--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 2) ๔ อ่านบทร้อยกรอง (๒) ๒๔ มิ.ย. ๖๔ subtitle: date: วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูและลูกศิษย์ที่รักของครูทุกคนนะครับ วันนี้มาพบกับครูปรเมษฐและครูคณิตา ในรายวิชาภาษาไทยนะครับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ ต่อจากเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ เราได้ศึกษากันในเรื่องของการอ่านอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านบทร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนกลับไปทบทวนการอ่านทำนองธรรมดาและการอ่านทำนองเสนาะ วันนี้คุณครูเชื่อว่าแต่ละคนนี่มีพลังที่จะแสดงให้เพื่อน ๆ นี่ได้ดูได้อย่างแน่นอนนะครับ จากที่... เพราะฉะนั้น กิจกรรมวันนี้นะครับ ในเรื่องของการอ่านบทร้อยกรองนะครับ ครูขออาสาสมัคร 1 คนใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ออกมาทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) อาสาสมัครนะคะ ค่ะให้นักเรียนยกมือเลยค่ะ ให้นักเรียนอาสาสมัครค่ะ ออกมาอ่านบทร้อยกรอง เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลา 1, 2, 3, 4, 5 ลุกขึ้นยืน ให้อยู่ตรงที่ตำแหน่งที่นักเรียนนั่ง นักเรียนของครูมีความสามารถ เพราะฉะนั้น เวลาครูขออาสาสมัครนี่ เชื่อว่าหลาย ๆ คนนี่ แทบต้องแย่งกันเลย เพราะอยากจะแสดงให้เพื่อนดูนะครับ เราพบผู้โชคดี เราจะให้เขาทำอะไรครับ เพื่อน ๆ ในห้องคิดว่าใครเสียงดีส่งตัวแทนหน้าชั้นเรียน ออกมาเรียบร้อยแล้ว เป็นตัวแทนนักเรียนทั้งห้อง ในวันนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะประกวดกันทั่วประเทศเลย ในห้องเรียนของนักเรียน ให้ทำอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้อ่านทำนองเสนาะ เป็นทำนองเสนาะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนอ่านจากหนังสือได้นะครับ หน้าที่หนูอ่านมาแล้วทั้งหมด ยังไม่ต้องไปหน้าใหม่ที่ครูไม่ได้สอนนะครับ ให้หยิบบทไหนก็ได้ หยิบบทไหนดี (คุณครูคณิตา) 2 บทดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 บท หยิบบทไหนก็ได้ แล้วก็ให้หนู ๆ ชอบแล้วอ่านเป็นทำนองเสนาะให้เพื่อนฟัง ให้เวลา 2 นาทีครับ ลงมือ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน หลังจากที่นักเรียนอ่านทำนองเสนาะ หากเพื่อน ๆ ในห้องเรียนของนักเรียน หรือตัวแทนของนักเรียน มีความสามารถในการอ่านทำนองเสนาะนี่ สามารถอัดคลิปวิดีโอส่งมาที่ www.dltv.ac.th ค่ะ เอ๊ คุณครูปรเมษฐค่ะ หากนักเรียนไม่สะดวกที่จะส่งในเว็บ (ไซต์) ที่ครูบอกนี่ ส่งช่องทางอื่นได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนเข้าไปที่ www.facebook.com นะครับ แล้วก็ค้นหา ปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ขอเป็นเพื่อนมา แล้วก็ส่งมาในช่องข้อความ จะได้นำคลิปของหนูนั้นมานำเสนอให้เพื่อนได้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ อย่าลืมนะคะ นักเรียนคนใดมีความมั่นใจ หรือมีความสามารถพิเศษค่ะ สามารถที่จะถ่ายคลิปมาได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวเรามาประเมินการอ่านทำนองเสนาะของเพื่อนกันนะครับ แล้วก็ให้ผู้ที่ประเมินการอ่านของเพื่อนนั้น นำเสนอด้วยว่าการอ่านของเพื่อนนั้นเป็นอย่างไรนะครับ ให้บอกกับเพื่อน ให้บอกกับครูในห้องเรียนได้เลยนะครับ ครูก็จะให้ทำกิจกรรมนะครับ ดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กี่นาทีดีนี่ (คุณครูคณิตา) ถ้าให้เสนอแนะนี่ ก็ให้ 2 นาทีก็พอแล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เสนอแนะจุดดี จุดเด่นของการอ่านทำนองเสนาะนะครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ (คุณครูคณิตา) จุดดีของเพื่อน เด็ก ๆ ต่างโรงเรียนนี่ นักเรียนปลายทางนี่ มีอะไรบ้างคะ นักเรียนคะ ส่งกระแสจิตมาให้ครูหน่อยค่ะ เอ๊ มาอีกแล้วค่ะ เจ้าเดิมเจ้าเก่านะคะเชียงรายค่ะ เชียงใหม่ ระยองค่ะ ระยองก็มาแล้วนะคะ ครูขอแค่ 3 จังหวัดก็พอนะคะ สิ่งที่ครูได้มานี่ ก็คือ 1. ค่ะ นักเรียนสามารถอ่านเว้นวรรคได้ถูกต้องค่ะ แล้วก็อ่านออกเสียงทำนองเสนาะได้ไพเราะค่ะ อีกอย่างหนึ่ง ก็คือออกเสียงได้ชัดเจนค่ะ คำควบกล้ำนะคะ ร. เรือ, ล. ลิง นี่ อ่านออกเสียงได้ชัดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับนักเรียน เราไปเรียนรู้จุดประสงค์วันนี้ดีกว่านะครับนักเรียน เราไปอ่านบทร้อยกรองนะครับ จุดประสงค์ที่จะต้องเรียนรู้ในวันนี้มีดังนี้นะครับ 1. ต้องบอกหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ 2. ต้องอ่านบทร้อยกรอง ตอน กำเนิดพลายงาม ได้ 3. นะครับ ต้องเห็นคุณค่าของการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่ก็เป็นสิ่งที่หนู ๆ จะต้องสามารถปฏิบัติได้ในชั่วโมงนี้ครับ มาทบทวนความรู้กันก่อนดีกว่า ในการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนะครับ เดี๋ยวครูกับครูคณิตา จะขยายความรู้ให้หนู ๆ ฟังนะครับ หนู ๆ นำสมุดขึ้นมานะครับ เพื่อที่จะจดประเด็นสำคัญเรื่องการอ่าน ไว้ใช้ดูในวันข้างหน้านะครับ ไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก่อนที่นักเรียนนี่ จะอ่านหรือว่าจะจดนะคะ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ใช้ทักษะการจับใจความนะคะ จดเฉพาะส่วนที่เป็นใจความสำคัญค่ะ ไม่ต้องจดทั้งหมดนะคะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาอธิบายความรู้กันเลยค่ะ การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ ก็คือการอ่านเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินนั่นเองค่ะ แล้วก็ซาบซึ้งในคำประพันธ์ ร้อยกรองนี่ก็จะมีจังหวะท่วงทำนองค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การอ่านบทร้อยกรองนะครับ จะแบ่งเป็น 2 แบบนะครับ เป็นแบบไหนครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็คือเป็นการอ่านออกเสียงแบบธรรมดาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ 2. นักเรียนตอบครับ เป็นการอ่านออกเสียงเป็นทำนองเสนาะครับ มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบนะครับ ต่อไปนะครับ เรามาดูก่อนนะครับ การอ่านออกเสียงแบบธรรมดาเป็นอย่างไร อธิบาย (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านออกเสียงแบบธรรมดานะคะ คือ เป็นการอ่านออกเสียงแบบปกติค่ะ หรือว่าจะเป็นการออกเสียงแบบร้อยแก้วค่ะ แต่จะมีจังหวะหรือท่วงทำนอง หรือสัมผัสคำประพันธ์ในบทค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การอ่านแบบธรรมดา ต่อไปนะครับ เป็นการอ่านออกเสียงเป็นทำนองเสนาะ การอ่านประเภทนี้นี่นะครับ นักเรียนจะชอบนะครับในบางส่วน แล้วก็เป็นการอ่านที่มีสำเนียงสูง ต่ำ หนัก เบา สั้น ยาว เป็นทำนองเหมือนเสียงดนตรีนะครับ มีการเอื้อนตามจังหวะลีลา และท่วงทำนองความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ก็เป็นการอ่านแบบร้อยกรอง จะต้องอ่านในชั่วโมงนี้ จะเป็นการอ่านแบบทำนองเสนาะ มารู้จักกลอนเสภากันสักนิด ทำไมถึงต้องรู้จัก ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เราไม่เรียกว่า "กลอนขุนช้างขุนแผน" นะครับ เรียกว่า "บทเสภา" เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนอะไรก็ว่าไป เพราะว่าขุนช้างขุนแผนแต่งเป็นกลอนอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นกลอนเสภาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ก็จะต้องมีความรู้เรื่องกลอนเสภา เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะอธิบายให้เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ คะ กลอนเสภา เป็นกลอนที่นิยมแต่งเพื่อเล่าเรื่องค่ะ หรือเราจะใช้ในการขับค่ะ ขับในที่นี้คือการขับกลอนเสภานะคะ อย่างเช่น เสภาขุนช้างขุนแผน ขับเสภานี่เราจะมีเครื่องดนตรีเข้ามาช่วยค่ะ ก็คือกรับนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ การอ่านกลอนเสภานะครับ จะใช้วิธีการขับตอนที่ต้องการเน้นอารมณ์เป็นพิเศษนะครับ วิธีการอ่านเช่นเดียวกับกลอนสุภาพ การอ่านกลอนเสภานะครับ ก็จะต้องใช้เสียงเอื้อนนำก่อนเริ่มวรรคแรกของบทนะครับ จะต้องมีการเอื้อนขึ้นต้น เดี๋ยวเราไปฟัง เอื้อนอย่างไรนะครับ 4. ข้อนี้สำคัญ เขาเรียกว่า "กลอนจังหวะ" เรียกว่า "กรับเสภา" ล่ะครับ คือ ที่มาของคำว่า "ขับเสภา" เดี๋ยวเรามาฟังการขับเสภา แต่วันนี้ใครเป็นผู้ขับเสภาให้เด็ก ๆ ฟังลองทายดูสิคะ ว่าวันนี้ใครจะเป็นคนขับเสภา (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะเป็นคุณครูคณิตาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ตอบผิดแล้วค่ะ วันนี้นะคะ ผู้ที่ขับเสภา คือ คุณครูปรเมษฐค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เอาอีกแล้วหรือ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูปรเมษฐมีเสียงไพเราะนะคะ แล้วก็อ่านทำนองเสนาะนี่ ได้เพลิดเพลินแล้วก็น่าฟังค่ะ ฉะนั้นนี่ นักเรียนคะ วันนี้นักเรียนจะได้ฟังคุณครูปรเมษฐขับเสภานะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องแบ่งวรรคให้นักเรียนก่อนนะครับ แล้วก็อ่านแบบธรรมดาให้นักเรียนฟังก่อนนะครับครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะเด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเรามาแบ่งจังหวะนะคะ หรือว่าแบ่งวรรคในการอ่านเสภากันเลยค่ะ แม่รักลูก ลูกก็รู้ อยู่ว่ารัก คนอื่นสัก หมื่นแสน ไม่แม้นเหมือน จะกินนอน วอนว่า เมตตาเตือน จะจากเรือน ร้างแม่ ไปแต่ตัว แม่วันทอง ของลูกจงกลับบ้าน เขาจะพาลว้าวุ่น