﻿1
00:00:03,780 --> 00:00:07,780

2
00:00:07,780 --> 00:00:11,780

3
00:00:11,782 --> 00:00:15,782

4
00:00:19,538 --> 00:00:19,538

5
00:00:19,538 --> 00:00:23,532

6
00:00:23,532 --> 00:00:27,532
(คุณครู) สวัสดีครับ ทุก ๆ คน

7
00:00:27,581 --> 00:00:31,556

8
00:00:31,556 --> 00:00:35,546
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

9
00:00:35,546 --> 00:00:39,525
สำหรับวันนี้เรื่องที่เราจะเรียนต่อมา

10
00:00:39,525 --> 00:00:43,520
ก็คือ การเก็บรวบรวมข้อมูล สำหรับคาบนี้นะครับ

11
00:00:43,520 --> 00:00:47,520
เราจะได้รู้ว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลคืออะไร

12
00:00:47,521 --> 00:00:51,515
แยกประเภทของข้อมูลเป็นนะครับ เพราะฉะนั้น เรามาเริ่มกันเลย

13
00:00:51,515 --> 00:00:55,502
สำหรับสิ่งแรกที่เราต้องรู้ก็ก็คือข้อมูล

14
00:00:55,502 --> 00:00:59,502
ข้อมูลคืออะไร ข้อมูล

15
00:00:59,506 --> 00:01:03,502
นะครับ มัน คือ ข้อความจริงที่บอก

16
00:01:03,502 --> 00:01:07,502
สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ใดปรากฏการณ์หนึ่ง

17
00:01:07,504 --> 00:01:11,498
อาจเป็นตัวเลขหรือข้อความก็ได้

18
00:01:11,498 --> 00:01:15,498
โอ.เค. นะครับ มันมีคำพูดนะครับ มันมี Keyword นะครับ

19
00:01:15,504 --> 00:01:19,499
เป็นตัวเลข หรือข้อความก็ได้

20
00:01:19,499 --> 00:01:23,499
ประเภทของข้อมูลนะครับ จำแนกได้เป็น

21
00:01:23,506 --> 00:01:27,506
2  เกณฑ์นะครับ เกณฑ์แรกจำแนกตามลักษณะของข้อมูล

22
00:01:27,508 --> 00:01:31,499
เกณฑ์ที่ 2 จำแนกตามวิธีการเก็บของข้อมูล

23
00:01:31,499 --> 00:01:35,499
รวบรวบข้อมูล เพราะฉะนั้นเรามาพูดถึงเกณฑ์แรก

24
00:01:35,502 --> 00:01:39,498
จำแนกตามลักษณะของข้อมูล เราจะจำแนก

25
00:01:39,498 --> 00:01:43,498
กันอย่างไร สำหรับการจำแนก

26
00:01:43,502 --> 00:01:47,502
เราจำแนกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ประเภทแรก

27
00:01:47,506 --> 00:01:51,498
ข้อมูลเชิงปริมาณ ประเภทที่ 2

28
00:01:51,498 --> 00:01:55,498
ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลเชิงปริมาณคืออะไร

29
00:01:55,499 --> 00:01:59,499
ตามหนังสือ สสวท. นะครับ

30
00:01:59,500 --> 00:02:03,500
ที่ใช้แทนขนาดหรือปริมาณ ซึ่งวัด

31
00:02:03,501 --> 00:02:07,501
ออกมาเป็นจำนวน คีย์เวิร์ดนะครับ วัดออกมาเป็นจำนวน

32
00:02:07,506 --> 00:02:11,499
ที่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบกัน

33
00:02:11,499 --> 00:02:15,499
ได้โดยตรง มี 2 คีย์เวิร์ด วัดออกมาเป็นจำนวนและ

34
00:02:15,501 --> 00:02:19,501
เปรียบเทียบกันได้ ครูขอเพิ่มอีกอย่าง

35
00:02:19,508 --> 00:02:23,506
บวดลบกันแล้วมีความหมาย เราจะมาดูกันนะครับ ว่า

36
00:02:23,506 --> 00:02:27,506
บวกลบกันมีความหมายคืออะไร จากตัวอย่างนะครับ

37
00:02:27,541 --> 00:02:31,504
เรื่องที่ 2 ขออภัยครับ สำหรับตัวอย่างที่ 2 คือ

38
00:02:31,504 --> 00:02:35,504
ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือข้อมูล

39
00:02:35,508 --> 00:02:39,508
ที่ไม่สามารถวัดออกมาเป็นจำนวนได้โดยตรง

40
00:02:39,516 --> 00:02:43,503
แต่อธิบายคุณสมบัติและลักษณะ

41
00:02:43,503 --> 00:02:47,500
ซึ่งข้อมูลเชิงคุณภาพนี่อาจจะเป็นข้อความ

42
00:02:47,500 --> 00:02:51,500
หรือตัวเลขก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นข้อความ

43
00:02:51,501 --> 00:02:55,497
เราฟันธงเลย ข้อมูลเชิงคุณภาพ

44
00:02:55,497 --> 00:02:59,497
แต่ถ้าเป็นตัวเลขขึ้นมาล่ะ เราจะแยกอย่างไรเป็นข้อมูล

45
00:02:59,526 --> 00:03:03,500
เชิงปริมาณหรือข้อมูลเชิงคุณภาพ

46
00:03:03,500 --> 00:03:07,499
เมื่อกี้ได้ไหมครับ อันแรกวัดออกมาเป็นจำนวน

47
00:03:07,499 --> 00:03:11,499
ถ้าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ เราต้องวัดออกมา

48
00:03:11,502 --> 00:03:15,502
เป็นจำนวนได้ เปรียบเทียบกันได้โดยตรง แบบที่ 3 บวกลบกันแล้ว

49
00:03:15,502 --> 00:03:19,497
มีความหมาย เพราะฉะนั้น

50
00:03:19,497 --> 00:03:23,497
เรามาลองเจอตัวอย่างให้จัดเจนมากยิ่งขึ้นนะครับ

51
00:03:23,499 --> 00:03:27,499
สำหรับตัวอย่างนะครับ ครูจะไปทีละบรรทัดนะ

52
00:03:27,499 --> 00:03:31,499
บรรทัดแรก รายได้ เพศ

53
00:03:31,505 --> 00:03:35,503
คุณภาพสินค้า ครูให้เวลา 10 วินาที ตัดสินใจ

54
00:03:35,503 --> 00:03:39,503
ว่า ข้อมูลแต่ละอย่างเป็นข้อมูลคุณภาพ

55
00:03:39,504 --> 00:03:43,502
หรือเชิงปริมาณกันนะครับ 1 2 3 4

56
00:03:43,502 --> 00:03:47,498

57
00:03:47,498 --> 00:03:51,498

58
00:03:51,498 --> 00:03:55,498

59
00:03:55,499 --> 00:03:59,499
5 6 7 8, 9 10 หมดเวลา

60
00:03:59,513 --> 00:04:03,498
อันแรกรายได้ข้อมูลเชิง

61
00:04:03,498 --> 00:04:07,498
คำตอบ คือ ข้อมูลเชิงปริมาณ

62
00:04:07,498 --> 00:04:11,498
เพราะรายได้เราสามารถวัดออกมาเป็นจำนวนได้ เช่น

63
00:04:11,511 --> 00:04:15,498
บัญชีธนาคาร รายรับใน Mobile Banking ต่าง ๆ

64
00:04:15,498 --> 00:04:19,498
แล้วคำถามคือ

65
00:04:19,499 --> 00:04:23,499
นำมาเปรียบเทียบกันได้ไหม คนที่ 1 รายได้มากกว่า

66
00:04:23,508 --> 00:04:27,502
คนที่ 2 เปรียบเทียบกันได้ไหมครับ เปรียบเทียบกันได้

67
00:04:27,502 --> 00:04:31,502
ดูว่าตลอดทั้งปีเรามีรายได้เท่าไร รายรับเท่าไร

68
00:04:31,506 --> 00:04:35,502
รายได้เท่าไร บวกกันแล้วมีความหมาย เพราะฉะนั้น

69
00:04:35,502 --> 00:04:39,500
ตรงเกณฑ์ 3 ข้อเลย ต่อมา

70
00:04:39,500 --> 00:04:43,500
เพศ เพศชาย, เพศหญิง เป็นตัวอักษร

71
00:04:43,500 --> 00:04:47,500
ใช่ไหมครับ เป็นข้อความแน่นอน

72
00:04:47,510 --> 00:04:51,499
ต่อมา คุณภาพสินค้า ดี

73
00:04:51,499 --> 00:04:55,499
ดีเยี่ยม พอใช้ ควรปรับปรุง

74
00:04:55,500 --> 00:04:59,500
เป็นตัวเลขไหม ไม่เป็น เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นข้อมูล

75
00:04:59,502 --> 00:05:03,499
เชิงคุณภาพ เห็นไหมครับ ข้อมูล

76
00:05:03,499 --> 00:05:07,498
แยกง่ายอยู่ ลองไป 3 ตัวอย่างต่อไป

77
00:05:07,498 --> 00:05:11,498
สมรส กรุ๊บเลือด น้ำหนัก

78
00:05:11,499 --> 00:05:15,499
10 9 8

79
00:05:15,500 --> 00:05:19,496
7 6

80
00:05:19,496 --> 00:05:23,496
5 4 3

81
00:05:23,496 --> 00:05:27,496
2 1 หมดเวลา

82
00:05:27,507 --> 00:05:31,501
สถานภาพสมรส แต่งงานแล้ว

83
00:05:31,501 --> 00:05:35,497
หย่า เป็นต้น โสด เป็นต้น

84
00:05:35,497 --> 00:05:39,497
เพราะฉะนั้น สถานภาพสมรส เป็นข้อความจริงไหมครับ

85
00:05:39,505 --> 00:05:43,502
เพราะฉะนั้น เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

86
00:05:43,502 --> 00:05:47,497
เลือด กรุ๊ปเลือด O, B,

87
00:05:47,497 --> 00:05:51,497
AB, AB Negative

88
00:05:51,518 --> 00:05:55,505
เป็นข้อความหมดเลยจริงไหมครับ ไม่ได้เป็นตัวเลขเลยนะ เพราะฉะนั้น

