[เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและก็นักเรียนปลายทางของครุทุกคนนะครับเรามาพบกันในชั่วโมงวิชาภาษาไทยกับคุณครูปรเมษฐและครูคณิตานะครับ วันนี้เราก็จะมาศึกษาเรื่องการอธิบายคุณค่าของเรื่องนะครับถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปศึกษากันเลยนะครับเด็ก ๆมาอ่านบทเสภาน่าสนุกกันเป็นกิจกรรมนะครับ เดี๋ยวเราอ่านไปพร้อม ๆ กันกับครูเลยนะครับ เดี๋ยวเราช่วยเด็ก ๆ อ่านนะครับ พร้อม ๆ กัน 1 2 3แม่รักลูก ลูกก็รู้อยู่ว่ารักคนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือน ลาแม่ไปแต่ตัวแม่วันทองของลูกจงกลับบ้านเขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว จะก้มหน้า ลาไปมิได้กลัวแม่อย่ามัวหมองนักจงหักใจเดี๋ยวเรามาถามคำถามกันดีกว่าจากการที่นักเรียนนั้นได้อ่านบทเสภาดังกล่าว นักเรียนรู้สึกอยบทเสภาลองตอบคำถามเป็นการแสดงความคิดเห็นนะแล้วคุณครูคณิตารู้สึกอย่างไรครับ เมื่อได้อ่านบทเสภาบทนี้ (คุณครูคณิตา) รู้สึกซาบซึ้งค่ะ แล้วก็รู้สึกคิดถึงแม่มากเลยค่ะ ทำให้เรานี่รับรู้ความรักของแม่ถึงความรู้สึกถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูกค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ใช่เลยครับ นักเรียนคิดว่าจากบทเสภานี่ที่เราอ่านเมื่อสักครู่นี้เกิดจากสิ่งใด ทำไมถึงมีความไพเราะละ เป็นบทหลักในการท่องอาขยานเลยนะบทนี้นะครับ มีความไพเราะเพราะอะไรนะ นักเรียนลองแสดงความคิดเห็นนะครับ ครูคณิตามีความคิดเห็นว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะมีความไพเราะอาจจะมีการใช้คำที่เข้าใจง่ายค่ะ แล้วก็มีคำคล้องจอง แล้วก็มีคำเล่นซ้ำนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกไหมคะคุณครูปรเมษฐ(คุณครูปรเมษฐ) มีการใส่อารมณ์ความรู้สึกของแม่ที่มีต่ของแม่ที่มีต่อลูกมันจึงทราบซึ้งกินใจนะครับในบทนี้นะครับ ไปต่อกันดีกว่า วรรณคดี เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามนะครับนักเรียน นอกจากที่จะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินในเรื่องแล้ว ยังมีคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านคราวนี้ นักเรียนเป็นผู้อ่าน ก็จะต้องสามารถอธิบายคุณค่าของวรรณคดีเรื่องนี้ได้นั่นเองนะครับ เราต้องไปรู้จุดประสงค์กันก่อนข้อที่ 1 ว่าอย่างไรครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ในการเรียนรู้ในวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกหลักการอธิบายคุณค่าของวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2.ก็คือ อธิบายคุณค่าจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ได้ค่ะ 3. ก็คือเห็นประโยชน์จากข้อคิดและสามารถนำไปปรับใช้ในประจำวันค่ะ นี่ก็คือสิ่งที่หนูทุกคนต้องสามารถปฏิบัติได้ในรายวิชาภาษาไทยชั่วไปดูหลักการอธิบายคุณค่ากันก่อนเลยนะครับวันนี้เราไม่ต้องศึกษาใบความรู้ เพราะเราเรียนเรื่องการอธิบายคุณค่า ถ้าให้ตอบตอนนี้เลยมีกี่ข้อถามก่อน การวิเคราะห์วรรณกรรมหรือวรรณคดีวรรณกรรมมีกี่ข้อ ถามแค่นี้ครับ มีกี่ข้อใช่ครับ มี 4 ข้อ เดี๋ยวไปดูกันเลยนะครับ หลักการอธิบายคุณค่าจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมนะครับนะครับ เป็นการสรุปความรู้ของตัวเองนะครับข้อที่ 1 คือ คุณค่าด้าน (คุณครูคณิตา) คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ 2. คือ คุณค่าด้านเนื้อหา3. คือ (คุณครูคณิตา) คุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 4 คือ คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องที่อ่านไปใช้ในการดำเนินชีวิต พูดง่าย ๆ แนวคิดหรือข้อคิดนั่นเองนะครับ ในข้อที่ 4 นี้ ไปศึกษากันทีละข้อเลย คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์คืออะไรครับคคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์คือความงามความไพเราะของบทประพันธ์ค่ะ ซึ่งเกิดจากการเลือกใช้คำแล้วก็สำนวนที่ได้รสนะคะ ความหมายลึกซึ้งกินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น การเล่นเสียงเล่นคำซ้ำนะครับ การใช้ภาพพจน์โวหารต่าง ๆ นะครับ ที่นำมาใช้ ก่อให้เกิดคุณค่าด้านวรรณศิลป์นะครับนักเรียน ข้อที่ 2ด้านเนื้อหา เนื้อหานี่ก็เป็นคุณค่าด้สนผู้อ่านจะได้รับ อาจจะเป็นความรู้หรือข้อคิดก็ได้ซึ่งคุณค่าด้านเนื้อหานี่นะครับ กวีหรือผู้ประพันธ์แทรกไว้ทุกการประพันธ์ เพื่อที่จะให้เรารู้ถึงสาระเนื้อหาในการอ่านนั่นเองครับ ข้อที่ 3 คืออะไรครับคุณครู (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 3 คือการสะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมค่ะ ก็จะเป็นการสะท้อนสภาพสังคมของแต่ละยุคและสมัยค่ะ ว่ามีวิถีชีวิตความเชื่อ หรือค่านิยมต่าง ๆ นี่ด้านสุดท้ายก็คือคุณค่าที่ได้รับจากเรื่องที่อ่านไปใช้ในการดำเนินชีวิตนั่นเองนะครับก็คือการนำความรู้ แนวคิดหรือบทสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏในวรรณดคีเรานำไปสังเคราะห์เพื่อปรับใช้ในชีวิตของเรานั่นเองนะครับ อันนี้คือ 4 คุณค่า ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การอธิบายคุณค่า เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันดีกว่า กิจกรรมนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา) เปิดหสมบัติวรรณคดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราจะไปเปิดหีบสมบัติกันนะครับ พอเปิดหีบขึ้นมานี่ก็จะมีสมบัติ ก็คือถ้อยคำอันไพเราะจากวรรณดคีเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามนั้นได้วิเคราะห์คุณค่าที่ปรากฏขึ้นนั่นเองนะครับ เดี๋ยวข้อที่ 1 ครูกับคุณครูคณิตาจะช่วยก่อน แล้วข้อที่ 2 ครูจะเรียกให้นักเรียนตอบนะครับไปศึกษากันเลยนะครับหีบเปิดแล้ว อ่านพร้อม ๆ กันนะครับ ทั้งคุณครูและนักเรียน 1, 2, 3 ฝ่ายผีพรายนายขุนแผนแค้นขุนช้างอุตส่าห์ง้างขอนใหญ่ให้เขยื้อนให้เขยื้อน แล้วเป่าแก้แผลหายละลายเลือนเจ้าพลายเคลื่อนคลายฟื้นเหมือนตื่นนอนกันเลยเด็ก ๆ ครับ น่าจะเป็นคุณค่าด้านไหนครับคุณครูคณิตา(คุณครูคณิตา) เอ๊ นักเรียนคะ ตอบคุณครูได้ไหมคะคำตอบอยู่บนกระดานเรียบร้อยแล้วค่ะ อะไรเอ่ยฝ่ายผีพลาย เพราะฉะนั้นนี่มันจะต้องเป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมใช่ไหมคะ(คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผีนั่นเองนะครับ คนไทยต่อโบราณนี่มีความเชื่อเรื่องผีมาโดยตลอด จะเห็นว่ามีการเซ่นไหว้ผีมาตั้งแต่โบราณแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมในสมัยนั้นเลยนะครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันยังมีอยู่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังมีอยู่ครับอย่างเช่น นักเรียนที่เราไหว้บรรพบุรุษทุกปีทุกปีน่ะ ก็คือการไหว้ผีนะ ใช่ไหมนั่นล่ะ คือ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานะครับ ต่อไปเป็นนักเรียน ให้คุณครูคณิคาสุ่มเลื(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เลขที่เลขที่ก่อนสุดท้ายค่ะ ให้ยกมือขึ้นค่ะขอเป็นฝ่ายผู้หญิงก่อนแล้วกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เลขที่สุดท้ายฝ่ายผู้หญิงรู้ตัวแล้วลุกขึ้นยืนนะครับเตรียมตัวตอบคำถาม ครูให้ข้อละข้อละ 20 สมบัติ 1 ข้อนี่คือ 20 วินาทีแล้วก็ตอบเลย พร้อมแล้ว 1 2 3อ่านเลยครับดูครึ้มครึกพฤกษาป่าสงัด ไม่แกว่งกวัดก้านกิ่งประวิงไหว จังหรีดร้องก้องเสียงเคียงเรไร ทั้งลองไนเรื่อยแร่แวแววับเอาล่ะครับนักเรียนที่คุณครูคณิตาไดเลือกไปนะครับตอบว่าเป็นคุณค่าด้านไหนครับไปดูกันเลยดีกว่านะครับ คุณค่าด้านเนื้อหาถูกต้องไหมครับ เป็นคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างไรไปดู สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยกับธรรมชาติจะเห็นได้จากสัตว์ต่าง ๆปรากฏในบทประพันธ์ที่มีความสำคัญกับชีวิตของมนุษย์นั่นเองนะครับ เมื่อกี้เป็นผู้หญิงใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้ชายที่นั่งใกล้จอโทรทัศนดูครู ณ ขณะนี้มากที่สุดยืนขึ้นครับ เตรียมตัวตอบคำถามข้อถัดไปพร้อมนะครับ 1 2 3(คุณครูคณิตา) จึงเย็บไถ้ใส่ขนมกับส้มลิ้มทั้งแช่อิ่มจันอับลูกพลับหวานแหวนราคา 5 ชั่ง ทองบานตะพานล้วนต้องการเก็บใส่ในไถ้น้อยเอาล่ะค่ะ นักเรียนคิดว่าเป็นคุณค่าประเภทใดคะ นักเรียนตอบแล้วใช่ไหมคะถ้าตอบแล้วเรามาเฉลยกันดีกว่าค่ะ เป็นคุณค่้าสังคมและวัฒนธรรมค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงเป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมค่ะเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตค่ะเอ้ คุณครูปรเมษฐคะ ในบทเสภาเมื่อสักครู่นี้เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการสะท้อนถึงการดำรงชีพของคนโบราณใช่ไหมครับไถ้ก็คือถุงใช่ไหมครับ ส้มลิ้มก็คือถูกต้องครับ มะม่วงกวน จันอับคือน้ำตาลที่แข็ง ๆ ใช้ในไหว้ตรุษจีนต่าง ๆ นั่นคือขนมจันอับ แล้วก็ทองบางตะพานนี่ถือว่าเป็นสิ่งของที่มีค่าในสมัยโบราณนะครับ ก็คือการดำรงชีพชีวิตว่าคนเรานี่ ต้องกินต้องอยู่แล้วก็จะต้องพบกับอาหารต่าง ๆ เหล่านี่ แล้วก็ให้เห็นค่านิยมของคนในสมัยนั้นด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วอีกอีอย่างหนึ่งนะคะก็เป็นการสะท้อนว่า การที่เราก็จะต้อง.ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร หรือด้านเงินทอง เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับครูคณิตาครูคณิตาเลือกให้ด้วยครับ เป็นผู้ชายค่ะ ที่นั่งห่างจากจอโทรทัศน์มากที่สุดค่ะ ลุกขึ้นยืนเลยค่ะเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ(คุณครูปรเมษฐ) พอจวนครบพบฝูงจิ้งจอกน้อย วิ่งร่อยร่อยตามเขาแล้วเห่าหอนแสยงเส้นโลมาให้อาวรณ์ถึงดงดอนแดนบ้านกาญจน์บุรี เอาล่ะครับนักเรียนที่ครูคณิตาได้เลยก็น่าจะตอบคำถามว่าเป็นคุณค่าด้านใดแล้วนะครับ เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์บทเสภานี้ก่อนนะครับ เอ๊แสยงเส้นโลมาคืออะไรล่ะเส้นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เส้นขนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับนั่นเอง ขน เวลาเรากลัวขนเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ขนลุกหรือเปล่าคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ขนลุกขนพองเลยนะแล้วมีอยู่คำหนึ่งที่ครูได้อ่าน ครูไม่ได้ออกเสียงว่ากาญจนบุรี นักเรียนสงสัยไหมครับเช่นนั้น ทำไมครับครูคณิตา(คุณครูคณิตา) เพราะว่ามีตัวอะไรอยู่คะ มีตัทัณฑฆาต ตัวการันมีไม้ฑันตฆาตออกเสียงนะครับ เป็นหลักภาษาไทยที่นักเรียนจะต้องรู้นะครับ ฌแลยดีกว่านะครับ เป็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์ บ่งบอกวรรณศิลป์อย่างไรมันสะท้อนอารมณ์ที่หวาดหวั่นอารมณ์ที่เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) หวาดกลัว (คุณครูปรเมษฐ) หวาดกลัวเดี๋ยวเลือกให้ครูคณิตา เมื่อกูผู้ชายใช่ไหมครับ(คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ต้องเป็นนักเรียนหญิงครับ นักเรียนหญิงที่นั่งใกล้กับครูผู้สอนมากที่สุด ยืนขึ้นครับเตรียมตัวตอบคำถาม 1, 2, 3(คุณครูคณิตา) มะยมใหญ่ในบ้านกินหวานนักกูไปลักบ่อยบ่อยแกคอยจับพอฉวยได้อ้ายขิกหยิกเสียยับ ร้ายเหมือนกับผีเสื้อแกเหือตัว เอาล่ะค่ะนักเรียนตอบถูกหรือเปล่าคะ ว่าเป็นคุณค่าทางด้านใดคุณค่าทางด้านเนื้อหาวรรณศิลป์คุณค่าทางด้านวัฒนธรรมหรือจะเป็นคุณค่าทางด้านอื่น ๆ นักเรียนตอบหรือยังคะใช่ไหมคะ เอ๊ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูสงสัยว่าพอฉวยได้อ้ายขิกหยิกเสียยับนี่หมายความว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ อ้ายขิกครับ ต้องถามเด็กผู้ชายนะครับ เขาจะรู้ดีนี่ พอจับเด็กที่มาขโมยมะยมได้ มาขโมยมะยมได้ บิดอ้ายขิก