﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,919

2
00:00:04,007 --> 00:00:07,915

3
00:00:08,008 --> 00:00:11,907

4
00:00:12,010 --> 00:00:15,904

5
00:00:16,012 --> 00:00:19,899

6
00:00:20,013 --> 00:00:23,902

7
00:00:24,014 --> 00:00:27,912

8
00:00:28,016 --> 00:00:31,936

9
00:00:32,018 --> 00:00:35,930
(อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

10
00:00:36,024 --> 00:00:39,933
วิดีโอด้วยนะคะ

11
00:00:40,026 --> 00:00:43,899
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

12
00:00:44,030 --> 00:00:47,903
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

13
00:00:48,032 --> 00:00:51,958

14
00:00:52,033 --> 00:00:55,920
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

15
00:00:56,034 --> 00:00:59,922
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

16
00:01:00,035 --> 00:01:03,904

17
00:01:04,036 --> 00:01:07,896
โอ.เค. 14 คน

18
00:01:08,038 --> 00:01:11,911
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

19
00:01:12,039 --> 00:01:15,914

20
00:01:16,044 --> 00:01:19,897
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

21
00:01:20,046 --> 00:01:23,883

22
00:01:24,047 --> 00:01:27,887

23
00:01:28,048 --> 00:01:31,884
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

24
00:01:32,049 --> 00:01:35,883
ใครเคยเขียนโปรแกรม

25
00:01:36,051 --> 00:01:39,883
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

26
00:01:40,052 --> 00:01:43,884
เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

27
00:01:44,057 --> 00:01:47,884
ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

28
00:01:48,058 --> 00:01:51,883
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

29
00:01:52,061 --> 00:01:55,884
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

30
00:01:56,063 --> 00:01:59,883
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

31
00:02:00,065 --> 00:02:03,884
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

32
00:02:04,068 --> 00:02:07,884
ยังไม่เคย

33
00:02:08,070 --> 00:02:11,888

34
00:02:12,070 --> 00:02:15,884
เดชาพล พิมพ์

35
00:02:16,072 --> 00:02:19,885
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

36
00:02:20,073 --> 00:02:23,887
(นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

37
00:02:24,074 --> 00:02:27,885
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

38
00:02:28,077 --> 00:02:31,886
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

39
00:02:32,078 --> 00:02:35,886
(อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

40
00:02:36,081 --> 00:02:39,890
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

41
00:02:40,087 --> 00:02:43,887
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

42
00:02:44,088 --> 00:02:47,900
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

43
00:02:48,090 --> 00:02:51,885
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

44
00:02:52,091 --> 00:02:55,893
(อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

45
00:02:56,093 --> 00:02:59,888
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

46
00:03:00,095 --> 00:03:03,885
(อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

47
00:03:04,096 --> 00:03:07,885
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

48
00:03:08,097 --> 00:03:11,887
กศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

49
00:03:12,099 --> 00:03:15,884
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

50
00:03:16,100 --> 00:03:19,885
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

51
00:03:20,101 --> 00:03:23,884
เดิมหรือ

52
00:03:24,103 --> 00:03:27,887
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

53
00:03:28,105 --> 00:03:31,885
กุ๊กได้ยินไหมคะ

54
00:03:32,107 --> 00:03:35,892
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

55
00:03:36,108 --> 00:03:39,885
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

56
00:03:40,109 --> 00:03:43,887
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

57
00:03:44,112 --> 00:03:47,885
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

58
00:03:48,113 --> 00:03:51,885
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

59
00:03:52,114 --> 00:03:55,885
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

60
00:03:56,115 --> 00:03:59,886
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

61
00:04:00,116 --> 00:04:03,885

62
00:04:04,117 --> 00:04:07,889
ไม่เคย

63
00:04:08,119 --> 00:04:11,885
คนอื่นหายไปไหนหมด

64
00:04:12,120 --> 00:04:15,885
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

65
00:04:16,121 --> 00:04:19,885

66
00:04:20,121 --> 00:04:23,886

67
00:04:24,123 --> 00:04:27,889

68
00:04:28,126 --> 00:04:31,886

69
00:04:32,129 --> 00:04:35,894
ตอนนี้

70
00:04:36,132 --> 00:04:39,889
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

71
00:04:40,133 --> 00:04:43,885
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

72
00:04:44,134 --> 00:04:47,900
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

73
00:04:48,138 --> 00:04:51,905
(อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

74
00:04:52,143 --> 00:04:55,924
เมื่อวานที่

75
00:04:56,145 --> 00:04:59,964
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

76
00:05:00,147 --> 00:05:03,987
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

77
00:05:04,151 --> 00:05:07,889
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

78
00:05:08,155 --> 00:05:11,886
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

79
00:05:12,156 --> 00:05:15,886
(อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

80
00:05:16,158 --> 00:05:19,888
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

81
00:05:20,161 --> 00:05:23,889
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

82
00:05:24,163 --> 00:05:27,894
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

83
00:05:28,164 --> 00:05:31,886
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

84
00:05:32,165 --> 00:05:35,887

85
00:05:36,166 --> 00:05:39,887

86
00:05:40,169 --> 00:05:43,886

87
00:05:44,170 --> 00:05:47,886
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

88
00:05:48,171 --> 00:05:51,887
Notebook ครับ (อาจารย์)

89
00:05:52,172 --> 00:05:55,887
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

90
00:05:56,173 --> 00:05:59,887
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

91
00:06:00,175 --> 00:06:03,886
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

92
00:06:04,175 --> 00:06:07,886

93
00:06:08,178 --> 00:06:11,887
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

94
00:06:12,186 --> 00:06:15,886
มี 1, 2, 3, 4, 5

95
00:06:16,187 --> 00:06:19,894
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

96
00:06:20,191 --> 00:06:23,887
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

97
00:06:24,191 --> 00:06:27,891
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

98
00:06:28,192 --> 00:06:31,888
(ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)

99
00:06:32,194 --> 00:06:35,896
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

100
00:06:36,195 --> 00:06:39,887

101
00:06:40,197 --> 00:06:43,887
(อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

102
00:06:44,207 --> 00:06:47,887
โอ.เค.

103
00:06:48,209 --> 00:06:51,887
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

104
00:06:52,210 --> 00:06:55,887
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)

105
00:06:56,211 --> 00:06:59,888
มีไหมลูก

106
00:07:00,213 --> 00:07:03,887

107
00:07:04,218 --> 00:07:07,887
มีนะครับ โอ.เค.

108
00:07:08,219 --> 00:07:11,887

109
00:07:12,221 --> 00:07:15,887
รออีกสัก

110
00:07:16,224 --> 00:07:19,890
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

111
00:07:20,234 --> 00:07:23,887
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

112
00:07:24,234 --> 00:07:27,888
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

113
00:07:28,237 --> 00:07:31,887
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

114
00:07:32,241 --> 00:07:35,889
เด็กหูยังไม่เข้ามา

115
00:07:36,246 --> 00:07:39,887
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

116
00:07:40,249 --> 00:07:43,893
(อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

117
00:07:44,258 --> 00:07:47,887
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

118
00:07:48,259 --> 00:07:51,888
(อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

119
00:07:52,259 --> 00:07:55,887
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

120
00:07:56,263 --> 00:07:59,888
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

121
00:08:00,264 --> 00:08:03,888
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

122
00:08:04,265 --> 00:08:07,888
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

123
00:08:08,266 --> 00:08:11,889
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

124
00:08:12,268 --> 00:08:15,895
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

125
00:08:16,270 --> 00:08:19,889
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

126
00:08:20,270 --> 00:08:23,888
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

127
00:08:24,271 --> 00:08:27,888
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

128
00:08:28,272 --> 00:08:31,889
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

129
00:08:32,273 --> 00:08:35,888
น่าจะติดปัญหาอันนี้

130
00:08:36,280 --> 00:08:39,893
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

131
00:08:40,281 --> 00:08:43,888
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

132
00:08:44,282 --> 00:08:47,888
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

133
00:08:48,283 --> 00:08:51,889
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

134
00:08:52,283 --> 00:08:55,889
เรียนด้วยหรือคะอาจารย์

135
00:08:56,284 --> 00:08:59,889
ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

136
00:09:00,285 --> 00:09:03,889
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

137
00:09:04,286 --> 00:09:07,891
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

138
00:09:08,288 --> 00:09:11,888
หมายเด็กเรียนรวมกัน

139
00:09:12,293 --> 00:09:15,889
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

140
00:09:16,298 --> 00:09:19,889

141
00:09:20,301 --> 00:09:23,892

142
00:09:24,318 --> 00:09:27,888

143
00:09:28,320 --> 00:09:31,889

144
00:09:32,322 --> 00:09:35,888

145
00:09:36,324 --> 00:09:39,890
มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

146
00:09:40,325 --> 00:09:43,889
มิ้นเปิดจอ

147
00:09:44,329 --> 00:09:47,890

148
00:09:48,330 --> 00:09:51,889

149
00:09:52,334 --> 00:09:55,889

150
00:09:56,336 --> 00:09:59,888

151
00:10:00,337 --> 00:10:03,889

152
00:10:04,339 --> 00:10:07,888

153
00:10:08,343 --> 00:10:11,889

154
00:10:12,345 --> 00:10:15,889

155
00:10:16,359 --> 00:10:19,889

156
00:10:20,360 --> 00:10:23,889

157
00:10:24,361 --> 00:10:27,890

158
00:10:28,364 --> 00:10:31,889

159
00:10:32,365 --> 00:10:35,891

160
00:10:36,366 --> 00:10:39,889

161
00:10:40,369 --> 00:10:43,889

162
00:10:44,377 --> 00:10:47,889
เขียน Flash

163
00:10:48,378 --> 00:10:51,889
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

164
00:10:52,390 --> 00:10:55,889

165
00:10:56,397 --> 00:10:59,890
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

166
00:11:00,399 --> 00:11:03,889
วันนี้นะ เธอบอก...

167
00:11:04,400 --> 00:11:07,889
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

168
00:11:08,404 --> 00:11:11,889
เจ้าแฝด

169
00:11:12,405 --> 00:11:15,889

170
00:11:16,406 --> 00:11:19,889
นั่นนะสิ

171
00:11:20,407 --> 00:11:23,889

172
00:11:24,409 --> 00:11:27,889

173
00:11:28,418 --> 00:11:31,889

174
00:11:32,419 --> 00:11:35,889

175
00:11:36,421 --> 00:11:39,889

176
00:11:40,422 --> 00:11:43,890

177
00:11:44,423 --> 00:11:47,889

178
00:11:48,424 --> 00:11:51,889

179
00:11:52,426 --> 00:11:55,890
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

180
00:11:56,427 --> 00:11:59,890

181
00:12:00,429 --> 00:12:03,890

182
00:12:04,431 --> 00:12:07,889

183
00:12:08,431 --> 00:12:11,890

184
00:12:12,434 --> 00:12:15,891

185
00:12:16,436 --> 00:12:19,890

186
00:12:20,437 --> 00:12:23,901
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

187
00:12:24,438 --> 00:12:27,891

188
00:12:28,439 --> 00:12:31,897
สวัสดีจ้ะ

189
00:12:32,440 --> 00:12:35,906

190
00:12:36,443 --> 00:12:39,891
มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

191
00:12:40,454 --> 00:12:43,889
แฝดมาสาย

192
00:12:44,456 --> 00:12:47,889
ทำอะไรอยู่

193
00:12:48,458 --> 00:12:51,890

194
00:12:52,462 --> 00:12:55,890
(ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

195
00:12:56,463 --> 00:12:59,892
แล้วนอนตื่นสายเด้อ

196
00:13:00,464 --> 00:13:03,891
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

197
00:13:04,465 --> 00:13:07,892
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

198
00:13:08,468 --> 00:13:11,890

199
00:13:12,468 --> 00:13:15,896

200
00:13:16,469 --> 00:13:19,890
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

201
00:13:20,470 --> 00:13:23,890
ก็เลยตื่นสาย

202
00:13:24,472 --> 00:13:27,890

203
00:13:28,472 --> 00:13:31,890
ครับ ใช่ครับ

204
00:13:32,473 --> 00:13:35,890
สะโลสะเลมาก

205
00:13:36,476 --> 00:13:39,890

206
00:13:40,478 --> 00:13:43,890
โหลงเหลงมากวันนี้

207
00:13:44,482 --> 00:13:47,891
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

208
00:13:48,483 --> 00:13:51,890
ตอนนี้มีเด็กตา

209
00:13:52,484 --> 00:13:55,892
เด็กปกติ

210
00:13:56,485 --> 00:13:59,890

211
00:14:00,486 --> 00:14:03,890

212
00:14:04,488 --> 00:14:07,890

213
00:14:08,489 --> 00:14:11,890

214
00:14:12,490 --> 00:14:15,890

215
00:14:16,493 --> 00:14:19,890

216
00:14:20,495 --> 00:14:23,891

217
00:14:24,497 --> 00:14:27,890

218
00:14:28,499 --> 00:14:31,890

219
00:14:32,501 --> 00:14:35,891

220
00:14:36,502 --> 00:14:39,890
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