89
00:05:55,505 --> 00:05:59,501
ข้อมูลเชิงคุณภาพยังตัดสินใจไม่ยาก

90
00:05:59,501 --> 00:06:03,501
น้ำหนัก โอ.เค. เป็นตัวเลขแล้ว

91
00:06:03,501 --> 00:06:07,498
ด้วยกัน เกณฑ์แรก วัดออกมาเป็นจำนวนได้ไหม

92
00:06:07,498 --> 00:06:11,498
เราขึ้นชั่งบนตาชั่งนี่ มันออกมาให้เราเป็นตัวเลขจริงไหม

93
00:06:11,504 --> 00:06:15,504
เกณฑ์แรกผ่าน เกณฑ์ที่ 2 เปรียบเทีนบ เราสามารถเปรียบเทียบได้ไหม

94
00:06:15,504 --> 00:06:19,504
ว่าคนที่ 1 กับคนที่ 2

95
00:06:19,520 --> 00:06:23,516
ใครน้ำหนักมากกว่ากัน เปรียบเทียบกันได้ไหมครับ

96
00:06:23,516 --> 00:06:27,503
อย่างที่ 3 น้ำหนัก เอามาบวกลบกันได้ไหม

97
00:06:27,503 --> 00:06:31,500
คำตอบ คือ ได้ อย่างเช่น

98
00:06:31,500 --> 00:06:35,500
เราจะทดสอบว่าลิฟท์นี่รองรับคนได้กี่กิโลกรัม

99
00:06:35,505 --> 00:06:39,503
แล้วเราก็เอาน้ำหนักมาบวก ๆ

100
00:06:39,503 --> 00:06:43,503
กัน จนถึงขีดจำกัดของลิฟท์ดังนั้น

101
00:06:43,503 --> 00:06:47,503
ความหมาย น้ำหนักก็เลยเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

102
00:06:47,506 --> 00:06:51,501
มาดู 3 อันต่อ 3 อันต่อมานะครับ

103
00:06:51,501 --> 00:06:55,501
คะแนนสอบ สีผม อุณหภูมิ เหมือนเดิม 10 วินะครับ

104
00:06:55,508 --> 00:06:59,501
10 9

105
00:06:59,501 --> 00:07:03,501
8 7 6

106
00:07:03,501 --> 00:07:07,501
5 4 3

107
00:07:07,503 --> 00:07:11,500
2 1 หมดเวลา

108
00:07:11,500 --> 00:07:15,498
คะแนนสอบ ตอบเลยครับ ปริมาณหรือคุณภาพ

109
00:07:15,498 --> 00:07:19,498
คำตอบคือ ปริมาณ เพราะว่า

110
00:07:19,503 --> 00:07:23,503
เราวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ไหมครับ

111
00:07:23,505 --> 00:07:27,505
โอ.เค. นะครับ ต่อมา คะแนนสอบเปรียบเทียบได้ไหมครับ

112
00:07:27,509 --> 00:07:31,503
คนที่ 1 คะแนนสอบสูงกว่าคนที่ 2

113
00:07:31,503 --> 00:07:35,503
บวกลบมีความหมายไหมครับ สมมติครูอยากรู้ว่าคะแนนนี่

114
00:07:35,513 --> 00:07:39,513
ตอนไฟนอล

115
00:07:39,524 --> 00:07:43,500
เรามีโอกาสได้คะแนนเกรดอะไร

116
00:07:43,500 --> 00:07:47,500
จริงไหมครับ เพราะฉะนั้น บวกกันมีความหมาย

117
00:07:47,508 --> 00:07:51,502
ต่อมา สีผม ง่าย ๆ เลย

118
00:07:51,502 --> 00:07:55,502
สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีชมพู เป็นข้อความหมดเลย เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

119
00:07:55,510 --> 00:07:59,498
อุณหภูมิล่ะ ข้อมูลเชิง

120
00:07:59,498 --> 00:08:03,498
ปริมาณ ข้อแรกเราใช้ปรอท

121
00:08:03,500 --> 00:08:07,498
วัดไข้ หรือเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ออกมาเป็นอุณหภูมิ

122
00:08:07,498 --> 00:08:11,498
ต่อมา อุณหภูมินี่

123
00:08:11,500 --> 00:08:15,500
เปรียบเทียบกันได้ไหม อย่างเช่น ตรงนี้หนาวกว่าตรงนี้ ตรงที่ 2

124
00:08:15,544 --> 00:08:19,501
หนาวกว่าตรงที่ 3 หรือ ร้อนกว่าตรงที่ 4

125
00:08:19,501 --> 00:08:23,499
เรามาสามารถเปรียบเทียบอุณหภูมิ

126
00:08:23,499 --> 00:08:27,499
มีความหมายไหมครับ อย่างเช่น ตอนนี้น้ำมีอุณหภูมิ

127
00:08:27,502 --> 00:08:31,502
40 องศา ครูต้องการเพิ่มอีก 50 องศา

128
00:08:31,504 --> 00:08:35,504
ให้มันกลายเป็น 90 องศา ตามที่เราต้องการ บวกกันความหมายไหมครับ

129
00:08:35,521 --> 00:08:39,500
มีความหมาย เพราะฉะนั้น เป็นข้อมูล

130
00:08:39,500 --> 00:08:43,500
ปริมาณ เรามาดู 3 อันต่อมา ส่วนสูง วุฒิกา

131
00:08:43,517 --> 00:08:47,502
ศาสนา คราวนี้ให้ 10 วิเหมือนเดิมนะครับ

132
00:08:47,502 --> 00:08:51,501
10 9 8

133
00:08:51,501 --> 00:08:55,499
7 6

134
00:08:55,499 --> 00:08:59,499
5 4 3 2 1

135
00:08:59,503 --> 00:09:03,500
หมดเวลา ส่วน

136
00:09:03,500 --> 00:09:07,500
สูง เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

137
00:09:07,500 --> 00:09:11,500
มันเหมือนน้ำหนักของเราเลย โอ.เค. ต่อ

138
00:09:11,500 --> 00:09:15,500
วุฒิการศึกษา ป.6 ม.3 ม.6

139
00:09:15,506 --> 00:09:19,497
ปริญาตรี ปวช. ปวส.

140
00:09:19,497 --> 00:09:23,497
มันเป็นข้อความหมดเลยจริงไหมครับ

141
00:09:23,504 --> 00:09:27,504
เราเลยบอกว่าเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ ศาสนา

142
00:09:27,508 --> 00:09:31,508
พุทธ ศริสต์ อิสลาม ซิกส์ ฮินดู

143
00:09:31,511 --> 00:09:35,511
อีกหลากหลายศาสนาบนโลกนี้ เป็นข้อความใช่ไหมครับ

144
00:09:35,523 --> 00:09:39,522
ศาสนาก็เลยเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

145
00:09:39,522 --> 00:09:43,500
ต่อมา อันนี้น่าสนใจ เบอร์ลองเท้า

146
00:09:43,500 --> 00:09:47,500
ระยะทาง เบอร์โทรศัพท์ มันเป็นตัวเลข

147
00:09:47,514 --> 00:09:51,509
ทั้ง 3 ตัวเลยนะ ให้เวลา 10 วิ นะครับ 10

148
00:09:51,509 --> 00:09:55,497
9 8 7

149
00:09:55,497 --> 00:09:59,497
6 5

150
00:09:59,500 --> 00:10:03,496
4 3 2

151
00:10:03,496 --> 00:10:07,496
1 หมดเวลา เบอร์รองเท้านี่

152
00:10:07,507 --> 00:10:11,501
เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ หรือเชิงปริมาณครับ

153
00:10:11,501 --> 00:10:15,501
คำตอบ คือ เชิงคุณภาพ

154
00:10:15,502 --> 00:10:19,502
ครูมันเป็นตัวเลขนะครับ ทำไมเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพล่ะ

155
00:10:19,503 --> 00:10:23,503
อย่างแรกวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ไหม ก็ได้ไงครู

156
00:10:23,541 --> 00:10:27,518
ก็วัดออกมาเป็น 8 นิ้ว ขออภัยครับ วัดออกมาเป็นตัวเลข

157
00:10:27,518 --> 00:10:31,507
ใช่ไหม แต่คำถาม คือ ตัวเลขเหล่านี้

158
00:10:31,507 --> 00:10:35,507
มันไม่ใช่ตัวเลขที่วัดออกมาได้จริง ๆ มันเป็นตัวเลขที่แทน

159
00:10:35,507 --> 00:10:39,502
ขนาดรองเท้า ถ้าครูบอกว่า

160
00:10:39,502 --> 00:10:43,502
ว่าวัดรองเท่าได้มา 44 เซนติเมตร

161
00:10:43,527 --> 00:10:47,509
อันนี้ละ มันถึงเป็นการบอกว่าเป็น

162
00:10:47,509 --> 00:10:51,507
ขนาดเท้าของเรา เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

163
00:10:51,507 --> 00:10:55,507
ได้แค่ว่าเบอร์นี้ใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าเบอร์นี้เท่านั้น แต่มันไม่ได้บอกว่า

164
00:10:55,514 --> 00:10:59,503
8 หมายถึง เท้าเรายาว 8 นิ้ว

165
00:10:59,503 --> 00:11:03,501
หรือ 10 เท้าเรายาก 10 นิ้ว ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

166
00:11:03,501 --> 00:11:07,501
ที่ใช้ตัวเลขแทนขนาด

167
00:11:07,522 --> 00:11:11,522
โอ.เค. นะครับ เพราะฉะนั้น เบอร์รองเท้าเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

168
00:11:11,525 --> 00:11:15,517
ต่อมาระยะทางเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

169
00:11:15,517 --> 00:11:19,502
เพราะว่า ระยะทางเราวัดออกมา

170
00:11:19,502 --> 00:11:23,502
ได้ บวก ลบ กันออกมามีความหมายว่า

171
00:11:23,503 --> 00:11:27,503
สั้นหรือยาวกว่าทางนี้ ต่อมาเบอร์โทรศัพท์ วัดออกมาได้

