--- title: ฝึก PE (ห้อง 4296) หลักการเขียนโปรแกรม (ปี1) นาโน subtitle: date: วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้ว เปิดจอวิดีโอด้วยนะคะ ให พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม (ล ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอเค บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง โอเค 14 คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ ระหว่างรอเพื่อน ๆ เด็ก ๆ อยากทราบว่าใครเคยเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชต เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมานะคะ ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย โอเคไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยค่ะ ว่าเคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไร เขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย เดชาพล พิมพ์แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก (เดชาพล) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียนบางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม (อาจารย์สุธิรา) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบจากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ (อาจารย์สุธิรา) ศิริรัตนล่ะคะ จบจากอะไรลูก (นักศึกษาหญิง) จบจาก กศน. ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียนมาแล้ว ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไรนะ เรียนโรงเรียนไหน โรงเรียนเดิม กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก มุกได้ยินไหมคะ มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ อย่างก็พิมพ์ต่อ ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้ โอ.เค. คนอื่น ๆ ตอบมาได้เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย ศิริลัษณ์, สันติภาพ Alphabec todd กไม่เคย คนอื่นหายไปไหนหมด เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด ตอนนี้ ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้คอมฯ หรือใช้อะไรเอ่ย (สันติภาพ) ผมใช้โทรศัพท์ครับ (อาจารย์สุธิรา) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (สันติภาพ) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ (อาจารย์สุธิรา)เมื่อวานที่นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย) ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้ (นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ (นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้ (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้ห้องแล็บ เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้ แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้ ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (สันติภาพ) ใช้ Notebook ครับ (อาจารย์สุธิรา) สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) มุก มุกใช้อะไรลูก พิมพ์มาบอกก็ได้ กัญญาณัฐ มุก ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน มี 1, 2, 3, 4, 5 5 คนนะคะ คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะคะ เด็ก ๆ หายไปไหนหมด (พี่การ์ตูน) หนูไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้ เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ โอเค เดชาพลมีคอมพิวเตอร์อยู่ใช่ไหมคะ (เดชาพล) ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) มีไหมลูก มีนะครับ โอเค รออีกสัก 10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้ อีก10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่ พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มีเด็กหูยังไม่เข้ามาน่ะสิ กำลังตาม (พี่การ์ตูน) เหลือแต่หูหนวก (อาจารย์สุธิรา) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง ก็แจ้งไว้แล้ว (พี่การ์ตูน) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า (พี่การ์ตูน) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว มันมาก่อนที่เขาจะประกาศไง (พี่การ์ตูน) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์สุธิรา) ปัญหา คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร (พี่การ์ตูน) เข้าใจค่ะ อาจารย์จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะดึงเน็ตกัน (อาจารย์สุธิรา) ใช่น่าจะติดปัญหาอันนี้ เราต้องได้รอแล้วล่ะ เพราะเมื่อวานเขาเข้ามาเขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว ก็ยังไม่เข้ามา เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน (พี่การ์ตูน) เสาร์ อาทิตย์มีเรียนด้วยหรือคะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา)ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซ็กหมายถเด็กเรียนรวมกันใช่ ( ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ มีเจ้ามิ้นเข้ามาแล้วคนหนึ่ง มิ้นเปิดจอ เห็นแฝดขียน Flash แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือ ยัง ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีนวันนี้นะ เธอบอกว่า พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน เจ้าแฝด นั่นนะสิ นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ เด็กไปไหนกันหมด มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว สวัสดีจ้ะ มาช้านี่ ๆ มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่แฝดมาสาย ทำอะไรอยู่ (พี่การ์ตูน) นอนเพิ่งตื่นครับ (อาจารย์สุธิรา) กลับบ้านแล้วนอนตื่นสายเด้อ (พี่การ์ตูน) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย (ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ ก็เลยตื่นสาย ใช่ครับ สะโลสะเลมาก (อาจารย์สุธิรา) โหลงเหลงมากเลยวันนี้ สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา ตอนนี้มีเด็กตากับเด็กปกติ เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ จันทกานต์ เข้ามาแล้วเปิดกล้อง บอกเพื่อนเปิดกล้อง อย่างนั้น แฝดเข้ามาแล้ว ถามแฝด แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง เคยเรียนไหม (พี่การ์ตูน) เคยครับ (อาจารย์สุธิรา) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน ตอบได้ไหม (พี่การ์ตูน) คือ ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ เดี๋ยวสักครู่นะคะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ ให้น้อง บอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก (พี่การ์ตูน) เอาออกแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ภาษาอะไร เคยเรียนภาษาอะไรมาลูก (พี่การ์ตูน) ก็คือเหมือนกับทำเป็นวิชา... อ้าว ภาพน้องหาย สักครนะคะ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์ ถามภากรบ้าง (พี่การ์ตูน) เอาใหม่ได้ไหม นพกิต เมื่อกี้ ล่ามแบบกล้องมันแบบสลับน่ะ ก็เลยแบบภาพขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้ (อาจารย์สุธิรา) ถามภากรณ์ว่าเคยเรียน... (พี่การ์ตูน) ภากรณ์ หูตึง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ (พี่การ์ตูน) หูตึงค่ะ ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหมโปรแกรม ทำเอง มีไหม (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์ได้ยินอยู่หรือ (พี่การ์ตูน)ได้ยินหรือเปล่า คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่าได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น (อาจารย์สุธิรา) แต่พูดไม่ได้ (พี่การ์ตูน) หรือพูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์สุธิรา) เพราะเหมือนพี่โจโจ้น่ะ รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ (พี่การ์ตูน) หนูชื่อพี่โจโจ้ รู้เปล่า รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญ ตอนนี้อธิบายว่าชื่อพี่โจโจ้น่ะ ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ ใช่ไหม ใช่ คราม (อาจารย์สุธิรา) โจโจ้คุยได้ อ่านปากได้ ประมาณนี้ล่ะ หูตึง (พี่การ์ตูน) ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพราะว่าแม่เห็นบางทีเขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็จะมีบอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย พยายามหัดพูดไว้เลย ต่อไป ใครเข้ามาแล้ว แฝดมาแล้ว 18 คนแล้ว เพิ่งเข้ามา หายไปไหนแล้วโจ้ จันทกานต์น่ะ ไอ้นี่ชื่อเล่นอะไรนะ จันทกานต์น่ะ อุ้ม ๆ อบชื่ออะไรนะ เปิดกล้องหรือเปล่า อบหายไปไหน อบไม่เปิดกล้องน่ะ เงียบ... แล้วก็เจ้ามิ้น (พี่การ์ตูน) อบ เตือนเพื่อนหน่อย แฝด ๆ เตือนเพื่อนในไลน์หน่อย (อาจารย์สุธิรา) ธัญญลักษณ์ ธัญลักษณ์ เชอรี่หรือ ชื่อ ชื่อภาษามือ ใช่ไหม ใช่หรือเปล่า (พี่การ์ตูน) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหม เออ นะ นี่ ใช่ไหม ถามเขาหน่อย ว่าเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง (พี่การ์ตูน) ตอนนี้เขามอง (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม (พี่การ์ตูน) พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ เดี๋ยวหนูตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ ชื่ออบใช่ไหม ธัญ... ธัญญลักษณ์ ภาษามือ ชัดหรือเปล่า ชัดไห (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ กัญรัตน (พี่การ์ตูน) เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้องลองจันทร์กานต์ เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพิ่งตื่นนอน ดูสภาพ (พี่การ์ตูน) เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์สุธิรา) อบใช่ไหมใช่ไหม อบใช่ไหม (พี่การ์ตูน) ไม่มีใครมองกล้องเลย (อาจารย์สุธิรา) อบเปล่า อบเปล่าอบไหม (พี่การ์ตูน) ชื่อภาษามือภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ดูกล้องเลย ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน [เสียงหัวเราะ] (พี่การ์ตูน) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อากาศสกลฯ ฝนตก (ล่าม) สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่ไอ้เจ้าอบ (อาจารย์สุธิรา) เจ้าอบ จันทกานต์ ( (พี่การ์ตูน) เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์สุธิรา) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว จันทร์กานต์ก็ (พี่การ์ตูน) นิ่งเลย (อาจารย์) นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว แต่ละคน ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว เปิดกล้อง (พี่การ์ตูน) โอเค จันทร์กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ ชื่อภาษามือ ชื่อภาษามือ ผู้หญิงเสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ ชื่อภาษามือ ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย (อาจารย์สุธิรา) ดูกล้องกันอยู่หรือเปล่า เห็นพี่การ์ตูนไหมนี่ (พี่การ์ตูน) ล่ามชัดไหม หูหนวก หูหนวก ล่ามเห็น มีไหม ชัดไหม มี เห็น ชัดค่ะ ชื่อภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ คุณน่ะ ชื่อภาษามือไหน ใช่ ๆ ชื่อไหน ชื่อนี้ใช่ไหม โอเค จันทกานต์ชื่อนี้ค่ะ โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม (อาจารย์สุธิรา) เคยเรียนภาษาภาษาไหม (พี่การ์ตูน) ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบเข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ (อาจารย์สุธิรา) กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ พร้อมจะเรียนหรือยัง (พี่การ์ตูน) พร้อมไหม ๆ โอเคค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน (พี่การ์ตูน) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์สุธิรา) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ เปิดวิดีโอตลอดนะ เพราะว่าภาพ คะแนนให้ มี ขอโทษ ๆ เห็นหน้าจออยู่นะคะ วิชาของเรา ก็คืออันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ ก็คือการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และอังกอลิทึม ส่วนชื่อวิชา ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ หลักการ ก็คือเป็นความรู้เบื้องต้นก่อนจะเขียนโปรแกรมนี่ เราควรจะต้องมาทำความรู้จักก่อน ว่าเขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงานนะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ ก็คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่ มีวิธีการทำงานเป็นอย่างไรนะคะ หรือมีลักษณะของการทำงานของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์จะทำอย่างไร ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์นี่ มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อนคอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คือ ต้องมี Input หรือการรับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่ เราจะเรียกตัวนี้ว่า "Input" มันจะต้อง Input เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน คอมพิวเตอร์ เสร็จแล้วทำอะไรต่อ มันจะมีแค่ 3 ขั้นตอน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ ประมวลผล Process แล้วก็แสดงผล หรือ Output หรือคือมี Input มี Output มี Process แล้วก็ Output คืออะไร เด็ก ๆ บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไรนะคะ คือ เขาต้องทำตามขั้นตอนเลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ เรียงตั้งแต่ Input ไปก่อนเลย Input เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้ว Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้องรับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์นี่ รับข้อมูลเข้าไป เป็นการสั่งงาน ก็คอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ Process หรือประมวลผลก็คือคำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้นมาทำการประมวลผล ประมวลผล ก็คืิอมคือสิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไรประมวลเพื่ออะไร เพื่อจะทำ ทำตามคำสั่งของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output ก็คือแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผลออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิมใหม่ ก็คือถ้าเราป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่อย่างนี้นะคะ ก็คือขั้นตอนเขามีแค่นี้ คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป ทำการประมวลผลข้อมูล เสร็จแล้วก็แสดงผลของข้อมูลนั้นนะคะ หลักการรับข้อมูลเข้าของคอมพิวเตอร์นะคะ เราใช้อะไร ให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก สิ่งที่จะเป็นตัวนำข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ ก็คือ 1. เห็นไหมคในรูป ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งนั่นเอง ลงไปนั่นเองนะคะ แล้วก็เมาส์ เห็นไหมคะ เมาส์ เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม ที่ใช้เมาส์ควบคุม จะใช้เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์กดคลิก OK หรือ คลิกตกลงอย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า Input Unit ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด, เมาส์ และมียุคใหม่มีเพิ่มมา เช่น มีเมาส์ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป อยู่ดี ๆ คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้ เราใช้เมาส์ปากกาวาดนะคะ เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชาหนึ่ง เด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียนระบบปฏิบัติการก็จะเห็นพวกลักษณะนั้น ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผลนะคะ ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ดหรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้ เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง เขาเรียกว่า "CPU" หรือ Central Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเองมันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า "หน่วยความจำ" หรือ" เมมโมรี่ " และส่วนอีกความจำหนึ่งสำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามามันจะมาผ่าน CPU CPU ทำการประมวลผล แล้วเก็บไปอยู่ในหน่วยความจำที่จะมันจะก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์นะคะ ตัวนี้ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีกนะคะ เมื่อทำการประมวลผลข้อมูลเสร็จนะคะ คอมพิวเตอร์จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร 1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ เห็นไหมคะ ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธหรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์ พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้าไม่แสดง ก็ยังสามารถเก็บไว้ Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อนยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ ก็คือฮาร์ดดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้ใน CD อย่างนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาจะเรียกว่า "แผ่นดิสก์" เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็ Handy Drive แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้ แต่ล่าสุด ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้ คอมพิวเตอร์จะต้องทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน ก็คือมันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อนเท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้นะคะ รับมาเสร็จ ประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผลนะคะ เมื่อกี้เรารู้ไปแล้ว ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์ ก็คือตัวเรานี่ทำงานอย่างไร ถ้าเป็นคน ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ เราจะใช้ข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือตา, หู, จมูก, มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา ก็คือการมองเห็นใช่ไหม เหมือนเด็กหูฯ นี่ เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูลจากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเองนะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือการได้กลิ่น จมูก จมูกนั่นเองนะคะ วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น, กลิ่นหอม นะคะ ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ มันก็มีเหม็นกับหอมใช่ไหม กลิ่นตุ ๆ อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้นะคะ นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคนนะคะ การสัมผัส ก็คือมือ เหมือนเด็กตา มองไม่เห็นแต่ใช้มือสัมผัสได้ใช่ไหมคะ สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่ามีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง เรารับข้อมูลผ่านปาก ก็คือรู้รสเผ็ด, เปรี้ยว, หวาน, มัน, เค็ม เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้าเข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กอยากรู้รสนิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะ เหมือนเด็กหูไม่ได้ยิน แต่จะสายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะมองภาพแล้วจดจำจะใช้สายตา ส่วนเด็กตา มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่สัมผัสได้ชัดเจน แล้วรู้ได้ว่าของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้ เห็นไหม ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ แต่ของคอมพิวเตอร์นี่ มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่ของคนนี่ไม่ต้องป้อน เช่น บางที เหมือนเราเดินไปหรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถไปเที่ยวอย่างนี้นะคะ สิ่งที่เรารับ ก็คือข้อมูลที่เราเห็นใช่ไหมคะ แต่บางคนได้ยินด้วย มีเสียงอย่างนั้น ฝ่านตรงนั้นมีเสียงอย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่าถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่มองไม่เห็น แต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน ทีนี้ เรามาดูการประมวลผลข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผลอย่างไรนะคะ ของคนนี่ แยกออกเป็น 3 ส่วนเลย การประมวลผลของคนนี่ แยกตามวิธีการคิดคำนวณ แยกเป็นส่วนของความรู้ แล้วก็แยกเป็นส่วนของความจำ ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลขนะคะ การประมวลผลในการคิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับข้อมูลตัวเลข หรือสถิตินะคะ สำหรับคนนะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่ นั่นก็คือความรู้ ที่เราไปเรียน หรือไปศึกษาเอาเอง หรืออ่านเอาเองอย่างนี้ หรือเดี๋ยวนี้เด็กยุคใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นดู YouTube ใช่ไหมนะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูบกัน นั่นก็เป็นความรู้ที่ได้จากการรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคนนะคะ เช่น การดู, การฟัง, การกิน, การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้นนะคะ ทีนี้ส่วนความจำ คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่ มันจะบันทึกอัตโนมัติ สมอง นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่ ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ ความจำจะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ ความจำที่ดีที่สุด ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือฝึกซ้ำ ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่ ถ้าเด็ก ๆ ไม่พยายามฝึก นึกออกนะคะ ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือทำสิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ นี่ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ นั่นก็คือการกระทำซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไรต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย พอจำได้ใช่ไหม ไม่มีใคร เหมือนที่เมื่อ เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นอะไร เรามาเรียนรู้ได้นะคะ เรียนแล้ว เราทำอะไร เราทำซ้ำ ๆ น่ะ เราฝึกปกฏิบัตินั่นเอง วิชาปฏิบัติเด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ นะคะ เขียนโน้ต พยายามเขียนโน้ต โน้ตไว้ด้วยคำสั่งคำสั่งอะไร 1. หัดจดด้วย คือ ที่แม่พบปัญหานี่ คือ เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียวเขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์ใช่ไหมคะ ทีนี้ แต่ทีนี้สไลด์เราเรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้งนะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่ มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้ว ความรู้ก็จะเกิดมานะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่เด็กหูฯ นะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะเป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้ เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะเด็ก ๆ ไม่เข้าใจต้องถาม ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา คุยได้ ไปไม่ทันให้ยกมือนะคะ เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการการประมวลผลของมนุษย์ มันจะเกิดอยู่ 3 ส่วน ก็คือเป็นเกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ ส่วนของความรู้ แล้วก็ส่วนของความจำ ทีนี้ มาดู แล้วการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ เมื่อกี้ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง 1. ใช้การพูดออกมา เหมือนที่แม่ถามนะ ใคร... ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด แต่ใช้วิธี ก็คือถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชต ถ้าสมัยก่อน ก็คือการเขียน ถ้าสมัยนี้มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือการอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟังหรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว เช่น เด็กหูฯ เด็กหูฯ พูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษามภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผลของข้อมูลของมนุษย์ ที่จำทำให้คนอื่นรู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น สมมติเมื่อเช้า เดี๋ยวจะถามดูนะคะ เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้ ตัวเองเป็นมนุษย์แล้ว ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมาดูกันนะคะทุกคน ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้ เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร ลองตอบ พิมพ์ตอบมาค่ะ พิมพ์ตอบมาทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเข้ากินเมื่อเช้าตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ ยังไม่ได้ทาน ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง เดี๋ยวจะได้มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก แซบบ่ อร่อยไหมเดชาพล มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทานอยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก เดชาพลได้ยินไหมครับ ไม่ได้เปิดเสียงหรือ ได้ยินอยู่ รสชาติเป็นอย่างไร รสชาติเป็นอมาม่าเกาหลีมีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา) รสเผ็ดครับ สีดำ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ รสเผ็ดแสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา แสดงว่าเดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม ข้าวมันไก่ สันติภาพ ข้าวมันไก่ ไปซื้อจากไหน ซื้อจากไหนสันติภาพ (นักศึกษาชาย) ไปซื้อที่โรงอาหารทานตะวันครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพรับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษาชาย) เดินไปครับ (อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา) ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหมความจำ สันติภาพใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหนจำได้ไหม (นักศึกษาชาย) มีร้านข้าวแกง (อาจารย์สุธิรา) มีร้านข้าวแกง มีอะไรอีกลูร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว ลักษณะนี้จะเป็นความจำสันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร ใครพาไป หรือใครบอก ตอนแรกน่ะ (นักศึกษาชาย) วันแรกเพื่อนพาไปครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอมันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ (อาจารย์) โอเค คนอื่นต่อ ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กินยัง นพกิต แฝดอยู่ไหนเอ่ย แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรือ ใครทำให้กิน อร่อยไหม อร่อยไหม อร่อย คนอื่น ส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมน สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน วริษาก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร ทำไมวันนี้ตื่นสาย ตื่นสายวริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญลักษณ์ก็ได้ ธัญลักษธอยู่หอ หันหนีตลอดเลย ลูกหันหนีกล้องตลอดเลย ลูกฉัน ฮัลโหล อยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้ อยู่บ้านหรืออยู่หอ มันดูอะไร (พี่อ๊ด) อาจารย์คะ พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของธัญลักษณ์น่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ เห็นไหมคะ (พี่อี๊ด) ไม่เห็นน่ะค่ะ เห็นแต่วริษา (อาจารย์สุธิรา) น่าจะเป็นสัญญาเน็ต อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (อาจารย์สุธิรา) เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ โน๊ทตบุคน่ะค่ะ แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ เสื้อเหลืองน่ะค่ะ จันทกานต์ เจ้าอบ ๆ ตื่นสาย นอนนอนดึกหรือ ทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดูยากเหมือนกัน เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ตเขาด้วยน่ะ เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (พี่อี๊ด) หนูเห็นวริษาค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ ๆ ไม่เป็นิไรค่ะ ปิดกล้องอีก ภากรณ์ (พี่อี๊ด) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ ภากรณ์ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูหนวกค่ะ หายไปไหนแล้ว Hello ภากรณ์หายไปแล้ว ไปกินข้าวหรือไง ถามว่ากินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชียว ไม่เป็นอะไรนะคะ เดี๋ยวไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือเป็นการแสดงผลลัพธ์ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบมา ว่า... บางคนตอบว่ายังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าวมันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ เหมือนสันติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถามไปซื้อที่ไหนนะคะ แล้วรู้ได้อย่างไรโรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี่มีความจำ มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม โรงอาหารอยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร เพราะเพื่อนพาไปเขาก็จำได้ เขามีความรู้นั่นก็คือในส่วนของคน ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ คนทำงานผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู, จมูก, ปาก แล้วก็มือนะคะ ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ผ่านอะไร ผ่านคีย์บอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่านอุปกรณ์ที่สำหรับรับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผลหรือ Process ถ้าเป็นคน ก็คือใช้สมองในการ Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์ ก็คือ CPU นั่นเองนะคะ เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ ก็คือต้องมีสมองเพื่อใช้ในการประมวลผล แล้วก็ต้องมีหน่วยความจำเพื่อเก็บข้อมูล เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุค ตามสมัยว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการแสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์ของคน ก็คือใช้วิธีพูด, วิธีอ่าน, วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว หรือท่าทางนั่นเองนะคะ เหมือนเด็กหูฯ พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ ก็ใช้ภาษามือ ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอหรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ หรือถ้ายังไม่แสดง เก็บไว้ก็ได้ คเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร ทีนี้เราจะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่ มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน อยู่เขียนเลยไม่ได้นะ บอกแล้วคอมพิวเตอร์อย ๆ ทำเองไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ หลักในการเขียนโปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรมมี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่ ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อนะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้ สั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำงานเลยไม่ได้นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่างทำงานได้เป็นบางอย่าง เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับ Notebook หรือ Tablet ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือนถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน เห็นไหมคะ ถ้าใครใช้มือถือน่ะ ลักษณะของมันจะมี Touch Screen ใช่ไหม นั่นก็คือการรับข้อมูลของมือถือนี่ จะมีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกันนะคะ แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้มาดู ขั้นแรก วางแผน ต้องวางแผนให้มันก่อนว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน มีแผนเสร็จทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา แผนจะเกิดจากไหน เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อนนะคะ ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่ ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะหลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา เพื่อพัฒนาระบบ หรือไปแก้ปัญหาที่คนไม่สามารถไปทำงานได้ อะไรอย่างนี้ จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์ออกมาแล้ว ว่าปัญหาอที่ได้เป็นอย่างไรนี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเองนะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรนะคะ เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว เราก็มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมนี่ มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน ก็คือ 1. ขั้นตอนของการเขียน เห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไรทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัก เห็นไหมคะ ก็คือเราจะต้อง Coding ให้ Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมปุ๊บ แล้วจะไม่มี Bug ไม่มี Debuging น่ะ ปกติเขียนโปรแกรมนี่ มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอนะคะ มันจะต้องมี Debugging เสมอ ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่ ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป อย่างนี้นะคะ และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลาดนี่ มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อนนะคะ ว่าก็ต้องไปดูที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่ นำไปใช้งานได้นี่ มันจะอยู่... พอใช้ ๆ ไปมันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษาโปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมีการ... การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมมันก็จะเป็น เช่น มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการอัปเดตเพิ่มข้อมูล เหมือนวิก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะเดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย บางทีทุกเดือนบางที 2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์ อัปเดตที นั่นก็คือการมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม มันจะมีการอัปเดตออกมา เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นนะคะ นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้องจำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักในการเขียนโปรแกรมของเรานั่นเอง ทีนี้ในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมนะคะ เรามาดูรายละเอียดมันว่า Planning นี่นะคะ เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่าก็คือการวางแผนนะคะ วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร ก็คือเราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะคะ คือ เราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่ เรามีเครื่องมือพร้อมไหม เห็นไหมคะ ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่ ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่ อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เพราะอะไร เราต้องไปดูก่อนว่าสิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม หลัก ๆ ก็คือ 1. เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์ เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เท่านั้น เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing ได้ เมื่อ Testing ไม่ได้ เราก็มา Debugging ไม่ได้ เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้ถึงได้บอกว่า เราจะวิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียนด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบเป็นความรู้ ความจำแล้ว อันนั้นน่ะนะคะ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้องใช้วิธีเขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ ก็คือเราต้องมาดูว่าเรามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไร มีโปรแกรมอะไร เรามีอะไร วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม มีการวางแผนนะคะ เสร็จแล้ววิเคราะห์ปัญหา เห็นไหมคะ วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย วิเคราะห์ว่าสิ่งที่เราต้องการ Input spcation หรือการระบุข้อมูลเข้า เราต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับเข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์ส่วนของการระบุข้อมูลเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มันนะคะ ทีนี้ เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อเอาข้อมูลนี้เข้าไป อยากได้อะไรออกมา เห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออกออก Input catio ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจากสิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมา เห็นไหมคะ นั่นก็คือต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output Specfication นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไปเข้าไป ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดูการประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือกำหนดวิธีการให้เครื่องมันประมวลผล กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา เพราะฉะนั้น ก่อนเราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อนนะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input Output แล้วก็ Process เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย ให้ท่องเลย คอมพิวเตอร์จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้วทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาแล้ว คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร เพื่อแสดงผล ก็คือ Output นะคะ เห็นไหม Input Process แล้วก็ Output ออกมาจะต้องดูจาก Input Output แล้วก็ Process ขั้นตอนการวิเคราะห์จะดูอีกมุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล แล้วก็แสดงผลนะคะ ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่ เราจะต้องเริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ ทีนี้ เมื่อรู้แล้วเห็นไหมคะ พอเมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ ตัวนี้ล่ะค่ะที่จะเป็นหลักในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรม ไม่ใช่นะคะ เราจะต้องมาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน ออกแบบ ไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะเราจะต้อง... หลักการออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ในภาษาคอมพิวเตอร์ เราจะใช้คำว่า "Algorithm" เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์มมัน เมื่อถามถึงเด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อนนะคะ ทีนี้ อัลกอริทึมที่เราจะเรียนนี่ วิธีทำมันจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ อัลกอริทึม แบบที่ 1 เป็นการบรรยายานะคะ Nalative Description ก็คือใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา เขียนอัลกอริทึมออกมาเขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยายเห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ ทีนี้ มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น Flowchart ก่อนจะเรียน ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ อัลกอริทึม Flowchat อันดับสุดท้าย หรือรหัสจำลองมันจะอ่านว่าซูโดโค้ดมาดูในส่วนของ Flowchart ตัวนี้เราจะใช้วิธีเขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอนนะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ และตัวต่อมา Psue Code ซูโด้โค้ดตัวนี้ จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรมนะคะ จะเป็นคำ ข้อความนี่ ที่แสดงเขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรมจะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้เพิ่มนะคะ ก็คือต้องหัดใช้ Google แปล (ภาษา) ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่ เปิดไว้เลย Google แปลภาษา เพราะเราจะต้องเอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้ คำศัพท์มันก็จะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะเวลาตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องหมั่นใช้โปรแกรม Google แปลฯ ให้คล่อง ๆ พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติม ก็คือฝึกพิมพ์ดีดนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ เมื่อกี้อธิบายถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำไปแล้วนะคะ ทีนี้ ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึมอีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริทึมมันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรมนี่ โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอนนะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ คนนี่ เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ ๆ นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล เรามี Case Study เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า เดชาพล มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก (เดชาพล) เป็นแบบ... (อาจารย์สุธิรา) สำเร็จ (นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์สุธิรา)ลไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการอธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล (นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ (นักศึกษาชาย) ขั้นแรก ก็คือต้มน้ำก่อนครับ (อาจารย์สุธิรา) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) มีเร็วกาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้มพอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้น่ะครับ จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ ใส่เข้าไป แล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้นมันพร้อมที่จะกินได้แล้วครับ ก็ไปเทน้ำออกแล้ว ก็ใส่เครื่องปรุงครับ แล้วก็ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ โอเค นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยวแม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี ลองให้เด็กหูฯ บ้าง พี่แฝด ๆ พี่แฝด แฝดนะ ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ (พี่การ์ตูน) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็นอะไร (พี่การ์ตูน) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย บอกขั้นตอนการต้มมาม่า อันดับแรกทำอะไรก่อน (พี่การ์ตูน) ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่ เขา... ดู มาม่า รู้ไหม (อาจารย์สุธิรา) เข้าใจไลองสิต้ม ทำแบบไหนขั้นตอนทำแบบไหน (พี่การ์ตูน) มาม่านะครับ แล้วก็กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คนแล้วก็พักเอาไว้ครับ แล้วก็หมดครับ (อาจารย์สุธิรา) โอเค เห็นไหม ของเดชาพล ต้มก็คือต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอน เวลาบอกแต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย แฝดจะข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำเห็นไหมคะ อัลกอริทึมนี่ จะเป็นการบอกการทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่งในความเป็นจริงนี่ ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้วเขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์น่ะ อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต้มมาม่าได้ไหม เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือมันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่ไม่ใช่วิธีการกินดิบ นึกออกนะกิน เพราะแม่บอกว่าวิธีต้มมาม่ากินใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซองแกะมาม่ากิน แต่อันนี้เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า ลองใหม่ ขอลองอีกคนหนึ่ง วริษาสิ เห็นพี่เขาไหม เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ เคยทำไข่เจียวไหมวริษา (ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์) ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไรสัญญาณกล้องวริษาไม่ค่อย... (พี่การ์ตูน) แล้วก็จะใช้ส้อม เหยาะซีอิ้ว แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) สัญญาณมือไม่ค่อยชัด ภาพมันไหว กล้องมันไหว (พี่การ์ตูน) เอาใหม่เลยนะคะ ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลาค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ แล้วก็ใช้ส้อมคน ส้อมตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา ใส่น้ำมัน แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จแล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ เจียวไข่เสร็จ แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์สุธิรา) เสร็จแล้ว ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง ภากรณ์เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบผู้ชายดูสิ เทียบ ภากรณ์ได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก หรือคนหู... (อาจารย์สุธิรา) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)นะคะ (พี่การ์ตูน) ภากรณ์หูตึงน่ะ (อาจารย์สุธิรา) เคยทำไข่เจียวไหม (พี่การ์ตูน) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะใส่น้ำปลาครับ ให้มันเค็ม ดู ๆ ดูก่อน ๆ ใจเย็น ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา) มืออย่างไว (พี่การ์ตูน) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์) ช้า ๆ หน่อยลูก (อาจารย์สุธิรา) ช้า ๆ อย่าให้แบบใจเย็น ๆ (พี่การ์ตูน) เดี๋ยวเราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม ไข่เจียวทำแบบไหน วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ หูตึง อธิบายเลย ภาษามือ อือ ครับ ก็จะรอให้น้ำมันร้อน ไข่เจียวนะ มีหมู เกี่ยวแบบไหน อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์สุธิรา) มีใส่หมูสับด้วย มีหมูสับด้วยนะ (พี่การ์ตูน) เอาใหม่ อธิบายใหม่ (อาจารย์สุธิรา) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ แม่จะได้ดูด้วย ภากรณ์นี่ก็เน็ตไม่เวิร์ก (อาจารย์สุธิรา) น้ำปลาไหมชิม (พี่การ์ตูน) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลานะครับ (อาจารย์สุธิรา) ใส่น้ำปลา (ล่าม) แล้วอย่างไรต่อแล้วก็น้ำมันรอให้มันร้อน (อาจารย์สุธิรา) ต่อครับ ต่อ ทำต่อ (พี่การ์ตูน) อะไรเอ่ย เย็น รอให้มันร้อนใช่ไหม น้ำมัน แล้วทำต่อไหน แดงเป็นจุด ๆ มะเขือหรือ (อาจารย์สุธิรา) ใส่มะเขือเทศด้วย มะเขือหรือแครอท (สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ แดง ๆ เป็นจุด ๆ (อาจารย์สุธิรา) พริกหรือเปล่า (พี่การ์ตูน) เห็นหรือเปล่า ใส่พริกหรือเออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์เรียนที่ไหนนะ น้องเรียนโรงเรียน (พี่การ์ตูน) ถาม เมื่อก่อนเรียนไหน หูตึง โรงเรียนไม่มีเลยหรือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่มีอย่างไร จบ ม. 6 อยู่ (ล่าม) ม.6 เรียนที่ไหน หูตึงถาม ใช่ ถาม โรงเรียน เมื่อก่อน เรียนที่ไหน ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์สุธิรา) ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย โสตอุดรฯ หรือ นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหนที่ไหน เขาทำ ก. ไก่ น่ะค่ะ ส.กศ. เขาทำ ก. ไก่ โรงเรียนหูหนวกเปล่า มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย อส. อก. มหาลัย ถาม เมื่อก่อน ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ อ.ด. ใช่ไหมใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน สก. เขาทำ ส. เสือ ก. ไก่ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ นนท์ใช่ไหม (อาจารย์สุธิรา) โสตนนฯ (ล่าม) โสต นนทบุรีใช่ หรือเปล่า (อาจารย์สุธิรา) อยู่นนทบุรีหรือ (พี่การ์ตูน) พิมพ์ให้หน่อยโรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน พิมพ์ได้ไหม พิมพ์มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพื่อนเจ้าแฝดนะนี่ (พี่การ์ตูน) เดี๋ยวหนูลองถามแฝดแป๊บนะคะ แฝด ๆ แฝดถามหน่อย เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ ชื่อภาษามือ อันนี้ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ภากร (พี่การ์ตูน) เขาบอกเขาได้ภาษามือน้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียว ใช่ไหม เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ จากนั้นสมาคม... (อาจารย์สุธิรา) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน ใช่ ๆ เขาเป็นเพื่อนแฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้ก็คือเรียนโรงเรียนหูดีมาก่อน โอ.