221
00:14:40,504 --> 00:14:43,890
จันทกานต์

222
00:14:44,505 --> 00:14:47,891
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

223
00:14:48,507 --> 00:14:51,891
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

224
00:14:52,509 --> 00:14:55,890

225
00:14:56,511 --> 00:14:59,891
งั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

226
00:15:00,512 --> 00:15:03,891
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

227
00:15:04,513 --> 00:15:07,891

228
00:15:08,514 --> 00:15:11,891
เคยเรียนไหม

229
00:15:12,515 --> 00:15:15,891
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

230
00:15:16,516 --> 00:15:19,892
ตอบได้ไหม

231
00:15:20,523 --> 00:15:23,891

232
00:15:24,524 --> 00:15:27,891

233
00:15:28,526 --> 00:15:31,891
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

234
00:15:32,527 --> 00:15:35,890
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

235
00:15:36,530 --> 00:15:39,891
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

236
00:15:40,532 --> 00:15:43,891
เออ

237
00:15:44,535 --> 00:15:47,891

238
00:15:48,536 --> 00:15:51,891
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

239
00:15:52,537 --> 00:15:55,891
(อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

240
00:15:56,538 --> 00:15:59,891

241
00:16:00,539 --> 00:16:03,891

242
00:16:04,541 --> 00:16:07,893

243
00:16:08,543 --> 00:16:11,897
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

244
00:16:12,555 --> 00:16:15,892
วิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ

245
00:16:16,557 --> 00:16:19,891

246
00:16:20,558 --> 00:16:23,895
(อาจารย์) ภากร

247
00:16:24,560 --> 00:16:27,892
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

248
00:16:28,561 --> 00:16:31,891
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

249
00:16:32,562 --> 00:16:35,891
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

250
00:16:36,563 --> 00:16:39,891
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

251
00:16:40,564 --> 00:16:43,891
(อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียน

252
00:16:44,565 --> 00:16:47,891

253
00:16:48,567 --> 00:16:51,891
ภากรณ์

254
00:16:52,568 --> 00:16:55,902

255
00:16:56,570 --> 00:16:59,931
หูตึง ใช่ ๆ

256
00:17:00,571 --> 00:17:03,917
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

257
00:17:04,572 --> 00:17:07,922
โปรแกรม ทำเองมีไหม

258
00:17:08,573 --> 00:17:11,894
(อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือ

259
00:17:12,574 --> 00:17:15,891
ได้ยินหรือเปล่า

260
00:17:16,576 --> 00:17:19,894
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

261
00:17:20,577 --> 00:17:23,891
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

262
00:17:24,578 --> 00:17:27,891
(อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือ

263
00:17:28,579 --> 00:17:31,891
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

264
00:17:32,580 --> 00:17:35,891
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)

265
00:17:36,581 --> 00:17:39,900
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

266
00:17:40,582 --> 00:17:43,892
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

267
00:17:44,584 --> 00:17:47,891
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

268
00:17:48,586 --> 00:17:51,897
โจ้ รู้เปล่า

269
00:17:52,587 --> 00:17:55,892
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

270
00:17:56,588 --> 00:17:59,948
อธิบายว่าชื่อพี่

271
00:18:00,589 --> 00:18:04,055
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

272
00:18:04,590 --> 00:18:07,988
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)

273
00:18:08,591 --> 00:18:12,003
อ่านปากได้

274
00:18:12,593 --> 00:18:15,920

275
00:18:16,594 --> 00:18:19,891
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

276
00:18:20,610 --> 00:18:23,892
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

277
00:18:24,619 --> 00:18:27,892
(อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางที

278
00:18:28,620 --> 00:18:31,892
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

279
00:18:32,622 --> 00:18:35,897
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

280
00:18:36,623 --> 00:18:39,892
พูดไว้เลย

281
00:18:40,626 --> 00:18:43,893
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

282
00:18:44,627 --> 00:18:47,894
แฝดมาแล้ว

283
00:18:48,628 --> 00:18:51,892
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

284
00:18:52,630 --> 00:18:55,892
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

285
00:18:56,632 --> 00:18:59,892

286
00:19:00,634 --> 00:19:03,903

287
00:19:04,636 --> 00:19:07,899
(อาจารย์) ไอ้นี่

288
00:19:08,637 --> 00:19:11,892
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะ

289
00:19:12,638 --> 00:19:15,892
อบ ๆ

290
00:19:16,639 --> 00:19:19,892
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

291
00:19:20,643 --> 00:19:23,892

292
00:19:24,645 --> 00:19:27,892

293
00:19:28,646 --> 00:19:31,899
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

294
00:19:32,649 --> 00:19:35,896
เงียบ...

295
00:19:36,650 --> 00:19:39,892
แล้วก็เจ้ามิ้น

296
00:19:40,652 --> 00:19:43,892

297
00:19:44,664 --> 00:19:47,893

298
00:19:48,666 --> 00:19:51,894
(ล่าม) แฝด ๆ

299
00:19:52,667 --> 00:19:55,895
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

300
00:19:56,668 --> 00:19:59,892
ธัญญาลักษณ์

301
00:20:00,669 --> 00:20:03,892
ธัญรัตน์

302
00:20:04,671 --> 00:20:07,892
(อาจารย์) เชอรี่หรือ

303
00:20:08,684 --> 00:20:11,893
ชื่อ

304
00:20:12,686 --> 00:20:15,892
ชื่อภาษามือ

305
00:20:16,689 --> 00:20:19,897
ใช่ไหม

306
00:20:20,699 --> 00:20:23,893
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)

307
00:20:24,703 --> 00:20:27,892
ใช่ไหม

308
00:20:28,705 --> 00:20:31,892
เออ ถามเขาหน่อย ว่า

309
00:20:32,708 --> 00:20:35,893
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

310
00:20:36,720 --> 00:20:39,893
(อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

311
00:20:40,721 --> 00:20:43,893
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

312
00:20:44,723 --> 00:20:47,892
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

313
00:20:48,728 --> 00:20:51,892

314
00:20:52,729 --> 00:20:55,898
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

315
00:20:56,730 --> 00:20:59,893
ชื่ออบใช่ไหม

316
00:21:00,731 --> 00:21:03,893

317
00:21:04,738 --> 00:21:07,893

318
00:21:08,740 --> 00:21:11,893

319
00:21:12,742 --> 00:21:15,895
ธัญ...

320
00:21:16,743 --> 00:21:19,895
ธัญญลักษณ์

321
00:21:20,747 --> 00:21:23,894
ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

322
00:21:24,750 --> 00:21:27,901
กัญรัตน

323
00:21:28,751 --> 00:21:31,902
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

324
00:21:32,752 --> 00:21:35,893
ลองจันทร์กานต์

325
00:21:36,754 --> 00:21:39,895
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

326
00:21:40,754 --> 00:21:43,896
เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหม

327
00:21:44,767 --> 00:21:47,896
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

328
00:21:48,770 --> 00:21:51,893
(อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่า

329
00:21:52,770 --> 00:21:55,893
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

330
00:21:56,772 --> 00:21:59,893
ภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลย

331
00:22:00,773 --> 00:22:03,893
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

332
00:22:04,774 --> 00:22:07,893
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

333
00:22:08,787 --> 00:22:11,893
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

334
00:22:12,788 --> 00:22:15,893
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

335
00:22:16,789 --> 00:22:19,893
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

336
00:22:20,793 --> 00:22:23,896
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

337
00:22:24,795 --> 00:22:27,893
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

338
00:22:28,796 --> 00:22:31,895
เตือน ๆ กล้องเปิด

339
00:22:32,797 --> 00:22:35,893
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

340
00:22:36,800 --> 00:22:39,894
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)

341
00:22:40,808 --> 00:22:43,894
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

342
00:22:44,809 --> 00:22:47,896
แต่ละคน

343
00:22:48,810 --> 00:22:51,894
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

344
00:22:52,811 --> 00:22:55,895

345
00:22:56,822 --> 00:22:59,893
เปิดกล้อง

346
00:23:00,825 --> 00:23:03,893
(ล่าม) จันทร์กา

347
00:23:04,826 --> 00:23:07,893
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

348
00:23:08,827 --> 00:23:11,900
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

349
00:23:12,830 --> 00:23:15,893
เสื้อภาษามือ

350
00:23:16,832 --> 00:23:19,893
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

351
00:23:20,837 --> 00:23:23,900
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

352
00:23:24,838 --> 00:23:27,894

353
00:23:28,849 --> 00:23:31,896
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

354
00:23:32,857 --> 00:23:35,896
(อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่า

355
00:23:36,858 --> 00:23:39,893
ไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

356
00:23:40,859 --> 00:23:43,894
หูหนวก

357
00:23:44,862 --> 00:23:47,893
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

358
00:23:48,863 --> 00:23:51,894
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

359
00:23:52,874 --> 00:23:55,894
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

360
00:23:56,875 --> 00:23:59,894
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

361
00:24:00,876 --> 00:24:03,894
ชื่อภาษามือไหน

362
00:24:04,881 --> 00:24:07,894

363
00:24:08,882 --> 00:24:11,907
ใช่ ๆ ชื่อไหน

364
00:24:12,883 --> 00:24:15,895
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

365
00:24:16,885 --> 00:24:20,885
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

366
00:24:20,886 --> 00:24:24,886
เคยเรียนภาษา

367
00:24:24,917 --> 00:24:28,894
ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

368
00:24:28,942 --> 00:24:32,895
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

369
00:24:32,943 --> 00:24:36,898
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

370
00:24:36,945 --> 00:24:40,894
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

371
00:24:40,946 --> 00:24:44,894
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

372
00:24:44,951 --> 00:24:48,898
พร้อมจะเรียนหรือยัง

373
00:24:48,952 --> 00:24:52,894
พร้อมไหม ๆ

374
00:24:52,954 --> 00:24:56,908
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

375
00:24:56,964 --> 00:25:00,895
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

376
00:25:00,965 --> 00:25:04,894
เปิดวิดีโอตลอดนะ

377
00:25:04,967 --> 00:25:08,896
เพราะว่าภาพคะแนนให้ มี

378
00:25:08,967 --> 00:25:12,895

379
00:25:12,968 --> 00:25:16,894

380
00:25:16,969 --> 00:25:20,894

381
00:25:20,970 --> 00:25:24,899
ขอโทษ ๆ

382
00:25:24,971 --> 00:25:28,894
เห็นหน้าจออยู่นะ

383
00:25:28,972 --> 00:25:32,895
วิชาของเราก็คือ

384
00:25:32,982 --> 00:25:36,899
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

385
00:25:36,983 --> 00:25:40,895
คอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่ม

386
00:25:40,989 --> 00:25:44,898
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

387
00:25:44,990 --> 00:25:48,894
หลักการก็คือ

388
00:25:48,991 --> 00:25:52,899
เป็นความรู้เบื้องต้น

389
00:25:52,992 --> 00:25:56,895
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

390
00:25:56,993 --> 00:26:00,898
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

391
00:26:00,994 --> 00:26:04,895
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

392
00:26:05,000 --> 00:26:08,897
นะคะ

393
00:26:09,002 --> 00:26:12,894
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

394
00:26:13,002 --> 00:26:16,895
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

395
00:26:17,004 --> 00:26:20,895
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

396
00:26:21,005 --> 00:26:24,897
มีวิธีการทำงาน

397
00:26:25,009 --> 00:26:28,894
เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงาน

398
00:26:29,009 --> 00:26:32,894
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

399
00:26:33,010 --> 00:26:36,895
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

400
00:26:37,010 --> 00:26:40,895
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

401
00:26:41,011 --> 00:26:44,895
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

402
00:26:45,012 --> 00:26:48,896
3 อย่าง อย่างแรก คือ

403
00:26:49,014 --> 00:26:52,896
ต้องมี Input หรือการ

404
00:26:53,015 --> 00:26:56,895
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

405
00:26:57,016 --> 00:27:00,898
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

406
00:27:01,017 --> 00:27:04,899
เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

407
00:27:05,019 --> 00:27:08,895
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

408
00:27:09,020 --> 00:27:12,895
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

409
00:27:13,022 --> 00:27:16,896
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

410
00:27:17,023 --> 00:27:20,895
Process แล้วก็แสดงผล

411
00:27:21,025 --> 00:27:24,895
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

412
00:27:25,029 --> 00:27:28,895
มี Process แล้วก็ Output

413
00:27:29,030 --> 00:27:32,895
มันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงง

414
00:27:33,031 --> 00:27:36,896
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

415
00:27:37,032 --> 00:27:40,899
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

416
00:27:41,033 --> 00:27:44,902
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

417
00:27:45,037 --> 00:27:48,895
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

