﻿1
00:00:03,932 --> 00:00:07,932

2
00:00:07,938 --> 00:00:11,938

3
00:00:11,938 --> 00:00:15,938

4
00:00:15,940 --> 00:00:19,940

5
00:00:23,862 --> 00:00:23,862

6
00:00:23,862 --> 00:00:27,855

7
00:00:27,855 --> 00:00:31,848

8
00:00:31,848 --> 00:00:35,843

9
00:00:35,843 --> 00:00:39,839

10
00:00:39,839 --> 00:00:43,839

11
00:00:43,851 --> 00:00:47,851

12
00:00:47,855 --> 00:00:51,855

13
00:00:51,878 --> 00:00:55,873
(อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

14
00:00:55,873 --> 00:00:59,873
วิดีโอด้วยนะคะ

15
00:00:59,875 --> 00:01:03,847
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

16
00:01:03,847 --> 00:01:07,847
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค.

17
00:01:07,847 --> 00:01:11,847

18
00:01:11,898 --> 00:01:15,860
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

19
00:01:15,860 --> 00:01:19,860
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

20
00:01:19,864 --> 00:01:23,864

21
00:01:23,876 --> 00:01:27,836
โอ.เค. 14 คน

22
00:01:27,836 --> 00:01:31,836
รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

23
00:01:31,855 --> 00:01:35,854

24
00:01:35,854 --> 00:01:39,837
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

25
00:01:39,837 --> 00:01:43,825

26
00:01:43,825 --> 00:01:47,825

27
00:01:47,833 --> 00:01:51,833
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

28
00:01:51,833 --> 00:01:55,833
ใครเคยเขียนโปรแกรม

29
00:01:55,834 --> 00:01:59,825
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแช

30
00:01:59,825 --> 00:02:03,825
ต เคยเขียนเขียนภาษาอะไรมา

31
00:02:03,827 --> 00:02:07,827
นะคะ ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

32
00:02:07,836 --> 00:02:11,834
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

33
00:02:11,834 --> 00:02:15,830
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

34
00:02:15,830 --> 00:02:19,826
ภาษาอะไร เขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

35
00:02:19,826 --> 00:02:23,824
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

36
00:02:23,824 --> 00:02:27,824
ยังไม่เคย

37
00:02:27,829 --> 00:02:31,829

38
00:02:31,833 --> 00:02:35,825
เดชาพลพิมพ์

39
00:02:35,825 --> 00:02:39,825
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหม ลูก

40
00:02:39,833 --> 00:02:43,833
(เดชาพล) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

41
00:02:43,836 --> 00:02:47,829
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอม(พิมเตอร์)หรือใช้มือถือลูก

42
00:02:47,829 --> 00:02:51,827
(เดชาพล) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

43
00:02:51,827 --> 00:02:55,827
(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

44
00:02:55,828 --> 00:02:59,828
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

45
00:02:59,831 --> 00:03:03,831
สันติภาพมาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

46
00:03:03,831 --> 00:03:07,831
บอกอาจารย์สิ (สันติภาพ) จบจากโรงเรียน

47
00:03:07,850 --> 00:03:11,832
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

48
00:03:11,832 --> 00:03:15,832
(อาจารย์สุธิรา) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (เดชาพล) จบ

49
00:03:15,837 --> 00:03:19,832
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

50
00:03:19,832 --> 00:03:23,828
(อาจารย์สุธิรา) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

51
00:03:23,828 --> 00:03:27,828
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

52
00:03:27,829 --> 00:03:31,829
กศน. ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

53
00:03:31,835 --> 00:03:35,827
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

54
00:03:35,827 --> 00:03:39,827
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

55
00:03:39,827 --> 00:03:43,825
หรือ

56
00:03:43,825 --> 00:03:47,825
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

57
00:03:47,845 --> 00:03:51,826
กุ๊กได้ยินไหมคะ

58
00:03:51,826 --> 00:03:55,826
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

59
00:03:55,833 --> 00:03:59,826
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

60
00:03:59,826 --> 00:04:03,826
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

61
00:04:03,829 --> 00:04:07,829
อย่างนั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

62
00:04:07,830 --> 00:04:11,827
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

63
00:04:11,827 --> 00:04:15,827
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

64
00:04:15,827 --> 00:04:19,827
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

65
00:04:19,833 --> 00:04:23,825

66
00:04:23,825 --> 00:04:27,825
ไม่เคย

67
00:04:27,834 --> 00:04:31,826
คนอื่นหายไปไหนหมด

68
00:04:31,826 --> 00:04:35,826
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

69
00:04:48,772 --> 00:05:01,513

70
00:04:35,836 --> 00:04:39,825

71
00:04:39,825 --> 00:04:43,825

72
00:04:43,826 --> 00:04:47,826

73
00:04:47,829 --> 00:04:51,827

74
00:04:51,827 --> 00:04:55,827

75
00:04:55,834 --> 00:04:59,829
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

76
00:04:59,829 --> 00:05:03,826
คอมฯ หรือใช้อะไรเอ่ย

77
00:05:03,826 --> 00:05:07,826
(สันติภาพ) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

78
00:05:07,844 --> 00:05:11,844
(อาจารย์สุธิรา) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (สันติภาพ) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

79
00:05:11,851 --> 00:05:15,851
(อาจารย์สุธิรา) เมื่อวานที่

80
00:05:15,864 --> 00:05:19,864
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (สันติภาพ)

81
00:05:19,912 --> 00:05:23,912
ใช่ครับผม (อาจารย์สุธิรา) แล้วทำไมไม่ใช้

82
00:05:23,930 --> 00:05:27,840
(สันติภาพ) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ

83
00:05:27,840 --> 00:05:31,831
(สันติภาพ) คอมของผมมีปัญหา

84
00:05:31,831 --> 00:05:35,830
(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

85
00:05:35,830 --> 00:05:39,830
(อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ

86
00:05:39,831 --> 00:05:43,831
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

87
00:05:43,833 --> 00:05:47,833
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

88
00:05:47,838 --> 00:05:51,830
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

89
00:05:51,830 --> 00:05:55,829

90
00:05:55,829 --> 00:05:59,828

91
00:05:59,828 --> 00:06:03,827

92
00:06:03,827 --> 00:06:07,827
Ahplabat god ใช้คอมฯ หรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

93
00:06:07,830 --> 00:06:11,828
Notebook ครับ (อาจารย์สุธิรา)

94
00:06:11,828 --> 00:06:15,828
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

95
00:06:15,840 --> 00:06:19,840
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

96
00:06:19,840 --> 00:06:23,840
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

97
00:06:23,844 --> 00:06:27,827

98
00:06:27,827 --> 00:06:31,827
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

99
00:06:31,827 --> 00:06:35,827
มี 1, 2, 3, 4, 5

100
00:06:35,833 --> 00:06:39,833
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

101
00:06:39,845 --> 00:06:43,829
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

102
00:06:43,829 --> 00:06:47,829
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะวันนี้

103
00:06:47,836 --> 00:06:51,831
เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์สุธิรา)

104
00:06:51,831 --> 00:06:55,831
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

105
00:06:55,844 --> 00:06:59,837

106
00:06:59,837 --> 00:07:03,833
อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

107
00:07:03,833 --> 00:07:07,833
โอ.เค.

108
00:07:07,837 --> 00:07:11,827
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

109
00:07:11,827 --> 00:07:15,827
อยู่ใช่ไหมคะ (เดชาพล) ครับอาจารย์ (อาจารย์)

110
00:07:15,831 --> 00:07:19,828
มีไหมลูก

111
00:07:19,828 --> 00:07:23,827

112
00:07:23,827 --> 00:07:27,827
มีนะครับ โอ.เค.

113
00:07:27,832 --> 00:07:31,830

114
00:07:31,830 --> 00:07:35,827
รออีกสัก

115
00:07:35,827 --> 00:07:39,827
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

116
00:07:39,838 --> 00:07:43,832
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้ อีก

117
00:07:43,832 --> 00:07:47,832
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

118
00:07:47,832 --> 00:07:51,832
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ เด็ก ๆ ยังไม่เข้ามา

119
00:07:51,833 --> 00:07:55,830
เด็กหูฯ ยังไม่เข้ามา

120
00:07:55,830 --> 00:07:59,829
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

121
00:07:59,829 --> 00:08:03,829
(อาจารย์สุธิรา) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

122
00:08:03,836 --> 00:08:07,828
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

123
00:08:07,828 --> 00:08:11,828
เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

124
00:08:11,829 --> 00:08:15,828
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

125
00:08:15,828 --> 00:08:19,828
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

126
00:08:19,829 --> 00:08:23,828
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

127
00:08:23,828 --> 00:08:27,828
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

128
00:08:27,828 --> 00:08:31,828
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์สุธิรา) ปัญหา

129
00:08:31,835 --> 00:08:35,835
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

130
00:08:35,850 --> 00:08:39,830
(ล่าม) เข้าใจค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อาจารย์

131
00:08:39,830 --> 00:08:43,830
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

132
00:08:43,832 --> 00:08:47,828
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

133
00:08:47,828 --> 00:08:51,828
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์สุธิรา)

134
00:08:51,831 --> 00:08:55,830
น่าจะติดปัญหาอันนี้

135
00:08:55,830 --> 00:08:59,830
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

136
00:08:59,866 --> 00:09:03,830
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

137
00:09:03,830 --> 00:09:07,828
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

138
00:09:07,828 --> 00:09:11,828
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

139
00:09:11,835 --> 00:09:15,835
(ล่าม) อ๋อ เสาร์-อาทิตย์เขาเรียนด้วยหรือคะอาจารย์

140
00:09:15,840 --> 00:09:19,840
(อาจารย์สุธิรา) ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

141
00:09:19,849 --> 00:09:23,830
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

142
00:09:23,830 --> 00:09:27,830
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

143
00:09:27,832 --> 00:09:31,829
หมายเด็กเรียนรวมกัน

144
00:09:31,829 --> 00:09:35,829
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

145
00:09:35,837 --> 00:09:39,837

146
00:09:39,838 --> 00:09:43,838

147
00:09:43,838 --> 00:09:47,828

148
00:09:47,828 --> 00:09:51,828

149
00:09:51,829 --> 00:09:55,829

150
00:09:55,833 --> 00:09:59,831
(อาจารย์สุธิรา) มีเจ้ามิ้นเข้ามาแล้วคนหนึ่ง

151
00:09:59,831 --> 00:10:03,831
มิ้นเปิดจอ

152
00:10:03,832 --> 00:10:07,832

153
00:10:07,833 --> 00:10:11,833

154
00:10:11,837 --> 00:10:15,832

155
00:10:15,832 --> 00:10:19,830

156
00:10:19,830 --> 00:10:23,830

157
00:10:23,830 --> 00:10:27,829

158
00:10:27,829 --> 00:10:31,829

159
00:10:31,829 --> 00:10:35,829

160
00:10:35,829 --> 00:10:39,829

161
00:10:39,831 --> 00:10:43,829

162
00:10:43,829 --> 00:10:47,829

163
00:10:47,830 --> 00:10:51,830

164
00:10:51,833 --> 00:10:55,830

165
00:10:55,830 --> 00:10:59,829

166
00:10:59,829 --> 00:11:03,829

167
00:11:03,829 --> 00:11:07,829

168
00:11:07,830 --> 00:11:11,830
เห็นแฝดแจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

169
00:11:11,830 --> 00:11:15,830

170
00:11:15,831 --> 00:11:19,831
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

171
00:11:19,833 --> 00:11:23,831
วันนี้นะ เธอบอกว่า...

172
00:11:23,831 --> 00:11:27,831
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

173
00:11:27,831 --> 00:11:31,831
เจ้าแฝด

174
00:11:31,832 --> 00:11:35,830

175
00:11:35,830 --> 00:11:39,829
น่ะ นั่นนะสิ

176
00:11:39,829 --> 00:11:43,829

177
00:11:43,846 --> 00:11:47,829

178
00:11:47,829 --> 00:11:51,829

179
00:11:51,829 --> 00:11:55,829

180
00:11:55,829 --> 00:11:59,829

181
00:11:59,830 --> 00:12:03,830

182
00:12:03,830 --> 00:12:07,829

183
00:12:07,829 --> 00:12:11,829

184
00:12:11,829 --> 00:12:15,829
หายไปไหนกัน นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

185
00:12:15,840 --> 00:12:19,830

186
00:12:19,830 --> 00:12:23,830

187
00:12:23,830 --> 00:12:27,830

188
00:12:27,834 --> 00:12:31,830

189
00:12:31,830 --> 00:12:35,830

190
00:12:35,831 --> 00:12:39,830

191
00:12:39,830 --> 00:12:43,830
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

192
00:12:43,842 --> 00:12:47,831

193
00:12:47,831 --> 00:12:51,831
สวัสดีจ้ะ

194
00:12:51,848 --> 00:12:55,848

195
00:12:55,848 --> 00:12:59,832
มาช้านี่มาช้า มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

196
00:12:59,832 --> 00:13:03,832
แฝดมาสาย

197
00:13:03,840 --> 00:13:07,829
ทำอะไรอยู่

198
00:13:07,829 --> 00:13:11,829

199
00:13:11,830 --> 00:13:15,830
นอนเพิ่งตื่นหรือ (ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

200
00:13:15,835 --> 00:13:19,835
กลับบ้านแล้วนอนตื่นสายเด้อ

201
00:13:19,838 --> 00:13:23,833
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

202
00:13:23,833 --> 00:13:27,833
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

203
00:13:27,838 --> 00:13:31,829

204
00:13:31,829 --> 00:13:35,829

205
00:13:35,839 --> 00:13:39,834
ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

206
00:13:39,834 --> 00:13:43,830
ก็เลยตื่นสาย

207
00:13:43,830 --> 00:13:47,830

208
00:13:47,830 --> 00:13:51,830
ครับใช่ครับ

209
00:13:51,833 --> 00:13:55,833
สะโลสะเหลมาก

210
00:13:55,840 --> 00:13:59,830

211
00:13:59,830 --> 00:14:03,830
(อาจารย์สุธิรา) โหลงเหลงมากวันนี้

212
00:14:03,830 --> 00:14:07,830
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

213
00:14:07,831 --> 00:14:11,831
ตอนนี้มีแต่เด็กต

214
00:14:11,838 --> 00:14:15,838
าฯ กับเด็กปกติ

215
00:14:41,552 --> 00:14:38,558

216
00:14:15,836 --> 00:14:19,832

217
00:14:19,832 --> 00:14:23,830

218
00:14:23,830 --> 00:14:27,830

219
00:14:27,830 --> 00:14:31,830

220
00:14:31,830 --> 00:14:35,830

221
00:14:35,830 --> 00:14:39,830

222
00:14:39,834 --> 00:14:43,831

223
00:14:43,831 --> 00:14:47,830

224
00:14:47,830 --> 00:14:51,830

225
00:14:51,834 --> 00:14:55,830

226
00:14:55,830 --> 00:14:59,830
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

227
00:14:59,831 --> 00:15:03,831
จันทกานต์

228
00:15:03,831 --> 00:15:07,831
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

229
00:15:07,843 --> 00:15:11,836
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

230
00:15:11,836 --> 00:15:15,832

231
00:15:15,832 --> 00:15:19,832
อย่างนั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

232
00:15:19,835 --> 00:15:23,835
แฝด แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

233
00:15:23,836 --> 00:15:27,832

234
00:15:27,832 --> 00:15:31,831
เคยเรียนไหม

235
00:15:31,831 --> 00:15:35,831
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์สุธิรา) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

236
00:15:35,834 --> 00:15:39,834
ตอบได้ไหม

237
00:15:39,844 --> 00:15:43,838

238
00:15:43,838 --> 00:15:47,837

239
00:15:47,837 --> 00:15:51,837
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิ

240
00:15:51,863 --> 00:15:55,831
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

241
00:15:55,831 --> 00:15:59,831
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

242
00:15:59,833 --> 00:16:03,833

243
00:16:03,834 --> 00:16:07,834

244
00:16:07,834 --> 00:16:11,833
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

245
00:16:11,833 --> 00:16:15,833
(อาจารย์สุธิรา) ภาษาอะไร เคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

246
00:16:15,837 --> 00:16:19,837

247
00:16:19,838 --> 00:16:23,833

248
00:16:23,833 --> 00:16:27,833

249
00:16:27,833 --> 00:16:31,833
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

250
00:16:31,840 --> 00:16:35,833
วิชา... อ้าว ภาพน้องหาย สักครู่นะคะ

251
00:16:35,833 --> 00:16:39,832

252
00:16:39,832 --> 00:16:43,832
(อาจารย์สุธิรา) ภากร

253
00:16:43,835 --> 00:16:47,835
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

254
00:16:47,835 --> 00:16:51,835
นพกิจ เมื่อกี้ล่ามแบบ

255
00:16:51,842 --> 00:16:55,834
... กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

256
00:16:55,834 --> 00:16:59,833
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

257
00:16:59,833 --> 00:17:03,832
(อาจารย์สุธิรา) ถามภากรว่าเคย... (ล่าม) หูหนวก ภากร เรียน

258
00:17:03,832 --> 00:17:07,831

259
00:17:07,831 --> 00:17:11,831
ภากรณ์

260
00:17:11,835 --> 00:17:15,835

261
00:17:15,842 --> 00:17:19,842
หูตึง ใช่ ๆ

262
00:17:19,872 --> 00:17:23,860
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

263
00:17:23,860 --> 00:17:27,860
โปรแกรม ทำเองมีไหม

264
00:17:27,862 --> 00:17:31,835
(อาจารย์สุธิรา) ภากรได้ยินอยู่หรือ

265
00:17:31,835 --> 00:17:35,831
ได้ยินหรือเปล่า

266
00:17:35,831 --> 00:17:39,831
คือ ตอนนี้ ได้ยินหรือเปล่า

267
00:17:39,837 --> 00:17:43,832
ได้ยินหรือ ถ้าอย่างนั้น

268
00:17:43,832 --> 00:17:47,832
(อาจารย์สุธิรา) แต่พูดไม่ได้หรือ

269
00:17:47,832 --> 00:17:51,832
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

270
00:17:51,832 --> 00:17:55,832
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า

271
00:17:55,835 --> 00:17:59,835
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

272
00:17:59,840 --> 00:18:03,832
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

273
00:18:03,832 --> 00:18:07,832
(ล่าม) หนูรู้จักชื่อพี่โจ

274
00:18:07,835 --> 00:18:11,835
โจ้ รู้เปล่า

275
00:18:11,853 --> 00:18:15,834
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญ ตอนนี้

276
00:18:15,834 --> 00:18:19,834
อธิบายว่าชื่อพี่

277
00:18:19,888 --> 00:18:23,888
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

278
00:18:23,995 --> 00:18:27,931
ใช่ไหม ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา)

279
00:18:27,931 --> 00:18:31,931
อ่านปากได้

280
00:18:31,945 --> 00:18:35,864

281
00:18:35,864 --> 00:18:39,832
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

282
00:18:39,832 --> 00:18:43,832
ถามโปรแกรมพิมพ์ ๆ น่ะ

283
00:18:43,835 --> 00:18:47,832
(อาจารย์สุธิรา) เพราะว่าแม่เห็นบางที

284
00:18:47,832 --> 00:18:51,832
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

285
00:18:51,833 --> 00:18:55,833
บอกไว้ต้องสื่อสารได้ด้วย

286
00:18:55,850 --> 00:18:59,832
พูดไว้เลย

287
00:18:59,832 --> 00:19:03,832
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

288
00:19:03,840 --> 00:19:07,836
แฝดมาแล้ว

289
00:19:07,836 --> 00:19:11,836
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

290
00:19:11,836 --> 00:19:15,836
หายไปไหนแล้วเจ้าจันทร์กานต์น่ะ

291
00:19:15,843 --> 00:19:19,835

292
00:19:19,835 --> 00:19:23,835

293
00:19:23,846 --> 00:19:27,846
ไอ้นี่

294
00:19:27,865 --> 00:19:31,834
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์นี่ ชื่ออะไรนะ

295
00:19:31,834 --> 00:19:35,834
อบ ๆ

296
00:19:35,834 --> 00:19:39,833
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

297
00:19:39,833 --> 00:19:43,832

298
00:19:43,832 --> 00:19:47,832

299
00:19:47,832 --> 00:19:51,832
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

300
00:19:51,842 --> 00:19:55,837
เงียบ

301
00:19:55,837 --> 00:19:59,835
แล้วก็เจ้ามิ้น

302
00:19:59,835 --> 00:20:03,832

303
00:20:03,832 --> 00:20:07,832

304
00:20:07,837 --> 00:20:11,837
(ล่าม) มิ้นก็ไม่เปิดกล้อง (ล่าม) แฝด ๆ

305
00:20:11,839 --> 00:20:15,837
เตือน ๆ เพื่อนใน LINE หน่อย

306
00:20:15,837 --> 00:20:19,832
(อาจารย์สุธิรา) นี่ไงธัญลักษณ์

307
00:20:19,832 --> 00:20:23,832

308
00:20:23,832 --> 00:20:27,832
ชื่อเชอรี่หรือ

309
00:20:27,834 --> 00:20:31,834

310
00:20:31,835 --> 00:20:35,833
ชื่อภาษามือ

311
00:20:35,833 --> 00:20:39,833
ใช่ไหม

312
00:20:39,838 --> 00:20:43,838
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

313
00:20:43,849 --> 00:20:47,833
ใช่ไหม

314
00:20:47,833 --> 00:20:51,833
ถามเขาหน่อยว่า

315
00:20:51,834 --> 00:20:55,834
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

316
00:20:55,841 --> 00:20:59,833
... (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

317
00:20:59,833 --> 00:21:03,833
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

318
00:21:03,834 --> 00:21:07,834
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

319
00:21:07,838 --> 00:21:11,833

320
00:21:11,833 --> 00:21:15,833
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

321
00:21:15,842 --> 00:21:19,837
ชื่ออบใช่ไหม

322
00:21:19,837 --> 00:21:23,832

323
00:21:23,832 --> 00:21:27,832

324
00:21:27,849 --> 00:21:31,832

325
00:21:31,832 --> 00:21:35,832

326
00:21:35,835 --> 00:21:39,835
ธัญญลักษณ์

327
00:21:39,836 --> 00:21:43,836
ภาษามือชัดหรือเปล่า (อาจารย์สุธิรา) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมน

328
00:21:43,839 --> 00:21:47,839
ี่ กัญรัตน

329
00:21:47,842 --> 00:21:51,842
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

330
00:21:51,843 --> 00:21:55,832
ลองจันทร์กานต์

331
00:21:55,832 --> 00:21:59,832
เสื้อแดงน่ะ (ล่าม) เพิ่งตื่น (อาจารย์สุธิรา) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

332
00:21:59,841 --> 00:22:03,841
เด็กเพิ่งตื่น อบใช่ไหม

333
00:22:03,855 --> 00:22:07,839
อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

334
00:22:07,839 --> 00:22:11,834
(อาจารย์สุธิรา) อบเปล่า อบเปล่า

335
00:22:11,834 --> 00:22:15,833
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

336
00:22:15,833 --> 00:22:19,833
ภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ดูกล้องเลย

337
00:22:19,834 --> 00:22:23,834
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

338
00:22:23,836 --> 00:22:27,833
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

339
00:22:27,833 --> 00:22:31,833
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

340
00:22:31,841 --> 00:22:35,835
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

341
00:22:35,835 --> 00:22:39,834
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

342
00:22:39,834 --> 00:22:43,834
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

343
00:22:43,837 --> 00:22:47,834
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

344
00:22:47,834 --> 00:22:51,834
เตือน ๆ กล้องเปิด

345
00:22:51,836 --> 00:22:55,836
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

346
00:22:55,836 --> 00:22:59,836
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์สุธิรา)

347
00:22:59,837 --> 00:23:03,835
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

348
00:23:03,835 --> 00:23:07,835
แต่ละคน

349
00:23:07,836 --> 00:23:11,836
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

350
00:23:11,841 --> 00:23:15,835

351
00:23:15,835 --> 00:23:19,835
เปิดกล้อง

352
00:23:19,836 --> 00:23:23,833
(ล่าม) จันท

353
00:23:23,833 --> 00:23:27,833
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

354
00:23:27,835 --> 00:23:31,835
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

355
00:23:31,840 --> 00:23:35,833
เสื้อภาษามือ

356
00:23:35,833 --> 00:23:39,833
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

357
00:23:39,836 --> 00:23:43,836
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

358
00:23:43,846 --> 00:23:47,834

359
00:23:47,834 --> 00:23:51,834
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

360
00:23:51,843 --> 00:23:55,842
(อาจารย์สุธิรา) ดูกล้องกันอยู่หรือเปล่า

361
00:23:55,842 --> 00:23:59,834
เห็นพี่การ์ตูรไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

362
00:23:59,834 --> 00:24:03,834
หูหนวก

363
00:24:03,836 --> 00:24:07,835
หูหนวกเห็นล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

364
00:24:07,835 --> 00:24:11,835
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

365
00:24:11,840 --> 00:24:15,835
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

366
00:24:15,835 --> 00:24:19,834
เสื้อ เหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

367
00:24:19,834 --> 00:24:23,834
ชื่อภาษามือไหน

368
00:24:23,837 --> 00:24:27,834

369
00:24:27,834 --> 00:24:31,834
ใช่ ๆ ชื่อไหน

370
00:24:31,846 --> 00:24:35,841
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

371
00:24:35,841 --> 00:24:39,841
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

372
00:24:40,855 --> 00:24:44,842
(อาจารย์สุธิรา) เคยเรียนภาษา

373
00:24:44,842 --> 00:24:48,842
มือไหม (ล่าม) เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

374
00:24:48,846 --> 00:24:52,837
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

375
00:24:52,837 --> 00:24:56,837
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

376
00:24:56,839 --> 00:25:00,837
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

377
00:25:00,837 --> 00:25:04,836
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

378
00:25:04,836 --> 00:25:08,836
พร้อมจะเรียนหรือยัง

379
00:25:08,838 --> 00:25:12,838
พร้อมไหม ๆ

380
00:25:12,838 --> 00:25:16,838
โอ.เค. อย่างนั้นเดี๋ยวเรามาเริ่ม

381
00:25:16,852 --> 00:25:20,850
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

382
00:25:20,850 --> 00:25:24,836
เปิดวิดีโอตลอดนะ

383
00:25:24,836 --> 00:25:28,836
เพราะว่าภาพคะแนนให้มี

384
00:25:28,839 --> 00:25:32,839

385
00:25:32,840 --> 00:25:36,834

386
00:25:36,834 --> 00:25:40,834

387
00:25:40,835 --> 00:25:44,835
(อาจารย์สุธิรา) ขอโทษ ๆ

388
00:25:44,839 --> 00:25:48,839
เห็นหน้าจออยู่นะ

389
00:25:48,840 --> 00:25:52,840
คะ วิชาของเรา ก็คือ

390
00:25:52,840 --> 00:25:56,840
อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

391
00:25:56,843 --> 00:26:00,836
คอมพิวเตอร์และ

392
00:26:00,836 --> 00:26:04,836
อัลกอริทึม ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

393
00:26:04,841 --> 00:26:08,841
หลักการก็คือ

394
00:26:08,845 --> 00:26:12,840
เป็นความรู้เบื้องต้น

395
00:26:12,840 --> 00:26:16,840
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

396
00:26:16,851 --> 00:26:20,847
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่งในที่นี้

397
00:26:20,847 --> 00:26:24,841
ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

398
00:26:24,841 --> 00:26:28,841
นะคะ

399
00:26:28,842 --> 00:26:32,841
เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

400
00:26:32,841 --> 00:26:36,839
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

401
00:26:36,839 --> 00:26:40,839
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

402
00:26:40,846 --> 00:26:44,842
มีวิธีการทำงาน

403
00:26:44,842 --> 00:26:48,835
เป็นอย่างไรนะคะ หรือมีลักษณะของการทำงาน

404
00:26:48,835 --> 00:26:52,835
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

405
00:26:52,847 --> 00:26:56,835
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

406
00:26:56,835 --> 00:27:00,835
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

407
00:27:00,840 --> 00:27:04,840
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

408
00:27:04,843 --> 00:27:08,836
3 อย่าง อย่างแรก คือ

409
00:27:08,836 --> 00:27:12,836
ต้องมี Input หรือการ

410
00:27:12,836 --> 00:27:16,836
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

411
00:27:16,840 --> 00:27:20,840
เราจะเรียกตัวนี้ว่า "Input

412
00:27:20,849 --> 00:27:24,844
" มันจะต้อง Input เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

413
00:27:24,844 --> 00:27:28,840
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

414
00:27:28,840 --> 00:27:32,837
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

415
00:27:32,837 --> 00:27:36,837
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

416
00:27:36,839 --> 00:27:40,839
ประมวลผล Process แล้วก็แสดงผล

417
00:27:40,841 --> 00:27:44,836
หรือ Output หรือคือมี Input มี Process แล้วก็ Output

418
00:27:44,836 --> 00:27:48,836
มี Process แล้วก็ Output

419
00:27:48,837 --> 00:27:52,835
มันคืออะไร เด็ก ๆ น่าจะงง

420
00:27:52,835 --> 00:27:56,835
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

421
00:27:56,839 --> 00:28:00,839
นะคะ คือ เขาต้องทำตามขั้นตอน

422
00:28:00,843 --> 00:28:04,843
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

423
00:28:04,858 --> 00:28:08,843
เรียงตั้งแต่ Input ไปก่อนเลย Input

424
00:28:08,843 --> 00:28:12,837
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

425
00:28:12,837 --> 00:28:16,837
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

426
00:28:16,846 --> 00:28:20,838
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