172
00:11:27,516 --> 00:11:31,516
เหมือนเดิม 3 เกณฑ์ เกณฑ์แรก มีการบวกลบออกมาเป็นจำนวนไหม

173
00:11:31,527 --> 00:11:35,508
ไม่มี อย่างที่ 2 บวกลบกันได้ไหม มีใคร

174
00:11:35,508 --> 00:11:39,504
เอาเบอร์ 2 คนมา บวกลบกัน

175
00:11:39,504 --> 00:11:43,504
บวกกันไม่มีความหมาย เปรียบเทียบเบอร์กันก็ไม่มีความหมาย

176
00:11:43,504 --> 00:11:47,503
เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ ต่อมาเลขรหัสบัตรประจำตัว

177
00:11:47,503 --> 00:11:51,503
ประชาชน รหัสสินค้า ระดับความพึงพอใจ

178
00:11:51,508 --> 00:11:55,505
เลขประจำตัวประชาชน ครูให้เวลา 10 วิ นะครับ

179
00:11:55,505 --> 00:11:59,497
ในการตัดสินใจ 10 9

180
00:11:59,497 --> 00:12:03,496
8 7 6

181
00:12:03,496 --> 00:12:07,496
5 4 3

182
00:12:07,510 --> 00:12:11,498
2 1

183
00:12:11,498 --> 00:12:15,498
เลขประจำตัวประชาชน เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

184
00:12:15,513 --> 00:12:19,500
เราไม่สามารถนับออกมาเป็นจำนวนได้

185
00:12:19,500 --> 00:12:23,500
เอาเลขบัตรประชาชนมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ มาบวกลบกันก็ไม่ได้

186
00:12:23,503 --> 00:12:27,501
เพราะฉะนั้น เลขประจำตัวประชาชน

187
00:12:27,501 --> 00:12:31,500
รหัสสินค้า ตาม Barcode ต่าง ๆ

188
00:12:31,500 --> 00:12:35,500
ที่เป็นตัวแทนสินค้าใช่ไหมครับ แต่มันบอกปริมาณสินค้าไหม

189
00:12:35,503 --> 00:12:39,500
มันไม่ได้บอก เพราะฉะนั้น ข้อมูลรหัสสินค้า

190
00:12:39,500 --> 00:12:43,497
นี่มันเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

191
00:12:43,497 --> 00:12:47,497
มีใครเอารหัสสินค้ามาบวกกันไหมครับ

192
00:12:47,500 --> 00:12:51,498
มีใครเอารหัสสินค้ามาเปรียบเทียบกันไหม ไม่มี

193
00:12:51,498 --> 00:12:55,498
ก็เลยเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ อันสุดท้าย

194
00:12:55,514 --> 00:12:59,498
ดี ดีเยี่ยม พอใช้ปานกลาง

195
00:12:59,498 --> 00:13:03,498
สั่งแกรปฟูต

196
00:13:03,498 --> 00:13:07,498
เพราะฉะนั้น ความพึงพอใจ

197
00:13:07,537 --> 00:13:11,510
เป็นข้อความทั้งหมดเลย จริงไหมครับ เพราะฉะนั้นข้อความทั้งหมดนี้

198
00:13:11,510 --> 00:13:15,510
มันเลยเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

199
00:13:15,514 --> 00:13:19,505
คราวนี้เราจำแนกข้อมูลตามลักษณะข้อมูลเป็นแล้ว

200
00:13:19,505 --> 00:13:23,505
คราวนี้เรามาสู่เกณฑ์ที่ 2

201
00:13:23,509 --> 00:13:27,509
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เรามาดูว่า

202
00:13:27,523 --> 00:13:31,505
มันจะมีเกณฑ์อะไรบ้าง สำหรับข้อมูลนี้นะครับ

203
00:13:31,505 --> 00:13:35,505
เราจะแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ประเภทเช่นกัน คือ ข้อมูลปฐมภูมิ

204
00:13:35,508 --> 00:13:39,506
และข้อมูลทุติยภูมิ

205
00:13:39,506 --> 00:13:43,500
หมายถึง ข้อมูลที่ได้จาก ... โดยตรง

206
00:13:43,500 --> 00:13:47,499
ข้อมูลทุติยภูมิ ก็คือข้อมูลที่ผู้ใช้

207
00:13:47,499 --> 00:13:51,499
ไม่ได้รวบรวมเอง แต่มีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เก็บรวบรวมไว้แล้ว

208
00:13:51,510 --> 00:13:55,510
ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือปฐมภูมินี่ เราไปเก็บจาก

209
00:13:55,514 --> 00:13:59,501
ต้นทางไปเอง จากตัวข้อมูล

210
00:13:59,501 --> 00:14:03,497
เอง ทุติยภูมิ ก็คือ

211
00:14:03,497 --> 00:14:07,497
ข้อมูลไว้แล้ว แล้วก็เอามารวมกัน คราวนี้

212
00:14:07,501 --> 00:14:11,501
เราลองมาดู เราลองมาเจอตัวอย่างกันเลยดีกว่า ว่า

213
00:14:11,518 --> 00:14:15,509
เราจะเข้าใจมันจริงหรือเปล่า โอ.เค. นะครับ

214
00:14:15,509 --> 00:14:19,505
ตัวอย่างนะอันแรก การสำรวจความ

215
00:14:19,505 --> 00:14:23,505
พึงพอใจการใให้บริการทางแอปฯ

216
00:14:23,523 --> 00:14:27,509
สมมติเราสั่งสินค้ามา เขาส่งสินค้าปุ๊บ

217
00:14:27,509 --> 00:14:31,498
เราก็ให้ความพึงพอใจต่อ ว่าเราพึงพอใจ

218
00:14:31,498 --> 00:14:35,498
ในสินค้าระดับไหน อันนี้เป็นข้อมูลเชิง...

219
00:14:35,520 --> 00:14:39,498
เป็นข้อมูลปฐมภูมิหรือ ทุติยภูมิ

220
00:14:39,498 --> 00:14:43,498
5 วินะ 5 4 3 2

221
00:14:43,507 --> 00:14:47,507
1 คำตอบ คือ เป็นข้อมูลปฐมภูมิ

222
00:14:47,512 --> 00:14:51,502
ปฐมภูมิ เพราะอะไร เราเป็นคนให้คะแนน

223
00:14:51,502 --> 00:14:55,502
ให้ความพึงพอใจเองจริงไหมครับ เพราะฉะนั้น เขาเก็บข้อมูล

224
00:14:55,509 --> 00:14:59,503
จากเราโดยตรง เพราะฉะนั้น ข้อมูลชุดนี้

225
00:14:59,503 --> 00:15:03,498
ก็เลยเป็น ... สถาณะการ

226
00:15:03,498 --> 00:15:07,498
ต่อมาการสำรวจยอดผู้เสียชีวิต

227
00:15:07,503 --> 00:15:11,501
รายวันของโรงพยาบาลต่าง ๆ ให้เวลา 5 วิ

228
00:15:11,501 --> 00:15:15,499
5 4 3

229
00:15:15,499 --> 00:15:19,496
2 1 คำตอบคือ

230
00:15:19,496 --> 00:15:23,496
ข้อมูล ทุติยภูมิ คืออะไร

231
00:15:23,509 --> 00:15:27,501
เขาไม่ได้ไปนั่งนับแต่ละโรงพยาบาลเองใช่ไหมครับ เขา

232
00:15:27,501 --> 00:15:31,501
เอาผลสรุปของแต่ละโรงพยาบาลมา เพื่อมารวบรวมยอด

233
00:15:31,503 --> 00:15:35,503
แล้วก็สรุปอีกที เป็นการเก็บข้อมูลจากสิ่งที่เขาสรุปไว้แล้ว

234
00:15:35,526 --> 00:15:39,520
จริงไหมครับ ข้อมูลนี้ก็เลยเป็นข้อมุลทุติยภูมิ

235
00:15:39,520 --> 00:15:43,502
ข้อมูลทุติยภูมิ ได้

236
00:15:43,502 --> 00:15:47,502
ผลจากระบบของร้านค้า เป็นข้อมูลทุติยภูมิ

237
00:15:47,512 --> 00:15:51,500
หรือข้อมูลปฐมภูมิครับ 5

238
00:15:51,500 --> 00:15:55,500
4 3 2

239
00:15:55,520 --> 00:15:59,498
1 คำตอบ คือ

240
00:15:59,498 --> 00:16:03,498
เป็นข้อมูลทุติยภูมิ คือ อะไร

241
00:16:03,498 --> 00:16:07,498
มันเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้แล้วใช่ไหมครับ

242
00:16:07,503 --> 00:16:11,497
จากระบบที่มันสรุปไว้แล้ว อีกที

243
00:16:11,497 --> 00:16:15,497
อันนี้เราไม่ได้เก็บจากตัวข้อมูลโดยตรง ไม่ได้เก็บจากตัวผู้ซื้อโดยตรง จริงไหมครับ

244
00:16:15,534 --> 00:16:19,504
เพราะฉะนั้นอันนี้เลยเป็นข้อมูลทุติยภูมิ

245
00:16:19,504 --> 00:16:23,504
ต่อมาอันสุดท้าย การนับยอดจากกันบันทึกข้อมูลจากการขาย

246
00:16:23,509 --> 00:16:27,504
5 4

247
00:16:27,504 --> 00:16:31,498
3 2

248
00:16:31,498 --> 00:16:35,498
1 คำตอบก็คือเป็น

249
00:16:35,502 --> 00:16:39,499
ข้อมูลปฐมภูมิ เพราะอะไร เพราะเราเป็นข้อมูล

250
00:16:39,499 --> 00:16:43,498
ไปนับข้อมูลเองจริงไหมครับ

251
00:16:43,498 --> 00:16:47,498
เป็นคนเก็บข้อมูลเองโดยตรง

252
00:16:47,512 --> 00:16:51,496
ในเมื่อเราทราบแล้ว ว่าเราจำแนก

253
00:16:51,496 --> 00:16:55,496
ข้อมูลตากลักษณะข้อมูลอย่างไร ข้อมูลเชิงคุณภาพเป็นอย่างไร ข้อมูลเชิงปริมาณเป็นอย่างไร

