﻿1
00:00:03,919 --> 00:00:07,919

2
00:00:07,919 --> 00:00:11,919

3
00:00:15,218 --> 00:00:15,219

4
00:00:15,219 --> 00:00:19,102

5
00:00:19,102 --> 00:00:23,102

6
00:00:23,131 --> 00:00:27,131

7
00:00:27,180 --> 00:00:31,180

8
00:00:31,194 --> 00:00:35,100

9
00:00:35,100 --> 00:00:39,097

10
00:00:39,097 --> 00:00:43,088

11
00:00:43,088 --> 00:00:47,088
(อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้ว เปิดจอ

12
00:00:47,095 --> 00:00:51,081
วิดีโอด้วยนะคะ ให

13
00:00:51,081 --> 00:00:55,081
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

14
00:00:55,115 --> 00:00:59,112
(ล ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอเค

15
00:00:59,112 --> 00:01:03,112

16
00:01:03,120 --> 00:01:07,113
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

17
00:01:07,113 --> 00:01:11,113
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

18
00:01:11,114 --> 00:01:15,079

19
00:01:15,079 --> 00:01:19,079
โอเค 14 คน

20
00:01:19,082 --> 00:01:23,082
รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

21
00:01:23,139 --> 00:01:27,104

22
00:01:27,104 --> 00:01:31,104
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

23
00:01:31,107 --> 00:01:35,084

24
00:01:35,084 --> 00:01:39,078

25
00:01:39,078 --> 00:01:43,078
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

26
00:01:43,115 --> 00:01:47,092
ใครเคยเขียนโปรแกรม

27
00:01:47,092 --> 00:01:51,079
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแช

28
00:01:51,079 --> 00:01:55,065
ต เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

29
00:01:55,065 --> 00:01:59,065
นะคะ ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

30
00:01:59,071 --> 00:02:03,071
โอเคไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยค่ะ ว่า

31
00:02:03,072 --> 00:02:07,068
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

32
00:02:07,068 --> 00:02:11,068
ภาษาอะไร เขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

33
00:02:11,071 --> 00:02:15,071
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

34
00:02:15,073 --> 00:02:19,073

35
00:02:19,076 --> 00:02:23,065

36
00:02:23,065 --> 00:02:27,065
เดชาพล พิมพ์

37
00:02:27,073 --> 00:02:31,065
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

38
00:02:31,065 --> 00:02:35,065
(เดชาพล) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

39
00:02:35,075 --> 00:02:39,075
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

40
00:02:39,079 --> 00:02:43,068
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

41
00:02:43,068 --> 00:02:47,068
(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

42
00:02:47,069 --> 00:02:51,069
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

43
00:02:51,077 --> 00:02:55,067
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

44
00:02:55,067 --> 00:02:59,067
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

45
00:02:59,071 --> 00:03:03,071
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

46
00:03:03,071 --> 00:03:07,071
(อาจารย์สุธิรา) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

47
00:03:07,073 --> 00:03:11,073
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

48
00:03:11,073 --> 00:03:15,073
(อาจารย์สุธิรา) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

49
00:03:15,075 --> 00:03:19,075
อะไรลูก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

50
00:03:19,086 --> 00:03:23,072
กศน. ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

51
00:03:23,072 --> 00:03:27,072
มาแล้ว ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

52
00:03:27,087 --> 00:03:31,087
นะ เรียนโรงเรียนไหน โรงเรียนเดิม

53
00:03:32,074 --> 00:03:36,069

54
00:03:36,069 --> 00:03:40,069
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

55
00:03:40,075 --> 00:03:44,075
มุกได้ยินไหมคะ

56
00:03:44,083 --> 00:03:48,083
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

57
00:03:48,084 --> 00:03:52,082
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

58
00:03:52,082 --> 00:03:56,078
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

59
00:03:56,078 --> 00:04:00,069
อย่างก็พิมพ์ต่อ ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

60
00:04:00,069 --> 00:04:04,069
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

61
00:04:04,071 --> 00:04:08,069
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

62
00:04:08,069 --> 00:04:12,069
ศิริลัษณ์, สันติภาพ

63
00:04:12,070 --> 00:04:16,066

64
00:04:16,066 --> 00:04:20,066
Alphabec todd กไม่เคย

65
00:04:20,072 --> 00:04:24,069
คนอื่นหายไปไหนหมด

66
00:04:24,069 --> 00:04:28,069
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

67
00:04:28,069 --> 00:04:32,069

68
00:04:32,069 --> 00:04:36,069

69
00:04:36,073 --> 00:04:40,067

70
00:04:40,067 --> 00:04:44,067

71
00:04:44,073 --> 00:04:48,070
ตอนนี้

72
00:04:48,070 --> 00:04:52,070
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

73
00:04:52,092 --> 00:04:56,074
คอมฯ หรือใช้อะไรเอ่ย

74
00:04:56,074 --> 00:05:00,074
(สันติภาพ) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

75
00:05:00,085 --> 00:05:04,082
(อาจารย์สุธิรา) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (สันติภาพ) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

76
00:05:04,082 --> 00:05:08,079
(อาจารย์สุธิรา)เมื่อวานที่

77
00:05:08,079 --> 00:05:12,077
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

78
00:05:12,077 --> 00:05:16,076
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

79
00:05:16,076 --> 00:05:20,076
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

80
00:05:20,096 --> 00:05:24,096
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

81
00:05:24,111 --> 00:05:28,111
(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

82
00:05:28,151 --> 00:05:32,151
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

83
00:05:32,168 --> 00:05:36,069
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

84
00:05:36,069 --> 00:05:40,069
ห้องแล็บ เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

85
00:05:40,074 --> 00:05:44,074
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

86
00:05:44,081 --> 00:05:48,070

87
00:05:48,070 --> 00:05:52,070

88
00:05:52,086 --> 00:05:56,069

89
00:05:56,069 --> 00:06:00,069
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (สันติภาพ) ใช้

90
00:06:00,081 --> 00:06:04,068
Notebook ครับ (อาจารย์สุธิรา)

91
00:06:04,068 --> 00:06:08,068
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

92
00:06:08,073 --> 00:06:12,073
มุก มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

93
00:06:12,074 --> 00:06:16,072
มาบอกก็ได้ กัญญาณัฐ

94
00:06:16,072 --> 00:06:20,067

95
00:06:20,067 --> 00:06:24,067
มุก ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

96
00:06:24,071 --> 00:06:28,071
มี 1, 2, 3, 4, 5

97
00:06:28,071 --> 00:06:32,071
5 คนนะคะ คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

98
00:06:32,073 --> 00:06:36,068
คะ เด็ก ๆ หายไปไหนหมด (พี่การ์ตูน) หนู

99
00:06:36,068 --> 00:06:40,068
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

100
00:06:40,075 --> 00:06:44,075
เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์สุธิรา)

101
00:06:44,076 --> 00:06:48,072
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

102
00:06:48,072 --> 00:06:52,068

103
00:06:52,068 --> 00:06:56,068
อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

104
00:06:56,069 --> 00:07:00,069
โอ

105
00:07:00,069 --> 00:07:04,068
เค เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

106
00:07:04,068 --> 00:07:08,068
อยู่ใช่ไหมคะ (เดชาพล) ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา)

107
00:07:08,071 --> 00:07:12,071
มีไหมลูก

108
00:07:12,076 --> 00:07:16,076

109
00:07:16,083 --> 00:07:20,072
มีนะครับ

110
00:07:20,072 --> 00:07:24,072

111
00:07:24,081 --> 00:07:28,068
โอเค รออีกสัก

112
00:07:28,068 --> 00:07:32,068
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

113
00:07:32,075 --> 00:07:36,071
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้ อีก

114
00:07:36,071 --> 00:07:40,069
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

115
00:07:40,069 --> 00:07:44,069
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

116
00:07:44,074 --> 00:07:48,074
เด็กหูยังไม่เข้ามา

117
00:07:48,095 --> 00:07:52,081
น่ะสิ กำลังตาม (พี่การ์ตูน) เหลือแต่หูหนวก

118
00:07:52,081 --> 00:07:56,069
(อาจารย์สุธิรา) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

119
00:07:56,069 --> 00:08:00,069
ก็แจ้งไว้แล้ว (พี่การ์ตูน) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

120
00:08:00,073 --> 00:08:04,073
เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

121
00:08:04,073 --> 00:08:08,072
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

122
00:08:08,072 --> 00:08:12,072
(พี่การ์ตูน) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

123
00:08:12,080 --> 00:08:16,072
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

124
00:08:16,072 --> 00:08:20,070
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

125
00:08:20,070 --> 00:08:24,070
ไง (พี่การ์ตูน) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์สุธิรา) ปัญหา

126
00:08:24,071 --> 00:08:28,070
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

127
00:08:28,070 --> 00:08:32,070
(พี่การ์ตูน) เข้าใจค่ะ อาจารย์

128
00:08:32,075 --> 00:08:36,073
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

129
00:08:36,073 --> 00:08:40,072
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

130
00:08:40,072 --> 00:08:44,072
ดึงเน็ตกัน  (อาจารย์สุธิรา)

131
00:08:44,078 --> 00:08:48,071
ใช่น่าจะติดปัญหาอันนี้

132
00:08:48,071 --> 00:08:52,071
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เพราะเมื่อวานเขาเข้ามา

133
00:08:52,088 --> 00:08:56,082
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

134
00:08:56,082 --> 00:09:00,072
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

135
00:09:00,072 --> 00:09:04,072
ก็ยังไม่เข้ามา เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

136
00:09:04,073 --> 00:09:08,073
(พี่การ์ตูน) เสาร์ อาทิตย์มีเรียนด้วยหรือคะอาจารย์

137
00:09:08,081 --> 00:09:12,071
(อาจารย์สุธิรา)ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

138
00:09:12,071 --> 00:09:16,071
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

139
00:09:16,087 --> 00:09:20,070
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซ็ก

140
00:09:20,070 --> 00:09:24,070
หมายถเด็กเรียนรวมกัน

141
00:09:24,071 --> 00:09:28,071
ใช่ ( ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

142
00:09:28,080 --> 00:09:32,069

143
00:09:32,069 --> 00:09:36,069

144
00:09:36,074 --> 00:09:40,074

145
00:09:40,074 --> 00:09:44,069

146
00:09:44,069 --> 00:09:48,069

147
00:09:48,069 --> 00:09:52,069
มีเจ้ามิ้นเข้ามาแล้วคนหนึ่ง

148
00:09:52,074 --> 00:09:56,073
มิ้นเปิดจอ

149
00:09:56,073 --> 00:10:00,070

150
00:10:00,070 --> 00:10:04,069

151
00:10:04,069 --> 00:10:08,069

152
00:10:08,077 --> 00:10:12,072

153
00:10:12,072 --> 00:10:16,072

154
00:10:16,072 --> 00:10:20,072

155
00:10:20,074 --> 00:10:24,071

156
00:10:24,071 --> 00:10:28,069

157
00:10:28,069 --> 00:10:32,069

158
00:10:32,070 --> 00:10:36,070

159
00:10:36,071 --> 00:10:40,069

160
00:10:40,069 --> 00:10:44,069

161
00:10:44,070 --> 00:10:48,070

162
00:10:48,074 --> 00:10:52,070

163
00:10:52,070 --> 00:10:56,070

164
00:10:56,070 --> 00:11:00,070
เห็นแฝดขียน Flash

165
00:11:00,072 --> 00:11:04,071
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือ ยัง

166
00:11:04,071 --> 00:11:08,071

167
00:11:08,076 --> 00:11:12,071
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

168
00:11:12,071 --> 00:11:16,071
วันนี้นะ เธอบอก

169
00:11:16,072 --> 00:11:20,072
ว่า พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

170
00:11:20,073 --> 00:11:24,072
เจ้าแฝด

171
00:11:24,072 --> 00:11:28,072

172
00:11:28,073 --> 00:11:32,073
นั่นนะสิ

173
00:11:32,073 --> 00:11:36,069

174
00:11:36,069 --> 00:11:40,069

175
00:11:40,073 --> 00:11:44,070

176
00:11:44,070 --> 00:11:48,070

177
00:11:48,071 --> 00:11:52,071

178
00:11:52,084 --> 00:11:56,071

179
00:11:56,071 --> 00:12:00,070

180
00:12:00,070 --> 00:12:04,070

181
00:12:04,070 --> 00:12:08,070
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

182
00:12:28,114 --> 00:12:29,495
เด็กไปไหนกันหมด

183
00:12:08,071 --> 00:12:12,071

184
00:12:12,079 --> 00:12:16,071

185
00:12:16,071 --> 00:12:20,071

186
00:12:20,077 --> 00:12:24,070

187
00:12:24,070 --> 00:12:28,070

188
00:12:28,072 --> 00:12:32,072

189
00:12:32,091 --> 00:12:36,079
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

190
00:12:36,079 --> 00:12:40,075

191
00:12:40,075 --> 00:12:44,072
สวัสดีจ้ะ

192
00:12:44,072 --> 00:12:48,072

193
00:12:48,075 --> 00:12:52,075
มาช้านี่ ๆ มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

194
00:12:52,086 --> 00:12:56,086
แฝดมาสาย

195
00:12:56,147 --> 00:13:00,075
ทำอะไรอยู่

196
00:13:00,075 --> 00:13:04,071

197
00:13:04,071 --> 00:13:08,071
(พี่การ์ตูน) นอนเพิ่งตื่นครับ (อาจารย์สุธิรา)

198
00:13:08,071 --> 00:13:12,071
กลับบ้านแล้วนอนตื่นสายเด้อ

199
00:13:12,074 --> 00:13:16,073
(พี่การ์ตูน) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

200
00:13:16,073 --> 00:13:20,072
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

201
00:13:20,072 --> 00:13:24,071

202
00:13:24,071 --> 00:13:28,071

203
00:13:28,077 --> 00:13:32,077
ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

204
00:13:32,080 --> 00:13:36,080
ก็เลยตื่นสาย

205
00:13:36,089 --> 00:13:40,084

206
00:13:40,084 --> 00:13:44,071
ใช่ครับ

207
00:13:44,071 --> 00:13:48,071
สะโลสะเลมาก

208
00:13:48,071 --> 00:13:52,071

209
00:13:52,074 --> 00:13:56,074
(อาจารย์สุธิรา) โหลงเหลงมากเลยวันนี้

210
00:13:56,074 --> 00:14:00,072
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

211
00:14:00,072 --> 00:14:04,072
ตอนนี้มีเด็กตา

212
00:14:04,078 --> 00:14:08,073
กับเด็กปกติ

213
00:14:08,073 --> 00:14:12,073

214
00:14:12,080 --> 00:14:16,076

215
00:14:16,076 --> 00:14:20,076

216
00:14:20,100 --> 00:14:24,074

217
00:14:24,074 --> 00:14:28,074

218
00:14:28,094 --> 00:14:32,072

219
00:14:32,072 --> 00:14:36,072

220
00:14:36,075 --> 00:14:40,073

221
00:14:40,073 --> 00:14:44,072

222
00:14:44,072 --> 00:14:48,072

223
00:14:48,075 --> 00:14:52,075
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

224
00:14:52,077 --> 00:14:56,073
จันทกานต์

225
00:14:56,073 --> 00:15:00,073
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

226
00:15:00,073 --> 00:15:04,073
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

227
00:15:04,077 --> 00:15:08,077

228
00:15:08,080 --> 00:15:12,076
อย่างนั้น แฝดเข้ามาแล้ว ถาม

229
00:15:12,076 --> 00:15:16,076
แฝด แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

230
00:15:16,080 --> 00:15:20,078

231
00:15:20,078 --> 00:15:24,076
เคยเรียนไหม

232
00:15:24,076 --> 00:15:28,076
(พี่การ์ตูน) เคยครับ (อาจารย์สุธิรา) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

233
00:15:28,110 --> 00:15:32,083
ตอบได้ไหม

234
00:15:32,083 --> 00:15:36,077

235
00:15:36,077 --> 00:15:40,071

236
00:15:40,071 --> 00:15:44,071
(พี่การ์ตูน) คือ ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ เดี๋ยวสักครู่นะคะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

