--- title: ฝึก PE (DLTV ห้อง 4472) ๖ การอธิบายคุณค่าของเรื่อง ๒๙ มิ.ย. ๖๔ (มีใบงาน) นาโน subtitle: date: วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 14.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและก็นักเรียนปลายทางของครูทุกคนนะครับ เรามาพบกันในชั่วโมงวิชาภาษาไทย กับคุณครูปรเมษฐและครูคณิตานะครับ วันนี้เราก็จะมาศึกษาเรื่องการอธิบายคุณค่าของเรื่องนะครับ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปศึกษากันเลยนะครับ เด็ก ๆ มาอ่านบทเสภาน่าสนุกกันเป็นกิจกรรมนะครับ เดี๋ยวเราอ่านไปพร้อม ๆ กันกับครูเลยนะครับ เดี๋ยวเราช่วยเด็ก ๆ อ่านนะครับ พร้อม ๆ กัน 1, 2, 3 แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว แม่วันทองของลูกจงกลับบ้าน เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว จะก้มหน้าลาไปมิได้กลัว แม่อย่ามัวหมองนักจงหักใจ เดี๋ยวเรามาถามคำถามกันดีกว่า จากการที่นักเรียนนั้นได้อ่านบทเสภาดังกล่าว นักเรียนรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับบทเสภา ลองตอบคำถาม เป็นการแสดงความคิดเห็นนะ แล้วคุณครูคณิตารู้สึกอย่างไรครับ เมื่อได้อ่านบทเสภาบทนี้ (คุณครูคณิตา) รู้สึกซาบซึ้งค่ะ แล้วก็รู้สึกคิดถึงแม่มากเลยค่ะ ทำให้เรานี่ รับรู้ความรักของแม่ที่มีต่อลูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่เลยครับ นักเรียนคิดว่าจากบทเสภานี่ที่ เราอ่านเมื่อสักครู่นี้เกิดจากสิ่งใด ทำไมถึงมีความไพเราะล่ะ เป็นบทหลักในการท่องอาขยานเลยนะ บทนี้นะครับ มีความไพเราะเพราะอะไรนะ นักเรียนลองแสดงความคิดเห็นนะครับ ครูคณิตามีความคิดเห็นว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ มีความไพเราะ อาจจะมีการใช้คำที่เข้าใจง่ายค่ะ แล้วก็มีคำคล้องจอง แล้วก็มีการเล่นคำซ้ำนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีการใส่อารมณ์ ความรู้สึกของแม่ที่มีต่อลูก มันจึงทราบซึ้งกินใจนะครับ ในบทนี้นะครับ ไปต่อกันดีกว่า วรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามนะครับนักเรียน นอกจากที่จะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินในเรื่องแล้ว ยังมีคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน คราวนี้ นักเรียนเป็นผู้อ่าน ก็จะต้องสามารถอธิบายคุณค่าของวรรณคดีเรื่องนี้ได้นั่นเองนะครับ เราต้องไปรู้จุดประสงค์กันก่อน ข้อที่ 1 ว่าอย่างไรครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ในการเรียนรู้ในวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกหลักการอธิบายคุณค่าของวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2. ก็คือ ธิบายคุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ได้ค่ะ 3. ก็คือเห็นประโยชน์จากข้อคิด และสามารถนำไปปรับใช้ในประจำวันค่ะ นี่ก็คือสิ่งที่หนู ๆ ทุกคนต้องสามารถปฏิบัติได้ในรายวิชาภาษาไทยชั่วไปดูหลักการอธิบายคุณค่ากันก่อนเลยนะครับ วันนี้เราไม่ต้องศึกษาใบความรู้ เพราะเราเรียนเรื่องการอธิบายคุณค่า ถ้าให้ตอบตอนนี้เลยมีกี่ข้อ ถามก่อน การวิเคราะห์วรรณกรรมหรือวรรณคดีวรรณกรรมมีกี่ข้อ ถามแค่นี้ครับ มีกี่ข้อใช่ครับ มี 4 ข้อ เดี๋ยวไปดูกันเลยนะครับ หลักการอธิบายคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมนะครับนะครับ เป็นการสรุปความรู้ของตัวเองนะครับ ข้อที่ 1 คือ คุณค่าด้าน (คุณครูคณิตา) คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ 2. คือ คุณค่าด้านเนื้อหา 3. คือ (คุณครูคณิตา) คุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 4 คือ คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องที่อ่าน ไปใช้ในการดำเนินชีวิต พูดง่าย ๆ แนวคิดหรือข้อคิดนั่นเองนะครับ ในข้อที่ 4 นี้ ไปศึกษากันทีละข้อเลย คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ คือ ความงาม ความไพเราะของบทประพันธ์ค่ะ ซึ่งเกิดจากการเลือกใช้คำ แล้วก็สำนวนที่ได้รสนะคะ ความหมายลึกซึ้งกินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น การเล่นเสียง เล่นคำซ้ำนะครับ การใช้ภาพพจน์ โวหารต่าง ๆ นะครับ ที่นำมาใช้ ก่อให้เกิดคุณค่าด้านวรรณศิลป์นะครับนักเรียน ข้อที่ 2 ด้านเนื้อหา เนื้อหานี่ ก็เป็นคุณค่าด้านเนื้อหาที่ผู้อ่านจะได้รับ อาจจะเป็นความรู้หรือข้อคิดก็ได้ ซึ่งคุณค่าด้านเนื้อหานี่นะครับ กวีหรือผู้ประพันธ์แทรกไว้ทุกการประพันธ์ เพื่อที่จะให้เรารู้ถึงสาระเนื้อหา ในการอ่านนั่นเองครับ ข้อที่ 3 คืออะไรครับคุณครู (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 3 คือการสะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมค่ะ ก็จะเป็นการสะท้อนสภาพสังคมของแต่ละยุคและสมัยค่ะ ว่ามีวิถีชีวิต ความเชื่อ หรือค่านิยมต่าง ๆ นี่เป็นเช่นไร (คุณครูปรเมษฐ) ด้านสุดท้าย ก็คือคุณค่าที่ได้รับจากเรื่องที่อ่านไปใช้ในการดำเนินชีวิตนั่นเองนะครับ ก็คือการนำความรู้ แนวคิด หรือบทสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏในวรรณดคี เรานำไปสังเคราะห์เพื่อปรับใช้ในชีวิตของเรานั่นเองนะครับ อันนี้คือ 4 คุณค่า ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การอธิบายคุณค่า เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันดีกว่า กิจกรรมนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา) เปิดหีบสมบัติวรรณคดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราจะไปเปิดหีบสมบัติกันนะครับ พอเปิดหีบสมบัติขึ้นมานี่ ก็จะมีสมบัติ ก็คือถ้อยคำอันไพเราะ จากวรรณดคี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม นั้นได้วิเคราะห์คุณค่าที่ปรากฏขึ้นนั่นเองนะครับ เดี๋ยวข้อที่ 1 ครูกับคุณครูคณิตาจะช่วยก่อน แล้วข้อที่ 2 ครูจะเรียกให้นักเรียนตอบนะครับ ไปศึกษากันเลยนะครับ หีบเปิดแล้ว อ่านพร้อม ๆ กันนะครับ ทั้งคุณครูและนักเรียน 1, 2, 3 ฝ่ายผีพรายนายขุนแผนแค้นขุนช้าง อุตส่าห์ง้างขอนใหญ่ให้เขยื้อน แล้วเป่าแก้แผลหายละลายเลือน เจ้าพลายเคลื่อนคลายฟื้นเหมือนตื่นนอน เรามาวิเคราะห์กันเลยเด็ก ๆ ครับ น่าจะเป็นคุณค่าด้านไหนครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เอ๊ นักเรียนคะ ตอบคุณครูได้ไหมคะ คำตอบอยู่บนกระดานเรียบร้อยแล้วค่ะ อะไรเอ่ย ฝ่ายผีพราย เพราะฉะนั้นนี่ มันจะต้องเป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผีนั่นเองนะครับ คนไทยในมัยโบราณนี่ มีความเชื่อเรื่องผีมาโดยตลอด จะเห็นว่ามีการเซ่นไหว้ผีมาตั้งแต่โบราณแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น สะท้อนให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมในสมัยนั้นเลยนะครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันยังมีอยู่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังมีอยู่ครับ อย่างเช่น นักเรียน การที่เราไหว้บรรพบุรุษทุกปีทุกปีน่ะ ก็คือการไหว้ผีนะ ใช่ไหมนั่นล่ะ คือ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผีที่เราปฏิบัติสืบต่อกันมานะครับ ต่อไปเป็นนักเรียน ให้คุณครูคณิคาสุ่มเลือกเลย (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เลขที่... เลขที่ก่อนสุดท้ายค่ะ ให้ยกมือขึ้นค่ะขอเป็นฝ่ายผู้หญิงก่อนแล้วกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เลขที่สุดท้ายฝ่ายผู้หญิง รู้ตัวแล้วลุกขึ้นยืนนะครับ เตรียมตัวตอบคำถาม ครูให้ข้อละ ข้อละ 20 วินาที สมบัติ 1 ข้อนี่ คือ 20 วินาที แล้วก็ตอบเลย พร้อมแล้ว 1, 2, 3 อ่านเลยครับ ดูครึ้มครึกพฤกษาป่าสงัด ไม่แกว่งกวัดก้านกิ่งประวิงไหว จังหรีดร้องก้องเสียงเคียงเรไร ทั้งลองไนเรื่อยแร่แวแววับ เอาล่ะครับนักเรียน ที่คุณครูคณิตาได้เลือกไปนะครับ ตอบว่าเป็นคุณค่าด้านไหนครับ ไปดูกันเลยดีกว่านะครับ คุณค่าด้านเนื้อหา ถูกต้องไหมครับ เป็นคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างไรไปดู สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ จะเห็นได้จากสัตว์ต่าง ๆ ปรากฏในบทประพันธ์ที่มีความสำคัญกับชีวิตของมนุษย์นั่นเองนะครับ เมื่อกี้เป็นผู้หญิงใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กผู้ชายที่นั่งใกล้จอโทรทัศน์ที่ดูครู ณ ขณะนี้มากที่สุด ยืนขึ้นครับ เตรียมตัวตอบคำถามข้อถัดไปพร้อมนะครับ 1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) จึงเย็บไถ้ใส่ขนมกับส้มลิ้ม ทั้งแช่อิ่มจันอับลูกพลับหวาน แหวนราคาห้าชั่งทองบานตะพาน ล้วนต้องการเก็บใส่ในไถ้น้อย เอาล่ะค่ะ นักเรียนคิดว่าเป็นคุณค่าประเภทใดคะ นักเรียนตอบแล้วใช่ไหมคะ ถ้าตอบแล้วเรามาเฉลยกันดีกว่าค่ะ เป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงเป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมค่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตค่ะ เอ๊ คุณครูปรเมษฐคะ ในบทเสภาเมื่อสักครู่นี้เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการสะท้อนถึงการดำรงชีพของคนโบราณใช่ไหมครับ ไถ้ก็คือถุงใช่ไหมครับ ส้มลิ้ม ก็คือถูกต้องครับ มะม่วงกวน จันอับคือน้ำตาลที่แข็ง ๆ ใช้ในไหว้ตรุษจีนต่าง ๆ นั่นคือขนมจันอับ แล้วก็ทองบางตะพานนี่ถือว่าเป็นสิ่งของที่มีค่าในสมัยโบราณนะครับ ก็คือการดำรงชีวิตว่าคนเรานี่ ต้องกินต้องอยู่ แล้วก็จะต้องพบกับอาหารต่าง ๆ เหล่านี่ แล้วก็ให้เห็นค่านิยมของคนในสมัยนั้นด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วอีกอย่างหนึ่งนะคะ ก็เป็นการสะท้อนว่า การที่เราก็จะต้อง... ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร หรือด้านเงินทอง เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับครูคณิตา ครูคณิตาเลือกให้ด้วยครับ นักเรียนคนต่อไป เป็นผู้ชายค่ะ ที่นั่งห่างจากจอโทรทัศน์มากที่สุดค่ะ ลุกขึ้นยืนเลยค่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ พอจวนครบพบฝูงจิ้งจอกน้อย วิ่งร่อยร่อยตามเขาแล้วเห่าหอน แสยงเส้นโลมาให้อาวรณ์ ถึงดงดอนแดนบ้านกาญจน์บุรี เอาล่ะครับนักเรียนที่ครูคณิตาได้เลือก ก็น่าจะตอบคำถามว่าเป็นคุณค่าด้านใดแล้วนะครับ เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์บทเสภานี้ก่อนนะครับ เอ๊ แสยงเส้นโลมาคืออะไรล่ะครับ เส้นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เส้นขนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เส้นขนนั่นเอง เวลาเรากลัวขนเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ขนลุกหรือเปล่าคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ขนลุกขนพองเลยนะ แล้วมีอยู่คำหนึ่งที่ครูได้อ่าน ครูไม่ได้ออกเสียงว่ากาญจนบุรี นักเรียนสงสัยไหมครับเช่นนั้น ทำไมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพราะว่ามีตัวอะไรอยู่คะ มีตัวทัณฑฆาต ตัวการัน มีไม้ฑันตฆาตออกเสียงนะครับ เป็นหลักภาษาไทยที่นักเรียนจะต้องรู้นะครับ เฉลยเลยดีกว่านะครับ เป็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์ บ่งบอกวรรณศิลป์อย่างไร มันสะท้อนอารมณ์ที่หวาดหวั่นพลั่นพลึง อารมณ์ที่เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) หวาดกลัว (คุณครูปรเมษฐ) หวาดกลัวเดี๋ยวเลือกให้ครูคณิตา เมื่อกูผู้ชายใช่ไหมครับ (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ต้องเป็นนักเรียนหญิงครับ นักเรียนหญิงที่นั่งใกล้กับครูผู้สอนมากที่สุด ยืนขึ้นครับ เตรียมตัวตอบคำถาม 1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) มะยมใหญ่ในบ้านกินหวานนัก กูไปลักบ่อยบ่อยแกคอยจับ พอฉวยได้อ้ายขิกหยิกเสียยับ ร้ายเหมือนกับผีเสื้อแกเหลือตัว เอาล่ะค่ะ นักเรียนตอบถูกหรือเปล่าคะ ว่าเป็นคุณค่าทางด้านใด คุณค่าทางด้านเนื้อหาวรรณศิลป์ คุณค่าทางด้านวัฒนธรรม หรือจะเป็นคุณค่าทางด้านอื่น ๆ นักเรียนตอบหรือยังคะ ใช่ไหมคะ เอ๊ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูสงสัยว่าพอฉวยได้อ้ายขิกหยิกเสียยับนี่ หมายความว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ อ้ายขิกหรือครับ ต้องถามเด็กผู้ชายนะครับ เขาจะรู้ดีนี่ พอจับเด็กที่มาขโมยมะยมได้ บิดอ้ายขิก