﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,006 --> 00:00:08,006

3
00:00:08,009 --> 00:00:12,009

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010

5
00:00:16,014 --> 00:00:20,014

6
00:00:20,017 --> 00:00:24,017

7
00:00:24,019 --> 00:00:28,019

8
00:00:28,021 --> 00:00:32,021

9
00:00:32,022 --> 00:00:36,022

10
00:00:36,024 --> 00:00:40,024

11
00:00:40,025 --> 00:00:44,025

12
00:00:44,027 --> 00:00:48,027

13
00:00:48,029 --> 00:00:52,029

14
00:00:52,031 --> 00:00:56,031

15
00:00:56,034 --> 00:01:00,034

16
00:01:00,036 --> 00:01:04,036

17
00:01:04,038 --> 00:01:08,038

18
00:01:08,040 --> 00:01:12,040

19
00:01:12,042 --> 00:01:16,042

20
00:01:16,044 --> 00:01:20,044
(พี่อี๊ด) สวัสดีค่ะ

21
00:01:20,047 --> 00:01:24,047
สวัสดีค่ะ

22
00:01:24,048 --> 00:01:28,048

23
00:01:28,050 --> 00:01:32,050

24
00:01:32,052 --> 00:01:36,052

25
00:01:36,055 --> 00:01:40,055

26
00:01:40,059 --> 00:01:44,059
ได้ยินเสียงค่ะ

27
00:01:44,061 --> 00:01:48,061
ได้ยินเสียง

28
00:01:48,063 --> 00:01:52,063
ล่ามไหมคะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ

29
00:01:52,064 --> 00:01:56,064
ล่ามพูดอยู่ค่ะ

30
00:01:56,067 --> 00:02:00,067

31
00:02:00,069 --> 00:02:04,069
ค่ะ พูดอยู่ค่ะ ได้ยินไหมคะ

32
00:02:04,071 --> 00:02:08,071
เสียงไปไหมคะ

33
00:02:08,073 --> 00:02:12,073

34
00:02:12,074 --> 00:02:16,074

35
00:02:16,077 --> 00:02:20,077

36
00:02:20,080 --> 00:02:24,080

37
00:02:24,085 --> 00:02:28,085

38
00:02:28,088 --> 00:02:32,088

39
00:02:32,089 --> 00:02:36,089

40
00:02:36,091 --> 00:02:40,091

41
00:02:40,093 --> 00:02:44,093

42
00:02:44,095 --> 00:02:48,095

43
00:02:48,097 --> 00:02:52,097

44
00:02:52,099 --> 00:02:56,099

45
00:02:56,101 --> 00:03:00,101

46
00:03:00,103 --> 00:03:04,103

47
00:03:04,105 --> 00:03:08,105

48
00:03:08,037 --> 00:03:12,037

49
00:03:12,039 --> 00:03:16,039

50
00:03:16,041 --> 00:03:20,041

51
00:03:20,043 --> 00:03:24,043

52
00:03:24,044 --> 00:03:28,044

53
00:03:28,045 --> 00:03:32,045

54
00:03:32,046 --> 00:03:36,046

55
00:03:36,047 --> 00:03:40,047

56
00:03:40,050 --> 00:03:44,050

57
00:03:44,052 --> 00:03:48,052

58
00:03:48,054 --> 00:03:52,054

59
00:03:52,058 --> 00:03:56,058

60
00:03:56,061 --> 00:04:00,061

61
00:04:00,062 --> 00:04:04,062

62
00:04:04,065 --> 00:04:08,065

63
00:04:08,067 --> 00:04:12,067

64
00:04:12,068 --> 00:04:16,068

65
00:04:16,073 --> 00:04:20,073

66
00:04:20,074 --> 00:04:24,074

67
00:04:24,076 --> 00:04:28,076

68
00:04:28,078 --> 00:04:32,078

69
00:04:32,080 --> 00:04:36,080

70
00:04:36,082 --> 00:04:40,082

71
00:04:40,084 --> 00:04:44,084
นะครับ

72
00:04:44,086 --> 00:04:48,086
ให้เรียบร้อย ผู้ชายก็ใส่เนคไทเลยนะครับ

73
00:04:48,088 --> 00:04:52,088
เดี๋ยวใครไปบ้างจะส่งรายชื่อให้นะ

74
00:04:52,089 --> 00:04:56,089
เฉพาะพวกเรานี่ล่ะ ส่วนใครที่ไม่ได้ไปไม่ต้องเสียใจนะ

75
00:04:56,090 --> 00:05:00,090
ทำไม่เอาหนูไปด้วย อย่างตี๋สั้นผมอยากไป

76
00:05:00,091 --> 00:05:04,091
ที่นั่งมันเต็มแล้วนะครับ

77
00:05:04,092 --> 00:05:08,092
ส่วนวันที่ 7 มีนาคม นะครับ 7 มีนาคม

78
00:05:08,093 --> 00:05:12,093
จะไปขอนแก่น

79
00:05:12,095 --> 00:05:16,095
จะไปโรงเรียนเอ็ม

80
00:05:16,097 --> 00:05:20,097
นะครับ จะกลับไปโรงเรียนเอ็ม จะกลับไปคุยกับ ผอ.

81
00:05:20,098 --> 00:05:24,098
ว่าจะอย่างไรนะครับ ไม่แน่อาจจะเอา

82
00:05:24,100 --> 00:05:28,100
เอ็มว่างอยู่น่ะ

83
00:05:28,101 --> 00:05:32,101
เดี๋ยวจะขอคุยกับโรงเรียนตาบอก ว่าจะอย่างไร

84
00:05:32,103 --> 00:05:36,103
ไปด้วยไหมมุก ไม่ต้องไปหรอก 2 ที่แล้ว

85
00:05:36,104 --> 00:05:40,104
เพราะว่ารู้สึกว่าเขาจะปิดแล้วนะครับ วันที่ 7 มีนาคม

86
00:05:40,107 --> 00:05:44,107
ก็ประมาณนี้นะครับ ก็เมื่อเช้า

87
00:05:44,108 --> 00:05:48,108
เพิ่งคุยกับทีมงาน TTRS

88
00:05:48,109 --> 00:05:52,109
ทางล่ามออนไลน์ว่าปีการศึกษาหน้า

89
00:05:52,111 --> 00:05:56,111
จะอย่างไรนะครับ เราจะยังเห็นพี่การ์ตูนอยู่ไหม พี่อี๊ดอยู่ไ

90
00:05:56,112 --> 00:06:00,112
ยังเห็นอยู่ไหมนะครับ ยังเหมือนเดิมนะครับ เรายังเจอกันเหมือนเดิม

91
00:06:00,112 --> 00:06:04,112
ซึ่งปีหน้าก็จะฝากถึงพี่การ์ตูน

92
00:06:04,113 --> 00:06:08,113
ด้วยว่ารุ่นที่ 5 นะครับ รุ่นที่ 5

93
00:06:08,114 --> 00:06:12,114
นะครับ ก็จะมา เรารับ 10 ก็จะใช้ระบบ

94
00:06:12,115 --> 00:06:16,115
ล่ามออนไลน์ไปเรื่อย ๆ นะครับ

95
00:06:16,115 --> 00:06:20,115
จะไม่ให้เราใช้นะครับ ซึ่งเขาก็ยังให้ใช้ตลอดนะครับ

96
00:06:20,116 --> 00:06:24,116
ถ้าเรายังมีนักศึกษาอยู่ ก็อาจารย์พ่อ

97
00:06:24,118 --> 00:06:28,118
อาจารย์แม่ก็ยังดูแลพวกเราต่อไป

98
00:06:28,120 --> 00:06:32,120
อะไรที่ในเวลาถ้าใครหิวข้าว

99
00:06:32,121 --> 00:06:36,121
ก็บอกนะ บอก ไม่ใช้ว่าให้

100
00:06:36,124 --> 00:06:40,124
คนเดียว ไม่ใช่หรอกครับ บอกได้ มุกอยากกินอะไรอย่างนี้

101
00:06:40,125 --> 00:06:44,125
นะครับ อยากกินสเต็กจระเข้

102
00:06:44,127 --> 00:06:48,127
ใช่ไหมหมูแพงต้องกินจระเข้

103
00:06:48,128 --> 00:06:52,128
แทนนะครับ ก็เดี๋ยว

104
00:06:52,129 --> 00:06:56,129
ว่าง ๆ เราค่อยว่ากันนะครับ ค่อยว่ากันอีกที ให้ COVID มันซา ๆ ลงนิดหนึ่ง

105
00:06:56,129 --> 00:07:00,129
ส่วนที่อาจารย์พ่อรับปากว่าจะพาพวกเราไปดูนอกสถานที่

106
00:07:00,131 --> 00:07:04,131
ปรากฏว่าติดต่อไปแล้ว

107
00:07:04,133 --> 00:07:08,133
เขาบอกว่า อาจารย์ ผมไม่ได้กลัวอาจารย์

108
00:07:08,134 --> 00:07:12,134
นะครับ อาจารย์บอกว่าผมไม่ได้กลัวคุณ

109
00:07:12,135 --> 00:07:16,135
แต่เขาไม่ให้เข้าจังหวัดนะครับ ผอ. นค

110
00:07:16,136 --> 00:07:20,136
ติดต่อไปแล้วเขาบอกอาจารย์เขาไม่อยากเสี่ยง

111
00:07:20,137 --> 00:07:24,137
เราไม่อยากเสี่ยง เขาก็กลัวเรา เราก็กลัวเขา

112
00:07:24,137 --> 00:07:28,137
นครพนมบ้านแฝดนะ เห็นว่าวิ่งหนักใช่ไหม

113
00:07:28,140 --> 00:07:32,140
แฝด

114
00:07:32,141 --> 00:07:36,141
แฝดอยู่หรือเปล่าแฝด

115
00:07:36,142 --> 00:07:40,142
เห็นไหม แถวบ้าน

116
00:07:40,142 --> 00:07:44,142
แถวบ้านแฝดก็เยอะใช่ไหม

117
00:07:44,144 --> 00:07:48,144
COVID เห็นแถวนาว่า นาแก

118
00:07:48,146 --> 00:07:52,146
ไปไม่ได้เลย

119
00:07:52,147 --> 00:07:56,147
ใช่ไหม เยอะนะครับ ก็จะคุยกันเรื่อย ๆ แบบนี้

120
00:07:56,148 --> 00:08:00,148
นะครับ อย่างไรโยโกะ ไม่ได้ไอ้นั่นนะ

121
00:08:00,149 --> 00:08:04,149

122
00:08:04,149 --> 00:08:08,149
โยโกะเป็นอย่างไรบ้าง

123
00:08:08,151 --> 00:08:12,151
ก็ระวังตัว จะไปไหนมาไหนนะครับ

124
00:08:12,152 --> 00:08:16,152
ถ้าไปก็ให้บอก ให้แจ้งกันนะครับ ก็เป็นห่วงพวกเราทุกคนนะครับ

125
00:08:16,153 --> 00:08:20,153
เดี๋ยวอย่างไรก็จะไปไหนมาไหน อาจารย์พ่อบกันอาจารย์แม่ก็

126
00:08:20,155 --> 00:08:24,155
จะสื่อสารเราผ่านกลุ่มไลน์ของพวกเรานะครับ ส่วนใคร

127
00:08:24,156 --> 00:08:28,156
มีอะไรจะปรึกษาก็ LINE ส่วนตัวได้

128
00:08:28,157 --> 00:08:32,157
นะครับ เพราะว่าตอนนี้เราต้องช่วยเหลือตัวเองนะครับ ต้องช่วยเหลือตัวเอง

129
00:08:32,158 --> 00:08:36,158
ป้องกันตัวเองด้วย ถ้าเกิดมีใครติดมาคนหนึ่ง ห้องเรา

130
00:08:36,159 --> 00:08:40,159
เรียบร้อยเลย เขาสั่งปิดพวกเราเลยนะครับ

131
00:08:40,161 --> 00:08:44,161
เราจะไม่ได้เจอกันเลยนะครับ เป็นเทอมนะครับ

132
00:08:44,163 --> 00:08:48,163
ก็ให้ตั้งใจนะครับ เดี๋ยวอย่างไรเพิ่งเจอวิทยากร

133
00:08:48,164 --> 00:08:52,164
ก็เดี๋ยวถ้าเกิดหลังจากเรียนจบเทอมจะมีอบรม

134
00:08:52,165 --> 00:08:56,165
นะครับ ก่อนปิดเทอมให้นะครับ ก็เรียน

135
00:08:56,167 --> 00:09:00,167
กับอาจารย์แม่ต่อเลยครับ

136
00:09:00,168 --> 00:09:04,168
(อาจารย์สุธิรา) เปิด

137
00:09:04,169 --> 00:09:08,169
โปรแกรมรอเลยนะคะ เปิด Sublime เลย

138
00:09:08,171 --> 00:09:12,171
เปิดอะไรไม่ได้ทำไม

139
00:09:12,172 --> 00:09:16,172
อัปเดตอยู่หรือ ปล่อยมันไป

140
00:09:16,173 --> 00:09:20,173
ก็ใช้เครื่อง

141
00:09:20,175 --> 00:09:24,175
ไอ้ดอมสิ เครื่องข้าง ๆ ว่าง

142
00:09:24,176 --> 00:09:28,176
ดูนะคะ สัปดาห์ก่อนน่ะ ที่เรา

143
00:09:28,178 --> 00:09:32,178
จะเอาอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางมาวาง

144
00:09:32,179 --> 00:09:36,179
ทีนี้เนื่องจากอย่าลืมว่า

145
00:09:36,180 --> 00:09:40,180
ไอ้ตัวอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางเรามี

146
00:09:40,181 --> 00:09:44,181
ตั้ง 4 อันใช่หรือเปล่า เราก็เลยจะมาพา

147
00:09:44,182 --> 00:09:48,182
เขียนโค้ดอีกแบบหนึ่งนะคะ ก็คือ

148
00:09:48,183 --> 00:09:52,183
มาดูหัวข้อกัน หัวข้อที่เราจะเรียนในวันนี้

149
00:09:52,185 --> 00:09:56,185
หัวข้อที่ 1 function

150
00:09:56,186 --> 00:10:00,186
for loadding multiple image

151
00:10:00,187 --> 00:10:04,187
ก็คือเราจะมาเขียน

152
00:10:04,188 --> 00:10:08,188
โค้ดเพื่อไว้ใช้สำหรับ

153
00:10:08,189 --> 00:10:12,189
เขียนโค้ดที่เรียกว่าเป็น Function

154
00:10:12,191 --> 00:10:16,191
ที่จะเอาไว้โหลดรูปที่

155
00:10:16,192 --> 00:10:20,192
มีหลาย ๆ รูป เพราะฉะนั้น เราเขียนโค้ดนี้ เขียน

156
00:10:20,193 --> 00:10:24,193
ฟังก์ชันนี้ไว้ปุ๊บ แล้วเราจะสามารถเอาไปใช้

157
00:10:24,194 --> 00:10:28,194
กับตัวอื่นได้นึกออกนะ ก็

158
00:10:28,195 --> 00:10:32,195
เขียนแค่ครั้งเดียวเลย ก็คือเป็นฟังก์ชันใช้

159
00:10:32,196 --> 00:10:36,196
ในโปรแกรมอื่น ๆ ได้นะคะ และ 2.

160
00:10:36,198 --> 00:10:40,198
เมื่อมีฟังก์ชันแล้วเราก็ทำคลาส จำได้นะ

161
00:10:40,199 --> 00:10:44,199
เหมือนตอนที่เราไดโนเสาร์ครั้งแรก เราก็ทำ Class ให้มันอยู่

162
00:10:44,200 --> 00:10:48,200
ใช่ไหม เพราะรูปของไดโนเสาร์มัน

163
00:10:48,201 --> 00:10:52,201
เกิดจากเอาภาพหลาย ๆ ภาพมันต่อกัน เพื่อให้มัน

164
00:10:52,202 --> 00:10:56,202
มันเคลื่อนไหวได้นะคะ เพราะฉะนั้น ก้อนหินก็เหมือนกัน

165
00:10:56,203 --> 00:11:00,203
หรือสิ่งกีดขวางที่เราจะเอามาวางเหมือนกัน

166
00:11:00,204 --> 00:11:04,204
จะอยู่มันจะเลื่อนไปตามที่เราวิ่งด้วยใช่ไหม

167
00:11:04,205 --> 00:11:08,205
เพราะฉะนั้น ก็เลยมาทำ Class ให้มัน

168
00:11:08,206 --> 00:11:12,206
หัวข้อที่ 2 คือ class for creating and moving obstacle

169
00:11:12,210 --> 00:11:16,210
ก็คือการสร้าง

170
00:11:16,211 --> 00:11:20,211
คลาสสำหรับไว้สร้าง

171
00:11:20,212 --> 00:11:24,212
แล้วก็เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง

172
00:11:24,214 --> 00:11:28,214
ของเรานั่นเองนะคะ วันนี้โค้ดเยอะ เพราะฉะนั้น

173
00:11:28,215 --> 00:11:32,215
ฟังดี ๆ นะ พอ

174
00:11:32,216 --> 00:11:36,216
เห็นโค้ดน่ะ ถ่ายได้แต่อย่าพิมพ์ก่อน

175
00:11:36,218 --> 00:11:40,218
เข้าใจไหม ให้ดูตามที่พิมพ์ใน Sublime

176
00:11:40,219 --> 00:11:44,219
เพราะเหมือนมันจะมีบางตัว

177
00:11:44,220 --> 00:11:48,220
Sublime มันจะเป็นตัวช่วยใช่ไหมคะ พออาจารย์เปิดโค้ด

178
00:11:48,221 --> 00:11:52,221
เด็ก ๆ ก็จะถ่ายโค้ดไว้เสร็จแล้วก็พิมพ์เลย

179
00:11:52,222 --> 00:11:56,222
ไม่ดูว่าเวลาจริง ๆ จะใช้แล้วจะทำอย่างไรนะ

180
00:11:56,223 --> 00:12:00,223
พร้อมหรือยัง พร้อมจะโค้ดหรือยัง

181
00:12:00,224 --> 00:12:04,224
ถ้าพร้อมนะคะ ไปกันเลย

182
00:12:04,225 --> 00:12:08,225
ไปกันเลยอย่างนั้นน่ะ พร้อมหรือยังเปิด เปิด Sublime

183
00:12:08,226 --> 00:12:12,226
ขึ้นมาก่อน

184
00:12:12,227 --> 00:12:16,227
ตื่นเต้น ๆ แล้ว เห็นไหม

185
00:12:16,228 --> 00:12:20,228
Class มันจะอยู่ตรงนี้ใช่ไหม

186
00:12:20,229 --> 00:12:24,229
สร้างไว้ก่อน class dino นะคะ เพราะฉะนั้น

187
00:12:24,230 --> 00:12:28,230
เด็ก ๆ เปิดเข้ามาปุ๊บ เจอ Class Dino วรรค

188
00:12:28,231 --> 00:12:32,231
ไปเสียก่อน 2 บรรทัด 2 ครั้งนะคะ ก็คือพอเราเจอ

189
00:12:32,232 --> 00:12:36,232
Class Dino เรา เราก็เว้นไว้ 2

190
00:12:36,233 --> 00:12:40,233
Enter  ลงไป 2 ครั้งนะคะ

191
00:12:40,236 --> 00:12:44,236
นี่ เราจะอยู่ที่บรรทัดที่ 3 กัน

192
00:12:44,237 --> 00:12:48,237
นะคะ ทีนี้ตัวเดิม

193
00:12:48,239 --> 00:12:52,239
ตัวเดิมในครั้งก่อนย้อนกลับไปดู

194
00:12:52,241 --> 00:12:56,241
จำได้นะ ไอ้ตัวที่เป็น

195
00:12:56,242 --> 00:13:00,242
ที่เราจะไปโหลดรูปมาน่ะ

196
00:13:00,250 --> 00:13:04,250
โหลดรูปไอ้สิ่งกีดขวางที่

197
00:13:04,252 --> 00:13:08,252
ของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นก้อนหินหรือกล่องของขวัญน่ะ ใน Comment ไป

198
00:13:08,253 --> 00:13:12,253
เสียเลยปิดไปเลยหรือลบออกก็ได้นะคะ

199
00:13:12,254 --> 00:13:16,254
ใช้วิธีลบออกก็ได้ เราจะ

200
00:13:16,255 --> 00:13:20,255
ไม่โหลดจากวิธีนี้ ลบออก Delete ไปเลย

201
00:13:20,256 --> 00:13:24,256
อย่างนี้นะคะ ไอ้ตัวที่เกี่ยวข้อง

202
00:13:24,260 --> 00:13:28,260
กับครั้งก่อนน่ะ ที่เกี่ยวกับ

203
00:13:28,261 --> 00:13:32,261
สิ่งกีดขวางเราน่ะ ลบออกไปเลยนะคะ

204
00:13:32,267 --> 00:13:36,267

205
00:13:36,268 --> 00:13:40,268
ลบไปได้เลย ๆ

206
00:13:40,268 --> 00:13:44,268

207
00:13:44,270 --> 00:13:48,270
ไม่อย่างนั้นมันจะต้อง

208
00:13:48,272 --> 00:13:52,272
เขียนโค้ดเยอะกว่านี้ เราจะพยายาม

209
00:13:52,273 --> 00:13:56,273
ใช้การเขียนให้มันสั้นนะคะ แล้วเอาไปใช้กับตัวอื่น

210
00:13:56,274 --> 00:14:00,274
ได้ด้วย

211
00:14:00,275 --> 00:14:04,275

212
00:14:04,277 --> 00:14:08,277
นะคะ อันดับแรก

213
00:14:08,278 --> 00:14:12,278
ก่อนจะสร้างคลาส เรา

214
00:14:12,278 --> 00:14:16,278
จะมาสร้างฟังก์ชันก่อนนะคะ สร้างเป็นฟังก์ชัน

215
00:14:16,279 --> 00:14:20,279
ก่อนนะ โดย

216
00:14:20,280 --> 00:14:24,280
เป็นฟังก์ชันเพื่อจะใช้สำหรับการนำเข้ารูปภาพ

217
00:14:24,282 --> 00:14:28,282
หลาย ๆ รูป ฟังก์ชันนี้ หมายถึง

218
00:14:28,283 --> 00:14:32,283
ครั้งหน้าเราจะเขียนโปรแกรมใหม่แล้วมีรูป

219
00:14:32,284 --> 00:14:36,284
ที่จะใช้เยอะ ๆ เราก็เอาฟังก์ชันนี้ไปใช้งานได้เลย

220
00:14:36,285 --> 00:14:40,285
นึกออกไหม นั่นก็คือวิธีการเขียน 1 ครั้ง

221
00:14:40,286 --> 00:14:44,286
แล้วใช้ร่วมกันได้นะคะ

222
00:14:44,287 --> 00:14:48,287
ให้ดูก่อนนะ ดูโครงสร้าง

223
00:14:48,288 --> 00:14:52,288
ของมันก่อนนะคะ สังเกตว่า

224
00:14:52,289 --> 00:14:56,289
จากภาพที่เห็นนี่นะคะ สังเกตว่า

225
00:14:56,290 --> 00:15:00,290
ทุกครั้งที่เราจะให้เขียน

226
00:15:00,291 --> 00:15:04,291
โค้ดนะคะ แม่จะพยายามให้เขียนคอมเมนต์

227
00:15:04,292 --> 00:15:08,292
ทุกครั้งเสมอใช่ไหม เพราะอะไร เมื่อเวลา

228
00:15:08,293 --> 00:15:12,293
เราเขียนคอมเมนต์ มันก็คือเป็นการบอกว่าส่วนนี้

229
00:15:12,295 --> 00:15:16,295
นะคะ เราจะเอามัน

230
00:15:16,296 --> 00:15:20,296
ไว้ใช้งานทำอะไรนะคะ ก็คือบอก

231
00:15:20,297 --> 00:15:24,297
บอกตัวคนเขียนเอง จะได้รู้ อ๋อ ตัวส่วนนี้

232
00:15:24,299 --> 00:15:28,299
เราสร้างขึ้นมาเพื่อทำเป็นฟังก์ชันนะ ทำเป็นอะไรนะ

233
00:15:28,300 --> 00:15:32,300
อย่างนี้นะคะ ทีนี้มาดูตรงส่วนที่เป็น

234
00:15:32,302 --> 00:15:36,302
ฟังก์ชันนะคะ ถ้าใช้

235
00:15:36,303 --> 00:15:40,303
ฟังก์ชัน เขียนฟังก์ชันเฉย ๆ จะประกอบด้วยคำว่า

236
00:15:40,304 --> 00:15:44,304
"def" ก็คือ definition ก็คือ

237
00:15:44,306 --> 00:15:48,306
การประกาศนั่นเองนะคะ การประกาศใช้ฟังก์ชัน

238
00:15:48,309 --> 00:15:52,309
แล้วตรงคำว่า "load_sprite

239
00:15:52,310 --> 00:15:56,310
หรือชื่อของฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น เรากำหนดเอง

