(อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอวิดีโอด้วยนะคะ พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม (ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง โอ.เค. 14 คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ ระหว่างรอเพื่อน ๆ เด็ก ๆ อยากทราบว่าใครเคยเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชต เคยเขียนเขียนภาษาอะไรมานะคะ ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่าเคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไร เขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคยยังไม่เคย เดชาพลพิมพ์แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหม ลูก (เดชาพล) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอม(พิมเตอร์)หรือใช้มือถือลูก (เดชาพล) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะสันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ สันติภาพมาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ บอกอาจารย์สิ (สันติภาพ) จบจากโรงเรียนบางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม (อาจารย์สุธิรา) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (เดชาพล) จบจากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ (อาจารย์สุธิรา) ศิริรัตนล่ะคะ จบจากอะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก กศน. ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียนภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไรนะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิมหรือ กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูกกุ๊กได้ยินไหมคะ มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ อย่างนั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้ โอ.เค. คนอื่น ๆ ตอบมาได้เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย ศิริลัษณ์ สันติภาพ ไม่เคยคนอื่นหายไปไหนหมดเพื่อน ๆ หายไปไหนหมด ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้คอมฯ หรือใช้อะไรเอ่ย (สันติภาพ) ผมใช้โทรศัพท์ครับ (อาจารย์สุธิรา) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (สันติภาพ) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ (อาจารย์สุธิรา) เมื่อวานที่นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (สันติภาพ) ใช่ครับผม (อาจารย์สุธิรา) แล้วทำไมไม่ใช้ (สันติภาพ) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ (สันติภาพ) คอมของผมมีปัญหา (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้(อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้ Ahplabat god ใช้คอมฯ หรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้ Notebook ครับ (อาจารย์สุธิรา) สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์) มุกใช้อะไรลูก พิมพ์มาบอกก็ได้ กัญญณัฐตอนนี้ที่เห็นหน้ากันมี 1, 2, 3, 4, 5 คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ หายไปไหนหมด (ล่าม) หนูไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะวันนี้ เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ โอ.เค. เดชาพลมีคอมพิวเตอร์อยู่ใช่ไหมคะ (เดชาพล) ครับอาจารย์ (อาจารย์) มีไหมลูก มีนะครับ โอ.เค. รออีกสัก 10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มาตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้ อีก 10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่ พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ เด็ก ๆ ยังไม่เข้ามา เด็กหูฯ ยังไม่เข้ามาน่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก (อาจารย์สุธิรา) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไงก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า (ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอเพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้วมันมาก่อนที่เขาจะประกาศ (ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์สุธิรา) ปัญหาคือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร (ล่าม) เข้าใจค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อาจารย์จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์สุธิรา) น่าจะติดปัญหาอันนี้เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามาเขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้วพี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้วเพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน (ล่าม) อ๋อ เสาร์-อาทิตย์เขาเรียนด้วยหรือคะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารเพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซกหมายเด็กเรียนรวมกัน ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ (อาจารย์สุธิรา) มีเจ้ามิ้นเข้ามาแล้วคนหนึ่ง มิ้นเปิดจอ เห็นแฝดแจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีนวันนี้นะ เธอบอกว่า... พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน เจ้าแฝดน่ะ นั่นนะสิ หายไปไหนกัน นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว สวัสดีจ้ะ มาช้านี่มาช้า มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่แฝดมาสาย ทำอะไรอยู่ นอนเพิ่งตื่นหรือ (ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ กลับบ้านแล้วนอนตื่นสายเด้อ (ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย (ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ ก็เลยตื่นสาย ครับใช่ครับ สะโลสะเหลมาก (อาจารย์สุธิรา) โหลงเหลงมากวันนี้สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา ตอนนี้มีแต่เด็กตาฯ กับเด็กปกติ เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ จันทกานต์เข้ามาแล้วเปิดกล้อง บอกเพื่อนเปิดกล้อง อย่างนั้นแฝดเข้ามาแล้วถามแฝด แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง เคยเรียนไหม (ล่าม) เคยครับ (อาจารย์สุธิรา) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน ตอบได้ไหม (ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก (ล่าม) เอาออกแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ภาษาอะไร เคยเรียนภาษาอะไรมาลูก (ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็นวิชา... อ้าว ภาพน้องหาย สักครู่นะคะ (อาจารย์สุธิรา) ภากร ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหมนพกิจ เมื่อกี้ล่ามแบบ... กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้ (อาจารย์สุธิรา) ถามภากรว่าเคย... (ล่าม) หูหนวก ภากร เรียนภากรณ์หูตึง ใช่ ๆ ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหมโปรแกรม ทำเองมีไหม (อาจารย์สุธิรา) ภากรได้ยินอยู่หรือได้ยินหรือเปล่า คือ ตอนนี้ ได้ยินหรือเปล่า ได้ยินหรือ ถ้าอย่างนั้น (อาจารย์สุธิรา) แต่พูดไม่ได้หรือพูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า เพราะเหมือนพี่โจโจ้รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ (ล่าม) หนูรู้จักชื่อพี่โจโจ้ รู้เปล่ารู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญ ตอนนี้อธิบายว่าชื่อพี่โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ ใช่ไหม ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อ่านปากได้ประมาณนี้ล่ะหูตึงถามโปรแกรมพิมพ์ ๆ น่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพราะว่าแม่เห็นบางทีเขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็บอกไว้ต้องสื่อสารได้ด้วยพูดไว้เลย โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว แฝดมาแล้ว 18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา หายไปไหนแล้วเจ้าจันทร์กานต์น่ะ ไอ้นี่ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์นี่ ชื่ออะไรนะอบ ๆ เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน อบไม่เปิดกล้องน่ะ เงียบ แล้วก็เจ้ามิ้น (ล่าม) มิ้นก็ไม่เปิดกล้อง (ล่าม) แฝด ๆ เตือน ๆ เพื่อนใน LINE หน่อย (อาจารย์สุธิรา) นี่ไงธัญลักษณ์ ชื่อเชอรี่หรือชื่อภาษามือใช่ไหม ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหมถามเขาหน่อยว่าเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง... (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวอ่านพี่ล่ามพอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญาลักษณ์ใช่ไหมคะ ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ ชื่ออบใช่ไหม ธัญญลักษณ์ภาษามือชัดหรือเปล่า (อาจารย์สุธิรา) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนี่ กัญรัตนเหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง ลองจันทร์กานต์เสื้อแดงน่ะ (ล่าม) เพิ่งตื่น (อาจารย์สุธิรา) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพเด็กเพิ่งตื่น อบใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย (อาจารย์สุธิรา) อบเปล่า อบเปล่า อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ดูกล้องเลยดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคนแต่ละคน [เสียงหัวเราะ] (ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สกลฯ ฝนตก (ล่าม) สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม) เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิดเตือน ๆ กล้องเปิดเดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้วจันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้วแต่ละคนปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้วเปิดกล้อง (ล่าม) จันทกานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อภาษามือชื่อภาษามือ ผู้หญิงเสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย (อาจารย์สุธิรา) ดูกล้องกันอยู่หรือเปล่า เห็นพี่การ์ตูรไหมนี่ (ล่าม) ล่ามหูหนวก หูหนวกเห็นล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะเสื้อ เหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะชื่อภาษามือไหนใช่ ๆ ชื่อไหนชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม (อาจารย์สุธิรา) เคยเรียนภาษามือไหม (ล่าม) เมื่อก่อน ภาษามือแบบเข้าใจ มีเปล่า โอ.เค. เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะพร้อมจะเรียนหรือยังพร้อมไหม ๆ โอ.เค. อย่างนั้นเดี๋ยวเรามาเริ่ม (ล่าม) เริ่มเรียนนะ เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะเปิดวิดีโอตลอดนะ เพราะว่าภาพคะแนนให้มี (อาจารย์สุธิรา) ขอโทษ ๆ เห็นหน้าจออยู่นะคะ วิชาของเรา ก็คืออันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึม ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะหลักการก็คือเป็นความรู้เบื้องต้นก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่าเขียนโปรแกรมอะไร ซึ่งในที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงานนะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่มีวิธีการทำงานเป็นอย่างไรนะคะ หรือมีลักษณะของการทำงานของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อนคอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คือต้องมี Input หรือการรับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่เราจะเรียกตัวนี้ว่า "Input" มันจะต้อง Input เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน เสร็จแล้วทำอะไรต่อ มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ ประมวลผล Process แล้วก็แสดงผลหรือ Output หรือคือมี Input มี Process แล้วก็ Output มี Process แล้วก็ Output มันคืออะไร เด็ก ๆ น่าจะงงอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไรนะคะ คือ เขาต้องทำตามขั้นตอนเลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ เรียงตั้งแต่ Input ไปก่อนเลย Inputเสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้องรับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์นี่รับข้อมูลเข้าไป เป็นการสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ Process หรือประมวลผล ก็คือคำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ ก็จะนำคำสั่งนั้นหรือข้อมูลนั้นมาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือสิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่งของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output ก็คือแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผลออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิมใหม่ ก็คือถ้าเราป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป ทำการประมวลผลข้อมูล เสร็จแล้วก็แสดงผลของข้อมูลนั้นนะคะ หลักการรับข้อมูลเข้าของคอมพิวเตอร์นะคะ เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก สิ่งที่จะเป็นตัวนำข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูปก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ ที่เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเองนะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์กดคลิก OK หรือ คลิกตกลงอย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่าInput Unit ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ดเมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้ เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชาหนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกานะคะ หรือเรียนระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผลนะคะ ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ดหรือเมาส์แล้ว เห็นไหมคะ สิ่งที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้ เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง เขาเรียกว่า "CPU" หรือ Central Processing Unit ระมวลผลกลางนั่นเองมันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า "หน่วยความจำหรือเมมโมรี่" และส่วนอีกความจำหนึ่งสำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์ ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามามันจะมาผ่าน CPU CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไปอยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์นะคะ ตัวนี้ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีกนะคะ เมื่อทำการประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร 1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอหรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้าไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้ Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อนยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็ Handy Drive แล้วก็ฮาร์ดดิสก์ไดรท์เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุดก็คือเก็บไว้ บน Cloud Computer เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้องทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อนเท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผลนะคะ เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์ก็คือตัวเรานี่อย่างไร ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ เราจะใช้ข้อมูลผ่านสิ่งที่เรียกว่า "ประสาทสัมผัสทั้ง 5" ก็คือ ตาหู จมูกมือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตาก็คือการมองเห็นใช่ไหม เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูลจากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเองนะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือการได้กลิ่น เหมือนจมูกวิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่นเหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็นกลิ่นหอมนะคะ ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะมันก็มีเหม็นกับหอมใช่ไไหม กลิ่นตุ ๆ อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้ นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคนนะคะ การสัมผัสก็คือมือ เหมือนเด็กตาฯ มองไม่เห็นแต่ใช้มือสัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่ามีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไรมีรูปทรงอย่างไรใช่ไหมคะ และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส เผ็ด, เปรี้ยว, หวาน, มัน, เค็ม เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้าเข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รสนิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดูเห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะ เหมือนเด็กหูฯ ไม่ได้ยิน แต่จะสายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะมองภาพและจดจำผ่านสายตา ส่วนเด็กตามองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัสของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไรนั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ แต่ของคอมพิวเตอร์นี่มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนี่ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไปหรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถไปเที่ยวอย่างนี้ สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ แต่บางคนพอได้ยินด้วยมีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่าถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตาฯ นี่มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน ทีนี้เรามาดูการประมวลผลข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผลอย่างไรนะคะ ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย แยกตามวิธีการคิดคำนวณ แยกเป็นส่วนของความรู้ แล้วก็แยกเป็นส่วนของความจำ ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลขนะคะ การประมวลผลในการคิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิตินะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้สอนเข้าไปนี่ป้อนเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่นั่นก็คือความรู้หรือไปศึกษาเอาเอง หรืออ่านเอาเองอย่างนี้นะคะ หรืออย่างนี้เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นดู YouTube ใช่ไหมนะคะ ส่วนใหญ่จะไปดู YouTube เป็นความรู้ที่ได้จากการรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคนการดูการฟัง การกินการดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้นนะคะ ทีนี้ส่วนความจำ คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่มันจะบันทึกอัตโนมัติ สมองนึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ ความจำที่ดีที่สุดก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่ถ้าเด็ก ๆ ไม่พยายามฝึก นึกออกนะคะ ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำสิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิดสิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไรต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วยพอจำได้ ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อตอนต้นที่แม่ถามไปว่า ใครไปเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลยเห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไรเราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปฏิบัตินั่นเอง เพราะวิชาเขียนโปรแกรมนี่เป็นวิชาปฏิบัติ เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ นะคะ เขียนโน้ตพยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย 1. หัดจดด้วย คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือเหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียวเขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เราเรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้งนะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมานะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่เด็กหูฯ นะคะ เด็กตาฯ ก็เหมือนกัน เราจะเป็น... เรียนแล้วทำอย่างไร ทำให้ได้เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะเด็ก ๆ ไม่เข้าใจต้องถาม ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เราถามได้คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกันไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการการประมวลผลของมนุษย์ มันจะมีอยู่ 3 ส่วนก็คือเป็นเกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ ส่วนของความรู้แล้ว ก็ส่วนของความจำทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ เมื่อกี้ป้อนเข้าไปนะคะ แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง 1 ใช้การพูดออกมาเหมือนที่แม่ถามนะใคร...ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูดแต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชตถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียนมันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือการอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟังหรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว เด็กหูฯ พูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหวโดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผลของข้อมูลของมนุษย์ ที่รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น สมมติเมื่อเช้า เดี๋ยวจะถามดูนะคะ เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้ตัวเองเป็นมนุษย์และการรับข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมาดูกันนะคะ ทุกคน ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้ เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร ลองตอบ พิมพ์ตอบมาค่ะพิมพ์ตอบมาทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้าตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ ยังไม่ได้ทาน ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง เดี๋ยวจะได้มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ ดูสิมีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก แซบบ่ อร่อยไหม เดชาพลมาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทานอยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก เดชาพลได้ยินไหมครับ ไม่ได้เปิดเสียงหรือ ได้ยินอยู่ รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี มีเผ็ด มีเปรี้ยว (เดชาพล) รสเผ็ดครับ สีดำ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ รสเผ็ดแสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม ชอบกินเผ็ดหรือเปล่ าเราเดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่ ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหนสันติภาพ (นักศึกษาชาย) ไปซื้อที่โรงอาหารอย่างถามสันติภาพนี่ข้อมูลที่สันติภาพรับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไรตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษาชาย) ไกลไหมครับ (นักศึกษา) ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูกตรงในหอครับ (อาจารย์สุธิรา) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหมความจำ สันติภาพใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหนจำได้ไหม (นักศึกษาชาย) ร้านข้าวแกง (อาจารย์สุธิรา) ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว มีร้านก๋วยเตี๋ยวลักษณะนี้จะเป็นความจำสันติภาพ รู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขายนั่น ก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไรใครพาไป หรือใครบอก (สันติภาพ) วันแรกเพื่อนพาไปครับ ส่วนใหญ่ตรงหอมันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. คนอื่นต่อใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน alphabet god ก็ยังไม่ได้กินยังไม่ได้กิน นพกิต แฝดอยู่ไหนเอ่ย แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไรแกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรือ ใครทำให้กินอร่อยไหม อร่อยไหม อร่อย คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะคน อื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ มีกินไม่กี่คนเอง เลยถามต่อไม่ได้เลย อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กินก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้ายังไม่ได้กิน วริษาก็ยังไม่ได้กินเพิ่งพากันตื่น ถามอดิศรทำไมวันนี้ตื่นสาย ตื่นสายวริษาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้ ธัญรัตน์อยู่หอหรืออยู่บ้าน หันหนีตลอดเลยลูกหันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน ฮัลโหล อ่าว อยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้อยู่บ้านหรืออยู่หอ มันดูอะไรนะ (ล่าม) อาจารย์คะ พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของธัญลักษณ์น่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) น้องเปิดอยู่นะ น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ เห็นแต่วาริศา (อาจารย์สุธิรา) น่าจะเป็นสัญญาเน็ตอย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลืองสีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)เสื้อเหลือง ๆ ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ เสื้อเหลืองน่ะค่ะ จันทกานต์เจ้าอบ ๆ ตื่นสาย นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือให้ดูยากเหมือนกัน เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ตเขาด้วยน่ะ เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริษาค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ ปิดกล้องอีก ภากร (ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะภากรณ์ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูหนวกค่ะ หายไปไหนแล้ว Hello ภากรณ์หายไปแล้ว ไปกินข้าวหรือไง รีบไปกินข้าวกันเลยเชียว ไม่เป็นอะไรนะคะ ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ เมื่อกี้ที่ถามไปก็คือเป็นการแสดงผลลัพธ์ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไปก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าวมันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ เหมือนสันติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถามต่อ ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหมโรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไปเขาก็จำ เขามีความรู้นั่นก็คือในส่วนของคนทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงานผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู ,จมูก, ปาก แล้วก็มือนะคะ ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่านอุปกรณ์ที่สำหรับรับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผลหรือ Process ก็ใช้สมองในการ Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์ก็คือ CPU นั่นเองนะคะ เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำเห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัยว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการแสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว หรือท่าทางนั่นเอง เหมือนเด็กหูฯ พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ ก็ใช้ภาษามือก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง แต่คอมพิวเตอร์นี่จะแสดงผ่านหน้าจอหรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็ได้ เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโค้ดในคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอนบอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเองไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ หลักในการเขียนโปรแกรมมี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อนะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ สั่งคอมพิวเตอร์ให้มันทำเลยไม่ได้นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่างทำงานได้เป็นบางอย่างเหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊กหรือ Tablat เห็นไหมคะ ที่เป็นลักษณะที่เป็น Tablet การทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือนถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน ถ้าใครใช้มือถือน่ะ ลักษณะของมันจะมี Touch Screen การรับข้อมูลของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้มาดู ขั้นแรก วางแผนว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อนทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหาแผนจะเกิดจากไหน เกิดจากการที่เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไรไม่ใช่ นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะหลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหาที่คนไม่สามารถไปทำงานได้อย่างนี้จ ะเป็นลักษณะนั้นนะคะ พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไรนี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเองนะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเองออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรเมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว เรามาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมนี่มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอนของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไรทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัคเห็นไหมคะ ก็คือเราจะต้อง