี๋ยวเริ่มอ่านไปพร้อม ๆ กับครูเลยนะครับ 1 2 3 นางพรายบอก ว่าเราบ่าวขุนแผน มาทำแทนเมื่อมันทับ ช่วยรับขอน ไม่ม้วยแล้ว แก้วตา อย่าอาวรณ์ อยู่นี่ก่อนเถิดนะเจ้า อย่าเอย่าเศร้าใจ นี่คือการอ่านแบบทำนองเสนาะนะครับ ก็จะให้ฝึกอ่าน นักเรียนเจอคำศัพท์คำใดที่น่าค้นหา เปิดพจนานุกรมก่อนนะครับ อันนี้ก็เป็นตอนที่ขุนแผนนะครับ ขุนช้าง ไม่ใช่ขุนแผน เป็นตอนที่ผีพรายซึ่งเป็นลูกน้องของขุนแผนนี่ มาช่วยพลายงามนะครับ ให้รอดจากความตายที่ขุนช้างลวงมาฆ่า ตอนนี้ผีพรายก็ได้ช่วยพลายงามเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร นักเรียนไปศึกษาด้วยตัวเอง เป็นการอ่านออกเสียงต่อไปเลยนะครับ ครูจะให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนะครับ เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม กำหนดหน้า 59 - 99 นะครับ เนื้อหาตั้งแต่วรรคที่บอกว่า ฝ่ายพวกพรายพลายกายสิทธิ์มีพิรุธรำคาญคอยสุริยาจะคลาไคล ให้ได้อ่านออกเสียงด้วยกันนะครับ โดยฝึกอ่านพร้อมกันทั้งชั้นเรียน แล้วก็ฝึกอ่านเป็นรายกลุ่ม แล้วก็ฝึกอ่านเป็นรายบุคคล ครูให้เวลา 20 นาทีนะครับ ส่วนบทบาทหรือครับ ของนักเรียนให้ทำอย่างไรครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ของนักเรียนนะคะ ก็ให้ฝึกแบ่งวรรคตอนค่ะ เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามนะคะ ตามที่คุณครูปรเมษฐได้ชี้แจ้งไปแล้วนะคะ ส่วนบทบาทก็คือดูแลการทำงานของนักเรียนหรือการฝึกอ่านบทร้อยกรองค่ะ โดยให้ระยะเวลากี่นาทีนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) 20 นาทีนะครับ ถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติได้ ณ บัดนี้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับเด็ก ๆ ครับ จากที่ฝึกอ่านบทร้อยกรองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เรามาเขียนสรุปองค์ความรู้กันดีกว่าครับนักเรียน ไปกันเลย คำถามครับ นักเรียนลองประเมินการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองของตนเอง ว่ามีข้อดีข้อบกพร่องอย่างไรนะครับ อันนี้ให้นักเรียนเป็นงานของตัวเองดีกว่าครับครูคณิตา ไม่ต้องคัดลอกลงไป ให้ตอบคำถามเลยในสมุดนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บอกข้อดี แล้วก็สิ่งที่เราควรปรับปรุงนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะไม่มีผิดไม่มีถูก (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีผิดไม่มีถูกนะครับ ไม่ต้องลอกโจทย์นะครับ ต่อไป ครูคณิตาถามบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนจะมีวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องค่ะ ในการอ่านบทร้อยกรองของตนเองอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นวิธีการแก้ไขของหนู ๆ แล้วก็ตอบ บอกเลยว่าเราจะแก้ไขอย่างไรนะครับ ครูก็มีคำถามมาฝากให้นักเรียนคิดนะ อีก 1 ข้อนะครับ นักเรียนมีวิธีการอย่างไรในการอ่านบทร้อยกรองให้มีความไพเราะ ก็ลองตอบลงไป เขียนข้อ 3 ตอบ แล้วก็อธิบาย ซึ่งเป็นความคิดของ... (คุณครูคณิตา) ของนักเรียนค่ะ ไม่มีผิดไม่มีถูกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองมีคุณค่าอย่างไร เช่นเดียวกันครับ ทำเหมือนเดิม เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะช่วยบอกด้วยอันนี้ (คุณครูคณิตา) ก็คือการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองที่มีคุณค่านี่ นักเรียนคิดว่ามีคุณค่าอย่างไรบ้างอย่างแรกเลยนะคะ ให้คุณค่าทางด้านจิตใจ ในการอ่านบทร้อยกรองนี่ 1. ค่ะ เราได้ความไพเราะ เราได้ซาบซึ้งถึงคุณค่าเนื้อหาที่เราได้อ่านนะคะ อย่างเช่น เรื่องเมื่อกี้นะคะ ที่นักเรียนนี่ได้ฟังวีดิทัศน์ ก็ทำให้เรานี่ซาบซึ้งถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูก นี่ก็คือคุณค่าทางด้านบทร้อยกรองค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็คือการประพันการใช้คำเลือกใช้คำที่เหมาะสม การใช้คำที่ทำให้เรานี่เข้าใจง่ายและรู้สึกลึกซึ้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ต่อไปนะครับ คาบต่อไปเราจะเรียนกันในเรื่องอ่านบทร้อยกรองอย่างเดิมนะครับ แต่ว่าเนื้อหาต่อไปนั้นยังไม่บอกว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ให้เตรียมใบความรู้ เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองมาด้วยนะครับพรุ่งนี้ (คุณครูคณิตา) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นะคะ นักเรียนสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คน ขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] Ր(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 Ր.Ր (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับ ก็เป็นՐ (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ ก็เป็น พระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้นะครับ เราเองก็คงจะต้องทำหน้าที่ของเราเอง ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา ในวันนี้นะครับ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไป เพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงนะครับ ครับผม วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงานนะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้นะครับ ผู้ป่วยใหม่ 38 รายนะครับ สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้ วันนี้ผมรู้สึกแหมหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่า มันเนื่องมาจากอะไรนะครับ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟ ท่านจะเห็น นะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่า มีการประกาศใช้นะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่าง นี้ ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนักนะครับ แต่ว่าแนวโน้มก็ ลงไป แต่ว่าชัดเจน คือ การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 3, 4, 5, 6, 7 ก็ประมาณ 5 วันนะครับ ที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าพูดถึงว่า อยู่ในช่วงของระยะฟักตัว ก็อยู่ ประมาณสัก 1 สัปดาห์ เป็น แนวโน้มที่ดีนะครับ เพราะว่า ท่านผู้ชม ท่านที่ดูตรงนี้อยู่ก็คงจะ ถ้าท่านบอกว่า ท่านเป็นคนหนึ่งล่ะที่อยู่ที่บ้าน นี่คือผลจากการทำงานของพวกเราทุกคนนะครับ ทำให้การแพร่กระจายเชื้อ ที่เกิดขึ้นลดน้อยลงชัดเจน แล้วท่าน ก็จะเห็นนะครับ เส้นสีฟ้า ข้างบน ก็จะมีแนวโน้ม จะออก ไปทางขวามือนะครับ เลี้ยวขวาออกไป ไม่พุ่งขึ้นไป ไม่ตรงไปข้างบนนะครับ ตอนนี้เป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ ครับ ก็ไปตัวเลขในผู้เสียชีวิตวันนี้ 27 ราย เพิ่มเติมขึ้นมา 1 รายนะครับ รายละเอียด คือ เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก่อนหน้านี้ ไปงานเลี้ยง สังสรรค์ หลายที่นะครับ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อนะครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ด้วยอาการเหนื่อย ไปรับษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมา วันที่ 14 มีนาคม ผู้ป่วยก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อ ช่วยหายใจ แล้วก็ได้ส่งตัวนะครับ ส่งอย่างการตรวจเชื้อ ก็พบว่า ติดเชื้อ COVID-19 นี้ ผล X-ray พบว่า มีเรื่องของปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อวานนี้นะครับ ก็คือ วันที่ 6 เมษายน ด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ท่านด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ก็อายุไม่มากนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ หลังจากที่เรา บอกว่าอายุมาก ๆ เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ทุก ๆ ท่านมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขอให้ท่านได้ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ครับ ในรายละเอียดของ 38 รายนี้นะครับ เลข 2 หลัก ที่เราอยากจะเห็นเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่ากลุ่มใหญ่ยังเป็น กลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย ยืนยันรายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นตัวเลข 17 ราย นะครับ ส่วนใหญ่ เป็นกรุงเทพฯ 11 ราย นะครับ แล้วก็ติดจากบ้านนะครับ แล้วก็ที่ทำงาน แล้วก็กลุ่มเพื่อน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูนะครับ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มก้อนที่เราต้องรายงาน ก็คือ เกี่ยวข้องกับการคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ อันนี้ 3 รายนะครับ แล้วก็ไปสถานที่ชุมชน ก็คือ ห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัด, สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้ก็ 3 คน กลุ่มก้อนใหญ่ไปอยู่ที่อาชีพเสี่ยง ที่ทำงานในสถานที่แออัดนะครับ แล้วก็สถานที่ทำงานที่มีการสัมผัสกับชาวต่างชาติ อันนี้ 7 คน นะครับ แล้วก็บุคลากรทางด้านสาธารณสุข วันนี้ 3 ราย ก็ยังน้อยกว่าเมื่อวานนี้นะครับ แต่ว่าที่มีข่าววันนี้ไปว่า ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งนะครับ ตอนนี้ ต้องมีการสอบสวนโรค ตัวเลขยังเป็นร้อย ก็ยังไม่ได้ส่งมาที่ตรงนี้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็ในระบบต่าง ๆ เหล่านี้ รับทราบกันอยู่แล้วนะครับ เดี๋ยวจะติดตามกันดูไปนะครับ ไปที่จังหวัดที่รับการรักษาผู้ป่วยยืนยันสะสมนะครับ ก็คือ กรุงเทพมหานครสูงสุดนะครับ 1,201 ราย ภูเก็ต 138 ราย นนทบุรี 134 ราย สมุทรปราการ 99 ชลบุรี 70 ยะลา, ปัตตานี, เชียงใหม่, สงขลา และปทุมธานี ก็ รายละเอียดย่อยลงมา หลายวันเราชมกับจังหวัดที่ทำงานได้ดี โดยที่ยังไม่ได้มีผู้ป่วยรายงานเลยนะครับ เป็น 11 จังหวัดที่อยู่ข้างล่าง แต่วันนี้ผมต้องเอ่ยนามจังหวัดที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะว่าตัวเลขที่ลดลง เป็นความสามารถของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ทุก ๆ คน ที่อยู่ในฝ่ายทั้งปกครอง และสาธารณสุข และอื่น ๆ ที่ช่วยทำให้ตัวเลขทั้งหลาย ที่ควรจะต้องเป็นเลข 3 หลัก เหลือ 2 หลักนี้ ก็ ขออนุญาตเอ่ยนามเมื่อสักครู่นะครับ กับจังหวัดทุกจังหวัด และขอกำลังใจจากพี่น้องประชาชน