240
00:15:56,311 --> 00:16:00,311
ตรงนี้นะคะ ตรงที่บอกว่าโหลด sprite

241
00:16:00,313 --> 00:16:04,313
นะคะ ส่วนในวงเล็บ

242
00:16:04,315 --> 00:16:08,315
นั่นก็คือไปเรียกใช้ Libary

243
00:16:08,316 --> 00:16:12,316
name prefic

244
00:16:12,317 --> 00:16:16,317
x = อะไรนี่ นั่นก็คือเราไปเรียกใช้งาน Library

245
00:16:16,317 --> 00:16:20,317
Liarby ใน pygame นะคะ

246
00:16:20,321 --> 00:16:24,321
ไปเรียกมันก็คือไปเรียกฟังก์ชันที่เขาสร้างไว้น่ะ

247
00:16:24,321 --> 00:16:28,321
มาใช้งานนะคะ แล้วส่วน

248
00:16:28,322 --> 00:16:32,322
ต่อมา อันที่ 2 นี่

249
00:16:32,324 --> 00:16:36,324
image ตัวที่ 2 ต่อจาก def

250
00:16:36,325 --> 00:16:40,325
ตัวแปรชื่อ "image" สำหรับไว้ทำอะไรนะคะ

251
00:16:40,326 --> 00:16:44,326
มีคอมเมนต์อธิบายไว้ Declear

252
00:16:44,327 --> 00:16:48,327
the imgaes ก็คือการประกาศตัวแปรนี่

253
00:16:48,329 --> 00:16:52,329
เพื่อเก็บรูปเห็นไหมคะ ก็คือ รูป image

254
00:16:52,330 --> 00:16:56,330
= เครื่องหมาย

255
00:16:56,331 --> 00:17:00,331
อะไรนะ วงเล็บ

256
00:17:00,334 --> 00:17:04,334
สี่เหลี่ยมนี่ จะเรียกอะไร ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษนี่นะคะ

257
00:17:04,335 --> 00:17:08,335
ก้ามปูนี่นะคะ มัน

258
00:17:08,336 --> 00:17:12,336
จะใช้ก็คือเราประกาศเพื่อให้มันเป็น

259
00:17:12,337 --> 00:17:16,337
ที่สำหรับเก็บรูปที่เราจะนำมานั่นเองนะคะ

260
00:17:16,338 --> 00:17:20,338
เสร็จแล้วเมื่อมันจะเอารูปเข้ามานี่ เราก็เลย

261
00:17:20,339 --> 00:17:24,339
จะต้องบอกแล้วรูปมันมีหลายรูปนะ เราก็เลยต้อง

262
00:17:24,341 --> 00:17:28,341
มาทำ loop เพราะคำสั่ง for for ก็คือ

263
00:17:28,342 --> 00:17:32,342
การสร้าง Loop ใช่ไหม for i in range

264
00:17:32,343 --> 00:17:36,343
เนื่องจาก

265
00:17:36,345 --> 00:17:40,345
เริ่มที่ 0 เพราะอะไร ค่าเริ่มต้น

266
00:17:40,346 --> 00:17:44,346
นะคะ โดยปกตินี่ เวลาคอมพิวเตอร์มันนับ มันนับ

267
00:17:44,347 --> 00:17:48,347
ที่ 0 นึกออกนะ 0, 1, 2, 3 น่ะ

268
00:17:48,349 --> 00:17:52,349
มันนับแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องเริ่มที่ 0

269
00:17:52,351 --> 00:17:56,351
แล้วก็ตามด้วยคำว่า "Number of image"

270
00:17:56,352 --> 00:18:00,352
หมายถึงจำนวนของรูปที่เราจะเอามาใช้นั่นเอง

271
00:18:00,355 --> 00:18:04,355
นึกออกไหม นะคะ

272
00:18:04,356 --> 00:18:08,356
แต่ตรงนี้ยังไม่ใส่ number นะ แค่บอก

273
00:18:08,357 --> 00:18:12,357
ให้รู้ว่าในส่วนนี้จะเป็นส่วนของรูปนะคะ

274
00:18:12,358 --> 00:18:16,358
แล้วก็ทำ pad ให้มันเพราะเราจะต้องไปบอกว่า

275
00:18:16,359 --> 00:18:20,359
รูปมันจะเอามาจากไหนใช่ไหม ต้องบอกเส้นทางนะคะ

276
00:18:20,360 --> 00:18:24,360
แล้วก็เลยมาเป็นการแปลง

277
00:18:24,361 --> 00:18:28,361
แปรงภาพต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่จะต้องมีนะคะ

278
00:18:28,362 --> 00:18:32,362
พร้อมหรือยัง เดี๋ยวพร้อมแล้วจะ

279
00:18:32,364 --> 00:18:36,364
พาโค้ดแล้วนะคะ เริ่มที่ Comment ก่อนเลย

280
00:18:36,365 --> 00:18:40,365
เปิด Sublime

281
00:18:40,366 --> 00:18:44,366

282
00:18:44,366 --> 00:18:48,366
ฟังก์ชันตัวนี้เราจะเอาไว้ก่อน

283
00:18:48,367 --> 00:18:52,367
ก่อน Class เพราะว่ามันจะเป็นเพื่อเรียกใช้

284
00:18:52,369 --> 00:18:56,369
ทุกอย่างที่อยู่ภายในได้หมดเลยนะคะ ก็เลยจะเอาไว้ก่อน class

285
00:18:56,369 --> 00:19:00,369
เพราะฉะนั้น ใส่ Comment ก่อน พิมพ์

286
00:19:00,370 --> 00:19:04,370
Hastag

287
00:19:04,372 --> 00:19:08,372
ขอโทษ

288
00:19:08,373 --> 00:19:12,373

289
00:19:12,380 --> 00:19:16,380
แล้วก็

290
00:19:16,381 --> 00:19:20,381
แล้วก็ต้องพิมพ์

291
00:19:20,382 --> 00:19:24,382
คอมเมนต์เป็นภาษาไทยก็ได้นะคะ สร้างฟังก์ชัน...

292
00:19:24,383 --> 00:19:28,383

293
00:19:28,384 --> 00:19:32,384
สร้างฟังก์ชัน

294
00:19:32,385 --> 00:19:36,385

295
00:19:36,386 --> 00:19:40,386

296
00:19:40,387 --> 00:19:44,387

297
00:19:44,389 --> 00:19:48,389

298
00:19:48,390 --> 00:19:52,390

299
00:19:52,394 --> 00:19:56,394
รูปภาพ

300
00:19:56,395 --> 00:20:00,395

301
00:20:00,400 --> 00:20:04,400
นะคะ เราจะสร้างฟังก์ชัน

302
00:20:04,403 --> 00:20:08,403
เพื่อจะใช้สำหรับใช้นำเข้า

303
00:20:08,406 --> 00:20:12,406
สำหรับใช้ก็ได้ เอาภาษาธรรมดา ๆ

304
00:20:12,407 --> 00:20:16,407
จะได้เข้าใจ สำหรับใช้นำ

305
00:20:16,408 --> 00:20:20,408
รูปภาพ

306
00:20:20,410 --> 00:20:24,410
นำรูปภาพเข้ามา

307
00:20:24,412 --> 00:20:28,412

308
00:20:28,414 --> 00:20:32,414
สำหรับใช้โหลดดีกว่านะ ทับศัพท์ไปเลยนะ

309
00:20:32,415 --> 00:20:36,415
รูปอยู่ว่าโหลดของเราแปลว่าอะไรนะคะ สำหรับโหลด

310
00:20:36,417 --> 00:20:40,417

311
00:20:40,419 --> 00:20:44,419
ทับศัพท์ไปเลย

312
00:20:44,420 --> 00:20:48,420

313
00:20:48,421 --> 00:20:52,421
มันไปเปลี่ยนภาษาไทย เดี๋ยวก่อน

314
00:20:52,425 --> 00:20:56,425
สำหรับโหลดรูปภาพหลาย ๆ รูปนะคะ จะได้เข้าใจง่าย ๆ

315
00:20:56,428 --> 00:21:00,428
อธิบายด้วยคำภาษาไทย อันดับแรก

316
00:21:00,431 --> 00:21:04,431
ก็คือการประกาศตัวแปร

317
00:21:04,432 --> 00:21:08,432
d ปุ๊บนะคะ ให้เด็ก ๆ

318
00:21:08,433 --> 00:21:12,433
เลือก def function เห็นไหม ทำให้เรารู้ว่า

319
00:21:12,435 --> 00:21:16,435
เราจะสร้างฟังก์ชัน ก็คือมาจากคำว่า "

320
00:21:16,436 --> 00:21:20,436
definition function นั่นเองนะคะ

321
00:21:20,437 --> 00:21:24,437
definish

322
00:21:24,439 --> 00:21:28,439
นะคะ เห็นไหมถ้าเลือกอันนี้

323
00:21:28,442 --> 00:21:32,442
เด็ก ๆ สังเกตเห็นใช่ไหม มันจะขึ้นส่วน

324
00:21:32,444 --> 00:21:36,444
ต่าง ๆ ขึ้นมาให้เลยนะคะ

325
00:21:36,445 --> 00:21:40,445
ตรงส่วนของตัวที่มี Function รี่

326
00:21:40,447 --> 00:21:44,447
มันก็คือส่วนที่เราจะ

327
00:21:44,448 --> 00:21:48,448
กำหนดชื่อตัวแปรให้ฟังก์ชัน

328
00:21:48,449 --> 00:21:52,449
ของฟังก์ชันนะคะ ส่วนของฟังก์ชันสีเขียว ๆ นี่

329
00:21:52,450 --> 00:21:56,450
หมายถึงชื่อของมันนี่ หมายถึงชื่อ ในที่นี้เราจะใช้

330
00:21:56,451 --> 00:22:00,451
ชื่อว่า load_

331
00:22:00,452 --> 00:22:04,452

332
00:22:04,453 --> 00:22:08,453
sprites นะคะ sprites ที่มาจาก sprite ชีส

333
00:22:08,455 --> 00:22:12,455
ภาพที่เรียง เรียงภาพเข้ามา โหลด

334
00:22:12,457 --> 00:22:16,457
แบบการเรียงเข้า

335
00:22:16,459 --> 00:22:20,459
นะคะ

336
00:22:20,461 --> 00:22:24,461
โหลด sprites นะเด็ก ๆ โหลด sprites

337
00:22:24,462 --> 00:22:28,462

338
00:22:28,463 --> 00:22:32,463

339
00:22:32,465 --> 00:22:36,465
sprites เราเติม s มันมี

340
00:22:36,465 --> 00:22:40,465
หลายตัวนะคะ เด็ก ๆ

341
00:22:40,466 --> 00:22:44,466
จะต้องได้ Function รูปแบบ Function แบบนี้ขึ้นมานะ

342
00:22:44,467 --> 00:22:48,467

343
00:22:48,468 --> 00:22:52,468

344
00:22:52,470 --> 00:22:56,470
มาดูในวงเล็บ ในวงเล็บนะคะ

345
00:22:56,470 --> 00:23:00,470
เมื่อได้ชื่อ Function แล้วนะคะ

346
00:23:00,472 --> 00:23:04,472
ชื่อฟังก์ชันก็คือ load_sprites

347
00:23:04,473 --> 00:23:08,473
เติม s นะคะ เพราะเราบอกแล้ว

348
00:23:08,474 --> 00:23:12,474
ว่าฟังก์ชันนี้เราจะใช้สร้างเพื่อการโหลดรูปภาพ

349
00:23:12,476 --> 00:23:16,476
เข้ามา รูปภาพหลาย ๆ รูปนะคะ

350
00:23:16,477 --> 00:23:20,477

351
00:23:20,479 --> 00:23:24,479
ว่าอย่างไร ข้างหลัง

352
00:23:24,481 --> 00:23:28,481
เสร็จหมดหรือยัง บรรทัดแรก

353
00:23:28,482 --> 00:23:32,482
โอเคหรือยังคะ ใครยังไม่เสร็จ

354
00:23:32,485 --> 00:23:36,485

355
00:23:36,485 --> 00:23:40,485
มันจะไม่พิมพ์นะ มันจะอะไร มันจะ

356
00:23:40,486 --> 00:23:44,486
เลือกก่อนแล้วจะขึ้น

357
00:23:44,487 --> 00:23:48,487
ตอนนี้ส่วนที่เราจะพิมพ์

358
00:23:48,489 --> 00:23:52,489
ตอนนี้ส่วนที่เราจะพิมพ์ต่อไปนะคะ ก็คือ

359
00:23:52,490 --> 00:23:56,490
ส่วนที่อยู่ในวงเล็บนะคะ ก็คือจะ

360
00:23:56,493 --> 00:24:00,493
กำหนด

361
00:24:00,495 --> 00:24:04,495

362
00:24:04,496 --> 00:24:08,496

363
00:24:08,497 --> 00:24:12,497

364
00:24:12,501 --> 00:24:16,501

365
00:24:16,503 --> 00:24:20,503

366
00:24:20,504 --> 00:24:24,504

367
00:24:24,509 --> 00:24:28,509

368
00:24:28,513 --> 00:24:32,513
พิมพ์

369
00:24:32,517 --> 00:24:36,517
image นะคะ image

370
00:24:36,520 --> 00:24:40,520
พอ i-m ปุ๊บ สังเกต

371
00:24:40,522 --> 00:24:44,522
พิมพ์แค่ i-m ก็ได้ แล้ว

372
00:24:44,523 --> 00:24:48,523
Enter แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายอันเดอร์สกอร์

373
00:24:48,525 --> 00:24:52,525
name n-a-

374
00:24:52,526 --> 00:24:56,526
m-a-n-

375
00:24:56,527 --> 00:25:00,527
prefix นะคะ

376
00:25:00,528 --> 00:25:04,528

377
00:25:04,530 --> 00:25:08,530

378
00:25:08,531 --> 00:25:12,531
แล้วก็ใส่ comma

379
00:25:12,532 --> 00:25:16,532
สังเกตว่า

380
00:25:16,533 --> 00:25:20,533
ในวงเล็บนี่ส่วนที่เราพิมพ์มันเป็นสีส้มนี่ มันหมายถึง

381
00:25:20,535 --> 00:25:24,535
เป็นฟังก์ชันหรือคลาสที่

382
00:25:24,536 --> 00:25:28,536
pygame มันสร้างไว้แล้วนะคะ แล้วเราไปเรียกใช้งาน

383
00:25:28,537 --> 00:25:32,537
นะคะ image_name_prefix

384
00:25:32,538 --> 00:25:36,538
อีกตัวหนึ่ง วรรค ต้องวรรคนะคะ พอ

385
00:25:36,541 --> 00:25:40,541
ใส่คอมม่าแล้วต้องวรรคนะคะ

386
00:25:40,542 --> 00:25:44,542
ต้องเคาะด้วยแล้วก็ตามด้วย image อีก เลือกค่ะ

387
00:25:44,543 --> 00:25:48,543
เห็นไหม พอพิมพ์ i แล้ว มันไปที่ image้ลย

388
00:25:48,545 --> 00:25:52,545
_ อีก

389
00:25:52,546 --> 00:25:56,546

390
00:25:56,547 --> 00:26:00,547

391
00:26:00,550 --> 00:26:04,550

392
00:26:04,551 --> 00:26:08,551

393
00:26:08,555 --> 00:26:12,555

394
00:26:12,559 --> 00:26:16,559
ยาวอยู่โค้ดนี้

395
00:26:16,560 --> 00:26:20,560
บอกเลยว่ายาว ตั้งใจนะครับทุกคน

396
00:26:20,562 --> 00:26:24,562

397
00:26:24,563 --> 00:26:28,563

398
00:26:28,565 --> 00:26:32,565
โอเค

399
00:26:32,567 --> 00:26:36,567
นะคะ

400
00:26:36,568 --> 00:26:40,568

401
00:26:40,569 --> 00:26:44,569

402
00:26:44,571 --> 00:26:48,571
image พิมพ์ไปแล้วไม่เป็นไร

403
00:26:48,572 --> 00:26:52,572
พิมพ์ เลื่อนมาข้างหน้านะคะ

404
00:26:52,573 --> 00:26:56,573
number

405
00:26:56,575 --> 00:27:00,575
_of

406
00:27:00,576 --> 00:27:04,576
นี่คือเราบอกฟังก์ชันนี้ว่า

407
00:27:04,577 --> 00:27:08,577
ถ้าจะโหลดรูปมานะคะ ก็คือมันจะไปโหลด

408
00:27:08,580 --> 00:27:12,580
image_name_prefix

409
00:27:12,582 --> 00:27:16,582
ก็คือไปโหลดชื่อ ไปโหลด number of image

410
00:27:16,584 --> 00:27:20,584
ต้องมีการบอกชื่อนะคะ

411
00:27:20,585 --> 00:27:24,585
ต้องบอกชื่อ บอกจำนวนของรูป

412
00:27:24,586 --> 00:27:28,586
นะคะ บอกอะไรอีก

413
00:27:28,587 --> 00:27:32,587
เราจะให้มันบอก

414
00:27:32,592 --> 00:27:36,592
size size ก็คือขนาด

415
00:27:36,594 --> 00:27:40,594
z-e นะคะ

416
00:27:40,595 --> 00:27:44,595
size_x

417
00:27:44,596 --> 00:27:48,596
นั่นหมายถึงบอก size ก็

418
00:27:48,597 --> 00:27:52,597
คือตำแหน่งของ

419
00:27:52,598 --> 00:27:56,598
ขนาดรูปน่ะค่ะ รูปในแกน x นึกออกนะ

420
00:27:56,602 --> 00:28:00,602
size_x โดยกำหนดค่าเริ่มต้น

421
00:28:00,603 --> 00:28:04,603
= 0

422
00:28:04,605 --> 00:28:08,605
แล้วก็ใส่ Comma นะคะ

423
00:28:08,606 --> 00:28:12,606
มี size_x ก็ต้องมี size_y

424
00:28:12,607 --> 00:28:16,607
นึกออกนะ

425
00:28:16,611 --> 00:28:20,611
_

426
00:28:20,612 --> 00:28:24,612
ด้วยนะคะ y

427
00:28:24,614 --> 00:28:28,614
= 0 เหมือนกัน ก็คือบอกค่าเริ่มต้น

428
00:28:28,615 --> 00:28:32,615
ให้เริ่มที่ตำแหน่ง

429
00:28:32,616 --> 00:28:36,616
x 0 y 0 นั่นเองนะคะ ขนาดก็เริ่มที่

430
00:28:36,617 --> 00:28:40,617
0,0

431
00:28:40,618 --> 00:28:44,618

432
00:28:44,619 --> 00:28:48,619

433
00:28:48,621 --> 00:28:52,621

434
00:28:52,622 --> 00:28:56,622
บรรทัดต่อมานะคะ เด็ก ๆ จะเห็น

435
00:28:56,625 --> 00:29:00,625
ตรงส่วนของ

436
00:29:00,626 --> 00:29:04,626
ไหนล่ะ ส่วนของ pass

437
00:29:04,627 --> 00:29:08,627
นึกออกนะ

438
00:29:08,628 --> 00:29:12,628
เรา Delete

439
00:29:12,629 --> 00:29:16,629
คำว่า "tuch" ออก

440
00:29:16,630 --> 00:29:20,630
ไม่เคลื่อนนะ ตำแหน่งตรงอยู่ให้ตรงนะคะ นึกออกนะ ตำแหน่ง

441
00:29:20,632 --> 00:29:24,632
จะอยู่ตรงตำแหน่งนี้มันเป็น Tempate

442
00:29:24,633 --> 00:29:28,633
เราจะประกาศตัวแปร

443
00:29:28,635 --> 00:29:32,635
image นะคะ

444
00:29:32,636 --> 00:29:36,636
Enter เลยนะคะ เท่ากับ

445
00:29:36,637 --> 00:29:40,637
เครื่องหมายสี่เหลี่ยม

446
00:29:40,638 --> 00:29:44,638
ก้ามปูนะคะ

447
00:29:44,640 --> 00:29:48,640

448
00:29:48,643 --> 00:29:52,643
ก็คือตรงนี้เวลา

449
00:29:52,645 --> 00:29:56,645
บอกแล้ว Comment น่ะ จะใส่ไว้ข้างบนก็ได้ ไว้

450
00:29:56,646 --> 00:30:00,646
ข้างในคือเหมือนเรามีตัวแปรนี่ บางที

451
00:30:00,647 --> 00:30:04,647
อาจจะต้องบอกตัวคนเขียนเอง นึกออกไหม ว่า

452
00:30:04,648 --> 00:30:08,648
มันไว้ใช้ทำอะไร ก็จะใส่คอมเมนต์

453
00:30:08,649 --> 00:30:12,649
เพิ่มอีกสักครั้งหนึ่งนะคะ บอกว่า

454
00:30:12,650 --> 00:30:16,650

455
00:30:16,652 --> 00:30:20,652
ประกาศตัวแปรเพื่อ

456
00:30:20,653 --> 00:30:24,653
เก็บ

457
00:30:24,654 --> 00:30:28,654
เพื่อใช้สัมผัส

458
00:30:28,655 --> 00:30:32,655
เก็บรูปภาพนั่นเอง

459
00:30:32,658 --> 00:30:36,658

460
00:30:36,659 --> 00:30:40,659
เพราะอะไร เพราะบอกไว้ว่า

461
00:30:40,660 --> 00:30:44,660
ไอ้ตัวนี้มันจะเป็นแบบลักษณะของ

462
00:30:44,662 --> 00:30:48,662
เป็นแบบ

463
00:30:48,663 --> 00:30:52,663
มันก็จะเป็น

464
00:30:52,664 --> 00:30:56,664
แบบที่เป็นปีกกานี่

465
00:30:56,667 --> 00:31:00,667
จะเป็นลักษณะ list หรือ tuple

466
00:31:00,668 --> 00:31:04,668
ของรูปจะอยู่แนวนี้จังหวะนี้

467
00:31:04,669 --> 00:31:08,669
คือ บอกลักษณะนี้นะคะ ตรงส่วนของ

468
00:31:08,670 --> 00:31:12,670
การประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้ว ต่อมานะคะ

469
00:31:12,671 --> 00:31:16,671
เราจะมาสร้าง loop นะคะ

470
00:31:16,674 --> 00:31:20,674
วิธีการก็คือให้เด็ก ๆ กด Enter ไป 2 ครั้ง

471
00:31:20,676 --> 00:31:24,676
เราจะเริ่มที่บรรทัดที่ 2

472
00:31:24,676 --> 00:31:28,676
เราจะไม่พิมพ์ติดบรรทัดที่ 1 นึกออกนะ

473
00:31:28,677 --> 00:31:32,677
ให้เห็นว่าเสร็จส่วนของฟังก์ชันไปแล้ว เรา

474
00:31:32,678 --> 00:31:36,678
มาทำ loop ในฟังก์ชันนี้ loop ที่เราใช้

475
00:31:36,679 --> 00:31:40,679
ชื่อว่า for เปลี่ยน

476
00:31:40,680 --> 00:31:44,680
เห็นไหมคะ พอขึ้น f ปุ๊บ ให้เลือก

477
00:31:44,680 --> 00:31:48,680
for loop คลิกอย่างนี้เลย

478
00:31:48,681 --> 00:31:52,681
โอเคไหมเด็ก ๆ จะต้องได้โครงสร้างของ loop for

479
00:31:52,682 --> 00:31:56,682
แบบนี้ขึ้นมา

480
00:31:56,687 --> 00:32:00,687
นะคะ ใครไม่ขึ้นยกมือ ดู ใครถึงตรงนี้หรือยัง

481
00:32:00,689 --> 00:32:04,689

482
00:32:04,691 --> 00:32:08,691
แฝดทันไหม

483
00:32:08,692 --> 00:32:12,692
ดูวิธีการใส่ for loop ดี ๆ นะคะ

484
00:32:12,712 --> 00:32:16,712
พอเราพิมพ์ f ด้วยตัว...