ครูให้นักเรียนตามหาเองดีกว่า ว่าอ้ายควิกที่ว่านี่คืออะไรว่าคืออะไรนะครับ ร้ายเหมือนกับผีเสื้อแกเหลือตัว ผีเสื้อนี่ เปรียบเสมือนยักษ์เปรียบเทียบยายทองประศรีนี่เหมือนยักษ์เลยนะครับมันแสดงถึงอารมณ์อะไรครับ (คุณครูคณิตา)อารมณ์ดุร้ายหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูดีกว่าให้คุณครูคณิตาเฉลยครับ เป็นคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ค่ะ เอ้ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าเป็นคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์อย่างไรคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เป็นการสะท้อนอารมณ์ขันค่ะแต่เอ๊ บทนี้สะท้อนอารมณ์ขันอย่างไรคะ(คุณครูปรเมษฐ) ก็เวลาอ่านนะครับ มันมีคำที่แสดงถึงอารมณ์ที่มัน อารมณ์ขันสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ขันของผู้ที่ประพันธ์บทเสภานี้ขึ้นมานั่นเองนะครับ ข้อต่อไปครับครูคณิตาเลือกนักเรียนเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตอบพร้อม ๆกันดีไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ ๆใช้วิธีการยกมือตอบ 1, 2, 3(คุณครูปรเมษฐ) เสียแรงลูกผูกใจจะได้พึ่ง พ่อโกรธขึ้งสิ่งไรเป็นใหญ่หลวง โอ้มีพ่อก็ไม่เหมือนเพื่อนทั้งปวง มีแต่ลวงลูกรักไปหักคอ เอาล่ะครับนักเรียนเชื่อว่าต้องตอบกันได้แล้ว เพราะว่านี่เป็นการช่วยเหลือกันในห้องนะครับ ต้องช่วยกันตอบ มาพูดถึงบทเสภานี้ก่อนนะครับ น่าจะเป็นการพูดถึงใคร พลายงามพูดถึงใคร เป็นการรำพึงรำพันของพลายงามเพื่อนทั้งปวง มีแต่ลวงลูกรักไปหักคอ น่าจะเปรียบถึง (คุณครูคณิตา) ขุนช้างค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ขุนช้างนั่นเองนะ ไม่เหมือนเพื่อนมี ถ้าเป็นพ่อคนอื่นนี่ พาลูกไปชมนกชมไม้แต่ขุนช้างนี่หลอกครับ หลอกให้ไปชมนกชมไม้แล้วก็จัดการฆ่า มันสะท้อนคุณค่าด้านใด ดูสิว่าถูกหรือเปล่า เฉลยครับเป็นคุณค่าทางเนื้อหานะครับ สะท้อนเด็กถูกคนใกล้ชิดในครอบครัวทำร้ายนั่นเองนะครับ คุณครูคณิตาจะอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ปัญหานี้นะคะ ในปัจจุบันนี่เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมเลยนะครับ เพราะฉะนัั้นเวลสที่เราพบเจอไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือว่าเด็กที่ถูกทำร้ายนี่ เราจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพราะว่าบุคคลเหล่านั้นไม่สมควรที่จะถูกทำร้ายค่ะใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ขวบนะนักเรียนน้อยกว่านักเรียนอีกนะ อายุนี่น้อยกว่านักเรียน ป. 6 ด้วยซ้ำ ถูกทำร้ายก็เป็นความน่าสงสารของพลายงามนะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาศึกษาใบงานกันดีกว่าค่ะเอ๊ ใบงานนี้นี่เป็นใบงานเกี่ยวกับเรื่อง เรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเรื่องที่นักเรียนนั้น ได้แสดงความติดวิเคราะห์ อธิบายคุณค่าจากเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงามมา 5 ข้อ ครูยกกลอนมาให้เรียบร้อยแล้วนักเรียนมีหน้าที่อ่าน แล้วก็อธิบายคุณค่าพร้อมทั้งบอกข้อคิดแค่นั้นเองนะครับ พร้อมที่จะลงมือทำกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว (คุณครูคณิตา) ยังค่ะครูปรเมษฐเราลืมอะไรไปหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ลืมอะไรครับ(คุณครูคณิตา) ลืมชี้แจงบทบาทของนักเรียนและคุณครูปลายทางมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ ก็คือให้นักเรียนนะคะระดมความคิดเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามค่ะ และสรุปคุณค่าและแนวคิดที่ได้นะคะ ลงไปในใบงในเรื่อง ขุนช้างขุนแผนค่ะ ต่อมาเป็นของคุณครูปลายทางค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับคุณครูปลายทางนะครับ ก็ให้นักเรียนเข้าร่วมกระบวนการที่เคยได้บอกไว้นะครับ 2. ก็คือแนะนำนักเรียนในการทำกิจกรรมนะครับ อธิบายเพิ่มเติมเสริมความเข้าใจให้นักเรียนนั้นได้ดำเนินกิจกรรมอย่างมีความสุข ถ้าพร้อมแล้ว คราวนี้ลงมือได้หรือยังครับกี่นาทีคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลาทำ 5 ข้อ ข้อละ 2เป็น 10 นาที ลงมือปฏิบัติได้ครับ[เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียนที่รักทุกคนครับได้เวลาที่เราจะมาเฉลยใบงานกันแล้วนะครับ ไปดูกันเลยนะครับ ทีละข้อข้อที่ 1 อ่านพร้อม ๆ กันครับ(คุณครูคณิตา) คิ้วกระเหม่นเป็นลางแต่กลางวันให้หวั่นหวั่นหวิวหวิวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนตอบว่าเป็นคุณค่าด้านใด(คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1 2 3 เป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมนะครับ เดี๋ยวครูจะอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังนะครับ คำว่า"คิ้วกระเหม่น" คุณครูคณิตาลองสาธิตให้นักเรียนดูคิ้วกระเหม่น คือคิ้วแบบไหนครัคุณครูคณิตาทำไม่เป็นค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คิ้วมันจะยักเองนะครับ มันจะกระตุกเองคนโบราณจะมีความเชื่อว่าอาจจะเกิดเหตุร้ายหรือเหตุที่ไม่ดีเพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเป็นคุณค่าด้านสังคมสะท้อนให้เห็นถึงความถูกต้องครับถูกกันหรือเปล่า ข้อที 2 (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวอย่าเพิ่งข้อที่ 2 เลยค่ะ เรามาคุยกันก่อนค่ะคุณค่าทางด้านความเชื่อใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แต่ว่าคิ้วกระเหม่นหรือว่าตากระตุกนี่ เป็นอาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อค่ะ ฉะนั้นนี่ นักเรียนสามารถที่จะเชื่อได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อทางไทยหรอาจจะเป็นความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ค่ะ ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ก็คือให้ใช้วิจารณญาณนั่นเองนะครับ ต่อไปกันดีกว่าครูคณิตาเด็ก ๆ รอแล้ว อีกข้อหนึ่ง จะบนหมูสุราร่ำว่าครบขอให้พบลูกตัวทูนหัวเอ๋ย มีคำว่า "บน"ถูกต้องครับ เป็นคุณค่าทางด้านสังคมและสังคมและวัฒนธรรมนะครับ อธิบายเพิ่มเติมนะครับคำว่า "บน" นี่ แสดงให้เห็นถึงเรื่องการไหว้หรือขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือหากได้สิ่งของตามประสงค์ ก็จะนำของที่เราบนไว้ไปถวายเพื่อเป็นการแก้สินบาทขาดสินบนนะครับ ซึ่งเป็นความเชื่ออยู่ทุกวันนี้นะครับ คุณครูคณิตาผมขอถามอะไรหน่อยนะครับ ครูคณิตาเคยบนบานศาลกล่เคยค่ะ ก็คือคุณครูนี่ได้ทำของหายค่ะของหายก็อาจจะมีการบนบานศาลกล่าวนะคะถ้าหากว่าเจอนี่ก็จะนำสิ่งของประมาณว่าจะเป็นส้ม หรือหัวหมูหรือว่าอาจจะเป็นสิ่งของต่าง ๆ นะคะ เอาไปถวายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)แสดงว่าถ้าวันทองพบลูกนี่ก็จะต้องนำอะไรไปถวายบ้าง เด็ก ๆ ตอบสิ 1. คือถูกต้องครับ 1. คือ หมู 2.เหล้านั่นเองนะครับ นำไปถวายกับเจ้าป่าเจ้าเขาที่นางวันทองได้ไปบนบานนะครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ คุณครูปรเมษฐคะในสมัยปัจจุบันนี่ยังมีอยู่ไหมคะ เพราะคุณครูคณิตานี่เคยอ่านข่าวนะคะ เวลาจะทำพิธีคนหายในป่าน่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ก็จะมีการจุดธูปใช่ไหมคะแล้วก็นำสิ่งของต่าง ๆ ไป รวมถึงสุราแสดงว่าเป็นความเชื่อจากในสมัยโบราณใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับสุรานี่เป็นของที่คู่กับชาติไทยมาอย่างยมาอย่างยาวนาน เขาบอกว่าเหล้านี่เป็นน้ำชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความใจดีนะ แล้วคนโบราณนี่ที่เป็นเพศชายก็จะเป็นผู้นำใช่ไหมครับเป็นผู้นำใช่ไหมครับ แล้วผู้นำนี่ก็เจ้าพ่อเจ้าอะไรต่าง ๆ ตามหมู่บ้านนักเรียนน่ะเวลานักเรียนจะไปไหว้หรือไปบนนี่ จะนำเหล้าไปถวายนะครับ มันเรียกว่า "เป็นน้ำแห่งความใจดี