ไปถึงทุก ๆ ท่านที่ทำงานแสนหนัก อย่างนี้ และ ถ้าจะให้ดีก็ไม่ต้องหนัก ต่อนะครับ ให้ตัวเลขลดลงเรื่อย ๆ ทุกท่านก็จะได้ปลอดโรค ปลอดภัยกันไปนะครับ รายใหม่ที่จะเกิดขึ้น ก็กรุงเทพมหานคร 25, ชลบุรี 4, ภูเก็ต 3 นะครับ แล้วจังหวัดอื่น ๆ ก็เหลืออย่างละ 1 นะครับ ซึ่งมีทั้งกระบี่, ชุมพร, นครราชสีมา, นนทบุรี, พิษณุโลก และสุพรรณบุรี ต้องเอ่ยนาม ก็เช่นเดียวกันครับ เพราะว่า ท่านทำผลงานได้ดี ทำให้ลดตัวเลขลง มาได้มากมายอย่างนี้นะครับ ต้องกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชน ไปถึงทุก ๆ ท่านที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้ด้วยนะครับ ไปดูที่แผนภูมิ ในเรื่องของ การแยกระหว่างกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด สีฟ้าลดลงชัดเจน ต้องชมคนกรุงเทพฯ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังเป็นตัวเลข 2 หลักที่ยังสูงอยู่นะครับ ทางต่างจังหวัด ซึ่งรวมทั้งทั่วประเทศมา ก็ยังน้อยกว่ากรุงเทพมหานครนะครับ แต่อย่างไร ก็ตามแต่นะครับ ต้องช่วยกัน เรื่องของ หลายคน เมื่อวานนี้เราพูดกันแล้ว ประกาศเคอร์ฟิวแล้วจะเป็นอย่างไร จะต้องเพิ่มมาตรการไหม ท่านคงทราบนะครับ ถ้าเห็นกราฟอย่างนี้แล้ว หมายความว่าท่านให้ความร่วมมือ แล้วตัวเลขของ โรคน้อยลง ผมก็เชื่อว่าท่านผู้บริหารคงไม่ต้องใช้มาตรการอื่นที่เข้มไปกว่านี้ ถ้าท่านอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ เสรีภาพของท่านยังคงอยู่ พยายามช่วยกันกดตัวเลขนี้ให้ลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เราก็จะเห็นโอกาสที่เราจะได้ทำงาน หรือมีชีวิตประจำวัน ที่เป็นปกติได้เหมือนเดิมนะครับ ไปดูเรื่องของสถานการณ์ทั่วโลก 1,300,000 กว่าคน ทั่วโลกนะครับ แล้วก็หนักนี่ 47,000 นะครับ หายแล้ว 270,000 โดยประมาณ แล้วก็เสียชีวิตไป 74,000 กว่ารายนะครับ สีก็อย่างที่เห็นไปตามภาพนี้นะครับ ซึ่งมี ความเข้มข้นอยู่ทางซีกโลกเหนือนะครับ ไปที่ตัวเลขที่รายงานเป็นรายวัน สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 364,000 กว่ารายนะครับ แล้วก็มีรายใหม่ขึ้นมาวันเดียวนี่ 28,000 กว่าราย แล้วก็ เสียชีวิตแตะหมื่นวันนี้แล้วนะครับ 10,846 สเปนนี่ 130,000 นะครับ โดยประมาณ แล้วก็รายใหม่ 5,000 เศษ ๆ นิดหน่อยนะครับ และเสียชีวิต 13,000 นะครับ ฝรั่งเศส อันนี้ที่ต้องไฮไลต์เพราะว่า มีการเกิดขึ้นของแต่ละรายมากกว่า 5,000 รายขึ้นไปนะครับ ครับ ก็หลาย ๆ ประเทศ ก็ ต้องลงไว้นะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทย ได้รับทราบว่า ความเสี่ยงของประเทศ ต่าง ๆ เป็นอย่างไร ไปดูการจำแนกรายภาค ผู้ป่วยยืนยันที่เข้ามารับการรักษานะครับ สีส้มหรือสีแดงสิครับ หน้าจอนี่นะครับ ออกส้มออกแดงนี่นะครับ ก็เป็นกรุงเทพฯ และนนทบุรี ก็จะเห็นนะครับว่า ไล่ลงมาตามรายวันนี่ ก็จะนำโด่งสูงที่สุดนะครับ รองลงมาก็จะเห็นเป็นสีฟ้านะครับ ทางภาคใต้นะครับ ภาคกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะน้อยหน่อยหนึ่งนะครับ อันนี้อยากแบ่งตรงนี้ ก็เพื่อให้ นอกจากรายจังหวัดแล้ว รายภาค ถ้าจะเดินทาง อะไรกันต่าง ๆ นี่ ก็ ต้องระมัดระวังกันตรงนี้ด้วยนะครับผม ไปดูปัจจัยเสี่ยงนะครับ ที่เราจะต้องยืนยันนะครับ เห็นภาพว่า เราจะต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องไปทำงานร่วมกันอย่างไร กลุ่มที่ 1 ที่เรารายงานกันบ่อย ๆ ว่า เพิ่ม ๆ ๆ พอมา ในสัปดาห์ที่ 15 นั่นหมายถึงว่า ต้นเดือนเมษายนนี้นะครับ คือ กลุ่มสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ที่ยืนยันรายก่อนหน้านี้ จาก 7, 63, 211, 317 เหลือ 83 ลดลงชัดเจนครับ ถ้าท่านดูแลกัน กลุ่มนี้อย่างที่บอกนะครับ ว่าอยู่บ้านเดียวกันก็ติดนะ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องห่าง รักษาระยะห่างกัน อย่างน้อย 2 เมตร ถึงอยู่บ้านเดียวกัน และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เชื่อว่าในช่วงเวลา นี้ ท่านประกาศเคอร์ฟิว ท่านก็อยู่บ้านกันมากขึ้น เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือด้วย นี่เห็นผลถึงความร่วมมือ สัปดาห์ 5-11 นี้ ก็เลยลดลงมานะครับ แหม ยังไม่ถึง 11 สินะ ก็ยังไม่ได้บอกว่า วันนี้เพิ่งวันที่ 7 อยู่เลย เพิ่งผ่านไป 2 วันนะครับ แต่ว่าก็อยากให้ลดลงอย่างนี้ลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เขาเรียกว่าอะไร ตัวเลขที่เป็น ตัวเลขตั้งหลักสูงสุด คือ สัปดาห์ที่แล้ว คือ 317 อันนี้เกี่ยวข้องกับ คนในบ้านนะครับ วันนี้ผ่านมา 2 วัน พูดง่าย ๆ นะครับ 5, 6, 7 นี่ 3 วันนี้ มา 83 ก็ เหลืออยู่อีก 4 วันนะครับ ถ้าเราพยายามกดตัวเลขตัวนี้ ลงได้ ก็คงไม่น่าจะถึง 300 นะครับ ก็เชื่ออย่างนั้นนะครับ ต้องช่วยกัน สนามมวยนี่เห็นชัดเจนครับ ลดลง ไปจนกระทั่ง เกือบหมด ในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ คือ วันที่ 4 นี้ คือ เหลืออยู่ 18 นะครับ สัปดาห์ นี้ ยังไม่ได้มี รายงาน ขึ้นมานะครับ ส่วนคนไทยจากต่างประเทศ ในกรอบของเส้นสีแดง ที่เป็นกรอบที่ 2 นะครับ อยู่บรรทัดแรกเลย บอกว่ามีตั้งแต่ 7, 30, 61, 83 2 วันในสัปดาห์นี้มา 17 รายเท่านั้น ก็ยังมีความเสี่ยงนะครับ เพราะว่ามันเพิ่มขึ้นมาใน 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ถ้าเราช่วยกันน่าจะลดตรงนี้ได้ ไปดูแยกตามผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามปัจจัยเสี่ยงนะครับ ในช่วงเวลาที่ด้านซ้ายมือนะครับ จะเห็นว่าเป็นภาพรวมสะสมนะครับ ใน ขวามือนี้ คือ ใน 2 สัปดาห์ ล่าสุดที่เป็นสีแดง ซ้ายมือ คือ รวมตัวเลขทั้งหมดเลยน่ะ เอามารวมกัน แล้วก็ไล่ปัจจัยดู อันดับ 1 คือ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ อันดับที่ 2 คือ สนามมวย อันดับที่ 3 คือ คนไทยมาจากต่างประเทศ อันนี้ คือ สะสมรวมนะครับ แต่พอตัดเอามาเฉพาะแค่ 2 สัปดาห์ล่าสุด อันดับเปลี่ยนครับ ก็คือ คนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ตรงนี้ล่ะครับ ที่จะต้องเน้นย้ำว่า ทำไมเราถึงต้องมีการประกาศเที่ยวบิน ที่เข้ามายังประเทศไทยนะครับ ซึ่งตรงนี้ มีความสำคัญสูงมาก ซึ่งกระทบต่อคนที่เดินทาง อันนี้แน่นอนครับ หลายคนก็มีลูกหลานที่เดินทางมาจากต่างประเทศก็ โทรศัพท์ มาหาผมบ้าง บอกกับทางสถานทูตบ้าง บอกกับทางกระทรวงการต่างประเทศบ้าง เข้ามายัง 1111 บ้าง แต่ขอได้รับทราบและได้โปรดทราบตรงนี้นะครับว่า เราใช้ตัวเลขในการบริหารจัดการกัน ตอนนี้ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ขึ้นมา 133 ราย ก็เรียนว่ามาตรการเหล่านี้จัดการตามสถานการณ์นะครับ ไปดูชาติต่าง ๆ นะครับ ผมอยากให้มาดูด้านล่างของแผนภูมิอีกอันหนึ่งนะครับ คือ เรื่องของชาวไทยที่กลับมาจาก ต่างประเทศ เน้นย้ำข้างล่างนี้ ตอนนี้ต่างชาติไม่ได้มาหาเราแล้วครับ จะเห็นว่ากราฟด้านบนนะครับ วันที่ 5 วันที่ 6 วันที่ 6 นี่น้อยมากแล้วครับ แต่ว่าของคนไทยเราเองครับ ที่กลับมา จะเห็นว่าสีออกไปเป็นสีแดง ๆ นะครับ สีเลือดหมูนี่ครับ เป็นอินโดนีเซีย ซึ่ง ก็เป็นสิ่งที่เราเคยรายงานนะครับ ว่ามีการติดเชื้อจาก ทางประเทศนั้น แล้วกลับมาสู่ประเทศไทยเรา นะครับ รวมถึงทางยุโรปที่เป็นสีฟ้า เพราะฉะนั้น ตอนนี้มี การ เคลื่อนย้าย กลับมายังบ้านของคนไทยจากทั้งยุโรป แล้วก็ทางกลุ่มประเทศ ทางอาเซียนของเราก็ต้องเฝ้าระวังด้วย นี่ยังมีตัวเลขอีกตัวหนึ่งนะครับ ก็คือว่า เดินทางข้ามผ่านแดนต่าง ๆ ของรอบชายแดนของเรา มี ความสำคัญสูงมากที่จะต้องช่วยกันดูแลนะครับ โดยเฉพาะประเทศ มาเลเซีย ซึ่งเรารายงานกันอยู่เป็นประจำกันมาก่อนหน้านี้ ไปดูข้อมูลสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ ที่เป็นผู้ป่วยรายใหม่นะครับ ที่คงที่นะครับ ของสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มกราฟตกลงมานะครับ ซึ่งก็ทำให้เขาได้ออกข่าวมา มีความยินดีกัน อยู่ในระดับหนึ่งนะครับ แล้วก็ส่วนประเทศทางอื่น ๆ ทางกลุ่มของ ทางยุโรป ยังเกาะกลุ่มกันอยู่ ด้านล่าง แต่แนวโน้มก็จะค่อย ๆ ตกลงมานิดหน่อยนะครับ อันนี้ก็คือเราต้องรู้สถานการณ์โลก เพื่อที่เราจะได้ป้องกันของเราได้ ส่วนในทางเอเชียนะครับ ตอนนี้ผู้ป่วยรายใหม่ โดยส่วนใหญ่ก็คงที่นะครับ แต่ว่าที่ น่ากังวลใจ คือ ประเทศอินเดียครับ ยังมีการพุ่งทะยานอยู่สูงมาก ๆ นะครับ ซึ่งอันนี้ต้องดูข้อมูลกันเป็นรายวันไปครับผม ครับ นี่คือ การสรุปของสถานการณ์ทั้งไทยและโลกนะครับ ตอนนี้ก็เป็นตัวเลข อย่างที่ว่า 38 ราย โดยสรุปนะครับ ต้องให้ทุกท่าน ได้ช่วยกันเพื่อจะลดตัวเลขตัวนี้ลงมา ไปดูเรื่องมาตรการที่เราได้ประกาศออกไปนะครับ เรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของเคอร์ฟิว เมื่อวานนี้นำเสนอท่านผู้ชมไปแล้วนะครับว่า โดยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่วันนี้ครับ ผมก็สะท้อนใจอีกเหมือนกัน ไม่รู้จะชมดีหรือจะอย่างไรดีนะครับ แต่ตัวเลขก็จะชมก็คงจะลำบากใจล่ะครับ เพราะว่าวันนี้ วันที่ 7 นะครับ ที่ทำตั้งแต่สะสมมาเมื่อคืนนี้ มีคนออกนอกเคหสถานเพิ่มขึ้นเป็น 1,217 รายจากเมื่อวานนี้ 919 4 วันที่ผ่านมานี้ แนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงขึ้นตลอด ดูกราฟด้านล่างนะครับ ท่านไม่ได้ให้ความร่วมมือเรากันเท่าไรนักนะครับ แถมมีการรวมกลุ่ม ชุมนุม หรือมั่วสุมนี่ วันแรก 8 ราย แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 39 เป็น 79 แล้วมาแตะที่ 76 ผมไม่ถือว่าลดลงนะครับ ถือว่ายังเท่า ๆ เดิมกันอยู่ อันนี้ต้องขอร้องพี่น้องประชาชนนะครับว่า เราจะเข้มมากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับตัวเลขนี้ด้วยเหมือนกัน ถ้าท่านให้ความร่วมมือ เราคงไม่ต้องมีมาตรการอะไรที่เข้มไปกว่านี้ แต่ถ้าตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ ถูกรายงานขึ้นมาแล้วก็เห็นความไม่เรียบร้อยของท่านนะครับ เราคงต้องมีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา ส่วนผลของการที่ท่านไม่เรียบร้อยอย่างนี้ จะต้องไปทำอะไรต่อนะครับ ดูกล่องทางขวามือ คือ ตักเตือนนี่นะครับ เมื่อวานนี้ ตักเตือนไป 246 แต่ดำเนินคดีไปถึง 1,047 รายนะครับ เพิ่มกว่าเมื่อวานนี้ คือ 107 เท่านั้นเองนะครับ แล้วก็รวมแล้วต้องดำเนินคดีกับตักเตือนนี่ 1,293 ราย ตัวเลขดูไม่ดีเลยนะครับ ท่านช่วยเราหน่อยหนึ่งนะครับ เช่นเดียวกันกับเรื่องของการติดโรค