485
00:32:16,714 --> 00:32:20,714
พอเห็นคำว่า for ที่มี for loop น่ะ ให้

486
00:32:20,715 --> 00:32:24,715
เลือกใช้มันเลยนะคะ

487
00:32:24,716 --> 00:32:28,716
พอคลิก 1 ครั้ง โครงสร้างของ

488
00:32:28,717 --> 00:32:32,717
for loop มันจะขึ้นมาแบบนี้

489
00:32:32,719 --> 00:32:36,719

490
00:32:36,720 --> 00:32:40,720

491
00:32:40,722 --> 00:32:44,722

492
00:32:44,724 --> 00:32:48,724

493
00:32:48,729 --> 00:32:52,729
for ตัวแปรที่เราจะตั้งชื่อ ก็คือเราใช้

494
00:32:52,732 --> 00:32:56,732
for นี้ก็คือใช้ว่า for_i นะคะ

495
00:32:56,734 --> 00:33:00,734
ไม่ใช้ x เราจะใช้ตัวแปร

496
00:33:00,735 --> 00:33:04,735
for i เฉย ๆ นะคะ

497
00:33:04,737 --> 00:33:08,737
ตรงนี้ range ใช้ range เฉย ๆ

498
00:33:08,743 --> 00:33:12,743

499
00:33:12,744 --> 00:33:16,744

500
00:33:16,745 --> 00:33:20,745
in นะคะ in range r-

501
00:33:20,747 --> 00:33:24,747
a-n-g-e r-a-n-

502
00:33:24,749 --> 00:33:28,749
g-e นะคะ

503
00:33:28,750 --> 00:33:32,750
ค่าเริ่มต้นของ i เราจะเริ่มที่

504
00:33:32,751 --> 00:33:36,751
0 บอกแล้วว่าจะเริ่มที่ 0 นะคะ

505
00:33:36,752 --> 00:33:40,752
เวลาให้มันนับให้มันเริ่มที่ 0

506
00:33:40,753 --> 00:33:44,753
ถ้าไม่เริ่ม 0 เริ่ม 1 ก็ได้นะ

507
00:33:44,754 --> 00:33:48,754
แต่จะเริ่มที่ 0 นี่ จะให้ดูว่าเริ่มที่ 0

508
00:33:48,755 --> 00:33:52,755
หมายถึงอย่างไร แล้วก็ตรงนี้ number_

509
00:33:52,759 --> 00:33:56,759
of_image หมายถึงภาพ

510
00:33:56,763 --> 00:34:00,763
ของภาพนั่นเอง หมายเลขของภาพน่ะ

511
00:34:00,766 --> 00:34:04,766
ก็คือสมมติรูปนี้เรามี 10 รูป นึกออกไหม

512
00:34:04,767 --> 00:34:08,767
อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ไอ้รูปอุปสรรค

513
00:34:08,769 --> 00:34:12,769
เราให้ใส่กี่รูปลูก เพราะฉะนั้น เราก็ใส่

514
00:34:12,770 --> 00:34:16,770
เป็น 4 นะคะ เอ้ย

515
00:34:16,771 --> 00:34:20,771
ไม่ใช่ 4 สมมติว่ายังไม่รู้ ใช้แบบกลาง ๆ

516
00:34:20,772 --> 00:34:24,772

517
00:34:24,773 --> 00:34:28,773
ถ้าเอา

518
00:34:28,778 --> 00:34:32,778
แบบยังไม่รู้นะคะ เราก็

519
00:34:32,784 --> 00:34:36,784
ใส่ จำได้นะ เราประกาศไอ้ตัว

520
00:34:36,786 --> 00:34:40,786
number_of_image มาแล้ว

521
00:34:40,787 --> 00:34:44,787
แล้วพอขึ้น number_of_image คลิก

522
00:34:44,788 --> 00:34:48,788
เพื่อเลือก

523
00:34:48,789 --> 00:34:52,789
เพราะเรา นี่ ๆ ตรงฟังก์ชันนี้มันมีแล้วใช่ไหม

524
00:34:52,791 --> 00:34:56,791
เห็นไหม ไม่ต้องไปพิมพ์ใหม่ เพราะ

525
00:34:56,792 --> 00:35:00,792
ถ้าพิมพ์ใหม่บางคนพิมพ์ผิดใช่ไหมคะ

526
00:35:00,794 --> 00:35:04,794
เรียกใช้สิ่งที่อยู่ในฟังก์ชันที่เราสร้างนี่

527
00:35:04,795 --> 00:35:08,795
ถ้าอันไหนที่มันสร้างไปแล้ว มันจะมีขึ้นมา

528
00:35:08,796 --> 00:35:12,796
แค่พิมพ์ nu นี่แล้วเราก็ไปเลือก number_

529
00:35:12,797 --> 00:35:16,797
of_image ได้เลย

530
00:35:16,798 --> 00:35:20,798

531
00:35:20,801 --> 00:35:24,801

532
00:35:24,802 --> 00:35:28,802

533
00:35:28,808 --> 00:35:32,808
พอตรง path นะ ตรง path

534
00:35:32,809 --> 00:35:36,809
เราทำอย่างไรคะ ลบออกใช่ไหม บอกแล้วลบออก

535
00:35:36,811 --> 00:35:40,811

536
00:35:40,812 --> 00:35:44,812
ตรงนี้เราจะประกาศตัวแปรนะคะ

537
00:35:44,814 --> 00:35:48,814
ชื่อว่า path

538
00:35:48,816 --> 00:35:52,816

539
00:35:52,817 --> 00:35:56,817

540
00:35:56,818 --> 00:36:00,818

541
00:36:00,820 --> 00:36:04,820
ประกาศตัวแปรหน่อย

542
00:36:04,822 --> 00:36:08,822
t-h pad

543
00:36:08,823 --> 00:36:12,823
วรรค แล้วก็ตามด้วย

544
00:36:12,824 --> 00:36:16,824
เครื่องหมาย =

545
00:36:16,824 --> 00:36:20,824
เราจะเรียกตัวนี้มานะคะ

546
00:36:20,827 --> 00:36:24,827
ฟังก์ชันนี้ พิมพ์ i ปุ๊บ แล้วเลือก

547
00:36:24,829 --> 00:36:28,829

548
00:36:28,831 --> 00:36:32,831
ไม่ขึ้น im

549
00:36:32,832 --> 00:36:36,832
แล้วเลือก image_name

550
00:36:36,834 --> 00:36:40,834
prefix นี่มาใช้

551
00:36:40,835 --> 00:36:44,835
เห็นไหมคะ

552
00:36:44,837 --> 00:36:48,837

553
00:36:48,838 --> 00:36:52,838
ตามด้วยเครื่องหมายบวก

554
00:36:52,841 --> 00:36:56,841
เครื่องหมาย + ลูก

555
00:36:56,842 --> 00:37:00,842
วรรค เครื่องหมายบวก

556
00:37:00,843 --> 00:37:04,843
แล้วก็วรรค

557
00:37:04,845 --> 00:37:08,845
str str มาจาก

558
00:37:08,846 --> 00:37:12,846
String นะคะ สังเกตถ้าเป็น

559
00:37:12,847 --> 00:37:16,847
ฟ้า ๆ อย่างนี้ มันจะเป็นฟังก์ชัน

560
00:37:16,848 --> 00:37:20,848
ฟังก์ชันที่เขาสร้างไว้แล้ว

561
00:37:20,849 --> 00:37:24,849
ชื่อ str นะคะ string ในวงเล็บ

562
00:37:24,850 --> 00:37:28,850
ใส่วงเล็บเข้าไป

563
00:37:28,851 --> 00:37:32,851
เครื่องหมายวงเล็บหายไปไหน

564
00:37:32,852 --> 00:37:36,852
เดี๋ยว ๆ

565
00:37:36,853 --> 00:37:40,853
นะคะ ข้างในวงเล็บเราจะใส่อะไรลงไป ใส่

566
00:37:40,855 --> 00:37:44,855
i ตัวนี้ i นี่

567
00:37:44,856 --> 00:37:48,856
เริ่มต้นที่ i ก็คือ

568
00:37:48,857 --> 00:37:52,857
เลือก i แรกนะคะ i ตัวที่ 1

569
00:37:52,858 --> 00:37:56,858

570
00:37:56,859 --> 00:38:00,859
แล้วก็ตามด้วย

571
00:38:00,860 --> 00:38:04,860
วรรค เครืองหมายบวก

572
00:38:04,861 --> 00:38:08,861
นะคะ

573
00:38:08,862 --> 00:38:12,862
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายคำพูด Single quote หรือ Double quote ก็ได้

574
00:38:12,863 --> 00:38:16,863

575
00:38:16,864 --> 00:38:20,864

576
00:38:20,866 --> 00:38:24,866

577
00:38:24,867 --> 00:38:28,867
.png

578
00:38:28,868 --> 00:38:32,868
คือบอกให้รู้ว่าไอ้นี่

579
00:38:32,871 --> 00:38:36,871
มันเป็นชื่อของรูป เห็นไหมคะ

580
00:38:36,872 --> 00:38:40,872
ที่มีลักษณะเป็นข้อความนะคะ

581
00:38:40,874 --> 00:38:44,874
แล้วก็จะต้อง

582
00:38:44,875 --> 00:38:48,875
ลงท้ายด้วยนามสกุล .png

583
00:38:48,876 --> 00:38:52,876
นะคะ

584
00:38:52,877 --> 00:38:56,877

585
00:38:56,878 --> 00:39:00,878

586
00:39:00,881 --> 00:39:04,881

587
00:39:04,882 --> 00:39:08,882
กด Enter ค่ะ อันนี้เงื่อนไข

588
00:39:08,883 --> 00:39:12,883
ของ path ได้แล้วนะคะ ต่อไปจะเป็นเงื่อนไขของรูปที่

589
00:39:12,884 --> 00:39:16,884
จะเอามาใช้ เรา

590
00:39:16,885 --> 00:39:20,885
เลือก image นะคะ

591
00:39:20,887 --> 00:39:24,887

592
00:39:24,889 --> 00:39:28,889
=

593
00:39:28,891 --> 00:39:32,891
py ปุ๊บ เลือก

594
00:39:32,892 --> 00:39:36,892
pygame

595
00:39:36,893 --> 00:39:40,893
พิมพ์ p-y

596
00:39:40,894 --> 00:39:44,894
แล้วให้คลิกเลือก pygame นะคะ

597
00:39:44,896 --> 00:39:48,896
.image im

598
00:39:48,896 --> 00:39:52,896

599
00:39:52,903 --> 00:39:56,903
. อะไร .load ค่ะ .load นะคะ

600
00:39:56,904 --> 00:40:00,904
แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บ

601
00:40:00,905 --> 00:40:04,905
คือ โดยปกติถ้าเรียก

602
00:40:04,906 --> 00:40:08,906
image_pygame.load นี่ มันจะต้องฃ

603
00:40:08,907 --> 00:40:12,907
ตามด้วยชื่อใช่ไหม แต่ทีนี้

604
00:40:12,909 --> 00:40:16,909
เห็นไหมคะ มันเป็น loop น่ะ มันก็

605
00:40:16,910 --> 00:40:20,910
จะวนไปเรียก เรียกตามอะไร ตาม

606
00:40:20,911 --> 00:40:24,911
path ที่สร้างไว้เห็นไหม

607
00:40:24,913 --> 00:40:28,913
ในวงเล็บนี้ เราใส่คำว่า path เข้าไปแทน

608
00:40:28,914 --> 00:40:32,914
ให้เลือกคำว่า "path" ที่เราสร้าง ตัวแปรที่เราสร้าง

609
00:40:32,916 --> 00:40:36,916
เห็นไหม

610
00:40:36,920 --> 00:40:40,920

611
00:40:40,926 --> 00:40:44,926
ทันไหมคะ

612
00:40:44,928 --> 00:40:48,928
เด็ก ๆ ทันไหม ทันอยู่นะคะ

613
00:40:48,929 --> 00:40:52,929
ตั้งใจดูนะคะ จะไปช้า ๆ ไม่รีบ ๆ

614
00:40:52,930 --> 00:40:56,930
เสร็จแล้วพอเหมือนมันมีค่าน่ะค่ะ

615
00:40:56,932 --> 00:41:00,932

616
00:41:00,933 --> 00:41:04,933

617
00:41:04,935 --> 00:41:08,935
คือ ตอนโหลดน่ะนึกออกนะ

618
00:41:08,937 --> 00:41:12,937
การโหลดมาน่ะ ตรง path

619
00:41:12,943 --> 00:41:16,943
เสร็จแล้ว

620
00:41:16,944 --> 00:41:20,944
พอมาเป็น image น่ะค่ะ ให้มันแปลงค่า

621
00:41:20,945 --> 00:41:24,945
ก็เลยใส่ .

622
00:41:24,946 --> 00:41:28,946
นะคะ .convert

623
00:41:28,947 --> 00:41:32,947

624
00:41:32,947 --> 00:41:36,947
convert นะคะ

625
00:41:36,947 --> 00:41:40,947
convert c-o-n-

626
00:41:40,949 --> 00:41:44,949
v-e-r-t convert

627
00:41:44,949 --> 00:41:48,949
ตามด้วยเครื่องหมาย Underscore

628
00:41:48,950 --> 00:41:52,950
alpha

629
00:41:52,951 --> 00:41:56,951
a-l-p-

630
00:41:56,952 --> 00:42:00,952
h-a นะคะ แล้วก็วงเล็บเปิดวงเล็บปิดนะคะ

631
00:42:00,953 --> 00:42:04,953
จบ

632
00:42:04,954 --> 00:42:08,954
ก็คือ

633
00:42:08,955 --> 00:42:12,955
เมื่อไปโหลดภาพนี้ตาม path นี่ ให้โหลด

634
00:42:12,956 --> 00:42:16,956
ด้วย แปลงมันด้วยนะคะ

635
00:42:16,958 --> 00:42:20,958

636
00:42:20,960 --> 00:42:24,960

637
00:42:24,962 --> 00:42:28,962
ทีนี้พอได้ loop แล้ว ให้มากำหนด

638
00:42:28,963 --> 00:42:32,963
เงื่อนไขภายใน loop ให้มันก่อนนะคะ ใช้

639
00:42:32,964 --> 00:42:36,964
if ค่ะ

640
00:42:36,966 --> 00:42:40,966
เด็ก ๆ สังเกตนะ ใช้วิธีการพอกด Enter น่ะ

641
00:42:40,966 --> 00:42:44,966
ตัวโปรแกรมมันจะจัดย่อหน้าให้ใช่ไหม เราพิมพ์

642
00:42:44,967 --> 00:42:48,967
i-f

643
00:42:48,969 --> 00:42:52,969
เลือก if condition

644
00:42:52,970 --> 00:42:56,970
if condition ที่มีคำว่า "if condition" ข้างหลังอย่างนี้

645
00:42:56,971 --> 00:43:00,971

646
00:43:00,972 --> 00:43:04,972

647
00:43:04,973 --> 00:43:08,973

648
00:43:08,977 --> 00:43:12,977

649
00:43:12,979 --> 00:43:16,979
ตอนนี้เราจะกำหนดเงื่อนไขนะคะ เงื่อนไขนี้

650
00:43:16,981 --> 00:43:20,981
เราจะบอกไว้ว่าถ้า ถ้าขนาด

651
00:43:20,982 --> 00:43:24,982
ก็คือเราจะไปเรียกใช้ตัวนี้แล้วนะคะ

652
00:43:24,983 --> 00:43:28,983
ตัว size_x, size_y ที่เราสร้าง

653
00:43:28,984 --> 00:43:32,984
พิมพ์ s ปุ๊บ

654
00:43:32,985 --> 00:43:36,985
s-i ปุ๊บ ให้เลือก size_x เห็นไหมคะ

655
00:43:36,985 --> 00:43:40,985

656
00:43:40,986 --> 00:43:44,986
ให้มีค่า

657
00:43:44,987 --> 00:43:48,987
มากกว่าหรือน้อยกว่าใชไหม 0

658
00:43:48,988 --> 00:43:52,988
นะคะ

659
00:43:52,989 --> 00:43:56,989
และ and นะคะ

660
00:43:56,990 --> 00:44:00,990
and เลือกจากที่มันขึ้นอย่างนี้นะคะ and นี่

661
00:44:00,999 --> 00:44:04,999
คลิกเลือก

662
00:44:05,002 --> 00:44:09,002
เป็นคำสั่งที่สร้างแล้วสังเกตสีด้วย

663
00:44:09,003 --> 00:44:13,003
ถ้าเป็นคำสั่ง และ

664
00:44:13,005 --> 00:44:17,005
si เหมือนเดิม si แล้วเลือกเป็น size_y

665
00:44:17,006 --> 00:44:21,006
แทน

666
00:44:21,008 --> 00:44:25,008
ใส่เครื่องหมายน้อยกว่า 0 เหมือนกัน

667
00:44:25,010 --> 00:44:29,010
มากกว่า 0 น้อยกว่า 0 ใส่เข้าไป

668
00:44:29,011 --> 00:44:33,011

669
00:44:33,012 --> 00:44:37,012

670
00:44:37,013 --> 00:44:41,013

671
00:44:41,014 --> 00:44:45,014
โอเคนะคะ

672
00:44:45,016 --> 00:44:49,016
บอกเงื่อนไขแล้วนะคะ ว่า

673
00:44:49,017 --> 00:44:53,017
มันจะทำงานถ้าขนาดรูปน่ะ นึกออกนะ

674
00:44:53,018 --> 00:44:57,018
ตำแหน่งของรูป ขนาดของรูปมันมากกว่า 0

675
00:44:57,020 --> 00:45:01,020
ใช่ไหม

676
00:45:01,021 --> 00:45:05,021

677
00:45:05,022 --> 00:45:09,022

678
00:45:09,031 --> 00:45:13,031
เราจะ

679
00:45:13,033 --> 00:45:17,033
ให้ตัวแปร image นะคะ

680
00:45:17,035 --> 00:45:21,035
i-m-a-g-e เท่ากับ

681
00:45:21,036 --> 00:45:25,036
วรรค วรรคก่อน แล้วกดเครื่องหมายเท่ากับ

682
00:45:25,037 --> 00:45:29,037

683
00:45:29,039 --> 00:45:33,039
แล้วก็วรรค ตามด้วย

684
00:45:33,040 --> 00:45:37,040
p ปุ๊บ

685
00:45:37,041 --> 00:45:41,041
เลือก pygame นะคะ = pygame

686
00:45:41,042 --> 00:45:45,042

687
00:45:45,043 --> 00:45:49,043
. ค่ะ ใส่ .

688
00:45:49,044 --> 00:45:53,044
พิมพ์ tr ก่อน

689
00:45:53,045 --> 00:45:57,045
ไม่ขึ้น tran

690
00:45:57,046 --> 00:46:01,046
s transform น่ะ เราจะให้มันแปลงภาพให้

691
00:46:01,047 --> 00:46:05,047
ปรับขนาดภาพ

692
00:46:05,049 --> 00:46:09,049
a-n-s-

693
00:46:09,050 --> 00:46:13,050
f-o-r-m

694
00:46:13,051 --> 00:46:17,051

695
00:46:17,052 --> 00:46:21,052
transform นะคะ

696
00:46:21,053 --> 00:46:25,053
เลือก scale

697
00:46:25,054 --> 00:46:29,054
ไม่ใช่เลือกสิ พิมพ์ scale ไหม

698
00:46:29,055 --> 00:46:33,055
s-c-a-l-e เห็นไหมคะ

699
00:46:33,056 --> 00:46:37,056
นะคะ scale แล้วก็

700
00:46:37,058 --> 00:46:41,058
ใส่วงเล็บ

701
00:46:41,058 --> 00:46:45,058

702
00:46:45,059 --> 00:46:49,059

703
00:46:49,060 --> 00:46:53,060

704
00:46:53,064 --> 00:46:57,064
ในที่นี้ก็คือบอกว่าไฟล์ภาพ

705
00:46:57,066 --> 00:47:01,066
ก็คือ image ที่เราสร้างนั่นเอง ก็คือตัวนี้

706
00:47:01,067 --> 00:47:05,067
ที่เราไปโหลดมานี่ก็คือตัวนี้มันจะไปเรียกใช้ตัวนี้

707
00:47:05,068 --> 00:47:09,068
image นะคะ

708
00:47:09,069 --> 00:47:13,069
แล้วก็ใส่ ,

709
00:47:13,070 --> 00:47:17,070
ถูกแล้ว comma วรรค แล้วตาม

710
00:47:17,071 --> 00:47:21,071
ด้วยวงเล็บอีก 1 ครั้ง

711
00:47:21,076 --> 00:47:25,076
ดูดี ๆ นะคะ อันนี้

712
00:47:25,077 --> 00:47:29,077
ตรง scale นี่มีวงเล็บซ้อนวงเล็บ

713
00:47:29,079 --> 00:47:33,079
นะเด็ก ๆ ดูดี ๆ

714
00:47:33,081 --> 00:47:37,081
สังเกตว่าเมื่อเรามีวงเล็บเปิดเราก็ต้องมี

715
00:47:37,083 --> 00:47:41,083
วงเล็บจะต้องครบนะคะ ไม่ใช่

716
00:47:41,084 --> 00:47:45,084
เปิดมา 3 อัน พอใส่

717
00:47:45,085 --> 00:47:49,085
วงเล็บอันนี้ไอ้นี่หายไม่ใช่นะคะ

718
00:47:49,088 --> 00:47:53,088
มันจะผิด

719
00:47:53,090 --> 00:47:57,090

720
00:47:57,092 --> 00:48:01,092
มีวงเล็บซ้อนนะคะ ในวงเล็บซ้อนเราใส่อะไร ใส่

721
00:48:01,093 --> 00:48:05,093
size_x

722
00:48:05,093 --> 00:48:09,093
ใส่ size_x แล้วก็ใส่ size_y

723
00:48:09,095 --> 00:48:13,095
ค่ะ

724
00:48:13,096 --> 00:48:17,096
ล้นแล้ว

725
00:48:17,097 --> 00:48:21,097
เดี๋ยวลดขนาดลงโอเคเห็นนะ

726
00:48:21,102 --> 00:48:25,102
ยังเห็นอยู่ใช่ไหม

727
00:48:25,103 --> 00:48:29,103
ดูดี ๆ นะคะ ส่วนใหญ่ ถ้าจะผิด ตรงนี้ล่ะ

728
00:48:29,105 --> 00:48:33,105
เมื่อมีวงเล็บซ้อนน่ะ บางทีเด็ก ๆ

729
00:48:33,106 --> 00:48:37,106
ไปเผลอลบวงเล็บออกอันหนึ่งน่ะ วงเล็บปิดน่ะ

730
00:48:37,107 --> 00:48:41,107
เพราะฉะนั้น สังเกตถ้าเรามีวงเล็บ 2 วงเล็บนี่

731
00:48:41,107 --> 00:48:45,107
เราต้องนับนะคะ มีเปิดก็ต้องมีปิด

732
00:48:45,108 --> 00:48:49,108
ถ้าวงเล็บข้างหน้ามี 3

733
00:48:49,109 --> 00:48:53,109
เหมือนสมมติเรามีเพิ่มมาอีกอันหนึ่งนะคะ

734
00:48:53,111 --> 00:48:57,111
ถ้าเรามีวงเล็บเพิ่มมาอีกอันหนึ่งอย่างนี้

735
00:48:57,115 --> 00:49:01,115
เด็ก ๆ ก็ต้องมี

736
00:49:01,115 --> 00:49:05,115
นะคะ ไม่ใช่ว่าเปิดแล้วปิดไม่ครบ

737
00:49:05,116 --> 00:49:09,116
นะคะ อันนี้ทำตัวอย่างให้ดูไม่ต้องพิมพ์นะ

738
00:49:09,118 --> 00:49:13,118

739
00:49:13,119 --> 00:49:17,119

740
00:49:17,120 --> 00:49:21,120

741
00:49:21,123 --> 00:49:25,123
ตรงส่วนนี้นะคะ ก็คือพอ

742
00:49:25,125 --> 00:49:29,125
มันไปโหลดรูปเข้ามาปุ๊บนี่ให้มัน

743
00:49:29,126 --> 00:49:33,126
จัดการกับขนาดรูปภาพน่ะค่ะ ถ้ามันใหญ่มาก

744
00:49:33,127 --> 00:49:37,127
นะคะ เพราะบางคนยังไม่แปลงรูป

745
00:49:37,128 --> 00:49:41,128
นะ อธิบายเลยนะคะ คำสั่ง

746
00:49:41,129 --> 00:49:45,129
pygame.transform.scale นี่เป็นคำสั่ง

747
00:49:45,130 --> 00:49:49,130
สำหรับแปลงภาพที่เราจะโหลดน่ะค่ะ

748
00:49:49,131 --> 00:49:53,131
ก็คือให้ลดขนาด ตัว size_x, size_y นี่

749
00:49:53,133 --> 00:49:57,133
ถ้าโดยปกติแบบโหลดเข้ามารูปเดียวแล้วโหลด

750
00:49:57,134 --> 00:50:01,134
ให้มันลดขนาดนี่ ก็คือบอกขนาดว่า

751
00:50:01,134 --> 00:50:05,134
ตรงแกนนี้เท่าไร ตรงแกนนี้เท่าไรน่ะค่ะ

752
00:50:05,136 --> 00:50:09,136
รูปมันก็จะได้ขนาด

753
00:50:09,137 --> 00:50:13,137
ตามที่เรากำหนดนะคะ

754
00:50:13,138 --> 00:50:17,138

755
00:50:17,140 --> 00:50:21,140
เมื่อได้ส่วนของตัวนี้แล้วนะคะ

756
00:50:21,141 --> 00:50:25,141
เดี๋ยวเราจะปิดเงื่อนไขแล้วนะคะ Enter ลงไป

757
00:50:25,143 --> 00:50:29,143
แล้วคลิก back space

758
00:50:29,143 --> 00:50:33,143
ย้อนหลังไป 1 tap คลิกเครื่องหมาย backspace นะคะ

759
00:50:33,144 --> 00:50:37,144
ไม่ใช่กด นี่

760
00:50:37,149 --> 00:50:41,149
จะปิดแล้วนะคะ เราจะปิด

761
00:50:41,150 --> 00:50:45,150
เงื่อนไขแล้ว เพราะฉะนั้น ตำแหน่งมันจะตรง

762
00:50:45,152 --> 00:50:49,152
กับ if พอดีเห็นไหม

763
00:50:49,153 --> 00:50:53,153

764
00:50:53,154 --> 00:50:57,154
im

765
00:50:57,156 --> 00:51:01,156
image ค่ะ เลือก image

766
00:51:01,157 --> 00:51:05,157
.append

767
00:51:05,158 --> 00:51:09,158

768
00:51:09,160 --> 00:51:13,160
append นี่เลย

769
00:51:13,162 --> 00:51:17,162
append แล้วใส่วงเล็บ

770
00:51:17,163 --> 00:51:21,163
image ใช่ไหมคะ i-m ค่ะ

771
00:51:21,164 --> 00:51:25,164
สิ่งที่เราต้องการ คือ image นะคะ

772
00:51:25,165 --> 00:51:29,165

773
00:51:29,165 --> 00:51:33,165
เมื่อ...