237
00:15:44,074 --> 00:15:48,073
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

238
00:15:48,073 --> 00:15:52,073
ให้น้อง บอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

239
00:15:52,096 --> 00:15:56,072

240
00:15:56,072 --> 00:16:00,072

241
00:16:00,076 --> 00:16:04,076
(พี่การ์ตูน) เอาออกแล้วครับ

242
00:16:04,103 --> 00:16:08,084
(อาจารย์สุธิรา) ภาษาอะไร เคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

243
00:16:08,084 --> 00:16:12,072

244
00:16:12,072 --> 00:16:16,071

245
00:16:16,071 --> 00:16:20,071

246
00:16:20,088 --> 00:16:24,078
(พี่การ์ตูน) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

247
00:16:24,078 --> 00:16:28,076
วิชา... อ้าว ภาพน้องหาย สักครนะคะ

248
00:16:28,076 --> 00:16:32,076

249
00:16:32,079 --> 00:16:36,072
(อาจารย์สุธิรา) ภากร

250
00:16:36,072 --> 00:16:40,072
ณ์ ถามภากรบ้าง (พี่การ์ตูน) เอาใหม่ได้ไหม

251
00:16:40,079 --> 00:16:44,079
นพกิต เมื่อกี้ ล่ามแบบ

252
00:16:44,080 --> 00:16:48,077
กล้องมันแบบสลับน่ะ ก็เลยแบบภาพ

253
00:16:48,077 --> 00:16:52,077
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

254
00:16:52,091 --> 00:16:56,079
(อาจารย์สุธิรา) ถามภากรณ์ว่าเคยเรียน

255
00:16:56,079 --> 00:17:00,076

256
00:17:00,076 --> 00:17:04,072
... (พี่การ์ตูน) ภากรณ์

257
00:17:04,072 --> 00:17:08,072

258
00:17:08,073 --> 00:17:12,073
หูตึง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ

259
00:17:12,074 --> 00:17:16,072
(พี่การ์ตูน) หูตึงค่ะ ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

260
00:17:16,072 --> 00:17:20,072
โปรแกรม ทำเอง มีไหม

261
00:17:20,079 --> 00:17:24,073
(อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์ได้ยินอยู่หรือ

262
00:17:24,073 --> 00:17:28,073
(พี่การ์ตูน)ได้ยินหรือเปล่า

263
00:17:28,099 --> 00:17:32,092
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

264
00:17:32,092 --> 00:17:36,092
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

265
00:17:36,105 --> 00:17:40,105
(อาจารย์สุธิรา) แต่พูดไม่ได้ (พี่การ์ตูน) หรือ

266
00:17:40,131 --> 00:17:44,079
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

267
00:17:44,079 --> 00:17:48,079
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์สุธิรา)

268
00:17:48,082 --> 00:17:52,082
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

269
00:17:52,107 --> 00:17:56,073
น่ะ รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

270
00:17:56,073 --> 00:18:00,073
(พี่การ์ตูน) หนูชื่อพี่โจ

271
00:18:00,079 --> 00:18:04,073
โจ้ รู้เปล่า

272
00:18:04,073 --> 00:18:08,073
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญ ตอนนี้

273
00:18:08,077 --> 00:18:12,077
อธิบายว่าชื่อพี่

274
00:18:12,077 --> 00:18:16,075
โจโจ้น่ะ ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

275
00:18:16,075 --> 00:18:20,075
ใช่ไหม ใช่ คราม (อาจารย์สุธิรา)

276
00:18:20,077 --> 00:18:24,073
โจโจ้คุยได้ อ่านปากได้

277
00:18:24,073 --> 00:18:28,073

278
00:18:28,113 --> 00:18:32,113
ประมาณนี้ล่ะ หูตึง

279
00:18:32,140 --> 00:18:36,140
(พี่การ์ตูน) ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

280
00:18:36,232 --> 00:18:40,204
(อาจารย์สุธิรา) เพราะว่าแม่เห็นบางที

281
00:18:40,204 --> 00:18:44,172
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

282
00:18:44,172 --> 00:18:48,079
จะมีบอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

283
00:18:48,079 --> 00:18:52,079
พยายามหัดพูดไว้เลย

284
00:18:52,081 --> 00:18:56,077
ต่อไป ใครเข้ามาแล้ว

285
00:18:56,077 --> 00:19:00,077
แฝดมาแล้ว

286
00:19:00,089 --> 00:19:04,081
18 คนแล้ว เพิ่งเข้ามา

287
00:19:04,081 --> 00:19:08,081
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทกานต์น่ะ

288
00:19:08,081 --> 00:19:12,077

289
00:19:12,077 --> 00:19:16,075

290
00:19:16,075 --> 00:19:20,075
ไอ้นี่

291
00:19:20,099 --> 00:19:24,077
ชื่อเล่นอะไรนะ จันทกานต์น่ะ อุ้ม ๆ อบชื่ออะไรนะ

292
00:19:24,077 --> 00:19:28,077

293
00:19:28,084 --> 00:19:32,078
เปิดกล้องหรือเปล่า อบหายไปไหน

294
00:19:32,078 --> 00:19:36,075

295
00:19:36,075 --> 00:19:40,075

296
00:19:40,087 --> 00:19:44,082
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

297
00:19:44,082 --> 00:19:48,080
เงียบ...

298
00:19:48,080 --> 00:19:52,080
แล้วก็เจ้ามิ้น

299
00:19:52,109 --> 00:19:56,075

300
00:19:56,075 --> 00:20:00,073

301
00:20:00,073 --> 00:20:04,073
(พี่การ์ตูน) อบ

302
00:20:04,074 --> 00:20:08,074
เตือนเพื่อนหน่อย แฝด ๆ เตือนเพื่อนในไลน์หน่อย

303
00:20:08,086 --> 00:20:12,083
(อาจารย์สุธิรา) ธัญญลักษณ์

304
00:20:12,083 --> 00:20:16,074
ธัญ

305
00:20:16,074 --> 00:20:20,074
ลักษณ์ เชอรี่หรือ

306
00:20:20,106 --> 00:20:24,075
ชื่อ

307
00:20:24,075 --> 00:20:28,073
ชื่อภาษามือ

308
00:20:28,073 --> 00:20:32,073
ใช่ไหม

309
00:20:32,077 --> 00:20:36,077
ใช่หรือเปล่า (พี่การ์ตูน) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

310
00:20:36,081 --> 00:20:40,073
ใช่ไหม

311
00:20:40,073 --> 00:20:44,073
เออ นะ นี่ ใช่ไหม ถามเขาหน่อย ว่า

312
00:20:44,082 --> 00:20:48,082
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง (พี่การ์ตูน) ตอนนี้เขามอง

313
00:20:48,099 --> 00:20:52,085
(อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

314
00:20:52,085 --> 00:20:56,079
(พี่การ์ตูน) พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

315
00:20:56,079 --> 00:21:00,075
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

316
00:21:00,075 --> 00:21:04,074

317
00:21:04,074 --> 00:21:08,074
เดี๋ยวหนูตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

318
00:21:08,085 --> 00:21:12,080
ชื่ออบใช่ไหม

319
00:21:12,080 --> 00:21:16,073

320
00:21:16,073 --> 00:21:20,073

321
00:21:20,080 --> 00:21:24,077

322
00:21:24,077 --> 00:21:28,077
ธัญ...

323
00:21:28,085 --> 00:21:32,073
ธัญญลักษณ์

324
00:21:32,073 --> 00:21:36,073
ภาษามือ ชัดหรือเปล่า ชัดไห (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

325
00:21:36,079 --> 00:21:40,074
กัญรัตน

326
00:21:40,074 --> 00:21:44,074
(พี่การ์ตูน) เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

327
00:21:44,074 --> 00:21:48,074
ลองจันทร์กานต์

328
00:21:48,081 --> 00:21:52,080
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพิ่งตื่นนอน ดูสภาพ

329
00:21:52,080 --> 00:21:56,080
(พี่การ์ตูน) เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์สุธิรา) อบใช่ไหม

330
00:21:56,084 --> 00:22:00,080
ใช่ไหม อบใช่ไหม (พี่การ์ตูน) ไม่มีใครมองกล้องเลย

331
00:22:00,080 --> 00:22:04,076
(อาจารย์สุธิรา) อบเปล่า อบเปล่า

332
00:22:04,076 --> 00:22:08,076
อบไหม (พี่การ์ตูน) ชื่อภาษามือ

333
00:22:08,076 --> 00:22:12,076
ภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ดูกล้องเลย

334
00:22:12,076 --> 00:22:16,076
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

335
00:22:16,083 --> 00:22:20,077
[เสียงหัวเราะ]

336
00:22:20,077 --> 00:22:24,077
(พี่การ์ตูน) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อากาศสกลฯ ฝนตก (ล่าม)

337
00:22:24,077 --> 00:22:28,076
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

338
00:22:28,076 --> 00:22:32,074
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

339
00:22:32,074 --> 00:22:36,074
ไอ้เจ้าอบ (อาจารย์สุธิรา) เจ้าอบ จันทกานต์ ((พี่การ์ตูน)

340
00:22:36,075 --> 00:22:40,075
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

341
00:22:40,078 --> 00:22:44,078

342
00:22:44,084 --> 00:22:48,084
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์สุธิรา) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

343
00:22:48,085 --> 00:22:52,079
จันทร์กานต์ก็ (พี่การ์ตูน) นิ่งเลย (อาจารย์)

344
00:22:52,079 --> 00:22:56,075
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

345
00:22:56,075 --> 00:23:00,073
แต่ละคน

346
00:23:00,073 --> 00:23:04,073
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

347
00:23:04,076 --> 00:23:08,076

348
00:23:08,083 --> 00:23:12,074
เปิดกล้อง

349
00:23:12,074 --> 00:23:16,074
(พี่การ์ตูน) โอเค จันทร์

350
00:23:16,076 --> 00:23:20,076
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

351
00:23:20,077 --> 00:23:24,077
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

352
00:23:24,081 --> 00:23:28,076
ชื่อภาษามือ

353
00:23:28,076 --> 00:23:32,075
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

354
00:23:32,075 --> 00:23:36,075
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ ชื่อภาษามือ

355
00:23:36,080 --> 00:23:40,075

356
00:23:40,075 --> 00:23:44,075
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

357
00:23:44,076 --> 00:23:48,076
(อาจารย์สุธิรา) ดูกล้องกันอยู่หรือเปล่า

358
00:23:48,077 --> 00:23:52,077
เห็นพี่การ์ตูนไหมนี่ (พี่การ์ตูน) ล่าม

359
00:23:52,089 --> 00:23:56,076
ชัดไหม หูหนวก

360
00:23:56,076 --> 00:24:00,076
หูหนวก ล่ามเห็น มีไหม ชัดไหม

361
00:24:00,078 --> 00:24:04,078
มี เห็น ชัดค่ะ ชื่อ

362
00:24:04,081 --> 00:24:08,076
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

363
00:24:08,076 --> 00:24:12,075
เสื้อเหลืองน่ะ

364
00:24:12,075 --> 00:24:16,075
คุณน่ะ ชื่อภาษามือไหน

365
00:24:16,076 --> 00:24:20,075

366
00:24:20,075 --> 00:24:24,075
ใช่ ๆ ชื่อไหน

367
00:24:24,079 --> 00:24:28,079
ชื่อนี้ใช่ไหม โอเค จันทกานต์ชื่อนี้ค่ะ

368
00:24:28,089 --> 00:24:32,077
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

369
00:24:32,077 --> 00:24:36,077
(อาจารย์สุธิรา) เคยเรียนภาษา

370
00:24:36,077 --> 00:24:40,077
ภาษาไหม (พี่การ์ตูน) ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

371
00:24:40,078 --> 00:24:44,076
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

372
00:24:44,076 --> 00:24:48,076
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

373
00:24:48,079 --> 00:24:52,079
(อาจารย์สุธิรา) กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

374
00:24:52,114 --> 00:24:56,078
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

375
00:24:56,078 --> 00:25:00,076
พร้อมจะเรียนหรือยัง

376
00:25:00,076 --> 00:25:04,076
(พี่การ์ตูน) พร้อมไหม ๆ

377
00:25:04,076 --> 00:25:08,076
โอเคค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

378
00:25:08,077 --> 00:25:12,077
(พี่การ์ตูน) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์สุธิรา) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

379
00:25:12,080 --> 00:25:16,076
เปิดวิดีโอตลอดนะ

380
00:25:16,076 --> 00:25:20,075
เพราะว่าภาพ คะแนนให้ มี

381
00:25:20,075 --> 00:25:24,075

382
00:25:24,075 --> 00:25:28,075

383
00:25:28,078 --> 00:25:32,078

384
00:25:32,087 --> 00:25:36,077
ขอโทษ ๆ

385
00:25:36,077 --> 00:25:40,077
เห็นหน้าจออยู่นะ

386
00:25:40,079 --> 00:25:44,077
คะ วิชาของเรา ก็คือ

387
00:25:44,077 --> 00:25:48,077
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ ก็คือ

388
00:25:48,079 --> 00:25:52,077
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และอังกอลิทึม

389
00:25:52,077 --> 00:25:56,077
ส่วนชื่อวิชา ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

390
00:25:56,080 --> 00:26:00,080
หลักการ ก็คือ

391
00:26:00,082 --> 00:26:04,079
เป็นความรู้เบื้องต้น

392
00:26:04,079 --> 00:26:08,079
ก่อนจะเขียนโปรแกรมนี่ เราควรจะต้องมาทำความรู้จักก่อน ว่า

393
00:26:08,097 --> 00:26:12,079
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

394
00:26:12,079 --> 00:26:16,079
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

395
00:26:16,080 --> 00:26:20,075
นะคะ

396
00:26:20,075 --> 00:26:24,075
เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ ก็คือ

397
00:26:24,085 --> 00:26:28,085
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

398
00:26:28,096 --> 00:26:32,079
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

399
00:26:32,079 --> 00:26:36,079
มีวิธีการทำงาน

400
00:26:36,083 --> 00:26:40,083
เป็นอย่างไรนะคะ หรือมีลักษณะของการทำงาน

401
00:26:40,096 --> 00:26:44,080
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์จะทำอย่างไร

402
00:26:44,080 --> 00:26:48,077
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

403
00:26:48,077 --> 00:26:52,077
นี่ มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

404
00:26:52,080 --> 00:26:56,080
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

405
00:26:56,083 --> 00:27:00,076
3 อย่าง อย่างแรก คือ

406
00:27:00,076 --> 00:27:04,076
ต้องมี Input หรือการ

407
00:27:04,098 --> 00:27:08,079
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

408
00:27:08,079 --> 00:27:12,079
เราจะเรียกตัวนี้ว่า "Input

409
00:27:12,080 --> 00:27:16,080
" มันจะต้อง Input เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

410
00:27:16,081 --> 00:27:20,078
คอมพิวเตอร์ เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

411
00:27:20,078 --> 00:27:24,078
มันจะมีแค่ 3 ขั้นตอน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

412
00:27:24,081 --> 00:27:28,081
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

413
00:27:28,082 --> 00:27:32,079
ประมวลผล Process แล้วก็แสดงผล

414
00:27:32,079 --> 00:27:36,079
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

415
00:27:36,080 --> 00:27:40,078
มี Process แล้วก็ Output

416
00:27:40,078 --> 00:27:44,076
คืออะไร เด็ก ๆ

417
00:27:44,076 --> 00:27:48,076
บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

418
00:27:48,090 --> 00:27:52,090
นะคะ คือ เขาต้องทำตามขั้นตอน

419
00:27:52,106 --> 00:27:56,082
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

420
00:27:56,082 --> 00:28:00,077
เรียงตั้งแต่ Input ไปก่อนเลย Input

421
00:28:00,077 --> 00:28:04,077
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้

422
00:28:04,079 --> 00:28:08,079
ว Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