418
00:27:49,038 --> 00:27:52,895
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

419
00:27:53,047 --> 00:27:56,895
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

420
00:27:57,048 --> 00:28:00,896
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

421
00:28:01,049 --> 00:28:04,896
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไป

422
00:28:05,052 --> 00:28:08,896
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

423
00:28:09,053 --> 00:28:12,896
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

424
00:28:13,055 --> 00:28:16,896
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

425
00:28:17,056 --> 00:28:20,895
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

426
00:28:21,057 --> 00:28:24,895
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

427
00:28:25,058 --> 00:28:28,895
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

428
00:28:29,060 --> 00:28:32,895
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

429
00:28:33,061 --> 00:28:36,895
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

430
00:28:37,063 --> 00:28:40,896
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

431
00:28:41,064 --> 00:28:44,895
แสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

432
00:28:45,067 --> 00:28:48,899
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

433
00:28:49,068 --> 00:28:52,896
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเรา

434
00:28:53,069 --> 00:28:56,898
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

435
00:28:57,070 --> 00:29:00,897
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

436
00:29:01,071 --> 00:29:04,895
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

437
00:29:05,072 --> 00:29:08,897
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

438
00:29:09,073 --> 00:29:12,895
นั้นนะคะ

439
00:29:13,074 --> 00:29:16,897
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

440
00:29:17,079 --> 00:29:20,896
คอมพิวเตอร์นะคะ

441
00:29:21,081 --> 00:29:24,897
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

442
00:29:25,082 --> 00:29:28,896
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

443
00:29:29,083 --> 00:29:32,896
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

444
00:29:33,088 --> 00:29:36,896
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

445
00:29:37,089 --> 00:29:40,902
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

446
00:29:41,090 --> 00:29:44,896
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

447
00:29:45,091 --> 00:29:48,896
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

448
00:29:49,092 --> 00:29:52,897
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

449
00:29:53,094 --> 00:29:56,896
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

450
00:29:57,095 --> 00:30:00,896
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

451
00:30:01,096 --> 00:30:04,897
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

452
00:30:05,104 --> 00:30:08,896
Input Unit

453
00:30:09,105 --> 00:30:12,899
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

454
00:30:13,106 --> 00:30:16,896
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

455
00:30:17,112 --> 00:30:20,897
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

456
00:30:21,115 --> 00:30:24,896
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

457
00:30:25,116 --> 00:30:28,896
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

458
00:30:29,118 --> 00:30:32,896
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

459
00:30:33,119 --> 00:30:36,899
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

460
00:30:37,120 --> 00:30:40,896
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

461
00:30:41,122 --> 00:30:44,901
นะคะ

462
00:30:45,123 --> 00:30:48,896
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

463
00:30:49,124 --> 00:30:52,897
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

464
00:30:53,128 --> 00:30:56,896
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

465
00:30:57,134 --> 00:31:00,896
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

466
00:31:01,135 --> 00:31:04,896
CPU หรือ Cental

467
00:31:05,136 --> 00:31:08,896
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

468
00:31:09,137 --> 00:31:12,896
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำ

469
00:31:13,137 --> 00:31:16,896
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

470
00:31:17,138 --> 00:31:20,896
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

471
00:31:21,140 --> 00:31:24,896
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

472
00:31:25,140 --> 00:31:28,897
มันจะมาผ่าน CPU

473
00:31:29,141 --> 00:31:32,907
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

474
00:31:33,145 --> 00:31:36,897
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

475
00:31:37,146 --> 00:31:40,897
นะคะ ตัวนี้

476
00:31:41,150 --> 00:31:44,897
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

477
00:31:45,150 --> 00:31:48,897
นะคะ เมื่อทำการ

478
00:31:49,151 --> 00:31:52,909
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

479
00:31:53,152 --> 00:31:56,896
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

480
00:31:57,153 --> 00:32:00,896
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ

481
00:32:01,155 --> 00:32:04,897
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

482
00:32:05,156 --> 00:32:08,900
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

483
00:32:09,157 --> 00:32:12,897
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

484
00:32:13,157 --> 00:32:16,897
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

485
00:32:17,159 --> 00:32:20,896
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

486
00:32:21,161 --> 00:32:24,901
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

487
00:32:25,162 --> 00:32:28,903
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

488
00:32:29,163 --> 00:32:32,897
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

489
00:32:33,165 --> 00:32:36,896
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

490
00:32:37,165 --> 00:32:40,897
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

491
00:32:41,167 --> 00:32:44,897
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

492
00:32:45,169 --> 00:32:48,897
Handy Drive

493
00:32:49,170 --> 00:32:52,897
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

494
00:32:53,171 --> 00:32:56,898
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

495
00:32:57,172 --> 00:33:00,898
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

496
00:33:01,174 --> 00:33:04,897
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

497
00:33:05,177 --> 00:33:08,897
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

498
00:33:09,178 --> 00:33:12,897
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

499
00:33:13,181 --> 00:33:16,898
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

500
00:33:17,182 --> 00:33:20,898
นะคะ

501
00:33:21,189 --> 00:33:24,897
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

502
00:33:25,190 --> 00:33:28,898
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

503
00:33:29,191 --> 00:33:32,902
อย่างไร

504
00:33:33,192 --> 00:33:36,899
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

505
00:33:37,193 --> 00:33:40,898
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

506
00:33:41,194 --> 00:33:44,898
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา

507
00:33:45,195 --> 00:33:48,897
หู จมูก

508
00:33:49,196 --> 00:33:52,897
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

509
00:33:53,197 --> 00:33:56,897
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

510
00:33:57,198 --> 00:34:00,903
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

511
00:34:01,199 --> 00:34:04,900
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

512
00:34:05,200 --> 00:34:08,898
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

513
00:34:09,201 --> 00:34:12,898
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

514
00:34:13,203 --> 00:34:16,898
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

515
00:34:17,204 --> 00:34:20,897
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

516
00:34:21,204 --> 00:34:24,901
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

517
00:34:25,206 --> 00:34:28,898
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

518
00:34:29,209 --> 00:34:32,897
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

519
00:34:33,210 --> 00:34:36,898
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

520
00:34:37,211 --> 00:34:40,897
กลิ่นหอมนะคะ

521
00:34:41,225 --> 00:34:44,898
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

522
00:34:45,226 --> 00:34:48,898
มันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆ

523
00:34:49,227 --> 00:34:52,897
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

524
00:34:53,229 --> 00:34:56,897
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

525
00:34:57,232 --> 00:35:00,897
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

526
00:35:01,233 --> 00:35:04,897
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

527
00:35:05,234 --> 00:35:08,900
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

528
00:35:09,235 --> 00:35:12,901
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

529
00:35:13,237 --> 00:35:16,898
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และ

530
00:35:17,239 --> 00:35:20,898
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

531
00:35:21,240 --> 00:35:24,900
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

532
00:35:25,251 --> 00:35:28,898
เผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

533
00:35:29,252 --> 00:35:32,901
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

534
00:35:33,253 --> 00:35:36,898
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

535
00:35:37,254 --> 00:35:40,898
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

536
00:35:41,255 --> 00:35:44,898
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

537
00:35:45,257 --> 00:35:48,898
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

538
00:35:49,258 --> 00:35:52,898
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้

539
00:35:53,259 --> 00:35:56,901
สายตา ส่วนเด็กตา

540
00:35:57,265 --> 00:36:00,898
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

541
00:36:01,267 --> 00:36:04,898
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

542
00:36:05,276 --> 00:36:08,898
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

543
00:36:09,277 --> 00:36:12,898
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

544
00:36:13,279 --> 00:36:16,898
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

545
00:36:17,280 --> 00:36:20,898
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

546
00:36:21,283 --> 00:36:24,898
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนร

547
00:36:25,285 --> 00:36:28,897
ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

548
00:36:29,286 --> 00:36:32,898
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

549
00:36:33,291 --> 00:36:36,898
ไปเที่ยวอย่างนี้

550
00:36:37,292 --> 00:36:40,903
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

551
00:36:41,297 --> 00:36:44,898
ได้ยินด้วย

552
00:36:45,301 --> 00:36:48,898
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

553
00:36:49,302 --> 00:36:52,899
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

554
00:36:53,303 --> 00:36:56,898
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

555
00:36:57,305 --> 00:37:00,898
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

556
00:37:01,306 --> 00:37:04,898
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

557
00:37:05,313 --> 00:37:08,898
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

558
00:37:09,315 --> 00:37:12,898
เรามาดูการประมวลผล

559
00:37:13,317 --> 00:37:16,898
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

560
00:37:17,317 --> 00:37:20,903
อย่างไรนะคะ

561
00:37:21,319 --> 00:37:24,900
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

562
00:37:25,321 --> 00:37:28,898
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

563
00:37:29,322 --> 00:37:32,898
แยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วน

564
00:37:33,324 --> 00:37:36,898
ของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

565
00:37:37,326 --> 00:37:40,899
นะคะ การประมวลผลในการ

566
00:37:41,327 --> 00:37:44,903
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

567
00:37:45,328 --> 00:37:48,899
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

568
00:37:49,329 --> 00:37:52,898
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

569
00:37:53,330 --> 00:37:56,898
นั่นก็คือความรู้

570
00:37:57,332 --> 00:38:00,901
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

571
00:38:01,333 --> 00:38:04,899
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้

572
00:38:05,334 --> 00:38:08,901
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

573
00:38:09,335 --> 00:38:12,899
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

574
00:38:13,336 --> 00:38:16,899
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูป

575
00:38:17,338 --> 00:38:20,901
เป็นความรู้ที่ได้จาก

576
00:38:21,339 --> 00:38:24,899
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

577
00:38:25,340 --> 00:38:28,898
การดูการฟัง การกิน

578
00:38:29,340 --> 00:38:32,901
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

579
00:38:33,342 --> 00:38:36,898
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

580
00:38:37,343 --> 00:38:40,899
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

581
00:38:41,344 --> 00:38:44,900
มันจะบันทึกอัตโนมัติสมอง

582
00:38:45,345 --> 00:38:48,901
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้

583
00:38:49,346 --> 00:38:52,900
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

584
00:38:53,347 --> 00:38:56,900
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

585
00:38:57,348 --> 00:39:00,899
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

586
00:39:01,354 --> 00:39:04,898
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

587
00:39:05,355 --> 00:39:08,899
ความจำที่ดีที่สุด

588
00:39:09,357 --> 00:39:12,899
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

589
00:39:13,359 --> 00:39:16,913
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

590
00:39:17,361 --> 00:39:20,899
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

591
00:39:21,363 --> 00:39:24,899
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

592
00:39:25,372 --> 00:39:28,898
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

593
00:39:29,378 --> 00:39:32,907
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

594
00:39:33,379 --> 00:39:36,899
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

595
00:39:37,387 --> 00:39:40,899
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

596
00:39:41,388 --> 00:39:44,899
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

597
00:39:45,395 --> 00:39:48,900
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

598
00:39:49,395 --> 00:39:52,899
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

599
00:39:53,396 --> 00:39:56,905
ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

600
00:39:57,397 --> 00:40:00,899
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

601
00:40:01,397 --> 00:40:04,899
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

602
00:40:05,399 --> 00:40:08,899
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

603
00:40:09,404 --> 00:40:12,899
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

604
00:40:13,404 --> 00:40:16,900
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัติ

605
00:40:17,404 --> 00:40:20,900
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

606
00:40:21,406 --> 00:40:24,900
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

607
00:40:25,407 --> 00:40:28,899
นะคะ เขียนโน้ต

608
00:40:29,409 --> 00:40:32,899
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

609
00:40:33,410 --> 00:40:36,899
1. หัดจดด้วย

610
00:40:37,413 --> 00:40:40,900
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

611
00:40:41,414 --> 00:40:44,899
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

612
00:40:45,415 --> 00:40:48,901
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

613
00:40:49,417 --> 00:40:52,899
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

614
00:40:53,418 --> 00:40:56,900
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

615
00:40:57,419 --> 00:41:00,900
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

616
00:41:01,421 --> 00:41:04,899
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

617
00:41:05,426 --> 00:41:08,900
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

618
00:41:09,427 --> 00:41:12,900
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

619
00:41:13,428 --> 00:41:16,899
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

620
00:41:17,429 --> 00:41:20,899
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

621
00:41:21,430 --> 00:41:24,899
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

622
00:41:25,431 --> 00:41:28,899
ไม่เข้าใจต้องถาม

623
00:41:29,432 --> 00:41:32,899
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

624
00:41:33,433 --> 00:41:36,900
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

625
00:41:37,434 --> 00:41:40,901
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

626
00:41:41,435 --> 00:41:44,900
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

627
00:41:45,437 --> 00:41:48,899
การประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

628
00:41:49,437 --> 00:41:52,899
ก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

629
00:41:53,441 --> 00:41:56,899
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

630
00:41:57,442 --> 00:42:00,900
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

631
00:42:01,443 --> 00:42:04,900
แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

632
00:42:05,446 --> 00:42:08,899
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

633
00:42:09,447 --> 00:42:12,899
1 ใช้การพูดออกมา

634
00:42:13,447 --> 00:42:16,900
เหมือนที่แม่ถามนะ

635
00:42:17,449 --> 00:42:20,901
ใคร...