ท่านออกไปข้างนอก ท่านก็มีเสี่ยง มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดโรค เพิ่มขึ้น อย่างที่บอกนะครับว่า อย่าว่าแต่ไปที่ชุมชนหรือที่ชุมนุม ออกนอกเคหสถาน อยู่ในบ้านท่านยังต้องดูแลตัวเองอย่างดี เลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องช่วยกันนะครับ มาตรการอันนี้เป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งเราจะต้องคงไว้นะครับ แล้วเราก็จะมีรายงานมายังทุกท่าน ทุกวันด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านได้รับทราบตรงนี้ ส่วนมาตรการที่ 2 คือ การ ดูแลพี่น้องคนไทยที่เดินทางเข้ามาสืบเนื่องต่อเนื่องกันจากกรณีถึง 158 รายนะครับ ในตอนนั้นเราก็มีการให้สนามบินนะครับ ได้ไม่รับเครื่องบิน โดยสารเข้ามา เดิมนี่ประกาศไว้ถึงวันที่ 6 นะครับ มีประกาศต่อเพิ่มเติมจากวันที่ 6 เป็น 7 -18 ก็มีผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบนี้ ทั่วไปนะครับ หลายคน แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็น้อยลงนะครับ ตอนนี้ที่ได้รับทราบข่าวตรงนี้นะครับ ทางศูนย์ทาง ศบค. ก็ได้มีการประชุมกันอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องคนไทยที่ติดค้างอยู่ในสนามบินต่าง ๆ นะครับ ในแถบทั้งเอเชียหรือ ที่อื่น ๆ ในยุโรปครับ วันนี้ผมขออนุญาตรายงานนะครับ ตอนนี้ที่เราได้รับทราบขึ้นมาจากที่ญี่ปุ่น มีติดค้างที่สนามบินอยู่ที่ประมาณ 15 คน เกาหลีใต้ 60 คนนะครับ เนเธอร์แลนด์ 1 คน สหราชอาณาจักร 1 คน และก็กาตาร์อีก 14 คน นำเรียนนะครับว่า ทุกท่านที่เรารับทราบตามยอดตรงนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปดูแลท่าน แต่ถ้าท่านไม่ได้อยู่ในตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ บอกว่า เอ๊ะ ฉันเป็นคนที่ 2 ที่สหรัฐอเมริกาหรืออะไรก็แล้วแต่... ไม่ใช่ ประทานโทษ สหราชอาณาจักรหรือกาตาร์เป็นคนที่ 15 ท่านแจ้งมานะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้เราค่อนข้างยืนยันตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ แล้ววิธีการจะเป็นอย่างไรนะครับ ในที่ประชุมแจ้งว่า 7 เมษายนนี้ เวลา 20.30 น. จะมีเครื่องบินนะครับ จากฝรั่งเศสนะครับ เพื่อมารับคนชาติของตัวเองที่จังหวัด ภูเก็ตเรา คนไทยจำนวน 14 คนนี้ ได้รับการประสานงาน จะเดินทางมาพร้อมกับไฟลต์ บินนี้ครับ แล้วก็ลงที่สนามบินที่ ภูเก็ต กลุ่มที่ 2 คือ 7 เมษายนนี้ เหมือนกันครับ ประมาณ 21 .45 น. ก็จะมีคนไทยที่ตกค้าง แล้วเดินทางมากับสหรัฐอเมริกากับไฟท์นี้ มี จำนวน 60 คนนะครับ ที่จะเดินทางมาที่สุวรรณภูมิ แล้ววันที่ 8 เมษายน เวลาประมาณ 15.30 น. นะครับ พรุ่งนี้ 15.30 น. ก็จะมีเที่ยวบินจาก NS นี่น่าจะเป็น ญี่ปุ่นมั้ง เขาไม่บอกผม NS น่าจะใช่นะครับ จะมีคนไทยตกค้างที่เดินทางกลับมาจากไฟท์นี้จำนวน 22 คน มาลงที่สุวรรณภูมิ พวกเราอยากจะให้ท่านทราบนะครับว่าทุกคน ตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราต้องติดตามแล้วก็อยู่ในศูนย์ของเรานะครับ รับ ดูแล แล้วก็จะพยายาม จะประสาน ให้อย่างดี กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่หนักมาก ๆ ตรงนี้อยู่ ต้องขอขอบพระคุณทางข้าราชการทุกท่านที่ทำงานตรงนี้อยู่นะครับ เราก็จะทำกันอย่างต่อ เนื่องกันไปเหมือนกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องดูแลคนไข้นะครับ ดูแลเรื่องการป้องกัน กระทรวงต่าง ๆ ดูแลกันไปนะครับในเรื่องนี้ คราวนี้ผมอยากจะให้ท่านผู้ชมมาดูนะครับว่า แล้วปัญหาอย่างนี้มันจะต้องไปนานเท่าไร ทำไมต้องยืดไปถึงวันที่ 18 ทำไมจะต้องยาวอย่างนั้นนะครับ มีการนำข้อมูลสถิติการเข้าออกราชอาณาจักรนะครับ ผ่านช่องทางทางอากาศ อันนี้ย้อนไปตั้งแต่ 18 มีนาคม ถึง 6 เมษายน จะเห็นแนวโน้มลดลงนะครับ เข้านี้สีฟ้านะครับ เข้ามาในประเทศเราจากหลักเป็นหมื่นนะครับ ก็ลงมาล่าสุดนี้ เหลือหลักร้อยนะครับ 346 ประทานโทษ 347 รายในเมื่อวานนี้ นะครับ อันนี้คือเข้ามาในประเทศไทยเราแล้วเดินทางออกไปล่ะครับ ก็มีคนต่างชาตินะครับ เขาก็กลับบ้านเขาไป เยอะ ตั้งแต่ช่วงของมีนาคมมาแล้วนะครับตั้งแต่ 30,000 กว่าราย ตั้งแต่ช่วงวันที่ 19 มีนาคม ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ครับ ออกไปวันละประมาณเป็นพันครับ 1,965 ราย มีคนต่างชาติอยากกลับบ้านก็มีเยอะนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องดูแลพวกเขาด้วย แล้วไปดูครับว่า เข้าอย่างเดียวนี่ เป็นคนไทยเท่าไร ต่างชาติเท่าไร สีฟ้าเป็นคนต่างชาติน้อยลงมากแล้วนะครับ ที่จะเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ต้องทำงานเรียกว่ามี Work Permit หรือการมีใบอนุญาตในการทำงานอยู่ในประเทศไทยนะครับ ก็หลักแค่เป็นหลักร้อยเท่านั้นเองนะครับ ส่วนคนไทยที่จะเดินทางเข้ามา ก็กลับเข้ามาเยอะจำนวนมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่ตอนประมาณกลางเดือนนะครับ ก็ลดน้อยถอยลงมาตอนนี้ที่ต้อง ลดลงจากเมื่อวานนี้เหลือ 45 ราย ประทานโทษ วันที่ 5 วันที่ 5 นี่ 45 ราย แล้วก็วันที่ 6 นี้ 175 ราย อันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือย่างที่บอกนะครับ เพราะว่าเราต้องเตรียมพร้อม ถ้าท่าน กลับมาจากประเทศที่มีกลุ่มสี่ยง เราต้องจัดหาพื้นที่ให้ท่านอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน เพื่อการดูแลที่เราเรียกว่าเป็น State Quarantine ก็คือ ไม่อยากใช้คำว่าสถานกักกันนะครับ ก็คือดูแลกันนี่ เพราะถ้าท่านยังไม่ป่วยเราก็ให้ดูแลอยู่อย่างนั้น เป็นเหมือนโรงแรมเป็นเหมือนบ้าน เหมือนอพารต์เมนต์ที่ไปอยู่กัน หรือ สถานที่ที่เหมาะสม เป็นส่วนราชการที่เขาไม่ได้ใช้ แล้วก็มีที่พักที่อะไรทั้งหลายที่ท่านสามารถอยู่ได้ อัน นี้คือสิ่งที่ทางภาครัฐจัดให้นะครับ ไปดูเรื่องของการออกจากราชอาณาจักรนะครับ อันนี้ก็ชัดเจนครับ ก็ผ่านไปผ่านมา ก็จะน้อยลงไปอีกนะครับ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงการคมนาคมนะครับ เรื่องของการท่าก็ช่วยกันนะครับที่จะทำให้ตัวเลขลดน้อย ถอยลง ก็นำเรียนว่านี่คือบทบาทหน้าที่ของพวกเราครับ ครับผม แล้วมีเรื่องราวถัดไป ลองดูสิครับว่า ผมยังเหลือค้างไหมครับ โอ.เค. ครับ ก็ นำเรียนว่าทุก ๆ เรื่อง ที่พวกเราทำกันอยู่นี้ ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ หากท่าน ต้องการให้เราทำอะไร สิ่งใด อย่างไรเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ ก็จะดำเนินการให้มันเหมาะสมกับสถานการณ์ครับผม วันนี้ขอเพียงแค่นี้นะครับ เดี๋ยวก็ คงมีคำถามอยู่นะครับ เชิญครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้มีหลายคำถามนะครับจากพี่ ๆ สื่อมวลชน ที่ฝากคำถามมา เพื่อที่จะลดความแออัดในห้องแถลงข่าวแห่งนี้นะครับ แต่ว่าก่อนอื่นขออนุญาตเริ่มที่คำถามจากทาง Facebook Live จากคุณผู้ชมทางบ้าน ก่อนนะครับ หลายคนเห็นตัวเลขครับเมื่อวานลดลง ผู้ป่วยยืนยันสะสม 51 ราย วันนี้ 38 ราย หลายคนดีใจ แต่ว่าหลายคนก็มีคำถามครับว่าที่ตัวเลขที่ลดลงนี่เพราะว่าการตรวจต่อวันของเราลดลง หรือประสิทธิภาพในการตรวจของเราลดลงหรือไม่ หลายคน ไม่สบายใจครับ ขอเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับสิ่งที่ผมตั้งคำถาม ก็เหมือนท่านผู้ชมตั้งคำถามเลยครับ เมื่อเช้านี้ประชุมที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ มีท่านผู้ใหญ่หลายท่านนะครับ ขอเอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณ อาจารย์นายแพทย์ ปิยะสกล อาจารย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อาจารย์อุดม ขสินทร นะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็คนจำนวนมากที่เป็นทั้งนักวิชาการและก็เป็นผู้บริหาร ที่ต้องมานั่งวิเคราะห์ตัวเลขกัน เมื่อเช้านี้ เราจะไม่ต้องเข้าข้างตัวเองครับ เพราะว่า เพราะว่าถ้าเจอน้อยเป็นจากการตรวจน้อย เมื่อเช้านี้ก็คุยกันอยู่ว่าเราจะตรวจน้อยเท่าไร มีตัวเลขที่ต้องเพิ่มขึ้นไหม เมื่อเช้านี้พูดกันแล้วนะครับ ว่า มีตัวเลขสะสมของการตรวจทางห้องปฏิบัติการนี่ 71,860 ราย โดยประมาณนะครับ เดี๋ยวตัวเลขที่จะรายละเอียดลงไปเยอะกว่านี้จะว่ากันอีกทีหนึ่ง ซึ่งถามว่าแค่นี้พอใจไหมนะครับ ในที่ประชุม บอกว่ายังไม่พอใจครับ ต้องหาหนทางเพิ่มให้ได้ แล้วจะต้องเพิ่มให้มากกว่านี้ ถ้าแตะเป็นวันละ ตอนนี้ความสามารถในการตรวจของทาง ต้องพูดว่าทั้งประเทศไทยเลยนะครับ ทั้งภาครัฐเอกชนนี่ กรุงเทพมหานครปริมณฑล ได้วันละ 10,000 ราย ต่างจังหวัดรวมกันได้อีก วันละ 10,000 ราย เพราะฉะนั้นวันละ 20,000 รายนี่ทำได้เต็มที่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ การตรวจไม่ใช้แค่ใช้น้ำยาอย่างเดียว ต้องใช้คนตรวจ ต้องใช้เจ้าหน้าที่ ต้องใช้อะไร ถ้าท่านประทานโทษมาพร้อม ๆ กัน 10,000 ราย ก็อาจจะตรวจกันไม่หวัดไม่ไหว ต้องใช้ชุดเฉพาะด้วยนะครับ ต้องป้องกันตัวเอง ทั้งระบบ ของที่เราเคยคุยกัน คือ PPE ชุดแบบ Full แบบ เต็มที่ ซึ่งอันนี้มันติดข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง แต่ว่าข้อจำกัดก็ไม่ได้เป็นปัญหา ต้องมีการแก้ไขตรงนี้ขึ้นไป แนวทางตรงนี้ทางที่ประชุม เรียกว่า EOC เมื่อเช้านี้ พยายามจะเพิ่มให้มากขึ้น มากขึ้นนะครับ ให้เหมือนกับประเทศที่เขาเคยรายงานว่า ตรวจกันเป็นแสนเดี๋ยวเราจะทำ อย่างนั้นให้ได้นะครับ แล้วยิ่งเราตรวจเจอเยอะนะครับ ตรวจเยอะ ๆ ก็อาจจะเจอเยอะอย่างที่ว่า เราไม่กลัวครับว่าจะเจอเยอะหรือเปล่า เพราะว่าอีกด้านหนึ่งของที่ประชุมก็จะมีการพูดว่า จะต้องมีการเตรียมเตียงนะครับ ในหลายระดับ แต่แต่ระดับที่เบา ๆ จนกระทั่งระดับหนักอยู่ใน ICU เมื่อเช้านี้ก็พูดถึงนะครับ พูดถึงเรื่องของเครื่องช่วยหายใจนี่นะครับ ต้องมีปริมาณให้เพียงพอ ของที่เราได้รับพระราชทาน มา ก็จะอยู่ในโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ 38 ตัวเลข นี้มีคำอธิบายว่าดีขึ้นเพราะอะไร มี 3 ประเด็นครับ อันหนึ่งคือน่าจะเป็นของการประกาศ เรื่องของภาวะฉุกเฉินนะครับ ซึ่งตรงนี้ทั้งฉุกเฉิน ด้วยอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องบวกเคอร์ฟิวเข้าไปด้วยนะครับ เพราะว่า ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ การพบปะกันอะไรต่าง ๆ นี่ ลดน้อยถอยลง อันที่ 2 ก็คือเป็นเรื่องของการควบคุมกันภายในประเทศนะครับ สิ่งที่เราแจ้งข่าวออกไปนะครับ ไม่ว่าจังหวัดนู้นจังหวัดนี้ เห็นตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ท่านรู้สถานการณ์ของท่านเอง พ่อเมืองของท่าน กับท่านเองได้ช่วยกันนี่ครับ หรือไม่ต้องให้พ่อเมืองมาสั่ง ท่านเองฟังจากรายการนี้อยู่ในบ้านท่าน ท่านใส่หน้ากากอนามัยนะครับ อยู่ในบ้านท่าน ท่านนั่งห่างกัน 2 เมตรนะครับ ทำกิจกรรมร่วมกันให้น้อยลง นี่คือสิ่งที่ท่านให้ความร่วมมือ 2 ข้อ ข้อที่ 3 ที่เราจะต้องทำและมากขึ้นก็คือ อย่างที่บอกว่า คนที่มีกลุ่มเสี่ยงต้องมีสถานที่รองรับชัดเจน ต้องมีที่ที่ให้เห็นชัดเจน อย่างที่เราบอกนะครับ 158 ราย ที่มาขรุขระหน่อยหนึ่ง แต่ตอนนี้ไปอยู่ที่ที่พักที่ดีแล้ว แล้วเราก็จะ Monitor ท่านต่อนะครับ 14 วันนี้ ถ้าท่านมีไข้ขึ้นมาเราจะพาท่านไปรักษา แต่ถ้าท่านไม่มี เหมือน อย่างกรณีที่เราเจอกันกับที่เกาหลีนะครับ อยู่กันมาแล้วก็สบายดี พอวันปลาย ๆ อ้าว มีไข้ขึ้นมา 1 คน แยกออกมานะครับ ก็พาไปรักษาเขา แล้วเขาก็หายดี ตอนนี้ ..............