423
00:28:08,080 --> 00:28:12,079
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

424
00:28:12,079 --> 00:28:16,079
เพื่อให้คอมพิวเตอร์นี่ รับข้อมูลเข้าไป

425
00:28:16,081 --> 00:28:20,076
เป็นการสั่งงาน ก็คอมพิวเตอร์นั่นเอง

426
00:28:20,076 --> 00:28:24,076
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

427
00:28:24,077 --> 00:28:28,077
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

428
00:28:28,083 --> 00:28:32,083
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

429
00:28:32,084 --> 00:28:36,077
มาทำการประมวลผล ประมวลผล ก็คืิอมคือ

430
00:28:36,077 --> 00:28:40,077
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

431
00:28:40,083 --> 00:28:44,079
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจะทำ ทำตามคำสั่ง

432
00:28:44,079 --> 00:28:48,078
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

433
00:28:48,078 --> 00:28:52,078
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

434
00:28:52,081 --> 00:28:56,077
ก็คือแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

435
00:28:56,077 --> 00:29:00,077
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

436
00:29:00,077 --> 00:29:04,077
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิมใหม่ ก็คือถ้าเรา

437
00:29:04,077 --> 00:29:08,077
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่อย่างนี้

438
00:29:08,080 --> 00:29:12,080
นะคะ ก็คือขั้นตอนเขามีแค่นี้

439
00:29:12,081 --> 00:29:16,081
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

440
00:29:16,082 --> 00:29:20,077
ทำการประมวลผลข้อมูล เสร็จแล้วก็แสดงผลของข้อมูล

441
00:29:20,077 --> 00:29:24,077
นั้นนะคะ

442
00:29:24,083 --> 00:29:28,083
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

443
00:29:28,083 --> 00:29:32,079
คอมพิวเตอร์นะคะ

444
00:29:32,079 --> 00:29:36,079
เราใช้อะไร ให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

445
00:29:36,082 --> 00:29:40,080
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

446
00:29:40,080 --> 00:29:44,080
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ ก็คือ 1. เห็นไหมคในรูป

447
00:29:44,080 --> 00:29:48,079
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

448
00:29:48,079 --> 00:29:52,079
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

449
00:29:52,085 --> 00:29:56,078
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งนั่นเอง ลงไปนั่นเอง

450
00:29:56,078 --> 00:30:00,078
นะคะ แล้วก็เมาส์ เห็นไหมคะ เมาส์

451
00:30:00,078 --> 00:30:04,078
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม ที่ใช้เมาส์ควบคุม จะใช้

452
00:30:04,083 --> 00:30:08,080
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

453
00:30:08,080 --> 00:30:12,080
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

454
00:30:12,083 --> 00:30:16,079
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

455
00:30:16,079 --> 00:30:20,077
Input Unit

456
00:30:20,077 --> 00:30:24,077
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

457
00:30:24,081 --> 00:30:28,081
, เมาส์ และมียุคใหม่มีเพิ่มมา เช่น มีเมาส์

458
00:30:29,080 --> 00:30:33,080
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

459
00:30:33,085 --> 00:30:37,081
อยู่ดี ๆ คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

460
00:30:37,081 --> 00:30:41,081
เราใช้เมาส์ปากกาวาดนะคะ เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

461
00:30:41,084 --> 00:30:45,084
หนึ่ง เด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

462
00:30:45,102 --> 00:30:49,080
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นพวกลักษณะนั้น

463
00:30:49,080 --> 00:30:53,080
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

464
00:30:53,080 --> 00:30:57,078
นะคะ

465
00:30:57,078 --> 00:31:01,078
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

466
00:31:01,081 --> 00:31:05,081
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

467
00:31:05,081 --> 00:31:09,080
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

468
00:31:09,080 --> 00:31:13,080
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

469
00:31:13,086 --> 00:31:17,080
เขาเรียกว่า "CPU" หรือ Central

470
00:31:17,080 --> 00:31:21,080
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

471
00:31:21,084 --> 00:31:25,079
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า "หน่วยความจำ

472
00:31:25,079 --> 00:31:29,079
" หรือ" เมมโมรี่ " และส่วนอีกความจำหนึ่ง

473
00:31:29,082 --> 00:31:33,082
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

474
00:31:33,084 --> 00:31:37,078
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

475
00:31:37,078 --> 00:31:41,078
มันจะมาผ่าน CPU

476
00:31:41,078 --> 00:31:45,078
CPU ทำการประมวลผล แล้วเก็บไป

477
00:31:45,088 --> 00:31:49,082
อยู่ในหน่วยความจำที่จะมันจะก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

478
00:31:49,082 --> 00:31:53,081
นะคะ ตัวนี้

479
00:31:53,081 --> 00:31:57,081
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

480
00:31:57,083 --> 00:32:01,080
นะคะ เมื่อทำการ

481
00:32:01,080 --> 00:32:05,078
ประมวลผลข้อมูลเสร็จนะคะ คอมพิวเตอร์

482
00:32:05,078 --> 00:32:09,078
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

483
00:32:09,084 --> 00:32:13,080
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ เห็นไหมคะ

484
00:32:13,080 --> 00:32:17,080
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ

485
00:32:17,081 --> 00:32:21,081
หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

486
00:32:21,081 --> 00:32:25,081
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

487
00:32:25,088 --> 00:32:29,087
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

488
00:32:29,087 --> 00:32:33,080
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

489
00:32:33,080 --> 00:32:37,080
ไม่แสดง ก็ยังสามารถเก็บไว้

490
00:32:37,088 --> 00:32:41,079
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

491
00:32:41,079 --> 00:32:45,079
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

492
00:32:45,083 --> 00:32:49,083
ก็คือฮาร์ดดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

493
00:32:49,085 --> 00:32:53,085
ใน CD อย่างนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

494
00:32:53,086 --> 00:32:57,081
"แผ่นดิสก์" เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

495
00:32:57,081 --> 00:33:01,081
Handy Drive

496
00:33:01,083 --> 00:33:05,078
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดร

497
00:33:05,078 --> 00:33:09,078
ฟ์ เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้ แต่ล่าสุด

498
00:33:09,080 --> 00:33:13,080
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

499
00:33:13,084 --> 00:33:17,084
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้ คอมพิวเตอร์จะต้อง

500
00:33:17,089 --> 00:33:21,089
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน ก็คือมันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

501
00:33:21,091 --> 00:33:25,080
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

502
00:33:25,080 --> 00:33:29,079
นะคะ รับมาเสร็จ ประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

503
00:33:29,079 --> 00:33:33,079
นะคะ

504
00:33:33,085 --> 00:33:37,082
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้ว ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

505
00:33:37,082 --> 00:33:41,081
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

506
00:33:41,081 --> 00:33:45,078
ก็คือตัวเรานี่ทำงานอย่างไร

507
00:33:45,078 --> 00:33:49,078
ถ้าเป็นคน ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

508
00:33:49,079 --> 00:33:53,079
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

509
00:33:53,084 --> 00:33:57,079
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือตา

510
00:33:57,079 --> 00:34:01,079
, หู, จมูก

511
00:34:01,083 --> 00:34:05,083
, มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

512
00:34:05,086 --> 00:34:09,079
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

513
00:34:09,079 --> 00:34:13,079
เหมือนเด็กหูฯ นี่ เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

514
00:34:13,081 --> 00:34:17,081
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

515
00:34:17,099 --> 00:34:21,079
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

516
00:34:21,079 --> 00:34:25,078
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

517
00:34:25,078 --> 00:34:29,078
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

518
00:34:29,083 --> 00:34:33,080
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

519
00:34:33,080 --> 00:34:37,079
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

520
00:34:37,079 --> 00:34:41,079
การได้กลิ่น จมูก จมูก

521
00:34:41,079 --> 00:34:45,079
นั่นเองนะคะ วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

522
00:34:45,079 --> 00:34:49,079
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

523
00:34:49,080 --> 00:34:53,080
, กลิ่นหอม นะคะ

524
00:34:53,081 --> 00:34:57,081
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

525
00:34:57,086 --> 00:35:01,081
มันก็มีเหม็นกับหอมใช่ไหม กลิ่นตุ ๆ

526
00:35:01,081 --> 00:35:05,081
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

527
00:35:05,082 --> 00:35:09,082
นะคะ นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

528
00:35:09,093 --> 00:35:13,088
นะคะ การสัมผัส ก็คือมือ

529
00:35:13,088 --> 00:35:17,088
เหมือนเด็กตา มองไม่เห็นแต่ใช้มือ

530
00:35:17,094 --> 00:35:21,080
สัมผัสได้ใช่ไหมคะ สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

531
00:35:21,080 --> 00:35:25,080
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

532
00:35:25,084 --> 00:35:29,080
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ

533
00:35:29,080 --> 00:35:33,079
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

534
00:35:33,079 --> 00:35:37,079
เรารับข้อมูลผ่านปาก ก็คือรู้รส

535
00:35:37,089 --> 00:35:41,084
เผ็ด, เปรี้ยว, หวาน, มัน, เค็ม

536
00:35:41,084 --> 00:35:45,083
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

537
00:35:45,083 --> 00:35:49,082
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กอยากรู้รส

538
00:35:49,082 --> 00:35:53,082
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

539
00:35:53,082 --> 00:35:57,082
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะ

540
00:35:57,084 --> 00:36:01,083
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยิน แต่จะ

541
00:36:01,083 --> 00:36:05,079
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะมองภาพแล้วจดจำจะใช้

542
00:36:05,079 --> 00:36:09,079
สายตา ส่วนเด็กตา

543
00:36:09,079 --> 00:36:13,079
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

544
00:36:13,080 --> 00:36:17,080
สัมผัสได้ชัดเจน

545
00:36:17,131 --> 00:36:21,094
แล้วรู้ได้ว่าของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

546
00:36:21,094 --> 00:36:25,081
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

547
00:36:25,081 --> 00:36:29,081
เห็นไหม ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

548
00:36:29,082 --> 00:36:33,082
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

549
00:36:33,093 --> 00:36:37,080
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่ของคนน

550
00:36:37,080 --> 00:36:41,080
ี่ไม่ต้องป้อน เช่น บางที เหมือนเราเดินไป

551
00:36:41,085 --> 00:36:45,080
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

552
00:36:45,080 --> 00:36:49,080
ไปเที่ยวอย่างนี้

553
00:36:49,080 --> 00:36:53,080
นะคะ สิ่งที่เรารับ ก็คือข้อมูลที่เราเห็นใช่ไหมคะ

554
00:36:53,081 --> 00:36:57,080
แต่บางคนได้ยินด้วย

555
00:36:57,080 --> 00:37:01,080
มีเสียงอย่างนั้น ฝ่านตรงนั้นมีเสียงอย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

556
00:37:01,085 --> 00:37:05,084
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

557
00:37:05,084 --> 00:37:09,080
มองไม่เห็น แต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

558
00:37:09,080 --> 00:37:13,080
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

559
00:37:13,080 --> 00:37:17,079
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

560
00:37:17,079 --> 00:37:21,079
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

561
00:37:21,097 --> 00:37:25,082
ทีนี้ เรามาดูการประมวลผล

562
00:37:25,082 --> 00:37:29,081
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

563
00:37:29,081 --> 00:37:33,079
อย่างไรนะคะ

564
00:37:33,079 --> 00:37:37,079
ของคนนี่ แยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

565
00:37:37,082 --> 00:37:41,082
การประมวลผลของคนนี่ แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

566
00:37:41,082 --> 00:37:45,080
แยกเป็นส่วนของความรู้ แล้วก็แยกเป็นส่วน

567
00:37:45,080 --> 00:37:49,080
ของความจำ ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

568
00:37:49,081 --> 00:37:53,081
นะคะ การประมวลผลในการ

569
00:37:53,085 --> 00:37:57,083
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับข้อมูลตัวเลข หรือสถิติ

570
00:37:57,083 --> 00:38:01,081
นะคะ สำหรับคนนะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

571
00:38:01,081 --> 00:38:05,081
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

572
00:38:05,082 --> 00:38:09,082
นั่นก็คือความรู้

573
00:38:09,093 --> 00:38:13,082
ที่เราไปเรียน หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

574
00:38:13,082 --> 00:38:17,082
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรือเดี๋ยวนี้

575
00:38:17,084 --> 00:38:21,082
เด็กยุคใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

576
00:38:21,082 --> 00:38:25,082
ส่วนใหญ่จะเป็นดู YouTube ใช่ไหม

577
00:38:25,089 --> 00:38:29,083
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูย

578
00:38:29,083 --> 00:38:33,083
ูทูบกัน นั่นก็เป็นความรู้ที่ได้จาก

579
00:38:33,094 --> 00:38:37,081
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

580
00:38:37,081 --> 00:38:41,080
นะคะ เช่น การดู, การฟัง, การกิน

581
00:38:41,080 --> 00:38:45,080
, การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

582
00:38:45,081 --> 00:38:49,081
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

583
00:38:49,086 --> 00:38:53,086
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

584
00:38:53,086 --> 00:38:57,081
มันจะบันทึกอัตโนมัติ สมอง

585
00:38:57,081 --> 00:39:01,081
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่ ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้

586
00:39:01,081 --> 00:39:05,081
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

587
00:39:05,081 --> 00:39:09,081
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

588
00:39:09,082 --> 00:39:13,082
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

589
00:39:13,083 --> 00:39:17,083
ความจำจะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

590
00:39:17,086 --> 00:39:21,079
ความจำที่ดีที่สุด

591
00:39:21,079 --> 00:39:25,079
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

592
00:39:25,083 --> 00:39:29,080
ฝึกซ้ำ ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

593
00:39:29,080 --> 00:39:33,080
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

594
00:39:33,093 --> 00:39:37,082
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

595
00:39:37,082 --> 00:39:41,082
ถ้าเด็ก ๆ ไม่พยายามฝึก นึกออกนะคะ

596
00:39:41,095 --> 00:39:45,080
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือทำ

597
00:39:45,080 --> 00:39:49,080
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ นี่ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

598
00:39:49,095 --> 00:39:53,082
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ นั่นก็คือการกระทำ

599
00:39:53,082 --> 00:39:57,080
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

600
00:39:57,080 --> 00:40:01,080
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

601
00:40:01,084 --> 00:40:05,080
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

602
00:40:05,080 --> 00:40:09,080
พอจำได้ใช่ไหม ไม่มีใคร เหมือนที่เมื่อ

603
00:40:09,082 --> 00:40:13,082
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

604
00:40:13,092 --> 00:40:17,086
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

605
00:40:17,086 --> 00:40:21,085
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นอะไร เรามาเรียนรู้

606
00:40:21,085 --> 00:40:25,080
ได้นะคะ เรียนแล้ว เราทำอะไร

607
00:40:25,080 --> 00:40:29,080
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ เราฝึกปกฏิบัติ

608
00:40:29,081 --> 00:40:33,080
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

609
00:40:33,080 --> 00:40:37,080
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

610
00:40:37,081 --> 00:40:41,079
นะคะ เขียนโน้ต

611
00:40:41,079 --> 00:40:45,079
พยายามเขียนโน้ต โน้ตไว้ด้วย

612
00:40:45,080 --> 00:40:49,080
คำสั่งคำสั่งอะไร 1. หัดจดด้วย

613
00:40:49,081 --> 00:40:53,081
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ คือ

614
00:40:53,081 --> 00:40:57,081
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

615
00:40:57,082 --> 00:41:01,081
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

616
00:41:01,081 --> 00:41:05,081
ใช่ไหมคะ ทีนี้ แต่ทีนี้สไลด์เรา

617
00:41:05,084 --> 00:41:09,081
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ คว

618
00:41:09,081 --> 00:41:13,081
รทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

619
00:41:13,084 --> 00:41:17,083
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

620
00:41:17,083 --> 00:41:21,083
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้ว ความรู้ก็จะเกิดมา

621
00:41:21,084 --> 00:41:25,080
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

622
00:41:25,080 --> 00:41:29,080
เด็กหูฯ นะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

623
00:41:29,081 --> 00:41:33,081
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

624
00:41:33,090 --> 00:41:37,082
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะเด็ก ๆ

625
00:41:37,082 --> 00:41:41,081
ไม่เข้าใจต้องถาม

626
00:41:41,081 --> 00:41:45,081
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

627
00:41:45,096 --> 00:41:49,087
คุยได้ ไปไม่ทันให้ยกมือนะคะ

628
00:41:49,087 --> 00:41:53,081
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

629
00:41:53,081 --> 00:41:57,081
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

630
00:41:57,086 --> 00:42:01,086
การประมวลผลของมนุษย์ มันจะเกิดอยู่ 3 ส่วน

631
00:42:01,096 --> 00:42:05,081
ก็คือเป็นเกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

632
00:42:05,081 --> 00:42:09,081
ส่วนของความรู้ แล้วก็ส่วนของความจำ

633
00:42:09,084 --> 00:42:13,084
ทีนี้ มาดู แล้วการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

634
00:42:13,092 --> 00:42:17,083

635
00:42:17,083 --> 00:42:21,083
เมื่อกี้ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

636
00:42:21,090 --> 00:42:25,080
1. ใช้การพูดออกมา

637
00:42:25,080 --> 00:42:29,080
เหมือนที่แม่ถามนะ

638
00:42:29,081 --> 00:42:33,080
ใคร...

639
00:42:33,080 --> 00:42:37,080
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

640
00:42:37,084 --> 00:42:41,084
แต่ใช้วิธี ก็คือถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแช

641
00:42:41,097 --> 00:42:45,083
ต ถ้าสมัยก่อน ก็คือการเขียน

642
00:42:45,083 --> 00:42:49,083
ถ้าสมัยนี้มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

643
00:42:49,084 --> 00:42:53,084
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

644
00:42:53,085 --> 00:42:57,083
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

645
00:42:57,083 --> 00:43:01,081
เช่น เด็กหูฯ เด็กหูฯ พูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

646
00:43:01,081 --> 00:43:05,081
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

647
00:43:05,081 --> 00:43:09,081
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

648
00:43:09,095 --> 00:43:13,081
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

649
00:43:13,081 --> 00:43:17,081
จำทำให้คนอื่นรู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

650
00:43:17,082 --> 00:43:21,082
สมมติเมื่อเช้า เดี๋ยวจะถามดูนะคะ

651
00:43:21,084 --> 00:43:25,084
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

652
00:43:25,086 --> 00:43:29,080
ตัวเองเป็นมนุษย์แล

653
00:43:29,080 --> 00:43:33,080
้ว ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

654
00:43:33,103 --> 00:43:37,080
ดูกันนะคะทุกคน

655
00:43:37,080 --> 00:43:41,080
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

656
00:43:41,083 --> 00:43:45,083

657
00:43:45,090 --> 00:43:49,081
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

658
00:43:49,081 --> 00:43:53,081
ลองตอบ พิมพ์ตอบมาค่ะ

659
00:43:53,082 --> 00:43:57,082
พิมพ์ตอบมาทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเข้ากินเมื่อเช้า

660
00:43:57,084 --> 00:44:01,082
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

661
00:44:01,082 --> 00:44:05,081
ยังไม่ได้ทาน

662
00:44:05,081 --> 00:44:09,081
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

663
00:44:09,101 --> 00:44:13,081
เดี๋ยวจะได้มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

664
00:44:13,081 --> 00:44:17,081
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

665
00:44:17,084 --> 00:44:21,084
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

666
00:44:21,085 --> 00:44:25,083
แซบบ่

667
00:44:25,083 --> 00:44:29,083
อร่อยไหมเดชาพล

668
00:44:29,095 --> 00:44:33,083
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

669
00:44:33,083 --> 00:44:37,082
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

670
00:44:37,082 --> 00:44:41,082
เดชาพลได้ยินไหมครับ

671
00:44:41,085 --> 00:44:45,085
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

672
00:44:45,090 --> 00:44:49,084
ได้ยินอยู่ รสชาติเป็นอย่างไร รสชาติเป็นอมาม่าเกาหลี

673
00:44:49,084 --> 00:44:53,084
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

674
00:44:53,099 --> 00:44:57,094
รสเผ็ดครับ สีดำ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ รสเผ็ด

675
00:44:57,094 --> 00:45:01,084
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

676
00:45:01,084 --> 00:45:05,084
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

677
00:45:05,089 --> 00:45:09,083
แสดงว่าเดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

678
00:45:09,083 --> 00:45:13,083
ข้าวมันไก่ สันติภาพ ข้าวมันไก่

679
00:45:13,085 --> 00:45:17,083

680
00:45:17,083 --> 00:45:21,083
ไปซื้อจากไหน ซื้อจากไหนสันติภาพ

681
00:45:21,093 --> 00:45:25,083
(นักศึกษาชาย) ไปซื้อที่โรงอาหาร

682
00:45:25,083 --> 00:45:29,083
ทานตะวันครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

683
00:45:29,095 --> 00:45:33,083
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

684
00:45:33,083 --> 00:45:37,081
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

685
00:45:37,081 --> 00:45:41,081
าชาย) เดินไปครับ (อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

686
00:45:41,083 --> 00:45:45,082
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

687
00:45:45,082 --> 00:45:49,082
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

688
00:45:49,099 --> 00:45:53,081
ความจำ สันติภาพ

689
00:45:53,081 --> 00:45:57,081
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

690
00:45:57,084 --> 00:46:01,082
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

691
00:46:01,082 --> 00:46:05,082
มีร้านข้าวแกง (อาจารย์สุธิรา) มีร้านข้าวแกง

692
00:46:05,083 --> 00:46:09,083
มีอะไรอีกลูร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

693
00:46:09,087 --> 00:46:13,084
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

694
00:46:13,084 --> 00:46:17,084
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

695
00:46:17,085 --> 00:46:21,085
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

696
00:46:21,091 --> 00:46:25,083
ใครพาไป หรือใครบอก

697
00:46:25,083 --> 00:46:29,083
ตอนแรกน่ะ (นักศึกษาชาย) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

698
00:46:29,086 --> 00:46:33,086
(อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

699
00:46:33,102 --> 00:46:37,091
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์สุธิรา)

700
00:46:37,091 --> 00:46:41,087
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

701
00:46:41,087 --> 00:46:45,082
(อาจารย์) โอเค คนอื่นต่อ

702
00:46:45,082 --> 00:46:49,082
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

703
00:46:49,083 --> 00:46:53,083
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

704
00:46:53,083 --> 00:46:57,083
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

705
00:46:57,084 --> 00:47:01,084
ยัง นพกิต

706
00:47:01,086 --> 00:47:05,085
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

707
00:47:05,085 --> 00:47:09,085
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

708
00:47:09,085 --> 00:47:13,085
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรือ

709
00:47:13,086 --> 00:47:17,082
ใครทำให้กิน

710
00:47:17,082 --> 00:47:21,082
อร่อยไหม อร่อยไหม

711
00:47:21,082 --> 00:47:25,082
อร่อย

712
00:47:25,084 --> 00:47:29,084

713
00:47:29,084 --> 00:47:33,084
คนอื่น ส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

714
00:47:33,086 --> 00:47:37,085

715
00:47:37,085 --> 00:47:41,084
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

716
00:47:41,084 --> 00:47:45,084
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมน

717
00:47:45,085 --> 00:47:49,082
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49,082 --> 00:47:53,082

719
00:47:53,082 --> 00:47:57,082
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

720
00:47:57,085 --> 00:48:01,082
วริษาก็ยังไม่ได้กิน

721
00:48:01,082 --> 00:48:05,082

722
00:48:05,083 --> 00:48:09,083
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

723
00:48:09,084 --> 00:48:13,082
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

724
00:48:13,082 --> 00:48:17,082

725
00:48:17,083 --> 00:48:21,083

726
00:48:21,096 --> 00:48:25,082

727
00:48:25,082 --> 00:48:29,082

728
00:48:29,082 --> 00:48:33,082

729
00:48:33,084 --> 00:48:37,082
ตื่นสาย

730
00:48:37,082 --> 00:48:41,082
วริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

731
00:48:41,098 --> 00:48:45,087

732
00:48:45,087 --> 00:48:49,085
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญลักษณ์ก็ได้

733
00:48:49,085 --> 00:48:53,082
ธัญลักษธ

734
00:48:53,082 --> 00:48:57,082
อยู่หอ หันหนีตลอดเลย ลูก

735
00:48:57,085 --> 00:49:01,085
หันหนีกล้องตลอดเลย ลูกฉัน

736
00:49:01,085 --> 00:49:05,083
ฮัลโหล อยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

737
00:49:05,083 --> 00:49:09,083
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

738
00:49:09,083 --> 00:49:13,083
มันดูอะไร

739
00:49:13,091 --> 00:49:17,082

740
00:49:17,082 --> 00:49:21,082
(พี่อ๊ด) อาจารย์คะ พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

741
00:49:21,093 --> 00:49:25,093
ธัญลักษณ์น่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

742
00:49:25,115 --> 00:49:29,085
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

743
00:49:29,085 --> 00:49:33,085
เห็นไหมคะ (พี่อี๊ด) ไม่เห็นน่ะค่ะ

744
00:49:33,085 --> 00:49:37,084
เห็นแต่วริษา

745
00:49:37,084 --> 00:49:41,084
(อาจารย์สุธิรา) น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

746
00:49:41,084 --> 00:49:45,084
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

747
00:49:45,099 --> 00:49:49,083
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (อาจารย์สุธิรา)

748
00:49:49,083 --> 00:49:53,083
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

749
00:49:53,090 --> 00:49:57,083
โน๊ทตบุคน่ะค่ะ

750
00:49:57,083 --> 00:50:01,083
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

751
00:50:01,087 --> 00:50:05,082
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

752
00:50:05,082 --> 00:50:09,082
จันทกานต์ เจ้าอบ ๆ

753
00:50:09,088 --> 00:50:13,085
ตื่นสาย นอน

754
00:50:13,085 --> 00:50:17,085
นอนดึกหรือ ทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

755
00:50:17,107 --> 00:50:21,083

756
00:50:21,083 --> 00:50:25,083

757
00:50:25,083 --> 00:50:29,083
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

758
00:50:29,107 --> 00:50:33,107
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

759
00:50:33,108 --> 00:50:37,096
ยากเหมือนกัน

760
00:50:37,096 --> 00:50:41,087
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

761
00:50:41,087 --> 00:50:45,085
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

762
00:50:45,085 --> 00:50:49,085
เขาด้วยน่ะ เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

763
00:50:49,086 --> 00:50:53,086
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (พี่อี๊ด) หนูเห็นวริษา

764
00:50:53,094 --> 00:50:57,085
ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ ๆ ไม่เป็นิไรค่ะ

765
00:50:57,085 --> 00:51:01,085
ปิดกล้องอีก

766
00:51:01,086 --> 00:51:05,086
ภากร

767
00:51:05,099 --> 00:51:09,086
ณ์ (พี่อี๊ด) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

768
00:51:09,086 --> 00:51:13,086
ภากรณ์ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

769
00:51:13,089 --> 00:51:17,084
หายไปไหนแล้ว Hello

770
00:51:17,084 --> 00:51:21,083

771
00:51:21,083 --> 00:51:25,083
ภากรณ์หายไปแล้ว

772
00:51:25,086 --> 00:51:29,086
ไปกินข้าวหรือไง ถามว่ากินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

773
00:51:29,086 --> 00:51:33,083

774
00:51:33,083 --> 00:51:37,083
ยว ไม่เป็นอะไรนะคะ

775
00:51:37,084 --> 00:51:41,083
เดี๋ยวไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

776
00:51:41,083 --> 00:51:45,083

777
00:51:45,083 --> 00:51:49,083
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือเป็นการแสดงผลลัพธ์

778
00:51:49,085 --> 00:51:53,083
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

779
00:51:53,083 --> 00:51:57,083
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

780
00:51:57,105 --> 00:52:01,086
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

781
00:52:01,086 --> 00:52:05,086
มา ว่า... บางคนตอบว่ายังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

782
00:52:05,086 --> 00:52:09,086
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

783
00:52:09,090 --> 00:52:13,087
เหมือนสันติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

784
00:52:13,087 --> 00:52:17,084
ไปซื้อที่ไหนนะคะ แล้วรู้ได้อย่างไร

785
00:52:17,084 --> 00:52:21,084
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี

786
00:52:21,085 --> 00:52:25,084
่มีความจำ มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

787
00:52:25,084 --> 00:52:29,084
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

788
00:52:29,087 --> 00:52:33,087
โรงอาหารอยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร เพราะเพื่อนพาไป

789
00:52:33,090 --> 00:52:37,083
เขาก็จำได้ เขามีความรู้

790
00:52:37,083 --> 00:52:41,083
นั่นก็คือในส่วนของคน

791
00:52:41,087 --> 00:52:45,087
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

792
00:52:45,087 --> 00:52:49,087
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

793
00:52:49,096 --> 00:52:53,085
ของคนกับคอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ คนทำงาน

794
00:52:53,085 --> 00:52:57,084
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู

795
00:52:57,084 --> 00:53:01,084
, จมูก, ปาก แล้วก็มือนะคะ

796
00:53:01,092 --> 00:53:05,087
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

797
00:53:05,087 --> 00:53:09,086
ผ่านอะไร ผ่านคีย์บอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

798
00:53:09,086 --> 00:53:13,084
อุปกรณ์ที่สำหรับ

799
00:53:13,084 --> 00:53:17,084
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

800
00:53:17,093 --> 00:53:21,087
หรือ Process ถ้าเป็นคน ก็คือใช้สมองในการ

801
00:53:21,087 --> 00:53:25,084
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

802
00:53:25,084 --> 00:53:29,084
ก็คือ CPU นั่นเองนะคะ

803
00:53:29,085 --> 00:53:33,085
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

804
00:53:33,086 --> 00:53:37,085
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

805
00:53:37,085 --> 00:53:41,085
ก็คือต้องมีสมองเพื่อใช้ในการประมวลผล แล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

806
00:53:41,086 --> 00:53:45,086
เพื่อเก็บข้อมูล เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

807
00:53:45,087 --> 00:53:49,086
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

808
00:53:49,086 --> 00:53:53,086
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุค ตามสมัย

809
00:53:53,089 --> 00:53:57,088
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

810
00:53:57,088 --> 00:54:01,088
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

811
00:54:01,098 --> 00:54:05,095
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด, วิธีอ่าน

812
00:54:05,095 --> 00:54:09,095
, วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

813
00:54:09,102 --> 00:54:13,089
หรือท่าทางนั่นเองนะคะ เหมือนเด็กหู

814
00:54:13,089 --> 00:54:17,086
ฯ พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ ก็ใช้ภาษามือ

815
00:54:17,086 --> 00:54:21,086
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

816
00:54:21,100 --> 00:54:25,087
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

817
00:54:25,087 --> 00:54:29,087
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

818
00:54:29,091 --> 00:54:33,086
หรือถ้ายังไม่แสดง เก็บไว้ก็ได้ คเก็บไว้

819
00:54:33,086 --> 00:54:37,084
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

820
00:54:37,084 --> 00:54:41,084
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

821
00:54:41,087 --> 00:54:45,087
ทีนี้เราจะทำให้คอมพิวเตอร์

822
00:54:45,093 --> 00:54:49,085
ทำงานได้ โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

823
00:54:49,085 --> 00:54:53,085
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

824
00:54:53,087 --> 00:54:57,085
ปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

825
00:54:57,085 --> 00:55:01,085

826
00:55:01,085 --> 00:55:05,085
อยู่เขียนเลยไม่ได้นะ บอกแล้วคอมพิวเตอร์อย ๆ ทำเอง

827
00:55:05,095 --> 00:55:09,085
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

828
00:55:09,085 --> 00:55:13,085
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