636
00:42:21,453 --> 00:42:24,899
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

637
00:42:25,454 --> 00:42:28,901
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

638
00:42:29,459 --> 00:42:32,900
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

639
00:42:33,473 --> 00:42:36,899
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

640
00:42:37,474 --> 00:42:40,900
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

641
00:42:41,475 --> 00:42:44,900
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

642
00:42:45,476 --> 00:42:48,900
เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

643
00:42:49,478 --> 00:42:52,900
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

644
00:42:53,481 --> 00:42:56,902
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

645
00:42:57,482 --> 00:43:00,906
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

646
00:43:01,484 --> 00:43:04,903
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

647
00:43:05,484 --> 00:43:08,902
สมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

648
00:43:09,492 --> 00:43:12,900
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

649
00:43:13,493 --> 00:43:16,900
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

650
00:43:17,496 --> 00:43:20,903
ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

651
00:43:21,497 --> 00:43:24,903
ดูกันนะคะ ทุกคน

652
00:43:25,498 --> 00:43:28,900
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

653
00:43:29,499 --> 00:43:32,903

654
00:43:33,501 --> 00:43:36,900
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

655
00:43:37,504 --> 00:43:40,901
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

656
00:43:41,523 --> 00:43:44,900
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

657
00:43:45,524 --> 00:43:48,900
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

658
00:43:49,525 --> 00:43:52,900
ยังไม่ได้ทาน

659
00:43:53,527 --> 00:43:56,902
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

660
00:43:57,530 --> 00:44:00,900
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

661
00:44:01,531 --> 00:44:04,912
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

662
00:44:05,533 --> 00:44:08,907
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

663
00:44:09,534 --> 00:44:12,909
แซบบ่

664
00:44:13,535 --> 00:44:16,900
อร่อยไหม เดชาพล

665
00:44:17,536 --> 00:44:20,900
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:21,537 --> 00:44:24,900
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

667
00:44:25,545 --> 00:44:28,901
เดชาพลได้ยินไหมครับ

668
00:44:29,546 --> 00:44:32,900
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

669
00:44:33,547 --> 00:44:36,900
รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

670
00:44:37,549 --> 00:44:40,907
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

671
00:44:41,554 --> 00:44:44,900
รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ด

672
00:44:45,556 --> 00:44:48,901
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

673
00:44:49,560 --> 00:44:52,900
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

674
00:44:53,561 --> 00:44:56,900
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

675
00:44:57,562 --> 00:45:00,901
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

676
00:45:01,563 --> 00:45:04,903

677
00:45:05,565 --> 00:45:08,901
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

678
00:45:09,566 --> 00:45:12,903
(นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหาร

679
00:45:13,567 --> 00:45:16,901
อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

680
00:45:17,568 --> 00:45:20,900
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

681
00:45:21,569 --> 00:45:24,900
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

682
00:45:25,571 --> 00:45:28,905
(อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

683
00:45:29,580 --> 00:45:32,901
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

684
00:45:33,581 --> 00:45:36,900
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

685
00:45:37,582 --> 00:45:40,901
ความจำ สันติภาพ

686
00:45:41,584 --> 00:45:44,900
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

687
00:45:45,585 --> 00:45:48,901
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

688
00:45:49,586 --> 00:45:52,903
ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกง

689
00:45:53,587 --> 00:45:56,902
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

690
00:45:57,588 --> 00:46:00,900
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

691
00:46:01,596 --> 00:46:04,901
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

692
00:46:05,597 --> 00:46:08,901
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

693
00:46:09,599 --> 00:46:12,914
ใครพาไป หรือใครบอก

694
00:46:13,604 --> 00:46:16,906
(นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

695
00:46:17,605 --> 00:46:20,901
ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

696
00:46:21,606 --> 00:46:24,901
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)

697
00:46:25,609 --> 00:46:28,902
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

698
00:46:29,610 --> 00:46:32,901
(อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อ

699
00:46:33,611 --> 00:46:36,901
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

700
00:46:37,612 --> 00:46:40,901
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

701
00:46:41,613 --> 00:46:44,901
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

702
00:46:45,619 --> 00:46:48,901
ยังไม่ได้กิน นพกิต

703
00:46:49,620 --> 00:46:52,901
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

704
00:46:53,621 --> 00:46:56,901
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

705
00:46:57,622 --> 00:47:00,908
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอ

706
00:47:01,623 --> 00:47:04,901
ใครทำให้กิน

707
00:47:05,624 --> 00:47:08,906
อร่อยไหม อร่อยไหม

708
00:47:09,625 --> 00:47:12,900
อร่อย

709
00:47:13,627 --> 00:47:16,900

710
00:47:17,629 --> 00:47:20,901
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

711
00:47:21,630 --> 00:47:24,906
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

712
00:47:25,631 --> 00:47:28,901
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

713
00:47:29,632 --> 00:47:32,904
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

714
00:47:33,633 --> 00:47:36,901
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

715
00:47:37,634 --> 00:47:40,901
ก็ยังไม่ได้กิน

716
00:47:41,635 --> 00:47:44,901
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

717
00:47:45,636 --> 00:47:48,903
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49,637 --> 00:47:52,901

719
00:47:53,639 --> 00:47:56,902
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

720
00:47:57,640 --> 00:48:00,903
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

721
00:48:01,642 --> 00:48:04,901

722
00:48:05,644 --> 00:48:08,902

723
00:48:09,646 --> 00:48:12,903

724
00:48:13,648 --> 00:48:16,901

725
00:48:17,650 --> 00:48:20,901

726
00:48:21,652 --> 00:48:24,902
ตื่นสาย

727
00:48:25,654 --> 00:48:28,901
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

728
00:48:29,655 --> 00:48:32,901

729
00:48:33,658 --> 00:48:36,901
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

730
00:48:37,659 --> 00:48:40,907
กัญลัทธ

731
00:48:41,662 --> 00:48:44,902
อยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

732
00:48:45,663 --> 00:48:48,901
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

733
00:48:49,664 --> 00:48:52,904
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

734
00:48:53,666 --> 00:48:56,901
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

735
00:48:57,667 --> 00:49:00,902
มันดูอะไร

736
00:49:01,668 --> 00:49:04,901

737
00:49:05,671 --> 00:49:08,903
(ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

738
00:49:09,672 --> 00:49:12,902
ธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

739
00:49:13,677 --> 00:49:16,909
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

740
00:49:17,683 --> 00:49:20,902
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

741
00:49:21,686 --> 00:49:24,903
เห็นแต่วาริศา

742
00:49:25,690 --> 00:49:28,901
น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

743
00:49:29,691 --> 00:49:32,902
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

744
00:49:33,693 --> 00:49:36,905
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

745
00:49:37,694 --> 00:49:40,901
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

746
00:49:41,695 --> 00:49:44,902
โน๊ทบุคน่ะค่ะ

747
00:49:45,696 --> 00:49:48,903
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

748
00:49:49,697 --> 00:49:52,901
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

749
00:49:53,698 --> 00:49:56,902
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

750
00:49:57,699 --> 00:50:00,901
ตื่นสาย นอน

751
00:50:01,702 --> 00:50:04,901
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

752
00:50:05,703 --> 00:50:08,901

753
00:50:09,705 --> 00:50:12,911

754
00:50:13,710 --> 00:50:16,902
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

755
00:50:17,717 --> 00:50:20,914
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

756
00:50:21,717 --> 00:50:24,906
ยากเหมือนกัน

757
00:50:25,718 --> 00:50:28,901
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

758
00:50:29,740 --> 00:50:32,902
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

759
00:50:33,741 --> 00:50:36,902
เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

760
00:50:37,744 --> 00:50:40,906
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

761
00:50:41,748 --> 00:50:44,902
ค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

762
00:50:45,752 --> 00:50:48,905
ปิดกล้องอีก

763
00:50:49,753 --> 00:50:52,902
ภากร

764
00:50:53,754 --> 00:50:56,902
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

765
00:50:57,756 --> 00:51:00,911
ภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

766
00:51:01,758 --> 00:51:04,902
หายไปไหนแล้ว Hello

767
00:51:05,758 --> 00:51:08,903

768
00:51:09,760 --> 00:51:12,923
ภากรณ์หายไปแล้ว

769
00:51:13,761 --> 00:51:16,902
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

770
00:51:17,764 --> 00:51:20,902

771
00:51:21,766 --> 00:51:24,902
ไม่เป็นอะไรนะคะ

772
00:51:25,767 --> 00:51:28,903
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

773
00:51:29,768 --> 00:51:32,903

774
00:51:33,776 --> 00:51:36,903
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

775
00:51:37,777 --> 00:51:40,903
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

776
00:51:41,778 --> 00:51:44,919
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

777
00:51:45,779 --> 00:51:48,902
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

778
00:51:49,780 --> 00:51:52,902
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

779
00:51:53,789 --> 00:51:56,902
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

780
00:51:57,790 --> 00:52:00,902
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

781
00:52:01,792 --> 00:52:04,902
ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

782
00:52:05,792 --> 00:52:08,902
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

783
00:52:09,796 --> 00:52:12,904
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

784
00:52:13,796 --> 00:52:16,903
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

785
00:52:17,800 --> 00:52:20,902
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

786
00:52:21,801 --> 00:52:24,904
เขาก็จำ เขามีความรู้

787
00:52:25,802 --> 00:52:28,903
นั่นก็คือในส่วนของคน

788
00:52:29,804 --> 00:52:32,904
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

789
00:52:33,805 --> 00:52:36,902
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

790
00:52:37,808 --> 00:52:40,903
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

791
00:52:41,809 --> 00:52:44,906
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หู

792
00:52:45,813 --> 00:52:48,903
จมูก ปาก แล้วก็มือนะคะ

793
00:52:49,814 --> 00:52:52,902
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

794
00:52:53,816 --> 00:52:56,904
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

795
00:52:57,818 --> 00:53:00,902
อุปกรณ์ที่สำหรับ

796
00:53:01,823 --> 00:53:04,902
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

797
00:53:05,825 --> 00:53:08,903
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

798
00:53:09,826 --> 00:53:12,902
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

799
00:53:13,828 --> 00:53:16,903
ก็คือ CPU นั่นเองนคะ

800
00:53:17,830 --> 00:53:20,905
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

801
00:53:21,831 --> 00:53:24,905
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

802
00:53:25,833 --> 00:53:28,904
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

803
00:53:29,834 --> 00:53:32,910
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

804
00:53:33,835 --> 00:53:36,903
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

805
00:53:37,836 --> 00:53:40,903
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

806
00:53:41,837 --> 00:53:44,903
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

807
00:53:45,838 --> 00:53:48,903
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

808
00:53:49,841 --> 00:53:52,903
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

809
00:53:53,843 --> 00:53:56,907
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

810
00:53:57,849 --> 00:54:00,903
หรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

811
00:54:01,851 --> 00:54:04,903
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

812
00:54:05,853 --> 00:54:08,907
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

813
00:54:09,854 --> 00:54:12,904
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

814
00:54:13,855 --> 00:54:16,903
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

815
00:54:17,857 --> 00:54:20,905
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้

816
00:54:21,859 --> 00:54:24,910
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

817
00:54:25,861 --> 00:54:28,903
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

818
00:54:29,862 --> 00:54:32,904
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

819
00:54:33,867 --> 00:54:36,903
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

820
00:54:37,867 --> 00:54:40,907
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

821
00:54:41,870 --> 00:54:44,904
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

822
00:54:45,871 --> 00:54:48,903
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

823
00:54:49,872 --> 00:54:52,904
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

824
00:54:53,873 --> 00:54:56,903
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

825
00:54:57,874 --> 00:55:00,903
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

826
00:55:01,888 --> 00:55:05,888
หลักในการเขียนโปรแกรม

827
00:55:05,894 --> 00:55:09,894
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

828
00:55:09,896 --> 00:55:13,896
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

829
00:55:13,897 --> 00:55:17,897
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

830
00:55:17,898 --> 00:55:21,898
สั่งมาทำเลยไม่ได้

831
00:55:21,898 --> 00:55:25,898
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

832
00:55:25,900 --> 00:55:29,900
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

833
00:55:29,938 --> 00:55:33,904
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

834
00:55:33,950 --> 00:55:37,903
หรือ Tablat

835
00:55:37,962 --> 00:55:41,903
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

836
00:55:41,966 --> 00:55:45,903
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

837
00:55:45,967 --> 00:55:49,906
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

838
00:55:49,972 --> 00:55:53,904
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

839
00:55:53,977 --> 00:55:57,904
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

