--- title: ฝึก PE (ห้อง 4510) ๘ ท่องจำบทอาขยาน (๒) ๑ ก.ค. ๖๔ นาโน subtitle: date: วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 14.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูและหนู ๆ ที่อยู่ปลายทางทุกคนนะครับ วันนี้พบกันกับครูและครูคณิตา ในรายวิชาภาษาไทยนะครับ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้ครูทั้ง 2 คน จะให้หนูได้ศึกษาในเรื่องของการท่องจำบทอาขยานนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปศึกษากันเลย ซึ่งเนื้อหาก็จะต่อจากชั่วโมงที่แล้วนะครับ บทอาขยานเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องสามารถจำได้ และก็ต้องท่องได้นะครับ (บรรยาย) บทอาขยาน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราเกิดมาทั้งทีชีวิตหนึ่ง อย่างหมายพึ่งผู้ใดให้เขาหยัน ควรคะนึงพึ่งตนทนกัดฟัน คิดบากบั่นตั้งหน้ามานะนำ กสิกิจพณิชยการงานมีเกียรติ อย่าหยามเหยียดพาลหางานต่ำ หรือจะชอบวิชาอุตสาหกรรม เชิญเลือกทำตามถนัดอย่าผัดวัน เอาดวงใจเป็นทุนหนุนนำหน้า เอาปัญญาเป็นแรงมุ่งแข่งขัน เอาความเพียรเป็นยานประสานกัน ผลจะบรรลุสู่ประตูชัย เงินและทองกองอยู่ประตูหน้า คอยเปิดอ้า ยิ้มรับไม่ขับไส ทรัพย์ในดินสินในน้ำออกคล่ำไป แหลมทองไทยพร้อมจะช่วยอำนวยเอย บทอาขยาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของเพิ่ม สวัสดิ์วรรณกิจ (คุณครูปรเมษฐ) ขอขอบคุณคลิปเสียงบทอาขยาน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อ่านโดย คุณครูวาสนา โพธิ์วงศ์ ครับ ขอบคุณครับ เมื่อนักเรียนฟังตัวอย่างการท่องบทอาขยานแล้ว นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร เกี่ยวกับบทอาขยานดังกล่าวครับ ตอบคำถามกับคุณครูนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็นให้เพื่อนและครูได้รับรู้นะครับ คุณครูคณิตา แล้วคุณครูคณิตามีความรู้สึกอย่างไรครับ เมื่อได้ฟังบทอาขยานเมื่อสักครู่นี้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จากการได้ฟังบทอาขยานเมื่อสักครู่นะคะ คุณครูคณิตานี่ ก็รู้สึกได้ถึงความซาบซึ้งค่ะ ซาบซึ้งในที่นี้ จะเป็นการซาบซึ้งในเรื่องของความรักอันบริสุทธิ์ค่ะ ระหว่างแม่ที่มีต่อลูก และลูกที่มีต่อแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันใช่เลยครับ ตรงนี้ครับ ซาบซึ้งอย่างเดียวไม่พอนะครับเด็ก ๆ มีความไพเราะเป็นอย่างมาก ด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อ่านเป็นทำนองเสนาะให้เราฟังนะครับ คำถามข้อถัดไป นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด ผู้ท่องจึงท่องได้อย่างไพเราะ ทำไมล่ะครับ เขาถึงท่องได้อย่างไพเราะ เพราะอะไร ลองตอบคำถามกับคุณครูปลายทางให้ครูได้ยินด้วย ว่าทำไมเขาถึงท่องได้อย่างไพเราะนะครับ ถ้าเกิดเป็นคุณครูคณิตา ตามความเห็นของคุณครูคณิตา คุณครูคณิตามีความเห็นอย่างไรครับ ที่ผู้อ่านเขาถึงได้ท่องได้อย่างไพเราะมาก (คุณครูคณิตา) ค่ะ การที่เราจะท่องบทอาขยานได้อย่างไพเราะนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเสียงดีเท่านั้นค่ะ นักเรียนคะ หากนักเรียนอยากท่องบทอาขยานได้อย่างไพเราะ นักเรียนจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับฉันทลักษณ์ก่อนค่ะ บทอาขยานบทนั้นอ่านอย่างไร อ่านแบ่งวรรคตอนอย่างไร การออกเสียงคำควบกล้ำ แล้วการท่องออกมานี่ จะต้องออกเสียง เสียงดังฟังชัด ชัดเจนค่ะ แล้วก็ใส่ทำนองเสนาะเข้าไป อีกอย่างหนึ่งนะคะ ท่องได้อย่างไพเราะนี่ เราจะต้องหมั่นฝึกฝนเป็นประจำด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือเรื่องสำคัญเลยครับ ต้องหมั่นฝึกฝนอย่างเป็นประจำ ขยันท่องมันก็ต้องเก่งนะครับ ไปดูจุดประสงค์ของการเรียนในชั่วโมงนี้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตาจะแจ้งให้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ของการเรียนรู้วันนี้นะคะ คือ บอกหลักการท่องจำบทอาขยานได้ค่ะ 2. ท่องจำบทอาขยานได้ค่ะ 3. คือ เห็นประโยชน์จากการท่องจำบทอาขยานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปศศึกษากันต่อเลยนะครับ คำนี้อ่านได้กี่แบบนะ 2 แบบ ถูกต้อง คือ 1. อ่านว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) อ่านว่า "อา-ขะ-ยาน" 2. อ่านได้ว่า "อา-ขะ-หยาน" อ่านได้ 2 แบบนะครับ เพราะฉะนั้น ให้นักเรียนรู้ไว้ว่าอ่านได้ 2 แบบนะครับ อาขยาน แปลว่าอะไร ตอบเลย คือ 1. คือ การ... การ... ดูเลยดีกว่า หมายถึงการท้องจำ การสวด การเล่าเรื่องต่าง ๆ หรือนิทาน โดยใส่ทำนองลงไป เป็นบทที่ต้องท่องจำ เรียกว่า "บทอาขยาน" นั่นเองนะครับ ลักษณะเด่นของบทอาขยานเป็นอย่างไรล่ะนักเรียน ครูคณิตาครับเป็นอย่างไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ อย่างแรกค่ะ ภาษาดีค่ะ 2. ข้อคิดดีค่ะ 3. ก็คือมีความหมายดีค่ะ 4. มีฉันทลักษณ์ที่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นสิ่งสำคัญเรื่องฉันทลักษณ์ที่ดีนี่ เพราะว่านักเรียนจะต้องจำฉันทลักษณ์ในบทอาขยานนั้น ๆ ได้ มันจะเป็นการต่อยอดในการแต่งคำประพันธ์นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ ไหมคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อชั่วโมงที่แล้วใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) เรียนรู้กันไปแล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ วันนี้คุณครูก็ต้องทบทวนให้นักเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ บทอาขยานที่กำหนดให้ท่องมี 3 บท 1. คือบทอะไร บทหลักแล้วก็บท... ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) บทเลือกถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มี 3 บทด้วยกันนะครับ บทอาขยานเป็นบทท่องจำที่ผู้อ่ายต้องศึกษาหลักการอ่านให้ถูกต้องฉันทลักษณ์ เพื่อให้เกิดความซาบซึ้ง และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงให้เกิดประโยชน์ได้ อันนี้คือบทอาขยานนะครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนต้องศึกษากันให้ดีเลยนะครับ ในเรื่องนี้ครูและครูคณิตาจะให้นักเรียนเข้ากลุ่มตามกระบวนการ Gang of Four ของนักเรียนนะครับ เพื่อประชุมแนวทางท่องจำบทอาขยาน ว่าในกลุ่มของนักเรียนนั้นน่ะ จะมีแนวทางในการท่องจำบทอาขยานอย่างไร ให้อภิปรายร่วมกันนะครับ ไม่ต้องเขียนนะ ให้เสนอวิธีการของตน ดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลา 3 นาทีครับ ลงมือ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ จากที่นักเรียนได้สรุปแนวทาง วิธีการการท่องจำบทอาขยานของกลุ่มนักเรียนเป็นที่เรียบแล้ว ครูก็รวบรวมมาให้นักเรียนได้ฟัง ได้ศึกษาอีกครั้งหนึ่งนะครับ เดี๋ยวไปศึกษาพร้อม ๆ กันเลยนะครับ แนวทางการท่องจำบทอาขยานนะครับ ต้องข้อที่ 1 ต้องกวาดสายตาตามตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ เปล่งเสียงตามจังหวะและท่วงทำนองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 3 ต้องเปล่งเสียงด้วยความมั่นใจอย่าง เช่น ต้องให้เสียงนี่มันถูกต้องไม่พอ ต้องออกจากใจ เขาเรียกว่า"เสน่ห์ของการท่อง"ครับ ต่อไปข้อที่ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ ควรทรวงตัวและรักษาอากัปกิริยาให้ถูกวิธีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การท่องจะต้องมีการยืนให้ถูกต้อง เสียงก็จะพุ่งออกจากลำคอ แล้วก็ก่อให้เกิดความไพเราะของน้ำเสียงนั่นเองนะครับ ต่อไป ข้อที่ 5 จะต้องอ่านออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนิยม อักขระวิธี นักเรียนเข้าใจอยู่แล้ว ความนิยม ความนิยม หมายถึง สำเนียงในการออกเสียงอาขยานนั้น ๆ บางที เราจะไม่ออกแบบนี้ หรือเราจะไม่ออกแบบนั้น อันนี้เขาเรียก "ความนิยม" แต่ละภาคจะท่องไม่เหมือนกันก็เป็นได้นะครับ เพราะฉะนั้น จะต้องใส่ค่านิยมมาให้นักเรียนด้วย ข้อที่ 6 ครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อ่านออกเสียง ร, ล คำควบกล้ำได้ถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัญมาก อันนี้ก็เป็นเสนห์ของการท่องอาขยานเช่นเดียวกันนะครับ เสียงต้องชัด คำควบกล้ำ ร. เรือ, ล. ลิง ต้องชัดเจนนะครับ ข้อที่ 7 อ่านให้ถูกจังหวะวรรคตอน เมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่ ที่ครูและครูคุณครูคณิตาสอนให้นักเรียนแบ่งวรรคแบ่งตอน อันนั้นล่ะครับ ข้อที่ 8 ครับ (คุณครูคณิตา) อ่านให้ได้อารมณ์และความรู้สึกตามเนื้อหาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากในการท่องอาขยานนะเด็ก ๆ เพราะว่าอาขยานสื่อถึงอารมณ์ เพราะฉะนั้น เนื้อหาเป็นอย่างไร นักเรียนจะต้องใส่อารมณ์ให้เป็นอย่างเนื้อหานั้น แล้วอาขยานนั้นจะมีเสน่ห์และความไพเราะมากครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันต่อ ทำไมเราต้องท่องอาขยาน เด็ก ๆ เกิดคำถามในดวงใจของตนเองไหม ทำไมต้องท่องอาขยาน เพราะอะไรจึงต้องท่องอาขยาน เพราะอะไร (คุณครูคณิตา) เพราะอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามตัวเองไหม ว่าทำไมต้องท่องนี่ เคยเรียนมานี่คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เคยถามสิคะครู (คุณครูปรเมษฐ) และครูก็เชื่อว่าเด็ก ๆ ต้องถามครูว่าทำไมครูถึงต้องให้ท่องจังเลยอาขยาน เพราะอย่างนี้ครับ วัตถุประสงค์ ที่เราจะต้องท่องอาขยานนะครับ ข้อที่ 1 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั้นล่ะ มันแฝงอยู่ในบทอาขยานนั้น ๆ นะครับ ข้อที่ 2 ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในความสามารถกวีไทย กวีแต่งบทร้อยกรอง หรือประพันธ์บทร้อยกรองมา แล้วเรานำมาท่องเป็นบทอาขยาน เป็นบทท่องจำนี่ มันแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในความสามารถของท่านนะครับ ต่อไป ข้อที่ 3 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 3 ค่ะ เป็นพื้นฐานในการแต่งคำประพันธ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาคิดว่าข้อนี้จริงไหม (คุณครูคณิตา) จริงค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าถ้าเราท่องอาขยานได้ นักเรียนฟังครูนะ ถ้าหนูท่องอายขานได้โดยที่ไม่ต้องเปิดดู หนูสามารถแต่งคำประพันธ์ได้ เพราะเราจำอาขยานนั่นล่ะไม่แต่งคำประพันธ์ นี่เป็นวิธีการที่ครูใช้ในการแต่งบทร้อยกรองต่าง ๆ เลยนะครับ ต่อไป ข้อที่ 4 ครับ เป็นสื่อในการถ่ายทอดคุณธรรมและคติธรรม