829
00:55:13,088 --> 00:55:17,084
หลักในการเขียนโปรแกรม

830
00:55:17,084 --> 00:55:21,084
หรือพัฒนาโปรแกรมมี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

831
00:55:21,088 --> 00:55:25,084
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

832
00:55:25,084 --> 00:55:29,084
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้

833
00:55:29,087 --> 00:55:33,084
สั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำงานเลยไม่ได้

834
00:55:33,084 --> 00:55:37,084
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

835
00:55:37,086 --> 00:55:41,086
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

836
00:55:41,089 --> 00:55:45,089
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับ

837
00:55:45,089 --> 00:55:49,089
Notebook หรือ Tablet

838
00:55:49,095 --> 00:55:53,091
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

839
00:55:53,091 --> 00:55:57,085
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

840
00:55:57,085 --> 00:56:01,085
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

841
00:56:01,092 --> 00:56:05,092
เห็นไหมคะ ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

842
00:56:05,101 --> 00:56:09,085
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

843
00:56:09,085 --> 00:56:13,085
ใช่ไหม นั่นก็คือการรับข้อมูล

844
00:56:13,089 --> 00:56:17,087
ของมือถือนี่ จะมีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

845
00:56:17,087 --> 00:56:21,087
นะคะ แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

846
00:56:21,093 --> 00:56:25,086
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

847
00:56:25,086 --> 00:56:29,086
มาดู ขั้นแรก วางแผน

848
00:56:29,103 --> 00:56:33,092
ต้องวางแผนให้มันก่อนว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

849
00:56:33,092 --> 00:56:37,085
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

850
00:56:37,085 --> 00:56:41,085
มีแผนเสร็จทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

851
00:56:41,094 --> 00:56:45,084
แผนจะเกิดจากไหน

852
00:56:45,084 --> 00:56:49,084
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

853
00:56:49,089 --> 00:56:53,089
นะคะ ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่

854
00:56:53,093 --> 00:56:57,087
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

855
00:56:57,087 --> 00:57:01,087
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

856
00:57:01,112 --> 00:57:05,091
เพื่อพัฒนาระบบ หรือไปแก้ปัญหา

857
00:57:05,091 --> 00:57:09,084
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

858
00:57:09,084 --> 00:57:13,084
อะไรอย่างนี้ จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

859
00:57:13,085 --> 00:57:17,085
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

860
00:57:17,112 --> 00:57:21,098
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

861
00:57:21,098 --> 00:57:25,088
ออกมาแล้ว ว่าปัญหาอที่ได้เป็นอย่างไร

862
00:57:25,088 --> 00:57:29,088
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

863
00:57:29,111 --> 00:57:33,100
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

864
00:57:33,100 --> 00:57:37,093
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

865
00:57:37,093 --> 00:57:41,084
นะคะ เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

866
00:57:41,084 --> 00:57:45,084
เราก็มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

867
00:57:45,093 --> 00:57:49,083
การพัฒนาโปรแกรมนี่

868
00:57:49,083 --> 00:57:53,083
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

869
00:57:53,088 --> 00:57:57,088
ก็คือ 1. ขั้นตอนของการเขียน เห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

870
00:57:57,089 --> 00:58:01,087
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

871
00:58:01,087 --> 00:58:05,087
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

872
00:58:05,091 --> 00:58:09,087
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบั

873
00:58:09,087 --> 00:58:13,087
ก เห็นไหมคะ ก็คือเราจะต้อง Coding

874
00:58:13,091 --> 00:58:17,084
ให้ Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

875
00:58:17,084 --> 00:58:21,084
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

876
00:58:21,087 --> 00:58:25,087
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมปุ๊บ แล้ว

877
00:58:25,111 --> 00:58:29,083
จะไม่มี Bug ไม่มี Debuging น่ะ

878
00:58:29,083 --> 00:58:33,083
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

879
00:58:33,099 --> 00:58:37,086
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอนะคะ มันจะต้องมี Debugging เสมอ

880
00:58:37,086 --> 00:58:41,085
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

881
00:58:41,085 --> 00:58:45,085
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

882
00:58:45,094 --> 00:58:49,086
อย่างนี้นะคะ และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

883
00:58:49,086 --> 00:58:53,085
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลาดนี่

884
00:58:53,085 --> 00:58:57,085
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อนนะคะ ว่าก็ต้องไปดู

885
00:58:57,090 --> 00:59:01,085
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding

886
00:59:01,085 --> 00:59:05,085
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

887
00:59:05,100 --> 00:59:09,095
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

888
00:59:09,095 --> 00:59:13,084
นำไปใช้งานได้นี่ มันจะอยู่... พอใช้ ๆ ไป

889
00:59:13,084 --> 00:59:17,084
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

890
00:59:17,084 --> 00:59:21,084
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

891
00:59:21,102 --> 00:59:25,086
การ... การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

892
00:59:25,086 --> 00:59:29,086
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมมันก็จะเป็น เช่น

893
00:59:29,086 --> 00:59:33,086
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการอัปเดตเพิ่มข้

894
00:59:33,089 --> 00:59:37,089
อมูล เหมือนวิก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

895
00:59:37,090 --> 00:59:41,084
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

896
00:59:41,084 --> 00:59:45,082
บางทีทุกเดือนบางที

897
00:59:45,082 --> 00:59:49,082
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

898
00:59:49,083 --> 00:59:53,083
อัปเดตที นั่นก็คือการมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

899
00:59:53,085 --> 00:59:57,084
มันจะมีการอัปเดตออกมา

900
00:59:57,084 --> 01:00:01,084
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

901
01:00:01,094 --> 01:00:05,093
นะคะ

902
01:00:05,093 --> 01:00:09,090
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

903
01:00:09,090 --> 01:00:13,088
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักในการเขียนโปร

904
01:00:13,088 --> 01:00:17,088
แกรมของเรานั่นเอง ทีนี้ในส่วนของ

905
01:00:17,089 --> 01:00:21,086
การพัฒนาโปรแกรม

906
01:00:21,086 --> 01:00:25,086
นะคะ เรามาดูรายละเอียดมันว่า Planning นี่

907
01:00:25,086 --> 01:00:29,086
นะคะ เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

908
01:00:29,112 --> 01:00:33,085
ก็คือการวางแผนนะคะ

909
01:00:33,085 --> 01:00:37,085
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

910
01:00:37,090 --> 01:00:41,087
ก็คือเราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

911
01:00:41,087 --> 01:00:45,087
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะคะ

912
01:00:45,090 --> 01:00:49,086
คือ เราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

913
01:00:49,086 --> 01:00:53,086
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

914
01:00:53,088 --> 01:00:57,088
เห็นไหมคะ ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

915
01:00:57,095 --> 01:01:01,095
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

916
01:01:01,097 --> 01:01:05,091
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เพราะอะไร เราต้องไปดูก่อนว่า

917
01:01:05,091 --> 01:01:09,087
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

918
01:01:09,087 --> 01:01:13,087
หลัก ๆ ก็คือ 1. เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

919
01:01:13,090 --> 01:01:17,090
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

920
01:01:17,101 --> 01:01:21,093
เท่านั้น เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

921
01:01:21,093 --> 01:01:25,093
ได้ เมื่อ Testing ไม่ได้ เราก็มา Debug

922
01:01:26,095 --> 01:01:30,091
ging ไม่ได้ เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

923
01:01:30,091 --> 01:01:34,091
ถึงได้บอกว่า เราจะ

924
01:01:34,095 --> 01:01:38,095
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

925
01:01:38,103 --> 01:01:42,093
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

926
01:01:42,093 --> 01:01:46,091
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

927
01:01:46,091 --> 01:01:50,089
เป็นความรู้ ความจำแล้ว อันนั้นน่ะ

928
01:01:50,089 --> 01:01:54,089
นะคะ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

929
01:01:54,095 --> 01:01:58,091
ใช้วิธีเขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ ก็คือเราต้องมาดูว่าเรามี

930
01:01:58,091 --> 01:02:02,091
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร มีโปรแกรมอะไร เรามีอะไร

931
01:02:02,096 --> 01:02:06,094
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

932
01:02:06,094 --> 01:02:10,094
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

933
01:02:10,101 --> 01:02:14,090
มีการวางแผนนะคะ

934
01:02:14,090 --> 01:02:18,090
เสร็จแล้ววิเคราะห์ปัญหา

935
01:02:18,103 --> 01:02:22,094
เห็นไหมคะ วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

936
01:02:22,094 --> 01:02:26,091
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

937
01:02:26,091 --> 01:02:30,091
วิเคราะห์ว่าสิ่งที่เราต้องการ Input

938
01:02:30,092 --> 01:02:34,092
spcation หรือการระบุข้อมูลเข้า

939
01:02:34,097 --> 01:02:38,092
เราต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

940
01:02:38,092 --> 01:02:42,092
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

941
01:02:42,095 --> 01:02:46,095
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

942
01:02:46,095 --> 01:02:50,095
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

943
01:02:50,106 --> 01:02:54,092
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

944
01:02:54,092 --> 01:02:58,092
ส่วนของการระบุข้อมูลเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

945
01:02:58,114 --> 01:03:02,109

946
01:03:02,109 --> 01:03:06,094
นะคะ ทีนี้ เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

947
01:03:06,094 --> 01:03:10,094
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อเอาข้อมูลนี้

948
01:03:10,101 --> 01:03:14,101
เข้าไป อยากได้อะไรออกมา เห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

949
01:03:14,101 --> 01:03:18,097
ออก Input catio

950
01:03:18,097 --> 01:03:22,097
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

951
01:03:22,098 --> 01:03:26,098
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

952
01:03:26,114 --> 01:03:30,099
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

953
01:03:30,099 --> 01:03:34,099
ผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

954
01:03:34,099 --> 01:03:38,099
แสดงอะไรออกมา เห็นไหมคะ นั่นก็คือ

955
01:03:38,105 --> 01:03:42,105
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

956
01:03:42,111 --> 01:03:46,096
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

957
01:03:46,096 --> 01:03:50,096
Specfication นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

958
01:03:50,103 --> 01:03:54,099
เข้าไป ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

959
01:03:54,099 --> 01:03:58,099
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

960
01:03:58,102 --> 01:04:02,101
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

961
01:04:02,101 --> 01:04:06,097
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันประมวลผล

962
01:04:06,097 --> 01:04:10,097
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

963
01:04:10,101 --> 01:04:14,101
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

964
01:04:14,105 --> 01:04:18,105
เพราะฉะนั้น

965
01:04:18,105 --> 01:04:22,100
ก่อนเราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

966
01:04:22,100 --> 01:04:26,097
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

967
01:04:26,097 --> 01:04:30,097
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

968
01:04:30,140 --> 01:04:34,100
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

969
01:04:34,100 --> 01:04:38,100
Output แล้วก็ Process

970
01:04:38,107 --> 01:04:42,102
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

971
01:04:42,102 --> 01:04:46,098
ให้ท่องเลย คอมพิวเตอร์จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

972
01:04:46,098 --> 01:04:50,098
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาแล้ว คอมพิวเตอร์

973
01:04:50,106 --> 01:04:54,100
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

974
01:04:54,100 --> 01:04:58,098
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output นะคะ เห็นไหม Input

975
01:04:58,098 --> 01:05:02,098
Process แล้วก็ Output ออกมา

976
01:05:02,098 --> 01:05:06,098
จะต้องดูจาก Input Output

977
01:05:06,127 --> 01:05:10,099
แล้วก็ Process ขั้นตอนการวิเคราะห์จะดูอีก

978
01:05:10,099 --> 01:05:14,099
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

979
01:05:14,103 --> 01:05:18,103
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

980
01:05:18,108 --> 01:05:22,104
แล้วก็แสดงผลนะคะ ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

981
01:05:22,104 --> 01:05:26,099
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่ เราจะต้อง

982
01:05:26,099 --> 01:05:30,099
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

983
01:05:30,108 --> 01:05:34,103
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

984
01:05:34,103 --> 01:05:38,100
ทีนี้ เมื่อรู้แล้ว

985
01:05:38,100 --> 01:05:42,100
เห็นไหมคะ พอเมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

986
01:05:42,103 --> 01:05:46,103
ตัวนี้ล่ะค่ะที่จะเป็นหลัก

987
01:05:46,108 --> 01:05:50,102
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

988
01:05:50,102 --> 01:05:54,102
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรม ไม่ใช่นะคะ เราจะต้อง

989
01:05:54,102 --> 01:05:58,101
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

990
01:05:58,101 --> 01:06:02,101
ออกแบบ ไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

991
01:06:02,106 --> 01:06:06,106
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

992
01:06:06,111 --> 01:06:10,111
เราจะต้อง... หลักการ

993
01:06:10,122 --> 01:06:14,101
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ในภาษาคอมพิวเตอร์

994
01:06:14,101 --> 01:06:18,101
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

995
01:06:18,102 --> 01:06:22,102
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

996
01:06:22,102 --> 01:06:26,102
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์มมัน เมื่อถามถึง

997
01:06:26,103 --> 01:06:30,103
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

998
01:06:30,114 --> 01:06:34,103
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

999
01:06:34,103 --> 01:06:38,100
ที่เราจะเรียนนี่

1000
01:06:38,100 --> 01:06:42,100
วิธีทำมันจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

1001
01:06:42,102 --> 01:06:46,102
อัลกอริทึม แบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

1002
01:06:46,105 --> 01:06:50,105
นะคะ  Nalative Description ก็คือ

1003
01:06:50,107 --> 01:06:54,105
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1004
01:06:54,105 --> 01:06:58,104
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1005
01:06:58,104 --> 01:07:02,101
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1006
01:07:02,101 --> 01:07:06,101
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1007
01:07:06,102 --> 01:07:10,102
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1008
01:07:10,103 --> 01:07:14,102
ทีนี้ มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1009
01:07:14,102 --> 01:07:18,102
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1010
01:07:18,109 --> 01:07:22,105
Flowchart ก่อนจะเรียน

1011
01:07:22,105 --> 01:07:26,102
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1012
01:07:26,102 --> 01:07:30,102
อัลกอริทึม

1013
01:07:30,115 --> 01:07:34,105
Flowchat อันดับสุดท้าย หรือรหัสจำลอง

1014
01:07:34,105 --> 01:07:38,104
มันจะอ่านว่าซูโดโค้ด

1015
01:07:38,104 --> 01:07:42,102
มาดูในส่วนของ Flowchart

1016
01:07:42,102 --> 01:07:46,102
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1017
01:07:46,106 --> 01:07:50,103
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1018
01:07:50,103 --> 01:07:54,103
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1019
01:07:54,103 --> 01:07:58,103
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1020
01:07:58,125 --> 01:08:02,111
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1021
01:08:02,111 --> 01:08:06,104
และตัวต่อมา

1022
01:08:06,104 --> 01:08:10,104
Psue Code ซูโด้โค้ดตัวนี้

1023
01:08:10,110 --> 01:08:14,107
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1024
01:08:14,107 --> 01:08:18,106
นะคะ จะเป็นคำ ข้อความนี่

1025
01:08:18,106 --> 01:08:22,103
ที่แสดง

1026
01:08:22,103 --> 01:08:26,103
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1027
01:08:26,114 --> 01:08:30,106
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1028
01:08:30,106 --> 01:08:34,106
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1029
01:08:34,107 --> 01:08:38,107
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1030
01:08:38,112 --> 01:08:42,108
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1031
01:08:42,108 --> 01:08:46,106
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1032
01:08:46,106 --> 01:08:50,105
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1033
01:08:50,105 --> 01:08:54,105
ต้องหัดใช้ Google แปล

1034
01:08:54,112 --> 01:08:58,108
(ภาษา) ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่ เปิดไว้เลย

1035
01:08:58,108 --> 01:09:02,108
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1036
01:09:02,109 --> 01:09:06,106
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1037
01:09:06,106 --> 01:09:10,106
คำศัพท์มันก็จะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1038
01:09:10,106 --> 01:09:14,106
เพราะเวลาตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1039
01:09:14,108 --> 01:09:18,108
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1040
01:09:18,116 --> 01:09:22,113
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1041
01:09:22,113 --> 01:09:26,109
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1042
01:09:26,109 --> 01:09:30,109
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลฯ ให้คล่อง ๆ