840
00:55:57,978 --> 00:56:01,905
การรับข้อมูล

841
00:56:01,979 --> 00:56:05,904
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

842
00:56:05,988 --> 00:56:09,905
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

843
00:56:09,991 --> 00:56:13,904
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

844
00:56:13,994 --> 00:56:17,904
มาดู ขั้นแรก วางแผน

845
00:56:17,995 --> 00:56:21,904
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

846
00:56:21,999 --> 00:56:25,903
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

847
00:56:25,999 --> 00:56:29,903
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

848
00:56:30,000 --> 00:56:33,903
แผนจะเกิดจากไหน

849
00:56:34,001 --> 00:56:37,903
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

850
00:56:38,002 --> 00:56:41,903
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

851
00:56:42,010 --> 00:56:45,905
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

852
00:56:46,024 --> 00:56:49,903
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

853
00:56:50,024 --> 00:56:53,905
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

854
00:56:54,026 --> 00:56:57,903
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

855
00:56:58,029 --> 00:57:01,903
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

856
00:57:02,030 --> 00:57:05,903
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

857
00:57:06,033 --> 00:57:09,902
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

858
00:57:10,033 --> 00:57:13,903
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

859
00:57:14,039 --> 00:57:17,905
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

860
00:57:18,040 --> 00:57:21,904
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

861
00:57:22,041 --> 00:57:25,903
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

862
00:57:26,059 --> 00:57:29,902
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

863
00:57:30,060 --> 00:57:33,903
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

864
00:57:34,068 --> 00:57:37,902
การพัฒนาโปรแกรมนี่

865
00:57:38,069 --> 00:57:41,902
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

866
00:57:42,070 --> 00:57:45,902
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

867
00:57:46,070 --> 00:57:49,902
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

868
00:57:50,070 --> 00:57:53,902
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

869
00:57:54,072 --> 00:57:57,902
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

870
00:57:58,074 --> 00:58:01,904
เราจะต้อง Coding

871
00:58:02,074 --> 00:58:05,902
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

872
00:58:06,075 --> 00:58:09,912
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

873
00:58:10,075 --> 00:58:13,902
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

874
00:58:14,076 --> 00:58:17,902
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

875
00:58:18,082 --> 00:58:21,902
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

876
00:58:22,087 --> 00:58:25,902
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

877
00:58:26,088 --> 00:58:29,901
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

878
00:58:30,089 --> 00:58:33,922
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

879
00:58:34,090 --> 00:58:37,911
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

880
00:58:38,091 --> 00:58:41,901
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

881
00:58:42,092 --> 00:58:45,902
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

882
00:58:46,093 --> 00:58:49,904
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃ

883
00:58:50,094 --> 00:58:53,907
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

884
00:58:54,095 --> 00:58:57,901
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

885
00:58:58,096 --> 00:59:01,912
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

886
00:59:02,101 --> 00:59:05,902
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

887
00:59:06,104 --> 00:59:09,901
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

888
00:59:10,105 --> 00:59:13,901
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

889
00:59:14,108 --> 00:59:17,902
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่น

890
00:59:18,109 --> 00:59:21,901
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

891
00:59:22,110 --> 00:59:25,902
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

892
00:59:26,111 --> 00:59:29,902
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

893
00:59:30,112 --> 00:59:33,905
บางทีทุกเดือนบางที

894
00:59:34,113 --> 00:59:37,903
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

895
00:59:38,116 --> 00:59:41,905
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

896
00:59:42,119 --> 00:59:45,906
มันจะมีการอัปเดตออกมา

897
00:59:46,121 --> 00:59:49,903
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

898
00:59:50,126 --> 00:59:53,904
ยิ่งขึ้นนะคะ

899
00:59:54,127 --> 00:59:57,903
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

900
00:59:58,128 --> 01:00:01,910
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

901
01:00:02,129 --> 01:00:05,905
ทีนี้ในส่วนของ

902
01:00:06,130 --> 01:00:09,904
การพัฒนาโปรแกรม

903
01:00:10,134 --> 01:00:13,904
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

904
01:00:14,135 --> 01:00:17,905
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

905
01:00:18,136 --> 01:00:21,905
ก็คือการวางแผนนะคะ

906
01:00:22,137 --> 01:00:25,916
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

907
01:00:26,138 --> 01:00:29,917
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

908
01:00:30,140 --> 01:00:33,907
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

909
01:00:34,141 --> 01:00:37,905
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

910
01:00:38,142 --> 01:00:41,906
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

911
01:00:42,143 --> 01:00:45,907
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

912
01:00:46,144 --> 01:00:49,906
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

913
01:00:50,145 --> 01:00:53,908
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

914
01:00:54,146 --> 01:00:57,908
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

915
01:00:58,148 --> 01:01:01,907
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

916
01:01:02,152 --> 01:01:05,911
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

917
01:01:06,154 --> 01:01:09,907
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

918
01:01:10,155 --> 01:01:13,910
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

919
01:01:14,156 --> 01:01:17,908
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

920
01:01:18,159 --> 01:01:21,908
ถึงได้บอกว่า เราจะ

921
01:01:22,160 --> 01:01:25,908
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

922
01:01:26,161 --> 01:01:29,908
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

923
01:01:30,163 --> 01:01:33,908
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

924
01:01:34,163 --> 01:01:37,909
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

925
01:01:38,164 --> 01:01:41,909
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

926
01:01:42,165 --> 01:01:45,915
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

927
01:01:46,166 --> 01:01:49,913
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

928
01:01:50,167 --> 01:01:53,911
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

929
01:01:54,169 --> 01:01:57,910
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

930
01:01:58,170 --> 01:02:01,910
ในการวางแผนนะคะ

931
01:02:02,172 --> 01:02:05,910
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

932
01:02:06,174 --> 01:02:09,912
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

933
01:02:10,178 --> 01:02:13,910
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

934
01:02:14,180 --> 01:02:17,911
สิ่งที่เราต้องการ Input

935
01:02:18,183 --> 01:02:21,927
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

936
01:02:22,198 --> 01:02:25,911
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

937
01:02:26,199 --> 01:02:29,911
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

938
01:02:30,200 --> 01:02:33,912
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

939
01:02:34,202 --> 01:02:37,911
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

940
01:02:38,203 --> 01:02:41,912
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

941
01:02:42,207 --> 01:02:45,915
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

942
01:02:46,208 --> 01:02:49,912

943
01:02:50,209 --> 01:02:53,912
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

944
01:02:54,210 --> 01:02:57,919
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

945
01:02:58,214 --> 01:03:01,920
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

946
01:03:02,215 --> 01:03:05,913
ออก Input Ex... catio

947
01:03:06,216 --> 01:03:09,913
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

948
01:03:10,219 --> 01:03:13,915
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

949
01:03:14,221 --> 01:03:17,920
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

950
01:03:18,227 --> 01:03:21,916
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

951
01:03:22,232 --> 01:03:25,913
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

952
01:03:26,233 --> 01:03:29,918
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

953
01:03:30,238 --> 01:03:33,917
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

954
01:03:34,242 --> 01:03:37,914
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

955
01:03:38,245 --> 01:03:41,914
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

956
01:03:42,246 --> 01:03:45,933
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

957
01:03:46,248 --> 01:03:49,914
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

958
01:03:50,248 --> 01:03:53,916
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

959
01:03:54,249 --> 01:03:57,919
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

960
01:03:58,266 --> 01:04:01,915
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

961
01:04:02,266 --> 01:04:05,917
เพราะฉะนั้น

962
01:04:06,268 --> 01:04:09,916
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

963
01:04:10,280 --> 01:04:13,919
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

964
01:04:14,282 --> 01:04:17,916
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

965
01:04:18,284 --> 01:04:21,915
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

966
01:04:22,290 --> 01:04:25,921
Output แล้วก็ Process

967
01:04:26,300 --> 01:04:29,915
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

968
01:04:30,308 --> 01:04:33,918
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

969
01:04:34,312 --> 01:04:37,924
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

970
01:04:38,313 --> 01:04:41,916
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

971
01:04:42,316 --> 01:04:45,916
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

972
01:04:46,319 --> 01:04:49,917
Process แล้วก็ Output ออกมา

973
01:04:50,323 --> 01:04:53,919
จะต้องดูจาก Input Output

974
01:04:54,325 --> 01:04:57,917
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

975
01:04:58,326 --> 01:05:01,917
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

976
01:05:02,327 --> 01:05:05,917
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

977
01:05:06,330 --> 01:05:09,917
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

978
01:05:10,332 --> 01:05:13,918
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

979
01:05:14,359 --> 01:05:17,917
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

980
01:05:18,359 --> 01:05:21,918
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

981
01:05:22,362 --> 01:05:25,917
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

982
01:05:26,363 --> 01:05:29,920
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

983
01:05:30,363 --> 01:05:33,920
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

984
01:05:34,365 --> 01:05:37,920
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

985
01:05:38,366 --> 01:05:41,919
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

986
01:05:42,366 --> 01:05:45,918
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

987
01:05:46,367 --> 01:05:49,918
ออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

988
01:05:50,373 --> 01:05:53,918
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

989
01:05:54,376 --> 01:05:57,919
เราจะต้องหลักการ

990
01:05:58,391 --> 01:06:01,920
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

991
01:06:02,392 --> 01:06:05,929
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

992
01:06:06,396 --> 01:06:09,920
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

993
01:06:10,397 --> 01:06:13,921
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึง

994
01:06:14,398 --> 01:06:17,920
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

995
01:06:18,399 --> 01:06:21,920
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

996
01:06:22,400 --> 01:06:25,921
ที่เราจะเรียนนี่

997
01:06:26,403 --> 01:06:29,924
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

998
01:06:30,404 --> 01:06:33,920
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

999
01:06:34,406 --> 01:06:37,921
นะคะ Manative Description ก็คือ

1000
01:06:38,407 --> 01:06:41,920
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1001
01:06:42,423 --> 01:06:45,921
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1002
01:06:46,425 --> 01:06:49,927
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1003
01:06:50,427 --> 01:06:53,921
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1004
01:06:54,428 --> 01:06:57,921
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1005
01:06:58,428 --> 01:07:01,921
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1006
01:07:02,429 --> 01:07:05,921
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1007
01:07:06,430 --> 01:07:09,921
Flowchart ก่อนจะเรียน

1008
01:07:10,432 --> 01:07:13,922
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1009
01:07:14,433 --> 01:07:17,922
อัลกอริทึม โฟร์ชาร์ท

1010
01:07:18,434 --> 01:07:21,921
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1011
01:07:22,436 --> 01:07:25,921
มันจะอ่านว่าซูโด้โค้ด

1012
01:07:26,437 --> 01:07:29,922
มาดูในส่วนของ Flowchart

1013
01:07:30,441 --> 01:07:33,922
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1014
01:07:34,442 --> 01:07:37,929
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1015
01:07:38,443 --> 01:07:41,923
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1016
01:07:42,447 --> 01:07:45,922
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1017
01:07:46,448 --> 01:07:49,923
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1018
01:07:50,457 --> 01:07:53,922
และตัวต่อมา ซูโด้โค้ด

1019
01:07:54,460 --> 01:07:57,923
ซูโด้โค้ดตัวนี้

1020
01:07:58,461 --> 01:08:01,923
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1021
01:08:02,462 --> 01:08:05,923
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1022
01:08:06,462 --> 01:08:09,923
นี่ที่แสดง

1023
01:08:10,463 --> 01:08:13,923
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1024
01:08:14,464 --> 01:08:17,924
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1025
01:08:18,465 --> 01:08:21,923
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1026
01:08:22,467 --> 01:08:25,926
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1027
01:08:26,467 --> 01:08:29,923
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1028
01:08:30,473 --> 01:08:33,924
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1029
01:08:34,474 --> 01:08:37,926
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1030
01:08:38,478 --> 01:08:41,925
ต้องหัดใช้ Google แปล

1031
01:08:42,479 --> 01:08:45,924
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1032
01:08:46,480 --> 01:08:49,925
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1033
01:08:50,486 --> 01:08:53,924
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1034
01:08:54,488 --> 01:08:57,924
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1035
01:08:58,489 --> 01:09:01,924
ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1036
01:09:02,490 --> 01:09:05,924
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1037
01:09:06,491 --> 01:09:09,925
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1038
01:09:10,492 --> 01:09:13,924
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1039
01:09:14,494 --> 01:09:17,927
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1040
01:09:18,496 --> 01:09:21,924
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1041
01:09:22,497 --> 01:09:25,924
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือ

1042
01:09:26,498 --> 01:09:29,925
นะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1043
01:09:30,499 --> 01:09:33,925
น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1044
01:09:34,500 --> 01:09:37,925
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1045
01:09:38,501 --> 01:09:41,928
เมื่อกี้อธิบาย