427
00:28:20,838 --> 00:28:24,837
เพื่อให้คอมพิวเตอร์นี่รับข้อมูลเข้าไป

428
00:28:24,837 --> 00:28:28,837
เป็นการสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

429
00:28:28,843 --> 00:28:32,836
นะคะ Process หรือประมวลผล ก็คือ

430
00:28:32,836 --> 00:28:36,836
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

431
00:28:36,838 --> 00:28:40,837
ก็จะนำคำสั่งนั้นหรือข้อมูลนั้น

432
00:28:40,837 --> 00:28:44,837
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

433
00:28:44,837 --> 00:28:48,837
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

434
00:28:48,837 --> 00:28:52,837
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

435
00:28:52,849 --> 00:28:56,836
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

436
00:28:56,836 --> 00:29:00,836
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

437
00:29:00,838 --> 00:29:04,835
ก็คือแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

438
00:29:04,835 --> 00:29:08,835
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

439
00:29:08,840 --> 00:29:12,840
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิมใหม่ ก็คือถ้าเรา

440
00:29:12,844 --> 00:29:16,844
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

441
00:29:16,849 --> 00:29:20,844
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

442
00:29:20,844 --> 00:29:24,839
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

443
00:29:24,839 --> 00:29:28,839
ทำการประมวลผลข้อมูล เสร็จแล้วก็แสดงผลของข้อมูล

444
00:29:28,845 --> 00:29:32,835
นั้นนะคะ

445
00:29:32,835 --> 00:29:36,835
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

446
00:29:36,839 --> 00:29:40,839
คอมพิวเตอร์นะคะ

447
00:29:40,845 --> 00:29:44,845
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลั

448
00:29:44,854 --> 00:29:48,838
ก สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

449
00:29:48,838 --> 00:29:52,838
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

450
00:29:52,849 --> 00:29:56,849
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

451
00:29:56,852 --> 00:30:00,846
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ ที่

452
00:30:00,846 --> 00:30:04,840
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

453
00:30:04,840 --> 00:30:08,837
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

454
00:30:08,837 --> 00:30:12,837
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

455
00:30:12,840 --> 00:30:16,840
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

456
00:30:16,841 --> 00:30:20,841
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

457
00:30:20,842 --> 00:30:24,842
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

458
00:30:24,843 --> 00:30:28,840
Input Unit

459
00:30:28,840 --> 00:30:32,840
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

460
00:30:32,842 --> 00:30:36,837
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

461
00:30:36,837 --> 00:30:40,837
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

462
00:30:40,844 --> 00:30:44,844
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

463
00:30:44,845 --> 00:30:48,842
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

464
00:30:48,842 --> 00:30:52,839
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกานะคะ หรือเรียน

465
00:30:52,839 --> 00:30:56,839
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

466
00:30:56,841 --> 00:31:00,836
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

467
00:31:00,836 --> 00:31:04,836
นะคะ

468
00:31:04,857 --> 00:31:08,838
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

469
00:31:08,838 --> 00:31:12,838
หรือเมาส์แล้ว เห็นไหมคะ สิ่งที่จะทำให้

470
00:31:12,839 --> 00:31:16,839
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

471
00:31:16,839 --> 00:31:20,838
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

472
00:31:20,838 --> 00:31:24,837
เขาเรียกว่า "CPU" หรือ

473
00:31:24,837 --> 00:31:28,837
Central Processing Unit ระมวลผลกลางนั่นเอง

474
00:31:28,842 --> 00:31:32,841
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า "หน่วยความจำ

475
00:31:32,841 --> 00:31:36,841
หรือเมมโมรี่" และส่วนอีกความจำหนึ่ง

476
00:31:36,845 --> 00:31:40,839
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

477
00:31:40,839 --> 00:31:44,839
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

478
00:31:44,841 --> 00:31:48,841
มันจะมาผ่าน CPU

479
00:31:48,842 --> 00:31:52,842
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

480
00:31:52,850 --> 00:31:56,842
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

481
00:31:56,842 --> 00:32:00,839
นะคะ ตัวนี้

482
00:32:00,839 --> 00:32:04,839
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

483
00:32:04,841 --> 00:32:08,837
นะคะ เมื่อทำการ

484
00:32:08,837 --> 00:32:12,837
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

485
00:32:12,850 --> 00:32:16,839
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

486
00:32:16,839 --> 00:32:20,839
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ

487
00:32:20,847 --> 00:32:24,847
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

488
00:32:24,859 --> 00:32:28,851
หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

489
00:32:28,851 --> 00:32:32,839
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

490
00:32:32,839 --> 00:32:36,839
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

491
00:32:36,840 --> 00:32:40,840
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

492
00:32:40,840 --> 00:32:44,840
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

493
00:32:44,850 --> 00:32:48,850
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

494
00:32:48,874 --> 00:32:52,842
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

495
00:32:52,842 --> 00:32:56,837
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

496
00:32:56,837 --> 00:33:00,837
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

497
00:33:00,842 --> 00:33:04,842
"แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

498
00:33:04,842 --> 00:33:08,837
Handy Drive

499
00:33:08,837 --> 00:33:12,837
แล้วก็ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

500
00:33:12,839 --> 00:33:16,838
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

501
00:33:16,838 --> 00:33:20,838
ก็คือเก็บไว้ บน Cloud Computer

502
00:33:20,838 --> 00:33:24,838
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

503
00:33:24,841 --> 00:33:28,839
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

504
00:33:28,839 --> 00:33:32,839
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

505
00:33:32,839 --> 00:33:36,839
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

506
00:33:36,839 --> 00:33:40,838
นะคะ

507
00:33:40,838 --> 00:33:44,838
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

508
00:33:44,851 --> 00:33:48,840
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

509
00:33:48,840 --> 00:33:52,840
ก็คือตัวเรานี่อย่างไร

510
00:33:52,852 --> 00:33:56,852
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

511
00:33:56,854 --> 00:34:00,841
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

512
00:34:00,841 --> 00:34:04,838
สิ่งที่เรียกว่า "ประสาทสัมผัสทั้ง 5" ก็คือ ตา

513
00:34:04,838 --> 00:34:08,838
หู จมูก

514
00:34:08,839 --> 00:34:12,839
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

515
00:34:12,844 --> 00:34:16,841
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

516
00:34:16,841 --> 00:34:20,841
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

517
00:34:20,845 --> 00:34:24,841
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

518
00:34:24,841 --> 00:34:28,839
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

519
00:34:28,839 --> 00:34:32,839
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

520
00:34:32,839 --> 00:34:36,839
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

521
00:34:36,841 --> 00:34:40,841
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

522
00:34:40,845 --> 00:34:44,845
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

523
00:34:44,852 --> 00:34:48,847
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

524
00:34:48,847 --> 00:34:52,838
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

525
00:34:52,838 --> 00:34:56,838
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

526
00:34:56,839 --> 00:35:00,839
กลิ่นหอมนะคะ

527
00:35:00,847 --> 00:35:04,842
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

528
00:35:04,842 --> 00:35:08,842
มันก็มีเหม็นกับหอมใช่ไไหม กลิ่นตุ ๆ

529
00:35:08,843 --> 00:35:12,843
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

530
00:35:12,843 --> 00:35:16,841
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

531
00:35:16,841 --> 00:35:20,839
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

532
00:35:20,839 --> 00:35:24,838
เหมือนเด็กตาฯ มองไม่เห็นแต่ใช้มือ

533
00:35:24,838 --> 00:35:28,838
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

534
00:35:28,844 --> 00:35:32,843
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

535
00:35:32,843 --> 00:35:36,838
มีรูปทรงอย่างไรใช่ไหมคะ

536
00:35:36,838 --> 00:35:40,838
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

537
00:35:40,841 --> 00:35:44,841
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

538
00:35:44,850 --> 00:35:48,841
เผ็ด, เปรี้ยว, หวาน, มัน, เค็ม

539
00:35:48,841 --> 00:35:52,841
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

540
00:35:52,858 --> 00:35:56,839
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

541
00:35:56,839 --> 00:36:00,839
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

542
00:36:00,843 --> 00:36:04,840
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะ

543
00:36:04,840 --> 00:36:08,840
เหมือนเด็กหูฯ ไม่ได้ยิน แต่จะ

544
00:36:08,847 --> 00:36:12,840
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะมองภาพและจดจำ

545
00:36:12,840 --> 00:36:16,840
ผ่านสายตา ส่วนเด็กตา

546
00:36:16,841 --> 00:36:20,841
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

547
00:36:20,845 --> 00:36:24,845
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

548
00:36:24,845 --> 00:36:28,842
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

549
00:36:28,842 --> 00:36:32,842
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

550
00:36:32,846 --> 00:36:36,842
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

551
00:36:36,842 --> 00:36:40,840
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

552
00:36:40,840 --> 00:36:44,840
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนน

553
00:36:44,843 --> 00:36:48,842
ี่ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

554
00:36:48,842 --> 00:36:52,842
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

555
00:36:52,844 --> 00:36:56,838
ไปเที่ยวอย่างนี้

556
00:36:56,838 --> 00:37:00,838
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

557
00:37:00,848 --> 00:37:04,838
แต่บางคนพอได้ยินด้วย

558
00:37:04,838 --> 00:37:08,838
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

559
00:37:08,842 --> 00:37:12,842
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตาฯ นี่

560
00:37:12,842 --> 00:37:16,839
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

561
00:37:16,839 --> 00:37:20,839
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

562
00:37:20,841 --> 00:37:24,840
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

563
00:37:24,840 --> 00:37:28,840
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

564
00:37:28,840 --> 00:37:32,840
ทีนี้เรามาดูการประมวลผล

565
00:37:32,846 --> 00:37:36,839
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

566
00:37:36,839 --> 00:37:40,839
อย่างไรนะคะ

567
00:37:40,844 --> 00:37:44,841
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

568
00:37:44,841 --> 00:37:48,839
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

569
00:37:48,839 --> 00:37:52,839
แยกเป็นส่วนของความรู้ แล้วก็แยกเป็นส่วน

570
00:37:52,842 --> 00:37:56,839
ของความจำ ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

571
00:37:56,839 --> 00:38:00,839
นะคะ การประมวลผลในการ

572
00:38:00,842 --> 00:38:04,842
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

573
00:38:04,844 --> 00:38:08,839
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

574
00:38:08,839 --> 00:38:12,839
สอนเข้าไปนี่ป้อนเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

575
00:38:12,843 --> 00:38:16,838
นั่นก็คือความรู้

576
00:38:16,838 --> 00:38:20,838
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

577
00:38:20,841 --> 00:38:24,840
อ่านเอาเองอย่างนี้นะคะ หรืออย่างนี้

578
00:38:24,840 --> 00:38:28,840
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

579
00:38:28,856 --> 00:38:32,841
ส่วนใหญ่จะเป็นดู YouTube ใช่ไหม

580
00:38:32,841 --> 00:38:36,840
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดู YouTube

581
00:38:36,840 --> 00:38:40,840
เป็นความรู้ที่ได้จาก

582
00:38:40,846 --> 00:38:44,846
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

583
00:38:44,879 --> 00:38:48,840
การดูการฟัง การกิน

584
00:38:48,840 --> 00:38:52,840
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

585
00:38:52,850 --> 00:38:56,839
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

586
00:38:56,839 --> 00:39:00,839
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

587
00:39:00,843 --> 00:39:04,843
มันจะบันทึกอัตโนมัติ สมอง

588
00:39:04,876 --> 00:39:08,850
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้

589
00:39:08,850 --> 00:39:12,842
แต่

590
00:39:12,842 --> 00:39:16,842
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

591
00:39:16,863 --> 00:39:20,839
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

592
00:39:20,839 --> 00:39:24,839
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

593
00:39:24,844 --> 00:39:28,839
ความจำที่ดีที่สุด

594
00:39:28,839 --> 00:39:32,839
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

595
00:39:32,845 --> 00:39:36,845
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

596
00:39:36,862 --> 00:39:40,843
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

597
00:39:40,843 --> 00:39:44,841
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

598
00:39:44,841 --> 00:39:48,839
ถ้าเด็ก ๆ ไม่พยายามฝึก นึกออกนะคะ

599
00:39:48,839 --> 00:39:52,839
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

600
00:39:52,849 --> 00:39:56,843
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

601
00:39:56,843 --> 00:40:00,843
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

602
00:40:00,846 --> 00:40:04,839
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

603
00:40:04,839 --> 00:40:08,839
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

604
00:40:08,841 --> 00:40:12,841
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

605
00:40:12,841 --> 00:40:16,841
พอจำได้ ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

606
00:40:16,845 --> 00:40:20,845
ตอนต้นที่แม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

607
00:40:20,855 --> 00:40:24,840
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

608
00:40:24,840 --> 00:40:28,840
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

609
00:40:28,844 --> 00:40:32,841
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

610
00:40:32,841 --> 00:40:36,840
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปฏิบัติ

611
00:40:36,840 --> 00:40:40,840
นั่นเอง เพราะวิชาเขียนโปรแกรมนี่เป็นวิชาปฏิบัติ

612
00:40:40,842 --> 00:40:44,842
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

613
00:40:44,845 --> 00:40:48,840
นะคะ เขียนโน้ต

614
00:40:48,840 --> 00:40:52,840
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

615
00:40:52,845 --> 00:40:56,840
1. หัดจดด้วย

616
00:40:56,840 --> 00:41:00,840
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

617
00:41:00,861 --> 00:41:04,846
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

618
00:41:04,846 --> 00:41:08,844
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

619
00:41:08,844 --> 00:41:12,839
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

620
00:41:12,839 --> 00:41:16,839
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

621
00:41:16,859 --> 00:41:20,841
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

622
00:41:20,841 --> 00:41:24,841
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

623
00:41:24,842 --> 00:41:28,842
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

624
00:41:28,844 --> 00:41:32,844
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

625
00:41:32,852 --> 00:41:36,843
เด็กหูฯ นะคะ เด็กตาฯ ก็เหมือนกัน เราจะ

626
00:41:36,843 --> 00:41:40,840
เป็น... เรียนแล้วทำอย่างไร ทำให้ได้

627
00:41:40,840 --> 00:41:44,840
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะเด็ก ๆ

628
00:41:44,843 --> 00:41:48,842
ไม่เข้าใจต้องถาม

629
00:41:48,842 --> 00:41:52,842
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

630
00:41:52,845 --> 00:41:56,840
ถามได้คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

631
00:41:56,840 --> 00:42:00,840
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

632
00:42:00,843 --> 00:42:04,840
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

633
00:42:04,840 --> 00:42:08,840
การประมวลผลของมนุษย์ มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

634
00:42:08,842 --> 00:42:12,842
ก็คือเป็นเกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

635
00:42:12,842 --> 00:42:16,842
ส่วนของความรู้แล้ว ก็ส่วนของความจำ

636
00:42:16,842 --> 00:42:20,842
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

637
00:42:20,846 --> 00:42:24,846
เมื่อกี้ป้อนเข้าไปนะคะ แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

638
00:42:24,859 --> 00:42:28,845
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

639
00:42:28,845 --> 00:42:32,845
1 ใช้การพูดออกมา

640
00:42:32,847 --> 00:42:36,840
เหมือนที่แม่ถามนะ

641
00:42:36,840 --> 00:42:40,840
ใคร...