เหล้านี่ก็เลยใช่กันมาอย่างยาวนานครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะเมื่อกี้คุณครูปรเมษฐบอกว่าเป็นน้ำใจดี เด็ก ๆ นักเรียนนี่ควรที่จะรับประทานหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกคำหนึ่ง คือน้ำเปลี่ยนนิสัย สุรานี่ถ้าทานหรือดื่มเข้าไปนี่ก็ทำให้นิสัยเปลี่ยน อย่างเช่น ขุนช้างก็เมาลวงพลายงามไปฆ่านั่นก็คือน้ำเปลี่ยนนิสัยจากอีกคนเป็นอีกคนเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะต้องเลือกที่บริโภคข้อมูลที่ดี(คุณครูคณิตา) ค่ะ รวมถึงการบริโภคสิ่งต่าง ๆ เข้าไปเราบริโภคมากจนเกินไปหรืออายุยังไม่ถึงนี่ไม่ควรที่จะลองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปข้อต่อไปครับเดี๋ยวคุณครูคณิตาอ่านให้ฟัง (คุณครูคณิตา) แม่รักลูก ลรู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ตอบว่าเป็นคุณค่าด้าน(คุณครูคณิตา) ด้านใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อหา เป็นเนื้อหาด้านใดไปดูกันเลยดีกว่านะครับ จากบทเสภาหรือบทร้อยกรองดังกล่าวนะครับ แสดงให้เห็นความรักของ (คุณครูคณิตา) ของแม่ลูกค่ะ เป็นความรักที่บริสุทธิ์นะคะ(คุณครูปรเมษฐ) เป็นความรักที่บริสุทธิ์ ซึ่งเขาบอกวง่ไม่ขาดระหว่างความรักของแม่กับลูกนะครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ต้องมีความรักและกตัญญูต่อบุพการีชน เป็นคุณธรรมที่นักเรียนควรที่จะปฏิบัตินะครับ จากการเรียน เรื่อง ขุนช้างขุนแผนนะครับ เอาอย่างพลายงาม พลายงามเป็นเด็กที่น่ารักครับ ต่อไปพ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัยสวัสดิ์กำจัดภัย จนเติบใหญ่ยิ่งยวดได้บวชเรียน เฉลยเลย เป็นคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม เป็นอย่างไรไปดูกันครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะแสดงให้เห็นว่าลูกผู้ชายในสมัยโบราณค่ะได้รับการศึกษามากกว่าผู้หญิงค่ะ ซึ่งนั่นก็คือมีโอกาสได้บวชเรียนค่ะ และศึกษาในวัดนะคะซึ่งผู้สอนนี่คือใครคะ ผู้สอนคือใครคะพระสงฆ์นั่นเองค่ะ ส่วนผู้หญิงในสมัยก่อนไม่ได้เรียนหนังสือนะคะ ค่านิยมของผู้หญิงสมัยก่อน คือการเป็นแม่บ้านแม่เรือนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าพูดถึงตรงนี้ครับครูคณิตาขยายความที่เราให้นักเรียนคัดลายมือมีอยู่คำกลอนหนึ่งที่คุณครูคณิตาถามผมจำได้หรือไม่ (คุณครูคณิตา) จำได้สิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ลองท่องพร้อม ๆ กับนักเรียนสิครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำได้หรือเปล่าลูกอะไรคะ ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอดส่าห์ทำสม่ำเสมียนนะครับ(คุณครูคณิตา) ทำสม่ำเสมียนนะครับก็เป็นบทที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เช่นเดียวกันอยู่ในช่วงตอนนี้ล่ะครับ ลูกผู้ชายเรียนเพื่อที่จะได้มีความรู้เป็นเจ้าคนนายคน อันเป็นความเชื่อ ค่านิยมของคนโบราณนะครับ ข้อต่อไป หมดหรือยังนี่(คุณครูคณิตา) นักเรียนคิดว่าหมดหรือยังคะ ยังไม่หมดเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้น่าจะให้เด็ก ๆอ่านกันบ้างนะ หรือว่าเราช่วยกันอ่านดี (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆอ่านไปพร้อม ๆ กับพวกเราดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวให้นักเรียนหญิง อ่านกับคุณครูคณิตา นักเรียนชายรอนะครับเริ่ม (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนผู้หญิงอ่านบทแรกนะคะลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูกต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำแล้วแข็งใจจากนางตามทางมา(คุณครูปรเมษฐ) เหลียงหลังยังเห็นแม่แลเขม้นแม่ก็เห็นลูกน้อยละห้อยหา แต่เหลียวเหลียววับวิญญาณ์ โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึงจากน้ำเสียงของครูและนักเรียน รวมถึงครูคณิตาและนักเรียนหญิงมันแสดงให้เห็นในความอะไร สะอื้นร่ำความโศกเศร้าตอนที่พลายงามกับนางวันทองจะต้องลาจากกันได้คุณค่าด้านไหน