Coding เมื่อเสร็จก็ต้อง Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็ดู Debuging ก็คือดูข้อผลิดพลาดเป็นไปไม่ได้ว่าเขียนโปรแกรมแล้วจะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะปกติเขียนโปรแกรมนี่มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่ ตรงนั้นพลาดไปตรงนี้พลาดไป และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนาก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลาดนี่มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดูที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไปมันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษาโปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมีการดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรม เช่น มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่ม ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย บางทีทุกเดือน บางที 2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์ มันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม มันจะมีการอัปเดตออกมาเพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นนะคะ นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้องจำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปรทีนี้ในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมเรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า Planning ก็คือการวางแผนนะคะ วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะคะ คือ เราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่เรามีเครื่องมือพร้อมไหมต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่าสิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรมเครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์ เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testingได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debugเห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้ ถึงได้บอกว่าเราจะวิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียนด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบเป็นความรู้ ความจำแล้ว อันนั้นน่ะนะคะ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้องใช่วิธีเขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไรวางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่มนะคะ ในการวางแผนนะคะ เสร็จแล้ววิเคราะห์นะคะ ปัญหาวิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลยสิ่งที่เราต้องการ Inputcation หรือการระบุข้อมูลเข้า ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่าเหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับเข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปให้คอมพิวเตอร์บ้างเห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อเอาข้อมูลนี้เข้าไป อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออกออก Input ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจากสิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไปแล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราต้องการให้คอมพิวเตอร์แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไปเข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดูการประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนดมันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือกำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผลกำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา เพราะฉะนั้น เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อนนะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้นะคะ สิ่งที่เราให้คอมพิวเตอร์ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input, Output แล้วก็ Process เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย คอมพิวเตอร์จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้วทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไรเพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input Process แล้วก็ Output ออกมาจะต้องดูจาก Input Outpu tแล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีกมุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล แล้วก็แสดงผลนะคะ ก็คือ Input, Process แล้วก็ Output แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้องเริ่มจาก Input, Output แล้วก็ Process นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ ทีนี้เมื่อรู้แล้วเห็นไหมคะ พอวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลักในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์เขียนโปรแกรม ไม่ใช่นะคะ เราต้องมาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน ออกแบบมัน ไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะเราจะต้อง... หลักการออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์เราจะใช้คำว่า "อัลกอริทึม" เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ เพราะคำนี้ถ้าถามถึงอัลกอริธึมเมื่อถามถึงเด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อนนะคะ ทีนี้อัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์ที่เราจะเรียนนี่ วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือแบบที่ 1 อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายนะคะ Manative Description ก็คือใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร เด็ก ๆ จะต้องเขียน เขียนออกมา เขียนอัลกอริทึมออกมาเขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยายเห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป แบบเป็นผังลำดับงาน หรือที่เรียกว่า "Flowchart" ก่อนจะเรียนได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ อัลกอริทึม, Flowchart และอันดับสุดท้าย Pseudo code รหัสจำลองมันจะอ่านว่า "Pseudo code" มาดูในส่วนของ Flowchart ตัวนี้เราจะใช้วิธีเขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอนนะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ และตัวต่อมา Pseudo code ตัวนี้เริ่มต้นของการเขียนโปรแกรมนะคะ จะเป็นคำข้อความนี่ที่แสดงเขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเองสามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรมจะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัวสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้เพิ่มนะคะ ก็คือต้องหัดใช้ Google แปลให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย Google แปลภาษา เพราะเราจะต้องเอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้ คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะเวลา ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องหมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติม ก็คือฝึกพิมพ์ดีดนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียนเวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ เมื่อกี้อธิบายถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึมอีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริทึมมันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานของโปรแกรมนี่ โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอนนะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมตินะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล เรามี Case Study เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า เดชาพลมาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรลูก (เดชาพล) เป็นแบบ... (อาจารย์สุธิรา) สำเร็จ (เดชาพล) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์สุธิรา) สมมติ สมมตินะคะ ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการอธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล (เดชาพล) ก็คือ... (อาจารย์สุธิรา) ลองอธิบายให้เพื่อนฟังสิ (เดชาพล) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำก่อนครับ (อาจารย์สุธิรา) ต้อมน้ำก่อน (เดชาพล) แล้วก็มีวิธีแบบเร็กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้มพอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้นมันพร้อมที่จะกินได้แล้วครับ ก็ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ แล้วก็ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยวแม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี ลองให้เด็กหูฯบ้าง พี่แฝด ๆ พี่แฝด แฝดนะถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่าแฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามน่ะ (ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย ตอนการต้มมาม่าอันดับแรกทำอะไรก่อน (ล่าม) ไม่ใช่ เขา... ดูนะ มาม่ารู้ไหม (อาจารย์สุธิรา) ลองสิต้ม ทำแบบไหนขั้นตอนทำแบบไหน มาม่านะครับ แล้วก็กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน แล้วก็พักเอาไว้ครับ แล้วก็หมดครับ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือต้มน้ำก่อนนะ เห็นไหม ขั้นตอนเวลาบอกแต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย แฝดจะข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำเห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอกการทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้วเขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะตเราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือมันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะกิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซองแกะมาม่ากิน แต่อันนี้เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า ลองใหม่ ขอลองอีกคนหนึ่ง วริษาสิ เห็นพี่เขาไหม (ล่าม) ตาฟ้า (อาจารย์สุธิรา) เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ เคยทำไข่เจียวไหมวริษา (ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไหนลองบอกสิ ถ้าวริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร สัญญาณกล้องวริษาไม่ค่อย... (ล่าม) แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้วแล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ แล้วก็... ขอโทษนะภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) สัญญาณไม่ค่อยชัด กล้องมันไหว (ล่าม) ค่ะ เข้าใหม่เลยนะคะ ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลาค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคนนะคะ ซ้อมตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็วางกระทะลงบนเตา ใส่น้ำมัน แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จแล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์สุธิรา) เสร็จแล้วขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุงใช้ส้อมด้วย บอกว่าใช้ส้อมตีนะคะ เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง ภากรณ์เคยตีไข่ไหม เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวกหรือคนหู... (อาจารย์สุธิรา) หูหนวก เสื้อสีเทา (ล่าม) สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูตึงน่ะ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เคยทำไข่เจียวไหม (ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะใส่น้ำปลาครับ ให้มันเค็มดูก่อน ๆ ใจเย็นใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา) มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา) ช้า ๆ หน่อยลูก (ล่าม) ช้า ๆ อย่าให้แบบใจเย็น ๆ เดี๋ยวเราจะล่ามพูดด้วย เริ่มไข่เจียวทำแบบไหนวิธีไข่เจียวของคุณน่ะ อธิบายเลยภาษามือ ครับ ก็จะรอให้น้ำมันร้อน ไข่เจียวนะ มีหมูเกี่ยวแบบไหน อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์สุธิรา) หมูสับด้วยมีหมูสับด้วยนะเอาใหม่ (ล่าม) อธิบายใหม่ (อาจารย์สุธิรา) ทำช้า ๆ แม่จะได้ดูด้วยภากรณ์นี่ก็เน็ต... น้ำปลาไหมชิม (ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลานะครับ ุ (อาจารย์สุธิรา) ใส่น้ำปลา (ล่าม) แล้วอย่างไรต่อแล้วก็น้ำมันรอให้มันร้อน (อาจารย์สุธิรา) ต่อครับ ต่อ ทำต่ออะไรเอ่ยเย็นรอให้มันร้อนใช่ไหมน้ำมัน แล้วต่อไหน แดงเป็นจุด ๆ มะเขือหรือ มะเขือเทศหรือแครอท (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ แดง ๆ เป็นจุด ๆ (อาจารย์สุธิรา) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่าใส่พริกหรือ (ล่าม) อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ ภากรณ์เรียนที่ไหนนะ น้องเรียนโรงเรียนอะไร เมื่อก่อนเรียนไหนโรงเรียนไม่มีเลยหรือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่มีอย่างไรจบ ม. 6 อยู่ (ล่าม) ม. 6 เรียนที่ไหน หูตึงถาม ใช่ถาม โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนที่ไหน ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์สุธิรา) ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย เกิดอุดร(ธานี)หรือ (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน เขาทำ ก. ไก่ น่ะค่ะ เขาทำ ก. ไก่ โรงเรียนหูหนวกหรือเปล่า มหาวิทยาลัย อส. อก. มหาลัย ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อนเรียนที่ไหนน่ะ อ.ด. ใช่ไหมใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน สก.เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นน(ทบุรี) อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม (อาจารย์สุธิรา) โสต นนฯ (ล่าม) โสตนนทบุรีใช่หรือเปล่า (อาจารย์สุธิรา) อยู่นนทบุรีหรือโรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหนพิมพ์ได้ไหม พิมพ์มีพิมพ์น่ะ พิมพ์ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) อันนี้เพื่อนเจ้าแฝดนะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝดแป๊บหนึ่งนะคะ แฝด ๆ ถามหน่อยเพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์ (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือน้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น (อาจารย์สุธิรา) เขาเรียนที่ไหน (ล่าม) เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ เมื่อก่อนอยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ จากนั้นสมาคม... (อาจารย์สุธิรา) เห็นไหมเจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน (ล่าม) ใช่ ๆ แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้ (ล่าม) ก็คือเรียนโรงเรียนหูดีมาก่อน โอ.เค. ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม) ชวนมาเรียนที่นี่ใช่ไหม แฝดชวนมาภากณ์สมมติภาษามืองงน่ะ ถามนะ เป็นห่วง (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อยภาษามือน้อย (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไรเห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน... (ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะอยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ โอ.เค. (อาจารย์สุธิรา) ช่วยสอน ๆ เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน โอ.เค. บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน โอ.เค. คือเห็นไหมคะ เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอนอัลกอริทึมเป็นการอธิบายขั้นตอนจะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลองให้เด็ก ๆ นึกภาพ เหมือนถ้าเพื่อนบางคน... ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ก็จะไม่สามารถอธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไรนะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลยน่ะ มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าการเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่ล่ะ ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม ต่างกันนะคะ ไข่เจียวกับไข่ดาวเห็นไหม เพราะฉะนั้น จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงานนี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจสิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้ เหมือนถ้าเราจะเจียวไข่ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอย่างไร เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อนไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟูมันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วยเหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ แต่สิ่งที่อยากให้รู้ก็คือการอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไรให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมานั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้สิ่งที่เราต้องการ ก็คือผลลัพธ์หรือ Output Input อะไรเข้าไปได้อะไรออกมา มองให้เห็นภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้วแล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้ส่วนการ Process หรือขั้นตอนจะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเองทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ เห็นไหมคะ เราอธิบายไว้ว่าอัลกอริทึม หมายถึงลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือเพื่อให้มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำ ก็คือเขียนอธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไรนะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากันก่อน ต้มไข่ เห็นไหม วิธีการเขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียวทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน อัลกอริทึมก็เหมือนกันสามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่ อันดับแรกก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยหรือเปล่า แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือดรอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตามีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอกต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาทีก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่ ทีนี้ก่อนที่เราจะเขียนได้เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติข้อที่ 1 มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์ ก็คือต้องมีกฎเกณฑ์ให้มันเห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอนกระบวนวิธีการคืออะไร ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือ ให้มันเห็นขั้นตอนที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟองเราจะมีขั้นตอนอย่างไรนั่น ก็คือมีกฎมีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเองทีนี้เขาบอกไว้ว่ากฎเกณฑ์ที่สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่าที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ เมื่อกี้เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบายเนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบายมันก็เลยเป็นคลุมเครือเหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามแล้วพริกก็ไม่ใช่ ไม่ได้เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือคืออะไร ซึ่งถ้าเราคอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไปลงไปเห็นไหมคะ มีระบบมีระเบียบอ่านแล้วไม่สับสน เราต้องทำให้คอมพิวเตอร์อ่านแล้วเข้าใจอ่าน แล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไรมาสู่ข้อที่ 3 มันจะมาอะไรตอนนี้คอมพิวเตอร์จะอัปเดตเสีย แล้วการประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับทีที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอนเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือเหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ เพราะต้องมีน้ำร้อนใช่ไหม ต้องต้มน้ำให้มันร้อน มันต้องมีน้ำร้อนใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่ เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำน้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้มแน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้เราต้องระบุลงไปด้วยว่าน้ำที่ใช้คืออย่างไรน้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอนมันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่อยากได้ ก็คือไข่ต้ม ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาทีไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่มันต้องนานมากกว่า 2 นาที ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่าระบุว่าต้องต้มกี่นาทีเห็นไหม ต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวกหรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือเวลาเขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมีจุดเริ่มแล้วก็จุดสิ้นสุด ก็คือมีจุดเริ่มต้น Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุดเวลาอัลกอริทึม ทีนี้ลองมาดู คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำเกี่ยวกับอัลกอริทึม 1. ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้องดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา ก็คือ เช่น อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียวกับไข่ต้ม วิธีการต่างกันใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ ก็คือวิธีการเช็กความถูกต้อง ว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่ เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาทีถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้มถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวกถูกไหม อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอนอย่างวริษา วริษาอธิบายละเอียดนะคะ อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า จะทำไข่เจียวได้นี่ไข่มันจะต้องโดนตีเพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่คืออะไรนะคะ คุณสมบัติต่อมาต้องปรับปรุงได้ Modification ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของภากรณ์ ภากรณ์บอกใส่ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคตเราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้ใหม่ได้ Reuse Abillity นำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการเจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไรคนนี้เอาไปใช้ก็ คนนี่้เอาไปใช้ก็ได้ เอาไปใช้ซ้ำได้ วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้และต้องมีประสิทธิภาพประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวริษานี่เห็นไหม วริษาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น ก็คือให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้ ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่มันจะต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพเวลาเขียนนี่สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึมไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2 ในการดำเนินการน้อยที่สุดจับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือขั้นตอนน่ะค่ะ ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อยแต่สามารถครอบคลุมวิธีการนะคะ เหมือนที่บอก ไข่ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ มันต้องใช้น้ำอะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไรเห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมาบอกว่าเปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะบอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอนนั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางทีบางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้าใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่จะทำให้น้ำร้อนได้ก็คือการต้มใช่ไหมคะ ไปลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย เพราะอะไร คอมพิวเตอร์ใช้พื้นที่ก็คือหน่วยความจำน้อยจะเกิดจากอะไร เกิดจากการเขียน Coding นี่ ยิ่ง Coding น้อย ๆ นี่ พอเราเขียนอัลกอริทึมไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ดโปรแกรมที่เราจะเขียนออกมาไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย เพราะพื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่ เห็นไหม มันจะไปกินหน่วยความจำน่ะค่ะ เมื่อเรากด 1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้งนี่ คอมพิวเตอร์มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึมต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร สามารถปรับได้นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอนที่เราเขียนน่ะได้นะคะ ว่าบางขั้นตอนไม่จำเป็นเอาออกก็ได้นะคะ ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยที่สุดเห็นไหมคะ เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา ก็คือต้องเขียนให้สั้นกะทัดรัดนั่นเองนะคะ แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือพอเขียนแล้ว ที่บอกว่า Reusable เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือมันจะทำอย่างนี้ มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบายนี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้ ทีนี้เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์ เอาล่ะ นี่ก็คืองานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ ให้เด็ก ๆ ดูว่า... เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่ข้างบนมีบอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร นั่นก็คือหมายถึงในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่ให้เด็ก ๆ เขียนลงไปว่ามันเป็น Input เป็น Process หรือเป็น Output ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่เขียนลงมาในนี้อะไรคือ Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ เป็น Input ProcessInput หรือ Output หรือ ProcessInput Process หรือ OutputProcess หรือ Output ตอกไข่เป็น Input, Process หรือ Output ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมาอันนี้ให้ตอบนะคะ ว่าสิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไรนึกออกนะคะ ตัวนี้ทำส่งใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอางานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยายที่เป็นต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน เป็นกระบวนการของ Input เป็น Process หรือเป็นกระบวนการของ Output นะคะ เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้านส่งใน Class ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจหรือเปล่าลูก เข้าใจงานที่สั่งไหม ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ ที่เขียนว่าต้มน้ำให้เดือด แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input, Process หรือ Output ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ Input, Output หรือเป็น Process เข้าใจไหมลูก เรามีสไลด์อยู่ใน Class ลองไปย้อนดูได้ เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะคะ ที่อธิบายไว้ว่า Input คือ กระบวนการอะไร Output คือ กระบวนการอะไร และ Process คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input หรือ Process หรือ Outputนะ ลองทำดูนะคะ มีใครสงสัยให้ถาม เห็นไหม ก็คือจับขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ Input, Process, Output เอามาใส่ในช่องของข้อความไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูลหรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ เพราะตอนนี้ต้องนึก ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์มันทำงานอย่างไร เพราะฉะนั้น เราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรนะคะ ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะนี่ถ้าฉันเอาตัวนี่ฉันจะทำอะไรมัน โอ.เค. ไหมคะ ถ้า โอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ... สันติภาพเข้าใจไหมลูก ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะว่าเราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม สันติภาพใช้จินตนาการเด็กตาใช้จินตนาการได้ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ ฉันจะทำสิ่งนี้ที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อนนะคะ ส่วนของ Input คืออะไร แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร แล้วเด็ก ๆ จะเห็นเลยว่าตัวนี้น่าจะเป็น Input นะตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output อย่างนี้นะคะ มันจะ... ลองใส่ดูนะ ลอง ๆ คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่ เพราะมันมีทางเลือกอยู่ 3 ทางว่าข้อนี้มันจะเป็น Input หรือจะเป็น Output หรือเป็น Process เลือกมาตอบมาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิดนะคะ แล้วเราทำส่งใน Classroom ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่งตัวงานเข้าไปมีใครสงสัยอะไรอีกไหม เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงานเดี๋ยวจะเอาส่งเข้า... เพิ่มให้ตอนท้ายคาบนะคะ เข้าไปทำใน Google Drive พิมพ์ใน Google Drive เลย โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากจ้ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ ทดลองอะไรอีกไหม [สิ้นสุดการถอดความ] -