1046
01:09:42,502 --> 01:09:45,925
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1047
01:09:46,503 --> 01:09:49,925
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1048
01:09:50,504 --> 01:09:53,926
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1049
01:09:54,505 --> 01:09:57,926
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1050
01:09:58,510 --> 01:10:01,926
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1051
01:10:02,525 --> 01:10:05,927
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1052
01:10:06,525 --> 01:10:09,926
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1053
01:10:10,527 --> 01:10:13,926
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1054
01:10:14,528 --> 01:10:17,926
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1055
01:10:18,529 --> 01:10:21,926
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1056
01:10:22,530 --> 01:10:25,928
เรามี Case Study

1057
01:10:26,531 --> 01:10:29,927
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1058
01:10:30,534 --> 01:10:33,932
มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1059
01:10:34,536 --> 01:10:37,927
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ

1060
01:10:38,539 --> 01:10:41,927
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)

1061
01:10:42,541 --> 01:10:45,927
สมมติ สมมตินะคะ

1062
01:10:46,542 --> 01:10:49,927
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1063
01:10:50,542 --> 01:10:53,927
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1064
01:10:54,543 --> 01:10:57,927
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1065
01:10:58,544 --> 01:11:01,927
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1066
01:11:02,545 --> 01:11:05,928
ก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1067
01:11:06,550 --> 01:11:09,927
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1068
01:11:10,551 --> 01:11:13,928
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1069
01:11:14,552 --> 01:11:17,928
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1070
01:11:18,553 --> 01:11:21,928
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1071
01:11:22,554 --> 01:11:25,928
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1072
01:11:26,556 --> 01:11:29,930
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1073
01:11:30,557 --> 01:11:33,927
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1074
01:11:34,558 --> 01:11:37,928
ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1075
01:11:38,559 --> 01:11:41,928
แล้วก็

1076
01:11:42,561 --> 01:11:45,928
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1077
01:11:46,562 --> 01:11:49,928
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1078
01:11:50,565 --> 01:11:53,928
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1079
01:11:54,566 --> 01:11:57,928
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1080
01:11:58,567 --> 01:12:01,928
พี่แฝด แฝดนะ

1081
01:12:02,568 --> 01:12:05,929
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1082
01:12:06,569 --> 01:12:09,929
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1083
01:12:10,570 --> 01:12:13,929
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1084
01:12:14,571 --> 01:12:17,928

1085
01:12:18,573 --> 01:12:21,929

1086
01:12:22,575 --> 01:12:25,928

1087
01:12:26,576 --> 01:12:29,929

1088
01:12:30,577 --> 01:12:33,929
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1089
01:12:34,578 --> 01:12:37,929
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1090
01:12:38,579 --> 01:12:41,929

1091
01:12:42,581 --> 01:12:45,931
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1092
01:12:46,589 --> 01:12:49,929
(อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1093
01:12:50,597 --> 01:12:53,936
บอกขั้นตอน

1094
01:12:54,598 --> 01:12:57,929
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1095
01:12:58,599 --> 01:13:01,933
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1096
01:13:02,600 --> 01:13:05,930

1097
01:13:06,601 --> 01:13:09,931

1098
01:13:10,603 --> 01:13:13,932
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1099
01:13:14,605 --> 01:13:17,930
ไม่ใช่ เขา...

1100
01:13:18,607 --> 01:13:21,937

1101
01:13:22,609 --> 01:13:25,930
มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิ

1102
01:13:26,610 --> 01:13:29,930
ต้ม ทำแบบไหน

1103
01:13:30,611 --> 01:13:33,933
ขั้นตอนทำแบบไหน

1104
01:13:34,613 --> 01:13:37,930
(ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็

1105
01:13:38,615 --> 01:13:41,930
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1106
01:13:42,616 --> 01:13:45,938
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1107
01:13:46,617 --> 01:13:49,930
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.

1108
01:13:50,619 --> 01:13:53,930
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1109
01:13:54,620 --> 01:13:57,930
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1110
01:13:58,621 --> 01:14:01,931
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1111
01:14:02,623 --> 01:14:05,931
ข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1112
01:14:06,631 --> 01:14:09,931
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1113
01:14:10,632 --> 01:14:13,931
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1114
01:14:14,633 --> 01:14:17,931
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1115
01:14:18,634 --> 01:14:21,932
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1116
01:14:22,634 --> 01:14:25,935
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1117
01:14:26,635 --> 01:14:29,934
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1118
01:14:30,636 --> 01:14:33,938
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1119
01:14:34,638 --> 01:14:37,931
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1120
01:14:38,639 --> 01:14:41,932
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1121
01:14:42,640 --> 01:14:45,932
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1122
01:14:46,641 --> 01:14:49,934
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1123
01:14:50,644 --> 01:14:53,932
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1124
01:14:54,646 --> 01:14:57,932
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1125
01:14:58,648 --> 01:15:01,933
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1126
01:15:02,650 --> 01:15:05,932
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1127
01:15:06,655 --> 01:15:09,932
ขอลองอีกคนหนึ่ง

1128
01:15:10,657 --> 01:15:13,949
วาริศาสิ เห็นพี่เขาไหม

1129
01:15:14,658 --> 01:15:17,932

1130
01:15:18,659 --> 01:15:21,939
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1131
01:15:22,660 --> 01:15:25,933
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1132
01:15:26,665 --> 01:15:29,937
เคยทำไข่เจียงไหม วาริศา

1133
01:15:30,667 --> 01:15:33,932
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1134
01:15:34,676 --> 01:15:37,933
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1135
01:15:38,679 --> 01:15:41,933

1136
01:15:42,681 --> 01:15:45,933
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1137
01:15:46,682 --> 01:15:49,933
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1138
01:15:50,687 --> 01:15:53,937
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1139
01:15:54,688 --> 01:15:57,933
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1140
01:15:58,689 --> 01:16:01,935
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1141
01:16:02,691 --> 01:16:05,935
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1142
01:16:06,692 --> 01:16:09,933
(อาจารย์) สัญญาณ

1143
01:16:10,693 --> 01:16:13,934
ไม่ค่อยชัด

1144
01:16:14,695 --> 01:16:17,939
กล้องมันไหว

1145
01:16:18,696 --> 01:16:21,934

1146
01:16:22,698 --> 01:16:25,934
ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1147
01:16:26,698 --> 01:16:29,943
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1148
01:16:30,699 --> 01:16:33,933
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1149
01:16:34,702 --> 01:16:37,933
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1150
01:16:38,710 --> 01:16:41,937
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1151
01:16:42,712 --> 01:16:45,934
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1152
01:16:46,716 --> 01:16:49,935
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1153
01:16:50,717 --> 01:16:53,934
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้ว

1154
01:16:54,718 --> 01:16:57,934
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1155
01:16:58,719 --> 01:17:01,939
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1156
01:17:02,720 --> 01:17:05,934
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1157
01:17:06,721 --> 01:17:09,934
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1158
01:17:10,722 --> 01:17:13,939
เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1159
01:17:14,724 --> 01:17:17,934
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1160
01:17:18,731 --> 01:17:21,937
หรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1161
01:17:22,733 --> 01:17:25,934
สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1162
01:17:26,736 --> 01:17:29,934

1163
01:17:30,737 --> 01:17:33,934
ภากรหูตึงน่ะ

1164
01:17:34,739 --> 01:17:37,934
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

1165
01:17:38,740 --> 01:17:41,934
เคยทำไข่เจียวไหม

1166
01:17:42,741 --> 01:17:45,934
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1167
01:17:46,744 --> 01:17:49,936
ใส่น้ำปลาครับ

1168
01:17:50,745 --> 01:17:53,935

1169
01:17:54,747 --> 01:17:57,935
ให้มันเค็ม

1170
01:17:58,754 --> 01:18:01,935
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1171
01:18:02,755 --> 01:18:05,935
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1172
01:18:06,758 --> 01:18:09,935
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1173
01:18:10,760 --> 01:18:13,936
ช้า ๆ หน่อยลูก

1174
01:18:14,760 --> 01:18:17,935
(อาจารย์) ช้า ๆ

1175
01:18:18,761 --> 01:18:21,941
อย่าให้แบบ

1176
01:18:22,762 --> 01:18:25,935
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1177
01:18:26,763 --> 01:18:29,937
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1178
01:18:30,764 --> 01:18:33,939
ไข่เจียวทำแบบไหน

1179
01:18:34,765 --> 01:18:37,936

1180
01:18:38,767 --> 01:18:41,939
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1181
01:18:42,768 --> 01:18:45,935
ภาษามือ อือ ครับ

1182
01:18:46,770 --> 01:18:49,936
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1183
01:18:50,773 --> 01:18:53,936
ไข่เจียวนะ

1184
01:18:54,774 --> 01:18:57,936
มีหรือ เกี่ยวแบบไหน

1185
01:18:58,783 --> 01:19:01,936
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วย

1186
01:19:02,784 --> 01:19:05,936
มีหมูสับด้วยนะ

1187
01:19:06,787 --> 01:19:09,939
เอาใหม่

1188
01:19:10,790 --> 01:19:13,936

1189
01:19:14,792 --> 01:19:17,939
อธิบายใหม่

1190
01:19:18,794 --> 01:19:21,936

1191
01:19:22,796 --> 01:19:25,936
(อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1192
01:19:26,797 --> 01:19:29,936
แม่จะได้ดูด้วย

1193
01:19:30,798 --> 01:19:33,936
ภากรณ์นี่ก็

1194
01:19:34,799 --> 01:19:37,937
(อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม

1195
01:19:38,800 --> 01:19:41,937
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1196
01:19:42,801 --> 01:19:45,937
นะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1197
01:19:46,802 --> 01:19:49,937
แล้วอย่างไรต่อ

1198
01:19:50,806 --> 01:19:53,937
แล้วก็น้ำมัน

1199
01:19:54,809 --> 01:19:57,938
รอให้มันร้อน

1200
01:19:58,811 --> 01:20:01,937
(อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่อ

1201
01:20:02,816 --> 01:20:05,937
อะไรเอ่ย

1202
01:20:06,820 --> 01:20:09,937

1203
01:20:10,822 --> 01:20:13,937
เย็น

1204
01:20:14,823 --> 01:20:17,937
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1205
01:20:18,825 --> 01:20:21,938
น้ำมัน อือ แล้ว

1206
01:20:22,826 --> 01:20:25,937
ต่อไหน

1207
01:20:26,831 --> 01:20:29,938

1208
01:20:30,833 --> 01:20:33,937
แดง

1209
01:20:34,834 --> 01:20:37,937
เป็นจุด ๆ

1210
01:20:38,838 --> 01:20:41,937
มะเขือหรือ

1211
01:20:42,839 --> 01:20:45,937
มะเขือเทศหรือแครอท (

1212
01:20:46,840 --> 01:20:49,937
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1213
01:20:50,842 --> 01:20:53,938
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1214
01:20:54,843 --> 01:20:57,938
(อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1215
01:20:58,844 --> 01:21:01,938
ใส่พริกหรือ

1216
01:21:02,845 --> 01:21:05,938

1217
01:21:06,848 --> 01:21:09,938
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1218
01:21:10,850 --> 01:21:13,938
ภากรเรียน

1219
01:21:14,851 --> 01:21:17,950
ที่ไหนนะ น้อง

1220
01:21:18,852 --> 01:21:21,938
เรียนโรงเรียนอะไร

1221
01:21:22,855 --> 01:21:25,941
เมื่อก่อนเรียนไหน

1222
01:21:26,857 --> 01:21:29,938
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1223
01:21:30,864 --> 01:21:33,938
(อาจารย์) ไม่มีอย่างไร

1224
01:21:34,865 --> 01:21:37,938
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1225
01:21:38,866 --> 01:21:41,939
เรียนที่ไหน

1226
01:21:42,868 --> 01:21:45,938
หูตึง

1227
01:21:46,869 --> 01:21:49,939
ถาม ใช่

1228
01:21:50,870 --> 01:21:53,938
ถาม

1229
01:21:54,873 --> 01:21:57,938
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1230
01:21:58,876 --> 01:22:01,938

1231
01:22:02,878 --> 01:22:05,938

1232
01:22:06,880 --> 01:22:09,939
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)

1233
01:22:10,881 --> 01:22:13,939
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1234
01:22:14,883 --> 01:22:17,939
เกิดอุดรหรือ

1235
01:22:18,884 --> 01:22:22,884
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1236
01:22:22,895 --> 01:22:26,895
ที่ไหน

1237
01:22:26,896 --> 01:22:30,896
เขาทำ ก. ไก่ ส.

1238
01:22:30,897 --> 01:22:34,897
กศ

1239
01:22:34,899 --> 01:22:38,899
เขาทำ ก. ไก่

1240
01:22:38,907 --> 01:22:42,907
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1241
01:22:42,908 --> 01:22:46,908
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1242
01:22:46,914 --> 01:22:50,914
อส. อก.