แม่ทูนหัว จะก้มหน้าลาไปมิได้กลัว แม่อย่ามัว หมองนัก จงหักใจ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นบทสำคัญนะ ในวรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน เป็นตอนที่นางวันทองกำลังลาพลายงามนะครับ จะขับเสภาก็ต้องรู้ถึงที่มาที่ไปนะครับ ครูจะเป็นผู้สาธิตนะครับ ไม่มีกรับนะ เนื่องจากกรับเสภานี่มีราคาที่สูงมากนะครับ ครูก็ยังไม่มีจำนวนเงินมากพอที่จะมากรับให้นักเรียน เอาไว้ชั่วโมงหน้า ๆ นะครับ ครูจะขับเสภาโดยใช้กรับนะครับ ชั่วโมงนี้ไม่มี เอาแต่เสียงไปก่อนแล้วกันนะครับ พร้อม แม่รักลูก ลูกก็รู้ อยู่ว่ารัก คนอื่นสัก หมื่นแสน ไม่แม้นเหมือน จะกินนอน วอนว่า เมตตาเตือน จะจากเรือน ร้างแม่ ไปแต่ตัว แม่วันทอง ของลูก จงกลับบ้าน เขาจะพาล ว้าวุ่น แม่ทูนหัว จะก้มหน้า ลาไป มิได้กลัว แม่อย่ามัว หมองนัก จงหักใจ (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่นักเรียนได้ชมเสียงอันไพเราะของครูปรเมษฐ ขอให้นักเรียนทุกคนปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) เยี่ยมเลยนะคะคุณครูปรเมษฐ แหม ยิ้มหน้าบานเชียวนะคะ เป็นอย้างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็รู้สึกดีครับ ที่ได้ถ่ายทอดบทกวีให้กับหนู ๆ ได้ฟัง เป็นการอ่านเป็นการขับเสภานะครับ เดี๋ยวเราไปศึกษากันต่อดีกว่าครับ เดี๋ยวเราจะมาอ่าน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม กันนะครับ ก่อนเราจะไปอ่านนี่ เราก็จะต้องมาทบทวนนะ เนื้อหาที่หนูได้ไปอ่านมาเมื่อวานนี้นะครับ ก็ถึงตอนไหนครับครูคณิตา ตอน ผีพลายไปช่วยพลายงาม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูทบทวนให้ ก่อนเราจะเริ่มอ่านในวันนี้นะครับ ก็คือว่าผีพรายนี่นะครับ ได้ช่วยใครนะ พลายงาม ช่วยแล้วพลายงามเหมือนเพิ่งตื่นอนเลยนะครับ แล้วก็บอกผีพรายก็ได้หายไป แล้วก็ไปเข้าฝันนางวันทอง ซึ่งอยู่ที่เรือนขุนช้างนะครับ เพื่อให้นางวันทองรู้ว่าลูกนี่ถูกขุนช้างทำร้าย นางวันทองตื่นขึ้นมาจากฝัน ก็ตามหา เป็นความเชื่อเรื่องความฝันนะ เชื่อว่าฝันเป็นจริง ตามหาพลายงามทั่วเรือนเลย เดินทั่วไปหมด หาเท่าไรหาก็ไม่เจอ ถามทาสที่อยู่ในเรือนก็ไม่รู้ว่าไปทางไหน ก็เดินตามหาจนตะวันจนเย็นนะครับ ก็ได้ยินเสียงสัตว์ร้องโหยหวน ยิ่งทำให้จิตใจเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) จิตใจของแม่นะคะ เหมือนจะขาดรอน ๆ เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย บนจะนำหัวหมู เหล้ามาถวายถ้าหาลูกพบ และนางก็ได้พบกับพลายงาม พลายงามก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ก็ได้บอกความจริงกับพรายงาม ว่าขุนช้างใช่พ่อของพลายงามไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ไม่ใช่ พ่อของพลายงาม คือ ขุนแผน หรือ พลายแก้วนั่นเองครับ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่พ่อนี่ ขุนช้างจึงคิดจะทำลายใช่ไหมครับ คิดจะกำจัดพลายงามให้สิ้นไปจากเรือนของตัวเอง ทีนี้นางวันทองจึงให้พลายงามนี่ กลับบ้านได้ไหมละ กลับได้ไหมครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ก็โดนฆ่าสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับเด็ก