Ր(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ՐsadffasdgaswdgdfsgsdfggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggggՐ(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ ก็เป็น พระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้นะครับ เราเองก็คงจะต้องทำหน้าที่ของเราเอง ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา ในวันนี้นะครับ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไป เพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงนะครับ ครับผม วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงานนะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้นะครับ ผู้ป่วยใหม่ 38 รายนะครับ สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้ วันนี้ผมรู้สึกแหมหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่า มันเนื่องมาจากอะไรนะครับ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟ ท่านจะเห็น นะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่า มีการประกาศใช้นะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่าง นี้ ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนักนะครับ แต่ว่าแนวโน้มก็ ลงไป แต่ว่าชัดเจน คือ การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 3, 4, 5, 6, 7 ก็ประมาณ 5 วันนะครับ ที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าพูดถึงว่า อยู่ในช่วงของระยะฟักตัว ก็อยู่ ประมาณสัก 1 สัปดาห์ เป็น แนวโน้มที่ดีนะครับ เพราะว่า ท่านผู้ชม ท่านที่ดูตรงนี้อยู่ก็คงจะ ถ้าท่านบอกว่า ท่านเป็นคนหนึ่งล่ะที่อยู่ที่บ้าน นี่คือผลจากการทำงานของพวกเราทุกคนนะครับ ทำให้การแพร่กระจายเชื้อ ที่เกิดขึ้นลดน้อยลงชัดเจน แล้วท่าน ก็จะเห็นนะครับ เส้นสีฟ้า ข้างบน ก็จะมีแนวโน้ม จะออก ไปทางขวามือนะครับ เลี้ยวขวาออกไป ไม่พุ่งขึ้นไป ไม่ตรงไปข้างบนนะครับ ตอนนี้เป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ ครับ ก็ไปตัวเลขในผู้เสียชีวิตวันนี้ 27 ราย เพิ่มเติมขึ้นมา 1 รายนะครับ รายละเอียด คือ เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก่อนหน้านี้ ไปงานเลี้ยง สังสรรค์ หลายที่นะครับ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อนะครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ด้วยอาการเหนื่อย ไปรับษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมา วันที่ 14 มีนาคม ผู้ป่วยก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อ ช่วยหายใจ แล้วก็ได้ส่งตัวนะครับ ส่งอย่างการตรวจเชื้อ ก็พบว่า ติดเชื้อ COVID-19 นี้ ผล X-ray พบว่า มีเรื่องของปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อวานนี้นะครับ ก็คือ วันที่ 6 เมษายน ด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ท่านด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ก็อายุไม่มากนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ หลังจากที่เรา บอกว่าอายุมาก ๆ เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ทุก ๆ ท่านมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขอให้ท่านได้ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ครับ ในรายละเอียดของ 38 รายนี้นะครับ เลข 2 หลัก ที่เราอยากจะเห็นเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่ากลุ่มใหญ่ยังเป็น กลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย ยืนยันรายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นตัวเลข 17 ราย นะครับ ส่วนใหญ่ เป็นกรุงเทพฯ 11 ราย นะครับ แล้วก็ติดจากบ้านนะครับ แล้วก็ที่ทำงาน Ր(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ.Ր ก็เป็น พระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้นะครับ เราเองก็คงจะต้องทำหน้าที่ของเราเอง ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา ในวันนี้นะครับ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไป เพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงนะครับ ครับผม วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงานนะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้นะครับ ผู้ป่วยใหม่ 38 รายนะครับ สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้ วันนี้ผมรู้สึกแหมหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่า มันเนื่องมาจากอะไรนะครับ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟ ท่านจะเห็น นะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่า มีการประกาศใช้นะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่าง นี้ ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนักนะครับ แต่ว่าแนวโน้มก็ ลงไป แต่ว่าชัดเจน คือ การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 3, 4, 5, 6, 7 ก็ประมาณ 5 วันนะครับ ที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าพูดถึงว่า อยู่ในช่วงของระยะฟักตัว ก็อยู่ ประมาณสัก 1 สัปดาห์ เป็น แนวโน้มที่ดีนะครับ เพราะว่า ท่านผู้ชม ท่านที่ดูตรงนี้อยู่ก็คงจะ ถ้าท่านบอกว่า ท่านเป็นคนหนึ่งล่ะที่อยู่ที่บ้าน นี่คือผลจากการทำงานของพวกเราทุกคนนะครับ ทำให้การแพร่กระจายเชื้อ ที่เกิดขึ้นลดน้อยลงชัดเจน แล้วท่าน ก็จะเห็นนะครับ เส้นสีฟ้า ข้างบน ก็จะมีแนวโน้ม จะออก ไปทางขวามือนะครับ เลี้ยวขวาออกไป ไม่พุ่งขึ้นไป ไม่ตรงไปข้างบนนะครับ ตอนนี้เป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ ครับ ก็ไปตัวเลขในผู้เสียชีวิตวันนี้ 27 ราย เพิ่มเติมขึ้นมา 1 รายนะครับ รายละเอียด คือ เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก่อนหน้านี้ ไปงานเลี้ยง สังสรรค์ หลายที่นะครับ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อนะครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ด้วยอาการเหนื่อย ไปรับษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมา วันที่ 14 มีนาคม ผู้ป่วยก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อ ช่วยหายใจ แล้วก็ได้ส่งตัวนะครับ ส่งอย่างการตรวจเชื้อ ก็พบว่า ติดเชื้อ COVID-19 นี้ ผล X-ray พบว่า มีเรื่องของปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อวานนี้นะครับ ก็คือ วันที่ 6 เมษายน ด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ท่านด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ก็อายุไม่มากนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ หลังจากที่เรา บอกว่าอายุมาก ๆ เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ทุก ๆ ท่านมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขอให้ท่านได้ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ครับ ในรายละเอียดของ 38 รายนี้นะครับ เลข 2 หลัก ที่เราอยากจะเห็นเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่ากลุ่มใหญ่ยังเป็น กลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย ยืนยันรายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นตัวเลข 17 ราย นะครับ ส่วนใหญ่ เป็นกรุงเทพฯ 11 ราย นะครับ แล้วก็ติดจากบ้านนะครับ แล้วก็ที่ทำงาน แล้วก็กลุ่มเพื่อน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูนะครับ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มก้อนที่เราต้องรายงาน ก็คือ เกี่ยวข้องกับการคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ อันนี้ 3 รายนะครับ แล้วก็ไปสถานที่ชุมชน ก็คือ ห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัด, สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้ก็ 3 คน กลุ่มก้อนใหญ่ไปอยู่ที่อาชีพเสี่ยง ที่ทำงานในสถานที่แออัดนะครับ แล้วก็สถานที่ทำงานที่มีการสัมผัสกับชาวต่างชาติ อันนี้ 7 คน นะครับ แล้วก็บุคลากรทางด้านสาธารณสุข วันนี้ 3 ราย ก็ยังน้อยกว่าเมื่อวานนี้นะครับ แต่ว่าที่มีข่าววันนี้ไปว่า ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งนะครับ ตอนนี้ ต้องมีการสอบสวนโรค ตัว(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานก(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้าՐ(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้าՐ(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ ก็เป็น พระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้นะครับ เราเองก็คงจะต้องทำหน้าที่ของเราเอง ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา ในวันนี้นะครับ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไป เพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงนะครับ ครับผม วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงานนะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้นะครับ ผู้ป่วยใหม่ 38 รายนะครับ สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้ วันนี้ผมรู้สึกแหมหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่า มันเนื่องมาจากอะไรนะครับ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟ ท่านจะเห็น นะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่า มีการประกาศใช้นะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่าง นี้ ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนักนะครับ แต่ว่าแนวโน้มก็ ลงไป แต่ว่าชัดเจน คือ การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 3, 4, 5, 6, Ր(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ ก็เป็น พระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้นะครับ เราเองก็คงจะต้องทำหน้าที่ของเราเอง ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา ในวันนี้นะครับ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไป เพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงนะครับ ครับผม วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงานนะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้นะครับ ผู้ป่วยใหม่ 38 รายนะครับ สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้ วันนี้ผมรู้สึกแหมหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่า มันเนื่องมาจากอะไรนะครับ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟ ท่านจะเห็น นะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่า มีการประกาศใช้นะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่าง นี้ ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนักนะครับ แต่ว่าแนวโน้มก็ ลงไป แต่ว่าชัดเจน คือ การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 3, 4, 5, 6, 7 ก็ประมาณ 5 วันนะครับ ที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าพูดถึงว่า อยู่ในช่วงของระยะฟักตัว ก็อยู่ ประมาณสัก 1 สัปดาห์ เป็น แนวโน้มที่ดีนะครับ เพราะว่า ท่านผู้ชม ท่านที่ดูตรงนี้อยู่ก็คงจะ ถ้าท่านบอกว่า ท่านเป็นคนหนึ่งล่ะที่อยู่ที่บ้าน นี่คือผลจากการทำงานของพวกเราทุกคนนะครับ ทำให้การแพร่กระจายเชื้อ ที่เกิดขึ้นลดน้อยลงชัดเจน แล้วท่าน ก็จะเห็นนะครับ เส้นสีฟ้า ข้างบน ก็จะมีแนวโน้ม จะออก ไปทางขวามือนะครับ เลี้ยวขวาออกไป ไม่พุ่งขึ้นไป ไม่ตรงไปข้างบนนะครับ ตอนนี้เป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ ครับ ก็ไปตัวเลขในผู้เสียชีวิตวันนี้ 27 ราย เพิ่มเติมขึ้นมา 1 รายนะครับ รายละเอียด คือ เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก่อนหน้านี้ ไปงานเลี้ยง สังสรรค์ หลายที่นะครับ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อนะครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ด้วยอาการเหนื่อย ไปรับษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมา วันที่ 14 มีนาคม ผู้ป่วยก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อ ช่วยหายใจ แล้วก็ได้ส่งตัวนะครับ ส่งอย่างการตรวจเชื้อ ก็พบว่า ติดเชื้อ COVID-19 นี้ ผล X-ray พบว่า มีเรื่องของปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อวานนี้นะครับ ก็คือ วันที่ 6 เมษายน ด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ท่านด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ก็อายุไม่มากนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ หลังจากที่เรา บอกว่าอายุมาก ๆ เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ทุก ๆ ท่านมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขอให้ท่านได้ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ครับ ในรายละเอียดของ 38 รายนี้นะครับ เลข 2 หลัก ที่เราอยากจะเห็นเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่ากลุ่มใหญ่ยังเป็น กลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย ยืนยันรายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นตัวเลข 17 ราย นะครับ ส่วนใหญ่ เป็นกรุงเทพฯ 11 ราย นะครับ แล้วก็ติดจากบ้านนะครับ แล้วก็ที่ทำงาน แล้วก็กลุ่มเพื่อน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูนะครับ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มก้อนที่เราต้องรายงาน ก็คือ เกี่ยวข้องกับการคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ อันนี้ 3 รายนะครับ แล้วก็ไปสถานที่ชุมชน ก็คือ ห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัด, สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้ก็ 3 คน กลุ่มก้อนใหญ่ไปอยู่ที่อาชีพเสี่ยง ที่ทำงานในสถานที่แออัดนะครับ แล้วก็สถานที่ทำงานที่มีการสัมผัสกับชาวต่างชาติ อันนี้ 7 คน นะครับ แล้วก็บุคลากรทางด้านสาธารณสุข วันนี้ 3 ราย ก็ยังน้อยกว่าเมื่อวานนี้นะครับ แต่ว่าที่มีข่าววันนี้ไปว่า ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งนะครับ ตอนนี้ ต้องมีการสอบสวนโรค ตัวเลขยังเป็นร้อยՐ(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันอังคารที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ ทั้งผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสด จากศูนย์แถลง ข่าวแห่งนี้ไป ผ่านทาง Facebook Live นอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันที่ทางด้าน ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาส ที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย และรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 นี้นะครับՐ ก็เป็น พระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้นะครับ เราเองก็คงจะต้องทำหน้าที่ของเราเอง ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา ในวันนี้นะครับ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไป เพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงนะครับ ครับผม วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงานนะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้นะครับ ผู้ป่วยใหม่ 38 รายนะครับ สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้ วันนี้ผมรู้สึกแหมหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่า มันเนื่องมาจากอะไรนะครับ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟ ท่านจะเห็น นะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่า มีการประกาศใช้นะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่าง นี้ ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนักนะครับ แต่ว่าแนวโน้มก็ ลงไป แต่ว่าชัดเจน คือ การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 3, 4, 5, 6, 7 ก็ประมาณ 5 วันนะครับ ที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าพูดถึงว่า อยู่ในช่วงของระยะฟักตัว ก็อยู่ ประมาณสัก 1 สัปดาห์ เป็น แนวโน้มที่ดีนะครับ เพราะว่า ท่านผู้ชม ท่านที่ดูตรงนี้อยู่ก็คงจะ ถ้าท่านบอกว่า ท่านเป็นคนหนึ่งล่ะที่อยู่ที่บ้าน นี่คือผลจากการทำงานของพวกเราทุกคนนะครับ ทำให้การแพร่กระจายเชื้อ ที่เกิดขึ้นลดน้อยลงชัดเจน แล้วท่าน ก็จะเห็นนะครับ เส้นสีฟ้า ข้างบน ก็จะมีแนวโน้ม จะออก ไปทางขวามือนะครับ เลี้ยวขวาออกไป ไม่พุ่งขึ้นไป ไม่ตรงไปข้างบนนะครับ ตอนนี้เป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ ครับ ก็ไปตัวเลขในผู้เสียชีวิตวันนี้ 27 ราย เพิ่มเติมขึ้นมา 1 รายนะครับ รายละเอียด คือ เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก่อนหน้านี้ ไปงานเลี้ยง สังสรรค์ หลายที่นะครับ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อนะครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ด้วยอาการเหนื่อย ไปรับษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมา วันที่ 14 มีนาคม ผู้ป่วยก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อ ช่วยหายใจ แล้วก็ได้ส่งตัวนะครับ ส่งอย่างการตรวจเชื้อ ก็พบว่า ติดเชื้อ COVID-19 นี้ ผล X-ray พบว่า มีเรื่องของปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อวานนี้นะครับ ก็คือ วันที่ 6 เมษายน ด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ท่านด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ก็อายุไม่มากนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ หลังจากที่เรา บอกว่าอายุมาก ๆ เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ทุก ๆ ท่านมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขอให้ท่านได้ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ครับ ในรายละเอียดของ 38 รายนี้นะครับ เลข 2 หลัก ที่เราอยากจะเห็นเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่ากลุ่มใหญ่ยังเป็น กลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย ยืนยันรายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นตัวเลข 17 ราย นะครับ ส่วนใหญ่ เป็นกรุงเทพฯ 11 ราย นะครับ แล้วก็ติดจากบ้านนะครับ แล้วก็ที่ทำงาน แล้วก็กลุ่มเพื่อน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูนะครับ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มก้อนที่เราต้องรายงาน ก็คือ เกี่ยวข้องกับการคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ อันนี้ 3 รายนะครับ แล้วก็ไปสถานที่ชุมชน ก็คือ ห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัด, สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้ก็ 3 คน กลุ่มก้อนใหญ่ไปอยู่ที่อาชีพเสี่ยง ที่ทำงานในสถานที่แออัดนะครับ แล้วก็สถานที่ทำงานที่มีการสัมผัสกับชาวต่างชาติ อันนี้ 7 คน นะครับ แล้วก็บุคลากรทางด้านสาธารณสุข วันนี้ 3 ราย ก็ยังน้อยกว่าเมื่อวานนี้นะครับ แต่ว่าที่มีข่าววันนี้ไปว่า ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งนะครับ ตอนนี้ ต้องมีการสอบสวนโรค ตัวเลขยังเป็นร้อย ก็ยังไม่ได้ส่งมาที่ตรงนี้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็ในระบบต่าง ๆ เหล่านี้ รับทราบกันอยู่แล้วนะครับ เดี๋ยวจะติดตามกันดูไปนะครับ ไปที่จังหวัดที่รับการรักษาผู้ป่วยยืนยันสะสมนะครับ ก็คือ กรุงเทพมหานครสูงสุดนะครับ 1,201 ราย ภูเก็ต 138 ราย นนทบุรี 134 ราย สมุทรปราการ 99 ชลบุรี 70 ยะลา, ปัตตานี, เชียงใหม่, สงขลา และปทุมธานี ก็ รายละเอียดย่อยลงมา