642
00:42:40,846 --> 00:42:44,841
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

643
00:42:44,841 --> 00:42:48,841
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแช

644
00:42:48,843 --> 00:42:52,841
ตถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

645
00:42:52,841 --> 00:42:56,841
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

646
00:42:56,843 --> 00:43:00,843
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

647
00:43:00,854 --> 00:43:04,840
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

648
00:43:04,840 --> 00:43:08,840
เด็กหูฯ พูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่

649
00:43:08,844 --> 00:43:12,844
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

650
00:43:12,853 --> 00:43:16,847
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

651
00:43:16,847 --> 00:43:20,847
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

652
00:43:20,855 --> 00:43:24,846
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

653
00:43:24,846 --> 00:43:28,843
สมมติเมื่อเช้า เดี๋ยวจะถามดูนะคะ

654
00:43:28,843 --> 00:43:32,843
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

655
00:43:32,846 --> 00:43:36,840
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

656
00:43:36,840 --> 00:43:40,840
การรับข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

657
00:43:40,851 --> 00:43:44,843
ดูกันนะคะ ทุกคน

658
00:43:44,843 --> 00:43:48,843
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

659
00:43:48,854 --> 00:43:52,844

660
00:43:52,844 --> 00:43:56,841
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

661
00:43:56,841 --> 00:44:00,841
ลองตอบ พิมพ์ตอบมาค่ะพิมพ์ตอบมา

662
00:44:00,843 --> 00:44:04,842
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

663
00:44:04,842 --> 00:44:08,842
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

664
00:44:08,857 --> 00:44:12,842
ยังไม่ได้ทาน

665
00:44:12,842 --> 00:44:16,842
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

666
00:44:16,850 --> 00:44:20,841
เดี๋ยวจะได้มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

667
00:44:20,841 --> 00:44:24,841
ดูสิมีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

668
00:44:24,858 --> 00:44:28,858
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

669
00:44:28,858 --> 00:44:32,850
แซบบ่

670
00:44:32,850 --> 00:44:36,841
อร่อยไหม เดชาพล

671
00:44:36,841 --> 00:44:40,841
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

672
00:44:40,856 --> 00:44:44,840
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

673
00:44:44,840 --> 00:44:48,840
เดชาพลได้ยินไหมครับ

674
00:44:48,841 --> 00:44:52,841
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

675
00:44:52,841 --> 00:44:56,841
ได้ยินอยู่ รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

676
00:44:56,843 --> 00:45:00,843
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (เดชาพล)

677
00:45:00,852 --> 00:45:04,845
รสเผ็ดครับ สีดำ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ รสเผ็ด

678
00:45:04,845 --> 00:45:08,841
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

679
00:45:08,841 --> 00:45:12,841
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่ าเรา

680
00:45:12,844 --> 00:45:16,840
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

681
00:45:16,840 --> 00:45:20,840
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

682
00:45:20,843 --> 00:45:24,843

683
00:45:24,843 --> 00:45:28,843
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหนสันติภาพ

684
00:45:28,851 --> 00:45:32,851
(นักศึกษาชาย) ไปซื้อที่โรงอาหาร

685
00:45:32,856 --> 00:45:36,847
อย่างถามสันติภาพนี่ข้อมูลที่สันติภาพ

686
00:45:36,847 --> 00:45:40,841
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

687
00:45:40,841 --> 00:45:44,841
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

688
00:45:44,844 --> 00:45:48,844
าชาย) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

689
00:45:48,848 --> 00:45:52,848
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

690
00:45:52,850 --> 00:45:56,842
ตรงในหอครับ (อาจารย์สุธิรา) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

691
00:45:56,842 --> 00:46:00,841
ความจำ สันติภาพ

692
00:46:00,841 --> 00:46:04,841
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

693
00:46:04,846 --> 00:46:08,841
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

694
00:46:08,841 --> 00:46:12,841
ร้านข้าวแกง (อาจารย์สุธิรา) ร้านข้าวแกง

695
00:46:12,849 --> 00:46:16,844
ร้านก๋วยเตี๋ยว  มีร้านก๋วยเตี๋ยว

696
00:46:16,844 --> 00:46:20,841
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

697
00:46:20,841 --> 00:46:24,841
สันติภาพ รู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

698
00:46:24,844 --> 00:46:28,844
นั่น ก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

699
00:46:28,854 --> 00:46:32,854
ใครพาไป หรือใครบอก

700
00:46:32,855 --> 00:46:36,850

701
00:46:36,850 --> 00:46:40,843
(สันติภาพ) วันแรกเพื่อนพาไปครับ ส่วนใหญ่ตรงหอ

702
00:46:40,843 --> 00:46:44,843
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์สุธิรา)

703
00:46:44,846 --> 00:46:48,846
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

704
00:46:48,870 --> 00:46:52,841
(อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. คนอื่นต่อ

705
00:46:52,841 --> 00:46:56,841
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

706
00:46:56,844 --> 00:47:00,844
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

707
00:47:00,857 --> 00:47:04,841
alphabet god ก็ยังไม่ได้กิน

708
00:47:04,841 --> 00:47:08,841
ยังไม่ได้กิน นพกิต

709
00:47:08,841 --> 00:47:12,841
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

710
00:47:12,841 --> 00:47:16,841
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

711
00:47:16,844 --> 00:47:20,844
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรือ

712
00:47:20,852 --> 00:47:24,842
ใครทำให้กิน

713
00:47:24,842 --> 00:47:28,842
อร่อยไหม อร่อยไหม

714
00:47:28,853 --> 00:47:32,840
อร่อย

715
00:47:32,840 --> 00:47:36,840

716
00:47:36,840 --> 00:47:40,840
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

717
00:47:40,842 --> 00:47:44,842
คน อื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

718
00:47:44,849 --> 00:47:48,849
มีกินไม่กี่คนเอง เลยถามต่อไม่ได้เลย

719
00:47:48,850 --> 00:47:52,850
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

720
00:47:52,861 --> 00:47:56,844
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

721
00:47:56,844 --> 00:48:00,841
ก็ยังไม่ได้กิน

722
00:48:00,841 --> 00:48:04,841
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

723
00:48:04,841 --> 00:48:08,841
วริษาก็ยังไม่ได้กิน

724
00:48:08,846 --> 00:48:12,841

725
00:48:12,841 --> 00:48:16,841
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

726
00:48:16,845 --> 00:48:20,845
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

727
00:48:43,160 --> 00:48:40,332

728
00:48:20,843 --> 00:48:24,841

729
00:48:24,841 --> 00:48:28,841

730
00:48:28,842 --> 00:48:32,842

731
00:48:32,846 --> 00:48:36,846

732
00:48:36,846 --> 00:48:40,841

733
00:48:40,841 --> 00:48:44,841
ตื่นสาย

734
00:48:44,842 --> 00:48:48,842
วริษาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

735
00:48:48,842 --> 00:48:52,841

736
00:48:52,841 --> 00:48:56,841
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

737
00:48:56,844 --> 00:49:00,844
ธัญรัตน์

738
00:49:00,870 --> 00:49:04,845
อยู่หอหรืออยู่บ้าน หันหนีตลอดเลยลูก

739
00:49:04,845 --> 00:49:08,843
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

740
00:49:08,843 --> 00:49:12,843
ฮัลโหล อ่าว อยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

741
00:49:12,879 --> 00:49:16,849
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

742
00:49:16,849 --> 00:49:20,842
มันดูอะไร

743
00:49:20,842 --> 00:49:24,841

744
00:49:24,841 --> 00:49:28,841
นะ (ล่าม) อาจารย์คะ พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

745
00:49:28,844 --> 00:49:32,844
ธัญลักษณ์น่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) น้องเปิดอยู่นะ

746
00:49:32,845 --> 00:49:36,845
น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

747
00:49:36,850 --> 00:49:40,843
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

748
00:49:40,843 --> 00:49:44,843
เห็นแต่วาริศา

749
00:49:44,843 --> 00:49:48,841
(อาจารย์สุธิรา) น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

750
00:49:48,841 --> 00:49:52,841
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

751
00:49:52,850 --> 00:49:56,846
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

752
00:49:56,846 --> 00:50:00,846
เสื้อเหลือง ๆ ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

753
00:50:00,848 --> 00:50:04,842

754
00:50:04,842 --> 00:50:08,842
(อาจารย์สุธิรา) แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

755
00:50:08,845 --> 00:50:12,843
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

756
00:50:12,843 --> 00:50:16,841
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

757
00:50:16,841 --> 00:50:20,841
ตื่นสาย

758
00:50:20,842 --> 00:50:24,842
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

759
00:50:24,858 --> 00:50:28,858

760
00:50:28,860 --> 00:50:32,857

761
00:50:32,857 --> 00:50:36,857
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

762
00:50:36,859 --> 00:50:40,859
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือให้ดู

763
00:50:40,859 --> 00:50:44,850
ยากเหมือนกัน

764
00:50:44,850 --> 00:50:48,844
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

765
00:50:48,844 --> 00:50:52,844
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

766
00:50:52,858 --> 00:50:56,851
เขาด้วยน่ะ เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

767
00:50:56,851 --> 00:51:00,851
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริษา

768
00:51:00,852 --> 00:51:04,848
ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

769
00:51:04,848 --> 00:51:08,845
ปิดกล้องอีก

770
00:51:08,845 --> 00:51:12,842
ภากร

771
00:51:12,842 --> 00:51:16,842

772
00:51:16,845 --> 00:51:20,845
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะภากรณ์ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

773
00:51:20,858 --> 00:51:24,843
หายไปไหนแล้ว Hello

774
00:51:24,843 --> 00:51:28,843

775
00:51:28,850 --> 00:51:32,850
ภากรณ์หายไปแล้ว

776
00:51:32,865 --> 00:51:36,844
ไปกินข้าวหรือไง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

777
00:51:36,844 --> 00:51:40,842

778
00:51:40,842 --> 00:51:44,842
ยว ไม่เป็นอะไรนะคะ

779
00:51:44,843 --> 00:51:48,843
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

780
00:51:48,845 --> 00:51:52,845

781
00:51:52,845 --> 00:51:56,845
เมื่อกี้ที่ถามไปก็คือเป็นการแสดงผลลัพธ์

782
00:51:56,857 --> 00:52:00,857
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

783
00:52:00,863 --> 00:52:04,863
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

784
00:52:04,863 --> 00:52:08,842
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

785
00:52:08,842 --> 00:52:12,842
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

786
00:52:12,845 --> 00:52:16,845
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

787
00:52:16,849 --> 00:52:20,843
เหมือนสันติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

788
00:52:20,843 --> 00:52:24,843
ต่อ ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

789
00:52:24,849 --> 00:52:28,849
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

790
00:52:28,861 --> 00:52:32,847
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

791
00:52:32,847 --> 00:52:36,847
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

792
00:52:36,867 --> 00:52:40,849
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

793
00:52:40,849 --> 00:52:44,849
เขาก็จำ เขามีความรู้

794
00:52:44,852 --> 00:52:48,845
นั่นก็คือในส่วนของคน

795
00:52:48,845 --> 00:52:52,845
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

796
00:52:52,845 --> 00:52:56,843
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

797
00:52:56,843 --> 00:53:00,843
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

798
00:53:00,853 --> 00:53:04,853
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู

799
00:53:04,858 --> 00:53:08,843
,จมูก, ปาก แล้วก็มือนะคะ

800
00:53:08,843 --> 00:53:12,843
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

801
00:53:12,846 --> 00:53:16,845
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

802
00:53:16,845 --> 00:53:20,845
อุปกรณ์ที่สำหรับ

803
00:53:20,849 --> 00:53:24,849
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

804
00:53:24,854 --> 00:53:28,844
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

805
00:53:28,844 --> 00:53:32,844
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

806
00:53:32,844 --> 00:53:36,844

807
00:53:36,853 --> 00:53:40,850
ก็คือ CPU นั่นเองนะคะ เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

808
00:53:40,850 --> 00:53:44,850
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

809
00:53:44,863 --> 00:53:48,854
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

810
00:53:48,854 --> 00:53:52,854
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

811
00:53:52,860 --> 00:53:56,845
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

812
00:53:56,845 --> 00:54:00,845
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

813
00:54:00,849 --> 00:54:04,846
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

814
00:54:04,846 --> 00:54:08,845
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

815
00:54:08,845 --> 00:54:12,845
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

816
00:54:12,846 --> 00:54:16,846
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

817
00:54:16,849 --> 00:54:20,845
หรือท่าทางนั่นเอง เหมือนเด็กหู

818
00:54:20,845 --> 00:54:24,844
ฯ พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ ก็ใช้ภาษามือ

819
00:54:24,844 --> 00:54:28,844
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

820
00:54:28,850 --> 00:54:32,847
แต่คอมพิวเตอร์นี่จะแสดงผ่านหน้าจอ

821
00:54:32,847 --> 00:54:36,843
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

822
00:54:36,843 --> 00:54:40,843
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็ได้ เก็บไว้

823
00:54:40,861 --> 00:54:44,861
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

824
00:54:44,865 --> 00:54:48,849
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

825
00:54:48,849 --> 00:54:52,846
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

826
00:54:52,846 --> 00:54:56,846
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

827
00:54:56,847 --> 00:55:00,847
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียน

828
00:55:00,851 --> 00:55:04,851
โค้ดในคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

829
00:55:04,851 --> 00:55:08,844
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

830
00:55:08,844 --> 00:55:12,844
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

831
00:55:12,846 --> 00:55:16,844
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

832
00:55:16,844 --> 00:55:20,844
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

833
00:55:20,847 --> 00:55:24,847
หลักในการเขียนโปรแกรม

834
00:55:25,844 --> 00:55:29,844
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

835
00:55:29,848 --> 00:55:33,846
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

836
00:55:33,846 --> 00:55:37,846
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

837
00:55:37,858 --> 00:55:41,849
สั่งคอมพิวเตอร์ให้มันทำเลยไม่ได้

838
00:55:41,849 --> 00:55:45,844
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

839
00:55:45,844 --> 00:55:49,844
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

840
00:55:49,844 --> 00:55:53,844
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

841
00:55:53,882 --> 00:55:57,843
หรือ Tablat

842
00:55:57,843 --> 00:56:01,843
เห็นไหมคะ ที่เป็นลักษณะที่เป็น Tablet การทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

843
00:56:01,851 --> 00:56:05,844
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

844
00:56:05,844 --> 00:56:09,844
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

845
00:56:09,849 --> 00:56:13,849
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

846
00:56:13,850 --> 00:56:17,848
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

847
00:56:17,848 --> 00:56:21,848
การรับข้อมูล

848
00:56:21,857 --> 00:56:25,857
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