1243
01:22:50,916 --> 01:22:54,916
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1244
01:22:54,917 --> 01:22:58,917
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1245
01:22:58,918 --> 01:23:02,918
อ.ด. ใช่ไหม

1246
01:23:02,920 --> 01:23:06,920
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1247
01:23:06,921 --> 01:23:10,921

1248
01:23:10,922 --> 01:23:14,922
สก.

1249
01:23:14,926 --> 01:23:18,926
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1250
01:23:18,930 --> 01:23:22,930

1251
01:23:22,931 --> 01:23:26,931
อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1252
01:23:26,933 --> 01:23:30,933
(อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1253
01:23:30,933 --> 01:23:34,933
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1254
01:23:34,936 --> 01:23:38,936
(อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือ

1255
01:23:38,943 --> 01:23:42,940
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1256
01:23:42,944 --> 01:23:46,940
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1257
01:23:46,948 --> 01:23:50,940

1258
01:23:50,967 --> 01:23:54,940

1259
01:23:54,968 --> 01:23:58,941
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1260
01:23:58,969 --> 01:24:02,943
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1261
01:24:02,970 --> 01:24:06,947
ใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝด

1262
01:24:06,974 --> 01:24:10,940
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1263
01:24:10,988 --> 01:24:14,940
แปีบนะคะ

1264
01:24:14,993 --> 01:24:18,940
แฝด ๆ ถามหน่อย

1265
01:24:18,994 --> 01:24:22,941
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1266
01:24:22,999 --> 01:24:26,941
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1267
01:24:27,000 --> 01:24:30,943
(อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1268
01:24:31,001 --> 01:24:34,940
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1269
01:24:35,004 --> 01:24:38,941
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1270
01:24:39,005 --> 01:24:42,940
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1271
01:24:43,010 --> 01:24:46,941
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1272
01:24:47,013 --> 01:24:50,944
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1273
01:24:51,014 --> 01:24:54,941
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1274
01:24:55,016 --> 01:24:58,943
จากนั้นสมาคม...

1275
01:24:59,017 --> 01:25:02,941

1276
01:25:03,018 --> 01:25:06,943
(อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1277
01:25:07,019 --> 01:25:10,943
ใช่ ๆ

1278
01:25:11,034 --> 01:25:14,947
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1279
01:25:15,041 --> 01:25:18,947

1280
01:25:19,043 --> 01:25:22,945

1281
01:25:23,045 --> 01:25:26,941
ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อน

1282
01:25:27,047 --> 01:25:30,942
โอ.เค. ค่ะ

1283
01:25:31,051 --> 01:25:34,942
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1284
01:25:35,052 --> 01:25:38,941
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1285
01:25:39,056 --> 01:25:42,941
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1286
01:25:43,057 --> 01:25:46,943
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1287
01:25:47,058 --> 01:25:50,942
ภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่

1288
01:25:51,061 --> 01:25:54,941
ถามนะ เป็นห่วง

1289
01:25:55,062 --> 01:25:58,959
(อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1290
01:25:59,064 --> 01:26:02,953
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1291
01:26:03,065 --> 01:26:06,942

1292
01:26:07,066 --> 01:26:10,941
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1293
01:26:11,067 --> 01:26:14,942
ภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1294
01:26:15,068 --> 01:26:18,942
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1295
01:26:19,074 --> 01:26:22,942
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1296
01:26:23,075 --> 01:26:26,942
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1297
01:26:27,077 --> 01:26:30,950
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1298
01:26:31,098 --> 01:26:34,942
โอ.เค.

1299
01:26:35,099 --> 01:26:38,942
ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยัน

1300
01:26:39,100 --> 01:26:42,941
โอ.เค.

1301
01:26:43,102 --> 01:26:46,941
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1302
01:26:47,103 --> 01:26:50,941

1303
01:26:51,104 --> 01:26:54,941
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1304
01:26:55,111 --> 01:26:58,941
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1305
01:26:59,113 --> 01:27:02,941
อัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอน

1306
01:27:03,114 --> 01:27:06,941
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1307
01:27:07,115 --> 01:27:10,939
ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1308
01:27:11,124 --> 01:27:14,939
ถ้าเพื่อนบางคน

1309
01:27:15,126 --> 01:27:18,949

1310
01:27:19,130 --> 01:27:22,940
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถ

1311
01:27:23,142 --> 01:27:26,938
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1312
01:27:27,143 --> 01:27:30,938
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1313
01:27:31,149 --> 01:27:34,937
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1314
01:27:35,153 --> 01:27:38,937
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1315
01:27:39,154 --> 01:27:42,936
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1316
01:27:43,155 --> 01:27:46,939
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1317
01:27:47,156 --> 01:27:50,937
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1318
01:27:51,157 --> 01:27:54,944
กับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1319
01:27:55,158 --> 01:27:58,935
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1320
01:27:59,159 --> 01:28:02,936
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1321
01:28:03,160 --> 01:28:07,036

1322
01:28:07,162 --> 01:28:10,941
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1323
01:28:11,165 --> 01:28:15,137
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1324
01:28:15,172 --> 01:28:18,942
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1325
01:28:19,183 --> 01:28:22,933
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1326
01:28:23,183 --> 01:28:26,932
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1327
01:28:27,186 --> 01:28:30,932
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1328
01:28:31,194 --> 01:28:34,932

1329
01:28:35,196 --> 01:28:38,932
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1330
01:28:39,197 --> 01:28:42,932
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1331
01:28:43,198 --> 01:28:46,935
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1332
01:28:47,200 --> 01:28:50,930
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1333
01:28:51,201 --> 01:28:54,930
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1334
01:28:55,206 --> 01:28:58,936
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1335
01:28:59,207 --> 01:29:02,929
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1336
01:29:03,207 --> 01:29:07,207
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1337
01:29:07,208 --> 01:29:10,929
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1338
01:29:11,280 --> 01:29:14,939
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1339
01:29:15,307 --> 01:29:18,929
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1340
01:29:19,308 --> 01:29:22,928
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1341
01:29:23,312 --> 01:29:26,927
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1342
01:29:27,314 --> 01:29:30,927
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1343
01:29:31,315 --> 01:29:34,927
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1344
01:29:35,316 --> 01:29:38,927
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1345
01:29:39,319 --> 01:29:42,926

1346
01:29:43,320 --> 01:29:46,926

1347
01:29:47,321 --> 01:29:50,927

1348
01:29:51,324 --> 01:29:54,926
เห็นไหมคะ

1349
01:29:55,327 --> 01:29:58,925
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึง

1350
01:29:59,328 --> 01:30:02,925
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1351
01:30:03,329 --> 01:30:06,926
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผล

1352
01:30:07,330 --> 01:30:10,924
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1353
01:30:11,332 --> 01:30:14,924
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1354
01:30:15,332 --> 01:30:18,923
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1355
01:30:19,333 --> 01:30:22,923
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1356
01:30:23,345 --> 01:30:26,923
ต้มไข่

1357
01:30:27,347 --> 01:30:30,925
เห็นไหม วิธีการ

1358
01:30:31,350 --> 01:30:34,922
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1359
01:30:35,351 --> 01:30:38,921
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1360
01:30:39,352 --> 01:30:42,923
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1361
01:30:43,354 --> 01:30:46,925
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1362
01:30:47,357 --> 01:30:50,921
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1363
01:30:51,358 --> 01:30:54,920
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1364
01:30:55,360 --> 01:30:58,919
อันดับแรก

1365
01:30:59,368 --> 01:31:02,919
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1366
01:31:03,373 --> 01:31:06,918
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1367
01:31:07,374 --> 01:31:10,918
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1368
01:31:11,375 --> 01:31:14,918
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1369
01:31:15,378 --> 01:31:18,918
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1370
01:31:19,396 --> 01:31:22,917
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1371
01:31:23,397 --> 01:31:26,918
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1372
01:31:27,405 --> 01:31:30,916
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1373
01:31:31,407 --> 01:31:34,931
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1374
01:31:35,408 --> 01:31:38,924
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1375
01:31:39,415 --> 01:31:42,915
ข้อที่ 1.

1376
01:31:43,415 --> 01:31:46,925
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1377
01:31:47,418 --> 01:31:50,915
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1378
01:31:51,419 --> 01:31:54,920
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1379
01:31:55,420 --> 01:31:58,914
กระบวนวิธีการคืออะไร

1380
01:31:59,421 --> 01:32:02,913
นะคะ ท

1381
01:32:03,431 --> 01:32:06,915
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอน

1382
01:32:07,432 --> 01:32:10,913
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1383
01:32:11,440 --> 01:32:14,912
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1384
01:32:15,444 --> 01:32:18,913
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1385
01:32:19,445 --> 01:32:22,912
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1386
01:32:23,447 --> 01:32:26,911
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1387
01:32:27,448 --> 01:32:30,913
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1388
01:32:31,449 --> 01:32:34,913
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1389
01:32:35,450 --> 01:32:38,910
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1390
01:32:39,451 --> 01:32:42,910
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1391
01:32:43,452 --> 01:32:46,909
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1392
01:32:47,453 --> 01:32:50,910
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1393
01:32:51,454 --> 01:32:54,909
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1394
01:32:55,455 --> 01:32:58,920
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1395
01:32:59,456 --> 01:33:02,908
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบ

1396
01:33:03,457 --> 01:33:06,908
อ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1397
01:33:07,458 --> 01:33:10,907
เข้าใจ

1398
01:33:11,459 --> 01:33:14,907
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1399
01:33:15,462 --> 01:33:18,907
มาสู่ข้อที่ 3.

1400
01:33:19,463 --> 01:33:22,906
มันจะมาอะไรตอนนี้

1401
01:33:23,463 --> 01:33:26,909
คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้ว

1402
01:33:27,467 --> 01:33:30,907
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1403
01:33:31,468 --> 01:33:34,907
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1404
01:33:35,468 --> 01:33:38,910
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1405
01:33:39,483 --> 01:33:42,905
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1406
01:33:43,483 --> 01:33:46,914
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1407
01:33:47,493 --> 01:33:50,904
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1408
01:33:51,521 --> 01:33:54,904
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1409
01:33:55,521 --> 01:33:58,904
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1410
01:33:59,522 --> 01:34:02,904
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1411
01:34:03,524 --> 01:34:06,904
เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1412
01:34:07,525 --> 01:34:10,904
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1413
01:34:11,527 --> 01:34:14,903
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1414
01:34:15,528 --> 01:34:18,903
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1415
01:34:19,531 --> 01:34:22,902
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1416
01:34:23,532 --> 01:34:26,904
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1417
01:34:27,534 --> 01:34:30,902
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1418
01:34:31,535 --> 01:34:34,901
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1419
01:34:35,536 --> 01:34:38,901
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1420
01:34:39,537 --> 01:34:42,905
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1421
01:34:43,538 --> 01:34:46,901
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1422
01:34:47,539 --> 01:34:50,900
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1423
01:34:51,540 --> 01:34:54,900
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1424
01:34:55,541 --> 01:34:58,900
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1425
01:34:59,542 --> 01:35:02,900
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1426
01:35:03,543 --> 01:35:06,900
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1427
01:35:07,550 --> 01:35:10,899
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1428
01:35:11,552 --> 01:35:14,899
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1429
01:35:15,553 --> 01:35:18,923
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1430
01:35:19,554 --> 01:35:22,898
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1431
01:35:23,556 --> 01:35:26,899
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1432
01:35:27,560 --> 01:35:30,898
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1433
01:35:31,563 --> 01:35:34,898
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1434
01:35:35,566 --> 01:35:38,897
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1435
01:35:39,568 --> 01:35:42,897
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1436
01:35:43,575 --> 01:35:46,897
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1437
01:35:47,578 --> 01:35:50,900
เวลาอัลกอริทึ่ม

1438
01:35:51,579 --> 01:35:54,896
ทีนี้ลองมาดู

1439
01:35:55,580 --> 01:35:58,896
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1440
01:35:59,581 --> 01:36:02,896
1.