254
00:16:55,523 --> 00:16:59,505
เราจำแนกข้อมูล ตามวิธีการเก็บรวบรวม

255
00:16:59,505 --> 00:17:03,505
ข้อมูล ข้อมูลปฐมภูมิเป็นอย่างไร ข้อมูลทุติยภูมิ เป็นอย่างไร อย่า

256
00:17:03,508 --> 00:17:07,508
งพูดถึงต่อถึี

257
00:17:07,509 --> 00:17:11,504
งรวบรวมข้อมูลได้อย่างไร สำหรับการเก็บข้อมูลนะครับ

258
00:17:11,504 --> 00:17:15,499
เราจะเก็บข้อมูล 2 ประเภท เก็บข้อมูลปฐมภูมิ

259
00:17:15,499 --> 00:17:19,499
กับเก็บรวบรวมข้อมุลทุติยภูมิ

260
00:17:19,506 --> 00:17:23,506
อันที่มันกล่าวถึงง่าย ๆ ก่อน การเก็บข้อมูล

261
00:17:23,517 --> 00:17:27,500
ทุติยภูมิ วิธีการนี่นะครับ เป็นการเก็บ

262
00:17:27,500 --> 00:17:31,500
จากแหล่งที่เก็บรวบรวมข้อมูลไว้แล้ว ตัวอย่างเช่น

263
00:17:31,504 --> 00:17:35,499
รายงาน บทความ หรือไม่ก็ฐานข้อมูลก็ได้นะครับ

264
00:17:35,499 --> 00:17:39,498
ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นอยู่แล้ว ปัญหา

265
00:17:39,498 --> 00:17:43,498
ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นมันเป็นปัญหาอันดับแรก

266
00:17:43,501 --> 00:17:47,501
ไม่ครบตามที่ต้องการ ตัวอย่างเช่นนะครับ เราต้องการข้อมูล

267
00:17:47,507 --> 00:17:51,500
5 รายการ แหล่งข้อมูลแรกที่เราไปสรุปมา

268
00:17:51,500 --> 00:17:55,499
โอ.เค. มีครบ 5 แหล่งข้อมูลที่ 2 ขาด 1 อัน

269
00:17:55,499 --> 00:17:59,499
และข้อมูลที่ 3 ขาด 2 อัน

270
00:17:59,501 --> 00:18:03,501
อาจจะให้มาแค่อันเดียว ดังนั้นเราต้องหาวิธีการจัดการปัฐหาเอง

271
00:18:03,512 --> 00:18:07,498
เพราะฉะนั้น มันเกิดปัญหา เราไม่สามารถไปบอกเขาว่า

272
00:18:07,498 --> 00:18:11,498
เธอ ๆ เก็บอีก 4 รายการให้หน่อยสิ ไม่ได้

273
00:18:11,500 --> 00:18:15,500
เราแค่ไปดึงมาใช้อีกที โอ.เค. นะครับ 2.

274
00:18:15,500 --> 00:18:19,497
ข้อมูลไม่มีความทันสมัย

275
00:18:19,497 --> 00:18:23,497
ความหนังสือพิมพ์ ที่ตีพิมพ์มาแล้ว 1 เดือน

276
00:18:23,502 --> 00:18:27,502
1 อาทิตย์ บางครั้งแค่ 1 วัน ข้อมูลก็ไม่มีความทันสมัยแล้ว

277
00:18:27,506 --> 00:18:31,503
อย่างที่ 3

278
00:18:31,503 --> 00:18:35,501
ความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล สมมติครูหาข้อมูลมาได้

279
00:18:35,501 --> 00:18:39,499
2 อย่าง อย่างแรก A มากกว่าบี

280
00:18:39,499 --> 00:18:43,499
อย่างที่ 2 บอกว่า A น้อยกว่า B ดังนั้นเราควรเชื้อข้อมูล

281
00:18:43,509 --> 00:18:47,508
ฝั่งไหนกันแน่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรทำ

282
00:18:47,508 --> 00:18:51,502
เป็นอย่างยิ่ง ก็คือหาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง

283
00:18:51,502 --> 00:18:55,502
ไม่ใช่ข้อมูลจากแหล่งเดียวในการเก็บรวบรวมข้อมูลนะครับ

284
00:18:55,502 --> 00:18:59,502
เพราะฉะนั้น เราพบ

285
00:18:59,510 --> 00:19:03,500
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิกันแล้วนะครับ

286
00:19:03,500 --> 00:19:07,500
คราวนี้เรามาคราวนี้เรามาพูดถึงการเก็บรวบรวม

287
00:19:07,507 --> 00:19:11,502
วิธีการ การเก็บรวบรวมข้อมู

288
00:19:11,502 --> 00:19:15,502
ลแบบปฐมภูมิหรือจากแหล่งข้อมูลโดยตรงนี่

289
00:19:15,502 --> 00:19:19,502
เราจะเก็บรวบรวมจากคน 2 กลุ่ม

290
00:19:19,513 --> 00:19:23,500
ทั้งหมด กับกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม

291
00:19:23,500 --> 00:19:27,498
คาบที่แล้ว ประชากรกลุ่มตัวอย่าง โอ.เค. นะ

292
00:19:27,498 --> 00:19:31,498
คราวนี้เก็บข้อมูลจากประชากรนี่ เรา

293
00:19:31,517 --> 00:19:35,499
เรียกง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่งว่าการสำมะโน

294
00:19:35,499 --> 00:19:39,498
เราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า

295
00:19:39,498 --> 00:19:43,498
ซึ่งการเก็บข้อมูลจาก 2 กลุ่มนี้เรามีวิธีการ

296
00:19:44,505 --> 00:19:48,505
กระทำผ่าน 5 วิธี ซึ่งเป็นที่นิยม โดย

297
00:19:48,537 --> 00:19:52,537
สสวท. นะครับ ก็คือการสัมภาษณ์

298
00:19:52,551 --> 00:19:56,504
การแบบพูดคุยสัมภาษณ์ เรียกมาสัมภาษณ์ต่าง ๆ นะ

299
00:19:56,504 --> 00:20:00,504
การทดลอง

300
00:20:00,506 --> 00:20:04,506
การสอบถามทางโทรศัพท์ การสังเกต

301
00:20:04,507 --> 00:20:08,504
การสัมภาษณ์เราอาจจะได้ข้อมูลเชิงคุณภาพ

302
00:20:08,504 --> 00:20:12,503
หรือเชิงปริมาณก็ได้ มันเก็บได้ทั้งคู่ใช่ไหมครับ

303
00:20:12,503 --> 00:20:16,501
ทางไปรษณีย์ เราก็อาจจะได้ข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

304
00:20:16,501 --> 00:20:20,501
ตามแล้วแต่คำถามที่เราตั้งไป

305
00:20:20,507 --> 00:20:24,500
การทดลองเราอาจจะได้ทั้งคู่เหมือนกัน การสอบถาม

306
00:20:24,500 --> 00:20:28,500
ทางโทรศัพท์ก็ได้ทั้งคู่ แต่

307
00:20:28,500 --> 00:20:32,500
ส่วนใหญ่ เขาจะใช้กับข้อมูลเชิงคุณภาพ อย่างเช่น

308
00:20:32,502 --> 00:20:36,500
การสังเกตพฤติกรรมของคน สมมติ

309
00:20:36,500 --> 00:20:40,500
เวลาครูคุยกับเรา เราทำพฤติกรรมบางอย่าง

310
00:20:40,514 --> 00:20:44,500
แล้วว่าการทำพฤติกรรมนี้มันเป็นการ

311
00:20:44,500 --> 00:20:48,500
ใช้กับข้อมูลเชิงคุณภาพนะครับ

312
00:20:48,507 --> 00:20:52,502
แต่การใช้ข้อมูลปฐมภูมินี่ มันก็มีปัญหา

313
00:20:52,502 --> 00:20:56,501
เช่นกัน อย่างแรกไม่ทราบวิธีการเลือกใช้ตัวอย่าง

314
00:20:56,501 --> 00:21:00,498
หรือวางแผนการทดลอง

315
00:21:00,498 --> 00:21:04,498
บางครั้งเราอาจะสุ่มตัวอย่างไม่ครบ ไม่ถูกต้อง

316
00:21:04,498 --> 00:21:08,498
ข้อมูลที่เราได้นี่มันคลาดเคลื่อน อย่างที่ 2

317
00:21:08,505 --> 00:21:12,501
เราไม่รู้วิธีการประเมินข้อมูลที่ถูกต้องที่เราเก็บมาได้

318
00:21:12,501 --> 00:21:16,501
เราอาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลมาปุ๊บ เราอาจจะไม่รู้ว่าข้อมูลนี้

319
00:21:16,502 --> 00:21:20,501
มันใช้ได้หรือเปล่า มันไม่มีวิธีการประเมินนะ

320
00:21:20,501 --> 00:21:24,501
อย่างที่ 3 ข้อมูลบางอย่างอาจจะขาดหายไป

321
00:21:24,501 --> 00:21:28,501
ผู้ให้ข้อมูล อย่างเช่น ผู้ให้ข้อมูล

322
00:21:28,518 --> 00:21:32,499
ไม่สะดวกใจในการตอบคำถามนี้ เขาเลี่ยงที่จะพูดถึง

323
00:21:32,499 --> 00:21:36,499
เพราะฉะนั้นบางรายการข้อมูลบางอย่างเราอาจจะขาดหายไป

324
00:21:36,503 --> 00:21:40,503
สำหรับในครั้งหน้า เราจะมาพูดในรูปแบบของ

325
00:21:40,504 --> 00:21:44,498
รูปแบบของข้อมูลกันบ้าง ว่าข้อมูลที่

326
00:21:44,498 --> 00:21:48,498
ได้บ้าง เพราะฉะนั้น สำหรับคาบนี้นะครับ คุณครูขอ