เค. ค่ะ เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (พี่การ์ตูน) เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ ใช่ไหม (อาจารย์สุธิรา) แฝดชวนมา ภากรณ์ ภากรณ์ สมมติภาษามืองงน่ถามนะ เป็นห่วง (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ เข้าใจไหม ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย ภาษามือน้อย (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นอะไร เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน (พี่การ์ตูน) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะอยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ (อาจารย์สุธิรา) โอเค ช่วยสอน ๆ เราต้องร่วมด้วยช่วกัน โอ.เค. บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูดภากรณ์น่ะ เพราะเธอได้ยิน โอ.เค. คือเห็นไหมคะ เมื่อกี้ ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอนอัลกอริทึ่ม ก็คือเป็นการอธิบายขั้นตอน ที่จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ให้เด็ก ๆ นึกภาพ เหมือนถ้าเพื่อนบางคน ก็คือถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็จะไม่สามารถอธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไรนะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลยน่ะ มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าการเจียวไข่นี่ 1. ต้องมีไข่น่ะ ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่ เราต้องเอาไข่ไปตีก่อนไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียว ถูกไหม ต่างกันนะคะ ไข่เจียวกับไข่ดาวเห็นไหม เพราะฉะนั้นจะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงานนี่ ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจสิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย บางอย่างมันข้ามขั้นตอน เหมือนถ้าเราจะเไม่ได้ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอย่างไร เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟูใช่ไหมคะ มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย เหมือนของภากรณ์ใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ ใส่พริกสักอย่างนี่ แล้วแต่นะคะ แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือการอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไรให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ หรือ Output Input อะไรเข้าไปได้อะไรออกมา มองให้เห็นภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ แล้วแล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้ ส่วนการ Process นั่นก็คือขั้นหรือขั้นตอนจะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมาขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ เห็นไหมคะ เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึม หมายถึง ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม เพื่อแก้ปัญหาใน ที่นี้ก็คือแสดงผลมันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียนอธิบายอัลกอริทึมนี่ เราจะเขียนอย่างไรนะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน ต้มไข่ เห็นไหม วิธีการเขียนอัลกอริทึม เขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้ถาม ว่าทอดไข่เจียวทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน อัลกอริทึมก็เหมือนกัน สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่ ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่ อันดับแรก ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหมใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลย หรือเปล่า แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือดรอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอกต้มน้ำ ใส่ไข่ รอ 5 นาที เอาแค่ 5 นาที ดับไฟ ปิดเตา ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติข้อที่ 1 มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร กระบวนวิธีการ หรือกลุ่มขั้นตอน กระบวนวิธีการคืออะไรนะคะ ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ก็คือให้มันเห็นขั้นตอนที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง เราจะมีขั้นตอนอย่างไร นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกไว้ว่า กฎเกที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือเมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบายเนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบายมันก็เลยเป็นคลุมเครือ เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือคืออะไร ซึ่งถ้าเราคอมพิวเตอร์นี่ มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไปลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียบ อ่านแล้วไม่สับสน เราต้องทำให้คอมอ่านแล้วเข้าใจอ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร มาสู่ข้อที่ 3 มันจะมาอะไรตอนนี้ คอมพิวเตอร์จะอัปเดตเสียแล้ว การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับทีที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอนเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือเหมือน จะทำไข่ต้มได้ มันต้องต้มน้ำ เพราะต้องมีน้ำร้อนใช่ไหม มันต้องมีน้ำร้อนใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่ เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำน้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้มแน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำ อยู่อย่างนั้นล่ะ นะคะ เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอนมันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ น้ำมันจะร้อนเองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ มีขั้นตอนแล้ว ต้องให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนด เห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่ต้องการอยากได้ ก็คือไข่ต้ม ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที เป็นไข่ต้มไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวกไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้มต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่มันต้องนานมากกว่า 2 นาทีในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาทีเห็นไหม ต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที ใช่ไหม ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีนี่เป็นไข่ลวกหรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือเวลาเขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมีจุดเริ่มแล้วก็จุดสิ้นสุด ก็คือเริ่มต้น มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด เวลาอัลกอริทึมทีนี้ลองมาดู คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำเกี่ยวกับอัลกอริทึม 1. ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้องเช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้องดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมาก็คือ เช่นอยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียวกับไข่ต้ม วิธีการต่างกันนั่น ก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อนผลลัพธ์ที่ต้องการออกมาคืออะไร เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาทีถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาที ไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้มถูกไหมคะ มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหมอย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้ ก็คืออธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน อย่างวริษา วริษาอธิบายละเอียดนะคะ อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ เห็นไหมคะ อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตีเพราะ ไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมันแต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่คืออะไร นะคะ คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้ Ease of offidication ปรับปรุงในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของภากรณ์ ภากรณ์บอกใส่ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคตเราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ ก็เติมอะไรเข้าไปนะคะ ก็ปรับปรุงได้ลักษณะ นี้ใหม่ได้ Reuse billity นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการเจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไรคนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้ วิธีการมันเหมือนกันอย่างนี้นะคะ เอามาใช้ด้วยกันได้ และต้องมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวริษานี่ เห็นไหม วริษาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น ก็คือให้เห็นประสิทธิภาพของการทำงานด้วย อย่างนี้เห็นไหมคะ นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้ ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่ มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ เวลาเขียนนี่ สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริทึมไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2ในการดำเนินการน้อยที่สุดจับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือขั้นตอนที่มัน มีขั้นตอนน้อยแต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ มันต้องใอะไร มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไรเห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมาบอกว่า เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะบอกแล้วว่าลดขั้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน ต้มน้ำให้ร้อน นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางทีบางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า ใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่จะทำให้น้ำร้อน ก็คือการต้ม เห็นไหมคะ ไปลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย เพราะอะไร คอมพิวเตอร์ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยจะเกิดจากอะไร เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ นี่ นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึมไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ดโปรแกรมที่เราจะเขียนออกมามันก็ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุดเห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อยพื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่ มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เพราะฉะนั้น เมื่อเรากด1 ตัวอักษร หรือกดเมาส์ 1 ครั้งนี่ คอมพิวเตอร์มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริทึมต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอนที่เราเขียนน่ะ ได้นะคะ บางขั้นตอนไม่จำเป็นเอาออกก็ได้นะคะ ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยที่สุดเห็น ไหมคะ เห็นไหม ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลาต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือพอเขียนแล้วน่ะ ที่บอก Reuseable คนเอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือมันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้ วิธีการเขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบายนี่ จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้ทีนี้ เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์ เอาล่ะ นี่ก็คืองานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ ให้เด็ก ๆ ดูว่าเห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร นั่นก็คือหมายถึงในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่ ให้เด็ก ๆ เขียนลงไปว่ามันเป็น Input Process Output ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่เขียนลงมาในนี้อะไรคือ Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ เป็น Input Process Input หรือ Output หรือ Process Input Process หรือ Output Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Process ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่าสิ่งที่ทำไปนี่ ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร นึกออกนะ ตัวนี้ทำส่งใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอางานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่ เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ดูว่า มันเป็น Input หรือ Processหรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยายที่เป็นคำว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เป็นกระบวนการไหน เป็นกระบวนการของ Input หรือกระบวนกเป็นProcess หรือเป็นกระบวนการของ Output เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่งใน Class ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก เข้าใจงานที่สั่งไหม ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะแล้วข้างบนน่ะ มันจะมีบอก Input Process หรือ Output Process หรือ Output ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ Input Output หรือเป็น Process เข้าใจไหมลูก เรามีสไลด์อยู่ใน Class ลองไปย้อนดูได้ เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะคะ ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร Output คือ กระบวนการอะไรคือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่ ถ้าขั้นตอนนี้ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่ ที่เราบอกเป็นคำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input หรือ Process หรือ Output นะ ลองทำดูนะคะ มีใครสงสัยให้ถาม เห็นไหม คือ ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ เอามาใส่ในช่องของข้อความไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Outputก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูลหรือการประมวลผลข้อมูล หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ เพราะตอนนี้ต้องนึกต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร เราต้องคิดว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่ ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไรนะคะ โอไหมคะ ถ้าโอเค สัปดาห์นี้เราจะ... สันติภาพเข้าใจไหมลูก ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะเราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม สันติภาพใช้จินตนาการ เด็กตาใช้จินตนาการได้ ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะสิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อนนะคะ ส่วนของ Input คืออะไร แล้วก็ส่วนของ Process คืออะไร แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะเห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output นะ อย่างนี้นะคะ มันจะ ลอง ลองใส่ดูนะ ลอง ๆ คือ วิธีการมันเหมือนการจับคู่น่ะ แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่ เราะว่าข้อนี้มันจะเป็น Input หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบมาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิดนะคะ แล้วเราทำส่งใน Classroom ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่งส่งตัวงานเข้า แล้วให้ทำส่งนะคะ มีใครสงสัยอะไรอีกไหม เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า... เพิ่มให้ตอนท้ายคาบนะคะ เข้าไปทำใน google drive เลย พิมพ์ลงใน Google Drivโอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากจ้ะ (พี่อี๊ด) ขอบคุณค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ ทดลองอะไรอีกไหม [สิ้นสุดการถอดความ] -