หลายวันเราชมกับจังหวัดที่ทำงานได้ดี โดยที่ยังไม่ได้มีผู้ป่วยรายงานเลยนะครับ เป็น 11 จังหวัดที่อยู่ข้างล่าง แต่วันนี้ผมต้องเอ่ยนามจังหวัดที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะว่าตัวเลขที่ลดลง เป็นความสามารถของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ทุก ๆ คน ที่อยู่ในฝ่ายทั้งปกครอง และสาธารณสุข และอื่น ๆ ที่ช่วยทำให้ตัวเลขทั้งหลาย ที่ควรจะต้องเป็นเลข 3 หลัก เหลือ 2 หลักนี้ ก็ ขออนุญาตเอ่ยนามเมื่อสักครู่นะครับ กับจังหวัดทุกจังหวัด และขอกำลังใจจากพี่น้องประชาชน ไปถึงทุก ๆ ท่านที่ทำงานแสนหนัก อย่างนี้ และ ถ้าจะให้ดีก็ไม่ต้องหนัก ต่อนะครับ ให้ตัวเลขลดลงเรื่อย ๆ ทุกท่านก็จะได้ปลอดโรค ปลอดภัยกันไปนะครับ รายใหม่ที่จะเกิดขึ้น ก็กรุงเทพมหานคร 25, ชลบุรี 4, ภูเก็ต 3 นะครับ แล้วจังหวัดอื่น ๆ ก็เหลืออย่างละ 1 นะครับ ซึ่งมีทั้งกระบี่, ชุมพร, นครราชสีมา, นนทบุรี, พิษณุโลก และสุพรรณบุรี ต้องเอ่ยนาม ก็เช่นเดียวกันครับ เพราะว่า ท่านทำผลงานได้ดี ทำให้ลดตัวเลขลง มาได้มากมายอย่างนี้นะครับ ต้องกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชน ไปถึงทุก ๆ ท่านที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้ด้วยนะครับ ไปดูที่แผนภูมิ ในเรื่องของ การแยกระหว่างกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด สีฟ้าลดลงชัดเจน ต้องชมคนกรุงเทพฯ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังเป็นตัวเลข 2 หลักที่ยังสูงอยู่นะครับ ทางต่างจังหวัด ซึ่งรวมทั้งทั่วประเทศมา ก็ยังน้อยกว่ากรุงเทพมหานครนะครับ แต่อย่างไร ก็ตามแต่นะครับ ต้องช่วยกัน เรื่องของ หลายคน เมื่อวานนี้เราพูดกันแล้ว ประกาศเคอร์ฟิวแล้วจะเป็นอย่างไร จะต้องเพิ่มมาตรการไหม ท่านคงทราบนะครับ ถ้าเห็นกราฟอย่างนี้แล้ว หมายความว่าท่านให้ความร่วมมือ แล้วตัวเลขของ โรคน้อยลง ผมก็เชื่อว่าท่านผู้บริหารคงไม่ต้องใช้มาตรการอื่นที่เข้มไปกว่านี้ ถ้าท่านอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ เสรีภาพของท่านยังคงอยู่ พยายามช่วยกันกดตัวเลขนี้ให้ลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เราก็จะเห็นโอกาสที่เราจะได้ทำงาน หรือมีชีวิตประจำวัน ที่เป็นปกติได้เหมือนเดิมนะครับ ไปดูเรื่องของสถานการณ์ทั่วโลก 1,300,000 กว่าคน ทั่วโลกนะครับ แล้วก็หนักนี่ 47,000 นะครับ หายแล้ว 270,000 โดยประมาณ แล้วก็เสียชีวิตไป 74,000 กว่ารายนะครับ สีก็อย่างที่เห็นไปตามภาพนี้นะครับ ซึ่งมี ความเข้มข้นอยู่ทางซีกโลกเหนือนะครับ ไปที่ตัวเลขที่รายงานเป็นรายวัน สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 364,000 กว่ารายนะครับ แล้วก็มีรายใหม่ขึ้นมาวันเดียวนี่ 28,000 กว่าราย แล้วก็ เสียชีวิตแตะหมื่นวันนี้แล้วนะครับ 10,846 สเปนนี่ 130,000 นะครับ โดยประมาณ แล้วก็รายใหม่ 5,000 เศษ ๆ นิดหน่อยนะครับ และเสียชีวิต 13,000 นะครับ ฝรั่งเศส อันนี้ที่ต้องไฮไลต์เพราะว่า มีการเกิดขึ้นของแต่ละรายมากกว่า 5,000 รายขึ้นไปนะครับ ครับ ก็หลาย ๆ ประเทศ ก็ ต้องลงไว้นะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทย ได้รับทราบว่า ความเสี่ยงของประเทศ ต่าง ๆ เป็นอย่างไร ไปดูการจำแนกรายภาค ผู้ป่วยยืนยันที่เข้ามารับการรักษานะครับ สีส้มหรือสีแดงสิครับ หน้าจอนี่นะครับ ออกส้มออกแดงนี่นะครับ ก็เป็นกรุงเทพฯ และนนทบุรี ก็จะเห็นนะครับว่า ไล่ลงมาตามรายวันนี่ ก็จะนำโด่งสูงที่สุดนะครับ รองลงมาก็จะเห็นเป็นสีฟ้านะครับ ทางภาคใต้นะครับ ภาคกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะน้อยหน่อยหนึ่งนะครับ อันนี้อยากแบ่งตรงนี้ ก็เพื่อให้ นอกจากรายจังหวัดแล้ว รายภาค ถ้าจะเดินทาง อะไรกันต่าง ๆ นี่ ก็ ต้องระมัดระวังกันตรงนี้ด้วยนะครับผม ไปดูปัจจัยเสี่ยงนะครับ ที่เราจะต้องยืนยันนะครับ เห็นภาพว่า เราจะต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องไปทำงานร่วมกันอย่างไร กลุ่มที่ 1 ที่เรารายงานกันบ่อย ๆ ว่า เพิ่ม ๆ ๆ พอมา ในสัปดาห์ที่ 15 นั่นหมายถึงว่า ต้นเดือนเมษายนนี้นะครับ คือ กลุ่มสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ที่ยืนยันรายก่อนหน้านี้ จาก 7, 63, 211, 317 เหลือ 83 ลดลงชัดเจนครับ ถ้าท่านดูแลกัน กลุ่มนี้อย่างที่บอกนะครับ ว่าอยู่บ้านเดียวกันก็ติดนะ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องห่าง รักษาระยะห่างกัน อย่างน้อย 2 เมตร ถึงอยู่บ้านเดียวกัน และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เชื่อว่าในช่วงเวลา นี้ ท่านประกาศเคอร์ฟิว ท่านก็อยู่บ้านกันมากขึ้น เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือด้วย นี่เห็นผลถึงความร่วมมือ สัปดาห์ 5-11 นี้ ก็เลยลดลงมานะครับ แหม ยังไม่ถึง 11 สินะ ก็ยังไม่ได้บอกว่า วันนี้เพิ่งวันที่ 7 อยู่เลย เพิ่งผ่านไป 2 วันนะครับ แต่ว่าก็อยากให้ลดลงอย่างนี้ลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เขาเรียกว่าอะไร ตัวเลขที่เป็น ตัวเลขตั้งหลักสูงสุด คือ สัปดาห์ที่แล้ว คือ 317 อันนี้เกี่ยวข้องกับ คนในบ้านนะครับ วันนี้ผ่านมา 2 วัน พูดง่าย ๆ นะครับ 5, 6, 7 นี่ 3 วันนี้ มา 83 ก็ เหลืออยู่อีก 4 วันนะครับ ถ้าเราพยายามกดตัวเลขตัวนี้ ลงได้ ก็คงไม่น่าจะถึง 300 นะครับ ก็เชื่ออย่างนั้นนะครับ ต้องช่วยกัน สนามมวยนี่เห็นชัดเจนครับ ลดลง ไปจนกระทั่ง เกือบหมด ในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ คือ วันที่ 4 นี้ คือ เหลืออยู่ 18 นะครับ สัปดาห์ นี้ ยังไม่ได้มี รายงาน ขึ้นมานะครับ ส่วนคนไทยจากต่างประเทศ ในกรอบของเส้นสีแดง ที่เป็นกรอบที่ 2 นะครับ อยู่บรรทัดแรกเลย บอกว่ามีตั้งแต่ 7, 30, 61, 83 2 วันในสัปดาห์นี้มา 17 รายเท่านั้น ก็ยังมีความเสี่ยงนะครับ เพราะว่ามันเพิ่มขึ้นมาใน 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ถ้าเราช่วยกันน่าจะลดตรงนี้ได้ ไปดูแยกตามผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามปัจจัยเสี่ยงนะครับ ในช่วงเวลาที่ด้านซ้ายมือนะครับ จะเห็นว่าเป็นภาพรวมสะสมนะครับ ใน ขวามือนี้ คือ ใน 2 สัปดาห์ ล่าสุดที่เป็นสีแดง ซ้ายมือ คือ รวมตัวเลขทั้งหมดเลยน่ะ เอามารวมกัน แล้วก็ไล่ปัจจัยดู อันดับ 1 คือ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ อันดับที่ 2 คือ สนามมวย อันดับที่ 3 คือ คนไทยมาจากต่างประเทศ อันนี้ คือ สะสมรวมนะครับ แต่พอตัดเอามาเฉพาะแค่ 2 สัปดาห์ล่าสุด อันดับเปลี่ยนครับ ก็คือ คนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ตรงนี้ล่ะครับ ที่จะต้องเน้นย้ำว่า ทำไมเราถึงต้องมีการประกาศเที่ยวบิน ที่เข้ามายังประเทศไทยนะครับ ซึ่งตรงนี้ มีความสำคัญสูงมาก ซึ่งกระทบต่อคนที่เดินทาง อันนี้แน่นอนครับ หลายคนก็มีลูกหลานที่เดินทางมาจากต่างประเทศก็ โทรศัพท์ มาหาผมบ้าง บอกกับทางสถานทูตบ้าง บอกกับทางกระทรวงการต่างประเทศบ้าง เข้ามายัง 1111 บ้าง แต่ขอได้รับทราบและได้โปรดทราบตรงนี้นะครับว่า เราใช้ตัวเลขในการบริหารจัดการกัน ตอนนี้ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ขึ้นมา 133 ราย ก็เรียนว่ามาตรการเหล่านี้จัดการตามสถานการณ์นะครับ ไปดูชาติต่าง ๆ นะครับ ผมอยากให้มาดูด้านล่างของแผนภูมิอีกอันหนึ่งนะครับ คือ เรื่องของชาวไทยที่กลับมาจาก ต่างประเทศ เน้นย้ำข้างล่างนี้ ตอนนี้ต่างชาติไม่ได้มาหาเราแล้วครับ จะเห็นว่ากราฟด้านบนนะครับ วันที่ 5 วันที่ 6 วันที่ 6 นี่น้อยมากแล้วครับ แต่ว่าของคนไทยเราเองครับ ที่กลับมา จะเห็นว่าสีออกไปเป็นสีแดง ๆ นะครับ สีเลือดหมูนี่ครับ เป็นอินโดนีเซีย ซึ่ง ก็เป็นสิ่งที่เราเคยรายงานนะครับ ว่ามีการติดเชื้อจาก ทางประเทศนั้น แล้วกลับมาสู่ประเทศไทยเรา นะครับ รวมถึงทางยุโรปที่เป็นสีฟ้า เพราะฉะนั้น ตอนนี้มี การ เคลื่อนย้าย กลับมายังบ้านของคนไทยจากทั้งยุโรป แล้วก็ทางกลุ่มประเทศ ทางอาเซียนของเราก็ต้องเฝ้าระวังด้วย นี่ยังมีตัวเลขอีกตัวหนึ่งนะครับ ก็คือว่า เดินทางข้ามผ่านแดนต่าง ๆ ของรอบชายแดนของเรา มี ความสำคัญสูงมากที่จะต้องช่วยกันดูแลนะครับ โดยเฉพาะประเทศ มาเลเซีย ซึ่งเรารายงานกันอยู่เป็นประจำกันมาก่อนหน้านี้ ไปดูข้อมูลสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ ที่เป็นผู้ป่วยรายใหม่นะครับ ที่คงที่นะครับ ของสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มกราฟตกลงมานะครับ ซึ่งก็ทำให้เขาได้ออกข่าวมา มีความยินดีกัน อยู่ในระดับหนึ่งนะครับ แล้วก็ส่วนประเทศทางอื่น ๆ ทางกลุ่มของ ทางยุโรป ยังเกาะกลุ่มกันอยู่ ด้านล่าง แต่แนวโน้มก็จะค่อย ๆ ตกลงมานิดหน่อยนะครับ อันนี้ก็คือเราต้องรู้สถานการณ์โลก เพื่อที่เราจะได้ป้องกันของเราได้ ส่วนในทางเอเชียนะครับ ตอนนี้ผู้ป่วยรายใหม่ โดยส่วนใหญ่ก็คงที่นะครับ แต่ว่าที่ น่ากังวลใจ คือ ประเทศอินเดียครับ ยังมีการพุ่งทะยานอยู่สูงมาก ๆ นะครับ ซึ่งอันนี้ต้องดูข้อมูลกันเป็นรายวันไปครับผม ครับ นี่คือ การสรุปของสถานการณ์ทั้งไทยและโลกนะครับ ตอนนี้ก็เป็นตัวเลข อย่างที่ว่า 38 ราย โดยสรุปนะครับ ต้องให้ทุกท่าน ได้ช่วยกันเพื่อจะลดตัวเลขตัวนี้ลงมา ไปดูเรื่องมาตรการที่เราได้ประกาศออกไปนะครับ เรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของเคอร์ฟิว เมื่อวานนี้นำเสนอท่านผู้ชมไปแล้วนะครับว่า โดยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่วันนี้ครับ ผมก็สะท้อนใจอีกเหมือนกัน ไม่รู้จะชมดีหรือจะอย่างไรดีนะครับ แต่ตัวเลขก็จะชมก็คงจะลำบากใจล่ะครับ เพราะว่าวันนี้ วันที่ 7 นะครับ ที่ทำตั้งแต่สะสมมาเมื่อคืนนี้ มีคนออกนอกเคหสถานเพิ่มขึ้นเป็น 1,217 รายจากเมื่อวานนี้ 919 4 วันที่ผ่านมานี้ แนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงขึ้นตลอด ดูกราฟด้านล่างนะครับ ท่านไม่ได้ให้ความร่วมมือเรากันเท่าไรนักนะครับ แถมมีการรวมกลุ่ม ชุมนุม หรือมั่วสุมนี่ วันแรก 8 ราย แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 39 เป็น 79 แล้วมาแตะที่ 76 ผมไม่ถือว่าลดลงนะครับ ถือว่ายังเท่า ๆ เดิมกันอยู่ อันนี้ต้องขอร้องพี่น้องประชาชนนะครับว่า เราจะเข้มมากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับตัวเลขนี้ด้วยเหมือนกัน ถ้าท่านให้ความร่วมมือ เราคงไม่ต้องมีมาตรการอะไรที่เข้มไปกว่านี้ แต่ถ้าตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ ถูกรายงานขึ้นมาแล้วก็เห็นความไม่เรียบร้อยของท่านนะครับ เราคงต้องมีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา ส่วนผลของการที่ท่านไม่เรียบร้อยอย่างนี้ จะต้องไปทำอะไรต่อนะครับ ดูกล่องทางขวามือ คือ ตักเตือนนี่นะครับ เมื่อวานนี้ ตักเตือนไป 246 แต่ดำเนินคดีไปถึง 1,047 รายนะครับ เพิ่มกว่าเมื่อวานนี้ คือ 108 เท่านั้นเองนะครับ แล้วก็รวมแล้วต้องดำเนินคดีกับตักเตือนนี่ 1,293 ราย ตัวเลขดูไม่ดีเลยนะครับ ท่านช่วยเราหน่อยหนึ่งนะครับ เช่นเดียวกันกับเรื่องของการติดโรค ท่านออกไปข้างนอก ท่านก็มีเสี่ยง มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดโรค เพิ่มขึ้น อย่างที่บอกนะครับว่า อย่าว่าแต่ไปที่ชุมชนหรือที่ชุมนุม ออกนอกเคหสถาน อยู่ในบ้านท่านยังต้องดูแลตัวเองอย่างดี เลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องช่วยกันนะครับ มาตรการอันนี้เป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งเราจะต้องคงไว้นะครับ แล้วเราก็จะมีรายงานมายังทุกท่าน ทุกวันด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านได้รับทราบตรงนี้ ส่วนมาตรการที่ 2 คือ การ ดูแลพี่น้องคนไทยที่เดินทางเข้ามาสืบเนื่องต่อเนื่องกันจากกรณีถึง 158 รายนะครับ ในตอนนั้นเราก็มีการให้สนามบินนะครับ ได้ไม่รับเครื่องบิน โดยสารเข้ามา เดิมนี่ประกาศไว้ถึงวันที่ 6 นะครับ มีประกาศต่อเพิ่มเติมจากวันที่ 6 เป็น 7 -18 ก็มีผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบนี้ ทั่วไปนะครับ หลายคน แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็น้อยลงนะครับ ตอนนี้ที่ได้รับทราบข่าวตรงนี้นะครับ ทางศูนย์ทาง ศบค. ก็ได้มีการประชุมกันอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องคนไทยที่ติดค้างอยู่ในสนามบินต่าง ๆ นะครับ ในแถบทั้งเอเชียหรือ ที่อื่น ๆ ในยุโรปครับ วันนี้ผมขออนุญาตรายงานนะครับ ตอนนี้ที่เราได้รับทราบขึ้นมาจากที่ญี่ปุ่น มีติดค้างที่สนามบินอยู่ที่ประมาณ 15 คน เกาหลีใต้ 60 คนนะครับ เนเธอร์แลนด์ 1 คน สหราชอาณาจักร 1 คน และก็กาตาร์อีก 14 คน นำเรียนนะครับว่า ทุกท่านที่เรารับทราบตามยอดตรงนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปดูแลท่าน แต่ถ้าท่านไม่ได้อยู่ในตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ บอกว่า เอ๊ะ ฉันเป็นคนที่ 2 ที่สหรัฐอเมริกาหรืออะไรก็แล้วแต่... ไม่ใช่ ประทานโทษ สหราชอาณาจักรหรือกาตาร์เป็นคนที่ 15 ท่านแจ้งมานะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้เราค่อนข้างยืนยันตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ แล้ววิธีการจะเป็นอย่างไรนะครับ ในที่ประชุมแจ้งว่า 7 เมษายนนี้ เวลา 20.30 น. จะมีเครื่องบินนะครับ จากฝรั่งเศสนะครับ เพื่อมารับคนชาติของตัวเองที่จังหวัด ภูเก็ตเรา คนไทยจำนวน 14 คนนี้ ได้รับการประสานงาน จะเดินทางมาพร้อมกับไฟลต์ บินนี้ครับ แล้วก็ลงที่สนามบินที่ ภูเก็ต กลุ่มที่ 2 คือ 7 เมษายนนี้ เหมือนกันครับ ประมาณ 21 .45 น. ก็จะมีคนไทยที่ตกค้าง แล้วเดินทางมากับสหรัฐอเมริกากับไฟท์นี้ มี จำนวน 60 คนนะครับ ที่จะเดินทางมาที่สุวรรณภูมิ แล้ววันที่ 8 เมษายน เวลาประมาณ 15.30 น. นะครับ พรุ่งนี้ 15.30 น. ก็จะมีเที่ยวบินจาก NS นี่น่าจะเป็น ญี่ปุ่นมั้ง เขาไม่บอกผม NS น่าจะใช่นะครับ จะมีคนไทยตกค้างที่เดินทางกลับมาจากไฟท์นี้จำนวน 22 คน มาลงที่สุวรรณภูมิ พวกเราอยากจะให้ท่านทราบนะครับว่าทุกคน ตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราต้องติดตามแล้วก็อยู่ในศูนย์ของเรานะครับ รับ ดูแล แล้วก็จะพยายาม จะประสาน ให้อย่างดี กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่หนักมาก ๆ ตรงนี้อยู่ ต้องขอขอบพระคุณทางข้าราชการทุกท่านที่ทำงานตรงนี้อยู่นะครับ เราก็จะทำกันอย่างต่อ เนื่องกันไปเหมือนกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องดูแลคนไข้นะครับ ดูแลเรื่องการป้องกัน กระทรวงต่าง ๆ ดูแลกันไปนะครับในเรื่องนี้ คราวนี้ผมอยากจะให้ท่านผู้ชมมาดูนะครับว่า แล้วปัญหาอย่างนี้มันจะต้องไปนานเท่าไร ทำไมต้องยืดไปถึงวันที่ 18 ทำไมจะต้องยาวอย่างนั้นนะครับ มีการนำข้อมูลสถิติการเข้าออกราชอาณาจักรนะครับ ผ่านช่องทางทางอากาศ อันนี้ย้อนไปตั้งแต่ 18 มีนาคม ถึง 6 เมษายน จะเห็นแนวโน้มลดลงนะครับ เข้านี้สีฟ้านะครับ เข้ามาในประเทศเราจากหลักเป็นหมื่นนะครับ ก็ลงมาล่าสุดนี้ เหลือหลักร้อยนะครับ 346 ประทานโทษ 347 รายในเมื่อวานนี้ นะครับ อันนี้คือเข้ามาในประเทศไทยเราแล้วเดินทางออกไปล่ะครับ ก็มีคนต่างชาตินะครับ เขาก็กลับบ้านเขาไป เยอะ ตั้งแต่ช่วงของมีนาคมมาแล้วนะครับตั้งแต่ 30,000 กว่าราย ตั้งแต่ช่วงวันที่ 19 มีนาคม ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ครับ ออกไปวันละประมาณเป็นพันครับ 1,965 ราย มีคนต่างชาติอยากกลับบ้านก็มีเยอะนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องดูแลพวกเขาด้วย แล้วไปดูครับว่า เข้าอย่างเดียวนี่ เป็นคนไทยเท่าไร ต่างชาติเท่าไร สีฟ้าเป็นคนต่างชาติน้อยลงมากแล้วนะครับ ที่จะเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ต้องทำงานเรียกว่ามี Work Permit หรือการมีใบอนุญาตในการทำงานอยู่ในประเทศไทยนะครับ ก็หลักแค่เป็นหลักร้อยเท่านั้นเองนะครับ ส่วนคนไทยที่จะเดินทางเข้ามา ก็กลับเข้ามาเยอะจำนวนมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่ตอนประมาณกลางเดือนนะครับ ก็ลดน้อยถอยลงมาตอนนี้ที่ต้อง ลดลงจากเมื่อวานนี้เหลือ 45 ราย ประทานโทษ วันที่ 5 วันที่ 5 นี่ 45 ราย แล้วก็วันที่ 6 นี้ 175 ราย อันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือย่างที่บอกนะครับ เพราะว่าเราต้องเตรียมพร้อม ถ้าท่าน กลับมาจากประเทศที่มีกลุ่มสี่ยง เราต้องจัดหาพื้นที่ให้ท่านอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน เพื่อการดูแลที่เราเรียกว่าเป็น State Quarantine ก็คือ ไม่อยากใช้คำว่าสถานกักกันนะครับ ก็คือดูแลกันนี่ เพราะถ้าท่านยังไม่ป่วยเราก็ให้ดูแลอยู่อย่างนั้น เป็นเหมือนโรงแรมเป็นเหมือนบ้าน เหมือนอพารต์เมนต์ที่ไปอยู่กัน หรือ สถานที่ที่เหมาะสม เป็นส่วนราชการที่เขาไม่ได้ใช้ แล้วก็มีที่พักที่อะไรทั้งหลายที่ท่านสามารถอยู่ได้ อัน นี้คือสิ่งที่ทางภาครัฐจัดให้นะครับ ไปดูเรื่องของการออกจากราชอาณาจักรนะครับ อันนี้ก็ชัดเจนครับ ก็ผ่านไปผ่านมา ก็จะน้อยลงไปอีกนะครับ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงการคมนาคมนะครับ เรื่องของการท่าก็ช่วยกันนะครับที่จะทำให้ตัวเลขลดน้อย ถอยลง ก็นำเรียนว่านี่คือบทบาทหน้าที่ของพวกเราครับ ครับผม แล้วมีเรื่องราวถัดไป ลองดูสิครับว่า ผมยังเหลือค้างไหมครับ โอ.เค. ครับ ก็ นำเรียนว่าทุก ๆ เรื่อง ที่พวกเราทำกันอยู่นี้ ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ หากท่าน ต้องการให้เราทำอะไร สิ่งใด อย่างไรเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ ก็จะดำเนินการให้มันเหมาะสมกับสถานการณ์ครับผม วันนี้ขอเพียงแค่นี้นะครับ เดี๋ยวก็ คงมีคำถามอยู่นะครับ เชิญครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้มีหลายคำถามนะครับจากพี่ ๆ สื่อมวลชน ที่ฝากคำถามมา เพื่อที่จะลดความแออัดในห้องแถลงข่าวแห่งนี้นะครับ แต่ว่าก่อนอื่นขออนุญาตเริ่มที่คำถามจากทาง Facebook Live จากคุณผู้ชมทางบ้าน ก่อนนะครับ หลายคนเห็นตัวเลขครับเมื่อวานลดลง ผู้ป่วยยืนยันสะสม 51 ราย วันนี้ 38 ราย หลายคนดีใจ แต่ว่าหลายคนก็มีคำถามครับว่าที่ตั วเลขที่ลดลงนี่เพราะว่าการตรวจต่อวันของเราลดลง หรือประสิทธิภาพในการตรวจของเราลดลงหรือไม่ หลายคน ไม่สบายใจครับ ขอเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับสิ่งที่ผมตั้งคำถาม ก็เหมือนท่านผู้ชมตั้งคำถามเลยครับ เมื่อเช้านี้ประชุมที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ มีท่านผู้ใหญ่หลายท่านนะครับ ขอเอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณ อาจารย์นายแพทย์ ปิยะสกล อาจารย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อาจารย์อุดม ขสินทร นะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็คนจำนวนมากที่เป็นทั้งนักวิชาการและก็เป็นผู้บริหาร ที่ต้องมานั่งวิเคราะห์ตัวเลขกัน เมื่อเช้านี้ เราจะไม่ต้องเข้าข้างตัวเองครับ เพราะว่า เพราะว่าถ้าเจอน้อยเป็นจากการตรวจน้อย เมื่อเช้านี้ก็คุยกันอยู่ว่าเราจะตรวจน้อยเท่าไร มีตัวเลขที่ต้องเพิ่มขึ้นไหม เมื่อเช้านี้พูดกันแล้วนะครับ ว่า มีตัวเลขสะสมของการตรวจทางห้องปฏิบัติการนี่ 71,860 ราย โดยประมาณนะครับ เดี๋ยวตัวเลขที่จะรายละเอียดลงไปเยอะกว่านี้จะว่ากันอีกทีหนึ่ง ซึ่งถามว่าแค่นี้พอใจไหมนะครับ ในที่ประชุม บอกว่ายังไม่พอใจครับ ต้องหาหนทางเพิ่มให้ได้ แล้วจะต้องเพิ่มให้มากกว่านี้ ถ้าแตะเป็นวันละ ตอนนี้ความสามารถในการตรวจของทาง ต้องพูดว่าทั้งประเทศไทยเลยนะครับ ทั้งภาครัฐเอกชนนี่ กรุงเทพมหานครปริมณฑล ได้วันละ 10,000 ราย ต่างจังหวัดรวมกันได้อีก วันละ 10,000 ราย เพราะฉะนั้นวันละ 20,000 รายนี่ทำได้เต็มที่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ การตรวจไม่ใช้แค่ใช้น้ำยาอย่างเดียว ต้องใช้คนตรวจ ต้องใช้เจ้าหน้าที่ ต้องใช้อะไร ถ้าท่านประทานโทษมาพร้อม ๆ กัน 10,000 ราย ก็อาจจะตรวจกันไม่หวัดไม่ไหว ต้องใช้ชุดเฉพาะด้วยนะครับ ต้องป้องกันตัวเอง ทั้งระบบ ของที่เราเคยคุยกัน คือ PPE ชุดแบบ Full แบบ เต็มที่ ซึ่งอันนี้มันติดข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง แต่ว่าข้อจำกัดก็ไม่ได้เป็นปัญหา ต้องมีการแก้ไขตรงนี้ขึ้นไป แนวทางตรงนี้ทางที่ประชุม เรียกว่า EOC เมื่อเช้านี้ พยายามจะเพิ่มให้มากขึ้น มากขึ้นนะครับ ให้เหมือนกับประเทศที่เขาเคยรายงานว่า ตรวจกันเป็นแสนเดี๋ยวเราจะทำ อย่างนั้นให้ได้นะครับ แล้วยิ่งเราตรวจเจอเยอะนะครับ ตรวจเยอะ ๆ ก็อาจจะเจอเยอะอย่างที่ว่า เราไม่กลัวครับว่าจะเจอเยอะหรือเปล่า เพราะว่าอีกด้านหนึ่งของที่ประชุมก็จะมีการพูดว่า จะต้องมีการเตรียมเตียงนะครับ ในหลายระดับ แต่แต่ระดับที่เบา ๆ จนกระทั่งระดับหนักอยู่ใน ICU เมื่อเช้านี้ก็พูดถึงนะครับ พูดถึงเรื่องของเครื่องช่วยหายใจนี่นะครับ ต้องมีปริมาณให้เพียงพอ ของที่เราได้รับพระราชทาน มา ก็จะอยู่ในโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ 38 ตัวเลข นี้มีคำอธิบายว่าดีขึ้นเพราะอะไร มี 3 ประเด็นครับ อันหนึ่งคือน่าจะเป็นของการประกาศ เรื่องของภาวะฉุกเฉินนะครับ ซึ่งตรงนี้ทั้งฉุกเฉิน ด้วยอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องบวกเคอร์ฟิวเข้าไปด้วยนะครับ เพราะว่า ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ การพบปะกันอะไรต่าง ๆ นี่ ลดน้อยถอยลง อันที่ 2 ก็คือเป็นเรื่องของการควบคุมกันภายในประเทศนะครับ สิ่งที่เราแจ้งข่าวออกไปนะครับ ไม่ว่าจังหวัดนู้นจังหวัดนี้ เห็นตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ท่านรู้สถานการณ์ของท่านเอง พ่อเมืองของท่าน กับท่านเองได้ช่วยกันนี่ครับ หรือไม่ต้องให้พ่อเมืองมาสั่ง ท่านเองฟังจากรายการนี้อยู่ในบ้านท่าน ท่านใส่หน้ากากอนามัยนะครับ อยู่ในบ้านท่าน ท่านนั่งห่างกัน 2 เมตรนะครับ ทำกิจกรรมร่วมกันให้น้อยลง นี่คือสิ่งที่ท่านให้ความร่วมมือ 2 ข้อ ข้อที่ 3 ที่เราจะต้องทำและมากขึ้นก็คือ อย่างที่บอกว่า คนที่มีกลุ่มเสี่ยงต้องมีสถานที่รองรับชัดเจน ต้องมีที่ที่ให้เห็นชัดเจน อย่างที่เราบอกนะครับ 158 ราย ที่มาขรุขระหน่อยหนึ่ง แต่ตอนนี้ไปอยู่ที่ที่พักที่ดีแล้ว แล้วเราก็จะ Monitor ท่านต่อนะครับ 14 วันนี้ ถ้าท่านมีไข้ขึ้นมาเราจะพาท่านไปรักษา แต่ถ้าท่านไม่มี เหมือน อย่างกรณีที่เราเจอกันกับที่เกาหลีนะครับ อยู่กันมาแล้วก็สบายดี พอวันปลาย ๆ อ้าว มีไข้ขึ้นมา 1 คน แยกออกมานะครับ ก็พาไปรักษาเขา แล้วเขาก็หายดี ตอนนี้ กลับเป็นปกติกันทุกคนแล้วนะครับ เราอยาก ให้เป็นอย่างนั้น ในสถานการณ์ อย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นทั้ง 3 ประเด็นนี่ เราทำกันอย่างเข้มแข็ง แล้วต่อเนื่องกันไปด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่วันนี้ 38 แล้วดีใจ แล้วจะหยุด แล้วจะเลิก ท่านจำได้ไหมครับว่า super spreader ในต่างประเทศเพียงแค่ ประทานโทษนะครับ เขาใช้คำว่า คุณป้าคนหนึ่งที่ประเทศหนึ่ง ทางซีกโลกเหนือไปกว่านี้ ทางเอเชียเราไม่อยากจะพูดนะครับ ออกไปในงานบางงาน กลายเป็น super spreader จากคน ๆ เดียว เพราะฉะนั้น ภาษามวยเขาบอกว่า การ์ดห้ามตกนะครับ ถ้าตกเมื่อไรก็โดนต่อย โดนกระทุ้งนะครับ และอาจจะทรุดลงไปได้ น็อคเลยทีเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นต้องตรึงอย่างนี้ ตลอดไป เพราะในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยังเป็นแหล่ง ถ้าภาษาหมอเขาบอกแหล่งรังโรค ที่จะมีคนที่มีติดเชื้อเป็นพาหะ มาหาเราอยู่ ไม่ได้ให้รังเกียจ แต่ให้ระวังตัว เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ต้องยืนระยะให้ยาว ๆ ถ้า 38 ตัวนี้ ดีกว่าเมื่อวันก่อน 50 กว่านะครับ 30 กว่า แล้วต่อไปได้ 20 กว่า แล้วเป็นตัวเลขเดี่ยว ๆ ด้วย ยิ่งจะดี แต่ขณะเดียวกัน การมีเกราะป้องกันสัก 3 - 4 ข้อแบบนี้ ตั้งแต่ตัวบุคคลนะครับ จังหวัด รอบชายแดน แล้วก็ทุกคนร่วมมือกันกับมาตรการฉุกเฉินที่ว่านี้ เราก็จะชนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปนะครับ จากสื่อมวลชนนะครับ จากทาง ThaiPBS แล้วก็ Voice TV ครับ ถามถึงที่อาคารรับรองสัตหีบ ชลบุรีครับ บอกว่าได้รับแจ้ง จาก ทางญาติว่า ตอนนี้นี่มีการจัดให้พักห้องละ 3 ท่าน ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับมาตรการ ที่ต้องการให้เว้นระยะห่างหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับให้เหลือ 1 ห้องต่อ 1 คนครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ ก็ตอนนี้ก็มีพี่น้องประชาชนคนไทยอยากจะกลับมานะครับ ผมรับในไลน์ส่วนตัวหลายคนจะไปสัตหีบจังเลย เพราะว่าเห็นรูปภาพการต้อนรับของทหาร ทั้งอาหาร 3 มือ อาหารสวยมาก ห้องพักดีมากนะครับ อยากจะไปอยู่ที่นั่นกันครับ แล้วท่านมานี่ ท่านร่างกายแข็งแรงดีนะครับ จริง ๆ แล้วดีที่สุดคือได้พักห้องเดี่ยวครับ แต่สถานที่ของเราไม่เพียงพอนะครับ ถ้าท่านจำได้นะครับ ก็ตั้งแต่ กรณีของกลับมาจากทางอิตาลีกลุ่มหนึ่ง ก็มาพักอย่างนี้นะครับ แน่นอนครับว่าเดี่ยว ๆ ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องเป็นคู่ คู่ไม่ได้ก็ต้องเป็นคี่ เป็น 3 นี่ แหละครับขึ้นมา เพราะว่า สถานที่ต่าง ๆ ท่านทราบไหมครับว่า ท่านมากลุ่มหนึ่งนี่ เราจะต้องมีคนดูแลท่านเท่าไร อย่างที่เคยบอกไปนะครับ ทั้งหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ คนทำอาหารให้ท่าน คนดูแลทำความสะอาดให้ท่าน ทหาร ตำรวจ หรือคนที่เกี่ยวข้องที่จะต้องมาดูแลเรื่อง ของความปลอดภัย อะไรต่าง ๆ อีกเยอะแยะ ถ้าตรงนี้แล้วนี่ ถ้าจะต้องมีสัตหีบตอนนี้เต็มไปแล้วนะครับ ถ้าจะต้องมีพื้นที่อย่างสัตหีบอีก 10 ที่ จะต้องใช้คนอีกเท่าไรนะครับ ตอนนี้เราต้องมีการคิดคำนวณกันเพื่อความเหมาะสมด้วยครับ ในปริมาณ ความสะดวกสบายของท่านเป็นเรื่องหนึ่งที่เราคำนึงถึง แต่เรื่องของความเหมาะสมด้านอื่น ๆ ก็ต้องคำนึงถึงด้วย ฝากทุกท่านได้อดทนกันสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมากันวันละ 200-300, 200-300 อย่างที่ผมบอกไว้ว่านะครับ 5 วันนี่ เป็น 1,000 นะครับ จะหาโรงแรม ที่เป็นห้องละเป็นคนละ 1, 1, 1 นี่ เป็นพันห้องนี่มันไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ แล้วก็อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็เป็นภาระหน้าที่และเป็นความพยายามของพวกเรา ซึ่งผมก็บอกว่าน้อยชาติมากในโลกนี้ ที่ดูแลรายละเอียดอย่างนี้ ให้ท่านทุกอย่าง จนกระทั่งผมก็ดีใจนะครับ เห็นพ่อแม่ครอบครัวหนึ่งนะครับ เห็นภาพ บางภาพที่เขาถ่ายเป็นคลิป วิดีโอมา เขาชื่นชม เขาดีใจนะครับ ที่ได้กลับมาเมืองไทย แล้วก็มีคนไทย มีเจ้าหน้าที่ไทย ที่ดูแลเขา อย่างนี้นะครับ ในด้านที่เป็นดี ๆ เราเอามาเปิดเผยกันนะครับ แต่ในด้านที่ที่ต้องยอม รับกัน มีข้อจำกัด ท่านก็ต้องรับฟัง พวกเราด้วยเหมือนกันครับ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปนะครับ มาจากช่อง 3 แล้วก็ MCOT นะครับ คำถามจะคล้าย ๆ กันนะครับ ก็คือ คำถามแรกเรื่องของกรณีคนไทย ที่กลับมาจากอินโดนีเซียเมื่อวาน ที่มาลงที่สนามบินหาดใหญ่ มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถขึ้นเครื่องมาได้ มีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร และก็อีกคำถามหนึ่งก็คือ ว่าแล้วคนไทยที่ตกค้างอยู่ในต่างประเทศอื่น ๆ บางส่วน ตกค้างระหว่าง Transit ที่สนามบิน มีแนวทางการเข้าไปดูแลคนไทยกลุ่มนี้อย่างไร เพราะบางคนบอกว่าวีซ่ากำลังจะหมดครับ เชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ อันคำถามที่ 2 มี 2 คำถาม อันที่ 2 ก่อนนะครับ เมื่อกี้ตอบไปแล้วว่า มีคนไทยที่ติดค้างอยู่หลายประเทศนี่ ได้รายงานตัวเลขไปแล้วนะครับ ถ้าเกินไปกว่านี้ก็อย่างที่บอกครับ รายงานตัวหรือโทรศัพท์ไปนะครับ เดี๋ยวนี้ทำได้ หลายช่องทาง E-Mail ก็ได้นะครับ ในสถานทูตหลาย ๆ แห่ง ผมทราบว่ามีเบอร์ Hotline ด้วยนะครับ ท่านสามารถที่จะติดต่อได้นะครับ ถึงแม้จะปิดทำการนะครับ เจ้าหน้าที่ของสถานทูตดูแลคนไทยกันอย่างดีครับ เมื่อสักครู่ผมถามไปทางผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ จะดูแลท่านอย่างดีนะครับ ส่วนเรื่องของทางอินโดนีเซียที่บอกว่าไม่สามารถกลับมาได้ ส่วนหนึ่งเป็นจากที่เขามีอาการนะครับ ซึ่งเราสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อนะครับ ซึ่งกลุ่มนี้ ก็ ยังไม่ได้บอกนะครับ ว่าเป็น COVID-19 แต่เขาไม่สบาย พูดง่าย ๆ ไม่สบาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นสาเหตุอะไร เราก็เลยยังไม่เอาเขากลับมา ครับ เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเขาเองด้วย แล้วก็คนไทยหรือคนที่ร่วมเครื่องบินกับเขามาด้วย แล้วก็คนที่จะต้องมาอยู่ Quarantine นี้ด้วย เพราะฉะนั้นตั้งแต่ต้นทางระบบต่าง ๆ เหล่านี้ ถูกกรองตั้งแต่ที่ต้นทางและก็จะได้รับการรักษาที่ประเทศอินโดนิเซียนะครับ ซึ่งเดี๋ยวทางสถานทูตก็จะ ซึ่งเดี๋ยวทางสถานทูตก็จะเข้าไปช่วยกันดูแลตรงโน้นด้วย ท่านมีสิทธิอะไรต่าง ๆ ของท่านก็ใช้สิทธิ์ ของการที่ดูแลสุขภาพที่ท่านมี ท่านมีประกันอะไรก็ว่าแต่ ว่า ๆ เป็น ตามตัวบุคคลกันไป ก็ไปดูแลกันตรงนั้น หายดีแล้วก็พร้อมที่จะเดินทางกลับมา ก็จะมีกระบวนการดำเนินการต่อ นี่คือระบบการคัดกรองที่ดีของประเทศไทยเรานะครับ อันนี้ต้องเชื่อมั่นในระบบนี้ แน่นอนครับ อย่างที่บอกก็กลับไปอีกความสะดวก 20 กว่าคนนี้ เขาอยากจะกลับมารักษาเมืองไทย ไม่ได้ครับ เราก็ต้องให้ท่านปลอดภัย ปลอดเชื้อก่อน ถึงจะขึ้นเครื่อง เราทำอย่างนี้กัน แล้วก็เป็นมาตรฐาน ของทั่วโลก ถึงแม้ว่าเราอยากจะรับท่านกลับมา สายการบินก็ไม่รับท่านกลับมาแน่นอน เพราะว่าถ้ามีไข้ มีอะไร เขาก็ไม่รับอยู่ดี เพราะฉะนั้นต้องรักษาที่โน่นจนกว่าจะหายแล้วค่อยมาครับ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้กราบขอบพระคุณคุณหมอนะครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ขอบพระคุณครับ (คุณสุภนันท์) คุณผู้ชมครับ อันนี้เป็นรายละเอียดนะครับ จากทางด้านโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ครับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ เห็นตัวเลขวันนี้หลายคนบอกว่าเบาใจนะครับ บางคนยังมีข้อสงสัย ยังมีคำถาม สักครู่ก็ได้ถามแทนคุณผู้ชมทางบ้านหลายท่านแล้ว อย่างตัวเลขผู้ยืนยันติดเชื้อวันนี้ หลายคนบอกว่า เป็นเพราะมาตรการการตรวจคัดกรองของเราหรือไม่ สักครู่คุณหมอก็ยืนยันแล้วนะครับ สิ่งที่คุณหมอย้ำก็คือว่า อย่างไรก็ตามเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญมาตรการป้องกันต่าง ๆ นี่ การ์ดเราต้องไม่ตกนะครับ เราจะสามารถที่ป้องกันการแพร่ระบาดของเจ้าเชื้อไวรัส COVID-19 ไว้ได้นะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษนะครับ เพื่อให้ชาวต่างชาติ รวมทั้งสื่อมวลชนต่างประเทศที่ติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ ขออนุญาตกราบเรียน เชิญครับ คุณณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเรียนเชิญครับՐ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และ ทั้งหมดนี้คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำ วันนี้นะครับ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]Ր