327
00:21:48,504 --> 00:21:52,500
จบเพียงเท่านี้ครับ แล้วเจอกันใหม่ในคลิปหน้านะครับ

328
00:21:52,500 --> 00:21:56,497
สวัสดีครับ (ติวเตอร์) ถัดไปนี่

329
00:21:56,497 --> 00:22:00,497
จะเป็นเรื่องข้อมูล ข้อมูล

330
00:22:00,497 --> 00:22:04,497
เมื่อกี้เราเจอข้อมูลเต็มนะครับ ข้อมูล

331
00:22:04,505 --> 00:22:08,498
นักท่องเที่ยว ข้อมูลค่าใช้จ่าย

332
00:22:08,498 --> 00:22:12,498
ความชอบในการเรียนกับพี่เลี้ยง เต็มไปหมดเลย

333
00:22:12,499 --> 00:22:16,499
เป็นลักษณะเมื่อกี้นะ ข้อมูลข้อเท็จจริง

334
00:22:16,502 --> 00:22:20,498
ที่ได้จากการรวบรวมสังเกต

335
00:22:20,498 --> 00:22:24,498
อาจเป็นตัวเลขหรือไม่เป็นก็ได้

336
00:22:24,499 --> 00:22:28,499
เช่น นี่ครับ ข้อมูลอายุประชากร

337
00:22:28,502 --> 00:22:32,498
ในประเทศไทย อายุเท่าไรนะ

338
00:22:32,498 --> 00:22:36,498
ข้อมูลสีที่นักเรียนชอบ นักเรียนที่เรียนกับพี่นะครับ

339
00:22:36,501 --> 00:22:40,500
นี่ไง เป็นข้อมูล สีสังเกตไม่ใช่ข้อมุลตัวเลข

340
00:22:40,500 --> 00:22:44,499
นี่มันก็จะมี สีแดง, สีฟ้า

341
00:22:44,499 --> 00:22:48,499
... ไม่ใช่ตัวเลข แต่อายุนี่

342
00:22:48,500 --> 00:22:52,500
33, 28, 17

343
00:22:52,507 --> 00:22:56,506
, 6 อะไรอย่างนี้นะครับ

344
00:22:56,506 --> 00:23:00,506
เพราะฉะนั้นไม่เป็นข้อมุลตัวเลขเท่านั้น

345
00:23:00,509 --> 00:23:04,509
นะครับ ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลและสังเกต

346
00:23:04,513 --> 00:23:08,504
ข้อมูลนี่พี่สามารถแบ่งออกเป็นประเภท

347
00:23:08,504 --> 00:23:12,504
2 วิธีนะครับ นี่ ดูภาพรวมกันเลย จำแนกข้อมูล

348
00:23:12,505 --> 00:23:16,500
พี่พยายามจะจับคู่ Combo นะ เหมือนกับพรรณนากับข้อมูลเมื่อกี้

349
00:23:16,500 --> 00:23:20,500
นั้นคู่ที่ 1

350
00:23:20,506 --> 00:23:24,497
ก็คือข้อมูลปฐมภูมิกับข้อมูล

351
00:23:24,497 --> 00:23:28,497
ทุติยภูมิ

352
00:23:28,511 --> 00:23:32,501
คู่ที่ 2 ก็คือข้อมูลเชิงคุณภาพ

353
00:23:32,501 --> 00:23:36,496
กับข้อมูลเชิงปริมาณนะ

354
00:23:36,496 --> 00:23:40,496
จำไว้นะ ปฐมคู่กับทุติยภูมิ

355
00:23:40,498 --> 00:23:44,497
คุณภาพคู่กับปริมาณ

356
00:23:44,497 --> 00:23:48,497
วิธีจำ ปฐมคืออะไร นะ คือ

357
00:23:48,510 --> 00:23:52,504
ที่เก็บรวบรวมเอง ปฐมภูมินะครับ

358
00:23:52,504 --> 00:23:56,499
รวบรวมเอง ทุติยภูมิ คือ ข้อมูลที่เอาจากแหล่งอื่น

359
00:23:56,499 --> 00:24:00,499
ต่างกันแค่นี้ ไฮไลท์คือตรงนี้เลย

360
00:24:01,096 --> 00:24:04,508
ไฮไลต์อยู่ตรงนี้เลยนะ

361
00:24:04,508 --> 00:24:08,496
ทุกคนครับ พี่เชื่อนะ

362
00:24:08,496 --> 00:24:12,496
ประถม ถูกหรือเปล่า

363
00:24:12,496 --> 00:24:16,496
ไม่ใช่สะกดอย่างนี้สิพี่ ใช่ ๆ ไม่ใช่สะกดอย่างนี้

364
00:24:16,498 --> 00:24:20,496
อันนั้นมันประ

365
00:24:20,496 --> 00:24:24,496
แต่ปฐมตรงนี้ ก็เป็นลากศัพท์เหมือนกัน

366
00:24:24,500 --> 00:24:28,500
แรกนั่นเอง แปลว่า หนึ่

367
00:24:28,503 --> 00:24:32,502
ปฐมภูมิอาจจะไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยเสียทีเดียว

368
00:24:32,502 --> 00:24:36,502
เป็นวิธีจำของพี่แล้วกัน ปฐม แปลว่าหนึ่งหรือแรก

369
00:24:36,505 --> 00:24:40,498
เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อมูลเก็บเป็นครั้งแรก

370
00:24:40,498 --> 00:24:44,498
เองไง น้องเป็นคนรวบรวมเองจำนวนแรก

371
00:24:44,498 --> 00:24:48,496
ทุติ ใครเคยท่องบทสวดมนนะ

372
00:24:48,496 --> 00:24:52,496
ทุติยัมปิ ถูกไหม ทุติยัมปิ เป็นครั้งที่ 2

373
00:24:52,507 --> 00:24:56,503
เพราะฉะนั้นนี่ ทุติ ก็คือ 2 Two ไง

374
00:24:56,503 --> 00:25:00,496
ทุติ Two

375
00:25:00,496 --> 00:25:04,496
ภาษาอังกฤษ

376
00:25:04,500 --> 00:25:08,500
ก็คือข้อมูลที่เอามาจากแหล่งอื่น ก็คือ 2

377
00:25:08,513 --> 00:25:12,503
เพราะฉะนั้น คนแรกที่รวบรวม...

378
00:25:12,503 --> 00:25:16,496
คนแรกที่รวบรวม

379
00:25:16,496 --> 00:25:20,495
อันนี้คน

380
00:25:20,495 --> 00:25:24,495
ที่ 2 พลัสมากกว่า คนที่ 3 ก็คือ

381
00:25:24,499 --> 00:25:28,499
ที่รวบรวม คือ ไม่ใช่คนแรกนั่นเอง

382
00:25:28,515 --> 00:25:32,501
โอ.เค. รวบรวมเอง เช่นอะไร น้อง ๆ เดินเลยครับ

383
00:25:32,501 --> 00:25:36,501
นับจำนวนพนักงานในบริษัท นับเองเลย ทำแบบสอบถามเองเลย

384
00:25:36,509 --> 00:25:40,498
ทดลองเอง แบบนี้เรียกว่า ทุติยภูมิ

385
00:25:40,498 --> 00:25:44,498
เอามาจากที่อื่น เขารวบรวมให้เองแล้วครับ สบาย

386
00:25:44,502 --> 00:25:48,499
ส่งออกจากรายงานของทางราชการนะครับ น้องเข้าเว็บไซต์เลย

387
00:25:48,499 --> 00:25:52,499
มีนะครับ หาเลย เก็บรวบรวมข้อมูล

388
00:25:52,501 --> 00:25:56,497
นำเสนอให้น้องเป็นตาราง เป็นแผนภูมิอย่างสวยงาม

389
00:25:56,497 --> 00:26:00,497
ไม่ต้องเก็บเอง ถ้าเก็บเองตายแน่

390
00:26:00,498 --> 00:26:04,498
เพราะฉะนั้น จำไว้ดี ๆ ปฐมแรก ทุติย

391
00:26:04,499 --> 00:26:08,499
ทุติยภูมิ 2 การไปเอามาจากคนอื่นนั่นเอง

392
00:26:08,501 --> 00:26:12,497
การจำแนกข้อมูล อันถัดไป จำแนก

393
00:26:12,497 --> 00:26:16,497
ตามลักษณะของข้อมูลนะครับ มีคุณภาพกับปริมาณ

394
00:26:16,499 --> 00:26:20,499
ให้น้องนึกถึงตัวเลข ตัวเลข

395
00:26:20,500 --> 00:26:24,499
ตัวเลขปริมาณ น้องจะซื้อ

396
00:26:24,499 --> 00:26:28,499
ข้าวเป็นปริมาณเท่าไรนะ น้องจะซื้อหมู

397
00:26:28,506 --> 00:26:32,497
กี่กิโลฯ เป็นปริมาณถูกไหม เพราะฉะนั้น

398
00:26:32,497 --> 00:26:36,497
ข้อมูลที่ได้จากการชั่ง ตวง วัด

399
00:26:36,501 --> 00:26:40,500
บวกลบคูณหารได้

400
00:26:40,500 --> 00:26:44,500
ใช่ไหม ให้ทายเท่าไรเองนะ น้ำหนัก เท่าไร

401
00:26:44,503 --> 00:26:48,501
ส่วนสูงเมื่อกี้พี่บอกไปแล้ว 187 เซนติเมตรนะครับ

402
00:26:48,501 --> 00:26:52,500
เงินเดือนเท่าไร ตัวเลข ข้อมูลเชิงคุณภาพ

403
00:26:52,500 --> 00:26:56,500
คือ ข้อมูลที่บอกคุณสมบัติ พูดง่าย ๆ คือ ข้อมูลที่ไม่เป็นตัวเลข