1043
01:09:30,109 --> 01:09:34,107
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1044
01:09:34,107 --> 01:09:38,107
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติม ก็คือ

1045
01:09:38,108 --> 01:09:42,108
ฝึกพิมพ์ดีดนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1046
01:09:42,108 --> 01:09:46,107
เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1047
01:09:46,107 --> 01:09:50,107
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1048
01:09:50,107 --> 01:09:54,107
เมื่อกี้อธิบาย

1049
01:09:54,120 --> 01:09:58,109
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำไปแล้วนะคะ ทีนี้

1050
01:09:58,109 --> 01:10:02,109
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1051
01:10:02,109 --> 01:10:06,108
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริทึม

1052
01:10:06,108 --> 01:10:10,108
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1053
01:10:10,110 --> 01:10:14,110
นี่ โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1054
01:10:14,113 --> 01:10:18,109
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1055
01:10:18,109 --> 01:10:22,109
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1056
01:10:22,109 --> 01:10:26,109
คนนี่ เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1057
01:10:26,113 --> 01:10:30,108
ๆ นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1058
01:10:30,108 --> 01:10:34,108
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1059
01:10:34,115 --> 01:10:38,108
เรามี Case Study

1060
01:10:38,108 --> 01:10:42,108
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1061
01:10:42,113 --> 01:10:46,109
เดชาพล มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1062
01:10:46,109 --> 01:10:50,109
(เดชาพล) เป็นแบบ... (อาจารย์สุธิรา) สำเร็จ

1063
01:10:50,112 --> 01:10:54,109
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์<span class="ql-cursor">﻿</span>สุธิรา)

1064
01:10:54,109 --> 01:10:58,109

1065
01:10:58,114 --> 01:11:02,114
ลไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1066
01:11:02,118 --> 01:11:06,112
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1067
01:11:06,112 --> 01:11:10,112
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1068
01:11:10,126 --> 01:11:14,110
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรก ก็คือต้มน้ำ

1069
01:11:14,110 --> 01:11:18,110
ก่อนครับ (อาจารย์สุธิรา) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) มีเร็

1070
01:11:18,114 --> 01:11:22,111
วกาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1071
01:11:22,111 --> 01:11:26,111
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1072
01:11:26,112 --> 01:11:30,112
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1073
01:11:30,116 --> 01:11:34,116
น่ะครับ จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1074
01:11:34,116 --> 01:11:38,113
ใส่เข้าไป แล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1075
01:11:38,113 --> 01:11:42,111
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1076
01:11:42,111 --> 01:11:46,111
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1077
01:11:46,113 --> 01:11:50,112
ครับ ก็ไปเทน้ำออกแล้ว ก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1078
01:11:50,112 --> 01:11:54,112
แล้วก็

1079
01:11:54,112 --> 01:11:58,112
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1080
01:11:58,114 --> 01:12:02,110
โอเค นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1081
01:12:02,110 --> 01:12:06,110
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1082
01:12:06,110 --> 01:12:10,110
ลองให้เด็กหูฯ บ้าง พี่แฝด ๆ

1083
01:12:10,110 --> 01:12:14,110
พี่แฝด แฝดนะ

1084
01:12:14,111 --> 01:12:18,111
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1085
01:12:18,113 --> 01:12:22,110
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1086
01:12:22,110 --> 01:12:26,110
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1087
01:12:26,117 --> 01:12:30,111

1088
01:12:30,111 --> 01:12:34,111

1089
01:12:34,111 --> 01:12:38,111

1090
01:12:38,115 --> 01:12:42,109

1091
01:12:42,109 --> 01:12:46,109
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1092
01:12:46,121 --> 01:12:50,121
(พี่การ์ตูน) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ(อาจารย์สุธิรา)

1093
01:12:50,122 --> 01:12:54,122

1094
01:12:54,127 --> 01:12:58,112
ไม่เป็นอะไร (พี่การ์ตูน) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1095
01:12:58,112 --> 01:13:02,112
(อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1096
01:13:02,119 --> 01:13:06,112
บอกขั้นตอน

1097
01:13:06,112 --> 01:13:10,111
การต้มมาม่า

1098
01:13:10,111 --> 01:13:14,111
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1099
01:13:14,112 --> 01:13:18,111

1100
01:13:18,111 --> 01:13:22,111

1101
01:13:22,115 --> 01:13:26,111
(พี่การ์ตูน) ไม่ใช่ ๆ

1102
01:13:26,111 --> 01:13:30,111
ไม่ใช่ เขา...

1103
01:13:30,111 --> 01:13:34,111

1104
01:13:34,112 --> 01:13:38,112
ดู มาม่า รู้ไหม (อาจารย์สุธิรา) เข้าใจไลองสิ

1105
01:13:38,114 --> 01:13:42,114
ต้ม ทำแบบไหน

1106
01:13:42,146 --> 01:13:46,121
ขั้นตอนทำแบบไหน

1107
01:13:46,121 --> 01:13:50,111
(พี่การ์ตูน) มาม่านะครับ แล้วก็

1108
01:13:50,111 --> 01:13:54,111
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1109
01:13:54,113 --> 01:13:58,112
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1110
01:13:58,112 --> 01:14:02,112
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์สุธิรา) โอเค

1111
01:14:02,114 --> 01:14:06,113
เห็นไหม ของเดชาพล ต้มก็คือ

1112
01:14:06,113 --> 01:14:10,112
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอน เวลาบอก

1113
01:14:10,112 --> 01:14:14,112
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1114
01:14:14,116 --> 01:14:18,116
แฝดจะข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1115
01:14:18,118 --> 01:14:22,118
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมนี่ จะเป็นการบอก

1116
01:14:22,129 --> 01:14:26,112
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ

1117
01:14:26,112 --> 01:14:30,112
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1118
01:14:30,117 --> 01:14:34,117
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1119
01:14:34,118 --> 01:14:38,116
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1120
01:14:38,116 --> 01:14:42,116
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1121
01:14:42,116 --> 01:14:46,116
น่ะ อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1122
01:14:46,122 --> 01:14:50,116
้มมาม่าได้ไหม เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1123
01:14:50,116 --> 01:14:54,116
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1124
01:14:54,127 --> 01:14:58,113
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1125
01:14:58,113 --> 01:15:02,113
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1126
01:15:02,119 --> 01:15:06,113
ไม่ใช่วิธีการกินดิบ นึกออกนะ

1127
01:15:06,113 --> 01:15:10,113
กิน เพราะแม่บอกว่าวิธีต้มมาม่ากินใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1128
01:15:10,116 --> 01:15:14,116
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1129
01:15:14,148 --> 01:15:18,122
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1130
01:15:18,122 --> 01:15:22,113
ลองใหม่ ขอลองอีกคนหนึ่ง

1131
01:15:22,113 --> 01:15:26,113
วริษาสิ เห็นพี่เขาไหม

1132
01:15:26,116 --> 01:15:30,116

1133
01:15:30,118 --> 01:15:34,113
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1134
01:15:34,113 --> 01:15:38,113
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1135
01:15:38,129 --> 01:15:42,113
เคยทำไข่เจียวไหมวริษา

1136
01:15:42,113 --> 01:15:46,113
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1137
01:15:46,114 --> 01:15:50,114
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1138
01:15:50,119 --> 01:15:54,119

1139
01:15:54,120 --> 01:15:58,119
สัญญาณกล้องวริษาไม่ค่อย... (พี่การ์ตูน)

1140
01:15:58,119 --> 01:16:02,115
แล้วก็จะใช้ส้อม เหยาะซีอิ้ว

1141
01:16:02,115 --> 01:16:06,115
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1142
01:16:06,121 --> 01:16:10,119
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1143
01:16:10,119 --> 01:16:14,115
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1144
01:16:14,115 --> 01:16:18,115
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1145
01:16:18,120 --> 01:16:22,117
(อาจารย์สุธิรา) สัญญาณ

1146
01:16:22,117 --> 01:16:26,116
มือไม่ค่อยชัด

1147
01:16:26,116 --> 01:16:30,114
ภาพมันไหว กล้องมันไหว

1148
01:16:30,114 --> 01:16:34,114

1149
01:16:34,140 --> 01:16:38,120
(พี่การ์ตูน) เอาใหม่เลยนะคะ ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1150
01:16:38,120 --> 01:16:42,115
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1151
01:16:42,115 --> 01:16:46,115
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1152
01:16:46,115 --> 01:16:50,115
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ส้อมคน ส้อม

1153
01:16:50,117 --> 01:16:54,117
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1154
01:16:54,135 --> 01:16:58,118
ใส่น้ำมัน แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1155
01:16:58,118 --> 01:17:02,118
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1156
01:17:02,137 --> 01:17:06,122
เจียวไข่เสร็จ แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์สุธิรา) เสร็จแล้ว

1157
01:17:06,122 --> 01:17:10,116
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1158
01:17:10,116 --> 01:17:14,116
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1159
01:17:14,125 --> 01:17:18,117
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1160
01:17:18,117 --> 01:17:22,117
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1161
01:17:22,118 --> 01:17:26,118
ภากรณ์เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบผู้ชายดูสิ เทียบ

1162
01:17:26,118 --> 01:17:30,118
ภากรณ์ได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1163
01:17:30,118 --> 01:17:34,118
หรือคนหู... (อาจารย์<span class="ql-cursor">﻿</span>สุธิรา) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1164
01:17:34,139 --> 01:17:38,121
นะคะ

1165
01:17:38,121 --> 01:17:42,119

1166
01:17:42,119 --> 01:17:46,116
(พี่การ์ตูน) ภากรณ์หูตึงน่ะ

1167
01:17:46,116 --> 01:17:50,115
(อาจารย์สุธิรา)

1168
01:17:50,115 --> 01:17:54,115
เคยทำไข่เจียวไหม

1169
01:17:54,120 --> 01:17:58,119
(พี่การ์ตูน) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1170
01:17:58,119 --> 01:18:02,116
ใส่น้ำปลาครับ

1171
01:18:02,116 --> 01:18:06,116

1172
01:18:06,121 --> 01:18:10,116
ให้มันเค็ม

1173
01:18:10,116 --> 01:18:14,116
ดู ๆ ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1174
01:18:14,116 --> 01:18:18,116
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา)

1175
01:18:18,124 --> 01:18:22,117
มืออย่างไว (พี่การ์ตูน) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1176
01:18:22,117 --> 01:18:26,117
ช้า ๆ หน่อยลูก

1177
01:18:26,119 --> 01:18:30,119
(อาจารย์สุธิรา) ช้า ๆ

1178
01:18:30,119 --> 01:18:34,116
อย่าให้แบบ

1179
01:18:34,116 --> 01:18:38,116
ใจเย็น ๆ (พี่การ์ตูน) เดี๋ยว

1180
01:18:38,118 --> 01:18:42,118
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1181
01:18:42,122 --> 01:18:46,117
ไข่เจียวทำแบบไหน

1182
01:18:46,117 --> 01:18:50,116

1183
01:18:50,116 --> 01:18:54,116
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1184
01:18:54,120 --> 01:18:58,117
หูตึง อธิบายเลย ภาษามือ อือ ครับ

1185
01:18:58,117 --> 01:19:02,117
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1186
01:19:02,118 --> 01:19:06,117
ไข่เจียวนะ

1187
01:19:06,117 --> 01:19:10,117
มีหมู เกี่ยวแบบไหน

1188
01:19:10,142 --> 01:19:14,130
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์สุธิรา) มีใส่หมูสับด้วย

1189
01:19:14,130 --> 01:19:18,123
มีหมูสับด้วยนะ

1190
01:19:18,123 --> 01:19:22,118
(พี่การ์ตูน) เอาใหม่

1191
01:19:22,118 --> 01:19:26,118

1192
01:19:26,123 --> 01:19:30,117
อธิบายใหม่

1193
01:19:30,117 --> 01:19:34,117

1194
01:19:34,117 --> 01:19:38,117
(อาจารย์สุธิรา) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1195
01:19:38,117 --> 01:19:42,117
แม่จะได้ดูด้วย

1196
01:19:42,117 --> 01:19:46,117
ภากรณ์นี่ก็

1197
01:19:46,135 --> 01:19:50,125
เน็ตไม่เวิร์ก (อาจารย์สุธิรา) น้ำปลาไหมชิม

1198
01:19:50,125 --> 01:19:54,125
(พี่การ์ตูน)  น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1199
01:19:54,125 --> 01:19:58,121
นะครับ (อาจารย์สุธิรา) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1200
01:19:58,121 --> 01:20:02,121
แล้วอย่างไรต่อ

1201
01:20:02,124 --> 01:20:06,119
แล้วก็น้ำมัน

1202
01:20:06,119 --> 01:20:10,117
รอให้มันร้อน

1203
01:20:10,117 --> 01:20:14,117
(อาจารย์สุธิรา) ต่อครับ ต่อ ทำต่อ

1204
01:20:14,118 --> 01:20:18,118
(พี่การ์ตูน) อะไรเอ่ย

1205
01:20:18,118 --> 01:20:22,117

1206
01:20:22,117 --> 01:20:26,117
เย็น

1207
01:20:26,127 --> 01:20:30,118
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1208
01:20:30,118 --> 01:20:34,118
น้ำมัน แล้ว

1209
01:20:34,118 --> 01:20:38,117
ทำต่อไหน

1210
01:20:38,117 --> 01:20:42,117

1211
01:20:42,117 --> 01:20:46,117
แดง

1212
01:20:46,118 --> 01:20:50,118
เป็นจุด ๆ

1213
01:20:50,123 --> 01:20:54,121
มะเขือหรือ

1214
01:20:54,121 --> 01:20:58,118
(อาจารย์สุธิรา) ใส่มะเขือเทศด้วย มะเขือหรือแครอท (

1215
01:20:58,118 --> 01:21:02,118
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1216
01:21:02,135 --> 01:21:06,119
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1217
01:21:06,119 --> 01:21:10,119
(อาจารย์สุธิรา) พริกหรือเปล่า (พี่การ์ตูน) เห็นหรือเปล่า

1218
01:21:10,122 --> 01:21:14,120
ใส่พริกหรือ

1219
01:21:14,120 --> 01:21:18,120

1220
01:21:18,123 --> 01:21:22,123
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1221
01:21:22,123 --> 01:21:26,119
(อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์เรียน

1222
01:21:26,119 --> 01:21:30,119
ที่ไหนนะ น้อง

1223
01:21:30,127 --> 01:21:34,126
เรียนโรงเรียน (พี่การ์ตูน)

1224
01:21:34,126 --> 01:21:38,119
ถาม เมื่อก่อนเรียนไหน

1225
01:21:38,119 --> 01:21:42,119
หูตึง โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1226
01:21:42,119 --> 01:21:46,119
(อาจารย์สุธิรา) ไม่มีอย่างไร

1227
01:21:46,135 --> 01:21:50,120
จบ ม. 6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1228
01:21:50,120 --> 01:21:54,119
เรียนที่ไหน

1229
01:21:54,119 --> 01:21:58,119
หูตึง

1230
01:21:58,119 --> 01:22:02,119
ถาม ใช่

1231
01:22:02,119 --> 01:22:06,119
ถาม

1232
01:22:06,119 --> 01:22:10,119
โรงเรียน เมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1233
01:22:10,120 --> 01:22:14,120

1234
01:22:14,127 --> 01:22:18,119

1235
01:22:18,119 --> 01:22:22,119
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์สุธิรา)

1236
01:22:22,125 --> 01:22:26,119
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1237
01:22:26,119 --> 01:22:30,119
โสตอุดรฯ หรือ

1238
01:22:30,119 --> 01:22:34,119
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1239
01:22:34,122 --> 01:22:38,119
ที่ไหน

1240
01:22:38,119 --> 01:22:42,119
เขาทำ ก. ไก่ น่ะค่ะ ส.