ๆ กลับไปก็โดนฆ่า ก็ต้องหาวิธีการ นางวันทองก็คิดเลยครับ จะให้พลายงามไปอยู่กับย่าทองประศรี อยู่ที่เมืองอะไรนะ เด็กกาญจนบุรีตอบคำถามนี้ได้แน่นอน พลายงามจะต้องไปเมืองกาญ (จนบุรี) ระหว่างที่จะต้องไปนั้นจะต้องเดินทางยากลำบาก นางวันทองก่อนที่จะไปนะครับ นางวันทองก็พาพลายงามไปฝากไว้ที่วัด ไปอยู่กับเจ้าอาวาส อยู่ที่วัดก่อนที่จะเดินทาง ฝ่ายนางวันทองนั้นก็กลับมาบ้านนะ มาเตรียมของที่จะนำให้พลายงามติดตัว หรือเป็นของแทนตัวให้พลายงามไปอยู่กับย่า เอาหนังสือวรรณคดีลำนำขึ้นมาครับ นักเรียนครับ นำหนังสือวแล้วเปิดหน้าที่ 56 ครับ เดี๋ยวดูไปพร้อม ๆ กับครู เปิดดูหน้า 56 ไปดูย่อหน้าสุดท้ายนะครับ อ่านพร้อม ๆ กันกับครูเลยนะครับ เอาเย็ไพร่ ใส่ขนมกับส้มลิ้ม ทั้งแช่อิ่มจันอับ ลูกพลับหวาน แหวนทองบางตะพานในไถ้น้อย ถามคำศัพท์ก่อน ไท่ คืออะไรนะ ใช่ครับ คือถุง มีไถ้เล็ก ไถ้ใหญ่ ถุงในที่นี้เอาไว้ใส่ของนะครับ แล้วอีกคำหนึ่ง ส้มลิ่ม ส้มลิ่มคืออะไรครับ ครูคณิตารู้จักไหม (คุณครูคณิตา) นี่เป็นชื่อสมัยก่อนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับสมัยก่อน แต่เป็นชื่อของขนม เด็ก ๆ ตอบครูสิ ส้มลิ้มคือ... อยู่ในเดือนเมษาแล้วก็นำมาพวน มะม่วงกวน เรียกว่า "ส้มลิ้ม เป็นชื่อเรียก ต่อไปอะไรอีกที่น่าสนใจ แช่อิ่มจันอับ แช่อิ่มรู้จักอยู่แล้ว คือ ผลไม้แช่อิ่ม จันอับ เทศกาลตรุษจีนใช่ไหม เป็นขนมจันอับ เป็นอย่างไรแล้วไปดู ไปซื้อมาดู แล้วลองชิมอร่อยไหมนะครับ แช่อิ่มจับอับ ลูกพลับหวาน สิ่งสำคัญที่นางวันทองให้ คือ แหวนทองบางตะพาน นี่ก็เตรียมไว้ให้นะครับ ค่าเงินในสมัยก่อน 5 ชั่งนี่ ให้ไปแทนตัวที่จะไปอยู่บ้านย่า เพื่อจะสร้างเนื้อสร้างตัวนะครับ อันนี้คือเนื้อหาที่ได้ไปอ่านมา ถูกต้องไหมครับ ถูกต้องตามครู เพราะฉะนั้น เดี๋ยววันนี้เราจะไปฝึกอ่านบทร้อยกรองกันต่อนะครับ เดี๋ยวเอาแบบนี้ครับครูคณิตา เดี๋ยวเราให้นักเรียนแข่งขันกันทั้งห้อง เแบ่งหญิง ชาย คุณครูคณิตาก็ช่วยผู้หญิง ผมก็ช่วยผู้ชายดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) มันจะดีหรือคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องดีครับ เดี๋ยวเราจะอ่านเป็นทำนองเสนาะ พร้อม ๆ กันเป่ายิงฉุบก่อน ครูจะเป่ายิงฉุบ ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงจะได้เริ่มก่อน พร้อมกันหันหน้ามา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐ คุณครูครูปรเมษฐรู้จักคำว่า "Lady First" ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) Lady Firstคืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) Lady first ก็คือการให้ผู้หญิงเริ่มก่อนดีคะ เอ๊หรือว่าจะเป่ายิ้งฉุบกันดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูว่าเป่ายิ้งฉุบนักเรียนชอบนะ ยุติธรรมดี (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ แต่ว่าการเป่ายิงฉุบของครูกับบ้านครูคณิตาไม่เหมือนกันนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) ก็บ้านของครูก็น่าจะเหมือนนักเรียนนะ มีกรรไกร ไม้ค้อน มีผ้า (คุณครูคณิตา) ผ้า ของคุณครูเรียกกระดาษนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) แล้วจะได้รู้ว่าใครได้อ่านก่อน