ที่กวีได้แฝงไว้ในบทอาขยานนั้น ๆ นะครับ ข้อที่ 5 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 5 ค่ะ ส่งเสริมให้มีจิตสำนึกทางวัฒนธรรมของคนในชาติค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือวัตถุประสงค์ที่ทำไมล่ะ เราถึงต้องท่องอาขยานนะครับเด็ก ๆ ไปกันต่อเลย เราจะไปฝึกท่องจำบทอาขยาน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม เมื่อชั่วโมงที่แล้วนี้ เด็ก ๆ จะตามคุณครูคณิตาใช่ไหมครับ ไม่ได้ยินเสียงครู ชั่วโมงนี้เป็นเสียงครูบ้าง แล้วนักเรียนจะได้ยึดว่าจะตามใครดี นักเรียนหญิงก็ควรจะตามไปทางครูคณิตา นักเรียนชายก็มาทางไปทางครู เพราะว่าทำนองทางผู้หญิงและผู้ชายนี่ มันจะต่าง ๆ กันนิดหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น คุณครูคณิตาคิดว่าเด็ก ๆ อยากจะต้องอาขยานกันหรือยังครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนนี่คงอยากจะท่องกันอย่างมากแล้วล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ เปิดเตรียมรอไว้เลยนะครับ เดี๋ยวไปพร้อม ๆ กัน เตรียมตัวนะครับ เริ่ม แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว แม่วันทองของลูกจงกลับบ้าน เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว จะก้มหน้าลาไปมิได้กลัว แม่อย่ามัวหมองนักจงหักใจ นางกอดจูบลูบหลังแล้วสั่งสอน อำนวยพรพลายน้อยละห้อยไห้ พ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัย จนเติบใหญ่ยิ่งยวดได้บวชเรียน ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอตส่าห์ทำสม่ำเสมียน แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำอำลาด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา เหลียวหลังยังเห็นแม่แลเขม้น แม่ก็เห็นลูกน้อยละห้อยหา แต่เหลียวเหลียวเลี้ยวลับวับวิญญาณ์ โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เก่งมากเลยค่ะ สามารถท่องบทอาขยานได้อย่างไพเราะค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนทุกคนร่วมกับปรบมือให้กับครูปรเมษฐด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) เราต้องเป็นต้นแบบให้กับหนู ๆ ที่จะได้นำไปปฏิบัตินะครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนนี่สามารถที่จะเลือกของครูคณิตา ในฐานที่เป็นผู้หญิง หรือเลือกของครู ในฐานะที่เป็นเด็กผู้ชาย เรามีต้นแบบที่เป็นทั้งหญิงและชาย ทำให้นักเรียนนั้นสามารถเลือกที่จะท่องได้แบบใครก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้น เรามีกิจกรรมมาให้นักเรียนทำอีกแล้วครับคุณครูคณิตา เป็นกิจกรรมนี้ มีชื่อว่า "แข่งขัน... ขยันท่อง ประลองอาขยาน" จะมีวิธีการอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของนักเรียนนะคะ ให้นักเรียนค่ะ แข่งขันขยันท่อง ประลองอาขยานค่ะ โดยท่องอาขยานเป็นรายกลุ่มหน้าชั้นเรียน ครบทุกกลุ่มค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาครับ คำว่า "ท่อง" เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ท่องนะคะ นักเรียน อย่างที่คุณครูคณิตาพูดไว้นะคะ การท่อง คือ การไม่ดูค่ะ คือ การพูดออกมาเลยนะคะ แตกต่างจากการอ่าน เพราะการอ่านนี่ ก็คือเราสามารถเปิดหนังสือหรือดูเนื้อหาต่าง ๆ ได้ใช่ไหมคะ แต่การท่องนี่ ก็คือปิดหนังสือเลยค่ะ ไม่มีอะไรอยู่ตรงหน้านะคะ ใช้ความจำล้วน ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเรามาดูบทบาทของคุณครูปลายทางในการแข่งขันท่องอาขยานกันนะครับ คุณครูให้นักเรียนทำกิจกรรมแข่งขันขยันท่อง ประลองอาขยานนะครับ ให้คำแนะนำกับการท่องของนักเรียน แล้วก็ดูแลนักเรียนคนที่ยังท่องไม่คล่อง อ่านไม่คล่อง ช่วยดูแลนักเรียนเหล่านี้ เพื่อที่จะได้มีความสามารถในการท่องอาขยานได้ดีขึ้นนะครับ เดี๋ยวเราไปดูเกณฑ์ในการท่องกันก่อนดีกว่า ก่อนที่เราจะลงมือแข่งขันท่องอาขยานกันนะครับ เกณฑ์ข้อที่ 1 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เกณฑ์ข้อที่ 1 นะคะ จะต้องถูกต้องตามฉันทลักษณ์ของบทร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 2 ครับ ต้องถูกต้องตามอักขรวิธี เช่น การออกเสียงคำ การอ่านคำ เป็นต้นนะครับ ข้อที่ 3 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 3 นะคะ น้ำเสียงนะคะ จะต้องมีความไพเราะค่ะ และมีความหนักเบา ความชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 4 คือ ต้องให้อารมณ์ความรู้สึกที่สอดคล้องกับเนื้อหา อย่างเช่น ที่ครูได้อ่าน ได้ท่องให้หนู ๆ ฟังนะครับ นั่นคือการใส่อารมณ์ ความรู้สึก ในบทอาขยานนั้นนะครับ ข้อที่ 5 (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 5 ค่ะ ก็คือมีบุคลิกภาพความ สง่างาม และความมั่นใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนได้รู้แล้ว ว่าเกณฑ์การประเมินในการท่องบทอาขยานนั้นเป็นอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้น ให้เวลาในการแข่งขันขยันท่อง ประลองอาขยาน 20 นาที ลงมือปฏิบัติได้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว แม่วันทองของลูกจงกลับบ้าน เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว จะก้มหน้าลาไปมิได้กลัว แม่อย่ามัวหมองนักจงหักใจ นางกอดจูบลูบหลังแล้วสั่งสอน อำนวยพรพลายน้อยละห้อยไห้ พ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัย จนเติบใหญ่ยิ่งยวดได้บวชเรียน ลูกผู้ชายผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอตส่าห์ทำสม่ำเสมียน แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำอำลา ด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา เหลียวหลังยังเห็นแม่แลเขม้น แม่ก็เห็นลูกน้อย ละห้อยหา แต่เหลียวเหลียวเลี้ยวลับวับวิญญาณ์ โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง (คุณครูคณิตา) แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว แม่วันทองของลูกจงกลับบ้าน เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว จะก้มหน้า ลาไปมิได้กลัว แม่อย่ามัวหมองนักจงหักใจ นางกอดจูบลูบหลังแล้วสั่งสอน อำนวยพรพลายน้อยละห้อยไห้ พ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัย จงเติบใหญ่ยิ่วยวดได้บวชเรียน ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอตส่าห์ทำสม่ำเสมียน แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำอำลาด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา เหลียวหลังยังเห็นแม่แลเขม้น แม่ก็เห็นลูกน้อยละห้อยหา แต่เหลียวเหลียวเลี้ยวลับวับวิญญาณ์ โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ นักเรียนที่รักของทุกคนนะครับ เชื่อว่าการแข่งขันท่องอาขยานก็คงเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วคุณครูก็คงจะตัดสินว่ามีผู้ที่ท่องไพเราะจนได้รับรางวัลชนะเลิศ ก็ต้องมีใช่ไหม แล้วก็ย่อมมีผู้ที่ไม่ได้รับรางวัล ก็คือผู้แพ้นะครับ ครูคณิตาครับ การท่องอาขยานนี่ จริง ๆ แล้วมีแพ้มีชนะไหมครับ (คุณครูคณิตา) การท่องบทอาขยานนะคะ ตามความจริงแล้ว ไม่มีแพ้ ไม่มีชนะค่ะ นักเรียนคะ แต่เมื่อเรามีการแข่งขันก็ย่อมมีผู้แพ้และมีผู้ชนะใช่ไหมคะ แต่นักเรียนคะ การแพ้ชนะนี่ มันไม่สำคัญเลยนะคะ แพ้ชนะเราก็จะต้องรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกันค่ะ ไม่เกิดความบาดหมาง นี่คือคุณธรรมอย่างหนึ่งนะคะ เราจะต้องรู้จักอภัยและยินดีซึ่งกันและกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม เพราะฉะนั้น เรามาสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ ครู - นักเรียน กันดีกว่านะครับ ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ การท่องจำบทอาขยานมีประโยชน์อย่างไร จากที่นักเรียนเรียนมา 2 ชั่วโมง เกี่ยวกับการท่องอาขยาน นักเรียนสังเคราะห์ความรู้ แล้วนำมาตอบกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ ช่วยกันแสดงความคิดเห็นนะ ว่ามีประโยชน์อย่างไร เราไปดูกันพร้อม ๆ กันเลยดีกว่านะครับ เชื่อว่านักเรียนก็ได้เสนอความคิดเห็นของตนเองแล้วนะครับ ประโยชน์ในการท่องจำอาขยานนะครับ 1. เกิดความซาบซึ้งในเรื่องที่อ่านนะครับ เราอ่านบทใด เราท่องบทใด มันจะเกิดความซาบซึ้งและความเข้าใจในเนื้อหานั้นนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ 2. นะคะ ฝึกการคิดวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์นี่ เราก็จะต้องมีการวิเคราะห์เนื้อหาไปด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) 3. ก็คือเป็นตัวอย่างการใช้ภาษา ในบทอาขยานนี่ ที่เลือกมาให้ท่อง ก็ด้วยที่ว่าภาษามีความสละสลวย เป็นแบบอย่างได้ในการแต่งคำประพันธ์นั่นเองนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ 4. นะคะ ช่วยให้มีคติประจำใจค่ะ บทอาขยานส่วนใหญ่จะสอดแทรกคุณธรรมเอาไว้นะคะ นักเรียนสามารถเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปช่วยกล่อมเกลาจิตใจ ท่องอาขยานแล้ว บทอาขยานนั้น ๆ จะจรรโลงจิตใจนักเรียน ให้เป็นคนที่ดีนั่นเอง จึงต้องท่องไงล่ะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เป็นพื้นฐานของการแต่งคำประพันธ์ค่ะ เป็นพื้นฐานอย่างไรคะนักเรียน ตอบได้ไหมเอ่ย เป็นพื้นฐานอย่างไรคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่ครูบอกครับ ท่องอาขยานไดก็จะแต่งคำประพันธ์ประเภทหนึ่งได้ครับ เพราะเราจะจำฉันทลักษณ์จากการท่องนั่นเองนะครับ ต่อไป นำไปใช้อ้างอิงในงานต่าง ๆ เราจะเขียนเรียงความเรื่องแม่นี่เราสามารถยกบทที่ครูให้ท่องนี่ ไปอ้างอิงได้เลย ไปอ้างอิงในงานเขียน หรือหนูจะพูดแสดงความรู้สึกอะไรก็ตาม ก็สามารถนำบทอาขยานนี่ไปนำเสนอ ไปท่องให้ผู้อื่นฟังได้ อันนี้คือประโยชน์ในการท่องจำบทอาขยานครับ บทเรียนครั้งต่อไป เราจะศึกษากันในเรื่อง (คุณครูคณิตา) เรื่อง คำนาม ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนูจะต้องเตรียมนะครับ 1. ใบความรู้ เรื่อง คำนาม 2. ใบงาน เรื่อง สำรวจคำนาม นะครับ และ 3. สำคัญมาก ยังต้องพกมานะครับ หนังสือเรียนวรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งข้อมูลนะคะ นักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ การท่องอาขยานก็จบลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ ครูและครูคณิตาขอลานักเรียนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] - [เสียงดนตรี]