404
00:26:56,501 --> 00:27:00,500
เพราะฉะนั้น ไฮไลท์อยู่ 2 อัน

405
00:27:00,500 --> 00:27:04,498
อันหนึ่ง เป็นตัวเลขแค่นี้เอง

406
00:27:04,498 --> 00:27:08,498
ตัวเลข เพราะฉะนั้น ปริมาณเป็นตัวเลข

407
00:27:08,502 --> 00:27:12,497
ไม่เป็นตัวเลขครับ เช่นอะไร

408
00:27:12,497 --> 00:27:16,497
ลักษณะ สภาพ ความคิดเห็น ชอบไม่ชอบ

409
00:27:16,502 --> 00:27:20,502
เพศที่ 3 อาชีพ อาชีพอะไร

410
00:27:20,503 --> 00:27:24,503
ไม่ใช่ตังเลขแน่นอนนะ ศึกษาอาชีพ เบอร์โทรศัพท์

411
00:27:24,505 --> 00:27:28,500
ตัวเลขหรือพี่ ไม่ใช่

412
00:27:28,500 --> 00:27:32,500
เพราะฉะนั้น เห็นไฮต์ไลท์ตรงนี้นะครับ

413
00:27:32,500 --> 00:27:36,500
อันที่น้องชั่ง ตวง วัดมา

414
00:27:36,500 --> 00:27:40,498
หนูไปชั่งมานะครับ

415
00:27:40,498 --> 00:27:44,498
ได้เบอร์โทรศัพท์อันนี้มาแพงนะครับ พี่

416
00:27:44,505 --> 00:27:48,503
ตัวเลขในเบอร์โทรศัพท์

417
00:27:48,503 --> 00:27:52,500
300/25 เป็นตัวเลขก็จริง แต่เปรียบเทียบไม่ได้นะครับ

418
00:27:52,500 --> 00:27:56,500
ไม่ใช่ข้อมูลเชิงปริมาณ เบอร์รองเท้านะครับ

419
00:27:56,501 --> 00:28:00,500
ป้ายทะเบียนรถนะครับ อันนี้ไม่ใช่ SML นะ

420
00:28:00,500 --> 00:28:04,500
ป้ายทะเบียนรถ แบ่งเอาเองนะ

421
00:28:04,505 --> 00:28:08,502
เพราะฉะนั้น แบ่งนะ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ

422
00:28:08,502 --> 00:28:12,502
คู่กัน อันที่ 1 คุณภาพ ปริมาณ

423
00:28:12,504 --> 00:28:16,496
คู่กันอันที่ 2 โอ.เค.

424
00:28:16,496 --> 00:28:20,496
หลังจากที่เรารู้จักข้อมูล

425
00:28:20,500 --> 00:28:24,500
ไปแล้วเราก็จะมาดูวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

426
00:28:24,502 --> 00:28:28,502
คืออะไร หน้าแรก ข้อมูลคืออะไร

427
00:28:28,512 --> 00:28:32,501
เก็บอย่างไร เป็นหน้าที่ 3 ตรงนี้ พร้อม ๆ กันนะครับ

428
00:28:32,501 --> 00:28:36,501
เก็บรวบรวมข้อมูล จะเก็บอย่างไรครับ เก็บข้อมูลทุติยภูมิ

429
00:28:36,501 --> 00:28:40,501
ทุติ คือ 2 2 plus

430
00:28:40,504 --> 00:28:44,504
คือ เอามาจากคนอื่น

431
00:28:44,506 --> 00:28:48,500
เว็บไซต์ จากสิ่งที่ต้องไฮไลท์

432
00:28:48,500 --> 00:28:52,500
ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่จะแนะนำน้องนะครับ

433
00:28:52,505 --> 00:28:56,499
ควรจะคำนึงครับ ถึงความถูกต้องและแหล่งที่มา

434
00:28:56,499 --> 00:29:00,499
อันนี้เป็นสิ่งที่คนไทยขาดนะครับ ผ่าน

435
00:29:00,503 --> 00:29:04,503
ช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย

436
00:29:04,515 --> 00:29:08,515
ต้องคำนึงถึงความน่าเชื่อถือนิดหนึ่ง หากน้องเสพสื่อ

437
00:29:08,550 --> 00:29:12,503
ผ่าน Social Media ไม่น่าเชื่อถือเท่าไร

438
00:29:12,503 --> 00:29:16,501
ไม่น่าจริงนะ ไม่น่าใช่ แต่ถ้าวันหนึ่งน้องไปเห็นเองเลย

439
00:29:16,501 --> 00:29:20,501
คุณแม่คนหนึ่งออกลูกออกมาเป็น 3 แขน

440
00:29:20,501 --> 00:29:24,501
เป็นไปได้นะครับ พึ่งได้เห็นเอง เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้

441
00:29:24,511 --> 00:29:28,511
นะ เหมือนเราเห็นด้วยตาของเราเองนะครับ ฉะนั้น

442
00:29:28,519 --> 00:29:32,500
ข้อมูลทุติยภูมินี่

443
00:29:32,500 --> 00:29:36,500
ของแหล่งที่มานิดหนึ่ง ส่วนข้อมูลปฐมภูมิคืออะไร เอ่ย

444
00:29:36,514 --> 00:29:40,497
ข้อมุลปฐมภูมิ ปฐมภูมิก็คือเก็บเอง

445
00:29:40,497 --> 00:29:44,497
สามารถ ปฐมภูมิ คือ เก็บเอง เป็น

446
00:29:44,498 --> 00:29:48,498
แรกนะครับ ก็คือเก็บเอง

447
00:29:48,499 --> 00:29:52,498
2 นะครับ เอาจากแหล่งอื่น

448
00:29:52,498 --> 00:29:56,497
แหล่งที่มีคนรวบรวมแล้ว

449
00:29:56,497 --> 00:30:00,497

450
00:30:00,499 --> 00:30:04,499
โอ.เค. ปฐมภูมิ ออกไปถามเลย

451
00:30:04,504 --> 00:30:08,500
เรียกมาเลย สัมภาษณ์นะ

452
00:30:08,500 --> 00:30:12,497
มาเลยครับ ส่งไปรษณีย์ไปถามเลย

453
00:30:12,497 --> 00:30:16,497
โทร. ไปถามเลย สังเกตก่อน แค่มองเฉย ๆ นะ ทดลองก่อน

454
00:30:16,500 --> 00:30:20,496
ใช่หรือเปล่า หรือว่าจะอย่างอื่นก็ได้

455
00:30:20,496 --> 00:30:24,496
เพิ่มเติมแบบนี้นะครับ ก็คือ

456
00:30:24,499 --> 00:30:28,499
สิ่งที่คีย์เวิร์ดที่น้อง

457
00:30:28,504 --> 00:30:32,497
ต้องรู้อีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นคู่ Combo

458
00:30:32,497 --> 00:30:36,497
ประชากรกับกลุ่มตัวอย่าง ประชากร

459
00:30:36,505 --> 00:30:40,505
นึกถึงประชากรในประเทศไทย พูดถึง

460
00:30:40,511 --> 00:30:44,511
ข้อมูลทั้งหมด เช่น

461
00:30:44,511 --> 00:30:48,511
คนทุกคนเลยในประเทศไทยอย่างนี้

462
00:30:48,520 --> 00:30:52,503
กลุ่มตัวอย่าง อันนี้คู่กัน ประชากร กลุ่มตัวอย่าง

463
00:30:52,503 --> 00:30:56,501
อันนี้คือตัวแทนประชากร ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันทำไม

464
00:30:56,501 --> 00:31:00,501
มันเป็นกลุ่มตัวอย่าง ตัวแทนประชากร

465
00:31:00,506 --> 00:31:04,504
เช่น กลุ่มตัวอย่างร้อยคน

466
00:31:04,504 --> 00:31:08,498
นะครับ จากทั่วประเทศนะ พี่คงศึกษา

467
00:31:08,498 --> 00:31:12,497
ทุกบ้านไม่ได้นะ ทุกคน พี่คงไม่เข้าถึง

468
00:31:12,497 --> 00:31:16,497
แน่นอนนะ ไม่มีใครเข้าถึงนะ ทั่วประเทศ ทั่วโลก

469
00:31:16,498 --> 00:31:20,498
ไม่มีทาง ต้องศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง

470
00:31:20,508 --> 00:31:24,508
นะครับ แล้วนี่ไงกลุ่มตัวอย่างนะครับ ใช้อ้างอิง

471
00:31:24,529 --> 00:31:28,500
ถึงประชากรทั้งหมด นี่เป็นข้อมูล

472
00:31:28,500 --> 00:31:32,500
เชิงอนุมานถูกไหม ที่เราพูดไปเมื่อกี้นี้

473
00:31:32,501 --> 00:31:36,501
ต้องแยกให้ออก ตัวอย่างที่ 1 เลยครับ

474
00:31:36,514 --> 00:31:40,502
ตัวอย่างที่ 1 จงพิจารณา

475
00:31:40,502 --> 00:31:44,498
ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้อง น้อง ๆ ดีเส้นใต้

476
00:31:44,498 --> 00:31:48,498
ทำโจทย์นะครับ จะได้รู้ว่าเราจะหาอะไร หมายเลข

477
00:31:48,500 --> 00:31:52,500
โทรศัพท์เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

478
00:31:52,502 --> 00:31:56,502
ปริมาณคืออะไร นะ เมื่อกี้นี้น้องจำ Combo เมื่อกี้นี้ได้ไหม

479
00:31:56,516 --> 00:32:00,499
ปริมาณ มันคู่กับข้อมูลเชิงคุณภาพ

480
00:32:00,499 --> 00:32:04,497
ปริมาณ

481
00:32:04,497 --> 00:32:08,497
พูดถึงตัวเลข คุณภาพนี่

482
00:32:08,508 --> 00:32:12,503
คือไม่ใช่ตัวเลข

483
00:32:12,503 --> 00:32:16,503
เพราะฉะนั้น หมายเลขโทรศัพท์ เป็นตัวเลข

484
00:32:16,513 --> 00:32:20,512
แต่ไม่ใช่ มาเปรียบเทียบได้

485
00:32:20,512 --> 00:32:24,510
ตัวลเขพี่ต้องเสริมนิดหนึ่งนะ

486
00:32:24,510 --> 00:32:28,510
ตัวเลขนี่ได้มาจากการ ชั่ง ตวง วัด

487
00:32:34,522 --> 00:32:38,063

488
00:32:28,519 --> 00:32:32,516

489
00:32:32,516 --> 00:32:36,506
เปรียบเทียบได้ เมื่อกี้

490
00:32:36,506 --> 00:32:40,500
พี่ก็พูดไป

491
00:32:40,500 --> 00:32:44,500
แล้ว อันนี้เป็นข้อที่ผิด

492
00:32:44,507 --> 00:32:48,507
อันที่ 2 ระเบียบวิธีการทางสถิติ

493
00:32:48,512 --> 00:32:52,500
ประกอบไปด้วยการเก็บข้อมูล

494
00:32:52,500 --> 00:32:56,500
เก็บรวบรวมหรือเก็บข้อมูลนั่นเองนะ

495
00:32:56,519 --> 00:33:00,502
นำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล

496
00:33:00,502 --> 00:33:04,501
อันนี้เบอร์ 1 อันนี้เบอร์ 2 อันนี้เบอร์ 3 อันนี้เบอร์ 4

497
00:33:04,501 --> 00:33:08,501
และการตีความข้อมูล 4 มี 4 นี่

498
00:33:08,514 --> 00:33:12,500
น้อง ๆ จำได้ ถูกเปล่า ใช่ 4 อันนี้ไหม

499
00:33:12,500 --> 00:33:16,498
คำตอบ คือ ใช่ครับ แต่ถ้าเราไม่ชัวร์นะ

500
00:33:16,498 --> 00:33:20,498
เราดูในตัวเลือกถัดไป การเก็บข้อมูล

501
00:33:20,514 --> 00:33:24,509
ประชากรที่เกิดใหม่ในปี 2558

502
00:33:24,509 --> 00:33:28,497
การเขต เป็นการเก็บข้อมูลแบบ

503
00:33:28,497 --> 00:33:32,497
ปฐม แปลว่า แรก แปลว่า หนึ่ง

504
00:33:32,500 --> 00:33:36,499
ปฐม มันคู่กับ

505
00:33:36,499 --> 00:33:40,499
ทุติยภูมิ ปฐมกับทุติ

506
00:33:40,499 --> 00:33:44,496
ปฐมภูมิ คือ 1

507
00:33:44,496 --> 00:33:48,496
ทุติยภูมิ 2 คือไปเอามาจากแหล่งอื่น

508
00:33:48,501 --> 00:33:52,499
ดูนะ เราไปเก็บเอง เราไปจับอย่างอื่น คน

509
00:33:52,499 --> 00:33:56,499
ที่เกิดใหม่ในปี 2558 จากที่ว่าการเขตครับ

510
00:33:56,508 --> 00:34:00,499
เพราะฉะนั้นไปเอามานะครับ

511
00:34:00,499 --> 00:34:04,496
ไปเอาข้อมูลที่

512
00:34:04,496 --> 00:34:08,496
คนอื่นรวบรวม เพราะฉะนั้นนี่ ไม่ใช่ปฐมภูมิครับ

513
00:34:08,499 --> 00:34:12,499
เพราะฉะนั้นนี่ ไม่ใช่ปฐมภูมิครับ

514
00:34:12,504 --> 00:34:16,497
เพราะฉะนั้นเป็นตัวเลือกที่ผิด อันที่ 4

515
00:34:16,497 --> 00:34:20,497
การนำเสนอข้อมูล

516
00:34:20,497 --> 00:34:24,497
คีเวอร์ด ก็คือที่

517
00:34:24,504 --> 00:34:28,497
พี่จะวงกลมไม่ได้หรือ

518
00:34:28,497 --> 00:34:32,497
ทำอย่างอื่นไม่ได้หรือ ทำอย่างอื่นไม่ได้หรือ ทำเป็นกราฟเส้นไม่ได้หรือ

519
00:34:32,502 --> 00:34:36,502
เพราะฉะนั้น คำว่า "เท่านั้น" จำกัดพี่เกินไป ไม่ชอบครับ

520
00:34:36,506 --> 00:34:40,501
พี่ชอบความคิดแบบฟรีสไตล์

521
00:34:40,501 --> 00:34:44,499
ผิดครับ เพราะฉะนั้น คำตอบที่ถูกต้อง คือ ข้อ 2

522
00:34:44,499 --> 00:34:48,499
ไม่ยากเลยถูกไหม

523
00:34:48,502 --> 00:34:52,498
ตัวอย่างที่ 2

524
00:34:52,498 --> 00:34:56,498
ข้อมูลสถิติในข้อใด

525
00:34:56,498 --> 00:35:00,498
ที่เก็บรวบรวมด้วยการทดลอง

526
00:35:00,498 --> 00:35:04,498
แต่ละข้อ จำนวนคนไข้ที่มาบริการที่สถาณี

527
00:35:04,501 --> 00:35:08,501
อนามัยแห่งหนึ่งเป็นรายวัน เป็นเวลา 1 ปี

528
00:35:08,501 --> 00:35:12,500
จำนวนคนไข้ คีย์เวิร์ด คือ มารับบริการที่สถานีอนามัย

529
00:35:12,500 --> 00:35:16,500
ทดลองไหมนี่ น้องเป็นคนบอกไหม ว่าวันนี้

530
00:35:16,510 --> 00:35:20,510
นะครับ มา 5 คน วันนี้มา 10 คน

531
00:35:21,502 --> 00:35:25,501
ไม่ใช่การทดลองนะ ดูต่อไป จำนวณผู้ที่มา

532
00:35:25,501 --> 00:35:29,499
สาย 1 เป็นรายเดือนระยะ

533
00:35:29,499 --> 00:35:33,499
ที่ผ่านมา เป็นข้อมูลก็จริง แต่ไม่ได้มาจากการทดลอง

534
00:35:33,532 --> 00:35:37,523
ทดลองคือน้อง ๆ ต้องเป็นคนตั้งการทดลองนั้นขึ้นมา

535
00:35:37,523 --> 00:35:41,508
ไม่ใช่ครับ อุบัติเหตุเกิดขึ้นเองนะครับ

536
00:35:41,508 --> 00:35:45,506
น้ำหนักของพืชเมื่อเก็บเกี่ยว

537
00:35:45,506 --> 00:35:49,500
โดยใช้ปุ๋ย

538
00:35:49,500 --> 00:35:53,500
สูตรต่าง ๆ ในการเพาะปลูก

539
00:35:53,507 --> 00:35:57,498
น้ำหนักของพืชที่เก็บเกี่ยว

540
00:35:57,498 --> 00:36:01,498
ตรงนี้อาจจะใช่ เดี๋ยวตรงนี้เราดูนิดหนึ่ง จำนวนสมาชิก

541
00:36:01,503 --> 00:36:05,503
ในห้องเรียนที่ทดลองทางวิทยาศาสตร์

542
00:36:05,504 --> 00:36:09,500
โอ.เค. อันนี้คือจำนวนสมาชิก

543
00:36:09,500 --> 00:36:13,500
ในห้องเรียนนะครับ มันฟังดูเหมือน

544
00:36:13,507 --> 00:36:17,502
มีคำว่า "ทดลอง" นะ เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่นะ

545
00:36:17,502 --> 00:36:21,502
เอาแค่จำนวนสมาชิกเฉย ๆ ว่ามีกี่คน

546
00:36:21,513 --> 00:36:25,510
ไม่ได้เป็นคนทำการทดลองนะ ใช่ไหม ไม่ใช่เป็นคนทำการทดลอง

547
00:36:25,510 --> 00:36:29,500
นี่ไง วันนี้นะครับ ทดลองในห้องวิทยาศาสตร์

548
00:36:29,500 --> 00:36:33,500
เข้ามาเลย ไม่ใช่ ถูกเปล่า เพราะฉะนั้น

549
00:36:33,511 --> 00:36:37,506
ที่ฟังดูน่าใช่คืออะไรครับ น้ำหนักพืชเมื่อเก็บเกี่ยวโดยใช้

550
00:36:37,506 --> 00:36:41,498
ปุ๋ยสูตรต่าง ๆ

551
00:36:41,498 --> 00:36:45,498
ที่สุดแล้วกัน ที่ไม่ได้บอกว่าถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์นะ

552
00:36:45,503 --> 00:36:49,500
ปุ๋ยสูตรต่าง ๆ

553
00:36:49,500 --> 00:36:53,500
ในการเพาะปลูก คือ เราทดลองหลาย ๆ ปุ๋ย

554
00:36:53,509 --> 00:36:57,509
ถูกไหม แล้วเราก็เก็บข้อมูลน้ำหนักพืชเมื่อเก็บเกี่ยว

555
00:36:57,523 --> 00:37:01,511
ถูกหรือเปล่า น้องนึกภาพนะ ใช้ปุ๋ย

556
00:37:01,511 --> 00:37:05,500
หลาย ๆ สูตรเพื่อทำการทดลองหลาย ๆ สูตร

557
00:37:05,500 --> 00:37:09,497
ที่สุดใน 4 Choice นี้นะครับ

558
00:37:09,497 --> 00:37:13,497
ตัวเลือกที่ 3 นั่นเอง

559
00:37:13,512 --> 00:37:17,506

560
00:37:17,506 --> 00:37:21,499

561
00:37:21,499 --> 00:37:25,499
ตัวอย่าง 3 อันนี้ไม่ยากครับ

562
00:37:25,513 --> 00:37:29,497
ข้อใด ไม่ใช่ข้อมูลเชิงคุณภาพ เราจับคู่

563
00:37:29,497 --> 00:37:33,497
ของมันก่อนนะ คุณภาพ คู่กับ ปริมาณ

564
00:37:33,509 --> 00:37:37,503
ปริมาณนี่คือเน้น ๆ คือ ตัวเลข

565
00:37:37,503 --> 00:37:41,503
ต้องมาจากการชั่ง ตวง วัด

566
00:37:41,506 --> 00:37:45,506
ตัวเลข พยายามจับคู่มันให้ถูกแล้วเราจะรู้

567
00:37:45,527 --> 00:37:49,497
ก่อน เพศ ของสมาชิกในครอบครัว

568
00:37:49,497 --> 00:37:53,497
อันนี้มีแค่อาจจะชาย หญิง อาจจะเพศที่ 3 นะ

569
00:37:53,501 --> 00:37:57,501
ไม่ใช่ ไม่ใช่ตัวเลข ถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพที่เขาเขียน

570
00:37:57,508 --> 00:38:01,500
อันนี้คือคุณภาพ เขาถามว่า

571
00:38:01,500 --> 00:38:05,500
ข้อใดไม่ใช่คุณภาพ อันนี้ คือ คุณภาพนะครับ ข้อมูล

572
00:38:05,511 --> 00:38:09,497
ในโรงเรียน โสด แต่งงานแล้ว

573
00:38:09,497 --> 00:38:13,497
อย่างนี้ 2 อย่าง ไม่ใช่ตัวเลข อันนี้คุณภาพ

574
00:38:13,518 --> 00:38:17,503
ความคิดเห็น คิดอย่างไรนะครับ วันนี้

575
00:38:17,503 --> 00:38:21,501
เห็นด้วยไหม ไม่เห็นด้วย คุณภาพ

576
00:38:21,501 --> 00:38:25,501
ไม่ใช่ตัวเลข แต่ดูส่วนสู่งสิ ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นปริมาณ ก็

577
00:38:25,512 --> 00:38:29,498
คือเป็นตัวเลขชัดเจนไง

578
00:38:29,498 --> 00:38:33,498
135, 146, 98 เพราะฉะนั้น นี่ไง

579
00:38:33,515 --> 00:38:37,504

580
00:38:37,504 --> 00:38:41,504
ก็ต้องเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

581
00:38:41,511 --> 00:38:45,508
ตอบตัวเลือกที่ 4 นะครับ

582
00:38:45,508 --> 00:38:49,503
ตัวอย่างที่ 4

583
00:38:49,503 --> 00:38:53,503
ข้อใด ไม่ ใช้คำว่า "ไม่" นิดหนึ่งนะ

584
00:38:53,506 --> 00:38:57,501
อยู่ในขั้นตอนของการสำรวจความคิดเห็น

585
00:38:57,501 --> 00:39:01,501
มาแล้ว สำรวจความคิดเห็น

586
00:39:01,516 --> 00:39:05,500
หนดขอบเขต เหมือนจะมี

587
00:39:05,500 --> 00:39:09,498
ข้อนี้ไปแล้วนะครับ สำรวจความคิดเห็น

588
00:39:09,498 --> 00:39:13,498
กำหนดขอบเขตก่อน ใครนะ ที่เราจะไปหา

589
00:39:13,500 --> 00:39:17,500
จังหวัดอะไร พื้นที่ตรงไหนนะครับ ลักษณะเป็นอย่างไร อายุเท่าไร

590
00:39:17,503 --> 00:39:21,500
การศึกษาอย่างไร เพศอะไร กำหนดขอบเขต

591
00:39:21,500 --> 00:39:25,500
ก่อน กำหนดวิธีเลือกตัวอย่าง มีนะครับ

592
00:39:25,501 --> 00:39:29,501
เมื่อกี้นี้ใครทื่ตั้งใจฟัง

593
00:39:29,508 --> 00:39:33,504
เลือกอย่างไร เลือกแบบสุ่มหรือเปล่านะครับ

594
00:39:33,504 --> 00:39:37,504
เราสำรวจทั้งหมดไม่ได้นะครับ เราต้องเลือกออกมา

595
00:39:37,508 --> 00:39:41,505
จะเลือกตัวอย่างอย่างไร สำรวจตัวอย่างความคิดเห็น

596
00:39:41,505 --> 00:39:45,501
3 อันนะ มีตัวเลือกอยู่ 3 อันนะครับ

597
00:39:45,501 --> 00:39:49,501
แล้วก็ประมวลผลวิเคราะห์ผลการสำรวจ

598
00:39:49,504 --> 00:39:53,501
แต่สิ่งที่ไม่ต้องทำครับ

599
00:39:53,501 --> 00:39:57,500
ตัวเลือกที่ 5 เผยแพร่ผล คือ

600
00:39:57,500 --> 00:40:01,500
อยากดังไง นะครับ ไม่ได้บังคับ ทำได้

601
00:40:01,522 --> 00:40:05,498
นะครับ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

602
00:40:05,498 --> 00:40:09,498
ทำได้แต่ไม่ได้บังคับ ไม่ได้อยู่ใน

603
00:40:09,566 --> 00:40:13,499
ขั้นตอนของการสำรวจความคิดเห็น

604
00:40:13,499 --> 00:40:17,499
ไม่ต้องทำก็ได้ แต่ใน 4 อันนี้ 4 ข้อแรกนี่

605
00:40:17,508 --> 00:40:21,500
ควรจะเป็นสิ่งที่ต้องทำ เผยแพร่

606
00:40:21,500 --> 00:40:25,500
ผลการสำรวจความคิดเห็นถูกต้องที่สุด

607
00:40:25,521 --> 00:40:29,507
พี่ใช้คำว่าถูกต้องที่สุด เพราะว่าบางคนอาจจะทำ

608
00:40:29,507 --> 00:40:33,504
อย่างนี้นะครับ

609
00:40:33,504 --> 00:40:37,498
ตัวอย่างที่ 5

610
00:40:37,498 --> 00:40:41,498
ข้อใดเป็นข้อมูลปฐมภูมิ

611
00:40:41,529 --> 00:40:45,502
ปฐมภูมิ คือ อะไรนะ ปฐม

612
00:40:45,502 --> 00:40:49,500
ภูมิ

613
00:40:49,500 --> 00:40:53,500
คู่กับทุติยภูมิ

614
00:40:53,511 --> 00:40:57,503
ปฐม แปลว่า แรก

615
00:40:57,503 --> 00:41:01,500
ทุติ ก็แปลว่า 2 2

616
00:41:01,500 --> 00:41:05,500
+ ไปเก็บรวบรวมเป็นคนแรก ด้วยตัวเอง

617
00:41:05,507 --> 00:41:09,504
ทุติยภูมิ 2

618
00:41:09,504 --> 00:41:13,504
+ กันมาแล้วนะครับ เขาทำเสร็จแล้วน้องก็แค่เอามาใช้

619
00:41:13,510 --> 00:41:17,510
รูปภาพคนร้ายที่นักเรียน

620
00:41:17,511 --> 00:41:21,500
รวบรวม อันนี้คีย์เวิร์ด

621
00:41:21,500 --> 00:41:25,500
นะ เห็นไหมนักเรียนเป็นคนรวบรวมข้อมูลเอง

622
00:41:25,507 --> 00:41:29,507
มันอาจจะใช่เก็บไว้ก่อน

623
00:41:29,519 --> 00:41:33,500
นักเรียนจากทะเบียนบ้าน

624
00:41:33,500 --> 00:41:37,500
เห็นหรือเปล่า ทะเบียนบ้านคนอื่นรวบรวมให้นะครับ

625
00:41:37,502 --> 00:41:41,499
เพราะฉะนั้น อาจจะที่ว่าการเขต

626
00:41:41,499 --> 00:41:45,499
รวม ผู้ว่าการเขต

627
00:41:45,508 --> 00:41:49,504
ที่ว่าการอำเภอนะครับ เป็นคนรวบรวมให้

628
00:41:49,504 --> 00:41:53,504
สถิติคนไข้ที่ได้จากโรงพยาบาล

629
00:41:53,504 --> 00:41:57,504
เห็นหรือเปล่า อันแรกจากทะเบียนบ้าน

630
00:41:57,511 --> 00:42:01,500
อันที่ 2 จากโรงพยาบาล

631
00:42:01,500 --> 00:42:05,499
นี่โรงพยาบาลรวมรวมครับ

632
00:42:05,499 --> 00:42:09,499
ไม่ใช่โรงพยาบาลนะ เป็นบุคลากร

633
00:42:09,504 --> 00:42:13,503
ในโรงพยาบาลนะ พนักงานในโรงพยาบาลเป็นผู้รวบรวม

634
00:42:13,503 --> 00:42:17,497

635
00:42:17,497 --> 00:42:21,497
ผลการเรียนจากการเรียน

636
00:42:21,505 --> 00:42:25,501
ของโรงเรียนเห็นไหม โรงเรียน

637
00:42:25,501 --> 00:42:29,497
รวบรวมผิดหรือเปล่านะ

638
00:42:29,497 --> 00:42:33,497
ดีกว่านี้นะ ถูกเปล่า เพราะฉะนั้น

639
00:42:44,766 --> 00:42:44,771

640
00:42:44,771 --> 00:42:48,768

641
00:42:48,768 --> 00:42:48,771

642
00:42:48,771 --> 00:42:52,771

643
00:42:53,779 --> 00:42:57,779

644
00:42:57,786 --> 00:43:01,786

645
00:43:01,791 --> 00:43:05,791

646
00:43:05,792 --> 00:43:09,792

647
00:43:09,796 --> 00:43:13,796

648
00:43:13,797 --> 00:43:17,797

649
00:43:17,798 --> 00:43:21,798

650
00:43:21,800 --> 00:43:25,800

651
00:43:25,805 --> 00:43:29,805

652
00:43:29,811 --> 00:43:33,811

653
00:43:33,812 --> 00:43:37,812

654
00:43:37,813 --> 00:43:41,813

655
00:43:41,816 --> 00:43:45,816

656
00:43:45,829 --> 00:43:49,829

657
00:43:49,829 --> 00:43:53,829

658
00:43:53,834 --> 00:43:57,834

659
00:43:57,835 --> 00:44:01,835

660
00:44:01,838 --> 00:44:05,838

661
00:44:05,841 --> 00:44:09,841

662
00:44:09,844 --> 00:44:13,844

663
00:44:13,848 --> 00:44:17,848

664
00:44:17,852 --> 00:44:21,852

665
00:44:21,852 --> 00:44:25,852

666
00:44:25,855 --> 00:44:29,855

667
00:44:29,858 --> 00:44:33,858

668
00:44:33,861 --> 00:44:37,861

669
00:44:37,867 --> 00:44:41,867