ก็ลุ้นเอาเองนะ อยู่ที่ดวงของครูเหมือนกันนะ ความเชื่อส่วนหนึ่งนะ เกี่ยวกับเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ด้วยเหมือนกัน ยัง ยิง เยา ปัก กะ เป่า ยิงฉุบ ต้องมีครั้งที่ 2 พร้อม ๆ กัน ยังยิงเยาปั๊กเป่ายิ้งฉุบ ครูชนะ เพราะฉะนั้น ฝ่ายผู้ชายเป็นฝ่ายเริ่มทีหลัง ให้ผู้ชายเริ่มทีหลังนะครับ ฝ่ายเริ่มทีหลังก่อน ผู้หญิงเริ่มก่อน (คุณครูคณิตา) สับสนไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนะ (คุณครูคณิตา) สรุปแล้วก็นักเรียนหญิงเริ่มก่อนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ผู้หญิงเริ่มก่อน แล้วผู้ชายก็เริ่มทีหลัง ทีหลังก่อน (คุณครูคณิตา) ทีหลังก่อน (คุณครูปรเมษฐ) พร้อม ๆ เดี๋ยวอ่านพร้อมกับคุณครูคณิตาเลยนะครับ ครูจะเป็นผู้นับให้ 1 เอ๊ะ ใครเป็นประธานในการตัดสิน คูรครูปลายทางเป็นคนตัดสิน 1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) อ่านแบบทำนองเสนาะนะคะ ไม่ต้องขับเสภา จะกล่าวถึงพลายงามทรามสงสาร พึ่งสมภารอยู่ในห้องนั่งร้องไห้ พวกศิษย์เณรเถรชีต้นช่วยฝนไพล มาลูบไล้แผลที่มันตีรัน (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หญิงจบไปแล้ว ต่อไปเป็นของฝ่ายเด็กผู้ชายบ้างครับ เดี๋ยวพอครูนับ ให้ครูคณิตานับให้ แล้วก็อ่านไปพร้อม ๆ กันกับครู (คุณครูคณิตา) พร้อมแล้วนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วสมภารท่านก็หลับระงับเงียบ ยิ่งเย็นเยียบเยือกใจเมื่อไก่ขัน เพราะแม่ลูกผูกจิตคิดถึงกันเฝ้าใฝ่ฝันเฟือนแลเห็นแม่มา นะครับ คุณครูคณิตา จากที่เราได้ให้นักเรียนได้ฝึกอ่านเป็นทำนองเสนาะนะครับ ก็เป็นการประกวดกันระหว่างฝายชายและฝ่ายหญิง ก็ให้คุณครูปลายทางเป็นผู้ตัดสินใจเลยนะครับ ว่าฝ่ายใดอ่านเพราะกว่ากันนะครับ คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูความหมาย มาถอดคำประพันธ์กันก่อนนะครับ พูดถึงพลายงามใช่ไหมครับ เมื่อกลับมาจากการถูกขุนช้างทำร้ายนี่ มาอยู่ที่วัดนะครับ ชีต้นคือใคร (คุณครูคณิตา) ชีต้น (คุณครูปรเมษฐ) คือใครคืออะไรนะเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) คือ พระสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทั้งเณรทั้งพระสงฆ์ช่วยกันฝนไพร สมุนไพรที่ใช้ในการรักษานะ ก็มาช่วยพลายงาม ช่วยฝนไพล ช่วยพลายงามนะครับ มาถึงบทนี้นะครับ ก็มาถึงตอนที่จะเป็นตอนไหนแล้วนี่ แล้วสมภารท่านก็หลับระงับเงียบ ยิ่งเย็นเยียบเยือกใจเมื่อไก่ขัน ฝ่ายพลายงามก็คิดถึงแม่นะ ดูต่อนักเรียน คราวนี้ไม่ต้องอ่านเป็นทำนองเสนาะนะครับ อ่านธรรมดา ดุเหว่าร้องซ้องเสียงสำเนียงแจ้ว ให้แว่วแว่วว่าวันทองร้องเรียกหา สะดุ้งใจไหววับทั้งหลับตา ร้องขานขาสุดเสียงแต่เที่ยงคืน ดุเหว่าคืออะไร (คุณครูคณิตา) นกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นนกดุเหว่านะ เป็นนกกาเหว่าก็ร้องเรียก ทำให้บรรยากาศน่าวังเวงนะครับ พลายงามก็ไม่ได้หลับอย่างเป็นสุขต่อไป ครั้นรู้สึกนึกได้ไห้ละห้อย เจ้าพลายน้อยนิ่งนอนถอนสะอื้น จนเคาะระฆังดังหงั่งเหง่งเสียงเครครื้น สมภารตื่นเตือนชีต้น สวดมนต์เพล (คุณครูคณิตา) เป็นเวลาช่วงอะไรคะ ช่วงเช้ามืดหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เช้านะครับ ต้องสวดมนต์พระต้องทำเช้านะครับ ไปดูกันต่อ นางวันทองร้องไห้เมื่อใกล้รุ่ง น้ำค้าง ฝ่ายนางวันทองนะครับ เขาเข้าใจเคยไปเจน โตงกระเบนมั่นเพลาะดำ ฝ่ายนางวันทองก็เตรียมตัวมาหาพลายงามที่วัดเขานั่นเองนะ ห่มเพราะ ห่มผ้า คือคลุมร่างกาย นางวันทองก็มาแล้ว แล้วถือไถ้ใส่ขนมผ้าห่มหุ้ม ออกย่างดุ่มเดินเหย่าก้าวถล้ำ ลงจากเรือนเชือนมาข้างท่าน้ำ แล้วรีบร่ำเดินเข้าถนางวันทองเตรียมตัวที่จะเดินทางไปวันเขา ไปหาพลายงาม เขาเพื่อไปหาพลายงามนั่นเองนะครับ อีกบทหนึ่งเป็นอะไรไป ถึงวัดเขา... พร้อมกับครูนะครับ เช้าตรู่ดูลูกน้อย เห็นมานั่งท่าน่าสงสาร จะนั่งหยุดพูดจาจะช้าการ ลาสมภารพามาป่าสะแก ว่าแล้วนางวันทองก็เข้าไปรับพลายงาม แล้วก็ให้ลาสมภารหรือเจ้าอาวาสวัดเขา เพื่อเดินทางไปกาญจนบุรีนะครับ เนื้อหาต่อไปให้นักเรียนไปศึกษาต่อนะครับ ไปฝึกอ่าน จะอ่านแบบทำนองเสนาะก็ได้หรือจะอ่านแบบ (คุณครูคณิตา) ธรรมดาก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หรือจะอ่านแบบขับเสภาก็ได้นะครับ เป็นการฝึกฝนนะครับ นักเรียนไปฝึกมานะครับ เราต้องดูเกณฑ์ก่อนก่อนที่จะไปอ่านนะครับ เกณฑ์การอ่านทำนองเสนาะนะครับ 1. (คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. นะคะ ถูกต้องตามฉันทลักษณ์บทร้อยกรองค่ะ 2. ถูกต้องตามอักขรวิธีค่ะ เช่น การอ่านคำ การออกเสียงคำควบกล้ำค่ะ 3. น้ำเสียงค่ะ เช่น ความไพเราะ ความหนักเบาและความชัดเจนค่ะ 4. ค่ะ ให้อารมณ์ที่สอดคล้องกับเนื้อหาค่ะ 5. นะคะ มีบุคลิกภาพค่ะ ความสง่างามและความมั่นใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปฝึกกันนะครับ ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรอง เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม นะครับ ตั่งแต่หน้าจากเมื่อวานนะครับ 67 - 72 นะครับ ตั้งแต่คำที่ขึ้นต้นว่า "จะกล่าวถึงพลายงามทราบสวาท" ไปจบที่ "เก็บมะยมซุบซิบกระยิบตา" เนื้อหาจะสนุกขนาดไหน อ่านแล้วต้องจับประเด็นสำคัญถอดความให้ได้นะครับ โดยจะฝึกการอ่านพร้อมกันทั้งห้อง หรือจะอ่านเป็นกลุ่ม หรือจะอ่านเป็นรายบุคคลก็สุดแท้แล้วแต่นักเรียน (คุณครูคณิตา) 20 นาทีค่ะ ต่อจากนี้นะคะ กิจกรรมสำหรับนักเรียนปลายทางและคุณครูปลายทางนะคะ ให้นักเรียนค่ะ แบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4 คนค่ะ หรือว่าตามอัธยาศัยนะคะ ห้องของแต่ละห้องนะคะ ฝึกอ่านทำนองเสนาะ จากวรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผนค่ะ ตอน กำเนิดพลายงาม นะคะ แล้วก็อ่านทำนองเสนาะหน้าชั้นเรียนค่ะ เลือกบทที่ตนชอบมา 2 บทนะคะ ส่วนบทบาทของครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยทำกิจกรรมนะครับ ดูแลนักเรียนที่ยังอ่านไม่คล่องนะครับ คุณครูช่วยนำมาฝึกกับครูนะครับ แล้วก็ร่วมเสนอแนะการอ่านของนักเรียนแต่ละกลุ่ม ลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้ครับ 20 นาทีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่นักเรียนฝึกเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เรามาสรุปองค์ความรู้กันเลยค่ะ หลักการอ่านบทร้อยกรองนะคะ อย่างแรกเลย คือ มีศิลปะในการเอื้อนเสียงค่ะ 2. ศึกษาฉันทลักษณ์ตามลักษณะบังคับค่ะ 4. อ่านออกเสียงให้ถูกต้องค่ะ 5. ก็คืออ่านด้วยน้ำเสียงที่ดังพอเหมาะ 6. ก็คือเน้นเสียงคำให้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ หลังจาก ต่อไปนะครับนักเรียน ครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ ก่อนจะจบบทเรียนนะครับ การอ่านบทร้อยกรองให้ถูกต้องตามจังหวะ ส่งให้เกิดผลดีอย่างไรต่อนักเรียนครับ ตอบคำถามเป็นการแสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ กับคุณครูยกมือตอบช่วยกันกับเพื่อน ๆ ลองช่วยกันคิดสิ ว่ามันส่งผลดีอย่างไรครับ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่านะครับ การอ่านที่มีประสิทธิภาพ การอ่านร้อยกรองแบบมีประสิทธิภาพไพเราะน่าฟังนี่นะครับ จะเป็นการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทยนะครับ มันสืบสานอย่างไรครับครูคณิตา เป็นการอ่านแบบไทยเลย ยิ่งมีการอ่านเป็นทำนองเสนาะ หรืออ่านเป็นเสภานี่ ถ้าเด็กผู้นั้นทำได้นี่ และก็จะเป็นผู้ที่สืบสานศิลปะชาติไทยให้ดำรงอยู่สืบไปใช่ไหมครับ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เพราะฉะนั้นนะครับ ฝากเรื่องการอ่านบทร้อยกรองไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของนักเรียนด้วยนะครับ การแบ่งจังหวะ การอ่านกลอนที่ถูกต้องนี่ช่วยให้เกิดการอ่านที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการสืบสานวรรณคดีและวรรณกรรมไทยคู่ชาติไทยตลอดไป อย่างที่ครูได้นำเสนอนักเรียนไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ให้นักเรียนไปดูนะครับว่าการอ่านทำนองเสนาะมีคุณค่าอย่างไร ข้อที่ 1. ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อที่ 1 นะคะ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยค่ะ 2. ก็คือทำให้ตระหนักในคุณค่าของภาษาไทยค่ะ 3. ซาบซึ้งในการอ่านบทร้อยกรองนะคะ เกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของกวีไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่ก็คือคุณค่าของการอ่านร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะนั่นเองนะครับ อันนี้เป็นการบ้าน ให้นักเรียนกลับไปทบทวนนะครับ กลับไปบ้านอ่านบททวนดู มีวิธีการอย่างไรบ้างนะครับ บทเรียนครั้งหน้าเราจะเรียนกันในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม นะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมทำอะไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถึงสิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ คุณครูนี่ได้ยินเสียงกระซิบมานะคะ หากนักเรียนคนใดยังอ่านเนื้อหาไม่จบนี่ ให้กลับไปอ่านเป็นการบ้านนะคะ ส่วนใครที่อ่านจบแล้ว ก็กลับไปอ่านเป็นการทบทวนด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ ก็คือ 1. ใบความรู้เรื่อง การแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรม เรื่อง พฤติกรรมของตัวละครค่ะ 3. หนังสือวรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คนก็ขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]