774
00:51:33,166 --> 00:51:37,166
ดูนะคะ มีปิด

775
00:51:37,168 --> 00:51:41,168
ของ if for for เป็น loop

776
00:51:41,169 --> 00:51:45,169
ก็ต้องมีปิดของ for ด้วยเหมือนกัน Enter

777
00:51:45,171 --> 00:51:49,171
ลงไป แล้วกด back space

778
00:51:49,173 --> 00:51:53,173
เห็นไหมมันจะไปปิดของ for แล้ว

779
00:51:53,173 --> 00:51:57,173
ตำแหน่งที่ปิดมันจะตรงกับ for พอดี

780
00:51:57,173 --> 00:52:01,173

781
00:52:01,174 --> 00:52:05,174
พิมพ์ return ค่ะ

782
00:52:05,175 --> 00:52:09,175
เมื่อหมดออกจาก loop นี่ต้องให้มัน return 8ค

783
00:52:09,176 --> 00:52:13,176
ให้มันคืนค่า เพราะฉะนั้น ต้องใช้คำว่า

784
00:52:13,177 --> 00:52:17,177
นะคะ

785
00:52:17,178 --> 00:52:21,178
return อะไร

786
00:52:21,180 --> 00:52:25,180
return ค่าให้อะไร ให้ image ค่ะ

787
00:52:25,182 --> 00:52:29,182
นะคะ ให้ image ของเรา

788
00:52:29,183 --> 00:52:33,183

789
00:52:33,184 --> 00:52:37,184
เพื่อให้เห็นเป็นส่วน ๆ ชัด

790
00:52:37,186 --> 00:52:41,186
ตรง if แม่ก็จะเว้นนะ

791
00:52:41,187 --> 00:52:45,187
จะได้รู้ว่า อ๋อ ตรงนี้เป็นของส่วนนี้ จะดูง่ายกว่า

792
00:52:45,188 --> 00:52:49,188
นี่เห็นไหม loop มันจะมาสิ้นสุดเมื่อมา

793
00:52:49,189 --> 00:52:53,189
เจอคำว่า "return"

794
00:52:53,190 --> 00:52:57,190
เงื่อนไขก็จะมา

795
00:52:57,191 --> 00:53:01,191
จนกว่าจะเจอส่วนปิดที่ตรงกับเขาน่ะ

796
00:53:01,192 --> 00:53:05,192
ใน if เงื่อนไขก็จะสิ้นสุดตรงนี้นะคะ

797
00:53:05,193 --> 00:53:09,193
มันก็จะวนกลับไป กลับไปเอารูปมาแล้วทำ

798
00:53:09,195 --> 00:53:13,195
ซ้ำ ๆ

799
00:53:13,196 --> 00:53:17,196
นี่คือส่วนของ

800
00:53:17,198 --> 00:53:21,198
อะไรล่ะ

801
00:53:21,199 --> 00:53:25,199
ส่วนของการสร้างฟังก์ชันนะคะ

802
00:53:25,202 --> 00:53:29,202
สำหรับ สำหรับทำอะไร

803
00:53:29,203 --> 00:53:33,203
สำหรับใช้โหลดรูปภาพหลาย ๆ รูปนะคะ

804
00:53:33,204 --> 00:53:37,204
ก็คือพอสั่งปุ๊บนี่

805
00:53:37,206 --> 00:53:41,206
มันจะเข้าไปเช็กก่อนเลย เริ่มที่ตำแหน่งที่ 0

806
00:53:41,207 --> 00:53:45,207
จำนวนเท่าไรก็แล้วแต่เริ่มแล้ว path

807
00:53:45,209 --> 00:53:49,209
ก็จะบอกเส้นทาง อยู่ตรงนี้นะคะ

808
00:53:49,211 --> 00:53:53,211
แล้ว image จะไปโหลดภาพนั้นมาแล้ว convert เรียบร้อยแล้วนะคะ

809
00:53:53,211 --> 00:53:57,211
เสร้จแล้วก็วางตำแหน่งให้มัน กำหนดขนาด

810
00:53:57,217 --> 00:54:01,217
ก็คือตำแหน่งหรือขนาดนี่ โดยมีเงื่อนไขว่า

811
00:54:01,217 --> 00:54:05,217
ถ้าขนาดของรูปเป็นเท่านี้ ๆ นะคะ คือ

812
00:54:05,218 --> 00:54:09,218
ถ้ามันมากกว่าเห็นไหม ก็ให้ทำการ

813
00:54:09,219 --> 00:54:13,219
ปรับขนาดมันเสีย pygame_transform_scale

814
00:54:13,220 --> 00:54:17,220
ปรับขนาดมันสะ แล้วก็ปรับขนาด

815
00:54:17,221 --> 00:54:21,221
เรียบร้อย ก็แสดงภาพนั้นออกมา เมื่อ

816
00:54:21,222 --> 00:54:25,222
ถ้ามันตรวจสอบเงื่อนไข ทำถูกปุ๊บ วนลูปปุ๊บ

817
00:54:25,223 --> 00:54:29,223
เห็นไหมคะ มันก็จะคืนค่ากับส่งค่า

818
00:54:29,224 --> 00:54:33,224
กลับคืนไปเริ่มใหม่แล้วคุณก็ไปเริ่มใหม่

819
00:54:33,227 --> 00:54:37,227
มันก็จะวนซ้ำไปเรื่อย ๆ เห็นไหมคะ

820
00:54:37,228 --> 00:54:41,228
เสร็จแล้วในส่วนของ format

821
00:54:41,229 --> 00:54:45,229
ถ้า run นี่มันจะไม่เห็นอะไรขึ้น เพราะเรายังไม่

822
00:54:45,230 --> 00:54:49,230
เริ่มนะ ไม่เชื่อกด Ctrl + B

823
00:54:49,230 --> 00:54:53,230
ถ้าจะเกิด Error นั่นก็คือการประกาศตัวแปรไม่สมบูรณ์

824
00:54:53,231 --> 00:54:57,231
ลองกด Ctrl + B ดูก็ได้

825
00:54:57,232 --> 00:55:01,232
นี่ ถ้าผ่านไม่มี error นี่ แสดงว่าผ่าน

826
00:55:01,233 --> 00:55:05,233
อยู่นะคะ แต่

827
00:55:05,235 --> 00:55:09,235
แต่รูปยังไม่มา เพราะอะไร เพราะยังไม่ได้เียบรูป

828
00:55:09,236 --> 00:55:13,236
แค่บอกเงื่อนไข บอกวิธีการว่า

829
00:55:13,237 --> 00:55:17,237
เราจะไปทำการดาวน์โหลดรูปมาใช้นี่

830
00:55:17,239 --> 00:55:21,239
จะเรียกไอ้รูปนี้มาใช้

831
00:55:21,240 --> 00:55:25,240
มันอยู่ที่ Class ค่ะ มาดูสไลด์ต่อไป

832
00:55:25,241 --> 00:55:29,241
ส่วนของฟังก์ชันที่เราสร้างนี่

833
00:55:29,242 --> 00:55:33,242
เพื่อจะไปใช้สำหรับในการโหลด

834
00:55:33,245 --> 00:55:37,245
มาใช่ไหม แต่ส่วนของรูป

835
00:55:37,246 --> 00:55:41,246
ที่จะโผล่มานะคะ จะอยู่ในส่วนที่ 2

836
00:55:41,247 --> 00:55:45,247
ส่วนของ class นั่นเองเห็นไหมคะ

837
00:55:45,248 --> 00:55:49,248
เราจะสร้างและเคลื่อนย้าย

838
00:55:49,249 --> 00:55:53,249
ไม่ใช่สร้างอย่างเดียวด้วย

839
00:55:53,250 --> 00:55:57,250
มันต้องย้ายได้ด้วย ก็คือไอ้รูปภูเขา

840
00:55:57,251 --> 00:56:01,251
ไอ้หน้าที่เราเลื่อนเห็นไหม พอเวลา

841
00:56:01,255 --> 00:56:05,255
ไอ้ตัว Dino เราวิ่ง สิ่งกีดขวาง

842
00:56:05,256 --> 00:56:09,256
อุปสรรคของเรามันต้องเคลื่อนตามไปด้วยนะคะ

843
00:56:09,257 --> 00:56:13,257
Class นี่จะยาว เด็ก ๆ

844
00:56:13,259 --> 00:56:17,259
ตรง class นี่บอกเลยนะ ต้องใจเย็น ๆ นะ

845
00:56:17,260 --> 00:56:21,260
เพราะมันเยอะ โค้ดมันเยอะหน่อยนะคะ

846
00:56:21,262 --> 00:56:25,262
เหมือนเดิม

847
00:56:25,262 --> 00:56:29,262
ก็คือพอเวลาเราจะสร้าง Class ใหม่

848
00:56:29,264 --> 00:56:33,264
เราก็ต้องใส่คอมเมนต์เพื่อจะบอกว่า class นี่เอาไว้ทำอะไร

849
00:56:33,265 --> 00:56:37,265
ใช่ไหมคะ ซึ่งในตัวนี้นะคะ

850
00:56:37,266 --> 00:56:41,266
optacle ของเราในเ

851
00:56:41,268 --> 00:56:45,268
ก็คือแม่จะใช้ก้อนหิน ของเด็ก ๆ อุปสรรค สิ่งกีดขวาง

852
00:56:45,269 --> 00:56:49,269
ของเด็ก ๆ เป็นอะไร เด็ก ๆ

853
00:56:49,270 --> 00:56:53,270
็ก็ไม่ต้องใช้ Rock เหมือนกันนึกออกนะ มันจะ

854
00:56:53,271 --> 00:56:57,271
ตามตัวไอ้สิ่งกีดขวางที่เราจะเอามาใช้น่ะ

855
00:56:57,272 --> 00:57:01,272
เพราะบางคนเป็นอะไรนะ ของมุก

856
00:57:01,274 --> 00:57:05,274
เอาอะไรเป็นสิ่งกีดขวางลูก

857
00:57:05,275 --> 00:57:09,275
ถ้านึกไม่ออก เหมือนที่บอกนะ

858
00:57:09,277 --> 00:57:13,277
ใช้คำว่า obs ใช่ไหมคะ ที่มาจาก

859
00:57:13,277 --> 00:57:17,277
Obstacle ก็ได้

860
00:57:17,278 --> 00:57:21,278
แต่อันนี้เหมือนแม่รู้แล้ว แม่จะใช้ก้อนหินเป็นตัวสิ่งกีดขวาง

861
00:57:21,282 --> 00:57:25,282
หรืออุปสรรค แม่ก็เลยตั้งชื่อ class ว่า

862
00:57:25,283 --> 00:57:29,283
rock เสียเลย แต่ทีนี้ชื่อนี้

863
00:57:29,284 --> 00:57:33,284
เด็ก ๆ ไม่ใช่ rock ก็ได้นะคะ ให้นึกถึง

864
00:57:33,285 --> 00:57:37,285
สิ่งกีดขวางของตัวเอง นึกออกนะ

865
00:57:37,286 --> 00:57:41,286
บางคนเป็นของขวัญนึกออกนะ ก็ให้ตั้งชื่อนั้นก็ได้

866
00:57:41,287 --> 00:57:45,287
แต่อย่าลืมนะคะ กฏของการตั้งชื่อ Class

867
00:57:45,291 --> 00:57:49,291
ก็คือตัวแปรนี่

868
00:57:49,292 --> 00:57:53,292
ไม่ใช่ตัวแปร ชื่อของ class นี่ ตัวแรก ตัว

869
00:57:53,293 --> 00:57:57,293
อักษรตัวแรกจะต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ

870
00:57:57,294 --> 00:58:01,294
สังเกตว่าเห็นไหม ชื่อ Class กับชื่อ Function นี่ใช้ตัวเล็กได้

871
00:58:01,295 --> 00:58:05,295
กับชื่อฟังก์ชัน ฟังก์ชันนี่ ใช้ตัวเล็กได้

872
00:58:05,296 --> 00:58:09,296
เห็นไหม แต่ชื่อ class นี่

873
00:58:09,297 --> 00:58:13,297
ห้าม ต้องมีตัวใหญ่ที่ตัวแรก

874
00:58:13,297 --> 00:58:17,297
หรือใหญ่ทั้งหมดเลยก็ได้นะคะ โอเค

875
00:58:17,298 --> 00:58:21,298
เรามาเริ่มกัน พร้อมจะโค้ดไหม

876
00:58:21,299 --> 00:58:25,299
เพราะบอกเลยว่าเฉพาะ class นี่ดูนะคะ

877
00:58:25,300 --> 00:58:29,300
ส่วนแรก class name นะคะ ก็คือระบุชื่อ

878
00:58:29,301 --> 00:58:33,301
ของ Class ที่เราจะไว้ใช้งานนี่

879
00:58:33,302 --> 00:58:37,302
นะคะ แล้วใน Class นั้นประกิอบ

880
00:58:37,303 --> 00:58:41,303
ฟังก์ชัน

881
00:58:41,304 --> 00:58:45,304
มี function init

882
00:58:45,305 --> 00:58:49,305
บอกแล้ว init ก็คือฟังก์ชัน

883
00:58:49,306 --> 00:58:53,306
สำหรับกำหนดค่าต่าง ๆ เบื้องต้นนั่นเอง

884
00:58:53,307 --> 00:58:57,307
นะคะ ต่อมาฟังก์ชัน

885
00:58:57,308 --> 00:59:01,308
get rock ก็คือ ฟังก์ชันสำหรับ

886
00:59:01,308 --> 00:59:05,308
เอารูปน่ะค่ะ เอารูปมาใช้น่ะ

887
00:59:05,310 --> 00:59:09,310
แล้วต่อมาเป็นฟังก์ชันที่ชื่อว่า "

888
00:59:09,313 --> 00:59:13,313
update.speed

889
00:59:13,314 --> 00:59:17,314
คือ ความจริงมันจะเหมือน

890
00:59:17,315 --> 00:59:21,315
background น่ะ ภาพมันไม่ได้เคลื่อน

891
00:59:21,316 --> 00:59:25,316
หลอกว่าภาพมันเคลื่อน นึกออกนะ

892
00:59:25,317 --> 00:59:29,317
มันก็เลยต้องมีความเร็วของการเคลื่อนที่

893
00:59:29,317 --> 00:59:33,317
ของภาพเข้าไปด้วยนะคะ พอมันมีการเคลื่อนเข้าไปนี่

894
00:59:33,318 --> 00:59:37,318
มันก็ต้องอัปเดตมันตลอดนะคะ

895
00:59:37,319 --> 00:59:41,319
เสร็จแล้ว ส่วนของฟังก์ชัน draw ก็คือ

896
00:59:41,320 --> 00:59:45,320
แสดงไอ้ตัว

897
00:59:45,321 --> 00:59:49,321
อุปสรรคน่ะ หรือสิ่งกีดขวางขึ้นมา

898
00:59:49,322 --> 00:59:53,322
นะคะ และฟังก์ชันสุดท้าย ฟังก์ชัน

899
00:59:53,323 --> 00:59:57,323
update ในที่นี้ คือ อัปเดตทั้งหมด

900
00:59:57,324 --> 01:00:01,324
อัปเดตแต่ละส่วนน่ะ อันนี้จะมีเงื่อนไขเยอะสุด

901
01:00:01,325 --> 01:00:05,325
นะคะ ไม่รู้จะถึง update ไหม

902
01:00:05,327 --> 01:00:09,327
นะคะ ค่อย ๆ ไปนะคะ เพราะฉะนั้น

903
01:00:09,328 --> 01:00:13,328
โค้ดตรงนี้จะค่อนข้างเยอะนะคะ เพราะฉะนั้น ใจเย็น ๆ

904
01:00:13,330 --> 01:00:17,330
พร้อมแล้วเริ่มเลยนะคะ เริ่ม Codding กันเลย

905
01:00:17,331 --> 01:00:21,331
ไปที่ sublime กลับไปที่

906
01:00:21,332 --> 01:00:25,332
Sublime

907
01:00:25,333 --> 01:00:29,333
ตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันเสร็จแล้ว

908
01:00:29,334 --> 01:00:33,334
ส่วนต่อมาเราจะสร้าง class นะคะ

909
01:00:33,335 --> 01:00:37,335
กด Enter จาก return_image

910
01:00:37,336 --> 01:00:41,336
เราเสร็จไปแล้ว ตอนนี้เราจะสร้าง Class

911
01:00:41,337 --> 01:00:45,337
กด Enter ลงไป 2 ครั้งนะคะ

912
01:00:45,338 --> 01:00:49,338
แล้วก็กด Backspace

913
01:00:49,339 --> 01:00:53,339
กลับคืนให้มันกลับไปชิด เพราะมันเป็น...

914
01:00:53,341 --> 01:00:57,341
เราจะใส่คอมเมนต์ก่อน

915
01:00:57,342 --> 01:01:01,342

916
01:01:01,344 --> 01:01:05,344

917
01:01:05,344 --> 01:01:09,344

918
01:01:09,348 --> 01:01:13,348
สร้าง Class

919
01:01:13,350 --> 01:01:17,350
สิ่งกีดขวางหรืออุปสรรค

920
01:01:17,352 --> 01:01:21,352

921
01:01:21,353 --> 01:01:25,353
เอาสิ่งกีดขวางเลยแล้วกัน ไม่วงเล็บอุปสรรคแล้วนะ

922
01:01:25,354 --> 01:01:29,354
ในที่นี้ก็คือ

923
01:01:29,356 --> 01:01:33,356
ก้อนหิน Rock นะคะ

924
01:01:33,357 --> 01:01:37,357
ก็คือตัวสิ่งกีดขวาง

925
01:01:37,357 --> 01:01:41,357
ของแม่มันคือ rock น่ะ หรือก้อนหินน่ะ

926
01:01:41,360 --> 01:01:45,360
แม่ก็เลยใช้ชื่อนี้นะคะ เพราะฉะนั้น

927
01:01:45,362 --> 01:01:49,362
พอเวลาสร้างปุ๊บนะคะ พิมพ์ class

928
01:01:49,363 --> 01:01:53,363
ปุ๊บนี่ ให้เด็ก ๆ คลิกที่

929
01:01:53,364 --> 01:01:57,364
Class new class เห็นไหม มันจะสร้าง

930
01:01:57,365 --> 01:02:01,365
อย่างนี้ขึ้นมาให้ต้องคลิกอย่างนี้นะคะ

931
01:02:01,366 --> 01:02:05,366
ดูใหม่นะ พิมพ์ c-l ปุ๊บนี่

932
01:02:05,367 --> 01:02:09,367
เลือก class new class นะคะ

933
01:02:09,368 --> 01:02:13,368
ให้มันขึ้น Template ของ class ขึ้นมาแบบนี้นะคะ

934
01:02:13,369 --> 01:02:17,369

935
01:02:17,371 --> 01:02:21,371

936
01:02:21,372 --> 01:02:25,372
ในส่วนของ class name นะคะ

937
01:02:25,373 --> 01:02:29,373
ชื่อ Class นะคะ

938
01:02:29,375 --> 01:02:33,375

939
01:02:33,376 --> 01:02:37,376
ตรงส่วนนี้

940
01:02:37,378 --> 01:02:41,378
นะคะ ตรงส่วน class name นี่ ให้เด็ก ๆ

941
01:02:41,380 --> 01:02:45,380
นึกถึงสิ่งกีดขวางของตัวเอง

942
01:02:45,381 --> 01:02:49,381
เช่น ถ้าใครใช้ก้อนหิน

943
01:02:49,381 --> 01:02:53,381
อาจจะใช้คำว่า "Rock"

944
01:02:53,390 --> 01:02:57,390
ภาษาอังกฤษนะ ก้อนหิน Rock ก็แปลว่าก้อนหินก็ได้

945
01:02:57,391 --> 01:03:01,391
หรือ stone ก็ได้

946
01:03:01,392 --> 01:03:05,392
ถ้าบอกแล้วถ้าใครนึกชื่อภาษาอังกฤษไม่ออก

947
01:03:05,393 --> 01:03:09,393
ใช้ Google แปลช่วยนะคะ ถ้าของใครเป็น

948
01:03:09,395 --> 01:03:13,395
ขอนไม้ ถ้าของใครเป็นขอนไม้ ก็ใช้

949
01:03:13,396 --> 01:03:17,396
ขอนไม้ภาษาไทยแล้วให้ Google มัน

950
01:03:17,397 --> 01:03:21,397
ก็ไปก๊อป(ปี้)มา อันนั้นคือชื่อ Class

951
01:03:21,400 --> 01:03:25,400
ของเรา จะได้รู้ว่าสิ่งกีดขวางตัวนี้

952
01:03:25,400 --> 01:03:29,400
มันหมายถึงอะไรนะคะ ในที่นี้

953
01:03:29,402 --> 01:03:33,402
สิ่งกีดขวาง ก็คือ

954
01:03:33,404 --> 01:03:37,404

955
01:03:37,404 --> 01:03:41,404
ก้อนหิน

956
01:03:41,407 --> 01:03:45,407
อันนี้เราระบุไป

957
01:03:45,407 --> 01:03:49,407
เพื่อจะได้รู้นะ หรือว่า rock นั่นเอง

958
01:03:49,408 --> 01:03:53,408

959
01:03:53,409 --> 01:03:57,409
ตรงส่วนนี้ค่ะ ของเด็ก ๆ

960
01:03:57,410 --> 01:04:01,410
ชื่อมันก็จะเปลี่ยนไปตามชื่อสิ่งกีดขวางเรานะ

961
01:04:01,411 --> 01:04:05,411
เพราะฉะนั้น Class name บอกแล้วให้สังเกตที่

962
01:04:05,415 --> 01:04:09,415
เห็นไหมคะ ตรงชื่อแรกนี่

963
01:04:09,416 --> 01:04:13,416
ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอนะคะ

964
01:04:13,417 --> 01:04:17,417
class name แม่จะใช้คำว่า "Rock"

965
01:04:17,418 --> 01:04:21,418

966
01:04:21,420 --> 01:04:25,420
เด็ก ๆ ใช้ชื่ออะไรเด็ก ๆ ก็เปลี่ยนนะคะ

967
01:04:25,421 --> 01:04:29,421
ใน object เราไม่ใส่ มันจะ

968
01:04:29,422 --> 01:04:33,422
เอาไปสร้างไว้ข้างใน เราลบออกนะคะ

969
01:04:33,424 --> 01:04:37,424

970
01:04:37,425 --> 01:04:41,425
บรรทัดนี้

971
01:04:41,427 --> 01:04:45,427
มันอธิบายเฉย ๆ มันลบออกได้นะคะ

972
01:04:45,428 --> 01:04:49,428

973
01:04:49,429 --> 01:04:53,429
เห็นไหมคะ definition

974
01:04:53,430 --> 01:04:57,430
_init นี่ขึ้นมาเลย

975
01:04:57,431 --> 01:05:01,431
เป็นส่วนของการกำหนดค่าเบื้องต้นใน class นะคะ

976
01:05:01,432 --> 01:05:05,432

977
01:05:05,433 --> 01:05:09,433

978
01:05:09,438 --> 01:05:13,438
Class name ของเราอันนี้ก็คืออะไรคะ rock เห็นไหมคะ

979
01:05:13,438 --> 01:05:17,438
เลือกเลย

980
01:05:17,439 --> 01:05:21,439
เดี๋ยวแป๊บ

981
01:05:21,440 --> 01:05:25,440
ขอถ่ายโค้ดบอกแล้วโค้ดมันเยอะ

982
01:05:25,441 --> 01:05:29,441

983
01:05:29,442 --> 01:05:33,442

984
01:05:33,443 --> 01:05:37,443

985
01:05:37,445 --> 01:05:41,445

986
01:05:41,446 --> 01:05:45,446

987
01:05:45,448 --> 01:05:49,448

988
01:05:49,449 --> 01:05:53,449

989
01:05:53,454 --> 01:05:57,454

990
01:05:57,456 --> 01:06:01,456

991
01:06:01,457 --> 01:06:05,457

992
01:06:05,458 --> 01:06:09,458

993
01:06:09,460 --> 01:06:13,460
เพื่อให้เห็น

994
01:06:13,463 --> 01:06:17,463
บอกแล้วนะคะ เพื่อเราต้องการให้เห็น

995
01:06:17,463 --> 01:06:21,463
ชัดเจน เราก็จะเว้นสัก 1 บรรทัดตรง

996
01:06:21,465 --> 01:06:25,465
ฟังก์ชัน init นี่

997
01:06:25,466 --> 01:06:29,466
แยกสัดส่วนให้ชัดเจน

998
01:06:29,470 --> 01:06:33,470
โอเค

999
01:06:33,471 --> 01:06:37,471

1000
01:06:37,473 --> 01:06:41,473

1001
01:06:41,474 --> 01:06:45,474
นะคะ ตรงส่วน super นะคะ

1002
01:06:45,475 --> 01:06:49,475
กำหนดค่าตรงนี้เราจะลบออกนะคะ

1003
01:06:49,476 --> 01:06:53,476

1004
01:06:53,477 --> 01:06:57,477
เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ ตรงโครงสร้างมันต้องไม่เคลื่อน