849
00:56:25,857 --> 00:56:29,846
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

850
00:56:29,846 --> 00:56:33,845
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

851
00:56:33,845 --> 00:56:37,844
มาดู ขั้นแรก วางแผน

852
00:56:37,844 --> 00:56:41,844
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

853
00:56:41,850 --> 00:56:45,845
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

854
00:56:45,845 --> 00:56:49,845
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

855
00:56:49,850 --> 00:56:53,845
แผนจะเกิดจากไหน

856
00:56:53,845 --> 00:56:57,845
เกิดจากการที่เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

857
00:56:57,846 --> 00:57:01,846
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

858
00:57:01,856 --> 00:57:05,849
ไม่ใช่ นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

859
00:57:05,849 --> 00:57:09,849
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

860
00:57:09,851 --> 00:57:13,851
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

861
00:57:13,872 --> 00:57:17,851
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

862
00:57:17,851 --> 00:57:21,844
อย่างนี้จ ะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

863
00:57:21,844 --> 00:57:25,844
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

864
00:57:25,844 --> 00:57:29,843
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

865
00:57:29,843 --> 00:57:33,843
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

866
00:57:33,847 --> 00:57:37,847
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

867
00:57:37,852 --> 00:57:41,848
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

868
00:57:41,848 --> 00:57:45,848
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

869
00:57:45,862 --> 00:57:49,843
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

870
00:57:49,843 --> 00:57:53,843
เรามาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

871
00:57:53,853 --> 00:57:57,843
การพัฒนาโปรแกรมนี่

872
00:57:57,843 --> 00:58:01,843
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

873
00:58:01,845 --> 00:58:05,845
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

874
00:58:05,861 --> 00:58:09,845
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

875
00:58:09,845 --> 00:58:13,845
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

876
00:58:13,851 --> 00:58:17,842
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

877
00:58:17,842 --> 00:58:21,842
เห็นไหมคะ ก็คือเราจะต้อง Coding

878
00:58:21,854 --> 00:58:25,848
เมื่อเสร็จก็ต้อง Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

879
00:58:25,848 --> 00:58:29,848
ดู Debuging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

880
00:58:29,853 --> 00:58:33,844
เป็นไปไม่ได้ว่าเขียนโปรแกรมแล้ว

881
00:58:33,844 --> 00:58:37,844
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

882
00:58:37,844 --> 00:58:41,844
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

883
00:58:41,844 --> 00:58:45,844
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

884
00:58:45,846 --> 00:58:49,846
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

885
00:58:49,848 --> 00:58:53,848
ตรงนั้นพลาดไปตรงนี้พลาดไป

886
00:58:53,863 --> 00:58:57,854
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

887
00:58:57,854 --> 00:59:01,843
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลาดนี่

888
00:59:01,843 --> 00:59:05,843
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

889
00:59:05,845 --> 00:59:09,845
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding

890
00:59:09,850 --> 00:59:13,849
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

891
00:59:13,849 --> 00:59:17,842
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

892
00:59:17,842 --> 00:59:21,842
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

893
00:59:21,852 --> 00:59:25,848
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

894
00:59:25,848 --> 00:59:29,841
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

895
00:59:29,841 --> 00:59:33,841
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

896
00:59:33,847 --> 00:59:37,843
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรม เช่น

897
00:59:37,843 --> 00:59:41,843
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่ม

898
00:59:41,849 --> 00:59:45,849
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

899
00:59:45,852 --> 00:59:49,850
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

900
00:59:49,850 --> 00:59:53,850
บางทีทุกเดือน บางที

901
00:59:53,855 --> 00:59:57,848
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

902
00:59:57,848 --> 01:00:01,848
มันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

903
01:00:01,848 --> 01:00:05,848
มันจะมีการอัปเดตออกมา

904
01:00:05,852 --> 01:00:09,848
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

905
01:00:09,848 --> 01:00:13,844
นะคะ

906
01:00:13,844 --> 01:00:17,844
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

907
01:00:17,851 --> 01:00:21,851
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

908
01:00:21,858 --> 01:00:25,850
ทีนี้ในส่วนของ

909
01:00:25,850 --> 01:00:29,844
การพัฒนาโปรแกรม

910
01:00:29,844 --> 01:00:33,844
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

911
01:00:33,845 --> 01:00:37,845
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

912
01:00:37,846 --> 01:00:41,844
Planning ก็คือการวางแผนนะคะ

913
01:00:41,844 --> 01:00:45,844
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

914
01:00:45,857 --> 01:00:49,857
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

915
01:00:49,861 --> 01:00:53,847
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะ

916
01:00:53,847 --> 01:00:57,847
คะ คือ เราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

917
01:00:57,859 --> 01:01:01,846
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

918
01:01:01,846 --> 01:01:05,846
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

919
01:01:05,850 --> 01:01:09,850
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

920
01:01:09,861 --> 01:01:13,854
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

921
01:01:13,854 --> 01:01:17,849
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

922
01:01:17,849 --> 01:01:21,849
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

923
01:01:21,850 --> 01:01:25,850
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

924
01:01:25,860 --> 01:01:29,851
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

925
01:01:29,851 --> 01:01:33,851
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

926
01:01:33,855 --> 01:01:37,851
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

927
01:01:37,851 --> 01:01:41,850
ถึงได้บอกว่าเราจะ

928
01:01:41,850 --> 01:01:45,850
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

929
01:01:45,853 --> 01:01:49,849
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

930
01:01:49,849 --> 01:01:53,849
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

931
01:01:53,849 --> 01:01:57,849
เป็นความรู้ ความจำแล้ว อันนั้นน่ะ

932
01:01:57,859 --> 01:02:01,858
นะคะ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

933
01:02:01,858 --> 01:02:05,858
ใช่วิธีเขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

934
01:02:05,858 --> 01:02:09,854
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

935
01:02:09,854 --> 01:02:13,854
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

936
01:02:13,868 --> 01:02:17,856
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

937
01:02:17,856 --> 01:02:21,854
นะคะ ในการวางแผนนะคะ

938
01:02:21,854 --> 01:02:25,851
เสร็จแล้ววิเคราะห์นะคะ ปัญหา

939
01:02:25,851 --> 01:02:29,851
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

940
01:02:29,859 --> 01:02:33,851
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

941
01:02:33,851 --> 01:02:37,851
สิ่งที่เราต้องการ Input

942
01:02:37,856 --> 01:02:41,856
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

943
01:02:41,875 --> 01:02:45,853
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

944
01:02:45,853 --> 01:02:49,853
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

945
01:02:49,863 --> 01:02:53,863
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

946
01:02:53,863 --> 01:02:57,863
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปให้คอมพิวเตอร์บ้าง

947
01:02:57,869 --> 01:03:01,855
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

948
01:03:01,855 --> 01:03:05,855
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

949
01:03:05,860 --> 01:03:09,852

950
01:03:09,852 --> 01:03:13,852
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

951
01:03:13,855 --> 01:03:17,855
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อเอาข้อมูลนี้

952
01:03:17,864 --> 01:03:21,864
เข้าไป อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

953
01:03:21,864 --> 01:03:25,853
ออก Input

954
01:03:25,853 --> 01:03:29,853
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

955
01:03:29,857 --> 01:03:33,857
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

956
01:03:33,857 --> 01:03:37,857
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราต้องการให้คอมพิวเตอร์

957
01:03:37,867 --> 01:03:41,862
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

958
01:03:41,862 --> 01:03:45,856
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

959
01:03:45,856 --> 01:03:49,856
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

960
01:03:49,866 --> 01:03:53,857
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

961
01:03:53,857 --> 01:03:57,855
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

962
01:03:57,855 --> 01:04:01,855
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

963
01:04:01,857 --> 01:04:05,857
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

964
01:04:05,876 --> 01:04:09,857
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

965
01:04:09,857 --> 01:04:13,857
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

966
01:04:13,871 --> 01:04:17,871
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

967
01:04:17,878 --> 01:04:21,863
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

968
01:04:21,863 --> 01:04:25,858
เพราะฉะนั้น

969
01:04:25,858 --> 01:04:29,858
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

970
01:04:29,873 --> 01:04:33,859
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

971
01:04:33,859 --> 01:04:37,857
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

972
01:04:37,857 --> 01:04:41,857
ได้นะคะ สิ่งที่เราให้คอมพิวเตอร์ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

973
01:04:41,859 --> 01:04:45,859
, Output แล้วก็ Process

974
01:04:45,866 --> 01:04:49,856
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

975
01:04:49,856 --> 01:04:53,856
คอมพิวเตอร์จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

976
01:04:53,874 --> 01:04:57,871
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

977
01:04:57,871 --> 01:05:01,859
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

978
01:05:01,859 --> 01:05:05,859
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

979
01:05:05,860 --> 01:05:09,860
Process แล้วก็ Output ออกมา

980
01:05:09,861 --> 01:05:13,861
จะต้องดูจาก Input Outpu t

981
01:05:13,864 --> 01:05:17,858
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

982
01:05:17,858 --> 01:05:21,858
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

983
01:05:21,867 --> 01:05:25,865
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

984
01:05:25,865 --> 01:05:29,862
แล้วก็แสดงผลนะคะ ก็คือ Input, Process แล้วก็ Output

985
01:05:29,862 --> 01:05:33,862
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

986
01:05:33,864 --> 01:05:37,864
เริ่มจาก Input, Output แล้วก็ Process

987
01:05:37,864 --> 01:05:41,864
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

988
01:05:41,865 --> 01:05:45,858
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

989
01:05:45,858 --> 01:05:49,858
เห็นไหมคะ พอวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

990
01:05:49,867 --> 01:05:53,867
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

991
01:05:53,868 --> 01:05:57,868
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

992
01:05:57,872 --> 01:06:01,870
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์เขียนโปรแกรม ไม่ใช่นะคะ

993
01:06:01,870 --> 01:06:05,859
เราต้องมาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

994
01:06:05,859 --> 01:06:09,859
ออกแบบมัน ไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

995
01:06:09,861 --> 01:06:13,861
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

996
01:06:13,863 --> 01:06:17,863
เราจะต้อง... หลักการ

997
01:06:17,863 --> 01:06:21,863
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

998
01:06:21,865 --> 01:06:25,865
เราจะใช้คำว่า "อัลกอริทึม"

999
01:06:25,872 --> 01:06:29,863
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

1000
01:06:29,863 --> 01:06:33,863
เพราะคำนี้ถ้าถามถึงอัลกอริธึมเมื่อถามถึง

1001
01:06:33,869 --> 01:06:37,862
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

1002
01:06:37,862 --> 01:06:41,861
นะคะ ทีนี้อัลกอริทึม

1003
01:06:41,861 --> 01:06:45,861
ของคอมพิวเตอร์ที่เราจะเรียนนี่

1004
01:06:45,862 --> 01:06:49,862
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

1005
01:06:49,866 --> 01:06:53,862
แบบที่ 1 อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยาย

1006
01:06:53,862 --> 01:06:57,862
นะคะ Manative Description ก็คือ

1007
01:06:57,863 --> 01:07:01,863
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1008
01:07:01,863 --> 01:07:05,862
เด็ก ๆ จะต้องเขียน เขียนออกมา

1009
01:07:05,862 --> 01:07:09,862
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1010
01:07:09,881 --> 01:07:13,863
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1011
01:07:13,863 --> 01:07:17,863
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1012
01:07:17,867 --> 01:07:21,861
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1013
01:07:21,861 --> 01:07:25,861
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือที่เรียกว่า

1014
01:07:25,871 --> 01:07:29,864
"Flowchart" ก่อนจะเรียน

1015
01:07:29,864 --> 01:07:33,864
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1016
01:07:33,868 --> 01:07:37,866
อัลกอริทึม,

1017
01:07:37,866 --> 01:07:41,865
Flowchart และอันดับสุดท้าย Pseudo code รหัสจำลอง

1018
01:07:41,865 --> 01:07:45,865
มันจะอ่านว่า "Pseudo code"

1019
01:07:45,866 --> 01:07:49,864
มาดูในส่วนของ Flowchart

1020
01:07:49,864 --> 01:07:53,864
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1021
01:07:53,869 --> 01:07:57,869
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1022
01:07:57,884 --> 01:08:01,864
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1023
01:08:01,864 --> 01:08:05,864
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1024
01:08:05,866 --> 01:08:09,866
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1025
01:08:09,871 --> 01:08:13,869
และตัวต่อมา

1026
01:08:13,869 --> 01:08:17,864
Pseudo cod

1027
01:08:17,864 --> 01:08:21,864
e ตัวนี้เริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1028
01:08:21,865 --> 01:08:25,862
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1029
01:08:25,862 --> 01:08:29,862
ที่แสดง

1030
01:08:29,864 --> 01:08:33,864
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1031
01:08:33,870 --> 01:08:37,868
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1032
01:08:37,868 --> 01:08:41,868
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1033
01:08:41,868 --> 01:08:45,868
แล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1034
01:08:45,870 --> 01:08:49,867
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1035
01:08:49,867 --> 01:08:53,865
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1036
01:08:53,865 --> 01:08:57,865
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1037
01:08:57,867 --> 01:09:01,865
ต้องหัดใช้ Google แปล

1038
01:09:01,865 --> 01:09:05,865
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1039
01:09:05,865 --> 01:09:09,865
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1040
01:09:09,866 --> 01:09:13,864
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1041
01:09:13,864 --> 01:09:17,864
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1042
01:09:17,868 --> 01:09:21,868
เพราะเวลา ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1043
01:09:21,885 --> 01:09:25,866
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1044
01:09:25,866 --> 01:09:29,866
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1045
01:09:29,869 --> 01:09:33,869
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1046
01:09:33,870 --> 01:09:37,870
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1047
01:09:37,872 --> 01:09:41,866
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1048
01:09:41,866 --> 01:09:45,865
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติม ก็คือ

1049
01:09:45,865 --> 01:09:49,865
ฝึกพิมพ์ดีดนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1050
01:09:49,871 --> 01:09:53,868
เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1051
01:09:53,868 --> 01:09:57,868
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1052
01:09:57,871 --> 01:10:01,869
เมื่อกี้อธิบาย

1053
01:10:01,869 --> 01:10:05,869
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1054
01:10:05,869 --> 01:10:09,869
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1055
01:10:09,869 --> 01:10:13,869
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริทึม

1056
01:10:13,869 --> 01:10:17,869
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานของโปรแกรม

1057
01:10:17,878 --> 01:10:21,870
นี่ โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1058
01:10:21,870 --> 01:10:25,870
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1059
01:10:25,871 --> 01:10:29,870
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1060
01:10:29,870 --> 01:10:33,870
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1061
01:10:33,874 --> 01:10:37,867
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1062
01:10:37,867 --> 01:10:41,867
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1063
01:10:41,870 --> 01:10:45,870
เรามี Case Study

1064
01:10:45,874 --> 01:10:49,868
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1065
01:10:49,868 --> 01:10:53,868
เดชาพลมาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรลูก

1066
01:10:53,885 --> 01:10:57,870
(เดชาพล) เป็นแบบ... (อาจารย์สุธิรา) สำเร็จ

1067
01:10:57,870 --> 01:11:01,870
(เดชาพล) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์สุธิรา)

1068
01:11:01,871 --> 01:11:05,867
สมมติ สมมตินะคะ

1069
01:11:05,867 --> 01:11:09,867
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1070
01:11:09,871 --> 01:11:13,869
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1071
01:11:13,869 --> 01:11:17,869
(เดชาพล) ก็คือ... (อาจารย์สุธิรา) ลองอธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1072
01:11:17,872 --> 01:11:21,869
(เดชาพล) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1073
01:11:21,869 --> 01:11:25,869
ก่อนครับ (อาจารย์สุธิรา) ต้อมน้ำก่อน (เดชาพล) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1074
01:11:25,874 --> 01:11:29,874
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1075
01:11:29,881 --> 01:11:33,872
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1076
01:11:33,872 --> 01:11:37,871
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1077
01:11:37,871 --> 01:11:41,869
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1078
01:11:41,869 --> 01:11:45,869
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1079
01:11:45,869 --> 01:11:49,869
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1080
01:11:49,876 --> 01:11:53,870
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1081
01:11:53,870 --> 01:11:57,870
ครับ ก็ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1082
01:11:57,870 --> 01:12:01,867
แล้วก็

1083
01:12:01,867 --> 01:12:05,867
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1084
01:12:05,874 --> 01:12:09,870
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1085
01:12:09,870 --> 01:12:13,868
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1086
01:12:13,868 --> 01:12:17,868
ลองให้เด็กหูฯบ้าง พี่แฝด ๆ

1087
01:12:17,879 --> 01:12:21,869
พี่แฝด แฝดนะ

1088
01:12:21,869 --> 01:12:25,869
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1089
01:12:25,870 --> 01:12:29,870
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1090
01:12:29,870 --> 01:12:33,870
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1091
01:12:33,870 --> 01:12:37,870

1092
01:12:37,881 --> 01:12:41,872

1093
01:12:41,872 --> 01:12:45,871

1094
01:12:45,871 --> 01:12:49,870

1095
01:12:49,870 --> 01:12:53,870
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามน่ะ

1096
01:12:53,870 --> 01:12:57,870
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1097
01:12:57,872 --> 01:13:01,869

1098
01:13:01,869 --> 01:13:05,869
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1099
01:13:05,873 --> 01:13:09,872
(อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1100
01:13:09,872 --> 01:13:13,872

1101
01:13:13,903 --> 01:13:17,875
ตอนการต้มมาม่า

1102
01:13:17,875 --> 01:13:21,875
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1103
01:13:21,876 --> 01:13:25,870

1104
01:13:25,870 --> 01:13:29,870

1105
01:13:29,871 --> 01:13:33,871
(ล่าม) ไม่ใช่

1106
01:13:33,873 --> 01:13:37,869
เขา...

1107
01:13:37,869 --> 01:13:41,869

1108
01:13:41,877 --> 01:13:45,874
ดูนะ มาม่ารู้ไหม (อาจารย์สุธิรา) ลองสิ

1109
01:13:45,874 --> 01:13:49,870
ต้ม ทำแบบไหน

1110
01:13:49,870 --> 01:13:53,870
ขั้นตอนทำแบบไหน

1111
01:13:53,875 --> 01:13:57,871
มาม่านะครับ แล้วก็

1112
01:13:57,871 --> 01:14:01,871
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1113
01:14:01,872 --> 01:14:05,872
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1114
01:14:05,883 --> 01:14:09,871
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค.

1115
01:14:09,871 --> 01:14:13,871
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1116
01:14:13,877 --> 01:14:17,875
ต้มน้ำก่อนนะ เห็นไหม ขั้นตอนเวลาบอก

1117
01:14:17,875 --> 01:14:21,874
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1118
01:14:21,874 --> 01:14:25,874
แฝดจะข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1119
01:14:25,877 --> 01:14:29,872
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1120
01:14:29,872 --> 01:14:33,871
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ

1121
01:14:33,871 --> 01:14:37,871
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อ

1122
01:14:37,876 --> 01:14:41,876
น แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

1123
01:14:41,877 --> 01:14:45,877
ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1124
01:14:45,898 --> 01:14:49,886
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1125
01:14:49,886 --> 01:14:53,886
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1126
01:14:53,893 --> 01:14:57,874
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1127
01:14:57,874 --> 01:15:01,874
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1128
01:15:01,890 --> 01:15:05,890
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1129
01:15:05,890 --> 01:15:09,876
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่

1130
01:15:09,876 --> 01:15:13,875
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1131
01:15:13,875 --> 01:15:17,875
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1132
01:15:17,875 --> 01:15:21,875
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1133
01:15:21,876 --> 01:15:25,872
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1134
01:15:25,872 --> 01:15:29,872
ลองใหม่ ขอลองอีกคนหนึ่ง

1135
01:15:29,872 --> 01:15:33,872
วริษาสิ เห็นพี่เขาไหม

1136
01:15:33,895 --> 01:15:37,872

1137
01:15:37,872 --> 01:15:41,872
(ล่าม) ตาฟ้า (อาจารย์สุธิรา) เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1138
01:15:41,886 --> 01:15:45,873
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1139
01:15:45,873 --> 01:15:49,873
เคยทำไข่เจียวไหม

1140
01:15:49,899 --> 01:15:53,873
วริษา (ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

1141
01:15:53,873 --> 01:15:57,873
ไหนลองบอกสิ ถ้าวริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1142
01:15:57,877 --> 01:16:01,876

1143
01:16:01,876 --> 01:16:05,876
สัญญาณกล้องวริษาไม่ค่อย... (ล่าม)

1144
01:16:05,876 --> 01:16:09,876
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1145
01:16:09,878 --> 01:16:13,878
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1146
01:16:13,881 --> 01:16:17,876
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1147
01:16:17,876 --> 01:16:21,876
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1148
01:16:21,878 --> 01:16:25,878
แล้วก็... ขอโทษนะภาษามือ

1149
01:16:25,889 --> 01:16:29,878
(อาจารย์สุธิรา) สัญญาณ

1150
01:16:29,878 --> 01:16:33,875
ไม่ค่อยชัด

1151
01:16:33,875 --> 01:16:37,875
กล้องมันไหว

1152
01:16:37,883 --> 01:16:41,874

1153
01:16:41,874 --> 01:16:45,874
(ล่าม) ค่ะ เข้าใหม่เลยนะคะ ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1154
01:16:45,874 --> 01:16:49,874
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1155
01:16:49,886 --> 01:16:53,875
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1156
01:16:53,875 --> 01:16:57,874
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคนนะคะ ซ้อม

1157
01:16:57,874 --> 01:17:01,874
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็วางกระทะลงบนเตา

1158
01:17:01,878 --> 01:17:05,878
ใส่น้ำมัน แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1159
01:17:05,881 --> 01:17:09,881
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1160
01:17:09,897 --> 01:17:13,878
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์สุธิรา) เสร็จแล้ว

1161
01:17:13,878 --> 01:17:17,875
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1162
01:17:17,875 --> 01:17:21,875
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1163
01:17:21,893 --> 01:17:25,879
ใช้ส้อมด้วย บอกว่าใช้ส้อมตีนะคะ

1164
01:17:25,879 --> 01:17:29,878
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1165
01:17:29,878 --> 01:17:33,878
ภากรณ์เคยตีไข่ไหม เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1166
01:17:33,886 --> 01:17:37,879
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1167
01:17:37,879 --> 01:17:41,879
หรือคนหู... (อาจารย์สุธิรา) หูหนวก เสื้อสีเทา

1168
01:17:41,892 --> 01:17:45,875
(ล่าม) สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1169
01:17:45,875 --> 01:17:49,875

1170
01:17:49,875 --> 01:17:53,875
(อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูตึงน่ะ

1171
01:17:53,875 --> 01:17:57,875
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

1172
01:17:57,877 --> 01:18:01,877
เคยทำไข่เจียวไหม

1173
01:18:01,896 --> 01:18:05,875
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1174
01:18:05,875 --> 01:18:09,875
ใส่น้ำปลาครับ

1175
01:18:09,876 --> 01:18:13,875

1176
01:18:13,875 --> 01:18:17,875
ให้มันเค็ม

1177
01:18:17,875 --> 01:18:21,875
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1178
01:18:21,882 --> 01:18:25,876
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา)

1179
01:18:25,876 --> 01:18:29,876
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา)

1180
01:18:29,876 --> 01:18:33,876
ช้า ๆ หน่อยลูก

1181
01:18:33,877 --> 01:18:37,875
(ล่าม) ช้า ๆ

1182
01:18:37,875 --> 01:18:41,875
อย่าให้แบบ

1183
01:18:41,886 --> 01:18:45,880
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1184
01:18:45,880 --> 01:18:49,880
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1185
01:18:49,891 --> 01:18:53,885
ไข่เจียวทำแบบไหน

1186
01:18:53,885 --> 01:18:57,881

1187
01:18:57,881 --> 01:19:01,881
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1188
01:19:01,910 --> 01:19:05,882
อธิบายเลยภาษามือ ครับ

1189
01:19:05,882 --> 01:19:09,876
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1190
01:19:09,876 --> 01:19:13,876
ไข่เจียวนะ

1191
01:19:13,879 --> 01:19:17,876
มีหมูเกี่ยวแบบไหน

1192
01:19:17,876 --> 01:19:21,876
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์สุธิรา) หมูสับด้วย

1193
01:19:21,882 --> 01:19:25,879
มีหมูสับด้วยนะ

1194
01:19:25,879 --> 01:19:29,879
เอาใหม่

1195
01:19:29,879 --> 01:19:33,878

1196
01:19:33,878 --> 01:19:37,878
(ล่าม) อธิบายใหม่

1197
01:19:37,886 --> 01:19:41,886

1198
01:19:41,899 --> 01:19:45,877
(อาจารย์สุธิรา) ทำช้า ๆ

1199
01:19:45,877 --> 01:19:49,877
แม่จะได้ดูด้วย

1200
01:19:49,879 --> 01:19:53,876
ภากรณ์นี่ก็

1201
01:19:53,876 --> 01:19:57,876
เน็ต... น้ำปลาไหมชิม

1202
01:19:57,886 --> 01:20:01,877
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1203
01:20:01,877 --> 01:20:05,877
นะครับ ุ (อาจารย์สุธิรา) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1204
01:20:05,882 --> 01:20:09,880
แล้วอย่างไรต่อ

1205
01:20:09,880 --> 01:20:13,877
แล้วก็น้ำมัน

1206
01:20:13,877 --> 01:20:17,877
รอให้มันร้อน

1207
01:20:17,879 --> 01:20:21,879
(อาจารย์สุธิรา) ต่อครับ ต่อ ทำต่อ

1208
01:20:21,882 --> 01:20:25,877
อะไรเอ่ย

1209
01:20:25,877 --> 01:20:29,877

1210
01:20:29,879 --> 01:20:33,877
เย็น

1211
01:20:33,877 --> 01:20:37,877
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1212
01:20:37,877 --> 01:20:41,877
น้ำมัน แล้ว

1213
01:20:41,880 --> 01:20:45,880
ต่อไหน

1214
01:20:45,880 --> 01:20:49,880

1215
01:20:49,891 --> 01:20:53,877
แดง

1216
01:20:53,877 --> 01:20:57,877
เป็นจุด ๆ

1217
01:20:57,877 --> 01:21:01,877
มะเขือหรือ

1218
01:21:01,877 --> 01:21:05,877
มะเขือเทศหรือแครอท

1219
01:21:05,878 --> 01:21:09,878
(ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1220
01:21:09,878 --> 01:21:13,878
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1221
01:21:13,882 --> 01:21:17,882
(อาจารย์สุธิรา) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1222
01:21:17,888 --> 01:21:21,878
ใส่พริกหรือ

1223
01:21:21,878 --> 01:21:25,878

1224
01:21:25,878 --> 01:21:29,878
(ล่าม) อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1225
01:21:29,884 --> 01:21:33,879
ภากรณ์เรียน

1226
01:21:33,879 --> 01:21:37,879
ที่ไหนนะ น้อง

1227
01:21:37,893 --> 01:21:41,893
เรียนโรงเรียนอะไร

1228
01:21:41,896 --> 01:21:45,885
เมื่อก่อนเรียนไหน

1229
01:21:45,885 --> 01:21:49,880
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1230
01:21:49,880 --> 01:21:53,880
(อาจารย์สุธิรา) ไม่มีอย่างไร

1231
01:21:53,880 --> 01:21:57,879
จบ ม. 6 อยู่ (ล่าม) ม. 6

1232
01:21:57,879 --> 01:22:01,879
เรียนที่ไหน

1233
01:22:01,888 --> 01:22:05,888
หูตึง

1234
01:22:05,889 --> 01:22:09,882
ถาม ใช่

1235
01:22:09,882 --> 01:22:13,882
ถาม

1236
01:22:13,891 --> 01:22:17,891
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1237
01:22:17,892 --> 01:22:21,878

1238
01:22:21,878 --> 01:22:25,878

1239
01:22:25,878 --> 01:22:29,878
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์สุธิรา)

1240
01:22:29,894 --> 01:22:33,880
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1241
01:22:33,880 --> 01:22:37,879
เกิดอุดร(ธานี)หรือ

1242
01:22:37,879 --> 01:22:41,879
(ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1243
01:22:42,885 --> 01:22:46,880

1244
01:22:46,880 --> 01:22:50,880
เขาทำ ก. ไก่ น่ะค่ะ

1245
01:22:50,883 --> 01:22:54,883

1246
01:22:54,895 --> 01:22:58,886
เขาทำ ก. ไก่

1247
01:22:58,886 --> 01:23:02,883
โรงเรียนหูหนวกหรือเปล่า

1248
01:23:02,883 --> 01:23:06,883
มหาวิทยาลัย

1249
01:23:06,886 --> 01:23:10,879
อส. อก.

1250
01:23:10,879 --> 01:23:14,879
มหาลัย ถามเมื่อก่อน

1251
01:23:14,888 --> 01:23:18,885
เมื่อก่อนเรียนที่ไหนน่ะ

1252
01:23:18,885 --> 01:23:22,885
อ.ด. ใช่ไหม

1253
01:23:22,889 --> 01:23:26,886
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1254
01:23:26,886 --> 01:23:30,881

1255
01:23:30,881 --> 01:23:34,881
สก.

