--- title: ฝึก PE (ห้อง 4296) หลักการเขียนโปรแกรม (ปี1) นาโน subtitle: date: วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอวิดีโอด้วยนะคะพี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม (ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะจะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้างโอ.เค. 14 คนคน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะระหว่างรอเพื่อน ๆเด็ก ๆ อยากทราบว่าใครเคยเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชทเคยเขียน เขียนภาษาอะไรมาใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคยโอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่าเคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคยยังไม่เคยเดชาพล พิมพ์แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก (นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ (อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะสันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับสันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับบอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียนบางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม (อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบจากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ (อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจากอะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจากกศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียนภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไรนะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิมเดิมหรือกัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูกกุ๊กได้ยินไหมคะมุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะงั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้โอ.เค. คนอื่น ๆ ตอบมาได้เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคยศิริลัษณ์ สันติภาพไม่เคยคนอื่นหายไปไหนหมดเพื่อน ๆ หายไปไหนหมดตอนนี้ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้คอมหรือใช้อะไรเอ่ย (นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ (อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับเมื่อวานที่นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้ (นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ (นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา (อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้ (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะเพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้Notebook ครับ (อาจารย์)สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)มุกใช้อะไรลูก พิมพ์มาบอกก็ได้ กัญญณัฐตอนนี้ที่เห็นหน้ากันมี 1, 2, 3, 4, 5คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะหายไปไหนหมด (ล่าม) หนูไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้ (ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ (อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะโอ.เค.เดชาพลมีคอมพิวเตอร์อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)มีไหมลูกมีนะครับ โอ.เค.รออีกสัก10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มาตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มีเด็กหูยังไม่เข้ามาน่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก (อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไงก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์) (อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้าเน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า (ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอเพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้วมันมาก่อนที่เขาจะประกาศ (ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหาคือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร (ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)น่าจะติดปัญหาอันนี้เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามาเขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้วพี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้วเพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนเรียนด้วยหรือคะอาจารย์ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารเพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซกหมายเด็กเรียนรวมกันใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะมีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่งมิ้นเปิดจอเขียน Flashแจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยังไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีนวันนี้นะ เธอบอก...พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีนเจ้าแฝดนั่นนะสินักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆมาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้วสวัสดีจ้ะมาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่แฝดมาสายทำอะไรอยู่ (ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับแล้วนอนตื่นสายเด้อ (ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย (ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ (ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับก็เลยตื่นสายครับ ใช่ครับสะโลสะเลมากโหลงเหลงมากวันนี้สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามาตอนนี้มีเด็กตาเด็กปกติเริ่มเข้ามาแล้ว ๆจันทกานต์เข้ามาแล้วเปิดกล้องบอกเพื่อนเปิดกล้องงั้นแฝดเข้ามาแล้วถามแฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยังเคยเรียนไหม (ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อนตอบได้ไหม (ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิดู... บอกเขาทำมือช้า ๆให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออกเออ (ล่าม) เอาออกแล้วครับ (อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก (ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็นวิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ (อาจารย์) ภากรถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหมนพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบกล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้ (อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียนภากรณ์หูตึง ใช่ ๆก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหมโปรแกรม ทำเองมีไหม (อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือได้ยินหรือเปล่าคือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่าได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น (อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือพูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)เพราะเหมือนพี่โจโจ้รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ (ล่าม) หนูชื่อพี่โจโจ้ รู้เปล่ารู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้อธิบายว่าชื่อพี่โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)อ่านปากได้ประมาณนี้ล่ะหูตึงถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ (อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางทีเขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วยพูดไว้เลยโอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้วแฝดมาแล้ว18 คนแล้วเพิ่งเข้ามาหายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ (อาจารย์) ไอ้นี่ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะอบ ๆเปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหนอบไม่เปิดกล้องน่ะเงียบ...แล้วก็เจ้ามิ้น (ล่าม) แฝด ๆเตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อยธัญญาลักษณ์ธัญรัตน์ (อาจารย์) เชอรี่หรือชื่อชื่อภาษามือใช่ไหมใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)ใช่ไหมเออ ถามเขาหน่อย ว่าเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง (อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่ามพอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะเดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะชื่ออบใช่ไหมธัญ...ธัญญลักษณ์ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิกัญรัตนเหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้องลองจันทร์กานต์เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพเด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหมใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย (อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่าอบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลยดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคนแต่ละคน [เสียงหัวเราะ] (ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆเห็นพี่เขาหรือเปล่านี่ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิดเตือน ๆ กล้องเปิดเดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้วจันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้วแต่ละคนปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้วเปิดกล้อง (ล่าม) จันทร์กากานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะเสื้อภาษามือชื่อภาษามือ ผู้หญิงเสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย (อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่าไหมนี่ (ล่าม) ล่ามหูหนวกหูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหมมีเห็น ชัดค่ะ ชื่อภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะเสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะชื่อภาษามือไหนใช่ ๆ ชื่อไหนชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะโอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถามเคยเรียนภาษาภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบเข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะกลัวไม่เข้าใจ ทีนี้พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะพร้อมจะเรียนหรือยังพร้อมไหม ๆโอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน (ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะเปิดวิดีโอตลอดนะเพราะว่าภาพคะแนนให้ มีขอโทษ ๆเห็นหน้าจออยู่นะวิชาของเราก็คืออันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือคอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่มก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะหลักการก็คือเป็นความรู้เบื้องต้นก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่าเขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงานนะคะเพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่มีวิธีการทำงานเป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงานของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไรถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อนคอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่3 อย่าง อย่างแรก คือต้องมี Input หรือการรับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่เราจะเรียกตัวนี้ว่า Inputเข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อนเสร็จแล้วทำอะไรต่อมันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะProcess แล้วก็แสดงผลหรือ Output หรือคือมี Input มี Outputมี Process แล้วก็ Outputมันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงงอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไรนะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอนเลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะเรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Inputเสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไปOutput ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้องรับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไปการสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ Process หรือประมวลผลก็คือคำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้นมาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือสิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไรประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่งของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Processเสร็จ มันก็จะต้องเป็น Outputแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผลออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเราป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไปทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูลนั้นนะคะหลักการรับข้อมูลเข้าของคอมพิวเตอร์นะคะเราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลักสิ่งที่จะเป็นตัวนำข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูปก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะคีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเองนะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะเช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์กดคลิก OK หรือ คลิกตกลงอย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่าInput Unitก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ดเมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูปคอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชาหนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียนระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้นทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผลนะคะก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ดหรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่องCPU หรือ CentalUnit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเองมันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำหรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่งสำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามามันจะมาผ่าน CPUCPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไปอยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์นะคะ ตัวนี้ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีกนะคะ เมื่อทำการประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอหรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้าไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อนยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่าแผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็Handy Driveแล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุดก็คือเก็บไว้บน Cloud Computerเพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้องทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อนเท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผลนะคะเมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์อย่างไรถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะเราจะใช้ข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตาหู จมูกมือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตาก็คือการมองเห็นใช่ไหมเหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะมีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะแต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูลจากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเองนะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือการได้กลิ่น เหมือนจมูกวิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่นเหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็นกลิ่นหอมนะคะส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะมันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆอย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคนนะคะ การสัมผัสก็คือมือเหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือสัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่ามีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไรมีรูปทรงอย่างไรนะคะ และและทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเองเรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รสเผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็มเป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้าเข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รสนิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดูเห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะเหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะสายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้สายตา ส่วนเด็กตามองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัสของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไรนั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะแต่ของคอมพิวเตอร์นี่มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนรไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไปหรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถไปเที่ยวอย่างนี้สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะได้ยินด้วยมีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่าถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะกับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะอย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคนเรามาดูการประมวลผลข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผลอย่างไรนะคะของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลยแยกตามวิธีการคิดคำนวณแยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วนของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลขนะคะ การประมวลผลในการคิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิตินะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่นั่นก็คือความรู้หรือไปศึกษาเอาเอง หรืออ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหมนะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูปเป็นความรู้ที่ได้จากการรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคนการดูการฟัง การกินการดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้นนะคะ ทีนี้ส่วนความจำคนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่มันจะบันทึกอัตโนมัติสมองนึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะสิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆความจำที่ดีที่สุดก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะเพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำสิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิดสิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆนะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไรต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วยไม่มีใครเหมือนที่เมื่อเหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลยเห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไรเราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัตินั่นเอง วิชาปฏิบัติเด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆนะคะ เขียนโน้ตพยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย1. หัดจดด้วยคือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือเหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียวเขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เราเรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้งนะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมานะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะเป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆไม่เข้าใจต้องถามไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เราคุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะเราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกันไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการการประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วนก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะแต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง1 ใช้การพูดออกมาเหมือนที่แม่ถามนะใคร...ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูดแต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชทถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียนมันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือการอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟังหรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหวเด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษามภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหวโดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผลของข้อมูลของมนุษย์ ที่รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่นสมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะเดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้ตัวเองเป็นมนุษย์และข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมาดูกันนะคะ ทุกคนผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไรลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้าตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับยังไม่ได้ทานใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้างมีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆมีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลีมาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูกแซบบ่อร่อยไหม เดชาพลมาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทานอยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูกเดชาพลได้ยินไหมครับไม่ได้เปิดเสียงหรือรสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลีมีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ดแสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหมชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเราเดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหมข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ (นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหารอย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพรับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไรตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ (อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูกตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหมความจำ สันติภาพใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหนจำได้ไหม (นักศึกษาชาย)ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกงร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยวลักษณะนี้จะเป็นความจำสันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขายนั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไรใครพาไป หรือใครบอก (นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอมันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ (อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กินอาฟาเบตก็ยังไม่ได้กินยังไม่ได้กิน นพกิตแฝดอยู่ไหนเอ่ยแฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไรแกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอใครทำให้กินอร่อยไหม อร่อยไหมอร่อยคนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะคนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะมีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลยอดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กินก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้ายังไม่ได้กินวริศาก็ยังไม่ได้กินเพิ่งพากันตื่น ถามอดิศรทำไมวันนี้ตื่นสายตื่นสายวาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะเน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้กัญลัทธอยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูกหันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉันฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้อยู่บ้านหรืออยู่หอมันดูอะไร (ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะเปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะเห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะเห็นแต่วาริศาน่าจะเป็นสัญญาเน็ตอย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลืองสีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะโน๊ทบุคน่ะค่ะแต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะเสื้อเหลืองน่ะค่ะจันทกานต์เจ้าอบ ๆตื่นสาย นอนนอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสายกล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะมองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดูยากเหมือนกันเพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้องน่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ตเพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆเห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศาค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะปิดกล้องอีกภากร (ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะหายไปไหนแล้ว Helloภากรณ์หายไปแล้วไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชีไม่เป็นอะไรนะคะไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อเมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆรับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไปก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าวมันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะเหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถามไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไรโรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไปเพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหมโรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไปเขาก็จำ เขามีความรู้นั่นก็คือในส่วนของคนทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะเพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงานผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หูจมูก ปาก แล้วก็มือนะคะส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่านอุปกรณ์ที่สำหรับรับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผลหรือ Process ก็ใช้สมองในการProcess นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์ก็คือ CPU นั่นเองนคะเห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะเพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำเห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัยว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการแสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่านวิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหวหรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหูพูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเองแต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอหรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะหรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอนมีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอนบอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเองไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะคนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะหลักในการเขียนโปรแกรมมี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อนะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะสั่งมาทำเลยไม่ได้นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่างทำงานได้เป็นบางอย่างเหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊กหรือ Tablatลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือนถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีนถ้าใครใช้มือถือน่ะลักษณะของมันจะมี Touch Screenการรับข้อมูลของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกันแต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้มาดู ขั้นแรก วางแผนว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรเราต้องมีแผนให้มันเสียก่อนทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหาแผนจะเกิดจากไหนเกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อนว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไรไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะหลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหาที่คนไม่สามารถไปทำงานได้อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะพอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะเมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไรนี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเองนะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเองออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรเมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้วมาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมนี่มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอนของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไรทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไรเพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัคเราจะต้อง CodingTesting ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาดเป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้วจะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะปกติเขียนโปรแกรมนี่มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไปและสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนาก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดูที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไปมันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษาโปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมีการดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่นมาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะเดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อยบางทีทุกเดือนบางที2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรมมันจะมีการอัปเดตออกมาเพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นนะคะนี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้องจำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปรทีนี้ในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมเรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่าก็คือการวางแผนนะคะวางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไรเราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหาหาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะคือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่เรามีเครื่องมือพร้อมไหมต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่าสิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรมเครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testingได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debugเห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้ถึงได้บอกว่า เราจะวิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติมันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียนด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบเป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะแต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้องเขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไรวางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะจะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่มในการวางแผนนะคะเสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหาวิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลยสิ่งที่เราต้องการ Inputcation หรือการระบุข้อมูลเข้าต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่าเหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับเข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้างเห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มันทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไปต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออกออก Input Ex... catioก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจากสิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไปแล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงแสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Outputนะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไปเข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดูการประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนดมันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือกำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผลกำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขาเพราะฉะนั้นเราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อนนะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ InputOutput แล้วก็ Processเห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลยจะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้วทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไรเพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ InputProcess แล้วก็ Output ออกมาจะต้องดูจาก Input Outputแล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีกมุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้นก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผลแล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Processแต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้องเริ่มจาก Input Output แล้วก็ Processนะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะทีนี้เมื่อรู้แล้วเห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลักในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะมาทำการออกแบบให้มันเสียก่อนออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะเราจะต้องหลักการออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์เราจะใช้คำว่า "Algorithm"เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะเพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึงเด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อนนะคะ ทีนี้ อัลกอริทึมที่เราจะเรียนนี่วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คืออัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายานะคะ Manative Description ก็คือใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรเด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมาเขียนอัลกอริทึมออกมาเขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยายเห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไปแบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็นFlowchart ก่อนจะเรียนได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะอัลกอริทึม โฟร์ชาร์ทอันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลองมันจะอ่านว่าซูโด้โค้ดมาดูในส่วนของ Flowchartตัวนี้เราจะใช้วิธีเขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอนนะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะและตัวต่อมา ซูโด้โค้ดซูโด้โค้ดตัวนี้จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรมนะคะ จะเป็นคำข้อความนี่นี่ที่แสดงเขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเองสามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษแต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรมจะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัวสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้เพิ่มนะคะ ก็คือต้องหัดใช้ Google แปลให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลยGoogle แปลภาษา เพราะเราจะต้องเอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะคอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องหมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆพิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆเรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะน่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียนเวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะเมื่อกี้อธิบายถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึมอีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึมมันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรมโดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอนนะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะคนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมตินะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆเมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพลเรามี Case Studyเพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้ามาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก (นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ (นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)สมมติ สมมตินะคะตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการอธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล (นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ (นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้มพอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้นมันพร้อมที่จะกินได้แล้วไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับแล้วก็ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับนี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยวแม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดีลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆพี่แฝด แฝดนะถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่าแฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่าแฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหมที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ (ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ (อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อยบอกขั้นตอนบอกขั้นตอนการต้มมาม่าอันดับแรกทำอะไรก่อน (ล่าม) ไม่ใช่ ๆไม่ใช่ เขา...มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิต้ม ทำแบบไหนขั้นตอนทำแบบไหน (ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คนแล้วก็พักเอาไว้ครับแล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอกแต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลยข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำเห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอกการทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่งซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อยเหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้วเขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะตเราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือมันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่าก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะกิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซองแกะมาม่ากิน แต่อันนี้เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่าขอลองอีกคนหนึ่งวาริศาสิ เห็นพี่เขาไหมเอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้วไข่เจียว ทำไข่เจียวสิเคยทำไข่เจียงไหม วาริศา (ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไรสัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้วแล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะแล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะแล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ (อาจารย์) สัญญาณไม่ค่อยชัดกล้องมันไหวก็จะมีการตอกไข่ค่ะลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลาค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อมตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตาแล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จแล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะแล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้วขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะเพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุงใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะเดี๋ยวลองภากรณ์บ้างเคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวกหรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะภากรหูตึงน่ะ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)เคยทำไข่เจียวไหม (ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะใส่น้ำปลาครับให้มันเค็มดูก่อน ๆ ใจเย็นใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)ช้า ๆ หน่อยลูก (อาจารย์) ช้า ๆอย่าให้แบบใจเย็น ๆ เดี๋ยวเราจะล่ามพูดด้วย เริ่มไข่เจียวทำแบบไหนวิธีไข่เจียวของคุณน่ะภาษามือ อือ ครับก็จะรอให้น้ำมันร้อนไข่เจียวนะมีหรือ เกี่ยวแบบไหนอ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วยมีหมูสับด้วยนะเอาใหม่อธิบายใหม่ (อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆแม่จะได้ดูด้วยภากรณ์นี่ก็ (อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม (ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลานะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)แล้วอย่างไรต่อแล้วก็น้ำมันรอให้มันร้อน (อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่ออะไรเอ่ยเย็นรอให้มันร้อนใช่ไหมน้ำมัน อือ แล้วต่อไหนแดงเป็นจุด ๆมะเขือหรือมะเขือเทศหรือแครอท (สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆแดง ๆ เป็นจุด ๆ (อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่าใส่พริกหรือเออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะภากรเรียนที่ไหนนะ น้องเรียนโรงเรียนอะไรเมื่อก่อนเรียนไหนโรงเรียนไม่มีเลยหรือ (อาจารย์) ไม่มีอย่างไรจบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6เรียนที่ไหนหูตึงถาม ใช่ถามโรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหนก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลยเกิดอุดรหรือนี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหนที่ไหนเขาทำ ก. ไก่ ส.กศเขาทำ ก. ไก่โรงเรียนหูหนวกเปล่ามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอส. อก.มหาลัยถามเมื่อก่อนถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะอ.ด. ใช่ไหมใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหนสก.เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯอโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม (อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสตนนทบุรีใช่หรือเปล่า (อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือโรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหนพิมพ์ได้ไหม พิมพ์มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝดนะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝดแปีบนะคะแฝด ๆ ถามหน่อยเพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ (อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือน้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้นเขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหมเป็นหูตึงใช่หรือเปล่าอยู่ที่โรงเรียหูดีครับเมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียวแล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับจากนั้นสมาคม... (อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสันใช่ ๆแฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อนโอ.เค. ค่ะเพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆใช่ไหม แฝดชวนมาภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่ถามนะ เป็นห่วง (อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่องคุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อยภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไรเห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน (ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะอยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกันเดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับโอ.เค.ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยันโอ.เค.บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยินโอ.เค. คือเห็นไหมคะเมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอนอัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอนจะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลองให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือนถ้าเพื่อนบางคนถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถอธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไรนะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลยมันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าการเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่เราต้องเอาไข่ไปตีก่อนไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหมกับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงานนี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจสิ่งที่เราจะสั่งมันด้วยบางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียวมันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไรเหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อนไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟูมันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วยเหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะแต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือการอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไรให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมานั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้สิ่งที่เราต้องการหรือ Output Input อะไรเข้าไปได้อะไรออกมา มองให้เห็นภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้วแล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้ส่วนการ Process หรือขั้นตอนจะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมาขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเองทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะเห็นไหมคะเราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึงลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผลมันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียนอธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไรนะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากันต้มไข่เห็นไหม วิธีการเขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียวทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกันสามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่อันดับแรกก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหมใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่าแต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือดรอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตามีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอกต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาทีก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อนคุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติข้อที่ 1.มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไรวิธีการหรือกลุ่มขั้นตอนกระบวนวิธีการคืออะไรนะคะ ทที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอนที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟองเราจะมีขั้นตอนอย่างไรนั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเองทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่าที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือเมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบายเนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบายมันก็เลยเป็นคลุมเครือเหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือคืออะไร ซึ่งถ้าเราคอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไปลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบอ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้วเข้าใจอ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไรมาสู่ข้อที่ 3.