1005
01:06:57,478 --> 01:07:01,478
ไปกว่านี้นะ ดูตำแหน่งดี ๆ ด้วยนะ

1006
01:07:01,484 --> 01:07:05,484
self ที่ 1

1007
01:07:05,485 --> 01:07:09,485

1008
01:07:09,486 --> 01:07:13,486

1009
01:07:13,488 --> 01:07:17,488

1010
01:07:17,489 --> 01:07:21,489
นะคะ

1011
01:07:21,491 --> 01:07:25,491
ตรงตัวนี้นะคะ self ตัวแรก

1012
01:07:25,494 --> 01:07:29,494
นะคะ ตรงนี้

1013
01:07:29,495 --> 01:07:33,495
เราจะใส่ตัวแปนชื่อว่า speed

1014
01:07:33,497 --> 01:07:37,497

1015
01:07:37,498 --> 01:07:41,498
จะบอกว่า

1016
01:07:41,499 --> 01:07:45,499
ใส่ชื่อตัวแปร มันน่าจะเป็นใส่ฟังก์ชันนี่ล่ะ ชื่อ speed นะคะ

1017
01:07:45,501 --> 01:07:49,501
กำหนดให้ความเร็วมันน่าจะเริ่มที่ 5

1018
01:07:49,502 --> 01:07:53,502

1019
01:07:53,504 --> 01:07:57,504

1020
01:07:57,505 --> 01:08:01,505
เราจะกำหนดค่าให้ speed

1021
01:08:01,507 --> 01:08:05,507
เท่ากับ 5 นะคะ

1022
01:08:05,508 --> 01:08:09,508

1023
01:08:09,509 --> 01:08:13,509
ตรงตัวที่ 2 นะคะ เราจะสร้างตัวแปร

1024
01:08:13,510 --> 01:08:17,510
rock ค่ะ

1025
01:08:17,511 --> 01:08:21,511
rock_image

1026
01:08:21,512 --> 01:08:25,512
ก็คือตัวแปรนี้ก็คือตัวแปรของไอ้รูปก้อนหิน

1027
01:08:25,513 --> 01:08:29,513
เรานี่เองนะคะ บอกให้รู้ว่าตรงนี้มันจะเป็น

1028
01:08:29,514 --> 01:08:33,514
รูปก้อนหินนะคะ แล้วจะเท่ากับอะไร

1029
01:08:33,514 --> 01:08:37,514
arg นี่มาจากคำว่า

1030
01:08:37,515 --> 01:08:41,515
argument นะคะ argument ก็คือ

1031
01:08:41,516 --> 01:08:45,516
ส่วนของ

1032
01:08:45,517 --> 01:08:49,517
event หรือเงื่อนไขต่าง ๆ นี่

1033
01:08:49,518 --> 01:08:53,518
เพื่ออธิบายส่วนนี้นะคะ ในที่นี้

1034
01:08:53,520 --> 01:08:57,520
ก็คือเราจะไปเรียกใช้ตัวนี้มานะคะ

1035
01:08:57,522 --> 01:09:01,522
load_sprites

1036
01:09:01,522 --> 01:09:05,522
เลือก load_sprites เลย

1037
01:09:05,523 --> 01:09:09,523
จะได้ไม่ผิด ใส่วงเล็บด้วยนะคะ

1038
01:09:09,524 --> 01:09:13,524
ใส่วงเล็บเข้าไปพอใส่วงเล็บ

1039
01:09:13,525 --> 01:09:17,525
บอกให้รู้ว่าเป็นฟังก์ชัน

1040
01:09:17,526 --> 01:09:21,526
ฟังก์ชัน load_sprites นะคะ

1041
01:09:21,528 --> 01:09:25,528

1042
01:09:25,529 --> 01:09:29,529

1043
01:09:29,530 --> 01:09:33,530

1044
01:09:33,531 --> 01:09:37,531

1045
01:09:37,537 --> 01:09:41,537
ใส่เครื่องหมายคำพูดค่ะ

1046
01:09:41,538 --> 01:09:45,538
ในวงเล็บเข้าไปในวงเล็บนะคะ

1047
01:09:45,539 --> 01:09:49,539
ก็คือเราจะให้มันไปโหลดรูป

1048
01:09:49,540 --> 01:09:53,540
อะไร รูปก้อนหินของเรานั่นเอง

1049
01:09:53,542 --> 01:09:57,542

1050
01:09:57,542 --> 01:10:01,542

1051
01:10:01,546 --> 01:10:05,546
rock ตามด้วยเครื่องหมาย Underscore

1052
01:10:05,548 --> 01:10:09,548
คือ เนื่องจาก

1053
01:10:09,549 --> 01:10:13,549
รูปมันมีหลายรูปนึกออกนะ

1054
01:10:13,550 --> 01:10:17,550
ใส่ Underscore ไว้เว้นแต่ไม่ใส่ตัวเลข

1055
01:10:17,551 --> 01:10:21,551
เพราะอะไร เพราะการใช้ฟังก์ชัน load_sprites

1056
01:10:21,553 --> 01:10:25,553
มันจะไปวนลูปเพื่อดึงรูปที่ 0, 1, 2, 3

1057
01:10:25,554 --> 01:10:29,554
มาใช้นึกออกไหมลูกนะคะ

1058
01:10:29,556 --> 01:10:33,556

1059
01:10:33,557 --> 01:10:37,557
หลังเครื่องหมายคำพูด

1060
01:10:37,558 --> 01:10:41,558
ที่เรียกโหลดชื่อรูปนะคะ

1061
01:10:41,559 --> 01:10:45,559
ใส่ , 1 ครั้ง

1062
01:10:45,560 --> 01:10:49,560
แล้วก็กดวรรค

1063
01:10:49,561 --> 01:10:53,561

1064
01:10:53,562 --> 01:10:57,562
ตรงนี้นะคะ

1065
01:10:57,563 --> 01:11:01,563
เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ ตำแหน่งใน load

1066
01:11:01,564 --> 01:11:05,564
ไอ้ส่วนที่อยู่ในวงเล็บมันมาจากไหน

1067
01:11:05,565 --> 01:11:09,565
เห็นไหมคะ image_name_perfix

1068
01:11:09,566 --> 01:11:13,566
ก็คือ image name

1069
01:11:13,568 --> 01:11:17,568
เห็นไหม แล้วก็ตามด้วย pefix

1070
01:11:17,568 --> 01:11:21,568
อะไรก็แล้วแต่เห็นไหม อันนี้คือ image name

1071
01:11:21,569 --> 01:11:25,569
มันมี 3 เห็นไหม

1072
01:11:25,572 --> 01:11:29,572
3, 4, 5 เอ้ย 1, 2,

1073
01:11:29,574 --> 01:11:33,574
3, 4 เพราะฉะนั้น number ก็คือ

1074
01:11:33,576 --> 01:11:37,576
จำนวนของเราคือเท่าไรคะ รูปเรามีกี่รูป

1075
01:11:37,577 --> 01:11:41,577
4 เพราะฉะนั้น ก็คือหมายเลข 4

1076
01:11:41,578 --> 01:11:45,578
เข้าใจนะ

1077
01:11:45,579 --> 01:11:49,579
, ตัวที่ 2 ค่าของตัว

1078
01:11:49,581 --> 01:11:53,581
ที่ 2 คือ size_x

1079
01:11:53,583 --> 01:11:57,583
= 0 ในที่นี้ ก็คือ

1080
01:11:57,585 --> 01:12:01,585
ตำแหน่งที่เราจะเอา...

1081
01:12:01,585 --> 01:12:05,585
เรื่องมันยาวนี่

1082
01:12:05,586 --> 01:12:09,586
น้ำท่าจะหมดขวด

1083
01:12:09,588 --> 01:12:13,588
ก็ถึงบอกไง

1084
01:12:13,591 --> 01:12:17,591
เล่นเกมไงเห็นไหม เห็นง่าย ๆ สนุก ๆ น่ะ

1085
01:12:17,593 --> 01:12:21,593
คนเขียนโค้ดมันไม่ได้เขียนเสร็จบรรทัดเดียวนะ

1086
01:12:21,594 --> 01:12:25,594
เข้าใจหรือยัง เพราะฉะนั้น เขาอยากได้เงิน

1087
01:12:25,596 --> 01:12:29,596
ก็ต้องแบ่งให้เขา เข้าใจไหม

1088
01:12:29,597 --> 01:12:33,597
เห็นไหมลูก ใช่ไหมล่ะ

1089
01:12:33,598 --> 01:12:37,598
เห็นไหมล่ะ เกม 1 เกม กว่าจะทำได้ เขียนโปรแกรมไม่รู้ตั้งกี่

1090
01:12:37,599 --> 01:12:41,599
บรรทัดนะ นะคะ

1091
01:12:41,600 --> 01:12:45,600
ดีเทลมันเยอะอยู่นะทำเกมน่ะ

1092
01:12:45,602 --> 01:12:49,602
ค่าตัวที่ 2  ให้นึกถึงนะ

1093
01:12:49,602 --> 01:12:53,602
บอกแล้วว่าเวลาใน 1 หน้าจอนี่ ตำแหน่งของ

1094
01:12:53,604 --> 01:12:57,604
รูปที่เราจะไปวางน่ะค่ะ size size

1095
01:12:57,606 --> 01:13:01,606
เช่น สมมติ สมมติ

1096
01:13:01,606 --> 01:13:05,606
ก้อนหินเราจะวางที่ตำแหน่งนี้ นึกออกนะ

1097
01:13:05,608 --> 01:13:09,608
เช่น สมมติกะไป

1098
01:13:09,609 --> 01:13:13,609
300 อยู่ที่ตำแหน่ง 300

1099
01:13:13,610 --> 01:13:17,610
อย่างนี้นะ แล้วก็บรรทัดที่

1100
01:13:17,662 --> 01:13:21,662
500 นึกออกไหม นั่นคือ size_x, size_y

1101
01:13:21,665 --> 01:13:25,665
เพราะฉะนั้น ค่าตรงนี้ size x

1102
01:13:25,666 --> 01:13:29,666
นะคะ

1103
01:13:29,667 --> 01:13:33,667
ก้อนหินที่เราจะเอาไปวาง ถ้าใคร

1104
01:13:33,668 --> 01:13:37,668
จะได้หนก่อนตัวเองพากันวางไว้ตรงไหนล่ะ

1105
01:13:37,669 --> 01:13:41,669
นึกไม่ออกให้ดูตำแหน่งของอะไรนะ ตำแหน่ง

1106
01:13:41,670 --> 01:13:45,670
ของน้องไดโนเสาร์ใช่ไหม

1107
01:13:45,671 --> 01:13:49,671
น้องไดโนเสาร์ เราเอาน้องวางที่ไหน

1108
01:13:49,672 --> 01:13:53,672
ดูที่ค่าเริ่มต้นของน้องไดโนเสาร์สิ อยู่ไหน

1109
01:13:53,674 --> 01:13:57,674
dino เดี๋ยวนะแป๊บหนึ่ง

1110
01:13:57,674 --> 01:14:01,674
คือมันจะไม่เกินอะไรลูก คือมันจะไม่เกิน

1111
01:14:01,675 --> 01:14:05,675
ไอ้ตัว... นี่ ทำไมล่ะนี่

1112
01:14:05,676 --> 01:14:09,676
แป๊บหนึ่งนะคะ นี่ ๆ ๆ เห็นไหม

1113
01:14:09,676 --> 01:14:13,676
ไดโนเสาร์มันเริ่มที่... สมมติ

1114
01:14:13,677 --> 01:14:17,677
จากหน้าจอเรานี่นะคะ

1115
01:14:17,679 --> 01:14:21,679
ว่า 600 500 อะไรก็แล้วแต่

1116
01:14:21,680 --> 01:14:25,680
Dino เริ่มวางที่ตำแหน่งที่ 10 ก็จะประมาณนี้

1117
01:14:25,682 --> 01:14:29,682
10 แล้วก็บรรทัดที่ 380

1118
01:14:29,682 --> 01:14:33,682
อยู่ตรงนี้ชิดขอบพื้นดินพอดี dino

1119
01:14:33,684 --> 01:14:37,684
ก็จะอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ก้อนหิน

1120
01:14:37,685 --> 01:14:41,685
อยู่ตรงกับ dino พอดีไหม ไม่ควร เราควร

1121
01:14:41,687 --> 01:14:45,687
ให้มันวิ่งไปสักเท่าไรดี มันน่าจะอยู่

1122
01:14:45,688 --> 01:14:49,688
ประมาณตรงนี้ บวกเข้าไปอีก เพราะฉะนั้น ไม่อยู่ที่ตำแหน่ง

1123
01:14:49,689 --> 01:14:53,689
ที่ 10 แล้ว แน่นอนล่ะ เพิ่มอีกสัก

1124
01:14:53,690 --> 01:14:57,690
ดูอะไรเป็นหลักด้วย อย่าลืมนะคะ ก็คือดูพื้นที่หน้าจอ

1125
01:14:57,691 --> 01:15:01,691
ของเราด้วยใช่ไหม screen_width เรา

1126
01:15:01,692 --> 01:15:05,692
800 มันก็ต้องไม่เกิน 800 ล่ะ

1127
01:15:05,695 --> 01:15:09,695
screen high ไม่เกิน 510 มันต้อง

1128
01:15:09,696 --> 01:15:13,696
510 ล่ะนะคะ เพราะฉะนั้น

1129
01:15:13,698 --> 01:15:17,698

1130
01:15:17,703 --> 01:15:21,703
แนวของก้อนหินกับแนวเท้าของไดโนเสาร์นี่

1131
01:15:21,704 --> 01:15:25,704
เท่ากันแน่นอน ของแม่เท่าไรนะ

1132
01:15:25,705 --> 01:15:29,705
เดี๋ยว ๆ ๆ ตัว dino

1133
01:15:29,706 --> 01:15:33,706
อยู่ที่ 380 นี่ เพราะฉะนั้น size y แม่

1134
01:15:33,707 --> 01:15:37,707
นี่จะอยู่ที่ประมาณ 380 แล้วล่ะ จำนวนบรรทัด

1135
01:15:37,708 --> 01:15:41,708
อยู่ที่ 380 แต่ size_x

1136
01:15:41,709 --> 01:15:45,709
มันต้องมากกว่า 10 อยู่แล้วนะคะ แม่จะบวกเพิ่มไป

1137
01:15:45,710 --> 01:15:49,710
อีก 500 เพราะฉะนั้นเป็น

1138
01:15:49,711 --> 01:15:53,711
510 กับ

1139
01:15:53,712 --> 01:15:57,712
380

1140
01:15:57,714 --> 01:16:01,714

1141
01:16:01,716 --> 01:16:05,716
เห็นไหมคะ ค่ามันจะเท่ากับจำนวน

1142
01:16:05,717 --> 01:16:09,717
ตรงนี้เลย 1, 2, 3, 4

1143
01:16:09,718 --> 01:16:13,718
เห็นไหม ฟังก์ชันนี้ เห็นไหม

1144
01:16:13,719 --> 01:16:17,719
ในฟังก์ชัน load_sprites สิ่งที่อยู่ใน load

1145
01:16:17,720 --> 01:16:21,720
ตรงกับที่เราใส่เข้าไป

1146
01:16:21,722 --> 01:16:25,722

1147
01:16:25,722 --> 01:16:29,722
นะคะ แต่

1148
01:16:29,725 --> 01:16:33,725
ต้องดูตามหน้าจอนะ เพราะบางคนตั้งค่า

1149
01:16:33,726 --> 01:16:37,726
ไม่เท่ากันใช่หรือเปล่า เราก็ไปดูที่

1150
01:16:37,727 --> 01:16:41,727

1151
01:16:41,730 --> 01:16:45,730
ตัวเกมเราน่ะ ที่วางไว้ตัวแรกเป็นหลัก

1152
01:16:45,730 --> 01:16:49,730
นะ เราจะรู้เลยว่าตรงบรรทัดนี่

1153
01:16:49,731 --> 01:16:53,731
มันก็น่าจะวางระดับเดียวกับ

1154
01:16:53,732 --> 01:16:57,732
ตัวการ์ตูนเราใช่หรือเปล่า แต่ตรง

1155
01:16:57,732 --> 01:17:01,732
ตำแหน่งแกน x น่ะ แกน x

1156
01:17:01,733 --> 01:17:05,733
มันจะอยู่ตรงกันพอดีไม่ได้

1157
01:17:05,735 --> 01:17:09,735
นะคะ มาดู

1158
01:17:09,737 --> 01:17:13,737
ส่วนต่อไป เพิ่งได้แค่บรรทัดเดียวเอง

1159
01:17:13,738 --> 01:17:17,738

1160
01:17:17,741 --> 01:17:21,741
บรรทัดต่อมานะคะ

1161
01:17:21,743 --> 01:17:25,743
เราจะต้องบอกต่ออีก มันยังไม่เสร็จ เพราะมัน

1162
01:17:25,745 --> 01:17:29,745
ไม่ได้มีแค่รูปเดียวใช่ไหมคะ เรา

1163
01:17:29,746 --> 01:17:33,746
ไม่ได้โหลดมาแค่รูปเดียวนะ

1164
01:17:33,747 --> 01:17:37,747

1165
01:17:37,749 --> 01:17:41,749

1166
01:17:41,750 --> 01:17:45,750

1167
01:17:45,752 --> 01:17:49,752

1168
01:17:49,755 --> 01:17:53,755

1169
01:17:53,759 --> 01:17:57,759
หลักการ คือ มัน

1170
01:17:57,761 --> 01:18:01,761
จะให้มีรูปเพื่อมาสลับน่ะค่ะ

1171
01:18:01,762 --> 01:18:05,762
ให้มันเหมือนรูปมัน

1172
01:18:05,763 --> 01:18:09,763
เคลื่อนที่น่ะ รูปมันเคลื่อนไหว แต่ความจริงรูปมันไม่ได้เคลื่อนไหว

1173
01:18:09,764 --> 01:18:13,764
นะคะ เพราะฉะนั้น เราก็จะเพิ่ม self

1174
01:18:13,765 --> 01:18:17,765
self ขึ้นมาอีก 1 บรรทัด

1175
01:18:17,766 --> 01:18:21,766
ไม่อยากให้เด็ก ๆ พิมพ์ผิด ให้เด็ก ๆ  copy

1176
01:18:21,771 --> 01:18:25,771
นะคะ ก๊อปปี้ส่วนนี้

1177
01:18:25,772 --> 01:18:29,772
self

1178
01:18:29,773 --> 01:18:33,773
.rock.image เพราะเราจะใช้เหมือนกัน

1179
01:18:33,774 --> 01:18:37,774
เพียงแต่จะตัวเลขเพิ่มมา

1180
01:18:37,775 --> 01:18:41,775
กด Ctrl + C แล้วก็

1181
01:18:41,776 --> 01:18:45,776
กด Crtl + V เพื่อวาง

1182
01:18:45,777 --> 01:18:49,777

1183
01:18:49,778 --> 01:18:53,778
ใส่เครื่องหมาย Underscore

1184
01:18:53,779 --> 01:18:57,779
ก็คือ 0

1185
01:18:57,780 --> 01:19:01,780

1186
01:19:01,781 --> 01:19:05,781

1187
01:19:05,784 --> 01:19:09,784

1188
01:19:09,786 --> 01:19:13,786
เดี๋ยวนะคะ เราจะพิมพ์บรรทัดนี้

1189
01:19:13,791 --> 01:19:17,791
ได้บรรทัดเดียวเราก็ก๊อบปี้ได้

1190
01:19:17,791 --> 01:19:21,791
เราจะมี self.rock

1191
01:19:21,792 --> 01:19:25,792

1192
01:19:25,794 --> 01:19:29,794
image 0 แล้วก็ตามด้วย

1193
01:19:29,796 --> 01:19:33,796
self นะคะ self แล้ว

1194
01:19:33,796 --> 01:19:37,796
ตามด้วย .

1195
01:19:37,798 --> 01:19:41,798
r-e r-e-c-t นะคะ

1196
01:19:41,801 --> 01:19:45,801
.rect

1197
01:19:45,803 --> 01:19:49,803
_ เหมือนกันก็คือ 0

1198
01:19:49,804 --> 01:19:53,804

1199
01:19:53,805 --> 01:19:57,805

1200
01:19:57,807 --> 01:20:01,807
วรรค 1 ครั้ง แล้วกดเครื่องหมายเท่ากับ

1201
01:20:01,811 --> 01:20:05,811
ตอนนี้นะคะ

1202
01:20:05,815 --> 01:20:09,815
ตอนนี้บอกว่าไปโหลดภาพนี่ แล้วทีนี้

1203
01:20:09,816 --> 01:20:13,816
มันจะต้องเหมือนให้มันทำการ

1204
01:20:13,817 --> 01:20:17,817
จัดการกับภาพนี้นะคะ คือ บอกแล้วว่า

1205
01:20:17,818 --> 01:20:21,818
มันต้องมีอย่างน้อย 2 ภาพเพื่อสลับน่ะ

1206
01:20:21,823 --> 01:20:25,823
เหมือนก้อนหินมันเคลื่อน

1207
01:20:25,824 --> 01:20:29,824
นะคะ เพราะฉะนั้น

1208
01:20:29,825 --> 01:20:33,825
self.rock_image_0 นี่

1209
01:20:33,826 --> 01:20:37,826
หมายถึงไอ้ก้อนหินภาพที่ 1 นี่

1210
01:20:37,826 --> 01:20:41,826
เท่ากับ

1211
01:20:41,827 --> 01:20:45,827
= อะไร

1212
01:20:45,828 --> 01:20:49,828
พิมพ์ self

1213
01:20:49,829 --> 01:20:53,829
คลิกเลือก self นะคะ .

1214
01:20:53,830 --> 01:20:57,830
rock ให้เลือก rock.image นะคะ

1215
01:20:57,832 --> 01:21:01,832
ให้เลือก rock_image

1216
01:21:01,834 --> 01:21:05,834

1217
01:21:05,834 --> 01:21:09,834
ใส่ก้ามปูเข้าไปแล้วก็ใส่ตัวเลข 0

1218
01:21:09,835 --> 01:21:13,835
0, 0, 0 เห็นไหม 0 เหมือนกัน

1219
01:21:13,836 --> 01:21:17,836
เพราะคือบอกแล้วว่าเป็นรูปที่ 0 น่ะ เป็น

1220
01:21:17,837 --> 01:21:21,837
รูปลำดับที่ 0 น่ะ

1221
01:21:21,838 --> 01:21:25,838

1222
01:21:25,839 --> 01:21:29,839
Colon ค่ะ Colon

1223
01:21:29,839 --> 01:21:33,839
แล้วก็วรรค ใส่ , แล้วก็วรรค

1224
01:21:33,840 --> 01:21:37,840

1225
01:21:37,842 --> 01:21:41,842

1226
01:21:41,843 --> 01:21:45,843

1227
01:21:45,845 --> 01:21:49,845

1228
01:21:49,846 --> 01:21:53,846
แล้วก็พิมพ์ self อีกเหมือนเดิม s-e-l-f

1229
01:21:53,848 --> 01:21:57,848

1230
01:21:57,849 --> 01:22:01,849
ตามด้วย . นะคะ

1231
01:22:01,850 --> 01:22:05,850

1232
01:22:05,851 --> 01:22:09,851
. เลือก

1233
01:22:09,853 --> 01:22:13,853
rock_image เหมือนเดิม

1234
01:22:13,855 --> 01:22:17,855
ใส่ก้ามปูใช่ไหมคะ ก้ามปูแล้วก็ 0

1235
01:22:17,856 --> 01:22:21,856
เข้าไป ไม่ใช่ปีกกา ขอโทษ

1236
01:22:21,859 --> 01:22:25,859
ก้ามปู แล้วก็ 0

1237
01:22:25,861 --> 01:22:29,861

1238
01:22:29,862 --> 01:22:33,862

1239
01:22:33,867 --> 01:22:37,867
. นะคะ ใส่ .

1240
01:22:37,869 --> 01:22:41,869
.get ค่ะ

1241
01:22:41,870 --> 01:22:45,870
พิมพ์ ge ge เลือก

1242
01:22:45,872 --> 01:22:49,872
เลือก get.rect

1243
01:22:49,873 --> 01:22:53,873
ก็คือเราจะไปใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า

1244
01:22:53,875 --> 01:22:57,875
get.rect นะคะ ใส่ฟังก์ชันเข้าไปก็จะเป็น get.rect

1245
01:22:57,877 --> 01:23:01,877
สังเกตพอเลือกปุ๊บ

1246
01:23:01,879 --> 01:23:05,879
ใช้ปุ๊บมันจะต้องเปลี่ยน สีมันจะต้องเปลี่ยนเห็นไหมคะ

1247
01:23:05,888 --> 01:23:09,888
ดูดี ๆ นะคะ บรรทัดนี้จะยาวหน่อย

1248
01:23:09,890 --> 01:23:13,890
เดี๋ยวลดขนาดลงให้อีก

1249
01:23:13,891 --> 01:23:17,891
บรรทัดนี้เริ่มที่ตรงนี้นะคะ

1250
01:23:17,897 --> 01:23:21,897
self.rock_image

1251
01:23:21,898 --> 01:23:25,898
_0

1252
01:23:25,900 --> 01:23:29,900
แล้วก็ใส่ ,

1253
01:23:29,901 --> 01:23:33,901
แล้วก็วรรค self.rect_0 =

1254
01:23:33,902 --> 01:23:37,902

1255
01:23:37,904 --> 01:23:41,904
= self_rock_image

1256
01:23:41,905 --> 01:23:45,905
ในก้ามปูนะคะ ก็คือใน list

1257
01:23:45,907 --> 01:23:49,907
ลำดับที่ 0 นี้มันคือ self.rock_image

1258
01:23:49,908 --> 01:23:53,908
ที่ get.rect เข้ามา

1259
01:23:53,909 --> 01:23:57,909
อันที่ 1 เพื่อไม่ให้พิมพ์ผิด เพราะฉะนั้น

1260
01:23:57,911 --> 01:24:01,911
ก๊อปปี้ค่ะ ก๊อปปี้บรรทัดนี้ ก๊อปฯ เลย

1261
01:24:01,912 --> 01:24:05,912
ทำแถบเลือกแล้วกด Crtl + C

1262
01:24:05,913 --> 01:24:09,913
ก็แล้วก็วางแล้วก็ Ctrl + V

1263
01:24:09,914 --> 01:24:13,914
โอเค ถูกต้อง

1264
01:24:13,915 --> 01:24:17,915
ตำแหน่งไม่โย้นะคะ ถ้ามันโย้

1265
01:24:17,916 --> 01:24:21,916
เด็ก ๆ จะต้องกด space bar กลับคืน

1266
01:24:21,918 --> 01:24:25,918
เปลี่ยนจาก 0 เป็นอะไร

1267
01:24:25,918 --> 01:24:29,918
1 เพราะบอกว่าแล้วใช้ 2 ลำดับ

1268
01:24:29,919 --> 01:24:33,919
0 แล้วก็ 1 เพราะฉะนั้น 0 เปลี่ยนเป็น

1269
01:24:33,920 --> 01:24:37,920
1 ให้หมด จะได้ไม่เกิดปัญหาพิมพ์ผิด

1270
01:24:37,921 --> 01:24:41,921
เหมือนที่แม่บอก

1271
01:24:41,922 --> 01:24:45,922
เขียนโค้ดแบบขี้โกง ๆ บ้าง

1272
01:24:45,923 --> 01:24:49,923
อะไรบ้างนะคะ โอเคไหม เห็นไหม

1273
01:24:49,925 --> 01:24:53,925
แก้เช็กให้ครบด้วยนะ ไม่ใช่

1274
01:24:53,926 --> 01:24:57,926
1 0 เด้อ แก้ให้มันครบทุกตัวด้วยเด้อ

1275
01:24:57,928 --> 01:25:01,928
ไม่ใช่อันหนึ่งเป็น 0 อันหนึ่งเป็น 1

1276
01:25:01,929 --> 01:25:05,929
ก็คือ rock_image ก็ต้องเป็น 1, 1, 1

1277
01:25:05,930 --> 01:25:09,930
ทั้งหมดนะคะ แก้ให้ครบด้วย แก้ให้ครบทุกตัว

1278
01:25:09,932 --> 01:25:13,932
นะคะ

1279
01:25:13,933 --> 01:25:17,933

1280
01:25:17,934 --> 01:25:21,934

1281
01:25:21,935 --> 01:25:25,935

1282
01:25:25,937 --> 01:25:29,937

1283
01:25:29,938 --> 01:25:33,938

1284
01:25:33,940 --> 01:25:37,940

1285
01:25:37,942 --> 01:25:41,942

1286
01:25:41,943 --> 01:25:45,943

1287
01:25:45,945 --> 01:25:49,945

1288
01:25:49,947 --> 01:25:53,947

1289
01:25:53,952 --> 01:25:57,952
โอเคไหม

1290
01:25:57,954 --> 01:26:01,954
บรรทัดที่ 2 นี่ไม่น่าจะช้า

1291
01:26:01,956 --> 01:26:05,956
เพราะแก้แค่ตัวเลขใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น เราจะมาเริ่ม

1292
01:26:05,956 --> 01:26:09,956
กด Enter เพื่อเว้น 1 บรรทัดนะคะ

1293
01:26:09,958 --> 01:26:13,958
แล้วก็ Tab ให้มันตรงกับ

1294
01:26:13,959 --> 01:26:17,959
self ของเรา

1295
01:26:17,961 --> 01:26:21,961
เราจะมาทำ

1296
01:26:21,964 --> 01:26:25,964
อีกส่วนหนึ่งนะคะ ก็คือส่วนของการวางตำแหน่ง

1297
01:26:25,965 --> 01:26:29,965
นะคะ ใช้ self เหมือนเดิม

1298
01:26:29,966 --> 01:26:33,966
s-e นะคะ

1299
01:26:33,967 --> 01:26:37,967
แล้วก็คลิก self

1300
01:26:37,968 --> 01:26:41,968
ตามด้วย . rect re

1301
01:26:41,969 --> 01:26:45,969
เลือก rect_0

1302
01:26:45,970 --> 01:26:49,970
เพราะเราสร้างไว้แล้วนึกออกนะ

1303
01:26:49,971 --> 01:26:53,971

1304
01:26:53,971 --> 01:26:57,971
ตามด้วย .bottom

1305
01:26:57,971 --> 01:27:01,971
.bottom

1306
01:27:01,972 --> 01:27:05,972
กำหนดจุดสูง นึกออกนะ

1307
01:27:05,974 --> 01:27:09,974
buttom นะคะ

1308
01:27:09,974 --> 01:27:13,974
กำหนดจุด

1309
01:27:13,976 --> 01:27:17,976
=

1310
01:27:17,977 --> 01:27:21,977

1311
01:27:21,979 --> 01:27:25,979

1312
01:27:25,982 --> 01:27:29,982

1313
01:27:29,985 --> 01:27:33,985

1314
01:27:33,989 --> 01:27:37,989

1315
01:27:37,989 --> 01:27:41,989
g อันนี้

1316
01:27:41,990 --> 01:27:45,990
เรา... มันจะเป็นชื่อตัวแปรที่เราสร้างไว้นะคะ

1317
01:27:45,993 --> 01:27:49,993
สร้างไว้สำหรับ GROUND_HEIGHT ก็คือความสูง

1318
01:27:49,994 --> 01:27:53,994
ของคือ

1319
01:27:53,995 --> 01:27:57,995
ไอ้รูปจากพื้นน่ะ นะคะ

1320
01:27:57,998 --> 01:28:01,998

1321
01:28:01,999 --> 01:28:05,999
ตรงนี้

1322
01:28:06,002 --> 01:28:10,002
จะได้เห็นชัดเจนให้เด็ก ๆ พิมพ์

1323
01:28:10,003 --> 01:28:14,003
ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด จะได้รู้ เพราะฉะนั้น

1324
01:28:14,005 --> 01:28:18,005
กด Capelock แล้วก็พิมพ์ G-R

1325
01:28:18,006 --> 01:28:22,006
U-N-D GROUND แล้วตามด้วย

1326
01:28:22,007 --> 01:28:26,007
underscore H-I-G-

1327
01:28:26,008 --> 01:28:30,008
H-T ให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

1328
01:28:30,009 --> 01:28:34,009

1329
01:28:34,010 --> 01:28:38,010

1330
01:28:38,011 --> 01:28:42,011

1331
01:28:42,012 --> 01:28:46,012
แล้วก็ใส่เครื่อง... แล้วก็วรรค

1332
01:28:46,014 --> 01:28:50,014
แล้วก็กดเครื่องหมายลบนะคะ -

1333
01:28:50,016 --> 01:28:54,016
แล้วก็วรรค 11 ก็คือให้มันลบออก

1334
01:28:54,017 --> 01:28:58,017
จากพื้นน่ะ 11

1335
01:28:58,018 --> 01:29:02,018
11 11 Pixel

1336
01:29:02,019 --> 01:29:06,019
ประมาณนี้นะคะ

1337
01:29:06,020 --> 01:29:10,020
ทีนี้

1338
01:29:10,022 --> 01:29:14,022
มาที่ตัวที่ 2

1339
01:29:14,024 --> 01:29:18,024
ตัวที่ 2 นี่ คืออะไร

1340
01:29:18,025 --> 01:29:22,025
ดูนะคะ self

1341
01:29:22,026 --> 01:29:26,026
พิมพ์ self เลือก self นะคะ

1342
01:29:26,026 --> 01:29:30,026
.rect เลือก

1343
01:29:30,028 --> 01:29:34,028
rect

1344
01:29:34,028 --> 01:29:38,028
เลือก rect_0 เหมือนเดิม แต่ .

1345
01:29:38,029 --> 01:29:42,029
เป็น left

1346
01:29:42,030 --> 01:29:46,030
left ตัวเล็กนะคะ

1347
01:29:46,031 --> 01:29:50,031
แล้วก็พิมพ์ l-e-f-t

1348
01:29:50,032 --> 01:29:54,032
left ข้างซ้าย ตัวนี้มากจากไหน

1349
01:29:54,033 --> 01:29:58,033
ค่าตัวนี้จะใช้เรียกตัวแปรนี้นะคะ

1350
01:29:58,034 --> 01:30:02,034
จำได้นะ นี่

1351
01:30:02,035 --> 01:30:06,035
screen_width

1352
01:30:06,035 --> 01:30:10,035
ให้เหมือน

1353
01:30:10,036 --> 01:30:14,036
GROUND_HEIGHT นะคะ เพราะฉะนั้น จะแก้...

1354
01:30:14,039 --> 01:30:18,039
ไม่แก้ ๆ

1355
01:30:18,040 --> 01:30:22,040
มันสร้างมาแล้ว ไม่แก้ ไอ้ตัวนั้นมันสร้างมาแล้ว

1356
01:30:22,041 --> 01:30:26,041
=

1357
01:30:26,043 --> 01:30:30,043
ตรงตัว

1358
01:30:30,044 --> 01:30:34,044
นี้ของเด็ก ๆ น่ะ ตัวแปรของเด็ก ๆ ชื่ออะไร

1359
01:30:34,045 --> 01:30:38,045
นึกถึงนะ เข้าใจไหมคะ

1360
01:30:38,046 --> 01:30:42,046
ก็คือตัวนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าแม่พิมพ์นี่

1361
01:30:42,048 --> 01:30:46,048
มันจะขึ้นมาเลยเพราะมันสร้างแล้ว

1362
01:30:46,049 --> 01:30:50,049
s-c นี่ แม่ก็จะเลือก

1363
01:30:50,051 --> 01:30:54,051
screen_width ที่แม่สร้าง

1364
01:30:54,051 --> 01:30:58,051
นึกออกนะคะ มันจะตรงกับตัวนี้ ดูดี ๆ นะคะ

1365
01:30:58,052 --> 01:31:02,052
ตรงกับตัวนี้นี่ ตรง

1366
01:31:02,053 --> 01:31:06,053
พื้น พื้นฉากเกมเราน่ะ

1367
01:31:06,054 --> 01:31:10,054
พื้นที่เกมเราน่ะ เพราะฉะนั้น มันมาจากตัวนี้

1368
01:31:10,055 --> 01:31:14,055
นะคะ มาจากตัวแปร screen_width

1369
01:31:14,056 --> 01:31:18,056
นะคะ

1370
01:31:18,057 --> 01:31:22,057
บอกให้ Class นี้มันรู้ว่า

1371
01:31:22,058 --> 01:31:26,058
ภาพที่จะเอามาวางนี่ ตำแหน่งที่

1372
01:31:26,059 --> 01:31:30,059
0 นี่มันเริ่มที่ด้านซ้ายนี่จะมีค่า

1373
01:31:30,060 --> 01:31:34,060
เท่ากับไอ้ตัว screen_width นี่

1374
01:31:34,062 --> 01:31:38,062
ตรงมุมซ้ายน่ะ

1375
01:31:38,063 --> 01:31:42,063
นะคะ

1376
01:31:42,064 --> 01:31:46,064
โอเคไหม โอเค

1377
01:31:46,066 --> 01:31:50,066
อันดับต่อมา

1378
01:31:50,067 --> 01:31:54,067

1379
01:31:54,069 --> 01:31:58,069
Enter

1380
01:31:58,070 --> 01:32:02,070
เพื่อเว้น 1 บรรทัดนะคะ ก๊อปฯ ลูก

1381
01:32:02,071 --> 01:32:06,071
ประโยคเดิมแป๊ะ ก๊อบฯ จาก 0

1382
01:32:06,072 --> 01:32:10,072
แล้วแก้เป็นอะไรคะ เราใช้รูป 2 รูป 0 กับ 1 นะคะ

1383
01:32:10,073 --> 01:32:14,073
Copy ค่ะ

1384
01:32:14,074 --> 01:32:18,074
วาง

1385
01:32:18,076 --> 01:32:22,076
แล้วแก้จาก 0 เป็น 1 ให้หมด

1386
01:32:22,077 --> 01:32:26,077

1387
01:32:26,080 --> 01:32:30,080

1388
01:32:30,082 --> 01:32:34,082

1389
01:32:34,083 --> 01:32:38,083

1390
01:32:38,084 --> 01:32:42,084
แล้วก็มาแก้

1391
01:32:42,086 --> 01:32:46,086
ตรง ตรงอันที่

1392
01:32:46,087 --> 01:32:50,087
self.

1393
01:32:50,087 --> 01:32:54,087
rect_1 นี่ ตรงเท่ากับ

1394
01:32:54,089 --> 01:32:58,089
ค่าของตัวนี้

1395
01:32:58,091 --> 01:33:02,091
มันจะมาจาก

1396
01:33:02,091 --> 01:33:06,091

1397
01:33:06,092 --> 01:33:10,092
self. นะคะ

1398
01:33:10,094 --> 01:33:14,094
..rect_0

1399
01:33:14,095 --> 01:33:18,095
เพราะอะไร เพราะรูปที่ 1 กับรูปที่ 2

1400
01:33:18,096 --> 01:33:22,096
มันจะอยู่ห่างออกมานึกออกไหม

1401
01:33:22,097 --> 01:33:26,097
ก็คือหมายถึงพอเราวางภาพที่ 1 เข้าไปแล้ว

1402
01:33:26,097 --> 01:33:30,097
ภาพที่ 2 มันก็จะนึกออกนะ

1403
01:33:30,100 --> 01:33:34,100
นะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อภาพที่ 1 ปรากฏนี่

1404
01:33:34,100 --> 01:33:38,100
มันบอกว่าให้บวกเพิ่มขึ้นไป

1405
01:33:38,100 --> 01:33:42,100
.right ทางขวา

1406
01:33:42,101 --> 01:33:46,101
เพิ่มทางขวาเพื่อจะวางตำแหน่ง

1407
01:33:46,103 --> 01:33:50,103
r-i-g-h-t .right

1408
01:33:50,103 --> 01:33:54,103
+ อะไร วรรค

1409
01:33:54,104 --> 01:33:58,104
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย +

1410
01:33:58,105 --> 01:34:02,105
บวกด้วย

1411
01:34:02,106 --> 01:34:06,106
จำนวนของ int int มาจาก

1412
01:34:06,108 --> 01:34:10,108
integer นั่นเอง int

1413
01:34:10,109 --> 01:34:14,109
ในวงเล็บที่นี้ ก็คือ

1414
01:34:14,110 --> 01:34:18,110

1415
01:34:18,111 --> 01:34:22,111
screen

1416
01:34:22,112 --> 01:34:26,112
ก็คือมาจากค่าของ screen_width

1417
01:34:26,114 --> 01:34:30,114
หาร 2

1418
01:34:30,115 --> 01:34:34,115

1419
01:34:34,117 --> 01:34:38,117
ตรงการวรรคหนึ่งด้วยนะคะ หารด้วย 2

1420
01:34:38,119 --> 01:34:42,119

1421
01:34:42,120 --> 01:34:46,120

1422
01:34:46,121 --> 01:34:50,121

1423
01:34:50,123 --> 01:34:54,123
ใส่อะไรเข้ามาเพิ่ม บรรทัดนี้

1424
01:34:54,126 --> 01:34:58,126
ใส่ speed ระยะ ความเร็วน่ะ

1425
01:34:58,128 --> 01:35:02,128
ความเร็วในการไอ้นี่ self พิมพ์ self

1426
01:35:02,128 --> 01:35:06,128
.speed

1427
01:35:06,130 --> 01:35:10,130
s ปุ๊บ เลือก speed เลย self ปุ๊บ

1428
01:35:10,131 --> 01:35:14,131
. self ให้เลือก speed นะคะ

1429
01:35:14,132 --> 01:35:18,132
เพระาเราจะใส่ speed ให้มัน

1430
01:35:18,134 --> 01:35:22,134
= speed

1431
01:35:22,135 --> 01:35:26,135
เลือก speed นะคะ

1432
01:35:26,136 --> 01:35:30,136

1433
01:35:30,139 --> 01:35:34,139

1434
01:35:34,139 --> 01:35:38,139

1435
01:35:38,141 --> 01:35:42,141

1436
01:35:42,142 --> 01:35:46,142
ในส่วนนี้ก็คือ

1437
01:35:46,146 --> 01:35:50,146
เมื่อประกาศตัวแปร rect_0 rect_1 แล้ว

1438
01:35:50,148 --> 01:35:54,148
ใช่ไหม ทีนี้ก็ต้องให้มัน

1439
01:35:54,150 --> 01:35:58,150
ทำงานสิ ก็คือ self

1440
01:35:58,151 --> 01:36:02,151
self.

1441
01:36:02,158 --> 01:36:06,158
เลข 0

1442
01:36:06,158 --> 01:36:10,158
นะคะ =

1443
01:36:10,160 --> 01:36:14,160

1444
01:36:14,161 --> 01:36:18,161
สมมติ ๆ ไม่สมมติล่ะ ตั้งค่าให้มันล่ะ

1445
01:36:18,162 --> 01:36:22,162
กำหนดค่าเริ่มต้นให้มันที่ 240

1446
01:36:22,162 --> 01:36:26,162

1447
01:36:26,171 --> 01:36:30,171
แล้ว self

1448
01:36:30,172 --> 01:36:34,172
.

1449
01:36:34,174 --> 01:36:38,174
เลข 1 =

1450
01:36:38,176 --> 01:36:42,176

1451
01:36:42,177 --> 01:36:46,177
720 กำหนดค่าเริ่มต้น

1452
01:36:46,179 --> 01:36:50,179
นะคะ ก็คือตำแหน่งที่จะวางมันนี่ จะประมาณนี้

1453
01:36:50,179 --> 01:36:54,179
แต่พอบวกลบอะไรนี่

1454
01:36:54,183 --> 01:36:58,183
button_left button อะไรนี่

1455
01:36:58,185 --> 01:37:02,185
ิอันนี้ คือ

1456
01:37:02,186 --> 01:37:06,186
ในส่วนของการกำหนดค่า

1457
01:37:06,188 --> 01:37:10,188
ของ Class Rock เราเสร็จ

1458
01:37:10,189 --> 01:37:14,189
ส่วนนี้แล้วนะ อย่าลืมเรายังมีอีกกี่ส่วน

1459
01:37:14,190 --> 01:37:18,190
ส่วนต่อไป เห็นไหมคะ

1460
01:37:18,191 --> 01:37:22,191
ส่วนของการวาง

1461
01:37:22,192 --> 01:37:26,192
รูปก้อนหินที่เราสร้างไว้

1462
01:37:26,193 --> 01:37:30,193
แล้วก็อัปเดตมันนะคะ แล้วก็วาด แล้วก็

1463
01:37:30,195 --> 01:37:34,195
แสดงผลมันอีก 3 ฟังก์ชัน

1464
01:37:34,197 --> 01:37:38,197
นะคะ

1465
01:37:38,198 --> 01:37:42,198
โอเคนะคะ

1466
01:37:42,200 --> 01:37:46,200
เพราะฉะนั้น เราก็จะถ่ายก่อน

1467
01:37:46,201 --> 01:37:50,201
ถ่ายก่อน ๆ

1468
01:37:50,202 --> 01:37:54,202

1469
01:37:54,203 --> 01:37:58,203

1470
01:37:58,204 --> 01:38:02,204

1471
01:38:02,207 --> 01:38:06,207

1472
01:38:06,208 --> 01:38:10,208
ไปทำฟังก์ชันต่อนะคะ ฟังก์ชันต่อไป

1473
01:38:10,209 --> 01:38:14,209
เมื่อกี้กำหนดค่าเบื้องต้นให้มันไปแล้ว

1474
01:38:14,210 --> 01:38:18,210
part นี้เสร็จ เอ้ย function นี้เสร็จแล้ว

1475
01:38:18,211 --> 01:38:22,211
Enter เพื่อเว้น 1 บรรทัด

1476
01:38:22,212 --> 01:38:26,212
Tab เข้าไป 1 จะต้องตรงกับ... เห็นไหมคะ

1477
01:38:26,213 --> 01:38:30,213
def นี้นะคะ

1478
01:38:30,214 --> 01:38:34,214
พิมพ์ d

1479
01:38:34,215 --> 01:38:38,215
เลือก def function เหมือนเดิม

1480
01:38:38,216 --> 01:38:42,216
เราอาจจะทำฟังก์ชันใหม่แล้ว ฟังก์ชัน

1481
01:38:42,218 --> 01:38:46,218
แรกเสร็จไปแล้ว ฟังก์ชันที่ 2

1482
01:38:46,222 --> 01:38:50,222
ตัวนี้เป็นฟังก์ชันที่ 2 นะคะ

1483
01:38:50,224 --> 01:38:54,224
สำหรับ get_rock

1484
01:38:54,225 --> 01:38:58,225
ก็คือก้อนหินน่ะค่ะ

1485
01:38:58,228 --> 01:39:02,228
เอาตัวก้อนหิน รูปก้อนหินของเรานะคะ

1486
01:39:02,229 --> 01:39:06,229
เราจะใช้ชื่อฟังก์ชัน

1487
01:39:06,231 --> 01:39:10,231
ว่า get_rock นะคะ พิมพ์

1488
01:39:10,242 --> 01:39:14,242
g-e-t_

1489
01:39:14,247 --> 01:39:18,247
rock

1490
01:39:18,248 --> 01:39:22,248
ในวงเล็บ

1491
01:39:22,250 --> 01:39:26,250
เราเรียก self ค่ะ เราเรียก self มาใช้

1492
01:39:26,251 --> 01:39:30,251

1493
01:39:30,251 --> 01:39:34,251
เห็นไหม

1494
01:39:34,254 --> 01:39:38,254

1495
01:39:38,256 --> 01:39:42,256
ตรง pass นะคะ ลบออก แล้ว enter

1496
01:39:42,257 --> 01:39:46,257
1 บรรทัด

1497
01:39:46,258 --> 01:39:50,258
เราจะมีตัวแปร 2 ตัว ก็คือ current_rock

1498
01:39:50,259 --> 01:39:54,259
นะคะ ก็คือตำแหน่งของ

1499
01:39:54,260 --> 01:39:58,260
รูปก้อนหินปัจจุบันกับ

1500
01:39:58,261 --> 01:40:02,261
rock ก็คือ

1501
01:40:02,262 --> 01:40:06,262
รูปก้อนหินถัดไป

1502
01:40:06,276 --> 01:40:10,276
มันจะเหมือนคือเขาบอกว่า

1503
01:40:10,277 --> 01:40:14,277
มันจะเหมือนก้อนหินมันเคลื่อนได้ ที่จริง

1504
01:40:14,278 --> 01:40:18,278
มันตั้งเฉย ๆ นั่นล่ะนะคะ เพราะฉะนั้น

1505
01:40:18,279 --> 01:40:22,279
เราก็จะมี 2 ตัวแปร ก็คือตัวแปรที่ 1

1506
01:40:22,281 --> 01:40:26,281
current ไม่ใช่ current_sprites นะ

1507
01:40:26,281 --> 01:40:30,281
current เหมือนกัน

1508
01:40:30,282 --> 01:40:34,282
แต่เป็น current_rock

1509
01:40:34,283 --> 01:40:38,283

1510
01:40:38,284 --> 01:40:42,284

1511
01:40:42,285 --> 01:40:46,285
นะคะ

1512
01:40:46,288 --> 01:40:50,288

1513
01:40:50,290 --> 01:40:54,290
วรรค เท่ากับ เท่ากับอะไรนะ current_rock

1514
01:40:54,294 --> 01:40:58,294
เราก็คือจะเลือก self ใส่ก้ามปู

1515
01:40:58,295 --> 01:41:02,295
ค่ะ ใส่ก้ามปูก่อน

1516
01:41:02,296 --> 01:41:06,296
แล้วก็พิมพ์ self นะคะ

1517
01:41:06,297 --> 01:41:10,297
.