ครูให้นักเรียนตามหาเองดีกว่า ว่าอ้ายควิกที่ว่านี่คืออะไร ร้ายเหมือนกับผีเสื้อแกเหลือตัว ผีเสื้อนี่ เปรียบเสมือนยักษ์เปรียบเทียบยายทองประศรีนี่เหมือนยักษ์เลยนะครับ มันแสดงถึงอารมณ์อะไรครับ (คุณครูคณิตา) อารมณ์ดุร้ายหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูดีกว่าให้คุณครูคณิตาเฉลยครับ เป็นคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ค่ะ เอ๊ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าเป็นคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์อย่างไรคะ คุณครูปรเมษฐกดตอบแล้วนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เป็นการสะท้อนอารมณ์ขันค่ะ แต่เอ๊ บทนี้สะท้อนอารมณ์ขันอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เวลาอ่านนะครับ มันมีคำที่แสดงถึงอารมณ์ขัน สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ขันของผู้ที่ประพันธ์บทเสภานี้ ขึ้นมานั่นเองนะครับ ข้อต่อไปครับครูคณิตาเลือกนักเรียนเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตอบพร้อม ๆ กันดีไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ ๆ ใช้วิธีการยกมือตอบ 1, 2, 3 (คุณครูปรเมษฐ) เสียแรงลูกผูกใจจะได้พึ่ง พ่อโกรธขึ้งสิ่งไรเป็นใหญ่หลวง โอ้มีพ่อก็ไม่เหมือนเพื่อนทั้งปวง มีแต่ลวงลูกรักไปหักคอ เอาล่ะครับนักเรียนเชื่อว่าต้องตอบกันได้แล้ว เพราะว่านี่เป็นการช่วยเหลือกันในห้องนะครับ ต้องช่วยกันตอบ มาพูดถึงบทเสภานี้ก่อนนะครับ น่าจะเป็นการพูดถึงใคร พลายงามพูดถึงใคร เป็นการรำพึงรำพันของพลายงาม โอ้มีพ่อก็ไม่เหมือนเพื่อนทั้งปวง มีแต่ลวงลูกรักไปหักคอ น่าจะเปรียบถึง (คุณครูคณิตา) ขุนช้างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ขุนช้างนั่นเองนะ ไม่เหมือนเพื่อนมี ถ้าเป็นพ่อคนอื่นนี่ พาลูกไปชมนกชมไม้ แต่ขุนช้างนี่หลอกครับ หลอกให้ไปชมนกชมไม้ แล้วก็จัดการฆ่า มันสะท้อนคุณค่าด้านใด ดูสิว่าถูกหรือเปล่า เฉลยครับ เป็นคุณค่าทางเนื้อหานะครับ สะท้อนให้เห็นเด็กถูกคนใกล้ชิดในครอบครัวทำร้ายนั่นเองนะครับ คุณครูคณิตาจะอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ปัญหานี้นะคะ ในปัจจุบันนี่เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมเลยนะครับ เพราะฉะนัั้น เวลาที่เราพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือว่าเด็กที่ถูกทำร้ายนี่ เราจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพราะว่าบุคคลเหล่านั้นไม่สมควรที่จะถูกทำร้ายค่ะ ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับนักเรียน 9 ขวบนะนักเรียน อายุน้อยกว่านักเรียนอีกนะ อายุนี่น้อยกว่านักเรียน ป. 6 ด้วยซ้ำ ถูกทำร้าย ก็เป็นความน่าสงสารของพลายงามนะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาศึกษาใบงานกันดีกว่าค่ะ เอ๊ ใบงานนี้นี่ เป็นใบงานเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเรื่องที่นักเรียนนั้น ได้แสดงความคิด วิเคราะห์ อธิบายคุณค่าจากเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงามมา 5 ข้อ ครูยกกลอนมาให้เรียบร้อยแล้ว นักเรียนมีหน้าที่อ่าน แล้วก็อธิบายคุณค่า พร้อมทั้งบอกข้อคิดแค่นั้นเองนะครับ พร้อมที่จะลงมือทำกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว (คุณครูคณิตา) ยังค่ะครูปรเมษฐ เราลืมอะไรไปหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ลืมอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ลืมชี้แจงบทบาทของนักเรียนและคุณครูปลายทาง มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ ก็คือให้นักเรียนนะคะระดมความคิด เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงามค่ะ และสรุปคุณค่าและแนวคิดที่ได้นะคะ ลงไปในใบงาน เรื่อง ขุนช้างขุนแผนค่ะ ต่อมาเป็นของคุณครูปลายทางค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับคุณครูปลายทางนะครับ ก็ให้นักเรียนเข้าร่วมกระบวนการที่เคยได้บอกไว้นะครับ 2. ก็คือแนะนำนักเรียนในการทำกิจกรรมนะครับ อธิบายเพิ่มเติมเสริมความเข้าใจ ให้นักเรียนนั้นได้ดำเนินกิจกรรมอย่างมีความสุข ถ้าพร้อมแล้ว คราวนี้ลงมือได้หรือยังครับ (คุณครูคณิตา) ให้เวลากี่นาทีคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลาทำ 5 ข้อ ข้อละ 2 นาที เป็น 10 นาที ลงมือปฏิบัติได้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียนที่รักทุกคนครับ ได้เวลาที่เราจะมาเฉลยใบงานกันแล้วนะครับ ไปดูกันเลยนะครับ มาเฉลยทีละข้อ ข้อที่ 1 อ่านพร้อม ๆ กันครับ (คุณครูคณิตา) คิ้วกระเหม่นเป็นลางแต่กลางวันให้หวั่นหวั่นหวิวหวิวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนตอบว่าเป็นคุณค่าด้านใด (คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1 2 3 เป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมนะครับ เดี๋ยวครูจะอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังนะครับ คำว่า "คิ้วกระเหม่น" คุณครูคณิตาลองสาธิตให้นักเรียน ดูคิ้วกระเหม่นคือคิ้วแบบไหนครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ทำไม่เป็นค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คิ้วมันจะยักเองนะครับ มันจะกระตุกเอง คนโบราณจะมีความเชื่อว่าอาจจะเกิดเหตุร้ายหรือเหตุที่ไม่ดี เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเป็นคุณค่าด้านสังคม สะท้อนให้เห็นถึงความ ถูกต้องครับถูกกันหรือเปล่า ข้อที 2 (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวอย่าเพิ่งข้อที่ 2 เลยค่ะ เรามาคุยกันก่อนค่ะ คุณค่าทางด้านความเชื่อใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แต่ว่าคิ้วกระเหม่นหรือว่าตากระตุกนี่ เป็นอาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อค่ะ ฉะนั้นนี่ นักเรียนสามารถที่จะเชื่อได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อทางไทยหรืออาจจะเป็นความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ค่ะ ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ก็คือให้ใช้วิจารณญาณนั่นเองนะครับ ต่อไปกันดีกว่าครูคณิตาเด็ก ๆ รอแล้ว อีกข้อหนึ่ง จะบนหมูสุราร่ำว่าครบ ขอให้พบลูกตัวทูนหัวเอ๋ย มีคำว่า "บน" ถูกต้องครับ เป็นคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมนะครับ อธิบายเพิ่มเติมนะครับคำว่า "บน" นี่ แสดงให้เห็นถึงเรื่องการไหว้หรือขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ หากได้สิ่งของตามประสงค์ ก็จะนำของที่เราบนไว้ไปถวาย เพื่อเป็นการแก้สินบาทขาดสินบนนะครับ ซึ่งเป็นความเชื่ออยู่ทุกวันนี้นะครับ คุณครูคณิตาผมขอถามอะไรหน่อยนะครับ ครูคณิตาเคยบนบานศาลกล่าวไหมครับ (คุณครูคณิตา) เคยค่ะ ก็คือคุณครูนี่ได้ทำของหายค่ะของหาย ก็อาจจะมีการบนบานศาลกล่าวนะคะ ถ้าหากว่าเจอนี่ก็จะนำสิ่งของประมาณว่าจะเป็นส้ม หรือหัวหมู หรือว่าอาจจะเป็นสิ่งของต่าง ๆ นะคะ เอาไปถวายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าถ้านางวันทองพบลูกนี่ ก็จะต้องนำอะไรไปถวายบ้าง เด็ก ๆ ตอบสิ 1. คือ ถูกต้องครับ 1. คือ หมู 2. เหล้านั่นเองนะครับ นำไปถวายกับเจ้าป่าเจ้าเขา ที่นางวันทองได้ไปบนบานนะครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ คุณครูปรเมษฐคะ ในสมัยปัจจุบันนี่ยังมีอยู่ไหมคะ เพราะคุณครูคณิตานี่เคยอ่านข่าวนะคะ เวลาจะทำพิธีคนหายในป่าน่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ก็จะมีการจุดธูปใช่ไหมคะแล้วก็นำสิ่งของต่าง ๆ ไป รวมถึงสุรา แสดงว่าเป็นความเชื่อจากในสมัยโบราณใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ สุรานี่เป็นของที่คู่กับชาติไทยมาอย่างยาวนาน เขาบอกว่าเหล้านี่เป็นน้ำชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความใจดีนะ แล้วคนโบราณนี่ที่เป็นเพศชายก็จะเป็นผู้นำใช่ไหมครับ แล้วผู้นำนี่ก็เจ้าพ่อเจ้าอะไรต่าง ๆ ตามหมู่บ้านนักเรียนน่ะ เวลานักเรียนจะไปไหว้หรือไปบนนี่ จะนำเหล้าไปถวายนะครับ มันเรียกว่า "เป็นน้ำแห่งความใจดี" เหล้านี่ก็เลยใช่กันมาอย่างยาวนานครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐบอกว่าเป็นน้ำใจดี เด็ก ๆ นักเรียนนี่ควรที่จะรับประทานหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกคำหนึ่ง คือ น้ำเปลี่ยนนิสัย สุรานี่ ถ้าทานหรือดื่มเข้าไปนี่ ก็ทำให้นิสัยเปลี่ยน อย่างเช่น ขุนช้างก็เมา ลวงพลายงามไปฆ่า นั่นก็คือน้ำเปลี่ยนนิสัย จากอีกคนเป็นอีกคนเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ก็จะต้องเลือกที่บริโภคข้อมูลที่ดี (คุณครูคณิตา) ค่ะ รวมถึงการบริโภคสิ่งต่าง ๆ เข้าไป เราบริโภคมากจนเกินไป หรืออายุยังไม่ถึงนี่ ไม่ควรที่จะลองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป ข้อต่อไปครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาอ่านให้ฟัง (คุณครูคณิตา) แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ตอบว่าเป็นคุณค่าด้าน (คุณครูคณิตา) ด้านใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อหา เป็นเนื้อหาด้านใด ไปดูกันเลยดีกว่านะครับ จากบทเสภาหรือบทร้อยกรองดังกล่าวนะครับ แสดงให้เห็นความรักของ (คุณครูคณิตา) ของแม่ที่มีต่อลูกค่ะ เป็นความรักที่บริสุทธิ์นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นความรักที่บริสุทธิ์ ซึ่งเขาบอกว่าตัดไม่ขาด ระหว่างความรักของแม่กับลูกนะครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ต้องมีความรักและกตัญญูต่อบุพการีชน เป็นคุณธรรมที่นักเรียนควรที่จะปฏิบัตินะครับ จากการเรียน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน นะครับ เอาอย่างพลายงาม พลายงามเป็นเด็กที่น่ารักครับ ต่อไป พ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัย จนเติบใหญ่ยิ่งยวดได้บวชเรียน เฉลยเลย เป็นคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม เป็นอย่างไร ไปดูกันครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะคำว่า "บวชเรียน" แสดงให้เห็นว่าลูกผู้ชายในสมัยโบราณค่ะ ได้รับการศึกษามากกว่าผู้หญิงค่ะ ซึ่งนั่นก็คือมีโอกาสได้บวชเรียนค่ะ และศึกษาในวัดนะคะ ซึ่งผู้สอนนี่คือใครคะ ผู้สอนคือใครคะ พระสงฆ์นั่นเองค่ะ ส่วนผู้หญิงในสมัยก่อนไม่ได้เรียนหนังสือนะคะ ค่านิยมของผู้หญิงสมัยก่อน คือ การเป็นแม่บ้านแม่เรือนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าพูดถึงตรงนี้ครับ ครูคณิตาขยายความที่เราให้นักเรียนคัดลายมือ มีอยู่คำกลอนหนึ่งที่คุณครูคณิตาถามผม จำได้หรือไม่ (คุณครูคณิตา) จำได้สิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ลองท่องพร้อม ๆ กับนักเรียนสิครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำได้หรือเปล่า ลูกอะไรคะ ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอต (คุณครูปรเมษฐ) ส่าห์ทำสม่ำเสมียน นะครับ (ก็เป็นบทที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เช่นเดียวกันอยู่ในช่วงตอนนี้ล่ะครับ ลูกผู้ชายเรียนเพื่อที่จะได้มีความรู้เป็นเจ้าคนนายคน อันเป็นความเชื่อ ค่านิยมของคนโบราณนะครับ ข้อต่อไป หมดหรือยังนี่ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคิดว่าหมดหรือยังคะ ยังไม่หมดเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้น่าจะให้เด็ก ๆ อ่านกันบ้างนะ หรือว่าเราช่วยกันอ่านดี (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ อ่านไปพร้อม ๆ กับพวกเราดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวให้นักเรียนหญิง อ่านกับคุณครูคณิตา นักเรียนชายรอนะครับ เริ่ม (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนผู้หญิงอ่านบทแรกนะคะ ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำาอำลาด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา (คุณครูปรเมษฐ) เหลียวหลังยังเห็นแม่แลเขม้น แม่ก็เห็นลูกน้อยละห้อยหา แต่เหลียวเหลียวเลี้ยววับวิญญาณ์ โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง จากน้ำเสียงของครูและนักเรียน รวมถึงครูคณิตาและนักเรียนหญิงมันแสดงให้เห็นในความอะไร สะอื้นร่ำไห้ ความโศกเศร้า ตอนที่พลายงามกับนางวันทองจะต้องลาจากกัน ได้คุณค่าด้านไหน เป็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์นะครับ นักเรียนอาจจะไม่ได้ตอบตรงนี้ก็ได้ เพราะว่าเนื้อหาก็ได้ แนวคิดก็ได้นะครับ ครูนำเสนอในประเด็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์แล้วกัน การใช้คำในบทเสภานี้นะครับ ไพเราะมากครับ เช่นคำสัมผัสพยัญชนะ เช่น คำว่า พัน-ผูก-เพียง, อำลา-อาลัย, เหลียว-หลัง, เลี้ยว-ลับ, วับ-วิญญาณ์ ปรากฏการใช้คำซ้ำแล้วก็มีคำซ้ำ การเล่นคำซ้ำนี่ เป็นอรรถรสในด้านวรรณศิลป์ อย่างเช่น เหลียว-เหลียว และไม่ใช่แค่นั้น ยังแฝงข้อคิดที่เด็ก ๆ สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ด้วย นี่คือบทเสภาไว้นะคะ ว่านักเรียนคะ ในแต่ละบทนี่ไม่จำเป็นนะคะ ว่าจะต้องมีคุณค่าด้านเนื้อหาด้านเดียวเท่านั้นค่ะ เราสามารถที่จะถอดออกมาเป็นคุณค่าทางเนื้อหาต่าง ๆได้มากมายนะคะ ขึ้นอยู่กับความคิดวิเคราะห์แต่ละบุคคลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ คุณค่าจากวรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน นะครับ อันนี้เป็นที่ครูและครูคณิตาสรุปมาให้นักเรียนนะครับ เขาบอกว่าวรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน นี่ สะท้อนให้เห็นการใช้ชีวิตโบราณ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิต อย่างเช่น เด็กนิยมไว้ผมจุก ใครครับที่ไว้ผมจุกในเรื่องนี้ (คุณครูคณิตา) พลายงามนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความเชื่อเรื่องผีนะครับ อย่างเช่น ผีพราย (คุณครูปรเมษฐ) มาช่วยพลายงาม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมอตำแยมาทำคลอดตอนที่นางวันทองกำเนิดหรือคลอดพลายงาม ต้องวิ่งวุ่นวายตามหมอตำแยมา เอ๊ คุณครูคณิตาครับ คุณครูคณิตา... คุณแม่คุณครูคณิตาใช้หมอตำแยในการทำคลอด หรือว่าไปคลอดโรงพยาบาลครับ (คุณครูคณิตา) ใช้แพทย์ปัจจุบัน (คุณครูปรเมษฐ) นึกว่าคุณครูคณิตามีประสบการณ์การที่คลอดด้วยหมอตำแยนี่ เป็นการคลอดด้วย... ให้นักเรียนกลับไปค้นหาที ว่าการคลอดโดยหมอตำแยนี่ มีวิธีการอย่างไร ต่อไป การเล่นของเด็ก รู้จักไม้หึ่งไหม พลายงามนี่ เล่นไม้หึ่ง จะเจอนะครับ ต่อไปครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อไปก็จะเป็นการนุ่งผ้าโจงกระเบนค่ะ จะเห็นได้ลักษณะการแต่งตัวใช่ไหมคะ จะมีการนุ่งโจงกระเบนนะคะ ซึ่งเป็นการแสดงการแต่งกายของคนในยุคนนั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่แค่ผู้หญิงนะ ผู้ชายก็นุ่งโจงกระเบน สมัยนั้นยังไม่มีการนุ่งซิ่นหรือนุ่งผ้าถุงนะ เหมือนกันทั้งหญิงและชายนะครับมีการแต่งแบบรัดอก ถ้าผู้ชายก็จะใส่เสื้อคอปิดแขนยาว หรือชุดราชประแตนนะครับ การเดินทาง การเดินทางตอนที่พลายงามจะต้องเดินทางไปกาญจนบุรี (คุณครูคณิตา) การเดินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปโดยการเดินนะนักเรียนเดิน ณ ที่นี้ คือ เดินผ่านทางเกวียน เอ๊ะ เกวียนเป็นอย่างไร เกวียนคือภาชนะในการที่ใช้บรรทุกข้าวของ ใช้ควายในการเดินทางตรงไหน เกวียนผ่านตรงไหน ดินจะแข็ง หญ้าจะตาย กลายเป็นทาง นี่คือคำจำกัดความของทางเกวียน คราวนี้ เมื่อตรงนั้นเป็นทางแล้ว นักเรียนครับ ลองไปถามที่บ้านปู่ย่าตายายดูนะครับ ว่า เอ๊ บ้านเรามีทางเกวียนหรือไม่ แล้วเดี๋ยวนักเรียนจะได้คำตอบนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรื่องการมีคู่ครองค่ะ เป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องการมีคู่ครองในสมัยโบราณ จะเห็นว่าผู้ชายจะมีภรรยาได้หลายคนนะครับ ซึ่งสมัยนี้ถ้าเกิดผู้ชายมีภรรยาหลายคนนี่ คุณครูคณิตาคิดว่าดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ดีค่ะ เพราะอาจเกิดปัญหาฟ้องร้องขึ้นได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วคุณครูคณิตาไม่คิดในประเด็นที่ว่าอยู่ช่วยเหลือกันทำมาหากินแบบคนโบราณหรือครับ (คุณครูคณิตา) มันขึ้นอยู่กับวิธีการคิดค่ะ แล้วก็ค่านิยมในสมัยปัจจุบันนะคะนี่ เราไม่สามารถที่จะตัดสินได้นะคะ ว่าในอดีตและในปัจจุบันนี่อย่างไรดีอย่างไรไม่ดี เราไม่สามารถที่จะตัดสินได้ค่ะ เพราะว่าบริบทในสังคมไม่เหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าสมัยโบราณนี่ ผู้ชายที่มีภรรยามากนี่ คือ ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล ผมอยากจะย้อนกลับไปในสมัยนั้นจริง ๆ เลยครับ เด็ก ๆ ไปกับครูไหมครับ อีกอย่างหนึ่ง การเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็อย่างเช่น ตอนที่นางวันทองได้บนบานศาลกล่าวกับเจ้าป่าเจ้าเจ้าเขา ให้เจอกับพลายงาม เป็นต้นนะครับ อีกสักประเด็นหนึ่งนะครับ ข้อคิดที่เราได้จากขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพรายงาม นะครับ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างไรคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว นักเรียนคิดว่าเด็กวัย 9 ขวบ สามารถที่จะเดินทางนี่ จากสุพรรณบุรีไปกาญจนบุรีได้หรือไหมคะ ถ้าเขามีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ฉะนั้นนี่ สิ่งนี้นะคะนักเรียนสามารถนำไปใช้ได้ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวนะคะ ในการที่จะกระทำสิ่งใด แต่จะต้องมีความกล้าหาญไปในทางที่ถูกต้องด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับคุณครูคณิตาครับ ต่อไปครับ เป็นความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูก เช่น ระหว่างพลายงามกับนางวันทองนะครับ นักเรียนก็จะต้องรักมารดาให้มาก ๆ ต้องรักแม่ เคารพแม่ เชื่อฟังแม่ แล้วก็ต้องเชื่อฟังครูด้วยเพราะครูนี่ คือ พ่อแม่คนที่ 2 นะครับนักเรียน ต่อไป (คุณครูคณิตา) เกิดเป็นชายต้องบวชเรียน เพราะอะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ความเชื่อในทางโบราณ เมื่ออายุครบ 20 ปี เพศชายจะต้องบวชเรียนในร่มผ้ากาสวพัตร ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อที่จะไปศึกษาธรรม เพื่อที่จะนำมาเผยแพร่กับผู้อื่นนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) การไม่ละเมิดสิทธิและทำร้ายผู้อื่นค่ะ นักเรียนจะเห็นได้อย่างชัดเจนค่ะ ก็คือขุนช้างค่ะ ทำร้ายพรายงามนั่นเองค่ะ การทำร้ายร่างกายของผู้อื่นนะคะ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิค่ะ ละเมิดสิทธิและเสรีภาพทางร่างกาย ฉะนั้นนี่ ไม่ว่านักเรียนนะคะ การที่นักเรียนนี่ ไปรังแก หรือว่าไปทำร้ายผู้อื่น แม้ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนา ก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิค่ะ เพราะว่าร่างกายของคนเรานี่ มีสิทธิ์เฉพาะของตัวเราใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ วรรณคดีทุกเรื่อง ย่อมสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตคนในนยุคนั้น ๆ นะครับ คำถามอีกข้อหนึ่งนะครับ เราสามารถนำแนวคิด จากเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม ไปปรับใช้ในชีวติประจำวันได้อย่างไร อันนี้คุณครูฝากนำกลับไปทบทวนกับตัวเอง แล้วตอบกับตัวเองครับ ว่านักเรียนนั้น สามารถนำแนวคิดไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนเขียนโจทย์ลงไปในสมุดดีไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ จดเลยคร (คุณครูคณิตา) หมายถึงว่าให้เด็ก ๆ น่ะค่ะ ว่าวันนี้เรานำเรื่องนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ไม่จำเป็นที่จะต้องคัดลอกโจทย์ทั้งหมดค่ะ เพราะว่าคุณครูสอนเกี่ยวกับเรื่องจับใจความไปแล้วนะคะ บทเรียนครั้งต่อไปคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะเรียนกันในเรื่องของการท่องจำอาขยาน เป็นสิ่งที่นักเรียนชอบอีกแล้วครับ สิ่งต้องเตรียมอะไรบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ คือ ใบงานค่ะ เรื่องการถอดคำประพันธ์ ค่ะ หนังสือวรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ซึ่งข้อมูลนะคะ นักเรียนสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]