1241
01:22:42,120 --> 01:22:46,120
กศ

1242
01:22:46,121 --> 01:22:50,121
.  เขาทำ ก. ไก่

1243
01:22:50,122 --> 01:22:54,120
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1244
01:22:54,120 --> 01:22:58,120
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1245
01:22:58,131 --> 01:23:02,120
อส. อก.

1246
01:23:02,120 --> 01:23:06,120
มหาลัย ถาม เมื่อก่อน

1247
01:23:06,124 --> 01:23:10,124
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1248
01:23:10,133 --> 01:23:14,128
อ.ด. ใช่ไหม

1249
01:23:14,128 --> 01:23:18,128
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1250
01:23:18,131 --> 01:23:22,124

1251
01:23:22,124 --> 01:23:26,120
สก.

1252
01:23:26,120 --> 01:23:30,120
เขาทำ ส. เสือ ก. ไก่ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1253
01:23:30,143 --> 01:23:34,137

1254
01:23:34,137 --> 01:23:38,129
นนท์ใช่ไหม

1255
01:23:38,129 --> 01:23:42,122
(อาจารย์สุธิรา) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1256
01:23:42,122 --> 01:23:46,122
นนทบุรีใช่ หรือเปล่า

1257
01:23:46,126 --> 01:23:50,126
(อาจารย์สุธิรา) อยู่นนทบุรีหรือ

1258
01:23:50,134 --> 01:23:54,123
(พี่การ์ตูน) พิมพ์ให้หน่อยโรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1259
01:23:54,123 --> 01:23:58,123
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1260
01:23:58,125 --> 01:24:02,125

1261
01:24:02,127 --> 01:24:06,121

1262
01:24:06,121 --> 01:24:10,121
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1263
01:24:10,133 --> 01:24:14,133
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1264
01:24:14,134 --> 01:24:18,125
ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพื่อนเจ้าแฝด

1265
01:24:18,125 --> 01:24:22,124
นะนี่ (พี่การ์ตูน) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1266
01:24:22,124 --> 01:24:26,124
แป๊บนะคะ

1267
01:24:26,133 --> 01:24:30,123
แฝด ๆ แฝดถามหน่อย

1268
01:24:30,123 --> 01:24:34,123
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1269
01:24:34,140 --> 01:24:38,121
ชื่อภาษามือ อันนี้ค่ะ

1270
01:24:38,121 --> 01:24:42,121
(อาจารย์สุธิรา) ภากร (พี่การ์ตูน) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1271
01:24:42,124 --> 01:24:46,124
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1272
01:24:46,135 --> 01:24:50,129
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียว ใช่ไหม

1273
01:24:50,129 --> 01:24:54,129
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1274
01:24:54,129 --> 01:24:58,123
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1275
01:24:58,123 --> 01:25:02,123
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1276
01:25:02,130 --> 01:25:06,130
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1277
01:25:06,132 --> 01:25:10,124
จากนั้นสมาคม...

1278
01:25:10,124 --> 01:25:14,122

1279
01:25:14,122 --> 01:25:18,122
(อาจารย์สุธิรา) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1280
01:25:18,131 --> 01:25:22,127
ใช่ ๆ

1281
01:25:22,127 --> 01:25:26,124
เขาเป็นเพื่อนแฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1282
01:25:26,124 --> 01:25:30,124

1283
01:25:30,124 --> 01:25:34,121

1284
01:25:34,121 --> 01:25:38,121
ก็คือเรียนโรงเรียนหูดีมาก่อน

1285
01:25:38,125 --> 01:25:42,125
โอ.เค. ค่ะ

1286
01:25:42,126 --> 01:25:46,126
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1287
01:25:46,130 --> 01:25:50,124
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน

1288
01:25:50,124 --> 01:25:54,123
(พี่การ์ตูน) เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1289
01:25:54,123 --> 01:25:58,122
ใช่ไหม (อาจารย์สุธิรา) แฝดชวนมา

1290
01:25:58,122 --> 01:26:02,122
ภากรณ์ ภากรณ์ สมมติภาษามืองงน่

1291
01:26:02,122 --> 01:26:06,122
ถามนะ เป็นห่วง

1292
01:26:06,126 --> 01:26:10,125
(อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1293
01:26:10,125 --> 01:26:14,123
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1294
01:26:14,123 --> 01:26:18,123

1295
01:26:18,125 --> 01:26:22,125
เข้าใจไหม ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1296
01:26:22,127 --> 01:26:26,125
ภาษามือน้อย (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นอะไร

1297
01:26:26,125 --> 01:26:30,124
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1298
01:26:30,124 --> 01:26:34,124
(พี่การ์ตูน) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1299
01:26:34,140 --> 01:26:38,123
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1300
01:26:38,123 --> 01:26:42,123
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1301
01:26:42,123 --> 01:26:46,123
(อาจารย์สุธิรา)

1302
01:26:46,124 --> 01:26:50,124
โอเค ช่วยสอน ๆ เราต้องร่วมด้วยช่วกัน

1303
01:26:50,126 --> 01:26:54,126
โอ.เค.

1304
01:26:54,127 --> 01:26:58,127
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูดภากรณ์น่ะ เพราะเธอได้ยิน

1305
01:26:58,135 --> 01:27:02,133

1306
01:27:02,133 --> 01:27:06,125
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1307
01:27:06,125 --> 01:27:10,125
เมื่อกี้ ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1308
01:27:10,132 --> 01:27:14,123
อัลกอริทึ่ม ก็คือเป็นการอธิบายขั้นตอน

1309
01:27:14,123 --> 01:27:18,123
ที่จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้

1310
01:27:18,135 --> 01:27:22,125
ให้เด็ก ๆ นึกภาพ เหมือน

1311
01:27:22,125 --> 01:27:26,125
ถ้าเพื่อนบางคน

1312
01:27:26,133 --> 01:27:30,121

1313
01:27:30,121 --> 01:27:34,121
ก็คือถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็จะไม่สามารถ

1314
01:27:34,135 --> 01:27:38,135
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1315
01:27:38,137 --> 01:27:42,127
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1316
01:27:42,127 --> 01:27:46,127
น่ะ มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1317
01:27:46,130 --> 01:27:50,125
การเจียวไข่นี่ 1. ต้องมีไข่น่ะ

1318
01:27:50,125 --> 01:27:54,122
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1319
01:27:54,122 --> 01:27:58,119
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1320
01:27:58,119 --> 01:28:02,119
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียว ถูกไหม

1321
01:28:02,129 --> 01:28:06,129
ต่างกันนะคะ ไข่เจียวกับไข่ดาวเห็นไหม เพราะฉะนั้นจะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1322
01:28:06,138 --> 01:28:10,123
นี่ ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1323
01:28:10,123 --> 01:28:14,118
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1324
01:28:14,118 --> 01:28:18,117

1325
01:28:18,117 --> 01:28:22,117
บางอย่างมันข้ามขั้นตอน เหมือนถ้าเราจะเไม่ได้

1326
01:28:22,125 --> 01:28:26,125
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1327
01:28:26,125 --> 01:28:30,121
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1328
01:28:30,121 --> 01:28:34,121
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอย่างไร

1329
01:28:34,122 --> 01:28:38,122
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1330
01:28:38,229 --> 01:28:42,134
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1331
01:28:42,134 --> 01:28:46,134

1332
01:28:46,317 --> 01:28:50,122
ใช่ไหมคะ มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1333
01:28:50,122 --> 01:28:54,122
เหมือนของภากรณ์ใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1334
01:28:54,189 --> 01:28:58,121
ใส่พริกสักอย่างนี่ แล้วแต่นะคะ

1335
01:28:58,121 --> 01:29:02,114
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1336
01:29:02,114 --> 01:29:06,114
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1337
01:29:06,117 --> 01:29:10,117
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1338
01:29:10,117 --> 01:29:14,116
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1339
01:29:14,116 --> 01:29:18,116
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1340
01:29:18,116 --> 01:29:22,116
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1341
01:29:22,117 --> 01:29:26,113
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1342
01:29:26,113 --> 01:29:30,113
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ แล้ว

1343
01:29:30,119 --> 01:29:34,119
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1344
01:29:34,123 --> 01:29:38,123
ส่วนการ Process นั่นก็คือขั้นหรือขั้นตอน

1345
01:29:38,495 --> 01:29:42,121
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1346
01:29:42,121 --> 01:29:46,121
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1347
01:29:46,138 --> 01:29:50,111
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1348
01:29:50,111 --> 01:29:54,111

1349
01:29:55,124 --> 01:29:59,108

1350
01:29:59,108 --> 01:30:03,108

1351
01:30:03,108 --> 01:30:07,107
เห็นไหมคะ

1352
01:30:07,107 --> 01:30:11,107
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึม หมายถึง

1353
01:30:11,108 --> 01:30:15,108
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1354
01:30:15,112 --> 01:30:19,111
เพื่อแก้ปัญหาใน ที่นี้ก็คือแสดงผล

1355
01:30:19,111 --> 01:30:23,108
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1356
01:30:23,108 --> 01:30:27,108
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1357
01:30:27,116 --> 01:30:31,111
อธิบายอัลกอริทึมนี่ เราจะเขียนอย่างไร

1358
01:30:31,111 --> 01:30:35,111
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1359
01:30:35,115 --> 01:30:39,107
ต้มไข่

1360
01:30:39,107 --> 01:30:43,105
เห็นไหม วิธีการ

1361
01:30:43,105 --> 01:30:47,105
เขียนอัลกอริทึม เขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1362
01:30:47,114 --> 01:30:51,105
ถาม ว่าทอดไข่เจียว

1363
01:30:51,105 --> 01:30:55,105
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1364
01:30:55,115 --> 01:30:59,107
อัลกอริทึมก็เหมือนกัน สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1365
01:30:59,107 --> 01:31:03,107
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1366
01:31:03,109 --> 01:31:07,104
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1367
01:31:07,104 --> 01:31:11,104
อันดับแรก

1368
01:31:11,104 --> 01:31:15,104
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1369
01:31:15,110 --> 01:31:19,104
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลย หรือเปล่า

1370
01:31:19,104 --> 01:31:23,104
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1371
01:31:23,104 --> 01:31:27,104
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1372
01:31:27,106 --> 01:31:31,103
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1373
01:31:31,103 --> 01:31:35,103
ต้มน้ำ ใส่ไข่ รอ 5 นาที

1374
01:31:35,104 --> 01:31:39,104
เอาแค่ 5 นาที ดับไฟ ปิดเตา ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1375
01:31:39,106 --> 01:31:43,101
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1376
01:31:43,101 --> 01:31:47,100
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1377
01:31:47,100 --> 01:31:51,100
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1378
01:31:51,105 --> 01:31:55,103
ข้อที่ 1

1379
01:31:55,103 --> 01:31:59,098
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1380
01:31:59,098 --> 01:32:03,098
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1381
01:32:03,100 --> 01:32:07,100
กระบวนวิธีการ หรือกลุ่มขั้นตอน

1382
01:32:07,102 --> 01:32:11,102
กระบวนวิธีการคืออะไร

1383
01:32:11,109 --> 01:32:15,097
นะคะ

1384
01:32:15,097 --> 01:32:19,097
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ก็คือให้มันเห็นขั้นตอน

1385
01:32:19,102 --> 01:32:23,098
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1386
01:32:23,098 --> 01:32:27,098
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1387
01:32:27,108 --> 01:32:31,101
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1388
01:32:31,101 --> 01:32:35,095
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1389
01:32:35,095 --> 01:32:39,095
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกไว้ว่า

1390
01:32:39,101 --> 01:32:43,094
กฎเกที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1391
01:32:43,094 --> 01:32:47,094
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1392
01:32:47,106 --> 01:32:51,104
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1393
01:32:51,104 --> 01:32:55,096
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1394
01:32:55,096 --> 01:32:59,094
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1395
01:32:59,094 --> 01:33:03,094
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1396
01:33:03,094 --> 01:33:07,091
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1397
01:33:07,091 --> 01:33:11,091
คอมพิวเตอร์นี่ มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1398
01:33:11,097 --> 01:33:15,094
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียบ

1399
01:33:15,094 --> 01:33:19,094
อ่านแล้วไม่สับสน เราต้องทำให้คอมอ่านแล้ว

1400
01:33:19,118 --> 01:33:23,090
เข้าใจ

1401
01:33:23,090 --> 01:33:27,090
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1402
01:33:27,094 --> 01:33:31,094
มาสู่ข้อที่ 3

1403
01:33:31,103 --> 01:33:35,092
มันจะมาอะไรตอนนี้

1404
01:33:35,092 --> 01:33:39,092
คอมพิวเตอร์จะอัปเดตเสียแล้ว

1405
01:33:39,100 --> 01:33:43,089
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1406
01:33:43,089 --> 01:33:47,089
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1407
01:33:47,098 --> 01:33:51,092
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1408
01:33:51,092 --> 01:33:55,089
เหมือน จะทำไข่ต้มได้ มันต้องต้มน้ำ

1409
01:33:55,089 --> 01:33:59,089
เพราะต้องมีน้ำร้อนใช่ไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1410
01:33:59,099 --> 01:34:03,099
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1411
01:34:03,099 --> 01:34:07,095
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1412
01:34:07,095 --> 01:34:11,095
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1413
01:34:11,100 --> 01:34:15,091
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำ อยู่อย่าง

1414
01:34:15,091 --> 01:34:19,091
นั้นล่ะ นะคะ เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1415
01:34:19,092 --> 01:34:23,086
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1416
01:34:23,086 --> 01:34:27,086
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1417
01:34:27,086 --> 01:34:31,086
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1418
01:34:31,086 --> 01:34:35,086
น้ำมันจะร้อนเองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1419
01:34:35,090 --> 01:34:39,086
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1420
01:34:39,086 --> 01:34:43,086
มีขั้นตอนแล้ว ต้องให้ได้

1421
01:34:43,095 --> 01:34:47,095
ผลลัพธ์ตามที่กำหนด เห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1422
01:34:47,097 --> 01:34:51,085
ต้องการอยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1423
01:34:51,085 --> 01:34:55,084
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1424
01:34:55,084 --> 01:34:59,084
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1425
01:34:59,084 --> 01:35:03,084
เป็นไข่ต้มไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1426
01:35:03,085 --> 01:35:07,082
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1427
01:35:07,082 --> 01:35:11,082
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1428
01:35:11,082 --> 01:35:15,082
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1429
01:35:15,082 --> 01:35:19,082
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1430
01:35:19,085 --> 01:35:23,081
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1431
01:35:23,081 --> 01:35:27,081
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1432
01:35:27,085 --> 01:35:31,081
เห็นไหม ต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1433
01:35:31,081 --> 01:35:35,081
ใช่ไหม ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีนี่เป็นไข่ลวก

1434
01:35:35,081 --> 01:35:39,081
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1435
01:35:39,090 --> 01:35:43,081
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1436
01:35:43,081 --> 01:35:47,081
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือเวลา

1437
01:35:47,082 --> 01:35:51,081
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1438
01:35:51,081 --> 01:35:55,081
จุดเริ่มแล้วก็จุดสิ้นสุด ก็คือ

1439
01:35:55,086 --> 01:35:59,086
เริ่มต้น มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1440
01:35:59,089 --> 01:36:03,080
เวลาอัลกอริทึม

1441
01:36:03,080 --> 01:36:07,079
ทีนี้ลองมาดู

1442
01:36:07,079 --> 01:36:11,079
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1443
01:36:11,086 --> 01:36:15,080
เกี่ยวกับอัลกอริทึม 1.

1444
01:36:15,080 --> 01:36:19,080
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1445
01:36:19,085 --> 01:36:23,079
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1446
01:36:23,079 --> 01:36:27,078
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1447
01:36:27,078 --> 01:36:31,077
ก็คือ เช่น

1448
01:36:31,077 --> 01:36:35,077
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1449
01:36:35,089 --> 01:36:39,077
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1450
01:36:39,077 --> 01:36:43,077
นั่น ก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1451
01:36:43,080 --> 01:36:47,078
ผลลัพธ์ที่ต้องการออกมาคืออะไร

1452
01:36:47,078 --> 01:36:51,078
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1453
01:36:51,085 --> 01:36:55,080
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1454
01:36:55,080 --> 01:36:59,080
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาที ไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1455
01:36:59,081 --> 01:37:03,077
ถูกไหมคะ มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1456
01:37:03,077 --> 01:37:07,077
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1457
01:37:07,085 --> 01:37:11,076
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1458
01:37:11,076 --> 01:37:15,076
ก็คืออธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1459
01:37:15,076 --> 01:37:19,076
อย่างวริษา วริษาอธิบายละเอียดนะคะ

1460
01:37:19,079 --> 01:37:23,079
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1461
01:37:23,079 --> 01:37:27,077
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ เห็นไหมคะ

1462
01:37:27,077 --> 01:37:31,077
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1463
01:37:31,082 --> 01:37:35,075
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1464
01:37:35,075 --> 01:37:39,075
เพราะ ไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1465
01:37:39,084 --> 01:37:43,083
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1466
01:37:43,083 --> 01:37:47,080
แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1467
01:37:47,080 --> 01:37:51,076
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1468
01:37:51,076 --> 01:37:55,075
คืออะไร นะคะ

1469
01:37:55,075 --> 01:37:59,074
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1470
01:37:59,074 --> 01:38:03,074
Ease of offidication ปรับปรุง

1471
01:38:03,076 --> 01:38:07,076
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1472
01:38:07,077 --> 01:38:11,073
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1473
01:38:11,073 --> 01:38:15,073
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1474
01:38:15,077 --> 01:38:19,077
ภากรณ์ ภากรณ์บอกใส่

1475
01:38:19,083 --> 01:38:23,073
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1476
01:38:23,073 --> 01:38:27,072
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1477
01:38:27,072 --> 01:38:31,072
ก็เติมอะไรเข้าไปนะคะ ก็ปรับปรุงได้ลักษณะ นี้

1478
01:38:31,073 --> 01:38:35,071
ใหม่ได้ Reuse billity

1479
01:38:35,071 --> 01:38:39,071
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1480
01:38:39,078 --> 01:38:43,076
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1481
01:38:43,076 --> 01:38:47,071
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1482
01:38:47,071 --> 01:38:51,071
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1483
01:38:51,082 --> 01:38:55,071
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1484
01:38:55,071 --> 01:38:59,071
วิธีการมันเหมือนกันอย่างนี้นะคะ เอามาใช้ด้วยกันได้

1485
01:38:59,071 --> 01:39:03,071
และต้องมีประสิทธิภาพ

1486
01:39:03,072 --> 01:39:07,072
มีประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวริษานี่

1487
01:39:07,074 --> 01:39:11,074
เห็นไหม วริษาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1488
01:39:11,092 --> 01:39:15,073
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1489
01:39:15,073 --> 01:39:19,073
ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1490
01:39:19,074 --> 01:39:23,070
ก็คือให้เห็นประสิทธิภาพของการทำงานด้วย อย่างนี้เห็นไหมคะ

1491
01:39:23,070 --> 01:39:27,068
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1492
01:39:27,068 --> 01:39:31,068
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1493
01:39:31,071 --> 01:39:35,070
มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1494
01:39:35,070 --> 01:39:39,070
เวลาเขียนนี่

1495
01:39:39,075 --> 01:39:43,069
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริทึม

1496
01:39:43,069 --> 01:39:47,069
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1497
01:39:47,069 --> 01:39:51,069
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1498
01:39:51,069 --> 01:39:55,069
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1499
01:39:55,077 --> 01:39:59,070
ขั้นตอนที่มัน มีขั้นตอนน้อย

1500
01:39:59,070 --> 01:40:03,070
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1501
01:40:03,071 --> 01:40:07,068
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ มันต้องใอะไร

1502
01:40:07,068 --> 01:40:11,068
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1503
01:40:11,068 --> 01:40:15,068
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1504
01:40:15,073 --> 01:40:19,069
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1505
01:40:19,069 --> 01:40:23,068
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1506
01:40:23,068 --> 01:40:27,068
บอกว่า เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1507
01:40:27,069 --> 01:40:31,069
บอกแล้วว่าลดขั้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1508
01:40:31,069 --> 01:40:35,067
ต้มน้ำให้ร้อน นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1509
01:40:35,067 --> 01:40:39,065
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1510
01:40:39,065 --> 01:40:43,065
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1511
01:40:43,067 --> 01:40:47,066
ใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่จะทำให้

1512
01:40:47,066 --> 01:40:51,066
น้ำร้อน ก็คือการต้ม เห็นไหมคะ ไปลดขั้นตอนที่

1513
01:40:51,066 --> 01:40:55,066
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1514
01:40:55,079 --> 01:40:59,067
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1515
01:40:59,067 --> 01:41:03,067
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยจะเกิดจากอะไร

1516
01:41:03,070 --> 01:41:07,069
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1517
01:41:07,069 --> 01:41:11,069
นี่ นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1518
01:41:11,078 --> 01:41:15,070
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1519
01:41:15,070 --> 01:41:19,070
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1520
01:41:19,070 --> 01:41:23,068
มันก็ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1521
01:41:23,068 --> 01:41:27,068
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1522
01:41:27,076 --> 01:41:31,069
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1523
01:41:31,069 --> 01:41:35,069
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1524
01:41:35,074 --> 01:41:39,074
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เพราะฉะนั้น เมื่อเรากด

1525
01:41:39,076 --> 01:41:43,070
1 ตัวอักษร หรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1526
01:41:43,070 --> 01:41:47,068
นี่ คอมพิวเตอร์มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1527
01:41:47,068 --> 01:41:51,068
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริทึม

1528
01:41:51,072 --> 01:41:55,072
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1529
01:41:55,073 --> 01:41:59,069
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1530
01:41:59,069 --> 01:42:03,064
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1531
01:42:03,064 --> 01:42:07,064
ที่เราเขียนน่ะ ได้นะคะ บางขั้นตอน

1532
01:42:07,065 --> 01:42:11,063
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้นะคะ ใช้เวลา

1533
01:42:11,063 --> 01:42:15,063
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1534
01:42:15,069 --> 01:42:19,069
เห็น ไหมคะ เห็นไหม ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1535
01:42:19,074 --> 01:42:23,072
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1536
01:42:23,072 --> 01:42:27,072
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1537
01:42:27,098 --> 01:42:31,076
พอเขียนแล้วน่ะ ที่บอก Reuseable

1538
01:42:31,076 --> 01:42:35,068
คนเอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1539
01:42:35,068 --> 01:42:39,063
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1540
01:42:39,063 --> 01:42:43,062
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1541
01:42:43,062 --> 01:42:47,062
วิธีการเขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1542
01:42:47,066 --> 01:42:51,063
นี่ จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1543
01:42:51,063 --> 01:42:55,063
ทีนี้ เ

1544
01:42:55,063 --> 01:42:59,063
ราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1545
01:42:59,072 --> 01:43:03,063
เอาล่ะ นี่ก็คืองานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1546
01:43:03,063 --> 01:43:07,063
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1547
01:43:07,063 --> 01:43:11,063
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1548
01:43:11,064 --> 01:43:15,064
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1549
01:43:15,067 --> 01:43:19,065
นั่นก็คือหมายถึง

1550
01:43:19,065 --> 01:43:23,065
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1551
01:43:23,077 --> 01:43:27,063
ให้เด็ก ๆ เขียนลงไปว่ามันเป็น Input

1552
01:43:27,063 --> 01:43:31,063
Process Output ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1553
01:43:31,069 --> 01:43:35,062
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1554
01:43:35,062 --> 01:43:39,062
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1555
01:43:39,072 --> 01:43:43,069
เป็น Input Process

1556
01:43:43,069 --> 01:43:47,062
Input หรือ Output หรือ Process

1557
01:43:47,062 --> 01:43:51,062
Input Process หรือ Output

1558
01:43:51,064 --> 01:43:55,064
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1559
01:43:55,070 --> 01:43:59,066
ocess ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1560
01:43:59,066 --> 01:44:03,059
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1561
01:44:03,059 --> 01:44:07,059
สิ่งที่ทำไปนี่ ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1562
01:44:07,071 --> 01:44:11,059
นึกออกนะ

1563
01:44:11,059 --> 01:44:15,058
ตัวนี้ทำส่ง

1564
01:44:15,058 --> 01:44:19,058
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1565
01:44:19,061 --> 01:44:23,061
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1566
01:44:23,061 --> 01:44:27,061
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1567
01:44:27,061 --> 01:44:31,061
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1568
01:44:31,063 --> 01:44:35,063
เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ดูว่า มันเป็น Input หรือ Process

1569
01:44:35,066 --> 01:44:39,066
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1570
01:44:39,095 --> 01:44:43,069
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1571
01:44:43,069 --> 01:44:47,062
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1572
01:44:47,062 --> 01:44:51,061
ที่เป็นคำว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เป็นกระบวนการไหน

1573
01:44:51,061 --> 01:44:55,061
เป็นกระบวนการของ Input หรือกระบวนกเป็น

1574
01:44:55,062 --> 01:44:59,062
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1575
01:44:59,062 --> 01:45:03,061

1576
01:45:03,061 --> 01:45:07,061
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1577
01:45:07,063 --> 01:45:11,058
ใน Class

1578
01:45:11,058 --> 01:45:15,058
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1579
01:45:15,068 --> 01:45:19,068
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1580
01:45:19,076 --> 01:45:23,071
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1581
01:45:23,071 --> 01:45:27,071
แล้วข้างบนน่ะ มันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1582
01:45:27,072 --> 01:45:31,059
Process หรือ Output

1583
01:45:31,059 --> 01:45:35,058
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1584
01:45:35,058 --> 01:45:39,057
Input Output หรือเป็น Process

1585
01:45:39,057 --> 01:45:43,057
เข้าใจไหมลูก

1586
01:45:43,057 --> 01:45:47,057
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1587
01:45:47,059 --> 01:45:51,059
ลองไปย้อนดูได้ เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะ

1588
01:45:51,061 --> 01:45:55,061
คะ ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1589
01:45:55,075 --> 01:45:59,057
Output คือ กระบวนการอะไร

1590
01:45:59,057 --> 01:46:03,057
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1591
01:46:03,061 --> 01:46:07,058
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1592
01:46:07,058 --> 01:46:11,057
ถ้าขั้นตอนนี้ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1593
01:46:11,057 --> 01:46:15,057
ที่เราบอกเป็นคำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1594
01:46:15,063 --> 01:46:19,057
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1595
01:46:19,057 --> 01:46:23,057
หรือ Process หรือ Output

1596
01:46:23,058 --> 01:46:27,058
นะ ลองทำดูนะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1597
01:46:27,060 --> 01:46:31,060

1598
01:46:31,064 --> 01:46:35,064
เห็นไหม คือ

1599
01:46:35,066 --> 01:46:39,059
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1600
01:46:39,059 --> 01:46:43,059
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1601
01:46:43,069 --> 01:46:47,066
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1602
01:46:47,066 --> 01:46:51,059
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1603
01:46:51,059 --> 01:46:55,059
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1604
01:46:55,070 --> 01:46:59,061
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1605
01:46:59,061 --> 01:47:03,061
หรือการประมวลผลข้อมูล หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1606
01:47:03,066 --> 01:47:07,066
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1607
01:47:07,069 --> 01:47:11,056
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1608
01:47:11,056 --> 01:47:15,056
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1609
01:47:15,062 --> 01:47:19,061
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1610
01:47:19,061 --> 01:47:23,059

1611
01:47:23,059 --> 01:47:27,059
เราต้องคิดว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1612
01:47:27,065 --> 01:47:31,061
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1613
01:47:31,061 --> 01:47:35,061
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไรนะคะ

1614
01:47:35,065 --> 01:47:39,055

1615
01:47:39,055 --> 01:47:43,055
โอไหมคะ ถ้าโอเค สัปดาห์นี้เราจะ

1616
01:47:43,056 --> 01:47:47,055

1617
01:47:47,055 --> 01:47:51,055

1618
01:47:51,064 --> 01:47:55,055
... สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1619
01:47:55,055 --> 01:47:59,055
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1620
01:47:59,067 --> 01:48:03,062
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1621
01:48:03,062 --> 01:48:07,055
สันติภาพใช้จินตนาการ

1622
01:48:07,055 --> 01:48:11,055
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1623
01:48:11,064 --> 01:48:15,055
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1624
01:48:15,055 --> 01:48:19,055
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1625
01:48:19,057 --> 01:48:23,054
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1626
01:48:23,054 --> 01:48:27,054
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1627
01:48:27,054 --> 01:48:31,054
แล้วก็ส่วนของ Process คืออะไร แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1628
01:48:31,060 --> 01:48:35,057
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1629
01:48:35,057 --> 01:48:39,057
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1630
01:48:39,059 --> 01:48:43,058
นะ อย่างนี้นะคะ

1631
01:48:43,058 --> 01:48:47,058
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1632
01:48:47,063 --> 01:48:51,059
นะ ลอง ๆ

1633
01:48:51,059 --> 01:48:55,059
คือ วิธีการมันเหมือนการจับคู่น่ะ

1634
01:48:55,060 --> 01:48:59,053
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1635
01:48:59,053 --> 01:49:03,053
เราะว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1636
01:49:03,053 --> 01:49:07,053
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1637
01:49:07,057 --> 01:49:11,057
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1638
01:49:11,058 --> 01:49:15,058
นะคะ

1639
01:49:15,067 --> 01:49:19,061
แล้วเราทำส่งใน Classroom

1640
01:49:19,061 --> 01:49:23,061
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1641
01:49:23,063 --> 01:49:27,055
ส่งตัวงานเข้า แล้วให้ทำส่งนะคะ

1642
01:49:27,055 --> 01:49:31,052
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1643
01:49:31,052 --> 01:49:35,052
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1644
01:49:35,055 --> 01:49:39,055
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1645
01:49:39,061 --> 01:49:43,052
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1646
01:49:43,052 --> 01:49:47,052
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1647
01:49:47,053 --> 01:49:51,053
นะคะ เข้าไปทำใน google drive เลย

1648
01:49:51,055 --> 01:49:55,055
พิมพ์ลงใน Google Drivโอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1649
01:49:55,058 --> 01:49:59,051
ขอจบการนำเสนอ

1650
01:49:59,051 --> 01:50:03,051
เพียงเท่านี้

1651
01:50:03,052 --> 01:50:07,052
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากจ้ะ

1652
01:50:07,072 --> 01:50:11,055
(พี่อี๊ด) ขอบคุณค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ

1653
01:50:11,055 --> 01:50:15,053

1654
01:50:15,053 --> 01:50:19,053
ทดลองอะไรอีกไหม

1655
01:50:19,075 --> 01:50:23,051

1656
01:50:23,051 --> 01:50:27,051

1657
01:50:27,051 --> 01:50:31,051

1658
01:50:31,055 --> 01:50:35,055

1659
01:50:35,055 --> 01:50:39,051

1660
01:50:39,051 --> 01:50:43,051

1661
01:50:43,051 --> 01:50:47,051

1662
01:50:47,056 --> 01:50:51,056
[สิ้นสุดการถอดความ]

1663
01:50:51,056 --> 01:50:55,053

1664
01:50:55,053 --> 01:50:59,053

1665
01:50:59,055 --> 01:51:03,052

1666
01:51:03,052 --> 01:51:07,052
-

1667
01:51:07,062 --> 01:51:11,052

1668
01:51:11,052 --> 01:51:15,051

1669
01:51:15,051 --> 01:51:19,051

1670
01:51:19,058 --> 01:51:23,051

1671
01:51:23,051 --> 01:51:27,051

1672
01:51:27,059 --> 01:51:31,056

1673
01:51:31,056 --> 01:51:35,056