1518
01:41:10,298 --> 01:41:14,298
rock ในที่นี้ให้เลือก rock_

1519
01:41:14,300 --> 01:41:18,300
image_0 นะคะ

1520
01:41:18,301 --> 01:41:22,301
เห็นไหม เด็ก ๆ สังเกตมันจะเลื่อนได้นะนี่ ๆ ๆ

1521
01:41:22,302 --> 01:41:26,302
r ปุ๊บเรามาหา rock_image_0 ของเรานะคะ

1522
01:41:26,303 --> 01:41:30,303
เห็นไหมคะ

1523
01:41:30,304 --> 01:41:34,304
นะคะ ใส่ ,

1524
01:41:34,305 --> 01:41:38,305
แล้วก็กดวรรค

1525
01:41:38,310 --> 01:41:42,310

1526
01:41:42,312 --> 01:41:46,312
ก็คือมันมี 2 อัน

1527
01:41:46,312 --> 01:41:50,312
มันมี 2 อัน มันเริ่มที่

1528
01:41:50,313 --> 01:41:54,313
self.rock_image_0

1529
01:41:54,314 --> 01:41:58,314
ต้องมีอะไรคะ self.

1530
01:41:58,316 --> 01:42:02,316
เลือก rock_image_1

1531
01:42:02,317 --> 01:42:06,317
นะคะ

1532
01:42:06,319 --> 01:42:10,319

1533
01:42:10,320 --> 01:42:14,320

1534
01:42:14,322 --> 01:42:18,322
เพราะฉะนั้น ถ้าสร้างไว้แล้วนี่

1535
01:42:18,324 --> 01:42:22,324
มันจะขึ้นมาให้เราเลือกได้เลย ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ มันจะ

1536
01:42:22,325 --> 01:42:26,325
ไม่ผิดเห็นไหมคะ หลักการใช้ Sublime

1537
01:42:26,325 --> 01:42:30,325
นะคะ จะเป็นอย่างนี้ ชื่อมันจะไม่ผิดนะคะ

1538
01:42:30,326 --> 01:42:34,326
ได้ตัวแปรแรกแล้วสำหรับ

1539
01:42:34,327 --> 01:42:38,327
current_rock ทีนี้สำหรับ

1540
01:42:38,330 --> 01:42:42,330

1541
01:42:42,332 --> 01:42:46,332
พิมพ์ตัวแปรนะคะ ตัวแปร

1542
01:42:46,333 --> 01:42:50,333
r-o-c-k rock_

1543
01:42:50,334 --> 01:42:54,334
r-e-

1544
01:42:54,335 --> 01:42:58,335
c-t

1545
01:42:58,336 --> 01:43:02,336
rect =

1546
01:43:02,337 --> 01:43:06,337
เหมือนเดิมค่ะ ปีกกา

1547
01:43:06,339 --> 01:43:10,339
ก้ามปู ๆ

1548
01:43:10,341 --> 01:43:14,341
เห็นไหม สังเกตง่าย ๆ

1549
01:43:14,343 --> 01:43:18,343
ข้างบน self.rock เราก็จะ

1550
01:43:18,349 --> 01:43:22,349
เลือก self_rock ใช่ไหมคะ

1551
01:43:22,350 --> 01:43:26,350
เพราะฉะนั้น เราก็จะเรียก s-e

1552
01:43:26,352 --> 01:43:30,352
self.

1553
01:43:30,352 --> 01:43:34,352
r เลือก เลข 0

1554
01:43:34,354 --> 01:43:38,354
แล้วก็ self เหมือนเดิม

1555
01:43:38,355 --> 01:43:42,355
self.

1556
01:43:42,356 --> 01:43:46,356
rect 1 เห็นไหมคะ

1557
01:43:46,358 --> 01:43:50,358
มันจะมาเป็นคู่ rock_0 rect

1558
01:43:50,359 --> 01:43:54,359
ก็ reck_1 เหมือนกัน

1559
01:43:54,360 --> 01:43:58,360
ถ้าสร้างไม่แล้ว จะพิมพ์ไม่ผิด

1560
01:43:58,362 --> 01:44:02,362
มันจะขึ้น มันก็จะไม่เกิดปัญหา

1561
01:44:02,363 --> 01:44:06,363
unfile name

1562
01:44:06,364 --> 01:44:10,364
อย่างนี้หรือ Name error อย่างนี้นะคะ

1563
01:44:10,365 --> 01:44:14,365
เห็นไหมคะ มันจะแก้ได้ ๆ

1564
01:44:14,366 --> 01:44:18,366

1565
01:44:18,368 --> 01:44:22,368
พอได้เสร็จมันจะต้องทำการ return ค่านะคะ

1566
01:44:22,369 --> 01:44:26,369
Return ค่าทุกครั้งนะคะ ใช้คำสั่ง

1567
01:44:26,370 --> 01:44:30,370
return ค่ะ เลือก return

1568
01:44:30,371 --> 01:44:34,371
return อะไร return

1569
01:44:34,372 --> 01:44:38,372
กับ rock_rect นั่นเอง

1570
01:44:38,373 --> 01:44:42,373
เลือก current_rock นะคะ

1571
01:44:42,374 --> 01:44:46,374

1572
01:44:46,375 --> 01:44:50,375
กับ rock_rect ที่เราสร้าง

1573
01:44:50,376 --> 01:44:54,376
พอเรียกมาตำแหน่งมันเหมือนจะเลื่อนแต่มันไม่เลื่อน

1574
01:44:54,377 --> 01:44:58,377
แต่ความจริงมันไม่เลื่อนก็คือ Return ค่ากลับไป

1575
01:44:58,378 --> 01:45:02,378
นะคะ มันเหมือนหลอกที่ทำ Background

1576
01:45:02,379 --> 01:45:06,379
หลักการเดียวกันนะคะ

1577
01:45:06,380 --> 01:45:10,380
ส่วนของการนำ

1578
01:45:10,381 --> 01:45:14,381
ก้อนหินมาแล้ว มาเพิ่ม

1579
01:45:14,382 --> 01:45:18,382
อีกฟังก์ชันหนึ่งนะคะ ฟังก์ชันนี้ชื่อว่า "

1580
01:45:18,383 --> 01:45:22,383
update_speed สร้างฟังก์ชันใหม่

1581
01:45:22,385 --> 01:45:26,385
พิมพ์ d ปุ๊บ เลือก def function

1582
01:45:26,386 --> 01:45:30,386
ตรง Function name

1583
01:45:30,387 --> 01:45:34,387
เราจะพิมพ์ตรงชื่อฟังก์ชันเขียว ๆ

1584
01:45:34,388 --> 01:45:38,388
นี่นะคะ เราจะพิมพ์ว่า

1585
01:45:38,390 --> 01:45:42,390
update update_speed ค่ะ

1586
01:45:42,390 --> 01:45:46,390
สร้างไว้แล้ว เราก็ใส่

1587
01:45:46,392 --> 01:45:50,392
_ เข้าไป แล้วก็ speed

1588
01:45:50,393 --> 01:45:54,393

1589
01:45:54,392 --> 01:45:58,392
ก็คือ update ให้ความเร็วของ...

1590
01:45:58,393 --> 01:46:02,393
ให้เหมือนว่าค่าที่มันโดน

1591
01:46:02,394 --> 01:46:06,394
รูปมันเอาเข้ามาน่ะ มันมีการเปลี่ยนแปลงน่ะ มันต้องมีการอัปเดต

1592
01:46:06,395 --> 01:46:10,395
นะคะ

1593
01:46:10,397 --> 01:46:14,397

1594
01:46:14,398 --> 01:46:18,398
ในวงเล็บสิ่งที่เราจะมีก็คือ self

1595
01:46:18,399 --> 01:46:22,399
กับ speed

1596
01:46:22,399 --> 01:46:26,399
self นะคะ แล้วก็ฟังก์ชัน speed

1597
01:46:26,405 --> 01:46:30,405
ที่เราสร้าง speed นะคะ

1598
01:46:30,406 --> 01:46:34,406
2 ตัว

1599
01:46:34,408 --> 01:46:38,408
ส่วนของ object ที่ใช้ ก็คือ

1600
01:46:38,412 --> 01:46:42,412
object ของ self กับ speed นั่นเอง

1601
01:46:42,413 --> 01:46:46,413

1602
01:46:46,414 --> 01:46:50,414
มาเริ่มกันเลย

1603
01:46:50,415 --> 01:46:54,415
กำหนดค่าให้เลย กำหนด self

1604
01:46:54,416 --> 01:46:58,416
ก็คือ self.speed ค่ะ

1605
01:46:58,417 --> 01:47:02,417
self.speed

1606
01:47:02,418 --> 01:47:06,418
นะคะ

1607
01:47:06,419 --> 01:47:10,419
= speed

1608
01:47:10,420 --> 01:47:14,420
นั่นเอง

1609
01:47:14,421 --> 01:47:18,421
ส่วนที่ 2

1610
01:47:18,422 --> 01:47:22,422
เป็น self ของ

1611
01:47:22,423 --> 01:47:26,423
ของอะไร self.range

1612
01:47:26,424 --> 01:47:30,424
range นะคะ range ก็คือพิกัด

1613
01:47:30,425 --> 01:47:34,425
range แล้วตามด้วย _

1614
01:47:34,426 --> 01:47:38,426
0

1615
01:47:38,428 --> 01:47:42,428
ใส่เครื่องหมาย +

1616
01:47:42,429 --> 01:47:46,429
แล้วก็ = ก็คือให้ความเร็ว

1617
01:47:46,430 --> 01:47:50,430
มันเพิ่มขึ้น +=

1618
01:47:50,432 --> 01:47:54,432
นี่หมายถึงความเร็วมันเพิ่มขึ้นนะคะ

1619
01:47:54,432 --> 01:47:58,432
= อยู่ไหนล่ะ

1620
01:47:58,433 --> 01:48:02,433
+=

1621
01:48:02,434 --> 01:48:06,434
1 ให้เพิ่มทีละ 1 เพิ่ม speed มัน

1622
01:48:06,436 --> 01:48:10,436

1623
01:48:10,437 --> 01:48:14,437
นะคะ ส่วนของ self

1624
01:48:14,438 --> 01:48:18,438
self.range_1

1625
01:48:18,439 --> 01:48:22,439
range_1

1626
01:48:22,442 --> 01:48:26,442
ตำแหน่งที่ 1 นี่ ใส่บวก

1627
01:48:26,443 --> 01:48:30,443
แล้วก็ = เหมือนกัน เพิ่ม 1 เหมือนกัน

1628
01:48:30,444 --> 01:48:34,444

1629
01:48:34,448 --> 01:48:38,448

1630
01:48:38,449 --> 01:48:42,449
นะคะ ได้ส่วนของ Update_speed แล้ว

1631
01:48:42,450 --> 01:48:46,450
นะคะ สำหรับทำการ

1632
01:48:46,451 --> 01:48:50,451
เพิ่มความเร็วน่ะ เพิ่มความเร็วนะคะ

1633
01:48:50,453 --> 01:48:54,453
มาสร้างฟังก์ชันต่อไปค่ะ ฟังก์ชัน

1634
01:48:54,455 --> 01:48:58,455
draw

1635
01:48:58,458 --> 01:49:02,458

1636
01:49:02,458 --> 01:49:06,458
โอเคถูกแล้ว

1637
01:49:06,460 --> 01:49:10,460
ยังเหลืออีก 1 ฟังก์ชัน draw ถูกแล้ว

1638
01:49:10,462 --> 01:49:14,462
ก็คือฟังก์ชันนี้

1639
01:49:14,463 --> 01:49:18,463
สำหรับให้มันแสดงไอ้ตัวก้อนหินเรานั่นเองนะคะ

1640
01:49:18,466 --> 01:49:22,466
พิมพ์ d แล้วเลือก def function เหมือนเดิม

1641
01:49:22,467 --> 01:49:26,467
ชื่อฟังก์ชันเราจะใช้ว่า

1642
01:49:26,468 --> 01:49:30,468
draw d-r-a-w

1643
01:49:30,469 --> 01:49:34,469

1644
01:49:34,470 --> 01:49:38,470

1645
01:49:38,474 --> 01:49:42,474

1646
01:49:42,476 --> 01:49:46,476
Object ที่ใช้ก็คือ self นะคะ

1647
01:49:46,477 --> 01:49:50,477
s-e

1648
01:49:50,478 --> 01:49:54,478
ใช้ object เดียวค่ะ

1649
01:49:54,480 --> 01:49:58,480
ส่วนของ

1650
01:49:58,481 --> 01:50:02,481
path Enter ลงไป

1651
01:50:02,483 --> 01:50:06,483
เว้น 1 บรรทัดนะคะ

1652
01:50:06,485 --> 01:50:10,485

1653
01:50:10,486 --> 01:50:14,486
screen.

1654
01:50:14,488 --> 01:50:18,488
blit

1655
01:50:18,490 --> 01:50:22,490
ใช้คำสั่ง screen.bilt นะคะ

1656
01:50:22,491 --> 01:50:26,491
b-l-i-t นี่

1657
01:50:26,493 --> 01:50:30,493
ใส่วงเล็บ

1658
01:50:30,495 --> 01:50:34,495

1659
01:50:34,496 --> 01:50:38,496

1660
01:50:38,498 --> 01:50:42,498
เรียกใช้ self

1661
01:50:42,500 --> 01:50:46,500
self.rock_image

1662
01:50:46,501 --> 01:50:50,501
_0 นะคะ เพราะฉะนั้น เลือกใช้ self_0 นะคะ

1663
01:50:50,503 --> 01:50:54,503
ิพิมพ์ image ปุ๊บ

1664
01:50:54,505 --> 01:50:58,505

1665
01:50:58,507 --> 01:51:02,507
ให้เลือก rock_

1666
01:51:02,508 --> 01:51:06,508
image_0 นะคะ

1667
01:51:06,510 --> 01:51:10,510
แล้วก็ self อีกตัวหนึ่ง

1668
01:51:10,511 --> 01:51:14,511
ที่เราจะใช้ ก็คือ self.range_0 ค่ะ

1669
01:51:14,513 --> 01:51:18,513
. นะคะ r

1670
01:51:18,514 --> 01:51:22,514
เลือก rect_

1671
01:51:22,515 --> 01:51:26,515
0

1672
01:51:26,516 --> 01:51:30,516

1673
01:51:30,517 --> 01:51:34,517
วาด rock ที่ 0

1674
01:51:34,521 --> 01:51:38,521
เห็นไหมคะ ให้ทำซ้ำจะได้คล่อง ๆ

1675
01:51:38,521 --> 01:51:42,521
screen.blit เหมือนเดิม

1676
01:51:42,524 --> 01:51:46,524

1677
01:51:46,526 --> 01:51:50,526
ในวงเล็บ

1678
01:51:50,528 --> 01:51:54,528
เรียกใช้ self

1679
01:51:54,529 --> 01:51:58,529
.

1680
01:51:58,530 --> 01:52:02,530
rock_image_1 ค่ะ

1681
01:52:02,532 --> 01:52:06,532
แล้วก็เรียกใช้ self

1682
01:52:06,533 --> 01:52:10,533
.

1683
01:52:10,534 --> 01:52:14,534
.rect_1 ค่ะ

1684
01:52:14,535 --> 01:52:18,535
โอเคไหม

1685
01:52:18,537 --> 01:52:22,537

1686
01:52:22,539 --> 01:52:26,539
นะคะ ก็คือเราวาด 2 รูปใช่ไหมคะ

1687
01:52:26,541 --> 01:52:30,541
ต้องวาง 2 รูป ก็คือภาพที่ 1 กับ...

1688
01:52:30,542 --> 01:52:34,542
ก้อนหินก้อนที่ 1 กับก้อนหินก้อนที่ 2 นะคะ

1689
01:52:34,543 --> 01:52:38,543

1690
01:52:38,544 --> 01:52:42,544

1691
01:52:42,545 --> 01:52:46,545

1692
01:52:46,548 --> 01:52:50,548

1693
01:52:50,551 --> 01:52:54,551

1694
01:52:54,555 --> 01:52:58,555

1695
01:52:58,557 --> 01:53:02,557

1696
01:53:02,561 --> 01:53:06,561
โอเคไหม เสร็จแล้วนะ

1697
01:53:06,563 --> 01:53:10,563
ไปฟังก์ชันสุดท้ายแล้วนะคะ

1698
01:53:10,564 --> 01:53:14,564

1699
01:53:14,566 --> 01:53:18,566
ก็คือฟังก์ชันสุดท้าย

1700
01:53:18,567 --> 01:53:22,567
ที่เราจะทำ ก็คือตัวนี้นะคะ

1701
01:53:22,568 --> 01:53:26,568
ฟังก์ชัน update นี่

1702
01:53:26,570 --> 01:53:30,570
ตัวนี้จะมีเงื่อนไข

1703
01:53:30,570 --> 01:53:34,570
เพื่อให้มันไป Random ดึงภาพ

1704
01:53:34,571 --> 01:53:38,571
นะคะ

1705
01:53:38,573 --> 01:53:42,573
ลืมแก้โค้ด

1706
01:53:42,574 --> 01:53:46,574
โอเค

1707
01:53:46,576 --> 01:53:50,576

1708
01:53:50,577 --> 01:53:54,577

1709
01:53:54,579 --> 01:53:58,579

1710
01:53:58,582 --> 01:54:02,582

1711
01:54:02,584 --> 01:54:06,584

1712
01:54:06,586 --> 01:54:10,586
โอเคนะคะ

1713
01:54:10,588 --> 01:54:14,588
โค้ดต่อ ๆ เดี๋ยว

1714
01:54:14,590 --> 01:54:18,590
จะไปต่อไม่ได้

1715
01:54:18,592 --> 01:54:22,592

1716
01:54:22,593 --> 01:54:26,593

1717
01:54:26,594 --> 01:54:30,594
เหมือนเดิมค่ะ ประกาศ

1718
01:54:30,596 --> 01:54:34,596
ฟังก์ชัน def ฟังก์ชันเหมือนเดิม

1719
01:54:34,599 --> 01:54:38,599
ชื่อฟังก์ชันที่เราจะใช้ คือ

1720
01:54:38,600 --> 01:54:42,600
update

1721
01:54:42,601 --> 01:54:46,601

1722
01:54:46,602 --> 01:54:50,602
สังเกตนะครับ เหมือนใน dino

1723
01:54:50,603 --> 01:54:54,603
มันก็มีอัปเดต แต่อย่าลืมว่ามันอยู่ใน class

1724
01:54:54,604 --> 01:54:58,604
เพราะเราสร้างไว้ใน class มันจะไม่ทับซ้อนกันนะคะ

1725
01:54:58,605 --> 01:55:02,605
มันจะเป็นของฟังก์ชัน

1726
01:55:02,606 --> 01:55:06,606
ของ Class นี้เท่านั้นนะคะ

1727
01:55:06,606 --> 01:55:10,606

1728
01:55:10,607 --> 01:55:14,607
ใน update object ที่จะใช้

1729
01:55:14,608 --> 01:55:18,608
นะคะ ใช้ self อย่างเดียว

1730
01:55:18,609 --> 01:55:22,609

1731
01:55:22,610 --> 01:55:26,610

1732
01:55:26,614 --> 01:55:30,614
ตัวแรกที่เราจะเรียกใช้ ก็คือ

1733
01:55:30,616 --> 01:55:34,616
se self.

1734
01:55:34,616 --> 01:55:38,616
r-e .

1735
01:55:38,617 --> 01:55:42,617
rec 0 นะคะ

1736
01:55:42,618 --> 01:55:46,618
.left

1737
01:55:46,619 --> 01:55:50,619
left

1738
01:55:50,620 --> 01:55:54,620
วรรค -=

1739
01:55:54,621 --> 01:55:58,621
ใส่เครื่องหมาย - และเครื่องหมาย =

1740
01:55:58,623 --> 01:56:02,623

1741
01:56:02,624 --> 01:56:06,624

1742
01:56:06,625 --> 01:56:10,625
วรรค

1743
01:56:10,627 --> 01:56:14,627
เรียกใช้ฟังก์ชัน integer

1744
01:56:14,629 --> 01:56:18,629
int นะคะ แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไป

1745
01:56:18,631 --> 01:56:22,631
ใน int เราจะเรียกใช้

1746
01:56:22,632 --> 01:56:26,632
self_speed มาใช้ค่ะ self

1747
01:56:26,634 --> 01:56:30,634

1748
01:56:30,635 --> 01:56:34,635

1749
01:56:34,636 --> 01:56:38,636
self.speed นะคะ

1750
01:56:38,637 --> 01:56:42,637

1751
01:56:42,638 --> 01:56:46,638

1752
01:56:46,639 --> 01:56:50,639
ไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก๊อปปี้

1753
01:56:50,640 --> 01:56:54,640
เปลี่ยนจาก rect_0 เป็น rect_1

1754
01:56:54,641 --> 01:56:58,641
โอเคไหม Copy นะคะ แล้วก็

1755
01:56:58,644 --> 01:57:02,644
วาง แก้ที่

1756
01:57:02,645 --> 01:57:06,645
เลข 0 เป็น 1 แค่นั้นนะคะ

1757
01:57:06,646 --> 01:57:10,646
ค่าอื่นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ใช้

1758
01:57:10,648 --> 01:57:14,648
วิธีการ copy แล้วแก้ตำแหน่งอย่างเดียว

1759
01:57:14,648 --> 01:57:18,648
ทีนี้เราจะมาใส่เงื่อนไขแล้ว

1760
01:57:18,649 --> 01:57:22,649
เพื่อตรวจสอบนะคะ

1761
01:57:22,650 --> 01:57:26,650

1762
01:57:26,652 --> 01:57:30,652
if ค่ะ if condition

1763
01:57:30,655 --> 01:57:34,655
เลือก if condition

1764
01:57:34,656 --> 01:57:38,656

1765
01:57:38,657 --> 01:57:42,657

1766
01:57:42,659 --> 01:57:46,659

1767
01:57:46,660 --> 01:57:50,660

1768
01:57:50,664 --> 01:57:54,664
โอเคนะคะ

1769
01:57:54,666 --> 01:57:58,666
สิ่งที่จะมือ ก็คือ self พิมพ์ self ก่อน

1770
01:57:58,669 --> 01:58:02,669
self. อะไร .rect ค่ะ

1771
01:58:02,670 --> 01:58:06,670
เลือก rect 0

1772
01:58:06,671 --> 01:58:10,671
ข้างบน

1773
01:58:10,672 --> 01:58:14,672
เป็น left เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็น right

1774
01:58:14,673 --> 01:58:18,673
จะทำเมื่อเป็น right นะคะ

1775
01:58:18,675 --> 01:58:22,675

1776
01:58:22,676 --> 01:58:26,676

1777
01:58:26,677 --> 01:58:30,677
มากกว่า 0

1778
01:58:30,678 --> 01:58:34,678
มากกว่าแล้วก็วรรค 0

1779
01:58:34,679 --> 01:58:38,679
โอเค

1780
01:58:38,680 --> 01:58:42,680

1781
01:58:42,682 --> 01:58:46,682

1782
01:58:46,687 --> 01:58:50,687

1783
01:58:50,689 --> 01:58:54,689

1784
01:58:54,691 --> 01:58:58,691
ในเงื่อนไขนะคะ

1785
01:58:58,692 --> 01:59:02,692
ตัวนี้มันมีเงื่อนไขซ้อนเยอะ เพราะว่า

1786
01:59:02,693 --> 01:59:06,693
ประกาศตัวแปรชื่อ temp t-e-

1787
01:59:06,695 --> 01:59:10,695
m-p temp_

1788
01:59:10,696 --> 01:59:14,696
position p-o-

1789
01:59:14,698 --> 01:59:18,698
s-i-

1790
01:59:18,699 --> 01:59:22,699
t-i-o-n

1791
01:59:22,700 --> 01:59:26,700

1792
01:59:26,701 --> 01:59:30,701
=

1793
01:59:30,702 --> 01:59:34,702

1794
01:59:34,703 --> 01:59:38,703
self นะคะ เรียกใช้ self

1795
01:59:38,704 --> 01:59:42,704

1796
01:59:42,705 --> 01:59:46,705
.rect แต่เป็นเลข 1 นะคะ

1797
01:59:46,707 --> 01:59:50,707

1798
01:59:50,708 --> 01:59:54,708
.right ค่ะ

1799
01:59:54,709 --> 01:59:58,709
right .right นะคะ

1800
01:59:58,710 --> 02:00:02,710

1801
02:00:02,712 --> 02:00:06,712
ทีนี้ให้มัน

1802
02:00:06,713 --> 02:00:10,713
เพิ่มค่า

1803
02:00:10,714 --> 02:00:14,714
บวก ในเครื่องหมาย +

1804
02:00:14,715 --> 02:00:18,715
เพิ่มค่าโดยการไป random นะคะ

1805
02:00:18,717 --> 02:00:22,717
ใช้คำสั่ง

1806
02:00:22,717 --> 02:00:26,717
random

1807
02:00:26,718 --> 02:00:30,718
สร้าง Random ขึ้นมา

1808
02:00:30,719 --> 02:00:34,719
randam.