เป็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์นะครับ นักเรียนอาจจะไม่ได้ตอบตรงนี้ก็ได้เพราะว่าเนื้อหาก็ได้ แนวคิดก็ได้นะครับ ครูนำเสนอในประเด็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์แล้วกันการใช้คำในบทเสภานี้นะครับไพเราะมากครับ เช่นคำสัมผัสพยัญชนะ เช่น คำว่า พัน-ผูก-เพียงอำลา-อาลัย เหลียว-หลังวับ-วิญญาณ์ ปรากฏการใช้คำซ้ำแล้วก็มีคำซ้ำ การเล่นคำซ้ำนี่เป็นอรรถรสในด้านวรรณศิลป์ อย่างเช่นเหลียว เหลียว และไม่ใช่แค่นั้น ยังแฝงข้อคิดที่เด็ก ๆ สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ด้วย นี่คือบทเสภาไว้นะคะ ว่านักเรียนคะ ในแต่ละบทนี่ไม่จำเป็นนะคะว่าจะต้องมีคุณค่าด้านเนื้อหาด้านเดียวเท่านั้นค่ะ เราสามารถที่จะถอดออกมาเป็นคุณค่าทางเนื้อหาต่าง ๆได้มากมายนะคะ ขึ้นอยู่กับความคิดวิเคราะห์บุคคลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ คุณค่าจากเรื่องขุนช้างขุนแผนนะครับ อันนี้เป็นที่ครูและครูคณิตาสรุปมาให้นักเรียนนะครับ เขาบอกว่าวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผนนี่ สะท้อนให้เห็นการใช้ชีวิตโบราณ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตอย่างเช่น เด็กนิยมไว้ผมจุกใครครับที่ไว้ผมจุกในเรื่องนี้ (คุณครูคณิตา) พลายงามนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ความเชื่อเรื่องผีนะครับ อย่างเช่นพราย (คุณครูปรเมษฐ) มาช่วยพลายงาม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมอตำแยมาทำคลอดตอนที่นางวันทองกำเนิดหรือคลอดพลายงาม ต้องวิ่งวุ่นวายตามหมอตำแยมาเอ้ คุณครูคณิตาครับ คุณครูคณิตา...คุณแม่คุณครูคณิตาใช้หมอตำแยในการทำคลอดหรือว่าไปคลอดโรงพยาบาลครับ (คุณครูคณิตา) ใช้แพทย์ปัจจุบัน(คุณครูปรเมษฐ) นึกว่าคุณครูคณิตามีประสบการณ์การที่คลอดด้วยหมอตำแยนี่เป็นการคลอดด้วยวิให้นักเรียนกลับไปค้นหาที ว่าการคลอดโดยหมอตำแยนี่มีวิธีการอย่างไรต่อไปการเล่นของเด็ก รู้จักไม้หึ่งไหมพรายงามนี่เล่นไม้หึ่งจะเจอนะครับ ต่อไปครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อไปก็จะเป็นการนุ่งผ้าโจงกระเบนค่ะ จะเห็นได้จากเราจะเห็นจากลักษณะการแต่งตัวใช่ไหมคะ จะมีการนุ่งโจงกระเบนนะคะ ซึ่งเป็นการแสดงการแต่งกายของคนในยุคนนั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่แค่ผู้หญิงนะผู้ชายก็นุ่งโจงกระเบน สมัยนั้นยังไม่มีการนุ่งซิ่นหรือนุ่งผ้าถุงนะเหมือนกันทั้งหญิงและชายนะครับมีการแต่งแบบรัดอกถ้าผู้ชายก็จะใส่เสื้อคอปิดแขนยาว หรือชุดราชประแตนนะครับ การเดินทาง การเดินทางตอนที่พรายงามจะต้องเดินทาง(คุณครูคณิตา) การเดินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปโดยการเดินนะนักเรียนเดิน ณ ที่นี้ คือ เดินผ่านทางเกวียน เอ๊ะ เกวียนเป็นอย่างไร เกวียนคือภาชนะในการที่ใช้บรรทุกข้าวของ ใช้ควายในการเดินทางตรงไหน เกวียนผ่านตรงไหน ดินจะแข็งหญ้าจะตายกลายเป็นทาง นี่คือคำจำกัดความของทางเกวียน คราวนี้เมื่อตรงนั้นเป็นทางแล้วนักเรียนครับ ลองไปถามที่บ้านปู่ย่าตายายดูนะครับ ว่า เอ๊ บ้านเรามีทางเกวียนหรือไม่แล้วเดี๋ยวนักเรียนจะได้คำตอบนะครับ(คุณครูคณิตา) ค่ะ เรื่องการมีคู่ครองค่ะ เป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องการมีคู่ครองในสมัยโบราณ จะเห็นว่าผู้ชายจะมีภรรยาได้หลายคนนะครับซึ่งสมัยนี้ถ้าเกิดผู้ชายมีภรรยาหลายคนนี่คุณครูคณิตาคิดว่าดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ดีค่ะ เพราะอาจเกิดปัขึ้นได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วคุณครูคณิตาไม่คิดในประเด็นที่ว่าอยู่ช่วยเหลือกันทำมาหากินแบบคนโบราณหรือครับ(คุณครูคณิตา) มันขึ้นอยู่กับวิธีการคิดค่ะ แล้วก็ค่านิยมในสมัยปัจจุบันนะคะนี่เราไม่สามารถที่จะตัดสินได้นะคะ ว่าในอดีตและในปัจจุบันนี่อย่างไรดีอย่างไรไม่ดี เราไม่สามารถที่จะตัดสินได้ค่ะ เพราะว่าบริบทสัฝคมไม่เหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าสมัยโบราณนี่ ผู้ชายที่มีภรรยามากนี่คือ ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล ผมอยากจะไปในสมัยนั้นจริง ๆ เลยครับ เด็ก ๆ ไปกับครูไหมครับ อีกอย่างหนึ่ง การเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อย่างเช่น ตอนที่นางวันทองได้บนบานศาลกล่าวกับเจ้าป่าเจ้าเข้าใจให้เจอกับพลายงามเป็นต้นนะครับ อีกสักประเด็นหนึ่งนะครับข้อคิดที่เราได้จากขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพรายงามนะครับ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างไรคุณครูคณิตา(คุณครูคณิตา) ค่ะ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว นักเรียนคิดว่าเด็กวัย 9สามารถที่จะเดินทางนี่จากสุพรรณบุรีไปกาญจนบุรีได้หรือไหมคะ ถ้าเขามีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ฉะนั้นนี่ สิ่งนี้นะคะนักเรียนสามารถนำไปใช้ได้ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวนะคะ ในการที่จะกระทำสิ่งใด แต่จะต้องมีความกล้าหาญไปในทางที่ถูกต้องด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับคุณครูคณิตาครับ ต่อไปครับเป็นความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูก เช่น ระหว่างพลายงามกับนางวันทองนะครับ นักเรียนก็จะต้องรักมารดาให้มาก ๆ ต้องรักแม่เคารพแม่เชื่อฟังแม่แล้วก็ต้องเชื่อฟังครูด้วยเพราะครูนี่ คือ พ่อแม่คนที่ 2 นะครับนักเรียน ต่อไป(คุณครูคณิตา) เกิดเป็นชายต้องบวชเรียนเพราะอะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ความเชื่อในทางโบราณเมื่ออายุครบ 20 ปี เพศชายจะต้องบวชเรียนในร่มผ้ากาสวพัตรของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อที่จะไปศึกษาธรรม เพื่อที่จะนำมาเผยแผ่กับผู้อื่นนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา)การไม่ละเมิดสิทธิและทำร้ายผู้อื่นค่ะนักเรียนจะเห็นได้อย่างชัดเจนค่ะ ก็คือขุนช้างค่ะ ทำร้านพรายงามนั่นเองค่ะร่างกายของผู้อื่นนะคะ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิค่ะ ละเมิดสิทธิและเสรีภาพทางร่างกาย ฉะนั้นนี่ไม่ว่านักเรียนนะคะ การที่นักเรียนนี่ไปรังแก หรือว่าไปทำร้ายผู้อื่น แม้ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิค่ะเพราะว่าร่างกายของคนเรานี่ มีสิทธิ์เฉพาะของตัวเราใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ วรรณคดีทุกเรื่องย่อมสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตคนในนยุคนั้น ๆ นะครับในยุคนั้น ๆ นะครับ คำถามอีกข้อหนึ่งนะครับเราสามารถนำแนวคิดจากเรื่องขุนช้างขุนแผนตอน กำเนิดพลายงาม ไปปรับใช้ในชีวติประจำวันได้อย่างไร อันนี้คุณครูฝากนำกลับไปทบทวนกับตัวเองแล้วตอบกับตัวเองครับว่านักเรียนนั้น สามารถนำแนวคิดไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนเขียนโจทย์ลงไปในสมุดดีไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ จดเลยคร(คุณครูคณิตา) หมายถึงว่าให้เด็ก ๆ น่ะค่ะ ว่าวันนี้เรานำเรื่องนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรไม่จำเป็นที่จะต้องคัดลอกโจทย์ทั้งหมดค่ะเพราะว่าคุณครูสอนเกี่ยวกับเรื่องบทเรียนครั้งต่อไปคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะเรียนกันในเรืของการท่องจำอาขยาน เป็นสิ่งที่นักเรียนชอบอีกแล้วครับ สิ่งต้องเตรียมอะไรบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ คือใบงานค่ะ เรื่องการถอดคำประพันธ์ค่ะวรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะซึ่งข้อมูลนะคะ นักเรียนสามารถดาวน์โหลดได้ที่www.dltv.ac.th ค่ะในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมวันนี้ครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ(คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]