มันจะมาอะไรตอนนี้คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้วการประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับทีที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอนเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือเหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำเพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อนใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำน้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้มแน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไรน้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอนมันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆเองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะมีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่อยากได้ ก็คือไข่ต้มถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อนถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาทีไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวกไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้มต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่มันต้องนานมากกว่า 2 นาทีในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาทีเห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาทีไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวกหรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไรต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลาเขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมีจุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือมี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุดเวลาอัลกอริทึ่มทีนี้ลองมาดูคุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ1.ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้องเช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้องดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมาก็คือ เช่นอยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียวกับไข่ต้ม วิธีการต่างกันนั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อนคืออะไรเหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาทีถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้มถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหมอย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอนอย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะอธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะอ่านแล้วเข้าใจเลยว่าด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตีเพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมันแต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟองเพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่คืออะไร นะคะคุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้Is of offidication ปรับปรุงในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของภากร ภากรบอกใส่ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคตเราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้ใหม่ได้ Reuse abillityนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการเจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไรคนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้และต้องมีประสิทธิภาพประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้นประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะนั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพเวลาเขียนนี่สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึมไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2ในการดำเนินการน้อยที่สุดจับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อยแต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไรมันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไรเห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมาเปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะบอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอนนั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางทีบางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊สบางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้าแต่สิ่งที่จะทำให้น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อยเพราะอะไร คอมพิวเตอร์ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไรเกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆนะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึมไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ดโปรแกรมที่เราจะเขียนออกมาไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุดเห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อยพื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byteเท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้งมันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึมต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอนที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอนไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยที่สุดเห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลาต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะแล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือพอเขียนแล้ว ที่บอก Re useableเอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือมันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะมันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบายนี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้ทีนี้ เเราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะให้เด็ก ๆ ดูว่าเห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไรนั่นก็คือหมายถึงในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Inputให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่เขียนลงมาในนี้อะไรคือInput อะไรคือ Process เห็นไหมคะเป็น Input ProcessInput หรือ Output หรือ ProcessInput Process หรือ OutputProcess หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Prผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมาอันนี้ให้ตอบนะคะ ว่าสิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไรนึกออกนะตัวนี้ทำส่งใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอางานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroomนะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะพิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Processหรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยายต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหนเป็นกระบวนการของ Input เป็นProcess หรือเป็นกระบวนการของ Outputเข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่งใน Classศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูกเข้าใจงานที่สั่งไหมให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะแล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ OutputProcess หรือ Outputให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่Input Output หรือเป็น Processเข้าใจไหมลูกเรามีสไลด์อยู่ใน Classเข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะคที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไรOutput คือ กระบวนการอะไรคือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะเพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Inputหรือ Process หรือ Outputนะคะ มีใครสงสัยให้ถามเห็นไหม คือขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะเอามาใส่ในช่องของข้อความไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็นInput หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Outputก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูลหรือการแสดงผลลัพธ์นะคะเพราะตอนนี้ต้องนึกต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วยเราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรเพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรนะคะต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามาสิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไรโอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะสันติภาพเข้าใจไหมลูกลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะเราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหมสันติภาพใช้จินตนาการเด็กตาใช้จินตนาการได้ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะสิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไรไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อนนะคะ ส่วนของ Input คืออะไรแล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะเห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Outputอย่างนี้นะคะมันจะ ลอง ลองใส่ดูนะ ลอง ๆคือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะแต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่ว่าข้อนี้มันจะเป็น Inputหรือจะเป็น Output เลือกมาตอบมาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิดนะคะแล้วเราทำส่งใน classroomห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่งส่งตัวงานเข้าไปมีใครสงสัยอะไรอีกไหมเอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงานเดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...เพิ่มให้ตอนท้ายคาบใน google drive เลยโอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะทดลองอะไรอีกไหม [สิ้นสุดการถอดความ] -