1809
02:00:34,721 --> 02:00:38,721

1810
02:00:38,722 --> 02:00:42,722

1811
02:00:42,723 --> 02:00:46,723

1812
02:00:46,725 --> 02:00:50,725
r-a-n-d นะคะ

1813
02:00:50,727 --> 02:00:54,727
rand อันนี้เราสร้างนะคะ randrange

1814
02:00:54,729 --> 02:00:58,729
ก็คือ

1815
02:00:58,729 --> 02:01:02,729
พิกัดด้วย ตำแหน่งด้วย r-a-g-

1816
02:01:02,732 --> 02:01:06,732
e

1817
02:01:06,733 --> 02:01:10,733

1818
02:01:10,734 --> 02:01:14,734
ใส่วงเล็บค่ะ

1819
02:01:14,735 --> 02:01:18,735
ในวงเล็บ

1820
02:01:18,736 --> 02:01:22,736
นะคะ เราจะมี object 2 ตัว

1821
02:01:22,738 --> 02:01:26,738
ก็คือ self.range_0 กับ self.

1822
02:01:26,739 --> 02:01:30,739
rang_1 นั่นเองเรียกใช้

1823
02:01:30,740 --> 02:01:34,740
self.

1824
02:01:34,741 --> 02:01:38,741
ra นะคะ range_0

1825
02:01:38,742 --> 02:01:42,742
เราสร้างไว้แล้ว คลิกเลือกไว้เลย

1826
02:01:42,744 --> 02:01:46,744
self อีกเหมือนกัน

1827
02:01:46,744 --> 02:01:50,744
.range 1

1828
02:01:50,746 --> 02:01:54,746
สร้างไว้แล้วนะ ไม่ต้องพิมพ์นะ

1829
02:01:54,747 --> 02:01:58,747
สังเกตนะคะ เราสร้างไว้แล้ว เราคลิกเลือกมาใช้

1830
02:01:58,748 --> 02:02:02,748
ได้เลย ถ้าพิมพ์เดี๋ยวพิมพ์ผิดอีก

1831
02:02:02,748 --> 02:02:06,748
แล้วก็บอกว่า Unknow

1832
02:02:06,749 --> 02:02:10,749
แล้วก็จะไม่รู้จักตัวแปรนะคะ เพราะฉะนั้น

1833
02:02:10,751 --> 02:02:14,751
อย่าพิมพ์นะ เพราะบอกว่าอันไหนสร้างแล้ว เด็ก ๆ

1834
02:02:14,752 --> 02:02:18,752
พิมพ์ปุ๊บนี่ ใช้วิธีการนี้นะคะ

1835
02:02:18,754 --> 02:02:22,754
ก็คือสมมติบอก เหมือน range_1

1836
02:02:22,754 --> 02:02:26,754
พอเราพิมพ์ ra แล้วเราก็มาเลื่อนหา range_1

1837
02:02:26,754 --> 02:02:30,754
นะคะ มันจะทำให้เราพิมพ์

1838
02:02:30,756 --> 02:02:34,756
ชื่อฟังก์ชันหรือตัวแปรที่เราสร้างไว้น่ะ

1839
02:02:34,757 --> 02:02:38,757
ไม่ผิด

1840
02:02:38,757 --> 02:02:42,757
โอเคนะคะ นี่เพิ่งเงื่อนไข

1841
02:02:42,759 --> 02:02:46,759
ที่ 1 เอง ไปที่เงื่อนไขถัดไป

1842
02:02:46,761 --> 02:02:50,761
เงื่อนไขถัดไปจะอยู่ตรงกับ

1843
02:02:50,762 --> 02:02:54,762
temp นะคะ ยังไม่เคลื่อนนะคะ

1844
02:02:54,764 --> 02:02:58,764
ไม่ได้อยู่กับ if แรกนะคะ มันเป็นเงื่อนไขที่อยู่ข้างใน

1845
02:02:58,765 --> 02:03:02,765
เพราะฉะนั้น กด if เลือก ifcondition

1846
02:03:02,767 --> 02:03:06,767

1847
02:03:06,769 --> 02:03:10,769

1848
02:03:10,771 --> 02:03:14,771

1849
02:03:14,771 --> 02:03:18,771
ในนี้นะคะ เงื่อนไขนี้นะคะ

1850
02:03:18,772 --> 02:03:22,772

1851
02:03:22,775 --> 02:03:26,775
เราจะให้ตัวแปร temp

1852
02:03:26,777 --> 02:03:30,777
temp_position เราสร้างไว้แล้ว

1853
02:03:30,779 --> 02:03:34,779
คลิกเลือก เครื่องหมาย

1854
02:03:34,780 --> 02:03:38,780
มากกว่าน้อยกว่า

1855
02:03:38,782 --> 02:03:42,782
screen_width

1856
02:03:42,784 --> 02:03:46,784
SCREEN_WIDTH:

1857
02:03:46,785 --> 02:03:50,785
ก็คือไม่ให้

1858
02:03:50,787 --> 02:03:54,787
มันเกินไม่ให้

1859
02:03:54,787 --> 02:03:58,787

1860
02:03:58,788 --> 02:04:02,788
ถ้ามันน้อยกว่านะคะ

1861
02:04:02,789 --> 02:04:06,789
น้อยกว่าขนาดของหน้าจอที่เรากำหนด

1862
02:04:06,790 --> 02:04:10,790
ในการเล่นเกมนี่ มันก็จะทำงานนะคะ

1863
02:04:10,791 --> 02:04:14,791
ทำอะไร ให้มันไปทำอะไร เราก็จะให้มัน

1864
02:04:14,791 --> 02:04:18,791
ตรง pass นะคะ ให้มันเรียกใช้

1865
02:04:18,792 --> 02:04:22,792
self

1866
02:04:22,792 --> 02:04:26,792
.

1867
02:04:26,794 --> 02:04:30,794
หา rect

1868
02:04:30,795 --> 02:04:34,795

1869
02:04:34,797 --> 02:04:38,797
rect แรกของเราก็คือ 0 ค่ะ

1870
02:04:38,800 --> 02:04:42,800
rect_0.left

1871
02:04:42,801 --> 02:04:46,801

1872
02:04:46,803 --> 02:04:50,803

1873
02:04:50,803 --> 02:04:54,803
นะคะ เท่ากับอะไร

1874
02:04:54,805 --> 02:04:58,805
= temp_position ไง

1875
02:04:58,806 --> 02:05:02,806
เท่ากับตัวนี้นะคะ

1876
02:05:02,807 --> 02:05:06,807
เราก็พิมพ์ te ก็ได้

1877
02:05:06,808 --> 02:05:10,808
น่าจะขึ้น เลือก temp_position

1878
02:05:10,809 --> 02:05:14,809
นี่ ๆ

1879
02:05:14,811 --> 02:05:18,811
เห็นไหม ซ้อนแล้ว มีเงื่อนไขซ้อนข้างใน

1880
02:05:18,812 --> 02:05:22,812

1881
02:05:22,815 --> 02:05:26,815
if if 1

1882
02:05:26,822 --> 02:05:30,822
ถ้า ๆ ต่อไปแล้ว

1883
02:05:30,824 --> 02:05:34,824
ถ้า แล้ว นะคะ ให้อยู่ตรงตำแหน่ง if

1884
02:05:34,824 --> 02:05:38,824
else นะคะ else e-l-

1885
02:05:38,827 --> 02:05:42,827
s-e นี่ else

1886
02:05:42,830 --> 02:05:46,830
นะคะ

1887
02:05:46,831 --> 02:05:50,831
ใส่

1888
02:05:50,832 --> 02:05:54,832
: ไม่ใช่ ;

1889
02:05:54,834 --> 02:05:58,834

1890
02:05:58,836 --> 02:06:02,836

1891
02:06:02,837 --> 02:06:06,837
ใน else นะคะ ใน else

1892
02:06:06,837 --> 02:06:10,837
เรียกใช้ self

1893
02:06:10,838 --> 02:06:14,838
self.rect_0 ค่ะ

1894
02:06:14,839 --> 02:06:18,839
rect_0.

1895
02:06:18,840 --> 02:06:22,840
left

1896
02:06:22,841 --> 02:06:26,841
ให้มีค่าเท่ากับ...

1897
02:06:26,843 --> 02:06:30,843

1898
02:06:30,844 --> 02:06:34,844
เท่ากับอะไรเอ่ย = SCREEN_WID

1899
02:06:34,846 --> 02:06:38,846
นะคะ ให้มันเท่ากับพื้นที่

1900
02:06:38,847 --> 02:06:42,847
ที่เรากำหนด

1901
02:06:42,847 --> 02:06:46,847
ฉากที่เรากำหนด

1902
02:06:46,848 --> 02:06:50,848

1903
02:06:50,850 --> 02:06:54,850

1904
02:06:54,852 --> 02:06:58,852
ฃ

1905
02:06:58,853 --> 02:07:02,853

1906
02:07:02,855 --> 02:07:06,855

1907
02:07:06,857 --> 02:07:10,857
แล้วก็สร้าง

1908
02:07:10,859 --> 02:07:14,859
ตัวแปรเพิ่มนะคะ สร้างตัวแปรให้ตรง

1909
02:07:14,860 --> 02:07:18,860
กับตำแหน่ง if ค่ะ เราจะปิดเงื่อนไขนี้

1910
02:07:18,860 --> 02:07:22,860

1911
02:07:22,861 --> 02:07:26,861

1912
02:07:26,862 --> 02:07:30,862
เหมือนกัน t-e-m-p_

1913
02:07:30,866 --> 02:07:34,866
แต่ไม่ใช่ temp_position แต่เป็น temp_

1914
02:07:34,869 --> 02:07:38,869
index ตัวแปรชื่อ temp_index

1915
02:07:38,871 --> 02:07:42,871

1916
02:07:42,872 --> 02:07:46,872
วรรค

1917
02:07:46,873 --> 02:07:50,873
= ตัวแปรชื่อ temp_index

1918
02:07:50,876 --> 02:07:54,876
ทำการ random ก็คือไปสุ่ม random  สร้างไว้แล้วนะคะ

1919
02:07:54,877 --> 02:07:58,877

1920
02:07:58,880 --> 02:08:02,880
คลิกเลือก random.

1921
02:08:02,882 --> 02:08:06,882

1922
02:08:06,883 --> 02:08:10,883
randrange ก็สร้างไว้แล้ว เลือกrand

1923
02:08:10,885 --> 02:08:14,885
นะคะ

1924
02:08:14,889 --> 02:08:18,889
ใส่วงเล็บ

1925
02:08:18,890 --> 02:08:22,890
ค่าที่ใส่ก็คือ 0

1926
02:08:22,892 --> 02:08:26,892
กับ 5 ค่ะ

1927
02:08:26,894 --> 02:08:30,894

1928
02:08:30,894 --> 02:08:34,894
กำหนดค่าให้ตัวแปร

1929
02:08:34,896 --> 02:08:38,896
เสร็จแล้วนะคะ เราจะไปเรียกใช้

1930
02:08:38,897 --> 02:08:42,897
self

1931
02:08:42,898 --> 02:08:46,898
.rock เลือก

1932
02:08:46,900 --> 02:08:50,900
rock_image_0

1933
02:08:50,904 --> 02:08:54,904

1934
02:08:54,905 --> 02:08:58,905

1935
02:08:58,906 --> 02:09:02,906
เห็นไหมคะ

1936
02:09:02,906 --> 02:09:06,906
เพราะฉะนั้น สร้างไว้แล้วไม่น่าจะเสียเวลาพิมพ์มาก

1937
02:09:06,908 --> 02:09:10,908
ตามด้วยมีค่าเท่ากับ

1938
02:09:10,908 --> 02:09:14,908
= นะคะ

1939
02:09:14,910 --> 02:09:18,910
ไม่ใช่บวก =

1940
02:09:18,912 --> 02:09:22,912
self.rock

1941
02:09:22,912 --> 02:09:26,912
rock ในที่นี้เราจะใช้

1942
02:09:26,913 --> 02:09:30,913
rock_image นะคะ

1943
02:09:30,914 --> 02:09:34,914
rock_image ค่ะ rock_image แล้วใส่

1944
02:09:34,915 --> 02:09:38,915
ก้ามปู

1945
02:09:38,916 --> 02:09:42,916

1946
02:09:42,917 --> 02:09:46,917

1947
02:09:46,918 --> 02:09:50,918
เรียกตัวแปร temp_index

1948
02:09:50,919 --> 02:09:54,919
มาใช้ค่ะ temp_index

1949
02:09:54,920 --> 02:09:58,920

1950
02:09:58,921 --> 02:10:02,921
ก็คือให้มันสุ่ม

1951
02:10:02,923 --> 02:10:06,923
ค่ารูปที่อยู่ข้างในน่ะ

1952
02:10:06,925 --> 02:10:10,925

1953
02:10:10,926 --> 02:10:14,926
เราเสร็จ if นี้แล้วนะคะ

1954
02:10:14,929 --> 02:10:18,929
if นี้เสร็จไปแล้ว การกำหนด

1955
02:10:18,929 --> 02:10:22,929
ตำแหน่งเสร็จแล้ว ต่อมา

1956
02:10:22,930 --> 02:10:26,930
ได้เลข 0 แล้ว

1957
02:10:26,932 --> 02:10:30,932
มันก็ต้องมี rect_1 นะคะ

1958
02:10:30,934 --> 02:10:34,934
นะคะ

1959
02:10:34,936 --> 02:10:38,936

1960
02:10:38,938 --> 02:10:42,938
ใช้หลักการ copy เด็ก ๆ เพราะมันคือ

1961
02:10:42,939 --> 02:10:46,939
โค้ดชุดเดียวกันเพียงแต่

1962
02:10:46,940 --> 02:10:50,940
เราจะแก้ที่ตัวเลขมันนะคะ

1963
02:10:50,941 --> 02:10:54,941

1964
02:10:54,942 --> 02:10:58,942
ก๊อบตั้งแต่ if self

1965
02:10:58,942 --> 02:11:02,942
โอเคไหม

1966
02:11:02,942 --> 02:11:06,942
นึกออกนะ เพราะมันเป็น ตัวนี้

1967
02:11:06,943 --> 02:11:10,943
คือ ของชุดนี้ใช่ไหม แต่มันเริ่มที่

1968
02:11:10,945 --> 02:11:14,945
rect_0 ใช่ไหม เราจะเปลี่ยนเป็น rect_1

1969
02:11:14,945 --> 02:11:18,945
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องก๊อปฯ ตั้งแต่

1970
02:11:18,946 --> 02:11:22,946
if self_rect_0

1971
02:11:22,949 --> 02:11:26,949
temp_index นี่นะคะ

1972
02:11:26,950 --> 02:11:30,950
กด Crtl + C แล้วก็กด Enter

1973
02:11:30,952 --> 02:11:34,952
Tab ให้ตรงกับตัวนี้

1974
02:11:34,954 --> 02:11:38,954
ตัวนี้นะคะ Tab ให้ตรงกับตัวนี้นะคะ

1975
02:11:38,955 --> 02:11:42,955
ตำแหน่งน่ะ ขอโทษ ๆ เด็ก ๆ ดูตำแหน่งดี ๆ นะคะ

1976
02:11:42,956 --> 02:11:46,956
ตัวนี้เสร็จแล้วนะ

1977
02:11:46,957 --> 02:11:50,957
ตัวเลข 0 นี่ เสร็จแล้ว เสร็จที่ temp_index

1978
02:11:50,958 --> 02:11:54,958
กด Ctrl + V

1979
02:11:54,961 --> 02:11:58,961
เห็นไหมคะ ตำแหน่งเดียวกันนะ

1980
02:11:58,961 --> 02:12:02,961
ตำแหน่งเดียวกัน แต่เปลี่ยนจาก rect_0 เป็นอะไร

1981
02:12:02,962 --> 02:12:06,962
1 ค่อย ๆ ดูนะคะ

1982
02:12:06,963 --> 02:12:10,963
เปลี่ยนตรงไหนบ้าง เมื่อกี้เป็น 0 เปลี่ยน

1983
02:12:10,964 --> 02:12:14,964
เป็น 1

1984
02:12:14,964 --> 02:12:18,964
แล้วจากนี้ เห็นไหมคะ จาก rect

1985
02:12:18,965 --> 02:12:22,965
ให้เปลี่ยนเป็น 0 สลับค่ากัน

1986
02:12:22,966 --> 02:12:26,966
เข้าใจนะ

1987
02:12:26,968 --> 02:12:30,968
แล้วก็ตรงนี้เห็นไหมคะ

1988
02:12:30,969 --> 02:12:34,969

1989
02:12:34,970 --> 02:12:38,970
ตรงนี้ไม่เปลี่ยน ตรงนี้

1990
02:12:38,972 --> 02:12:42,972
ไม่เปลี่ยน มาเปลี่ยนตรงนี้ค่ะ มาเปลี่ยนตรง...

1991
02:12:42,974 --> 02:12:46,974
นี่เห็นไหม เลข 0 นี่

1992
02:12:46,975 --> 02:12:50,975
ตรงนี้เปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 1 else

1993
02:12:50,976 --> 02:12:54,976
else นี่ก็เปลี่ยนตรง else นี่ก็เปลี่ยนเห็นไหมคะ

1994
02:12:54,978 --> 02:12:58,978

1995
02:12:58,979 --> 02:13:02,979
แล้วก็ตรง rock_image_0

1996
02:13:02,980 --> 02:13:06,980
ก็เป็น rock_imag

1997
02:13:06,981 --> 02:13:10,981
เปลี่ยนเหมือนกัน

1998
02:13:10,982 --> 02:13:14,982

1999
02:13:14,984 --> 02:13:18,984
ค่าอื่นเท่ากันนะคะ

2000
02:13:18,985 --> 02:13:22,985
นี่คือ update คือ

2001
02:13:22,986 --> 02:13:26,986
อัปเดตค่าโอเคนะคะ

2002
02:13:26,988 --> 02:13:30,988
เพื่อความชัวร์ หมดแล้วนะคะ

2003
02:13:30,990 --> 02:13:34,990
เราจะ Ctrl + B เพื่อเช็ก

2004
02:13:34,991 --> 02:13:38,991
โค้ดหน่อยหนึ่ง

2005
02:13:38,993 --> 02:13:42,993
โอเคไหม ถ้าผ่าน Error จะไม่ขึ้น

2006
02:13:42,995 --> 02:13:46,995
แต่ไอ้นี่

2007
02:13:46,996 --> 02:13:50,996
ยังไม่ขึ้น เดี๋ยวเราเอาไว้ต่อสัปดาห์ต่อไป

2008
02:13:50,996 --> 02:13:54,996
เพิ่ง... เรายังไม่เรียกใช้มันน่ะ

2009
02:13:54,997 --> 02:13:58,997
เราสร้าง Class แล้วเราไม่เรียกใช้มันนี่มันจะไม่ขึ้นนะ

2010
02:13:58,997 --> 02:14:02,997
จำได้นะ ให้นึกถึง เหมือน...

2011
02:14:02,997 --> 02:14:06,997
สร้าง dino ใช่หรือเปล่า สร้าง dino เสร็จแล้วนี่

2012
02:14:06,998 --> 02:14:10,998
เห็นไหม เราต้องมาเรียกใช้งานตัว dino ด้วย ต้องเรียก

2013
02:14:10,998 --> 02:14:14,998
ใช้ Class มัน ถ้าไม่เรียกมันก็ไม่ขึ้นนะ

2014
02:14:15,000 --> 02:14:19,000
เรายังไม่ได้เรียกนะ เราค่อยสร้าง

2015
02:14:19,001 --> 02:14:23,001
ในสัปดาห์หน้า อันดับแรกก็คือ Save ค่ะ

2016
02:14:23,002 --> 02:14:27,002
อย่าลืม save ใครกด Ctrl + B

2017
02:14:27,002 --> 02:14:31,002
Error ยกมือ เดี๋ยวไปดูโค้ด

2018
02:14:31,003 --> 02:14:35,003
ยังมี Error อีกหรือ

2019
02:14:35,006 --> 02:14:39,006
บอกแล้วให้ค่อย ๆ ดูตามเราไป

2020
02:14:39,007 --> 02:14:43,007
คือ ถ้าจะผิด 1 ชื่อ ชัวร์เลย

2021
02:14:43,008 --> 02:14:47,008
นะคะ ถ้าจะผิด

2022
02:14:47,009 --> 02:14:51,009

2023
02:14:51,010 --> 02:14:55,010
ถ้ามันจะผิดน่ะ

2024
02:14:55,011 --> 02:14:59,011
มันจะผิดที่ชื่อเสียเป็นส่วนใหญ่

2025
02:14:59,012 --> 02:15:03,012
ทำตามแล้วดูดี ๆ rock_1

2026
02:15:03,019 --> 02:15:07,019
rect ชื่อมันจะขึ้นมาตามนั้นนะ

2027
02:15:07,020 --> 02:15:11,020
ถ้าทำตามน่ะจะไม่ผิด แต่ถ้าพิมพ์เองจะผิด

2028
02:15:11,021 --> 02:15:15,021
ใช่ไหม สังเกตหลายทีแล้ว

2029
02:15:15,022 --> 02:15:19,022
ไหนเครื่องใคร Error บ้าง

2030
02:15:19,022 --> 02:15:23,022
นิว นิว Error ไหม

2031
02:15:23,022 --> 02:15:27,022

2032
02:15:27,023 --> 02:15:31,023

2033
02:15:31,024 --> 02:15:35,024

2034
02:15:35,025 --> 02:15:39,025

2035
02:15:39,027 --> 02:15:43,027

2036
02:15:43,028 --> 02:15:47,028

2037
02:15:47,029 --> 02:15:51,029
ก็จะประมาณ 40 บรรทัดนะคะ

2038
02:15:51,031 --> 02:15:55,031
ทั้ง Class ทั้ง Fuction นี่

2039
02:15:55,032 --> 02:15:59,032
ไว้บ้างอะไรบ้าง

2040
02:15:59,033 --> 02:16:03,033
บางคนพิมพ์ไม่ทันนะคะ

2041
02:16:03,034 --> 02:16:07,034

2042
02:16:07,035 --> 02:16:11,035
1 ชั่วโมงต่อ 10 บรรทัด

2043
02:16:11,036 --> 02:16:15,036
ถึงได้บอกว่า... เห็นไหม

2044
02:16:15,037 --> 02:16:19,037
ทำไมถึงบังคับให้พิมพ์ดีดน่ะ มันจะช่วยได้นะคะ

2045
02:16:19,038 --> 02:16:23,038
จำแป้นได้น่ะ มันก็จะไปได้เร็วขึ้น

2046
02:16:23,039 --> 02:16:27,039

2047
02:16:27,040 --> 02:16:31,040
เดี๋ยวเราไว้ต่อสัปดาห์หน้านะคะ

2048
02:16:31,041 --> 02:16:35,041
สัปดาห์นี้ ราตรีสวัส

2049
02:16:35,042 --> 02:16:39,042
ขอบคุณพี่ ๆ ก่อน ขอบคุณพี่การ์ตูน

2050
02:16:39,044 --> 02:16:43,044
กับพี่อี๊ดนะคะ ที่มาช่วยเป็นล่ามให้เรา

2051
02:16:43,045 --> 02:16:47,045
ในวันนี้นะคะ ไว้เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ

2052
02:16:47,046 --> 02:16:51,046
(พี่อี๊ด) สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ความจริงเราจะ

2053
02:16:51,047 --> 02:16:55,047
วันพฤหัสบดี หัวหน้าบอก

2054
02:16:55,048 --> 02:16:59,048
ขอบคุณ

2055
02:16:59,050 --> 02:17:03,050
น้อง ๆ ขอบคุณพี่ ๆ นะคะ

2056
02:17:03,053 --> 02:17:07,053
(พี่อี๊ด) ค่ะ สวัสดีค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ

2057
02:17:07,054 --> 02:17:11,054
เซฟเสร็จหรือยัง

2058
02:17:11,055 --> 02:17:15,055
โอเคแล้วนะ ทีนี้เดี๋ยวไปดู ใครยัง

2059
02:17:15,056 --> 02:17:19,056
โค้ดผิด ๆ ถูก ๆ

2060
02:17:19,057 --> 02:17:23,057

2061
02:17:23,058 --> 02:17:27,058

2062
02:17:27,060 --> 02:17:31,060

2063
02:17:31,061 --> 02:17:35,061

2064
02:17:35,065 --> 02:17:39,065

2065
02:17:39,069 --> 02:17:43,069

2066
02:17:43,070 --> 02:17:46,071

2067
02:17:47,072 --> 02:17:50,072

2068
02:17:51,073 --> 02:17:54,074

2069
02:17:55,075 --> 02:17:58,077

2070
02:17:59,077 --> 02:17:59,078

2071
02:18:03,081 --> 02:18:03,085

2072
02:18:11,087 --> 02:18:11,091

2073
02:18:07,085 --> 02:18:07,086