1256
01:23:34,887 --> 01:23:38,887
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นน

1257
01:23:38,887 --> 01:23:42,881

1258
01:23:42,881 --> 01:23:46,881
(ทบุรี) อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1259
01:23:46,888 --> 01:23:50,884
(อาจารย์สุธิรา) โสต นนฯ (ล่าม) โสต

1260
01:23:50,884 --> 01:23:54,884
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1261
01:23:54,886 --> 01:23:58,886
(อาจารย์สุธิรา) อยู่นนทบุรีหรือ

1262
01:23:58,888 --> 01:24:02,888
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1263
01:24:02,889 --> 01:24:06,885
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1264
01:24:06,885 --> 01:24:10,880

1265
01:24:10,880 --> 01:24:14,880

1266
01:24:14,882 --> 01:24:18,882
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์

1267
01:24:18,884 --> 01:24:22,884
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1268
01:24:22,893 --> 01:24:26,891
ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อันนี้เพื่อนเจ้าแฝด

1269
01:24:26,891 --> 01:24:30,884
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1270
01:24:30,884 --> 01:24:34,880
แป๊บหนึ่งนะคะ

1271
01:24:34,880 --> 01:24:38,880
แฝด ๆ ถามหน่อย

1272
01:24:38,881 --> 01:24:42,881
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1273
01:24:42,882 --> 01:24:46,882
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1274
01:24:46,884 --> 01:24:50,884
(อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์ (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1275
01:24:50,888 --> 01:24:54,888
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1276
01:24:54,890 --> 01:24:58,890
(อาจารย์สุธิรา) เขาเรียนที่ไหน (ล่าม) เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1277
01:24:58,899 --> 01:25:02,881
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1278
01:25:02,881 --> 01:25:06,881
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1279
01:25:06,882 --> 01:25:10,882
เมื่อก่อนอยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1280
01:25:10,887 --> 01:25:14,885
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1281
01:25:14,885 --> 01:25:18,885
จากนั้นสมาคม...

1282
01:25:18,892 --> 01:25:22,881

1283
01:25:22,881 --> 01:25:26,881
(อาจารย์สุธิรา) เห็นไหมเจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1284
01:25:26,888 --> 01:25:30,884
(ล่าม) ใช่ ๆ

1285
01:25:30,884 --> 01:25:34,884
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1286
01:25:34,888 --> 01:25:38,888

1287
01:25:38,889 --> 01:25:42,885

1288
01:25:42,885 --> 01:25:46,884
(ล่าม) ก็คือเรียนโรงเรียนหูดีมาก่อน

1289
01:25:46,884 --> 01:25:50,884
โอ.เค. ค่ะ

1290
01:25:50,886 --> 01:25:54,883
(อาจารย์สุธิรา) เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1291
01:25:54,883 --> 01:25:58,883
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1292
01:25:58,890 --> 01:26:02,884
ชวนมาเรียนที่นี่ใช่ไหม

1293
01:26:02,884 --> 01:26:06,884
แฝดชวนมา

1294
01:26:06,886 --> 01:26:10,882
ภากณ์สมมติภาษามืองงน่

1295
01:26:10,882 --> 01:26:14,882
ะ ถามนะ เป็นห่วง

1296
01:26:14,885 --> 01:26:18,885
(อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1297
01:26:18,905 --> 01:26:22,896
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1298
01:26:22,896 --> 01:26:26,881

1299
01:26:26,881 --> 01:26:30,881
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1300
01:26:30,882 --> 01:26:34,882
ภาษามือน้อย (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1301
01:26:34,891 --> 01:26:38,886
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1302
01:26:38,886 --> 01:26:42,886
... (ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1303
01:26:42,906 --> 01:26:46,899
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1304
01:26:46,899 --> 01:26:50,898
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1305
01:26:50,898 --> 01:26:54,883
โอ.เค.

1306
01:26:54,883 --> 01:26:58,883
(อาจารย์สุธิรา) ช่วยสอน ๆ เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน

1307
01:26:58,885 --> 01:27:02,882
โอ.เค.

1308
01:27:02,882 --> 01:27:06,882
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1309
01:27:06,888 --> 01:27:10,884

1310
01:27:10,884 --> 01:27:14,884
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1311
01:27:14,884 --> 01:27:18,882
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1312
01:27:18,882 --> 01:27:22,882
อัลกอริทึมเป็นการอธิบายขั้นตอน

1313
01:27:22,894 --> 01:27:26,882
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1314
01:27:26,882 --> 01:27:30,882
ให้เด็ก ๆ นึกภาพ เหมือน

1315
01:27:30,899 --> 01:27:34,894
ถ้าเพื่อนบางคน

1316
01:27:34,894 --> 01:27:38,891

1317
01:27:38,891 --> 01:27:42,891
... ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ก็จะไม่สามารถ

1318
01:27:42,895 --> 01:27:46,879
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1319
01:27:46,879 --> 01:27:50,879
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1320
01:27:50,888 --> 01:27:54,881
น่ะ มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1321
01:27:54,881 --> 01:27:58,879
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่

1322
01:27:58,879 --> 01:28:02,879
ล่ะ ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1323
01:28:02,888 --> 01:28:06,880
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1324
01:28:06,880 --> 01:28:10,879
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1325
01:28:10,879 --> 01:28:14,879
ต่างกันนะคะ ไข่เจียวกับไข่ดาวเห็นไหม เพราะฉะนั้น จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1326
01:28:14,886 --> 01:28:18,876
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1327
01:28:18,876 --> 01:28:22,876
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1328
01:28:22,876 --> 01:28:26,876

1329
01:28:26,978 --> 01:28:30,883
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1330
01:28:30,883 --> 01:28:34,883
เหมือนถ้าเราจะเจียวไข่ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1331
01:28:35,082 --> 01:28:38,896
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1332
01:28:38,896 --> 01:28:42,883
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำ

1333
01:28:42,883 --> 01:28:46,879
อย่างไร เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1334
01:28:46,879 --> 01:28:50,879
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1335
01:28:50,882 --> 01:28:54,874

1336
01:28:54,874 --> 01:28:58,874
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1337
01:28:58,888 --> 01:29:02,877
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1338
01:29:02,877 --> 01:29:06,876
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1339
01:29:06,876 --> 01:29:10,871
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ก็คือ

1340
01:29:10,871 --> 01:29:14,871
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1341
01:29:14,871 --> 01:29:18,871
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1342
01:29:18,877 --> 01:29:22,876
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1343
01:29:22,876 --> 01:29:26,876
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1344
01:29:27,231 --> 01:29:30,870
ก็คือผลลัพธ์หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1345
01:29:30,870 --> 01:29:34,870
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1346
01:29:34,897 --> 01:29:38,874
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1347
01:29:38,874 --> 01:29:42,872
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1348
01:29:42,872 --> 01:29:46,870
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1349
01:29:46,870 --> 01:29:50,870
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1350
01:29:50,880 --> 01:29:54,868
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1351
01:29:54,868 --> 01:29:58,868
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1352
01:29:58,872 --> 01:30:02,866

1353
01:30:02,866 --> 01:30:06,866

1354
01:30:06,866 --> 01:30:10,866

1355
01:30:10,869 --> 01:30:14,867
เห็นไหมคะ

1356
01:30:14,867 --> 01:30:18,866
เราอธิบายไว้ว่าอัลกอริทึม หมายถึง

1357
01:30:18,866 --> 01:30:22,866
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1358
01:30:22,871 --> 01:30:26,866
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือเพื่อให้มันแสดงผล

1359
01:30:26,866 --> 01:30:30,866
ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1360
01:30:30,884 --> 01:30:34,866
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำ ก็คือเขียน

1361
01:30:34,866 --> 01:30:38,866
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1362
01:30:38,867 --> 01:30:42,867
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1363
01:30:42,872 --> 01:30:46,863
ก่อน ต้มไข่

1364
01:30:46,863 --> 01:30:50,863
เห็นไหม วิธีการ

1365
01:30:50,865 --> 01:30:54,865
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่

1366
01:30:54,867 --> 01:30:58,867
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1367
01:30:58,870 --> 01:31:02,870
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1368
01:31:02,871 --> 01:31:06,870
อัลกอริทึมก็เหมือนกันสามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1369
01:31:06,870 --> 01:31:10,862
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1370
01:31:10,862 --> 01:31:14,862
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1371
01:31:14,862 --> 01:31:18,859
อันดับแรก

1372
01:31:18,859 --> 01:31:22,859
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1373
01:31:22,865 --> 01:31:26,860
เอาไข่ใส่ลงไปเลยหรือเปล่า

1374
01:31:26,860 --> 01:31:30,860
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1375
01:31:30,862 --> 01:31:34,858
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1376
01:31:34,858 --> 01:31:38,858
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1377
01:31:38,867 --> 01:31:42,864
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1378
01:31:42,864 --> 01:31:46,864
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1379
01:31:46,864 --> 01:31:50,858
ทีนี้ก่อนที่เราจะเขียนได้

1380
01:31:50,858 --> 01:31:54,858
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1381
01:31:54,873 --> 01:31:58,867
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1382
01:31:58,867 --> 01:32:02,867
ข้อที่ 1

1383
01:32:02,881 --> 01:32:06,867
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1384
01:32:06,867 --> 01:32:10,861
ก็คือต้องมีกฎเกณฑ์ให้มันเห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1385
01:32:10,861 --> 01:32:14,861
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1386
01:32:14,872 --> 01:32:18,854
กระบวนวิธีการคืออะไร

1387
01:32:18,854 --> 01:32:22,854

1388
01:32:22,854 --> 01:32:26,854
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือ ให้มันเห็นขั้นตอน

1389
01:32:26,858 --> 01:32:30,858
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1390
01:32:30,858 --> 01:32:34,853
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1391
01:32:34,853 --> 01:32:38,853
นั่น ก็คือมีกฎมีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1392
01:32:38,857 --> 01:32:42,852
ทีนี้เขาบอกไว้ว่ากฎเกณฑ์ที่

1393
01:32:42,852 --> 01:32:46,852
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1394
01:32:46,853 --> 01:32:50,853
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1395
01:32:50,855 --> 01:32:54,855
เมื่อกี้เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1396
01:32:54,855 --> 01:32:58,855
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1397
01:32:58,855 --> 01:33:02,852
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1398
01:33:02,852 --> 01:33:06,852
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามแล้วพริกก็ไม่ใช่ ไม่ได้

1399
01:33:06,853 --> 01:33:10,851
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1400
01:33:10,851 --> 01:33:14,851
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1401
01:33:14,855 --> 01:33:18,855
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1402
01:33:18,863 --> 01:33:22,851
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบมีระเบียบ

1403
01:33:22,851 --> 01:33:26,848
อ่านแล้วไม่สับสน เราต้องทำให้คอมพิวเตอร์อ่านแล้ว

1404
01:33:26,848 --> 01:33:30,848
เข้าใจ

1405
01:33:30,862 --> 01:33:34,856
อ่าน แล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1406
01:33:34,856 --> 01:33:38,851
มาสู่ข้อที่ 3

1407
01:33:38,851 --> 01:33:42,851
มันจะมาอะไรตอนนี้

1408
01:33:42,852 --> 01:33:46,850
คอมพิวเตอร์จะอัปเดตเสีย แล้ว

1409
01:33:46,850 --> 01:33:50,850
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1410
01:33:50,855 --> 01:33:54,849
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1411
01:33:54,849 --> 01:33:58,849
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1412
01:33:58,862 --> 01:34:02,854
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1413
01:34:02,854 --> 01:34:06,854
เพราะต้องมีน้ำร้อนใช่ไหม ต้องต้มน้ำให้มันร้อน มันต้องมีน้ำร้อน

1414
01:34:06,858 --> 01:34:10,845
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1415
01:34:10,845 --> 01:34:14,845
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1416
01:34:14,852 --> 01:34:18,852
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1417
01:34:18,852 --> 01:34:22,852
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1418
01:34:22,856 --> 01:34:26,856
เราต้องระบุลงไปด้วยว่าน้ำที่ใช้คืออย่างไร

1419
01:34:26,857 --> 01:34:30,844
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1420
01:34:30,844 --> 01:34:34,843
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1421
01:34:34,843 --> 01:34:38,843
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1422
01:34:38,844 --> 01:34:42,844
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1423
01:34:42,850 --> 01:34:46,844
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1424
01:34:46,844 --> 01:34:50,844
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1425
01:34:50,858 --> 01:34:54,843
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1426
01:34:54,843 --> 01:34:58,841
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1427
01:34:58,841 --> 01:35:02,841
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1428
01:35:02,846 --> 01:35:06,843
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1429
01:35:06,843 --> 01:35:10,841
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1430
01:35:10,841 --> 01:35:14,841
ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1431
01:35:14,843 --> 01:35:18,842
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1432
01:35:18,842 --> 01:35:22,842
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1433
01:35:22,844 --> 01:35:26,840
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1434
01:35:26,840 --> 01:35:30,840
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1435
01:35:30,844 --> 01:35:34,842
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่าระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1436
01:35:34,842 --> 01:35:38,842
เห็นไหม ต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1437
01:35:38,905 --> 01:35:42,840
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1438
01:35:42,840 --> 01:35:46,840
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1439
01:35:46,840 --> 01:35:50,839
นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1440
01:35:50,839 --> 01:35:54,839
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือเวลา

1441
01:35:54,839 --> 01:35:58,839
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1442
01:35:58,841 --> 01:36:02,839
จุดเริ่มแล้วก็จุดสิ้นสุด ก็คือ

1443
01:36:02,839 --> 01:36:06,838
มีจุดเริ่มต้น Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1444
01:36:06,838 --> 01:36:10,838
เวลาอัลกอริทึม

1445
01:36:10,846 --> 01:36:14,836
ทีนี้ลองมาดู

1446
01:36:14,836 --> 01:36:18,836
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1447
01:36:18,840 --> 01:36:22,840
เกี่ยวกับอัลกอริทึม 1.