1441
01:36:03,582 --> 01:36:06,896
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1442
01:36:07,584 --> 01:36:10,895
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1443
01:36:11,584 --> 01:36:14,897
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1444
01:36:15,585 --> 01:36:18,895
ก็คือ เช่น

1445
01:36:19,588 --> 01:36:22,895
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1446
01:36:23,590 --> 01:36:26,894
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1447
01:36:27,624 --> 01:36:30,895
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1448
01:36:31,626 --> 01:36:34,895
คืออะไร

1449
01:36:35,628 --> 01:36:38,894
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1450
01:36:39,628 --> 01:36:42,894
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1451
01:36:43,630 --> 01:36:46,901
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1452
01:36:47,633 --> 01:36:50,893
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1453
01:36:51,634 --> 01:36:54,893
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1454
01:36:55,635 --> 01:36:58,893
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1455
01:36:59,635 --> 01:37:02,892
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1456
01:37:03,641 --> 01:37:06,892
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1457
01:37:07,643 --> 01:37:10,895
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1458
01:37:11,646 --> 01:37:14,892
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1459
01:37:15,646 --> 01:37:18,892
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1460
01:37:19,648 --> 01:37:22,893
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1461
01:37:23,649 --> 01:37:26,891
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1462
01:37:27,655 --> 01:37:30,891
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1463
01:37:31,657 --> 01:37:34,891
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1464
01:37:35,658 --> 01:37:38,891
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1465
01:37:39,659 --> 01:37:42,894
คืออะไร นะคะ

1466
01:37:43,661 --> 01:37:46,890
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1467
01:37:47,662 --> 01:37:50,890
Is of offidication ปรับปรุง

1468
01:37:51,663 --> 01:37:54,891
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1469
01:37:55,664 --> 01:37:58,890
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1470
01:37:59,665 --> 01:38:02,890
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1471
01:38:03,666 --> 01:38:06,889
ภากร ภากรบอกใส่

1472
01:38:07,667 --> 01:38:10,889
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1473
01:38:11,671 --> 01:38:14,889
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1474
01:38:15,679 --> 01:38:18,890
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1475
01:38:19,680 --> 01:38:22,892
ใหม่ได้ Reuse abillity

1476
01:38:23,681 --> 01:38:26,888
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1477
01:38:27,682 --> 01:38:30,889
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1478
01:38:31,683 --> 01:38:34,890
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1479
01:38:35,684 --> 01:38:38,888
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1480
01:38:39,685 --> 01:38:42,890
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1481
01:38:43,687 --> 01:38:46,894
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1482
01:38:47,688 --> 01:38:50,888
และต้องมีประสิทธิภาพ

1483
01:38:51,689 --> 01:38:54,887
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่

1484
01:38:55,690 --> 01:38:58,887
เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1485
01:38:59,691 --> 01:39:02,887
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1486
01:39:03,692 --> 01:39:06,887
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1487
01:39:07,697 --> 01:39:10,888
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1488
01:39:11,699 --> 01:39:14,886
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1489
01:39:15,700 --> 01:39:18,887
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1490
01:39:19,701 --> 01:39:22,886
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1491
01:39:23,702 --> 01:39:26,886
เวลาเขียนนี่

1492
01:39:27,703 --> 01:39:30,889
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1493
01:39:31,704 --> 01:39:34,885
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1494
01:39:35,705 --> 01:39:38,886
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1495
01:39:39,708 --> 01:39:42,885
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1496
01:39:43,711 --> 01:39:46,885
ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1497
01:39:47,712 --> 01:39:50,886
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1498
01:39:51,713 --> 01:39:54,890
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไร

1499
01:39:55,716 --> 01:39:58,885
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1500
01:39:59,717 --> 01:40:02,884
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1501
01:40:03,719 --> 01:40:06,884
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1502
01:40:07,720 --> 01:40:10,885
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1503
01:40:11,737 --> 01:40:14,887
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1504
01:40:15,738 --> 01:40:18,884
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1505
01:40:19,742 --> 01:40:22,887
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1506
01:40:23,752 --> 01:40:26,884
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1507
01:40:27,753 --> 01:40:30,883
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1508
01:40:31,759 --> 01:40:34,883
แต่สิ่งที่จะทำให้

1509
01:40:35,767 --> 01:40:38,883
น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1510
01:40:39,768 --> 01:40:42,883
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1511
01:40:43,769 --> 01:40:46,883
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1512
01:40:47,770 --> 01:40:50,884
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไร

1513
01:40:51,771 --> 01:40:54,885
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1514
01:40:55,772 --> 01:40:58,882
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1515
01:40:59,773 --> 01:41:02,882
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1516
01:41:03,785 --> 01:41:06,888
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1517
01:41:07,790 --> 01:41:10,882
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1518
01:41:11,791 --> 01:41:14,883
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1519
01:41:15,792 --> 01:41:18,883
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1520
01:41:19,794 --> 01:41:22,882
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1521
01:41:23,795 --> 01:41:26,882
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1522
01:41:27,796 --> 01:41:30,883
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1523
01:41:31,797 --> 01:41:34,881
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1524
01:41:35,799 --> 01:41:38,883
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1525
01:41:39,804 --> 01:41:42,881
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1526
01:41:43,805 --> 01:41:46,881
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1527
01:41:47,806 --> 01:41:50,881
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1528
01:41:51,807 --> 01:41:54,883
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอน

1529
01:41:55,809 --> 01:41:58,881
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลา

1530
01:41:59,814 --> 01:42:02,881
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1531
01:42:03,815 --> 01:42:06,880
เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1532
01:42:07,819 --> 01:42:10,890
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1533
01:42:11,822 --> 01:42:14,880
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1534
01:42:15,823 --> 01:42:18,881
พอเขียนแล้ว ที่บอก Re useable

1535
01:42:19,824 --> 01:42:22,880
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1536
01:42:23,828 --> 01:42:26,883
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1537
01:42:27,829 --> 01:42:30,880
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1538
01:42:31,830 --> 01:42:34,879
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1539
01:42:35,831 --> 01:42:38,880
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1540
01:42:39,832 --> 01:42:42,887
ทีนี้ เ

1541
01:42:43,833 --> 01:42:46,883
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1542
01:42:47,835 --> 01:42:50,879
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1543
01:42:51,845 --> 01:42:54,879
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1544
01:42:55,852 --> 01:42:58,879
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1545
01:42:59,853 --> 01:43:02,885
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1546
01:43:03,856 --> 01:43:06,887
นั่นก็คือหมายถึง

1547
01:43:07,858 --> 01:43:10,885
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1548
01:43:11,859 --> 01:43:14,878
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1549
01:43:15,863 --> 01:43:18,878
ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1550
01:43:19,866 --> 01:43:22,882
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1551
01:43:23,867 --> 01:43:26,878
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1552
01:43:27,868 --> 01:43:30,878
เป็น Input Process

1553
01:43:31,869 --> 01:43:34,877
Input หรือ Output หรือ Process

1554
01:43:35,870 --> 01:43:38,878
Input Process หรือ Output

1555
01:43:39,890 --> 01:43:43,878
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1556
01:43:43,892 --> 01:43:47,878
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1557
01:43:47,898 --> 01:43:51,878
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1558
01:43:51,904 --> 01:43:55,877
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1559
01:43:55,906 --> 01:43:59,877
นึกออกนะ

1560
01:43:59,908 --> 01:44:03,879
ตัวนี้ทำส่ง

1561
01:44:03,910 --> 01:44:07,878
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1562
01:44:07,921 --> 01:44:11,881
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1563
01:44:11,922 --> 01:44:15,877
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1564
01:44:15,924 --> 01:44:19,877
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1565
01:44:19,924 --> 01:44:23,877
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1566
01:44:23,926 --> 01:44:27,877
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1567
01:44:27,927 --> 01:44:31,878
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1568
01:44:31,929 --> 01:44:35,881
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1569
01:44:35,930 --> 01:44:39,877
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1570
01:44:39,931 --> 01:44:43,877
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1571
01:44:43,932 --> 01:44:47,882
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1572
01:44:47,933 --> 01:44:51,876

1573
01:44:51,943 --> 01:44:55,879
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1574
01:44:55,944 --> 01:44:59,879
ใน Class

1575
01:44:59,952 --> 01:45:03,876
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1576
01:45:03,952 --> 01:45:07,875
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1577
01:45:07,953 --> 01:45:11,876
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1578
01:45:11,954 --> 01:45:15,876
แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1579
01:45:15,959 --> 01:45:19,877
Process หรือ Output

1580
01:45:19,972 --> 01:45:23,878
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1581
01:45:23,973 --> 01:45:27,875
Input Output หรือเป็น Process

1582
01:45:27,974 --> 01:45:31,875
เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:31,978 --> 01:45:35,892
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1584
01:45:35,982 --> 01:45:39,875
เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะค

1585
01:45:39,983 --> 01:45:43,877
ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1586
01:45:43,987 --> 01:45:47,876
Output คือ กระบวนการอะไร

1587
01:45:47,988 --> 01:45:51,876
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1588
01:45:51,988 --> 01:45:55,875
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1589
01:45:55,989 --> 01:45:59,875
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1590
01:45:59,990 --> 01:46:03,875
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1591
01:46:03,992 --> 01:46:07,877
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1592
01:46:07,995 --> 01:46:11,890
หรือ Process หรือ Output

1593
01:46:11,997 --> 01:46:15,885
นะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1594
01:46:15,998 --> 01:46:19,874

1595
01:46:19,999 --> 01:46:23,880
เห็นไหม คือ

1596
01:46:24,002 --> 01:46:27,874
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1597
01:46:28,004 --> 01:46:31,883
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1598
01:46:32,008 --> 01:46:35,876
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1599
01:46:36,009 --> 01:46:39,875
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1600
01:46:40,018 --> 01:46:43,873
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1601
01:46:44,019 --> 01:46:47,874
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1602
01:46:48,026 --> 01:46:51,874
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1603
01:46:52,028 --> 01:46:55,874
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1604
01:46:56,029 --> 01:46:59,875
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1605
01:47:00,030 --> 01:47:03,874
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1606
01:47:04,031 --> 01:47:07,875
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1607
01:47:08,032 --> 01:47:11,874
นะคะ

1608
01:47:12,033 --> 01:47:15,873
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1609
01:47:16,035 --> 01:47:19,873
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1610
01:47:20,036 --> 01:47:23,873
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1611
01:47:24,037 --> 01:47:27,882

1612
01:47:28,038 --> 01:47:31,875
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1613
01:47:32,039 --> 01:47:35,873

1614
01:47:36,041 --> 01:47:39,875

1615
01:47:40,042 --> 01:47:43,873
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1616
01:47:44,043 --> 01:47:47,872
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1617
01:47:48,046 --> 01:47:51,872
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1618
01:47:52,053 --> 01:47:55,880
สันติภาพใช้จินตนาการ

1619
01:47:56,054 --> 01:47:59,873
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1620
01:48:00,055 --> 01:48:03,872
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1621
01:48:04,056 --> 01:48:07,872
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1622
01:48:08,056 --> 01:48:11,873
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1623
01:48:12,057 --> 01:48:15,872
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1624
01:48:16,058 --> 01:48:19,872
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1625
01:48:20,059 --> 01:48:23,872
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1626
01:48:24,060 --> 01:48:27,879
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1627
01:48:28,062 --> 01:48:31,872
อย่างนี้นะคะ

1628
01:48:32,063 --> 01:48:35,872
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1629
01:48:36,064 --> 01:48:39,872
นะ ลอง ๆ

1630
01:48:40,066 --> 01:48:43,871
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1631
01:48:44,067 --> 01:48:47,874
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1632
01:48:48,068 --> 01:48:51,873
ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1633
01:48:52,069 --> 01:48:55,882
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1634
01:48:56,070 --> 01:48:59,871
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1635
01:49:00,072 --> 01:49:03,871
นะคะ

1636
01:49:04,074 --> 01:49:07,871
แล้วเราทำส่งใน classroom

1637
01:49:08,075 --> 01:49:11,871
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1638
01:49:12,077 --> 01:49:15,874
ส่งตัวงานเข้าไป

1639
01:49:16,078 --> 01:49:19,871
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1640
01:49:20,087 --> 01:49:23,871
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1641
01:49:24,089 --> 01:49:27,870
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1642
01:49:28,091 --> 01:49:31,874
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1643
01:49:32,093 --> 01:49:35,879
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1644
01:49:36,094 --> 01:49:39,871
ใน google drive เลย

1645
01:49:40,097 --> 01:49:43,871
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1646
01:49:44,098 --> 01:49:47,871
ขอจบการนำเสนอ

1647
01:49:48,100 --> 01:49:51,871
เพียงเท่านี้

1648
01:49:52,101 --> 01:49:55,878
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1649
01:49:56,102 --> 01:49:59,879
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1650
01:50:00,103 --> 01:50:03,871

1651
01:50:04,103 --> 01:50:07,870
ทดลองอะไรอีกไหม

1652
01:50:08,110 --> 01:50:11,870

1653
01:50:12,111 --> 01:50:15,870

1654
01:50:16,112 --> 01:50:19,870

1655
01:50:20,113 --> 01:50:23,870

1656
01:50:24,118 --> 01:50:27,870

1657
01:50:28,119 --> 01:50:31,871

1658
01:50:32,131 --> 01:50:35,870

1659
01:50:36,133 --> 01:50:39,870
[สิ้นสุดการถอดความ]

1660
01:50:40,134 --> 01:50:43,870

1661
01:50:44,134 --> 01:50:47,870

1662
01:50:48,137 --> 01:50:51,870

1663
01:50:52,138 --> 01:50:55,875
-

1664
01:50:56,139 --> 01:50:59,871

1665
01:51:00,142 --> 01:51:04,142

1666
01:51:04,144 --> 01:51:08,144

1667
01:51:08,145 --> 01:51:08,150

1668
01:51:12,150 --> 01:51:12,150