1448
01:36:22,840 --> 01:36:26,837
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1449
01:36:26,837 --> 01:36:30,836
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1450
01:36:30,836 --> 01:36:34,836
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1451
01:36:34,849 --> 01:36:38,841
ก็คือ เช่น

1452
01:36:38,841 --> 01:36:42,840
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1453
01:36:42,840 --> 01:36:46,840
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1454
01:36:46,849 --> 01:36:50,835
ใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ ก็คือวิธีการเช็กความถูกต้อง ว่าผลลัพธ์ที่ต้องการ

1455
01:36:50,835 --> 01:36:54,835
คืออะไร

1456
01:36:54,835 --> 01:36:58,835
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1457
01:36:58,837 --> 01:37:02,837
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1458
01:37:02,837 --> 01:37:06,837
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1459
01:37:06,848 --> 01:37:10,834
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวกถูกไหม

1460
01:37:10,834 --> 01:37:14,834
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1461
01:37:14,836 --> 01:37:18,836
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1462
01:37:18,836 --> 01:37:22,836
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1463
01:37:22,839 --> 01:37:26,839
อย่างวริษา วริษาอธิบายละเอียดนะคะ

1464
01:37:26,839 --> 01:37:30,839
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1465
01:37:30,840 --> 01:37:34,837
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1466
01:37:34,837 --> 01:37:38,833
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1467
01:37:38,833 --> 01:37:42,833
จะทำไข่เจียวได้นี่ไข่มันจะต้องโดนตี

1468
01:37:42,851 --> 01:37:46,834
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1469
01:37:46,834 --> 01:37:50,834
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1470
01:37:50,835 --> 01:37:54,835
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1471
01:37:54,843 --> 01:37:58,831
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1472
01:37:58,831 --> 01:38:02,831
คืออะไรนะคะ

1473
01:38:02,836 --> 01:38:06,836
คุณสมบัติต่อมาต้องปรับปรุงได้

1474
01:38:06,842 --> 01:38:10,831
Modification

1475
01:38:10,831 --> 01:38:14,831
ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1476
01:38:14,835 --> 01:38:18,831
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1477
01:38:18,831 --> 01:38:22,831
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1478
01:38:22,833 --> 01:38:26,829
ภากรณ์ ภากรณ์บอกใส่

1479
01:38:26,829 --> 01:38:30,829
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1480
01:38:30,833 --> 01:38:34,829
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1481
01:38:34,829 --> 01:38:38,829
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1482
01:38:38,832 --> 01:38:42,832
ใหม่ได้ Reuse Abillity

1483
01:38:42,832 --> 01:38:46,831
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1484
01:38:46,831 --> 01:38:50,831
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1485
01:38:50,836 --> 01:38:54,836
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1486
01:38:54,837 --> 01:38:58,837
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1487
01:38:58,837 --> 01:39:02,837
คนนี้เอาไปใช้ก็ คนนี่้เอาไปใช้ก็ได้ เอาไปใช้ซ้ำได้

1488
01:39:02,840 --> 01:39:06,836
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1489
01:39:06,836 --> 01:39:10,831
และต้องมีประสิทธิภาพ

1490
01:39:10,831 --> 01:39:14,831
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวริษานี่

1491
01:39:14,834 --> 01:39:18,833
เห็นไหม วริษาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1492
01:39:18,833 --> 01:39:22,827
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1493
01:39:22,827 --> 01:39:26,827
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1494
01:39:26,827 --> 01:39:30,827
ก็คือให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1495
01:39:30,828 --> 01:39:34,827
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1496
01:39:34,827 --> 01:39:38,827
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1497
01:39:38,832 --> 01:39:42,828
มันจะต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1498
01:39:42,828 --> 01:39:46,828
เวลาเขียนนี่

1499
01:39:46,829 --> 01:39:50,829
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1500
01:39:50,830 --> 01:39:54,828
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1501
01:39:54,828 --> 01:39:58,828
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1502
01:39:58,829 --> 01:40:02,829
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1503
01:40:02,835 --> 01:40:06,833
ขั้นตอนน่ะค่ะ ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1504
01:40:06,833 --> 01:40:10,833
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการนะคะ เหมือนที่บอก ไข่

1505
01:40:10,835 --> 01:40:14,835
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ มันต้องใช้น้ำอะไร

1506
01:40:14,835 --> 01:40:18,833
ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1507
01:40:18,833 --> 01:40:22,825
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1508
01:40:22,825 --> 01:40:26,825
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1509
01:40:26,829 --> 01:40:30,828
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1510
01:40:30,828 --> 01:40:34,828
บอกว่าเปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1511
01:40:34,831 --> 01:40:38,831
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1512
01:40:38,842 --> 01:40:42,828
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1513
01:40:42,828 --> 01:40:46,827
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1514
01:40:46,827 --> 01:40:50,827
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1515
01:40:50,827 --> 01:40:54,826
ใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่จะทำให้

1516
01:40:54,826 --> 01:40:58,824
น้ำร้อนได้ก็คือการต้มใช่ไหมคะ ไปลดขั้นตอนที่

1517
01:40:58,824 --> 01:41:02,824
ไม่จำเป็นออกนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1518
01:41:02,826 --> 01:41:06,823
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1519
01:41:06,823 --> 01:41:10,823
ใช้พื้นที่ก็คือหน่วยความจำน้อยจะเกิดจากอะไร

1520
01:41:10,841 --> 01:41:14,829
เกิดจากการเขียน Coding นี่ ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1521
01:41:14,829 --> 01:41:18,826
นี่ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1522
01:41:18,826 --> 01:41:22,825
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1523
01:41:22,825 --> 01:41:26,825
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1524
01:41:26,832 --> 01:41:30,826
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1525
01:41:30,826 --> 01:41:34,826
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1526
01:41:34,827 --> 01:41:38,827
เพราะพื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1527
01:41:38,829 --> 01:41:42,829
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1528
01:41:42,830 --> 01:41:46,823
เห็นไหม มันจะไปกินหน่วยความจำน่ะค่ะ เมื่อเรากด

1529
01:41:46,823 --> 01:41:50,823
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1530
01:41:50,823 --> 01:41:54,823
นี่ คอมพิวเตอร์มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1531
01:41:54,824 --> 01:41:58,824
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1532
01:41:58,828 --> 01:42:02,827
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร สามารถปรับได้

1533
01:42:02,827 --> 01:42:06,822
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1534
01:42:06,822 --> 01:42:10,822
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1535
01:42:10,827 --> 01:42:14,827
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ ว่าบางขั้นตอน

1536
01:42:14,827 --> 01:42:18,827
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้นะคะ ใช้เวลา

1537
01:42:18,831 --> 01:42:22,822
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1538
01:42:22,822 --> 01:42:26,822
เห็นไหมคะ เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1539
01:42:26,824 --> 01:42:30,824
ก็คือต้องเขียนให้สั้นกะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1540
01:42:30,834 --> 01:42:34,825
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1541
01:42:34,825 --> 01:42:38,822
พอเขียนแล้ว ที่บอกว่า R

1542
01:42:38,822 --> 01:42:42,822
eusable เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1543
01:42:42,826 --> 01:42:46,826
มันจะทำอย่างนี้

1544
01:42:46,828 --> 01:42:50,827
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1545
01:42:50,827 --> 01:42:54,822
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1546
01:42:54,822 --> 01:42:58,822
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1547
01:42:58,828 --> 01:43:02,827
ทีนี้

1548
01:43:02,827 --> 01:43:06,827
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1549
01:43:06,828 --> 01:43:10,824
เอาล่ะ นี่ก็คืองานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1550
01:43:10,824 --> 01:43:14,824
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1551
01:43:14,825 --> 01:43:18,825
... เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1552
01:43:18,825 --> 01:43:22,825
ข้างบนมีบอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1553
01:43:22,843 --> 01:43:26,830
นั่นก็คือหมายถึง

1554
01:43:26,830 --> 01:43:30,830
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1555
01:43:30,856 --> 01:43:34,822
ให้เด็ก ๆ เขียนลงไปว่ามันเป็น Input

1556
01:43:34,822 --> 01:43:38,822
เป็น Process หรือเป็น Output ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1557
01:43:38,824 --> 01:43:42,824
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1558
01:43:42,828 --> 01:43:46,822
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1559
01:43:46,822 --> 01:43:50,818
เป็น Input Process

1560
01:43:50,818 --> 01:43:54,818
Input หรือ Output หรือ Process

1561
01:43:54,819 --> 01:43:58,819
Input Process หรือ Output

1562
01:43:58,820 --> 01:44:02,820
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input, Process หรือ Output

1563
01:44:03,823 --> 01:44:07,822
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1564
01:44:07,822 --> 01:44:11,820
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1565
01:44:11,820 --> 01:44:15,820
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1566
01:44:15,823 --> 01:44:19,818
นึกออกนะ

1567
01:44:19,818 --> 01:44:23,818
คะ ตัวนี้ทำส่ง

1568
01:44:23,820 --> 01:44:27,820
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1569
01:44:27,830 --> 01:44:31,825
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1570
01:44:31,825 --> 01:44:35,819
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1571
01:44:35,819 --> 01:44:39,819
จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1572
01:44:39,823 --> 01:44:43,823
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1573
01:44:43,829 --> 01:44:47,820
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1574
01:44:47,820 --> 01:44:51,820
ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1575
01:44:51,826 --> 01:44:55,826
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1576
01:44:55,835 --> 01:44:59,820
ที่เป็นต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1577
01:44:59,820 --> 01:45:03,820
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1578
01:45:03,822 --> 01:45:07,822
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1579
01:45:07,824 --> 01:45:11,816

1580
01:45:11,816 --> 01:45:15,816
นะคะ เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้านส่ง

1581
01:45:15,821 --> 01:45:19,819
ใน Class

1582
01:45:19,819 --> 01:45:23,816
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจหรือเปล่าลูก

1583
01:45:23,816 --> 01:45:27,816
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1584
01:45:27,818 --> 01:45:31,818
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1585
01:45:31,832 --> 01:45:35,832
ที่เขียนว่าต้มน้ำให้เดือด แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input, Process หรือ Output

1586
01:45:35,834 --> 01:45:39,816

1587
01:45:39,816 --> 01:45:43,816
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1588
01:45:43,821 --> 01:45:47,818
Input, Output หรือเป็น Process

1589
01:45:47,818 --> 01:45:51,816
เข้าใจไหมลูก

1590
01:45:51,816 --> 01:45:55,816
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1591
01:45:55,835 --> 01:45:59,826
ลองไปย้อนดูได้ เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้น

1592
01:45:59,826 --> 01:46:03,826
ะคะ ที่อธิบายไว้ว่า Input คือ กระบวนการอะไร

1593
01:46:03,828 --> 01:46:07,825
Output คือ กระบวนการอะไร

1594
01:46:07,825 --> 01:46:11,816
และ Process คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1595
01:46:11,816 --> 01:46:15,816
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1596
01:46:15,822 --> 01:46:19,815
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1597
01:46:19,815 --> 01:46:23,815
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1598
01:46:23,819 --> 01:46:27,819
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1599
01:46:27,819 --> 01:46:31,819
หรือ Process หรือ Output

1600
01:46:31,831 --> 01:46:35,828
นะ ลองทำดูนะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1601
01:46:35,828 --> 01:46:39,815

1602
01:46:39,815 --> 01:46:43,815
เห็นไหม ก็คือ

1603
01:46:43,829 --> 01:46:47,825
จับขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1604
01:46:47,825 --> 01:46:51,825
Input, Process, Output เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1605
01:46:51,825 --> 01:46:55,821
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1606
01:46:55,821 --> 01:46:59,821
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1607
01:46:59,822 --> 01:47:03,819
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1608
01:47:03,819 --> 01:47:07,818
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1609
01:47:07,818 --> 01:47:11,815
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1610
01:47:11,815 --> 01:47:15,815
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1611
01:47:15,817 --> 01:47:19,817
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1612
01:47:19,846 --> 01:47:23,820
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์มันทำงานอย่างไร

1613
01:47:23,820 --> 01:47:27,820
เพราะฉะนั้น เราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1614
01:47:27,831 --> 01:47:31,821
นะคะ

1615
01:47:31,821 --> 01:47:35,815
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะนี่

1616
01:47:35,815 --> 01:47:39,815
ถ้าฉันเอาตัวนี่

1617
01:47:39,824 --> 01:47:43,824
ฉันจะทำอะไรมัน

1618
01:47:43,846 --> 01:47:47,823

1619
01:47:47,823 --> 01:47:51,821
โอ.เค. ไหมคะ ถ้า โอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1620
01:47:51,821 --> 01:47:55,821

1621
01:47:55,828 --> 01:47:59,817

1622
01:47:59,817 --> 01:48:03,815
... สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1623
01:48:03,815 --> 01:48:07,814
ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1624
01:48:07,814 --> 01:48:11,814
ว่าเราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1625
01:48:11,817 --> 01:48:15,817
สันติภาพใช้จินตนาการ

1626
01:48:15,820 --> 01:48:19,818
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1627
01:48:19,818 --> 01:48:23,818
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1628
01:48:23,818 --> 01:48:27,818
ฉันจะทำสิ่งนี้ที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1629
01:48:27,819 --> 01:48:31,813
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1630
01:48:31,813 --> 01:48:35,813
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1631
01:48:35,816 --> 01:48:39,816
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร แล้วเด็ก ๆ จะ

1632
01:48:39,824 --> 01:48:43,824
เห็นเลยว่าตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1633
01:48:43,826 --> 01:48:47,826
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1634
01:48:47,850 --> 01:48:51,812
อย่างนี้นะคะ

1635
01:48:51,812 --> 01:48:55,812
มันจะ... ลองใส่ดู

1636
01:48:55,813 --> 01:48:59,813
นะ ลอง ๆ

1637
01:48:59,822 --> 01:49:03,813
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1638
01:49:03,813 --> 01:49:07,813
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1639
01:49:07,817 --> 01:49:11,815
เพราะมันมีทางเลือกอยู่ 3 ทางว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1640
01:49:11,815 --> 01:49:15,815
หรือจะเป็น Output หรือเป็น Process เลือกมาตอบ

1641
01:49:15,823 --> 01:49:19,816
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1642
01:49:19,816 --> 01:49:23,811
นะคะ

1643
01:49:23,811 --> 01:49:27,811
แล้วเราทำส่งใน Classroom

1644
01:49:27,824 --> 01:49:31,817
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1645
01:49:31,817 --> 01:49:35,814
ตัวงานเข้าไป

1646
01:49:35,814 --> 01:49:39,814
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1647
01:49:39,822 --> 01:49:43,816
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1648
01:49:43,816 --> 01:49:47,814
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1649
01:49:47,814 --> 01:49:51,814
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1650
01:49:51,816 --> 01:49:55,816
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1651
01:49:55,821 --> 01:49:59,814
นะคะ เข้าไปทำใน Google Drive พิมพ์ใน Google Drive เลย

1652
01:49:59,814 --> 01:50:03,814
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1653
01:50:03,825 --> 01:50:07,820
ขอจบการนำเสนอ

1654
01:50:07,820 --> 01:50:11,812
เพียงเท่านี้

1655
01:50:11,812 --> 01:50:15,812
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากจ้ะ

1656
01:50:15,824 --> 01:50:19,824
(ล่าม) ขอบคุณค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ

1657
01:50:19,848 --> 01:50:23,810

1658
01:50:23,810 --> 01:50:27,810
ทดลองอะไรอีกไหม

1659
01:50:27,810 --> 01:50:31,810

1660
01:50:31,813 --> 01:50:35,810

1661
01:50:35,810 --> 01:50:39,810

1662
01:50:39,815 --> 01:50:43,813

1663
01:50:43,813 --> 01:50:47,810

1664
01:50:47,810 --> 01:50:51,810

1665
01:50:51,811 --> 01:50:55,810

1666
01:50:55,810 --> 01:50:59,810
[สิ้นสุดการถอดความ]

1667
01:50:59,810 --> 01:51:03,810

1668
01:51:03,817 --> 01:51:07,817

1669
01:51:07,818 --> 01:51:11,810

1670
01:51:11,810 --> 01:51:15,810
-

1671
01:51:15,814 --> 01:51:19,814

1672
01:51:19,818 --> 01:51:23,818

1673
01:51:35,084 --> 01:51:39,084

1674
01:51:39,084 --> 01:51:39,085

1675
01:51:39,085 --> 01:51:43,085


